Your SlideShare is downloading. ×
สารคดีชีวประวัติ มารี คูรี
สารคดีชีวประวัติ มารี คูรี
สารคดีชีวประวัติ มารี คูรี
สารคดีชีวประวัติ มารี คูรี
สารคดีชีวประวัติ มารี คูรี
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×
Saving this for later? Get the SlideShare app to save on your phone or tablet. Read anywhere, anytime – even offline.
Text the download link to your phone
Standard text messaging rates apply

สารคดีชีวประวัติ มารี คูรี

3,500

Published on

0 Comments
1 Like
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total Views
3,500
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
27
Comments
0
Likes
1
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. มารี คูรี : นักเคมีหญิงเหล็ก ผูพิชิตรางวัลโนเบลถึง 2 ครั้ง ในวันนี้ (วันที่ 7 พฤศจิกายน 2554) ทางเวบ google ไดนํารูปของการทดลองของมารี คูรี มาปรบเปนโลโกของทางเวบ ็ ั   ็เพราะวันนี้เปนวันครบรอบ 144 ป ที่มารี คูรี นักเคมีผูวิจัยเกี่ยวกับรังสี นั้นไดกําเนิดขึ้นมา และสรางปรากฎการณใหมใหกับวงการเคมี ซึ่งในอดีตนั้นยังไมสตรีใดทําไดถึงขนาดนี้ มารี คูรี หรือ มาเรีย ซกวอดอฟสกา คูรี เกิดเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2410 หรือเมื่อ 144 ปที่แลว (ในประเทศไทยตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัว - รัชกาลที่ 4) เกิดที่กรุงวอรชอร ประเทศโปแลนด ซึ่งในชวงนั้นประเทศโปแลนดนั้นถูกยึดครองโดยรัสเซีย ซึ่งนอกจากรัสเซียจะกดขี่โปแลนดแลว ยังกีดกันไมใหชาวโปแลนดรับการศึกษาขั้นสูงอีกดวย ดังนั้น มารี คูรี ซึ่งเปนผูที่ใฝรูจึงหาโอกาสในการเรียน โดยตอนแรกเธอตองการไปศึกษาที่มหาวิทยาลัยคราคอฟ แตเธอกลับถูกตอบกลับมาวา เธอเหมาะกับการเรียนคหกรรมศาสตรมากกวา เธอจึงไปเรียนที่มหาวิทยาลัยชอรบอนน ประเทศฝรั่งเศส เนื่องจากการเดินทางไปศึกษาตอตางประเทศนั้นมีคาใชจายที่สูง ดังนั้นเธอจึงใหพี่สาวของเธอ นามวา บรอนยา ไปศึกษาแพทยศาสตรกอน โดยในระหวางนั้นเธอก็เปนครูสอนหนังสือ และเมื่อบรอนยาเรียนจบแลว บรอนยาจึงสงเสียมาเรียเรียนทางวิทยาศาสตรบาง โดยในป พ.ศ 2434 เธอไดเปลี่ยนชื่อเปนมารี และเขาเรียนวิชาฟสิกสและคณิตศาสตร ท่ีมหาวิทยาลัยซอรบอหน จนสําเร็จการศึกษาปริญญาโทสาขาฟสิกสในป พ.ศ 2436 และปริญญาโทสาขาคณิตศาสตรในปพ.ศ 2437 
  • 2. ในปเดียวกัน เธอไดพบกับปแอร คูรี ผูซึ่งเปนอาจารยทางฟสิกสและเคมีที่ École supérieure de physique et de chimieindustrielles de la ville de Paris (ESPCI) และไดเกิดความรูสึกผูกพันกัน จนกระทั่งแตงงานกันในป พ.ศ 2438 จากนั้นมาทั้งสองก็ไดใชเวลารวมกันหลังแตงงานโดยการขี่จักรยานรอบ ฝรั่งเศส และทํางานในหองแลบ จนกระทั่งในป พ.ศ 2440 มารีใหกําเนิดลูกสาวคนแรกนามวา "อีแรน" และไดเขาเรียนระดับปริญญาเอกในเวลาตอมา ซึ่งการเรียนระดับปริญญาเอกนั้น จะตองเลือกหัวขอวิทยานิพนธเอง เธอจึงไดคนควา และพบวาในชวงป 2439 นั้นเฮนรี แบคเคอเรล ไดคนพบเกลือของยูเรเนียม ซึ่งพบวาแมอยูในที่มืดก็ทําใหฟลมนั้นมัวได เธอจึงตองการศึกษาวามีรังสีอะไรอยูภายในสารประกอบนี้ ซึ่งเพื่อใหไดผล เธอจึงรวมมือกับนองออกแบบ Electrometer จึงสามารถวัดกระแสไฟฟาไดดี โดยเธอนั้นไดพบวารังสีนั้นไมไดเกิดจากการทําปฏิกิริยาของโมเลกุล แตออกมาจากอะตอมของมันเอง ในป พ.ศ 2441 เธอไดนําแรพิตซเบลนดมาสกัดจนคนพบธาตุ Po (โพโลเนียม) และธาตุ Ra (เรเดียม) โดยเธอพบวาRa นั้นแผรังสีไดดีกวา U ถึง 2 ลานเทา จนกระทั่งในป พ.ศ 2445 เธอจึงแยกธาตุยูเรเนียมบริสุทธิ์ออกในรูปของ RaCl2 ไดและในปตอมา (พ.ศ 2446) เธอจึงไดรับปริญญาเอกในสาขาฟสิกส ในปเดียวกันนั้นเอง มารี , ปแอร และแบกเกอเรล นั้นไดรับรางวัลโนเบลสาขาฟสิกส โดยแบกเกอเรลไดรับรางวัลจากการคนพบปรากฎการณกัมมันตรังสี และครอบครัวคูรีนั้นไดรางวัลจากการคนพบและศึกษาธรรมชาติของกัมมันตรังสี ซึ่งนับวาเปนครั้งแรกของเวทีโนเบลที่ผูหญิงไดรับรางวัลโนเบลเฉกเชน เดียวกับผูชาย (The Radioactive : คําบัญญัติโดยครอบครัวคูรี)
  • 3. อยางไรก็ตาม เนื่องจากสมัยนั้นผูคนยังมองวา วิทยาศาสตรยังเปนเรื่องของผูชาย ดังนั้นเมื่อมารีไดรับรางวัล สังคมหลายกลุมจึงมองวา เธอติดสอยหอยทายสามีไดรับรางวัลหรือเปลา ซึ่งนั่นทําใหเธอทํางานหนักขึ้นเพื่อพิสูจนตัวเอง ในป พ.ศ 2447 เธอใหกําเนิดลูกสาวอีกคนนามวา "อีฟ" และอีก 2 ปตอมา คือป พ.ศ 2449 เกิดโศกนาฎกรรมอันนาเศราขึ้น เมื่อปแอร สามีของเธอ ถูกรถมาชนตายคาที่ขณะกําลังขามถนน เธอจึงรูสึกเศรามาก แตก็ยังตั้งใจที่จะทํางานตอไปทางมหาวิทยาลัยซอรบอหน จึงแตงตั้งเธอเปนศาสตราจารยหญิง ซึ่งถือวาเปนประวัติศาสตรครั้งแรกของมหาวิทยาลัย ในป พ.ศ 2454 (คอ 100 ปที่แลว) เธอก็ไดรับรางวัลโนเบลสาขาเคมี ซึ่งถือเปนรางวัลโนเบลครั้งที่ 2 ของเธอ ใน ืฐานะที่เธอคนพบธาตุ U และ Po แมในขณะนั้นเธอจะมีขาวคราวที่ไมดีเทาไร แตเธอก็ตัดสินใจรับรางวัล และตั้งใจทํางานตออยางเต็มที่ แตแมกระนั้น ชาวฝรั่งเศสก็ยังไมยอมรับความสามารถของเธอ เพราะเมื่อเธอสมัครเขา French Academy ofScience เธอกลับถูกปฏิเสธ และรูสึกอยากกลับบานเกิดที่ประเทศโปแลนด แตเธอตองการพิสูจนใหรูวา แมเธอเปนคนตางดาว แตเธอก็รักประเทศฝรั่งเศสอยางจริงใจรางวลโนเบลของมารี ครี ในป พ.ศ 2454 ั ู ดวยความพยายามของเธอ ในป พ.ศ 2457 Institut du radium ไดถือกําเนิดขึ้น โดยเนนที่จะพัฒนานักวิทยาศาสตรรนใหมในสาขาเคมี ฟสิกส และการแพทย ซึ่งถือวาประสบความสําเร็จอยางดีงาม เพราะมีผูไดรางวัลโนเบลหลายคน ุ รวมถึงอีแรน ลูกสาวของเธอดวย อยางไรก็ตาม ในชวง พ.ศ 2457 - 2461 นั้น สงครามโลกครั้งที่ 1 ไดถืออุบัติขึ้น มารีและอีแรน จึงไดทําจิตอาสาโดยการออกหนวยรถวิทยาศาสตร ซึ่งมีชื่อเรียกกันทั่วไปวา petites Curies หรือ Little Curies โดยภายในนั้นมีอุปกรณทางรังสีวิทยาอยู ซี่งการออกหนวยดังกลาวนั้นทําใหเธอไดเปลี่ยนทัศนคติของสังคมสมัยนั้นโดย สิ้นเชิง เมื่อสงครามสิ้นสุดลง เธอไดเดินทางไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อของบสนับสนุนการวิจัยเรเดียม โดยในการ
  • 4. เดินทางดังกลาว ประธานาธิบดีของประเทศสหรัฐอเมริกาไดใหเรเดียมบริสุทธิ์หนัก 1 กรัม ในป พ.ศ 2477 มารีไดจัดตั้งมูลนิธิคูรีขึ้น เพื่อสนับสนุนงานวิจัยวิทยาศาสตรและการแพทย และในป พ.ศ 2478เธอเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง ซึ่งเปนโรคที่เธอเปนมานาน เนื่องจากการทดลองกัมมันตรังสีของเธอ ซึ่งเธอเสียชีวิตในวันที่ 4กรกฎาคม 2478 สิริอายุ 67 ป จากนั้นในป พ.ศ 2535 ศพของปแอร และ มารี ไดถูกนําไปฝงอยางสมเกียรติที่ ปาเตออง ซึ่งเปนสถานที่ฝงศพบุคคลอันทรงเกียรติแหงประเทศฝรั่งเศส และในปเดียวกันนั้น ทางรัฐบาลฝรั่งเศสไดจัดพิมพธนบัตรราคา 500 ฟรังก ซึ่งมีภาพของทั้งสองบนธนบัตรดวย จะเห็นไดวา ชีวิตของ มารี คูรี นั้นไมไดโรยไปดวยกลีบกุหลาบเลย ทุกอยางนั้นแลกดวยความพยายาม และความเสี่ยงทั้งนั้น โดยเฉพาะความเสี่ยงทางดานกัมมันตรังสี ซึ่งในสมัยกอนนั้นไมไดมีวิธีการปองกันที่ดีเหมือนปจจุบันนี้ทําใหคนในครอบครัวและตัวเธอนั้น ตางจบชีวิตดวยโรคมะเร็ง ซึ่งเปนโรคที่แมคนปจจุบันก็ไมปรารถนาที่จะเปน และเพื่อเปนการยกยองมารี คูรี นักเคมีสตรี ผูพลิกโฉมวงการเคมีใหคนทั้งโลกเห็นวา ผูหญิงนั้นก็ยังมีศักยภาพและความสามารถไมดอยไปกวาผูชาย และนักเคมีนั้นก็สามารถทําจิตอาสาเพื่อรับใชสังคมไดเชนเดียวกับอาชีพอื่นๆประกอบกบในป พ.ศ 2554 นั้นครบรอบ 100 ป ที่มารี คูรี ไดรับรางวัลโนเบลสาขาเคมีแตเพียงผูเดียว ทาง IUPAC และ ัUNESCO จึงไดสถาปนาปนี้เปน "ปเ คมสากล (International Year of Chemistry)" ี สําหรับวัตถุประสงคของปเคมีสากลนั้นมีดังนี้ 1. เพื่อเพิ่มความตระหนักรูทางเคมีใหกับสังคมสวนรวม 2. เพื่อกระตุนใหเยาวชนมีความสนใจในวิชาเคมีมากขึ้น 3. เพื่อกระตุนความคิดในการพัฒนาอนาคตดวยเคมี 4. เพื่อเฉลิมฉลอง 100 ป ที่มารี คูรี ไดรับรางวัลโนเบล อันเปนการพลิกโฉมบทบาทสตรีในวงการวิทยาศาสตร โดยไดมีการจัดกิจกรรมตางๆ มากมาย เชน การประชุมทางวิชาการ การเผยแพรความรูทางเคมีใหบุคคล ตางๆ ภายใตแนวคิดที่วา “Chemistry—our life, our future" หรอ "เคมี คอชวตและอนาคตของเรา" ื ื ีิ เราในฐานะผูมีความสนใจทางดานเคมี ควรจะรวมกันตระหนักรูวา เรื่องเพศนั้นไมไดมีความสําคัญตอ การพัฒนาองคความรูทางวิทยาศาสตรเลย แตขึ้นอยูกับพยายามบนพื้นฐานของการศึกษา แตทั้งนี้ ความปลอดภัยก็ เปนสิ่งที่สําคัญอยางยิ่งยวด และละเลยไมไดแมแตนอย นอกจากนี้ การพัฒนาความตระหนักรูทางเคมีนั้นก็ถือวาเปนสิ่งสําคัญมากพอๆ กับการพัฒนาองคความรู ทางเคมีเลยทีเดียว เพราะปจจุบันนั้นเคมีกลายเปนสวนหนึ่งในชีวิตประจําวันของเราอยางหลีก เลี่ยงไมได ดังนั้น การเผยแพรความรูทางเคมีใหคนทั่วไปไดรับรูนั้นถือวาสําคัญยิ่ง โดยเฉพาะการใชหลักเคมีในชีวิตประจําวัน รวมถึงการพัฒนาการศึกษาวิชาเคมีในระดับตางๆ ใหมีความทัดเทียมกับสากลใหมากกวานี้ โดยเฉพาะการทดลอง
  • 5. ซึ่งเปนที่นาเศราวาการทดลองนั้นยังไมมากเทาที่ควร เพราะละเลยแนวคิดวาพื้นฐานเคมีสวนใหญลวนเกิดจากการ ทดลอง ดังนั้น การเพิ่มการทดลองจะทําใหเยาวชนเขาใจในวิชาเคมีไดมากยิ่งขึ้น เพราะหากทุกๆ คน มองเห็นเคมีเปนสวนหนึ่งที่สําคัญของการขับเคลื่อนโลกใบนี้แลว โลกใบนี้จะกาว ไปขางหนาไดมากกวาที่ใจคิดอยางแนนอน !ที่มา http://chem-is-try-knowledge.blogspot.com/2011/11/2. html

×