เทคนิคเด็กแนว

16,123 views

Published on

1 Comment
58 Likes
Statistics
Notes
  • เป็นสิ่งที่มีประโยชน์มาก
       Reply 
    Are you sure you want to  Yes  No
    Your message goes here
No Downloads
Views
Total views
16,123
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
20
Actions
Shares
0
Downloads
1,288
Comments
1
Likes
58
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

เทคนิคเด็กแนว

  1. 1. คําขึ้นตนการวิเคราะหดานเทคนิคเกิดขึนโดยอาศัยหลักสถิติท่มีกฏเกณฑการคํานวณอยางมีหลักการ ้ ี มีความซับซอน สิงสําคัญทีสุดคือการวิเคราะหและการตีความของผูใชและอาจกลาวไดวาในบางครั้งการตีความ ่ ่ขาดแบบแผนทีแนนอน ซึ่งตองอาศัยประสบการณของผูใชแตจาเปนตองยึดในหลักทฤษฏีควบคูไปกับหลัก ่  ํสถิตยอนหลัง เชนเดียวกับการพยากรณอากาศเปนแบบอยางในการทํานาย ซึ่งความคลาดเคลือนมีโอกาส ิ  ่เกิดขึ้นไดเสมอ อยางไรก็ตามเปนที่ยอมรับวา Technical Analysis มีความแมนยําสูงมาก เพียงแตไมควรนําความรูสกหรืออารมณในการซือขายเขามามีสวนในการทํานายมากเกินไป เพราะจะทําใหการวิเคราะห ึ ้เกิดเบี่ยงเบนไดงายการเขียนแนวทางการวิเคราะหน้ี ผูเขียนใชวิเคราะหกราฟผานโปรแกรมของ Bisnews เนืองจากมีความ ่สะดวกและแพรหลายในการใชงาน และตองขอขอบพระคุณมา ณ ที่นี้ท่ทานมีโปรแกรมดีๆ ใหเราไดใช โดย ี ไอเดียในการวิเคราะหไดอาศัยหลักทฤษฏีอยางเหมาะสม และผสมผสานกับประสบการณ ซึ่งมีความสําคัญมาก ดังนั้นผูที่ทาความเขาใจจะไดรับการถายทอดแนวทางการใช ซึ่งชวยรนเวลาในการ  ํเรียนรูเ องอยางรวดเร็ว และตรงกับการใชงานจริงคําแนะนํา:ขอใหผูศึกษาทําความเขาใจอยางถีถวน ตองเขาใจในทฤษฏีทแทจริง แตในการใชงานนันใหตรวจสอบสถิติ ่ ่ี ้ของหุนตัวนันๆ เปนสําคัญ เพราะทฤษฏีเดียวกันอาจจะใชไมเหมือนกันในหุนที่มีพฤติกรรมราคาทีแตกตาง  ้ ่กัน ผูทสามารถทําความเขาใจกับตํารานี้จนมีความชํานาญ ขอใหทานตระหนักไววาการวิเคราะหเทคนิค ่ีเปนเพียงแนวทางหนึ่ง มิใชคําตอบทั้งหมดของหุนนั้นๆ จึงควรใชหลักวิชาในวิถีทางอันสมควร อยาหลง ตัวเองวาการเรียนรูเทคนิเคิลคือเหนือกวาผูอื่น แตควรยึดการมีเหตุและผล รวมทังระลึกถึงผูรบคําแนะนําวา  ้ ัเขาคือผูรับความเสี่ยงตามคําแนะนําของเรา จึงตองไมใชความประมาทในการใหคําแนะนํารณกฤต สารินวงศ (2 nd edition)มกราคม 2551
  2. 2. Searchประเภท หนาCandle Stick 3– 7Point & Figure 8 – 10Pattern 11 - 15Moving Avegage 1. Moving Average 16 – 17 2. Moving Average Envelops 18 3. Parabolic 19Indicator 1. Stochastics 20 - 21 2. Relative Strength Index 22 3. Moving Average Convergence-Divergence 23 4. Momentum 24 5. Directional Movement Index 25 6. Volume 26 - 27 การทํา Active Trading 28 - 32 2
  3. 3. กราฟ กราฟเกิดจากการนําราคาหุนมาเรียงกันเปนรายวัน (หรืออืนๆ เชนรายสัป ดาห) โดยขึ้นอยูกับประเภทของกราฟ  ่นันๆวา จะนําทั้งราคาเปด-ปด-สูงสุด-ต่ําสุด มาใชทั้งหมดหรือไม แตส่งที่กราฟสามารถใหความหมายแกผูวิเคราะหไดนน ้ ิ ั่ก็คือแนวโนมของราคาหุนในอดีต จะชวยในการตีค วามทิศทางในอนาคตประเภทของกราฟการใชกราฟสําหรับวิเคราะหเทคนิคนันมีหลายประเภท แตทนิยมใชในการวิเคราะหนนมีห ลักๆ เชน ้ ี่ ั้ - กราฟเสน (Line chart) - กราฟแทง (Bar chart) - กราฟแทงเทียน (Candle stick chart) - กราฟ P&F (Point & Figure chart) Bar chart Line chart Point&Figure chart Candle stick chartในระยะแรกๆ ของการวิเคราะหท างเทคนิคจะนิยมใช Bar chart และ Line chartแตในระยะหลังๆ ความแมน ยําของCandle stick มีสูงกวา เพราะมีคุณลักษณะพิเศษหลายประการจึงทําใหไดรบความสนใจอยางแพรหลาย ั ขณะที่Point&Figure นันยังไดรับความสนใจในบางกลุม เพราะบอกทิศทางในระยะกลางไดคอนขางดี ้ สําหรับ การวิเคราะหท างเทคนิคที่นําเสนอในเอกสารนี้จะเนนที่การอาน Candle stick chart เนื่องจากทําความเขาใจงายและมีลักษณะเฉพาะตัวที่สามารถประเมินทิศทางไดในทันทีการวิเคราะหเทคนิคจะตางจาการวิเคราะหปจจัยพื้น ฐานโดยสิ้นเชิง เนื่องจากกราฟสามารถบอกไดถึงเวลาที่จะซื้อและขาย บอกราคาในการเขาและออกจากการลงทุน บอกแนวโนมในอนาคตไดชัดเจน ซึ่งชวยใหสามารถตัดสิน ใจไดในทุกชวงเวลา ตางจากการวิเคราะหทางพืนฐานที่บอกไดเพียงมูลคาพื้นฐานแตไมสามารถบอกจังหวะเวลาในการซื้อหรือขายได ้ 3
  4. 4. 1.Candle Stick กราฟแทงเทียน ใหประโยชนแกน ักวิเคราะหเทคนิคอยางมาก เนื่องจากมีความชัดเจนในการบอกทิศทาง และ สามารถตีความไดงาย มีความแมนยําสูง ไสเทียน แทงเทียน องคป ระกอบของแทงเทียน : 1.ไสเทียน ซึ่งจะบอกราคาสูงสุด-ต่ําสุด 2. แทงเทีย น จะบอกราคาเปด และปด สูง ถาเปน แทงโปรงหรือสีเขียวแสดงวาหุนบวก ปด ถาเปน แทงทึบหรือสีแดงแสดงวาหุนลบ 3. เมื่อนํามาประกอบเปนแทงเทียนเต็มรูป จะไดรปที่มท ั้ง ู ี เปด ต่ํา แทงเทียนและไส ซึ่งจะบอกราคา สูง-ต่ํา-เปด-ปดรูปแบบและความหมายรูป A1 DOJI (อานวา โด จิ) เปน การเกิดรูปกากบาท ซึ่งจะทําใหราคาหุนหลังวันที่เกิด Doji จะมีการ เปลี่ยนทิศ - หาก Doji เกิดดานบน(ตามรูป) จะทําใหวันรุงขึนหุนมีโอกาสจะ ้ ปรับตัวลง ดังนั้น ควรพิจารณาขายหุนออก  - ในทางกลับกัน ถาเกิดดานลาง จะทําใหวน รุงขึนหุน จะปรับขึน ั ้  ้รูป A2 DOJI HARAMI (อานวา โด จิ ฮารามิ) หาก Doji ไมไดเกิดที่จุดสูงสุดดังรูป A1 แตจะเกิดกึ่งกลางลําตัวของแทง เทียน เราจะเรียกวา Doji Harami ซึ่งจะใหผลคลายกับรูป A1ดังในภาพจะ เห็น วาหลังเกิด Doji Harami หุนก็จะปรับตัวลง รูป A3 แมวาในบางครั้งเกิด Doji แลว แตวัน ตอมาหุนไมปรับลงก็ตาม (A3) แต สัญญาณ Doji ไดเตือนเราลวงหนาแลววาหุน ใกลจบการปรับขึน ดังนั้น เมือ  ้ ่ เห็นสัญญาณ Doji เราก็ค วรระมัดระวังอยูดี เพราะในอีก 2 วันตอมา  หุนเริมมีการปรับตัวลง  ่รูป A4 Morning Star Star, Morning Star การเกิด Star จะตีความแบบเดียวกับ Doji แตลักษณะของแทงเทียนจะ ไมเปนกากบาท ซึ่งเราเรียกวา Star - การเกิด Star ดังรูป A4 เรียกชื่อเต็มวา Morning Star ซึ่งแปลความ วาในวันรุงขึ้นหุนจะดีขน เรือยๆ  ึ้ ่ 4
  5. 5. รูป A5 Evening Star Star, Evening Star ในทางกลับกันของ Morning Star เราเรียกวาเกิด Evening Star ซึ่งสามารถ แปลความหมายไดวาในวันรุงขึนราคาหุน จะติดลบ หรือปรับตัวต่ําลง ้  กวาวันกอนหนา คนที่มหนอยูจึงควรลดความเสี่ยง ี ุรูป A6 Shooting Star Shooting Star (อานวา ชูท ติ้งท สตาร ) ลักษณะแทงเทียนของ Shooting Star จะเหมือนตามรูป A6 ซึ่งจะเปนแทงทึบ หรือแทงโปรงก็จะใหความหมายใกลเคียงกัน แตแทงทึบจะใหความแมน ยํา สูงกวา ซึ่งหมายถึงวันตอ มาราคาหุนจะมีการปรับตัวลงแลว (เนื่องจาก  ดาวถูกยิงตกนั่นเอง)รูป A7 Hanging Man Hanging Man (อานวา แฮงกกิ้งแมน) การเกิด Shooting Star แบบกลับหัว จะมีชอเรียกที่แตกตางออกไปเรียกวา ื่ Hanging Man ซึ่งหมายถึงจะทําใหหนปรับ ตัวลดลงในวันตอมา (เราเรียกวา ุ คนถูกแขวนคอ) แตขอสังเกตก็คอกราฟ Hanging Man จะตองเปนสีทึบ ื จึงจะถูกตองตามทฤษฏีรูป A8 Hammer Hammer (อานวา แฮมเมอร) หากรูป แบบคลาย Hanging Man เกิดที่ดานลาง จะเรียกชื่อวา Hammer ซึ่ง ไมวาจะเปนแทงทึบหรือโปรงจะใหความหมายเชิงบวก แตแทงโปรงจะให ความหมายที่แมน ยํากวา นั่นคือแนวโนมการปรับขึน ของหุน ในวัน ตอมา ้  นันเอง ่รูป B 1 Counter Attack Counter Attack(อานวา เคาวเตอร แอ็ทแท็ค) เปน สัญญาณที่ราคาหุนเกิด new high แตกลับเผชิญแรงขายจนราคาหุน กด   ต่ําลงเปน แทงทึบ เทากับราคาปดสูงสุดวันกอนหนา สัญญาณแบบนี้แสดงให เห็น วามีแรงขายทีรน แรง เปนการจบรอบการขึน คนที่ไมรูจักสัญญาณนี้จะ ุ่ ้ คิดวาหุนมี new high ซึ่งเขาไปไลซื้อหุน ตาม และจะทําใหติดหุนในที่สูงนั่นเอง  (หมายถึงถูกตีตลบหลัง) 5
  6. 6. รูป B2 Dark Cloud Dark Cloud Cover ( อานวา ดารค คราวด คอฟเวอร) สัญญาณแทงดําปรับ ลงจนคลุมแทงขาวของวัน กอนหนาในระดับกึง ่ หนึ่ง ซึ่งเราเรียกวาเกิด Dark Cloud Cover หมายถึงหุนมีโอกาสจะปรับ  ทิศจากขึน เปนลงในวันตอ ๆมา และมีโอกาสลงไดหลายวันหลังจาก ้ เกิดสัญญาณนี้ขึ้นมารูป B3 Bearish Engulfing Bearish Engulfing (แบร ริช เอ็นกัฟฟงค) เปน สัญญาณขายที่น ากลัว ถือเปนสัญญาณราย เนื่องจากราคาหุน ถูกทุบ อยางรุน แรงจนเกิดเปนแทงดําคลุมแทงขาวของวันกอนหนาทั้งหมด ซึ่ง เมื่อเกิดสัญญาณนี้แลวสวนใหญจะทําใหหนผันผวนตามมาอยางมาก ุ หากยิ่งแทงดํายาวเทาไร ยิ่งมีผลรุนแรงในวัน ตอมารูป B4 Bullish Engulfing Bullish Engulfing (อานวา บูล ริช เอ็นกัฟฟงค) เปน สัญญาณในทางกลับกันของ Bearish Engulfing และเปนสัญญาณการ กลับ ตัวขึนของหุนที่รุนแรงมาก ดังรูป B4 และหากเกิดเปนแทงสีขาว ้  ติดตอกัน 3 แทงเราเรียกวา Three White Soldier ซึ่งนักวิเคราะหสามารถ คาดการณลวงหนาไดวาจะเกิดรูปแบบนี้ และแนะนําใหไปขายในวันที่ 4 เพราะจบ Three White Soldier แลวรูป C 1 Piercing Pattern Piercing Pattern (อานวา เพียรซิ่ง แพ็ทเทิรน) เปน สัญญาณการฟน ตัวของหุน โดยเมื่อหุนมีการปรับลงอยางตอเนื่องและ   เกิดการดีดตัวทายตลาดขึ้นมา โดยแทงเทียนสีขาวปดถึงครึ่งหรือสูงกวาของ แทงดําในวัน กอนหนา และสงผลใหแนวโนมในวัน ตอไป เริมฟน ตัวขึ้น ่  อยางตอเนื่อง เปนสัญญาณการกลับตัวขึ้นประเภทหนึ่งรูป C2 Tower bottom Tower Bottom การเกิด Tower Bottom จะเกิดเมื่อราคาหุนกอนหนาเคลื่อนไหวแคบๆ ใน  แนวต่ํา แตแลวมีการกระชากตัวขึ้นอยางรุนแรง เปนแทงสีขาวขนาดใหญ ขึ้นมาอยางแรง ซึ่งจะสงผลใหหนเปลียนทิศ ในวันตอ ไป ดังนันเปรียบ ุ ่ ้ ไดวาวัน กอนหนาเปนการสรางฐาน เมื่อฐานแนน แลวจึงมีการกระชากตัว สูงขึ้น นัน เอง ่ 6
  7. 7. รูป C3 Tower Top Tower Top ในทางกลับกันชวงที่ตลาดยังเปนขาขึน และราคาหุนเริมมีแนวโนมทรง ้  ่ ตัวแคบๆ แตเกิดแรงขายออกมาจนเปนแทงสีดําขนาดใหญ เรียกวาเกิด Tower Top ซึ่งจะทําใหหุนปรับตัวลดลงเปลี่ยนทิศทางหลังจากนั้น เปน ตนไป โดยสัญญาณนี้ห ากมี Volume สนับ สนุนมาก จะทําใหหนเปลี่ยน ุ ทิศทางไดโดยสิ้นเชิงรูปแบบ Candle Stick ที่นํามาแสดงนี้เปนสวนที่เกิดขึ้นบอย และมีความสําคัญ อยางไรก็ตามในการอานกราฟ จะตองใชควบคูไปกับเครื่องมือบอกทิศทางอื่นๆ เพื่อใหเกิดความแมนยํามากยิ่งขึ้น โดยแนะนําใหใชรวมกับ RSI, Stochastic, MACDและ VOL.ตัวอยางกราฟ Shooting Star Bullish Engulfing Inverse Hammer Overboughtจากกราฟขางตน หากใชรวมกับ RSI จะไดความแมน ยําขึน ทั้งนีเ้ มื่อเกิดสัญญาณใดๆ ขึ้น และ RSI มีการตอบสนองจะทํา ้ใหเกิดการเคลื่อนไหวใกลเคียงกับสัญญาณที่เกิน เชนการเกิด Shooting Star ซึ่งเปนสัญญาณขาย และ RSI ปกหัวลงดังนั้นเปน การยืนยันวาทิศทางในเวลาตอมาจะตองปรับตัวลงตอ ในทางกลับกันเมื่อเกิด Inverse Hammer ขณะที่ RSIกําลังเริ่มผงกหัวขึ้น เปนการยืน ยัน วาจะพลิกกลับขึ้นไดในวัน ตอมา 7
  8. 8. 2.Point & FigurePoint & Figureประโยชน และการใชงาน : P&F เหมาะในการใชบอกสัญญาณซื้อ -ขาย แนวโนม และทิศทางไดคอนขางแมนยํา โดยนิยมใชในการพิจารณาเขาลงทุนในระยะสั้น-ปานกลางมากกวาการเก็งกําไรระยะสั้นการกําหนดคา : ชวงราคาหุน  Box Size 0 – 10 0.10 10-50 0.25 50-100 0.50 100-200 1.00 200-600 2.00 600-1,000 4.00 1,000+ 6.00การกําหนดคามีความจําเปน อยางมาก เพราะชวยในการวิเคราะหแนวโนมการเปลี่ยนแปลงของราคาหุน อยางเหมาะสมดังนั้นนักวิเคราะหควรเลือกใชอยางถูกวิธี การใช Box Size อาจมากกวาคาที่กําหนดก็ได เชนถาราคาหุน 10-50บาท อาจ ใช Box Size ที่ 1.00 ได จะทําใหสามารถกําหนดการเคลื่อนไหวของราคหุนใหชาลง แตไมควรใช Box Size มากเกิน ไปจะ ทําใหการวิเคราะหเกิดผิดพลาดได สวน Reversal ควรใชประมาณ 2 ซึ่งถาเรากําหนด Box size =4 และ Reversal = 2หรือเขียนเปน สัญญลักษณ(4x2) หมายความวา กากบาท หรือ สี่เหลี่ยมจะมีคาเทากับ 4 บาท และราคาหุน จะถูก plot เปลี่ยนทิศทางเมื่อมีการกลับ ตัว ที่ 8 บาทการอานคา รูป X หมายถึงราคาหุน เพิ่มขึน ขณะที่รูป □ หมายถึงราคากําลังปรับลง  ้ ตัวอยาง box size 0.25 x4 หมายถึงราคาหุน แตละ box จะมีคา 0.25 บาท และจะมีการ  เปลี่ยนแปลงกลับทิศเมื่อ 0.25x4 = 1 บาทการหาแนวตานแนวรับ ในระยะสัน ้ จากตัวอยาง SET จะพบวาแนวตานสามารถกําหนดได จากกรอบสามเหลี่ยมบนที่ระดับ ใกล 720 จุด และมี แนวขนาน แนวตาน แนวตานถัดไปทีเ่ สนแนวขนานที่ 730 จุด ..ดานแนวรับก็สามารถหาในวิธีเดียวกัน โดยใช เสนแนวขนานและกรอบสามเหลี่ยมลางใกล 700 จุด นอกจากนี้การอานรูป แบบยังสามารถสังเกตการ เกิดสามเหลี่ยมไดเชนกัน แตมขอแมวาการลากเสน ที่ ี เปน แนวเฉียงสําหรับ P&F จะตองลากเปนแนว 45 สามเหลี่ย ม องศาไมใชลากตามอําเภอใจ 8
  9. 9. การหาจุดซื้อและจุดขายสามารถกําหนดไดไมกี่วิธี โดยมากจะพิจารณาจากการผานแนวระนาบที่ เคลื่อนไหวแคบๆของกราฟ เมื่อผานขึน ไปก็จะเกิด ้ สัญญาณซื้อ ในกราฟตําแหนง A จะเห็นวาเมื่อ X ผานแนวกรอบ ขนานบนก็จะวิ่งขึ้นอยางแรง เชนเดียวกับตําแหนง B ซึ่งตางกันตรงทีมีการสรางรูป สามเหลี่ยมซอน ่ แนวดิ่ง B ขึ้นมาอยางชัดเจน และเมื่อ X ผานขึ้น ไปก็จะขึ้นแรง เชนกัน ระยะการขึ้นหรือลงของราคาหุน สามารถ  กําหนดคราวๆ จากแนวระนาบ จะใกลเคียงกับแนวระนาบ แนวดิ่ง ดังนันเมื่อราคาหุนวิ่งผานแนวตานขึน ไปเชน ้  ้ A ในจุด A การขึ้นก็จะมีระยะใกลเคียงกับแนวระนาบ โดยสามารถขึ้น ไปราว 72-73 บาท นัน เอง่ การลากเสน แนวตาน-แนวรับ เปนทีท ราบกันแลววา ่ จะตองอิง 45 องศาเปนเกณฑ และการลากเสน จากอดีตสามารถใชไดอยางตอเนื่องไปถึงอนาคต เชนเดียวกับ การลาก Trend line ในกราฟทั่วไป ตาน การลาก Trend line ใน P&F ก็ใหอิทธิพลในการมอง ตาน เดียวกันกับกราฟทั่วไป และยังสามารถจิน ตนาการ การเกิดรูปตางๆ ตามมาได เชนในกราฟจะเห็นการ สราง V-Shape เปนตน เมื่อเปนไปตามนี้แนวตาน รับ ของ V-Shape จะไปไดแถว 740 จุดเปนตน การ แนะนําตามรูปนี้ จึงควรแนะนําใหถือหุน ตอไปจน  SET วิ่งไปถึง 740 จุด แตม ีขอแมวาถาราคาหุนวิ่ง  รับ สวนทางลงเกิดกอนสี่เหลี่ยมทะลุ X ลงมาผาน 700 V-Shape จุด แสดงวารูป V-shape ตองถูกยกเลิกไป กลายเปน เปลี่ยนทิศจากขาขึ้น เปน ขาลง และจะลงมาถึงแนว รับ 680 จุดได เพราะเปน แนวที่เคยลงมากอนหนา 9
  10. 10. ตัวอยาง การ เกิดสัญญาณซื้อ จากภาพเรากําลังจะหาสัญญาณซื้อใน P&F โดย B2 เราคาดวาหากกากบาทผานแนวตานกรอบ สามเหลี่ยมไปไดซงเปน B1 จะทําใหมีการวิ่งขึน ไป ึ่ ้ B1 ชนแนวตานตอมาที่ B2 ดังนั้นเราจึงพิจารณาเขา ซื้อหุนเมื่อราคาผาน 31 บาทขึนไป จากนันตั้งขาย  ้ ้ ทํากําไรทีบริเวณ 33 บาท ซึ่งเปน แนวตานตอมา ่ และหากราคาหุนวิ่งผาน 33 บาทขึ้นไปเราจะตอง  กลับ เขามาซื้อเพิ่ม เพราะหุนจะขึน แรง เนื่องจาก ้ ไมมีแนวตานใดขวางอีกแลว กราฟรูปตอมา เราจะเห็น วาเมื่อราคาหุน สามารถ  ผาน 33 บาทขึนไปไดจะเกิดสัญญาณซื้ออีกครั้ง ้ หนึ่ง ซึ่งเราจะตองกลับมาซื้อปริมาณมาก เพราะ B2 หุน จะขึน แรงเนื่องจากไมมีแนวตานขวางไวแลว  ้ วิธีการวัดวาหุน จะขึ้นไดเทาไรนัน ในเบื้องตนเรา ้ ใหแนวระนาบ พอกับ แนวดิ่งโดยใหมีความยาว เดียวกัน ซึ่งสามารถวัดไดที่ราคา 40 บาท ดังนัน ้ พบวาเราสามารถเขาซื้อหุน ในครั้งที่ 2 นี้ และถือ  ไปจนถึง 40 บาท เปน อยางนอย อันตราย จุดทยอย แนวรับ การมอ ง P& F ในระยะยาว และพิจารณาตาม Pattern ก็สามารถทําไดเชนกัน โดยจากกราฟ เราเห็น วาหุนมีการสราง  รูป W-shape ซึ่งเมื่อจบรูป บริเวณที่เลยขึ้นไปควรเปนระยะของการ take profit มากกวาที่จะไลซื้อตาม นอกจากนี้ เมื่อมีการสรางรูป สามเหลี่ยม ราคาหุนปรับตัวลงผานสามเหลี่ยมลงมาก็จะเปนสัญญาณอันตรายใหขายหุน ออก และ   ควรจะเขารับ อีก ซึ่งเราอาจจะพิจารณาใหตรงกลางของ W เปน แนวรับก็ได 10
  11. 11. แนวรับและแนวตานในการวิเคราะหเทคนิคสําหรับใชงานในชีวิตประจําวันนัน การหาแนวรับ (support) และแนวตาน(Resistant) ถือวามี ้ความสําคัญมาก และตองใชตลอดเวลาในการลงทุน นอกจากนียังมีประโยชนในการกําหนดจุดซื้อ จุดขาย จุดตัดขาดทุน ้หรือจุดหยุดกําไร การหาแนวรับและแนวตานไดอยางคลองแคลวอาจชวยใหการลงทุนปลอดภัย และไดกําไรสูงสุดอยางงายดาย ดังนั้น จึงถือวามีความสําคัญมากที่น ักลงทุน ควรจะฝกฝนใหเปนแนวรับ คือแนวทีหน จะปรับ ตัวลดลงมาถึง และสามารถรับอยู ซึ่งโดยมากใชเปนแนวสําหรับ เขาซื้อ ่ ุแนวตาน คือแนวทีหน จะปรับตัวขึ้น ไปถึง และไมนาจะผานไปได ซึ่งโดยมากใชเปน แนวสําหรับการขาย ่ ุ การหาแนวรับแนวตาน มีไดหลายวิธี ดังนี้ 1. หาจากราคาจิตวิท ยา 4. หาจาก Trend line 2. หาจากราคาในอดีต 5. หาจาก Pattern 3. หาจากเสนคาเฉลี่ย 6. หาจากเครื่องมือวัดคา1.การหาจากราคาจิตวิทยา คือการหาแนวรับ แนวตานจากราคาเต็ม ที่เปนตัวเลขหลักกลมๆ เชน 50 บาท หรือ 100 บาท เปนตน ซึ่งเปนการกําหนดอยางงายๆ แตมีผลดานจิตวิทยา เนื่องจากนักลงทุนมองวาตัวเลขดังกลาวเปน จํานวนเต็มที่ตองใหความสําคัญ เมื่อทุกคนเห็นความสําคัญพรอมกัน จึงเปน ตัวเลขที่มีความหมาย2.การหาจากราคาในอดีตเปนการหาแนวรับแนวตานในระยะสั้น ๆ เหมาะสําหรับการใชDay trade ที่ผูถือหุน ตองการจะตัดสิน ใจซื้อหรือขาย จึงตองมอง หาแนวรับ แนวตานที่เหมาะสม ดังนันการกําหนดอยางงายๆ ที่ ้ 380สุดก็คือใหใชราคาในอดีตยอนหลังไปในระยะสั้นๆ เพื่อหาราคาหุนที่เคยเกิดขึ้น และนํามาเปน ตัวกําหนดในการใชเปน แนวรับ  support 328แนวตาน3.การหาจากเสนคาเฉลี่ยการหาแนวรับแนวตานดวยวิธีนี้เปนวิธที่คอนขางงาย เนื่องจาก ีเสน คาเฉลี่ยสามารถหาไดงาย และมีการสรางขึ้นดวยโปรแกรม Resistantมาตรฐาน โดยเสนที่อยูเหนือ กราฟจะเรียกวาแนวตาน และเสนทีอยูต่ํากวากราฟจะเรียกวาแนวรับ อยางไรก็ตามขอ ่สําคัญอยูท ี่การสังเกตเสนคาเฉลี่ย ซึ่งผูเลือกใชไมจําเปน ตอง Supportใชเสนคาเฉลี่ยเหมือนกันในทุกหุน เพียงแตตองศึกษาพฤติกรรม ของแตละเสน และเลือกใชมัน ตามความชํานาญของตัวเอง 11
  12. 12. 4.การหาจาก Trend line ลากตามแนวโนมขาลงการหาดวยวิธีน ี้จะตองมีความชํานาญในการสังเกต เนื่องจากการลากเสนจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งอาจไมมีขอกําหนดที่ชัดเจน 1และมีหลากหลายแนวทาง ทั้งหาแนวในระยะยาว และระยะสั้น 2 Resistantเชน ลากเสนตามแนวขาลง หรือลากตามแนวขาขึ้น หรือลากตามแนวขนาน หรือลากเปนรูป แบบสามเหลี่ยม แตสิ่งที่ผูท ําการลากเสนควรการเชื่อมตอเสนจะตองหาจุดสองจุดเปน อยาง Supportนอย เพื่อใหเห็นทิศทางที่กราฟจะวิ่งไปลากตามแนวขนาน ลากตามแบบตางๆ Resistant Resistant Support4.การหาจาก Pattern การหาจาก W-shape patternการหาดวยวิธีน ี้ ใชไดทั้งในระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาวขึ้นอยูกับ การกอตัวของ pattern ที่กําลังเกิดขึ้น หากตองการลงทุน ในระยะยาวใหเลือกการกอตัวในระยะยาว หากตองการลงทุนระยะสั้น ใหเลือก pattern ขนาดเล็ก โดยพิจารณาแนวโนมที่คลายกัน แตขอสังเกตก็คือ แนวรับ และแนวตานในแตละ pattern นันจะไมตรงกัน เสมอไป ้แนว Cut loss คือแนวรับทีเ่ ราเลือก และหากราคาหุนหลุดจากแนวนี้ลงไปใหขายหุนทิ้ง เพื่อหยุดการขาดทุน  มีขอแนะนําวาแนว cut loss ไมควรกําหนดตรงจุดแนวรับ แตควรกําหนดใหต่ําลงเล็กนอยแนว Stop profit คือแนวที่ใชในการตัดสินใจหยุดการถือหุนตอไปหากมีกําไรอยู เนื่องจากเกิดความไมมนใจวา  ั่ หุนที่กําลังขึ้น อยูนั้นอาจจะมีการปรับตัวลง จึงไมเสี่ยงที่จะถือตอไป  แนว Stop Profit ตนทุน แนว Cut loss แนว Cut loss 12
  13. 13. Pattern เปนการอานการกอตัวตามรูป แบบตางๆ ของกราฟ ซึ่งโดยทฤษฏีแลวเชื่อวา รูปแบบของกราฟจะมีลักษณะเฉพาะของมันเอง และการเคลื่อนไหวของกราฟจะเปนไปรูปแบบนันหากมีการกอตัวขึ้นแลว ผูวเคราะหจะตอ ง ้ ิจับการกอตัวไดลวงหนา เพือ ใชในการทํานายอนาคต และเขาซือ -ขายหุนกอนที่จะมีการกอตัวรูปนัน สําเร็จ ่ ้ ้รูป P1 M-Curve การเกิด M-Curve เปนรูป แบบที่เกิดไดงายและเปน สัญญาณการปรับ ตัวลงของหุน ซึ่งหากเราสามารถ จับ การกอตัวไดจะสามารถขายหุน ออกไดทน ั ดังเชนรูป P1 เรานาจะวิเคราะหการกอตัวไดในจุด A จากนั้นจึงแนะนําใหขายหุน ออก เพราะหากจบ  A B รูป M จริง ๆ ราคาหุนจะลงไปแถวตัว B การแนะนํา กอนจึงลดการสูญเสียไดมากรูป P2 W-Curve การเกิด W-Curve จะเกิดเปนสัญญาณขาขึ้นของหุน  D โดยการวิเคราะหลวงหนามักจะพบวาการกอตัวมี ความชัดเจนในจุด C ซึ่งเราจะสามารถเขาซื้อลวงหนา และขายเมื่อราคาหุนเขาใกลจุด D ซึ่งเปน การจบ  C รูปแบบพอดี การเกิด M-Curve จะเปน ลักษณะ ตรงกันขามกับ W-Curveรูป P3 Double Top-Double Bottom การเกิด Double Top นันเราจะตองเตรียมขายหุนที่ ้  ใกล Top ที่ 2 เนื่องจากมีการคาดวาอิท ธิพลของ Top Top Top แรก จะเปน แนวตานสําคัญที่ทําใหไมสามารถ ผานไปไดงายจึงตองขายออก ขณะที่ Bottom ที่ 2 Bottom Bottom เปนจุดซือเนื่องจากคาดวาราคาหุนมีแนวรับสําคัญ ้ ใกลเคียงกับ Bottom แรก และนาจะรับ อยู การเกิด Tripple Bottom หรือ Triple Top ถือวาเปน รูป แบบทีเ่ กิดขึ้นบอยเชน กัน โดยหากเกิดถึงสาม ครั้ง เชน Tripple bottom และสามารถรับอยู จุด ของ bottom จะเปน แนวซื้อที่สําคัญ สวนTripple Cutloss Top หากไมสามารถผานไดจะเปนจุดแนวขาย Triple bottom เชน กัน แตหากหลุด Tripple bottom จะตอง ตัดสิน ใจในการ cutloss 13
  14. 14. รูป P4 V-Shape การเกิด V-Shape ใหความหมายถึงการดีดตัวขึ้นของหุน ซึ่ง  นักวิเคราะหจะตองพิจารณาใหออกวามีการกอตัวขึ้น บริเวณใด และตองแนะนําใหซื้อหุนชวงกอตัวจากนันขายหุนออกบริเวณ  ้  สวนปลายของ V-shape และจบการเลนหนึ่งรอบ รูป P5 Ascending Triangle สามเหลีย มขาขึน (Ascending Triangle) จะเกิดจากการที่ราคา ่ ้ หุนมีการปดสูงขึ้นติดตอกัน ไมน อยกวา 3 วันจนสามารถลากกรอบ  สามเหลี่ยมไดอยางชัดเจน และเมื่อราคาหุนผานกรอบสามเหลี่ยม  ขึ้น ไปไดจะเกิดสัญญาณซื้อ ดังนั้นหากเห็นสัญญาณนี้ควรรอซื้อ เมื่อผานแนวตานขึน ไป ้ รูป P6 Descending Triangle สามเหลีย มขาลง (Descending Triangle) จะเกิดตรงกันขามกับ ่ สามเหลี่ยมขาขึน และมักจะใหผลรุนแรงกวา เพราะจะเกิด Panic ้ sell ตามมา เนื่องจากราคาหุนมีการปรับตัวลงมากอนหนาแลว หรือใหสังเกตวามีการทําราคาปดต่ําลงติดตอ กัน 3-5 วันโดยทีนก ่ ั ลงทุนไมทน สังเกต แตสามารถอานไดจากการดูกราฟ ั รูป P7 Flag -Negative รูป ชายธง(Flag) ขาลง มักจะเกิดเมื่อมีการสรางตัวของกราฟ ประมาณ 5 วัน ขึนไป แตการเกิดสัญญาณธงจัดวาวิเคราะหได ้ ยาก การเกิดรูปธงหมายถึงการลากหุน ใหติดที่สูงจากนันทุบหุน ลง ้  มาอยางรุนแรง การอานรูปธงออกจะชวยแกปญหาติดหุนได  เพราะจะไมทําใหถูกหลอกไปติด high รูป P8 Flag -Positive รูป ชายธงขาขึน การเกิดรูปธงนี้อาจจะใชเวลากอตัวสั้นเพียง 3-5 ้ วันหรือมากก็นนก็ได ั้ ตัวอยางชายธงขาขึ้นนี้ใชเวลากวา 2 สัป ดาห และเมื่อมีการดีดตัวขึ้น ผานกรอบธงขึนไปจะทําใหหน ขึน ้ ุ ้ แรง ทั้งนี้เพราะมีการสะสมแรงซื้อไวมากพอแลว การวิเคราะหธง ลงนี้ชวยใหไมถูกหลอกขายหุนทีราคา new low ่รูป P9 Head & Shoulder Head รูป แบบหัวและไหล(Head & Shoulder) ไมไดเกิดบอยนัก แต Shoulder Shoulder เมื่อเกิดแลวมักจะมีความแมน ยําสูง ดังนันการพิจารณาจะตอง ้ แปลความหมายใหออก มิฉะนันจะกลายเปนรูป W ซึ่งทําให ้ คําแนะนําอาจผิดทิศทางไดรูป P10 Rounding Top 14
  15. 15. กะทะคว่ํา หรือรูปตัว U คว่ํา หรือ ระฆังคว่ํา ลวนแลวแตเปน รูปแบบที่คลายกัน ใหความหมายของการจบรอบการขึนของหุน ้  กลายเปนปรับลง สวนรูป แบบที่กลับกันเกิดชวงที่หน จะขึน ุ ้ เรียกวา กะทะหงายหรือตัว Uรูป P11 Side Way Up การเกิด Side way up หรือ Up trend มีลักษณะใกลเคียงกัน คือการทีหนปรับตัวสูงขึ้นอยางตอเนื่อง จนเขาสูท ิศทางขาขึ้น ่ ุ ซึ่งนักลงทุน จะตองเพิ่มพอรท การลงทุน อยางเต็มที่ เพราะ สามารถกําหนดอนาคตเปาหมายจากการลากเสนในระยะยาว นัน เอง ้รูป P12 Side Way Down Side way down เปนการเกิดขาลงของหุน และมีความมาย เดียวกับ Down Trend ดังนั้นหากเกิดรูป แบบดังกลาวนักลงทุน จะตองลดการลงทุนออกใหมาก โดยควรทยอยขายหุน ออกใหมาก  ที่สําคัญคือควรพิจารณาแรงขายประกอบเพื่อตัดสิน ใจในการถือ ครองหุน ในระยะตอไปมิฉนั้นจะติดหุนยาว  รูป P13 Step Down-Up การเกิดรูปแบบขั้นบันได หรือ Zig Zag นีมักเกิดบอยกับ ้ A ชวงที่หนกําลังเปลี่ยนจากขาขึ้นเปนขาลง ุ หรือกลับ กัน เกิด B C ในชวงขาขึ้นก็ได โดยจะมีการแกวงตัวขึ้นลง และสังเกตวาชวง บันได A จะยาวที่สด ขั้นบันไดจะเริ่มสันลงเรื่อยๆ ลักษณะ ุ ้ คลายปลายคลื่นที่สน ลงกอนจบคลื่น ั้รูป P14 Triple Top-bottom การสรางรูป Higher Top-Higher Bottom มักจะเกิดกับหุน  T3 ขาขึ้นเต็มตัว โดยกราฟจะมีการสรางระดับสูงขึ้นทุกครั้ง เรา T2 เรียกวา higher top และเมื่อปรับตัวลงก็ยังสราง low ที่สูงขึน ้ T1 เราเรียกวา higher low หรือ higher bottom ซึ่งเราสามารถ B3 B2 คาดหมายไดตั้งแต T 2 วาจะเกิด T3 ดั้งนั้นเมื่อลากเสน Trend B1 line ทําใหพบตําแหนงซื้อบริเวณ B3 และไปขายออกที่ T3 15
  16. 16. เสนคาเฉลียเคลื่อนที่ (Moving Average) ่ 1. Moving Average 2. Moving Average Envelopes 3. Parabolic1. Moving Averageความหมาย : การนําราคาหุนมาเฉลี่ยตามจํานวนวันที่กําหนด เชน MA 25 หมายถึงคาเฉลี่ย 25 วัน ประเภท : MAV มีหลายประเภท เชน SMA (Simple Moving Average) คือการเฉลี่ยแบบสามัญ หรือ EMA (Exponential Moving Average) คือการเฉลี่ยแบบซับ ซอน เปน ตนชนิด : เสน MAV มีหลายชนิดตามจํานวนวันของการเฉลี่ย ไดแก MA 5,10 ใชสําหรับการลงทุนระยะสั้นมากและระยะสั้น MA 25,75 ใชสําหรับการลงทุนในระยะกึ่งสั้นกึ่งปานกลาง MA125 ใชพิจารณาการลงทุนในระยะกลาง MA175,200 ใชพิจารณาการลงทุนในระยะยาว ◈ แตโดยทั่วไปนิยมใช MAV 10, 25, 75, 200 วันประโยชน : ใชสําหรับการกําหนดแนวรับ แนวตาน และ แนวโนม Up Trend หรือ Down Trend เชน ถา MA อยู เหนือราคาหุนจัดเปน แนวตาน ถาอยูต่ํากวาราคาหุน จัดเปนแนวรับ และถาราคาหุน ต่ํากวา เสน  MAV 75 วัน จะถูกจัดใหเขาสู Down Trend นอกจากนี้การเกิด Golden Cross เมื่อเสน 25 และ 75 ตัดกัน หากตัดในทิศทางขึน หมายความในเชิงบวก หากตัดในทิศทางลง จะหมายความในเชิงลบ ้ขอสังเกต : เสน MA เกิดจากการคํานวณยอนหลังเทานัน จึงไมสามารถบอกแนวรับ-แนวตานในอนาคตได ้ แตสามารถบอกแนวโนมไดการใชงานเมื่อราคาหุนปรับ ขึนทะลุผานเสน คาเฉลี่ยใดๆ ขึ้น ไป ใหเปน สัญญาณซื้อตามระยะนัน ในทางตรงกันขามหากตัดลงจะเปน  ้ ้สัญญาณขาย หรือสัญญาณการเปลี่ยนแนวโนม เชน ตัวอยางที่ 1 หากราคาหุน ตัดทะลุลงผานเสน MA 75 วัน แสดงวาแนวโนมหุน ไดเปลี่ยนจาก Up Trend ในระยะ  กลางเปน Down Trend ซึ่งนักลงทุนจะตองขายหุน ออกใหมาก Up trend Down trend 16
  17. 17. ตัวอยางที่ 2 หากราคาหุนตัดผานเสน MA 10 วันขึนไป แสดงวาเกิดสัญญาณซื้อระยะสั้น ซึ่งนักลงทุน สามารถที่  ้จะเขาซื้อหุน เพื่อลงทุนระยะสั้น ได  MAV 10 Days Sell Sell Sell Buy Buyตัวอยางที่ 3 คือการกําหนดแนวตาน-รับจากเสน คาเฉลี่ย โดยเสนคาเฉลียทีอยูบนเราจะกําหนดใหเปน แนวตาน ่ ่สวนเสนที่อยูดานลางเราเรียกวาเสนแนวรับ เสนคาเฉลี่ยเสนเดียวกันสามารถเปน แนวรับในเวลาหนึ่ง และสามารถกลายเปนแนวตานในเวลาตอมาได หรือกลาวไดวาเปน ไดท ั้งแนวตานหรือแนวรับ แนวตาน แนวตาน แนวรับ แนวรับ ตัวอยางที4 เสนคาเฉลี่ยเคลื่อนสามารถเฉลี่ยไดห ลายรูป แบบ ไดแก แบบสามัญ (Simple -SMA) จะใหทุกวันมี ่น้ําหนักเทากัน ซึ่งนักวิเคราะหบางทานมีความเห็น วาการใหน ้ําหนักเทากัน อาจจะไมแมน ยํานัก แบบถวงน้ําหนัก(weight - WMA) ซึ่งใหความสําคัญกับ การถวงน้ําหนักวันสุดทายมากที่สุด เพื่อแกปญหาแบบ Simple ดังนั้น วันสุดทายจะมีการเคลื่อนไหวที่วองไวกวา และเขาใกลราคาลาสุดมากกวา แบบแปรผัน (Modify - MMA) จะใกลเคียงกับ Simpleแตลักษณะของการคํานวณจะทําใหการเคลื่อนไหวของคาเฉลี่ยมีการหนวงเวลาเล็กนอย ทําใหความไวนอยลง มีประโยชนดานการหาแนวรับที่ต่ํากวา และแนวตานที่สูงกวา 2 แบบแรก แบบซับ ซอน (Exponential - EMA) เปน การผสมผสานของWeight และใหความสําคัญกับ factor ที่มีผลตอราคา โดยสราง discount factor ของปริมาณวันเขามาเพื่อทําใหมีการถวงน้ําหนักมากขึน คาที่ไดจึงเคลื่อนไหวชาลง และเชื่อวาเปนเสนที่ใหแนวแข็งแรงที่สด จะเห็นวาแตละประเภทจะมีค วาม ้ ุแตกตางกัน ผูใชจําเปน ตองศึกษาใหเ กิดความชํานาญ และคุนเคยในแบบทีตนเองเลือกใช  ่ ตัวอยางเสนคาเฉลียตามแบบตางๆ ่ Mav 10 days Weight Simple Modify Exponential 17
  18. 18. 2. Moving Average Envelopes (คาเฉลียเคลื่อนที่แบบลอมกรอบ) ่ความหมาย : เปนการวิเคราะหห าชองของการซื้อขาย เรียกวา Trading Band โดยสามารถกําหนดกรอบ บนและกรอบลางไดอยางชัดเจนประเภท : Envelopes แบงเปน 3 เสน คือ - เสนตรงกลาง เรียกวา MA - เสนกรอบบน เรียกวา Upper Band - เสนกรอบลาง เรียกวา Lower Bandการกําหนดกรอบ: การกําหนดกรอบบนและลางสามารถกําหนดไดตั้งแต 0-100 % คือเปน การกําหนดความหาง ระหวางเสนกรอบบนกับ เสน MA กลาง และเสน กรอบลางกับ MA กลาง • ในชวงตลาดขาขึ้น ควรตั้งคา Upper Band ใหสูงกวา เชน 10% สวน Lower Band 5% • ในชวงตลาดขาลงควรตั้งคา Lower Band ใหมากกวา เชน 10% และ Upper Bank แค 5% • คา MA จะตั้งเปนแบบใดก็ได เชน SMA หรือ WMA 10 วัน (นิยม 5 หรือ 10 วัน )การวิเคราะห: การทยอยสะสมหุนเกิดเมื่อราคาหุนอยูท ี่กรอบ Lower Band และเมื่อผาน MA ขึ้นไปจะเปนการ    ยืนยันสัญญาณซื้อมากขึ้น และเมื่อเขาใกล Upper Band จะเริมเขาสูระยะของการขายหุน ่ตัวอยาง Moving Average Envelop mav 5 วัน กรอบบน กรอบลางจากตัวอยางขางตนเปนการกําหนดชวงหางที่ระดับ 5% ทั้งกรอบบนและกรอบลาง โดยใชเสนคาเฉลี่ย MA ที่ 5 วัน ซึ่งจะเหมาะกับหุน PTTEP ในชวงดังกลาว การกําหนดชวงกวางนี้จะตองขึ้นกับหุนแตละบริษท และแตละชวงเวลา ดังนัน   ั ้ตองมีการกําหนดใหมทุกครั้งเมือมีการเปลี่ยนหุน ่  จากหุน PTTEP ขางตน เรานํามาวิเคราะหไดวาเสนกรอบบนเปน แนวตานทีเ่ ราจะตองขายออกหากราคาหุนขึนมาถึง  ้และกรอบลางเปนแนวรับ สําหรับการเขาซื้อหุนเมื่อราคาลงมาถึง สวนเสนกลางเปนจุดเปลี่ยนของขาขึ้น และขาลงซึ่งเปน สัญญาณซื้อหรือขายไดเชน โดยเมื่อเราซื้อหุนจากแนวกรอบลางแลว และราคาหุนปรับ ตัวขึ้นผานเสนกลาง เราก็สามารถ เพิ่มการลงทุนไดหากแนวโนมของหุนยังคงเดินหนาตอไป  ในภาวะที่หนผัน ผวน หรือมีการเคลือนไหวแคบๆ ในแตละวัน เสน กลางมักจะนํามากําหนดกรอบการ ุ ่ลงทุนได โดยเสนกลางมักจะกลายเปนราคาเฉลีย ขณะที่ราคาสูงต่ํารายวัน จะอยูหางจากเสนกลางไมมากนัก ่ ทําใหสามารถนํามาเก็งกําไรระหวางวัน ได 18
  19. 19. 3. Parabolic (พาราโบลิค)ความหมาย : เปนเครื่องมือที่สามารถบอกจุดเปลี่ยนแนวโนมได หรือบอกทิศทางทีชัดเจนได หรือเราเรียกการ เปลี่ยนแนวโนมวา SAR (Stop And Reversal)ประโยชน : เปนการวิเคราะหแนวโนมของราคาหุน ที่สรางขึนเพื่อลดความลาชาของสัญญาณ MA ซึ่งบอก  ้ แนวตาน-รับ และแนวโนมลาชา ขณะที่ Parabolic สามารถบอกแนวโนมหุน ในวัน ตอมาได ขอจํากัด : หากทิศทางหุนผันผวน การบอกความแมนยําจะลดลง แตจะมีความแมนยํายิ่งขึ้นเมื่อ ใชคูกบ  ั เครืองมือ Directional Indicator ่ จุดเปลี่ยน จุดเปลี่ยนจากกราฟขางตนเราจะเห็นจุด Parabolic ซึ่งใหความหมายทั้งแนวตาน-แนวรับ และการเกิดสัญญาณซื้อ -ขาย - เมื่อไรก็ตามที่ Parabolic อยูต่ํากวาราคาหุนแสดงวาหุนกําลังขึน  ้ - เมื่อไรก็ตามที่ Parabolic อยูสูงกวาราคาหุนแสดงวาหุนมีทศทางปรับตัวลง  ิ - ถาราคาหุนลงมาทดสอบเสน Parabolic เราจะเรียกวาแนวรับ และสามารถเขาซื้อได - ถาราคาหุนขึนไปทดสอบเสน Parabolic เราจะเรียกวาแนวตาน เปนจุดที่ควรขายหุน ้  - ถาราคาหุนตัดเสน Parabolic ลง จะแสดงวาหุนเปลี่ยนทิศจากขาขึ้น เปน ขาลง - ถาราคาหุนตัดเสน Parabolic ขึ้น หมายถึงหุนกําลังจะกลายเปนขาขึ้น ในจุดที่เขียน Buy จะเห็นวาเปน ชวงที่ราคาหุน ตัดผานจุด Parabolic ขณะที่สัญญาณ Sell เกิดเมื่อมีการตัด Parabolic ลง ขอสังเกต : ถาหุนมีการปรับตัวลงอยางตอเนื่องจนเขาใกลเสน Parabolic และ Indicator ขนาดกลางเชน MACD หรือ DI มีการตัดลงเปน สัญญาณขายใหพึงระวังไววาหุน กําลังจะกลายเปน ขายลง ◈ Parabolic มีค วามแมนยําสูงเมื่อถึงจุดเปลียน จึงแนะนําใหหมันศึกษาแนวทางไว เพราะจะใชประโยชนได ่ ่อยางมาก และเหมาะกับผูที่ชอบการลงทุนในระยะกลาง ตามรอบของ Parabolic  19

×