จุปีที่ 1 ฉบับที่ 2 เดือน พฤษภาคม - เดือน สิงหาคม 2553          ลสาร ชมรมจริยธรรม           โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช สุพรรณ...
ฟั ง ธรรมนั ่ ง สมาธิก่อนประชุม    ทำ า บุ ญ ตั ก บาตร   2 ชมรมจริยธรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช สุพรรณบุรี
จุลสารชมรมจริยธรรม              โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช สุพรรณบุรีวัตถุประสงค์	        1.		เพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านจริยธรรม...
สารจากประธานชมรม         เมื่ อ มี ก ารเกิ ด มาเป็ น มนุ ษ ย์ นั บ ว่ า เป็ น สิ่ งที่ประเสริฐ           โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...
สารบัญพระอริยะสงฆ์ ..... หลวงตามหาบัว                            6สมาธิ ..... สมาธิเพื่อชีวิต                             ...
พระอริยะสงฆ์                                หลวงตามหาบัว   กำ�เนิด ในครอบครัวชาวนาผู้มีอันจะ         บวชของลูกให้ได้ ถึงกั...
พระพุทธโอวาทแล้ว ต่างก็เข้าบำาเพ็ญ            เรียนจบ ท่านสอบได้ทั้งนักธรรมเอกเพียรในป่าเขาอย่างจริงจัง เดี๋ยวองค์        ...
เส�ะห�..อ�จ�รย์ เดือนพฤษภาคม              โหมคว�มเพียร จากการได้ศึกษากับ๒๔๘๕ เดินทางไปขออยู่ศึกษากับท่าน           ผู้รู้จ...
ทักว่า “โฮ้ ทำาไมเป็นอย่างนี้ล่ะ” แต่          คืนแห่ง..คว�มสำ�เร็จ จากนันไม่นาน                                          ...
สมาธิ                              สมาธิเพื่อชีวิต                                              พระราชสังวรญาณ (พุธ ฐานิโย...
ประทาน ดื่ม ทำา พูด คิด เป็นอารมณ์         จะไปนั่ ง หลั บ ตาภาวนาหรื อ เพ่ ง ดวงจิต ฝึกสติให้รู้อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าใคร   ...
รักอย่างสามัญธรรมดากลายเป็นความ                               ไม่ มี ส มาธิ ทำ า งานใหญ่ โ ตเมตตาปรานี                    ...
เริ่มฝึกใหม่นี่ เป็นการเสริมของเก่าที่           สว่างอยู่ ความนึกคิดไม่มี เมื่อจิตถอนมีอยู่แล้วเท่านั้น อย่าไปเข้าใจผิด ย...
๑. เพื่อระลึกถึงพระบรมครู                 มันทำาให้เราปวดหัวมวนเกล้า ร้อน        ๒. เพื่อกระตุ้นเตือนจิตให้เกิด           ...
สติ รู้ทันทุกขณะจิต ความคิดอันนั้นคือ                ความคิด เป็นอาหารของจิตปัญญาในสมาธิ เป็นลักษณะของจิต                 ...
ภาวนา                             จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด                         ยิ้มไว้ ไม่ทุกข์ สนุกดี“จงเป็นสุขเป็นสุขเถิ...
คุณนฤมลกล่าวว่า ได้ตามแม่มาปฏิบัติที่นี่ช่วงหนึ่งสามีเป็นโรคหัวใจต้องขยายเส้ น เลื อ ดด้ ว ยการทำ าบอลลูนหมอบอกถ้ามาช้ า อ...
ปฏิบัติธรรมเป็นจำานวนมากนับพันคน เป็นการใช้เวลาอย่างคุ้มค่าที่สุดวันหนึ่งเมื่อได้ไปธรรมสถาน “แสงสันติสุข” มีอาหารเช้า-เที่...
คำาถาม                 ทำาไมโพชฌงค์ 7 ประการ                 จึงสามารถบำาบัดรักษาแก้โรคภัยต่างๆ         ความหมายของโพชฌงค์...
สติสัมโพชฌงค์ (ความระลึกได้ สำานึกพร้อมอยู่ ใจอยูกบกิจ จิตอยูกบเรือง)                                                     ...
พุทธศาสนาวันละคำา                             กรรม(๓๒๖) กรรม ๑๒ (การกระทำาที่ประกอบด้วยเจตนาดีก็ตาม ชั่วก็ตาม, ในที่นี้หมา...
๗. อุปปีฬกรรรม(กรรมบีบคั้น, กรรมที่มาให้ผล บีบคั้นผลแห่งชนกกรรมและอุปัตถัมภกกรรมนั้นให้แปรเปลี่ยนทุเลาลงไป บั่นทอนวิบากมิใ...
สุขภาพ           แมคโครไบโอติกส์ (Macrobiotic)                                                              กลุ่มงานสุขศึก...
ข้าวกล้อง ผัก และสาหร่ายทะเล จน                Macrobiotics) และการประยุกต์ใช้ได้รบสมยานามว่า “คุณหมอพืชผักแห่ง    ั      ...
ประเมิ น สุ ข ภาพของตนเองก่ อ นที่ จ ะ                              สามารถที่ จ ะกิ น ข้ า วกล้ อ งเริ่มกินอาหารแบบแมคโครไ...
จุลสารชมรมจริยธรรมฉบับที่๒
จุลสารชมรมจริยธรรมฉบับที่๒
จุลสารชมรมจริยธรรมฉบับที่๒
จุลสารชมรมจริยธรรมฉบับที่๒
จุลสารชมรมจริยธรรมฉบับที่๒
จุลสารชมรมจริยธรรมฉบับที่๒
จุลสารชมรมจริยธรรมฉบับที่๒
จุลสารชมรมจริยธรรมฉบับที่๒
จุลสารชมรมจริยธรรมฉบับที่๒
จุลสารชมรมจริยธรรมฉบับที่๒
จุลสารชมรมจริยธรรมฉบับที่๒
จุลสารชมรมจริยธรรมฉบับที่๒
จุลสารชมรมจริยธรรมฉบับที่๒
จุลสารชมรมจริยธรรมฉบับที่๒
จุลสารชมรมจริยธรรมฉบับที่๒
จุลสารชมรมจริยธรรมฉบับที่๒
จุลสารชมรมจริยธรรมฉบับที่๒
จุลสารชมรมจริยธรรมฉบับที่๒
จุลสารชมรมจริยธรรมฉบับที่๒
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

จุลสารชมรมจริยธรรมฉบับที่๒

2,142 views
2,097 views

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
2,142
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
3
Actions
Shares
0
Downloads
3
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

จุลสารชมรมจริยธรรมฉบับที่๒

  1. 1. จุปีที่ 1 ฉบับที่ 2 เดือน พฤษภาคม - เดือน สิงหาคม 2553 ลสาร ชมรมจริยธรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช สุพรรณบุรี ISSN 1906-7860
  2. 2. ฟั ง ธรรมนั ่ ง สมาธิก่อนประชุม ทำ า บุ ญ ตั ก บาตร 2 ชมรมจริยธรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช สุพรรณบุรี
  3. 3. จุลสารชมรมจริยธรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช สุพรรณบุรีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านจริยธรรม หลักธรรม และแนวทางการ ปฏิบัติธรรมของทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนา 2. เพื่อเป็นสื่อ ในการเผยแพร่ผลงาน และกิจกรรมของชมรมจริยธรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช 3. เพื่อให้สมาชิกชมรมและผู้สนใจมีความรู้ ความเข้าใจเพิ่มขึ้นในด้าน จริยธรรม หลักธรรม แนวการปฏิบัติธรรมและพิจารณานำามาปฏิบัติ เพื่อการพัฒนาจิตใจสำ�นักง�น องค์กรแพทย์ โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช โทรศัพท์ 0-3552-1555 ต่อ 7401ที่ปรึกษ� นายแพทย์ชัชรินทร์ ปิ่นสุวรรณ ผู้อำานวยการโรงพยาบาล แพทย์หญิงจงดี แจ้งศรีสุข นายแพทย์ธีรินทร์ รัตนพิชญชัย แพทย์หญิงไพลิน รัตนพิชญชัย ประธ�นชมรม แพทย์หญิงนลินี เดียววัฒนวิวัฒน์ บรรณ�ธิก�ร แพทย์หญิงวิไลพร สกุลพิพัฒน์ศิลป์ กองบรรณ�ธิก�ร ทันตแพทย์หญิงอุไร บัวทอง นพ.จิรภัทร กัลยาณพจน์พร เภสัชกรอุ่นเรือน เจริญสวัสดิ์ นายวรวรรธ อุดมสิริคุณ น.ส.จเกศบุญชู เกษมพิพัฒน์พงศ์ นางศศินา ญาณลักษณ์ น.ส.วิราวรรณ เทพาวัฒนาสุข น.ส.ธนภรณ์ กุลทัพ น.ส.สุมลฑา แตงโต น.ส.กรพินทุ์ ปานวิเชียร นางฐิติมา บุญชื่น นางรุ่งนิภา จ่างทอง นางพยงค์ ชินบุตร นางอมรรัตน์ ลิ้มจิตสมบูรณ์ ฝ่�ยศิลป์ นางจงรักษ์ ระโหฐาน นางแววดาว บุญจิตธรรม ชมรมจริยธรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช สุพรรณบุรี 3
  4. 4. สารจากประธานชมรม เมื่ อ มี ก ารเกิ ด มาเป็ น มนุ ษ ย์ นั บ ว่ า เป็ น สิ่ งที่ประเสริฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเกิดในบวรพระพุทธศาสนาที่มีพระพุทธเจ้า เช่นขณะนี้ เมื่อเกิดขึ้นแล้วเรามีกิจที่ต้องปฏิบัติในลูก , พ่อ , แม่ประชาชนชาวไทยรวมทั้งมีการเลี้ยงชีพชอบ คือการทำางาน “การทำางาน คือ การปฏิบัติชอบคือ การปฏิบัติธรรม หมุนไปรู้ “อริยมรรค” เข้าหลักอริยผล จักต้องหมั่นภาวนา ทำาให้มี ทำาให้เป็น ทำาให้ดีขึ้น ในการงานหน้าที่ที่ได้รับผิดชอบ พระพุทธองค์ทรงสอนให้สันโดษ ในการทำาความดีต้องพัฒนาความดี อย่าหยุดแค่ดี อย่าหยุดแค่นี้ ก็น่าจะพอแล้ว แต่ดีต้องเจริญพัฒนา เพราะในเนื้อแท้ของความดี คือ เพชร มีประกอบด้วย คือ สมาธิ ปัญญา มีค่ามหาศาลจาก “ร้อยวาทะธรรมะปิดทองร้อยวาทะธรรมปิดทอง พระราชรัตนรังสี (วีรยุทธ์ วีรยุทโธ) ด้วยความปรารถนาดี แพทย์หญิงนลินี เดียววัฒนวิวัฒน์ ประธานชมรมจริยธรรม บรรณาธิการแถลง ปัจจุบันเป็นยุคของการนำาธรรมะมาใช้ในชีวิตประจำาวัน เป็นธรรมะแบบpractical เป็นธรรมะแบบ modernization จุลสารของชมรมจริยธรรมจึงเป็นส่วนหนึ่งของการเผยแพร่ธรรมะ เพื่อให้ชีวิตการทำางานของทุกท่านมีความสุข happy go lucky ค่ะ พญ. วิไลพร สกุลพิพัฒน์ศิลป์4 ชมรมจริยธรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช สุพรรณบุรี
  5. 5. สารบัญพระอริยะสงฆ์ ..... หลวงตามหาบัว 6สมาธิ ..... สมาธิเพื่อชีวิต 10ภาวนา .....จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด 16คำาถาม ..... โพชฌงค์ 7 ประการ 19พุทธศาสนาวันละคำา .... กรรม 21สุขภาพ ..... แมคโครไบโอติกส์ 23จดหมาย ..... ขอบพระคุณ 27สัมภาษณ .์ .... คิดอย่างไรมีความสุข สบายใจ 28ชมรมจริยธรรม ... ปฏิบตธรรม ั ิ 30 ... กิจกรรมงานบุญ 38 ... ความสุขที่แท้จริง 35 ... การพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม 37ผลงาน.....ชมรมเพื่อนโรคไต รพ.เจ้าพระยายมราช 40บุญ.....บุญยุคดิจิตอล 42 ชมรมจริยธรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช สุพรรณบุรี 5
  6. 6. พระอริยะสงฆ์ หลวงตามหาบัว กำ�เนิด ในครอบครัวชาวนาผู้มีอันจะ บวชของลูกให้ได้ ถึงกับทำาให้พ่อแม่น้ำากิน ณ บ้านตาด อุดรธานี ตาร่วง ครั้งนี้ท่านรู้สึกสะเทือนใจและวันเกิด ๑๒ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๕๖ เห็นใจพ่อแม่มาก จึงตัดสินใจ และนาม บัว โลหิตดี ยอมบวชตามประเพณี เพื่อตอบแทนพี่น้องทั้งหมด ๑๖ คน พระคุณพ่อแม่ โดยตั้งใจไว้ในตอนต้นนี้ สมัยเด็ก เคารพเลื่อมใสในพระพุทธ ว่า จะบวชเพียงระยะสั้น ๆ เท่านั้นศาสนา โดยได้ร่วมทำาบุญตักบาตรกับ วันบวช ๑๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๗๗ผู้ใหญ่อยู่เสมอ ณ วัดโยธานิมิตร อุดรธานี พระอุปัชฌ�ย์ ชื่อ ท่านเจ้าคุณพระวั ย หนุ่ ม เป็ น หั ว เรี่ ย วหั ว แรงของ ธรรมเจดีย์(จูม พันธุโล)วัดโพธิสมภรณ์ครอบครัว ขยันขันแข็ง ทำางานอะไรทำา เค�รพพระวินัย ด้วยเดิมมีนิสัยจริงๆ จังๆ เป็นที่ไว้วางใจของพ่อแม่ใน จริงจัง จึงบวชเพื่อเอาบุญกุศลจริง ๆการงานทั้งปวง และตั้งใจรักษาสิกขาบทวินัยน้อยใหญ่ อย่างเคร่งครัด ในพรรษาแรกท่านได้ คู่ครอง เดิมไม่เคยคิดจะบวช เพราะ ตั้งสัจอธิษฐานว่า ในการทำาวัตรเช้า-อยากมีครอบครัว แต่มักมีอุปสรรคให้ เย็นรวมและการบิณฑบาต จะไม่ให้มีแคล้วคลาดทุกทีไป วันใดขาดเลย และท่านก็ทำาได้ตามที่ เหตุที่บวช เมื่ออายุครบ ๒๐ ปี พ่อ ตั้งคำาสัตย์ไว้แม่ ข อร้ อ งให้ บ วชตามประเพณี อ ยู่ เรียนปริยัติ เมื่อได้เรียนหนังสือทางหลายครั้ง ท่านก็ทำาเฉย ๆ ตลอดมา ธรรม ตั้งแต่นวโกวาท พุทธประวัติไม่ตอบรับหรือปฏิเสธแต่อย่างใด ใน ประวัติพระสาวกอรหันต์ ที่ท่านมาจากครั้งสุดท้ายนี้ ด้วยความปรารถนา สกุลต่าง ๆ ตั้งแต่พระราชา เศรษฐีอย่างแรงกล้า หวังพึ่งใบบุญจากการ พ่อค้า จนถึงประชาชน หลังจากฟัง6 ชมรมจริยธรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช สุพรรณบุรี
  7. 7. พระพุทธโอวาทแล้ว ต่างก็เข้าบำาเพ็ญ เรียนจบ ท่านสอบได้ทั้งนักธรรมเอกเพียรในป่าเขาอย่างจริงจัง เดี๋ยวองค์ และเปรียญ ๓ ประโยคในปีที่ท่านบวชนั้นสำาเร็จเป็นพระอรหันต์ในป่า เดี๋ยว ได้ ๗ พรรษา ณ วัดเจดีย์หลวง จังหวัดองค์นี้สำาเร็จในเขา ในเงื้อมผา ในที่ เชียงใหม่ และสถานที่แห่งนี้เอง เป็นที่สงบสงัด ท่านก็เกิดความเชื่อเลื่อมใส แรกที่ท่านได้มีโอกาสพบเห็นท่านพระขึ้นมา อยากจะเป็นพระอรหันต์ พ้น อาจารย์มั่น ภูริทัตโต ซึ่งต่อมา ได้จากทุ ก ข์ ทั้ ง ปวงในชาติ นี้ อ ย่ า งพระ กลายเป็นพระอาจารย์องค์สำาคัญที่สุด ในชีวิตของท่านสาวกท่านบ้าง ออกปฏิบัติ เมื่อเรียนจบมหาเปรียญ สงสัย ช่วงเรียนปริยตอยูน้ี มีความ ัิ ่ แล้ว แม้จะมีพระมหาเถระในกรุงเทพฯลังเลสงสัยในใจว่า หากท่านดำาเนินและ สนับสนุนให้ท่านเรียนต่อในชั้นสูง ๆ ขึ้นปฏิบตตามพระสาวกเหล่านัน จะบรรลุ ัิ ้ ไปก็ตาม แต่ด้วยท่านเป็นคนรักคำาสัตย์ถึงจุดทีพระสาวกท่านบรรลุหรือไม่ และ ่ ยิ่งกว่าชีวิต ดังนั้นเมื่อมีโอกาส ท่านจึงบัดนีจะยังมีมรรคผลนิพพานอยู่ เหมือน ้ เข้ากราบลาพระผู้ใหญ่ และออกปฏิบัติในครังพุทธกาลหรือไม่ ้ กรรมฐานอย่างจริงจัง โดยมุ่งหน้าไป ตังสัจจะ ด้วยความมุงมันอยากเป็น ้ ่ ่ ทางป่ า เขาแถบจั ง หวั ด นครราชสี ม าพระอรหันต์บาง ท่านจึงตังสัจจะไว้วา จะ ้ ้ ่ แล้วเข้าจำาพรรษาทีอำาเภอจักราช นับ ่ขอเรียนบาลีให้จบแค่เปรียญ ๓ ประโยค เป็นพรรษาที่ ๘ ของการบวชเท่านัน ส่วนนักธรรมแม้จะไม่จบชันก็ไม่ ้ ้ พ�กเพียร ท่านเร่งความเพียรตลอดเป็นไร จากนันจะออกปฏิบตกรรมฐาน ้ ัิ ทั้งพรรษา ไม่ทำาการงานอื่นใดทั้งนั้นโดยถ่ายเดียวจะไม่ยอมศึกษาและสอบ มีแต่ทำาสมาธิภาวนา-เดินจงกรมอย่างประโยคต่อไปเป็นอันขาด เดียวทั้งวันทั้งคืน จนจิตได้รับความ สงบจากสมาธิธรรม ชมรมจริยธรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช สุพรรณบุรี 7
  8. 8. เส�ะห�..อ�จ�รย์ เดือนพฤษภาคม โหมคว�มเพียร จากการได้ศึกษากับ๒๔๘๕ เดินทางไปขออยู่ศึกษากับท่าน ผู้รู้จริง ได้รับอุบายต่าง ๆ มากมายพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต เหตุการณ์ และหักโหมความเพียรเต็มกำาลัง ชนิดบังเอิญกุฏิที่พักเพิ่งจะว่างลงพอดี ท่าน นั่งสมาธิภาวนาตลอดรุ่งถึง ๙ คืน ๑๐พระอาจารย์มั่นจึงเมตตารับไว้ และ คืนโดยเว้น ๒ คืนบ้าง ๓ คืนบ้าง ทำาให้เทศน์ ส อนตรงกั บ ปั ญ หาที่ เ ก็ บ ความ ก้ น ของท่ า นระบมจนถึ ง กั บ แตกพองสงสั ย ฝั ง ใจมานานให้ ค ลี่ ค ลายไปได้ เลอะเปื้อนสบงเลยทีเดียว แต่จิตใจว่า ดินฟ้าอากาศแร่ธาตุต่างๆ เขา ที่เคยเสื่อมนั้น กลับเจริญขึ้น ๆ จนเป็นของเขาเอง เขาไม่ได้เป็นมรรคผล สามารถตั้งหลักได้นิพพานเขาไม่ได้เป็นกิเลส กิเลสจริง ๆ จริงจัง ท่านถูกจริตกับการอดอาหารมรรคผลนิพพานจริง ๆ อยู่ที่ใจ หาก เพราะทำาให้ท่านตัวเบา การภาวนากำาหนดจิตจ่อด้วยสติที่ใจแล้ว จะเห็น ง่ายสะดวก และจิตใจเจริญขึ้นได้ดี จึงความเคลื่อนไหวของทั้งธรรม ทั้งกิเลส มักงดฉันอาหารติดต่อกันเป็นเวลานานในใจ ขณะเดียวกันจะเห็นมรรคผล คราวหนึ่ ง ท่ า นออกวิ เ วกแถบป่ า ใกล้นิพพานไปโดยลำาดับ หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ชาวบ้านไม่เห็นท่าน ออกบิณฑบาตนานจนผิดสังเกต ถึง ขนาดหัวหน้าหมู่บ้านต้องตีเกราะเรียก ประชุมกัน ด้วยลือกันว่า ไม่ใช่ท่านตาย แล้วหรือก็เคยมี นักรบธรรม ท่านไม่เห็นแก่การกิน การนอนมากไปกว่าผลแห่งการปฏิบัติ ธรรม ดังนั้นในช่วงบำาเพ็ญเพียร สภาพ ร่างกายของท่าน จึงเป็นที่น่าตกอก ตกใจแก่ผู้พบเห็นอย่างมาก แม้ท่าน พระอาจารย์มั่นเอง เห็นท่านซูบผอมจน ผิดสังเกต ชนิดหนังห่อกระดูก ทั้งผิวก็ ซีดเหลืองเหมือนเป็นดีซ่าน ท่านถึงกับ8 ชมรมจริยธรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช สุพรรณบุรี
  9. 9. ทักว่า “โฮ้ ทำาไมเป็นอย่างนี้ล่ะ” แต่ คืนแห่ง..คว�มสำ�เร็จ จากนันไม่นาน ้ด้วยเกรงว่ า ลู ก ศิ ษ ย์ จะตกใจและเสีย ท่านก็มงสูวดดอยธรรมเจดีย์ (ปัจจุบน ุ่ ่ ั ักำาลังใจ ท่านพระอาจารย์มั่นก็กลับพูด อยู่ อ.โคกศรีสพรรณ จังหวัดสกลนคร) ุให้กำาลังใจในทันทีนั้นว่า “มันต้องอย่าง เป็นช่วงพรรษาที่ ๑๖ ของท่าน บนเขานี้ซิ จึงเรียกว่า นักรบ” ท่านเคยเล่าถึง ลูกนีนเี่ องของคืนเดือนดับแรม ๑๔ ค่า ้ ำความมุ่งมั่นในการต่อสู้กับกิเลส เพื่อ เดือน ๖ (จันทร์ ๑๕ พฤษภาคม ๒๔๙๓)จะเอาแพ้เอาชนะกันว่า “ถ้ากิเลสไม่ เวลา ๕ ทุมตรง ท่านได้บรรลุธรรมด้วย ่ตาย เราก็ต้องตาย จะให้อยู่เป็นสอง ความอดทนพากเพียร พยายามอย่าง สืบเนืองตลอดมา นับแต่วนออกปฏิบติ ่ ั ัระหว่างกิเลสกับเรานั้น ไม่ได้” กรรมฐานอย่างเต็มเหนียวรวมเวลา ๙ ปี ่ ปัญญ�ก้�วเดิน ด้วยความมุ่งมั่น คืนแห่งความสำาเร็จระหว่างกิเลสกับจริงจังดังกล่าว ทำาให้จิตใจของท่าน ธรรมภายในใจของท่านจึงตัดสินกันลงได้หลักสมาธิแน่นหนามั่นคงท่านทรง ได้ ด้วยความประจักษ์ใจ หายสงสัยภาวะนี้นานถึง ๕ ปี ไม่ขยับก้าวหน้า ทุกสิ่งทุกอย่างเรื่องภพชาติ เรื่องเกิดต่อ ท่านพระอาจารย์มั่นจึงให้อุบาย แก่ เจ็บ ตาย กิเลสตัณหา อาสวะทุกอย่ า งหนั ก เพื่ อ ให้ อ อกพิ จ ารณาทาง ประเภทได้ขาดกระเด็นออกไปจากใจด้านปัญญา ทั้งทางอสุภะ(ซากศพ) ในคืนวันนั้นเองกระทั่งถึง อนิจจัง ทุกขัง อนัตตาทั้งส่วนหยาบ ส่วนกลาง และส่วนละเอียด จนสามารถรู้เรื่องรู้ราวฆ่ากิเลสตัวนั้นได้ ตัดกิเลสตัวนี้ได้โดยลำาดับ ๆ ในช่วงนี้ท่านมีความเพลิดเพลินในความเพียรเพื่อฆ่ากิเลสชนิดเดินจงกรมไม่รู้จักหยุด ตั้งแต่เช้าหลังจังหันจนกระทั่งปัดกวาดในตอนบ่าย ไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย ชมรมจริยธรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช สุพรรณบุรี 9
  10. 10. สมาธิ สมาธิเพื่อชีวิต พระราชสังวรญาณ (พุธ ฐานิโย) สมาธิแบบพระพุทธเจ้า การ อนาคต รู้อดีต หมายถึงรู้ชาติในอดีตกำาหนดรู้เรื่องชีวิตประจำาวันนี่เป็นเหตุ ว่าเราเกิดเป็นอะไร รู้อนาคต หมายเป็นปัจจัยสำาคัญ สำาคัญยิ่งกว่าการนั่ง ถึงว่าเมื่อเราตายไปแล้วเราจะไปเป็นหลับตาสมาธิ อะไร อันนี้เป็นการปฏิบัติเพื่อรู้ สอนสมาธิ ต้ อ งสอนสิ่ ง ที่ ใ กล้ตัวที่สุด ความรู้เห็นอะไรที่เขาอวด ๆ ทีนี้เมื่อเร�ม�พิจ�รณ�กันจริง ๆกันนี่ อย่าไปสนใจเลย ให้มันรู้เห็นจิต อ ดี ต เ ป็ น สิ่ ง ที่ ล่ ว ง ไ ป แ ล้ วของเรานี่ รู้กายของเรา รู้ว่าธรรมชาติ อนาคตก็เป็นสิ่งที่ยังมาไม่ถึง ดังนั้นเราของกายอย่างหยาบ ๆ มันต้องมีการ มาสนใจอยู่ในสิ่งที่เป็นปัจจุบันดีไหมเปลี่ยนอิริยาบถอยู่เสมอ ยืน เดิน นั่ง ที่ ค รู บ า อ า จ า ร ย์ ส อ น ว่ านอน รับประทาน ดื่ม ทำา พูด คิด อันนี้ ทำากรรมฐานไปโน่นเห็นนี่ นี่มันใช้ไม่ได้คือความจริงของกาย ให้มันเห็นใจเราเองซิ อย่าไปเข้าใจว่าทำาสมาธิแล้วสม�ธิ…เพื่ออะไร ต้องเห็นนรก ต้องเห็นสวรรค์ ต้องเห็น ปัญหาสำาคัญของการฝึกสมาธิ อะไรต่อมิอะไร สิ่งที่เราเห็นในสมาธิมันนี่ บางทีเราอาจจะเข้าใจไขว้เขวไปจาก ไม่ผิดกันกับที่เรานอนหลับแล้วฝันไปหลักความจริง แต่สิ่งที่เราจำาเป็นต้องรู้ต้องเห็นนี่ คือ สมาธิอย่างหนึ่ง เราฝึกเพื่อให้ เห็นกายของเรา เห็นใจของเราจิตสงบนิ่ง สมาธิอย่างหนึ่ง เราฝึกเพื่อให้ หลักส�กลของก�รปฏิบัติสม�ธิมีสติสัมปชัญญะรู้ทันเหตุการณ์นั้น ๆ การบำ า เพ็ ญ สมาธิ จิ ต เพื่ อ ให้ในขณะปัจจุบัน เกิด สมาธิ สติ ปัญญา มีหลักที่ควร สมาธิบางอย่าง เราปฏิบัติเพื่อ ยึดถือว่า ทำาจิตให้มีอารมณ์สิ่งรู้ สติให้ให้เกิดความรู้ความเห็นภายในจิต เช่น มีสิ่งระลึก จิตนึกรู้สิ่งใดให้มีสติสำาทับรู้เห็นสิ่งมหัศจรรย์ต่าง ๆ รู้เรื่องอดีต เข้าไปที่ตรงนั้น ยืน เดิน นั่ง นอน รับ10 ชมรมจริยธรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช สุพรรณบุรี
  11. 11. ประทาน ดื่ม ทำา พูด คิด เป็นอารมณ์ จะไปนั่ ง หลั บ ตาภาวนาหรื อ เพ่ ง ดวงจิต ฝึกสติให้รู้อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าใคร จิตแล้ว ออกจากที่นั่งมา เรามีสติตามจะทำาอะไร มีสติตัวเดียว เวลานอนลง รู้ การยืน เดิน นั่ง นอน รับประทานไป จิตมันมีความคิดอย่างใด ปล่อยให้ ดื่ม ทำา พูด คิด แม้ว่าเราจะไม่นั่งสมาธิมันคิดไป แต่ให้มีสติตามรู้ไปจนกว่าจะ อย่างที่พระท่านสอนก็ได้ เพราะว่านอนหลับ อันนี้เป็นวิธีการทำาสมาธิตาม เราฝึกสติอยู่ตลอดเวลา เวลาเรานอนหลักสากล ลงไป คนมีความรู้ คนทำางาน ย่อมมี ถ้ามีใครมาถามว่า ทำาสมาธิ ความคิด ในช่วงที่เรานอนนั่นแหละ เรานี่คือทำาอย่างไร คำาตอบมันก็ง่ายนิด ปล่อยให้จิตเราคิดไป แต่เรามีสติตามรู้เดียว การทำาสมาธิ คือ การทำาจิตให้ ความคิดจนกระทั่งนอนหลับมีสิ่งรู้ ทำาสติให้มีสิ่งระลึก หมายความ ถ้าฝึกต่อเนื่องกันทุกวัน ๆ เราจะว่า เมื่อจิตของเรานึกถึงสิ่งใดให้มีสติ ได้สมาธิอย่างประหลาด นี่ถ้าเราเข้าใจสำาทับไปที่ตรงนั้น เรื่องอะไรก็ได้ ถ้า กันอย่างนี้ สมาธิจะไม่เป็นอุปสรรคเอากันเสียอย่างนี้ เราจะรู้สึกว่าเราได้ ต่อการทำางาน ไม่เป็นอุปสรรคต่อการทำาสมาธิอยู่ตลอดเวลา สร้างสรรค์โลกให้เจริญ แต่ถ้าหากจะ เอาสมาธิ มุ่ ง แต่ ค วามสงบอย่ า งเดี ย วสม�ธิ…ไม่ใช่ก�รนั่งหลับต�เท่�นั้น มันจะเกิดอุปสรรคขึ้นมาทันที แม้การ ถ้าหากไปถือว่าสมาธิคือการ งานอะไรต่าง ๆ มองดูผู้คนนี่ขวางหูนั่งหลับตาอย่างเดียว มันก็ถูกกับความ ขวางตาไปหมด อันนั้นคือสมาธิแบบเห็ น ของคนทั้ ง หลายที่ เ ขาแสดงออก ฤาษีทั้งหลายแต่ถ้าเราจะคิดว่า อารมณ์ของสมาธิคือ การยืน เดิน นั่ง นอน รับประทาน ทำ�สม�ธิถูกท�ง ไม่หนีโลก ไม่หนีดื่ม ทำา พูด คิด ไม่ว่าเราจะทำาอะไร มี ปัญห�สติสัมปชัญญะรู้อยู่กับเรื่องปัจจุบัน คือ ผู้ ที่ มี จิ ต เป็ น สมาธิ ที่ ถู ก ต้ อ งเรื่องชีวิตประจำาวันนี้เอง เราจะเข้าใจ นี่ ส มมติ ว่ า มี ค รอบครั ว จะต้ อ งรั กหลักการทำาสมาธิอย่างกว้างขวาง และ ครอบครั ว ของตั ว เองมากขึ้ น หนั ก เข้ าสมาธิที่เราทำาอยู่นี่จะรู้สึกว่า นอกจาก ความรักมันจะเปลียน เปลียนจากความ ่ ่ ชมรมจริยธรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช สุพรรณบุรี 11
  12. 12. รักอย่างสามัญธรรมดากลายเป็นความ ไม่ มี ส มาธิ ทำ า งานใหญ่ โ ตเมตตาปรานี สำาเร็จได้อย่างไร ในเมื่อไปเผชิญหน้ากับงานที่ ไม่มีสมาธิ ปกครองบ้านเมืองยุ่ง ๆ เมื่อก่อนรู้สึกว่ายุ่งแต่เมื่อปฏิบัติ ได้อย่างไรแล้ว ได้สมาธิแล้ว งานมันจะไม่ยุ่ง พอ พวกเราเริ่มฝึกสมาธิมาตั้งแต่ประสบปัญหาเข้าปุ๊บ จิตมันจะปฏิวัติ พี่เลี้ยง นางนม พ่อแม่สอนให้เรารู้จักตัวพิจารณาหาทางแก้ไขปัญหาต่าง ๆ กิน รู้จักนอน รู้จักอ่าน รู้จักคนโน้นคนซึ่งมันจะเป็นไปเองโดยอัตโนมัติ ทีนี้ นี้ จุดเริ่มต้นมันมาแต่โน่น ทีนี้พอเข้ามาบางทีพอเราหยิบปัญหาอะไรขึ้นมา เรา สู่สถาบันการศึกษา เราเริ่มเรียนสมาธิมีแบบแผนตำารายกขึ้นมาอ่าน พออ่าน อย่างจริงจังขึ้นมาแล้วจบปั๊บ จิตมันวูบวาบลงไป ปัญหาที่เรา แต่ เ มื่ อ เรามาพบพระคุ ณ เจ้ าข้องใจจะแก้ได้ทันที อันนี้คือสมาธิที่ หลวงพ่อ หลวงพี่ ทั้งหลายนี่ ท่านจะสัมพันธ์กับชีวิตประจำาวัน ถามว่า “เคยทำาสมาธิไหม” จึงทำาให้ แต่ ส มาธิ อั น ใดที่ ไ ม่ ส นใจกั บ พวกเราทั้งหลายเข้าใจว่า เราไม่เคยเรื่องชีวิตประจำาวัน หนีไปอยู่ที่หนึ่ง ทำาสมาธิ ไม่เคยปฏิบัติสมาธิมาก่อนต่างหากของโลกแล้ว สมาธิอันนี้ทำาให้ เพราะท่านไปขีดวงจำากัด การทำาสมาธิโลกเสื่อมและไม่เป็นไปเพื่อทางตรัสรู้ เฉพาะเวลานั่งหลับตาอย่างเดียวมรรค ผล นิพพานด้วย ไม่เป็นช�ววัดก็ทำ�สม�ธิได้ทุกคนเคยทำ�สม�ธิม�แล้ว ใครที่ยังไม่มีโอกาสจะเข้าวัด ทุ ก สิ่ ง ทุ ก อย่ า งเราสำ า เร็ จ มา เข้าวามานั่งสมาธิหลับตาอย่างที่พระเพราะพลังของสมาธิ ท่านชักชวน การปฏิบัติสมาธิเอากัน ไม่มีสมาธิ เรียนจบปริญญามา อย่างนี้ ยืน เดิน นั่ง นอน รับประทานได้อย่างไร ดื่ม ทำา พูด คิด ให้มีสติอยู่ตลอดเวลา ไม่มีสมาธิ สอนลูกศิษย์ลูกหา ทุ ก คนได้ ฝึ ก สมาธิ ม าตามธรรมชาติได้อย่างไร แล้วตั้งแต่เริ่มรู้เดียงสามา ทีนี้เรามา 12 ชมรมจริยธรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช สุพรรณบุรี
  13. 13. เริ่มฝึกใหม่นี่ เป็นการเสริมของเก่าที่ สว่างอยู่ ความนึกคิดไม่มี เมื่อจิตถอนมีอยู่แล้วเท่านั้น อย่าไปเข้าใจผิด ยืน ออกจากสมาธิ พอรู้สึกว่ามีกาย ความเดิน นั่ง นอน รับประทาน ดื่ม ทำา พูด คิดเกิดขึ้น ให้กำาหนดสติตามรู้ทันทีคิด เป็นอารมณ์จิตเราทำาให้สิ่งเหล่านี้ อย่ารีบออกจากที่นั่งสมาธิ ถ้าปฏิบัติ อย่างนี้จะได้ปัญญาเร็วขึ้นให้มีสติรู้ตัวอยู่ตลอดเวลาเท่านั้น เวลา ในช่ ว งนี้ ถ้ า เราไม่ รี บ ออกนอนลงไป จิตมันคิดอะไร ให้มันคิดไป จากสมาธิ ออกจากที่นั่งเราก็ตรวจดูให้ มี ส ติ ไ ล่ ต ามรู้ มั น ไปจนกระทั่ ง นอน อารมณ์จิตของเราเรื่อยไป โดยไม่ต้องหลับ ปฏิบัติต่อเนื่องทุกวัน แล้วท่านจะ ไปนึกอะไร เพียงแต่ปล่อยให้จิตมันคิดได้สมาธิอย่างไม่คาดฝัน ของมันเอง อย่าไปตั้งใจคิดทีนี้พอออก ในขณะทำางาน กำาหนดสติรู้อยู่ จากสมาธิมาแล้ว พอมันคิดอะไรขึ้นกับงาน เวลาคิด ทำาสติรู้อยู่กับการคิด มา ก็ทำาใจดูมันให้ชัดเจน ถ้าจิตมันคิดโดยถือการทำางาน การคิด เป็นอารมณ์ ไปเรื่อย ๆ ก็ดูมันไปเรื่อย ๆ จะคิดไป ถึงไหนช่างมัน ปล่อยให้มันคิดไปเลยของจิต เวลาคิดไป เราก็ดูไป ๆ ๆ ๆ มันจะรู้สึก โดยธรรมชาติของจิต ถ้ามีสิ่ง เคลิบเคลิ้มในความคิด แล้วจะเกิดกายรู้ สติมีสิ่งระลึก จิตย่อมสงบ มีปีติ สุข เบา จิตเบา กายสงบ จิตสงบเอกัคคตาได้ ในโอกาสใดโอกาสหนึ่ง กายเบา กายสงบได้กายวิเวกจนได้ ถ้าผู้ปฏิบัติตั้งใจทำาจริง จิตเบา จิตสงบได้จิตวิเวก ทีนี้จิตสงบแล้ว จิตเป็นปกติได้ทำ�สม�ธิโดยก�รบริกรรมภ�วน� ก็ได้อุปธิวิเวกในขณะนั้น หมายถึงการท่องคำาบริกรรมภาวนาอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น พุทโธ บริกรรมพุทโธ กับก�รต�มรู้จิต คือยุบหนอพองหนอ สัมมาอรหัง เป็นต้น หลักเดียวกันผู้ภาวนาท่องบริกรรมภาวนาอย่างใด ภาวนาพุทโธเอาไว้ พอจิตมันอย่างหนึ่งจนจิตสงบประกอบด้วยองค์ อยู่กับพุทโธก็ปล่อยให้มันอยู่ไป พอทิ้งฌาณ คือ วิตก วิจาร ปีติ สุข เอกัคค พุทโธแล้วไปคิดอย่างอื่น ปล่อยให้มันตา จิตสงบจนกระทั่งตัวหาย ทุกสิ่ง คิดไปแต่ให้มีสติตามรู้…พุทโธที่เรามาทุกอย่างหายไป เหลือแต่จิตที่สงบนิ่ง ท่องเอาไว้ ชมรมจริยธรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช สุพรรณบุรี 13
  14. 14. ๑. เพื่อระลึกถึงพระบรมครู มันทำาให้เราปวดหัวมวนเกล้า ร้อน ๒. เพื่อกระตุ้นเตือนจิตให้เกิด ผ่าวไปทั้งตัว เพราะไปฝืนความเป็นความคิดเอง จริงของมัน ทีนี้ภายหลังมาคิดว่า แก ทีนี้เมื่อจิตทิ้งพุทโธปั๊บ มัน จะไปถึงไหน ปรุงไปถึงไหน เชิญเลยไปคิดอย่างอื่นขึ้นมาได้ แสดงว่าเขา ฉันจะตามดูแก ปล่อยให้มันคิดไปสามารถหาเหยื่ อ มาป้อนให้ตัวเองได้ ปรุงไป ก็ตามเรื่อยไป ทีนี้พอ ไป ๆแล้ว เราก็ไม่ต้องกังวลที่จะหาอารมณ์ มา ๆ ตัวคิดมันก็คิดอยู่ไม่หยุด ตัวสติมาป้อนให้เขา ปล่อยให้เขาคิดไปตาม ก็ตามไล่ตามรู้กันไม่หยุดพอ คิด ๆธรรมชาติของเขา หน้าที่ของเรามีสติ ไปแล้วมันรู้สึกเพลิน ๆ ในความคิดกำาหนดตามรู้อย่างเดียวเท่านั้น นี่หลัก ของตัวเอง มันคล้าย ๆ กับว่ามันห่างการปฏิบัติเพื่อจะได้สมาธิสัมพันธ์กับ ไกล ไกลไป ๆ ๆ เกิดความวิเวกวังเวงชีวิตประจำาวันต้องปฏิบัติอย่างนี้ กายเบา จิตเบา กายสงบ จิตสงบ และพร้อม ๆ กันนั้นน่ะทั้ง ๆ ที่ความอย่�ข่มจิตถ้�จิตอย�กคิด คิดมันยังคิดไวเร็วปรื๋อจนแทบจะตาม ถ้าเราภาวนาพุทโธ ๆ แม้ว่าจิต ไม่ทัน ปีติและความสุขมันบังเกิดขึ้นสงบเป็นสมาธิถึงขึ้นละเอียดถึงขั้นตัว แล้วทีนี้มันก็มีความเป็นหนึ่ง คือ จิตหาย เมื่อสมาธินี้มันจะได้ผลไปตาม กำาหนดรู้อยู่ที่จิต ความคิดอันใดเกิดแนวทางแห่งการปฏิบัติเพื่อมรรค ผล ขึ้นกับจิตสักแต่ว่าคิด คิดแล้วปล่อยนิพพาน วางไป ๆ มันไม่ได้ยึดเอามาสร้าง ภายหลั ง จิ ต ที่ เ คยสงบนี้ มั นจะไม่ยอมเข้าไปสู่ความสงบ มันจะมา ปัญหาให้ตัวเองเดือดร้อนป้วนเปี้ยนแต่การยืน เดิน นั่ง นอน แล้วในที่สุดเมื่อมันตัดกระแสรับประทาน ดื่ม ทำา พูด คิด ซึ่งอัน แห่งความคิดแล้วมันวูบวาบ ๆ เข้าไปนี้ ก็ เ ป็ น ประสบการณ์ ที่ ห ลวงพ่ อ เอง สู ค วามสงบนิ่ ง จนตั ว หายเหมื อ นได้ประสบมาแล้ว พยายามจะให้มัน อย่างเคย จึงมาได้ข้อมูลขึ้นมาว่าเข้าไปสู่ความสงบอย่างเคย มันไม่ “อ๋อ ธรรมชาติของมันเป็นอย่างนี้ยอมสงบ ยิ่งบังคับเท่าไรยิ่งดิ้นรน ศีลอบรมสมาธิ สมาธิอบรมปัญญานอกจากมั น จะดิ้ น แล้ ว อิ ท ธิ ฤ ทธิ์ ข อง ปัญญาอบรมจิ ต ความคิ ด อั น ใดที ่ 14 ชมรมจริยธรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช สุพรรณบุรี
  15. 15. สติ รู้ทันทุกขณะจิต ความคิดอันนั้นคือ ความคิด เป็นอาหารของจิตปัญญาในสมาธิ เป็นลักษณะของจิต ความคิด เป็นการบริหารจิตเดินวิปัสสนา” ความคิด เป็นการผ่อนคลาย พร้อม ๆ กันนั้นถ้าจะนับตาม ความตึงเครียดลำาดับขององค์ฌาน ความคิด เป็นนิมิตหมายให้ ความคิด เป็นตัววิตก เรารู้ว่าอะไรเป็นเรื่องทุกข์ เป็นอนัตตา สติรู้พร้อมอยู่ที่ความคิด เป็น แล้วความคิดนี่แหละมันจะมายั่วยุให้ตัววิจาร เราเกิดอารมณ์ดี อารมณ์เสีย เมื่อเรา เมื่อจิตมีวิตก วิจาร ปีติ และ มองเห็นอารมณ์ดี อารมณ์เสีย มองเห็น อิฏฐารมณ์ อนิฏฐารมณ์ ที่ก่อเป็นตัวสุขย่อมบังเกิดขึ้นไม่มีปัญหา ทีนี้ปีติ กิเลส ทีนี้เมื่อจิตมีอิฏฐารมณ์เกิดขึ้นแล้ว จิตมันก็อยู่ในสภาพปกติกำาหนดรู้ความคิดที่เกิด ๆ ดับ ๆ อยู่ตลอดเวลา ก็ได้ความเป็นหนึ่ง ถ้าจิตดำารงอยู่ในสภาวะความเป็นอย่างนี้ ก็เรียกว่าจิตดำารงอยู่ในปฐมฌาน คือ ฌานที่ ๑ ประกอบด้วยองค์ ๕ : วิตก วิจาร ปีติ สุข เอกัคคตาปล่อยจิตให้คิด เกิดคว�มฟุ้งซ่�นหรือเกิดปัญญา ความคิดที่จิตมันคิดขึ้นมาเองเป็นวิตก สติรู้พร้อม เป็นวิจาร เมื่อจิตมีวิตก วิจาร ปีติ และความสุขย่อมเกิดขึ้น ไม่มีปัญหา ผลที่จะเกิดจากการตามรู้ความคิด ความคิดเป็นอารมณ์สิ่งรู้ของจิต เป็นสิ่งระลึกของสติ เมื่อสติสัมปชัญญะดีขึ้น เราจะรู้สึกว่า… ชมรมจริยธรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช สุพรรณบุรี 15
  16. 16. ภาวนา จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด ยิ้มไว้ ไม่ทุกข์ สนุกดี“จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด ยิ้มไว้ ไม่ทุกข์ สนุกดี” ท่านสันติกะโรภิกขุนำาเจริญภาวนา “จงเป็นสุข เป็นสุขเถิด” ต่างยืนยันปฏิบัติตามเกิดผลจริงดับร้อนทางใจอย่างอัศจรรย์ หนทางในการสร้างจิตใจให้ใจดีใจสบายนั้น เป็นสิ่งที่ปรารถนาของหลายๆคน วิธีสร้างใจสบายนั้นมีหลากหลายวิธี เพียงแต่ทำาอย่างไรให้จิตเกิดสติเกิดสมาธิจนกระทั่งเกิดปัญญาในที่สุดคือถึงขั้นดับทุกข์ได้ วิธีหนึ่งที่สามารถทำาได้อย่างง่ายคือทำาจิตใจให้เกิดเมตตานั่นก็คือทางหนึ่งที่สำาคัญทีเดียว อย่างที่ธรรมสถานแสงสันติสุข วัดสารอด ซ.สุขสวัสดิ์ 44 เขตราษฎร์บูรณะกรุงเทพฯ พระอาจารย์สันติกะโรภิกขุ ได้นำาเคล็ดลับเรื่องการสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นกับครอบครัว จนถึงประเทศชาติ โดยใช้หลักแผ่เมตตา “จงเป็นสุขเป็นสุขเถิดยิ้มไว้ ไม่ทุกข์ สนุกดี” เป็นธรรมาวุธฆ่ากิเลสในใจคน ซึ่งส่งผลเกิดขึ้นอย่างแท้จริงสู่ความดับทุกข์ ดังที่มีผู้นำาไปปฏิบัติกันอย่างจริงจัง ท่านได้กล่าวกับสาธุชนให้สัมผัสกับธรรมะในใจของเรา เราบอกกับตัวเราเองว่ายิ้มไว้ไม่ทุกข์สนุกดีจิตจะมีอานุภาพในการดับทุกข์ เราปฏิบัติธรรมมาหลายวิธีไม่ได้ผลเพราะเราไม่ได้ทำาให้แจ้งนิโรธคือเราเน้นที่ดับทุกข์ บอกตัวเองว่าใครมาทำาเราก็แล้วแต่เราจะดับทุกข์ในขณะนั้น ไม่ใช่เขาทำาทีเราวิ่งไปหาถ้ำาไปสำานักโน้นสำานักนี้ไม่ทัน ทุกข์มันเกิดแล้วลงนรกแล้วไปเข้าถ้ำาพอออกมาเครียดเราเข้าถ้ำาอีก ไม่ต้องเข้า ถูกด่าตรงไหนก็ยิ้มไว้ไม่ทุกข์สนุกดี จิตใจของเราใครมาฝึกให้เราไม่ได้ เราต้องฝึกเองเราใช้บทบริกรรมยิ้มไว้ไม่ทุกข์สนุกดีสนุกดีๆๆๆ ทุกอิริยาบถ ถ้าเรายิ้มเราได้มิตรเรามีเมตตาเป็นที่รักของมนุษย์ตื่นเป็นสุข หลับเป็นสุข คุณมาลินี เทียมทัน พิธีกรกล่าวถึงผลของแต่ละคนได้มาปฏิบัติธรรมที่นี่แต่ละตัวอย่างพูดกันเป็นเสียงเดียวกันว่าเมื่อก่อนไม่เชื่อหรอก แต่เมื่อทำาไปแล้วก็ต้องเชื่อดังที่แต่ละคนได้เล่า16 ชมรมจริยธรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช สุพรรณบุรี
  17. 17. คุณนฤมลกล่าวว่า ได้ตามแม่มาปฏิบัติที่นี่ช่วงหนึ่งสามีเป็นโรคหัวใจต้องขยายเส้ น เลื อ ดด้ ว ยการทำ าบอลลูนหมอบอกถ้ามาช้ า อี ก นิ ด จะต้ อ งเสี ย ชี วิ ต แน่ ๆระหว่างผ่าตัดหัวใจได้ภาวนาจงเป็นสุขเป็นสุขเถิดยิ้มไว้ไม่ทุกข์สนุกดี การผ่าตัดผ่านพ้นด้วยดีมาที่นี่มีโชคไป 3-4 ครั้งแล้ว คุณวาวกล่าวว่า เป็นโรคมะเร็งต้องเจาะผ่าตัดทางหน้าผากมา 2 ครั้งตั้งแต่ภาวนาทำาให้มีจิตใจต่อสู้โรคมะเร็งทุเลาลง ทุกวันนี้จิตใจสบาย คุณพรหมกล่าวว่า มีเงินติดตัว 7 บาท อยู่ได้ 5 วันเพราะในใจภาวนายิ้มไว้ไม่ทุกข์สนุกดีตลอด เชื่อว่าอยู่ได้เพราะบุญในใจป่วยก็หายเร็ว คุณบุญช่วยแอบยิ้มกล่าวว่า มาที่นี่ได้ 6 อาทิตย์ไม่ค่อยมีเงินไปผ่าตัดมดลูกเกิดอาการช็อกหมอช่วยให้ฟื้นขึ้นมาก็ได้ภาวนาจงเป็นสุขเป็นสุขเถิด ตั้งแต่นั้นการเงินการงานดีขึ้นบางวันได้ 5-6 พันบาท บางวันได้เป็นหมื่น คุณนงนุชกล่าวว่า เมื่อก่อนทำาใจไม่ได้หากคนข้างบ้านพูดว่ากล่าวโมโหใส่เหมือนมีไฟในตัว พอได้ภาวนาจงเป็นสุขเป็นสุขเถิด ทุกวันนี้สงบใจได้และทำาให้สามีที่ดื่มเหล้ามา 2 ปีแล้วเลิกได้ และยังชวนกันไปทำาบุญไปไหนไปกัน คุณสำาอางค์กล่าวว่า มีหลานปลายขามีปัญหาเดินไม่ได้หมอเข้าเฝือกคนที่บ้านต้องช่วยแผ่เมตตาจงเป็นสุขเป็นสุขเถิดเดี๋ยวนี้ยืนเองได้แล้ว คุณสรุตยากล่าวได้มาปฏิบตธรรมทีน่ี สามีตดเพือนไปดืมเหล้า เดียวนีไม่ไป ั ิ ่ ิ ่ ่ ๋ ้แล้ว พีนองไม่คอยลงกันพอไปแผ่เมตตาทุกอย่างหน้ามือเป็นหลังมือพีนองคุยกันดี ่้ ่ ่้ คุณสมจิต รัศมีศร กล่าวว่า ตังแต่แผ่เมตตาโรคภัยหลายชนิดตังแต่ไขมันมาก ้ ้ไมเกรนก็ปวด ทุกข์ทรมานรวมทังปวดหัวได้ดขน นอนก็ไม่กรนตัวเบาเป็นปกติ ้ ี ้ึ คุณกรรณิกา เกตุนาค กล่าวว่า ก่อนหน้าการงานการเงินไม่ดีเจ้านายเคยรังเกียจได้แผ่เมตตาจงเป็นสุขเป็นสุขเถิดเจ้านายกลับสละเงินซื้อนมให้ลูก โรคเบาหวานโรคความดันที่เป็นก็ปกติแล้ว รวมถึงคุณแม่โรคภัยก็ลุเลาอย่างน่าสบายใจ คำายืนยันของแต่ละท่านที่นำาหลักแผ่เมตตาไปลงมือปฏิบัติ เป็นการจากนรกสู่สวรรค์อันเจิดจ้า ทำาให้ทุกวันอาทิตย์ที่ธรรมสถาน “แสงสันติสุข” 2 แห่ง ในเวลา08.00-12.00 น. ซ.สุขสวัสดิ์ 44 เขตราษฎร์บูรณะ กทม. และเวลา 13.00-16.00 น. จระเข้คต ต.ไผ่พระ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา มีสาธุชนไปร่วม ชมรมจริยธรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช สุพรรณบุรี 17
  18. 18. ปฏิบัติธรรมเป็นจำานวนมากนับพันคน เป็นการใช้เวลาอย่างคุ้มค่าที่สุดวันหนึ่งเมื่อได้ไปธรรมสถาน “แสงสันติสุข” มีอาหารเช้า-เที่ยงเลี้ยงฟรี ผู้จะไปร่วมบุญสอบถามที่โทร.0-2428-5959 ท่านสันติกะโรได้ฝากข้อคิดด้วยว่า ทำาพูดคิดที่ดี คือฤกษ์ดี ถูกใส่ร้ายป้ายสีให้ทำาดี 2 เท่า, ไม่ยึด ไม่เอา ไม่สน พ้นทุกข์ อุปสรรคศัตรูคือประตูสวรรค์, มารไม่มีบารมี ริษยาด่ามาแผ่เมตตายิ้มสู้, นักสู้ผู้ยิ่งใหญ่ คือสู้กับใจตน, ไม่ดุด่าว่าบ่นพ้นทุกข์สนุกดี, ความดีมีทุกโอกาส ความประมาททำาให้พลาดจากความดี วิธีเจริญเมตตาภาวนา “ขอให้เร� สัตว์ทั้งหล�ย ศัตรูทั้งหล�ย จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด จงเป็นผู้ไม่มีเวร ไม่มีศัตรู ไม่วิตกกังวล ไม่เศร้�โศกพย�บ�ท ไม่ทุกข์ก�ยทุกข์ใจ มีคว�มสุขรักษ�ตนอยู่เถิด” “พระพุทธเจ้าตรัสอานิสงส์เมตตา มีถึง 11 ประการคือ ตื่นเป็นสุข, หลับเป็นสุข, ไม่ฝันร้าย, เป็นที่รักของมนุษ์, เป็นที่รักของอมนุษย์, เทวดารักษา, ไฟ ยาพิษ ศัสตรา ทำาอันตรายไม่ได้, จิตเป็นสมาธิเร็ว, หน้าตาผ่องใส, ใกล้ตายไม่หลงและตายเข้าถึงพรหมโลก” ท่านสันติกะโรภิกขุ กล่าวในที่สุด18 ชมรมจริยธรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช สุพรรณบุรี
  19. 19. คำาถาม ทำาไมโพชฌงค์ 7 ประการ จึงสามารถบำาบัดรักษาแก้โรคภัยต่างๆ ความหมายของโพชฌงค์ 7 ประการก็คือ กุญแจที่จะปลดปล่อยไขประตูและก็ปลดปล่อยเราให้ออกมาจากคุกของอารมณ์ คุกที่กักขังเราไว้ คุกที่ควบคุมกักขังตัวเรานั้น ไม่ใช่เป็นคนอื่น ใครอื่น สิ่งอื่น หรือที่อื่นๆ แต่เป็นตัวเราเองที่เรากักขังตัวเองไว้ ในอารมณ์ใดๆ โดยที่เราไม่รู้เท่าทันมัน รวมทั้งขังตัวเองเอาไว้ในสุข ทุกข์ เวทนา และก็กิจกรรมหรือการที่เป็นไปในกาย เช่นเกิดอาพาธ เกิดโรค หรือกักขังตัวเองไว้ในเวทนาของโรคนั้นๆ ฉะนั้นการเจริญโพชฌงค์ก็คือการปลดปล่อยตัวเองออกจากเวทนาและโรคร้ายเหล่านั้นก็จะหมดออกไปจากอารมณ์ เมื่อโรคออกจากอารมณ์เหล่านั้นใจก็เป็นปรกติ โดยหลักวิทยาศาสตร์ ธรรมชาติของร่างกายแล้ว โรคทั้งหลายเกิดจากใจบกพร่องไม่ถูกต้องกันเสีย 90 กว่าเปอร์เซนต์ เมื่อใจเป็นปรกติถูกต้องไม่บกพร่องร่างกายก็จะสร้างแอนตี้บอดี้ สามารถที่จะมีกระบวนการกำาจัดขัดเกลา ทำาลายร้างสิ่งที่แปลกปลอม หรือสิ่งที่เข้ามาเกาะกินสุขภาพของกายสุขภาพของจิตหรือสุขภาพของใจ ร่างกายก็จะสร้างสารชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นสารที่จะทำาลายศัตรูที่แปลกปลอมเข้ามาในกายนี้ เรียกว่าเป็นการต้านทานและก็ภูมิคุ้มกัน ขบวนการของโพชฌงค์ก็คือกระบวนการที่เหมือนยารักษาโรค เป็น สูตรสำาเร็จในการที่จะชำาระ แกะ แคะเกา และก็ขัดสีฉวีวรรณจิตนี้ให้ผุดผ่อง และก็เป็นกระบวนการของจิตที่ปล่อยวางจากอารมณ์สุขทุกข์และเวทนาทั้งปวงได้อย่างที่สุด ชมรมจริยธรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช สุพรรณบุรี 19
  20. 20. สติสัมโพชฌงค์ (ความระลึกได้ สำานึกพร้อมอยู่ ใจอยูกบกิจ จิตอยูกบเรือง) ่ั ่ั ่ ธัมมวิจยะสัมโพชฌงค์ (ความเฟ้นธรรม,ความสอดส่องค้นหาธรรม ) วิริยะสัมโพชฌงค์ (ความเพียร) ปีติสัมโพชฌงค์ (ความอิ่มใจ) ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ (ความสงบกายสงบใจ) สม�ธิสัมโพชฌงค์ (ความมีใจตั้งมั่น,จิตแน่วในอารมณ์) อุเบกข�สัมโพชฌงค์ (ความมีใจเป็นกลางเพราะเห็นตามเป็นจริง) จากหนังสือพจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม พระธรรมปิฎก (ป. อ. ปยุตโต) ท�ไม ำ โพชฌงค์ 7 ประก� ร จงส�ม�รถบ�บด ึ ำ ั รกษ� แกโรคภย ั ้ ั งค์ ต�งๆ ่ ก�รเจรญโพชฌ อย ิ ล่ คอก�รปลดป ื ตวเอง ั20 ชมรมจริยธรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช สุพรรณบุรี
  21. 21. พุทธศาสนาวันละคำา กรรม(๓๒๖) กรรม ๑๒ (การกระทำาที่ประกอบด้วยเจตนาดีก็ตาม ชั่วก็ตาม, ในที่นี้หมายถึงกรรมประเภทต่างๆ พร้อมทั้งหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการให้ผลของกรรมเหล่านั้น— karna; kamma; action; volitional action)หมวดที่ ๑ ว่าโดยปากกาล คือ จำาแนกตามเวลาที่ให้ผล(classification according to the time of ripening or taking effect) ๑. ทิฏฐธรรมเวทนียกรรม(กรรมให้ผลในปัจจุบันคือในภพนี้ — karma to be experienced hereand now; immediately effective kamma) ๒. อุปปัชชเวทนียกรรม(กรรมให้ผลในภพที่จะไปเกิดคือในภพหน้า — karma to be experiencedon rebirth; kamma ripening in the next life) ๓. อปราปริยเวทนียกรรม(กรรมให้ผลในภพต่อๆไป — karma to be experienced in some sub-sequent becoming; indefinitely effective kamma) ๔. อโหสิกรรม(กรรมเลิกให้ผล ไม่มีผลอีก — lapsed or defunct kamma)หมวดที่ ๒ ว่าโดยกิจ คือจำาแนกการให้ผลตามหน้าที่(classification according to function) ๕. ชนกกรรม(กรรมแต่งให้เกิด, กรรมที่เป็นตัวนำาไปเกิด — productive karma; repro-ductive kamma) ๖. อุปัตถัมภกกรรม(กรรมสนับสนุน, กรรมที่เข้าช่วยสนับสนุนหรือซ้ำาเติมต่อจากชนกกรรม—supportive karma; consolidating kamma) ชมรมจริยธรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช สุพรรณบุรี 21
  22. 22. ๗. อุปปีฬกรรรม(กรรมบีบคั้น, กรรมที่มาให้ผล บีบคั้นผลแห่งชนกกรรมและอุปัตถัมภกกรรมนั้นให้แปรเปลี่ยนทุเลาลงไป บั่นทอนวิบากมิให้เป็นไปได้นาน obstructive kar-ma; frustrating kamma) ๘. อุปฆาตกกรรม(กรรมตัดรอน, กรรมที่แรง ฝ่ายตรงข้ามกับชนกกรรม และอุปัตถัมภกกรรม เข้าตัดรอนการให้ผลของกรรม ๒ อย่างนั้น ให้ขาดไปเสียทีเดียว เช่น เกิดในตระกูลสูงมั่งคั่ง แต่อายุสั้น เป็นต้น — destructive karma; supplanting kamma)หมวดที่ ๓ ว่าโดยปากทานปริยาย คือ จำาแนกตามความยักเยื้องหรือลำาดับความแรงในการให้ผล(classification according to the order of ripening) ๙. ครุกกรรม(กรรมหนัก ให้ผลก่อน ได้แก่ สมาบัติ ๘ หรือ อนันตริยกรรม — weighty kamma) ๑๐. พหุลกรรม หรือ อาจิณณกรรม(กรรมทำามากหรือกรรมชิน ให้ผลรองจากครุกกรรม — habitual kamma) ๑๑. อาสันนกรรม(กรรมจวนเจียน หรือกรรมใกล้ตาย คือกรรมทำาเมือจวนจะตาย จับใจอยูใหม่ๆ ถ้าไม่มี ๒ ข้อ ่ก่อน ก็จะให้ผลก่อนอืน — death threshold kamma; proximate kamma) ่ ๑๒. กตัตตากรรม หรือ กตัตตาวาปนกรรม(กรรมสักว่าทำา, กรรมทีทาไว้ดวยเจตนาอันอ่อน หรือมิใช่เจตนาอย่างนันโดยตรง ต่อเมือ ่ำ ้ ้ ่ไม่มกรรมอืนให้ผลแล้วกรรมนีจงจะให้ผล — reserve kamma; casual act) ี ่ ้ึกรรม ๑๒ หรือ กรรมสี่ ๓ หมวดนี้ มิได้มีมาในบาลีในรูปเช่นนี้โดยตรง พระอาจารย์สมัยต่อมา เช่น พระพุทธโฆษาจารย์ เป็นต้น ได้รวบรวมมาจัดเรียงเป็นแบบไว้ภายหลัง.Vism.601; Comp.144. วิสุทธิ.๓/๒๒๓; สังคห.๒๘โดยพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) จากหนังสือพจนานุกรมพุทธศาสน์ฉบับประมวลธรรม22 ชมรมจริยธรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช สุพรรณบุรี
  23. 23. สุขภาพ แมคโครไบโอติกส์ (Macrobiotic) กลุ่มงานสุขศึกษา แมคโครไบโอติ ก ส์ ห มาย กิน ให้สอดคล้องกับธรรมชาติที่อยู่ถึง แนวทางอันยิ่งใหญ่ของชีวิต หรือ อาศัย เพื่อให้มีสุขภาพดี เต็มเปี่ยมไปทัศนะการมองชีวิตที่กว้างใหญ่ ความ ด้วยพลังแห่งชีวิต (Vitality) มีชีวิตคิดพื้นฐานของแมคโครไบโอติกส์คิด ชีวา มีความสุข และมีอิสระภาพ หากว่าทุก ๆ สิ่งล้วนกำาเนิดมาจากอนันต์ ใครสามารถดื่ม กินในชีวิตประจำาวันอันไม่สิ้นสุด และกำาลังเปลี่ยนแปลง ตามกฏของธรรมชาติ ชีวิตย่อมประสบอย่างไม่หยุดนิ่งตลอดเวลา ชี้ว่าเราควร กับสุขภาพดีและมีความสุข ในทางจะผ่อนคลายทัศนะการมองโลกอย่าง ตรงกันข้าม หากใครไม่ดื่ม กินในชีวิตแคบ ๆ ตายตัว เพื่อจะได้รับรู้สึกถึง ประจำาวันตามกฎของธรรมชาติ คนความเป็นเอกภาพกับธรรมชาติอันเป็น ผู้นั้นย่อมประสบกับทุกขภาพ อันได้แก่หลักพื้นฐานสำาคัญ การดูแลสุขภาพ โรคภัย ความเจ็บปวด ภัยพิบัติ ชีวิตในเรื่องการกิน ถ้าเราได้ตระหนักรู้ว่า เต็มไปด้วยความทุกข์ ไร้อิสระภาพ นี่“ เร�เป็นอย่�งที่ เร�กิน เร�คิด เร� คือความยุติธรรมของธรรมชาติพูด เร�ทำ� ” การกินทำาให้เรามีชีวิต มีเรี่ยวแรง มีพลังที่ใช้ในการดำาเนินชีวิต ประวัติแมคโครไบโอติกส์ประจำาวัน รวมทั้งการมีภูมิต้านทาน นายแพทย์ชาวญีปน ซาเก็น อิชิ ่ ุ่โรค เพื่อให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง ซูกะ (Sagen Ishizuka พ.ศ.2393-และมีสุขภาพที่ดี การกินจึงเกี่ยวข้อง 2453) ได้เสนอทฤษฏีอาหารและการกับสุขภาพอย่างมาก แพทย์ ที่ผสมผสานระหว่างทฤษฏีการ แพทย์พื้นบ้านที่เกี่ยวกับอาหาร และ แมคโครไบโอติกส์ คือ การ ทฤษฏีการแพทย์แผนปัจจุบันทางด้านสร้ า งความสมดุ ล ทุ ก ด้ า นของชี วิ ต เคมี ชีวะวิทยา ชีวะเคมี และสรีระและธรรมชาติ ทั้งด้านกาย อารมณ์ วิทยาจิตใจ สังคม ชีวะวิทยา นิเวศวิทยา อิชซกะ สามารถเยียวยาผูปวย ิู ้ ่เป็นการดำาเนินวิถีชีวิตประจำาวัน ให้หายขาดได้เป็นจำานวนมาก โดยการ โดยเฉพาะเรื่อง การดื่ม การ แนะนำาให้รบประทานอาหารพืนบ้าน มี ั ้ ชมรมจริยธรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช สุพรรณบุรี 23
  24. 24. ข้าวกล้อง ผัก และสาหร่ายทะเล จน Macrobiotics) และการประยุกต์ใช้ได้รบสมยานามว่า “คุณหมอพืชผักแห่ง ั ไปทัวโลก จวบจนเสียชีวตเมืออายุได้ ่ ิ ่โตเกียว” หลักการอาหารทีใช้รกษา คือ ่ ั 74 ปี ปัจจุบนหลักแมคโครไบโอติกส์ ัหลักการอาหารของอิชซกะ (Sagen ิู ได้รบการยึดถือปฏิบตกนทัวโลก ั ั ิั ่Ishizuka’s diet) มีหลักการ 5 จอร์จ โอซาว่า บิดาแห่งประการคือ แมคโครไบโอติกส์ มีแนวคิดว่ามนุษย์1. อาหารเป็นพื้นฐานของสุขภาพและ เกิดมาแล้วต้องมีความสุข โดยเขียนไว้ความสุข ว่า “ หากใครไม่มีความสุข ไม่สมควร2. โซเดียม (Na) และโปแตสเซียม กิน เพราะมันเป็นความผิดของเขาเอง(K) เป็นธาตุที่ต่อต้านและเสริมให้ ”ทั้ ง ความสุ ข และการกิ น นั้ น สามารถสมบูรณ์ในอาหาร คือคุณสมบัติหยิน- หาได้ในชีวิตประจำาวันที่เป็นหนึ่งเดียวหยางของอาหาร กับจักรวาล โดยการศึกษาจากปรัชญา3. ธัญพืชเป็นอาหารหลักของมนุษย์ ของ หยิน-หยาง ในคัมภีร์อี้จิงของจีน4. อาหารควรเป็นอาหารทีครบส่วน คง ่ เมื่อ 5,000 ปี ที่แล้ว และหลักการของรูปเดิม ไม่ผานการขัดสี ปราศจากการ ่ หยิน-หยางนี่เองจะเป็นเข็มทิศนำาทางปรุงแต่ง ได้จากธรรมชาติ ของเรา ทำาให้เรามองเห็นทิศทางชีวิต5. อาหารต้องปลูกในท้องถิ่น และ ของเราเอง ช่วยให้เราหาจุดยืนของควรกินตามฤดูกาล เราในจักรวาลอันไม่มีที่สิ้นสุด และนำา เราไปสู่สุขภาพและความสุข ช่วยให้ จอร์จ โอซาวา (Gorge เราสามารถทำาความเข้าใจสิ่งต่างๆในOhsawa) ได้เรียนรูสตรอาหารเพือ ู้ ่ ชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารที่เรารั ก ษาตนเองจากลู ก ศิ ษ ย์ ข องอิ ชิ ซู ก ะ กินเข้าไป จะส่งผลกระทบต่อร่างกายสองคน คือ มานาบึ นิชบาตะ (Mr. ิ และจิตใจของเราอย่างไรManabu Nishibata) และโชจิโร่โกโตะ (Mr.Shojiro Goto) จน สภ�วะสุขภ�พหายขาดและฟื้นฟูสุขภาพขึ้นใหม่แล้ว การประเมินภาวะสุขภาพตามโอซาว่ า ได้ เ ขี ย นบทความมากมายตี แนวทางของแมคโครไบโอติ ก ส์ นั้ นพิมพ์ในวารสาร จอร์จ โอซาว่า ก็ได้ แตกต่างจากศาสตร์อื่น ๆ อย่างสิ้นอุ ทิ ศ ตนเพื่ อ การเผยแพร่ ป รั ช ญา เชิง โดยโอซาว่าได้เสนอแนวทางการแมคโครไบโอติกส์แบบเซ็น (Zen ประเมินสุขภาพไว้ 7 ข้อ ต้อง24 ชมรมจริยธรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช สุพรรณบุรี
  25. 25. ประเมิ น สุ ข ภาพของตนเองก่ อ นที่ จ ะ สามารถที่ จ ะกิ น ข้ า วกล้ อ งเริ่มกินอาหารแบบแมคโครไบโอติกส์ เปล่า ๆ ขนมปังโฮลวีทธรรมดา ๆ หรือเงื่อนไข 3 ข้อแรกเป็นเงื่อนไขทางกาย อาหารอื่ น ใดที่ ไ ม่ ไ ด้ ป รุ ง แต่ ง หน้ า ตาข้อละ 5 คะแนน ข้อ 4 5 และ 6 และรสชาติของอาหารให้นากิน ด้วย ่เป็นเงื่อนไขทางจิตวิทยา ข้อละ 10 ความอร่อยและรูสกขอบคุณ แสดง ้ึคะแนน ข้อ 7 เป็นเงื่อนไขสูงสุดทาง ความกตัญญูอย่างลึกซึ้งต่อธรรมชาติปัญญามีคะแนน 55 คะแนน รวมทั้ง ที่ ไ ด้ ม อบอาหารให้ เ ราได้ กิ น เพื่ อสิ้น 100 คะแนน เมื่อกินอาหารแบบ ดำาเนินชีวตต่อไป ท่าทีเช่นนีแสดงว่ามี ิ ้แมคโครไบโอติกส์ได้สัก 1-2 เดือน กระเพาะอาหารที่แข็งแรงและมีความควรประเมินอีกครั้ง อยากอาหารดี รวมถึงการมีความ ต้องการ และมีความสุขทางเพศ หาก1. ไม่รู้จักเหนื่อยล้า ไม่เคยเป็นหวัด ชายหรื อ หญิ ง ไม่ มี ค วามต้ อ งการหรื อพร้อมที่จะทำางานเสมอ ความสุขทางเพศนั่นหมายความว่าได้ ความรู้ สึ ก เหนื่ อ ยอ่ อ นเพลี ย ละเมิดกฎของ หยิน-หยาง ถึงแม้แมคโครไบโอติกส์ถือว่าเป็นรากเหง้า จะเป็นการละเมิดด้วยความโง่เขลาเบาแท้ของโรคภัยไข้เจ็บทั้งปวง เพียงมีข้อ ปัญญาก็ตาม จะนำาไปสู่ความเจ็บป่วยอ้างว่า “ มันยากเกินไป ทำาไม่ไดà

×