งานส่งเสริมทันตสุขภาพและป้องกันโรคช่องปาก
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 

งานส่งเสริมทันตสุขภาพและป้องกันโรคช่องปาก

on

  • 6,305 views

 

Statistics

Views

Total Views
6,305
Views on SlideShare
6,282
Embed Views
23

Actions

Likes
3
Downloads
162
Comments
0

1 Embed 23

http://www.udcancer.org 23

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

งานส่งเสริมทันตสุขภาพและป้องกันโรคช่องปาก งานส่งเสริมทันตสุขภาพและป้องกันโรคช่องปาก Presentation Transcript

  • งานส่งเสริมทันตสุขภาพและป้ องกันโรคในช่องปาก สาหรับแม่และเด็ก ทพ. โสภณ เคหาไสย 1
  • ทันตสุขภาพและการป้ องกันโรคในช่องปาก สาหรับแม่และเด็ก • กลุ่มหญิงตั้งครรภ์ • กลุ่มเด็กทารก (อายุต่ากว่า ๓ ปี) • เด็กก่อนวัยเรียน (อายุ ๓-๖ ปี) • เด็กวัยเรียน (อายุ ๖-๑๒ปี ) 2
  • ทันตสุขภาพและป้ องกันโรคในหญิงตั้งครรภ์ ปัญหาสุขภาพที่พบ – เหงือกอักเสบ : การเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมน ทาให้ระบบภูมิคุ้มกันของ ร่างกายไวต่อสิ่งระคายเคืองเฉพาะที่ ได้แก่ คราบจุลินทรีย์ และหินน้าลาย ทา ให้เกิดเหงือกอักเสบและเพิ่มปฏิกิริยาของขบวนการอักเสบ – ฟันผุลุกลาม : เนื่องจากอาหารที่รับประทาน, การดูแลอนามัยช่องปากไม่ดี 3
  • ทันตสุขภาพและป้องกันโรคในหญิงตั้งครรภ์ การรักษา สามารถทาการรักษาทางทันตกรรม ได้ตามปกติในช่วงเดือนที่ ๔ - ๖ ของการตั้งครรภ์ 4
  • ทันตสุขภาพและป้องกันโรคในหญิงตั้งครรภ์ การป้ องกันและคาแนะนา ในการดูแลสุขภาพช่องปากระหว่างตั้งครรภ์ ๑. การทาความสะอาดอย่างสม่าเสมอและกาจัดสิ่งระคายเคืองในช่องปาก ๒. เมื่อคลื่นไส้อาเจียน อาจเปลี่ยนยาสีฟันรสชาติใหม่ เพื่อให้ทาความสะอาด ช่องปากได้ ๓. ไม่ควรรับประทานอาหารหวานบ่อยๆ ๔. การแพ้ท้อง (อาเจียน) มีผลทาให้เกิดฟันสึกได้ ดังนั้น เมื่อเกิดการอาเจียน ต้องบ้วนน้าเปล่าตามด้วยทุกครั้ง และเว้นระยะการแปรงฟัน ๓๐ นาที ๕. อายุครรภ์ที่มากกว่า ๖ เดือน ที่จาเป็นต้องทาการรักษา ต้องวางแผนการ รักษาร่วมกับสูตินารีแพทย์ 5
  • ทันตสุขภาพและป้ องกันโรคในเด็กปฐมวัย ลาดับการขึ้นของฟัน ๑. ฟันน้านมซี่แรกเริ่มขึ้นเมื่ออายุ ๘ เดือน และฟันน้านมขึ้นครบเมื่อ อายุ ๒๙ เดือน รวมทั้งสิ้น ๒๐ ซี่ ๒. ฟันแท้ซี่แรกขึ้นเมื่ออายุ ๖ ปี (ฟันกรามแท้ซี่ที่ ๑) จนถึงอายุ ๑๒ ปี และฟันกรามซี่สุดท้ายขึ้น เมื่ออายุ ๑๗-๒๐ ปี 6
  • ทันตสุขภาพและป้องกันโรคในเด็กปฐมวัย กลุ่มเด็กทารก (๐ – ๓ ปี) และ กลุ่มเด็กก่อนวัยเรียน (๓ – ๖ ปี) ปัญหาสุขภาพในช่องปากที่พบบ่อย ๑. โรคฟันผุ ๒. ฟันตกกระ / การสร้างเคลือบฟันไม่สมบูรณ์ ๓. อุบัติเหตุต่อฟัน 7
  • ทันตสุขภาพและป้องกันโรคในเด็กปฐมวัย โรคฟันผุ สาเหตุ ๑. ระยะก่อนคลอด : ได้แก่ มารดาขาดสารอาหาร ทาให้การสร้างหน่อ ฟันไม่สมบูรณ์ ๒. ระยะหลังคลอด : ได้แก่ การให้นมไม่ถูกวิธี, การให้ลูกหลับโดยมีขวด นมในปาก, การผสมน้าตาลลงในนม, การทานลูกอม ขนมหวาน 8
  • ทันตสุขภาพและป้องกันโรคในเด็กปฐมวัย โรคฟันผุ สาเหตุ ๓. พ่อ แม่ คนเลี้ยงดูเป็นโรคฟันผุ : เนื่องจากเชื้อแบคทีเรีย สามารถถ่ายทอดไปยังลูกได้ ๔. ทัศนคติต่อฟันน้านมของผู้เลี้ยงดู 9
  • ทันตสุขภาพและป้องกันโรคในเด็กปฐมวัย การรักษา อุดฟัน การรักษารากฟันบางส่วน การรักษารากฟันทั้งซี่ การครอบฟัน ถอนฟัน 10
  • ทันตสุขภาพและป้องกันโรคในเด็กปฐมวัย การอุดฟัน 11
  • ทันตสุขภาพและป้องกันโรคในเด็กปฐมวัย การรักษารากฟันบางส่วน / ทั้งซี่ 12
  • ทันตสุขภาพและป้องกันโรคในเด็กปฐมวัย การครอบฟัน 13
  • ทันตสุขภาพและป้องกันโรคในเด็กปฐมวัย การป้ องกัน -> พบทันตแพทย์ตั้งแต่ฟันซี่แรกขึ้นในปาก -> ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดื่มนม -> การเคลือบฟลูออไรด์ -> การเคลือบหลุมร่องฟัน 14
  • ทันตสุขภาพและป้องกันโรคในเด็กปฐมวัย ฟันตกกระ สาเหตุ การได้รับฟลูออไรด์มาก จนเกินไป (ขนาดสูงสุดของฟลูออไรด์ที่ควร ได้รับต่อวันในการป้ องกันฟันผุ และไม่ทาให้เกิดฟันตกกระ คือ ๐.๐๕ – ๐.๐๗ mg/kg/day) 15
  • ทันตสุขภาพและป้องกันโรคในเด็กปฐมวัย การสร้างเคลือบฟันไม่สมบูรณ์ / สีฟันผิดปกติ สาเหตุ ๑. มารดาได้รับเชื้อไวรัสหรือการติดเชื้ออื่นๆ อายุครรภ์ ๕-๙ เดือน ที่ อาจส่งผลต่อสมดุลแคลเซียมและฟอสฟอรัสในกระแสเลือด ๒. มารดาได้รับยาปฏิชีวนะ Tetracycline มีผลให้ฟันน้านมเปลี่ยน สี รวมทั้งอาจมีผลต่อฟันแท้ด้วย ๓. ภาวะทุพโภชนาการในวัยแรกเกิด ถึง ๑ ปี 16
  • ทันตสุขภาพและป้องกันโรคในเด็กปฐมวัย การรักษา ฟันตกกระ : อุด การสร้างเคลือบฟันไม่สมบูรณ์ : เคลือบฟลูออไรด์, อุด การป้ องกัน มารดารับประทานอาหารให้ครบตามหลักโภชนาในขณะตั้งครรภ์ และ ให้เด็กทารกได้สารอาหารอย่างเพียงพอ และไม่มากจนเกินไป 17
  • ทันตสุขภาพและป้องกันโรคในเด็กปฐมวัย อุบัติเหตุต่อฟัน สาเหตุ : อุบัติเหตุจากการหกล้ม หรือกิจกรรม หรือ กีฬาต่างๆ ปัญหาที่เกิดขึ้น ๑. ฟันหัก ๒. ฟันโยก/เคลื่อนจากกระดูกเบ้าฟัน ๓. ฟันจมเข้าในกระดูกเบ้าฟัน ๔. ฟันหลุดออกจากกระดูกเบ้าฟัน 18
  • ทันตสุขภาพและป้องกันโรคในเด็กปฐมวัย การรักษา การรักษาเบื้องต้น : พบแพทย์, ทันตแพทย์ รักษาตามอาการ การรักษาฟัน ฟันหัก • อุดฟัน / รักษารากฟัน / ครอบฟัน ฟันโยก / /เคลื่อนจากกระดุกเบ้าฟัน • ดูอาการ / ยึดฟัน / ถอนฟัน ฟันจมเข้าในกระดูกเบ้าฟัน • ดูอาการ / ถอนฟัน ฟันหลุดออกจากกระดูกเบ้าฟัน • ฟันน้านม ไม่ใส่กลับที่เดิม 19
  • ทันตสุขภาพและป้องกันโรคในเด็กปฐมวัย สรุปการดูแลทันตสุขภาพและการป้ องกันโรคในเด็กปฐมวัย พบทันตแพทย์ เมื่อฟันซี่แรกขึ้น เคลือบฟลูออไรด์ เคลือบหลุมร่อง ฟัน ตรวจสภาพฟัน ทุก 6 เดือน พบฟันผุ อุดฟัน รักษารากฟัน ครอบฟัน ไม่พบฟันผุ เคลือบฟลูออไรด์ ตรวจเช็คสภาพ 20
  • ทันตสุขภาพและป้องกันโรคในเด็กวัยเรียน เด็กวัยเรียน (๖ – ๑๒ ปี) ปัญหาในช่องปาก โรคฟันผุ โรคเหงือกอักเสบ ฟันโยก อุบัติเหตุต่อฟัน 21
  • ทันตสุขภาพและป้องกันโรคในเด็กวัยเรียน การรักษา โรคฟันผุ : พิจารณาอุด / รักษารากฟัน / ครอบฟัน / ถอนฟัน โรคเหงือกอักเสบ : การขูดหินปูน ฟันโยก : ดูอาการ / ถอนฟัน อุบัติเหตุต่อฟัน : รักษาตามอาการ 22
  • ทันตสุขภาพและป้องกันโรคในเด็กวัยเรียน การป้ องกัน ๑. แปรงฟันอย่างน้อยวันละ ๒ ครั้ง (เช้า-เย็น) และใช้ไหมขัดฟัน ๒. บ้วนน้ายาบ้วนปากฟลูออไรด์ / บ้วนน้าหลังอาหารทุกมื้อ ๓. พบทันตแพทย์ทุก ๖ เดือน 23