นางชมภูนุช ผลไสว
พยาบาลวิชาชีพ
โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี
มะเร็งเต้านม
มะเร็งเต้านม คือ เซลล์ของเนื้อเยื่อเต้านมที่มีการ
เปลี่ยนแปลง จนทาให้มีการเจริญเติบโตไปอย่างรวดเร็ว จน
ร่างกา...
มะเร็งเต้านม
 ส่วนประกอบหลักของเต้านม
 ต่อมสร้างน้านม
 ท่อนาน้านม
 เนื้อนม (เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ไขมัน เส้นเลือด ท่อน้า...
ปัจจัยเสี่ยงสาหรับมะเร็งเต้านม
 ปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้
 เพศ
 อายุ
 พันธุกรรม : 5-10% ของมะเร็งเต้านมเป็นโรคแบบที่ม...
ปัจจัยเสี่ยงสาหรับมะเร็งเต้านม
 เชื้อชาติ
 ความหนาแน่นของเนื้อเต้านม
 ภาวะหรือโรคในเต้านมบางอย่าง
 ระยะเวลาการมีประจาเ...
ปัจจัยเสี่ยงสาหรับมะเร็งเต้านม
 ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิต
 การมีบุตร

ไม่มีบุตร หรือมีบุตรคนแรกหลังอายุ 30 ปี เพ...
ปัจจัยเสี่ยงสาหรับมะเร็งเต้านม
 การให้นมบุตร

พบว่าลดโอกาสเสี่ยงในบางการศึกษา แต่ต้องให้นานต่อเนื่องอย่างน้อย 1.5-2
ปี
 ...
อาการและอาการแสดงของโรคมะเร็งเต้านม
 ในรายที่เป็นระยะเริ่มแรกมักไม่มีอาการ
 คลาพบก้อนในเต้านม (แข็ง ไม่เจ็บ ขอบเขตไม่ชัด...
อาการและอาการแสดงของโรคมะเร็งเต้านม
 เจ็บเต้านมหรือหัวนม
 หัวนมบุ๋ม หรือมีของเหลวออกจากหัวนม
 คลาพบก้อนบริเวณรักแร้
เต้านมบวมแดง
หัวนมบุ๋ม
มีตุ่ม ผื่น หรือแผลที่ผิวหนัง
การรักษามะเร็งเต้านม
การรักษาหลักประกอบไปด้วย
 การผ่าตัด (Surgery)
 รังสีรักษา (Radiation therapy)
 เคมีบาบัด (Chemothe...
การผ่าตัดเต้านม
การผ่าตัดเต้านมมี 2 วิธี
1. การผ่าตัดเต้านม ออกทั้งหมด (Total Mastectomy)
• Simple Mastectomy คือการตัดเฉพ...
การผ่าตัดเต้านม
• Modified Radical Mastectomy (MRM) คือ การผ่าตัดเอา

เต้านม และต่อมนาเหลืองใต้รักแร้ออก หากพบว่าเซลล์มะเร...
การผ่าตัดเต้านม
• Modified Radical Mastectomy with

Reconstruction คือ การผ่าตัดเอาเต้านมออกด้วยวิธี
Modified Radical Mast...
การผ่าตัดเต้านม
2. การผ่าตัดแบบสงวนเต้า (Partial Mastectomy)
• หรือจะเรียกว่าการผ่าตัดแบบเก็บรักษาเต้านมไว้ (Breast
Conser...
Breast conservation surgery
ข้อดีของการผ่าตัดแบบสงวนเต้านม
 สามารถเก็บรักษาเต้านมไว้ได้ โดยมีรูปทรงที่ใกล้เคียงกับก่อน

ผ่าตัด
 ระยะพักฟื้นเร็วกว่า ...
การสร้างเต้านมใหม่ ทาได้ 3 แบบ คือ
1. การผ่าตัดโดยใช้เต้านมเทียม
คือ การใส่ถุงซิลิโคนใต้ชันผิวหนังและกล้ามเนือ แล้ว
ฉีดซิล...
2. การใช้เนื้อเยื่อส่วนอื่นของร่างกายมาสร้างเต้านมใหม่
คือการย้ายเนือเยื่อส่วนอื่นของร่างกาย ทังผิวหนัง ชันไขมัน
และกล้ามเ...


ข้อดีของวิธีการนี เหมาะสาหรับผู้ที่ไม่ต้องการใช้วัสดุเทียมใน
ร่างกาย แต่ข้อเสียคือการใช้วิธีนีค่อนข้างยุ่งยาก เป็นการผ่...
3. การใช้ 2 วิธีดังกล่าวร่วมกัน
จากข้อมูลข้างต้นนี้ อย่างน้อยก็คงทาให้ผู้ป่วยมะเร็งเต้า
นมคลายความเครียดลงไปได้บ้าง เพราะห...
การเสริมสร้างเต้านมขึ้นใหม่
(Breast reconstruction)
 ใช้เนื้อเยื่อของผู้ป่วยเอง (Autologous reconstruction)
 Transverse ...
Transverse Rectus Abdominis Myocutaneous flap (TRAM flap)
Transverse Rectus Abdominis Myocutaneous flap (TRAM flap)
Latissimus dorsi myocutaneous flap (LD)
Latissimus dorsi myocutaneous flap (LD)
ภาวะแทรกซ้อนและการพยาบาลผู้ป่วย
หลังผ่าตัดมะเร็งเต้านม
ซีรั่มคั่งภายในแผล seroma
 การทาผ่าตัดมักใส่สายระบายชนิดความดันลบ เช่น Radivac

drain ไว้บริเวณรักแร้ และใต้ และใต้ skin ...
ซีรั่มคั่งภายในแผล seroma
 การพยาบาล
 ดูแลสายระบายบริเวณแผลผ่าตัด
 Observe จานวน สี สิ่งคัดหลั่งจากขวดระบาย

 กดแผลภายนอกบริเวณรักแร้แขนข้างผ่าต...
ชาปลายมือหลังผ่าตัดหรือ
กล้ามเนื้อบริเวณสะบักอ่อนแรง
 การผ่าตัดควรหาเส้นประสาทที่สาคัญบริเวณนี้ เช่น Long

thoracic n. (เ...
 Brachial plexus จะมีอาการรู้สึกชาๆ ที่นิ้วจนถึงอ่อนแรงและ

ชาทั้งแขน จะหายเป็นปกติ แต่อาจจะต้องใช้เวลาหลาย
สัปดาห์
 Axi...
 การพยาบาล
 Observe ความผิดปกติของการหายใจ การเคลื่อนไหวของแขน และ
ความผิดปกติของสะบัก
 ติดตามอาการแสดงเปรียบเทียบแขน ส...
การตายของผิวหนังบริเวณแผลผ่าตัด
 เกิดจากขณะผ่าตัด flap

บางเกินไป มีการดึงรั้ง
ขณะผ่าตัด ปล่อยให้
Flapแห้ง การเย็บ
ขอบแผล...
 การพยาบาล
 Dressing ตามแผลการรักษา
 สังเกตสิ่งผิดปกติบริเวณแผล ซีด เขียว หรือม่วงชัดเจน

 ให้ยาตามแผนการรักษา
 หากแพ...
ข้อไหล่ถูกดึงรั้งภายหลังการผ่าตัด
stiff shoulder joint
 ภายหลังการผ่าตัดการเคลื่อน

ไหวของข้อไหล่จะทาได้
น้อยลง เนื่องจาก...
ข้อไหล่ถูกดึงรั้งภายหลังการผ่าตัด
stiff shoulder joint
 การพยาบาล
 อธิบายความจาเป็นที่จะเพิมการเคลื่อนไหวให้ได้สูงสุด
่
...
ทางเดินน้าเหลืองอุดตัน Lymphadema
 ตัวสาคัญที่ทาให้เกิด lymphadema พังผืดจะไปกดทางเดิน

นาเหลือง และเป็นตัวขัดขวางหลอดทาง...
ทางเดินน้าเหลืองอุดตัน Lymphadema
 การพยาบาล
 ฝึกการเคลื่อนไหวของไหล่และแขนสม่าเสมอ
 ยกแขนให้สูง ห้อยแขนขณะนอน และไม่นอนทับแขนข้างผ่าตัด
 สังเกตอาการบวม...
คาแนะนาการปฏิบัติตัว
 ป้องกันไหล่, แขน และมืออย่าให้ถูกความร้อน เพื่อป้องกัน

ไม่ให้เกิดแขนบวม
 เวลาทากับข้าวควรสวมถุงมื...
 ระวังอย่าให้มีวัตถุใดไปรัดแขนข้างที่ทาผ่าตัดไว้
 อย่าสวมเครื่องประดับที่คับจนรัดหรือทาให้เกิดการขีดข่วน

 อย่าสะพายของ...
 ระวังป้องกันอย่าให้เกิดอุบัติเหตุหรือการติดเชื้อของแขนและมือ

ข้างนั้น
 สวมถุงมือยางอย่างหนาเวลาล้างชาม โดยเฉพาะอย่างยิ...
 อย่าฉีดยาหรือเจาะเลือดจากแขนข้างนั้น

 อย่าใช้สบู่หรือผงซักฟอกที่แรง ๆ หรือทาให้เกิดการแพ้ของผิวหนัง,

สารเคมีที่มีฤทธิ...
 ระวังอย่าให้เกิดบาดแผลทุกชนิด ถ้ามีบาดแผลเกิดขึ้นต้อง

ระวังดูแลเป็นพิเศษ เพราะเมื่อเกิดแขนบวมแล้วจะเกิดการติด
เชื้อได้ง...
 ถ้ามีอาการเจ็บปวดหรืออาการบวมต้องไปหาแพทย์ทันที
 ใช้ยาปฏิชีวนะชนิดขี้ผงทาแผลตามคาแนะนาของแพทย์
ึ้
 รักษาความสะอาดและคว...
 ติดต่อแพทย์ทันทีถ้ามีอาการของแขนบวม, ปวด, ร้อนหรือแดง
 พยายามหลีกเลี่ยงที่จะยกของหนัก, การทางานที่จะต้องขยับ

แขนอย่างเ...
 การตรวจเต้านมด้วยตนเองสม่าเสมอ
 การดูเต้านม
 การคลาเต้านม

 อาหาร
 การออกกาลังกาย
1. หายใจลึกๆ 3 ครั้ง
กา - แบมือ 5-10 ครั้ง
งอ - เหยียดศอก 5-10 ครั้ง
2. ยกไหล่ ขึ้น-ลง
3. ห่อไหล่มาด้านหน้า-แบะไหล่ไปด้านหลัง
4. หมุนหัวไหล่เป็นวงกลม
(ทั้งในท่าเหยียดแขนและงอศอกท่าใดท่าหนึ่งทีสามารถทาได้)
่
5. ยกแขนไปด้านหน้า - เหยียดแขนไปด้านหลัง
6. ยืนหันหน้าเข้าหาผนัง วางฝ่ามือบนผนัง ค่อยๆ “ไต่ผนัง” จน
รู้สึกว่าตึงเล็กน้อย แล้วกลับสู่ท่าตั้งต้น
**ท่าที่ 7 และ 8 เริ่มปฏิบัติในสัปดาห์ที่ 2 หลังผ่าตัด **
7. กาง-หุบแขนโดยประสานมือไว้ด้านหลังศีรษะ
8. นั่งตัวตรง ประสานมือไว้เหนือศีรษะ เอียงตัวไปข้างซ้าย และขวา
สลับกัน ช้า ๆ
ทาท่าละ 5-10 ครั้ง วันละ 3-4 รอบ
***ระวัง...อ...
มะเร็งเต้านม
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

มะเร็งเต้านม

11,107

Published on

0 Comments
12 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total Views
11,107
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
2
Actions
Shares
0
Downloads
232
Comments
0
Likes
12
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

มะเร็งเต้านม

  1. 1. นางชมภูนุช ผลไสว พยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี
  2. 2. มะเร็งเต้านม มะเร็งเต้านม คือ เซลล์ของเนื้อเยื่อเต้านมที่มีการ เปลี่ยนแปลง จนทาให้มีการเจริญเติบโตไปอย่างรวดเร็ว จน ร่างกายไม่สามารถควบคุมได้ และแพร่กระจายไปยังอวัยวะ ต่างๆ ของอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย โดยทางท่อน้าเหลือง และกระแสเลือด
  3. 3. มะเร็งเต้านม  ส่วนประกอบหลักของเต้านม  ต่อมสร้างน้านม  ท่อนาน้านม  เนื้อนม (เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ไขมัน เส้นเลือด ท่อน้าเหลือง)  มะเร็งเต้านมส่วนใหญ่ มีเซลล์ต้นกาเนิดมาจากเซลล์บุท่อนา น้านม  ส่วนใหญ่เกิดในผู้หญิง
  4. 4. ปัจจัยเสี่ยงสาหรับมะเร็งเต้านม  ปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้  เพศ  อายุ  พันธุกรรม : 5-10% ของมะเร็งเต้านมเป็นโรคแบบที่มีการถ่ายทอด ทาง พันธุกรรม โดยผู้ป่วยรับยีนที่มีความผิดปกติมาจากพ่อแม่  ประวัติมะเร็งเต้านมภายในครอบครัว  ประวัติส่วนตัวเคยเป็นมะเร็งเต้านม
  5. 5. ปัจจัยเสี่ยงสาหรับมะเร็งเต้านม  เชื้อชาติ  ความหนาแน่นของเนื้อเต้านม  ภาวะหรือโรคในเต้านมบางอย่าง  ระยะเวลาการมีประจาเดือน  การฉายแสงบริเวณทรวงอก
  6. 6. ปัจจัยเสี่ยงสาหรับมะเร็งเต้านม  ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิต  การมีบุตร ไม่มีบุตร หรือมีบุตรคนแรกหลังอายุ 30 ปี เพิ่มโอกาสเสี่ยงเล็กน้อย  การคุมกาเนิด ยาเม็ดคุมกาเนิด ผลการศึกษายังไม่ยืนยันชัดเจนว่าเพิ่มโอกาสเสี่ยง  การรักษาด้วยฮอร์โมนทดแทนในวัยหมดประจาเดือน ฮอร์โมนรวม (เอสโตรเจน และ โปรเจสเตอโรน) เพิ่มโอกาสเสี่ยงเล็กน้อย
  7. 7. ปัจจัยเสี่ยงสาหรับมะเร็งเต้านม  การให้นมบุตร พบว่าลดโอกาสเสี่ยงในบางการศึกษา แต่ต้องให้นานต่อเนื่องอย่างน้อย 1.5-2 ปี  แอลกอฮอล์  โรคอ้วน  การออกกาลังกาย เดินเร็วๆอย่างน้อย 1.25-2.5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ลดโอกาสเสี่ยง
  8. 8. อาการและอาการแสดงของโรคมะเร็งเต้านม  ในรายที่เป็นระยะเริ่มแรกมักไม่มีอาการ  คลาพบก้อนในเต้านม (แข็ง ไม่เจ็บ ขอบเขตไม่ชัด)  เต้านมบวม  มีการเปลี่ยนแปลงของผิวหนัง  แดง  หนาตัวเป็นสะเก็ด  รอยบุ๋ม
  9. 9. อาการและอาการแสดงของโรคมะเร็งเต้านม  เจ็บเต้านมหรือหัวนม  หัวนมบุ๋ม หรือมีของเหลวออกจากหัวนม  คลาพบก้อนบริเวณรักแร้
  10. 10. เต้านมบวมแดง
  11. 11. หัวนมบุ๋ม
  12. 12. มีตุ่ม ผื่น หรือแผลที่ผิวหนัง
  13. 13. การรักษามะเร็งเต้านม การรักษาหลักประกอบไปด้วย  การผ่าตัด (Surgery)  รังสีรักษา (Radiation therapy)  เคมีบาบัด (Chemotherapy)  การรักษาด้วยยาต้านฮอร์โมน (Hormone therapy)  การรักษาแบบมุ่งเป้า (Targeted therapy)
  14. 14. การผ่าตัดเต้านม การผ่าตัดเต้านมมี 2 วิธี 1. การผ่าตัดเต้านม ออกทั้งหมด (Total Mastectomy) • Simple Mastectomy คือการตัดเฉพาะเต้านมออก โดยไม่มี การเลาะต่อมนาเหลืองบริเวณรักแร้ วิธีการจะใช้เมื่อแน่ใจว่า มะเร็งอยู่เฉพาะที่
  15. 15. การผ่าตัดเต้านม • Modified Radical Mastectomy (MRM) คือ การผ่าตัดเอา เต้านม และต่อมนาเหลืองใต้รักแร้ออก หากพบว่าเซลล์มะเร็ง กระจายไปยังต่อมนาเหลืองแล้ว • Radical Mastectomy คือ การผ่าเอาเต้านมพร้อมก้อนมะเร็ง ออก จากนันเลาะเอาก้อนนาเหลืองบริเวณรักแร้ และตัดเอา กล้ามเนือทรวงอก (Pectoralis Major และ Minor) ออกไปด้วย
  16. 16. การผ่าตัดเต้านม • Modified Radical Mastectomy with Reconstruction คือ การผ่าตัดเอาเต้านมออกด้วยวิธี Modified Radical Mastectomy คือตัดต่อมนาเหลืองออกไป ด้วย และยังผ่าตัดย้ายกล้ามเนือจากบริเวณหลังหรือท้อง มาทา เป็นเต้านมและหัวนม เพื่อลดความรู้สึกของการสูญเสียความเป็น หญิง
  17. 17. การผ่าตัดเต้านม 2. การผ่าตัดแบบสงวนเต้า (Partial Mastectomy) • หรือจะเรียกว่าการผ่าตัดแบบเก็บรักษาเต้านมไว้ (Breast Conserving Therapy) โดยแพทย์จะผ่าตัดเอาเฉพาะส่วนที่เป็น ก้อนเนือร้ายออกเท่านัน แต่ยังคงเหลือเต้านมส่วนที่ดีเอาไว้ อย่างไรก็ตาม หากใช้การผ่าตัดวิธีนีรักษามะเร็ง ผู้ป่วยจะต้อง ฉายแสงควบคู่ไปด้วยจึงจะให้ผลเทียบเท่ากับการผ่าตัดเต้านม ออกทังหมด ไม่เช่นนัน ผู้ป่วยจะมีโอกาสจะกลับมาเป็นมะเร็งซา ได้อีก
  18. 18. Breast conservation surgery
  19. 19. ข้อดีของการผ่าตัดแบบสงวนเต้านม  สามารถเก็บรักษาเต้านมไว้ได้ โดยมีรูปทรงที่ใกล้เคียงกับก่อน ผ่าตัด  ระยะพักฟื้นเร็วกว่า ไม่จาเป็นต้องนอนพักรักษาตัวที่ โรงพยาบาล เมื่อผ่าตัดเสร็จแล้วสามารถกลับบ้านได้เลย หรือ อาจจะนอนค้างที่โรงพยาบาลเพียง 1 คืนได้  ทาให้ผู้หญิงไม่รู้สึกเครียด หรือไม่สบายใจที่ต้องสูญเสียเต้านม
  20. 20. การสร้างเต้านมใหม่ ทาได้ 3 แบบ คือ 1. การผ่าตัดโดยใช้เต้านมเทียม คือ การใส่ถุงซิลิโคนใต้ชันผิวหนังและกล้ามเนือ แล้ว ฉีดซิลิกาเจลหรือนาเกลือปลอดเชือเข้าไปในถุงซิลิโคนนัน มี ข้อดีคือกระบวนการผ่าตัดไม่ยุ่งยาก ใช้เวลาไม่นาน แต่อาจมี ภาวะแทรกซ้อนจากการใส่เต้านมเทียม เช่น การติดเชือ แผลมี เลือดออก หรือในระยะยาว ถุงซิลิโคนอาจแตกได้
  21. 21. 2. การใช้เนื้อเยื่อส่วนอื่นของร่างกายมาสร้างเต้านมใหม่ คือการย้ายเนือเยื่อส่วนอื่นของร่างกาย ทังผิวหนัง ชันไขมัน และกล้ามเนือ หรือเรียกว่า Flap เพื่อนาไปทาเป็นเต้านมใหม่ โดย การย้าย Flap มานันต้องพึ่งพาเส้นเลือดเดิม เพื่อใช้เลียง Flap นัน นอกจากนี ยังมีวิธีการสร้างเต้านมเทียมอีกวิธหนึ่งคือ ย้ายมา ี เฉพาะชันผิวหนัง และไขมันมาเท่านัน โดยเอาไขมันมาจากหน้า ท้อง หรือก้น แล้วมาผ่าตัดตกแต่งให้เป็นรูปทรงของเต้านม
  22. 22.  ข้อดีของวิธีการนี เหมาะสาหรับผู้ที่ไม่ต้องการใช้วัสดุเทียมใน ร่างกาย แต่ข้อเสียคือการใช้วิธีนีค่อนข้างยุ่งยาก เป็นการผ่าตัด ใหญ่ ใช้เวลานาน และอาจมีภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดเลาะ เนือเยื่อจากบริเวณอื่น ๆ ของร่างกายมาเสริมสร้างเต้านมใหม่
  23. 23. 3. การใช้ 2 วิธีดังกล่าวร่วมกัน จากข้อมูลข้างต้นนี้ อย่างน้อยก็คงทาให้ผู้ป่วยมะเร็งเต้า นมคลายความเครียดลงไปได้บ้าง เพราะหากต้องผ่าตัดเต้านม ออกไปจริง ๆ ก็ยังสามารถสร้างเต้านมใหม่ขึ้นมาทดแทนได้ซึ่ง จะช่วยให้ผู้หญิงกลับมามั่นใจได้อีกครังนั่นเอง และยังสามารถทา ได้คราวเดียวกับการผ่าตัดมะเร็งเต้านมด้วย เรียกว่าผ่าตัดปุ๊บ ก็ เสริมใหม่ปั๊บ ช่วยลดความกังวลไปได้มากเลย
  24. 24. การเสริมสร้างเต้านมขึ้นใหม่ (Breast reconstruction)  ใช้เนื้อเยื่อของผู้ป่วยเอง (Autologous reconstruction)  Transverse Rectus Abdominis Myocutaneous flap (TRAM flap)  Latissimus dorsi myocutaneous flap (LD)  Inferior and superior gluteal flap  Lateral transverse thigh flap  ใช้เต้านมเทียม (Prosthetic reconstruction)
  25. 25. Transverse Rectus Abdominis Myocutaneous flap (TRAM flap)
  26. 26. Transverse Rectus Abdominis Myocutaneous flap (TRAM flap)
  27. 27. Latissimus dorsi myocutaneous flap (LD)
  28. 28. Latissimus dorsi myocutaneous flap (LD)
  29. 29. ภาวะแทรกซ้อนและการพยาบาลผู้ป่วย หลังผ่าตัดมะเร็งเต้านม
  30. 30. ซีรั่มคั่งภายในแผล seroma  การทาผ่าตัดมักใส่สายระบายชนิดความดันลบ เช่น Radivac drain ไว้บริเวณรักแร้ และใต้ และใต้ skin flap เพื่อระบาย ซีรั่มโดยทั่วไปภายหลังผ่าตัดจะมีซีรั่มไหลออกมาทางสายระบาย ประมาณ 3-5 วัน โดยจะเอาสายระบายน้าเหลืองออกเมื่อมี น้าเหลืองระบายออก < 30 CC/ วัน ติดต่อกัน 2 วัน
  31. 31. ซีรั่มคั่งภายในแผล seroma
  32. 32.  การพยาบาล  ดูแลสายระบายบริเวณแผลผ่าตัด  Observe จานวน สี สิ่งคัดหลั่งจากขวดระบาย  กดแผลภายนอกบริเวณรักแร้แขนข้างผ่าตัดเบาๆ ช่วยลดการคั่งค้าง  หลังผ่าตัดใหม่ๆ ยังไม่ควรให้ยกแขนสูงมากนักเพราะว่าจะทาให้ ผิวหนังไม่ติดกับกล้ามเนื้อและเนือเยื่อบริเวณนัน ้ ้  หากหลังเอาสายระบายออกยังมีซีรั่มค้าง รายงานแพทย์
  33. 33. ชาปลายมือหลังผ่าตัดหรือ กล้ามเนื้อบริเวณสะบักอ่อนแรง  การผ่าตัดควรหาเส้นประสาทที่สาคัญบริเวณนี้ เช่น Long thoracic n. (เป็นเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อ Serratus Anterior) ทาให้เกิดอ่อนแรงของกล้ามเนื้อบริเวณสะบักหลัง ผ่าตัด  Thoracodorsal n. (เลี้ยงกล้ามเนื้อ Latissimus Dorsi) เพื่อ ป้องกันการทางานของข้อไหล่ผิดปกติ การบาดเจ็บต่อ
  34. 34.  Brachial plexus จะมีอาการรู้สึกชาๆ ที่นิ้วจนถึงอ่อนแรงและ ชาทั้งแขน จะหายเป็นปกติ แต่อาจจะต้องใช้เวลาหลาย สัปดาห์  Axillary vein และ Axillary artery ถ้ามีการฉีกขาดก็ควรจะ ซ่อมแซม
  35. 35.  การพยาบาล  Observe ความผิดปกติของการหายใจ การเคลื่อนไหวของแขน และ ความผิดปกติของสะบัก  ติดตามอาการแสดงเปรียบเทียบแขน สอง ข้าง      ชีพจรบริเวณข้อมือ รู้สึกชา หรือรู้สึกเหมือนมีของแหลมทิ่มที่มือ เวลาที่เลือดไหลมาเต็มเส้นเลือดฝอยใช้เวลามากกว่า 3 วินาที ซีดเขียว ปลายมือเย็น ไม่สามารถงอหรือเหยียดนิ้วได้
  36. 36. การตายของผิวหนังบริเวณแผลผ่าตัด  เกิดจากขณะผ่าตัด flap บางเกินไป มีการดึงรั้ง ขณะผ่าตัด ปล่อยให้ Flapแห้ง การเย็บ ขอบแผลมีความตึง มากเกินไป
  37. 37.  การพยาบาล  Dressing ตามแผลการรักษา  สังเกตสิ่งผิดปกติบริเวณแผล ซีด เขียว หรือม่วงชัดเจน  ให้ยาตามแผนการรักษา  หากแพทย์ไม่สามารถเย็บได้ จะต้องเปิดทาแผล Wet dressing จนกว่าแผลจะแดงดี จึงนามาทา skin graft ภายหลัง
  38. 38. ข้อไหล่ถูกดึงรั้งภายหลังการผ่าตัด stiff shoulder joint  ภายหลังการผ่าตัดการเคลื่อน ไหวของข้อไหล่จะทาได้ น้อยลง เนื่องจากถูกดึงรัง จากแผล และ fibrosis ในบริเวณผ่าตัด
  39. 39. ข้อไหล่ถูกดึงรั้งภายหลังการผ่าตัด stiff shoulder joint  การพยาบาล  อธิบายความจาเป็นที่จะเพิมการเคลื่อนไหวให้ได้สูงสุด ่  ให้ยาแก้ปวดที่เหมาะสม  วัดวงแขนข้างที่ผ่าตัดทั้งก่อนและหลังผ่าตัดเพื่อประเมิน  ช่วงแรกอาจใช้แขนข้างทีไม่ได้ผ่าตัดช่วงพยุงข้างที่ผาตัดในการ ่ ่ บริหารให้ได้สูงสุด  ออกกาลังกายแขนทั้งสองข้างวันละ 2 ครั้งเป็นอย่างน้อย ทุกวัน ตลอดไป
  40. 40. ทางเดินน้าเหลืองอุดตัน Lymphadema  ตัวสาคัญที่ทาให้เกิด lymphadema พังผืดจะไปกดทางเดิน นาเหลือง และเป็นตัวขัดขวางหลอดทางเดินนาเหลืองที่จะเกิด ขึนมาใหม่  ปัจจัยอยู่ 5 ปัจจัยที่เป็นตัวทาให้เกิดแขนบวมได้มากขึน คือ นาหนักตัวที่เพิ่มขึนหลังผ่าตัด, การฉายแสงบริเวณรักแร้ แผล ผ่าตัดในแนวเฉียง การเลาะต่อมนาเหลืองที่รักแร้ลึกเกินระดับ 2 การมีการติดเชือในรักแร้จะทาให้เกิดแขนบวมได้มากขึน
  41. 41. ทางเดินน้าเหลืองอุดตัน Lymphadema
  42. 42.  การพยาบาล  ฝึกการเคลื่อนไหวของไหล่และแขนสม่าเสมอ  ยกแขนให้สูง ห้อยแขนขณะนอน และไม่นอนทับแขนข้างผ่าตัด  สังเกตอาการบวม ชา ปวดข้างที่ผ่าตัด  ระวังการติดเชื้อแขนข้างที่ผ่าตัด หากมีแผลให้ทาความสะอาดทันที และสังเกตอาการติดเชื้อ  หลีกเลี่ยงการเจาะเลือด ฉีดวัคซีน ฉีดยา วัดความดัน ยกของหนัก มากกว่า 1 กิโลกรัม สวมเสื้อผ้าที่แน่น แบกกระเป๋าที่มีสายสะพาย ใส่เสื้อเสื้อชั้นในขนาดใหญ่ หรือไม่มีสายคล้อง
  43. 43. คาแนะนาการปฏิบัติตัว  ป้องกันไหล่, แขน และมืออย่าให้ถูกความร้อน เพื่อป้องกัน ไม่ให้เกิดแขนบวม  เวลาทากับข้าวควรสวมถุงมือกันความร้อน และพยายามใช้แขนข้าง ที่ไม่ได้ผ่าตัดให้มากที่สุด  อย่าตากแดดจัดๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลานั่งรถทางไกล อย่าให้ แสงแดดส่องมาถูกแขนข้างที่ทาผ่าตัดเป็นเวลานาน ๆ ถ้าจาเป็น ป้องกันโดยทาครีมกันแดด
  44. 44.  ระวังอย่าให้มีวัตถุใดไปรัดแขนข้างที่ทาผ่าตัดไว้  อย่าสวมเครื่องประดับที่คับจนรัดหรือทาให้เกิดการขีดข่วน  อย่าสะพายของหนักบนบ่าข้างที่ทาผ่าตัดไว้  อย่าวัดความดันเลือดที่แขนข้างนั้น
  45. 45.  ระวังป้องกันอย่าให้เกิดอุบัติเหตุหรือการติดเชื้อของแขนและมือ ข้างนั้น  สวมถุงมือยางอย่างหนาเวลาล้างชาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าใช้ฝอย ขัดด้วย  สวมถุงมือเวลาทาสวน  สวมปลอกกันนิ้วเวลาเย็บผ้าและระวังอย่าให้เข็มตานิ้ว
  46. 46.  อย่าฉีดยาหรือเจาะเลือดจากแขนข้างนั้น  อย่าใช้สบู่หรือผงซักฟอกที่แรง ๆ หรือทาให้เกิดการแพ้ของผิวหนัง, สารเคมีที่มีฤทธิ์รุนแรง ซึ่งอาจจะกัดผิวหนังได้  ถ้าจาเป็นต้องโกนขน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่รักแร้ ขอให้ใช้เครื่อง โกนไฟฟ้า
  47. 47.  ระวังอย่าให้เกิดบาดแผลทุกชนิด ถ้ามีบาดแผลเกิดขึ้นต้อง ระวังดูแลเป็นพิเศษ เพราะเมื่อเกิดแขนบวมแล้วจะเกิดการติด เชื้อได้ง่ายเพียงแต่รอยถลอกหรือรอยไหม้เพียงเล็กน้อยก็อาจทา ให้เกิดการติดเชื้อลุกลามไปได้มากๆ อาจทาให้มีไข้สูงร่วมด้วย ดังนั้นควรมียาปฏิชีวนะชนิดขี้ผึ้งและปลาสเตอร์ติดแผลติดตัวไว้ เสมอ  ถ้ามีแผลที่ผิวหนังแม้เพียงเล็กน้อยต้องล้างทาความสะอาดด้วยสบู่ แล้วปิดด้วยผ้าปิดแผลที่สะอาด
  48. 48.  ถ้ามีอาการเจ็บปวดหรืออาการบวมต้องไปหาแพทย์ทันที  ใช้ยาปฏิชีวนะชนิดขี้ผงทาแผลตามคาแนะนาของแพทย์ ึ้  รักษาความสะอาดและความชุ่มชื้นของผิวหนัง
  49. 49.  ติดต่อแพทย์ทันทีถ้ามีอาการของแขนบวม, ปวด, ร้อนหรือแดง  พยายามหลีกเลี่ยงที่จะยกของหนัก, การทางานที่จะต้องขยับ แขนอย่างเร็ว ๆ รุนแรง และซ้าซาก  ควรปฏิบัติกิจวัตรประจาวันตามปกติ ออกกาลังกายสม่าเสมอ และยกแขนสูงเมื่อมีโอกาส
  50. 50.  การตรวจเต้านมด้วยตนเองสม่าเสมอ  การดูเต้านม  การคลาเต้านม  อาหาร
  51. 51.  การออกกาลังกาย 1. หายใจลึกๆ 3 ครั้ง กา - แบมือ 5-10 ครั้ง งอ - เหยียดศอก 5-10 ครั้ง 2. ยกไหล่ ขึ้น-ลง
  52. 52. 3. ห่อไหล่มาด้านหน้า-แบะไหล่ไปด้านหลัง
  53. 53. 4. หมุนหัวไหล่เป็นวงกลม (ทั้งในท่าเหยียดแขนและงอศอกท่าใดท่าหนึ่งทีสามารถทาได้) ่
  54. 54. 5. ยกแขนไปด้านหน้า - เหยียดแขนไปด้านหลัง
  55. 55. 6. ยืนหันหน้าเข้าหาผนัง วางฝ่ามือบนผนัง ค่อยๆ “ไต่ผนัง” จน รู้สึกว่าตึงเล็กน้อย แล้วกลับสู่ท่าตั้งต้น
  56. 56. **ท่าที่ 7 และ 8 เริ่มปฏิบัติในสัปดาห์ที่ 2 หลังผ่าตัด ** 7. กาง-หุบแขนโดยประสานมือไว้ด้านหลังศีรษะ
  57. 57. 8. นั่งตัวตรง ประสานมือไว้เหนือศีรษะ เอียงตัวไปข้างซ้าย และขวา สลับกัน ช้า ๆ ทาท่าละ 5-10 ครั้ง วันละ 3-4 รอบ ***ระวัง...อย่าให้เกิดอาการปวดมากขึ้น ***
  1. A particular slide catching your eye?

    Clipping is a handy way to collect important slides you want to go back to later.

×