การดำเนินงานทันตปี2555
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 

การดำเนินงานทันตปี2555

on

  • 21,830 views

 

Statistics

Views

Total Views
21,830
Views on SlideShare
21,830
Embed Views
0

Actions

Likes
9
Downloads
465
Comments
2

0 Embeds 0

No embeds

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

การดำเนินงานทันตปี2555 การดำเนินงานทันตปี2555 Document Transcript

  • คํานํา สุขภาพช่องปากเป็นส่วนหนึ่งของการมีสุขภาพดีช่วยเสริมคุณภาพชีวิต เพราะปัญหาสุขภาพช่องปากจะส่งผลต่อระบบอื่นๆของร่างกาย ดังนั้น เราจึงจําเป็นต้องดูแลสุขภาพในช่องปากให้สมบูรณ์ ซึ่งในปัจจุบันแนวคิดการดูแลช่องปาก มิใช่การกําจัดโรคอย่างเดียวเท่านั้น แต่จะต้องดูแลสุขภาพช่องปากให้ดีตั้งแต่แรกเริ่มและคงสภาพที่ดีไว้ นั่นคือ ให้ความสําคัญในการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค ซึ่งดีกว่าการรักษาเพราะกระทําในสภาพปกติ ไม่ก่อให้เ กิด ความเจ็บ ปวด ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานในการปวดฟัน ไม่ต้องยุ่งยาก ไม่เสียเวลาในการรักษา ไม่ต้องเสียเงินค่ารักษาและที่สําคัญคือไม่ต้องสูญเสียฟัน การส่งเสริมทันตสุขภาพและการป้องกันโรคในช่องปาก มุ่งเน้นที่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอนามัยโดยเฉพาะพฤติกรรมการทําความสะอาดช่องปากและพฤติกรรมการบริโภคอันเป็นสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดโรคฟันผุ เหงือกอักเสบ การสํารวจทันตสุขภาพระดับจังหวัดปี 2554 พบว่า เด็กอายุ 3 ปี มีฟันผุร้อยละ 56.6เด็กประถมศึกษาอายุ 12 ปี ฟันผุร้อยละ 51.5 เฉลี่ยผุถอนอุด 1.5 ซี่ / คน เหงือกอักเสบร้อยละ 40.3 นับอยู่ในเกณฑ์ทดีขึ้น ซึ่งส่งผลต่อการสูญเสียฟันบางส่วนหรือทั้งปากในที่สุด ในขณะที่ผู้สูงอายุพบว่ามีฟันใช้เคี้ยว ี่อาหาร (4คู่สบทั้งฟันแท้และฟันเทียม) ร้อยละ ๕๒ (ข้อมูลจากการสํารวจฯในปี ๒๕๕๓) การดําเนินงานส่งเสริมทันตสุขภาพและป้องกันโรคของสํานักทันตสาธารณสุข ดําเนินตามวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์กรมอนามัย โดยกําหนดวิสัยทัศน์ของสํานักทันตสาธารณสุขคือการเป็นองค์กรหลักในงานทันตสาธารณสุขของประเทศ เน้นการทํางานแบบมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย มุ่งสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้เพื่อสุขภาพช่องปากที่ดีทุกช่วงวัยของชีวิต มีกลยุทธ์หลักการดําเนินงานคือเน้นการทํางานแบบมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย มุ่งสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ พัฒนาสมรรถนะบุคลากรให้เป็นมืออาชีพและทันต่อการเปลี่ยนแปลง สร้างความตระหนักเพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของประชาชน ลงทุนเพื่อการพัฒนาโครงสร้ า งพื้ น ฐานและระบบงานให้ ไ ด้ ม าตรฐานและสอดคล้ อ งกั บ ยุ ท ธศาสตร์ อ งค์ ก ร ตลอดจนพั ฒ นากระบวนการ กําหนด และบริหารนโยบายสาธารณะและกฎหมายเพื่อการพัฒนาทันตสุขภาพของประเทศ ทั้งนี้ได้แบ่งยุทธศาสตร์การพัฒนาเป็น กลุ่มพัฒนาเทคโนโลยีทางทันตสุขภาพเด็กและเยาวชน กลุ่มพัฒนาเทคโนโลยีทางทันตสุขภาพวัยทํางานและผู้สูงอายุ กลุ่มพัฒนาการคุ้มครองผู้บริโภคด้านทันตสุขภาพ กลุ่มพัฒนาระบบทันตสาธารณสุข และกลุ่มพัฒนาความร่วมมือด้านทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ มกราคม 2555
  • สารบัญ หน้าคํานําการพัฒนาสุขภาพช่องปากหญิงตั้งครรภ์ เด็ก และเยาวชน ๑การสร้างเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุในโครงการฟันเทียมพระราชทานและการส่งเสริม ๑๐สุขภาพช่องปากผู้สูงอายุเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปี ๒๕๕๕คุ้มครองผู้บริโภค: มาตรฐานพื้นฐานของการดูแลสุขภาพ 17พัฒนาระบบทันตสาธารณสุข 27บริหารยุทธศาสตร์ 34ภาคผนวกโครงสร้างของสํานักทันตสาธารณสุขตารางตัวชี้วัดทันตสาธารณสุข
  • การพัฒนาสุขภาพช่องปาก หญิงตั้งครรภ์ เด็ก และเยาวชน กลุ่มพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมทันตสุขภาพเด็กและเยาวชน การพัฒนาสุขภาพช่องปาก หญิงตั้งครรภ์ เด็ก และเยาวชน เพื่อส่งเสริมและป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับคุณภาพชีวิต ตลอดจนพัฒนาการทางร่างกายและสติปัญญาของเด็กและเยาวชน กุญแจสําคัญคือการสร้างความเข้มแข็ง ให้แก่กลุ่มเป้าหมายในการดูแลสุขภาพช่องปากของตนเอง ซึ่งการวิจัย และพัฒ นารูปแบบ/ต้นแบบ/เทคโนโลยี/นวัตกรรม รวมทั้งการจัดทําคู่มือ/แนวทาง/มาตรฐาน/มาตรการต่างๆ อันเป็นภารกิจที่สํานักทันตสาธารณสุขดําเนินการมาอย่างต่อเนื่อง แม้จะสามารถก่อให้เกิดสิ่งดีๆและความสําเร็จเล็กๆกระจัดกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ หากแต่ไม่สามารถนําพาผู้คนส่วนใหญ่ให้บรรลุเป้าหมาย/ผลลัพธ์ที่คาดหวังโจทย์ห ลักคือ การใช้กลยุ ทธ์เ ครือข่า ยในทุกระดับ อย่า งมีป ระสิทธิภ าพ เพื่อเพิ่มความครอบคลุมของการจัดบริการทัน ตสุขภาพ(ทั้งทางตรงและทางอ้อม) หนุน เสริมให้เ กิด การเรียนรู้และพัฒ นาทักษะการทํา งานร่วมกันของกลุ่มผู้รับ ผลประโยชน์ และการดูแลสุขภาพช่องปากของกลุ่มเป้าหมายสํา คัญ ภายใต้หลักการ“คืนสุขภาพสู่มือเจ้าของ” การส่งเสริมสุขภาพช่องปากเด็กปฐมวัยสถานการณ์สุขภาพช่องปากปี ๒๕๕๔ ๑. หญิงตั้งครรภ์ได้รับการตรวจช่องปากและคําแนะนําร้อยละ ๘๖.๙ * ๒. เด็กอายุ ๓ ปีปราศจากฟันผุ ร้อยละ ๔๓.๔ ** ๓. ผู้ปกครองเด็ก ๙-๑๒ เดือน ได้รับการฝึกแปรงฟัน ร้อยละ ๕๘.๖ * ๔. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจัดกิจกรรมแปรงฟันหลังอาหารกลางวันร้อยละ ๙๖.๕ ** ๕. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจัดผลไม้เป็นอาหารว่างอย่างน้อย ๓ ใน ๕ วัน ร้อยละ ๘๔.๐ **แหล่งข้อมูล * ท ๐๑ สํานักทันตสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๕๔ ** ท ๐๒ สํานักทันตสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๕๔แนวคิดและหลักการป้องกันฟันผุในเด็กปฐมวัย กรมอนามัย รับผิดชอบการพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์และเด็ก ภายใต้โครงการโรงพยาบาลสายใยรักแห่งครอบครัว โดยมีกิจกรรมการส่งเสริมสุขภาพช่องปากเป็นส่วนหนึ่งในชุดบริการเพื่อการดูแลกลุ่มเป้าหมายนี้ โรคในช่ อ งปากที่ มี โ อกาสพบมากในหญิ ง ตั้ ง ครรภ์ คื อ เหงื อ กอั ก เสบ โรคปริ ทั น ต์ และโรคฟั น ผุการศึกษาในปี ๒๕๕๓ พบว่า หญิงตั้งครรภ์มีฟันผุเฉลี่ยคนละ ๖.๖ ซี่ ร้อยละ ๙๐.๔ มีเหงือกอักเสบ การตรวจและให้คําแนะนํา รวมถึงให้บริการขูดหินน้ําลาย ช่วยลดอัตราการเกิดเหงือกอักเสบในหญิงตั้งครรภ์ลงได้กว่าครึ่ง (สํานักทันตสาธารณสุข, ๒๕๕๓) สําหรับเด็กปฐมวัย ข้อมูลจากการสํารวจทันตสุขภาพแห่งชาติ และการสํารวจรายปีตามระบบเฝ้าระวังของสํานักทันตสาธารณสุข พบความชุกของโรคฟันผุ ในเด็กอายุ ๓ ปี ร้อยละ ๖๑.๔ ค่าเฉลี่ยฟันผุถอนอุด๓.๒ ซี่ต่อคน (กองทันตสาธารณสุข, ๒๕๕๐) แม้ว่าในภาพรวมของประเทศ เด็กก่อนวัยเรียนอายุ ๓ และ ๕ ปีจะมีความชุกของการเกิดโรคฟันผุลดลงเล็กน้อย แต่ชัดเจนเฉพาะในเขตเมืองเท่านั้น การแปรงฟันร่วมกับ
  • การใช้ยาสีฟัน ที่มีฟลูออไรด์ช่วยป้องกัน การก่อตัว ของเชื้อโรคที่เ ป็นปัจ จัย หลักของการเกิด โรคฟัน ผุ และสามารถหยุดยั้งหรือชะลอการเกิดโรคฟันผุในระยะเริ่มแรกได้ เด็กปฐมวัยที่ได้รับการตรวจฟันและผู้ปกครองได้รับคําแนะนําหรือฝึกแปรงฟัน จะได้รับการแปรงฟันมากกว่าเด็กที่ไม่ได้รับบริการอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติอย่างไรก็ต าม ผู้ปกครองมักเริ่มแปรงฟันให้เ ด็กค่อนข้างช้า พ่อแม่ที่เริ่มแปรงฟันให้เ ด็กตั้งแต่ฟัน เริ่มขึ้น(๖ เดือน) มีเพียงร้อยละ ๒๘.๙ ขณะที่เริ่มแปรงฟันครั้งแรกเมื่อเด็กเดินได้ (๑ ขวบ) ร้อยละ ๓๒.๖, เมื่อเด็กตักข้าวกินเองได้ (๒ ขวบ) ร้อยละ ๑๒.๗, เมื่อเด็กวิ่งได้ (๑ ขวบครึ่ง) ร้อยละ ๑๐.๙ (ABAC Poll ๒๕๕๔)โดยภาพรวม อายุเฉลี่ยที่เด็กเริ่มได้รับการแปรงฟันคือ ๑๓.๘ เดือน (สํานักทันตสาธารณสุข, ๒๕๕๓) ทั้งนี้ เด็กปฐมวัยสามารถแปรงฟันเองได้สะอาดเมื่อมีอายุประมาณ ๗-๘ ปี เด็กกลุ่มนี้ยังต้องมีผู้ปกครองเป็นผู้ดูแล จึงต้องมีมาตรการทางสังคมเพื่อสนับสนุนทักษะของผู้ปกครอง และปรับทัศนคติของผู้ปกครองให้สามารถจัดการแปรงฟันให้เด็กได้อย่างสม่ําเสมอและมีคุณภาพ ด้านการบริโภค การรับประทานน้ําตาลมากกว่า ๒-๔ ครั้งต่อวัน จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุปัญหาเรื่องการบริโภค เป็นประเด็นองค์รวมที่สัมพันธ์กับโรคอ้วน ฟันผุ และการสูญเสียทางเศรษฐกิจ การใช้มาตรการทางสุขศึกษาเพื่อปรับพฤติกรรมบริโภคมักไม่ค่อยได้ผล แต่มาตรการด้านนโยบายและการจัดการสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน/ศูนย์เด็กเล็กจะได้ผลดีกว่า ด้านการเข้าถึงบริการ เด็กอายุต่ํากว่า ๕ ปี ได้รับบริการน้อยกว่ากลุ่มอื่นๆ การสํารวจทันตสุขภาพแห่งชาติปี ๒๕๕๐ พบว่าเด็กอายุ ๓ ปี มีค่า เฉลี่ยฟันผุถอนอุด ๓.๒๑ ซี่ต่อคน ซึ่งร้อยละ ๙๘.๑ หรือ๓.๑๕ ซี่ต่อคนเป็นฟันผุที่ยังไม่ได้รับการรักษา การสํารวจฯปี ๒๕๕๔ พบว่า ร้อยละ ๕๑.๗ ของเด็ก ๓-๔ ปีในศู น ย์ พั ฒ นาเด็ ก เล็ ก เคยได้ รั บ บริ ก ารตรวจสุ ข ภาพช่ อ งปาก, ร้ อ ยละ ๓๔.๒ ได้ รั บ การทาฟลู อ อไรด์เพื่อป้องกันฟันผุ, ร้อยละ ๔.๖ ได้รับการถอนฟัน และเพียงร้อยละ ๘.๖ เคยได้รับการบูรณะฟันสถานการณ์การทํางานปี ๒๕๕๔ ในปี ๒๕๕๓-๕๔ สํานักทันตสาธารณสุข จัดการประกวดเครือข่ายบริการปฐมภูมิ (CUP) ดีเด่นด้านการส่งเสริมสุขภาพช่องปากแม่และเด็ก เพื่อกระตุ้นให้โรงพยาบาลและเครือข่ายมีความตื่นตัวในการดําเนินงานเกิดแหล่งเรียนรู้เพื่อให้เป็นแนวทางการพัฒนางานและนําไปสู่เป้าหมายเด็กไทยฟันดีถ้วนหน้า ในปี ๒๕๕๔ มีการจัดประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ CUP ดีเด่นที่ได้รับรางวัลในปี ๒๕๕๓ มีข้อสรุปคือ ๑) เกณฑ์การประเมินในการประกวด CUP ดีเด่น ช่วยเป็นแนวทางให้พื้นที่พัฒนางานได้อย่างเป็นระบบ และครบทุกด้าน ทั้งด้านการบริหารจัดการ การให้บริการ และการวัดผลงาน ๒) งานส่งเสริมสุขภาพช่องปากในหญิงตั้งครรภ์ มีการพัฒนาความร่วมมือกับฝ่ายอื่นๆมากขึ้น และมีการ จัดระบบเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายมารับบริการมากขึ้น ๓) เกิดระบบการพัฒนาร่วมกันในระดับเขต (ศูนย์อนามัย) ๔) มีการพัฒนาชัดเจนเรื่องการจัดบริการ แต่ในด้านการวัดผลลัพธ์ที่เกิดกับกลุ่มเป้าหมาย ยังต้องมีการ พัฒนาต่อไป ในปี ๒๕๕๓-๕๔ จัดทําโครงการพัฒนาระบบเฝ้าระวังทันตสุขภาพเด็กปฐมวัยในชุมชน ร่วมกับพื้นที่ ๙จังหวัด เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของ อสม. และชุมชนในการดูแลสุขภาพช่องปากเด็ก ๐-๒ ปี ผลการดําเนินงานพบว่า อสม.ที่ได้รับการอบรม สามารถตรวจความสะอาดช่องปากเด็ก ฝึกผู้ปกครองแปรงฟัน และให้คําแนะนําการบริโภคอาหาร และพื้นที่ที่มีการเฝ้าระวังต่อเนื่องทุก ๓ เดือน เด็กจะมีฟันสะอาดขึ้น มีพฤติกรรมบริโภคดีขึ้น และมีแนวโน้มฟันผุลดลง
  • ในปี ๒๕๕๔ สํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ร่วมกับกรมอนามัย และสํานักงานสนับสนุนการสร้า งเสริมสุขภาพ จัด ให้มีการรณรงค์ส ร้า งกระแสภายใต้กองทุน ทัน ตกรรมเพื่อกระตุ้น ให้ผู้ป กครองตระหนักถึงความสําคัญและแปรงฟันให้เด็กตั้งแต่ฟันน้ํานมซี่แรกขึ้น การรายงานจาก ๔๒ จังหวัด พบว่ามี ส ถานบริ ก ารร่ ว มดํ า เนิ น การ ๑,๑๙๑ จุ ด เด็ ก และผู้ ป กครอง ได้ รั บ การฝึ ก แปรงฟั น ๑๐๗,๓๙๗ คนเป็นที่คาดหวังว่าหากผู้ปกครองแปรงฟันให้เด็กตั้งแต่ฟันเริ่มขึ้น จะช่วยป้องกันไม่ให้เด็กฟันผุ หรือช่วยชะลอการเกิดฟันผุให้ช้าลง วัตถุประสงค์ ๑) สนับสนุนองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค ๒) รณรงค์สร้างกระแสในสังคม เพื่อให้ผู้ปกครองเห็นความสําคัญในการดูแลสุขภาพช่องปากของบุตรหลาน และเพื่อสนับสนุนการทํางานของพื้นที่ ๓) สนับสนุนความเข้มแข็งของเครือข่ายในการส่งเสริมสุขภาพช่องปากเด็กปฐมวัย ๔) สนับสนุนให้มีระบบบริการทันตสุขภาพที่มีคุณภาพ ครอบคลุมในกลุ่มเด็กปฐมวัยเป้าหมายการดําเนินงานปี ๒๕๕๕เป้าหมายเชิงผลลัพธ์ เด็กอายุ ๓ ปี ปราศจากฟันผุไม่น้อยกว่าร้อยละ ๔๑ตัวชี้วัด ๑. หญิงตั้งครรภ์ได้รับการตรวจช่องปากและคําแนะนํา ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๙๐ ๒. เด็กอายุ ๙-๑๒ เดือนได้รับการตรวจช่องปาก และผู้ปกครองได้รับการฝึกแปรงฟันให้เด็ก ไม่น้อยกว่า ร้อยละ ๘๕ ๓. เด็กอายุ ๑๘ เดือน ปราศจากฟันผุ ๔. เด็กอายุ ๑๘ เดือน ได้รับการแปรงฟันก่อนนอนทุกวัน ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๗๐ ๕. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจัดกิจกรรมแปรงฟันหลังอาหารกลางวันทุกวันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ไม่น้อยกว่า ร้อยละ ๙๕ ๖. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจัดผลไม้เป็นอาหารว่างให้เด็ก ๓-๕ วัน/สัปดาห์ ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๕กิจกรรมสําคัญปี ๒๕๕๕๑. พัฒนาระบบสร้างเสริมสุขภาพช่องปากหญิงตั้งครรภ์และเด็กปฐมวัย ในสถานบริการ ๑) ตรวจช่องปากหญิงตั้งครรภ์ ให้คําแนะนํา และให้บริการตามความจําเป็น ๒) ตรวจช่องปากเด็ก ๙-๑๒ เดือน ประเมินความเสี่ยงต่อฟันผุ ให้คําแนะนํา กลุ่มเสี่ยงได้รับบริการ ทาฟลูออไรด์ป้องกันฟันผุและติดตามทุก ๖ เดือน และฝึกผู้ปกครองแปรงฟัน ๓) ตรวจช่องปากเด็ก ๑๘ เดือน และเก็บข้อมูลสภาวะปราศจากฟันผุ และการแปรงฟันก่อนนอนตาม ระบบเฝ้าระวัง ในชุมชน ทํางานร่วมกับชุมชนและ อสม. ในการดูแลสุขภาพช่องปากเด็กปฐมวัย ประกอบด้วย ๑) ค้นหาเด็กที่มีความเสี่ยงสูง (หมายถึงเด็กที่มีฟันหน้าบนไม่สะอาด มีรอยขุ่นขาว หรือมีฟันผุ และ เด็กบริโภคหวาน) ๒) ให้คําแนะนําเรื่องการบริโภคหวาน และฝึกแปรงฟัน ๓) ติดตามประเมินการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและสุขภาพช่องปาก
  • ๔) นําเสนอข้อมูลต่อผูมีส่วนร่วมในชุมชนเพื่อแก้ไขปัญหา ้ ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ๑) ตรวจช่องปากเทอมละ ๑ ครั้ง ๒) จัดกิจกรรมแปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ทุกวันหลังอาหารกลางวัน ๓) ส่งเสริมให้มีการจัดผลไม้เป็นอาหารว่างอย่างน้อย ๓ ใน ๕ วันต่อสัปดาห์๒. พัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่าย ๑) ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนพื้นที่ที่ได้รับการคัดเลือกเป็น CUP ดีเด่นการทํางาน ส่งเสริมสุขภาพช่องปากในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์และเด็กปฐมวัย ๒) ปรับปรุงคู่มือการดําเนินงานส่งเสริมสุขภาพช่องปากในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์และเด็กปฐมวัย๓. รณรงค์สร้างกระแส ๑) ประกวด CUP ดีเด่นด้านการดําเนินงานส่งเสริมสุขภาพช่องปากแม่และเด็กปีที่ ๓ กิจกรรม ประกอบด้วย - ประชุมศูนย์อนามัยเพื่อปรับปรุงเกณฑ์การประกวดและจัดทําแผนการดําเนินงานปี ๒๕๕๕ - ประชาสัมพันธ์การดําเนินงาน - ดําเนินการประกวด - สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดคัดเลือกและส่ง CUP ที่จะเข้าประกวดไปยังศูนย์อนามัย ภายใน เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ - ศูนย์อนามัยส่งรายชื่อ CUP ดีเด่นระดับเขต ๓ รางวัล (รางวัลที่ ๑, ๒, ๓) ที่ชนะการ ประกวดมายังสํานักทันตสาธารณสุข ภายในวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๕ - สํานักทันตสาธารณสุขมอบรางวัล CUP ที่ชนะการประกวด - ผู้ได้รับรางวัลที่ ๑ รับโล่ประทานจากพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา ในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ๒) รณรงค์สร้างกระแสภายใต้กองทุนทันตกรรม “ลูกรักฟันดีเริ่มที่ซี่แรก” กลุ่มเป้าหมายของการรณรงค์ ในปี ๒๕๕๕ ได้แก่เด็กปฐมวัย โดยมีเป้าหมายให้ผู้ปกครองแปรงฟันให้เด็กทุกวันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ รายละเอียดของกิจกรรม อยู่ระหว่างการพัฒนาร่วมกับ สปสช.๔. จัดทําฐานข้อมูลสถานการณ์สุขภาพช่องปากในเด็กปฐมวัย ๑) สํารวจฟันผุในเด็ก ๓ ปี ประจําปี และรายงานผลการดําเนินงานเพื่อการประเมินผล ๒) สํารวจสถานการณ์การแปรงฟันและพฤติกรรมบริโภคของเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ๓) รวบรวมข้อมูลผ่านทางระบบรายงาน (ท ๐๑) และระบบสํารวจ/เฝ้าระวัง (ท ๐๒)
  • การส่งเสริมสุขภาพช่องปากเด็กวัยเรียนและเยาวชนสถานการณ์สุขภาพช่องปากปี ๒๕๕๔ ๑. เด็กอายุ ๑๒ ปี ปราศจากฟันผุร้อยละ ๔๘.๕ ๒. ค่าเฉลี่ย ฟันผุ ถอน อุด ของเด็กอายุ ๑๒ ปี ๑.๕ ซี/คน ่ ๓. เด็กอายุ ๑๒ ปี ไม่มีเหงือกอักเสบ ร้อยละ ๕๙.๗ ๔. โรงเรียนประถมศึกษาจัดกิจกรรมแปรงฟันหลังอาหารกลางวันทุกวันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ร้อยละ ๙๕.๙ ๕. โรงเรียนปลอดน้ําอัดลม ร้อยละ ๘๑.๗ ๖. เด็กชั้น ป.๑ ได้รับการเคลือบหลุมร่องฟัน ๑๗๖,๒๖๓ ราย เด็กชั้น ป. ๖ ๘๘,๔๑๒ รายแหล่งข้อมูล * ท ๐๑ สํานักทันตสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๕๔ **ท ๐๒ สํานักทันตสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๕๔ *** ค่าร้อยละคํานวณจากฐานประชากรปี ๒๕๕๓แนวคิดและหลักการป้องกันฟันผุในเด็กวัยเรียน ปั ญ หาทั น ตสุ ข ภาพที่ เ ป็ น ปั ญ หาหลั ก ของเด็ ก วั ย เรี ย น คื อ โรคฟั น ผุ ข้ อ มู ล จากระบบเฝ้ า ระวั งทันตสุขภาพของสํานักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย พบว่า มากกว่าครึ่งหนึ่งของเด็กวัยเรียน (ร้อยละ ๕๒)มีโรคฟันผุ (เด็ก ป. ๖ เป็นกลุ่มอายุดัชนีที่ใช้ในการติดตามเฝ้าระวัง)1 เด็กประถมศึกษาเป็นช่วงวัยสําคัญในการสร้ า งเสริ ม สุ ข ภาพและพั ฒ นาพฤติ ก รรมที่ เ หมาะสม องค์ ก ารอนามั ย โลกออกข้ อ แนะนํ า ในเรื่ อ งการส่งเสริมสุขภาพในโรงเรียนเป็นกลยุทธ์สําคัญ ด้วยแนวคิด “โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ” ตั้งแต่ ปี ๒๕๔๐ และประเทศไทยนําแนวคิดดังกล่าวมาดําเนินการตั้งแต่ ปี ๒๕๔๕ มีการกําหนดองค์ประกอบของโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพของประเทศไทย โดยใช้เงื่อนไขบริบทในประเทศและกําหนดไว้ ๑๐ องค์ประกอบ ซึ่งแม้ว่าจะไม่มีองค์ประกอบเฉพาะด้านทันตสุขภาพ หากแต่ปัจจัยเสี่ยงสําคัญได้รับการกําหนดเป็นตัวชี้วัดใน ๓ องค์ประกอบได้แก่ - องค์ประกอบที่ ๕ บริการอนามัยโรงเรียน ประกอบด้วย ๔ ตัวชี้วัด คือ - นักเรียนชั้น ป.๕ ขึ้นไป ตรวจสุขภาพด้วยตนเองภาคเรียนละ ๑ครั้ง - นักเรียนชั้น ป.๑-ป.๖ ได้รับการตรวจสุขภาพช่องปากโดย บุคลากรสาธารณสุขหรือครู อย่างน้อยปี ละ ๑ ครั้ง - นักเรียนชั้น ป.๑-ป.๖ ไม่มีฟันแท้ผุ (ฟันที่ได้รับการอุดหรือแก้ไขแล้ว ถือว่าไม่ผ)ุ - นักเรียนชั้น ป.๑-ป.๖ ไม่มีภาวะเหงือกอักเสบ - องค์ประกอบที่ ๖ สุขศึกษาในโรงเรียน ตัวชี้วัดคือ นักเรียนชั้น ป.๑-ป.๖ แปรงฟันหลังอาหารกลางวัน ทุกวัน ด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ - องค์ประกอบที่ ๗ โภชนาการและอาหารที่ปลอดภัย ตัวชี้วัดคือ ไม่มีการจําหน่ายอาหารที่มีผลเสียต่อ สุขภาพ เพื่อทําให้การดําเนินงานประสบความสําเร็จตามเป้าหมายทันตสุขภาพของเด็ก การปรับแนวคิดและแนวทางการดํ า เนิ น งานให้ เ ป็ น ระบบ โดยผู้ มี ส่ ว นได้ เ สี ย ทุ ก ฝ่ า ยเข้ า มี ส่ ว นร่ ว มในการคิ ด และทํ าโดยระดมทรัพยากรจากทุกภาคส่วนจึงจะสามารถจัดการกับปัญหาฟันผุในเด็กวัยเรียนอย่างได้ผล และยั่งยืน1 เด็ก ป.๖ จะมีอายุประมาณ ๑๒ ปี ซึ่งเป็นช่วงวัยที่มีฟันแท้ขึ้นครบ ๒๘ ซี่ และเป็นช่วงอายุสดท้ายขงการศึกษาภาคบังคับ ซึ่ง ุจะสะท้อนถึงผลกระทบที่เกิดจากการทํางานส่งเสริมป้องกันในโรงเรียนตลอดระยะ ๖ ปีของการศึกษาภาคบังคับ
  • จากการทบทวนและสรุ ป บทเรี ย นการทํ า งานที่ ผ่ า นมา กลยุ ท ธ์ สํ า คั ญ คื อ การปรั บ ให้ กิ จ กรรมส่ ง เสริ มทัน ตสุ ข ภาพเป็ น ส่ ว นหนึ่ง ของวิ ถีชี วิต ครูแ ละนั กเรี ย น โดยช่ อ งทางสํ า คั ญ ได้แ ก่ การบูร ณาการเข้า กั บการจั ด การเรี ย นรู้ ห รื อ ระบบการเรี ย นการสอนในโรงเรี ย น ในขณะเดี ย วกั น จะต้ อ งบู ร ณาการเข้ า กั บการจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพและจัดสภาพแวดล้อมในโรงเรียน ให้เอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพของเด็กในโรงเรียนโดยใช้แนวทางของโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ ทั้งนี้ ไม่เพียงแต่ดําเนินการในลักษณะที่ครอบคลุมทั่ว ประเทศเท่ า นั้ น หากแต่ จ ะต้ อ งศึก ษาและพั ฒ นาเพื่ อให้ เ กิด ความชั ด เจนในรู ป แบบและแนวทางที่ จ ะดําเนินการต่อไปในภายภาคหน้า เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ที่แปรเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว พร้อมกันนี้ ยังต้องจัดการให้เกิดการดูแลทันตสุขภาพอย่างครบวงจร ตั้งแต่การส่งเสริมทันตสุขภาพ การป้องกันโรคในช่องปากและการให้บริการทันตสุขภาพที่มีคุณภาพครอบคลุม และมีประสิทธิภาพ สามารถตอบสนองความจําเป็นของนักเรียนได้โดยสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่และระบบบริการสุขภาพโดยรวม ทั้งนี้ สํานักทันตสาธารณสุขได้พัฒนางาน/โครงการเพื่อให้สามารถจัดการกับปัจจัยสําคัญทางทันตสุขภาพ ดังแสดงในภาพที่ ๑ ภาพที่ ๑ กรอบแนวคิดการพัฒนาทันตสุขภาพเด็กวัยเรียน กระบวนการทํางานหลักของการพัฒนา ใช้แนวคิดการดําเนินงานการขยายผลด้วยหลักการจากโรงเรียนแต่ละโรงเรียน ไปสู่การพัฒนาเป็น node และเครือข่าย ซึ่งจะทําให้โรงเรียนสามารถเกิดการเรียนรู้และสามารถดูแลสุขภาพช่องปากเด็กได้มาตรฐานและครอบคลุม (individual, node, network) ภาพที่ ๒ แนวคิด INN model (ภาพจาก http://www.wasi.or.th )
  • ตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ เป็นต้นมา มีการจัดประกวดโรงเรียนดีเด่นด้านทันตสุขภาพโดยกําหนดเป็นหมวดประเด็นสําคัญที่นําสู่ทันตสุขภาพของเด็ก ๓ หมวดหลัก คือ กิจกรรมแปรงฟันหลังอาหารกลางวันทุกวันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ กิจกรรมการบูรณาการการเรียนรู้ทันตสุขภาพในหลักสูตรและกิจกรรมการจัดการสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อทันตสุขภาพ โดยสนับสนุนให้โรงเรียนดําเนินการตามหลักการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ ซึ่งในแต่ละปีศูนย์อนามัยเขตและกองทันตสาธารณสุข กทม.จะคัดเลือกโรงเรียนที่ชนะการประกวด เพื่อเป็นโรงเรียนดีเด่นระดับประเทศปีละ ๓๙ โรงเรียน การให้ศูนย์อนามัยเขตคัดเลือกเพื่อให้มีการกระจายโรงเรียนที่มีศักยภาพเป็นแกนนํา กระจายทั่ว ทุกภูมิ ภ าค การประกวดเป็น โรงเรีย นเดี่ย วดํา เนิน การต่อเนื่ อง ๓ ปี และเริ่มเข้า สู่กระบวนการพัฒนา node โดยเริ่มให้มีการประกวดเป็น “คู่หูโรงเรียนส่งเสริมทันตสุขภาพ” ตั้งแต่ปี ๒๕๕๐เป็นระยะ ๓ ปี ในขณะเดียวกัน ปี ๒๕๔๙-๒๕๕๐ สํานักทันตฯได้พัฒนาโครงการ “เรียนรู้คู่วิจัย” ที่คาดหวังให้เกิดการพัฒนาทันตสุขภาพด้วยเด็กนักเรียนเอง ทําให้เกิดโรงเรียนที่สามารถเป็นแกนนําเพื่อพัฒนาต่อเนื่องจากการประกวดทั้งระดับจังหวัดและระดับประเทศ รวมกับโครงการเรียนรู้คู่วิจัย กว่า ๑,๐๐๐ โรงเรียน ในช่วงปี๒๕๕๑ จึงเริ่มพัฒนาก่อรูปให้เกิดเครือข่าย(network)โรงเรียนเด็กไทยฟันดี โดยมีกระบวนการพัฒนาสนับสนุนเพื่อให้เกิดเครือข่ายฯตัวอย่างกระจายทั่วประเทศ การประกวดคู่หูโรงเรียนทันตสุขภาพดําเนินการคู่ขนานกับการพัฒนาเครือข่ายโรงเรียนฯ และเข้าสู่ระยะการขยายผลในปี ๒๕๕๔สถานการณ์การทํางานปี ๒๕๕๔ ปีงบประมาณ ๒๕๕๔ การพัฒ นาการส่งเสริมสุขภาพในเด็กประถมศึกษามีการพัฒ นาต่อภายใต้โครงการหลัก คือ เครือข่ายโรงเรียนส่งเสริมทันตสุขภาพ โดยตั้งเป้าหมายให้เกิดเครือข่ายในทุกจังหวัดอย่างน้อยจังหวัดละ ๑ เครือข่าย และจัดทําให้เกิดเกณฑ์การพัฒนาเครือข่ายขึ้น เพื่อให้เป็นเกณฑ์สําหรับการดํา เนิน งานภายในเครือข่า ยฯ ซึ่งมีเ ป้า หมายเพื่อให้บ รรลุทั น ตสุขภาพของเด็กนักเรีย นโดยใช้ตัว ชี้วัด การดําเนินงานเป็นเป้าหมายรายทางในการดําเนินงาน ซึ่งพบว่า แต่ละจังหวัดได้ร่วมพัฒนาให้เกิดเครือข่ายขึ้นในทุกจังหวัดและจะได้มีการขยายผลในระดับ CUP ต่อไป ความสําเร็จประการสําคัญอีกประเด็น คือ ในปี ๒๕๕๔ มีการเสนอให้ สภาวะโรคฟันผุของเด็กนักเรียนเป็นเกณฑ์บังคับในโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร โดยข้อกําหนดเกณฑ์ คือ ร้อยละเด็กไม่มีฟันผุ (กําหนดเด็กประถมศึกษาปีท๖ ร้อยละ ๔๕ และเด็กมัธยมศึกษาปีท๓ ร้อยละ ๓๕) โดยจะต้องไม่มีเด็กที่มีฟันแท้ถูก ี่ ี่ถอน และมีการตกลงให้ปรับเปลี่ยนเกณฑ์เป็นร้อยละเด็กปราศจากโรคฟันผุ (caries free) ในปี ๒๕๕๖ งานวิจัยที่สําคัญชิ้นหนึ่งที่ดําเนินการและจะนําไปใช้เพื่อการขยายผลในปี ๒๕๕๕ คือ พัฒนาระบบจัดการข้อมูลเพื่อการเฝ้าระวังสุขภาพช่องปากและปัจจัยเสี่ยงสําคัญของประชาชนไทยในระดับจังหวัด (เป็นการวิจัยซึ่งผ่านการพิจารณาจากสภาวิจัย) ซึ่งดําเนินการร่วมกับพื้นที่วิจัย ๗ จังหวัด ได้ข้อสรุปอายุดัชนีในการเฝ้าระวัง ๔ กลุ่มอายุ ด้วยกัน คือ การเกิดโรคฟันผุใน กลุ่มเด็กปฐมวัยกําหนดกลุ่มอายุดัชนีที่อายุ ๑๘ เดือนกลุ่มเด็กก่อนวัยเรียน กลุ่มอายุ ๓ ปี กลุ่มวัยเรียน กลุ่มอายุ ๑๒ ปี และการเฝ้าระวังจํานวนฟันที่เหลืออยู่ในช่องปากในกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งคู่มือ แบบฟอร์ม แนวทางและโปรแกรมประมวลผลข้อมูลเผยแพร่บน websiteสํานักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย การสนับสนุนนโยบายสาธารณะที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับกลุ่มเด็กนักเรียน คือ นโยบายโรงเรียนปลอดน้ําอัดลม ซึ่งกําหนดให้เป็นตัวชี้วัดสําคัญที่นําสู่ผลลัพธ์ด้านสุขภาพช่องปากของเด็ก และขับเคลื่อนในกลุ่มผู้กํา หนดนโยบายของกระทรวงศึ กษาธิก าร ภายใต้ ชื่อ “สพป.อ่อ นหวาน” ผลการดํา เนิน งานในปี ๒๕๕๔มี สพป. สมัครขอรับการประเมินทั้งสิ้น ๗๕ แห่งและผ่านการประเมิน ๒๒ แห่ง รวมทั่วประเทศระยะ ๓ ปีจํานวน ๖๐ เขตพื้นที่การศึกษา
  • นอกจากนี้ เพื่อขยายความครอบคลุมในการดูแลทันตสุขภาพของเด็กในโรงเรียน ปี ๒๕๕๔ เริ่มให้มีการประกวดเกมทันตสุขภาพ ที่ช่วยพัฒนาศักยภาพในการคิดวิเคราะห์และสร้างสรรค์ของเด็กประถมศึกษาและเกิดสื่อเพือการเรียนรู้ให้กับเด็กอนุบาลเป็นจุดเริ่มต้นในการดําเนินงานในเด็กอนุบาล มีผู้ส่งประกวดทั้งสิ้น ่๒๒ ทีม และมีการคัดเลือกผู้ได้รับรางวัล ๘ ทีมเป้าหมายการดําเนินงานปีงบประมาณ ๒๕๕๕เป้าหมายเชิงผลลัพธ์ เด็กอายุ ๑๒ ปี ปราศจากฟันผุร้อยละ ๔๕ (สําหรับจังหวัดที่ร้อยละปราศจากฟันผุถึงร้อยละ ๔๕ แล้วให้เพิ่มเป้าหมายเพิ่มขึ้น ร้อยละ ๑)ตัวชี้วัด 1. โรงเรียนประถมศึกษาจัดกิจกรรมแปรงฟันหลังอาหารกลางวันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ทุกวัน(ร้อยละ ๙๒) 2. โรงเรียนประถมศึกษาไม่มีการจําหน่ายหรือจัดน้ําอัดลมให้แก่เด็ก (ร้อยละ ๘๐) 3. เด็ก ป.๑ ได้รับบริการตรวจสุขภาพช่องปากและบริการส่งเสริมสุขภาพช่องปาก (ร้อยละ ๗๐) 4. เด็ก ป.๑ ได้รับการบริการเคลือบหลุมร่องฟัน (ร้อยละ ๕๐) 5. เด็ก ป.๖ ได้รับการบริการเคลือบหลุมร่องฟัน (ร้อยละ ๒๐) 6. เด็ก ป.๑ ได้รับการบริการผสมผสานอย่างสมบูรณ์ (Comprehensive care) ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๐ ของเด็ก ป.๑ ที่ได้รับการตรวจฟันกิจกรรมสําคัญปี ๒๕๕๕๑. พัฒนาระบบสร้างเสริมสุขภาพช่องปากเด็กวัยเรียน ในสถานบริการ ๑) จัดระบบ (งานตั้งรับและการจัดหน่วยเคลื่อนที่) เพื่อให้บริการทันตกรรมป้องกันและการบริการ อย่างสมบูรณ์แก่เด็กประถมศึกษา (ป.๑) ตามตัวชี้วัดกองทุนทันตกรรม ๒) จัดระบบการบริการเพื่อตอบสนองการดูแลสุขภาพช่องปากวัยเรียนอย่างเหมาะสม (จัดสรรเวลา สําหรับกลุ่มอายุสําคัญและเด็กกลุ่มอื่นๆ) ในชุมชน ๑) สร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน/อปท. รวมทั้งผู้ปกครองให้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมใน โรงเรียน ๒) สร้างกระแสให้ชุมชนมีการจัดการสิ่งแวดล้อมให้เอื้อต่อทันตสุขภาพ ๓) ขับเคลื่อนกระแสให้ผู้ปกครองให้ความร่วมมือในการดูแลสุขภาพช่องปากเด็กต่อเนื่องที่บ้าน ในโรงเรียน ๑) สนับสนุนให้โรงเรียนจัดกิจกรรมส่งเสริมทันตสุขภาพในโรงเรียนผ่านกระบวนการเครือข่ายฯ ๒) ช่วยพัฒนาและเผยแพร่นวัตกรรมที่เกิดขึ้นในโรงเรียนเพื่อให้เกิดการขยายผล๒. พัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่าย ๑) จัดเวทีแลกเปลี่ยนเพื่อสรุปการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการทํางานในทุกระดับ (ภายใน เครือข่ายโรงเรียน, ระดับภาค และระดับประเทศ) ๒) จัด การอบรมและประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒ นาความรู้พื้นฐานและเทคโนโลยี ในการทํา งานแก่ เครือข่าย
  • ๓. รณรงค์สร้างกระแส ๑) มหกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในระดับประเทศ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมมากกว่า ๕๐๐ คนทั่วประเทศ ๒) ประกวดเกมทันตสุขภาพ๔. การจัดทําฐานข้อมูลสถานการณ์สุขภาพช่องปากในเด็กวัยเรียน ๑) ติดตามข้อมูลผ่านระบบเฝ้าระวังทันตสุขภาพ ๒) รวบรวมข้อมูลจากระบบรายงานปกติ (๑๘ แฟ้ม+๑๒ แฟ้ม) ที่เกี่ยวกับสุขภาพช่องปากเด็กวัยเรียน ๓) รวบรวมข้อมูลทุติยภูมิที่เกี่ยวข้องในประเด็นที่เป็นปัจจัยเสี่ยงจากแหล่งข้อมูลสาธารณะ ๔) update ฐานข้อมูลสถานการณ์สุขภาพและปัจจัยที่เกี่ยวข้องในวัยเรียนรายชื่อบุคลากรในกลุ่มพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมทันตสุขภาพเด็กและเยาวชนโทร : ๐-๒๕๙๐-๔๒๐๔, ๐-๒๕๙๐-๔๒๐๘, ๐-๒๕๙๐๔๒๐๙www.yimsodsai.com, www.sweetenough.in.thหัวหน้ากลุ่ม : ทพญ.วราภรณ์ จิระพงษา warajira@gmail.comงานส่งเสริมสุขภาพช่องปากหญิงตั้งครรภ์และเด็กปฐมวัยผู้ประสานงาน : ทพญ.จันทนา อึ้งชูศักดิ์ uchantana@gmail.com ทพญ. ศรีสุดา ลีละศิธร srisuda.l@anamai.mail.go.th ทพญ.เมธินี คุปพิทยานันท์ kupitanant@yahoo.com ทพญ.สุพรรณี ศรีวิริยะกุล ssreviriyakul@yahoo.com นางสุรางค์ เชษฐพฤนธ์ ccsurang@gmail.com นางสุภาวดี พรหมมา psupawade@gmail.com นางเขมณัฐ เชื้อชัยทัศน์ kcmanat48@gmail.comงานส่งเสริมสุขภาพช่องปากเด็กวัยเรียนและเยาวชนผู้ประสานงาน : ทพญ. ปิยะดา ประเสริฐสม pprasertsom@gmail.com ทพญ. กันยา บุญธรรม Kanya_bt@yahoo.com ทพญ.สุวรรณา เอื้ออรรถการุณ suwannadt@yahoo.com นางผุสดี จันทร์บาง pussadec@gmail.com นางปราณี เหลืองวรา pnevara@gmail.com นางขนิษฐ์ รัตนรังสิมา khanitrat@gmail.com นางอังศณา ฤทธิ์อยู่ sana1406@gmail.comเจ้าหน้าที่เครือข่ายรณรงค์เพื่อเด็กไทยไม่กินหวานและโครงการอื่น นางสาวณัฐยา ชัยชาญ kobb03@hotmail.com นางสาวศิริวรรณ คงสมบูรณ์ siriwan_ko@hotmail.com นางสาวกาญจนา เกิดอุบล keraubol-som@hotmail.com นางสาวบุญนภัส มีรัตน์ boonapat7@hotmail.com
  • การสร้างเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ ในโครงการฟันเทียมพระราชทานและการส่งเสริมสุขภาพช่องปากผูสูงอายุ ้ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปี ๒๕๕๕ กลุ่มพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมทันตสุขภาพวัยทํางานและสูงอายุหลักการและเหตุผล ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ สัดส่วนประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน และประชาชนมีอายุขัยเฉลี่ยยืนยาวขึ้น ส่วนใหญ่มีโรคทางระบบร่วมกับความเสื่อมของสภาพร่างกาย ส่งผลให้งบประมาณด้านการรักษาพยาบาลของผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ดังนั้น ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจึงควรเตรียมการดูแลผู้สูงอายุอย่างเป็นระบบรวมไปถึงการดูแลสุขภาพช่องปาก ซึ่งมีความสัมพันธ์กับโรคทางระบบโดยการมีปัจจัยเสี่ยงร่วมกัน และมีความสัมพันธ์กับสุขภาพและคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ทําให้การดูแลสุขภาพช่องปากมีความยากและซับซ้อนกว่ากลุ่มอายุอื่น ๆ การสร้างเสริมสุขภาพช่องปากกลุ่มวัยทํางานและผู้สูงอายุ มีจุดเริ่มต้นจากกระแสพระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อเดือนเมษายน ๒๕๔๗ ความว่า “เวลาไม่มีฟัน กินอะไรก็ไม่อร่อย ทําให้ไม่มีความสุข จิตใจก็ไม่สบาย ร่างกายก็ไม่แข็งแรง” กรมอนามัยจึงได้จัดกิจกรรมต่าง ๆ เพือแก้ปัญหาการสูญเสียฟัน ่ของผู้สูงอายุ อาทิเช่น ฟันเทียมพระราชทานเพื่อทดแทนฟันที่สูญเสียไป ชมรมผู้สูงอายุด้านการส่งเสริมสุขภาพช่องปาก และบริการทันตกรรมป้องกันตามชุดสิทธิประโยชน์ เพื่อลดการสูญเสียฟัน การประกวด “๑๐ ยอด-ฟันดี วัย ๘๐ ปี” เพื่อสนับสนุนยกย่องให้เป็นแบบอย่างของผู้ที่ดูแลสุขภาพช่องปากดีตลอดชีวิต การรณรงค์สร้างกระแส เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ทั้งทางสื่อสาธารณะและในพื้นที่ต่าง ๆ ให้ประชาชนเห็นความสําคัญของสุขภาพช่องปากต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิต ขณะเดียวกัน ก็มีการประชุม/อบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ปฏิบัติงานทั้งภาครัฐและภาคประชาชน รวมทั้งการพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยีที่เหมาะสม ด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะหน่วยบริการสาธารณสุขทุกระดับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชมรมผู้สูงอายุโดยมุ่งหวังว่า ผู้สูงอายุจะสามารถดูแลสุขภาพช่องปากได้ด้วยตนเอง เข้าถึงบริการทันตสุขภาพจากภาครัฐตามความจําเป็น ทําให้มีฟันใช้เคี้ยวอาหาร ส่งผลต่อภาวะโภชนาการ รวมทั้งมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และผู้สูงอายุรุ่นต่อ ๆ ไปจะเก็บรักษาฟันแท้เอาไว้ได้จนถึงบั้นปลายชีวิต โดยไม่ต้องใส่ฟันเทียม แต่อย่างไรก็ตาม ปัญหาสุขภาพช่องปากของผูสูงอายุที่สําคัญมี ๖ ประเด็น ได้แก่ ๑) การสูญเสียฟันและ ้ปัญหาจากการใส่ฟัน ๒) ฟันผุและรากฟันผุ ๓) โรคปริทันต์ ๔) แผล/มะเร็งช่องปาก ๕) น้ําลายแห้ง ๖) ฟันสึกดังนั้น เป้าหมายการพัฒนาให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพช่องปากดีขึ้น นอกจากจะดูแลสุขภาพในช่องปากผู้สูงอายุให้คงสภาพการใช้งานให้นานที่สุดแล้ว ยังต้องพัฒนาเทคโนโลยีในการจัดการพฤติกรรมและปัจจัยเสี่ยงในกลุ่มผู้สูงอายุ หรือก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุต่อไป
  • แนวคิดการจัดบริการสร้างเสริมสุขภาพช่องปากกลุ่มวัยทํางานและสูงอายุในปี ๒๕๕๕-๒๕๕๙ . พัฒนาระบบบริการผสมผสานทั้งการส่งเสริม ป้องกัน รักษา ฟื้นฟูสภาพช่องปาก ) F ˂ F F F / F ) ˂ -risk group, early detection & prevention . . . - ˆ ˆ . - F /- ˆ /- F / ./ ./ ./ . - F F . ˀˊ F - ˆ /- ˆ / - Prostheses ๒. บูรณาการกับการส่งเสริมสุขภาพด้านอื่น เช่น การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว ๓. สร้างและพัฒนาการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านบริการ การผลิต/พัฒนาทันตบุคลากร ๔. การพัฒนานวัตกรรมเพื่อสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ ๕. พัฒนาเทคโนโลยี รูปแบบ แนวทาง เกณฑ์ มาตรฐาน รวมทั้ง Excellent Center ๖. การรณรงค์สร้างกระแส เผยแพร่ประชาสัมพันธ์โครงการผลการดําเนินงานเมื่อสิ้นสุดปีงบประมาณ ๒๕๕๔ ด้วยการรวมพลังทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโครงการฟันเทียมพระราชทานและการส่งเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ ที่ดําเนินงานมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ มีการพัฒนาเป็นลําดับจนถึงปัจจุบัน มีผลการดําเนินงานในปี ๒๕๕๔ โดยสรุปดังนี้ ๑. หน่วยบริการทั่วประเทศร่วมกันจัดบริการใส่ฟันเทียมทั้งปากให้ผู้สูงอายุทุกสิทธิ์แล้วกว่า ๒๓๐,๐๐๐ราย เฉพาะปี ๒๕๕๔ จัดบริการได้ ๓๗,๕๐๒ ราย ๒. ร่วมกับศูนย์อนามัยเขตทั้ง ๑๒ เขต จัดการประชุมขยายเครือข่ายชมรมผู้สูงอายุ พัฒนาศักยภาพชมรมผู้สูงอายุ รวม ๑,๐๗๓ ชมรม ให้มีกิจกรรมเพื่อดูแลสุขภาพช่องปากตนเองอย่างน้อย ๑ อําเภอ ๑ ชมรมในปี ๒๕๕๔ ซึ่งถ้ารวมตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ ครอบคลุม ๗๑๒ อําเภอ ๑,๗๒๘ ชมรม มีผู้สูงอายุเข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น ๓๕๕,๔๓๖ คน ๓. ร่ ว มกั บ หน่ ว ยบริ ก ารในจั ง หวั ด พั ฒ นาต้ น แบบการจั ด บริ ก ารส่ ง เสริ ม ป้ อ งกั น โรคในช่ อ งปาก๒๑ จังหวัด ๒๑๙ แห่ง นอกจากนี้ ในปี ๒๕๕๔ ยังร่วมกับ หน่วยทันตกรรมพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวรณรงค์จัดบริการใส่ฟันเทียมพระราชทานแก่ประชาชนในจังหวัดพิจิตร ร่วมกับมูลนิธิโอสถสภารณรงค์จัดบริการและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์โครงการที่จังหวัดแพร่ นครราชสีมา และมุกดาหาร ร่วมกับภาคเอกชนรณรงค์จัด บริการใส่ฟัน เทีย มในมหกรรมการประชุมวิช าการส่งเสริมสุขภาพและอนามัย สิ่งแวดล้อม กรมอนามัยประจํา ปี ๒๕๕๔ ศึกษาวิจัยเรื่องประสิทธิผ ลการใช้ฟลูออไรด์ว านิช ป้องกันรากฟัน ผุ ร่ว มกับ จังหวัด สตูลเชียงใหม่ ตราด และ นครปฐม ร่วมกับศูนย์อนามัยเขตค้นหาผู้สูงวัยฟันดีวัย ๘๐ และ ๙๐ ปีระดับเขต และจัดทําเกณฑ์คัดเลือกหน่วยงานดีเด่นด้านการสร้างเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุทุกระดับ
  • โครงการ / กิจกรรมสําคัญ /เป้าหมายปี ๒๕๕๕ ๑. ฟันเทียมพระราชทาน ๓๐,๐๐๐ ราย และการประเมินความพึงพอใจร้อยละ ๑๐วัตถุประสงค์ : แก้ปัญหาการสูญเสียฟันด้วยการใส่ฟนเทียมทดแทน โดยรพ.มหาราช/รพศ./รพท./รพช. ั ๑) กลุ่มเป้าหมาย : ให้ความสําคัญกับผู้ที่มีอายุ ๖๐ ปีขึ้นไปเป็นลําดับแรก หากจังหวัดใดจัดบริการให้กับผู้สูงอายุที่จําเป็นต้องใส่ฟันเทียมทั้งปากหรือ ๑๖ ซี่ขึ้นไปเต็มพื้นที่แล้ว กลุ่มเป้าหมายรองเป็นผู้ที่มีอายุ ๕๐ ปีขึ้นไป ๒) (ร่าง) เป้าหมายเบื้องต้นรายจังหวัดในปี ๒๕๕๕ จํานวน ๓๐,๐๐๐ ราย รายละเอียดในwebsiteฟันเทียมพระราชทาน http://dental.anamai.moph.go.th/oralhealth/elderly/elderly54.php ๓) การเบิกจ่ายงบฯ บริการ - กรณีผู้รับบริการใช้สิทธิ์บัตรทอง งบฯ ชดเชยค่าบริการทําฟันเทียมสําหรับหน่วยบริการจะรวมอยู่ในกองทุนทันตกรรม ซึ่งหน่วยบริการสามารถเบิกจ่ายเงินชดเชยค่าบริการคืนให้กับโรงพยาบาลรายละ๔,๔๐๐ บาท ผ่านงานประกันสุขภาพ โดยใช้โปรแกรม e- claim รหัส ๙๒๐๓ - ผู้รับบริการที่ใช้สิทธิ์สวัสดิการการรักษาพยาบาลข้าราชการ หรือประกันสังคม หน่วยบริการเก็บค่าบริการ (ขอความอนุเคราะห์ไม่เกิน ๔,๔๐๐ บาท/ราย) ซึ่งผู้รับบริการสามารถนําใบเสร็จรับเงินไปเบิกเงินคืนได้จากกรมบัญชีกลาง หรือสํานักงานประกันสังคม ตามสิทธิ์ของผู้รับบริการ หมายเหตุ : งบฯ บริการทําฟันเทียมสําหรับหน่วยบริการทีรวมอยู่ในกองทุนทันตกรรม จะนับเฉพาะผู้ที่ใช้สิทธิ์ ่บัตรทอง ซึ่งในปี ๒๕๕๕ สปสช.ได้จัดเตรียมสนับสนุนงบฯ ๔๕,๐๐๐ ราย กลุ่มเป้าหมายจึงมี ๒ กลุ่มได้แก่ - ผู้รับบริการในโครงการฟันเทียมพระราชทานร้อยละ ๘๕ ของเป้าหมายรายจังหวัด(กรมอนามัยได้กําหนดเป้าหมายเบื้องต้นเท่ากับทุกปีที่ผ่านมา และแยกเป็น ๒ กลุ่มตามรายงานของจังหวัดในปีที่ผ่านมา บัตรทองร้อยละ ๘๕ สิทธิ์อื่น ๆ ร้อยละ ๑๕) - ที่เหลือเป็นผู้รับบริการใส่ฟันฐานพลาสติกอื่น ๆ ทุกกลุ่มอายุ ซึ่งสปสช.ได้กําหนดเป้าหมายเบื้องต้นรายจังหวัดไว้แล้วข้อมูลเพิ่มเติม : ทพญ.สุปราณี ดาโลดม โทร ๐๘๐-๕๙๔๑๕๐๐ supranee.d@anamai.mail.go.th ๒. ชมรมผู้สูงอายุด้านการส่งเสริมสุขภาพช่องปาก ๒๕๐ ชมรมวัตถุประสงค์ : ลดการสูญเสียฟันด้วยการดูแลอนามัยช่องปากด้วยตนเองและการจัดการสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม โดยชมรมผู้สูงอายุ ๑) ขยายเครือข่ายชมรมผู้สูงอายุ ๒๕๐ ชมรม โดยจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้รวมกับศูนย์อนามัยเป็น ่รายภาค ๔ ภาค (กําหนดวัน เวลา สถานที่ กลุ่มเป้าหมาย จํานวนผู้เข้าประชุม ศูนย์อนามัยหรือสํานักทันตสาธารณสุขจะแจ้งให้จังหวัดทราบ) ๒) งบฯ ดําเนินการสําหรับจังหวัด : จากกองทุนทันตกรรม (งบฯ พัฒนางานส่งเสริมสุขภาพช่องปากและกระตุ้นการจัดบริการระดับจังหวัด) หรือจากกองทุนสุขภาพตําบล หรืองบ ฯ จากแหล่งอื่น ๆ กรณีที่ชมรมผู้สูงอายุเข้มแข็งและจัดหางบฯดําเนินงานเอง หมายเหตุ : รายละเอียดกิจกรรมชมรมผู้สูงอายุด้านการส่งเสริมสุขภาพช่องปาก Download ได้จากเว็บไซต์ฟันเทียมพระราชทาน http://dental.anamai.moph.go.th/oralhealth/elderly/elderly54.phpข้อมูลเพิ่มเติม : ทพญ.นนทลี วีรชัย โทร ๐๘๐-๙๐๓๓๓๓๙ nontalee.v@anamai.mail.go.th
  • ๓. การจัดบริการส่งเสริมป้องกันตามชุดสิทธิประโยชน์ ๑๐๐ แห่งวัตถุประสงค์ : ลดการสูญเสียฟัน ด้วยการจัดบริการส่งเสริมป้องกันในกลุ่มที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคในช่องปาก เป็นรายบุคคล และดูแลเป็นระยะ ๆ อย่างต่อเนื่อง เน้นการรับบริการใกล้บ้าน โดยโรงพยาบาล PCU หรือ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล ๑) กลุ่มเป้าหมาย ครอบคลุมผู้สูงอายุทุกสิทธิ์ ๒) การขยายเครือข่ายบริการ ๑๐๐ แห่ง โดยจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับศูนย์อนามัยเป็นรายภาค ๔ ภาค (พร้อมกับขยายเครือข่ายชมรมผู้สูงอายุ ๒๕๐ ชมรม ในข้อ ๒ หัวข้อ ๑) ) ๓) งบ ฯ ดําเนินการสําหรับจังหวัด : จากกองทุนทันตกรรม (งบฯ การส่งเสริมสุขภาพช่องปากและการจัดบริการระดับจังหวัด) หมายเหตุ : - บริการทันตกรรมป้องกันตามชุดสิทธิประโยชน์ ประกอบด้วย ๑) การตรวจสุขภาพช่องปาก๒) การให้คําแนะนํา และ/หรือ การปรับพฤติกรรมเพื่อควบคุมคราบจุลินทรีย์ ๓) การใช้ฟลูออไรด์วานิชป้องกันรากฟันผุ ๔) การขูดหินน้ําลายป้องกันเหงือก / ปริทันต์อักเสบชนิดเฉียบพลัน (Acute Periodontitis) - กิจกรรมที่ ๑) และ ๒) ดําเนินการได้ทั้งในหน่วยบริการที่มีและไม่มีทันตบุคลากร - กิจกรรมที่ ๓) และ ๔) กรณีไม่มีทันตบุคลากร ดําเนินการโดยส่งต่อไปยังหน่วยบริการที่เกี่ยวข้อง (รายละเอียดในคู่มือการดําเนินงานโครงการส่งเสริมป้องกันโรคในช่องปากผู้สูงอายุ ตามชุดสิทธิประโยชน์ทางทันตกรรม Download ได้จากเว็บไซต์ฟันเทียมพระราชทาน http://dental.anamai.moph.go.th/oralhealth/elderly/elderly54.phpข้อมูลเพิ่มเติม : ทพญ.วรางคนา เวชวิธี โทร ๐๘๑-๔๐๒๓๐๘๘ warangkana.v@anamai.mail.go.th ๔. การบูรณาการในการดูแลผู้สูงอายุระยะยาววัตถุประสงค์ : เพื่อพัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาวที่เหมาะสมกับวิถีชีวิต และบริบทของพื้นที่ โดยครอบคลุมด้านสุขภาพ ทันตสาธารณสุข จิตวิทยา สังคม การดูแลช่วยเหลือในการดํารงชีวิตและกิจวัตรประจําวัน ซึ่งเป็นการดูแลอย่างต่อเนื่องตามศักยภาพที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุแต่ละกลุ่ม กิจกรรมการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาวทั้งในสถานบริการและในชุมชน ได้แก่ ๑) มีข้อมูลผู้สูงอายุตามความสามารถในการประกอบกิจวัตรประจําวัน (Activities of Daily Living : ADL) ๒) มีชมรมผู้สูงอายุผ่านเกณฑ์ชมรมผู้สูงอายุคุณภาพ ๓) มีอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุในชุมชน ๔) มีบริการการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุที่บ้านที่มีคุณภาพ (Home Health Care) โดยบุคลากร สาธารณสุข ๕) มีบริการส่งเสริมป้องกันทันตสุขภาพในระดับตําบล ได้แก่ ชมรมผู้สูงอายุด้านการ ส่งเสริมสุขภาพช่องปาก และ/ หรือ บริการทันตกรรมป้องกันตามชุดสิทธิประโยชน์ ๖) มีระบบการดูแลผู้สูงอายุ กลุ่มที่ ๒ (ติดบ้าน) และผู้สูงอายุ กลุ่มที่ ๓ (ติดเตียง) หมายเหตุ : ตําบลเป้าหมายเป็นตําบลที่อยู่ในแผนการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาวของสํานักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย จังหวัดละ ๒ ตําบล รายละเอียดการประเมินคุณภาพกิจกรรม “บริการส่งเสริมป้องกันทันตสุขภาพในระดับตําบล” ในการ ดูแลผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care) Download ได้จากเว็บไซต์ฟันเทียมพระราชทาน http://dental.anamai.moph.go.th/oralhealth/elderly/elderly54.php
  • ข้อมูลเพิ่มเติมทพญ.สุปราณี ดาโลดม โทร ๐๘๐-๕๙๔๑๕๐๐ supranee.d@anamai.mail.go.thทพญ.นนทลี วีรชัย โทร ๐๘๐-๙๐๓๓๓๓๙ nontalee.v@anamai.mail.go.thทพญ.วรางคนา เวชวิธี โทร ๐๘๑-๔๐๒๓๐๘๘ warangkana.v@anamai.mail.go.th ๕. การรณรงค์ สร้างกระแส - ร่วมกับหน่วยทันตกรรมพระราชทาน ฯ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วันที่ ๑๙-๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๔ ที่จังหวัดสตูล - ร่วมกับมูลนิธิโอสถสภาที่ จ.กําแพงเพชร พระนครศรีอยุธยา ฯลฯ - ร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานอื่น ๆ ๖. มหกรรมการประชุมวิชาการ เฉลิมพระเกียรติฯ ในโอกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษาครบ ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ ร่วมกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง จัดมหกรรมการประชุมวิชาการสร้างเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุวันที่ ๑๑-๑๒ มกราคม ๒๕๕๕ ที่โรงแรมริชมอนด์ จ.นนทบุรี กิจกรรมประกอบด้วย - การถวายราชสักการะ สดุดีพระเกียรติคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว - การบรรยายและการนําเสนอผลงานทางวิชาการ เพื่อเสนอองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่ทันสมัยทันต่อเหตุการณ์และความจําเป็นด้านสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุ แก่ผู้ปฏิบัติงาน นักวิชาการ และแกนนําชมรมผู้สูงอายุ - การจัดนิทรรศการด้านการสร้างเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ โดยภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานดีเด่นระดับเขต ระดับจังหวัด ระดับอําเภอ และระดับตําบล รวมทั้งชมรมผู้สูงอายุดีเด่น เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้นวัตกรรม รูปแบบ แนวทางการสร้างเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ ๗. การประกวด “๑๐ ยอดฟันดี วัย ๘๐ และ ๙๐ปี” - ระดับประเทศ จัดการประกวดปี ๒๕๕๔ โดยกรมอนามัย ในวันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๕๕ - ระดับเขต ค้นหา “๑๐ ยอดฟันดี วัย ๘๐ ปี และ ๙๐ ปี ” โดยศูนย์อนามัยเขตร่วมกับจังหวัดค้นหาผู้สูงอายุ ๘๐-๘๙ ปี ๑-๒ ท่าน และอายุ ๙๐ ปีขึ้นไป ๑ ท่าน เข้าร่วมประกวดปี ๒๕๕๕ ในเดือนตุลาคม ๒๕๕๕ ๘. การพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี รูปแบบการสร้างเสริมสุขภาพช่องปากกลุ่มวัยทํางานและสูงอายุ - ร่วมกับหน่วยงาน/ มูลนิธิ/ ศูนย์อนามัยเขตและจังหวัดที่เกี่ยวข้อง ๙. การนิเทศ ติดตาม กํากับและประเมินผล - สุ่มนิเทศ ติดตาม ทั้งโดยศูนย์อนามัยเขต และสํานักทันตสาธารณสุข
  • การสนับสนุนการดําเนินงาน ๑. ฟันเทียมพระราชทาน ๓๐,๐๐๐ ราย - สนับสนุนแปรงสีฟัน ยาสีฟัน เม็ดแช่ทําความสะอาดฟันเทียม ตามผลการดําเนินงานปี ๒๕๕๔ซึ่งจัดส่งให้จังหวัดแล้ว) ๒. ชมรมผู้สูงอายุด้านการสร้างเสริมสุขภาพช่องปาก - สําหรับชมรมผู้สูงอายุสนับสนุนภาพพลิก และโมเดลสอนแปรงฟัน ตามสัดส่วนชมรมผู้สูงอายุด้านการสร้างเสริมสุขภาพช่องปาก ในจังหวัดปี ๒๕๕๔ (จัดส่งแล้ว) กรณีที่เป็นชมรมใหม่จะจัดส่งประมาณปลายปีงบประมาณ - เกียรติบัตรสําหรับชมรมผู้สูงอายุดานการส่งเสริมสุขภาพช่องปากในปี ๒๕๕๔ กําลังเตรียมจัดส่ง ้จังหวัดเพื่อมอบให้ชมรมต่อไป (ยกเว้นชมรมผู้สูงอายุดีเด่นที่มารับโล่และเกียรติบัตรในงานมหกรรมการประชุมวิชาการจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขไปแล้ว) - สําหรับบุคลากรสาธารณสุข เกณฑ์พัฒนาคุณภาพชมรมผู้สูงอายุด้านการส่งเสริมสุขภาพช่องปากDownloadจากเว็บไซต์ฟันเทียมพระราชทาน http://dental.anamai.moph.go.th/oralhealth/elderly/elderly54.php ๓. การจัดบริการป้องกันโรคในช่องปากตามชุดสิทธิประโยชน์ - สนับสนุน แปรงสีฟัน ยาสีฟัน(ทุกราย) ไหมขัดฟัน แปรงซอกฟัน (ร้อยละ ๕๐ ของเป้าหมาย)ตามผลการดําเนินงานปี ๒๕๕๔ สําหรับหน่วยงานที่เริ่มดําเนินการในปี ๒๕๕๕ จัดสรรตามเป้าหมายในโครงการที่ขอรับการสนับสนุนมายังกรมอนามัย ๔. การบูรณาการในการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care) - เกณฑ์ประเมินคุณภาพกิจกรรม “บริการส่งเสริมป้องกันทันตสุขภาพในระดับตําบล” ในการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care) Download ได้จากเว็บไซต์ฟันเทียมพระราชทานhttp://dental.anamai.moph.go.th/oralhealth/elderly/elderly54.php - สิ่งสนับสนุนกรณีจัดกิจกรรมชมรมผู้สูงอายุด้านการสร้างเสริมสุขภาพช่องปาก และการจัดบริการป้องกันโรคในช่องปากตามชุดสิทธิประโยชน์ในระดับตําบล เป็นไปตามข้อ ๒ และ ๓ ๕. สื่อ สิ่งพิมพ์ - สนับสนุนชุดความรู้ เรื่อง การสร้างเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ สําหรับทันตแพทย์ที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาล การส่งเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ สําหรับบุคลากรสาธารณสุขที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลและชมรมผู้สูงอายุ (กําลังดําเนินการจัดส่ง เล่มที่ ๑ ตามจํานวนโรงพยาบาล เล่มที่ ๒ ตามจํานวนรพ.สต.และชมรมผู้สูงอายุด้านการส่งเสริมสุขภาพช่องปาก หากจังหวัดใดต้องการเพิ่มเติมสอบถามที่ ทพญ.สุปราณี ดาโลดมsupranee.d@anamai.mail.go.th) - หนังสือการสร้างเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุเล่มที่ ๔ : บทเรียนการจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพช่องปากโดยชมรมผู้สูงอายุ “ตกผลึก ประเด็นการสร้างเสริมสุขภาพช่องปาก สู่ชุมชนร่วมสร้าง... สังคมผู้สูงอายุสุขภาพช่องปากดี” - หนังสือรวบรวมบทบรรยายจาก มหกรรมการประชุมวิชาการสร้างเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุครั้งที่ ๒ เฉลิมพระเกียรติฯ ในโอกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา ครบ ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
  • ๕. การประชุม/ อบรม - การอบรมฝึกทักษะทันตแพทย์ เรื่อง เทคนิคการทําฟันเทียมทั้งปาก หลักสูตร ๓ วันโดยร่วมกับคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ประมาณเดือนมีนาคม ๒๕๕๕ (รับจํากัดไม่เกิน ๕๐ คน ผู้ที่สนใจแจ้งชื่อ สถานที่ทํางาน พร้อมโทรศัพท์ที่ติดต่อได้ที่คุณเบญจวรรณ ทางโทรศัพท์๐๒-๕๙๐๔๑๑๗ หรือ benjawan.h@anamai.mail.go.th ตังแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนครบจํานวน) ้รายละเอียดการจัดส่งสิ่งสนับสนุนให้จังหวัดสอบถามได้ที่ คุณเสน่ห์ ครุฑษา โทร ๐๒-๕๙๐๔๒ saney.k@anamai.mail.go.thตัวชี้วัด และการติดตามผลการดําเนินงานปี ๒๕๕๕ ในปี ๒๕๕๕ กระทรวงสาธารณสุขได้กําหนดให้เป็น ๑ ในโครงการสําคัญตามนโนบายและปัญหาเร่งด่วนของกระทรวงสาธารณสุข โดยกําหนดเป้าหมายดังนี้ ๑)จัดบริการใส่ฟันเทียมทั้งปากแก่ผู้สูงอายุทุกสิทธิ์ทั่วประเทศอีก ๓๐,๐๐๐ ราย ๒) จัดบริการรากฟันเทียม ๒,๘๐๐ ราย (๗๖ จังหวัด ๒,๗๐๐ ราย กทม.๑๐๐ราย) และ ๓) จัดให้มีชมรมผู้สูงอายุด้านการส่งเสริมสุขภาพช่องปากเพิ่มขึ้นอีก ๒๕๐ ชมรม เพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุไทย สนองกระแสพระราชดํารัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงห่วงใยประชาชนที่สูญเสียฟันจนไม่สามารถเคี้ยวอาหารได้ โดยมีรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้ติดตามกํากับโครงการผ่านทางสํานักนโยบายและยุทธศาสตร์ สํานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข หมายเหตุ : ในส่วนของสํานักตรวจราชการมีการตรวจติดตาม ดังนี้ คณะที่ ๑ การติดตามนโยบายและปัญหาเร่งด่วนของกระทรวงสาธารณสุข ได้คัดเลือกตัวชี้วัดตามนโยบายสําหรับการตรวจติดตามในพืนที่ ๗๖ จังหวัด เป็นรากฟันเทียม ๒,๗๐๐ ราย ตัวชี้วัดอื่น ๆ ได้แก่ ้ฟันเทียมพระราชทานและชมรมผู้สูงอายุด้านการส่งเสริมสุขภาพช่องปาก ติดตามรายงานจากส่วนกลาง(กรมอนามัย) คณะที่ ๓ การส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันควบคุมโรค และลดปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพ การตรวจติดตามในพื้นที่ ๗๖ จังหวัด ได้แก่ - การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care : LTC) กิจกรรมที่ ๕) มีบริการส่งเสริมป้องกันทันตสุขภาพในระดับตําบล - การใส่ฟันเทียมในกองทุนทันตกรรม (เฉพาะสิทธิ์บัตรทอง) ประกอบด้วย ฟันเทียมทั้งปากสําหรับผู้สูงอายุ และฟันเทียมฐานพลาสติกอื่นๆ ทุกกลุ่มอายุการรายงาน เพื่อความสะดวกในการรวบรวมข้อมูลสําหรับการติดตาม กํากับ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระทรวงสาธารณสุข การสรุปความก้าวหน้าแจ้งกระทรวงสาธารณสุข และโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ และเพื่อการสนับสนุนการดําเนินงาน จึงขอความอนุเคราะห์ในการรายงาน online ทางเว็บไซต์ฟันเทียมพระราชทานhttp://dental.anamai.moph.go.th/oralhealth/elderly/ คอลัมน์ รายงานและงบประมาณ ภายในวันที่๕ ของเดือนถัดไป ดังนี้ - รายงานผลการใส่ฟันเทียม ๕๕ - รายงานชมรมผู้สูงอายุ - รายงานจัดบริการทันตกรรมป้องกัน สอบถามรายละเอียดวิธีการส่งข้อมูลการรายงานได้ที่ คุณเบญจวรรณ แช่มภักดี โทร ๐๒-๕๙๐๔๑๑๗ หรือ benjawan.h@anamai.mail.go.th โดยแบบฟอร์มรายงานกิจกรรมต่างๆ Downloadได้จากเว็บไซต์ฟันเทียมพระราชทาน http://dental.anamai.moph.go.th/oralhealth/elderly/elderly54.php
  • คุ้มครองผู้บริโภค: มาตรฐานพื้นฐานของการดูแลสุขภาพ กลุ่มพัฒนาการคุ้มครองผู้บริโภคด้านทันตสุขภาพ การคุ้มครองผู้บริโภคเป็นประเด็นสําคัญที่สํานักทันตสาธารณสุขให้ความสําคัญในการดูแลให้ประชาชนได้รับสิทธิ์ในการเข้าถึงผลิตภัณฑ์สุขภาพปากและได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อทันตสุขภาพ โดยใช้มาตรการการกําหนดมาตรฐานและผลักดันให้เกิดการบังคับใช้ มาตรฐานแรกที่กองทันตสาธารณสุขกําหนดร่วมกับสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ในประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ ๓ พ.ศ. ๒๕๓๕ คือมาตรฐานปริ มาณฟลูออไรด์ใ นยาสีฟัน ผสมฟลูออไรด์ (ไม่เ กิน ๑๐๐๐ ppm) เนื่องจากยาสีฟัน เป็นผลิตภัณฑ์ในชีวิตประจําวันของประชาชน ประกาศฯนี้ช่วยคุ้มครองกลุ่มเป้าหมายเด็กไม่ให้ได้รับฟลูออไรด์มากเกินเหมาะสม เป็นการลดความเสี่ยงต่อการเกิดฟันตกกระ รวมถึงการควบคุมการแสดงข้อความบนฉลากยาสีฟัน ตั้งแต่ปี ๒๕๓๘ เป็น ต้น มา ปัจ จัย เสี่ย งที่สํา คัญ ที่ ไ ด้มีการกํา หนดเป็น มาตรฐานแล้ว คือ ปริมาณฟลูออไรด์ในน้ําบริโภค เนื่องจากมีรายงานพบฟันตกกระเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ สาเหตุจากปริมาณฟลูออไรด์สูงน้ําบริโภค จึงกําหนดให้ปริมาณฟลูออไรด์เป็นเกณฑ์หนึ่งในเกณฑ์คุณภาพน้ําประปาดื่มได้ของกรมอนามัย(พ.ศ.๒๕๔๓) ฟลูออไรด์ไม่เกิน ๐.๗ มก.ต่อลิตร และมาตรฐาน ปริมาณฟลูออไรด์น้ําบริโภคบรรจุในภาชนะปิดสนิท ซึ่งปรับแก้ในประกาศกระทรวงสาธารณสุขเมื่อปี ๒๕๕๑ ให้ใช้มาตรฐานเดียวกันคือฟลูออไรด์ไม่เกิน ๐.๗ มก.ต่อลิตร การปรับแก้ประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นจากการที่กองทันตฯดําเนินการเฝ้าระวังปริมาณฟลูออไรด์ในน้ําบริโภคของชุมชนในพื้นที่เสี่ยง ศึกษาความผิดปกติ พัฒนาศักยภาพผู้เกี่ยวข้อง และการพัฒนาแนวทางการแก้ไขปัญหาของพื้นที่ มาตรฐานผลิตภัณฑ์การดูแลสุขภาพช่องปาก เป็นมาตรฐานที่ให้ผลกระทบด้านบวกต่อสุขภาพของประชาชนในวงกว้าง เริ่มต้นจากแปรงสีฟันซึ่งเป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่สําคัญในการทําความสะอาดช่องปากในชีวิตประจําวัน การใช้แปรงสีฟันที่คุณภาพไม่ดีอาจทําให้คอฟันสึก เหงือกร่นและระคายเคืองต่อเนื้อเยื่ออ่อนในช่องปาก ในปี ๒๕๔๑ กองทันตสาธารณสุขจึงเริ่มเฝ้าระวังและหามาตรการควบคุมคุณภาพแปรงสีฟันโดยจัดทํามาตรฐานวิช าการแปรงสีฟัน กรมอนามัยขึ้น เพื่อใช้เป็น เกณฑ์ในการตรวจสอบและเฝ้าระวังคุณภาพแปรงสีฟันในประเทศไทย และในปี ๒๕๔๕ ได้ประสานกับสํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.)กําหนดให้มีประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่๑๑ (พ.ศ.๒๕๔๕) ให้แปรงสีฟันเป็นสินค้าควบคุมฉลาก ต่อมาในปี ๒๕๔๗ มีการปรับแก้มาตรฐานฯให้ครอบคลุมและทันสมัยยิ่งขึ้น เนื่องจากแปรงสีฟันในท้องตลาดมีการพัฒ นาและปรับเปลี่ย นรูป ร่างตลอดจนวัสดุที่ใช้ผลิต อยู่ต ลอดเวลา จึงดํา เนิน การเฝ้า ระวังคุณภาพแปรงสีฟันและควบคุมความถูกต้องของฉลากแปรงสีฟันที่จําหน่ายในประเทศไทย ด้วยการสํารวจผลิ ต ภั ณ ฑ์ ใ นตลาดอย่ า งต่ อ เนื่ อ งเป็ น ระยะๆ (พ.ศ.๒๕๔๐ ๒๕๔๓ ๒๕๔๗ ๒๕๕๒) นอกจากนี้กองทันตสาธารณสุขยังมีการพัฒนาห้องปฏิบัติการตรวจแปรงสีฟัน และเครื่องมือที่ได้มาตรฐานและเป็น ที่ยอมรับเพื่อให้บริการกับบุคคลภายนอกและผู้ป ระกอบการแปรงสีฟัน และในปี ๒๕๕๐ ได้จัด ทําโครงการ“แปรงสีฟันติดดาว”เพื่อพิจารณามอบเครื่องหมายรับรองคุณภาพแก่ผู้ประกอบการที่สมัครเข้าร่วมโครงการปัจจุบันมีแปรงสีฟันที่จําหน่ายในท้องตลาด ๕๙ ยี่ห้อที่มีสัญลักษณ์ แปรงติดดาว ของกรมอนามัยติดที่หีบห่อ การคุ้มครองผู้บริ โ ภคด้า นทัน ตสุขภาพที่สํา คัญ อีกงานคือเข้า ร่ว มในการควบคุมการบริ โ ภคยาสูบซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสําคัญต่อโรคปริทันต์อักเสบและมะเร็งช่องปาก เริ่มในปี ๒๕๔๖ โดยได้รับทุนสนับสนุนจากสํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) มีการเข้าร่วมและจัดทําโครงการ คลินิกทันตกรรมสนับสนุนการเลิกบุหรี่ พัฒนาฐานข้อมูลเครือข่ายวิชาชีพสุขภาพ พัฒนาศักยภาพของทันตบุคลากรในการ
  • ควบคุ ม การบริ โ ภคยาสู บ สํ า รวจการบริ โ ภคยาสู บ ของนั ก ศึ ก ษาทั น ตแพทย์ และการตรวจคั ด กรองรอยโรคมะเร็งในช่องปากในสถานบริการของรัฐ เป็นต้นสถานการณ์ผลิตภัณฑ์ดูแลอนามัยช่องปาก แปรงสีฟัน จากการสํารวจครั้งที๔ (๒๕๕๔) พบแปรงสีฟันที่จําหน่ายในประเทศมี ๘๓ ยี่ห้อ ๒๙๙ รุน ่ ่จําแนกเป็นแปรงสีฟันผู้ใหญ่๕๑ ยี่ห้อ ๒๑๙ รุ่น วางจําหน่ายในห้างสรรพสินค้าร้อยละ๘๘ จําหน่ายในสําเพ็ง/ตลาดนัด ร้อยละ๑๒ ราคาอยู่ในช่วง ๕ บาท - ๑๘๙ บาท แปรงสีฟันเด็ก พบ ๓๒ ยี่ห้อ๘๐รุ่นซึ่งร้อยละ๖๕เป็นแปรงที่วางจําหน่ายในห้างสรรพสินค้า พบวางจําหน่ายในสําเพ็ง/ตลาดนัดร้อยละ๓๕ แปรงเด็กที่พบเป็นแปรงที่ผลิตในประเทศไทยร้อยละ๔๕นําเข้าจากต่างประเทศร้อยละ ๕๕ (ในจํานวนนี้ ครึ่งหนึ่งนําเข้าจากจีน)ราคาอยู่ในช่วง ๕ บาท - ๒๙๙ บาท สําหรับคุณภาพแปรงสีฟันจากผลการตรวจ พบร้อยละ ๒๒ ไม่ได้มาตรฐานวิชาการ แปรงสีฟันกรมอนามัย คือ ขนแปรงแข็ง ปลายขนแปรงตัดคม ส่วนหัวของแปรงสีฟันมีขนาดใหญ่กระจุกขนแปรงหลุดง่าย ˆ ˆ F . . 2543, 2547, 2550, 2554 พฤติกรรมการใช้ผลิตภัณฑ์การดูแลสุขภาพช่องปาก จากข้อมูลการสํารวจในปี ๒๕๕๔ ประชาชนไทยส่วนใหญ่แปรงฟันเวลาตื่นนอนตอนเช้า รองลงมาคือแปรงฟันก่อนนอน ส่วนการแปรงฟันหลังอาหารกลางวันมีน้อย กลุ่มตัวอย่างร้อยละ ๘๕ ใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ วิธีแปรงฟันเป็นการปัดขึ้นลงร้อยละ ๕๖.๕ถูไปมา ๓๔.๖และอื่น ๆ ๘.๙ แปรงสีฟันที่ใช้ในปัจจุบันเป็นแปรงขนนุ่ม ร้อยละ ๔๔.๘ ปานกลาง ๔๐.๖ นุ่มพิเศษ ๖.๗ ขนแข็ง ๖.๔ และไม่ทราบ ๑.๕ ราคาแปรงสีฟันที่ใช้อยู่ในปัจจุบันตั้งแต่ต่ําว่าสิบบาทจนถึงมากกว่า๕๐ บาท ปัจจัยที่ใช้เลือกซื้อแปรงสีฟันสามอันดับแรกคือ ความอ่อนแข็งของขนแปรง ลักษณะปลายขนแปรงเข้าได้ทุกซอกทุกมุม และจับถนัดมือ การใช้ผลิตภัณฑ์ทันตสุขภาพนอกจากแปรงสีฟันได้แก่ ไหมขัดฟัน ไม้จิ้มฟัน น้ํายาบ้วนปาก หมากฝรั่งและลูกอมดับกลิ่นปาก ผู้ใช้เป็นประจําคิดเป็นร้อยละ ๓.๗, ๔๓.๘, ๑๖.๘, ๑๕.๖ และ ๑๓.๓ ตามลําดับส่วนผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากอื่น ๆ ร้อยละ ๙๗.๓ ระบุว่าไม่ได้ใช้ ร้อยละ ๑.๓ ใช้แปรงสีฟันไฟฟ้า และร้อยละ๑.๑ ใช้สารฟอกสีฟัน การอ่านฉลากแปรงสีฟันและยาสีฟันพบเพียงร้อยละ ๔๒.๕ จํานวนกลุ่มเป้าหมายที่ตอบว่าเคยมีปัญหาจากการใช้ผลิตภัณฑ์แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ไม้จิ้มฟัน และน้ํายาบ้วนปาก เป็นร้อยละ ๒๔.๘, ๖.๘,๔.๖ และ ๑.๗ ตามลําดับ 100  80   60  40 20 0 (  )  0 20 40 60 80 100 &  
  • ผลิตภัณฑ์แปรงสีฟันติดดาว แปรงสีฟันติดดาวมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้สัญลักษณ์ “ดาว” เป็นเครื่องมือช่วยในการตัดสินใจเลือกซื้อแปรงสีฟันที่มีคุณภาพและปลอดภัยสําหรับประชาชนโดยสังเกตเครื่องหมายบนฉลากซึ่งบริษัทผู้ผลิตและจําหน่ายต้องส่งแปรงสีฟันมาขอให้คณะกรรมการตรวจประเมินและออกใบรับรองคุณภาพตามมาตรฐานวิชาการกรมอนามัยให้ โดยการรับรองมีระยะเวลา ๓ ปี และมีการสุ่มตรวจคุณภาพแปรงที่ติดดาวจากร้านค้าทุก ๖ เดือน ตั้งแต่ ปี ๒๕๕๐ - ๒๕๕๔ มีแปรงสีฟันติดดาวรวมทั้งหมด ๑๒ ยี่ห้อ๕๙ รุ่น สําหรับประชาชนใช้เป็นทางเลือกในการซื้อผลิตภัณฑ์ ดังนี้ ๑.เอม รุ่น คลาสสิค ขนนุ่ม ๒๒. เบอร์แมน รุ่น พลัส เด็ก ๖- ๑๒ ปี ๔๓. ออรัลบีรุ่น Advantage Plus๔๐ขนนุ่ม ๒.เอม รุ่น คลาสสิค ขนนุ่มปานกลาง ๒๓. เบอร์แมนมาตรฐานเด็กต่ํากว่า๓ ปี ๔๔. ออรัลบีรุ่นIndicator Plus๔๐ขนนุ่ม ๓.เอม รุ่น แอดวานซ์ ๒๔. เบอร์แมน มาตรฐาน เด็ก ๖-๑๒ปี ๔๕. ออรัลบี รุ่น Indicator Plus๔๐ขนนุ่ม ๔.เอม รุ่น ฟาสท์คลีน ๒๕. เบอร์แมน มาตรฐาน ผู้ใหญ่ ปานกลาง ๕.เอม รุ่น จูปเปอร์ ๒๖. แอร์โรว์ รุ่น อีลีท ๓๕ ๔๖. ออรัลบีรุ่นSensitive Advantage ๓๕ ๖.โคโดโม รุ่น โปรเฟสชั่นแนล ๐.๕-๓ ปี ๒๗. แอร์โรว์ รุ่น อีลีท ๔๐ ขนนุ่ม ๗.โคโดโม รุ่น โปรเฟสชั่นแนล ๓-๖ ปี ๒๘. แอร์โรว์ รุ่น อีลีท ๖๐ ๔๗. ออรัลบี รุ่น Stages ๒ ขนนุ่ม ๘.โคโดโม รุ่น โปรเฟสชั่นแนล ๖-๙ ปี ๒๙. กิฟฟารีน เด็กอายุ๔ปีขึ้นไป ๔๘. ออรัลบี รุ่น stages ๓ขนนุ่ม ๙.โคโดโม รุ่น โปรเฟสชั่นแนล ๙ – ๑๒ ปี ๓๐. ท็อปส์ รุ่น อัลตร้าแอคชั่น ๔๙.ออรัลบี รุ่น stages ๔ ขนนุ่ม ๑๐.เบอร์แมน รุ่น ไวทัล ขนนุ่ม ๓๑. ท็อปส์ รุ่น แอคชั่นพลัส นุ่ม ๕๐.ออรัลบี รุ่น cross actaion ๑๑. เบอร์แมน รุ่น ไวทัล ขนนุ่มปานกลาง ๓๒.ท็อปส์ แอคชั่นพลัส นุ่มปานกลาง ๕๑. วิคตอรี่ รุ่น อีซี่คลีน ๑๒.เบอร์แมน รุ่น แอคทีฟ ขนนุ่ม ๓๓. ท็อปส์ รุ่นจูเนียร์ ๑-๕ ปี ๕๒. วิคตอรี่ รุ่น นีโอคลาสสิค ๑๓.เบอร์แมน รุ่น คอนเซ็พท์ ๑๓๑ ๓๔. ท็อปส์ รุ่นจูเนียร์ ๖-๑๐ ปี ๕๓. วิคตอรี่ slima ๑๔.เบอร์แมน รุ่น คอนเซ็พท์ ๒๓๑ ๓๕. บิ๊กซี รุ่น สุพรีมา ขนนุ่ม ๕๔. แปรงสีฟันของหน่วยทันตกรรม ๑๕.เบอร์แมน รุ่น คอนเซ็พท์ ๑๓๘ ๓๖. บิ๊กซี รุ่น สุพรีมา ขนนุ่มปานกลาง พระราชทาน(เด็ก๖-๑๒ปี) ๑๖.เบอร์แมน รุ่น คอนเซ็พท์ ๒๓๘ ๓๗. บิ๊กซี รุ่น เบสิค ๕๕. แปรงสีฟันของหน่วยทันตกรรม ๑๗.เบอร์แมน รุ่น คอนเซ็พท์ ๑๔๖ ๓๘. บิ๊กซี รุ่น สุพรีมา วี ขนนุ่ม พระราชทาน(ผู้ใหญ่) ๑๘.เบอร์แมน รุ่น คอนเซ็พท์ ๒๔๖ ๓๙. บิ๊กซี รุ่น สุพรีมา วี ขนนุ่มปานกลาง ๕๖. แอดวานซ์ ๑๙.เบอร์แมน รุ่น ออพชั่น ๑๒ ๔๐. บิ๊กซี รุ่น เอ็กซ์ทรีม ขนนุ่ม ๕๗. เทสโก้ ซูพีเรียร์ มีเดียม ๒๐. เบอร์แมน รุ่น ออพชั่น ๔๑. บิ๊กซี รุน เอ็กซ์ทรีม ขนนุ่มปานกลาง ่ ๕๘. เทสโก้ ซูพีเรียร์ ซอฟท์ ๒๑. เบอร์แมน รุ่น พลัส ผู้ใหญ่ ๔๒. ออรัลบีรุ่น Advantage Plus๓๕ขนนุ่ม ๕๙. เทสโก้ คลาสสิคสถานการณ์ฟันตกกระและฟลูออไรด์ในน้ําบริโภค สิ่งแวดล้ อมในงานทั นตสาธารณสุ ขที่ สําคั ญคื อฟลูออไรด์ ในน้ํ าบริ โภค ซึ่ งถื อเป็นพารามิ เตอร์หนึ่งในมาตรฐานน้ําประปาดื่มได้ของกรมอนามัย(น้ําสะอาดและปลอดภัยสําหรับการบริโภค) โดยกําหนดค่ามาตรฐานปริมาณฟลูออไรด์สําหรับน้ําประปาดื่มได้ ไม่เกิน ๐.๗ มิลลิกรัมต่อลิตร จากการศึกษาพบว่าเด็กที่บริโภคน้ําที่มีฟลูออไรด์มากกว่า ๐.๗ มก./ ลิตร มีโอกาสเป็นฟันตกกระเพิ่มขึ้น ๓.๕ เท่า และองค์การอนามัยโลกเตือนว่าการบริ โภคน้ํา ที่มีฟลูออไรด์ตั้งแต่ ๔ มิล ลิกรัมต่อลิต รขึ้น ไปมีความเสี่ยงต่อการเกิด ความผิด ปกติที่กระดูกจากข้อมูลการสํารวจสภาวะทันตสุขภาพในหลายจังหวัด ที่ผ่า นมาพบแนวโน้มฟัน ตกกระมีมากขึ้นในพื้น ที่ที่ไม่เคยมีมาก่อนจากเดิมที่พบในภาคเหนือและบางจังหวัดในภาคตะวันตกของประเทศ โดยพบว่าน้ําประปาและน้ําบริโภคชุมชนในหลายจังหวัดมีปริมาณฟลูออไรด์สูง ทั้งนี้เป็นผลมาจากการนําน้ําบาดาลมาใช้ในการบริโภคเพิ่มขึ้นทําให้มีโอกาสพบฟันตกกระมากขึ้น และปัจจุบันพบเด็กมีโอกาสได้รับฟลูออไรด์มากขึ้นจากหลายทาง เช่น จากวิตามินผสมฟลูออไรด์ ยาสีฟันฟลูออไรด์ นมผสมฟลูออไรด์ ยาเม็ดหรือยาน้ําฟลูออไรด์น้ําดื่มบรรจุขวด เป็นต้น ซึ่งถ้าไม่ระวังเด็กอาจได้รับฟลูออไรด์มากเกินจนเกิดปัญหาฟันตกกระหรือปัญหาต่อสุขภาพอื่นได้
  • ผลการสํารวจทันตสุขภาพแห่งประเทศไทยครั้งที่ ๖ (พ.ศ.๒๕๔๙-๒๕๕๐) พบฟันตกกระในเด็กอายุ๑๒ ปี ร้อยละ ๕.๘ และในการสํารวจพื้นที่เฉพาะที่มีฟลูออไรด์เกินมาตรฐานในน้ําบริโภคชุมชน พบฟันตกกระร้ อ ยละ ๓๐-๘๙ เพื่ อ ประเมิ น ความชุ ก ของฟั น ตกกระให้ ค รอบคลุ ม กลุ่ ม นั ก เรี ย นมากขึ้ น ในปี ๒๕๕๓สํานักทันตสาธารณสุขจึงได้ผนวกรายการตรวจฟันตกกระในการสํารวจทันตสุขภาพรายปีของจังหวัดในรายงานท๐๒ และนําร่องรูปแบบการเฝ้าระวังฟันตกกระในพื้นที่เสี่ยงจํานวน ๑๐ จังหวัด มีวัตถุประสงค์ในการค้นหาฟันตกกระในพื้นที่โดยตรวจในเด็กนักเรียนประถมศึกษา ซึ่งพื้นที่ดําเนินการใน ๓ ลักษณะคือ ๑.ทันตบุคลากรตรวจฟันตกกระเด็กนักเรียนประถมศึกษาปีที่ ๓ ร่วมไปกับการตรวจฟันผุในโครงการยิ้มสดใสเด็กไทยฟันดี ซึ่งบางพื้นที่ได้มีการตรวจเด็กประถมศึกษาปีที่ ๖ ด้วย ๒. ทันตบุคลากรตรวจฟันตกกระเด็กอายุ ๑๒ ปี ผนวกไปกับการสํารวจระดับจังหวัดรายปี ๓.ครู เ ป็น ผู้ต รวจบั น ทึกฟั น ตกกระตามแบบโครงการเฝ้า ระวัง ทัน ตสุขภาพ เมื่อพบความผิ ด ปกติทันตแพทย์ที่สสจ.จะเข้าไปตรวจสอบเพิ่มเติม รวมทั้งเก็บตัวอย่างน้ําตรวจฟลูออไรด์ร่วมด้วย ดัชนีการตรวจพบว่าจังหวัดที่เป็นพื้นที่เสี่ยงมีฟันตกกระรุนแรงและคุ้นเคยกับดัชนีฟันตกกระของดีน(Dean’s index) ก็จะใช้ดัชนีของดีน ขณะที่บางจังหวัดใช้ดัชนีการตรวจแบบง่ายแทน จากการสํารวจของสํานักงานสถิติแห่งชาติ ปี ๒๕๕๐ แหล่งน้ําบริโภค ครัวเรือน เป็นน้ําฝนร้อยละ ๓๐น้ําบรรจุขวดร้อยละ ๒๘.๗ และประปาร้อยละ ๓๐ ในส่วนระบบประปา ประปานครหลวงผ่านเกณฑ์มาตรฐานกรมอนามัย ประปาภูมิภาคผ่านเกณฑ์ฯร้อยละ ๕๐ ประปาชนบทไม่มีข้อมูล ประปาหมู่บ้านไม่ถึงร้อยละ ๑เป็นประปาดื่มได้ฯ ในปี ๒๕๕๑-๒๕๕๒ สํานักทันตสาธารณสุขร่วมกับสํานักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงฟันตกกระ จํานวน ๑๘ จังหวัดได้เก็บน้ําบริโภคชุมชนจากแหล่งน้ําบริโภคหลักคือน้ําน้ําประปาชุมชนน้ําดื่มที่โรงเรียนและศพด. เพื่อตรวจวิเคราะห์ปริมาณ ฟลูออไรด์ พบร้อยละ ๙๐.๖ อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน โดยร้อยละ ๐.๙ มีปริมาณฟลูออไรด์เกิน ๔ มิลลิกรัมต่อลิตร และในปี ๒๕๕๓ เฝ้าระวังแหล่งน้ําบริโภคชุมชนในจังหวัด แม่ฮ่องสอน แพร่ ลําปาง ลําพูน พิษณุโลก นครปฐม สุพรรณบุรี ระนอง สงขลา ส่งน้ําตรวจทั้งหมด๖,๖๔๓ ตัว อย่ า ง พบว่ า ร้ อยละ ๘๘.๖ อยู่ ในเกณฑ์ ม าตรฐาน และร้อ ยละ ๐.๙ มีป ริม าณฟลู ออไรด์เ กิ น๔ มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งต้องมีการแก้ปัญหาในการจัดหาน้ําบริโภคที่เหมาะสมทดแทน โดยพบว่าประปาชุมชนเป็นแหล่งน้ําที่พบฟลูออไรด์เกินเกณฑ์มาตรฐานมากที่สุด (ตารางที่ ๑) ซึ่งบุคลากรสาธารณสุขในพื้นที่ควรมีบทบาทในการเฝ้าระวังส่งน้ําบริโภคในชุมชนตรวจหาฟลูออไรด์อย่างสม่ําเสมอ เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาฟันตกกระในอนาคตตารางที่ ๑ ร้อยละตัวอย่างน้ําบริโภคที่ส่งตรวจ จําแนกตามปริมาณฟลูออไรด์ ปี ๒๕๕๓ แหล่งน้ําบริโภค ฟลูออไรด์อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ฟลูออไรด์เกินเกณฑ์มาตรฐาน ๐.๘ - ๓.๙ มก./ลิตร > ๔ มก./ลิตร ประปาชุมชน ๘๑.๑ ๑๗.๕ ๑.๓ โรงเรียน ๙๓.๗ ๕.๙ ๐.๔ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ๙๓.๒ ๖.๖ ๐.๒ น้ําดื่มบรรจุขวด ๙๔.๓ ๕.๕ ๐.๓ อื่นๆ(บาดาล/บ่อ) ๙๑.๒ ๗.๔ ๑.๓ รวม ๘๘.๖ ๑๐.๕ ๐.๙
  • การควบคุมปริมาณฟลูออไรด์ในน้ําบริโภคยังครอบคลุมถึงปริมาณฟลูออไรด์ในน้ําดื่มบรรจุภาชนะปิดสนิทโดยคณะกรรมการอาหารและยา ได้ดําเนินการแก้ไขประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องน้ําบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท (ฉบับที่ ๖) ลงวันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๕๓ ให้ปรับลดข้อกําหนดปริมาณฟลูออไรด์ของน้ําบริโภคในภาชนะปิดสนิท จาก ๑.๕ เป็น ๐.๗ มิลลิกรัม/ลิตร ทั้งนี้เป็นผลการพิจารณาจากการศึกษาความสัมพันธ์ของปริมาณฟลูออไรด์ในน้ําบริโภคกับปัญหาสุขภาพ ร่วมกับผลการสํารวจ ปี ๒๕๕๐ โดยสํารวจตัวอย่างน้ําบรรจุขวดจากทั่วประเทศ เป็นตัวอย่างน้ําจาก ๙๘๒ โรงงาน พบว่า ส่วนใหญ่มีฟลูออไรด์ไม่เกินมาตรฐาน๐.๗ มิลลิกรัมต่อลิตร ประมาณร้อยละ ๒.๙ ที่เกินมาตรฐานกรมอนามัย และประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับนี้ได้ประกาศลงในพระราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศและงานทั่ว ไป เล่มที่ ๑๒๗ ตอนพิเศษ ๖๗ ง.ลงวั น ที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๓ มี ผ ลบั ง คั บ ใช้ ตั้ ง แต่ วั น ที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๓ สํ า หรั บ ผู้ ผ ลิ ต นํ า เข้ าอยู่ก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับปฏิบัติให้เป็นไปตามประกาศฉบับนี้ ภายในวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๓สถานการณ์การคัดกรองรอยโรคก่อนมะเร็งในช่องปาก การคุ้มครองผู้บริโภคด้านทันตสุขภาพอีกงานคือเข้าร่วมในการควบคุมการบริโภคยาสูบ ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ย งสํา คัญ ต่อโรคปริทัน ต์อักเสบและมะเร็งช่องปาก สํา นักทันตสาธารณสุขเริ่มเข้า ร่ว มกับ มูล นิธิร ณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ในฐานะเครือข่ายกลุ่มวิชาชีพทันตแพทย์โดยการสํารวจความรู้ทัศนคติและการปฏิบัติงานของทัน ตแพทย์ทั่ว ประเทศต่อการสูบ บุห รี่ ในปี๒ ๕๔๐ ต่อมาปี๒ ๕๔๓ ได้จัด ทํา โครงการคลินิกทัน ตกรรมช่วยเหลือผู้ต้องการเลิกบุหรี่ พร้อมกับจัดทําคู่มือสําหรับทันตบุคลากร และบัตรประวัติการสูบบุหรี่ สติกเกอร์โปสเตอร์และแผ่นพับ เพื่อสนับสนุนการดําเนินงานของทันตบุคลากรในโรงพยาบาลทั่วประเทศ มีการอบรมความรู้แก่ทัน ตบุคลากรทั้งภาครั ฐ และเอกชน ปี ๒๕๔๖ จัด ทํา เนื้อหาวิช าการ เพื่อการช่ว ยเหลือผู้ป่ว ยที่ต้องการเลิกบุหรี่สําหรับหลักสูตรการเรียนการสอน “นักศึกษาทันตแพทยศาสตร์บัณฑิต” ต่อมาในปี ๒๕๔๗มีประกาศ กระทรวงสาธารณสุข(ฉบับที่๘)กําหนดให้ฉลากรูปภาพ๔ สี และข้อเตือนถึงพิษภัยของบุหรี่ ตามที่กําหนดทั้งหมด ๖ แบบ โดยมีประกาศภาพคําเตือน “สูบแล้วจะมีกลิ่นปาก” นับว่างานทันตสุขภาพเริ่มเข้าไปมีบทบาทในเชิงนโยบายด้านการบริโภคยาสูบ ปัจจุบันการทํางานในส่วนของวิชาชีพทันตแพทย์ในการควบคุมการบริโภคยาสูบ ยังดําเนินต่อเนื่อง ที่สําคัญคือการเริ่มให้มีการตรวจคัดกรองรอยโรคมะเร็งในช่องปากในสถานบริการของรัฐ สํานักทันตสาธารณสุขกรมอนามัยได้ร่วมมือกับเครือข่ายโครงการกลยุทธ์วิชาชีพทันตแพทย์ในการควบคุ ม การบริ โ ภคยาสู บ จั ด ทํ า โครงการคั ด กรองรอยโรคก่ อ นมะเร็ ง ในช่ อ งปากในคลิ นิ ก ทั น ตกรรมขึ้ นโดยมีวัตถุประสงค์เ พื่อส่งเสริมและสนับ สนุนให้ทันตบุคลากรตรวจหารอยโรคก่อนมะเร็งในช่องปากให้แก่ผู้มารับบริการทันตกรรมที่สูบบุหรี่ซึ่งจัดเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อมะเร็งช่องปาก เนื่องจากข้อมูลสถาบันมะเร็งแห่งชาติพ.ศ. ๒๕๕๒ มะเร็งช่องปากจัดอยู่ในลําดับที่ ๖ ของมะเร็ง ๑๐ อันดับแรกที่พบมากที่สุดในประเทศไทย ทั้งนี้มะเร็งช่องปากมากกว่าร้อยละ๙๕ เป็นมะเร็งของเยื่อเมือกช่องปากชนิด Squamous cell carcinomaซึ่งหากตรวจพบโรคระยะแรกและได้รับการรักษาโดยเร็วจะทําให้อัตราการมีชีวิตรอดระยะ ๕ ปีสูงขึ้น อีกทั้งยังจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาทั้งส่วนของผู้ป่วยเองและของภาครัฐลงได้นับแสนบาทต่อคน โครงการคัดกรองรอยโรคก่อนมะเร็งในช่องปากเริ่มนําร่องในพ.ศ.๒๕๕๑-๒๕๕๒ใน ๔ จังหวัด คือกระบี่ พิษณุโลก นครศรีธรรมราช และ สมุทรสาคร เป็นเวลา ๖ เดือน ผู้รับบริการที่คลินิกทันตกรรมของโรงพยาบาล ๕,๑๙๓ คน เป็นผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงคือ ผู้สูบบุหรี่อายุ ๑๘ ปีขึ้นไป และผู้ที่อายุ ๔๕ ปีขึ้นไปทุกคนรวม ๑,๖๘๓ คน ตรวจพบมะเร็งช่องปาก๑๑คน โดยพบที่ลิ้น ๓ คน, บริเวณด้านหลังของฟันซี่สุดท้าย ๓ คนบริเวณเหงือก ๓ คน และ ที่เพดานอ่อน ๒ คน และพบผู้ป่วยที่มีรอยโรคก่อนมะเร็งจํานวน ๓๓ คน ต่อมาปีพ.ศ.๒๕๕๓-๕๔ เพิ่มเป็น ๑๒ จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก สมุทรสาคร นครศรีธรรมราช แพร่ หนองบัวลําภู ยะลา
  • ปัตตานี สระบุรี อุบลราชธานี สุพรรณบุรี นครสวรรค์ และนครราชสีมา โดยตั้งเป้าหมายผู้สูบบุหรี่ที่ไปรับบริ ก ารทั น ตกรรมในโรงพยาบาลของรั ฐ จะได้ รั บ บริ ก ารตรวจหารอยโรคก่ อ นมะเร็ ง ในช่ อ งปากผลการดําเนินงานตรวจพบรอยโรคก่อนมะเร็ง ๖๗ คน การดําเนินงานทีผ่านมา ่ พ.ศ. ๒๕๕๑-๒๕๕๔ พ.ศ .๒๕๕๓-๒๕๕๔ พื้นที่ดําเนินการ จังหวัดพิษณุโลก กระบี่ ๑๒ จังหวัด ๔๔ รพ.,สอ. คือ พิษณุโลก สมุทรสาคร สมุทรสาคร นครศรีธรรมราช นครศรีธรรมราช แพร่ หนองบัวลําภู ยะลา ปัตตานี สระบุรี อุบลราชธานี สุพรรณบุรี นครสวรรค์ นครราชสีมา กลุ่มเสี่ยง ๕,๑๙๓ คน ๘,๘๖๑คน พบรอยโรคในช่องปาก ๒๖๙ คน ๗๑๒ คน พบรอยโรคก่อนมะเร็ง ๓๓ คน ๖๗ คน (precancerous lesion ) Leukoplakia ๓๕ คน Erythroplakia ๕ คน Erythroleukoplakia ๓ คน Lichen planus ๒๔ คน 10 F ICD-10-TM ( 1 .53-30 .54 ) 11-22 F ICD-10-TM(1 .53-30 .54 ) 4000 F F (1 . .53-30 . .54) 3,708 3500 1. 498 919 1,417 11. 109 83 192 3000 2. 298 530 828 12. F 24 163 187 2500 13. 106 76 182 3. 269 420 689 14. 82 83 165 2000 4. F 207 417 624 1,699 1,595 15. 71 63 134 1500 1,170 5. 219 389 608 16. 88 33 121 1000 6. 202 373 575 17. 68 47 115 354 309 7. F 186 243 429 18. F 50 65 115 500 218 122 118 19. 61 49 110 8. F 133 237 370 0 20. 28 81 109 F F ʾ F F 9. 117 144 261 F 21. F 48 55 103 10. 89 128 217 22. 38 52 90กรอบการดําเนินงานคุ้มครองผู้บริโภค การดําเนินงานคุ้มครองผู้บริโภคและเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงด้านทันตสุขภาพจะประกอบด้วยงานหลักๆได้แก่ การสร้างมาตรฐาน การพัฒนาข้อกําหนด การรับรองมาตรฐาน การส่งเสริมการใช้มาตรฐานและการสื่อสารความเข้าใจกับประชาชน F F ˂ ˆ F ˂ F F F ˆ F F F mapping F F F F F ˆ F ˈ F F F F F F F F ˆ F F
  • แผนการดําเนินงานปี ๒๕๕๕๑. การเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์ทันตสุขภาพ ๑.๑ รับรองคุณภาพแปรงสีฟันตามมาตรฐานกรมอนามัย “แปรงสีฟันติดดาว” ๑) ประชาสัมพันธ์โครงการ ๒) ประชุมผู้ประกอบการและรับสมัครเข้าโครงการ ๓) ตรวจคุณภาพแปรงสีฟันตามมาตรฐานวิชาการในห้องปฏิบัติการฯ ๔) ประชุมคณะกรรมการพิจารณารับรองมาตรฐาน “แปรงสีฟันติดดาว” ๕) ตรวจติดตามคุณภาพแปรงสีฟันที่รับรองเป็นแปรงติดดาวแล้ว ทุก ๖ เดือน ๖) มอบเกียรติบัตรรับรองแก่ผู้ประกอบการแปรงสีฟันที่ผ่านมาตรฐานฯ ๗) เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ทางสื่อมวลชน เว็บไซต์สํานักทันตสาธารณสุข ๑.๒ การพัฒนามาตรฐานวิชาการแปรงสีฟันกรมอนามัย ๑) ทบทวนและจัดทําเอกสารข้อมูลวิชาการที่เกี่ยวข้องมาตรฐานแปรงสีฟัน ๒) ประชุมคณะกรรมการมาตรฐานวิชาการแปรงสีฟันกรมอนามัย ๓) จัดทํามาตรฐานวิชาการแปรงสีฟันกรมอนามัย ฉบับปรับปรุง ๔) เผยแพร่และนําไปใช้ * สํานักทันตสาธารณสุขบริการตรวจคุณภาพแปรงสีฟันตามมาตรฐานวิชาการกรมอนามัย๒. การเฝ้าระวังฟันตกกระและปริมาณฟลูออไรด์ในน้ําบริโภคชุมชน การดําเนินงานปี ๒๕๕๕ มีกิจกรรมดังนี้ ๒.๑ การเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดฟันตกกระ (จังหวัดที่มีรายงานฟันตกกระหรือตรวจพบน้ําบริโภคมีฟลูออไรด์เกินมาตรฐาน) ๑) พัฒนาระบบการตรวจฟันตกกระในเด็กประถมศึกษา ๒) พัฒนาพื้นที่นําร่องการเฝ้าระวังฟันตกกระและฟลูออไรด์ในน้ําบริโภค ๓) ตรวจวิเคราะห์ปริมาณฟลูออไรด์ในน้ําบริโภคในพื้นที่เสี่ยงหมู่บ้านละ ๓ จุดได้แก่ น้ําประปา หมู่บ้าน น้ําดื่มที่โรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็ก ๔) พัฒนาศักยภาพทีมทันตบุคลากรในการตรวจฟันตกกระและการแก้ปัญหา ๕) ติดตามผลการดําเนินงานของพื้นที่เสี่ยงฯ ๖) แลกเปลี่ยนประสบการณ์/ถอดบทเรียนการจัดการและการแก้ปัญหาของพื้นที่ ๗) สนับสนุนสื่อเผยแพร่ความรู้ ๒.๒ การเฝ้าระวังใน พื้นที่ทั่วไป ๑) ตรวจฟันตกกระเด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ในการสํารวจสภาวะช่องปาก(ท ๐๒) ๒) ตรวจวิเคราะห์ปริมาณฟลูออไรด์ในน้ําดื่มของโรงเรียนประถมศึกษาตามเกณฑ์คุณภาพ น้ําประปาดื่มได้ของกรมอนามัย(ท ๐๒) ๓) สนับสนุนสื่อเผยแพร่ความรู้ * สํานักทันตสาธารณสุขบริการตรวจปริมาณฟลูออไรด์ในยาสีฟันและน้ําบริโภค
  • ๓. การสื่อสารสาธารณะ ๔.๑ ผลิตต้นแบบสื่อสิ่งพิมพ์ เพื่อการส่งเสริมสุขภาพช่องปาก ๔.๒ เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ๔.๓ รณรงค์และจัดนิทรรศการร่วมกับภาคีเครือข่าย ๔.๔ รณรงค์วันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๕ * ต้นแบบสื่อฯของสํานักทันตสาธารณสุขซึ่งพื้นที่สามารถขอนําไปผลิตใช้งาน แผ่นพับ โปสเตอร์ โรล อัพ อื่นๆ ห้าข้อเพื่อฟันดี การแปรงฟัน ฟันผุ ภาพตั้งโต๊ะ ลําดับการขึ้นของฟัน การทําความสะอาดช่องปาก ฟันตกกระ ปริทันต์ ภาพตั้งโต๊ะรู้เรื่องเหงือกและฟันของเรา การแปรงฟัน การตรวจรอยโรคใน ยาสีฟัน ภาพPopUpการแปรงฟันและผลิตภัณฑ์ฯ ช่องปาก แปรงติดดาว แปรงสีฟัน หนังสือเล่มเล็กการดูแลสุขภาพช่องปาก ชุมชนร่วมใจฟันไม่ตกกระ ไหมขัดฟัน หนังสือเล่มเล็ก การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ฯ น้ํายาบ้วนปาก โมเดลสอนการแปรงฟัน ฟันตกกระ หุ่นมือประกอบการสอนทันตสุขศึกษา ชุมชนร่วมใจฟันไม่ ตกกระ๔. โครงการกลยุทธ์วิชาชีพทันตแพทย์ในควบคุมการบริโภคยาสูบ ๔.๑ ร่วมจัดนิทรรศการ และรณรงค์วันงดสูบบุหรี่โลก ๔.๒ ร่วมจัดงานรณรงค์มะเร็งช่องปากโลก ๔.๓ สนับสนุนสื่อประชาสัมพันธ์โครงการ * สํานักทันตสาธารณสุขสนับสนุนวิชาการและสื่อในการรณรงค์๕. โครงการตรวจคัดกรองรอยโรคก่อนมะเร็งในช่องปากให้แก่ผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง ๔.๑ พัฒนาศักยภาพทันตบุคลากรทั่วประเทศในการคัดกรองรอยโรคก่อนมะเร็งในช่องปากและช่วยผู้ป่วยให้เลิกบุหรี่ ๔.๒ พัฒนาระบบส่งต่อภายในจังหวัด และในเขต รวมถึงพัฒนา node ซึ่งเป็นทันตแพทย์/แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ในการรับส่งต่อผู้ป่วยที่ได้รับการส่งต่อมาจากโรงพยาบาลชุมชน (รพช.) และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล( รพ.สต.) ๔.๓ รณรงค์สร้างกระแสให้ประชาชนไปรับการตรวจเนื้อเยื่อในช่องปากและได้รับการแนะนําเรื่องการเลิกบุหรี่ที่คลินิกทันตกรรม ๔.๔ ดําเนินการตรวจคัดกรองฯในคลินิกทันตกรรมของสถานบริการ ๑) คัดกรองกลุ่มเสี่ยงจากการซักประวัติ: สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า กินหมาก ครอบครัวมีประวัติ เป็นมะเร็งและผู้ที่มีอายุ ๔๐ ปีขึ้นไป ๒) ตรวจรอยโรคก่อนมะเร็งให้กลุ่มเสี่ยง ๓) หากตรวจพบรอยโรค ให้ส่งต่อไปรับการรักษาตั้งแต่แรก ๔) แนะนํา/ช่วยผู้ป่วยให้เลิกบุหรี่ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สําคัญด้วยวิธีการ3A / 5A ๕) ติดตามผู้ป่วยที่ตรวจพบรอยโรค
  • รายละเอียดการตรวจคัดกรองฯจําแนกตามสถานบริการประเภทต่างๆ มีดังนี้๑.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล ( รพ.สต. ) ขั้นตอน ผู้ดําเนินการ๑.คัดกรองกลุ่มเสี่ยงจากการซักประวัติ เจ้าพนักงานทันตสาธารณสุข(ผูสูบบุหรี,่ ดื่มเหล้า,กินหมาก,ครอบครัวมีประวัติเป็นมะเร็งและผู้ที่มอายุ ๔๐ ปีขึ้นไป หาก ้ ี ที่ประจําอยู่ที่ รพ.สต.พบว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงให้มีการตรวจคัดกรองรอยโรค)๒.ตรวจรอยโรคก่อนมะเร็ง ( precancerous lesion : leukoplakia, erythroplakia,erythroleukoplakia และ lichen planus / ulcer / mass / nodule ) ให้กลุ่มเสี่ยง๓.หากตรวจพบรอยโรค ให้ส่งต่อไปรับการรักษาโดยส่งโรงพยาบาลจังหวัดเลย๔.หากผู้ป่วยสูบบุหรี่ / กินหมาก / ดื่มเหล้า ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรค แนะนํา/ช่วยผู้ป่วยให้เลิกปัจจัยเสียง ถึงแม้ว่าจะตรวจพบรอยโรคหรือไม่ก็ตาม ่๕.ติดตามผู้ป่วยที่ตรวจพบรอยโรค - ผู้ป่วยที่นัด observe - ผู้ป่วยที่ได้รับการส่งต่อไปแล้ว๒.โรงพยาบาลชุมชน ขั้นตอน ผู้ดําเนินการ๑.คัดกรองกลุ่มเสี่ยงจากการซักประวัติ (สูบบุหรี,่ ดื่มเหล้า,กินหมาก,ครอบครัวมีประวัติ ทันตแพทย์ หรือทันตบุคลากรที่ทา ํเป็นมะเร็งและผู้ที่มีอายุ ๔๐ ปีขึ้นไป) หากพบว่าเป็นกลุมเสี่ยงให้ลงใน OPD Cardว่าเป็น ่ หน้าที่ screen ผู้ป่วยในวันนั้นกลุ่มเสี่ยง ให้มีการตรวจคัดกรองรอยโรคด้วย๒.ตรวจรอยโรคก่อนมะเร็ง ทันตแพทย์ หรือทันตบุคลากรที่ทา ํ ( precancerous lesion: leukoplakia, erythroplakia,erythroleukoplakia และ หน้าที่ screen หรือ รักษาlichen planus / ulcer / mass / nodule ) ให้กลุ่มเสี่ยง๓. หากตรวจพบรอยโรค ให้ส่งต่อไปรับการรักษาตั้งแต่แรก ทันตแพทย์ หรือ ทันตบุคลากรที่ ทําหน้าที่ screen หรือ รักษา๔.หากผู้ป่วยสูบบุหรี่ / กินหมาก / ดื่มเหล้า ซึ่งเป็นปัจจัยเสียงของโรค แนะนํา/ช่วยผู้ป่วย ่ ทันตแพทย์ หรือทันตบุคลากรที่ทา ํให้เลิกปัจจัยเสียง ถึงแม้ว่าจะตรวจพบรอยโรคหรือไม่ก็ตาม ่ หน้าที่ screenหรือ รักษา๕. ติดตามผู้ป่วยที่ตรวจพบรอยโรค - ผู้ป่วยที่นัด observe ทันตบุคลากร / ผู้ช่วยทันตแพทย์ - ผู้ป่วยที่ได้รับการส่งต่อไปแล้ว๓.โรงพยาบาลศูนย์ / โรงพยาบาลทั่วไป ขั้นตอน ผู้ดําเนินการ๑.การคัดกรองผู้ป่วย ทันตแพทย์ หรือ ทันตบุคลากรที่๑.๑ คัดกรองกลุ่มเสี่ยงจากการซักประวัติ ทําหน้าที่ screen ผู้ป่วยในวันนั้น(ผูสูบบุหรี,่ ดื่มเหล้า,กินหมาก,ครอบครัวมีประวัติเป็นมะเร็งและผู้ที่มอายุ ๔๐ ปีขึ้นไป หาก ้ ีพบว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงให้ลงในใบ OPD Card ผู้ป่วยว่าเป็นกลุมเสียง ให้มีการตรวจคัดกรอง ่ ่รอยโรคด้วย๑.๒ รับการส่งต่อมาจาก รพ.สต. หรือ รพช.๒.ตรวจรอยโรคก่อนมะเร็ง ทันตแพทย์ หรือ ทันตบุคลากรที่ ( precancerous lesion : leukoplakia, erythroplakia,erythroleukoplakia และ ทําหน้าที่รักษาในวันนั้นlichen planus / ulcer / mass / nodule ) ให้กลุ่มเสี่ยงที่พบจาก OPD หรือที่ได้รับการส่งต่อมา๓. หากตรวจพบรอยโรค ให้ Biopsy และวินิจฉัยโรคขั้นสุดท้าย ทันตแพทย์ที่สามารถ Biopsyได้๔.ให้การรักษาแก่ผู้ป่วยตามผลการวินิจฉัยขั้นสุดท้าย หรือ ส่งต่อผู้ปวยไปรับการรักษาจาก ่ ทันตแพทย์ / แพทย์ผู้เชียวชาญ ่ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เฉพาะทาง๕.ส่งผลการวินจฉัย / รักษา ให้แก่หน่วยงานต้นสังกัดทีส่งต่อผู้ป่วยมา เพื่อการติดตามดูแล ิ ่ ทันตแพทย์ / แพทย์ผู้เชี่ยวชาญผู้ป่วยในพื้นที่ต่อไป เฉพาะทาง
  • ขั้นตอน ผู้ดําเนินการ๖. ติดตามผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาแล้วอย่างต่อเนื่อง -ทันตแพทย์/แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เฉพาะทาง/ทันตบุคลากร/ผู้ช่วย ทันตแพทย์ที่ รพช./เจ้าพนักงาน ทันตสาธารณสุขที่ประจําอยู่ที่ รพ.สต.แบบการตรวจคัดกรองรอยโรคในช่องปากการสนับสนุนโครงการ ๑.จัดอบรมเรื่องรอยโรคในช่องปากและการตรวจคัดกรองรอยโรคให้จังหวัดที่เข้าร่วมโครงการ ๒.จัดการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ๓.ติดตามผลการดําเนินงาน ๔.สนับสนุนสื่อ : คู่มือการตรวจคัดกรองรอยโรคในช่องปาก คู่มือการช่วยผู้ป่วยให้เลิกบุหรี,่ โปสเตอร์การตรวจรอยโรคในช่องปากด้วยตนเอง, คู่มือการตรวจรอยโรคในช่องปากด้วยตนเอง, คู่มือการรักษารอยโรคในช่องปาก และChart รอยโรคในช่องปากกลุ่มพัฒนาการคุ้มครองผู้บริโภคด้านทันตสุขภาพ โทร ๐๒๕๙๐๔๒๑๕หัวหน้ากลุ่ม น.ส.พวงทอง ผู้กฤตยาคามี puangtong.p@anamai.mail.go.thงานผลิตภัณฑ์ทันตสุขภาพ ทพญ.วิกุล วิสาลเสสถ์ drwikul@gmail.com ทพญ.นนทินี ตั้งเจริญดี nontineet@yahoo.com นายประพัทธ์พงศ์ ดวงทอง kenken2527@gmail.comงานฟลูออไรด์ในน้าบริโภค ํ ทพญ.สุรัตน์ มงคลชัยอรัญญา suratmong@hotmail.comชุมชนและห้องปฏิบติการ ั นายโกวิศ เรียบเรียง kowit.r@anamai.mail.go.thฟลูออไรด์ น.ส.เปรมจันทร์ หงส์รัตน์ h_miow@hotmail.com นางวีรดา บุญภู่ weerada.b@anamai.mail.go.thงานสื่อสารสาธารณะ นายธานินทร์ อ่อนนุชมงคล tathanin@gmail.com นางศิริวรรณ อ่อนนุชมงคล siriwan.o@anamai.mail.go.th นางศิริวิมล อู่ศิริ นางนวลสะอาด การวุฒิโครงการกลยุทธ์วิชาชีพ ทพญ.วิกุล วิสาลเสสถ์ drwikul@gmail.comทันตแพทย์ฯ น.ส.สุวรรณีย์ ทองอาจ Suwannee_nn@hotmail.com น.ส.พะยอม สัตย์ธรรม payom_24@hotmail.comโครงการคัดกรองรอยโรค ทพญ.นนทินี ตั้งเจริญดี nontineet@yahoo.comก่อนมะเร็งช่องปาก
  • พัฒนาระบบทันตสาธารณสุข กลุ่มพัฒนาระบบทันตสาธารณสุข มีบทบาทหน้าที่ในการดําเนินการ คือ ๑) วิจัยพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยี ๒) จัดระบบติดตามนิเทศและประเมิน ๓) จัดทําข้อเสนอเพื่อกําหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ ๔) พัฒนาแนวทางการดําเนินงานคุณภาพ และมาตรฐาน ๕) พัฒ นาศักยภาพกํา ลังคนสุขภาพช่องปากในการดํา เนิน งานทัน ตสาธารณสุขแบบมีส่ ว นร่ว มระหว่ า ง ภาครั ฐ ภาคเอกชน องค์ กรปกครองส่ ว นท้อ งถิ่ น ภาคี เครื อข่า ย และชุ มชน๖) เผยแพร่ ข้ อ มู ล องค์ ค วามรู้ และผลงานวิ ช าการสุ ข ภาพช่ อ งปาก ในรู ป เอกสาร หนั ง สื อวิ ท ยาสารทั น ตสาธารณสุ ข เว็ บ ไซต์ ที่ เ กี่ ย วข้ อ งกั บ ระบบกํ า ลั ง คน ระบบบริ ก ารสุ ข ภาพช่ อ งปากและเศรษฐศาสตร์สุขภาพช่องปาก ความเป็นธรรมในการเข้าถึงบริการสุขภาพช่องปาก 2 ผลการวิเคราะห์การเข้าถึงบริการสุขภาพช่องปากเปรียบเทียบปี ๒๕๕๐ และ ๒๕๕๒ จากฐานข้อมูลการสํารวจอนามัยและสวัสดิการ (สอส.) ของสํานักงานสถิติแห่งชาติ พบว่าการอัตราการมีหลักประกันสุขภาพของประชาชนไทย เพิ่มจากร้อยละ ๙๖ ในปี ๒๕๔๙ เป็นร้อยละ ๙๗.๔ ในปี ๒๕๕๒ เมื่อพิจารณาอัตราการใช้บริการทันตกรรมของประชาชนไทย พบว่าประชาชนไทยเคยใช้บริการทันตกรรมเท่ากับร้อยละ๘.๔ และ ร้ อยละ ๙.๑ ตามลํ า ดั บ กลุ่ มอายุที่ ใช้ บ ริ การสู งสุ ด ทั้ ง ๒ รอบปี( ๒๕๕๐และ๒๕๕๒)คือกลุ่มวัยเรียน ๕ -๑๔ ปีคิดเป็นร้อยละ ๑๒.๓ และ ๑๔.๗ ตามลําดับ และกลุ่มอายุที่ใช้บริการต่ําสุดคือกลุ่มอายุ ๐-๔ ปี คือร้อยละ ๒.๑ และ ๓.๒ ตามลําดับ ซึ่งเป็นอัตราใช้บริการที่ต่างกัน ๔.๖ - ๖ เท่าเมื่อจําแนกตามพื้นที่พบว่าประชากร ในกรุงเทพมหานครใช้บริการร้อยละ ๑๓.๙ สูงกว่าพื้นที่นอกเขตเทศบาลเกือบ ๑.๕ - ๒ เท่า เมื่อจําแนกตามสิทธิ์สวัสดิการรักษาพยาบาล พบว่ากลุ่มที่มีสิทธิ์ข้าราชการมีอัตราการใช้สิทธิ์รับบริการสูงสุดร้อยละ ๑๔.๕ - ๑๖ สูงกว่ากลุ่ม ๓๐ บาท ๒ เท่า เมื่อวิเคราะห์อัตราการใช้สิทธิ์รับบริการทันตกรรมปี ๒๕๕๒ จําแนกตามปัจจัยพื้นที่และสิทธิ์สวัสดิการรักษาพยาบาล พบว่ากลุ่มสิทธิ์ข้าราชการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ใช้บริการทันตกรรมสูงสุดถึงร้อยละ ๒๔ และกลุ่มที่ใช้บริการต่ําสุดคือกลุ่มไม่มสิทธิ์ใดๆในพื้นที่นอกเขตเทศบาลร้อยละ ๔.๕ ที่มีความแตกต่างสูง ๖.๗ เท่า ส่วนกลุ่มสิทธิ์ ี๓๐ บาทในพื้นที่ทั้งในและนอกเขตเทศบาลใช้บริการเพียงร้อยละ ๘ ซึ่งมีความแตกต่างกับกลุ่มที่ใช้บริการทันตกรรมสูงสุดถึง ๓ เท่า แสดงให้เห็นถึงความไม่เป็นธรรมในการเข้าถึงบริการสุขภาพช่องปากของประชาชนไทยอย่างชัดเจน แนวคิดและกลยุทธ์ในการดําเนินการ จากภารกิจ ข้า งต้น กลุ่มงานพัฒ นาระบบทัน ตสาธารณสุข จึง ได้ส นับ สนุน การดํา เนิน การกองทุนทันตกรรมระดับจังหวัดปี ๒๕๕๔ ให้มีความเข้มแข็ง ครอบคลุ ม และมี ป ระสิ ท ธิ ภ าพ โดยใช้กลยุทธ์การสนับสนุนการดําเนินการ ๘ ด้าน คือ ๑) พัฒนาวิจัยและพัฒนา ๒) การพัฒนาระบบแผนบูรณาการเชิงรุกจากข้อมูลเชิงประจักษ์และกระตุ้นการจัดทํายุทธศาสตร์สุขภาพช่องปากระดับเขต/จังหวัด ๓) พั ฒ นาระบบก า ร นิ เ ท ศ ติ ด ต า ม ผ ล ก า ร ดํ า เ นิ น ก า ร ก อ ง ทุ น ทั น ต ก ร ร ม ร่ ว ม กั บ สํ า นั ก ต ร ว จ ร า ช ก า ร๔) การสั ง เคราะห์ ค วามรู้ แ ละประสบการณ์ ก ารพั ฒ นางานจริ ง ในพื้ น ที่ เ ป็ น คู่ มื อ แนวทางการปฏิ บั ติ ง าน๕) การพัฒ นาระบบข้อมูลทันตสาธารณสุขและการประเมินผลในจังหวัดนําร่อง ๖) พัฒนาศักยภาพทันต-บุ ค ลากรที่ เ ป็ น ส่ ว นขาดของพื้ น ที่ ๗) การจั ด เวที วิ ช าการเพื่ อ เปิ ด โอกาสให้ เ กิ ด การแลกเปลี่ ย นเรี ย นรู้2 F , F , , F . ˈ F F ʾ , ISBN - - - -
  • และ ๘) เผยแพร่ข้อมูล องค์ความรู้ และผลงานวิชาการสุขภาพช่องปาก ในรูปเอกสาร หนังสือ วิทยาสารทันตสาธารณสุข เว็บไซต์ ผลงานการดําเนินการของกลุ่มงานพัฒนาระบบทันตสาธารณสุข ปี ๒๕๕๔ การศึกษาวิจัย ๓ เรื่อง คือ ๑) ผลลัพธ์และผลกระทบของการปรับเพิ่มค่าเบี้ยเหมาจ่ายต่อการปฏิบัติงานของทันตแพทย์ในโรงพยาบาลชุมชน ๒) การศึกษาความสัมพันธ์ของการบริโภคอาหารรสหวานที่มีอิทธิพลต่อปัญหาฟันผุและโรคอ้วนในเด็กปฐมวัยไทยปี ๒๕๕๔ ๓) การประเมินผลประสิทธิภาพและความเป็นธรรมในการเข้าถึงบริการสุขภาพช่องปากในประชาชนไทยปี ๒๕๕๓ ประสานการจัดทําแผนการจัดบริการสุขภาพช่องปากของกองทุนทันตกรรมระดับจังหวัดปี ๒๕๕๔และ กระตุ้นการจัดทํายุทธศาสตร์สุขภาพช่องปากระดับเขต/จังหวัดในทุกเขต พั ฒ นาระบบการนิ เ ทศติ ด ตามผลการดํา เนิ น การกองทุ น ทั น ตกรรมร่ ว มกั บ สํา นั ก ตรวจราชการ โดยเป็นการแกนในการจัดระบบและทีมนิเทศ ๑๘ เขต และ รวบรวมและสรุปผลตามแบบการนิเทศ ตก.๑ และแบบการนิเทศ ตก.๒
  • การจัดการความรู้และสังเคราะห์บทเรียนการทํางาน ๔ เรื่อง คือ ๑) การส่งเสริมสุขภาพช่องปากเชิงรุกในชุมชน ๒) แนวทางการจัดบริการส่งเสริมสุขภาพช่องปากจากข้อมูลเชิงประจักษ์ในกลุ่มเด็ก ๐ – ๕ ปี๓) การประเมินผลประสิทธิภาพและความเป็นธรรมในการเข้าถึงบริการสุขภาพช่องปากของประชาชนไทย ปี๒๕๕๓ และ ๔) แนวทางการจัดบริการส่งเสริมสุขภาพช่องปากใน รพ.สต.ที่ไม่มีทันตบุคลากร พัฒ นาศัก ยภาพทั น ตบุค ลากร ได้ แก่ การอบรมการวิ จัย จากงานประจํ า ด้า นสุ ข ภาพช่ องปากปี๒๕๕๔ การอบรมพัฒนาศักยภาพทันตภิบาลในสํานักงานสาธารณสุขจังหวัด ในด้านบริหารจัดการ การจัดทําแผนและการกํากับประเมินผล อบรมวิชาการบริหารและพัฒนางานด้านทันตสาธารณสุข (Dental publichealth administration & development) ในหลักสูต รประกาศนียบัต รวิชาชีพทันตกรรมสาขาทันตสาธารณสุข
  • การพัฒนาฐานข้อมูลบุคลากรด้านทันตสาธารณสุข (พ.ศ.๒๕๔๒ - ปัจจุบัน) เพื่อการจัดทําและพั ฒ นาฐานข้ อ มู ล บุ ค ลากรด้ า นทั น ตสาธารณสุ ข ของประเทศไทย ที่ มี ค วามครอบคลุ ม บุ ค ลากรทางทันตสาธารณสุขทุกประเภท ทุกสังกัด ทั้งภาครัฐและเอกชน เผยแพร่องค์ความรู้ และผลงานวิชาการสุขภาพช่องปาก ในรูปวิทยาสารทันตสาธารณสุข ๒ ฉบับและจัดทํา เว็บไซต์สํานักทันตสาธารณสุข หนังสือความเป็นหุ้นส่วนระหว่างรัฐและเอกชน (๒ เรื่อง) ระบบสุขภาพช่องปากในกระแสการเปลี่ยนแปลง และเศรษฐศาสตร์บริการสุขภาพช่องปาก และจัดทําเว็บไซต์สํานักทันตสาธารณสุข"
  • แผนงานของกลุ่มพัฒนาระบบทันตสาธารณสุขปี ๒๕๕๔ ๑. ศึกษาวิจัยระบบบริการสุขภาพช่องปาก ๕ เรื่อง คือ โครงการถอดบทเรียนการส่งเสริมและพัฒนาสุข ภาพช่อ งปากคนพิก าร โครงการติ ด ตามและประเมิน ผลโครงการผลิ ต ทั น ตแพทย์ เ พิ่ม ของสํา นั กงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาตามความต้องการของกระทรวงสาธารณสุข ความสัมพันธ์ระหว่างการได้รับบริการสุขภาพช่องปากของเด็กวัยก่อนเรียนกับการมีฟันน้ํานมครบ ๒๐ ซี่ ในเด็กอายุ ๕ ปี โครงการสํารวจการรับรู้ของทันตแพทย์ภาคเอกชนเกี่ยวกับบทบาทวิชาชีพในการควบคุมยาสูบ การศึกษาความต้องการพัฒนาศักยภาพของทันตบุคคลากรระดับพื้นที่หลังดําเนินนโยบายกองทุนทันตกรรม ๒. ประสานการแลกเปลี่ยนการจัดทํายุทธศาสตร์ การจัดบริการสุขภาพช่องปากระดับเขต และจัดพิมพ์แผนยุทธศาสตร์สุขภาพช่องปากระดับเขต ๑-๑๒ ๓. การจัดประชุมวิชาการทัน ตสาธารณสุขแห่งชาติครั้งที่ ๑ เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการนําเสนอผลงานเพื่อเผยแพร่และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ทั้งด้านการพัฒนาการจัดบริการส่งเสริมสุขภาพช่องปากและด้านการบริหารจัดการในระดับจังหวัด อําเภอ และระดับตําบล เป็นการเพิ่มศักยภาพทันตบุคลากรสู่การการพัฒนางานทันตสาธารณสุขระดับพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นไป ๔. การพัฒนาระบบข้อมูลทันตสาธารณสุขระดับจังหวัดในจังหวัดนําร่อง ๒๓ จังหวัด (การเตรียมความพร้อมและเพิ่มศักยภาพทันตบุคลากร ในการบริหารจัดการระบบข้อมูลสารสนเทศของจังหวัดนําร่องเยี่ยมติดตามผลการพัฒนาระบบข้อมูลฯ ๔ จังหวัด และ จัดเวทีนําเสนอผลงาน ๑ ครั้ง) ๕. พัฒนาการประเมินผลกองทุนทันตกรรมในจังหวัดนําร่อง ๑๒ จังหวัด (จัดประชุมระดมความเห็นของตัวแทนทันตบุคลากรในจังหวัดนําร่องเพื่อร่วมวางกรอบแนวทางการการประเมินผลกองทุนทันตกรรมระดับ จังหวัด เยี่ย มสุ่มติด ตามนิเ ทศและสนับ สนุน การดํา เนิน การประเมิน ผลของจังหวัด และ จัด ประชุมนําเสนอผลการประเมินกองทุนทันตกรรมเบื้องต้นปี ๒๕๕๕) ๖. จัดระบบนิเทศตรวจราชการกองทุนทันตกรรมร่วมกับสํานักตรวจราชการ สป. ๗. พัฒนาศัก ยภาพทัน ตบุคลากรในเรื่อง การอบรมการวิจัย และเขีย นบทความวิช าการจากงานประจําด้านสุขภาพช่องปาก ๒๕๕๔ จัดการอบรมพัฒนาศักยภาพทันตบุคลากรในส่วนภูมิภาคปี ๒๕๕๕ (ทันตแพทย์ สสจ./ ทันตาภิบาล สสจ./ และ ทันตแพทย์ CUP) ในเรื่องการวางแผนบูรณาการเชิงรุก (แผนแก้ปัญหาสุขภาพช่องปากระดับพื้นที่) อบรมวิชาการบริหารและพัฒนางานด้านทันตสาธารณสุข (Dental publichealth administration & development) ในหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพทันตกรรมสาขาทันตสาธารณสุข การอบรมบทเรียน e-learning สํานักทันตสาธารณสุข (ผู้พัฒนา:เจ้าของหลักสูตร, อาจารย์ผู้สอน/ ผู้ใช้: ผู้เรียน) โครงการประชุมเครือข่ายทันตสาธารณสุขเพื่อพัฒนางานส่งเสริมสุขภาพช่องปาก
  • ๘. เผยแพร่องค์ความรู้ และผลงานวิชาการสุขภาพช่องปาก ในรูปวิทยาสารทันตสาธารณสุข ๒ฉบับและจัดทํา เว็บไซต์สํานักทันตสาธารณสุข ๙. การแก้ไขปรับปรุงและพัฒนาฐานข้อมูลบุคลากรด้านทันตสาธารณสุข ปี ๒๕๕๔ ตัวชี้วัดการพัฒนาระบบสุขภาพช่องปากของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเพิ่มประสิทธิ ภ าพการเข้า ถึง บริการส่ง เสริม และป้ องกั น โรคในช่อ งปาก ให้ ครอบคลุมอย่า งมีประสิทธิภาพ ด้วยการจัดระบบงบประมาณในรูปแบบกองทุนทันตกรรม การจัดทําแผนบูรณาการเชิงรุก(แผนแก้ปัญหาสุขภาพช่องปากระดับพื้นที)่ จึงเปรียบเหมือนทิศทางหรือธงนํา ที่เป็นตัวกําหนดแผนปฏิบัติการส่งเสริมป้องกันและแก้ปัญหาพื้นที่ระดับจังหวัด อําเภอ ตําบล ในการใช้งบกองทุนทันตกรรม การตรวจราชการปี ๒๕๕๕ จึงมุ่งติดตามกระบวนการจัดทําแผนบูรณาการเชิงรุก (แผนแก้ปัญหาสุขภาพช่องปากระดับพื้นที)่ ของแต่ละจังหวัด โดยติดตามกระบวนจัดทําแผน รูปธรรมของแผนบูรณาการเชิงรุก และความสัมพันธ์เชื่อมโยงระหว่างแผนบูรณาการเชิงรุกกับแผนปฏิบัติการกองทุนทันตกรรมของจังหวัดและ CUP ผลการดําเนินการตามแผน ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ การสนับสนุนจังหวัดและพื้นที่ ๑. สํานักทันตสาธารณสุขจัดประชุมถ่ายทอดนโยบายและแนวทางดําเนินการ ๒. สํานักทันตสาธารณสุขร่วมกับศูนย์อนามัยเขตร่วมจัดทํายุทธศาสตร์พัฒนาระบบบริการสุขภาพช่องปากระดับเขต ๓. สํานักทันตสาธารณสุขจัดทําคู่มือแนวทางการปฏิบัติงานให้จังหวัด ๔. สํานักทันตสาธารณสุขจัดประชุมวิชาการทันตสาธารณสุข เพื่อให้จังหวัดได้นําเสนอผลงานจัดบริการบูรณาการ/เชิงรุก/นวัตกรรม/โครงการพัฒนา ๕.สํานักทันตสาธารณสุขร่วมกับจังหวัดนําร่องร่วมพัฒนาระบบข้อมูลทันตสาธารณสุขและวางกรอบการประเมินผลการจัดบริการส่งเสริมป้องกันของกองทุนทันตกรรม
  • ข้อมูลผู้รับผิดชอบ/ประสานงาน โครงการ/กิจกรรม โครงการ/กิจกรรม ผู้รับผิดชอบในการประสานงานการประสานการแลกเปลี่ยนการจัดทํา นาย ศิริพงษ์ มะโนรส E-mail: manoros1986@gmail.comยุทธศาสตร์การจัดประชุมวิชาการทันตสาธารณสุข น.ส.นรินทิพย์ ชัยพรมเขียว E-mail: n.chaipromkhieo@gmail.comแห่งชาติครั้งที่ ๑ น.ส.สรารัตน์ เรืองฤทธิ์ E-mail: sararat.yuii@gmail.comการพัฒนาระบบข้อมูลทันตสาธารณสุข น.ส.นรินทิพย์ ชัยพรมเขียว E-mail: n.chaipromkhieo@gmail.comระดับจังหวัดในจังหวัดนําร่อง ๒๓ จังหวัดพัฒนาการประเมินผลกองทุนทันตกรรม น.ส.สรารัตน์ เรืองฤทธิ์ E-mail: sararat.yuii@gmail.comในจังหวัดนําร่อง ๑๒ จังหวัดจัดระบบนิเทศตรวจราชการกองทุน น.ส. นรินทิพย์ ชัยพรมเขียว E-mail:ทันตกรรมร่วมกับสํานักตรวจราชการ สป. n.chaipromkhieo@gmail.comในการติดตามแผนกองทุนทันตกรรมปี๒๕๕๕ ของทุกจังหวัด และแบบ ตก.๑ในการติดตามแบบรายงานกองทุนทันต-กรรมปี ๒๕๕๕ ของทุกจังหวัดการอบรมการวิจัยและเขียนบทความ ทพญ.เพ็ญแข ลาภยิ่ง E-mail: phenkhael@yahoo.comวิชาการจากงานประจําด้านสุขภาพช่องปาก ๒๕๕๔จัดการอบรมพัฒนาศักยภาพทันต น.ส.สรารัตน์ เรืองฤทธิ์ E-mail: sararat.yuii@gmail.comบุคลากรในส่วนภูมิภาคปี ๒๕๕๕ (ทันต / นายมารุต หมัดเสริมสิน E-mail: mudsermsin.m@gmail.comแพทย์ สสจ./ ทันตาภิบาล สสจ./ และทันตแพทย์ CUP) .ในเรื่องการวางแผนบูรณาการเชิงรุกการอบรมบทเรียน e-learning สํานัก ทพ.วรวิทย์ ใจเมือง E-mail: views04@yahoo.comทันตสาธารณสุขอบรมวิชาการบริหารและพัฒนางานด้าน นายเสกสรรค์ พวกอินแสง E-mail: seksun.p@anamai.mail.go.thทันตสาธารณสุข (Dental publichealth administration &development)วิทยาสารทันตสาธารณสุข ทพญ.วรวรรณ อัศวกุล E-mail: asawakun@yahoo.comการแก้ไขปรับปรุงและพัฒนาฐานข้อมูล นายมารุต หมัดเสริมสิน E-mail: mudsermsin.m@gmail.comบุคลากรด้านทันตสาธารณสุข ปี ๒๕๕๔โครงการประชุมเครือข่ายทันต นาง อรุณรักษ์ วรวัฒน์ E-mail: arunruck@health๒.moph.go.thสาธารณสุขเพื่อพัฒนางานส่งเสริมสุขภาพช่องปาก
  • บริหารยุทธศาสตร์ กลุ่มบริหารยุทธศาสตร์ หน้าที่สนับสนุนงานวิชาการ จากการรวบรวมงานของกลุ่มวิชาการโดยการวิเคราะห์ รวบรวมและให้ข้อเสนอมุมมองแก่ผู้บริหาร เพื่อการตัดสินใจ ลักษณะงานที่ทําส่วนใหญ่จะเป็นงานประจํา และค่อนข้างเร่งด่วนงานแผนและงบประมาณ ประสานการจัดทําแผนยุทธศาสตร์งานทันตสาธารณสุขทั้งระยะสั้น ระยะยาว ปรับสู่แผนปฏิบัติราชการ ๔ปี แผนปฏิบัติงานประจําปี การจัดทําคําของบประมาณในทุกๆปีโดยเตรียมข้อมูลในการตอบคําถาม-ชี้แจงงบประมาณต่อกรรมาธิการรัฐสภา ฯลฯ นอกจากนี้ได้บูรณาการงานทันตสาธารณสุขกับประเด็นยุทธศาสตร์หลายประเด็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกรม ประสานแผนกับหน่วยงานพื้นที่ระดับศูนย์อนามัยและจังหวัด จัดทําแนวทางการดําเนินงานทันตสาธารณสุขประจําปี ผ่านเวทีการประชุมชี้แจงและผ่านทางเว็บไซต์ของสํานักทันตสาธารณสุขงานติดตามและประเมินผล ติดตามการใช้จ่ายงบประมาณสํานักทันตสาธารณสุขทุกๆเดือนและรายงานแผน/ผลการดําเนินงานและเบิกจ่ายงบประมาณประจําปีเป็นรายไตรมาสทุก ๓ เดือนต่อกรม อนามัย ผ่านระบบศูนย์ติดตามผลการปฏิบัติงานกรมอนามัย (DOC) นอกจากนี้ยังมีการรวบรวมผลการปฏิบัติงานของกลุ่มวิชาการตามโครงการต่างๆ เพื่อนําเสนอแก่ผู้บริหารใช้เสนอโครงการ/ผลงาน/การรายงานผลในที่ประชุมต่างๆ เช่นการประชุมผู้บริหารกรมอนามัย การประชุมสายส่งเสริมสุขภาพ การเป็นวิทยากรของผู้บริหารในเวทีต่างๆในทุกระดับ นอกจากนี้มีการจัดประชุม สัมมนาและอบรมเพื่อพัฒนาบุคลกรภายในองค์กรงานพัฒนาข้อมูลสารสนเทศ ติดตาม รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูลเปรียบเทียบกับเป้าหมายตัวชี้วัด จัดระบบงานข้อมูลโดยประสานจากกลุ่มวิชาการในความต้องการข้อมูลต่างๆและวางแผนในการจัดหาข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาดําเนินการสนับสนุนการดําเนินงานทั้งในเรื่องเป้าหมาย ตัวชี้วัดเพื่อใช้วางแผนงานโครงการให้ทันความต้องการของผู้ใช้ ร่วมกับกลุ่มวิชาการพัฒนาระบบการจัดเก็บข้อมูลเพื่อเฝ้าระวังสภาวะทันตสุขภาพและปัจจัยสําคัญที่ดําเนินการทุกปี เนื่องจากต้องการติดตามสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของสภาวะโรคสําคัญในกลุ่มอายุที่เป็นเป้าหมายหลักของการดําเนินงานส่งเสริมและป้องกันโรค โดยจัดทําเป็นรูปเล่มและเผยแพร่ทางเว็บไซต์มีการอบรมพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ, Web site ที่ใช้งาน และอบรมโปรแกรมต่างๆที่ใช้งานภายในองค์ก ร และในส่วนงานเทคโนโลยีจะดู แลจัดหารวมทั้ งบํารุงรักษาอุปกรณ์-ครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ โดยดําเนินการและประสานงานในระดับกรมทุกปีงานพัฒนาวิชาการ เป็นเลขานุการในการพัฒนาวิชาการของสํานัก จัดประชุมทําแผนการวิจัยในอนาคตระยะยาว รวบรวมผลงานวิจัยเสนอกรม ในส่วนงานวิจัยกลุ่มบริหารยุทธศาสตร์ทําการศึกษาความต้องการของลูกค้าหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อบทบาทการทํางานในองค์กร และร่วมกับกลุ่มวิชาการในการทําวิจัยอีกหลายเรื่อง และยังมีงานที่ ได้รับ มอบหมายอี กหลายงาน เช่น งานกพร. (จัด ทํา คํา รับ รองการปฏิบัติงานและรายงานผล)PMQA KM ฯลฯงานพัฒนาข้อมูลสารสนเทศสถานการณ์การทํางานในปี ๒๕๕๔ ได้ดําเนินโครงการพัฒนาระบบจัดการข้อมูลเพื่อการเฝ้าระวังสุขภาพช่องปากและปัจจัยเสี่ยงสําคัญของประชาชนไทยในระดับจังหวัดร่วมกับกลุ่มวิชาการของสํานักฯ เริ่มจากการทบทวนระบบข้อมูลของจังหวัดค้ น หาช่ อ งว่ า งที่ เ กิ ด ขึ้ น จากการทํ า งานในระดั บ จั ง หวั ด ร่ ว มกั บ จั ง หวั ด อาสาสมั ค ร ๙ จั ง หวั ดในการพัฒนาแบบฟอร์มและกระบวนการจัดเก็บข้อมูลสถานการณ์แลละปัจจัยเสี่ยงตามหลักฐานทางวิชาการรายละเอียดสามารถอ่านได้จาก
  • รายงานพัฒนาระบบจัดการข้อมูลเพื่อ การเฝ้าระวังสุขภาพช่องปากและปัจจัย เสี่ยงสําคัญของประชาชนไทยในระดับ จังหวัด คู่มือ และได้ดําเนินการพัฒนาระบบ JHCIS ร่วมกับศูนย์เทคโนโลยี (การใช้งานโปรแกรมระบบฐานข้อมูลสถานีอนามัยและ หน่วยบริการปฐมภูม)ิ Java Health Center Information System : JHCIS สารสนเทศ สํานักปลัดกระทรวงสาธารณสุขในการออกแบบ รายงานทันตกรรม สํา นักทั นตสาธารณสุข กรมอนามั ย h t t p :/ / den t a l.a n a m a i.m op h .g o.t h ตลอดจนได้มีการประสานงานกับสํานักนโยบายและยุทธศาสตร์ สํานักปลัดกระทรวงสาธารณสุขในการดึงข้อมูลจาก ๑๒/๑๘ แฟ้ม และพัฒนาแฟ้มมาตรฐานทันตกรรมการดํา เนิน งานในปีงบประมาณ ๒๕๕๕ ของงานพัฒนาข้อมูลสารสนเทศ จะดําเนินการยกเลิกรายงาน ท๐๑เนื่องจากทางสํานักนโยบายและยุทธศาสตร์ สํานักปลัดกระทรวงสาธารณสุข จะดึงข้อมูลจาก ๑๒/๑๘ แฟ้ม เป็นรายงานทันตกรรมให้สํานักทันตสาธารณสุขใช้ประกอบการวางแผนการดําเนินงาน และจะมีการติดตามดูงานระบบเฝ้าระวัง ๒ จังหวัด และประสานกับสํานักงานสาธารณสุขจังหวัดในการใช้ระบบบันทึกข้อมูลของผู้มารับบริการในสถานบริการนั้นๆของพื้นที่เพื่อให้ทราบถึงปัญหาและการออกรายงานแต่ละระบบ เพื่อประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาให้กับบุคลากรในพื้นที่ต่อไปรายชื่อบุคลากรในกลุ่มบริหารยุทธศาสตร์ หัวหน้ากลุ่ม : อมราภรณ์ สุพรรณวิวัฒน์ นักวิชาการสาธารณสุขชํานาญการพิเศษ งานแผนงาน/งบประมาณ : ๐-๒๕๙๐-๔๒๑๗ นางอมราภรณ์ สุพรรณวิวัฒน์ ammaraporn.s@anamai.mail.go.th น.ส.สุพรรณี สุคันวรานิล supannee.s@anamai.mail.go.th น.ส.รัตนาภรณ์ มั่นคง rattanaporn.m@anamai.mail.go.th งานติดตาม/ประเมินผล : ๐-๒๕๙๐-๔๒๑๖ น.ส.สุวิภา อนันต์ธนสวัสดิ์ suwipa.a@anamai.mail.go.th น.ส.นัฏพรรณ ศรีวาดมา natthapan.s@anamai.mail.go.th นางสุพัตรา อภิสุนทรางกูร supattra.a@anamai.mail.go.th งานพัฒนาข้อมูลสารสนเทศ: ๐-๒๕๙๐-๔๒๑๗ น.ส.ณัฐมนัสนันท์ ศรีทอง vannapa.s@anamai.mail.go.th น.ส.สุชาดา สุราเลิศ babygrowbee.s@anamai.mail.go.th งานกพร. PMQA : ๐-๒๕๙๐-๔๒๑๗ น.ส. รัตนาภรณ์ มั่นคง rattanaporn.m@anamai.mail.go.th
  • ภาคผนวก
  • โครงสร้างสํานักทันตสาธารณสุขวิสัยทัศน์ เป็น องค์กรหลักในงานทันตสาธารณสุขของประเทศ เน้น การทํางานแบบมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย มุ่งสู่ องค์กรแห่งการเรียนรู้ เพื่อ สุขภาพช่องปากที่ดีทุกช่วงวัยของชีวิตบทบาทหน้าที่ ๑) พัฒนานโยบาย ยุทธศาสตร์และแผนงานหลัก รวมทั้งสนับสนุนการจัดทําแผนกําลังคนด้านทันตสาธารณสุขของประเทศ ๒) ศึกษา วิจัย พัฒนาและประยุกต์องค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางด้านทันตสาธารณสุข ๓) พัฒนาและจัดทํามาตรฐาน รูปแบบหลักเกณฑ์การปฏิบัติ ด้านทันตสาธารณสุข รวมทั้งพัฒนาระบบบริการสุขภาพ ระบบบริหารจัดการและระบบสนับสนุนทรัพยากรด้านทันตสาธารณสุขในระดับประเทศเพื่อตอบสนองพระราชดําริและคุ้มครองประชาชนให้เข้าถึงบริการที่จําเป็นทางทันตสุขภาพ อย่างมีคุณภาพและเป็นธรรม ๔) พั ฒ นาระบบ กลไก และเครื อ ข่ า ยการเฝ้ า ระวั ง และระบบสารสนเทศด้ า นทั น ตสาธารณสุ ขตลอดจนปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มีผลกระทบต่อทันตสุขภาพ ๕) ถ่ า ยทอดและพั ฒ นาศั ก ยภาพ ขี ด ความสามารถ และการมี ส่ ว นร่ ว มในการดํ า เนิ น งานทั น ตสาธารณสุขของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคีเครือข่ายและชุมชน ๖) สร้างกระแสและขับเคลื่อนทางสังคม เพื่อให้ประชาชนตระหนักและสามารถดูแลทันตสุขภาพของตนเองได้อย่างเหมาะสม ๗) ประสานความร่ว มมือ ติด ตามประเมินผล เพื่อการแก้ไขปัญหาด้านทัน ตสุขภาพกับ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นรวมทั้งพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านทันตสาธารณสุข ๘) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือได้รับมอบหมายพันธกิจ ๑) พัฒนา ผลักดัน และสนับสนุนให้เกิดนโยบาย/กฎหมายที่จําเป็น (Policy and RegulationAdvocacy) ในด้านการส่งเสริมทันตสุขภาพของประเทศ ๒) การผลิต พัฒนาองค์ความรู้ และนวัตกรรม เพื่อการส่งเสริมทันตสุขภาพ - ที่มีคุณภาพและสอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนไทย ตลอดจนเฝ้าระวัง (Surveillance) - สถานการณ์ทางทันตสุขภาพ - และปัจจัยแวดล้อมที่มีผลกระทบต่อสุขภาพช่องปาก
  • ๓) เสริมสร้างศักยภาพบุคลากรทันตสาธารณสุขให้สามารถดําเนินการส่งเสริมทันตสุขภาพที่ดีและมีคุณภาพแก่ประชาชนโดยการถ่ายทอดองค์ความรู้ และ เทคโนโลยีด้านการส่งเสริมทันตสุขภาพให้กับเครือข่าย ๔) การพัฒนาระบบทันตสาธารณสุขให้เข้มแข็ง (System Capacity Building) รวมไปถึงระบบที่เกี่ยวข้องโดยการจัดทําแผนงาน เป้าหมาย ยุทธศาสตร์ ตลอดจนกํากับติดตามและประเมินผล เพื่อนํามาสู่การพัฒนานโยบายกฎหมายและระบบอย่างต่อเนื่องและมีคุณภาพโครงสร้างและบุคลากรสํานักทันตสาธารณสุข*ตามคําสั่งกรมอนามัยที๓๐๓/๒๕๕๓ให้กลุ่มพัฒนาความร่วมมือเป็นหน่วยงานที่มีฐานะเทียบเท่ากอง ่
  • ตารางตัวชี้วัดทันตสาธารณสุข รายการ เป้าหมาย ระบบข้อมูล สํานักทันตฯ ตัวชี้วัดสําคัญ กระทรวงสธ.ร้อยละหญิงตั้งครรภ์ที่มาฝากครรภ์ในสถานบริการ ร้อยละ ๙๐ / /สาธารณสุขได้รับการตรวจสุขภาพช่องปากและได้รับคําแนะนําทางทันตสุขภาพจํานวนผู้สูงอายุได้รับบริการใส่ฟันเทียม ในโครงการ ๓๐,๐๐๐ ราย / /ฟันเทียมพระราชทานจํานวนชมรมผู้สูงอายุที่จัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ ๒๕๐ ชมรม / /ช่องปากแก่สมาชิกชมรมจํานวนผู้สูงอายุที่รับบริการส่งเสริมป้องกันทาง ๒๐,๐๐๐ ราย / /ทันตสุขภาพร้อยละโรงเรียนประถมศึกษาไม่มีการจําหน่ายหรือ ร้อยละ ๘๐ / /จัดน้ําอัดลมให้แก่เด็กร้ อ ยละเด็ ก อายุ ๑๒ ปี ปราศจากฟั น ผุ ( สํ า หรั บ ร้อยละ ๔๕ / /จังหวัดที่ร้อยละปราศจากฟันผุถึงร้อยละ ๔๕ แล้วให้เพิ่มเป้าหมายเพิ่มขึ้น ร้อยละ ๑)ร้อยละโรงเรียนประถมศึกษาจัด กิจ กรรมแปรงฟัน ร้อยละ ๙๒ / /หลังอาหารกลางวันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ทุกวันร้อยละศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจัดกิจกรรมแปรงฟันหลัง ร้อยละ ๙๕ / /อาหารกลางวันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ทุกวันร้อยละเด็กอายุ ๑๒ ปี พบฟันตกกระ ร้อยละ ๑๐ / /ร้อยละเด็ก ป. ๑ ได้รับการเคลือบหลมร่องฟน ุ ั ร้อยละ ๕ / /เด็กอายุ ๓ ปี ปราศจากฟันผุ ไม่น้อยกว่า / ร้อยละ ๔๑เด็กอายุ ๙-๑๒ เดือนได้รับการตรวจช่องปาก และ ไม่น้อยกว่า /ผู้ปกครองได้รับการฝึกแปรงฟันให้เด็ก ร้อยละ ๘๕เด็กอายุ ๑๘ เดือน ปราศจากฟันผุ /เด็กอายุ ๑๘ เดือน ได้รับการแปรงฟันก่อนนอนทุก ไม่น้อยกว่า /วัน ร้อยละ ๗๐ศูน ย์พัฒ นาเด็ กเล็ก จัด ผลไม้เ ป็น อาหารว่า งให้เ ด็ ก ไม่น้อยกว่า /๓-๕ วัน/สัปดาห์ ร้อยละ ๘๕เด็ ก ป.๑ ได้รั บ บริ การตรวจสุ ข ภาพช่ อ งปากและ ร้อยละ ๗๐ /บริการส่งเสริมสุขภาพช่องปากเด็ก ป.๖ ได้รับการบริการเคลือบหลุมร่องฟัน ร้อยละ ๒๐ /เด็ก ป.๑ ได้รับการบริการผสมผสานอย่างสมบูรณ์ ไม่น้อยกว่าร้อยละ /(Comprehensive care) ๒๐ ของเด็ก ป.๑ ที่ ได้รับการตรวจฟัน