Session   หนารูปแบบการเรียนการสอนแบบรวมมือดวยระบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู           C1_6     123Model of Collaborative ...
รูปแบบการเรียนรูรวมกันผานสื่อสังคมออนไลนเพื่อสนับสนุนการเรียนดวยโครงงานนิเทศ                      ศาสตรสาหรับนักศึกษ...
การใชรูปแบบการเรียนรูรวมกันผานสื่อสังคมออนไลน                   4. นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาที่เรียนโดยใชรูปแบบการเพื...
ผูเชี่ยวชาญ และผูเรียนกับแหลงขอมูล เพื่อใชประโยชน                      โครงงานนิเทศศาสตรสําหรับนักศึกษาระดับบัณฑิตศ...
รูปที่ 1: กรอบแนวคิดการพัฒนารูปแบบการเรียนรู                                ดวยโครงงานนิเทศศาสตร ประกอบดวย 9 องคประกอ...
4.2) การทดสอบกับกลุมเล็ก (Small group testing) โดย                      มีขั้นตอนการดําเนินการดังนี้ใหนักศึกษาที่ไมใชก...
1.1) วั ตถุ ป ระสงค การเรีย น คือ เพื่ อ พั ฒนาทั กษะการ                  ตอนที่ 1.2 ผลการประเมินคุณภาพของรูปแบบการเรียนร...
ผลการเปรียบเทียบคะแนนทักษะการ                          2) กิจกรรมการทําโครงงานแกปญหาของนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาที่เรียนโ...
ดวยโครงงานชวยสรางองคความรูจากการคนควา ผูเรียน                     ไดแก ความรูเบื้องตนเกี่ยวกับการใชงานคอมพิวเ...
William W., and Stephen G. J. (2009). Research           methods in education: an introduction. 9th           ed. Boston, ...
Collaborative Learning Model through Social Media for Supporting Communications Project-based Learning for Postgraduate St...
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

Collaborative Learning Model through Social Media for Supporting Communications Project-based Learning for Postgraduate Students. [NEC2012]

1,191 views
1,129 views

Published on

ปณิตา วรรณพิรุณ และวีระ สุภะ. (๒๕๕๕). รูปแบบการเรียนรู้ร่วมกันผ่านสื่อสังคมออนไลน์เพื่อสนับสนุนการเรียนด้วยโครงงานนิเทศศาสตร์สาหรับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา. เอกสารประกอบการประชุมวิชาการระดับชาติด้านอีเลิร์นนิง บูรณาการการเรียนรู้ออนไลน์ประชาคมอาเชียน: นโยบายและกระบวนการ ประจำปี ๒๕๕๕ (National e-Learning Conference 2012 Integrating ASEAN Online learning: Policy and Process) ๑๔-๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๕. นนทบุรี. หน้า ๑๖๑-๑๖๙.

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
1,191
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
40
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Collaborative Learning Model through Social Media for Supporting Communications Project-based Learning for Postgraduate Students. [NEC2012]

  1. 1. Session หนารูปแบบการเรียนการสอนแบบรวมมือดวยระบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู C1_6 123Model of Collaborative Learning Using Learning ActivityManagement Systemณมน จีรังสุวรรณ, ธนยศ สิรโชดก ิการออกแบบเว็บไซตและบทเรียนอิเล็กทรอนิกสที่เหมาะสมสําหรับ C1_7 131อีเลิรนนิงในอาเซียน: กรอบวัฒนธรรมที่ควรคํานึงถึงProper Design of Website and Electronic Courseware for e-Learning in ASEAN : Cultural framework for Considerationจินตวีร คลายสังขการพัฒนาสื่อฝกอบรมออนไลน เรื่อง เครือขายสังคมออนไลน เพื่อการเรียน C1_8 140การสอน สําหรับโครงการมหาวิทยาลัย ไซเบอรไทย (Facebook)Development of Web-based Training on Social Network forLearning and Teaching of Thailand Cyber University Projectชนากานต ปนวิเศษ, ปณิตา วรรณพิรุณ, ณมน จีรังสุวรรณการพัฒนารูปแบบการนิเทศทางไกลสําหรับนิสิตฝกประสบการณวิชาชีพ C1_9 147ธีรวดี ถังคบุตรการใชกระบวนการเขียนบล็อกแบบรวมมือกันในวิชาภาษาอังกฤษ: พัฒนา B2_1 152ทัศนคติ คุณภาพ และ ปริมาณงานเขียนApplication of a Collaborative Blogging in EFL Classroom:Improving Attitude, Quality and Quantity in Writingดารารัตน คําภูแสนรูปแบบการเรียนรูรวมกันผานสื่อสังคมออนไลนเพื่อสนับสนุนการเรียนดวย B2_2 161โครงงานนิเทศศาสตรสําหรับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาCollaborative Learning Model through Social Media forSupporting Communications Project-based Learning forPostgraduate Studentsปณิตา วรรณพิรุณ, วีระ สุภะผลการบูรณาการการเรียนรูดวยเครือขายสังคมกับ e-Learning B2_3 170Effects of Integrated Learning using Social Media with e-Learningปรัชญนันท นิลสุข, ปณิตา วรรณพิรุณ
  2. 2. รูปแบบการเรียนรูรวมกันผานสื่อสังคมออนไลนเพื่อสนับสนุนการเรียนดวยโครงงานนิเทศ ศาสตรสาหรับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา ํ Collaborative Learning Model through Social Media for Supporting Communications Project-based Learning for Postgraduate Students ดร.ปณิตา วรรณพิรุณ1, ดร.วีระ สุภะ2 1 ภาควิชาครุศาสตรเทคโนโลยี คณะครุศาสตรอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกลาพระนครเหนือ (panitaw@kmutnb.ac.th) 2 สาขาวิชานิเทศศาสตร คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยนอรทกรุงเทพ (wera.su@northbkk.ac.th) ABSTRACT through social media, communications project- based learning activities, and summarize the project, 3) synopsis step; project presentation and This objective the study was to develop the summative evaluation. collaborative learning through social media 3. communications project-based learning activities model for supporting communications project- consisted of six steps as followed: 1) thinking and based learning for postgraduate students. The choosing the topic of the project, 2) search the research comprised of 3 steps: 1) analyzing and involve documents, 3) write the structure of synthesizing relevant literature and in-depth projects: project preview, 4) doing the project, 5) interview 7 experts opinion, 2) develop the writing the report of project, and 6) presentation collaborative learning through social media the project’s product, showing, and evaluation. model for supporting communications project- 4. The postgraduate students’ post-test score for the based learning for postgraduate students, and 3) problem solving skills were significantly higher than study the phenomena of using a collaborative the pre-test score in the problem solving skills at .05 learning through social media model for significant level. supporting communications project-based learning. The samples were 22 postgraduate students, Ramkhamhaeng University. They were Keywords: instructional model, collaborative learning, chosen by multistage random sampling. The social media, project-based learning, communications instruments consisted of in-depth interview form project-based learning, postgraduate students. for expert opinion, learning management system for project-based learning in communication, and problem solving skill evaluation form. Data บทคัดยอ were statistically analyzed by arithmetic mean, standard deviation, and t-test dependent. The research findings were as follows: 1. The collaborative learning through social การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงคเพื่อพัฒนารูปแบบการเรียนรู media model for supporting communications รวมกันผานสื่อสังคมออนไลนเพื่อสนับสนุนการเรียนดวย project-based learning for postgraduate students consisted of nine components as followed: 1) โครงงานนิเทศศาสตรสําหรับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา instructional objectives, 2) student’s role,3) instructor’s role, 4) communications project- การวิ จัย แบง ออกเป น 3 ขั้น ตอน คื อ 1) การวิ เ คราะหแ ละ based learning activities, 5) scaffolding, 6) สัง เคราะห ก รอบแนวคิ ด ในการพั ฒ นารู ป แบบการเรี ย นรู instructional control, 7) communication and interaction,8) instructional media and resources, รวมกันผานสื่อสังคมออนไลนเพื่อสนับสนุนการเรียนดวย and 9) measurement and evaluation. โครงงานนิ เ ทศศาสตร แ ละสั ม ภาษณเ ชิ งลึ ก ผู เ ชี่ย วชาญ 7 2. Collaborative learning activities through social media model for supporting ทาน 2) การพัฒนารูปแบบการเรียนรู รวมกันผานสื่อสังคม communications project-based learning consisted of three steps as followed: 1) ออนไลนเพื่อสนับสนุนการเรียนดวยโครงงานนิเทศศาสตร introduction step; orientation, and project group สําหรับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา และ 3) การศึกษาผล formation, 2) instruction step; study of the contents, collaborative learning activities 161
  3. 3. การใชรูปแบบการเรียนรูรวมกันผานสื่อสังคมออนไลน 4. นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาที่เรียนโดยใชรูปแบบการเพื่ อ สนั บ สนุ น การเรี ย นด ว ยโครงงานนิ เ ทศศาสตร เรียนรูรวมกันผานสื่อสังคมออนไลนเพื่อสนับสนุนการเรียนสําหรับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา กลุมตัวอยางที่ใชใน ดวยโครงงานนิเทศศาสตรที่พัฒนาขึ้นมีคะแนนทักษะการการวิจัย คือ นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัย แกปญหาสูงขึ้นอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05รามคําแหง จํานวน 22 คน จากการสุมแบบหลายขั้นตอน คําสําคัญ: รูปแบบการเรียนการสอน, การเรียนรูรวมกัน, สื่อใชเวลาในการทดลอง 12 สัปดาห เครื่องมือที่ใชในการ สังคมออนไลน, การเรียนดวยโครงงาน, โครงงานนิเทศวิจัย คือ แบบสัมภาษณเชิงลึกของผูเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการ ศาสตร, นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาออกแบบกิ จ กรรมการเรี ย นรู ร ว มกั น ผ า นสื่ อ สั ง คมออนไลน เ พื่ อ สนั บ สนุ น การเรี ย นด ว ยโครงงานนิ เ ทศศาสตร ระบบบริหารจัดการการเรียนรูรวมกันผานสื่อ 1) บทนําสั ง คมออนไลน เ พื่ อ สนั บ สนุ น การเรี ย นด ว ยโครงงาน เทคโนโลยีทางดานสารสนเทศและการสื่อสาร (Informationนิเทศศาสตร และแบบวัดทักษะการแกปญหา วิเคราะห and Communications Technology) สื่อสังคมออนไลนขอมูลโดยใชคาเฉลี่ย สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ t-test (social media) ผานเครือขายสังคมออนไลน (social network)dependent มีอิทธิพลตอการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต กระบวนการทํางานผลการวิจัยพบวา และการเรี ย นของมนุ ษ ย ใ นป จ จุ บั น ก อ ให เ กิ ด สั ง คมยุ ค1. รูปแบบการเรียนรูรวมกันผานสื่อสังคมออนไลนเพื่อ สารสนเทศที่ใช เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในสนับสนุน การเรีย นดวยโครงงานนิ เทศศาสตรสําหรั บ การทํา งาน การใช ชีวิต ประจํา วั นและการเรี ยนรู โดยใชนั ก ศึ ก ษ าร ะดั บ บั ณ ฑิ ต ศึ กษ า ประ กอบด วย 9 เทคโนโลยี เ ว็ บ 2.0 และระบบเครื อ ข าย อิ น เทอร เน็ ต เป นองคประกอบ คือ 1) วัตถุประสงคการเรียน 2) บทบาท สื่ อ กลางในการติ ด ต อระหว า งผู เ รี ย นและผู ส อน ผู เ รี ย นผูเรียน 3) บทบาทผูสอน 4) กิจกรรมการเรียนการสอน สามารถเรียนได โดยไม มีข อจํากัดในเรื่องเวลาและสถานที่ดวยโครงงานนิเทศศาสตร5) การเสริมสรางศักยภาพ 6) เปนการสรางโอกาสและความเสมอภาคในการเรียนรูใหแกผูการควบคุมการเรียนการสอน 7) การติดตอสื่อสารและ เรียน ผูเรียนสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู ไดอยางรวดเร็วกอใหปฏิสัมพันธ 8) สื่อการสอนและแหลงเรียนรู และ 9) การ เกิดสังคมแห งการเรียนรู ในการ ผู เรียนเปลี่ยนบทบาทจากวัดและประเมินผล ผูเรียนที่รับการถายทอดความรู จากผูสอน (passive learner)2. ขั้นตอนการเรียนรูรวมกันผานสื่อสังคมออนไลนเพื่อ เป นผู เ รี ย นที่ มี ค วามกระตื อ รื อ ร น ในการเรี ย นรู (activeสนับสนุน การเรีย นดวยโครงงานนิ เทศศาสตรสําหรั บ learner) โดยผูเรียนเปนผูคิดตัดสินใจเลือกเนื้อหาในการเรียนนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา ประกอบดวย 3 ขั้นตอน การจัด ลําดับการเรียนรู การควบคุมเสนทางในการเรียนและคือ 1) ขั้นนําเขาสูบทเรียน ประกอบดวยการ การนํ า เสนอผลงาน ปฏิสัม พั น ธ ร ะหว างผู เ รี ย นกั บ ผู ส อนปฐมนิเทศ และการจัดกลุมโครงงาน 2) ขั้นการเรียนการ ผู เ รี ย นกั บ ผู เ รี ย น ผู เ รี ย นกั บ เนื้ อ หา และผู เ รี ย นกั บสอน ประกอบด ว ย การนํ า เสนอเนื้ อ หา การเรี ย นรู สิ่งแวดลอมในการเรียนรู ซึ่งเปนการสรางบรรยากาศในการรวมกันผานสื่อสังคมออนไลน การทําโครงงานนิเทศ แลกเปลี่ยนเรียนรูรวมกันระหวางผูเรียน (Bonk and Graham,ศาสตร และการสรุปโครงงาน 3) ขั้นสรุป ประกอบดวย 2004)การนําเสนอโครงงานและประเมินผลการเรียน การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในยุคปจจุบัน จึงจําเปนตอง3. ขั้นตอนการทําโครงงานนิเทศศาสตร ประกอบดวย 6 มีการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศนใหทันสมัยและสอดคลองกับขั้นตอน คือ 1) การคิดและเลือกหัวขอโครงงาน 2) ศึกษา สภาพการเรียนรูของผูเรียน โดยการประยุกตใชสื่อสังคมเอกสารที่เกี่ยวของ 3) การเขียนเคาโครงของโครงงาน 4) ออนไลน เชน facebook, twitter, youtube, multiply ในการการปฏิบั ติโ ครงงาน 5) การเขีย นรายงาน และ 6) การ เพิ่มชองทางในการสื่อสารและสรางปฏิสัมพันธในการเรียนนําเสนอผลงาน การแสดงผลงาน และการประเมินผล ระหวางผูเรียนกับผูเรียน ผูเรียนกับผูสอน ผูเรียนกับกลุม 162
  4. 4. ผูเชี่ยวชาญ และผูเรียนกับแหลงขอมูล เพื่อใชประโยชน โครงงานนิเทศศาสตรสําหรับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาจากเทคโนโลยี เ ว็ บ 2.0 ในแลกเปลี่ ย นเรี ย นรู 2.3) เพื่ อ เปรี ย บเที ย บคะแนนทั ก ษะการแก ป ญ หาของและสรางเปนชุมชนแหงการเรียนผานสื่อสังคมออนไลน นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาที่เรียนโดยใชรูปแบบการเรียนรูการเรี ยนดวยโครงงานนิเ ทศศาสตร (Communications รวมกันผานสื่อสังคมออนไลนเพื่อสนับสนุนการเรียนดวยproject-based learning) เปนรูปแบบวิธีสอนที่ สงเสริม โครงงานนิเทศศาสตรสําหรับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาสภาวะการเรียนรูภายในชั้นเรียน โดยการนําใหผูเรียนเขาสูก ระบวนการแกป ญ หาที่ ทา ทายและสร า งชิ้น งานได 3) สมมติฐานการวิจัยสําเร็จด วยตนเอง การออกแบบกิจกรรมการเรียนการ นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาที่เรียนโดยใชรูปแบบการเรียนรูสอนดวยโครงงานที่ดจะกระตุนใหผูเรียนเกิดการคนควา ี รวมกันผานสื่อสังคมออนไลนเพื่อสนับสนุนการเรียนดวยอยางกระตือรือรนและใชทักษะการคิดขั้นสูง ในการคิด โครงงานนิเทศศาสตรสําหรับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษามีแกปญหา (Thomas, 1998) ศักยภาพในการรับรูสิ่งของ คะแนนทักษะการแกปญหาหลังเรียนสูงกวากอนเรียนอยางมีผูเรียนจะถูกยกระดับขึ้นเมื่อไดมีสวนรวมในกิจกรรมการ นัยสําคัญทางสถิติแก ป ญ หาที่ มี ค วามหมายและเมื่ อ ผู เ รี ย นได รั บ ความชวยเหลือใหเขาใจวาความรูกับ ทักษะเหลานั้นสัมพันธ 4) ขอบเขตการวิจัยกันดวยเหตุใด เมื่อไหรและอยางไร (Bransford, Brown, 4.1) ประชากรและกลุมตัวอยาง & Conking,2000) ประชากร คือ นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เนนใหผูเรียนเรียนรู รามคําแหง ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2554ร ว มกั น และมี ป ฏิ สัม พั น ธ ผ า นสื่ อ สั ง คมออนไลน เ พื่ อ กลุมตัวอยาง คือ นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยสนับสนุนการเรียนดวยโครงงานนิเทศศาสตร จะทําให รามคําแหง ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2554 จํานวน 22 คนเกิดการเรียนแบบรวมมือเกิดขึ้นบนระบบเครือขาย อัน จากการสุมแบบหลายขั้นตอนส ง ผลให เ กิด ปฏิ สั ม พั น ธ ท างความคิ ด ระหว า งผู สอน 4.2) ตัวแปรในการวิจัยผูเ รีย นและกลุม เพื่อ น เปน การลดขอ จํ ากัดในดานการ ตัวแปรอิสระ คือ รูป แบบการเรียนรูรวมกั นผานสื่ อสังคมเรี ย น โดยกิ จ กรรมเหล า นี้ ส ามารถช ว ยในการพั ฒ นา ออนไลนเพื่อสนับสนุนการเรียนดวยโครงงานนิเทศศาสตรผลสั ม ฤทธิ์ ท างการเรี ย น นิ สั ย ในการเรี ย นด า นความ ตัวแปรตาม คือ คะแนนทักษะการแกปญหา และคะแนนรวมมือซึ่ งกั นและกัน ทั กษะและความสามารถในการ ความพึงพอใจแกปญหา ของผูเรียนไดเปนอยางดี (Bersin, 2004) 4.3) ระยะเวลาที่ใชในการทดลอง 12 สัปดาหจากที่ ก ล า วมาข า งต น จึ ง จํ า เป น ต อ งมี ก ารรู ป แบบการเรียนรูรวมกันผานสื่อสังคมออนไลนเพื่อสนับสนุนการ การเรียนรู การประยุกตสังคม การเรียนเรียนดวยโครงงานนิเทศศาสตรสําหรับ เพื่อเปนแนวทาง รวมกันผานสื่อ ออนไลนเพื่อการ ดวยโครงงานในการประยุกตใชสื่อสังคมออนไลนเพื่อสนับสนุนการ อิเล็กทรอนิกส เรียนการสอน นิเทศศาสตรจัดการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาตอไป การออกแบบระบบการเรียนการสอน2) วัตถุประสงคการวิจัย รูปแบบการเรียนรูรวมกันผานสื่อสังคมออนไลนเพื่อสนับสนุน2.1) เพื่อพัฒนารูปแบบการเรียนรูรวมกันผานสื่อสังคม การเรียนดวยโครงงานนิเทศศาสตรออนไลน เ พื่ อ สนั บ สนุ น การเรี ย นด ว ยโครงงานนิ เ ทศศาสตรสําหรับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา2.2) เพื่อศึกษาผลของการใช รูปแบบการเรียนรูรวมกันผ า นสื่ อ สั ง คมออนไลน เ พื่ อ สนั บ สนุ น การเรี ย นด ว ย 163
  5. 5. รูปที่ 1: กรอบแนวคิดการพัฒนารูปแบบการเรียนรู ดวยโครงงานนิเทศศาสตร ประกอบดวย 9 องคประกอบรวมกันผานสื่อสังคมออนไลนเพือสนับสนุนการเรียน ่ คือ 1) วัตถุประสงคการเรียน 2) บทบาทผูเรียน 3) บทบาทดวยโครงงานนิเทศศาสตรสําหรับนักศึกษาระดับ ผูสอน 4) กิจ กรรมการเรี ยนการสอนด วยโครงงานนิเ ทศบัณฑิตศึกษา ศาสตร5) การเสริมสรางศักยภาพ 6) การควบคุมการเรียนการ5) วิธีดําเนินการวิจัย สอน 7) การติดตอสื่อสารและปฏิสัมพันธ 8) สื่อการสอนระยะที่ 1 การวิเคราะหและสังเคราะห กรอบแนวคิดใน และแหลงเรียนรู และ 9) การวัดและประเมินผลการพั ฒ นารู ป แบบการเรี ย นรู ร ว มกั น ผ า นสื่ อ สั ง คม 2.2) ออกแบบยุทธศาสตรการเรียนรูรวมกันผานสื่อสังคมออนไลน เ พื่ อ สนั บ สนุ น การเรี ย นด ว ยโครงงานนิ เ ทศ ออนไลนเพื่อสนับสนุนการเรียนดวยโครงงานนิเทศศาสตรศาสตร ประกอบด ว ย 3 ขั้ น ตอน คื อ 1) ขั้ น นํ า เข า สู บ ทเรี ย นการวิเคราะหและสังเคราะห ประกอบดวยการปฐมนิเทศ และการจัดกลุมโครงงาน 2) ขั้น1) ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวของกับการพัฒนา การเรียนการสอน ประกอบดวย การนําเสนอเนื้อหา การรูป แบบการเรี ย นการสอน การเรีย นรู ร ว มกัน ผ า นสื่ อ เรียนรูรวมกันผานสื่อสังคมออนไลน การทําโครงงานนิเทศอิเล็กทรอกนิกส การประยุกตใชสื่อสังคมออนไลน เพื่อ ศาสตร และการสรุปโครงงาน 3) ขั้นสรุป ประกอบดวยการการเรียนการสอน และการจัดทําโครงงานนิเทศศาสตร นําเสนอโครงงานและประเมินผลการเรียน2) สั ม ภาษณ เ ชิ ง ลึ ก ผู เ ชี่ ย วชาญ 7 ท า น เกี่ ย วกั บ การ 2.3) ออกแบบยุ ท ธศาสตร ก ารทํ า โครงงานนิ เ ทศศาสตรออกแบบกิ จ กรรมการเรี ย นรู ร ว มกั น ผ า นสื่ อ สั ง คม ประกอบด ว ย 6 ขั้ น ตอน คื อ 1) การคิ ด และเลื อ กหั ว ข อออนไลน เ พื่ อ สนั บ สนุ น การเรี ย นด ว ยโครงงานนิ เ ทศ โครงงาน (ดานวิทยุกระจายเสียงหรือวิทยุโทรทัศน/วีดิทัศนศาสตร ดานประชาสัมพันธ ดานโฆษณา และดานวารสารศาสตร )ระยะที่ 2 การพัฒนารูปแบบการเรียนรูรวมกันผานสื่อ 2) ศึ ก ษาเอกสารที่ เ กี่ ย วข อ ง 3) การเขี ย นเค า โครงของสั ง คมออนไลน เ พื่ อ สนั บ สนุ น การเรี ย นด ว ยโครงงาน โครงงาน 4) การปฏิบัติโครงงาน 5) การเขียนรายงาน และ 6)นิเทศศาสตรสําหรับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา การนําเสนอผลงาน การแสดงผลงาน และการประเมินผลพัฒนารูปแบบการเรียนรูรวมกันผานสื่อสังคมออนไลน 3) ขั้นการพัฒนา (Development)เพื่ อ สนั บ สนุ น การเรี ย นด ว ยโครงงานนิ เ ทศศาสตร 3.1) พัฒนาเครื่องมือตามรูปแบบการเรียนรูรวมกันผานสื่อสําหรับนั กศึกษาระดับ บัณฑิ ตศึกษา ตามขั้น ตอนการ สังคมออนไลนเพื่อสนับสนุนการเรียนดวยโครงงานนิเทศออกแบบระบบการเรียนการสอน (Instructional System ศาสตร ไดแก ระบบบริหารจัดการเรียนรูตามรูปแบบการDesign: ISD) 5 ขั้นตอน ดังนี้ เรียนรูรวมกันผานสื่อสังคมออนไลนเพื่อสนับสนุนการเรียน1) ขั้นการวิเคราะห (Analysis) ด ว ยโครงงานนิ เ ทศศาสตร โ ดยใช MOODLE ร ว มกั บวิเคราะหเนื้อหา สรางแผนภาพมโนทัศนเปนการเริ่มตน FaceBook, Multiply และ YouTube คูมือการใชงานสําหรับขอบเขตเนื้ อหา วิเ คราะหคุ ณลั กษณะและรู ปแบบการ ผูดูแลระบบ และคูมือการเรียนเรียนรู 3.2) พัฒนาแบบวัดทักษะการแกปญหาสําหรับการเรียนดวยของนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา และวิเคราะหบริบทที่ โครงงานนิเทศศาสตร และแบบสอบถามความพึงพอใจของเกี่ยวของกับการเรียนรูรวมกันผานสื่อสังคมออนไลนเพื่อ นักศึกษาสนั บ สนุ น การเรี ย นด ว ยโครงงานนิ เ ทศศาสตร และ 4) ขั้นการนําไปทดลองใช (Implementation)ออกแบบโมดูลของเนื้อหาสําหรับระบบบริหารจัดการ 4.1) การทดสอบแบบหนึ่งตอหนึ่ง (One-to-one testing) โดยเรียนการสอน (LMS) ใหนักศึกษาที่ไมใชกลุมตัวอยาง จํานวน 3 คน เรียนโดยใช2) ขั้นการออกแบบ (Design) รูป แบบที่ พัฒ นาขึ้ น สั ง เกตและการสัม ภาษณ ป ญ หาและ2.1) ออกแบบองคประกอบของรูปแบบการเรียนรู ขอเสนอแนะการใชงาน จากนั้นนําขอมูลมาปรับปรุง แกไขรวมกันผานสื่อสังคมออนไลนเพื่อสนับสนุนการเรียน ขอบกพรองของรูปแบบ 164
  6. 6. 4.2) การทดสอบกับกลุมเล็ก (Small group testing) โดย มีขั้นตอนการดําเนินการดังนี้ใหนักศึกษาที่ไมใชกลุมตัวอยาง จํานวน 5 คน เรียนเปน 1) ขันเตรียมการกอนการทดลอง ้กลุม โดยใชรูปแบบที่ปรับปรุงจากการทดสอบแบบหนึ่ง 1.1) ปฐมนิ เ ทศนั ก ศึ ก ษาเกี่ ย วกั บ กิ จ กรรมการเรี ย นตามตอหนึ่ง สังเกตและสัมภาษณ ปญหาและขอเสนอแนะ รู ป แบบการเรี ย นรู ร ว มกั น ผ า นสื่ อ สั ง คมออนไลน เ พื่ อการใช ง าน จากนั้ น นํ า ข อ มู ล มาปรั บ ปรุ ง แก ไ ขข อ สนับสนุนการเรียนดวยโครงงานนิเทศศาสตร วิธีการวัดและบกพรองของรูปแบบ เกณฑประเมินผล และฝกปฏิบัติการใชเครื่องมือตามรูปแบบ4.3) การทดลองนํารอง (Field trial) โดยใหนักศึกษาที่ การเรียนรูรวมกันผานสื่อสังคมออนไลนไมใชกลุมตัวอยาง จํานวน 15 คน แบงเปน 3 กลุม เรียน 1.2) วัดและประเมินผลทักษะการแกปญหากอนเรียนและโดยใชรูปแบบที่ปรับปรุงจากการทดสอบแบบกลุมเล็ก แจงผลการประเมินใหแกนักศึกษา5) ขั้นการประเมินผล (Evaluation) 2) ขันดําเนินการทดลอง ้5.1) ประเมินคุณภาพของรูปแบบการเรียนรูรวมกันผาน 2.1) นักศึกษาเรียนดําเนินกิจกรรมการเรียนตามรูปแบบการสื่อสังคมออนไลนเพื่อสนับสนุนการเรียนดวยโครงงาน เรียนรูรวมกันผานสื่อสังคมออนไลนเพื่อสนับสนุนการเรียนนิเทศศาสตร ดานการออกแบบระบบการเรียนการสอน ดวยโครงงานนิเทศศาสตร เปนระยะเวลา 12 สัปดาหดานการเรียนรูรวมกันผานสื่ออิเล็กทรอนิกส และดาน 2.2) วัดและประเมินผลทักษะการแกปญหาหลังเรียนและแจงการเรีย นดวยโครงงานนิเทศศาสตร โดยผูเชี่ย วชาญ 5 ผลการประเมินใหแกนักศึกษาทาน 2.3) สอบถามความพึงพอใจของนักศึกษาตอการเรียนตาม5.2) ประเมินคุณภาพของระบบบริหารจัดการเรียนรูตาม รู ป แบบการเรี ย นรู ร ว มกั น ผ า นสื่ อ สั ง คมออนไลน เ พื่ อรูป แบบการเรี ย นรู ร ว มกันผ า นสื่ อ สั ง คมออนไลน เ พื่ อ สนับสนุนการเรียนดวยโครงงานนิเทศศาสตรสนั บ สนุ น การเรี ย นด ว ยโครงงานนิ เ ทศศาสตร ด า น สถิติท่ใชในการวิจัย คือ คาเฉลี่ยเลขคณิต สวนเบี่ยงเบน ีเนื้อหาและดานเทคนิค โดยนําระบบบริหารจัดการเรียนรู มาตรฐาน และทดสอบสมมติฐานดวยการทดสอบแบบที t-และคูมือ ที่พัฒนาขึ้นเสนอใหผูเชี่ยวชาญดานเนื้อหา 5 test dependentทา น ประเมิ น คุ ณ ภาพและความเหมาะสมของเนื้ อ หาโครงงานนิ เ ทศศาสตร และผู เ ชี่ ย วชาญด า นเทคนิ ค 5 6) สรุปผลการวิจัยท า น ประเมิ น คุ ณ ภาพและความเหมาะสมของระบบ ตอนที่ 1 รูปแบบการเรียนรูรวมกันผานสื่อสังคมออนไลนบริหารจัดการเรียนรูดานเทคนิค ปรับปรุงระบบบริหาร เพื่อสนับสนุนการเรียนดวยโครงงานนิเทศศาสตรสําหรับจัดการเรียนรูและคูมือ ตามขอเสนอแนะ นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาระยะที่ 3 การศึกษาผลการใชรูปแบบการเรียนรูรวมกัน ตอนที่ 1.1 รูปแบบการเรียนรูรวมกันผานสื่อสังคมออนไลนผ า นสื่ อ สั ง คมออนไลน เ พื่ อ สนั บ สนุ น การเรี ย นด ว ย เพื่อสนับสนุนการเรียนดวยโครงงานนิเทศศาสตรสําหรับโ ค ร ง ง าน นิ เ ท ศ ศ าส ต ร สํ าห รั บ นั กศึ ก ษ า ร ะ ดั บ นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา ประกอบดวย 3 สวน คือบัณฑิตศึกษา 1) องคประกอบของรูปแบบศึกษาผลของการใช รู ปแบบการเรี ยนรูร วมกั น ผานสื่ อ รู ป แบบการเรี ย นรู ร ว มกั น ผ า นสื่ อ สั ง คมออนไลน เ พื่ อสั ง คมออนไลน เ พื่ อ สนั บ สนุ น การเรี ย นด ว ยโครงงาน สนั บ สนุ น การเรี ย นด ว ยโครงงานนิ เ ทศศาสตร สํ า หรั บนิเทศศาสตร สําหรับ นักศึก ษาระดับบัณฑิ ตศึกษา ตาม นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา ประกอบดวย 9 องคประกอบแบบแผนการวิ จั ย แบบ One Group Pretest-Posttest คือDesign (William and Stephen, 2009) O1 X O2 165
  7. 7. 1.1) วั ตถุ ป ระสงค การเรีย น คือ เพื่ อ พั ฒนาทั กษะการ ตอนที่ 1.2 ผลการประเมินคุณภาพของรูปแบบการเรียนรูแกปญหาทางนิเทศศาสตร และพัฒนาการทํางานรวมกัน รวมกันผานสื่อสังคมออนไลนเพื่อสนับสนุนการเรียนดวยเปนทีมของนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา โครงงานนิเทศศาสตรสําหรับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา1.2) บทบาทผูเรียน1.3) บทบาทผูสอน ผลการประเมินคุณภาพของรูปแบบการ1.4) กิ จ กรรมการเรี ย นการสอนด ว ยโครงงานนิ เ ทศ เรียนรูรวมกันผานสื่อสังคมออนไลนเพื่อสนับสนุนการเรียนศาสตร ดวยโครงงานนิเทศศาสตร1.5) ฐานการเสริมสรางศักยภาพการเรียนรูของผูเรียนบนระบบบริหารจัดการเรียนรู รายการประเมิน X S.D. ความเหมาะสม1.6) การควบคุมการเรียนการสอนดวยกระบวนการกํากับ 1. องคประกอบของรูปแบบ 4.75 0.50 มากที่สุดตัวเอง 2. กิจกรรมการเรียนรูรวมกัน 4.25 0.50 มาก1.7) การติ ด ต อ สื่ อ สารและปฏิ สั ม พั น ธ ผ า นสื่ อ สั ง คม ผานสื่อสังคมออนไลนออนไลน 3. กิจกรรมการทําโครงงาน 4.75 0.50 มากที่สุด1.8) สื่อการสอนและแหลงเรียนรูบนสื่อสังคมออนไลน นิเทศศาสตร1.9) การวัดและประเมินผลการเรียนรูตามสภาพจริง 4. ความเหมาะสมของรูปแบบ 4.50 0.58 มากที่สุด2) กิจกรรมการเรียนรูรวมกันผานสื่อสังคมออนไลน ในการพัฒนาทักษะการกิจกรรมการเรียนรู รวมกั นผานสื่ อสังคมออนไลน เพื่ อ แกปญหาและการทํางานสนั บ สนุ น การเรี ย น ด ว ยโคร งงานนิ เ ทศศาสต ร รวมกันเปนทีมประกอบดวย 3 ขั้นตอน คือ 5. ความเหมาะสมในการ 4.75 0.50 มากที่สุด2.1) ขั้นนําเขาสูบทเรียน ประกอบดวยการ นํารูปแบบไปใชจริงปฐมนิเทศ และการจัดกลุมโครงงาน จากตารางที่ 1 พบวา รูปแบบการเรียนรูรวมกันผานสื่อสังคม2.2) ขั้นการเรียนการสอน ประกอบดวย การนําเสนอ ออนไลนเพื่อสนับสนุนการเรียนดวยโครงงานนิเทศศาสตรเนื้อหา การเรียนรูรวมกันผานสื่อสังคมออนไลน การทํา มี คุ ณ ภาพด า นองค ป ระกอบของรู ป แบบ กิ จ กรรมการทํ าโครงงานนิเทศศาสตร และการสรุปโครงงาน โครงงานนิ เ ทศศาสตร และมี ค วามเหมาะสมในการนํ า2.3) ขั้ น สรุ ป ประกอบด วยการนํ าเสนอโครงงานและ รูปแบบไปใชจริง มากที่สุด ( X = 4.75, S.D. = 0.50)ประเมินผลการเรียน รองลงมาไดแก ความเหมาะสมของรูปแบบในการพัฒนา3) กิจกรรมการทําโครงงานนิเทศศาสตร ทั ก ษะการแก ป ญ หาและการทํ า งานร ว มกัน เป น ที ม ( X =กิ จ กรรมการทํ า โครงงานนิ เ ทศศาสตร ประกอบด ว ย 4.50, S.D. = 0.58) และ กิจกรรมการเรียนรูรวมกันผานสื่อ6 ขั้นตอน คือ สังคมออนไลน ( X = 4.25, S.D. = 0.50) ตามลําดับ3.1) การคิดและเลือกหัวขอโครงงาน3.2) ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวของ ตอนที่ 2 ผลของการใช รูปแบบการเรีย นรูรวมกั นผานสื่ อ3.3) การเขียนเคาโครงของโครงงาน สังคมออนไลนเพื่อสนับสนุนการเรียนดวยโครงงานนิเทศ3.4) การปฏิบัติโครงงาน ศาสตรสําหรับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา3.5) การเขียนรายงาน ตอนที่ 2.1 ผลการเปรียบเทียบคะแนนทักษะการแกปญหา3.6) การนํ า เสนอผลงาน การแสดงผลงาน และการ ของนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาที่เรียนโดยใช รูปแบบการประเมินผล เรียนรูรวมกันผานสื่อสังคมออนไลนเพื่อสนับสนุนการเรียน ดวยโครงงานนิเทศศาสตร 166
  8. 8. ผลการเปรียบเทียบคะแนนทักษะการ 2) กิจกรรมการทําโครงงานแกปญหาของนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาที่เรียนโดยใช นิเทศศาสตรรูป แบบการเรี ย นรู ร ว มกันผ า นสื่ อ สั ง คมออนไลน เ พื่ อ รายการประเมิน X S.D. ความพึงพอใจสนับสนุนการเรียนดวยโครงงานนิเทศศาสตร 2.1) การคิดและเลือกหัวขอ 4.45 0.51 มาก โครงงานคะแนนทักษะ คะแนน X S.D. t-Test Sig. 2.2) ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวของ 4.73 0.46การแกปญหา เต็ม  2.3) การเขียนเคาโครงของ 4.50 0.51 มากที่สุดกอนเรียน 40 15.12 4.12 10.04 * .00 โครงงาน 2.4) การปฏิบัติโครงงาน 4.64 0.49 มากที่สุดหลังเรียน 40 30.45 2.17 2.5) การเขียนรายงาน 4.73 0.46 มากที่สุด*p < .05 2.6) การนําเสนอผลงาน 4.64 0.49 มากที่สุดจากตารางที่ 2 พบวา นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาที่เรียน การแสดงผลงาน และโดยใชรูปแบบการเรียนรูรวมกันผานสื่อสังคมออนไลน การประเมินผลเพื่ อ สนั บ สนุ น การเรี ย นด ว ยโครงงานนิ เ ทศศาสตร รวม 4.65 0.49 มากที่สุดสําหรับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษามีคะแนนทักษะการ ความพึงพอใจในภาพรวม 4.59 0.49 มากที่สุดแกปญหาหลังเรียน ( X = ) จากตารางที่ 3 พบวา นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาที่เรียนโดยสูงกวากอนเรียน ( X = ) ใช รู ป แบบการเรี ย นรู ร ว มกั น ผ า นสื่ อ สั ง คมออนไลน เ พื่ ออยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สนั บ สนุ น การเรี ย นด ว ยโครงงานนิ เ ทศศาสตร มี ค วามพึ ง พอใจในภาพรวมอยูในระดับมากที่สุด ( X = 4.59, S.D. =ตอนที่ 2.2 ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษา ) นักศึกษาพึงพอใจกิจกรรมการเรียนรูรวมกันผานสื่อระดั บ บั ณ ฑิ ต ศึ ก ษาที่ เ รี ย นโดยใช รู ป แบบการเรี ย นรู สังคมออนไลนในภาพรวมอยูในระดับมากที่สุด ( X = 4.53,รวมกันผานสื่อสังคมออนไลนเพื่อสนับสนุนการเรียน S.D. = 0.50) และนักศึกษาพึงพอใจกิจกรรมการทําโครงงานดวยโครงงานนิเทศศาสตร นิเทศศาสตรในภาพรวมอยูในระดับมากที่สุด ( X = 4.65, S.D. = 0.49) ความพึงพอใจของนัก ศึกษาระดั บบัณฑิตศึกษาที่เรียนโดยใชรูปแบบการเรียนรูรวมกันผาน 7) อภิปรายผลการวิจัยสื่อสังคมออนไลนเพื่อสนับสนุนการเรียนดวยโครงงาน 7.1) ผลการศึกษาคะแนนทักษะการแกปญหาของนักศึกษานิเทศศาสตร ระดับบัณฑิตศึกษากอนเรียนและหลังเรียนโดยใชรูปแบบ การเรียนรูรวมกันผานสื่อสังคมออนไลนเพื่อสนับสนุนการ รายการประเมิน X S.D. ความพึงพอใจ เรี ย นด ว ยโครงงานนิ เ ทศศาสตร พบว า นั ก ศึ ก ษาระดั บ1) กิจกรรมการเรียนรูรวมกัน บัณฑิตศึกษาที่เรียนโดยใชรูปแบบการเรียนรูรวมกันผานสื่อผานสื่อสังคมออนไลน สังคมออนไลนเพื่อสนับสนุนการเรียนดวยโครงงานนิเทศ1.1) ขั้นนําเขาสูบทเรียน 4.59 0.50 มากที่สุด ศาสตรสําหรับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษามีคะแนนทักษะ1.2) ขั้นการเรียนการสอน 4.55 0.51 มากที่สุด การแกปญหาหลังเรียนสูงกวากอนเรียน อยางมีนัยสําคัญ1.3) ขั้นสรุป 4.45 0.51 มาก ทางสถิ ติ ที่ ร ะดั บ .05 สอดคล อ งกั บ งานวิ จั ย ของ George รวม 4.53 0.50 มากที่สุด Lucas Educational Foundation (2001) ที่พบวา การเรียนรู 167
  9. 9. ดวยโครงงานชวยสรางองคความรูจากการคนควา ผูเรียน ไดแก ความรูเบื้องตนเกี่ยวกับการใชงานคอมพิวเตอร การที่เรียนรูดวยโครงงานจะมีสวนรวมในการเรียนมากขึ้น ใชบริการบนอินเทอรเน็ต เชน การคนหาขอมูลสารสนเทศลดการขาดเรียน เพิ่มทักษะในการเรียนรูแบบรวมมื อ การใช เ ครื่ อ งมื อ ในการติ ด ต อ สื่ อ สาร การใช ง านระบบชวยยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะในการ เครือขายสังคม เปนตนแกปญหาทางการเรียนของผูเรียน ซึ่งสอดคลอง แนวคิด 8.2 ขอเสนอแนะสําหรับการวิจัยครั้งตอไปของ Bonk and Graham (2004) ที่กลาววา กิจกรรมการ 8.2.1 ในการวิจยครั้งนี้ศึกษากลุมทดลองเพียงกลุมเดียว ควร ัเรียนสอนผ านเว็ บ ทําใหผูเ รียนสามารถเรีย นรูได อยา ง ศึกษาเพื่อเปรียบเทียบผลของการเรียนตามรูปแบบที่พัฒนาอิสระ สนั บสนุน ปฏิ สัมพั นธ ระหวางผู เรี ย นกั บผู เรี ย น ขั้นระหวางกลุมทดลองและกลุมควบคุมที่เรียนตามปกติดวยกัน และผูเรียนกับผูสอนโดยการติดตอแบบสวนตัว 8.2.2 ควรศึกษาพัฒนาการของทักษะการคิดแกปญหาของชวยใหการเรียนรูดีขึ้น ผู เ รี ย นในสั ป ดาห ที่ 7 ซึ่ ง ตามทฤษฎี ก ารคิ ด พบว า เป น7.2) ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาตอการเรียน ระยะแรกที่ผูเรียนเริ่มมีพัฒนาการทางดานการคิดโดยใชรูปแบบการเรียนรูรวมกันผานสื่อสังคมออนไลนเพื่อสนับสนุนการเรียนดวยโครงงานนิเทศศาสตร พบวา 9) เอกสารอางอิงนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาที่เรียนโดยใช รูปแบบการ Bersin, J. (2004). The blended learning book: Bestpractices,เรียนรูรวมกันผานสื่อสังคมออนไลนเพื่อสนับสนุนการ proven methodologies, and lessons learned.เรี ย นด ว ยโครงงานนิ เ ทศศาสตร มี ค วามพึ ง พอใจใน San Francisco: Pfeiffer.ภาพรวมอยูในระดับมากที่สุด สอดคลองกับงานวิจัยของ Bonk C. J., and Graham C. R. (2004). Handbook of blended(Driscoll, 2002) ที่พบวาการมีปฏิสัมพันธที่เกิดขึ้นในการ learning: Global perspective local designs.เรียนผานเว็บชวยทําใหผูเรียนมีโอกาสแสดงความคิดเห็น San Francisco, U.S.: Pfeiffer.ได อ ย า งเท า เที ย มกั น และตอบสนองความแตกต า ง Bransford, J., Brown, A., & Cocking, R. (2000). Howระหวางบุคคล การที่ผูเรียนมีปฏิสัมพันธกับผูสอนหรือ people learn: Brain, mind, experience, andกั บ กลุ ม ผู เ รี ย น ช ว ยทํ า ให ก ารจั ด การเรี ย นการสอน school. Washington, DC: National Academyนาสนใจมากยิ่งขึ้น และยังเปนการสนับสนุนการเรียน Press.การสอนที่เนนผูเรี ยนเปนสําคัญ นอกจากนี้ ผูเรียนยั ง Driscoll, M. (2002) Blended Learning: let’s get beyond theสามารถทบทวนกิจกรรมการเรียนการสอนเนื้ อหา และ hype. E-learning, 1 May, 2011.[Online]ฝกทําแบบฝกหัดไดทุกสถานที่ ทุกเวลาที่ตองการ และ Available:เปนการใชเทคโนโลยีใหเกิดประโยชนมากยิ่งขึ้น http://elearningmag.com/ltimagazine George Lucas Educational Foundation. (2001). Project-8) ขอเสนอแนะ based learning research , 1 May,8.1 ขอเสนอแนะสําหรับการนําผลการวิจัยไปใช 2011.[Online] Available:สถาบันการศึกษาที่นํารูปแบบการเรียนรูรวมกันผานสื่อ http://www.edutopia.orgสั ง คมออนไลน เ พื่ อ สนั บ สนุ น การเรี ย นด ว ยโครงงาน Rosenberg M. J. (2006). Beyond e-learning: approachesนิเทศศาสตรไปใช ควรมีการเตรียมความพรอมทางดาน and technologies to enhance organizationalเครื่องมือและระบบโครงสรางพื้นฐานที่จําเปนในการ Knowledge, learning, and performance. Sanเรีย นการสอนแบบผสมผสาน ได แก หอ งปฏิบัติ การ Francisco, U.S.: John Wiley & Sons Inc.คอมพิ วเตอร ระบบเครื อข ายอิน เทอรเ น็ต ควรมีก าร Thomas, J.W. (1998). Project-based learning: Overview.พัฒนาทัก ษะความสามารถทางเทคโนโลยีสารสนเทศ Novato, CA: Buck Institute for Education.และการสื่อสารใหกับผูเรียนกอนทําการเรียนตามรูปแบบ 168
  10. 10. William W., and Stephen G. J. (2009). Research methods in education: an introduction. 9th ed. Boston, U.S.: Pearson. 169

×