Challenge Based Learning(CBL)  : การเรียนรู้บนความท้าทาย :
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 

Like this? Share it with your network

Share

Challenge Based Learning(CBL) : การเรียนรู้บนความท้าทาย :

on

  • 4,161 views

CBL : Challenge Based Learning

CBL : Challenge Based Learning

Statistics

Views

Total Views
4,161
Views on SlideShare
4,161
Embed Views
0

Actions

Likes
7
Downloads
106
Comments
0

0 Embeds 0

No embeds

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

Challenge Based Learning(CBL) : การเรียนรู้บนความท้าทาย : Document Transcript

  • 1. 1CBL: Challenge Based Learning ดร.ดนัย เทียนพุฒ : สงวนลิขสิทธิ 2556การเรียนรู้บนความท้าทาย (CBL)ดร.ดนัย เทียนพุฒนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิและทีปรึกษาอิสระCBL หรือ Challenge Based Learning เป็นวิธีการเรียนรู้แบบใหม่ในโลกธุรกิจ ผ่านเข้ามายังผู้เขียนในขณะทีค้นคว้าหาเกียวกับ วิธีการเรียนรู้แบบใหม่สําหรับองค์กรธุรกิจหลังจากทีผู้เขียนได้อ่านแนวคิดของ CBL (Challenge based Learning) และลองศึกษาทําความเข้าใจ จนกระทังมีข้อสรุปว่า....เป็นวิธีการเรียนรู้แบบใหม่ทีน่าสนใจกับการนํามาทดลองใช้ในการเรียนการสอน ทังในสถาบันการศึกษาและสําหรับการพัฒนาคนในองค์กรธุรกิจ....ขณะทีหลายคนต่างพูดกันว่า การเรียนรู้ทีเน้นการแก้ปัญหา หรือ PBL (Problembased Learning) เป็นวิธีการเรียนรู้ทีดีกว่า การเรียนรู้ทีเน้นการสอน (Teaching based learning) ซึงผู้เขียนเห็นด้วย แต่ไม่เชือว่า PBL-การเรียนรู้ทีเน้นการแก้ปัญหา จะดีกว่าวิธีอืนๆไม่มีปัญหาแล้วจะระดมความคิดได้อย่างไร?ในตอนทีผู้เขียนได้รับเชิญจากบริษัทแห่งหนึงซึงขายเครืองจักรทีใช้ในการขึนรูป อุปกรณ์ ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทีอุตสาหกรรมต้องซือมาใช้ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทดังกล่าว เชิญผู้เขียนมาหารือถึงแนวทางในการปรับเปลียนองค์กร ว่าจะมีรูปแบบและวิธ◌ีการอย่างไร โดยข้อสรุปทีได้คือ การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการหัวข้อ “เปิดใจ (Open Mind)” โดยให้ผู้เขียนมาเป็นวิทยากรดําเนินการในเรืองนี (ดังรูป)ซึงผู้เข้าอบรมมีชาวต่างประเทศเข้าร่วมด้วย โดยเป็นชาวสิงคโปร์และญีปุ่นเมือถึงตอนการฝึกปฏิบัติ ชาวญีปุ่นทีเข้าร่วมฝึกอบรมด้วยในตอนประชุมกลุ่มเพือหาแนวทางการเปิดใจทํางานกับหุ้นส่วนธุรกิจ (Stakeholders) ได้พูดขึนมาว่า“หากไม่มีปัญหาแล้วจะให้มาระดมความคิดกันในเรืองอะไร?”สิงนีเป็นการสะท้อนให้เห็นแล้วว่า การเรียนรู้จากปัญหาแล้วหาทางแก้ไขพอทําไปนานๆ เข้าจะเกิดการติดกับดักของปัญหา ทําให้ไม่สามารถคิดอะไรใหม่ ๆ ได้
  • 2. 2CBL: Challenge Based Learning ดร.ดนัย เทียนพุฒ : สงวนลิขสิทธิ 2556แม้ว่า CBL จะใช้แนวคิดมาจาก PBL ก็ตามแต่ผู้เขียนกลับเห็นว่า เป็นวิธีการเรียนรู้ทีน่าสนใจและนํานามาใช้ในบริบทของธุรกิจและสถาบันการศึกษาในประเทศไทยได้นีคือ จุดเริมต้นของการริเริมและพัฒนา “การเรียนรู้บนความท้าทาย (CBL)”การเรียนรู้บนความท้าทายหรือ CBL (Challenge Based Learning) เป็นวิธีการสอนทีบุกเบิกโดยบริษัท Apple ทีอาศัยการเรียนรู้เน้นปัญหาหรือการแก้ปัญหาเป็นพืนฐาน โดยพัฒนาต่อยอดขึนมาในรูปแบบใหม่ทีผู้สอนและผู้เรียนทํางานร่วมกัน เพือเรียนรู้ในประเด็นทีสนใจแล้วเสนอโซลูชันต่อความท้าทายในโลกทีแท้จริงและการนําไปดําเนินการ ขณะเดียวกันก็นําเทคโนโลยีเวบ 2.0 เข้ามาเป็นเครืองมือในการทํางานร่วมกันและแบ่งปันการเรียนรู้ในระดับโลกตามเอกสารทีเผยแพร่ของบริษัท Apple หัวข้อ “Challenge Based Learning: Takeaction and make a difference” (http://ali:apple.com/cbl/global/files/CBL-Paper.pdf) ว่าโครงการนีเริมในปี 2008 เรียกว่า Apple Classrooms of Tomorrow-Today (ACOT2)สิงทีผู้เขียนอยากนําเสนอเป็นเบืองต้นก่อนเพือให้ทีท่านผู้อ่าน ผู้บริหารธุรกิจ หรือผู้ทีสนใจมีพืนฐานเกียวกับเครืองมือในการพัฒนาการเรียนรู้ โดยเฉพาะความแตกต่างของ CBL กับ PBL และการพัฒนาทักษะทีได้จาก CBL มีความสอดคล้องกับทักษะในศตวรรษที 21 ดังนีความแตกต่างระหว่าง CBL กับ PBLในด้านนวัตกรรมของเครืองมือด้านวิธีการเรียนรู้ในยุคหลังๆ เราจะพบเห็นน้อยมาก ซึงอาจเป็นเพราะระบบการศึกษาไทยมัวแต่ให้ความสนใจกับ การทําผลงานเพือขอตําแหน่งทางวิชาการทีเป็น“Research Professor” กันมากจนลืมสร้างองค์ความรู้ด้านวิธีการเรียนรู้ การสอน ซึงอาจเรียกได้ว่าเป็น“Teaching Professor”อะไรเป็นสิงทีแตกต่างกันในวิธีการเรียนรู้แบบ CBP กับ PBL ผู้อ่านสามารถพิจารณาได้จากตารางเปรียบเทียบดังนีการเรียนรู้บนความท้าทาย : CBL
  • 3. 3CBL: Challenge Based Learning ดร.ดนัย เทียนพุฒ : สงวนลิขสิทธิ 2556ตารางเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง CBL กับ PBLPBL CBLสหวิทยาการ สหวิทยาการเป็นความร่วมมือ เป็นความร่วมมือผลได้ทีถูกคาดหวัง ผลได้ออกแบบโดยผู้เรียนเน้นปัญหา เป็นโลกทีแท้จริงการสังโดยผู้สอน แรงขับโดยผู้เรียนจํากัดการเข้าถึงเทคโนโลยี เข้าถึงได้ 24 x 7เน้นแนวคิด เน้นการทําปรับเปลียนไม่ง่าย ปรับเปลียนได้ง่ายแบ่งปันระดับท้องถิน เผยแพร่ระดับโลก*Cauthron, M. (2010). Challenge Based Learning.ความแตกต่างทีชัดเจนคือ การเรียนรู้บนความท้าทายหรือ CBL เป็นการออกแบบโดยผู้เรียน ขณะที PBL กําหนดผลได้ไว้ก่อน CBL เป็นโลกทีแท้จริง ไม่จํากัดอยู่ทีปัญหาแบบ PBL การเรียนรู้แบบ CBL เป็นแรงขับโดยผู้เรียนไม่ใช่แบบ PBL ทีสังโดยผู้สอน และทีแตกต่างชัดเจนในการนําเทคโนโลยีเวบ 2.0 เข้ามาใช้ทําให้การเรียนรู้และวัดผลการเรียนรู้ซึงจะต้องจัดทําโดยการเผยแพร่ในระดับโลกไม่ใช่แค่ในระดับท้องถินสําหรับกรอบแนวคิด (The Framework) ของ CBL มีดังรูปที 1 (ในรายละเอียดจะทยอยอธิบายและยกตัวอย่างประกอบ) ซึงประกอบด้วย 1) ไอเดียทียิงใหญ่ (Big Idea) 2) คําถามสําคัญ(Essential Question) 3) ความท้าทาย(The Challenge) 4) การออกแบบ (Design) ประกอบด้วยแนวทางคําถาม แนวทางกิจกรรม และแนวทางใช้ทรัพยากร 5)โซลูชันและการปฏิบัติ (Solution-Action) 6)การวัดประเมิน (Assessment) 7) การเผยแพร่ (Publishing)
  • 4. 4CBL: Challenge Based Learning ดร.ดนัย เทียนพุฒ : สงวนลิขสิทธิ 2556รูปที 1 The Framework of CBL*http://ali/apple.com/cbl/global/files/CBL_Paper.pdf. p.2ซึงในการนําไปใช้จริงต้องมีการศึกษา วิเคราะห์และทําความเข้าใจพอสมควรและถือเป็น“นวัตกรรมใหม่ในการเรียนรู้”การพัฒนาทักษะทีได้จาก CBL ซึงสอดคล้องกับทักษะ-ในศตวรรษที 21การเรียนรู้บนความท้าทายทีผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันออกแบบการเรียนรู้โดยมีแรงขับมาจากผู้เรียน ผลการศึกษาของ The New Media Consortium (2009; Laurence, F et al. ChallengeBased Learning: 15) พบว่า CBL ได้พัฒนาทักษะของผู้เรียนทีสอดคล้องกับทักษะในศตวรรษที 21 ในด้านเนือหาสําหรับศตวรรษที 21 (21stCentury Content) เข่น การตระหนักในระดับโลก (GlobalAwareness) การรู้หนังสือของพลเมือง (Civic Literacy) ตระหนักในสุขภาพและความเป็นอยู่ทีดี (Health
  • 5. 5CBL: Challenge Based Learning ดร.ดนัย เทียนพุฒ : สงวนลิขสิทธิ 2556and Wellness Awareness) – มีหนึงโครงการ ในด้านทักษะการเรียนรู้และการคิด (Learning andThinking Skills) เช่น ทักษะการคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหา (Critical Thinking and Problem SolvingSkills) ทักษะความร่วมมือ (Collaboration Skills) ทักษะการสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity andInnovation Skills) ทักษะด้านสารสนเทศและมีเดีย (Information and Media Literacy Skills) ทักษะการเรียนรู้ด้านบริบท (Contextual Learning Skills) ในด้านทักษะชีวิต (Life Skills) เช่น ความเป็นผู้นํา(Leadership) การปรับตัว (Adaptability) ผลิตภาพส่วนบุคคล (Personal Productivity) และความรับผิดชอบส่วนบุคคล (Personal Responsibility) ทักษะด้านคน (People Skills) การสังการตนเอง (SelfDirection) และความรับผิดชอบต่อสังคม (Social Responsibility)ทังหมดนีเป็นทีมาของการเริมต้นทีทําให้ผู้เขียนนําการเรียนรู้บนความท้าทายหรือ CBL(Challenge based Learning) มาพัฒนาต่อให้มีความเหมาะสมและปรับใช้กับสถานศึกษาในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก รวมถึงการใช้เป็นเครืองมือการเรียนรู้ของทรัพยากรบุคคลในองค์กรธุรกิจ