นางสาวสุพัตรา บุญเทียม เลขที่ 20 ปวช. 2/3
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัวเปนพระราช                                    โอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัย  ...
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลกมหาราช   วัดราชสิทธาราม เมื่อป พ.ศ. ๒๓๔๙ สมเด็จพระบรมชนกนาถทรงไดรับการสถาปนาขึ้นเปนพระม...
ตอมาในป พ.ศ. ๒๓๕๖ ขณะพระชนมายุได ๒๖ พรรษาสมเด็จพระบรมชนกนาถทรงสถาปนาขึ้นดํารงพระยศเจาตางกรม มีพระนามกรมวา พระเจาลูก...
จนกระทั่งวันที่ ๒๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๓๖๗พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัยเสด็จสวรรคตโดยมิไดทรงมอบพระราชสมบัติใหแกพระราชโอรส...
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัว มิไดทรงสถาปนาผูใดขึ้นเปนพระบรมราชินี คงมีแตเพียงเจาจอมมารดาและสนมเอกเทานั้น และม...
พระราชกรณียกิจดานเศรษฐกิจ           ในขณะที่ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัวเสด็จขึ้นครองราชยสมบัติ เปนเวลาที่ประเท...
การเก็บภาษีอากรนี้ทรงตั้งระบบการเก็บภาษีโดยใหเอกชนประมูลรับเหมาผูกขาดไปเรียกเก็บภาษีจากราษฎรเอง เรียกวา เจาภาษีหรือนายอ...
นอกจากนีรายไดของรัฐอีกสวนหนึ่งยังไดมาจากการคาขายกับชาวตางชาติ           ้โดยไทยไดสงเรือสินคาเขาไปคาขายในประเทศต...
เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศมีเสถียรภาพมั่นคงและรัฐมีรายไดมากขึ้น รายไดของแผนดินในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูห...
พระราชกรณียกิจดานการปกครอง          พระราชกรณียกิจดานการปกครองที่สําคัญของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัว คือ ทรงโปร...
พระราชกรณียกิจดานการปองกันประเทศ           ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัวสงครามระหวางไทยกับพมาไดเบาบ...
เจาอนุวงศ
๒. พ.ศ. ๒๓๗๖ – พ.ศ. ๒๓๙๐ สงครามกับญวน สงครามครั้งนี้กินเวลายาวนานถึง ๑๕ ป เริ่มจากป พ.ศ. ๒๓๗๖ ญวนที่เมืองไซงอนกอกบฏขึ้...
เจาพระยาบดินทรเดชา
เจาพระยาพระคลัง (ดิศ)
พระราชกรณียกิจดานความสัมพันธกับตางประเทศ          เหตุการณความสัมพันธกับตางประเทศในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจ...
๒. สัมพันธไมตรีกับสหรัฐอเมริกา ความสัมพันธระหวางไทยกับสหรัฐฯ เริ่มจากการทําการคาและมีการทําสนธิสัญญาระหวางกัน โดยลงนาม...
นายเอ็ดมันส โรเบิรต
พระราชกรณียกิจดานการศึกษา        ในสมัยกรุงรัตนโกสินทรตอนตนยังไมมีการจัดตั้งโรงเรียนขึ้น ดังนั้นวัดจึงมีบทบาทเปนสถาบั...
วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัวเสด็จสวรรคต ณ พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน องคขางตะวันตกในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ ๒ เ...
พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน
พระบรมราชานุสาวรียของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัว                       สรางขึ้นในบริเวณลานเจษฎาบดินทร ถนนราชดํา...
เกร็ดความรูบุคคลสําคัญในสมัย ร. ๓
ทาวสุรนารี มีนามเดิมวา “คุณหญิงโม” เปนภริยา              ปลัดเมืองนครราชสีมา ทานสรางวีรกรรมไวแกชาติไทย             ...
หมอบรัดเลย หรือแดน บีช แบรดลีย (Danial Beach Bradley, M.D.) หรือ บางคนเรียก ปลัดเลย เปนนายแพทยชาวอเมริกันที่เขาเผยแพ...
แดน บีช บรัดเลย เปนชาวเมืองมารเซลลัส (Marcellus) เกิดเมื่อ ๑๘กรกฎาคม พ.ศ. ๒๓๔๗ บุตรคนที่ ๕ ของนายแดน บรัดเลย และนางยูน...
ผลงาน        - ทําการผาตัดแผนใหมเปนรายแรกของประเทศไทย        - ปลูกฝปองกันไขทรพิษสําเร็จเปนรายแรกของประเทศไทย      ...
คําถาม1.พระนานเดิมของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัว   ตอบ2. พระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัว เสด็จพระราชสมภพเมื่อไ...
หมอมเจาชายทับ
วันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๓๓๐
๕๑ พระองค
ประวัติรัชกาลที่ 3
ประวัติรัชกาลที่ 3
ประวัติรัชกาลที่ 3
ประวัติรัชกาลที่ 3
ประวัติรัชกาลที่ 3
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

ประวัติรัชกาลที่ 3

6,164 views

Published on

ไฟล์ pdf

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
6,164
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
3
Actions
Shares
0
Downloads
20
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

ประวัติรัชกาลที่ 3

  1. 1. นางสาวสุพัตรา บุญเทียม เลขที่ 20 ปวช. 2/3
  2. 2. พระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัวเปนพระราช โอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัย และเจาจอมมารดาเรียม ซึ่งภายหลังดํารงพระยศ เปนสมเด็จพระศรีสุราลัย พระบรมราชชนนีพันปพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัย หลวงในรัชกาลที่ ๓ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกลา เจาอยูหัว เสด็จพระราชสมภพเมื่อ วันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๓๓๐ ณ พระราชวัง เดิม มีพระนามเดิมวา หมอมเจาชายทับ เจาจอมมารดาเรียม
  3. 3. พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลกมหาราช วัดราชสิทธาราม เมื่อป พ.ศ. ๒๓๔๙ สมเด็จพระบรมชนกนาถทรงไดรับการสถาปนาขึ้นเปนพระมหาอุปราช กรมพระราชวังบวรสถานมงคล จึงไดรับเลื่อนพระยศตามพระบิดาขึ้นเปนพระองคเจา ตอมาเมื่อพระชนมายุครบผนวชตามพระราชประเพณี พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลกมหาราช สมเด็จพระอัยยิกาธิราชจึงโปรดเกลาฯ จัดพิธีผนวชให ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ เสด็จออกในพิธีผนวชครั้งนี้ดวยแมจะมีพระชนมายุถึง ๗๒พรรษาแลวก็ตาม เมื่อทรงผนวชแลวพระองคก็เสด็จไปจําพรรษา ณ วัดราชสิทธาราม
  4. 4. ตอมาในป พ.ศ. ๒๓๕๖ ขณะพระชนมายุได ๒๖ พรรษาสมเด็จพระบรมชนกนาถทรงสถาปนาขึ้นดํารงพระยศเจาตางกรม มีพระนามกรมวา พระเจาลูกเธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร ดวยมีพระปรีชาสามารถในหลายแขนงวิชา ไมวาจะเปนดานพระพุทธศาสนา อักษรศาสตร รัฐประศาสนศาสตร นิติศาสตร สถาปตยกรรม โดยเฉพาะอยางยิ่งทางดานพาณิชยศาสตรและเศรษฐศาสตร ทําใหเปนที่วางพระราชหฤทัยจากสมเด็จพระบรมชนกนาถ ใหกํากับราชการโดยดํารงตําแหนงสําคัญๆ ในกรมตางๆ เชน กรมทากรมพระคลังมหาสมบัติ กรมตํารวจ และยังทรงทําหนาที่พิจารณาพิพากษาคดีความแทนพระองคอยูเสมอ จึงทําใหทรงรอบรูงานราชการตางๆ ของแผนดินเปนอยางดี
  5. 5. จนกระทั่งวันที่ ๒๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๓๖๗พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัยเสด็จสวรรคตโดยมิไดทรงมอบพระราชสมบัติใหแกพระราชโอรสพระองคใด เจานายและขุนนางชั้นผูใหญจึงประชุมหารือแลวลงมติกันวา ควรถวายพระราชสมบัติใหแกพระเจาลูกเธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร สืบราชสมบัติแทนเปนพระมหากษัตริยรัชกาลที่ ๓ แหงราชวงศจักรีพระนามวา พระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัวดวยทรงมีความรูความชํานาญทางดานการปกครองเปนอยางดี เนื่องดวยสนองพระเดชพระคุณในรัชกาลสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัยมาเปนเวลานาน
  6. 6. พระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัว มิไดทรงสถาปนาผูใดขึ้นเปนพระบรมราชินี คงมีแตเพียงเจาจอมมารดาและสนมเอกเทานั้น และมีพระราชโอรสกับพระราชธิดารวมทั้งสิ้น ๕๑ พระองค
  7. 7. พระราชกรณียกิจดานเศรษฐกิจ ในขณะที่ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัวเสด็จขึ้นครองราชยสมบัติ เปนเวลาที่ประเทศไทยตกอยูในภาวะยากจนเปนอยางมาก เนื่องจากเมื่อครั้งสถาปนากรุงรัตนโกสินทรตองใชเงินจํานวนมหาศาลเพื่อทํานุบํารุงบานเมืองขึ้นมาใหม ประกอบกับการที่กรุงศรีอยุธยาสูญเสียทรัพยสินจากการพายแพสงคราม พระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัวจึงทรงตั้งระบบการจัดเก็บภาษีขึ้นหลายอยางเพื่อหาเงินเขาทองพระคลังหลวง เชน จังกอบ อากรฤชา สวย ภาษีเงินคาราชการจากไพร เงินคาผูกปขอมือจีน เปนตน
  8. 8. การเก็บภาษีอากรนี้ทรงตั้งระบบการเก็บภาษีโดยใหเอกชนประมูลรับเหมาผูกขาดไปเรียกเก็บภาษีจากราษฎรเอง เรียกวา เจาภาษีหรือนายอากร ซึ่งสวนใหญชาวจีนจะเปนผูประมูลได การเก็บภาษีดวยวิธีนี้ทําใหเกิดผลดีหลายประการ กลาวคือนอกจากจะสามารถเก็บเงินเขาพระคลังไดสูงแลวยังสงผลดีดานการเมือง คือทําใหชาวจีนที่เปนเจาภาษีนายอากรนั้น มีความจงรักภักดีตอพระมหากษัตริยและมีความผูกพันกับแผนดินไทยมากขึ้น
  9. 9. นอกจากนีรายไดของรัฐอีกสวนหนึ่งยังไดมาจากการคาขายกับชาวตางชาติ ้โดยไทยไดสงเรือสินคาเขาไปคาขายในประเทศตางๆ มากมาย เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัวทรงสนพระราชหฤทัยและเชี่ยวชาญการสงเรือสินคาออกไปคาขายมาตั้งแตครั้งดํารงยศเปนพระเจาลูกเธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร จนสมเด็จพระบรมชนกนาถตรัสเรียกพระองควา “เจาสัว” และเมื่อพระองคเสด็จขึ้นครองราชยสมบัติก็ไดทรงสนับสนุนการคากับตางประเทศมากขึ้น โดยโปรดเกลาฯ ใหตอเรือกําปนเพื่อใชในการคาจํานวนมาก รายไดจากการคาสําเภานี้นับเปนรายไดสําคัญของประเทศในขณะนั้น โดยเฉพาะอยางยิ่งภายหลังการทําสนธิสัญญาเบอรนี้ที่ไทยอนุญาตใหชาวตางชาติเขามาคาขายภายในประเทศอยางเสรี ยกเวนสินคาประเภทขาว อาวุธปน และฝน
  10. 10. เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศมีเสถียรภาพมั่นคงและรัฐมีรายไดมากขึ้น รายไดของแผนดินในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัวนี้จึงสูงขึ้นมาก โดยบางปมีจํานวนมากถึง ๒๕ ลานบาททีเดียว เมื่อพระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัวเสด็จสวรรคต เงินในทองพระคลังหลวงซึ่งรวมถึงเงินคาสําเภาที่เหลือจากการจับจายของแผนดินมี ๔๐,๐๐๐ ชั่ง และดวยความที่พระองคมีพระราชหฤทัยหวงใยในดานการสรางและบูรณปฏิสังขรณวัดวาอารามตางๆ กอนที่จะเสด็จสวรรคต จึงทรงมีพระราชปรารภใหแบงเงินสวนนี้ไปทํานุบํารุงรักษาวัดที่ชํารุดเสียหาย และวัดที่สรางคางอยู๑๐,๐๐๐ ชั่ง สวนที่เหลืออีก ๓๐,๐๐๐ ชั่ง ทรงโปรดเกลาฯ ใหรักษาไวเปนคาใชจายสําหรับแผนดินตอไป เงินจํานวนนี้ กลาวกันวาพระองคทรงโปรดเกลาฯ ใหใสถุงแดงเอาไว ซึ่งตอมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวทรงนํามาใชจายเปนคาปรับในกรณีพิพาทระหวางประเทศ ร.ศ. ๑๑๒(พ.ศ.๒๔๓๖) จะเห็นไดวาแมพระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัวจะเสด็จสวรรคตไปแลว พระองคก็ยังทรงมีสวนชวยเหลือประเทศใหรอดพนวิกฤตการณทางการเมืองระหวางประเทศที่เกิดขึ้น ดวยเงินถุงแดงที่พระองคทรงเก็บสะสมไว
  11. 11. พระราชกรณียกิจดานการปกครอง พระราชกรณียกิจดานการปกครองที่สําคัญของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัว คือ ทรงโปรดเกลาฯ ใหนํากลองใบใหญที่เจาพระยาพระคลังนํามาถวายไปตั้งไวที่ทิมดาบ กรมวังลั่นกุญแจ พระราชทานนามวา “วินิจฉัยเภรี”สําหรับใหประชาชนที่ตองการรองทุกขถวายฎีกามาตี แลวกรมวังก็จะไขกุญแจใหเมื่อตีกลองแลวตํารวจเวรก็จะรับตัวมาสอบถามเรื่องราวแลวนําความขึ้นกราบบังคมทูล จากนั้นจึงมอบหมายใหขุนนางคอยดูแลชําระความ และคอยสอบถามอยูเสมอมิใหขาด ทําใหขุนนางไมอาจหลีกเลี่ยงตอหนาที่ได ประชาชนจึงไดรับผลประโยชนเปนอยางมาก กลองวินิจฉัยเภรี
  12. 12. พระราชกรณียกิจดานการปองกันประเทศ ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัวสงครามระหวางไทยกับพมาไดเบาบางและสิ้นสุดลง เพราะพมาติดพันการทําสงครามอยูกับอังกฤษ แตถึงกระนั้นก็ยังมีสงครามเกิดขึ้นหลายครั้งในหลายรัชกาลนี้ โดยสงครามที่สําคัญไดแก ๑. พ.ศ. ๒๓๑๖ สงครามกับเจาอนุวงศ แหงเมืองเวียงจันทน เดิมทีเมืองเวียงจันทนตกเปนเมืองขึ้นของไทยตั้งแตสมัยกรุงธนบุรี แตในขณะนั้นเจาอนุวงศเริ่มมีอํานาจมากขึ้น จึงถือโอกาสชวงเปลี่ยนแผนดิน กอกบฏยกกองทัพเขามาตีไทยเพื่อประกาศตนเปนอิสระทวาถูกกองทัพของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัวขับไลออกไปไดหมดสิ้น ดินแดนแควนลาวจึงยังคงอยูในอํานาจของไทยตอไปจนถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว
  13. 13. เจาอนุวงศ
  14. 14. ๒. พ.ศ. ๒๓๗๖ – พ.ศ. ๒๓๙๐ สงครามกับญวน สงครามครั้งนี้กินเวลายาวนานถึง ๑๕ ป เริ่มจากป พ.ศ. ๒๓๗๖ ญวนที่เมืองไซงอนกอกบฏขึ้นพระเจาเวียดนามมินมาง จึงตองทําสงครามปราบปรามกบฏ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัวทรงมีพระราชดําริวาเปนโอกาสที่จะแยงชิงเขมรกลับคืนและปราบญวนใหหายกําเริบ จึงโปรดเกลาฯ ใหเจาพระยาบดินทรเดชาเปนแมทัพยกไปตีเมืองเขมร หัวเมืองญวนไปจนถึงไซงอน และโปรดเกลาฯ ใหเจาพระยาพระคลัง (ดิศ) ยกทัพเรือไปตีหัวเมืองเขมรและญวนตามชายฝงทะเลสงครามยืดเยื้อมาเปนเวลานานจนเปนอันเลิกรบ แตไทยก็ไดเขมรมาอยูในปกครองอีกครั้ง
  15. 15. เจาพระยาบดินทรเดชา
  16. 16. เจาพระยาพระคลัง (ดิศ)
  17. 17. พระราชกรณียกิจดานความสัมพันธกับตางประเทศ เหตุการณความสัมพันธกับตางประเทศในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัวที่สําคัญมีดังนี้ ๑. สัมพันธไมตรีกับอังกฤษ ในวันที่ ๒๐ มิถุนายน พ.ศ.๒๓๖๙ ไทยไดทําสนธิสัญญาทางพระราชไมตรีและพาณิชยกับอังกฤษ ชื่อวา สนธิสัญญาเบอรนีเนื่องจากมีนายเฮนรี่ เบอรนี เปนผูทําการเจรจากับรัฐบาลไทยเกี่ยวกับปญหาการคาและการเมืองในมลายู ใชระยะเวลา ๕ เดือน ประกอบดวยสนธิสัญญาทางพระราชไมตรี๑๔ ขอ และสนธิสัญญาทางการพาณิชยแยกอีกฉบับรวม ๖ ขอ สนธิสัญญาเบอรนีถือเปนสนธิสัญญาฉบับแรกที่ไทยทํากับประเทศตะวันตกในสมัยรัตนโกสินทร
  18. 18. ๒. สัมพันธไมตรีกับสหรัฐอเมริกา ความสัมพันธระหวางไทยกับสหรัฐฯ เริ่มจากการทําการคาและมีการทําสนธิสัญญาระหวางกัน โดยลงนามเมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๓๗๕ มีนายเอ็ดมันส โรเบิรต เปนทูตเจรจาใชระยะเวลาในการเจรจา ๒๒ วัน โดยมีขอตกลงทางการเมืองและการคาอยูในฉบับเดียวกัน ๑๐ ขอ สําหรับบรรดาประเทศตางๆ ในเอเชียนั้น ประเทศจีนนับเปนประเทศที่มีความสัมพันธอันดีกับไทย ทั้งทางดานการทูตและการคาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัวไทยไดจัดสงราชทูตอัญเชิญพระราชสาสนและเครื่องราชบรรณาการไปเจริญพระราชไมตรีกับประเทศจีนใน พ.ศ. ๒๓๖๘ การคาระหวางไทยกับจีนดําเนินไปไดดวยดีตลอดสมัยรัชกาลที่ ๓
  19. 19. นายเอ็ดมันส โรเบิรต
  20. 20. พระราชกรณียกิจดานการศึกษา ในสมัยกรุงรัตนโกสินทรตอนตนยังไมมีการจัดตั้งโรงเรียนขึ้น ดังนั้นวัดจึงมีบทบาทเปนสถาบันทางการศึกษาที่สําคัญมาก เชนเดียวกับสมัยกรุงศรีอยุธยาที่มีพระสงฆเปนครูสอนหนังสือ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัวไดทรงสนับสนุนการศึกษาโดยโปรดเกลาฯ ใหผูมีความรูนําตําราตางๆ จารึกลงบนศิลาประดับไวตามฝาผนังอาคารตางๆของวัดราชโอรสาราม วัดสุทัศนเทพวราราม โดยเฉพาะอยางยิ่งที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ความรูตางๆ ที่โปรดเกลาฯ ใหจารึกไวมีทั้งวิชาอักษรศาสตร แพทยศาสตร พุทธศาสตรและโบราณคดี ตําราโคลง ฉันท กาพย กลอน ตํารายา ตําราโหรศาสตร พรอมกันนั้นก็โปรดเกลาฯ ใหปนรูปฤาษีดัดตน แสดงทาบําบัดโรคลม กับคําโคลงบอกชนิดของลม ตั้งไวในศาลารอบเขตพุทธาวาส เพื่อใหประชาชนศึกษาความรูตางๆ ไดอยางแพรหลาย จนอาจเรียกไดวา วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เปนมหาวิทยาลัยแหงแรกของเมืองไทย
  21. 21. วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
  22. 22. พระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัวเสด็จสวรรคต ณ พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน องคขางตะวันตกในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๓๙๔ รวมพระชนมายุได ๖๓ พรรษา ๒ วัน รวมระยะเวลาที่ทรงครองสิริราชสมบัติ ๒๖ ป ๘เดือน ๑๒ วัน พระองคทรงมีพระปรีชาสามารถในศาสตรตางๆ หลายแขนงโดยเฉพาะอยางยิ่งในดาน พาณิชยศาสตรและเศรษฐศาสตร เนื่องจากเปนพระราชโอรสพระองคใหญที่ทรงพระปรีชาสามารถ ฉลาดหลักแหลมพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัยจึงโปรดเกลาฯ ใหเขารับราชการตางพระเนตรพระกรรณมาตั้งแตยังทรงดํารงพระยศเปนพระเจาลูกเธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร ครั้นเสด็จขึ้นครองราชยสมบัติพระองคก็ไดทรงประกอบพระราชกรณียกิจดานตางๆ นําความมั่นคงกาวหนามาสูประเทศนานัปการ และดวยสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณปวงชนชาวไทยจึงรวมใจกันสรางพระบรมราชานุสาวรียขึ้นในบริเวณลานเจษฎาบดินทร ถนนราช ดําเนิน
  23. 23. พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน
  24. 24. พระบรมราชานุสาวรียของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัว  สรางขึ้นในบริเวณลานเจษฎาบดินทร ถนนราชดําเนิน
  25. 25. เกร็ดความรูบุคคลสําคัญในสมัย ร. ๓
  26. 26. ทาวสุรนารี มีนามเดิมวา “คุณหญิงโม” เปนภริยา ปลัดเมืองนครราชสีมา ทานสรางวีรกรรมไวแกชาติไทย เมื่อ พ.ศ. ๒๓๖๙ โดยไดรวบรวมชาวบานเขาสูรบตอตาน กองทัพของเจาอนุวงศแหงเวียงจันทนไมใหมาตีกรุงเทพฯ เปนผลสําเร็จ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัวจึง โปรดเกลาฯ แตตั้งคุณหญิงโมเปน “ทาวสุรนารี” มีการจัด งานเฉลิมฉลองวันแหงชัยชนะของทาวสุรนารีระหวาง วันที่ ๒๓ มีนาคม ถึงวันที่ ๓ เมษายนของทุกป อนุสาวรียทาวสุรนารี (ยาโม) อยูในอําเภอเมือง จ. นครราชสีมา สรางเมื่อ พ.ศ.๒๔๗๖ ตั้งอยูหนาซุมประตูชุม พล ซึ่งเปนประตูเมืองเกาทางดานทิศตะวันตก อนุสาวรียทาวสุรนารี เปนรูปทาวสุรนารี แตงกายดวยเครื่องยศพระราชทาน มือ ขวากุมดาบ หลอดวยทองแดงรมดําสูง ๑.๘๕ เมตร ที่ฐาน อนุสาวรียมีอัฐิของทานบรรจุไวภายใน
  27. 27. หมอบรัดเลย หรือแดน บีช แบรดลีย (Danial Beach Bradley, M.D.) หรือ บางคนเรียก ปลัดเลย เปนนายแพทยชาวอเมริกันที่เขาเผยแพรศาสนา คริสตในประเทศไทยสมัยรัชกาลที่ ๓ และยังเปนผูเริ่มตนการพิมพใน ประเทศไทยเปนครั้งแรก
  28. 28. แดน บีช บรัดเลย เปนชาวเมืองมารเซลลัส (Marcellus) เกิดเมื่อ ๑๘กรกฎาคม พ.ศ. ๒๓๔๗ บุตรคนที่ ๕ ของนายแดน บรัดเลย และนางยูนิชบีช บรัดเลย สําเร็จการแพทยจากมหาวิทยาลัยนิวยอรก สมรสกับภรรยาคนแรก เอมิลี รอยส บรัดเลย และภรรยาคนที่สอง ซาราห แบลคลี บรัดเลยแดน บีช บรัดเลย เขามาทํางานในคณะหมอสอนศาสนา เพรส ไบทีเรียนตั้งแตเดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๓๗๙ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ พักอาศัยอยูแถววัดเกาะ สําเพ็ง (วัดสัมพันธวงศ) ตอมาจึงยายไปอยูแถวกุฎีจีน และยายไปอยูแถววัดประยูรวงศาวาส เมื่อ พ.ศ. ๒๓๙๕ จึงมาเชาที่หลวง ตั้งโรงพิมพอยูบริเวณปากคลองบางกอกใหญ ขางปอมวิชัยประสิทธิ์ ติดกับพระราชวังเดิมพักอาศัยอยูที่นั่นจนเสียชีวิตเมื่อวันที่ ๒๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๑๖ อายุ๖๙ ป
  29. 29. ผลงาน - ทําการผาตัดแผนใหมเปนรายแรกของประเทศไทย - ปลูกฝปองกันไขทรพิษสําเร็จเปนรายแรกของประเทศไทย - ตั้งโรงพิมพและตีพิมพประกาศหามสูบฝนซึ่งเปนประกาศทางราชการที่ใชวิธีตีพิมพเปนครั้งแรก - ริเริ่มนิตยสาร บางกอก รีคอรดเดอร(The Bangkok Recorder) - พิมพปฏิทินสุริยคติเปนภาษาไทยขึ้นเปนครั้งแรก - พิมพหนังสือคัมภีรครรภทรักษา 
  30. 30. คําถาม1.พระนานเดิมของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัว ตอบ2. พระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัว เสด็จพระราชสมภพเมื่อไร ตอบ3. พระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัว มีพระราชโอรสกับพระราชธิดารวมทั้งสิ้นกี่พระองค ตอบ
  31. 31. หมอมเจาชายทับ
  32. 32. วันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๓๓๐
  33. 33. ๕๑ พระองค

×