Your SlideShare is downloading. ×
ความรู้เหลือใช้จากธุรกิจสู่อุดมศึกษา
ความรู้เหลือใช้จากธุรกิจสู่อุดมศึกษา
ความรู้เหลือใช้จากธุรกิจสู่อุดมศึกษา
ความรู้เหลือใช้จากธุรกิจสู่อุดมศึกษา
ความรู้เหลือใช้จากธุรกิจสู่อุดมศึกษา
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×
Saving this for later? Get the SlideShare app to save on your phone or tablet. Read anywhere, anytime – even offline.
Text the download link to your phone
Standard text messaging rates apply

ความรู้เหลือใช้จากธุรกิจสู่อุดมศึกษา

223

Published on

บทความเดิมปรับปรุงใหม่ โดยเฉพาะ เพิ่มเรื่อง CBL -Challenge Based Learning

บทความเดิมปรับปรุงใหม่ โดยเฉพาะ เพิ่มเรื่อง CBL -Challenge Based Learning

Published in: Education
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
223
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
1
Actions
Shares
0
Downloads
1
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. ความรูเหลือใชจากธุรกิจสูอุดมศึกษา  ดร.ดนัย เทียนพุฒ  นักวิชาการผูทรงคุณวุฒิและที่ปรึกษาธุรกิจ    ความเชื่อตั้งแตอดีตจนถึงปจจุบนมีมาวา “มหา’ลัยเปนศูนยรวมของสรรพความรู ั (Knowledge Database)” และยังคงมีตอเนื่องไปอีกนาน ซึงเปนสภาพที่เราสามารถเห็นกันไดใน ่ ประเทศกําลังพัฒนา  ความจริงธุรกิจมีองคความรู (Body of Knowledge) มากมายที่ยงใหญและพัฒนาอยาง ิ่ ตอเนื่องมาโดยตลอดแตอาจเปนความรูในเฉพาะทาง ไมวาจะเปน GE, GM, Ford, Google, Microsoft,  Apple บริษัทชั้นนําเหลานี้สามารถสอนใหมหา’ลัยรูวาโลกความจริงและธุรกิจเขากําลังทําอะไรอยูและ  เสนอเทคโนโลยีหรือองคความรูใหม ๆ อะไรที่มหา’ลัยจะตองเดินตาม       ตัวอยางชัดเจนเกิดขึ้นเมื่อ Nonaka และ Takauchi ไดศึกษาบริษทญี่ปุนที่ประสบ ั ความสําเร็จอยางยั่งยืนนันมีวิธีการสรางความรูกนไดอยางไร จนกระทั่งสรุปผลการศึกษาออกมาเขียนเปน ้ ั ่ ตํารา “Knowledge‐Creating Company” โดงดังกลายเปนผูเชียวชาญดานการจัดการความรู (Knowledge Management : KM) ของโลก     หากจะมีธุรกิจที่อาศัยการเรียนรูจากมหา’ลัยก็มักเปนธุรกิจ SMEs และ ธุรกิจที่กาลัง ํ เติบโตตองการ “ทางลัด” จากการศึกษาและวิจัยสรางองคความรูจากอาจารยในมหา’ลัยชั้นนําของโลก เชน Harvard, INSEAD, Michigan, UC Berkeley, Stamford, UCLA ฯลฯ ใหจัดโปรแกรมพัฒนาความ เปนผูนาเชิงกลยุทธ การจัดการขั้นสูง ดังเชน Samsung กําลังพัฒนาผูบริหารในเครือดวยแนวทางนี้ แต ํ สุดทายก็จะสรางองคความรูเองและกาวกระโดดหนีสถาบันการศึกษาไปในเวลาไมนานนัก เพราะไปอาศัย ความรูใหมจากที่ปรึกษาธุรกิจซึ่งกาวเหนือกวาสถาบันการศึกษา  สิ่งเหลานี้บงบอกไดอยางชัดเจนวา ธุรกิจมีการสรางองคความรูใหมๆ อยูตลอดเวลา    ทานผูอานคงไมแปลกใจวา Kotler, Porter, Kaplan & Norton สรางเทคนิคและ ทฤษฎีการแขงทังกลยุทธ การตลาด การแขงขันของประเทศ ที่องคกรทั้งภาคธุรกิจและหนวยงานภาครัฐ ้ แมกระทังสถาบันการศึกษายอมรับและนํามาใชกันอยางแพรหลาย  ่
  • 2. เหตุผลสําคัญที่ธุรกิจมีองคความรูเหลานีไดเพราะ  ้ (1) โลกาภิวฒน เทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมหรือไลฟสไตลของผูบริโภค ฯลฯ ั ที่มีมากขึ้นและเปลี่ยนแปลงอยางรวดเร็วจนทําใหธุรกิจชันนําตองกาวไปสูการพัฒนา ้ และสรางความรูขึ้นมาใชเอง  (2) ธุรกิจอาจจะรอไมไดในตางประเทศจะอาศัยหองแลปทีกาวล้าหนาของมหา’ลัยชวย ่ ํ สรางความรูใหธุรกิจ ซึงยังประโยชนใหอาจารยในมหา’ลัยไดลงมาจาก “หอคอย ่ งาชาง” ไดยืนสูดอากาศกลินไอของโลกความจริงทางธุรกิจ  ่   ความรูเหลือใชจากธุรกิจสูอุดมศึกษา   เมื่อผูเขียนรับผิดชอบในการเปนทีปรึกษาใหกับธุรกิจเพื่อทําในสิ่งใหมๆ วิธีการใหม ๆ ่ ตามที่ธุรกิจตองการ ไมวาจะเปนวิธีการสรางวิสยทัศนดวยเทคนิคใหมๆ เชน Scenario Analysis (เกาแลว  ั ในตางประเทศ) การสรางนวัตกรรมใหมดวย Innovation 3.0 เพื่อสราง “นวัตกรรมเชิงมูลคา” (Value   Innovation) ใหกับธุรกิจ การจัดทํากลยุทธแนวใหมดวย BSC &KPIs ซึ่งบูรณาการอยางลงตัวหรือ  แมกระทังการสราง KS (Knowledge Sharing) ดวยเทคนิค Knowledge Café, KM Mind Map และ AAR  ่ (After Action Review)  ทั้งหมดของความรูและเครืองมือทางธุรกิจเหลานี้ ผูเขียนไมเคยไดเรียนรูหรือตองกลับเขา ่ ไปเรียนจากสถาบันอุดมศึกษาไทยสักแหงเลย   ระดับความรูของธุรกิจที่มอยางไมรจบ   ี ู เปนความทาทายอยางยิ่ง หากจะสังเคราะหใหเห็นวา ธุรกิจมีความรูทอยูจะพอแบง ี่ ระดับใหเห็นไดเปน 3 ระดับดังนี ้ ระดับสูงสุดคือ สินทรัพยทนทางปญญา (Intellectual Capital Asset) ซึ่งเปนสิงทีสุด ุ ่ ่ ยอดของมนุษยชาติสําหรับจะใชสรางองคความรูใหมๆ อยางตอเนื่อง ซึ่งอยูในรูปของ “โมเดลทางความรู (Knowledge Model)” แตไมเผยแพรไปสูภายนอกเพราะเปน “รหัสลับเชิงนวัตกรรม” เมื่อใชไปจนลาสมัย  และมีสิ่งใหมที่ดีกวา สมบูรณกวา จึงจะปลอยสินทรัพยทางความรู (KA) อันลาสมัยเหลานี้ออกมาให มหา’ลัยไดเรียนรูและนําไปทดลองใชในการเรียนการสอน 
  • 3.                                 รูปที่ 1 ระดับความรูของธุรกิจ    ระดับรอง เปนสินทรัพยความรู (Knowledge Asset: KA) ซึ่งธุรกิจไดสังเคราะหขึ้นมา จากประสบการณในการตอบสนองลูกคา การแขงขันในอุตสาหกรรม หรือแมกระทังการปรับตัวเพือความ ่ ่ อยูรอดมีใน 4 รูปแบบดวยกันคือ (1) Routine KA เชน โนว-ฮาวของการปฏิบัติงานในแตละวันของแตละ คนหรือองคกร (2) Experimental KA ความรูทเี่ ปนประสบการณของแตละคน (3) Systemic KA ระบบ และแพคเกจของความรูซึ่งอยูในรูปเอกสาร คูมือ ฐานขอมูล สิทธิบัตรหรือไลเซนสและ (4) Conceptual KA เปนความรูทกระจางชัดโดยผานออกมาในลักษณะภาพ (Image) สัญลักษณ (Symbol) และตัวความรู ี่ (Knowledge) เชน แนวคิดผลิตภัณฑ ดีไซน มูลคาของแบรนด  ระดับลาง คือ พอรตโฟลิโอความรู ซึ่งจะมี “โบรกเกอรความรู “ (Knowledge Broker) เปนผูจัดแจงเลือกความรูเหลือใช (Waste Knowledge/Useless Knowledge) เผยแพรออกมาหรือให มหา’ลัยไดนําไปศึกษาคนควาหรือทดลองใช แตก็ยงเปนสิ่งที่ล้ําหนาหรือทันสมัยกวาสิงที่มหา’ลัยมีอยู  ั ่  
  • 4.  ประสบการณลาสุดในการนํา CBL จากธุรกิจมาสูอุดมศึกษาไทย    ในขณะที่ผูเขียนรับผิดชอบสอนวิชา EAD7205 ภาวะผูนําเชิงกลยุทธเพื่อบริหารการ   เปลี่ยนแปลงทางการศึกษา หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิตสาขาบริหารการศึกษาและภาวะผูนํา ม.เซนต  จอหน เมื่อ 2 ปกอนคิดหาเทคนิคการสอนแบบใหมกับ นศ.ป.เอก รุนที่ 8 หลังจากไดศึกษาและคนความา ระยะหนึ่ง พบวา  “การเรียนรูบนความทาทาย หรือ CBL (Challenge Based Learning) เปนวิธีการที่ บริษัท Apple นําไปใชปฏิรูปการเรียนรูดานการศึกษาของสหรัฐอเมริกา”  ผูเขียนศึกษาแลวพบวา นาจะสนใจในการนํามาใชจัดการเรียนการสอนในระดับปริญญา เอกไดทดลองใชไป 2 รุนคือรุนที่ 8 และรุนที่ 9 ซึ่งผลสัมฤทธิทางการเรียนของ นศ.ป.เอก ทั้ง 2 รุนในวิชา  ์ EAD7205 สูงขึ้นกวา ป.เอกรุนที่ 7 ซึงผูเขียนสอนในรูปแบบเดิม พรอมกับการวัดผลสําเร็จของรายวิชา ่ ดวยการให นศ.ป.เอก ทัง 2 รุน เขียน CBL พรอมบทความประมวลสรุปขอความรูที่ไดทั้งในชั้นเรียนและ ้ จากการศึกษาดูงานรวมเลมเปน “พอกเก็ตบุคบทความทางวิชาการ” ั ขณะเดียวกันก็ไดนํา CBL ไปทดลองใชกบ นศ.MBA วิชา OD & Change Management ม.วลัยลักษณ กับ นศ.M.Ed.วิชา การบริหาร HR ในทางการศึกษา ม.เซนตจอหน ดวย  ซึ่งผลไดเปนทีนาพอใจในการเรียนรูสําหรับ นศ.ป.โท ในระดับนี ้ ่ เมื่อทดลองนําวิธีการ CBL จากบริษท Apple มาใชในสถาบันการศึกษาโดยเฉพาะ ั อุดมศึกษาไทย ผูเขียนไมไดหยุดแคนั้น  ไดขยายความรูใหมนี้ เขาไปในกระบวนการพัฒนาธุรกิจดังนี้ 1) ไดนําวิธการ CBL ซึ่งพัฒนาใหมใหเหมาะกับบริบทของประเทศไทยแลวนํามาใชกลับ ี หลักสูตรที่จัดทํา Workshop ในการประมวลความรูของหลักสูตรธรรมาภิบาลสําหรับผูบริหารทาง การแพทย 2 รุนของสถาบันพระปกเกลารวมกับแพทยสภา และอีกหลายๆ หลักสูตรของสถาบัน พระปกเกลา  2) ไดนําไปใชในการทํา Workshop สําหรับการคิดใหมในการนํา “คุณคาหรือ DNA‐ The   Architecture of Craftsmanship)” ของ บมจ.แพรนดากรุปไปสูการปฏิบัติ ซึ่งผลลัพธเปนทีพึงพอใจของ ่ ประธานบริษทและทีมผูบริหารระดับสูง ตลอดการเขารวมทํา Workshop ดังกลาว  ั โดยสรุปการทีผูเขียนทํางานในดานที่ปรึกษาธุรกิจและในสถาบันอุดมศึกษา จึงมีวธการ ่ ิี สรางความรูและทดลองใชความรูจากภาคธุรกิจมาสูระบบอุดมศึกษาไทย หลังจากปรับพัฒนาใหมแลวจึง นําไปใชใหมในธุรกิจ   
  • 5.     รูปที่ 2 การสรางและทดลองใชองคความรูจากธุรกิจ  ดังนัน ระบบอุดมศึกษาหากยังจะเดินตามกรอบการศึกษาไทยอีก 15 ปขางหนา ทาทาง ้ คงจะไมไปไหนเพราะมหา’ลัยในระดับโลกที่เขาสรางองคความรูไดนั้นสวนใหญมีอายุมากกวา 150 ปขึ้นไป มีอาจารยสวนใหญเกษียณอายุมาจากธุรกิจเขามาเปนผูสอน ไมใชประเภทเรียนรวดเดียว 3 มวนจบ   (ป.ตรี-ป.โท-ป.เอก) กวาจะไดใชงานไดความรูที่มก็เกาเสียกอน ซึ่งในปจจุบันมหา’ลัยในยุโรปไดนําแนวคิด ี STEM skill (วิทยาศาสตรเฉพาะทาง-S เทคโนโลยี-T วิศวกรรม-E และคณิตศาสตร-M) มาเรงพัฒนา ื้ งานวิจยทางนวัตกรรมดานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ซึ่งมหา’ลัยในยุโรปมีพนฐานดานนี้อยูแลว ั (มหา’ลัยไทยที่เนนดานการสอน และดานสังคมศาสตร หากจะยืมมาใชบางคงตองพัฒนาอยางหนัก)  ั ั้ ้ มหา’ลัยไทยคงตองมุงสรางอาจารยใหเกงทั้งดานการสอนและวิจย แตทั้งนี้ทงนันไมใช เพื่อตําแหนงทางวิชาการ ผศ. รศ. ศ. อยางเดียวแบบเอาเปนเอาตาย (แมวาจะจําเปนแตคงไมใชทําวิจัย และผลงานเพียงอยางละเลม เพื่อใหไดเงินคาตําแหนงไปตลอดชีวิต) เพื่อตอบโจทยตัวชี้วัดดานประกัน ั คุณภาพเพียงอยางไมรูจบ โดยไมมี “องคความรูอะไรใหม ทฤษฎีใหม” ใหสงคมและประเทศนํามาใชได  

×