Collaborative Learning Model through Social Media for Supporting Communications Project-based Learning for Postgraduate Students. [NEC2012]
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 

Collaborative Learning Model through Social Media for Supporting Communications Project-based Learning for Postgraduate Students. [NEC2012]

on

  • 1,316 views

ปณิตา วรรณพิรุณ และวีระ สุภะ. (๒๕๕๕). ...

ปณิตา วรรณพิรุณ และวีระ สุภะ. (๒๕๕๕). รูปแบบการเรียนรู้ร่วมกันผ่านสื่อสังคมออนไลน์เพื่อสนับสนุนการเรียนด้วยโครงงานนิเทศศาสตร์สาหรับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา. เอกสารประกอบการประชุมวิชาการระดับชาติด้านอีเลิร์นนิง บูรณาการการเรียนรู้ออนไลน์ประชาคมอาเชียน: นโยบายและกระบวนการ ประจำปี ๒๕๕๕ (National e-Learning Conference 2012 Integrating ASEAN Online learning: Policy and Process) ๑๔-๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๕. นนทบุรี. หน้า ๑๖๑-๑๖๙.

Statistics

Views

Total Views
1,316
Views on SlideShare
1,316
Embed Views
0

Actions

Likes
0
Downloads
31
Comments
0

0 Embeds 0

No embeds

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

Collaborative Learning Model through Social Media for Supporting Communications Project-based Learning for Postgraduate Students. [NEC2012] Collaborative Learning Model through Social Media for Supporting Communications Project-based Learning for Postgraduate Students. [NEC2012] Document Transcript

  • Session หนารูปแบบการเรียนการสอนแบบรวมมือดวยระบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู C1_6 123Model of Collaborative Learning Using Learning ActivityManagement Systemณมน จีรังสุวรรณ, ธนยศ สิรโชดก ิการออกแบบเว็บไซตและบทเรียนอิเล็กทรอนิกสที่เหมาะสมสําหรับ C1_7 131อีเลิรนนิงในอาเซียน: กรอบวัฒนธรรมที่ควรคํานึงถึงProper Design of Website and Electronic Courseware for e-Learning in ASEAN : Cultural framework for Considerationจินตวีร คลายสังขการพัฒนาสื่อฝกอบรมออนไลน เรื่อง เครือขายสังคมออนไลน เพื่อการเรียน C1_8 140การสอน สําหรับโครงการมหาวิทยาลัย ไซเบอรไทย (Facebook)Development of Web-based Training on Social Network forLearning and Teaching of Thailand Cyber University Projectชนากานต ปนวิเศษ, ปณิตา วรรณพิรุณ, ณมน จีรังสุวรรณการพัฒนารูปแบบการนิเทศทางไกลสําหรับนิสิตฝกประสบการณวิชาชีพ C1_9 147ธีรวดี ถังคบุตรการใชกระบวนการเขียนบล็อกแบบรวมมือกันในวิชาภาษาอังกฤษ: พัฒนา B2_1 152ทัศนคติ คุณภาพ และ ปริมาณงานเขียนApplication of a Collaborative Blogging in EFL Classroom:Improving Attitude, Quality and Quantity in Writingดารารัตน คําภูแสนรูปแบบการเรียนรูรวมกันผานสื่อสังคมออนไลนเพื่อสนับสนุนการเรียนดวย B2_2 161โครงงานนิเทศศาสตรสําหรับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาCollaborative Learning Model through Social Media forSupporting Communications Project-based Learning forPostgraduate Studentsปณิตา วรรณพิรุณ, วีระ สุภะผลการบูรณาการการเรียนรูดวยเครือขายสังคมกับ e-Learning B2_3 170Effects of Integrated Learning using Social Media with e-Learningปรัชญนันท นิลสุข, ปณิตา วรรณพิรุณ
  • รูปแบบการเรียนรูรวมกันผานสื่อสังคมออนไลนเพื่อสนับสนุนการเรียนดวยโครงงานนิเทศ ศาสตรสาหรับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา ํ Collaborative Learning Model through Social Media for Supporting Communications Project-based Learning for Postgraduate Students ดร.ปณิตา วรรณพิรุณ1, ดร.วีระ สุภะ2 1 ภาควิชาครุศาสตรเทคโนโลยี คณะครุศาสตรอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกลาพระนครเหนือ (panitaw@kmutnb.ac.th) 2 สาขาวิชานิเทศศาสตร คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยนอรทกรุงเทพ (wera.su@northbkk.ac.th) ABSTRACT through social media, communications project- based learning activities, and summarize the project, 3) synopsis step; project presentation and This objective the study was to develop the summative evaluation. collaborative learning through social media 3. communications project-based learning activities model for supporting communications project- consisted of six steps as followed: 1) thinking and based learning for postgraduate students. The choosing the topic of the project, 2) search the research comprised of 3 steps: 1) analyzing and involve documents, 3) write the structure of synthesizing relevant literature and in-depth projects: project preview, 4) doing the project, 5) interview 7 experts opinion, 2) develop the writing the report of project, and 6) presentation collaborative learning through social media the project’s product, showing, and evaluation. model for supporting communications project- 4. The postgraduate students’ post-test score for the based learning for postgraduate students, and 3) problem solving skills were significantly higher than study the phenomena of using a collaborative the pre-test score in the problem solving skills at .05 learning through social media model for significant level. supporting communications project-based learning. The samples were 22 postgraduate students, Ramkhamhaeng University. They were Keywords: instructional model, collaborative learning, chosen by multistage random sampling. The social media, project-based learning, communications instruments consisted of in-depth interview form project-based learning, postgraduate students. for expert opinion, learning management system for project-based learning in communication, and problem solving skill evaluation form. Data บทคัดยอ were statistically analyzed by arithmetic mean, standard deviation, and t-test dependent. The research findings were as follows: 1. The collaborative learning through social การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงคเพื่อพัฒนารูปแบบการเรียนรู media model for supporting communications รวมกันผานสื่อสังคมออนไลนเพื่อสนับสนุนการเรียนดวย project-based learning for postgraduate students consisted of nine components as followed: 1) โครงงานนิเทศศาสตรสําหรับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา instructional objectives, 2) student’s role,3) instructor’s role, 4) communications project- การวิ จัย แบง ออกเป น 3 ขั้น ตอน คื อ 1) การวิ เ คราะหแ ละ based learning activities, 5) scaffolding, 6) สัง เคราะห ก รอบแนวคิ ด ในการพั ฒ นารู ป แบบการเรี ย นรู instructional control, 7) communication and interaction,8) instructional media and resources, รวมกันผานสื่อสังคมออนไลนเพื่อสนับสนุนการเรียนดวย and 9) measurement and evaluation. โครงงานนิ เ ทศศาสตร แ ละสั ม ภาษณเ ชิ งลึ ก ผู เ ชี่ย วชาญ 7 2. Collaborative learning activities through social media model for supporting ทาน 2) การพัฒนารูปแบบการเรียนรู รวมกันผานสื่อสังคม communications project-based learning consisted of three steps as followed: 1) ออนไลนเพื่อสนับสนุนการเรียนดวยโครงงานนิเทศศาสตร introduction step; orientation, and project group สําหรับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา และ 3) การศึกษาผล formation, 2) instruction step; study of the contents, collaborative learning activities 161
  • การใชรูปแบบการเรียนรูรวมกันผานสื่อสังคมออนไลน 4. นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาที่เรียนโดยใชรูปแบบการเพื่ อ สนั บ สนุ น การเรี ย นด ว ยโครงงานนิ เ ทศศาสตร เรียนรูรวมกันผานสื่อสังคมออนไลนเพื่อสนับสนุนการเรียนสําหรับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา กลุมตัวอยางที่ใชใน ดวยโครงงานนิเทศศาสตรที่พัฒนาขึ้นมีคะแนนทักษะการการวิจัย คือ นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัย แกปญหาสูงขึ้นอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05รามคําแหง จํานวน 22 คน จากการสุมแบบหลายขั้นตอน คําสําคัญ: รูปแบบการเรียนการสอน, การเรียนรูรวมกัน, สื่อใชเวลาในการทดลอง 12 สัปดาห เครื่องมือที่ใชในการ สังคมออนไลน, การเรียนดวยโครงงาน, โครงงานนิเทศวิจัย คือ แบบสัมภาษณเชิงลึกของผูเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการ ศาสตร, นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาออกแบบกิ จ กรรมการเรี ย นรู ร ว มกั น ผ า นสื่ อ สั ง คมออนไลน เ พื่ อ สนั บ สนุ น การเรี ย นด ว ยโครงงานนิ เ ทศศาสตร ระบบบริหารจัดการการเรียนรูรวมกันผานสื่อ 1) บทนําสั ง คมออนไลน เ พื่ อ สนั บ สนุ น การเรี ย นด ว ยโครงงาน เทคโนโลยีทางดานสารสนเทศและการสื่อสาร (Informationนิเทศศาสตร และแบบวัดทักษะการแกปญหา วิเคราะห and Communications Technology) สื่อสังคมออนไลนขอมูลโดยใชคาเฉลี่ย สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ t-test (social media) ผานเครือขายสังคมออนไลน (social network)dependent มีอิทธิพลตอการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต กระบวนการทํางานผลการวิจัยพบวา และการเรี ย นของมนุ ษ ย ใ นป จ จุ บั น ก อ ให เ กิ ด สั ง คมยุ ค1. รูปแบบการเรียนรูรวมกันผานสื่อสังคมออนไลนเพื่อ สารสนเทศที่ใช เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในสนับสนุน การเรีย นดวยโครงงานนิ เทศศาสตรสําหรั บ การทํา งาน การใช ชีวิต ประจํา วั นและการเรี ยนรู โดยใชนั ก ศึ ก ษ าร ะดั บ บั ณ ฑิ ต ศึ กษ า ประ กอบด วย 9 เทคโนโลยี เ ว็ บ 2.0 และระบบเครื อ ข าย อิ น เทอร เน็ ต เป นองคประกอบ คือ 1) วัตถุประสงคการเรียน 2) บทบาท สื่ อ กลางในการติ ด ต อระหว า งผู เ รี ย นและผู ส อน ผู เ รี ย นผูเรียน 3) บทบาทผูสอน 4) กิจกรรมการเรียนการสอน สามารถเรียนได โดยไม มีข อจํากัดในเรื่องเวลาและสถานที่ดวยโครงงานนิเทศศาสตร5) การเสริมสรางศักยภาพ 6) เปนการสรางโอกาสและความเสมอภาคในการเรียนรูใหแกผูการควบคุมการเรียนการสอน 7) การติดตอสื่อสารและ เรียน ผูเรียนสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู ไดอยางรวดเร็วกอใหปฏิสัมพันธ 8) สื่อการสอนและแหลงเรียนรู และ 9) การ เกิดสังคมแห งการเรียนรู ในการ ผู เรียนเปลี่ยนบทบาทจากวัดและประเมินผล ผูเรียนที่รับการถายทอดความรู จากผูสอน (passive learner)2. ขั้นตอนการเรียนรูรวมกันผานสื่อสังคมออนไลนเพื่อ เป นผู เ รี ย นที่ มี ค วามกระตื อ รื อ ร น ในการเรี ย นรู (activeสนับสนุน การเรีย นดวยโครงงานนิ เทศศาสตรสําหรั บ learner) โดยผูเรียนเปนผูคิดตัดสินใจเลือกเนื้อหาในการเรียนนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา ประกอบดวย 3 ขั้นตอน การจัด ลําดับการเรียนรู การควบคุมเสนทางในการเรียนและคือ 1) ขั้นนําเขาสูบทเรียน ประกอบดวยการ การนํ า เสนอผลงาน ปฏิสัม พั น ธ ร ะหว างผู เ รี ย นกั บ ผู ส อนปฐมนิเทศ และการจัดกลุมโครงงาน 2) ขั้นการเรียนการ ผู เ รี ย นกั บ ผู เ รี ย น ผู เ รี ย นกั บ เนื้ อ หา และผู เ รี ย นกั บสอน ประกอบด ว ย การนํ า เสนอเนื้ อ หา การเรี ย นรู สิ่งแวดลอมในการเรียนรู ซึ่งเปนการสรางบรรยากาศในการรวมกันผานสื่อสังคมออนไลน การทําโครงงานนิเทศ แลกเปลี่ยนเรียนรูรวมกันระหวางผูเรียน (Bonk and Graham,ศาสตร และการสรุปโครงงาน 3) ขั้นสรุป ประกอบดวย 2004)การนําเสนอโครงงานและประเมินผลการเรียน การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในยุคปจจุบัน จึงจําเปนตอง3. ขั้นตอนการทําโครงงานนิเทศศาสตร ประกอบดวย 6 มีการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศนใหทันสมัยและสอดคลองกับขั้นตอน คือ 1) การคิดและเลือกหัวขอโครงงาน 2) ศึกษา สภาพการเรียนรูของผูเรียน โดยการประยุกตใชสื่อสังคมเอกสารที่เกี่ยวของ 3) การเขียนเคาโครงของโครงงาน 4) ออนไลน เชน facebook, twitter, youtube, multiply ในการการปฏิบั ติโ ครงงาน 5) การเขีย นรายงาน และ 6) การ เพิ่มชองทางในการสื่อสารและสรางปฏิสัมพันธในการเรียนนําเสนอผลงาน การแสดงผลงาน และการประเมินผล ระหวางผูเรียนกับผูเรียน ผูเรียนกับผูสอน ผูเรียนกับกลุม 162
  • ผูเชี่ยวชาญ และผูเรียนกับแหลงขอมูล เพื่อใชประโยชน โครงงานนิเทศศาสตรสําหรับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาจากเทคโนโลยี เ ว็ บ 2.0 ในแลกเปลี่ ย นเรี ย นรู 2.3) เพื่ อ เปรี ย บเที ย บคะแนนทั ก ษะการแก ป ญ หาของและสรางเปนชุมชนแหงการเรียนผานสื่อสังคมออนไลน นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาที่เรียนโดยใชรูปแบบการเรียนรูการเรี ยนดวยโครงงานนิเ ทศศาสตร (Communications รวมกันผานสื่อสังคมออนไลนเพื่อสนับสนุนการเรียนดวยproject-based learning) เปนรูปแบบวิธีสอนที่ สงเสริม โครงงานนิเทศศาสตรสําหรับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาสภาวะการเรียนรูภายในชั้นเรียน โดยการนําใหผูเรียนเขาสูก ระบวนการแกป ญ หาที่ ทา ทายและสร า งชิ้น งานได 3) สมมติฐานการวิจัยสําเร็จด วยตนเอง การออกแบบกิจกรรมการเรียนการ นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาที่เรียนโดยใชรูปแบบการเรียนรูสอนดวยโครงงานที่ดจะกระตุนใหผูเรียนเกิดการคนควา ี รวมกันผานสื่อสังคมออนไลนเพื่อสนับสนุนการเรียนดวยอยางกระตือรือรนและใชทักษะการคิดขั้นสูง ในการคิด โครงงานนิเทศศาสตรสําหรับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษามีแกปญหา (Thomas, 1998) ศักยภาพในการรับรูสิ่งของ คะแนนทักษะการแกปญหาหลังเรียนสูงกวากอนเรียนอยางมีผูเรียนจะถูกยกระดับขึ้นเมื่อไดมีสวนรวมในกิจกรรมการ นัยสําคัญทางสถิติแก ป ญ หาที่ มี ค วามหมายและเมื่ อ ผู เ รี ย นได รั บ ความชวยเหลือใหเขาใจวาความรูกับ ทักษะเหลานั้นสัมพันธ 4) ขอบเขตการวิจัยกันดวยเหตุใด เมื่อไหรและอยางไร (Bransford, Brown, 4.1) ประชากรและกลุมตัวอยาง & Conking,2000) ประชากร คือ นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เนนใหผูเรียนเรียนรู รามคําแหง ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2554ร ว มกั น และมี ป ฏิ สัม พั น ธ ผ า นสื่ อ สั ง คมออนไลน เ พื่ อ กลุมตัวอยาง คือ นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยสนับสนุนการเรียนดวยโครงงานนิเทศศาสตร จะทําให รามคําแหง ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2554 จํานวน 22 คนเกิดการเรียนแบบรวมมือเกิดขึ้นบนระบบเครือขาย อัน จากการสุมแบบหลายขั้นตอนส ง ผลให เ กิด ปฏิ สั ม พั น ธ ท างความคิ ด ระหว า งผู สอน 4.2) ตัวแปรในการวิจัยผูเ รีย นและกลุม เพื่อ น เปน การลดขอ จํ ากัดในดานการ ตัวแปรอิสระ คือ รูป แบบการเรียนรูรวมกั นผานสื่ อสังคมเรี ย น โดยกิ จ กรรมเหล า นี้ ส ามารถช ว ยในการพั ฒ นา ออนไลนเพื่อสนับสนุนการเรียนดวยโครงงานนิเทศศาสตรผลสั ม ฤทธิ์ ท างการเรี ย น นิ สั ย ในการเรี ย นด า นความ ตัวแปรตาม คือ คะแนนทักษะการแกปญหา และคะแนนรวมมือซึ่ งกั นและกัน ทั กษะและความสามารถในการ ความพึงพอใจแกปญหา ของผูเรียนไดเปนอยางดี (Bersin, 2004) 4.3) ระยะเวลาที่ใชในการทดลอง 12 สัปดาหจากที่ ก ล า วมาข า งต น จึ ง จํ า เป น ต อ งมี ก ารรู ป แบบการเรียนรูรวมกันผานสื่อสังคมออนไลนเพื่อสนับสนุนการ การเรียนรู การประยุกตสังคม การเรียนเรียนดวยโครงงานนิเทศศาสตรสําหรับ เพื่อเปนแนวทาง รวมกันผานสื่อ ออนไลนเพื่อการ ดวยโครงงานในการประยุกตใชสื่อสังคมออนไลนเพื่อสนับสนุนการ อิเล็กทรอนิกส เรียนการสอน นิเทศศาสตรจัดการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาตอไป การออกแบบระบบการเรียนการสอน2) วัตถุประสงคการวิจัย รูปแบบการเรียนรูรวมกันผานสื่อสังคมออนไลนเพื่อสนับสนุน2.1) เพื่อพัฒนารูปแบบการเรียนรูรวมกันผานสื่อสังคม การเรียนดวยโครงงานนิเทศศาสตรออนไลน เ พื่ อ สนั บ สนุ น การเรี ย นด ว ยโครงงานนิ เ ทศศาสตรสําหรับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา2.2) เพื่อศึกษาผลของการใช รูปแบบการเรียนรูรวมกันผ า นสื่ อ สั ง คมออนไลน เ พื่ อ สนั บ สนุ น การเรี ย นด ว ย 163
  • รูปที่ 1: กรอบแนวคิดการพัฒนารูปแบบการเรียนรู ดวยโครงงานนิเทศศาสตร ประกอบดวย 9 องคประกอบรวมกันผานสื่อสังคมออนไลนเพือสนับสนุนการเรียน ่ คือ 1) วัตถุประสงคการเรียน 2) บทบาทผูเรียน 3) บทบาทดวยโครงงานนิเทศศาสตรสําหรับนักศึกษาระดับ ผูสอน 4) กิจ กรรมการเรี ยนการสอนด วยโครงงานนิเ ทศบัณฑิตศึกษา ศาสตร5) การเสริมสรางศักยภาพ 6) การควบคุมการเรียนการ5) วิธีดําเนินการวิจัย สอน 7) การติดตอสื่อสารและปฏิสัมพันธ 8) สื่อการสอนระยะที่ 1 การวิเคราะหและสังเคราะห กรอบแนวคิดใน และแหลงเรียนรู และ 9) การวัดและประเมินผลการพั ฒ นารู ป แบบการเรี ย นรู ร ว มกั น ผ า นสื่ อ สั ง คม 2.2) ออกแบบยุทธศาสตรการเรียนรูรวมกันผานสื่อสังคมออนไลน เ พื่ อ สนั บ สนุ น การเรี ย นด ว ยโครงงานนิ เ ทศ ออนไลนเพื่อสนับสนุนการเรียนดวยโครงงานนิเทศศาสตรศาสตร ประกอบด ว ย 3 ขั้ น ตอน คื อ 1) ขั้ น นํ า เข า สู บ ทเรี ย นการวิเคราะหและสังเคราะห ประกอบดวยการปฐมนิเทศ และการจัดกลุมโครงงาน 2) ขั้น1) ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวของกับการพัฒนา การเรียนการสอน ประกอบดวย การนําเสนอเนื้อหา การรูป แบบการเรี ย นการสอน การเรีย นรู ร ว มกัน ผ า นสื่ อ เรียนรูรวมกันผานสื่อสังคมออนไลน การทําโครงงานนิเทศอิเล็กทรอกนิกส การประยุกตใชสื่อสังคมออนไลน เพื่อ ศาสตร และการสรุปโครงงาน 3) ขั้นสรุป ประกอบดวยการการเรียนการสอน และการจัดทําโครงงานนิเทศศาสตร นําเสนอโครงงานและประเมินผลการเรียน2) สั ม ภาษณ เ ชิ ง ลึ ก ผู เ ชี่ ย วชาญ 7 ท า น เกี่ ย วกั บ การ 2.3) ออกแบบยุ ท ธศาสตร ก ารทํ า โครงงานนิ เ ทศศาสตรออกแบบกิ จ กรรมการเรี ย นรู ร ว มกั น ผ า นสื่ อ สั ง คม ประกอบด ว ย 6 ขั้ น ตอน คื อ 1) การคิ ด และเลื อ กหั ว ข อออนไลน เ พื่ อ สนั บ สนุ น การเรี ย นด ว ยโครงงานนิ เ ทศ โครงงาน (ดานวิทยุกระจายเสียงหรือวิทยุโทรทัศน/วีดิทัศนศาสตร ดานประชาสัมพันธ ดานโฆษณา และดานวารสารศาสตร )ระยะที่ 2 การพัฒนารูปแบบการเรียนรูรวมกันผานสื่อ 2) ศึ ก ษาเอกสารที่ เ กี่ ย วข อ ง 3) การเขี ย นเค า โครงของสั ง คมออนไลน เ พื่ อ สนั บ สนุ น การเรี ย นด ว ยโครงงาน โครงงาน 4) การปฏิบัติโครงงาน 5) การเขียนรายงาน และ 6)นิเทศศาสตรสําหรับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา การนําเสนอผลงาน การแสดงผลงาน และการประเมินผลพัฒนารูปแบบการเรียนรูรวมกันผานสื่อสังคมออนไลน 3) ขั้นการพัฒนา (Development)เพื่ อ สนั บ สนุ น การเรี ย นด ว ยโครงงานนิ เ ทศศาสตร 3.1) พัฒนาเครื่องมือตามรูปแบบการเรียนรูรวมกันผานสื่อสําหรับนั กศึกษาระดับ บัณฑิ ตศึกษา ตามขั้น ตอนการ สังคมออนไลนเพื่อสนับสนุนการเรียนดวยโครงงานนิเทศออกแบบระบบการเรียนการสอน (Instructional System ศาสตร ไดแก ระบบบริหารจัดการเรียนรูตามรูปแบบการDesign: ISD) 5 ขั้นตอน ดังนี้ เรียนรูรวมกันผานสื่อสังคมออนไลนเพื่อสนับสนุนการเรียน1) ขั้นการวิเคราะห (Analysis) ด ว ยโครงงานนิ เ ทศศาสตร โ ดยใช MOODLE ร ว มกั บวิเคราะหเนื้อหา สรางแผนภาพมโนทัศนเปนการเริ่มตน FaceBook, Multiply และ YouTube คูมือการใชงานสําหรับขอบเขตเนื้ อหา วิเ คราะหคุ ณลั กษณะและรู ปแบบการ ผูดูแลระบบ และคูมือการเรียนเรียนรู 3.2) พัฒนาแบบวัดทักษะการแกปญหาสําหรับการเรียนดวยของนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา และวิเคราะหบริบทที่ โครงงานนิเทศศาสตร และแบบสอบถามความพึงพอใจของเกี่ยวของกับการเรียนรูรวมกันผานสื่อสังคมออนไลนเพื่อ นักศึกษาสนั บ สนุ น การเรี ย นด ว ยโครงงานนิ เ ทศศาสตร และ 4) ขั้นการนําไปทดลองใช (Implementation)ออกแบบโมดูลของเนื้อหาสําหรับระบบบริหารจัดการ 4.1) การทดสอบแบบหนึ่งตอหนึ่ง (One-to-one testing) โดยเรียนการสอน (LMS) ใหนักศึกษาที่ไมใชกลุมตัวอยาง จํานวน 3 คน เรียนโดยใช2) ขั้นการออกแบบ (Design) รูป แบบที่ พัฒ นาขึ้ น สั ง เกตและการสัม ภาษณ ป ญ หาและ2.1) ออกแบบองคประกอบของรูปแบบการเรียนรู ขอเสนอแนะการใชงาน จากนั้นนําขอมูลมาปรับปรุง แกไขรวมกันผานสื่อสังคมออนไลนเพื่อสนับสนุนการเรียน ขอบกพรองของรูปแบบ 164
  • 4.2) การทดสอบกับกลุมเล็ก (Small group testing) โดย มีขั้นตอนการดําเนินการดังนี้ใหนักศึกษาที่ไมใชกลุมตัวอยาง จํานวน 5 คน เรียนเปน 1) ขันเตรียมการกอนการทดลอง ้กลุม โดยใชรูปแบบที่ปรับปรุงจากการทดสอบแบบหนึ่ง 1.1) ปฐมนิ เ ทศนั ก ศึ ก ษาเกี่ ย วกั บ กิ จ กรรมการเรี ย นตามตอหนึ่ง สังเกตและสัมภาษณ ปญหาและขอเสนอแนะ รู ป แบบการเรี ย นรู ร ว มกั น ผ า นสื่ อ สั ง คมออนไลน เ พื่ อการใช ง าน จากนั้ น นํ า ข อ มู ล มาปรั บ ปรุ ง แก ไ ขข อ สนับสนุนการเรียนดวยโครงงานนิเทศศาสตร วิธีการวัดและบกพรองของรูปแบบ เกณฑประเมินผล และฝกปฏิบัติการใชเครื่องมือตามรูปแบบ4.3) การทดลองนํารอง (Field trial) โดยใหนักศึกษาที่ การเรียนรูรวมกันผานสื่อสังคมออนไลนไมใชกลุมตัวอยาง จํานวน 15 คน แบงเปน 3 กลุม เรียน 1.2) วัดและประเมินผลทักษะการแกปญหากอนเรียนและโดยใชรูปแบบที่ปรับปรุงจากการทดสอบแบบกลุมเล็ก แจงผลการประเมินใหแกนักศึกษา5) ขั้นการประเมินผล (Evaluation) 2) ขันดําเนินการทดลอง ้5.1) ประเมินคุณภาพของรูปแบบการเรียนรูรวมกันผาน 2.1) นักศึกษาเรียนดําเนินกิจกรรมการเรียนตามรูปแบบการสื่อสังคมออนไลนเพื่อสนับสนุนการเรียนดวยโครงงาน เรียนรูรวมกันผานสื่อสังคมออนไลนเพื่อสนับสนุนการเรียนนิเทศศาสตร ดานการออกแบบระบบการเรียนการสอน ดวยโครงงานนิเทศศาสตร เปนระยะเวลา 12 สัปดาหดานการเรียนรูรวมกันผานสื่ออิเล็กทรอนิกส และดาน 2.2) วัดและประเมินผลทักษะการแกปญหาหลังเรียนและแจงการเรีย นดวยโครงงานนิเทศศาสตร โดยผูเชี่ย วชาญ 5 ผลการประเมินใหแกนักศึกษาทาน 2.3) สอบถามความพึงพอใจของนักศึกษาตอการเรียนตาม5.2) ประเมินคุณภาพของระบบบริหารจัดการเรียนรูตาม รู ป แบบการเรี ย นรู ร ว มกั น ผ า นสื่ อ สั ง คมออนไลน เ พื่ อรูป แบบการเรี ย นรู ร ว มกันผ า นสื่ อ สั ง คมออนไลน เ พื่ อ สนับสนุนการเรียนดวยโครงงานนิเทศศาสตรสนั บ สนุ น การเรี ย นด ว ยโครงงานนิ เ ทศศาสตร ด า น สถิติท่ใชในการวิจัย คือ คาเฉลี่ยเลขคณิต สวนเบี่ยงเบน ีเนื้อหาและดานเทคนิค โดยนําระบบบริหารจัดการเรียนรู มาตรฐาน และทดสอบสมมติฐานดวยการทดสอบแบบที t-และคูมือ ที่พัฒนาขึ้นเสนอใหผูเชี่ยวชาญดานเนื้อหา 5 test dependentทา น ประเมิ น คุ ณ ภาพและความเหมาะสมของเนื้ อ หาโครงงานนิ เ ทศศาสตร และผู เ ชี่ ย วชาญด า นเทคนิ ค 5 6) สรุปผลการวิจัยท า น ประเมิ น คุ ณ ภาพและความเหมาะสมของระบบ ตอนที่ 1 รูปแบบการเรียนรูรวมกันผานสื่อสังคมออนไลนบริหารจัดการเรียนรูดานเทคนิค ปรับปรุงระบบบริหาร เพื่อสนับสนุนการเรียนดวยโครงงานนิเทศศาสตรสําหรับจัดการเรียนรูและคูมือ ตามขอเสนอแนะ นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาระยะที่ 3 การศึกษาผลการใชรูปแบบการเรียนรูรวมกัน ตอนที่ 1.1 รูปแบบการเรียนรูรวมกันผานสื่อสังคมออนไลนผ า นสื่ อ สั ง คมออนไลน เ พื่ อ สนั บ สนุ น การเรี ย นด ว ย เพื่อสนับสนุนการเรียนดวยโครงงานนิเทศศาสตรสําหรับโ ค ร ง ง าน นิ เ ท ศ ศ าส ต ร สํ าห รั บ นั กศึ ก ษ า ร ะ ดั บ นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา ประกอบดวย 3 สวน คือบัณฑิตศึกษา 1) องคประกอบของรูปแบบศึกษาผลของการใช รู ปแบบการเรี ยนรูร วมกั น ผานสื่ อ รู ป แบบการเรี ย นรู ร ว มกั น ผ า นสื่ อ สั ง คมออนไลน เ พื่ อสั ง คมออนไลน เ พื่ อ สนั บ สนุ น การเรี ย นด ว ยโครงงาน สนั บ สนุ น การเรี ย นด ว ยโครงงานนิ เ ทศศาสตร สํ า หรั บนิเทศศาสตร สําหรับ นักศึก ษาระดับบัณฑิ ตศึกษา ตาม นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา ประกอบดวย 9 องคประกอบแบบแผนการวิ จั ย แบบ One Group Pretest-Posttest คือDesign (William and Stephen, 2009) O1 X O2 165
  • 1.1) วั ตถุ ป ระสงค การเรีย น คือ เพื่ อ พั ฒนาทั กษะการ ตอนที่ 1.2 ผลการประเมินคุณภาพของรูปแบบการเรียนรูแกปญหาทางนิเทศศาสตร และพัฒนาการทํางานรวมกัน รวมกันผานสื่อสังคมออนไลนเพื่อสนับสนุนการเรียนดวยเปนทีมของนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา โครงงานนิเทศศาสตรสําหรับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา1.2) บทบาทผูเรียน1.3) บทบาทผูสอน ผลการประเมินคุณภาพของรูปแบบการ1.4) กิ จ กรรมการเรี ย นการสอนด ว ยโครงงานนิ เ ทศ เรียนรูรวมกันผานสื่อสังคมออนไลนเพื่อสนับสนุนการเรียนศาสตร ดวยโครงงานนิเทศศาสตร1.5) ฐานการเสริมสรางศักยภาพการเรียนรูของผูเรียนบนระบบบริหารจัดการเรียนรู รายการประเมิน X S.D. ความเหมาะสม1.6) การควบคุมการเรียนการสอนดวยกระบวนการกํากับ 1. องคประกอบของรูปแบบ 4.75 0.50 มากที่สุดตัวเอง 2. กิจกรรมการเรียนรูรวมกัน 4.25 0.50 มาก1.7) การติ ด ต อ สื่ อ สารและปฏิ สั ม พั น ธ ผ า นสื่ อ สั ง คม ผานสื่อสังคมออนไลนออนไลน 3. กิจกรรมการทําโครงงาน 4.75 0.50 มากที่สุด1.8) สื่อการสอนและแหลงเรียนรูบนสื่อสังคมออนไลน นิเทศศาสตร1.9) การวัดและประเมินผลการเรียนรูตามสภาพจริง 4. ความเหมาะสมของรูปแบบ 4.50 0.58 มากที่สุด2) กิจกรรมการเรียนรูรวมกันผานสื่อสังคมออนไลน ในการพัฒนาทักษะการกิจกรรมการเรียนรู รวมกั นผานสื่ อสังคมออนไลน เพื่ อ แกปญหาและการทํางานสนั บ สนุ น การเรี ย น ด ว ยโคร งงานนิ เ ทศศาสต ร รวมกันเปนทีมประกอบดวย 3 ขั้นตอน คือ 5. ความเหมาะสมในการ 4.75 0.50 มากที่สุด2.1) ขั้นนําเขาสูบทเรียน ประกอบดวยการ นํารูปแบบไปใชจริงปฐมนิเทศ และการจัดกลุมโครงงาน จากตารางที่ 1 พบวา รูปแบบการเรียนรูรวมกันผานสื่อสังคม2.2) ขั้นการเรียนการสอน ประกอบดวย การนําเสนอ ออนไลนเพื่อสนับสนุนการเรียนดวยโครงงานนิเทศศาสตรเนื้อหา การเรียนรูรวมกันผานสื่อสังคมออนไลน การทํา มี คุ ณ ภาพด า นองค ป ระกอบของรู ป แบบ กิ จ กรรมการทํ าโครงงานนิเทศศาสตร และการสรุปโครงงาน โครงงานนิ เ ทศศาสตร และมี ค วามเหมาะสมในการนํ า2.3) ขั้ น สรุ ป ประกอบด วยการนํ าเสนอโครงงานและ รูปแบบไปใชจริง มากที่สุด ( X = 4.75, S.D. = 0.50)ประเมินผลการเรียน รองลงมาไดแก ความเหมาะสมของรูปแบบในการพัฒนา3) กิจกรรมการทําโครงงานนิเทศศาสตร ทั ก ษะการแก ป ญ หาและการทํ า งานร ว มกัน เป น ที ม ( X =กิ จ กรรมการทํ า โครงงานนิ เ ทศศาสตร ประกอบด ว ย 4.50, S.D. = 0.58) และ กิจกรรมการเรียนรูรวมกันผานสื่อ6 ขั้นตอน คือ สังคมออนไลน ( X = 4.25, S.D. = 0.50) ตามลําดับ3.1) การคิดและเลือกหัวขอโครงงาน3.2) ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวของ ตอนที่ 2 ผลของการใช รูปแบบการเรีย นรูรวมกั นผานสื่ อ3.3) การเขียนเคาโครงของโครงงาน สังคมออนไลนเพื่อสนับสนุนการเรียนดวยโครงงานนิเทศ3.4) การปฏิบัติโครงงาน ศาสตรสําหรับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา3.5) การเขียนรายงาน ตอนที่ 2.1 ผลการเปรียบเทียบคะแนนทักษะการแกปญหา3.6) การนํ า เสนอผลงาน การแสดงผลงาน และการ ของนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาที่เรียนโดยใช รูปแบบการประเมินผล เรียนรูรวมกันผานสื่อสังคมออนไลนเพื่อสนับสนุนการเรียน ดวยโครงงานนิเทศศาสตร 166
  • ผลการเปรียบเทียบคะแนนทักษะการ 2) กิจกรรมการทําโครงงานแกปญหาของนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาที่เรียนโดยใช นิเทศศาสตรรูป แบบการเรี ย นรู ร ว มกันผ า นสื่ อ สั ง คมออนไลน เ พื่ อ รายการประเมิน X S.D. ความพึงพอใจสนับสนุนการเรียนดวยโครงงานนิเทศศาสตร 2.1) การคิดและเลือกหัวขอ 4.45 0.51 มาก โครงงานคะแนนทักษะ คะแนน X S.D. t-Test Sig. 2.2) ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวของ 4.73 0.46การแกปญหา เต็ม  2.3) การเขียนเคาโครงของ 4.50 0.51 มากที่สุดกอนเรียน 40 15.12 4.12 10.04 * .00 โครงงาน 2.4) การปฏิบัติโครงงาน 4.64 0.49 มากที่สุดหลังเรียน 40 30.45 2.17 2.5) การเขียนรายงาน 4.73 0.46 มากที่สุด*p < .05 2.6) การนําเสนอผลงาน 4.64 0.49 มากที่สุดจากตารางที่ 2 พบวา นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาที่เรียน การแสดงผลงาน และโดยใชรูปแบบการเรียนรูรวมกันผานสื่อสังคมออนไลน การประเมินผลเพื่ อ สนั บ สนุ น การเรี ย นด ว ยโครงงานนิ เ ทศศาสตร รวม 4.65 0.49 มากที่สุดสําหรับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษามีคะแนนทักษะการ ความพึงพอใจในภาพรวม 4.59 0.49 มากที่สุดแกปญหาหลังเรียน ( X = ) จากตารางที่ 3 พบวา นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาที่เรียนโดยสูงกวากอนเรียน ( X = ) ใช รู ป แบบการเรี ย นรู ร ว มกั น ผ า นสื่ อ สั ง คมออนไลน เ พื่ ออยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สนั บ สนุ น การเรี ย นด ว ยโครงงานนิ เ ทศศาสตร มี ค วามพึ ง พอใจในภาพรวมอยูในระดับมากที่สุด ( X = 4.59, S.D. =ตอนที่ 2.2 ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษา ) นักศึกษาพึงพอใจกิจกรรมการเรียนรูรวมกันผานสื่อระดั บ บั ณ ฑิ ต ศึ ก ษาที่ เ รี ย นโดยใช รู ป แบบการเรี ย นรู สังคมออนไลนในภาพรวมอยูในระดับมากที่สุด ( X = 4.53,รวมกันผานสื่อสังคมออนไลนเพื่อสนับสนุนการเรียน S.D. = 0.50) และนักศึกษาพึงพอใจกิจกรรมการทําโครงงานดวยโครงงานนิเทศศาสตร นิเทศศาสตรในภาพรวมอยูในระดับมากที่สุด ( X = 4.65, S.D. = 0.49) ความพึงพอใจของนัก ศึกษาระดั บบัณฑิตศึกษาที่เรียนโดยใชรูปแบบการเรียนรูรวมกันผาน 7) อภิปรายผลการวิจัยสื่อสังคมออนไลนเพื่อสนับสนุนการเรียนดวยโครงงาน 7.1) ผลการศึกษาคะแนนทักษะการแกปญหาของนักศึกษานิเทศศาสตร ระดับบัณฑิตศึกษากอนเรียนและหลังเรียนโดยใชรูปแบบ การเรียนรูรวมกันผานสื่อสังคมออนไลนเพื่อสนับสนุนการ รายการประเมิน X S.D. ความพึงพอใจ เรี ย นด ว ยโครงงานนิ เ ทศศาสตร พบว า นั ก ศึ ก ษาระดั บ1) กิจกรรมการเรียนรูรวมกัน บัณฑิตศึกษาที่เรียนโดยใชรูปแบบการเรียนรูรวมกันผานสื่อผานสื่อสังคมออนไลน สังคมออนไลนเพื่อสนับสนุนการเรียนดวยโครงงานนิเทศ1.1) ขั้นนําเขาสูบทเรียน 4.59 0.50 มากที่สุด ศาสตรสําหรับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษามีคะแนนทักษะ1.2) ขั้นการเรียนการสอน 4.55 0.51 มากที่สุด การแกปญหาหลังเรียนสูงกวากอนเรียน อยางมีนัยสําคัญ1.3) ขั้นสรุป 4.45 0.51 มาก ทางสถิ ติ ที่ ร ะดั บ .05 สอดคล อ งกั บ งานวิ จั ย ของ George รวม 4.53 0.50 มากที่สุด Lucas Educational Foundation (2001) ที่พบวา การเรียนรู 167
  • ดวยโครงงานชวยสรางองคความรูจากการคนควา ผูเรียน ไดแก ความรูเบื้องตนเกี่ยวกับการใชงานคอมพิวเตอร การที่เรียนรูดวยโครงงานจะมีสวนรวมในการเรียนมากขึ้น ใชบริการบนอินเทอรเน็ต เชน การคนหาขอมูลสารสนเทศลดการขาดเรียน เพิ่มทักษะในการเรียนรูแบบรวมมื อ การใช เ ครื่ อ งมื อ ในการติ ด ต อ สื่ อ สาร การใช ง านระบบชวยยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะในการ เครือขายสังคม เปนตนแกปญหาทางการเรียนของผูเรียน ซึ่งสอดคลอง แนวคิด 8.2 ขอเสนอแนะสําหรับการวิจัยครั้งตอไปของ Bonk and Graham (2004) ที่กลาววา กิจกรรมการ 8.2.1 ในการวิจยครั้งนี้ศึกษากลุมทดลองเพียงกลุมเดียว ควร ัเรียนสอนผ านเว็ บ ทําใหผูเ รียนสามารถเรีย นรูได อยา ง ศึกษาเพื่อเปรียบเทียบผลของการเรียนตามรูปแบบที่พัฒนาอิสระ สนั บสนุน ปฏิ สัมพั นธ ระหวางผู เรี ย นกั บผู เรี ย น ขั้นระหวางกลุมทดลองและกลุมควบคุมที่เรียนตามปกติดวยกัน และผูเรียนกับผูสอนโดยการติดตอแบบสวนตัว 8.2.2 ควรศึกษาพัฒนาการของทักษะการคิดแกปญหาของชวยใหการเรียนรูดีขึ้น ผู เ รี ย นในสั ป ดาห ที่ 7 ซึ่ ง ตามทฤษฎี ก ารคิ ด พบว า เป น7.2) ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาตอการเรียน ระยะแรกที่ผูเรียนเริ่มมีพัฒนาการทางดานการคิดโดยใชรูปแบบการเรียนรูรวมกันผานสื่อสังคมออนไลนเพื่อสนับสนุนการเรียนดวยโครงงานนิเทศศาสตร พบวา 9) เอกสารอางอิงนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาที่เรียนโดยใช รูปแบบการ Bersin, J. (2004). The blended learning book: Bestpractices,เรียนรูรวมกันผานสื่อสังคมออนไลนเพื่อสนับสนุนการ proven methodologies, and lessons learned.เรี ย นด ว ยโครงงานนิ เ ทศศาสตร มี ค วามพึ ง พอใจใน San Francisco: Pfeiffer.ภาพรวมอยูในระดับมากที่สุด สอดคลองกับงานวิจัยของ Bonk C. J., and Graham C. R. (2004). Handbook of blended(Driscoll, 2002) ที่พบวาการมีปฏิสัมพันธที่เกิดขึ้นในการ learning: Global perspective local designs.เรียนผานเว็บชวยทําใหผูเรียนมีโอกาสแสดงความคิดเห็น San Francisco, U.S.: Pfeiffer.ได อ ย า งเท า เที ย มกั น และตอบสนองความแตกต า ง Bransford, J., Brown, A., & Cocking, R. (2000). Howระหวางบุคคล การที่ผูเรียนมีปฏิสัมพันธกับผูสอนหรือ people learn: Brain, mind, experience, andกั บ กลุ ม ผู เ รี ย น ช ว ยทํ า ให ก ารจั ด การเรี ย นการสอน school. Washington, DC: National Academyนาสนใจมากยิ่งขึ้น และยังเปนการสนับสนุนการเรียน Press.การสอนที่เนนผูเรี ยนเปนสําคัญ นอกจากนี้ ผูเรียนยั ง Driscoll, M. (2002) Blended Learning: let’s get beyond theสามารถทบทวนกิจกรรมการเรียนการสอนเนื้ อหา และ hype. E-learning, 1 May, 2011.[Online]ฝกทําแบบฝกหัดไดทุกสถานที่ ทุกเวลาที่ตองการ และ Available:เปนการใชเทคโนโลยีใหเกิดประโยชนมากยิ่งขึ้น http://elearningmag.com/ltimagazine George Lucas Educational Foundation. (2001). Project-8) ขอเสนอแนะ based learning research , 1 May,8.1 ขอเสนอแนะสําหรับการนําผลการวิจัยไปใช 2011.[Online] Available:สถาบันการศึกษาที่นํารูปแบบการเรียนรูรวมกันผานสื่อ http://www.edutopia.orgสั ง คมออนไลน เ พื่ อ สนั บ สนุ น การเรี ย นด ว ยโครงงาน Rosenberg M. J. (2006). Beyond e-learning: approachesนิเทศศาสตรไปใช ควรมีการเตรียมความพรอมทางดาน and technologies to enhance organizationalเครื่องมือและระบบโครงสรางพื้นฐานที่จําเปนในการ Knowledge, learning, and performance. Sanเรีย นการสอนแบบผสมผสาน ได แก หอ งปฏิบัติ การ Francisco, U.S.: John Wiley & Sons Inc.คอมพิ วเตอร ระบบเครื อข ายอิน เทอรเ น็ต ควรมีก าร Thomas, J.W. (1998). Project-based learning: Overview.พัฒนาทัก ษะความสามารถทางเทคโนโลยีสารสนเทศ Novato, CA: Buck Institute for Education.และการสื่อสารใหกับผูเรียนกอนทําการเรียนตามรูปแบบ 168
  • William W., and Stephen G. J. (2009). Research methods in education: an introduction. 9th ed. Boston, U.S.: Pearson. 169