อเมริกาใต้
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 

อเมริกาใต้

on

  • 16,968 views

 

Statistics

Views

Total Views
16,968
Views on SlideShare
15,766
Embed Views
1,202

Actions

Likes
0
Downloads
21
Comments
0

2 Embeds 1,202

http://ecekyo.wordpress.com 1200
http://webcache.googleusercontent.com 2

Accessibility

Upload Details

Uploaded via as Microsoft PowerPoint

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

อเมริกาใต้ อเมริกาใต้ Presentation Transcript

  • เรื่อง ทวีปอเมริกาใต้ ( สถานที่ท่องเที่ยว )
  • จัดทำโดย 1. เด็กชายกฤตเมธ พึ่งเกษ ม . 3/7 เลขที่ 2 2. เด็กชายชโนดม    ลีฬหาชีวะ ม . 3/7 เลขที่ 8 3. เด็กชายชัยธวัช    จินะมูล ม . 3/7 เลขที่ 9 4. เด็กชายฐปณัฏฐ์    กันทะ ม .3/7 เลขที่ 10 5. เด็กชายณัฐพล    ธรรมสิทธิ์ ม .3/7 เลขที่ 14 6. เด็กชายณัฐพล    บุญกล่ำ ม .3/7 เลขที่ 15 7. เด็กชายณัฐวัฒน์ เรือนแก้ว ม .3/7 เลขที่ 16 8. เด็กชายปรินทร์    เยาว์ใจ ม .3/7 เลขที่ 20 9. เด็กชายพงษ์หิรัญ    มาตยาบุญ ม .3/7 เลขที่ 22 10. เด็กชายสิทธิชัย    ยอดลวด ม .3/7 เลขที่ 35
  • ตัวอย่างสถานที่ท่องเที่ยว ใน ทวีปอเมริกาใต้
  • น้ำตกอีกวาซู ( Iguazu Falls) คำว่าอีกวาซู แปลว่า " สายน้ำอันยิ่งใหญ่ " เป็นคำมาจากภาษากวารานี ( Guarani) ชาว อินเดียนแดง เผ่าดั้งเดิม น้ำตกอีกวาซูตั้งอยู่บริเวณรอยต่อพรมแดนระหว่าง ประเทศบราซิล กับ ประเทศอาร์เจนตินา เป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดใน ทวีปอเมริกาใต้ และขึ้นชื่อว่าใหญ่ที่สุดในโลก โดยใหญ่กว่า น้ำตกไนแอการา ประมาณ 30 เท่า อย่างไรก็ตามขนาดของน้ำตกใกล้เคียงกับ น้ำตกวิกตอเรีย ใน ทวีป แอฟ ริกา น้ำตกอีกวาซูเกิดจากแม่น้ำอีกวาซูซึ่งไหลมาจากที่ราบสูงปารานา ตกจากขอบที่ราบสูงขนาดใหญ่ลงสู่พื้นที่ราบต่ำกว่า จึงกลายเป็นน้ำตกขนาดใหญ่เป็นแนวยาวกว่า 4 กิโลเมตร สูงกว่า 269 ฟุต ประกอบด้วยน้ำตกน้อยใหญ่อีก 275 แห่ง ในช่วงฤดูฝนระหว่างเดือนพฤศจิกายนจนถึงเดือนมีนาคมปริมาณน้ำมีมากถึงกว่า 13.6 ล้านลิตรต่อวินาที แต่ในช่วงฤดูร้อน คือระหว่างเมษายนถึงเดือนตุลาคม ปริมาณน้ำจะลดลงเหลือ 2.3 ล้านลิตรต่อวินาที บริเวณรอบ ๆ น้ำตกจะเกิดละอองน้ำอยู่ตลอดเวลาและมีเสียงดังไปไกลกว่า 24 กิโลเมตร บนฝั่งประเทศบราซิลจะมองเห็นน้ำตกได้ทั่วถึงและงดงาม แต่ทางฝั่งประเทศอาร์เจนตินาสามารถเข้าชมน้ำตกได้ใกล้กว่า น้ำตกอีกวาซู
  • น้ำตกอีกวาซู
  • น้ำตกเอนเจล น้ำตกเอนเจล ( Angel Falls) น้ำตก แองเจิลตั้งอยู่กลาง ป่าดงดิบ ใน ประเทศเวเนซุเอลา เป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในโลก สูงกว่า น้ำตกไน แอง การา 18 เท่า มีความสูงกว่า 979 เมตร ซึ่งผู้ที่จะเข้าชมน้ำตกสามารถเข้าไปโดยทาง เรือ และ เครื่องบิน เท่านั้น ซึ่งชื่อน้ำตก มาจากนักบินชาว อเมริกัน จิมมี่ แองเจิล ผู้ค้นพบน้ำตกเป็นคนแรก เมื่อปี ค.ศ. 1935 น้ำตกแห่งนี้มีชื่อเรียกใน ภาษา เป มอน ภาษาของคนพื้นเมืองเวเนซุเอลาว่า " ปาราคุปา - เวนา " ( Parakupa-vena แปลว่า น้ำที่ตกจากจุดที่สูงที่สุด ) หรือ " เคเรปาคุปาอิ เมรู " ( Kerepakupai merú แปลว่า น้ำตกแห่งสถานที่ที่ลึกที่สุด ) หรือ " ชูรุน เมรู " ( Churun-meru แปลว่า น้ำตกสายฟ้า ) เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ . ศ . 2552 ประธานาธิบดี ฮู โก ชาเวซ แห่งเวเนซุเอลาได้ประกาศเปลี่ยนชื่อทางการของน้ำตกนี้เป็นชื่อพื้นเมืองดั้งเดิม คือ เคเรปาคุปาอิ เมรู โดยให้เหตุผลว่า " น้ำตกนี้เป็นของชาวเวเนซุเอลามานมนานก่อนที่ชาวอเมริกัน จิมมี่ แองเจิล จะมาพบ " น้ำตกนี้มีลักษณะประหลาดคือ น้ำไม่สามารถตกถึงพื้นได้ เนื่องจากความสูงของน้ำตกสูงมากทำให้กว่าน้ำตกถึงพื้นมันจะกลายเป็น หมอก ไปซะก่อน ทำให้พื้นที่บริเวณนี้มีหมอกหนาปกคลุมตลอดเวลา
  • น้ำตกเอนเจล
  • มาชูปิกชู มาชูปิกชู ( เกชัว : Machu Picchu) หรือนิยมเรียกอีกชื่อว่า เมืองสาบสูญแห่งอินคา เป็นซากอารยธรรมโบราณของชาว อินคา ตั้งอยู่บนเทือกเขาสูงใน ประเทศเปรู ที่ความสูงประมาณ 2 , 350 เมตร อารยธรรมแห่งนี้ได้ถูกลืมโดยคนภายนอกจนกระทั่งมีการค้นพบอีกครั้งโดยนักโบราณคดีที่ชื่อ ไฮ แรม บิง แฮม เมื่อ พ . ศ . 2454 มาชูปิกชูเป็นหลักฐานที่สำคัญของ จักรวรรดิอินคา ในปี พ . ศ . 2526 องค์กรยูเนสโก ได้กำหนดมาชูปิกชูให้เป็น มรดกโลก โดยทำให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่คนนิยมไปศึกษาประวัติศาสตร์ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 มาชูปิกชูได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน เจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ จากการลงคะนนทั่วโลกทั้งทาง อินเทอร์เน็ต และ โทรศัพท์มือถือ มาชูปิกชู คาดว่าสร้างขึ้นราวปี ค . ศ . 1450 โดย จักรพรรดิปาชากูตี ของชางอินคา มาชูปิกชู ถูกปล่อยทิ้งไว้นับร้อยปี จนกระทั่งชาว สเปน ได้ชัยชนะเหนือ เปรู ใน ค . ศ .1572 และพวกเขาได้รับทราบเรื่องราว และข้อมูลเกี่ยวกับ มาชู ปิกชู มาก่อน แต่ก็ไม่ได้แตะต้องมัน จนกระทั่งนักโบราณคดีได้ค้นพบมันอีกครั้ง และเปิดเผยต่อโลกให้ได้รับรู้ มีหลายทฤษฏีเกี่ยวกับการสร้าง มาชู ปิกชู ขึ้นเช่น บ้างว่าก็เป็นการสร้างเพื่อถวายต่อเทพเจ้า บ้างก็ว่าสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของจักรพรรดิและชาวเมืองอินคา บางทฤษฏีก็กล่าวว่าอาจสร้างขึ้นเพื่อทดลองทางการเกษตรกรรม ในปี ค . ศ 1983 มาชูปิกชู ได้ถูกกำหนดให้เป็น มรดกโลก และในปี 2007 ยังถูกโหวตให้เป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก อีกด้วย
  • มาชูปิกชู
  • เกาะอีสเตอร์ เกาะอีสเตอร์ ( Easter Island) หรือตามภาษาถิ่นเรียกว่า เกาะราปานุย ( Rapa Nui) และในภาษาสเปนเรียกว่า เกาะปัสกวา ( Isla de Pascua) ตั้งอยู่ใน มหาสมุทรแปซิฟิก อยู่ในการปกครองของ ประเทศชิลี ซึ่งเกาะห่างจากฝั่งประเทศชิลีกว่า 3 , 600 กิโลเมตร ไปทางทิศตะวันตก เกาะที่ใกล้เกาะอีสเตอร์มากที่สุดอยู่ห่างฝั่งจากถึง 2 , 000 กิโลเมตร จึงได้ชื่อว่าเป็นสถานที่อันโดดเดี่ยวแห่งหนึ่งของโลก ลักษณะของเกาะมีขนาดเล็ก มีพื้นที่เพียง 160 ตารางกิโลเมตร มีความยาว 25 กิโลเมตร รูปสลักหินขนาดยักษ์ถึงแม้ว่าจะไม่มีรู้ที่มาของชาวพื้นเมืองบนเกาะ แต่ชาวพื้นเมืองก็ได้สร้างรูปสลักยักษ์ขึ้น ซึ่งสร้างจากหินและกากแร่ ภูเขาไฟ หรือ หินบะซอลต์ ซึ่งรูปสลักในยุกแรกจะเป็นรูปสลักคนนั่งคุกเข่าในช่วงประมาณ ค . ศ . 380 ในยุคถัดมาเริ่มต้นตั้งแต่ปี ค . ศ . 1100 จะสลักเป็นรูปที่เรียกว่า โมอาย ( moai) ซึ่งเป็นที่โดดเด่นทั่วไปบนเกาะ
  • เกาะอีสเตอร์
  • รูปปั้นพระเยซูคริสต์ รูปปั้นพระเยซูคริสต์ ( โปรตุเกส : Cristo Redentor; อังกฤษ : Christ the Redeemer) ตั้งอยู่ที่ ยอดเขา กอร์ โกวาดู ประเทศบราซิล มีความสูงราว 38 เมตร ได้รับการออกแบบโดยไฮตอร์ ดา ซิลวา กอสตา ชาวบราซิล และสร้างโดย พอล ลันดอฟ สกี ประติมากรชาวฝรั่งเศสเชื้อสายโปแลนด์ ใช้เวลาในการสร้าง 5 ปี โดยทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 12 ตุลาคม ปี พ . ศ . 2474 รูปปั้นพระเยซูคริสต์นี้ถือเป็นอนุสาวรีย์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของ นครรีโอเด จาเน โร และเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจของชาวบราซิล มีนักท่องเที่ยวเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้ราว 1 , 800 , 000 รายต่อปี
  • รูปปั้นพระเยซูคริสต์
  • ชิมโบราโซ ชิมโบราโซ ( Chimborazo) เป็น ภูเขาไฟ ที่เป็นส่วนหนึ่งของ เทือกเขาแอน ดีส ตั้งอยู่ตอนกลางของ ประเทศเอกวาดอร์ อเมริกาใต้ ห่างจากกรุง กี โต ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 150 กิโลเมตร เป็นภูเขาไฟที่สงบแล้ว การระเบิดครั้งสุดท้ายเกิดเมื่อประมาณ ค.ศ. 640 ± 500 ปี ยอดเขาชิมโบราโซ มีความสูง 6 , 268.2 เมตร จากระดับน้ำทะเล ยอดเขาชิมโบราโซนี้ได้รับการบันทึกว่าเป็นจุดที่สูงที่สุดในโลก เมื่อวัดจากจุดศูนย์กลางโลก เป็นระยะทาง 6 , 384 , 412 เมตร (6 , 384 กิโลเมตร ) จากแกนโลกถึงยอดเขา แต่เมื่อวัดจากระดับน้ำทะเล จะเตี้ยกว่า ยอดเขาเอ เวอเรสต์ 2 , 150 เมตร ชิมโบราโซ
  • มอนเตวิเดโอ มอนเตวิเดโอ ( Montevideo) ภาษาสเปน ออกเสียง [ monteβi'ðeo] ( มอนเตบีเดโอ ) เป็นเมืองหลวง เมืองใหญ่ที่สุด และเมืองท่าหลักของ ประเทศอุรุกวัย เนื่องจากมีขนาดใหญ่มากกว่าเมืองอื่นในประเทศถึงสองเท่า มอนเตวิเดโอจึงถูกจัดเป็น เอกนคร มอนเตวิเดโอ
  • อาเรกีปา อาเรกีปา ( Arequipa)  มีฐานะเป็นเมืองสำคัญอันดับ 2 ของเปรูแม้จะอยู่ห่างไกลจากกรุงลิมา   โดดเดี่ยวอยู่กลางทะเลทรายและขุนเขา   แต่ก็เป็นเส้นทางที่เชื่อมเขตเหมืองเงินในโบลิเวียเข้ากับเขตชายฝั่ง   เมืองแห่งนี้จึงเติบโตขึ้นโดยมีประชากรเชื้อสายสเปนอาศัยอยู่มากที่สุด   และมีอิทธิพลวัฒนธรรมยุโรปกล้าแข็งอย่างยิ่ง   ตึกรามส่วนใหญ่สร้างจากหินภูเขาไฟสีขาว   ปี 1514 กษัตริย์สเปนทรงยกย่องเมืองโอเอซีสที่เชิงภูเขาไฟมิสติ   (Misti) แห่งนี้ว่าเป็น   เมืองอันทรงเกียรติ   จงรัก   และศรัทธาต่อพระแม่แห่งหุบเขาอาเรกีปาอันงดงามอย่างที่สุด   ชาวอินเดียเผ่าไอย์มาราผู้อาศัยอยู่ตามริมฝั่งแม่น้ำชิลี   (Chili)  ในเขตหุบเขาเรียกที่นี่ว่า   อารีเกปา   (Ariquepa)  แปลว่า   ดินแดนหลังเทือกเขาสูง
  • อาเรกีปา
  • ทะเลแคริบเบียน ทะเลแคริบเบียน ( Caribbean Sea เป็นทะเลเขตร้อนในซีกโลกตะวันตก ส่วนหนึ่งของมหาสมุทรแอตแลนติก ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของอ่าวเม็กซิโก ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของแผ่นเปลือกโลกแคริบเบียน โดยทางทิศใต้จดทวีปอเมริกาใต้ ทางทิศตะวันตกและทิศใต้จดประเทศเม็กซิโกและอเมริกากลาง และทางทิศเหนือและทิศตะวันออกจดหมู่เกาะแอนทิลลิส ได้แก่ เกาะคิวบา เกาะฮิสปันโยลา เกาะจาเมกา และเกาะเปอร์โตริโกในหมู่เกาะแอนทิลลิสใหญ่ตั้งอยู่ทางทิศเหนือ ส่วนหมู่เกาะแอนทิลลิสน้อย ( เช่น เกาะแองกวิลลา เกาะโดมินิกา เกาะเซนต์ลูเซีย ) อยู่ทางทิศตะวันออก พื้นที่ทั้งหมดของทะเลแคริบเบียน หมู่เกาะต่าง ๆ ในทะเลนี้ และชายฝั่งที่ติดต่อกัน รวมเรียกกันในชื่อภูมิภาคแคริบเบียน ทะเลแคริบเบียนเป็นหนึ่งในทะเลน้ำเค็มที่ใหญ่ที่สุด มีเนื้อที่ประมาณ 2 , 754 , 000 ตารางกิโลเมตร (1 , 063 , 000 ตารางไมล์ )[1] จุดที่ลึกที่สุดของทะเลนี้คือ Cayman Trough อยู่ระหว่างคิวบาและจาเมกา ที่ความลึก 7 , 686 เมตร (25 , 220 ฟุต ) ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล ชายฝั่งแคริบเบียนมีอ่าวอยู่หลายแห่ง เช่น อ่าวเวเนซุเอลา อ่าวดาเรียน อ่าวโมสกีโตส และอ่าวฮอนดูรัส
  • ทะเลแคริบเบียน
  • วิหารเกลือ วิหารซีปากีรา ( Cathedral of Zipaquira)  อันเลื่องชื่อ   ตัววิหารสร้างขึ้นโดยการขุดเจาะเข้าไปในภูเขาเกลือ   ชาวอินเดียทำเหมืองเกลือมานานหลายศตวรรษแล้ว   ต่อมาจึงถูกพวกสเปนยึดไป   ครั้นถึงช่วงทศวรรษ   1920   อุโมงค์ที่ขุดมีขนาดใหญ่มากจนธนาคารชาติ ( Banco de la Republica)  ตัดสินใจสร้างขึ้นที่วิหารภายใน   อุโมงค์นี้ขุดเจาะจากด้านข้างของภูขาเหนือตัวเมืองเข้าไป   ภายในมืดและอบอวลไปด้วยกลิ่นกำมะถันสุดท้ายจะเห็นเงาตะคุ่มของแท่นบูชาตั้งอยู่แต่ไกลวิหารแห่งนี้สูง 75 ฟุต   จุคนได้   10 , 000 คน แต่ผนังสีดำทะมึนก็ทำให้รู้สึกคล้ายหายใจไม่ทั่วท้องขณะเดินเข้าไป   แม้จะไม่เป็นสีขาว   แต่ทั้งหมดก็เป็นเกลือบริสุทธิ์   75%   การทำเหมืองเกลือยังดำเนินอยู่ต่อไปในส่วนอื่นของภูเขา   ชาวโคลอมเบียมักคุยด้วยความภูมิใจว่าภูเขาแห่งนี้สามารถผลิตเกลือเลี้ยงคนทั้งโลกได้อีกกว่า 100 ปีทีเดียว
  • วิหารเกลือ
  • เทือกเขาแอนดีส เทือกเขาแอนดีส เป็นเทือกเขาที่วางตัวขนานกับด้านตะวันตกของทวีปอเมริกาใต้ เป็นเทือกเขาที่ยาวที่สุดในโลก พาดผ่าน 6 ประเทศตั้งแต่ โคลัมเบีย เอกวาดอร์ เปรู โบลิเวีย อาร์เจนตินา และ ชิลี เทือกเขาเกิดจากแนวรอยปะทะกันของแผ่นเปลือกโลก 2 แผ่นปะทะกันเป็นเวลานานหลายล้านปี โดยแผ่นเปลือกโลกอเมริกาใต้กดทับแผ่นเปลือกโลกนาซกา โดยแนวเทือกเขาแอนดิสจะมีความสูงขึ้นเรื่อยๆทุกปีและมียอดเขาที่สูงที่สุดคือ ยอดเขา อะคองกากัว เทือกเขาแอนดิสบริเวณประเทศโบลิเวียมีที่ราบสูงที่ชาวโบลีเวียเรียกว่า อัลติพลาโน ( altiplano) หรือที่ราบสูงโบลิเวีย ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองหลวงของประเทศโบลิเวียชื่อเมืองลาปาซซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลมากที่สุดในโลกสูง และบริเวณที่ราบสูงโบลิเวียนี้ก็เป็นที่ตั้งของทะเลสาบติติกากาซึ่งตั้งอยู่พรมแดนระหว่างประเทศเปรูกับประเทศโบลิเวียและได้ชื่อว่าเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลมากที่สุดในโลกด้วย แนวเขาในเขตประเทศเปรูเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำ อาเมซอนที่ความยาวเป็นอันดับ 2 ของโลก บริเวณตอนใต้ของเทือกเขาแอนดิสเป็นที่ราบเชิงเขาอยู่เขตรอยต่อระหว่างประเทศอาร์เจนตินากับประเทศชิลี และเรียกบริเวณนั้นว่าที่ราบสูงปาตาโกเนีย เทือกเขาแอนดีสครอบคลุมระยะทาง 4 , 500 ไมล์   แนวสันเขามีลักษณะคล้ายเป็นกระดูกสันหลังของทวีป   โดยเหยียดตัวยาวจากโคลอมเบียไปยังอาร์เจนติน่า   ประกอบด้วยทิวเขาที่ทอดขนานกันไปหลายเทือก   เรียกว่า   กอร์ดิเยร่า   (cordilleras)  ทิวเขาในประเทศเปรูมีเส้นทางให้นักเดินเท้าป่ายปีนขึ้นไปยังยอดเขาที่สูงที่สุดได้ไม่ยากนัก
  • เทือกเขาแอนดีส
  • หมู่เกาะกาลาปาโกส หมู่เกาะกาลาปาโกสประกอบด้วย 13 เกาะ   เกาะเล็ก 6 เกาะ      และเกาะน้อยอีก 42 เกาะ กระจายกันอยู่ในอาณาเขต 30 , 000 ตารางไมล์   ตัวเกาะเป็นชั้นลาวาซึ่งเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟใต้น้ำ   ทับถมกันอยู่บนชั้นหินบะซอลต์   เกาะเหล่านี้ไม่เคยเชื่อมต่อกับแผ่นดินใหญ่   แต่ผุดพ้นผิวน้ำขึ้นมาอย่างเป็นเอกเทศตลอดช่วงหนึ่งล้านปีที่ผ่านมา   การเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงของเปลือกโลกปรากฏร่องรอยอันเด่นชัดอยู่บนเกาะอิซาเบลา   ที่นี่มีภูเขาไฟเรียงกันอยู่ถึง 5 ลูกและสูงถึง 5 , 600 ฟุต   ภูเขาไฟเซียร์ราเนกรา ( Sierra Negra)  มีปากปล่องใหญ่เป็นอันดับสองของโลก   โดยวัดเส้นผ่าศูนย์กลางได้ถึง   6 ไมล์ทีเดียว หมู่เกาะกาลาปาโกส
  • มหัศจรรย์ของผืนป่า อุทยานแห่งชาติตอร์เรส เดล ไปย์เน ซ่อนตัวอยู่ในเทือกเขาแอนดีสทางตอนใต้เป็น ศูนย์อนุรักษ์ธรรมชาติที่เพิ่งเปิดตัวขึ้นใหม่   มีพื้นที่   630   ตารางไมล์   ป่าผืนนี้ต่างจากป่าในเปรูและโบลิเวียตรงที่ไม่มีคนเข้าไปอยู่อาศัย   ภูมิประเทศที่โดดเด่น   มีทั้งธารน้ำแข็ง   ทะเลสาบ   และฝูงสัตว์นานพันธุ์   ทำให้ที่นี่เหมาะแก่การเดินเที่ยวที่สุดในโลก   เวลาที่เหมาะจะมาเที่ยวที่สุดอยู่ในช่วงเดือนธันวาคมถึงมีนาคม   จุดตั้งต้นการเดินทางอยู่ที่เมืองปวยร์โต   นาตาเลส ( Puerto Natales)  ที่เล็กและเงียบเหงา   ตั้งอยู่ข้างอ่าวอูลติโม   เอสเปรันซ่า   (Ultimo Esperanza)  มีธุรกิจโรงแรมของครอบครัวอยู่บ้าง   ภัตตาคารแถบนี้มีปูยักษ์เป็นอาหารจานเด็ด   เรือท่องเที่ยวจะออกจากนาตาเลสตรงไปยังลำธารน้ำแข็งในละแวกใกล้เคียง   และยังมีถ้ำขนาดใหญ่ที่มีการค้นพบซากตัวสล็อท ( sloth) ในยุคไมลาดอน ( Myladon) ในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ปัจจุบันกลายเป็นสถานที่ปิกนิกและมีรูปหล่อพลาสติกของตัวสล็อทตั้งอยู่เท่านั้น อุทยานแห่งนี้ครอบคลุมเส้นทางเดินหลายสาย   เป็นระยะทางกว่า 150 ไมล์   ตามรายทางจะมีที่พักอยู่เป็นจุดๆเรียกว่า   เรฟูคิโอ ( refugio) สร้างขึ้นหยาบๆด้วยไม้และสังกะสี   แทบไม่พอกันลมกันฝน    
  • อุทยานแห่งชาติตอร์เรส เดล ไปย์เน
  • มิซิโอเนสและเมืองโบราณของพวกเยซูอิต เมืองมิซิโอเนส   (Misioness)  ตั้งอยู่ในเขตภูมิอากาศแบบกึ่งเขตร้อน   ทางสุดปลายด้านตะวันออกเฉียงเหนือของอาร์เจนติน่า   เกรแฮม   การท่องเที่ยวในแถบนี้มักเริ่มต้นที่เมืองโปซาดัส   ( Posadas)    ซึ่งมีเที่ยวบินบินมาจากกรุงบวยโนสไอย์เรสเป็นประจำทุกวันในตัวเมืองจะไม่ค่อยมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ   มีเพียงสนามบินเล็กๆ           ปัจจุบันซานอิกนาซิโอ มินี ( San Ignacio Mini)  จัดเป็นเมืองศาสนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพวกเยซูอิต   ตัวเมืองเป็นศิลปะแบบเยซูอิต   แต่มีสะพานคอนกรีตของกองทัพซึ่งออกแบบโดยอดีตผู้ว่าฯตั้งอยู่ด้วย   สภาพแวดล้อมที่ได้รับการดูแลอย่างดีหนุนส่งให้ซานอิกนาซิโอกลายเป็นสวนอันเงียบสงบและสง่างาม   ซากอาคารศิลายุคอาณานิคมมีตะไคร่น้ำเขียวชอุ่มขึ้นปกคลุมเป็นชั้นบางๆ เมืองมิซิโอเนส
  • Cartagena การ์ตาเคนา   เด   อินเดียส   (Cartagena de Indias)  อาจเป็นเมืองที่โรแมนติกที่สุดและคนรู้จักน้อยที่สุด   ตัวเมืองตั้งอยู่บนฝั่งทะเลแคริบเบียน อบอวลไปด้วยความร้อน เสียงดนตรีและความฝันอันเริงโลด   เมืองป้อมปราการของชาวสเปนแห่งนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิตชีวา แต่การ์ตาเคนาก็เติบโตขึ้นเรื่อยๆมีหาดทรายไนต์คลับ   บาร์ และร้านอาหาร สะท้อนให้เห็นถึงอุปนิสัยสบายๆและเฉื่อยชาของผู้คนแถบชายฝั่ง ประวัติเมืองการ์ตาเคนาเป็นเหมือนการผจญภัยในนิทาน   ชาวสเปนก่อตั้งเมืองขึ้นเมื่อปี 1533   และเจริญขึ้นอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นเมืองท่าที่สำคัญบนฝั่งแคริบเบียนตลอดจนเป็นประตูเปิดสู่อาณาจักรอเมริกาใต้   แต่เมื่อทองคำซึ่งแย่งชิงมาจากชาวอินเดีย ถูกบรรทุกลงเรือส่งไปยังเมืองกาดีซ   ( Cadiz)  การ์เตเคนาก็ตกเป็นเป้าโจมตีของพวกโจรสลัดในน่านน้ำทะเลแคริบเบียนในทันที ในช่วงศตวรรษที่ 16 การ์ตาเคนาถูกพวกโจรและโจรสลัดปิดล้อมไม่ต่ำกว่า 5 ครั้ง ครั้งที่เลวร้ายที่สุด คือ การเข้าปล้นของเซอร์ฟรานซิส   เดร็ก ( Francis Drake)  เมือ่ปี 1586   สามารถรีดเงินค่าไถ่จากชาวเมืองได้ถึง   10   ล้านเปโซ   หลังจากนั้นไม่นานกษัตริย์สเปนทรงตัดสินพระทัยสร้างป้อมปราการขึ้นบนเมืองท่าแห่งนี้อย่างที่จะไม่ให้ใครพิชิตได้   การสร้างกำแพงและเชิงแท่นศิลาต้องใช้เวลานานหลายทศวรรษ   และดูยิ่งใหญ่อย่างไม่เคยปรากฏมา   การบุกโจมตีของพวกโจรสลัดยังคงดำเนินอยู่ต่อไปแต่ก็ไม่สำเร็จเหมือนก่อน   และแม้จะต้องเผชิญกับการปิดล้อมโจมตีจากอังกฤษและฝรั่งเศสการ์ตาเคนาก็ยังอยู่รอดปลอดภัยมาได้
  • Cartagena
  • กรุงลิมา นครหลวงของโลกใหม่ ฟรานซิสโก ปิซารร์โอร ก่อตั้งกรุงลิมาเมื่องันที่ 18 มกราคม ค . ศ . 1535 ทั้งๆที่ชัยภูมิแถบนี้ไม่เอื้ออำนวยต่อการตั้งถิ่นฐานเนื่องจากฝนแล้ง มีแผ่นดินไหวบ่อย ฤดูหนาวท้องฟ้ามัวหม่น และมีหมอกลงจัดแต่ทหารของเขาเห็นว่าที่นี่เป็นทางหนีออกสู่ทะเลเร็วทีสุด ถ้าชาวอินเดียก่อกบฏ พวกเขาไม่คิดด้วยซ้ำว่าที่ราบโล่งกว้างแห่งนี้จะกลายเป็นเมืองหลวงทางการทหารและการเมืองของโลกใหม่   โดยมีอุปราชปกครองต่อกันมาถึง 40 คน ก่อนจะได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นนครหลวงของประเทศเปรูในปี 1821 จัตุรัสอาร์มัส ( Plaza deArmas) เป็นศูนย์กลางอำนาจของอาณานิคมใหม่มาหลายศตวรรษ และบังคงเป็นจัตุรัสอันคึกคักและสวยที่สุดในเมือง ตรงกลางจัตุรัสมีส่วนกุหลาบ น้ำพุเห็นและม้านั่งที่พวกหนุ่มสาวชอบมานั่งคุยกัน มีเด็กรับจ้างขัดรองเท้า นอกจากนี้ยังมีครอบครัวที่มาถ่ายรูปกันในวันอาทิตย์โดยยึดเอาทำเนียบประธานาธิบดี ( Palacio Presidencial) เป็นฉากหลัง ฐานตัวอาคารนั้นเป็นฐานเดิมที่ปิซารร์โรสร้างขึ้น แต่ตัวอาคารด้านหน้าเป็นของที่ทำขึ้นใหม่ในต้นทศวรรษ 1900 สมัยที่จอมเผด็จการเอากุสโต เลกียาครองอำนาจ เมื่อประธานาธิบดี อลัน การ์เซียขึ้นครองอำนาจในปี 1985 เขาได้ยกเลิกการใช้หมวกเกราะแบบ ปรัสเซีย ปรับปรุงเครื่องแบบทหารองครักษ์เสียใหม่ ปัจจุบันคุณสามารถไปชมเครื่องแบบทหารองครักษ์ที่ทันสมัยกว่าได้ในช่วงเปลี่ยนเวรตอนบ่ายโมงตรงของทุกวัน ซ้ำยังจะได้ชมการเดินแถวของทหารซึ่งยังคงรักษารูปแบบเดิมไว้ทุกประการ
  • กรุงลิมา   นครหลวง ของโลกใหม่
  • เทศกาลคาร์นิวัล มีที่ใดบ้างที่จะปิดกิจการงานทั่วประเทศปีละสี่วันสี่คืนเพื่อจัดขบวนแห่อันหรูหราเอิกเกริกและร่ำดื่มสุรากันอย่างสนุกสนาน แต่เดิมคาร์นิวัลเป็นงานฉลองของพวกนอกศาสนา ก่อนกลายมาเป็นงานเทศกาลทางคริสต์ศาสนาของยุโรปในช่วงปลายฤดูหนาว และเป็นงานรื่นเริงงานสุดท้ายก่อนเข้าสู่ฤดูถือบช 40 วัน แล้วจึงตามมาด้วยเทศกาลอีสเตอร์ [ คาร์เนวัลเพี้ยนมาจากคำว่า   คาร์เนวาเล ( carne vale)  ในภาษาอิตาเลียนแปลว่า ลาขาดจากเนื้อ ] งานคาร์นิวัลในบราซิลมีต้นตอมาจากเทศกาลเอนตรูโด ( entrudo) ชองชาวโปรตุเกสในช่วงก่อนถึงฤดูบวช มีการเล่นสาดน้ำ - โคลน และแป้งใส่กันจนถึงขั้นเจ็บตัวกลับไป บราซิลจึงสั่งห้ามการละเล่นนี้ตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 แต่ทุกวันนี้ยังมีการเล่นกันอยู่ในโบลิเวียและอาร์เจนตินา                งานคาร์นิวัลที่นครฮิโอ เด จาเนย์โรจัดเป็นงานที่โด่งดังที่สุดของบราซิล และถือเป็นประเพณีว่าจะต้องจัดขึ้นทุกปีมาตั้งแต่ทศวรรษ 1930 อันเป็นช่วงเดียวกับที่แต่ละเขตนำการเต้นรำชุดสวยๆและเพลงประกอบเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของขบวนแห่ ครั้นถึงปี 1932 ก็เริ่มมีการประชันขันแข่งกันจนถูกเรียกขานว่า คณะแซมบ้า ( escolas de samba) เพลงแซมบ้ามีต้นกำเนิดมาจากดนตรีในแถบแอฟริกาตะวันตกที่มีกลองเสียงทุ้มต่ำเป็นตัวนำ ในภาคใต้ของบราซิลจะถือว่าดนตรีจังหวะนี้เป็นสัญลักษณ์ของงานคาร์นิวัล
  • งานคาร์นิวัล
  • จบการนำเสนอ ครับ