Challenge based learning: RE-MODEL

662 views
560 views

Published on

การเรียนรู้บนความท้าทาย ที่ผู้เขียนปรับใช้ในประเทศไทย

Published in: Business
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
662
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
187
Actions
Shares
0
Downloads
0
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Challenge based learning: RE-MODEL

  1. 1.  CBL –Challenge Based Learning                                                         ดร.ดนัย เทียนพุฒ: สงวนลิขสิทธิ์ 2556 Challenge Based Learning: Re-Model                                                                           ดร.ดนัย เทียนพุฒ นักวิชาการผูทรงคุณวุฒิและที่ปรึกษาอิสระ             DrDanaiT@gmail.com     ตลอดเวลาที่ผูเขียนบรรยายเพื่อใหความรูทั้งธุรกิจ หนวยงานภาครัฐและสถาบันการศึกษา หากตองการใชวิธีการใหมผูเขียนจะนํา “วิธีการเรียนรูบนความทาทาย” หรือเรียกยอๆ วา CBL(Challenge Based Learning) เขามาเปนวิธีการในทันทีการนํา CBL มาใชตอนแรก ๆ รูสึกวาวิธีการของ CBL นี้มีประโยชนมาก แตขณะเดียวกันก็พบวา ระดับของผูที่จะเรียนรูไดดีนั้นจําเปนตองมีพื้นฐานความรูในดานการคิดมาระดับหนึ่งเปนอยางนอย ผูเขียนตั้งสมมติฐานวาไมนาจะต่ํากวาปริญญาตรี (สําหรับผูที่ผานระบบการศึกษาไทย)หรือคนที่มีประสบการณในการทํางานมาแลวจะใชไดดีเนื่องดวย CBL เปนการเรียนรูที่ใชกระบวนการคิดในการเดินเรื่องราวหรือเนื้อหาคอนขางมาก (ซึ่งพัฒนามาจากสังคม หรือ ธุรกิจในชาติตะวันตกที่มีระบบการคิดที่ดี) การคิดโซลูชั่น-การปฏิบัติไดอยางเขาใจถูกตองนั้น หากมีความรูในดานการคิดและวางแผนกลยุทธจะมีสวนชวยไดเปนอยางมาก การวัดความรูหรือประเมินการเรียนรู แมวาจะใชวิธีการแบบเดิมๆ ในระบบการเรียนรูได เชน การทดสอบ การทําแบบฝกหัด ฯลฯผูเขียนกลับเห็นวา การใชวิธีการใหเขียนความรูหรือบทความ (Articles) เปนการวัดความสําเร็จของการเรียนรูไดดีเยี่ยม เพราะผูที่เขียนตองสรุปการเรียนรูทั้งหมดผานกระบวนการ CBL และสรุปความเขาใจออกมาเปนบทความดังนั้นจากประสบการณของผูเขียนในการริเริ่มและบุกเบิกเทคนิคใหมในการเรียนรูดวย“CBL หรือการเรียนรูบนความทาทาย” จึงไดทําการวิเคราะหและพัฒนาใหมีการใชไดอยางเหมาะสมกับบริบทและพื้นฐานการเรียนรูของธุรกิจในบานเรา และเหมาะสมกับพัฒนาการดานการศึกษาของไทย โดย
  2. 2.  CBL –Challenge Based Learning                                                         ดร.ดนัย เทียนพุฒ: สงวนลิขสิทธิ์ 2556 ทําการ “ปรับโมเดลใหม” หรือ “Re-Model”นี่จึงเปนที่มาของ “Challenge Based Learning : Re-Model”Challenge Based Learning: Re-Modelดวยเหตุผลที่กลาวมาขางตนพรอมกับประสบการณในการทดลองและพัฒนา “CBL:Challenge Based Learning” มาไดระยะหนึ่ง ผูเขียนไดทําการปรับโมเดล CBL ใหมหรือ “Re-Model”เพื่อใชในการเรียนการสอนทั้งวิชาที่ผูเขียนสอนระดับปริญญาโท-MBA ที่ ม.วลัยลักษณและระดับปริญญาเอก-คณะศึกษาศาสตรที่ ม.เซนตจอหน พรอมกับใชในการทํากิจกรรมกลุมสัมมนาในบางหลักสูตรของสถาบันพระปกเกลา ซึ่งมีลําดับขั้นตอนดังนี้1) การเรียนรูบนความทาทายหรือ CBL ที่ทําการพัฒนาและปรับโมเดลใหมจะเปนดังรูปรูปที่ 1 CBL: Re-Model
  3. 3.  CBL –Challenge Based Learning                                                         ดร.ดนัย เทียนพุฒ: สงวนลิขสิทธิ์ 2556 2) สวนประกอบใน CBL: Re-Model มีรายละเอียดดังนี้ ไอเดียที่ยิ่งใหญ (Big Idea) หมายถึง แนวคิดกวางๆ ที่สามารถสํารวจพบในวิธีที่หลากหลาย เชน รังสรรค เอกลักษณ สื่อสาร ชุมชน ยั่งยืน และความเปนผูนําแหงวิสัยทัศนสิ่งที่ปรับใหม ผูเขียนพบวาหากนําแนวคิดของแผนที่ความคิด (Mind Map) มาชวยในการคิด Big Idea จะทําใหคิดไอเดียที่ยิ่งใหญไดดีมากขึ้นตัวอยางของ Mind Map ชวยในการคิด Big Idea คําถามสําคัญ (The Essential Question) หมายถึง คําถามที่จะเปนคําถามกวางและหลากหลายที่สามารถสะทอนความสนใจของผูบริหาร ผูที่ตองการพัฒนาสิ่งใหมๆ ฯลฯ ที่จําเปนสําหรับองคกร/สถาบัน/ชุมชน
  4. 4.  CBL –Challenge Based Learning                                                         ดร.ดนัย เทียนพุฒ: สงวนลิขสิทธิ์ 2556 หัวใจสําคัญของคําถามสําคัญคือ จะตองเปนคําถามที่เกี่ยวของกับไอเดียที่ยิ่งใหญ (BigIdea)โดยสรุปแลวคําถามสําคัญจะนําไปสูการไดกรอบความทาทายที่ยิ่งใหญที่สุด ความทาทาย (The Challenge) หมายถึง ผูบริหารหรือผูกําลังจัดทํา CBL ไดระดมความคิดเพื่อนําคําถามหรือพัฒนาคําถามที่นําไปสูโซลูชั่นที่เจาะจงความทาทาย (The Challenge)การบูรณาการวิธีการคิด -->- คิดเปนระบบ- คิดแบบมีวิจารณญาณ- คิดแนวขาง- คิดอเนกนัย+เอกนัยเครื่องมือในการคิดวิเคราะห -->- การระดมความคิด- เทคนิคมือซาย-ขวา- โมเดลความคิดผลไดในธุรกิจ- วิธีการคิดวิเคราะห- เนื้อหาการคิดวิเคราะห- ผลผลิตการคิดวิเคราะหคําถามสําคัญ (The Essential Question)ธุรกิจจะมีวิธีการ/เทคนิคสรางใหเกิดการคิดวิเคราะหไดอยางไร?
  5. 5.  CBL –Challenge Based Learning                                                         ดร.ดนัย เทียนพุฒ: สงวนลิขสิทธิ์ 2556  การออกแบบ (Design) ประกอบดวย1) แนวคําถาม (Guiding Question) 2) แนวทางกิจกรรม (Guiding activities) และแนวทางการใชทรัพยากร (Guiding resources) ดังรูป โซลูชั่น-การปฏิบัติ (Solution-Action)โซลูชั่นควรเปนความคิดที่ดี จับตองได ปฏิบัติได อธิบายไดชัดแจง นําเสนอและหรือเผยแพรผานสื่อ ดังนั้นหากไดมีการออกแบบรวมกันเพื่อวัดความสําเร็จของโซลูชั่นจะเปนสิ่งที่ดี การวัดหรือการประเมินผล (Assessment) สามารถใชวิธีการวัดการเรียนรูแบบเดิมๆ ก็ได เชน ทดสอบ ผลงานและโครงการ แตในทัศนะผูเขียน การเผยแพร (Publishing) ในรูปของบทความหรือยกตัวอยางความสําเร็จในสื่อออนไลนทางสังคม เปนวิธีการวัดความสําเร็จไดดีและ
  6. 6.  CBL –Challenge Based Learning                                                         ดร.ดนัย เทียนพุฒ: สงวนลิขสิทธิ์ 2556 ผูเขียนรวมขั้นตอนการวัดหรือการประเมินผล ความสําเร็จกับการเผยแพรมาอยูในขั้นตอนเดียวกันเปนความทาทายอยางยิ่งสําหรับธุรกิจที่จะนํา CBL: Challenge based learningมาใชหาไอเดียที่ยิ่งใหญ ซึ่งถือเปน การเรียนรูบนความทาทายอยางแทจริง ที่หาไมไดจากระบบการศึกษาไทย แตแจงเกิดในธุรกิจมากอนครับ………………………………

×