โครงการยุวคอมพิวเตอร์

3,478 views

Published on

โครงการยุวชนคอมพิวเตอร์

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
3,478
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
6
Actions
Shares
0
Downloads
12
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

โครงการยุวคอมพิวเตอร์

  1. 1. บทที่ 1 บทนา 1. ที่มาและความสาคัญ สารสนเทศ (information) เป็นผลลัพธ์ของการประมวลผล การจัดดาเนินการ และการเข้าประเภทข้อมูลโดยการรวมความรู้เข้าไปต่อผู้รับสารสนเทศนั้น สารสนเทศมีความหมายหรือแนวคิดที่กว้าง และหลากหลาย ตั้งแต่การใช้คาว่าสารสนเทศในชีวิตประจาวัน จนถึงความหมายเชิงเทคนิคตามปกติในภาษาพูด แนวคิดของสารสนเทศใกล้เคียงกับความหมายของการสื่อสาร เงื่อนไข การควบคุม ข้อมูล รูปแบบ คาสั่งปฏิบัติการ ความรู้ ความหมาย สื่อความคิด การรับรู้และการแทนความหมาย ปัจจุบันผู้คนพูดเกี่ยวกับยุคสารสนเทศว่าเป็นยุคที่นาไปสู่ยุคแห่งองค์ความรู้หรือปัญญานาไปสู่สังคมอุดมปัญญา หรือสังคมแห่งสารสนเทศ และ เทคโนโลยีสารสนเทศ แม้ว่าเมื่อพูดถึงสารสนเทศ เป็นคาที่เกี่ยวข้องในศาสตร์สองสาขา คือ วิทยาการสารสนเทศ และ วิทยาการคอมพิวเตอร์ซึ่งคาว่า "สารสนเทศ" ก็ถูกใช้บ่อยในความหมายที่หลากหลายและกว้างขวางออกไป และมีการนาไปใช้ในส่วนของ เทคโนโลยีสารสนเทศ และ การประมวลผลสารสนเทศสิ่งที่ได้จากการนาข้อมูลที่เก็บรวบรวมไว้มาประมวลผล เพื่อนามาใช้ประโยชน์ตามจุดประสงค์สารสนเทศ จึงหมายถึง ข้อมูลที่ผ่านการเลือกสรรให้เหมาะสมกับการใช้งานให้ทันเวลา และอยู่ในรูปที่ใช้ได้ สารสนเทศที่ดีต้องมาจากข้อมูลที่ดี การจัดเก็บข้อมูลและสารสนเทศจะต้องมีการควบคุมดูแลเป็นอย่างดี เช่น อาจจะมีการกาหนดให้ผู้ใดบ้างเป็นผู้มีสิทธิ์ใช้ข้อมูลได้ ข้ อมูลที่เป็นความลับจะต้องมีระบบขั้นตอนการควบคุม กาหนดสิทธิ์ในการแก้ไขหรือการกระทากับข้อมูลว่าจะกระทาได้โดยใครบ้างนอกจากนี้ข้อมูลที่เก็บไว้แล้วต้องไม่เกิดการสูญหายหรือถูกทาลายโดยไม่ได้ตั้งใจ การจัดเก็บข้อมูลที่ดีจะต้องมีการกาหนดรูปแบบของข้อมูลให้มีลักษณะง่ายต่อการจัดเก็บ และมีรูปแบบเดียวกัน ข้อมูลแต่ละชุดควรมีความหมายและมีความเป็นอิสระในตัวเอง นอกจากนี้ไม่ควรมีการเก็บข้อมูลซ้าซ้อนเพราะจะเป็นการสิ้นเปลืองเนื้อที่เก็บข้อมูลข้อมูลข่าวสาร คาว่า "information" ในทางนิติศาสตร์ไทยหาได้ใช้ว่า "สารสนเทศ" ไม่ หากใช้ว่า "ข้อมูลข่าวสาร" ซึ่งตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 ให้นิยามว่า "มาตรา ๔...ข้อมูลข่าวสาร หมายความว่า สิ่งที่สื่อความหมายให้รู้เรื่องราวข้อเท็จจริงข้อมูล หรือสิ่งใด ๆ ไม่ว่าการสื่อความหมายนั้นจะทาได้โดยสภาพของสิ่งนั้นเองหรือโดยผ่าน วิธีการใดๆ และไม่ว่าจะได้จัดทาไว้ในรูปของเอกสาร แฟ้ม รายงาน หนังสือ แผนผัง แผนที่ ภาพวาด ภาพถ่าย
  2. 2. 2ฟิล์ม การบันทึกภาพหรือเสียง การบันทึกโดยเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือวิธีอื่นใดที่ทาให้สิ่ งที่บันทึกไว้ปรากฏได้" การรู้สารสนเทศมีปัจจัยหลากหลายประการที่ส่งเสริมให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ เช่น การอ่านการเขียน การสืบค้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ เช่น หนังสือ สื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ แต่ในปัจจุบันสื่ออิเล็กทรอนิกส์เข้ามามีบทบาทเพิ่มมากขึ้น ตัวกลางที่ทาให้เราสามารถเข้าถึงสื่อเหล่านั้น คือคอมพิวเตอร์ ดังนั้นการเรียนรู้ สื่อสารสนเทศต่างๆ ต้องเริ่มจากการรู้ เข้าใจ และสามารถใช้งานโปรแกรมต่างๆที่มีในเครื่องคอมพิวเตอร์อย่างคล่องแคล่วจึงมีความจาเป็น 2. วัตถุประสงค์โครงการ 1) เพื่อให้ผู้เรียนสามารถใช้โปรแกรมพื้นฐานในคอมพิวเตอร์ได้ 2) เพื่อให้ผู้เรียนได้สามารถใช้คอมพิวเตอร์ในการสืบค้นข้อมูลต่างๆอย่างมีประสิทธิภาพได้ 3. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1) ผู้เรียนสามารถใช้โปรแกรมพื้นฐานในคอมพิวเตอร์ได้ 2) ผู้เรียนได้สามารถใช้คอมพิวเตอร์ในการสืบค้นข้อมูลต่างๆอย่างมีประสิทธิภาพได้ 4. ขอบเขตของกิจกรรม 1) ประชากร ผู้เรียน โรงเรียนสันติพัฒนกิจวิทยา รวม 198 คน 2) ระยะเวลา วันที่ 13-18 มีนาคม พ.ศ. 2553 3) สถานที่ ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ โรงเรียนสันติพัฒนกิจวิทยา
  3. 3. 3 บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง คอมพิวเตอร์ (อังกฤษ: computer) หรือในภาษาไทยว่า คณิตกรณ์ คือ เครื่องมือหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่มีความสามารถในการคานวณอัตโนมัติตามคาสั่ง ส่วนที่ใช้ประมวลผลเรียกว่า หน่วยประมวลผล ชุดของคาสั่งที่ระบุขั้นตอนการคานวณเรียกว่า โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ผลลัพธ์ที่ได้ออกมานั้นอาจเป็นได้ทั้ง ตัวเลข ข้อความ รูปภาพ เสียง หรืออยู่ในรูปอื่น ๆ อีกมากมายลักษณะทางกายภาพของคอมพิวเตอร์นั้นมีหลากหลาย มีทั้งขนาดที่ใหญ่มากจนต้องใช้ห้องทั้งห้องในการบรรจุ และขนาดเล็กจนวางได้บนฝ่ามือ การจัดแบ่งประเภทของคอมพิวเตอร์สามารถจัดแบ่งได้ตามขนาดทางกายภาพเป็นสาคัญ ซึ่งมักจะแปลผันกับประสิทธิภาพความเร็วในการประมวลผล โดยขนาดคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเรียกว่า ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ใช้กับการคานวณผลทางวิทยาศาสตร์ขนาดรองลงมาเรียกว่า เมนเฟรม มักใชัในบริษัทขนาดใหญ่ที่ต้องมีการประมวลผลธุรกรรมทางธุรกิจจานวนมากๆ สาหรับคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่ใช้ในระดับบุ คคลเรียกว่า คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่พกพาได้เรียกว่า คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค ส่วนคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่สามารถวางบนฝ่ามือได้เรียกว่า พีดีเอ อย่างไรก็ตามคอมพิวเตอร์มีใช้กันอย่างกว้างขวางมาก ซึ่งมีอุปกรณ์หลายๆชนิดได้นาคอมพิวเตอร์ไปใช้เป็นกลไกหลักในการทางาน เช่น กล้องดิจิทัล เครื่องเล่นเอ็มพีสามหรือในรถยนต์เองก็มีคอมพิวเตอร์ที่ใช้ช่วยในการตรวจสอบระบบการทางานของเครื่องยนต์ประสิทธิภาพของคอมพิวเตอร์โดยรวมแล้ววัดกันที่ความเร็วการประมวลผล ซึ่งตามกฏของมัวร์(Moores Law) คอมพิวเตอร์จะเพิ่มประสิทธิภาพเป็นเท่าทวีคูณในทุกปี ประวัติของคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ อตานาซอฟฟ์-เบอร์รี หนึ่งในคอมพิวเตอร์ที่เก่าแก่ที่สุดของโลก ในรูปเป็นเครื่องจาลองตั้งอยู่ที่ มหาวิทยาลัยไอโอวาสเตต เป็นเรื่องยากที่จะชี้ชัดลงไปว่าอุปกรณ์ใดจัดเป็นคอมพิวเตอร์ยุคแรก ๆ เพราะคาว่า "คอมพิวเตอร์" เองก็มีการตีความเปลี่ยนไปมาอยู่เสมอ แต่จุดเริ่มของคานี้หมายถึงคนที่ทาหน้าที่เป็นนักคานวณในสมัยนั้น
  4. 4. 4 ช่วงปี ค.ศ. 1930 ถึงช่วงปี ค.ศ. 1940 เป็นช่วงที่โลกได้มีคอมพิวเตอร์ที่สามารถโปรแกรมได้และคานวณผลลัพธ์ได้มีประสิทธิภาพจริง แต่เป็นการยากที่จะตัดสินได้ว่าคอมพิวเตอร์เครื่องแรกของโลกENIAC (Electronics Numerical Integrator and Computer) เกิดขึนในปี1946 และประดิษฐ์โดย ้จอห์น ดับลิว มอชลีย์ (John W. Mauchly) และ เจ เพรสเพอร์ เอคเกิรต (J. Prespern Eckert) ทางานโดยใช้หลอดสุญญากาศจานวน 18,000 หลอด มีน้าหนัก 30 ตัน ใช้เนื้อที่ห้อง 15,000 ตารางฟุต เวลาทางานต้องใช้กาลังไฟถึง 140 กิโลวัตต์ คานวณในระบบเลขฐานสิบ ค.ศ. 1941 เป็นครั้งแรกที่โลกได้มีเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องแรกที่สามารถตั้งโปรแกรมได้อย่างอิสระ ผู้พัฒนาคือ Konrad Zuse และชื่อคอมพิวเตอร์คือ Z1 Computer ค.ศ. 1941 จอห์น อตานาซอฟฟ์ และ คลิฟฟอร์ด เบอร์รี ที่ มหาวิทยาลัยไอโอวาสเตต ได้ร่วมกันสร้าง คอมพิวเตอร์ อตานาซอฟฟ์- เบอร์รี ซึ่งสามารถประมวลผลเลขฐานสอง ค.ศ. 1944 John Presper Eckert และ John W. Mauchly ได้ร่วมกันสร้างอีนิแอก ซึ่งใช้หลอดสูญญากาศจานวน 20,000 หลอด เพื่อสร้างหน่วยประมวลผล และถือได้ว่าเป็นคอมพิวเตอร์เครื่องแรกสาหรับการใช้งานทั่วไป โดยมีการประมวลผลแบบทศนิยม โดยหากต้องการตั้งโปรแกรมจะต้องต่อสายเชื่อมต่อเครื่องอุปกรณ์ใหม่ทั้งหมด ค.ศ. 1948 Frederic Williams และ Tom Kilburn สร้างคอมพิวเตอร์ที่ใช้ หลอดรังสีคาโทด เป็นหน่วยความจา ค.ศ. 1947 ถึง 1948 John Bardeen, Walter Brattain และ Wiliam Shockley สร้างคอมพิวเตอร์ที่ใช้ทราสซิสเตอร์ ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่สาคัญ ค.ศ. 1951 John Presper Eckert และ John W. Mauchly ได้พัฒนา UNIVAC Computer ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์เครื่องแรกที่มีการขาย ค.ศ. 1953 ไอบีเอ็ม (IBM) ออกจาหน่าย EDPM เป็นครั้งแรก และเป็นก้าวแรกของไอบีเอ็มในธุรกิจคอมพิวเตอร์ ค.ศ. 1954 John Backus และ IBM ร่วมกันสร้างภาษาคอมพิวเตอร์ชื่อ FORTRAN ซึ่งเป็นภาษาระดับสูง (high level programming language) ภาษาแรกในประวัติศาสตร์คอมพิวเตอร์ ค.ศ. 1955 (ใช้จริง ค.ศ. 1959) สถาบันวิจัยสแตนฟอร์ด, ธนาคารแห่งชาติอเมริกา, และ บริษัทเจเนอรัลอิเล็กทริก ร่วมกันสร้าง ERMA และ MICR ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์เครื่องแรกในธุรกิจธนาคาร ค.ศ. 1958 Jack Kilby และ Robert Noyce เป็นผู้สร้าง Integrated Circuit หรือ ชิป (Chip) เป็นครั้งแรก
  5. 5. 5 ค.ศ. 1962 สตีฟ รัสเซลล์ และ เอ็มไอที ได้พัฒนาเกมคอมพิวเตอร์เป็นครั้งแรกของโลกชื่อว่า"Spacewar" ค.ศ. 1964 Douglas Engelbart เป็นผู้ประดิษฐ์เมาส์ และ ระบบปฏิบัติการแบบวินโดวส์ ค.ศ. 1969 เป็นปีที่กาเนิด ARPAnet ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของอินเทอร์เน็ต ค.ศ. 1970 อินเทล พัฒนาหน่วยความจาชั่วคราวของคอมพิวเตอร์หรือ RAM เป็นครั้งแรก ค.ศ. 1971 Faggin, Hoff และ Mazor พัฒนาไมโครโปรเซสเซอร์ตัวแรกของโลกให้อินเทล(Intel) ค.ศ. 1971 Alan Shugart และ IBM พัฒนา ฟลอปปี้ดิสก์ เป็นครั้งแรก ค.ศ. 1973 Robert Metcalfe และ Xerox ได้พัฒนาระบบอีเทอร์เน็ต (Ethernet) สาหรับระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ค.ศ. 1974 ถึง ค.ศ. 1975 Scelbi และ Mark-8 Altair และ IBM ร่วมกันวางจาหน่ายคอมพิวเตอร์สาหรับผู้ใช้รายย่อยเป็นครั้งแรก ค.ศ. 1976 ถึง ค.ศ. 1977 ถือกาเนิด Apple I, II และ TRS-80 และ Commodore Pet Computersซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลรุ่นแรกๆ ของโลก ค.ศ. 1981 ไมโครซอฟท์ วางจาหน่าย MS-DOS ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการที่ได้รับความนิยมที่สุดในช่วงนั้น ค.ศ. 1983 บริษัทแอปเปิล ออกคอมพิวเตอร์รุ่น Apple Lisa ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์รุ่นแรกที่ใช้ระบบ GUI ค.ศ. 1984 บริษัทแอปเปิล วางจาหน่ายคอมพิวเตอร์รุ่น แอปเปิล แมคอินทอช ซึ่งทาให้มีการใช้คอมพิวเตอร์อย่างกว้างขวาง ค.ศ. 1985 ไมโครซอฟท์ วางจาหน่าย ไมโครซอฟท์ วินโดวส์ เป็นครั้งแรก ประเภทของคอมพิวเตอร์ ในปัจจุบัน คอมพิวเตอร์ได้ใช้วงจรเบ็ดเสร็จขนาดใหญ่มาก (very large scale integratedcircuit) ซึ่งสามารถบรรจุทรานซิสเตอร์ได้มากกว่าสิบล้านตัว เราสามารถแบ่งคอมพิวเตอร์ ในรุ่นปัจจุบันออกเป็น 4 ประเภทดังต่อไปนี้ 1. ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ (supercomputer) ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ถือได้ว่าเป็นคอมพิวเตอร์ที่มีความเร็วมาก และมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อเปรียบเทียบกับคอมพิวเตอร์ชนิดอื่น ๆ เครื่องซูเปอร์คอมพิวเตอร์มีราคาแพงมาก มีขนาดใหญ่ สามารถคานวณทางคณิตศาสตร์ได้หลายแสนล้านครั้งต่อวินาที และได้รับการออกแบบ เพื่อให้ใช้แก้ปัญหา
  6. 6. 6ขนาดใหญ่มากทางวิทยาศาสตร์และทางวิศวกรรมศาสตร์ได้อย่างรวดเร็ว เช่น การพยากรณ์อากาศล่วงหน้าเป็นเวลาหลายวัน การศึกษาผลกระทบของมลพิษกับสภาวะแวดล้อมซึ่งหากใช้คอมพิวเตอร์ชนิดอื่นๆ แก้ไขปัญหาประเภทนี้ อาจจะต้องใช้เวลาในการคานวณหลายปีกว่าจะเสร็จสิ้น ในขณะที่ซูเปอร์คอมพิวเตอร์สามารถแก้ไขปัญหาได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น เนื่องจากการแก้ปัญหาใหญ่ๆ จะต้องใช้หน่วยความจาสูง ดังนั้น ซูเปอร์คอมพิวเตอร์จึงมีหน่วยความจาที่ใหญ่มาก ซูเปอร์คอมพิวเตอร์มีหลายประเภท ตั้งแต่รุ่นที่มีหน่วยประมวลผล (processing unit) 1 หน่วย จนถึงรุ่นที่มีหน่วยประมวลผลหลายหมื่นหน่วยซึ่งสามารถทางานหลายอย่างได้พร้อม ๆ กัน 2. เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ (mainframe computer) เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ มีสมรรถภาพที่ต่ากว่าซูเปอร์คอมพิวเตอร์มาก แต่ยังมีความเร็วสูง และมีประสิทธิภาพสูงกว่ามินิคอมพิวเตอร์หรือไมโครคอมพิวเตอร์ เมนเฟรมคอมพิวเตอร์สามารถให้บริการผู้ใช้จานวนหลายร้อยคนพร้อม ๆ กัน ฉะนั้น จึงสามารถใช้โปรแกรมจานวนนับร้อยแบบในเวลาเดียวกันได้ โดยเฉพาะถ้าต่อเครื่องเข้าเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ผู้ใช้สามารถใช้ได้จากทั่วโลก ปัจจุบันองค์กรใหญ่ๆ เช่น ธนาคาร จะใช้คอมพิวเตอร์ประเภทนี้ในการทาบัญชีลูกค้า หรือการให้บริการจากเครื่องฝากและถอนเงินแบบอัตโนมัติ (automatic teller machine) เนื่องจากเครื่องเมนเฟรมคอมพิวเตอร์ได้ถูกใช้งานมากในการบริการผู้ใช้พร้อม ๆ กัน เมนเฟรมคอมพิวเตอร์จึงต้องมีหน่วยความจาที่ใหญ่มาก 3. มินิคอมพิวเตอร์ (minicomputer) มินิคอมพิวเตอร์ คือ เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก ๆ ซึ่งสามาร ถบริการผู้ใช้งานได้หลายคนพร้อมกัน แต่จะไม่มีสมรรถภาพเพียงพอที่จ ะบริการผู้ใช้ในจานวนที่เทียบเท่ ากับเมนเฟรมคอมพิ วเตอร์ได้ จึงทาให้มินิคอมพิวเตอร์เหมาะสาหรับองค์กรขนาดกลาง หรือสาหรับแผนกหนึ่งหรือสาขาหนึ่งขององค์กรขนาดใหญ่เท่านั้น  ไมโครคอมพิวเตอร์ (microcomputer) หรือ พีซี (personal computer หรือ PC )ไมโครคอมพิวเตอร์ คือ คอมพิวเตอร์ขนาดเล็กแบบขนาดตั้งโต๊ะ (desktop computer) หรือขนาดเล็กกว่านั้น อาทิเช่น ขนาดสมุดบันทึก (notebook computer) และขนาดฝ่ามือ (palmtop computer)ไมโครคอมพิวเตอร์ได้เริ่มมีขึ้นในปีพ .ศ. 2518 ถึงแม้ว่าในระยะหลัง เครื่องชนิดนี้จะมีประสิทธิภาพที่สูง แต่เนื่องจากมีราคาไม่แพงและมีขนาดกระทัดรัด ไมโครคอมพิวเตอร์จึงยังเหมาะสาหรับใช้ส่วนตัวไมโครคอมพิวเตอร์ได้ถูกออกแบบสาหรับใช้ที่บ้าน โรงเรียน และสานักงานสาหรับที่บ้าน เราสามารถใช้ไมโครคอมพิวเตอร์ในการทางบประมาณรายรั บรายจ่ายของครอบครัวช่วยทาการบ้านของลูกๆ การค้นคว้าข้อมูลและข่าวสาร การสื่อสารแบบอิเล็กทรอนิกส์ (electronic mail หรือ E - mail) หรือโทรศัพท์
  7. 7. 7ทางอินเทอร์เน็ต (internet phone) ในการติดต่อทั้งในและนอกประเทศ หรือแม้กระทั่งทางบันเทิง เช่นการเล่นเกมบนเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ สาหรับที่โรงเรียน เราสามารถใช้ไมโครคอมพิวเตอร์ในการช่วยสอนนักเรียนในการค้นคว้าข้อมูลจากทั่วโลกสาหรับที่สานักงาน เราสามารถใช้ไมโครคอมพิวเตอร์ในการช่วยพิมพ์จดหมายและข้อมูลอื่นๆ เก็บและค้นข้อมูล วิเคราะห์และทานายยอดซื้อขายล่วงหน้า  โน้ตบุ๊ค (notebook or laptop)โน้ตบุ๊ค คือ คอมพิวเตอร์ที่มีขนาดเล็กกว่าไมโครคอมพิวเตอร์ ถูกออกแบบไว้เพื่อนาติดตัวไปใช้ตามที่ต่างๆ มีขนาดเล็ก และน้าหนักเบา ในปัจจุบันมีขนาดพอๆกับสมุดที่ทาด้วยกระดาษการทางานของคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ในยุคแรกๆเช่น ENIAC เวลาโปรแกรมต้องใช้วิธีการเปลี่ยนสายเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งเป็นวิธีการที่ยุ่งยากมาก จึงเกิดแนวคิดว่าตัวโปรแกรมน่าจะจัดเก็บอยู่ในส่วนที่สามารถปรับเปลี่ยนแก้ไขได้ง่าย เป็นที่มาของแนวคิดที่ทาการจัดเก็บข้อมูลต่างๆรวมถึงโปรแกรมไว้ในหน่วยความจา หรือ memory ทาให้คอมพิวเตอร์จะได้รับคาสั่งโดยการอ่านคาสั่งจากหน่วยความจา และการปรับเปลี่ยนโปรแกรมสามารถทาได้โดยการเปลี่ยนแปลงค่าภายในหน่วยความจา แนวคิดข้างต้นรู้จักในชื่อว่า "Stored-Program Concept" หรือ อีกชื่อว่าสถาปัตยกรรม von Neumann โดยเข้าใจว่า J.Presper Eckert และ John William Mauchly ซึ่งเป็นนักออกแบบ ENIAC เป็นผู้คิดค้นขึ้น แนวคิดการทางานแบบ Stored-Program ถูกใช้เป็นแนวคิดหลักของการทางานในคอมพิวเตอร์จนถึงปัจจุบัน โดยแนวคิดนี้จะแบ่งการทางานของคอมพิวเตอร์เป็น 4 ส่วนหลักได้แก่ 1. หน่วยประมวลผลในรูปแบบข้อมูล Binary หรือที่เรียกว่า Arithmetic-Logical Unit (ALU) เป็นการทางานโดยเลขฐาน 2 เปรียบเสมือนหัวใจของคอมพิวเตอร์ หน้าที่หลักของมันคือทาการประมวลผลทางคณิตศาสตร์ขั้นพื้นฐานอันได้แก่การบวกและลบ และการทาการเปรียบเทียบข้อมูลสองข้อมูลว่ามีค่าเท่ากันหรือไม่ถ้าไม่จะมีค่ามากกว่าหรือน้อยกว่าหน่วยความจา หรือ Memory ใช้สาหรับเก็บข้อมูล (Data) และ คาสั่ง (Instructions) โดยข้อมูลภายในหน่วยความจาจะถูกแบ่งเป็นส่วนๆเล็กๆเท่าๆกัน แต่ละส่วนมีที่อยู่ (address) เพื่อใช้เข้าถึงข้อมูลที่ถูกจัดเก็บเอาไว้ 2. อุปกรณ์อินพุตและเอาต์พุต หรือ I/O Device เป็นส่วนที่ใช้นาข้อมูลจากโลกภายนอกเข้ามาภายในระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อนามาประมวลผล และเมื่อได้ผลลัพธ์ก็จะนาข้อมูลที่ได้มาแสดงผลให้โลกภายนอกคอมพิวเตอร์ได้รับทราบ
  8. 8. 8 3. หน่วยควบคุมการทางาน หรือ Control Unit เป็นส่วนที่ใช้เชื่อมต่อแต่ละส่วนเข้าด้วยกัน หน้าที่หลักๆคือทาการอ่านข้อมูลคาสั่งที่อยู่ภายในหน่วยความจาหรือที่ได้จากอุปกรณ์อินพุต ทาการแปลความหมายและส่งไปประมวลผลใน ALU จากนั้นนาผลที่ได้ไปจัดเก็บในหน่วยความจาหรืออุปกรณ์เอาต์พุต หน้าที่หลักอีกประการ คือควบคุมลาดับการทางานของแต่ละขั้นตอนให้อยู่ในเวลาที่เหมาะสม 4. หน่วยประมวลผลการทางานของหน่วยประมวลผลกลาง หน่วยประมวลผล จะรับคาสั่งและข้อมูลจากหน่วยความจา โดยส่งเข้าที่ Queue Prefetch Unit จะตรวจสอบว่า ค่าใน Queue เป็นคาสั่งหรือไม่ ถ้าเป็นคาสั่งจะสั่งให้ BusInterface Unit (BIU) ส่งค่าของคาสั่งไปที่ Decode Unit ถ้าเป็นค่าที่อยู่ (Address) ของหน่วยความจา จะถูกส่งไปที่ Segment and Paging Unit Segment and Paging Unit จะแปลงที่อยู่ของหน่วยความจา จากที่อยู่เสมือน (Virtual Address) ในรูปแบบของ segment : offset ให้กลายเป็นที่อยู่จริง (Physical Address)ที่ Bus Interface Unit เข้าใจ หน่วยถอดรหัส (Decode Unit) จะตรวจสอบและแยกแยะคาสั่ง แล้วแปลคาสั่ง และส่งสัญญาณควบคุมไปให้ Execution Unit ทางานตามคาสั่งนั้นใน Execution Unit จะประกอบด้วย -Control Unit (CU) จะทาหน้าที่ควบคุมการทางานภายในโปรเซสเซอร์เป็นตัวสั่งงานUnit อื่นๆตามคาสั่งที่แปลจาก Decode Unit Protection Test Unit จะป้องกันและตรวจสอบการทางานของส่วนต่างๆ ไม่ให้ทาผิดกฏเกณฑ์ จนเกิดข้อผิดพลาดขึ้น Register จะทาหน้าที่เก็บค่าชั่วคราวก่อนและหลังการประมวลเพื่อส่งให้ส่วนอื่นๆต่อไป เป็นเหมือนกระดาษทดชั่ วคราว สาหรับ ALUArithmetic Logic Unit (ALU) เป็นส่วนการคานวณทางคณิตศาสตร์และหาค่าตรรกะของการเปรียบเทียบเมื่อ ALU คานวณหรือเปรียบเทียบค่าเรียบร้อยแล้ว จะส่งไปเก็บไว้ที่ Register แล้ว Control Unit จะสั่งให้ BIU เก็บค่าผลลัพธ์ลงในหน่วยความจา โดยแปลงที่อยู่เสมือนที่ Control Unit กาหนด ให้กลายเป็นที่อยู่จริงของหน่วยความจาที่จะนาผลลัพธ์ไปเก็บไว้ -หน่วยความจา เป็นพื้นที่การทางานและเป็นพื้นที่การจัดเก็บข้อมูลของคอมพิวเตอร์เพราะคอมพิวเตอร์ไม่สามารถทางานตามลาพังโดยอาศัยเพียงหน่วยประมวลผลหลักได้ หน่วยความจาแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ หน่วยความจาชั่วคราว หรือ หน่วยความจาสารอง คือ แรม(RAM: Random Access Memory) โดยแรมจะเป็นหน่วยความจาที่ใช้ขณะคอมพิวเตอร์ทางาน และจะหายไปเมื่อปิดเครื่อง อีกชนิดหนึ่งคือหน่วยความจาถาวร หรือหน่วยความจาหลัก ได้แก่ ฮาร์ดดิสก์(Hard Disk) ที่ใช้ในการเก็บข้อมูล และ รอม (ROM: Read Only Memory) ที่ใช้ในการเก็บค่าไบออสหน่วยความจาถาวรจะใช้ในการเก็บข้อมูลของเครื่องคอมพิวเตอร์และจะไม่สูญหายเมื่อปิดเครื่อง
  9. 9. 9 ตัวอย่างประโยชน์ของคอมพิวเตอร์คอมพิวเตอร์มีประโยชน์กับเรามากมาย เช่น-การใช้งานภาครัฐ งานทะเบียนราษฎร์ของรัฐบาล เช่น การแจ้งเกิด ตาย ย้ายที่อยู่ การทาบัตร-ประจาตัวประชาชน งานภาษี เช่น ยื่นแบบประเมินภาษีภาษีผ่านอินเทอร์เน็ต เก็บทะเบียนประวัติผู้เสียภาษีตรวจสอบการเสียภาษี-งานสายการบิน การสารองที่นั่งผู้โดยสาร การลดงานเอกสาร-ทางด้านการศึกษา สื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอน การเรียนออนไลน์ให้กับผู้เรียนที่อยู่ห่างไกล-ธุรกิจการนาเข้าสินค้าและส่งออก การทาธุรกิจแบบพานิชอิเล็กทรอนิกส์-ธุรกิจธนาคาร ช่วยด้านงานข้อมูลธนาคาร รับ-จ่ายเงิน เก็บประวัติลูกค้า ธนาคารอิเล็กทรอนิกส์และการทาธุรกรรมผ่านโทรศัพท์มือถือ-วิทยาศาสตร์และการแพทย์ การเก็บข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการรักษาของคนไข้ วิจัย คานวณ-การจาลองแบบ งานสถาปนิก ช่วยออกแบบ เขียนแบบ หรือทาแบบจาลองสามมิติ-งานภาพยนตร์ การ์ตูน แอนิเมชั่น ช่วยสร้างตัวการ์ตูนเคลื่อนไหว ออกแบบตัวการ์ตูน จาลองตัวก าร์ตูนสามมิติ การตัดต่อภาพยนตร์-งานด้านสถิติ ช่วยเก็บบันทึกข้อมูล วิเคราะห์ จาลองแบบข้อมูล และการเผยแพร่ข้อมูล-ด้านสันทนาการ ช่วยให้ความบันเทิง ดูหนัง ฟังเพลง ร้องคาราโอเกะ เล่นเกมส์ โปรแกรมสานักงานในวิทยาการคอมพิวเตอร์ โปรแกรมสานักงาน (อังกฤษ: office suite) เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการทางานในสานักงาน โดยมีการรวมซอฟต์แวร์ต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกัน โดยมีรูปแบบการใช้งานง่ายๆ และโดยปกติสามารถนาซอฟท์แวรในชุดมาใช้งานร่วมกันได้รูปแบบของชุดโปรแกรมชุดโปรแกรมสานักงานส่วนใหญ่ อย่างน้อยจะมีการรวมเอา โปรแกรมประมวลผลคา (word processor)และ โปรแกรมตารางงาน (spreadsheet). หากมีเพิ่มเติม ในชุดโปรแกรมอาจมี โปรแกรมนาเสนอเครื่องมือ ฐานข้อมูล ชุดแก้ไขงานกราฟิค และเครื่องมือที่ใช้ในการสื่อสาร ในชุดโปรแกรมสานักงานอาจะมีการเพิ่ม โปรแกรมรับส่งอีเมลและโปรแกรมจัดการข้อมูลส่วนตัว หรือ ชุดโปรแกรมใช้งานระบบกลุ่ม
  10. 10. 10ตัวอย่างชุดโปรแกรมสานักงาน ไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ (อังกฤษ: Microsoft Office) เป็นชุดโปรแกรมสานักงาน พัฒนาโดยไมโครซอฟท์ซึ่งสามารถใช้งานได้ในระบบปฏิบัติการไมโครซอฟท์ วินโดวส์ และแอปเปิลแม็คอินทอช ไมโครซอฟท์ ออฟฟิศยังมีการส่งเสริมให้ใช้บริการผ่านระบบเครื่องแม่ข่าย (Server) และบริการผ่านหน้าเว็บ (Web Based) ในรุ่นใหม่ๆ ของไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ เราจะเรียกมันว่า ระบบสานักงาน (Office system) แทนแบบเก่าคือ ชุดโปรแกรมสานักงาน (Office Suite) ซึ่งการเรียกว่า ระบบสานักงานจะรวมการทางานกับเครื่องแม่ข่ายเอาไว้ด้วย ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2006 ที่ผ่านมาไมโครซอฟท์ได้ประกาศเรื่อง "ไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ 2007" ที่จะเปลี่ยนแปลงหน้าจอการใช้งาน (UserInterface) และ รูปแบบไฟล์แบบ XML เป็นหลัก รุ่นเสถียรล่าสุด คือไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ 2007 ซึ่งออกจาหน่ายในวันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2550 ออฟฟิศรุ่นแรก เกิดขึ้นราวยุค 90 เมื่อออฟฟิศออกสู่ตลาด ทาให้เข้ามาแบ่งส่วนตลาดส่วนหนึ่งได้อย่างง่ายดาย จุดขายหลักของ ออฟฟิศคือราคาที่ถูกกว่า และสามารถเลือกซื้อเฉพาะที่ต้องการได้อีกด้วย โดยรุ่นแรกของออฟฟิศ ประกอบไปด้วย เวิร์ด เอกเซล และพาวเวอร์พอยท์ และยังมีรุ่น "โปร(PRO)" ที่จะรวม แอคเซส และ สเคสดูลพลัส เข้าไปด้วย ในปัจจุบันได้มีการออกโปรแกรมไมโครซอฟท์ 2010 ออกมาเพื่อให้นักพัฒนานาไปพัฒนาให้ดีขน แต่ยังไม่ได้วางจาหน่ายสาหรับบุคคลทั่วไป ึ้โปรแกรมในชุดไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ 1. ไมโครซอฟท์ เวิร์ด ไมโครซอฟท์ เวิร์ด เป็นโปรแกรมที่นิยมในการประมวลผลคา มีความสามารถในการจัดรูปแบบตัวอักษร ย่อหน้า ใส่รูปภาพ จดหมายเวียน และอื่นๆ อีกมากมาย 2. ไมโครซอฟท์ เอ็กเซล ไมโครซอฟท์ เอ็กเซล เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการจัดทาตารางงาน มีความสามารถในการคานวณสูตรต่างๆ พร้อมทั้งฟังก์ชันที่ช่วยในการคานวณทางคณิตศาสตร์อีกด้วย 3. ไมโครซอฟท์ แอคเซส ไมโครซอฟท์ แอคเซส เป็นโปรแกรมฐานข้อมูล ที่เป็นที่นิยมสาหรับการทางานในระดับสานักงาน และ องค์กรขนาดเล็ก สามารถเก็บข้อมูล ประมวลผลข้อมูล ออกแบบฟอร์มเก็บข้อมูล พิมพ์
  11. 11. 11รายงาน จัดทาเว็บไซต์ในการรับ/ส่ง ข้อมูล และยังสามารถเขียนกลุ่มโปรแกรม (Module) เพื่อใช้ในการทางานได้ 4. ไมโครซอฟท์ ฟรอนต์เพจ ไมโครซอฟท์ ฟรอนต์เพจ เป็นโปรแกรมออกแบบเว็บเพจ ซึ่งมีความสามารถในการจัดการเว็บไซต์ ออกแบบโครงสร้างเว็บเพจ และติดต่อฐานข้อมูล ไมโครซอฟท์ แอคเซส 5. ไมโครซอฟท์ พาวเวอร์พอยต์ ไมโครซอฟท์ พาวเวอร์พอยต์ เป็นโปรแกรมนาเสนอผลงาน สามารถนาเสนอผลงานในแบบต่างๆ รวมถึงมีแม่แบบที่ช่วยผู้ใช้ใช้งานอย่างงายดาย และมีแอฟเฟ็คแบบต่างๆ ช่วยตกแต่งให้งานนาเสนอมีความสวยงาม 6. ไมโครซอฟท์ เอาท์ลุค ไมโครซอฟท์ เอาท์ลุค เป็นโปรแกรมรับ /ส่งอีเมล มีความสามารถในการเชื่อมต่อเครื่องแม่ข่ายอีเมล แบบ IMAP, POP3 และ Microsoft Exchange Server 7. ไมโครซอฟท์ พับบลิชเชอร์ เป็นโปรแกรมคล้าย ไมโครซอฟท์ เวิร์ด เช่นกัน แต่จะเน้นไปทางด้านการสร้างศิลป์บนสิ่งพิมพ์ที่ใช้ในชีวิตประจาวันมากกว่า เช่น นามบัตร 8. ไมโครซอฟท์ วิซิโอ ไมโครซอฟท์ วิซิโอ เป็นโปรแกรมที่ใช้ออกแบบแผนผัง แผนที่ต่างๆ
  12. 12. 12 บทที่ 3 วิธีการดาเนินการ กิจกรรมยุวชนคอมพิวเตอร์ประจาปีการศึกษา 2552 เป็นกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน มีวิธีการดาเนินการจัดกิจกรรม ดังนี้1. ประชากร ผู้เรียนโรงเรียนสันติพัฒนกิจวิทยา รวม 198 คน2. เครื่องมือที่ใช้ประเมิน แบบประเมินความคิดเห็นที่มีต่อกิจกรรม3. สถิติที่ใช้ ค่าร้อยละ (%)4. ลักษณะงาน โครงการตามแผน5. วิธีดาเนินการ -ขั้นตอนวางแผนการจัดกิจกรรม 1) ประชุมคณะบุคลากรที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันวางแผนการดาเนินการจัดกิจกรรมตามโครงการ แล้วร่างคาสั่งแบ่งหน้าที่ให้ออกมาเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน 2) หาข้อสรุปและแบ่งงานกันในแต่ละส่วน ประกอบด้วยฝ่ายเตรียมสถานที่ ฝ่ายอานวยการ ฝ่ายปฏิคม ฝ่ายประเมินผล เป็นต้น 3) ขออนุมัติโครงการ ขออนุญาตจัดกิจกรรม 4) ออกคาสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการผู้ดาเนินงาน -ขั้นตอนการจัดกิจกรรม 1) จัดเตรียมงานในแต่ละฝ่าย ฝ่ายจัดเตรียมสถานที่ : จัดเตรียมเวที ประดับตกแต่งสถานที่ จัดเตรียมเครื่องเสียง เป็นต้น ฝ่ายอานวยการ : คอยอานวยความสะดวก และให้คาปรึกษา ทั้งยังช่วยควบคุมดูแล และประสานงาน ฝ่ายปฏิคม : ต้อนรับผู้เข้ารับการอบรม ฝ่ายพิธีการ : กล่าวดาเนินรายการตลอดการจัดกิจกรรม ฝ่ายประเมินผล : ถ่ายภาพกิจกรรม จัดทาเอกสารประกอบกิจรรม และจัดทาแบบ ประเมินกิจกรรมและแจกให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม แ ละประเมินผล การจัดกิจกรรม 2) การดาเนินกิจกรรม พิธีกรเป็นผู้ควบคุม กากับให้กิจกรรมดาเนินตามกาหนดการให้มากที่สุด
  13. 13. 13 -ขั้นตอนการประเมินผลการจัดกิจกรรม คณะกรรมการฝ่ายประเมินแจกแบบประเมินกิจกรรมให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม เก็บคืนแล้วนามาวิเคราะห์ผลการประเมิน จัดทาเป็นรูปเล่มรายงานโครงการเพื่อนาเสนอผู้อานวยการโรงเรียนต่อไป6. การเก็บรวบรวมข้อมูล แบบประเมินความคิดเห็นที่มีต่อกิจกรรม7. ระยะเวลาที่ใช้ในการดาเนินการ วันที่ 13-18 มีนาคม พ.ศ. 25538. สถานที่ที่ใช้ในการดาเนินกิจกรรม ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ โรงเรียนสันติพัฒนกิจวิทยา
  14. 14. 14 บทที่ 4 ผลการดาเนินกิจกรรมผลการประเมินการจัดกิจกรรม จากแบบสอบถามตอนที่ 1 ข้อมูลส่วนตัวของผู้ตอบแบบประเมิน 1. เพศ เพศ จานวน (N) ร้อยละ (%) ชาย 30 60 หญิง 20 40 รวม 50 100 2. ผู้ตอบแบบสอบถาม ผู้ตอบแบบสอบถาม จานวน (N) ร้อยละ (%) นักเรียน 50 100 รวม 50 100
  15. 15. 15 ตอนที่ 2 แสดงความคิดเห็น ระดับความคิดเห็นลาดับ มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย น้อยที่สุด ที่ รายการ คะแนน คะแนน คะแนน ร้อยละ คะแนน ร้อยละ คะแนน ร้อยละ คะแนน ร้อยละ 1 เตรียมความพร้อมของสถานที่จัดงาน 13 26 30 60 7 14 0 0 0 0 2 เอกสารประกอบการอบรม 27 54 20 40 3 6 0 0 0 0 3 โปรแกรมไมโครซอฟเวิร์ด 8 16 35 70 7 14 0 0 0 0 4 โปรแกรมเพาเวอร์พอยท์ 1 2 48 96 1 2 0 0 0 0 5 โปรแกรมตารางการทางาน 16 32 25 50 9 18 0 0 0 0 6 โปรแกรมอินเตอร์เน็ต 13 26 30 60 9 18 0 0 0 0 7 การสืบค้นข้อมูล 36 72 9 18 15 30 0 0 0 0 8 ระยะเวลาในการจัดกิจกรรม 26 52 15 30 6 12 0 0 0 0 9 สภาพคอมพิวเตอร์ 5 10 11 22 34 68 0 0 0 0 10 การประชาสัมพันธ์กิจกรรมเหมาะสม 33 66 15 30 2 4 0 0 0 0ตอนที่ 3 ข้อเสนอแนะ - การจัดกิจกรรมยุวชนคอมพิวเตอร์ในครั้งนี้ได้สอบถามจากนักเรียน มีความเห็นว่า อยากให้มีการจัดอบรมการติดตั้งโปรแกรมพื้นฐาน การอบรม สร้างเว็บไซต์
  16. 16. 16 บทที่ 5 สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ1. สรุปผล กิจกรรมยุวชนคอมพิวเตอร์ จากการประเมินผลการดาเนินงานตามโครงการ โดยใช้แบบสอบถาม สรุปผลได้ดังนี้1) ผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 60 มีความคิดเห็นว่าการเตรียมความพร้อมของสถานที่จัดงาน อยู่ในระดับ 42) ผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 54 มีความคิดเห็นว่า เอกสารประกอบการอบรม อยู่ในระดับ 53) ผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 70 มีความคิดเห็นว่า โปรแกรมไมโครซอฟเวิร์ดอยู่ในระดับ 44) ผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 96 มีความคิดเห็นว่า โปรแกรมเพาเวอร์พอยท์ อยู่ในระดับ 45) ผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 50 มีความคิดเห็นว่า โปรแกรมตารางการทางาน อยู่ในระดับ 46) ผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 60 มีความคิดเห็นว่าโปรแกรมอินเตอร์เน็ต อยู่ในระดับ 47) ผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 72 มีความคิดเห็นว่า การสืบค้นข้อมูล อยู่ในระดับ 58) ผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 52 มีความคิดเห็นว่า ระยะเวลาในการจัดกิจกรรม อยู่ในระดับ 59) ผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 68 มีความคิดเห็นว่า สภาพคอมพิวเตอร์ อยู่ในระดับ 310) ผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 66 มีความคิดเห็นว่าการประชาสัมพันธ์กิจกรรมเหมาะสมอยู่ในระดับ 52. อภิปรายผล ผลจากการจัดกิจกรรมยุวชนคอมพิวเตอร์ ปีการศึกษา 2552 เมื่อพิจารณาจากแบบสอบถามแล้วพบว่า ค่าเฉลี่ยรวมอยู่ในระดับที่เหมาะสมมาก ไม่ว่าจะเป็นความพร้อมของสถานที่จัด งานระยะเวลาในการจัดกิจกรรม เอกสารประกอบการอบรม โปรแกรมพื้นฐานสาหรับสานักงานการสืบค้นข้อมูล การใช้โปรแกรมอินเทอร์เน็ต สภาพคอมพิวเตอร์ และการประชาสัมพันธ์กิจกรรม3. ข้อเสนอแนะ การจัดกิจกรรมยุวชนคอมพิวเตอร์ในครั้งนี้ได้สอบถามจากนักเรียน มีความเห็นว่า อยากให้มีการจัดอบรมการติดตั้งโปรแกรมพื้นฐาน การอบรมสร้างเว็บไซต์ อีกด้วย
  17. 17. 17
  18. 18. 18 แบบประเมินกิจกรรมยุชนคอมพิวเตอร์ โรงเรียนสันติพัฒนกิจวิทยา อ.โนนศิลา จ. ขอนแก่น วันที่ 13-18 มีนาคม 2553 คาชี้แจง ขอให้ผู้ตอบแบบประเมินตอบให้ตรงกับความเป็นจริงมากที่สุด ข้อมูลส่วนตัว เพศ  ชาย  ง หญิ สถานะ  ครู  ้ปกครอง  ้เรียน ผู ผู ตอนที่ 1 ให้ผู้กรอกแบบประเมินความเหมาะสมด้วยการกา  ลงในช่องระดับความคิดเห็นที่ รายการ ระดับความคิดเห็น มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย น้อยที่สุด1 เตรียมความพร้อมของสถานที่จัดงาน2 เอกสารประกอบการอบรม3 โปรแกรมไมโครซอฟเวิร์ด4 โปรแกรมเพาเวอร์พอยท์5 โปรแกรมตารางการทางาน6 โปรแกรมอินเตอร์เน็ต7 การสืบค้นข้อมูล8 ระยะเวลาในการจัดกิจกรรม9 สภาพคอมพิวเตอร์10 การประชาสัมพันธ์กิจกรรมเหมาะสม ตอนที่ 2 ข้อเสนอแนะ ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................
  19. 19. 19 ภาพกิจกรรมโครงการยุวชนคอมพิวเตอร์ ปีการศึกษา 2552
  20. 20. 20
  21. 21. 21 ตารางการสอนเสริม รายวิชา คอมพิวเตอร์ วันที่ ๐๘.๓๐น-๐๙.๓๐น. ๐๙.๓๐น-๑๐.๓๐น. ๑๐.๓๐น-๑๒.๐๐น. ๑๓.๐๐น-๑๔.๐๐น. ๑๔.๐๐น-๑๕.๐๐น. ๑๕.๐๐น-๑๖.๓๐น. เวลา MS Word MSWord MS Word MS Word MS Word MS Word ๑๓ มี.ค.๕๓ พื้นฐาน พื้นฐาน การแทรกรูปภาพ การแทรกรูปภาพ การสร้างตาราง การสร้างตาราง MS Word MS Word MS Word MS Word MS Word MS Word ๑๔ มี.ค.๕๓ การพิมพ์ การพิมพ์ แผ่นพับ แผ่นพับ การตัด/ลอก/วางข้อมูล การตัด/ลอก/วางข้อมูล พักกลางวัน MS Excel MS Excel MS Excel MS Excel MS Excel MS Excel ๑๕ มี.ค.๕๓ พื้นฐาน พื้นฐาน สร้างเอกสาร สร้างเอกสาร การตัด/ลอก/วางข้อมูล การตัด/ลอก/วางข้อมูล MS Excel MS Excel MS Excel MS Excel MS Excel MS Excel ๑๖ มี.ค.๕๓ การคานวณ การคานวณ กราฟ กราฟ เรียงลาดับ เรียงลาดับ MS Power Point MS Power Point MS Power Point MS Power Point MS Power Point MS Power Point ๑๗ มี.ค.๕๓ การออกแบบแม่แบบ การออกแบบแม่แบบ การสร้างชิ้นงาน การสร้างชิ้นงาน การนาเสนอ การนาเสนอ ประโยชน์ของ การสืบค้นข้อมูลด้วย วิธีการสืบค้นที่ได้ผล ข้อควรระวังในการใช้ การสมัคร E-mail ๑๘ มี.ค.๕๓ Internet เบื้องต้น internet ฐานข้อมูล คุ้มค่า งาน internetคณาจารย์ผู้สอนเสริม โครงการยุวชนคอมพิวเตอร์ โรงเรียนสันติพัฒนกิจวิทยา ปีการศึกษา ๒๕๕๒ (ระหว่างวันที่ ๑๓ – ๑๘ มีนาคม ๒๕๕๓) อ.วิศวะ โพธิ์งาม อ.อาทิตย์ เสนารักษ์ อ.สุวิทย์ ดิษฐเนตร
  22. 22. 22
  23. 23. 23
  24. 24. 24

×