Your SlideShare is downloading. ×
Buddha
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×

Introducing the official SlideShare app

Stunning, full-screen experience for iPhone and Android

Text the download link to your phone

Standard text messaging rates apply

Buddha

965
views

Published on

http://www.dmc.tv …

http://www.dmc.tv
พระโคตมพุทธเจ้า หรือที่นิยมเรียกว่า พระพุทธเจ้า เป็นพระบรมศาสดาของศาสนาพุทธ เป็นผู้สั่งสอนพระธรรมวินัยซึ่งต่อมาเรียกว่าพระพุทธศาสนา ในตำราพระพุทธศาสนาเถรวาท ถือว่าการเรียกพระพุทธเจ้าโดยออกนามโคตรนั้นเป็นการไม่เคารพ เช่น เรียกว่า พระสมณโคดม เป็นต้น ทำให้ในตำราพระพุทธศาสนาเถรวาทมักเรียกพระพุทธองค์โดยใช้ศัพท์ว่า สตฺถา ที่แปลว่า พระศาสดา แทน ปัจจุบันชาวพุทธนิยมเรียกพระโคตมพุทธเจ้าว่า พระพุทธเจ้า ซึ่งหมายถึง พระโคตมพุทธเจ้า นั่นเอง

เหตุที่ทำให้ต้องเรียกพระพุทธเจ้าพระองค์ปัจจุบันโดยออกชื่อโคตรนั้น เพราะว่าในคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาถือว่าพระพุทธเจ้า หรือผู้รู้แจ้งโลกทั้งปวงเองนั้น เคยมีมาแล้วในอดีตนับประมาณไม่ได้ การเรียกโดยระบุนามโคตรของพระองค์จึงเป็นการเจาะจงว่าหมายเฉพาะพระพุทธเจ้า พระองค์นี้ (องค์ปัจจุบัน ซึ่งกำเนิดในโคตมโคตร) เท่านั้น

โดยตามคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาทั้งเถรวาทและมหายานนับถือตรงกันว่า พระโคตมพุทธเจ้าทรงดำรงพระชนมชีพอยู่ระหว่าง 80 ปีก่อนพุทธศักราช จนถึงเริ่มพุทธศักราชซึ่งเป็นวันปรินิพพาน ตรงกับ 543 ปี ก่อนคริสตกาลตามตำราไทยซึ่งอ้างอิงปฏิทินสุริยคติไทยและปฏิทินจันทรคติไทย และตรงกับ 483 ปีก่อนคริสตกาลตามปฏิทินสากล

พระโคตมพุทธเจ้าเป็นพระราชโอรสผู้ทรงดำรงตำแหน่งแห่งศากยมกุฏราชกุมาร ของพระเจ้าสุทโธทนะและพระนางสิริมหามายาแห่งศากยวงศ์ โคตมโคตร อันเป็นราชสกุลวงศ์ที่ปกครองกรุงกบิลพัสดุ์มาแต่ช้านาน มีพระนามแต่แรกประสูติว่า สิทธัตถะ หรือ สิทธารถ (อ่านว่า: สิทธาระถะ) เมื่อเสด็จออกผนวชและบรรลุสัมมาสัมโพธิญาณเป็นพระพุทธเจ้าแล้ว พระองค์ได้รับการถวายพระนาม

Published in: Spiritual, Technology

0 Comments
3 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total Views
965
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
0
Comments
0
Likes
3
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. www.kalyanamitra.org
  • 2. www.kalyanamitra.org
  • 3. ‡¡◊ËÕ«—π«‘ “¢∫Ÿ™“∑’Ë Ò˘ 情¿“§¡ æ.». ÚııÒ æ√–√“™¿“«π“«‘ ÿ∑∏‘Ï (À≈«ßæà Õ ∏— ¡ ¡™‚¬) ‰¥â ¥”√‘ „ Àâ ®— ¥ ß“π çª√–‡¡‘ π »’ ≈ ∏√√¡‚√߇√’ ¬ π·°ππ” ‚§√ß°“√øóôπøŸ»’≈∏√√¡‚≈° ‡æ◊ËÕ∂«“¬‡ªìπæÿ∑∏∫Ÿ™“ ‡π◊ËÕß„π«—π«‘ “¢∫Ÿ™“é ≥ «—¥æ√–∏√√¡°“¬ „π«—ππ—Èπ ‰¥â‡°‘¥ª√“°Ø°“√≥å„À¡à¢Õß‚≈° ∑’ˬ—߉¡à‡§¬ª√“°Ø¡“°àÕπ π—∫ μ—Èß·μà¡’°“√ √â“ß™“쑉∑¬¢÷Èπ¡“ §◊Õ ¡’‡¥Á°¥’ V-Star ºŸâ𔇬“«™πμâπ·∫∫»’≈∏√√¡ √ÿàπ·√°¢Õß‚≈° ®”π«π°«à“ Ú, §π ®“° ı, ‚√߇√’¬π∑—Ë«ª√–‡∑» ‡¥‘π∑“ß¡“√«¡æ≈—ߥ“«·Ààߧ«“¡¥’°—πÕ¬à“ߧ—∫§—Ëß ≥ «—¥æ√–∏√√¡°“¬ °‘®°√√¡„π«—ππ—Èπ πÕ°®“°‡¥Á°¥’ V-Star ®–‰¥â¡“ª√–‡¡‘π¡“μ√∞“π»’≈∏√√¡ ·≈–ª√–°«¥«—≤π∏√√¡™“«æÿ∑∏·≈â« ‡¥Á°Ê ¬—߉¥â™¡π‘∑√√»°“√æÿ∑∏ª√–«—μ‘∑’ˬ“« ∑’Ë ÿ¥„π‚≈°Õ’°¥â«¬ ´÷Ëßπ‘∑√√»°“√π’È®—¥¢÷Èπ√Õ∫¡À“√—μπ«‘À“√§¥ ¡’§«“¡¬“«∂÷ß Ù °‘‚≈‡¡μ√ ª√–°Õ∫¥â«¬æÿ∑∏ª√–«—μ‘ ‡°√Á¥πà“√Ÿâ‡°’ˬ«°—∫æÿ∑∏ª√–«—μ‘  √√æ™’«‘μ „π¿æ Û ·≈– display æÿ∑∏ª√–«—μ‘Õ—π «¬ß“¡Õ≈—ß°“√ www.kalyanamitra.org
  • 4. www.kalyanamitra.org
  • 5. §≥–ºŸâ®—¥∑”‰¥âμ—Èß„®∂à“¬∑Õ¥‡√◊ËÕß√“«¢Õßæ√– —¡¡“ —¡æÿ∑∏‡®â“„ÀâÕÕ°¡“ ‡ªìπ¿“æ∑’Ë «¬ß“¡·≈–„°≈⇧’¬ß°—∫§«“¡‡ªìπ®√‘ß¡“°∑’Ë ÿ¥ æ√âÕ¡‡√’¬ß√âÕ¬∂âÕ¬§” ∫√√¬“¬‡√◊Ë Õ ß√“«μ—È ß ·μà ª√– Ÿ μ‘ ‡ ¥Á ® ÕÕ°∫«™ μ√—   √Ÿâ ‡º¬·ºà æ √–»“ π“ ®π°√–∑—Ë߇ ¥Á®¥—∫¢—π∏ª√‘π‘ææ“π ¥â«¬∂âÕ¬§”∑’Ëßà“¬·°à°“√‡¢â“„® ‡æ◊ËÕ„À⇥Á°¥’ V-Star ‡°‘¥§«“¡√—° §«“¡»√—∑∏“‡≈◊Õ¡„  ·≈–§«“¡¿“§¿Ÿ¡„®„πæ√–æÿ∑∏»“ π“ Ë ‘ ·≈–∑’Ë ”§—≠ ‡æ◊ËÕ„À⇥Á°Ê ‰¥â√–≈÷°∂÷ßæ√–§ÿ≥Õ—π¬‘Ëß„À≠à¢Õßæ√– —¡¡“ —¡æÿ∑∏‡®â“ ‡π◊Õß„π«“√–«—π«‘ “¢∫Ÿ™“ ´÷߇ªìπ«—πª√– Ÿμ‘ μ√— √Ÿâ ·≈–ª√‘πææ“π¢Õßæ√–æÿ∑∏Õߧå Ë Ë ‘ www.kalyanamitra.org
  • 6. ºŸâ∑’Ë¡’‚Õ°“ ‰¥â¡“‡ÀÁπ¿“æ„πß“π«—ππ—Èπ μà“ß√Ÿâ ÷°ª√–∑—∫„®„π®‘μ„®Õ—πߥߓ¡  Ÿß àß ·≈–¡’»√—∑∏“μ—Èß¡—Ëπ„πæ√–æÿ∑∏»“ π“¢Õ߇¥Á°¥’ V-Star √«¡∑—Èߪ√–∑—∫„® „𧫓¡ π„®„§√à√Ÿâ Õ¬“°»÷°…“‡√◊Õß√“«¢Õßæ√– —¡¡“ —¡æÿ∑∏‡®â“¢Õ߇¥Á°Ê ∑ÿ°§π Ë ¥â«¬‡Àμÿπ’È æ√–√“™¿“«π“«‘ ÿ∑∏‘Ï (À≈«ßæàÕ∏—¡¡™‚¬) ®÷߉¥â‡¡μμ“„Àâ®—¥∑”Àπ—ß ◊Õ çæÿ∑∏ª√–«—μ‘é ¢÷È𠇪ìπ¢Õߢ«—≠Õ—π≈È”§à“ ”À√—∫‡¥Á°¥’ V-Star ·≈– “∏ÿ™πºŸâ¡’ »√—∑∏“‡≈◊Õ¡„ „πæ√–æÿ∑∏»“ π“ ‡æ◊Õª√–‚¬™πå„π°“√»÷°…“ª√–«—μ°“√ √â“ß∫“√¡’ Ë Ë ‘ ¢Õßæ√– —¡¡“ —¡æÿ∑∏‡®â“ ∫√¡§√ŸºŸâ‡ªìπμâπ·∫∫¢Õß‚≈° ®–‰¥â‡ªìπ·√ß∫—π¥“≈„® „π°“√∑”§«“¡¥’μ“¡Õ¬à“ßæ√–æÿ∑∏Õß§å ‡æ◊ËÕ‡ªìπμâπ·∫∫∑’Ë¥’·°à™“«‚≈°μàÕ‰ª www.kalyanamitra.org
  • 7. æÿ∑∏ª√–«—μ‘ ¯  ≈–™’«‘쇪ìπ‡¥‘¡æ—π √â“ß∫“√¡’ Ò ‡≈◊Õ°‡°‘¥‰¥â¥â«¬æ√–∫“√¡’ ÒÚ π—Ëߢ—¥ ¡“∏‘Õ¬Ÿà„πæ√–§√√¿å¡“√¥“ ÒÙ ‰¥â≈—°…≥–¡À“∫ÿ√ÿ… ÛÚ ª√–°“√ Òˆ ‰¥â√—∫欓°√≥å Ò¯ æ√–√“™∫‘¥“∑”§«“¡‡§“√æ¥â«¬§«“¡‡≈◊ËÕ¡„  Ú ˜ ¢«∫ ‡√’¬π®∫ Ò¯  “¢“ ¿“¬„π ˜ «—π ÚÚ ™’«‘μ ÿ¢ ∫“¬¥—ßÕ¬Ÿà„π √«ß «√√§å ÚÙ ¡’∑ÿ°Õ¬à“ß∑’Ë™“«‚≈°μâÕß°“√ ·μà ≈–‡æ◊ËÕÕÕ°∫«™ Úˆ ÕÕ°∫«™™à«¬™“«‚≈°„Àâæâπ∑ÿ°¢å Ú¯ Õ∏‘…∞“π‡ªìπ∫√√晑μ Û ‡√’¬π®π ÿ¥§«“¡√Ÿâ¢ÕßÕ“®“√¬å ÛÚ · «ßÀ“∑“ßæâπ∑ÿ°¢å ÛÙ ∫”‡æÁ≠‡æ’¬√∑“ß®‘μ Ûˆ ™π–¡“√μ—Èß·μଗ߉¡àμ√— √Ÿâ Û¯ μ√— √Ÿâ¥â«¬μπ‡Õß‚¥¬°“√∑” ¡“∏‘¿“«π“ Ù §âπæ∫ ÿ¥¬Õ¥·Ààߧ«“¡√Ÿâ ÙÚ ∫√¡§√ŸºŸâ¬‘Ëß„À≠à ÙÙ „§√ªØ‘∫—μ‘μ“¡§” Õπ°Á®–∫√√≈ÿ∏√√¡‰¥â Ùˆ ª√–°“»æ√–»“ π“π”æ“ √√æ —μ«å„Àâæâπ∑ÿ°¢å Ù¯ ‡«Ãÿ«—π¡À“«‘À“√ ..«—¥·Ààß·√°„πæ√–æÿ∑∏»“ π“ ı  Õπ‰¥â∑ÿ°√–¥—∫™—Èπ ∑—Èß¡πÿ…¬å ‡∑«¥“ ·≈–æ√À¡ ıÚ www.kalyanamitra.org
  • 8. ‚Õ«“∑ª“Ø‘‚¡°¢å À—«„®æ√–æÿ∑∏»“ π“ ıÙ ‚ª√¥æÿ∑∏∫‘¥“ æÿ∑∏¡“√¥“ ıˆ ‡ªî¥‚≈°∑—Èß “¡¥â«¬æÿ∑∏“πÿ¿“æ ı¯ ‰ª‚ª√¥¬—°…å ˆ ‰ª‚ª√¥‚®√Õߧÿ≈‘¡“≈ ˆÚ ‰ª‚ª√¥æ√À¡ ˆÙ æ√–æÿ∑∏»“ π“ ..»“ π“·Ààߪí≠≠“ ˆˆ æ√–æÿ∑∏»“ π“ ..»“ π“·Ààß —πμ‘¿“æ ˆ¯ æ√–æÿ∑∏»“ π“ ..»“ π“·Ààß°“√¥—∫∑ÿ°¢å ˜ ∑√ߪ≈ßÕ“¬ÿ —ߢ“√ ˜Ú ∑”Àπâ“∑’˧√Ÿ‡ªìπ§√—Èß ÿ¥∑⓬ ˜Ù ‡ ¥Á®¥—∫¢—π∏ª√‘π‘ææ“π ˜ˆ ·∫àßæ√–∫√¡ “√’√‘°∏“μÿ ˜¯ «‘ “¢∫Ÿ™“ «—𠔧—≠ “°≈¢Õß‚≈° ¯ ‡°√Á¥πà“√Ÿâ‡°’ˬ«°—∫æÿ∑∏ª√–«—μ‘ ¯Ú ‡°√Á¥πà“√Ÿâ‡°’ˬ«°—∫ √√æ™’«‘μ ÒÚ Ú §”∂“¡ μ“¡√Õ¬æÿ∑∏ª√–«—μ‘ ÒÒˆ ∫∑ «¥ √√‡ √‘≠æ√–√—μπμ√—¬ ÒÚ √“¬π“¡‡®â“¿“æ ÒÚÛ www.kalyanamitra.org
  • 9. www.kalyanamitra.org
  • 10. www.kalyanamitra.org
  • 11. สละชีวิตเปนเดิมพันสรางบารมี www.kalyanamitra.org
  • 12. เมื่อครั้งที่พระสัมมาสัมพุทธเจายังเปนพระบรมโพธิสัตว พระองคปรารถนาที่จะตรัสรูดวยพระองคเอง และสั่งสอนสัตวโลกใหบรรลุธรรมตาม จึงตั้งใจสรางบารมีโดยการสละทรัพย อวัยวะ และชีวิต นับครั้งไมถวน นานถึง ๒๐ อสงไขยแสนมหากัป จนบารมีเต็มเปยมจึงไปเกิดเปนผูปกครองสวรรคชั้นดุสิต ชื่อ “ทาวสันดุสิต” เมื่อถึงเวลาอันควร เทวดาและพรหมทั้งปวง ไดทูลอัญเชิญใหมาเกิดในโลกมนุษย ๑๑ พุทธประวัติ www.kalyanamitra.org
  • 13. เลือกเกิดไดดวยพระบารมี www.kalyanamitra.org
  • 14. พระองคทรงตรวจดู “ปญจมหาวิโลกนะ” คือ ๑. ทวีป ๒. ประเทศ ๓. อายุขัยของมนุษย ๔. ตระกูล ๕. มารดา เมื่อทรงเห็นวามีครบทั้ง ๕ ประการ ที่เหมาะแกการตรัสรูแลว จึงทรงรับคำเชิญมาเกิด และทรงเลือกเกิดในตระกูลกษัตริย ซึ่งเปนตระกูลสูง พระราชบิดา คือ พระเจาสุทโธทนะ พระราชมารดา คือ พระนางสิริมหามายา ในวันเสด็จลงสูพระครรภ พระราชมารดาทรงพระสุบิน (ฝน) วา มีพญาชางเผือกนำดอกบัวขาวมาถวาย ๑๓ พุทธประวัติ www.kalyanamitra.org
  • 15. นั่งขัดสมาธิอยูในพระครรภมารดา www.kalyanamitra.org
  • 16. ดวยพระบารมีของพระโพธิสัตว ขณะที่ปฏิสนธิในพระครรภ ไดเกิดแผนดินไหวครั้งใหญ และบังเกิดรัศมีสวางไสวไปทั่วทุกทิศเปนอัศจรรย เมื่ออยูในพระครรภ พระโพธิสัตวประทับนั่งขัดสมาธิอยู โดยไมรูสึกวาคับแคบ และมิไดทำความลำบากแกพระราชมารดา เหมือนทารกทั่วไป พระราชมารดายังคงมีพระวรกายเบาสบาย เหมือนมิไดทรงพระครรภ และทรงมองเห็นพระราชโอรส ที่กำลังประทับนั่งขัดสมาธิอยูในพระครรภไดอยางชัดเจน ๑๕ พุทธประวัติ www.kalyanamitra.org
  • 17. ไดลักษณะมหาบุรุษ ๓๒ ประการ www.kalyanamitra.org
  • 18. เมื่อใกลคลอด พระราชมารดาเสด็จกลับกรุงเทวทหะ ระหวางทางประสูติพระราชกุมาร ที่มีลักษณะมหาบุรุษ ๓๒ ประการ ณ สวนลุมพินีวัน ในวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ กอนพุทธศักราช ๘๐ ป ดวยพระบารมีที่ทรงสั่งสมมา พระราชกุมารเสด็จดำเนินไป ๗ กาว ทุกกาวมีดอกบัวเกิดขึ้นมารองรับ แลวทรงเปลงอาสภิวาจาวา “เราเปนผูเลิศในโลก เราเปนผูเจริญที่สุดในโลก เราเปนผูประเสริฐที่สุดในโลก การเกิดครั้งนี้ของเราเปนครั้งสุดทาย ภพใหมตอไปไมมีสำหรับเรา” ๑๗ พุทธประวัติ www.kalyanamitra.org
  • 19. www.kalyanamitra.org
  • 20. www.kalyanamitra.org
  • 21. พระราชบิดาทำความเคารพดวยความเลื่อมใส www.kalyanamitra.org
  • 22. เมื่อพระชนมายุ ๗ พรรษา ทรงตามเสด็จพระราชบิดาไปรวมพิธีแรกนาขวัญ และประทับรออยูใตตนหวา ทรงนั่งสมาธิที่ใตตนหวานั้น พลังจิตอันเปนสมาธิแนวแนทำใหเกิดเหตุอัศจรรย ขณะนั้นแมเปนเวลาบาย แตเงาตนหวากลับหยุดอยูกับที่ คอยบังแดดใหเจาชายซึ่งนั่งสมาธิอยู มิไดเคลื่อนยายตามดวงอาทิตยไป พระราชบิดาทรงเลื่อมใสอยางยิ่ง จึงทรงยกพระหัตถถวายนมัสการ (ไหว) พระราชโอรส ๒๑ พุทธประวัติ www.kalyanamitra.org
  • 23. ๗ ขวบ เรียนจบ ๑๘ สาขา ภายใน ๗ วัน www.kalyanamitra.org
  • 24. เจาชายสิทธัตถะทรงมีพระสติปญญาเฉียบแหลม เฉลียวฉลาด และมีความทรงจำเปนเลิศ ไมมีผูใดเสมอเหมือน เมื่อพระชนมายุได ๗ พรรษา สามารถศึกษาเลาเรียนจนสำเร็จวิชาตางๆ ถึง ๑๘ ประการ (๑๘ ปริญญาของคนสมัยนี้) ในเวลาอันรวดเร็วเปนอัศจรรย เพียง ๗ วันก็หมดสิ้นความรูของอาจารย ที่มีความรูสูงที่สุดในยุคนั้น ๒๓ พุทธประวัติ www.kalyanamitra.org
  • 25. www.kalyanamitra.org
  • 26. www.kalyanamitra.org
  • 27. มีทุกอยางที่ชาวโลกตองการ แตสละเพื่อออกบวช www.kalyanamitra.org
  • 28. วันหนึ่ง เจาชายสิทธัตถะเสด็จประพาสนอกพระราชวัง ทอดพระเนตรคนแก คนเจ็บ คนตาย ก็ทรงสลดพระทัยในความไมเที่ยงของชีวิต แตเมื่อเห็นนักบวช ก็ทรงพอพระทัย และทรงเชื่อวาการบวชจะทำใหพนจากความแก ความเจ็บ และความตายได จึงทรงอยากออกบวช แมจะทรงมีพรอมทุกสิ่งที่ชาวโลกตองการ และอีกไมนานก็จะไดเปนพระเจาจักรพรรดิปกครองโลก แตมิไดทรงลุมหลงในสิ่งเหลานั้นเลย ๒๗ พุทธประวัติ www.kalyanamitra.org
  • 29. www.kalyanamitra.org
  • 30. www.kalyanamitra.org
  • 31. อธิษฐานเปนบรรพชิต www.kalyanamitra.org
  • 32. เมื่อถึงฝงแมน้ำอโนมา ทรงตัดพระเมาลี (มวยผม) พระเกศา (ผม) เหลือความยาว ๒ องคุลี มวนกลมเปนทักษิณาวรรต ดวยบุญบารมีทำใหพระเกศายาวอยูเพียงแคนั้น ตราบวันปรินิพพาน จากนั้น ทรงอธิษฐานวา “ถาเราจักไดตรัสรูเปนพระสัมมาสัมพุทธเจา ขอใหพระเกศาของเราจงตั้งอยูในอากาศ แตถาไมสามารถจะตรัสรูไดก็ขอใหพระเกศานี้ตกลงบนพื้นดิน” แลวทรงโยนพระเกศาขึ้นไปในอากาศ พระอินทรทรงเอาผอบแกวรับไว แลวนำไปประดิษฐาน ณ จุฬามณีเจดีย ในสวรรคชั้นดาวดึงส เจาชายสิทธัตถะทรงรับบาตรและจีวรจากฆฏิการพรหม แลวครองเพศบรรพชิตออกแสวงหาทางพนทุกขตอไป ๓๑ พุทธประวัติ www.kalyanamitra.org
  • 33. เรียนจนสุดความรูของอาจารย www.kalyanamitra.org
  • 34. จากนั้น พระโพธิสัตว (เจาชายสิทธัตถะ) ทรงเขาศึกษาในสำนักของอาฬารดาบสและอุทกดาบส ในเวลาไมชาก็เรียนรูจนหมดสิ้นความรูของอาจารย แตยังไมพบหนทางดับทุกข อาจารยทั้ง ๒ เห็นความสามารถของพระองค จึงชวนใหเปนอาจารยชวยสอนศิษยดวยกัน แตพระองคทรงเห็นวา ความรูที่ทรงเลาเรียนนั้น ไมสามารถทำใหพนทุกขได จึงลาไปแสวงหาทางพนทุกขดวยพระองคเอง ๓๓ พุทธประวัติ www.kalyanamitra.org
  • 35. แสวงหาทางพนทุกข www.kalyanamitra.org
  • 36. พระโพธิสัตวทรงปรารถนาอยางแรงกลา ที่จะแสวงหาทางพนทุกข จึงทรงบำเพ็ญทุกรกิริยา คือ ทรมานตนเองตามความเชื่อดั้งเดิม เชน เอาฟนกดฟน กลั้นลมหายใจ และอดอาหาร เปนตน จนผอมเหลือแตหนังหุมกระดูก แตก็ยังไมพนทุกข จึงทรงเลิกทรมานตนเอง กลับมาเสวยพระกระยาหาร จนรางกายแข็งแรงสดชื่น แลวทรงบำเพ็ญเพียรทางจิตแทน ปญจวัคคียที่มาคอยรับใชอยู คิดวาพระองคคงไมมีโอกาส ที่จะตรัสรูแลว จึงพากันจากไป ๓๕ พุทธประวัติ www.kalyanamitra.org
  • 37. บำเพ็ญเพียรทางจิต www.kalyanamitra.org
  • 38. เชาวันที่จะตรัสรู นางสุชาดานำขาวมธุปายาสมาถวาย ยามเย็น ทรงรับหญาคาจากโสตถิยพราหมณ มาปูเปนอาสนะใตตนพระศรีมหาโพธิ์ ทรงตั้งสัตยาธิษฐานวา “แมเนื้อและเลือดจะแหงเหือดไปหมดสิ้น เหลือแตหนัง เอ็น และกระดูก ก็ตาม ตราบใดที่ยังไมบรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณ ตราบนั้นเราจักไมลุกจากบัลลังกนี้” จากนั้น ทรงบำเพ็ญเพียรทางจิตดวยหลักทางสายกลาง “มัชฌิมาปฏิปทา” ไมตึงและไมหยอนเกินไป ๓๗ พุทธประวัติ www.kalyanamitra.org
  • 39. ชนะมารตั้งแตยังไมตรัสรู www.kalyanamitra.org
  • 40. ขณะนั้น พญามารพาไพรพลยกทัพ มาขัดขวางการตรัสรูของพระองค เทพบุตรมารขี่ชางคิริเมขลสูง ๑๕๐ โยชน เนรมิตแขนพันแขน ถืออาวุธนานาชนิด หมูมารทั้งหลายลวนมีรูปรางนาสะพรึงกลัว เขาจูโจมพระโพธิสัตวทั้งสี่ทิศ แตพระองคไมทรงหวาดหวั่น ทรงระลึกถึงบารมี ที่บำเพ็ญมาถึง ๒๐ อสงไขยกับอีกแสนมหากัป ทำใหมารทั้งหลายหลบหนีไปจนหมดสิ้น พระโพธิสัตวจึงทรงชนะมารตั้งแตยังไมตรัสรู ๓๙ พุทธประวัติ www.kalyanamitra.org
  • 41. ตรัสรูดวยตนเองโดยการทำสมาธิภาวนา www.kalyanamitra.org
  • 42. จากนั้น พระโพธิสัตวทรงเจริญสมาธิภาวนา ทำใจใหหยุดนิ่งที่ศูนยกลางกาย ทรงมีจิตตั้งมั่นคนพบทางสายกลาง หยุดนิ่งเรื่อยไปตามลำดับ จนเวลาใกลรุงของวันเพ็ญ ขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๖ ทรงตรัสรูเปนพระสัมมาสัมพุทธเจา ณ ใตตนพระศรีมหาโพธิ์นั้นเอง เปนการตรัสรูดวยตนเองโดยการทำสมาธิภาวนา มิไดปฏิบัติตามคำสอนของใคร ขณะนั้นทรงมีพระชนมายุ ๓๕ พรรษา ๔๑ พุทธประวัติ www.kalyanamitra.org
  • 43. คนพบสุดยอดแหงความรู www.kalyanamitra.org
  • 44. พระสัมมาสัมพุทธเจาทรงเปนบุคคลแรก ที่คนพบสุดยอดแหงความรู ที่ทำใหสรรพสัตวหลุดพนจากความทุกขได ซึ่งไมเคยมีศาสดาคนใดคนพบมากอน ในยามตน ทรงบรรลุบุพเพนิวาสานุสติญาณ คือ ระลึกชาติตนเองได ในมัชฌิมยาม ทรงบรรลุจุตูปปาตญาณ คือ รูการเกิดการตายของสัตวอื่นได ในปจฉิมยาม ทรงบรรลุอาสวักขยญาณ คือ ทำอาสวกิเลสใหหลุดรอนออกจากใจ เพราะทรงเห็นแจงอริยสัจ ๔ ไดแก ทุกข สมุทัย นิโรธ มรรค พระองคไดตรัสรูเปนพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจา เปนผูที่สมบูรณพรอมไมมีใครเทียบได ๔๓ พุทธประวัติ www.kalyanamitra.org
  • 45. บรมครูผูยิ่งใหญ www.kalyanamitra.org
  • 46. พระสัมมาสัมพุทธเจาทรงเปนบรมครูผูยิ่งใหญ เพราะทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ ที่จะสั่งสอนสรรพสัตวใหพนทุกขไปสูนิพพานอันเปนบรมสุข พระองคทรงเปนสัพพัญูรูแจงสรรพสิ่ง ทรงทราบจริต อัธยาศัย กิเลส และสติปญญาของสรรพสัตว อยางกระจางชัดเสมือนเห็นของที่อยูในฝามือ จึงทรงแสดงธรรมไดเหมาะสมกับแตละบุคคล ทำใหผูฟงบรรลุธรรมไดงาย หลังตรัสรู ทรงทราบวาปญจวัคคียจะบรรลุธรรมตามได จึงเสด็จไปยังปาอิสิปตนมฤคทายวัน ๔๕ พุทธประวัติ www.kalyanamitra.org
  • 47. ใครปฏิบัติตามคำสอนก็จะบรรลุธรรมได www.kalyanamitra.org
  • 48. วันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ ทรงแสดงปฐมเทศนา ชื่อ “ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร” พราหมณโกณฑัญญะไดดวงตาเห็นธรรม เปนบุคคลแรกที่พิสูจนใหเห็นวาถาใครปฏิบัติตามคำสอน ของพระพุทธองค ก็จะสามารถบรรลุธรรมได พราหมณโกณฑัญญะอุปสมบทเปนพระภิกษุรูปแรก ในพระพุทธศาสนา วันนี้จึงเปนวันที่พระรัตนตรัยบังเกิดขึ้น คือ มีทั้งพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ เราเรียกวันนี้วา “วันอาสาฬหบูชา” ๔๗ พุทธประวัติ www.kalyanamitra.org
  • 49. ประกาศพระศาสนานำพาสรรพสัตวใหพนทุกข www.kalyanamitra.org
  • 50. เมื่อพระพุทธองคทรงมีพระสาวกจำนวนหนึ่งแลว ก็ทรงมีพระดำรัสใหพระสาวกแยกยายกัน ออกเผยแผพระศาสนา โดยมีพุทธดำรัสวา “พวกเธอจงเที่ยวจาริกไป เพื่ออนุเคราะหโลก เพื่อประโยชนเกื้อกูล เพื่อความสุขแกทวยเทพและมนุษยทั้งหลาย ...สัตวทั้งหลายที่มีกิเลสนอยมีอยู ผูสามารถรูธรรมยังมีอยู ดูกอนภิกษุทั้งหลาย แมเราก็จักไปยังอุรุเวลาเสนานิคม เพื่อแสดงธรรม” ทรงเผยแผพระศาสนาจนมีผูบรรลุมรรคผลมากมาย ทั้งมนุษย เทวดา และพรหม สมดังที่ตั้งความปรารถนาไวเมื่อครั้งเปนพระโพธิสัตว วาจะนำพาสรรพสัตวใหพนทุกข ๔๙ พุทธประวัติ www.kalyanamitra.org
  • 51. เวฬุวันมหาวิหาร ..วัดแหงแรกในพระพุทธศาสนา www.kalyanamitra.org
  • 52. ตอมาพระสัมมาสัมพุทธเจาไดเสด็จไปกรุงราชคฤห ทรงเทศนโปรดพระเจาพิมพิสาร และประชาชนจนไดดวงตาเห็นธรรมกวาแสนคน พระเจาพิมพิสารทรงบรรลุโสดาปตติผล ประกาศตนเปนพุทธมามกะ ทรงถวายอุทยานเวฬุวันใหเปนวัดแหงแรก ในพระพุทธศาสนา และเปนศูนยกลางการเผยแผ พระพุทธศาสนาใหกวางไกล จนกระทั่งมนุษยและเทวดาบรรลุมรรคผลเปนจำนวนมาก เปนพยานยืนยันวาสิ่งที่พระพุทธองคตรัสรูมีจริง สามารถเขาถึงไดจริง และเปนของดีจริง ๕๑ พุทธประวัติ www.kalyanamitra.org
  • 53. สอนไดทุกระดับชั้น ทั้งมนุษย เทวดา และพรหม www.kalyanamitra.org
  • 54. พระพุทธองคทรงเผยแผพระธรรมแกชาวโลกทุกชนชั้น ตั้งแตคนธรรมดา กษัตริย ไปจนถึงเทวดาและพรหม ในแตละวันทรงมีพุทธกิจ ๕ ประการ คือ เชา บิณฑบาต เย็น แสดงธรรมแกมหาชน ค่ำ ประทานโอวาทแกภิกษุ เที่ยงคืน ตอบปญหาแกเทวดา ใกลรุง ตรวจดูสัตวโลกที่ควรเสด็จไปโปรด พระองคทรงเมตตาทุมเทสั่งสอน โดยมิไดหวงแหนความรู จนมีผูบรรลุธรรมมากมาย และออกบวชเปนภิกษุ ภิกษุณี เปนจำนวนมาก ทำใหพระพุทธศาสนาเจริญรุงเรืองเปนอยางยิ่ง ๕๓ พุทธประวัติ www.kalyanamitra.org
  • 55. โอวาทปาฏิโมกข หัวใจพระพุทธศาสนา www.kalyanamitra.org
  • 56. เมื่อวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๓ ของปถัดมานับจากวันตรัสรู พระสงฆสาวก ๑,๒๕๐ รูป ที่เผยแผพระศาสนา อยูในที่ตางๆ ไดเดินทางกลับมาประชุมกัน ณ วัดเวฬุวัน โดยมิไดนัดหมาย ในวันนี้พระพุทธองคทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข หลักธรรมซึ่งเปนหัวใจของพระพุทธศาสนา โดยทรงสอนพุทธบริษัท ๔ ใหละเวนความชั่ว ใหทำความดี และทำใจใหบริสุทธิ์ผองใส วันนี้จึงเปนวันสำคัญอีกวันหนึ่ง เรียกวา “วันมาฆบูชา” ๕๕ พุทธประวัติ www.kalyanamitra.org
  • 57. โปรดพุทธบิดา พุทธมารดา www.kalyanamitra.org
  • 58. พระสัมมาสัมพุทธเจาทรงเปนแบบอยางเรื่องความกตัญู ทรงเทศนโปรดพุทธบิดา จนไดเปนพระอรหันต และเสด็จไปจำพรรษาที่สวรรคชั้นดาวดึงส เพื่อโปรดพุทธมารดา จนกระทั่งไดเปนพระโสดาบัน พระสัมมาสัมพุทธเจาทรงตอบแทนคุณบิดามารดา ไดอยางสมบูรณที่สุด ดวยการใหอริยทรัพย ทำใหพุทธบิดาไมตองมาเวียนวายตายเกิดอีกตอไป สวนพุทธมารดาก็ไดเปนพระอริยบุคคล มีชีวิตที่มั่นคงปลอดภัย อีกไมเกิน ๗ ชาติ ก็จะบรรลุธรรมเปนพระอรหันต ๕๗ พุทธประวัติ www.kalyanamitra.org
  • 59. www.kalyanamitra.org
  • 60. www.kalyanamitra.org
  • 61. ไปโปรดยักษ www.kalyanamitra.org
  • 62. ครั้งหนึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจาเสด็จไปโปรดอาฬวกยักษ พระองคเสด็จไปประทับยืนที่ประตูวิมานของอาฬวกยักษ อาฬวกยักษโกรธมาก พยายามทำรายพระพุทธองคดวยวิธีตางๆ เชน ปลอยอาวุธหลายชนิดออกมา แตอาวุธกลับกลายเปนผาเช็ดพระบาท ตอมา อาฬวกยักษไดทูลถามปญหา และขูวาถาพระสัมมาสัมพุทธเจาตอบไมไดจะควักหัวใจ พระพุทธองคทรงแสดงธรรมตอบไดทุกขอ จนในที่สุดอาฬวกยักษเกิดความเลื่อมใส และไดบรรลุธรรมเปนพระโสดาบัน เปลี่ยนจากยักษใจรายกลายเปนยักษใจดี ๖๑ พุทธประวัติ www.kalyanamitra.org
  • 63. www.kalyanamitra.org
  • 64. www.kalyanamitra.org
  • 65. ไปโปรดพรหม www.kalyanamitra.org
  • 66. ครั้งหนึ่ง พระสัมมาสัมพุทธเจาเสด็จขึ้นไปยังพรหมโลกเพื่อโปรดพกพรหม แตพกพรหมไมมีความศรัทธาในพระสัมมาสัมพุทธเจา เพราะถือตัววาตนเองมีอานุภาพมากกวา จึงทาทายพระสัมมาสัมพุทธเจาวา “เราจะหายตัวไป ถาพระองคเกงจริงตองหาใหพบ” พระพุทธองคทรงรับคำทา ไมวาพกพรหมจะหายตัวไปอยูที่ไหน ก็ทรงมองเห็น ตอมาเมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจาทรงหายตัวไป พกพรหมกลับมองไมเห็น ไดยินแตพระสุรเสียง จากนั้นทรงแสดงธรรมเลาเรื่องอดีตชาติของพกพรหม พกพรหมจึงคลายความเห็นผิด บังเกิดสัมมาทิฐิ ยอมรับนับถือพระรัตนตรัย ๖๕ พุทธประวัติ www.kalyanamitra.org
  • 67. พระพุทธศาสนา..ศาสนาแหงปญญา www.kalyanamitra.org
  • 68. คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจา สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของมหาชนทั้งหลาย ใหกาวไปสูชีวิตอันประเสริฐสุดได คำสอนในพระพุทธศาสนาจึงเปนคำสอนที่ทรงคุณคากวาคำสอนใดๆ ชวยใหเขาใจเรื่องราวความเปนจริงของชีวิตไดอยางชัดเจนแจมแจง ทั้งนี้เพราะพระพุทธองคทรงมีปญญาเลิศกวาใครๆ คำสอนที่ตรัสไวเมื่อ ๒,๕๐๐ กวาปมาแลว ปจจุบันก็ยังคงทันสมัยและพิสูจนได เชน ทรงอธิบายเรื่องการเกิดของมนุษยไวอยางละเอียด ตั้งแตปฏิสนธิจนกระทั่งเจริญเติบโตเปนทารก ซึ่งตรงกับที่นักวิทยาศาสตรในปจจุบันคนพบ โดยที่พระองคมิไดทรงใชเครื่องมือใดๆ เลย นอกจากการทำสมาธิ และที่สำคัญหากผูใดปฏิบัติตามคำสอนของพระองค ก็จะมีปญญาฉลาดรอบรูไดเชนกัน ๖๗ พุทธประวัติ www.kalyanamitra.org
  • 69. พระพุทธศาสนา..ศาสนาแหงสันติภาพ www.kalyanamitra.org
  • 70. พระพุทธศาสนาเปนศาสนาแหงสันติภาพ ที่เผยแผสูชาวโลกดวยความสงบ โดยไมบังคับใหใครเชื่อ แตใหไตรตรองหาเหตุผลกอน แลวจึงพิสูจนดวยการลงมือปฏิบัติตาม ดวยเหตุนี้จึงทำใหชาวพุทธมีนิสัยรักความสงบ มีเหตุมีผล ไมชอบความรุนแรง ดังจะเห็นไดวา ๒,๕๐๐ กวาปที่ผานมา ไมเคยมีสงครามระหวางศาสนาพุทธกับศาสนาอื่นเลย ดังนั้น ถาหากมนุษยทุกคนปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธองค สันติภาพโลกจะบังเกิดขึ้นอยางแนนอน ๖๙ พุทธประวัติ www.kalyanamitra.org
  • 71. พระพุทธศาสนา..ศาสนาแหงการดับทุกข www.kalyanamitra.org
  • 72. ลักษณะเดนอีกประการหนึ่งของพระพุทธศาสนา คือ มีคำสอนอันวิเศษ ที่ทำใหเราสามารถขจัดกิเลส ซึ่งเปนสาเหตุของความทุกขใหออกไปจากตัวเราได ดวยการ ทำทาน รักษาศีล และเจริญสมาธิภาวนา เมื่อใดที่บุญบารมีเต็มเปยม ก็จะบรรลุธรรมเปนพระอรหันต กำจัดกิเลสไดหมดสิ้น ไมตองมีความทุกข และไมตองเวียนวายตายเกิดอีก ซึ่งคำสอนอันทรงคุณคาเหลานี้ ไมมีในศาสนาอื่นใด นอกจากศาสนาพุทธ ๗๑ พุทธประวัติ www.kalyanamitra.org
  • 73. ทรงปลงอายุสังขาร www.kalyanamitra.org
  • 74. พระสัมมาสัมพุทธเจาทรงเผยแผศาสนาเปนเวลาถึง ๔๕ ป เพื่อประโยชนสุขของมวลมนุษยชาติ ขณะประทับอยูที่ปาวาลเจดีย ในวันเพ็ญ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ ทรงปลงอายุสังขารวา “นับแตนี้ไปอีก ๓ เดือน ตถาคตจักดับขันธเขาสูนิพพาน” ภายในเวลา ๓ เดือนนั้น ทรงเตรียมการเรื่องการปรินิพพานไวพรอมสรรพ เพื่อใหเกิดความสะดวกกับทุกฝาย และทรงสะสางเรื่องราวทุกอยาง เพื่อใหพระพุทธศาสนาปกหลักมั่นคง พรอมเปนหลักชัยของมนุษยชาติตราบนานเทานาน ๗๓ พุทธประวัติ www.kalyanamitra.org
  • 75. ทำหนาที่ครูเปนครั้งสุดทาย www.kalyanamitra.org
  • 76. กอนเสด็จดับขันธปรินิพพาน ทรงมีเมตตาทำหนาที่ครูเปนครั้งสุดทาย ดวยการถามวามีใครยังไมเขาใจอะไรบาง แตปรากฏวาไมมีใครสงสัยในพระธรรมวินัยเลย พระอานนทจึงกราบทูลวา “นาอัศจรรยยิ่งนักที่ไมมีภิกษุแมเพียงรูปเดียวสงสัยใน พระรัตนตรัยและขอปฏิบัติใดๆ เลย” จากนั้นพระพุทธองคไดประทานปจฉิมโอวาทวา “ภิกษุทั้งหลาย เราขอเตือนเธอเปนครั้งสุดทายวา สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมไปเปนธรรมดา เธอทั้งหลายจงยังความไมประมาทใหถึงพรอมเถิด” ๗๕ พุทธประวัติ www.kalyanamitra.org
  • 77. เสด็จดับขันธปรินิพพาน www.kalyanamitra.org
  • 78. เมื่อประทานปจฉิมโอวาทเสร็จสิ้นแลว พระสัมมาสัมพุทธเจาไดเสด็จดับขันธปรินิพพาน ในเวลาใกลรุงของคืนวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ เมื่อพระชนมายุได ๘๐ พรรษา ตรงตามเวลาที่ทรงปลงอายุสังขารไว โดยทรงปรินิพพานอยางสงางามดวยการทำสมาธิเขาฌานสมาบัติ มีพระอนุรุทธะ ผูเปนเลิศทางดานตาทิพย เปนพยานรูเห็นการปรินิพพานของพระองคทุกขั้นตอน หลังจากปรินิพพาน ๗ วัน มีการถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ ในวันแรม ๘ ค่ำ เดือน ๖ เรียกวันนี้วา “วันอัฐมีบูชา” ๗๗ พุทธประวัติ www.kalyanamitra.org
  • 79. แบงพระบรมสารีริกธาตุ www.kalyanamitra.org
  • 80. พระสัมมาสัมพุทธเจา ศาสดาเอกของโลก ทรงเปนที่เคารพบูชาอยางสูงสุดของมนุษย เทวดา และพรหม เมื่อพระองคเสด็จดับขันธปรินิพพานแลว กษัตริยหลายเมืองไดมาขอพระบรมสารีริกธาตุ ไปประดิษฐานในสถูปเพื่อบูชากราบไหว แมพระอินทรก็ยังเสด็จมาอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ไปประดิษฐานไว ณ มหาจุฬามณีเจดีย ในสวรรคชั้นดาวดึงส เพื่อใหเทวดาทั้งหลายสักการบูชา ๗๙ พุทธประวัติ www.kalyanamitra.org
  • 81. วิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก www.kalyanamitra.org
  • 82. พระสัมมาสัมพุทธเจา ทรงเปนบรมครูที่ยิ่งใหญที่สุดของโลก ทรงสั่งสอนชาวโลกจนกระทั่งวาระสุดทายของพระชนมชีพ นำทางชาวโลกใหไปสูสวรรคและนิพพานเปนจำนวนมาก ทรงมีพุทธประวัติที่งดงามหมดจด ชัดเจน ตั้งแตประสูติ ตรัสรู จนกระทั่งปรินิพพาน และทรงเปนบุคคลอัศจรรย ที่ประสูติ ตรัสรู และปรินิพพาน ในวันเดียวกัน คือ วันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๖ หรือ วันวิสาขบูชา ดวยเหตุนี้ องคการสหประชาชาติจึงไดกำหนดให วันวิสาขบูชา เปน “วันสำคัญสากลของสหประชาชาติ” หรือวันสำคัญสากลของโลก ๘๑ พุทธประวัติ www.kalyanamitra.org
  • 83. เกร็ดนารูเกี่ยวกับ พุทธประวัติ www.kalyanamitra.org
  • 84. มากัณฐกะ มีความสำคัญอยางไร มากัณฐกะเปนมาพระที่นั่งของเจาชายสิทธัตถะ เปนมาสหชาติ คือ เกิดวันเดียวกับเจาชายสิทธัตถะ สหชาติกับเจาชายสิทธัตถะมี ๗ อยาง คือ กาฬุทายีอำมาตย นายฉันนะ พระอานนท พระนางยโสธรา มากัณฐกะ ขุมทรัพย ๔ มุมเมือง และตนอัสสัตถพฤกษ (ตนพระศรีมหาโพธิ์) มากัณฐกะจงรักภักดีตอเจาชายสิทธัตถะมาก เมื่อตายแลวไปเกิดในสวรรคชั้นดาวดึงส มีชื่อวา กัณฐกเทวบุตร มีวิมานและอุทยานอันโอฬารพรอมยานพาหนะและบริวารเปนอันมาก สมบัติทิพยเหลานี้บังเกิดขึ้นดวยบุญจากการนำพระโพธิสัตวเสด็จออกบวชดวยความยินดี ๘๓ เกร็ดนารูเกี่ยวกับพุทธประวัติ www.kalyanamitra.org
  • 85. www.kalyanamitra.org
  • 86. www.kalyanamitra.org
  • 87. www.kalyanamitra.org
  • 88. www.kalyanamitra.org
  • 89. นองๆ รูไหมวา.. ?? กวาใครสักคนจะมาเปนพระสัมมาสัมพุทธเจาไดนั้น.. ยากแคไหน และตองอดทนสรางบารมีมานานสักเทาใด? ( µÍºãËŒÃÙŒ กอนไดเปนพระสัมมาสัมพุทธเจา พระโพธิสัตวตองสละชีวิตและอวัยวะ มานับภพนับชาติไมถวน หากจะเปรียบศีรษะที่ทรงสละไป ก็มากกวาผลมะพราว ในชมพูทวีป ดวงตาที่สละไปมากกวาดวงดาวบนฟากฟา เลือดที่สละไปมากกวา น้ำในมหาสมุทร เนื้อที่สละไปมากมายกวาพื้นแผนดิน พระโพธิสัตวยอมสละ ทุกอยางก็เพื่อใหตรัสรูธรรมเปนพระสัมมาสัมพุทธเจา และจะไดชวยสั่งสอน พวกเราใหพนทุกขไปสูฝงพระนิพพาน ๘๘ เกร็ดนารูเกี่ยวกับพุทธประวัติ www.kalyanamitra.org
  • 90. คนเราเลือกเกิดไดหรือเปลาเอย? (ลองตอบในใจดูกอนนะคะ) จริงๆ ^ ä´Œ äÁ‹ä´Œ แลวคนเราเลือกเกิดได แตก็ตองขึ้นอยูกับบุญบารมีของแตละคน เชน พระบรมโพธิสัตวทานสรางบารมีมามาก ทานจึงเลือกเกิดไดตามตองการ คือ ๑. เลือกเวลาที่อายุมนุษยอยูระหวาง ๑๐๐ ป ถึง ๑๐๐,๐๐๐ ป ๒. เลือกเกิด ในชมพูทวีป ๓. เลือกเกิดในมัชฌิมประเทศ (ในกรุงกบิลพัสดุ) ๔. เลือกตระกูลที่คนยกยองคือตระกูลกษัตริย ๕. เลือกผูที่บำเพ็ญบารมี มานานถึงแสนกัปและมีศีล ๕ ครบถวนมาเปนพุทธมารดา ฉะนั้น..ถาเราอยากเลือกเกิดไดก็ตองทำบุญใหมากๆ คือ ทำทาน รักษาศีล และทำสมาธิภาวนาควบคูกันไป ๘๙ เกร็ดนารูเกี่ยวกับพุทธประวัติ www.kalyanamitra.org
  • 91. www.kalyanamitra.org
  • 92. www.kalyanamitra.org
  • 93. วัดใดเปนวัดแหงแรก ในพระพุทธศาสนาและเกิดขึ้นเมื่อไร ( à©ÅÂ วัดเวฬุวัน เปนวัดแหงแรกในพระพุทธศาสนา บริเวณวัดมีกอไผสีเขียวชอุมจำนวนมาก มีกำแพงสูง ๑๘ ศอก พรอมซุมประตู และปอม พระเจาพิมพิสารทรงถวายแดพระสัมมาสัมพุทธเจาเพื่อใหเปนที่ประทับ ของพระพุทธองคและพระภิกษุสงฆในพรรษาที่ ๒ หลังจากที่พระพุทธองค เสด็จไปแสดงพระธรรมเทศนาจนกระทั่งพระเจาพิมพิสารรวมทั้งพราหมณ และคฤหบดีบรรลุโสดาบันถึง ๑๑๐,๐๐๐ คน และอีก ๑๐,๐๐๐ คน เขาถึงไตรสรณคมน วัดเวฬุวันแหงนี้เปนสถานที่ที่พระสัมมาสัมพุทธเจา ประทานโอวาทปาฏิโมกข และเปนศูนยกลางในการเผยแผพระพุทธศาสนา ในระยะเริ่มแรก ทำใหพระพุทธศาสนาเจริญรุงเรืองเปนที่พึ่งของชาวโลกตลอดมา ๙๒ เกร็ดนารูเกี่ยวกับพุทธประวัติ www.kalyanamitra.org
  • 94. หลักธรรมใด ที่เปนหัวใจของพระพุทธศาสนา ใจของพระพุ วันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ ของปถัดมานับจากวันตรัสรู ที่วัดเวฬุวัน ไดเกิดเหตุการณที่เรียกวา quot;จาตุรงคสันนิบาตquot; อันประกอบดวยองค ๔ คือ จาตุ าต ๑.เปนวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ ดวงจันทรเสวยมาฆฤกษ ๒.พระภิกษุ ๑,๒๕๐ รูป มาประชุมกันโดยมิไดนัดหมาย ๓.ทั้งหมดเปนพระอรหันต ๔.ทั้งหมดเปนพระภิกษุที่พระพุทธองคทรงประทานการบวชให วันนั้นเปนวันเริ่มตนของการเผยแผพระพุทธศาสนาอยางเปนระบบระเบียบ โดยพระพุทธองคทรงแสดงหลักธรรมซึ่งเปนหัวใจของพระพุทธศาสนา คือ โอวาทปาฏิโมกข เพื่อประกาศอุดมการณ หลักการ และวิธีการ ในการเผยแผพระพุทธศาสนา เพื่อสรางสันติสุขแกชาวโลก และนำพาชาวโลกใหหลุดพนจากทุกขในสังสารวัฏ ๙๓ เกร็ดนารูเกี่ยวกับพุทธประวัติ www.kalyanamitra.org
  • 95. รูไหมเอยวา...ทำไม ? ? พระสัมมาสัมพุทธเจาเสด็จไปจำพรรษาที่ดาวดึงส ( ÃÙŒáŌǺ͡µ‹Í พ ระสัมมาสัมพุทธเจาเสด็จไปจำพรรษาในสวรรคชั้นดาวดึงส (สวรรคชั้นที่ ๒) เพื่อแสดงธรรมโปรดพุทธมารดา พระพุทธองคทรงประทับเหนือบัณฑุกัมพลศิลา ซึ่งเปนที่ประทับของพระอินทร ทรงแสดงพระอภิธรรมปฎกตลอด ๓ เดือน พุทธมารดาซึ่งไปเกิดเปนเทพบุตรในสวรรคชั้นดุสิตไดเสด็จมาฟงธรรม ที่สวรรคชั้นดาวดึงส เมื่อจบพระธรรมเทศนา เทพบุตรพุทธมารดาได บรรลุโสดาปตติผล เมื่อออกพรรษาพระสัมมาสัมพุทธเจาเสด็จลงจากสวรรค ชั้นดาวดึงส ในพระคัมภีรกลาววา มนุษยจำนวนมหาศาลที่เห็นพระพุทธองค ในวันนั้น ไมมีแมแตคนเดียวที่ไมอยากเปนพระสัมมาสัมพุทธเจา ๙๔ เกร็ดนารูเกี่ยวกับพุทธประวัติ www.kalyanamitra.org
  • 96. องคุลิมาลตัดนิ้วคนมาคลองคอ เพราะอะไร องคุลิมาล เดิมชื่อวา อหิงสกะ ไดไปเรียนวิชาที่เมืองตักกสิลา เรียนเกงกวาศิษยทั้งปวง ตอมาอาจารยผูสอนถูกยุยง ก็คิดจะกำจัดอหิงสกะ จึงสั่งใหไปฆาคนใหครบหนึ่งพันคนแลวจะสอนสุดยอดวิชาให อหิงสกะฆาคนแลวตัดนิ้วมือมาคลองคอ เพื่อใหจำไดวาฆาไปกี่คน จึงมีชื่อวา องคุลิมาล แปลวา ผูเอานิ้วมือมาเปนพวงมาลัยคลองคอ พระสัมมาสัมพุทธเจาทรงหยั่งรูวา องคุลิมาลสามารถจะบรรลุอรหัตผลได จึงเสด็จไปโปรด จนกระทั่งองคุลิมาลหยุดการฆาคน แลวหันมาฆากิเลสแทน ดวยการบวชเปนพระภิกษุ และไดบรรลุธรรมเปนพระอรหันต ๙๕ เกร็ดนารูเกี่ยวกับพุทธประวัติ www.kalyanamitra.org
  • 97. www.kalyanamitra.org
  • 98. www.kalyanamitra.org
  • 99. www.kalyanamitra.org
  • 100. www.kalyanamitra.org
  • 101. ใครอยากได... กายมหาบุรุษ ยกมือขึ้น ลักษณะมหาบุรุษ ๓๒ ประการมีอะไรบาง รูไหมเอย ?!? ลักษณะมหาบุรุษ คือ ลักษณะของบุคคลที่มีอาการ ๓๒ ครบถวนสมบูรณ และมีลักษณะพิเศษ ๓๒ ประการ มากกวาคนทั่วไป เปนลักษณะของผูที่มีบุญบารมีเต็มเปยม พรอมจะมาตรัสรูเปนพระสัมมาสัมพุทธเจา ลักษณะมหาบุรุษเกิดจากการสรางบารมีชนิดเอาชีวิตเปนเดิมพันมาอยางนอย ๔ อสงไขย แสนมหากัป ตัวอยางบางประการของลักษณะมหาบุรุษ ไดแก มีขนขุมละเสน และมีอุณาโลมหวางคิ้วขาวเหมือนสำสี เพราะในอดีตชาติ พูดจริง ไมหลอกลวง มีสีกายดุจทอง เพราะในอดีตชาติไมโกรธ ไมพยาบาท และทำบุญดวยผาเนื้อละเอียดออน มีจักรใตฝาพระบาททัง ๒ ขาง เพราะในอดีตชาติ ้ บรรเทาภัยแกมหาชน เปนตน ใครอยากไดกายมหาบุรุษซึ่งเปนกายที่สมบูรณแบบที่สุด ของมนุษย ก็ตองหมั่นสั่งสมบุญทั้งทาน ศีล ภาวนา และบุญอื่นๆ ทุกบุญอยางตอเนื่อง จนบารมีเต็มเปยม ๑๐๐ เกร็ดนารูเกี่ยวกับพุทธประวัติ www.kalyanamitra.org
  • 102. พระเจาจักรพรรดิคือใคร.. คือพระราชาผูยิ่งใหญกวาราชาทั้งหลาย ทรงปกครองโลกถึง ๔ โลก คือ ๑. โลกที่เราอาศัยอยู ซึ่งในทางพุทธศาสนาเรียกวาชมพูทวีป ๒. อุตตรกุรุทวีป ๓. บุพพวิเทหทวีป ๔. อปรโคยานทวีป ทรงมีแกว ๗ ประการ คือ จักรแกว ชางแกว มาแกว แกวมณี นางแกว คหบดีแกว และขุนพลแกว ซึ่งเปนของวิเศษ มีฤทธิ์มาก เชน จักรแกว สามารถพาพระเจาจักรพรรดิไปไดทั่วทุกทวีป แกวมณีดึงดูดสมบัติ มาเลี้ยงคนทั้งโลกไดโดยไมตองทำมาหากิน นางแกวเปนหญิงงามที่มีผิวกายนุม เนื้ออุนเมื่ออากาศหนาว เนื้อเย็นเมื่ออากาศรอน เปนตน แมการเปนพระเจาจักรพรรดิจะวิเศษถึงเพียงนี้ แตพระบรมโพธิสัตวกลับไมปรารถนาความเปนพระเจาจักรพรรดิเลย เพราะสัพพัญุตญาณที่พระองคปรารถนามีคายิ่งกวา ๑๐๑ เกร็ดนารูเกี่ยวกับพุทธประวัติ www.kalyanamitra.org
  • 103. www.kalyanamitra.org
  • 104. www.kalyanamitra.org
  • 105. www.kalyanamitra.org
  • 106. www.kalyanamitra.org
  • 107. www.kalyanamitra.org
  • 108. www.kalyanamitra.org
  • 109. www.kalyanamitra.org
  • 110. www.kalyanamitra.org
  • 111. www.kalyanamitra.org
  • 112. www.kalyanamitra.org
  • 113. www.kalyanamitra.org
  • 114. www.kalyanamitra.org
  • 115. www.kalyanamitra.org
  • 116. www.kalyanamitra.org
  • 117. www.kalyanamitra.org
  • 118. www.kalyanamitra.org
  • 119. www.kalyanamitra.org
  • 120. www.kalyanamitra.org
  • 121. บทสวดสรรเสริญพระพุทธคุณ (สวดทำนองสรภัญญะ) (นำ) องคใดพระสัมพุทธ (รับพรอมกัน) สุวิสุทธสันดาน ตัดมูลเกลสมาร บ มิหมนมิหมองมัว หนึ่งในพระทัยทาน ก็เบิกบาน คือดอกบัว ราคี บ พันพัว สุวคนธกำจร องคใดประกอบดวย พระกรุณาดังสาคร โปรดหมูประชากร มละโอฆกันดาร ชี้ทางบรรเทาทุกข และชี้สุขเกษมศานต ชี้ทางพระนฤพาน อันพนโศกวิโยคภัย พรอมเบญจพิธจัก- ษุ จรัสวิมลใส เห็นเหตุที่ใกลไกล ก็เจนจบประจักษจริง กำจัดน้ำใจหยาบ สันดานบาปทั้งชายหญิง สัตวโลกไดพึ่งพิง มละบาปบำเพ็ญบุญ ขาฯ ขอประณตนอม ศิรเกลาบังคมคุณ สัมพุทธการุญ- ญ ภาพนั้นนิรันดร ฯ (กราบ) ๑๒๐ บทสวดสรรเสริญพระรัตนตรัย www.kalyanamitra.org
  • 122. บทสวดสรรเสริญพระธรรมคุณ (สวดทำนองสรภัญญะ) (นำ) ธรรมะคือคุณากร (รับพรอมกัน) สวนชอบสาทร ดุจดวงประทีปชัชวาล แหงองคพระศาสดาจารย สองสัตวสันดาน สวางกระจางใจมล ธรรมใดนับโดยมรรคผล เปนแปดพึงยล และเกากับทั้งนฤพาน สมญาโลกอุดรพิสดาร อันลึกโอฬาร พิสุทธิ์พิเศษสุกใส อีกธรรมตนทางครรไล นามขนานขานไข ปฏิบัติปริยัติเปนสอง คือทางดำเนินดุจคลอง ใหลวงลุปอง ยังโลกอุดรโดยตรง ขาฯ ขอโอนออนอุตมงค นบธรรมจำนง ดวยจิตและกายวาจา ฯ (กราบ) ๑๒๑ บทสวดสรรเสริญพระรัตนตรัย www.kalyanamitra.org
  • 123. บทสวดสรรเสริญพระสังฆคุณ (สวดทำนองสรภัญญะ) (นำ) สงฆใดสาวกศาสดา (รับพรอมกัน) รับปฏิบัติมา แตองคสมเด็จภควันต เห็นแจงจตุสัจเสร็จบรร- ลุทางที่อัน ระงับและดับทุกขภัย โดยเสด็จพระผูตรัสไตร ปญญาผองใส สะอาดและปราศมัวหมอง เหินหางทางขาศึกปอง บ มิลำพอง ดวยกายและวาจาใจ เปนเนื้อนาบุญอันไพ- ศาลแดโลกัย และเกิดพิบูลยพูนผล สมญาเอารสทศพล มีคุณอนนต อเนกจะนับเหลือตรา ขาฯ ขอนบหมูพระศรา- พกทรงคุณา- นุคุณประดุจรำพัน ดวยเดชบุญขาอภิวันท พระไตรรัตนอัน อุดมดิเรกนิรัติศัย จงชวยขจัดโพยภัย อันตรายใดใด จงดับและกลับเสื่อมสูญ ฯ (กราบ) ๑๒๒ บทสวดสรรเสริญพระรัตนตรัย www.kalyanamitra.org
  • 124. æÿ∑∏ª√–«—μ‘ ª√– Ÿμ‘ μ√— √Ÿâ ª√‘π‘ææ“π æ√–∫√¡»“ ¥“ —¡¡“ —¡æÿ∑∏‡®â“ ‚§√ß°“√øóôπøŸ»’≈∏√√¡‚≈° „πÕÿª∂—¡¿åæ√–√“™¿“«π“«‘ ÿ∑∏‘Ï (À≈«ßæàÕ∏—¡¡™‚¬) ‡≈¢¡“μ√∞“π “°≈ª√–®”Àπ—ß ◊Õ 978-974-16-4803-0 §≥–ºŸâ®—¥∑” ∑’˪√÷°…“°‘μμ‘¡»—°¥‘Ï æ√–√“™¿“«π“«‘ ÿ∑∏‘Ï (À≈«ßæàÕ∏—¡¡™‚¬) æ√–¿“«π“«‘√‘¬§ÿ≥ (À≈«ßæàÕ∑—μμ™’‚«) ∑’˪√÷°…“ æ√–¡À“ ¥√. ¡™“¬ ü“π«ÿ±⁄‚≤ æ√–«‘…≥ÿ ªê⁄ê“∑’‚ª æ√–∏“π‘π∑√å ªÿê⁄êππ⁄‚∑ æ√– ¡ÿÀåÕ”π«¬»—°¥‘Ï ¡ÿπ‘ °⁄‚° æ√–¡À“‡ ∂’¬√  ÿ«≥⁄≥ü‘‚μ (ª.∏. ˘) ∫√√≥“∏‘°“√∫√‘À“√ æ√– ¡∫—μ‘ √°⁄¢‘μ®‘μ⁄‚μ °Õß∫√√≥“∏‘°“√ æ√–∏’√– π“∂∏¡⁄‚¡ æ√–«’√–æß…å  ÿ¢«Ì‚  æ√–∏π√‘π∑√å  ‘√‘∏‚√ æ√–°≈â“≥√ߧå ê“≥«’‚√ «—π™—¬ ¿—∑√‚°¡≈ √–æ’æ√√≥ „®¿—°¥’ √—¥‡°≈â“ ≈‘Ë«‡©≈‘¡«ß»å  ‘√‘«√√≥ Õπ—πμå ÿ¢ °ÿ≈ «√«√√≥ ∂πÕ¡æß…å πÈ”º÷Èß æÿà¡¡“≈’ ª√“≥’ ™—¬º¥ÿß «√√≥¿“ æ≈°≈“ß πÿ√’ ∫ÿ…ª–‡«» πÿ√“ ∫ÿ…ª–‡«» Õ√ÿ≥’ æ≈°≈“ß ºàÕß»√’ ∑“π“·´ß ∫√‘∫Ÿ√≥å ‚π√’‡«™ ∫ÿ…∫“ ∏“√“ ¡∫—μ‘ √—°™π° ™π–æ≈  ÿæ—μ√“ ªí≠≠“· ß ÕÕ°·∫∫ª° ¿—∑√“ »√’« ÿ∏“ »‘≈ª°√√¡ ¿—∑√“ »√’« ÿ∏“, »ÿ¿«‘™∞å ‡À≈à“‡≈‘»æß…å, ®ÿ≈¡≥’  ÿ√–‚¬∏‘π, æ’√– · ßß“¡,  ‘√‘æ—π∏åÿ  ¡“À“√æ—π∏ÿå ¿“æª√–°Õ∫ æÿ∑∏»‘≈ªá æ‘¡æå§√—Èß∑’Ë Ò ®”π«π Û, ‡≈à¡ «—π∑’Ëæ‘¡æå Úˆ °√°Æ“§¡ æ.». ÚııÒ ≈‘¢ ‘∑∏‘Ï ¡Ÿ≈π‘∏‘∏√√¡°“¬ ‡≈¢∑’Ë Ù À¡Ÿà ¯ μ.§≈Õß Õß Õ.§≈ÕßÀ≈«ß ®.ª∑ÿ¡∏“π’ æ‘¡æå∑’Ë ‚√ßæ‘¡æå ‡Õ . ‡ÕÁ¡. ‡§ æ√‘Èπμ‘Èß ®”°—¥ www.kalyanamitra.org
  • 125. www.kalyanamitra.org