09 moral education

1,459 views

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
1,459
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
307
Actions
Shares
0
Downloads
13
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

09 moral education

  1. 1. จริยศึกษาเพือการพัฒนาตน ่(Moral Education for Self Development)
  2. 2. แนวคิดทางจริยธรรมแนวคิดของนักปรัชญาและศาสนา มนุษยมีเจตนจํานงเสรีหรือถูกบงการ เจตนจํ ชีวตที่ดทสดควรเปนอยางไร ิ ี ี่ ุ คุณคาความดีแบบสัมพัทธนิยมและสัมบูรณนิยม เจตนากับผลแนวคิดของนักจิตวิทยา ทฤษฎีจริยธรรมของโคลเบอรก ทฤษฎีตนไมจริยธรรม
  3. 3. 1. มนุษยเปนอิสระ หรือ ถูกบงการ ? ปญหาเจตนจํานงเสรี (Free Will) จํ VS ลัทธิบงการ(Determinism)
  4. 4. การถูกบงการ หมายถึง• การกระทําทีไมมีความเปนอิสระในตนเอง แตถูกบงการ ่ โดยสิ่งที่มอิทธิพลเหนือกวา ี• ดังนั้นการกระทําจึงไมใชของบุคคลนั้น เนื่องจากเขาไมไดเลือก หรือปรารถนาจะกระทํา (แตกระทําเพราะถูกบงการ)• เขาจึงไมตองรับผิดชอบในผลที่เกิดขึ้น แตผูบงการหรือผูบังคับ  ใหกระทําตองเปนผูรับผิดชอบตอการกระทํานัน ้
  5. 5. การกระทําโดยเสรีหมายถึงสามารถเลือกกระทําไดมากกวา 1 ทาง หรือเลือกที่จะกระทําหรือไมกระทําได“การเลือกได” เปนสาเหตุททําใหถือวา ี่เปนการกระทําของบุคคลนั้นเมื่อบุคคลเปนเจาของการกระทําจึงทําใหตองรับผิดชอบในผลการกระทําที่เกิดขึ้นนั้นดวย
  6. 6. วิทยาศาสตร (SCIENCE) ไมมีอะไรเปนอิสระทุกสิ่งทุกอยางอยูภายใตการควบคุม โดยกฎแหงเหตุและผล ที่มีอยูในธรรมชาติ
  7. 7. ศาสนาคริสต (CHRIST) หลักตรีเอกานุภาพ / ตรีเอกภาพ (TRINITY) พระยะโฮวา พระบิดา พระบุตร พระจิต(The Father) (The Son) (The Holy Spirit)
  8. 8. พระบิดา(The Father) พระเจาสรางโลกโดยใชเวลา 7 วันวันที่ 1 สรางความสวางวันที่ 2 สรางทองฟาอากาศวันที่ 3 สรางแผนดินและพืชพันธธัญญาหารวันที่ 4 สรางดวงอาทิตย ดวงจันทร และดวงดาววันที่ 5 สรางสรรพสัตววันที่ 6 สรางมนุษยวันที่ 7 ทรงหยุดพัก
  9. 9. ศาสนาคริสตเปนเจตนจํานงเสรีหรือถูกบงการ ? จํ เปนทั้งสองอยาง ในแงของการถูกบงการ คือ พระเจาสรางทุกสิ่งทุก อยางในจักรวาล ในแงของเจตนจํานงเสรี คือ พระเจาสรางแตเฉพาะ จํ รางกายมนุษย แตพระเจาใหเจตนจํานงเสรีแกมนุษย เจตนจํ ในการที่จะเลือกเปนคนดีหรือคนชัวดวยตัวมนุษยเอง ่ ดังนั้น มนุษยจึงตองรับผิดชอบในการเลือกของตนเอง
  10. 10. พระพุทธศาสนา เสรีภาพ และ กฎแหงกรรมในแงเจตนจํานงเสรี คือ มนุษยมีเสรีภาพในการที่จะ เจตนจํเลือกกระทําไดโดยดูจากเจตนาของผูกระทําเอง ซึ่งเรียกวา กรรม(แปลวาการกระทํา) ดังนั้น จึงตองรับผลของการกระทํานั้น ซึงเรียกวา วิบากกรรม(แปลวา ่ผลของการกระทํา)ในแงถูกบงการ คือ กฎแหงกรรมที่จะเปนตัวบงการใหแตละคนไดรับผลของกรรมหรือการกระทํานันดวย้ตัวเองเสมอ เปรียบดั่งเงาที่ตดตามตัวบุคคล ิ
  11. 11. 2. ชีวิตที่ดีที่สุดควรเปนอยางไร ? ลัทธิสุขนิยม (Hedonism) ความสุขทางกายเปนยอดปรารถนาที่สด ุอัตนิยม(Egoism):ความสุขเพื่อตนเอง ประโยชนนยม(Utilitarianism):ความสุขเพื่อมหาชน ิ
  12. 12. ลัทธิอสุขนิยม(Non - Hedonism) อสุ สิ่งทีดีท่สดไมใชความสุขทางกาย ่ ี ุลัทธิปญญานิยม(Intellectualism):ปญญาดีท่สด ี ุ ลัทธิวิมุตินยม ิ (Skepticism):จิตสงบดีท่ีสุด
  13. 13. 3. คุณคาความดี สัมพัทธนิยม(Relativism) กับ สัมบูรณนิยม(Absolutism) สัมพัทธนิยม(Relativism) เปนลักษณะคุณคาทางอัตวิสย / อัตนัยนิยม (Subjectivism) ั คุณคาความดีเปลี่ยนแปลงไดโดยขึ้นกับ1. ความเชื่อ เชน การฆาพอแมเมื่ออายุครบ 60ปของชาว เกาะทะเลใต2. การปรับตัวเขากับสภาพแวดลอม เชน การทิ้งพอแมของ ชาวเอสกิโม3. ยุคสมัยทีเปลี่ยนแปลงไปทําใหคานิยมเปลี่ยนไป ่
  14. 14. สัมบูรณนิยม(Absolutism)เปนลักษณะคุณคาทางวัตถุวสัย / ปรนัยนิยม(Objectivism) ิคุณคามีความสมบูรณดวยตัวเอง ไมขึ้นกับสิ่งใดหรือเงื่อนไขใด เปนความจริงสากล และเปนนามธรรมเปนเปาหมายสูงสุด(Highest Goal or Summum Bonum)ไมใชเปนวิถี/วิธีการ(Mean)เปนคุณคาในตัวเอง(Intrinsic Value)
  15. 15. 4. เจตนา กับ ผล แนวคิดทีถือ “เจตนา”เปนหลักตัดสิน ่ทฤษฎีหนาที่นยมของคานท(Kant) ิ กฎศีลธรรมตองเปนกฎสากล การทําตามกฎศีลธรรมตองถือเปนหนาที่ การทําหนาทีคือการทําตามคําสั่งเด็ดขาด ่ (Categorical Imperative) ไมใชคําสั่งแบบมีเงื่อนไข (Hypothetical Imperative)
  16. 16. แนวคิดที่ถือเอา “ผล”เปนหลักตัดสินลทธิอัตนิยม(Egoism):ผลประโยชนที่ดทสุดสําหรับบุคคล ี ี่ลัทธิประโยชนนิยม(Utilitarianism):หลักมหสุข ประโยชนสุขทียาวนานกวา ่ ประโยชนสขเกิดกับคนจํานวนมากที่สุด ุ
  17. 17. เกณฑการตัดสินดี-ชั่วของพระพุทธศาสนา1. เจตนา กรรม กรรม แบงออกเปน 3 ประเภท คือ กายกรรม วจีกรรม และ มโนกรรม2. การกระทําตามเจตนา สําเร็จหรือไมสําเร็จ3. ผลทีเกิดขึ้นจากการกระทํา หนักเบา/ มากนอยเพียงใด ่
  18. 18. เจตนา การกระทํา ผล(กอน) ดี หรือ ชั่ว (หลัง)
  19. 19. ทฤษฎีทางจริยธรรมของโคลเบอรก(Kohlberg) ขั้นของพัฒนาการทางสติปญญาและจริยธรรม 6 ขั้น ระดับจริยธรรม ขั้นการใหเหตุผลเชิงจริยธรรม ขั้นที่ 1 การหลบหลีกการถูกลงโทษ1.ระดับกอนกฎเกณฑสังคม หรือการลงโทษและการเชื่อฟง(Preconventional Level) (อายุ 2-7ป) อายุ 2-10ป ขั้นที่ 2 การแสวงหารางวัล หรือ การ สนองความตองการ (อายุ 7-10ป)
  20. 20. ทฤษฎีทางจริยธรรมของโคลเบอรก (ตอ) ระดับจริยธรรม ขั้นการใหเหตุผลเชิงจริยธรรม2.ระดับตามกฎเกณฑสังคม ขั้นที่ 3 การทําตามสิ่งที่ผูอื่นเห็นชอบ(Conventional Level) หรือการคาดหวังทางสังคมอายุ10 - 16ป 10 (อายุ 10 – 13 ป) ขั้นที่ 4 การทําตามหนาที่ทางสังคม หรือระบบสังคมและมโนธรรม (อายุ 13 – 16 ป)
  21. 21. ทฤษฎีทางจริยธรรมของโคลเบอรก (ตอ) ระดับจริยธรรม ขั้นการใหเหตุผลเชิงจริยธรรม3.ระดับเหนือกฎเกณฑสังคม ขั้นที่ 5 การทําตามคํามั่นสัญญา(Postconventional Level) หรือสัญญาสังคมและสิทธิสวนบุคคลอายุ 16 ปขึ้นไป (อายุ 16ปขึ้นไป) ขั้นที่ 6 การยึดถืออุดมคติสากล หรือ จริยธรรมสากล (วัยผูใหญ)
  22. 22. ลักษณะของพัฒนาการทางจริยธรรม1. พัฒนาการทางจริยธรรมตองเปนไปตามลําดับขั้นและไมมี การขามขั้น2. ความสามารถในการใหเหตุผลจะแตกตางไปตามลําดับขั้น3. บุคคลมีอัตราในการพัฒนาดานจริยธรรมแตกตางกัน4. ขั้นของอัตราพัฒนาการจะเปนไปตามระดับสติปญญา5. ประสบการณในการอภิปรายปญหาคุณธรรมและ จริยธรรมมีสวนชวยในการพัฒนาทักษะในการใหเหตุผลไป ยังขั้นที่สูงขึ้นได
  23. 23. องคประกอบที่สําคัญของพัฒนาการทางจริยธรรม 1. สติปญญาหรือความคิด 2. ประสบการณทางสังคม บางครั้งเราเรียกทฤษฎีพัฒนาการทางจริยธรรมวา “ทฤษฎีการใหเหตุผลเชิงจริยธรรม”
  24. 24. แบบทดสอบการจัดขั้นพัฒนาการทางจริยธรรมสามีภรรยาที่มีฐานะยากจนคูหนึ่งภรรยาปวยหนักใกลจะเสียชีวิต แพทยแนะนําใหสามีไปซื้อยาจากเภสัชกรซึ่งมียาทีสามารถรักษา ่ภรรยาใหหายไดเภสัชกรคิดคายาแพงมาก แมขอรองก็ไมยอมลดราคาใหในที่สดสามีจึงตัดสินใจขโมยยาเพื่อไปใหภรรยาไดจนเปนผลสําเร็จ ุถาทานเปนสามีในเรื่องนี้ ทานจะทําเชนนีหรือไม?......เพราะเหตุใด? ้
  25. 25. เหตุผลเชิงจริยธรรม1.สามีไมควรขโมย เพราะอาจจะถูกจับและตองติดคุก2.สามีไมควรจะขโมย เพราะถาหากภรรยาตองเสียชีวตไป เขาก็สามารถ ิ จะหาผูหญิงมาแตงงานเปนภรรยาคนใหมได 3.สามีควรจะขโมย เพื่อรักษาชีวตภรรยาที่รกและรวมทุกขสุขกันมานาน ิ ั4.สามีไมควรจะขโมย เพราะเปนการทําผิดกฎหมายและจะตองไดรับโทษ ถาไมมกฎหมายลงโทษ สังคมก็จะสับสนวุนวาย ี5.สามีไมควรจะขโมย เพราะการขโมยเปนการละเมิดสิทธิในทรัพยสิน ของผูอื่น ซึ่งเปนสิ่งที่ไมควรทํา6.แมวาการขโมยจะเปนการผิดกฎหมาย แตในครั้งนี้เปนการรักษาชีวต  ิ มนุษย ในทางจริยธรรมนาจะทําไดเพราะชีวตมนุษยนาจะสําคัญ ิ มากกวาทรัพยสิน
  26. 26. เฉลย เหตุผลเชิงจริยธรรม ขั้น1.สามีไมควรขโมยเพราะอาจจะถูกจับและตองติดคุก 12.สามีไมควรจะขโมย เพราะถาภรรยาเสียชีวต เขาก็สามารถจะแตงงาน ิ ใหมได 23.สามีควรจะขโมย เพื่อรักษาชีวตภรรยาอันเปนที่รก ิ ั 34.สามีไมควรจะขโมย เพราะเปนการทําผิดกฎหมาย ถาไมมกฎหมาย ี ลงโทษ สังคมก็จะสับสนวุนวาย  45.สามีไมควรจะขโมย เพราะการขโมยเปนการละเมิดสิทธิในทรัพยสิน ของผูอื่น ซึ่งเปนสิ่งที่ไมควรทํา 56.แมวาการขโมยจะเปนการผิดกฎหมาย แตในครั้งนี้เปนการรักษาชีวต  ิ มนุษย ในทางจริยธรรมนาจะทําไดเพราะชีวตนาจะสําคัญ ิ 6 มากกวาทรัพยสน ิ
  27. 27. ทฤษฎีตนไมจริยธรรม ศ.ดร.ดวงเดือน พันธุมนาวิน เปรียบเทียบพฤติกรรมคนดีคนเกงกับสวนตางๆของตนไม 3 สวน สวนที่เปน “ดอกและผลไม” คือ พฤติกรรมของคนดี คนเกง เปนพฤติกรรมที่นาพึงปรารถนา แบงเปน 4 กลุมใหญ1. พฤติกรรมไมเบียดเบียนตนเอง2. พฤติกรรมการไมเบียดเบียนผูอน ื่3. พฤติกรรมการทําตามหนาที(เรียน ทํางาน รักษาสาธารณสมบัติ) ่4. พฤติกรรมการพัฒนาตนเองและสังคม
  28. 28. ทฤษฎีตนไมจริยธรรม ศ.ดร.ดวงเดือน พันธุมนาวิน พฤติกรรม 4 กลุมดังกลาว มีสาเหตุทางจิตใจอยู 2 กลุม กลุมที่ 1 สาเหตุทางจิตใจที่เปนสวน “ลําตน”ของตนไม ประกอบดวย จิตลักษณะ 5 ดาน คือ 1. เหตุผลเชิงจริยธรรม 2. มุงอนาคตและการควบคุมตนเอง 3. ความเชื่อในอํานาจตน 4. แรงจูงใจใฝสัมฤทธิ์ 5. ทัศนคติ คุณธรรม และคานิยม
  29. 29. ทฤษฎีตนไมจริยธรรม ศ.ดร.ดวงเดือน พันธุมนาวินพฤติกรรม 4 กลุมดังกลาว มีสาเหตุทางจิตใจอยู 2 กลุมกลุมที่ 2 เปนสาเหตุทางจิตที่เปน “ราก”ของตนไมประกอบดวย จิตลักษณะ 3 ดาน1. สติปญญา2. ประสบการณทางสังคม3. สุขภาพจิต
  30. 30. ภาพทฤษฎีตนไมจริยธรรม(ดวงเดือน พันธุมนาวิน, 2524; 2538)
  31. 31. สรุป การพัฒนาใหเปนคนเกง คนดีตองพัฒนาจิต 4 ดาน ประกอบดวย1. เหตุผลเชิงจริยธรรม คือ เหตุผลหรือเจตนาในการกระทํา2. ความเชื่ออํานาจในตน คือ การเรียนรูจากสภาพรอบตัวถึงผลดี/ ผลเสียที่จะเกิดขึ้นจากการตัดสินใจของตนเอง3. แรงจูงใจใฝสัมฤทธิ์ คือ ความมุงมั่นที่จะทําใหสําเร็จ ไมยอทอ เตรียมการแกไขทุกดานอยางรอบคอบ4. ลักษณะมุงอนาคต – ควบคุมตน มุงอนาคต คือการมีวิสัยทัศนตอสิงที่ยังไมเกิดขึ้น เปนนามธรรม ่ ควบคุมตน คือ การบริหารจัดการวางแผนอยางเปนระบบ

×