การตอบสนองต่อสิ่งเร้าของพืช

69,430 views
68,941 views

Published on

การตอบสนองต่อสิ่งเร้าของพืช

  1. 1. ใบความรู้ เรือง การตอบสนองของพืชต่ อสิ งเร้ าของพืช สัตว์ทุกชนิดมีการเคลือนที เคลือนไหวได้ เนืองจากมีระบบประสาท ส่ วนพืชจะไม่มีการเคลือนทีแต่จะมีการเคลือนไหว โดยพืชจะตอบสนองต่อสิ งเร้าทีมากระตุน การตอบสนองต่อสิ งเร้าจะมีผลทําให้พืชมี ้การเจริ ญเติบโต พืชมีการตอบสนองต่อสิ งเร้า ซึ งอาจแบ่งเป็ น 2 ประการคือ การตอบสนองเนืองจากการเจริ ญเติบโตของพืช ซึ งมักเกิดขึนอย่างช้า ๆ สังเกตได้ไม่ชดเจน เช่น รากพืชเจริ ญเข้าหาความชืน ัการเจริ ญของลําต้นซึ งมีทิศทางตรงข้ามกับแรงโน้มถ่วงของโลกและการตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมทีไม่เกียวกับการเจริ ญเติบโตของพืช เช่น การหุ บใบของไมยราบเมือถูกสัมผัส การหุ บบานของดอกไม้บางชนิ ดในเวลามีแสงหรื อไม่มีแสงฯลฯ 1. การตอบสนองเนืองจากการเจริ ญเติบโตของพืช แบ่งออกเป็ น 2 ชนิด คือ ั 1.1 ชนิดทีมีความสัมพันธ์กบทิศทางของสิ งเร้า โดยส่ วนของพืชจะโค้งเข้าสิ งเร้าหรื อหนีออกจากสิ งเร้าทีมากระตุน เช่น แสงเป็ นสิ งเร้า แรงโน้มถ่วง สารเคมี นํา และการสัมผัส ้ - การเบนเข้าหาหรื อการหนี แสง พืชจะตอบสนองต่อสิ งเร้าทีเป็ นแสง โดยส่ วนของยอดลําต้นจะเจริ ญเข้าหาแสงสว่าง ซึ งนักเรี ยนสามารถสังเกตได้จากบริ เวณป่ าไม้ทีมีตนไม้ หน้าแน่น พืชจะมี ้ลักษณะลําต้นสู งเพือแข่งขันกันรับแสงสว่าง ส่ วนของรากจะเจริ ญหนี แสงสว่างเสมอ นอกจากนีแสงสว่างยังมีผลต่อการหุ บ – บานของดอกไม้ดวย ้ แสงเป็ นสิ งเร้า ดอกทานตะวันจะหันเข้าหาแสงอาทิตย์
  2. 2. - การเบนหาหรื อหนีแรงดึงดูดของโลก ถ้านักเรี ยนนําต้นพืชทีกําลังงอกวางขนานกับพืนแล้วปล่อยให้เจริ ญเติบโตต่อไป พบว่า ส่ วนของยอดจะพยายามโค้งงอตังขึนและบริ เวณรากจะพุงเข้าหา ่ความโน้มถ่วงของโลก อุณหภูมิ เป็ นปั จจัยทางกายภาพและเป็ นสิ งเร้าอย่างหนึงทีมีผลต่อการเจริ ญเติบโตของพืชอุณหภูมิมีผลและทําให้เกิดการหุ บ - บานของดอกไม้ ดอกไม้บางชนิดบานในเวลากลางวันบางชนิดบานในเวลากลางคืน การบานของดอกไม้จะบานในช่วงทีเซลล์มีชีวตอยูเ่ ท่านันเมือเซลล์เจริ ญเติมทีแล้วจะไม่เกิด ิการหุ บ - บานอีกต่อไป การสัมผัส พืชบางชนิดมีการเคลือนไหวได้ชาจนเรามองไม่เห็น แต่พืชบางชนิดมีการ ้เคลือนไหวอย่างรวดเร็ วเมือเราไปสัมผัส เช่น มือเกาะ ยืนออกไปจากลําต้น ไปยึดสิ งทีสัมผัสหรื อต้นไม้อืนหรื อหลัก เพือเป็ นการพยุงลําต้น เช่น ตําลึง กระทกรก องุ่น พืชตระกูลแตง เป็ นต้นต้นไมยราบ ทีเป็ นเช่นนีเนืองจากการสู ญเสี ยของนําภายในเซลล์ของกลุ่มเซลล์บริ เวณก้านใบ ทําให้ใบหุ บทันที แต่เมือนําค่อย ๆ ซึ มกลับเข้ามาในกลุ่มเซลล์บริ เวณก้านใบใหม่ ใบก็จะบาน นอกจากนียังพบในต้นกาบหอยแครงโดยจะใบเมือแมลงบินมาถูก ใบพืชตระกูลถัวจะมีการนอนในขณะดวงอาทิตย์จะลับขอบฟ้ าต้นก้ามปูใบจะบานตอนกลางวัน กลางคืนใบจะหุ บ มือเกาะของตําลึง มือเกาะของกระทกรก นํา เป็ นปั จจัยทีสําคัญต่อการดํารงชีวิตของพืชมาก ถ้านักเรี ยนทดลองปลูกพืชในกล่องพลาสติกทีสามารถมองเห็นได้ทุกด้านและทดลองรดนําเพียงบางส่ วนเท่านัน จะพบว่ารากส่ วนทีไม่ได้รับนํา ่จะเคลือนทีเข้าบริ เวณทีชืนภายในกล่องพลาสติก จึงอาจกล่าวได้วา นําเป็ น สิ งเร้าอีกสิ งหนึงทีทําให้พืชมีการเคลือนไหวและมีการเจริ ญเติบโตเกิดขึน ั 1.2 ชนิดทีมีไม่สัมพันธ์กบทิศทางของสิ งเร้า เกียวกับการหุ บและการบานของดอกไม้ซึ งเกิดจากการเจริ ญของกลุ่มเซลล์ดานในและด้านนอกไม่เท่ากัน โดยเป็ นผลมาจากสิ งเร้าดังนี ้
  3. 3. - เมือแสงเป็ นสิ งเร้า ดอกบัวบานในเวลากลางวันและหุ บในเวลากลางคืน ดอกกระบองเพชรจะบานในเวลากลางคืนและหุ บในเวลากลางวัน
  4. 4. - เมือมีอุณหภูมิเป็ นสิ งเร้า ดอกบัวสวรรค์จะบานเมืออุณหภูมิสูง 2. การตอบสนองต่อสิ งเร้าเนืองจากการเปลียนแปลงปริ มาณนําภายในเซลล์ เมือมี สิ งเร้ามากระตุนให้พืชเกิดการเปลียนแปลงปริ มาณนําภายในเซลล์ จะมีผลทําให้แรงดันเต่งภายในเซลล์เกิดการ ้เปลียนแปลง แบ่งเป็ น 3 ประเภท คือ 2.1 การหุ บของของพืชบางชนิดตอนพลบคํา ต้นกระเฉด แค ก้ามปู
  5. 5. 2.2 การหุ บของของพืชบางชนิดเมือมีการสัมผัสหรื อกระเทือนเป็ นสิ งเร้า ไมยราบต้น หม้อข้าวหม้อแกงลิง 2.3 การปิ ด-เปิ ดของปากใบ เมือมีแสงเป็ นสิ งเร้า ในเวลากลางวัน เซลล์คุมมีการ ้ ํ ่สังเคราะห์ดวยแสง ทําให้มีนาตาลสะสมอยูภายในเซลล์เป็ นจํานวนมาก เป็ นผลให้ความเข้มข้นของสารละลายนําตาลในเซลล์คุมสู งกว่าความเข้มข้นของสารในเซลล์ขางเคียงนําจากเซลล์ขางเคียงจึงแพร่ เข้า ้ ้สู่ เซลล์คุมจนเซลล์คุมเต่งออก ทําให้ ปากใบเปิ ด

×