ใบความรู้ที่ 2 หลักการพื้นฐานของคอมพิวเตอร์
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 

Like this? Share it with your network

Share

ใบความรู้ที่ 2 หลักการพื้นฐานของคอมพิวเตอร์

on

  • 2,798 views

 

Statistics

Views

Total Views
2,798
Views on SlideShare
2,563
Embed Views
235

Actions

Likes
3
Downloads
41
Comments
0

3 Embeds 235

http://krunomchit.wordpress.com 230
http://www.slideshare.net 4
url_unknown 1

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

ใบความรู้ที่ 2 หลักการพื้นฐานของคอมพิวเตอร์ Document Transcript

  • 1. ใบความรูที่ 3 รายวิชา ง31201 เทคโนโลยีสารสนเทศ 1 (ชวงชั้นที่ 4) ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 เรื่องหลักการพื้นฐานของคอมพิวเตอรผลการเรียนรูที่คาดหวัง1. นักเรียนสามารถชี้แจงความหมายและการคุณลักษณะของคอมพิวเตอรได2. นักเรียนสามารถบอกสวนประกอบของคอมพิวเตอรได3. นักเรียนสามารถบอกหลักการทํางานคอมพิวเตอรได4. นักเรียนสามารถบอกประเภทของภาษาคอมพิวเตอรได5. นักเรียนสามารถบอกหลักการพัฒนาโปรแกรมและเลือกใชภาษาโปรแกรมได คอมพิวเตอรคืออะไร  คอมพิวเตอรมาจากภาษาละตินวา Computare ซึ่งหมายถึง การนับ หรือ การคํานวณ พจนานุกรม ฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ใหความหมายของ คอมพิวเตอรไววา "เครื่องอิเล็กทรอนิกสแบบอัตโนมัติ ทํา หนาที่เหมือนสมองกล ใชสําหรับแกปญหาตางๆ ที่งายและ ซับซอนโดยวิธีทางคณิตศาสตร"  คอมพิวเตอรจึงเปนเครื่องจักรอิเล็กทรอนิกสที่ถูกสรางขึ้น เพื่อใชทํางานแทนมนุษย ในดานการคิดคํานวณและสามารถ จําขอมูล ทั้งตัวเลขและตัวอักษรไดเพื่อการเรียกใชงานใน ครั้งตอไป นอกจากนี้ ยังสามารถจัดการกับสัญลักษณได ดวยความเร็วสูง โดยปฏิบัติตามขั้นตอนของโปรแกรม คอมพิวเตอรยังมีความสามารถในดานตางๆ อีกมาก อาทิเชน การเปรียบเทียบทางตรรกศาสตร การรับสงขอมูล การจัดเก็บขอมูลในตัวเครื่องและสามารถ ประมวลผลจากขอมูลตางๆ ไดใบความรูรายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ ง 31201 โดยครูนอมจิตร เฉลยไกร หนา 1
  • 2. หลักการทํางานของคอมพิวเตอร คอมพิวเตอรเปนเครื่องมือชวยในการทํางานไดรวดเร็ว สะดวกและแมนยํา การใชประโยชนจากคอมพิวเตอรใหไดผลเต็มที่จึงจําเปนตองเรียนรูวิธีการทํางานตลอดจนลักษณะตาง ๆ ของคอมพิวเตอรใหครบถวน การทํางานของคอมพิวเตอร มีขั้นตอนสําคัญ 4 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 การรับขอมูลและคําสั่ง คอมพิวเตอรรับขอมูลและคําสั่งผานอุปกรณนําเขาคือ เมาสคียบอรด สแกนเนอร ฯลฯ ขั้นตอนที่ 2 การประมวลผลหรือคิดคํานวณ หรือ CPU (Central Processing Unit) เรียกสั้นๆ วา ชิป (Chip) เปนสมองคอมพิวเตอรทําหนาที่คํานวณ ประมวลผลคําสั่ง และควบคุมการทํางานของอุปกรณอื่น ๆ ขั้นตอนที่ 3 การเก็บขอมูล ทําหนาที่เก็บขอมูลและโปรแกรมตาง ๆ หนวยเก็บขอมูลคือฮารดดิสก ดิสกเกตต และซีดีรอมขั้นตอนที่ 4 นําเสนอผลลัพธ เปนอุปกรณที่ทําหนาที่ นําเสนอผลลัพธที่ไดจากการประมวลผล ของคอมพิวเตอรเชน จอภาพ เครื่องพิมพ เปนตน1. อุปกรณรับเขา (Input Device)ทําหนาที่รับโปรแกรมและขอมูล เขาสูเครื่องคอมพิวเตอรอุปกรณรับเขาที่เปนที่รูจักและนิยมใชไดแกใบความรูรายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ ง 31201 โดยครูนอมจิตร เฉลยไกร หนา 2
  • 3. แปนพิมพ (Keyboard)เปนอุปกรณพื้นฐานที่ทุกเครื่องจะตองมีการรับขอมูลคือ ผูใชกดแปนพิมพแลวจึงแปลงรหัสเขาสูการประมวลผลตอไปเมาส (Mouse) เปนอุปกรณที่ชวยอํานวยความสะดวกในการใชงานเพิ่มมาก ขึ้น เมาสจะมีรูปรางพอเหมาะกับมือ และมีลูกกลิ้งอยูขางลาง โดย ระบบคอมพิวเตอรจะทํางานสัมพันธกับการเคลื่อนที่ของลูกกลิ้ง และรับคําสั่งจากการกดปุมเมาส สแกนเนอร (Scanner) จะทํางานโดยการอานรูปภาพแลวแปรเปลี่ยนใหเปนขอมูลที่ คอมพิวเตอรสามารถที่จะเขาใจได2. หนวยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit :CPU) ทําหนาที่ประมวลผลและควบคุมการทํางานของระบบคอมพิวเตอรทั้งหมด โดยมีหนาที่ในการเคลื่อนยายขอมูลระหวางหนวยความจําดวย ซึ่งหนวยประมวลผลกลางหรือซีพียูนี้จะประกอบดวย 1. หนวยคํานวณและตรรกะ (Arithematic and Logic Unit :ALU) ทําหนาที่ในการคํานวณ เชนบวก ลบ คูณ หาร และทําหนาที่ในการเปรียบเทียบทางตรรกะโดยหนวยควบคุมจะควบคุมความเร็วในการคํานวณ 2. หนวยควบคุม (Control Unit) ทําหนาที่ควบคุมกลไกการทํางานของระบบทั้งหมด โดยจะทํางานประสานกับหนวยความจํา และหนวยคํานวณ และตรรกะ ซีพียูหลักที่ใชในคอมพิวเตอรในปจจุบันคือ ไมโครชิป (ดังรูป) หรือที่เรียกวา ไมโครโพรเซสเซอร (Microprocessor) 3. หนวยความจําหลัก (Main Memory) ทําหนาที่เก็บขอมูลที่รอทําการประมวลผล และเก็บผลลัพธที่ไดจากการประมวลผลในระหวางที่รอสงไปยังหนวยแสดงผลลัพธ ประเภทของหนวยความจําสามารถแบงไดดังนี้ 3.1 ตามลักษณะของการเก็บขอมูล จะแบงไดเปน - หนวยความจําแบบลบเลือน (Volatile Memory) คือในกรณีที่ไฟฟาดับหรือกําลังไฟฟาไมเพียงพอ ขอมูลที่เก็บไวก็จะหายหมด - หนวยความจําแบบไมลบเลือน (Nonvolatile Memory)หนวยความจําแบบนี้จะเก็บขอมูลไดโดยไมขึ้นกับไฟฟาที่เลี้ยงวงจรใบความรูรายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ ง 31201 โดยครูนอมจิตร เฉลยไกร หนา 3
  • 4. 3.2 ตามสภาพการใชงาน จะแบงไดเปน - หนวยความจําอานอยางเดียว (Read-only Memory :Rom) หรือ รอม เปนหนวยความจําชนิดไมลบเลือน คือซีพียูสามารถอานไดอยางเดียวไมสามารถเขียนขอมูลลงไปได - หนวยความจําเขาถึงโดสุม (Random Access Memory :RAM) หรือ แรม เปนหนวยความจําแบบลบเลือนได คือสามารถเขียนหรืออานได การเขียนหรืออานจะเลือกที่ตําแหนงใดก็ได ***หนวยความจําแบบไมลบเลือน แตยอมใหมีการแกไขหรือลบขอมูลไดโดยกรรมวิธีพิเศษ เรียกวาอีพร็อม (Erasable Programmable Read Only Memory :EPROM 3. หนวยความจํารอง (Virtual Memory) มีเพื่อเพิ่มความสามารถในการจดจําของคอมพิวเตอรใหมากขึ้นตัวอยางของหนวยความจํารองไดแก แผนบันทึกหรือแผนดิสก (Diskette) มีลักษณะเปนแผนกลมแบนถูกเคลือบไวดวยสารเหล็กออกไซดเพื่อใหเกิดสนามแมเหล็กได การอานขอมูลของแผนดิสกเวลาที่อานหัวอานจะแตะที่พื้นผิวของแผน ทําใหมีการเสื่อมคุณภาพไดเมื่อใชงานไปนาน ๆแผนบันทึกในปจจุบันมีขนาด5.25 นิ้วและ 3.5 นิ้ว ฮารดดิสก (Harddisk) การเก็บขอมูลจะเก็บลงแผนโลหะอะลูมิเนียมที่เคลือบดวยสารเหล็กออกไซด ฮารดดิสกสามารถจุขอมูลไดมากกวาและมีความเร็วกวาฟลอปปดิสก การบันทึกขอมูลในฮารดดิสกก็จะแบงเปนวงรอบเรียกวา แทร็ก(Track) ซึ่งจะเก็บขอมูลเปนวงรอบหลาย ๆ วง การที่เรา ฟอรแมต (format) ฮารดดิสกเวลาที่เราซื้อมาใหม ๆ นั้นก็เพื่อสรางแทร็กนั่นเองและในแตละแทร็กจะแบงออกเปนสวน ๆ เรียกวา เซ็กเตอร (sector) โดย 1 เซ็กเตอรจะมีความจุเทากับ 512 ไบต การอานขอมูลของฮารดดิสกเวลาที่อานจะไมแตะที่พื้นผิวของแผนแตจะลอยสูงจากผิวประมาณ 4 ไมครอน ซึ่งถือวาใกลมากจนเกือบสัมผัสใบความรูรายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ ง 31201 โดยครูนอมจิตร เฉลยไกร หนา 4
  • 5. ซีดีรอม (Compact Disk Read only Memory: CDROM) เปนสื่อเก็บขอมูลที่มีความเร็วในการใชงานสูง และสามารถเก็บขอมูลไดเปนจํานวนมาก ซีดีรอมเปนเทคโนโลยีจานแสง คือการอานหรือบันทึกขอมูลนั้นหัวอานไมตองสัมผัสกับจานแตใชลําแสงสองและสะทอนกลับซีดีรอมนี้สามารถเก็บขอมูลที่เปนขอความ รูปภาพ เสียง และภาพวีดีโอ เวิรม (Write Once Read Many: Worm) เปนสื่อชนิดที่มีการบันทึกแลวไมมีการบันทึกใหม แตจะมีการ เรียกใชหรืออานไดหลายครั้ง การที่จะเขียนขอมูลลงแผนตองใช เทคโนโลยีเลเซอร ตัวแผนเปนโลหะและใชกับเครื่องคอมพิวเตอร ระดับเมนเฟรม 4. อุปกรณสงออก (Output Device) ทําหนาทีแสดงผลลัพธจากการประมวลผลขอมูล อุปกรณ ่ สงออกอุปกรณสงออกที่นิยมใชในปจจุบันไดแก จอภาพ (Monitor) เปนอุปกรณสงออกที่ผูใชคุนเคยมากที่สุด ใชแสดงผลในรูปของขอความและรูปภาพ เริ่มแรกนั้นมีการนําเอาโทรทัศนมาเปนจอภาพสําหรับการแสดงผลแตผลที่ไดไมเปนทีนาพอใจนัก จึงมีการผลิตจอขึ้นมาจอภาพนั้น ่มีหลายลักษณะซึ่งลักษณะที่ผูใชสวนใหญคุนเคยและพบเห็นบอย ๆ ไดแก จอภาพแบบซีอารที (Cathode ray tube: CRT) จะมีลักษณะจอโคงนูน ลักษณะการแสดงผลนั้นเริ่มแรกแสดงผลไดเฉพาะเปนตัวอักษรเทานั้นแตจะมีความละเอียดสูงเรียกวา จอภาพแบบสีเดียว (MonochromDisplay Adapter :MDA) ตอมามีการพัฒนาจอสี (Color GraphicAdapter: CGA)ซึ่งสามารถแสดงภาพสีและภาพกราฟกได แตจะแสดงตัวอักษรและตัวเลขไดไมดีเทาจอแบบสีเดียว จอรุนตอมาที่แสดงภาพกราฟกไดละเอียด และมีจํานวนสีมากขึ้นเรียกวา จอสีภาพละเอียด(Enhance Graphic Adapter: EGA)ใบความรูรายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ ง 31201 โดยครูนอมจิตร เฉลยไกร หนา 5
  • 6. สวนจอสีภาพละเอียดพิเศษ (Video Graphics Array: VGA) เปนจอภาพที่มีความละเอียดสูงมาก ปจจุบันจอภาพที่ใชสําหรับงาน คอมพิวเตอรในดานการออกแบบจะใชจอภาพ เอ็กซวีจีเอ (extra Video Graphic Array: XVGA) จอภาพแบบแอลซีดี (Liquid Crystal Display: LCD) เดิมเปนจอภาพที่ใชกับคิดเลขและนาฬิกาแตปจจุบันจะพบไดใน เครื่อง PC แบบพกพา เชน โนตบุค หรือแล็ปท็อป จอภาพแบบนี้จะมี ลักษณะแบนเรียบและบาง และไดพัฒนาใหการแสดงผลมีความละเอียด แลไดภาพชัดเจน เครื่องพิมพ (Printers) ถือเปนอุปกรณแสดงผลที่สําคัญรองลงมาจากจอภาพ เพราะจะแสดงผลลัพธลงบนกระดาษทําใหสะดวกตอการใชงาน (อุปกรณที่สามารถเก็บผลที่แสดงออกมาไดเราเรียกวา Hard copy สวนจอภาพจะเปน Soft copy) ลักษณะของเครื่องพิมพที่ใชกันในปจจุบัน เครืองพิมพแบบจุด (Dot – Matrix Printers) ่ คุณภาพของงานพิมพของเครื่องพิมพ ชนิดนี้จะขึ้นอยูกับจํานวนจุดของเครื่อง เพราะผลที่ไดจากการพิมพจะมีลักษณะเปนจุด เครื่องพิมพชนิดนี้จะมีราคาถูกเหมาะสําหรับงานพิมพที่ไมตองการความละเอียดมากนักเครื่องพิมพแบบจุดนีจัดเปนเครื่องพิมพแบบกระทบ (Impact Printer) คือเวลาพิมพหัวพิมพจะกระทบกับผาหมึก ้ เครื่องพิมพแบบฉีดหมึก (Inkjet Printer) หลักการทํางานคือการฉีดหมึกลงบนกระดาษเปนจุดเล็ก ๆ เพื่อใหไดรูปแบบงานพิมพที่ตองการงานพิมพที่ไดจะมีความละเอียดกวาเครื่องพิมพแบบจุดมากเครื่องพิมพแบบฉีดหมึกนี้จัดเปนเครื่องพิมพแบบไมกระทบ (Non –impact Printer) เพราะเครื่องพิมพแบบนี้ทํางานโดยไมตองใชแถบผาหมึก เครื่องพิมพแบบเลเซอร (Laser Printer) หลักการทํางานของเครื่องพิมพแบบนี้ จะใชหลักการเดียวกัน กับเครื่องถายเอกสาร คือใชแสงเลเซอรในการพิมพเรียกวา LED (Light – Emit – ting Diode) และ LCS (Liquid Crystal Shutter) ซึ่งจะพิมพงานออกทีละหนา เราเรียกงานพิมพแบบนี้วา ppm (page per minute) ทั้งงานพิมพที่ไดก็มีคุณภาพสูงและคมชัดมาก เวลาพิมพ ก็ไมสงเสียงดังรบกวน เครื่องพิมพแบบนี้จัดเปนเครื่องพิมพแบบไม กระทบ (Non – impact Printer) เชนกันใบความรูรายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ ง 31201 โดยครูนอมจิตร เฉลยไกร หนา 6
  • 7. พล็อตเตอร (Plotter) เปนอุปกรณแสดงผลที่มักจะใชในงานเขียนแบบ หรืองานดานกราฟก เชน พิมพเขียว การพิมพแผนผังขนาดใหญ แผนที่ หัวพิมพจะทํางานเปนเหมือนปลายปากกา ลักษณะงานพิมพจะเปนงานที่ซับซอนและใชกระดาษแผนใหญ ๆในการพิมพ ภาษาคอมพิวเตอร ภาษาเปนสื่อที่ใชในการติดตอสื่อสารระหวางกันของสิ่งมีชีวิต ซึ่งมีหลายรูปแบบแตกตางกันไป มนุษยเราสามารถใชสื่อไดหลายรูปแบบเชน ภาษาพูด ภาษาเขียน และภาษามือ เปนตน คอมพิวเตอรไมใชสิ่งมีชีวิตทําไมทํางานได คอมพิวเตอรเปนอุปกรณอิเล็กทรอนิกสที่มนุษยสรางขึ้นเพื่อชวยในการทํางานตั้งแตงานที่งายจนถึงระดับที่มีความสลับซับซอนมาก คอมพิวเตอรจะทํางานตามคําสั่งที่มนุษยกําหนดไวใหทํา จึงมีการกําหนดภาษาขึ้นมาใหมเพื่อใหคอมพิวเตอรเขาใจคําสั่งของมนุษยเราเรียกภาษานี้วาภาษาคอมพิวเตอรหรือ ภาษาประดิษฐ (Computer language) เปนภาษาติดตอสื่อสารกันระหวางมนุษยและคอมพิวเตอร การที่จะใหคอมพิวเตอรทําการประมวลผลไดนั้นจะตองมีชุดคําสั่งทําใหคอมพิวเตอรทํางานเรียกวาโปรแกรม (Program) หรือ ซอฟตแวร (Software) โดยที่โปรแกรมนั้นถูกเขียนลงบนสื่อบันทึกขอมูล หรือปอนผานทางแปนพิมพเขาสูเครื่องคอมพิวเตอร เพื่อใหเครื่องทํางานตามโปรแกรม การเขียนโปรแกรมตองเขียนดวยภาษาคอมพิวเตอร ซึ่งในปจจุบันภาษาคอมพิวเตอรที่ใชสําหรับเขียนโปรแกรมมีอยูมากมายหลายชนิด และแตละภาษาจะมีลักษณะ วิธีการเขียนโปรแกรม และขอดี – ขอเสีย แตกตางกันไปทั้งนี้ก็เพื่อใหเหมาะสมกับงานดานตาง ไ นั่นเองฉะนั้น ผูเขียนโปรแกรม (Programmer) จะตองมีความเขาใจถึงกฎเกณฑ และวิธีการเขียนโปรแกรมเปนอยางดี ประเภทของภาษาคอมพิวเตอรปจจุบันมี 3 ประเภท -ภาษาเครื่องจักร (Machine Language) -(Low - Level or Assembly Language) -ภาษาระดับสูง (High - Level Language) 1. ภาษาเครื่องจักร (Machine Language) เปนภาษาโปรแกรมคอมพิวเตอรที่สั่งใหคอมพิวเตอรทํางานไดโดยตรง ซึ่ง การเขียนคําสั่งใหกับคอมพิวเตอรเปนภาษาเครื่องนั้นยากตอการเขาใจ องคประกอบ ของภาษาเครื่องจะประกอบดวยเลข 0และ1 หรือระบบเลขฐานสอง (Binary System) เมื่อสงผานใหคอมพิวเตอร คอมพิวเตอรสามารถเขาใจได โปรแกรมที่ไดจากภาษานี้จึงเปนกลุมรหัสคําสั่งของตัวเลขลวน ๆ ที่เรียงตอกันดังนั้นโปรแกรมภาษาเครื่องจึงมีความยุงยากเปนอยางยิงเนื่องจากอยูในรูปแบบหรือสัญลักษณที่เราไมคุนเคย ่ใบความรูรายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ ง 31201 โดยครูนอมจิตร เฉลยไกร หนา 7
  • 8. ขอดีของภาษาเครื่องจักร คือ กินเนื้อที่ความจํานอย เมื่อคําสั่งนี้เจขาสูเครื่องคอมพิวเตอรสามารถสั่งการทํางานไดทันที จึงมีความรวดเร็วสูง ขอเสียของภาษาเครื่องจักร คือ ยากตอการเรียนรูและการจดจํา ดังนั้นจึงทําใหยากตอการสรางหรือการพัฒนาซอฟทแวร2. ภาษาระดับต่ําหรือภาษาแอสเซมบลี (Low - Level or Assembly Language)เปนภาษาที่ใกลภาษาเครื่องหรือเครื่องเขาใจงาย โดยมากจะเปนคํายอที่วิศวกรคอมพิวเตอรกําหนดขึ้นเพื่อใหทํางานไดเร็วมากขึ้นกวาการใชภาษาเครื่อง ภาษาระดับต่ํา (Low – Level Language) หรือที่เรียกกันวา“ภาษาแอสเซมบลี (Assembly Language)” เปนภาษาที่ใชสัญลักษณแทนการใชรหัสตัวเลขที่ใชในภาษาเครื่องทําใหการเขียนโปรแกรมมีความสะดวกและงายขึ้น แตเนื่องจากคอมพิวเตอรสามารถรับรูไดหรือเขาใจไดเพียงภาษาเดียวคือภาษาเครื่องดังนั้นจึงตองทําการแปลจากภาษาแอสเซมบลีใหเปนภาษาเครื่อง(Machine Language) เสียกอน จึงจะสามารถนําไปใชควบคุมคําสั่งการใหเครื่องทํางานได โดยใชระบบโปรแกรมแปลภาษาซึ่งเรียกวา Translator Program หรือบางทานอาจเคยคุนหูวา คอมไพเลอร (COMPILER)แตโปรแกรมแปลภาษาของแอสเซมบลีจะมีชื่อเฉพาะของมันวา แอสเซมเบลอร (ASSEMBLER) ซึ่ง แอสเซมเบลอร ก็คือคอมไพเลอรนั่นเอง(ตัวแปลโปรแกรม หรือ COMPILER เปนโปรแกรมที่ใชแปลโปรแกรมทีเ่ ขียนขึ้นใหเปนภาษาเครื่อง ลักษณะการแปลจะเปนการแปลจนเสร็จทั้งชุดแลวนําไปเก็บไวในหนวยความจํากอน จากนั้นจึงเริ่มปฏิบัติการไปทีละคําสั่งการแปลแบบนี้หนึ่งคําสั่งที่เขียนดวยภาษาระดับสูงอาจจะถูกแปลไดเปนหลาย ๆ คําสั่งของภาษาเครื่องก็ได การแปลแบบนี้มักพบเห็นกันในภาษาระดับสูงทั่ว ๆ ไป เชน ภาษาปาสคาล ภาษาซีขอดีของภาษาแอสเซมบลี คือ เปนภาษาที่ทํางานเร็วกวาภาษาอื่น (ยกเวนภาษาเครื่อง) สามารถเขียนโปรแกรมควบคุมคําสั่งการตัวเครื่อง (HARDWARE) ไดโดยตรงและกินที่เนื้อที่หนวยความจํานอย ขอเสียของภาษาแอสเซมบลี คือ ยากตอการดเรียนรูและยากตอความเขาใจสําหรับผูทไมมีพื้นฐานทางดาน ี่ฮารดแวรมากอน นอกจากนี้ ยังเปนภาษาที่ผูกพันหรือขึ้นกับตระกูลหรือชนิดของเครื่องดวยใบความรูรายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ ง 31201 โดยครูนอมจิตร เฉลยไกร หนา 8
  • 9. 3. ภาษาระดับสูง (High - Level Language) ภาษาระดับสูงเปนภาษาที่มีลักษณะหรือรูปแบบใกลเคียง กับสัญลักษณตาง ๆที่มนุษยคุนเคย (เชนอยูในรูปแบบหรือคําในภาษาอังกฤษและสัญลักษณทางคณิตศาสตรซึ่งเหมือนกับที่ใชกันในชีวิตประจําวัน)ดังนั้น จึงทําใหสะดวกตอการเรียนรูและใชงานมากขึ้น จึงเปนภาษาที่นิยมใชอยากวางขวางในปจจุบัน ขอดีของภาษาระดับสูง คือเปนภาษาที่ไมผูกพันหรือขึ้นตรงกับตัวเครื่อง ดังนั้นผูเขียนโปรแกรมสามารถเขียนไดอยางอิสระภายใตกฎเกณฑของภาษานั้น ๆ โดยไมจําเปนตองมีความรูทางฮารดแวร ก็สามารถใชประโยชนได จะอยางไรก็ตาม ภาษาระดับสูงเมื่อจะนําไปใชควบคุมสังการเครื่องก็ตองนําไปแปลเปนภาษาเครื่องกอน ่เชนเดียวกัน โปรแกรมที่ใชแปลภาษาระดับสูงใหเปนภาษาเครื่องเรียกวาคอมไพเลอร (Compiler) หรืออาจใชโปรแกรมที่ใชแปลภาษาระดับสูงใหเปนภาษาเครื่องอีกประเภทที่เรียกวา อินเตอรพริทเตอร (Interpreter) ภาษาระดับสูงมีดังนี้ -ภาษาปาสคาล (PASCAL) -ภาษาซี (C) -ภาษาเบสิก (BASIC) -ภาษาฟอรแทรน (FORTRAN -ภาษาโคบอล (COBOL)ภาษาเบสิก (BASIC) -ภาษาพีแอลวัน (PL/1) -ภาษาอารพีจี (RPG) ภาษาปาสคาล (PASCAL) ภาษาปาสคาล เปนภาษาระดับสูงที่งายตอการเรียนรูและงายจอการใชงาน เหมาะสําหรับผูที่เริ่มเรียนภาษาระดับสูง และยังเปนภาษาที่มีประสิทธิภาพสูง ภาษานี้เหมาะทั้งงานอเนกประสงคทั่วไปไมวาจะเปนการพิมพรายงาน การคํานวณและการสรางรูปแบบการพิมพ รวมทั้งงานที่สามารถนํามาเขียนโปรแกรมประยุกตเพื่อชวยแกปญหาหรือพัฒนาเกี่ยวกับระบบตัวเครื่องได ภาษาปาสคาลใชไดกับเครื่องไมโครคอมพิวเตอรทั่วไปขอดีของภาษาปาสคาล คือ เปนภาษาที่มีลักษณะที่เปนโครงสรางดังนั้น จึงเปนภาษาที่เหมาะสมที่จะนํามาใชเปนแมแบบในการเรียนรูรวมทั้งยังงายตอการใชงานอีกดวย เพราะมีความสมบูรณในตัวโปรแกรมเนื่องจากมีลักษณะเปนบลอก เขาใจงาย และการตรวจสอบขอผิดพลาดของโปรแกรมสามารถทําไดอยางสะดวกใบความรูรายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ ง 31201 โดยครูนอมจิตร เฉลยไกร หนา 9
  • 10. ภาษาซี ( C ) ภาษาซี ( C ) เปนภาษาระดับสูงแตมีความออนตัวหรือยืดหยุนเหมือนภาษาในระดับต่ํา (คลายภาษาแอสเซมบลี)ขอดีของภาษาซี คือ มีความสั้นและกระชับ เปนภาษาที่มีความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูงในการใชพัฒนาหรือเขียนโปรแกรมเกี่ยวกับระบบตัวเครื่องคอมพิวเตอร รวมทั้งยังสามารถสามารถใชงานเอนกประสงคทั่วไปหรือเขียนโปรแกรมประยุกตเพื่อชวยแกปญหาตาง ๆ ทั่วไปไดดีอีกดวย สวนขอเสีย คือมีรูปแบบไวยากรณ (SYNTAX) ที่หลากหลายทําใหเกิดความสับสนและยุงยากแกการจดจํา ภาษาเบสิก (BASIC) ภาษาเบสิก (BASIC) ยอมาจาก Beginner’s All – purpose Symbolic Instruction Code เปนภาษาที่สามารถทําไดทั้งงานดานคํานวณ งานดานธุรกิจตาง ๆ เนื่องจากภาษานี้มีรูปแบบการทํางานดั้งเดิมเปนแบบใชตัวแปลภาษาที่เรียกวา อินเตอรพริทเตอร (ตัวแปลคําสั่ง หรือ Interpreter เปนโปรแกรมที่ใชแปลโปรแกรมที่เขียนขึ้นใหเปนภาษาเครื่องลักษณะการแปลจะทําการแปลทีละคําสั่งที่ไดรับใหเปนภาษาเครื่องเมื่อแปลเสร็จหนึ่งคําสั่งเครื่องก็จะปฏิบัตตามคําสั่งทันทีและเมื่อมีขอผิดพลาดกจะรายงานออกมาใหผูใชทราบในทันที เพื่อใหผูใช ิแกไขในสวนที่ผิดพลาดเสียกอนจึงจะทําการแปลคําสั่งตอไปให การแปลแบบนี้จะทําใหเกิดการปฏิบัติการและทรายผลในทันที ดังนั้น ขอดีของภาษานี้คือ ไมมีความยุงยากในการเขียนโปรแกรมสามารถสามารถแกไขคําสั่งไดทันที ทําใหเรียนรูไดงายและเขาใจไดอยางรวดเร็ว สวนขอเสียคือ ความสามารถในการทํางานมีจํากัดและการตรวจสอบความสัมพันธโดยรวมของโปรแกรมทําไดยาก ภาษาฟอรแทรน (FORTRAN) ภาษาฟอรแทรน (FORTRAN) เปนภาษาดั้งเดิมเหมาะกับงานทางดานวิทยาศาสตร คณิตศาสตรวิศวกรรมศาสตร ดังนั้น ขอดีของภาษานี้คือ เหมาะกับงานที่มีขอมูลเปนตัวเลขมาก ๆ ใชสูตรคํานวณหรือสมการที่ซับซอน มีความรวดเร็วและกระชับเหมาะสําหรับงานดานคํานวณ จึงใชไดดีกับงานคนควาวิจัย ขอเสียของฟอรแทรน คือ มีลักษณะรูปแบบ (FORMAT) ที่ยุงยาก ไมเหมาะกับงานทางการพิมพและเก็บขอมูลรวมทั้งไมเหมาะตอการนํามาใชพัฒนาหรือเขียนโปรแกรมเกี่ยวกับระบบตัวเครื่องคอมพิวเตอร ภาษาโคบอล (COBOL) ภาษาโคบอล (COBOL) ยอมาจาก “Common Business Oriented Language” ไดรบการพัฒนาเพื่อ ัจุดประสงคในการใชเขียนโปรแกรมทางดานธุรกิจเปนสวนใหญ ดังนั้น ขอดีของภาษานี้ คือ สามารถทํางานกับขอมูลทุกชนิดทั้งตัวเลขและตัวอักษร จึงเหมาะกับงานทางดานประมวลผลทางบัญชี, การสรางฐานขอมูลอันเปนงานหลักของการประมวลผลทางธุรกิจโดยทั่ว ๆ ไป นอกจากนี้ ยังมีความสามารถดานจัดรูปแบบการพิมพรายงานอีกดวย และภาษานี้มีรูปแบบคลายคลึงกับคําในภาษาอังกฤษมากจึงสะดวกตอความเขาใจและจดจําใบความรูรายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ ง 31201 โดยครูนอมจิตร เฉลยไกร หนา 10
  • 11. ขอเสียของภาษาโคบอล คือ ไมกระชับเนื่องจากมีรูปแบบของภาษายาว จึงเปนเหตุใหตัวโปรแกรมมีความยาว ทําใหตองใชเนือที่ในหนวยความจํามากและเสียเวลาในการเขียนโปรแกรม ้ ภาษาพีแอลวัน (PL/1) ภาษา (PL/1) ยอมาจาก Programming Language one เปนภาษาที่ถูกพัฒนาขึ้นมาใชกับเครื่องคอมพิวเตอรขนาดใหญ ( แบบ MINI หรือ MAINFRAME ) ดังนั้น ขอดีของภาษานี้ คือ สามารถใชไดดีทั้งงานดานธุรกิจและวิทยาศาสตร สวนขอเสียของภาษานี้คือ เทาที่ผานมายังไมสามารถใชบนเครื่องไมโครคอมพิวเตอรทีตองใชกับเครื่องคอมพิวเตอรขนาดใหญที่มีขีดความสามารถสูงเทานั้น และโปรแกรมของภาษานี้ตองใชเนื้อที่ใน ่การเก็บโปรแกรมเปนจํานวนมาก ภาษาอารพีจี (RPG) ภาษา RPG ยอมาจาก Report Program Generator เปนภาษาที่เหมาะกับงานดานธุรกิจ ดังนั้น ขอดีของภาษานี้ คือ นํามาใชพิมพรายงานแบบธรรมดาจนถึงรายงานทางธุรกิจที่มีรูปแบบยุงยากซับซอนไดเปนอยางดี มีความสามารถในการสรางฐานขอมูลและควบคุมเกี่ยวกับไฟลตาง ๆขอเสีย คือ มีความยุงยากไมอิสระในการเขียนโปรแกรมเนื่องจาก ลักษณะของโปรแกรมตองอยูในแบบฟอรมที่กําหนดไวอยางตายตัว และเหมาะที่จะใชกับเครื่องคอมพิวเตอรขนาดใหญเทานั้นใบความรูรายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ ง 31201 โดยครูนอมจิตร เฉลยไกร หนา 11