Thesis 1006jun17
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 

Like this? Share it with your network

Share

Thesis 1006jun17

on

  • 2,657 views

เพื่อเป็นแนวทางการทำวิทยานิพนธ์

เพื่อเป็นแนวทางการทำวิทยานิพนธ์

Statistics

Views

Total Views
2,657
Views on SlideShare
2,657
Embed Views
0

Actions

Likes
1
Downloads
39
Comments
0

0 Embeds 0

No embeds

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

Thesis 1006jun17 Document Transcript

  • 1. คูมือการพิมพวิทยานิพนธ ของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตรสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร ปรับปรุง พ.ศ. 2552
  • 2. คูมือการพิมพวิทยานิพนธของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตรฉบับพิมพครั้งที่ 3 พ.ศ. 2552จํานวน เลมลิขสิทธิ์ของ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตรสงวนลิขสิทธิ์ ขอมูลการลงรายการในสิ่งพิมพ คูมือการพิมพวทยานิพนธของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร/ ิ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร.—ฉบับพิมพครั้งที่ 3.— กรุงเทพฯ: สถาบัน, 2552. (7), 101 หนา : ภาพประกอบ ; 30 ซม. ISBN 974-231-623-6 1. วิทยานิพนธ—รายงาน. 2. การเขียนรายงาน. LB 2369 ค416 NIDACIP 2009จัดพิมพโดย สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร ถนนเสรีไทย เขตบางกะป กรุงเทพมหานคร 10240แบบปกโดย
  • 3. สารบัญ หนาคํานํา (3)สารบัญ (4)สารบัญภาคผนวก (6)บทที่ 1 สวนประกอบของวิทยานิพนธ 1 1.1 สวนประกอบตอนตน 1 1.2 สวนเนื้อเรื่อง 2 1.3 สวนอางอิงและสวนประกอบตอนทาย 3บทที่ 2 การพิมพวิทยานิพนธ 4 2.1 หลักเกณฑทั่วไป 4 2.2 หลักเกณฑการพิมพสวนประกอบตาง ๆ 6 2.2.1 การพิมพสวนประกอบตอนตน  6 2.2.2 การพิมพบทที่ หัวขอในบท และสวนเนื้อเรื่อง 11 2.2.3 การพิมพตาราง และภาพประกอบ 13 2.2.4 การพิมพบรรณานุกรม 15 2.2.5 การพิมพภาคผนวก 16 2.2.6 การพิมพประวัติผูเขียน 17บทที่ 3 การเขียนเอกสารอางอิง 18 3.1 หลักการเขียนรายการอางอิง 18 3.2 วิธีการเขียนนามผูแตง 20 3.3 วิธีการอางอิงโดยผูแตง 21 3.4 วิธีการอางอิงเอกสารทุติยภูมิ หรือเอกสารที่ไมใชตนฉบับโดยตรง  23 3.5 วิธีการอางอิงโดยการคัดลอกขอความ 24
  • 4. (5)บทที่ 4 การเขียนบรรณานุกรม 27 4.1 หนังสือ 27 4.1.1 บรรณานุกรมหนังสือ 27 4.1.2 บรรณานุกรมหนังสือแปล 29 4.1.3 บรรณานุกรมหนังสือชุด 29 4.2 บทความ 30 4.2.1 บรรณานุกรมบทความในสารานุกรม 30 4.2.2 บรรณานุกรมบทความในหนังสือ รายงานการประชุมทางวิชาการ 30 สัมมนาทางวิชาการ 4.2.3 บรรณานุกรมบทความในวารสาร 31 4.2.4 บรรณานุกรมบทความในวารสารรายสัปดาห 31 4.2.5 บรรณานุกรมขาวและบทความในหนังสือพิมพ 32 4.3 งานวิจย ั 33 4.3.1 บรรณานุกรมวิทยานิพนธ 33 4.3.2 บรรณานุกรมภาคนิพนธ และสารนิพนธ 33 4.3.3 บรรณานุกรมรายงานการวิจย และเอกสารวิจยทีเ่ สนอตอหนวยงานตาง ๆ ั ั 34 4.3.4 บรรณานุกรมบทคัดยอวิทยานิพนธในสิ่งพิมพ 34 4.4 เอกสารพิเศษ 35 4.4.1 บรรณานุกรมสิ่งพิมพกฎหมาย 35 4.4.2 บรรณานุกรมสิ่งพิมพรัฐบาล 35 4.4.3 บรรณานุกรมเอกสารจดหมายเหตุ 36 4.5 บรรณานุกรมเอกสารทุติยภูมหรือเอกสารที่ไมใชตนฉบับโดยตรง ิ 37 4.6 บรรณานุกรมบทสัมภาษณ 37 4.7 บรรณานุกรมสื่อโสตทัศน 37 4.8 สื่ออิเล็กทรอนิกส 39 4.8.1 บรรณานุกรมเอกสารอิเล็กทรอนิกส 39 4.8.2 บรรณานุกรมหนังสือพิมพออนไลน 41 4.8.3 บรรณานุกรมขอมูลจากแหลงสารนิเทศสากล 41 4.8.4 บรรณานุกรมบทคัดยอวิทยานิพนธในฐานขอมูล 42ภาคผนวก 43
  • 5. สารบัญภาคผนวก หนาตัวอยางหนาปกใน 44ตัวอยาง Title Page 45ตัวอยางหนาอนุมติั 46ตัวอยาง Approval Page 47ตัวอยางหนาบทคัดยอ 48ตัวอยางหนา Abstract ปริญญาโท 50ตัวอยางหนา Abstract ปริญญาเอก 52ตัวอยางหนากิตติกรรมประกาศ 54ตัวอยางหนา Acknowledgements 55ตัวอยางหนาสารบัญ 56ตัวอยางหนา Table of Contents 58ตัวอยางหนาสารบัญตาราง 61ตัวอยางหนา List of Tables 63ตัวอยางหนาสารบัญภาพ 65ตัวอยางหนา List of Figures 66ตัวอยางหนาสัญลักษณและคํายอ 67ตัวอยางหนา Abbreviations 68ตัวอยางการพิมพหัวขอ และบทที่ 69ตัวอยางการพิมพ Chapters and Headings 70ตัวอยางการพิมพตาราง 71ตัวอยางการพิมพตารางแนวนอน 72ตัวอยางการพิมพตารางที่มีชื่อยาว และการตอตาราง 73ตัวอยางการพิมพตารางที่มีแหลงที่มา และหมายเหตุ 78ตัวอยางการพิมพตารางที่มี Source และ Note 79ตัวอยางการพิมพภาพประกอบ 80
  • 6. (7)ตัวอยางการพิมพ Figures 81ตัวอยางบรรณานุกรม 83ตัวอยาง Bibliography 92ตัวอยางหนาประวัติผูเขียน 94ตัวอยางหนา Biography 95ตัวอยางการลงชื่อสํานักพิมพในบรรณานุกรม 96ตัวอยางสันปก 98การสงตนฉบับวิทยานิพนธ 100รายชื่อคณะกรรมการตรวจรูปแบบวิทยานิพนธสํานักบรรณสารการพัฒนา 101
  • 7. บทที่ 1 สวนประกอบของวิทยานิพนธ วิทยานิพนธประกอบดวยสวนตาง ๆ 3 สวน คือ 1. สวนนําหรือสวนประกอบตอนตน (Preliminaries or Front Matters) 2. สวนเนื้อเรื่อง (Text) 3. สวนอางอิงและสวนประกอบตอนทาย (Reference and Supplementary Matters) ในแตละสวน ประกอบดวยสวนยอย ๆ ดังนี้1.1 สวนนําหรือสวนประกอบตอนตน ประกอบดวย 1.1.1 ปกนอก (Cover or Binding) คือ สวนที่เปนปกหุมวิทยานิพนธ ประกอบดวย ปก หนา ขอบสันปกและปกหลัง กระดาษที่ใชเปนกระดาษแข็ง วิทยานิพนธปริญญาเอกใชสีน้ําเงินเขมวิทยานิพนธปริญญาโทใชสีดํา 1.1.2 ใบรองปก (Fly Leaf or Blank Page) เปนกระดาษวางเปลา ขนาดเดียวกับกระดาษที่ใชพิมพวิทยานิพนธ รองปกทั้งปกหนาและปกหลังดานละ 1 แผน 1.1.3 หนาชื่อเรื่อง (Title Page) ใหมีขอความเหมือนกับปกหนา ทั้งตําแหนงขนาดและชนิดของตัวอักษร 1.1.4 หนาอนุมัติ (Approval Page) เปนหนาสําหรับคณะกรรมการสอบวิทยานิพนธลงนามอนุมัติวิทยานิพนธ โดยหนาอนุมัตใหใชภาษาเดียวกับภาษาทีใชเขียนวิทยานิพนธ ิ ่
  • 8. 2 1.1.5 หนาบทคัดยอ (Abstract) เปนการยอเนื้อความวิทยานิพนธทั้งหมดใหครอบคลุมวัตถุประสงคของการศึกษาวิจัย วิธีดําเนินการวิจย ผลการวิจัยและขอเสนอแนะ ั 1.1.6 กิตติกรรมประกาศ (Acknowledgements) เปนขอความกลาวขอบคุณบุคคลหรือหนวยงานทีใหคําแนะนําหรือใหความชวยเหลือรวมมือในการทําวิทยานิพนธมีความยาวไมเกิน 1 ่หนา 1.1.7 สารบัญ (Table of Contents) เปนรายการที่แสดงสวนประกอบที่สําคัญทั้งหมดของวิทยานิพนธ เรียงตามลําดับหมายเลขของหัวขอตาง ๆ ทีปรากฏอยูในวิทยานิพนธ ่ 1.1.8 สารบัญตาราง (List of Tables) เปนรายการที่แสดงชื่อและหนาของตารางทั้งหมดที่ปรากฏในวิทยานิพนธ โดยเรียงตามลําดับหนาเชนเดียวกับสารบัญ 1.1.9 สารบัญภาพ (List of Figures) เปนรายการที่แสดงชื่อและหนาของภาพหรือแผนภูมิหรือแผนที่หรือกราฟทั้งหมดที่ปรากฏในวิทยานิพนธ โดยเรียงตามลําดับหนาเชนเดียวกับสารบัญตาราง 1.1.10 คําอธิบายสัญลักษณและคํายอ (Abbreviations and Symbols) เปนการอธิบายสัญลักษณและคํายอตาง ๆ ที่มีผูกําหนดไวแลวหรือผูเขียนกําหนดขึนใชในวิทยานิพนธ ้1.2 สวนเนือเรื่อง ้ โดยทั่วไปแลวในสวนของเนือเรื่องอยางนอยจะตองประกอบดวย บทนํา (Introduction) ้กรอบแนวคิด ทฤษฎี และการทบทวนวรรณกรรม (Literature Review) วิธีการวิจย (Methodology) ัการวิเคราะหและผลการวิจัย (Finding and Result) สรุป อภิปรายผล และขอเสนอแนะ (Conclusion,Discussion and Recommendation) ในสวนของเนื้อเรื่องอาจเปลี่ยนแปลงการเรียงลําดับเนื้อหาไดตามความเหมาะสม ทั้งนี้ใหอยูในดุลยพินิจของอาจารยผูควบคุมวิทยานิพนธ 
  • 9. 31.3 สวนอางอิงและสวนประกอบตอนทาย ประกอบดวย 1.3.1 บรรณานุกรม (Bibliography) เปนสวนแสดงรายชื่อหนังสือ วารสาร เอกสารสิ่งพิมพ โสตทัศนวัสดุ หรือบุคคลที่ผูเขียนใชอางถึงในการวิจัย เพื่อใหวิทยานิพนธมีความนาเชื่อถือทางวิชาการ และเปนประโยชนตอผูอานที่ประสงคจะคนควาเพิ่มเติมในเรืองนั้น ๆ ตอไป ่บรรณานุกรมใหอยูตอจากสวนเนื้อเรื่องและกอนภาคผนวก การเขียนบรรณานุกรมจะตองถูกตองตามหลักเกณฑสากล 1.3.2 ภาคผนวก (Appendix) เปนสวนเพิมเติมเพื่อใหวทยานิพนธมีความสมบูรณยงขึ้น ่ ิ ิ่หรือเปนสวนเสริมใหเกิดความเขาใจชัดเจนขึ้น ภาคผนวกเปนขอมูลที่ใชในการเขียนวิทยานิพนธแตไมไดอางอิงโดยตรง ไดแก 1.3.2.1 แบบสอบถาม 1.3.2.2 แบบสัมภาษณ 1.3.2.3 ผลการวิเคราะหขอมูลทางสถิติ ที่นอกเหนือจากที่ระบุไวในผลการวิจัย 1.3.2.4 การสรางเครื่องมือหรืออุปกรณทใชในการวิจย ี่ ั 1.3.2.5 ภาพประกอบตาง ๆ ฯลฯ 1.3.3 ประวัตผูเขียน (Biography) คือประวัติการศึกษาและการทํางานโดยยอของผูเขียน ิวิทยานิพนธ มีความยาวไมเกิน 2 หนา จัดเรียงไวหนาสุดทายของวิทยานิพนธ
  • 10. บทที่ 2 การพิมพวิทยานิพนธ2.1 หลักเกณฑทั่วไป 2.1.1 กระดาษที่ใชพิมพ ใหใชกระดาษสีขาวไมมีบรรทัด ขนาดมาตรฐาน A4 ชนิด 80 แกรม ตองเปนกระดาษที่มีคุณภาพดี มีผิวเรียบ ไมเคลือบผิว ปราศจากรอยทะลุหรือฉีกขาด ริมกระดาษตองเรียบและไดฉากกัน 2.1.2 การพิมพ ใหพิมพหนาเดียว โดยใชโปรแกรม เชน Microsoft Word for Windows และใชเครื่องพิมพคุณภาพคมชัด หรือเครื่องพิมพเลเซอร หรือเครื่องพิมพแบบฉีดหมึก ไมใชวิธีพิมพแบบราง (Draft)ดวยเครื่องพิมพแบบจุด (Dot-Matrix Printer) 2.1.2.1 ตัวพิมพ และขนาดของตัวพิมพ (Font) การใชตัวพิมพใหใชตวอักษรสีดํา คมชัด และเปนแบบเดียวกันตลอดทังเลม ั ้ 1) วิทยานิพนธภาษาไทย ใหใชตวพิมพแบบใดแบบหนึง ดังนี้ Angsana, ั ่Browallia, Cordia, Eucrosia หรือ Freesia โดยใชตวอักษรธรรมดา ขนาด 16 points สําหรับการ ัพิมพเนื้อหาทัวไป ่ 2) วิทยานิพนธภาษาอังกฤษใหใชตวพิมพแบบ Courier หรือ Times New ัRoman ใชตัวอักษรธรรมดา ขนาด 12 points สําหรับการพิมพเนื้อหาทั่วไป 2.1.2.2 การเวนระยะการพิมพ ความกวางระหวางบรรทัดใหใชระบบ 1 บรรทัดพิมพ สําหรับวิทยานิพนธภาษาไทยและใชระบบ 1.5 Space สําหรับวิทยานิพนธภาษาอังกฤษ
  • 11. 5 2.1.3 การเวนที่วางริมขอบกระดาษ 2.1.3.1 หนาแรกของสวนประกอบตอนตน สวนเนื้อหา และสวนประกอบตอนทาย ไดแก หนาปก หนาอนุมติ หนากิตติกรรมประกาศ และหนาแรกของบทคัดยอ ัสารบัญ สารบัญตาราง สารบัญภาพ สัญลักษณและคํายอ หนาที่ขึ้นบทใหมของแตละบทบรรณานุกรม ภาคผนวก ดัชนี และประวัติผูเขียน เวนหางจากขอบบน 2 นิว ขอบซาย 1.5 นิ้ว ขอบ ้ขวาและขอบลาง 1 นิ้ว 2.1.3.2 หนาที่ 2 ของสวนประกอบตอนตน สวนเนื้อหา และสวนประกอบตอนทาย ไดแก หนาที่ 2 เปนตนไป ของบทคัดยอ สารบัญ สารบัญตาราง สารบัญภาพสัญลักษณและคํายอ เนื้อหา บรรณานุกรม ภาคผนวก ดัชนี และประวัติผูเขียน เวนหางจากขอบบน1.5 นิ้ว ขอบซาย 1.5 นิ้ว ขอบขวาและขอบลาง 1 นิ้ว 2.1.4 การพิมพเลขหนา หนาแรกของแตละสวน และบทที่ ไมตองพิมพเลขหนา พิมพเลขหนาตั้งแตหนาที่ 2 เปนตนไปของหนาบทคัดยอ หนาสารบัญ สารบัญตาราง สารบัญภาพ หนาสัญลักษณและคํายอ หนาเนื้อหา หนาบรรณานุกรม หนาภาคผนวก หนาดัชนี และหนาประวัติผูเขียน โดยพิมพไวที่กลางหนากระดาษหางจากขอบบน 1 นิ้ว และนับเลขหนาตอเนื่องกัน แบงเลขหนาเปน 2 สวน ดังนี้ 2.1.4.1 สวนประกอบตอนตน เริ่มนับหนาแรกที่หนาชื่อเรื่อง (Title Page) วิทยานิพนธภาษาไทย พิมพตัวเลขอารบิก ในเครื่องหมายวงเล็บ (1) (2) (3) . . . วิทยานิพนธภาษาอังกฤษ พิมพตัวเลขโรมันตัวเล็ก iii iii . . . ตามลําดับ 2.1.4.2 สวนเนื้อเรื่อง สวนอางอิง และสวนประกอบตอนทาย เริ่มนับหนาแรกของบทที่ 1 เปนตนไป โดยพิมพเลขหนา 1 2 3 . . . ตามลําดับ ทั้งวิทยานิพนธภาษาไทยและภาษาอังกฤษ 2.1.5 การสะกดคํา การสะกดคําภาษาไทยที่ใชในวิทยานิพนธ ใหใชพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานฉบับลาสุด เปนเกณฑ การสะกดคําภาษาตางประเทศเปนภาษาไทย ซึงไมปรากฏในพจนานุกรม ่ฉบับราชบัณฑิตยสถานฉบับลาสุดใหตรวจสอบการสะกดคําในประกาศของราชบัณฑิตยสถานหรือแหลงอางอิงซึ่งเปนที่ยอมรับและเชื่อถือได ในกรณีที่เปนชื่อชาวตางประเทศใหเขียนตามตนฉบับเดิม โดยไมตองเขียนแปลเปนภาษาไทย
  • 12. 6 การสะกดคําภาษาอังกฤษที่ใชในวิทยานิพนธ ใหใชพจนานุกรมของเว็บสเตอร ฉบับWebster’s New Twentieth Century Dictionary of the English Language หรือ Webster’s SeventhNew Collegiate Dictionary เปนเกณฑ กรณีที่คาบางคําสามารถสะกดไดอยางถูกตองมากกวา 1 ํแบบ ใหเลือกใชแบบใดแบบหนึ่งและใหใชเปนแบบเดียวกันตลอดเลม สวนการสะกดคําภาษาตางประเทศภาษาอื่น ใหใชพจนานุกรมฉบับมาตรฐานในภาษานัน ๆ เปนเกณฑ ้ 2.1.6 การใชตวยอ ั โดยทั่วไปใหพยายามหลีกเลี่ยงการใชตวยอในเนื้อเรื่องและผลงานวิจยที่เกียวของ ยกเวน ั ั ่บางกรณีอาจจะใชไดแตตองมีคําอธิบายกํากับ ในการเขียนครั้งแรกใหเขียนคําเต็ม และเขียนคํายอไวในวงเล็บ เขียนครั้งตอไปใชคํายอได กรณีตารางหรือรูปภาพ อาจใชตัวยอได เพื่อประหยัดพื้นที่และควรมีคําอธิบายไวใตตารางและรูปภาพ หามใชตวยอในบทคัดยอเพราะอาจทําใหเขาใจผิด ัหรือไมเขาใจได2.2 หลักเกณฑการพิมพสวนประกอบตาง ๆ 2.2.1 การพิมพสวนประกอบตอนตน 2.2.1.1 สันปก 1) ตัวอักษร ขนาดตัวอักษรใหมีสัดสวนเหมาะสมกับขนาดสันปก ถาสันปกมีความหนาไมพอและชื่อวิทยานิพนธมความยาวมาก อนุโลมไมตองใส ชื่อ ชื่อสกุลผูเขียน ี 2) การเวนระยะการพิมพ ชื่อวิทยานิพนธ พิมพอักษรตัวแรกของชื่อวิทยานิพนธ หางจากขอบบนของสันปกประมาณ 1.5 นิ้ว ชื่อ ชื่อสกุลผูเขียน ใสเฉพาะชื่อ และชื่อสกุล ถามียศ ฐานันดรศักดิ์ ราชทินนาม สมณศักดิ์ ใหระบุไวดวย พิมพตอจากชื่อวิทยานิพนธตามแนวนอน  ปการศึกษาพิมพเฉพาะตัวเลข วิทยานิพนธภาษาอังกฤษใชปคริสตศักราช(ค.ศ.) วิทยานิพนธภาษาไทยใชปพุทธศักราช (พ.ศ.) โดยพิมพหางจากขอบลางประมาณ 1 นิว ้ 2.2.1.2 หนาปกนอก และหนาชื่อเรื่อง หนาปกนอก และหนาชื่อเรื่อง มีรายละเอียดการพิมพเหมือนกัน ดังนี้
  • 13. 7 1) ตัวอักษร วิทยานิพนธภาษาไทยใชอักษรตัวหนา (Bold) 20 points วิทยานิพนธภาษาอังกฤษใชอักษรตัวหนา (Bold) 14 points 2) การพิมพ ชื่อวิทยานิพนธ พิมพไวกลางหนากระดาษหางจากขอบบนประมาณ 2 นิ้วถาชื่อเรื่องมีความยาวเกิน 1 บรรทัด ใหพิมพเปนรูปสามเหลี่ยมหัวกลับ และไมควรเกิน 3 บรรทัด ชื่อ ชื่อสกุลผูเขียนวิทยานิพนธ พิมพเฉพาะชื่อและชื่อสกุล ไวกลางหนากระดาษ หางจากขอบบนไมนอยกวา 4.5 นิ้ว ถามียศ ฐานันดรศักดิ์ ราชทินนาม สมณศักดิให ์ระบุไวดวย สวนลาง ประกอบดวย รายละเอียดของชือปริญญา ชื่อคณะ ชื่อสถาบัน ่ปการศึกษาพิมพเฉพาะตัวเลข วิทยานิพนธภาษาอังกฤษใชปคริสตศักราช (ค.ศ.) วิทยานิพนธภาษาไทยใชปพุทธศักราช (พ.ศ.) โดยพิมพหางจากขอบลางประมาณ 1 นิ้ว  2.2.1.3 หนาอนุมัติ 1) สวนรายละเอียดของวิทยานิพนธ พิมพชื่อวิทยานิพนธ ชื่อ ชือสกุลผูเขียน และชื่อคณะ เรียงตามลําดับ หาง ่จากขอบบนประมาณ 2 นิว วิทยานิพนธภาษาไทยใชอักษรตัวหนา (Bold) 20 points วิทยานิพนธ ้ภาษาอังกฤษใชอักษรตัวหนา (Bold) 14 point 2) สวนขอความและคณะกรรมการ พิมพเสนกัน เวนหางจากสวนบน 2 บรรทัดพิมพ ้ พิมพขอความและสวนคณะกรรมการลงนามหางจากเสนกั้น 2 บรรทัดพิมพวิทยานิพนธภาษาไทยใชตัวอักษร 16 points วิทยานิพนธภาษาอังกฤษใชตัวอักษร 12 points พิมพชื่อคณะกรรมการสอบวิทยานิพนธ โดยระบุตําแหนงทางวิชาการ ถาไมมีตําแหนงทางวิชาการใหเวนวางไว พิมพเสนประสําหรับลงนาม ระบุตําแหนงของกรรมการตอทาย ใตเสนประใหวงเล็บ ชื่อ ชื่อสกุล ของกรรมการ พรอมระบุชื่อยอปริญญาที่แสดงวุฒิการศึกษาสูงสุดไวหนาชื่อสําหรับภาษาไทย สวนภาษาอังกฤษใหระบุชอยอปริญญาที่แสดงวุฒิ ื่การศึกษาสูงสุดไวหลังชื่อสกุล ถาไมมีชื่อยอปริญญาใหใสคํานําหนานาม (นาย นาง นางสาว Mr.,Miss, Mrs.) ไวหนาชื่อกรรมการทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ สําหรับคณะ/สํานัก ที่กําหนดใหคณบดีหรือผูอํานวยการสํานักลงนามกํากับในหนาอนุมัติ ใหคณบดีหรือผูอํานวยการสํานักลงนามตามขอกําหนดของคณะ
  • 14. 8 2.2.1.4 หนาบทคัดยอ วิทยานิพนธภาษาไทย ตองมีบทคัดยอทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ โดยจัดเรียงบทคัดยอภาษาไทยไวกอนภาษาอังกฤษ วิทยานิพนธภาษาอังกฤษมีเฉพาะบทคัดยอภาษาอังกฤษการเขียนบทคัดยอแตละภาษามีความยาวไมเกิน 2 หนา มีรายละเอียดการพิมพ ดังนี้ 1) หัวขอ วิทยานิพนธภาษาไทยใชอักษรตัวหนา (Bold) 20 points พิมพคําวาบทคัดยอ สําหรับบทคัดยอภาษาไทยและพิมพคําวา ABSTRACT สําหรับบทคัดยอภาษาอังกฤษ โดยพิมพไวกลางหนากระดาษ หางจากขอบบนประมาณ 2 นิ้ว วิทยานิพนธภาษาอังกฤษใชอักษรตัวหนา (Bold) 14 Points พิมพคําวาABSTRACT โดยพิมพไวกลางหนากระดาษ หางจากขอบบนประมาณ 2 นิ้ว 2) สวนรายละเอียดของวิทยานิพนธ เวนหางจากหัวขอ 2 บรรทัดพิมพ พิมพดวยอักษรตัวหนา (Bold) 16 points เฉพาะคําวา ชือวิทยานิพนธ ชื่อผูเขียน ชื่อปริญญา ปการศึกษา Title of Thesis, Author, Degree, ่Year สําหรับวิทยานิพนธปริญญาโท และพิมพคําวา Title of Dissertation, Author, Degree,Year สําหรับวิทยานิพนธปริญญาเอก สวนรายละเอียดของชื่อไมตองพิมพตัวหนา 3) สวนเนื้อหาบทคัดยอ พิมพเสนกัน เวนหางจากสวนรายละเอียดของวิทยานิพนธ 2 บรรทัดพิมพ ้ พิมพเนื้อหาของบทคัดยอ เวนหางจากเสนกั้น 2 บรรทัดพิมพ ใชตวอักษร ัขนาด 16 points สําหรับวิทยานิพนธภาษาไทย และ 12 points สําหรับวิทยานิพนธภาษาอังกฤษ 2.2.1.5 หนากิตติกรรมประกาศ การเขียนกิตติกรรมประกาศทั้งวิทยานิพนธภาษาไทยและภาษาอังกฤษ มีความยาวไมเกิน 1 หนา มีรายละเอียดการพิมพ ดังนี้ 1) หัวขอ วิทยานิพนธภาษาไทยใชอักษรตัวหนา (Bold) 20 points พิมพคําวากิตติกรรมประกาศ วิทยานิพนธภาษาอังกฤษใชอกษรตัวหนา (Bold) 14 Points พิมพคําวา ัACKNOWLEDGEMENTS โดยพิมพไวกลางหนากระดาษ หางจากขอบบนประมาณ 2นิ้ว
  • 15. 9 2) สวนเนื้อหาของกิตติกรรมประกาศ เขียนดวยภาษาราชการ พิมพหางจากหัวขอ 2 บรรทัดพิมพ วิทยานิพนธภาษาไทยใชตวอักษร 16 points วิทยานิพนธภาษาอังกฤษใชตัวอักษร 12 points ั 3) สวนทายของกิตติกรรมประกาศ พิมพชื่อ ชื่อสกุลผูเขียน หางจากบรรทัดสุดทายของเนื้อหา 2 บรรทัดพิมพใหระบุเพียงชือ ชื่อสกุล หากมียศ ฐานันดรศักดิ์ ราชทินนาม สมณศักดิ์ใหระบุไวดวย บรรทัด ่ ตอมาพิมพเดือน ปที่เขียนกิตติกรรมประกาศ 2.2.1.6 หนาสารบัญ 1) หัวขอ วิทยานิพนธภาษาไทยใชอักษรตัวหนา (Bold) 20 points พิมพคําวาสารบัญ วิทยานิพนธภาษาอังกฤษใชอักษรตัวหนา (Bold) 14 Points พิมพคําวา TABLE OFCONTENTS โดยพิมพไวกลางหนากระดาษ หางจากขอบบนประมาณ 2 นิ้ว เวนหางจากหัวขอบรรทัดแรก 2 บรรทัดพิมพ และหางจากขอบขวาประมาณ 1 นิว พิมพคําวา หนา ดวยอักษรตัวหนา (Bold) 18 points สําหรับวิทยานิพนธภาษาไทย ้และพิมพคําวา Page ดวยตัวหนา (Bold) 13 points สําหรับวิทยานิพนธภาษาอังกฤษ 2) สวนรายละเอียด พิมพเนื้อหาของสารบัญบรรทัดแรกหางคําวา หนา หรือ Page 2 บรรทัดพิมพ แสดงรายการสวนประกอบที่สําคัญของวิทยานิพนธ (ยกเวนหนาปกในและหนาอนุมัติ)เรียงลําดับตามหมายเลขของหัวขอใหญ หรืออาจลงรายการหัวขอรองลําดับถัดไปไดตามความเหมาะสม พรอมทั้งระบุเลขหนา ตามที่ปรากฏในวิทยานิพนธ สารบัญที่ยาวมากกวา 1 หนา ใหขึ้นหนาใหมพิมพรายการแรกหางจากขอบบนประมาณ 1.5 นิ้ว 2.2.1.7 หนาสารบัญตาราง 1) หัวขอ วิทยานิพนธภาษาไทยใชอักษรตัวหนา (Bold) 20 points พิมพคําวาสารบัญตาราง วิทยานิพนธภาษาอังกฤษใชอักษรตัวหนา (Bold) 14 Points พิมพคําวา LISTOF TABLES โดยพิมพไวกลางหนากระดาษ หางจากขอบบนประมาณ 2 นิ้ว เวนหางจากหัวขอบรรทัดแรก 2 บรรทัดพิมพ หางจากขอบซายประมาณ1.5 นิ้ว พิมพคําวา ตารางที่ และหางจากขอบขวาประมาณ 1 นิ้ว พิมพคําวา หนา ดวยอักษรตัวหนา
  • 16. 10(Bold) 18 points สําหรับวิทยานิพนธภาษาไทย และพิมพคําวา Tables และ Page ดวยอักษรตัวหนา (Bold) 13 points สําหรับวิทยานิพนธภาษาอังกฤษ 2) สวนรายละเอียด เวนหางจากบรรทัดบน 2 บรรทัดพิมพ ยอหนาประมาณ 0.5 นิ้ว พิมพหมายเลขตาราง ชื่อตาราง และเลขหนาของตารางทั้งหมด เรียงลําดับกอนหลังตามทีปรากฏใน ่วิทยานิพนธ สารบัญตารางที่ยาวมากกวา 1 หนา ใหขึ้นหนาใหมพิมพรายการแรกหางจากขอบบนประมาณ 1.5 นิว ้ 2.2.1.8 หนาสารบัญภาพ 1) หัวขอ วิทยานิพนธภาษาไทยใชอักษรตัวหนา (Bold) 20 points พิมพคําวาสารบัญภาพ วิทยานิพนธภาษาอังกฤษใชอักษรตัวหนา (Bold) 14 Points พิมพคําวา LISTOF FIGURES โดยพิมพไวกลางหนากระดาษ หางจากขอบบนประมาณ 2 นิ้ว เวนหางจากหัวขอบรรทัดแรก 2 บรรทัดพิมพ หางจากขอบซายประมาณ1.5 นิ้ว พิมพคาวา ภาพที่ และหางจากขอบขวาประมาณ 1 นิว พิมพคําวา หนา ดวยอักษรตัวหนา ํ ้(Bold) 18 points สําหรับวิทยานิพนธภาษาไทย และพิมพคําวา Figures และ Page ดวยอักษรตัวหนา (Bold) 13 points สําหรับวิทยานิพนธภาษาอังกฤษ 2) สวนรายละเอียด เวนหางจากบรรทัดบน 2 บรรทัดพิมพ ยอหนาประมาณ 0.5 นิ้ว พิมพหมายเลขภาพ ชื่อภาพ และเลขหนาของของภาพ (รวมกราฟ แผนภูมิ แผนที่ ฯลฯ) เรียงลําดับกอนหลังตามที่ปรากฏในวิทยานิพนธ สารบัญภาพที่ยาวมากกวา 1 หนา ใหขึ้นหนาใหมพิมพรายการแรกหางจากขอบบนประมาณ 1.5 นิว ้ 2.2.1.9 หนาคําอธิบายสัญลักษณและคํายอ 1) หัวขอ วิทยานิพนธภาษาไทยใชอักษรตัวหนา (Bold) 20 points พิมพคําวาคําอธิบายสัญลักษณและคํายอ วิทยานิพนธภาษาอังกฤษใชอักษรตัวหนา (Bold) 14 Pointsพิมพคําวา SYMBOLS AND ABBREVIATIONS โดยพิมพไวกลางหนากระดาษหางจากขอบบนประมาณ 2 นิ้ว
  • 17. 11 เวนหางจากหัวขอบรรทัดแรก 2 บรรทัดพิมพ หางจากขอบซายประมาณ1.5 นิ้ว พิมพคาวา สัญลักษณ หรือ คํายอ และหางจากขอบขวาประมาณ 1 นิว พิมพคําวา หนา ํ ้ดวยอักษรตัวหนา (Bold) 18 points สําหรับวิทยานิพนธภาษาไทย และพิมพคําวา Symbols หรือAbbreviations และ Page ดวยอักษรตัวหนา (Bold) 13 points สําหรับวิทยานิพนธภาษาอังกฤษ 2) สวนรายละเอียด เวนหางจากบรรทัดบน 2 บรรทัดพิมพ ยอหนาประมาณ 0.5 นิ้ว พิมพสัญลักษณหรือคํายอ เรียงลําดับตามตัวอักษร ถามีสัญลักษณหรือคํายอมากกวา 1 หนา ใหขึ้นหนาใหมพิมพรายการแรกหางจากขอบบนประมาณ 1.5 นิ้ว 2.2.2 การพิมพบทที่ หัวขอในบท และสวนเนื้อเรื่อง 2.2.2.1 บทที่ และชื่อบท (Chapters and Name of Chapters) 1) บทที่ เมื่อขึ้นบทใหม ใหขึ้นหนาใหม โดยพิมพลําดับที่ดวยเลขอารบิกวิทยานิพนธภาษาไทยใชอักษรตัวหนา (Bold) 20 points พิมพคําวา บทที่ และวิทยานิพนธภาษาอังกฤษใชอักษรตัวหนา (Bold) 14 Points พิมพคําวา CHAPTER ไวกลางหนากระดาษหางจากขอบบนประมาณ 2 นิ้ว 2) ชื่อบท พิมพกลางหนากระดาษหางจากคําวา บทที่ 2 บรรทัดพิมพ ชื่อบทที่ยาวเกิน1 บรรทัด ใหขนบรรทัดใหมโดยพิมพเรียงลงมาเปนลักษณะสามเหลี่ยมหัวกลับ ใชอักษรตัวหนา ึ้(Bold) 20 Points สําหรับวิทยานิพนธภาษาไทย และใชตวอักษรตัวใหญทุกตัวอักษร ตัวหนา (Bold) ั14 Points สําหรับวิทยานิพนธภาษาอังกฤษ 2.2.2.2 หัวขอใหญ (Main Headings) หัวขอใหญในแตละบท หมายถึง หัวขอซึ่งมิใชเปนชื่อเรื่องประจําบท ใหพิมพชดิซายหางจากบรรทัดบน 2 บรรทัดพิมพ ใชอักษรตัวหนา (Bold) 18 Points สําหรับภาษาไทย และอักษรตัวหนา (Bold) 13 Points สําหรับภาษาอังกฤษ โดยเลขที่ของหัวขอใหญใหขึ้นตนดวยเลขที่ของบทแลวตามดวยลําดับหมายเลขของหัวขอ ดังนี้ 1.1 1.2 1.3 . . .
  • 18. 12 สําหรับวิทยานิพนธภาษาอังกฤษ อักษรตัวแรกของทุก ๆ คําตองพิมพดวยอักษรตัวใหญเสมอ ยกเวนคําบุพบท (Preposition) คําสันธาน (Conjunction) และคํานําหนานาม (Article) ไมตองพิมพดวยอักษรตัวใหญ เวนแตคําบุพบท คําสันธาน และคํานําหนานามดังกลาวเปนคําแรกของ หัวขอ 2.2.2.3 หัวขอรอง (Sub-headings) 1) หัวขอรองลําดับที่ 1 ใช อั ก ษรตั ว หนา (Bold) 16 points สํ า หรั บ ภาษาไทย และอั ก ษรตั ว หนา(Bold) 12 points สําหรับภาษาอังกฤษ พิมพหัวขอรองโดยเวน หา งจากหัว ขอ ใหญ 2 บรรทัด พิมพยอหนา 0.5 นิ้ว เลขที่ของหัวขอรองใหขึ้นดวยเลขที่ของบท แลวตามดวยเลขที่ของหัวขอใหญและหมายเลขของหัวขอรองลําดับที่ 1 ตามลําดับ ดังนี้ 1.1.1 1.1.2 1.1.3 … 2) หัวขอรองลําดับที่ 2 ใชตัวอักษร 16 points สําหรับภาษาไทย และ 12 points สําหรับภาษาอังกฤษพิมพตรงกับอักษรตัวแรกของหัวขอรองลําดับที่ 1 พิมพเลขที่ของบท ตามดวยเลขที่ของหัวขอใหญหัวขอรองลําดับที่ 1 และหมายเลขของหัวขอรองลําดับที่ 2 ตามลําดับ ดังนี้ 1.1.1.1 1.1.1.21.1.1.3 ... 3) หัวขอรองลําดับที่ 3 ใชตัวอักษร 16 points สําหรับภาษาไทย และ 12 points สําหรับภาษาอังกฤษพิมพตรงกับอักษรตัวแรกของหัวขอรองลําดับที่ 2 พิมพตัวเลข และตามดวยวงเล็บเดียว ดังนี้ 1) 2) ่3) ... 4) หัวขอรองลําดับที่ 4 ใชตัวอักษร 16 points สําหรับภาษาไทย และ 12 points สําหรับภาษาอังกฤษพิมพตรงกับอักษรตัวแรกของหัวขอรองลําดับที่ 3 พิมพตัวเลขในวงเล็บคู ดังนี้ (1) (2) (3) … 2.2.2.4 ขอแนะนําสําหรับการพิมพบทและหัวขอในบท ในกรณีที่ขนหัวขอใหม แตมีบรรทัดเหลือที่จะพิมพบรรทัดเนื้อความเพียง 1 บรรทัด ึ้ใหขนหัวขอใหมนนในหนาถัดไป ึ้ ั้ การพิมพบท ชื่อบท หัวขอในบท และ/หรือหัวขอรองลําดับที่ 1 ใหใชอักษรตัวหนาหามขีดเสนใต หามใชตวเอียง ั ถาเรื่องที่ตองการเขียนบางบท ไมสามารถจัดพิมพตามแบบแผนที่กําหนดไดครบอาจปรับไดตามความจําเปน ทั้งนี้ ขึ้นอยูกับความเห็นของอาจารยผูควบคุมวิทยานิพนธ หรือกรรมการวิทยานิพนธ
  • 19. 13 2.2.2.5 การพิมพขอความทีคัดลอกมาโดยตรง (Direct Quotations) ่ 1) ขอความทีคัดลอกมาไมเกิน 3 บรรทัด ่ พิมพขอความในเนื้อหาวิทยานิพนธโดยไมตองขึ้นบรรทัดใหม แตใหใสขอความในเครื่องหมายอัญประกาศ (Quotation Marks) “. . . ” กรณีที่ตองการใชเครื่องหมายอัญประกาศซอนในขอความที่อยูในอัญประกาศคูอยูแลวใหเปลียนเปนเครื่องหมายอัญประกาศเดียว ‘. . . ’ ่ ่ 2) ขอความทีคัดลอกมาเกิน 3 บรรทัดพิมพ ่ พิมพขอความโดยขึ้นบรรทัดใหม เวนหางระหวางเนื้อหากับขอความที่คัดลอกมาทั้งดานบนและดานลาง 2 บรรทัดพิมพ และเวนหางจากขอบซายและขอบขวา 0.5 นิ้ว ถาขอความที่คัดลอกมามีการยอหนาภายในขอความนั้นใหยอหนาเพิ่มอีก0.5 นิ้ว 3) ขอความทีคัดลอกมาไมตอเนื่อง ่ ขอความที่คัดลอกมามีการเวนหรือตัดขอความมาบางสวนใหพิมพเครื่องหมายจุด (Ellipsis Points) จํานวน 3 จุด โดยเวนระยะ 1 ชวงตัวอักษรระหวางจุด “. . .”แทนขอความที่ตัดหรือเวนไว กรณีท่ผูเขียนวิทยานิพนธตองการเพิ่มเติมความคิดเห็น หรือ ีขอความของตนเองลงไป ใหทําเครื่องหมายวงเล็บเหลี่ยม [ ] กํากับ เพื่อใหแตกตางจากขอความที่คัดลอกมาโดยตรง 2.2.3 การพิมพตาราง และภาพประกอบ สวนประกอบของตาราง และภาพประกอบ ไดแก เลขที่ตารางหรือภาพ ชื่อตารางหรือชื่อภาพ ขอความในตาราง ภาพ แหลงที่มา หมายเหตุ การอางถึงตาราง และภาพประกอบใหเขียนเลขที่ตารางหรือภาพ เชน ตามตารางที่ ...ดังตารางที่ ... ตามตารางที่ ... ดังภาพที่ ... ไมควรเขียนวา ตามตารางขางบน ตามตารางขางลางตามตารางหนา ... ตามภาพขางบน ตามภาพขางลาง ตามภาพหนา ... 2.2.3.1 ตาราง (Tables) 1) การพิมพเลขที่ตาราง และชื่อตาราง เลขที่ตาราง ใหพิมพชิดซาย เหนือตาราง เลขที่ตารางใหใชเลขที่บทตามดวยลําดับที่ของตาราง วิทยานิพนธภาษาไทย พิมพคําวา ตารางที่ เวน 1 ระยะตัวอักษร พิมพเลขที่ของตารางดวยอักษรตัวหนา (Bold) 16 points เชน ตารางที่ 1.2 ตารางที่ 1.3 วิทยานิพนธภาษาอังกฤษ
  • 20. 14พิมพ คําวา Table เวน 1 ระยะตัวอักษร พิมพเลขที่ของตารางดวยอักษรตัวหนา (Bold) 12 pointsเชน Table 1.2 Table 1.3 ชื่อตาราง พิมพดวยตัวอักษรธรรมดา เวนหางจากเลขทีตาราง 2 ตัวอักษร ถา ่เปนวิทยานิพนธภาษาอังกฤษใหพิมพอักษรตัวแรกตัวใหญทุกคํา ยกเวนคําบุพบท คําสันธาน และคํานําหนานาม ถาชื่อตารางยาวมากกวา 1 บรรทัด ขึ้นบรรทัดใหมพิมพตรงกับอักษรตัวแรกของชือ ่ตารางบรรทัดแรก 2) การพิมพขอความในตาราง  ขนาดความกวางของตาราง ไมควรเกินกรอบของหนาวิทยานิพนธ สําหรับตารางขนาดใหญ ใหพยายามลดขนาดของตารางลงโดยใชการถายยอสวน หรืออาจใชตัวพิมพขนาดเล็กลงไดตามความเหมาะสม สวนตารางที่กวางเกินกวาหนาของวิทยานิพนธก็อาจจัดพิมพตามแนวขวางของหนาได ตารางควรพิมพอยูในหนาเดียวกัน ถาตารางสั้นมาก อาจพิมพอยูในเนือเรื่อง ้ถาตารางที่มีความยาวเกิน 1 หนา ใหขึ้นหนาใหม โดยระบุเลขที่ตาราง และคําวา (ตอ) หรือ (Continued)ในเครื่องหมายวงเล็บ เชน ตารางที่ 1.1 (ตอ) หรือ Table 1.1 (Continued) 2.2.3.2 ภาพประกอบ (Figures) ภาพประกอบ ไดแก กราฟ แผนภูมิ แผนที่ ภาพเขียน ภาพถาย ภาพถายที่อางอิงมาจากที่อื่น ใหใชการถายสําเนา ถาเปนผลการวิจัย ใหใชภาพจริงทั้งหมดและติดดวยกาวที่มีคณภาพดี ุ การพิมพใหพมพชิดซาย ใตภาพ หางจากภาพ 2 บรรทัดพิมพ เลขทีภาพใหใชเลขที่ ิ ่บทตามดวยลําดับที่ของภาพ วิทยานิพนธภาษาไทยพิมพคําวา ภาพที่ เวน 1 ระยะตัวอักษร พิมพเลขที่ภาพดวยอักษรตัวหนา (Bold) 16 points เชน ภาพที่ 3.5 วิทยานิพนธภาษาอังกฤษพิมพคําวาFigure เวน 1 ระยะตัวอักษร พิมพเลขที่ภาพ ดวยอักษรตัวหนา (Bold) 12 points เชน Figure2.3 รายละเอียดของภาพ พิมพดวยตัวอักษรปกติ 2.2.3.3 แหลงที่มา (Source) การพิมพแหลงที่มาของตารางใหพิมพชดซาย ใตตาราง หางจากตาราง 2 บรรทัด ิพิมพ การพิมพแหลงที่มาของภาพประกอบใหพมพชิดซาย ใตภาพ หางจากคําวา ภาพที่ ... ิ1 บรรทัดพิมพ
  • 21. 15 วิทยานิพนธภาษาไทยใชอักษรตัวหนา (Bold) 16 points พิมพคําวา แหลงที่มา:วิทยานิพนธภาษาอังกฤษใชอักษรตัวหนา (Bold) 12 points พิมพคําวา Source: และเวน 1 ระยะตัวอักษร จึงบอกแหลงที่มา การเขียน แหลงที่มา ใหเขียนในลักษณะเดียวกับการเขียนเอกสารอางอิง ถามีทั้ง แหลงที่มา และ หมายเหตุ ใหระบุ แหลงที่มา กอน หมายเหตุ 2.2.3.4 หมายเหตุ (Note) พิมพชิดซาย ใตภาพหรือใตตาราง หางจากตารางหรือภาพ 2 บรรทัดพิมพ ถามีแหลงที่มา ใหพิมพหาง 1 บรรทัดพิมพ วิทยานิพนธภาษาไทยใชอักษรตัวหนา (Bold) 16 points พิมพคําวา หมายเหตุ:วิทยานิพนธภาษาอังกฤษใชอักษรตัวหนา (Bold) 12 points พิมพคําวา Note: และเวน 1 ระยะตัวอักษร จึงพิมพขอความดวยตัวอักษรปกติ 2.2.4 การพิมพบรรณานุกรม 2.2.4.1 หัวขอ ใหพิมพคําวา บรรณานุกรม หรือ BIBLIOGRAPHY โดยใชอักษรตัวหนา(Bold) 20 points สําหรับวิทยานิพนธภาษาไทย และ 14 points สําหรับวิทยานิพนธภาษาอังกฤษโดยพิมพไวกลางหนากระดาษหางจากขอบบนประมาณ 2 นิ้ว 2.2.4.2 รายละเอียด ใหเริ่มพิมพรายการบรรณานุกรมรายการแรกหางจากหัวขอบรรณานุกรม 2 บรรทัดพิมพ จัดรูปแบบการพิมพชดซาย และใหพิมพขอความบรรทัดถัดไป โดยเวนระยะยอหนาเขาไป ิ0.75 นิ้ว ตั้งแตหนาที่ 2 ของบรรณานุกรมไมตองพิมพคําวา บรรณานุกรม พิมพเลขหนาตอเนื่องจากเนือเรื่อง เริ่มพิมพรายการแรกหางจากขอบบนประมาณ 1.5 นิ้ว ้ วิทยานิพนธภาษาไทยที่มีบรรณานุกรมภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ใหพิมพบรรณานุกรมภาษาไทยกอน แลวจึงพิมพบรรณานุกรมภาษาอังกฤษ โดยพิมพตอเนื่องกันไปไมตองเวนระยะหาง ไมตองมีหัวขอคั่น 2.2.4.3 การจัดเรียง บรรณานุกรมแตละภาษาใหเรียงลําดับตามอักษรชื่อผูแตง/ชื่อหนวยงาน สําหรับบรรณานุกรมภาษาอังกฤษจัดเรียงตามอักษรชื่อสกุล
  • 22. 16 กรณีเปนชื่อหนวยงานที่ขึ้นตนวา A An The คําเหลานี้ไมใชในการจัดเรียง ใหเรียงดวยคําถัดไป เชน The Institute of Accreditation ใหจดเรียงที่อักษร I = Institute ั ถาผูเขียนคนเดียวกันเขียนเอกสารหลายรายการ ปพิมพตางกัน ชื่อเอกสารตางกัน ใหเรียงลําดับตามปที่พิมพ จากปเกาไปหาปใหม แลวจึงเรียงตามชื่อเอกสาร ถาผูเขียนคนเดียวกัน พิมพปเดียวกัน ใหเรียงตามชื่อเรื่อง และใสอักษร ก ข คสําหรับภาษาไทย หรือ a, b, c สําหรับภาษาอังกฤษ กํากับตอจากป เชน 2543ก 2543ข บรรณานุกรมรายการเดียวกันใหพมพอยูในหนาเดียวกัน ถาพิมพไมหมดรายการให ิ ยกไปพิมพหนาถัดไป กรณีที่มีบรรณานุกรมหลายรายการ มีผูแตงคนเดียวกัน หรือผูแตงมากกวา 1 คนเหมือนกัน ใหพิมพผูแตงซ้ําใหมทุกคน การพิมพรายการบรรณานุกรมแตละรายการ ใหพิมพหางจากเครื่องหมายมหัพภาค(.) 2 ตัวอักษร สวนการพิมพหลังเครื่องหมายอื่น ๆ เชน จุลภาค (,) อัฒภาค (;) มหัพภาคคู (:)ใหเวน1 ตัวอักษร ชื่อหนังสือ ชื่อวารสาร ชื่อวิทยานิพนธ สารนิพนธ ภาคนิพนธ เอกสารที่ไมไดมีการตีพิมพเผยแพร เอกสารประเภทอัดสําเนา ถายเอกสารหรือจุลสาร ใหพิมพดวยอักษรตัวหนา (Bold) 2.2.5 การพิมพภาคผนวก 2.2.5.1 หนานํา พิมพไวกลางหนากระดาษ หางจากขอบบนไมนอยกวา 4.5 นิ้ว วิทยานิพนธภาษาไทยใชอกษรตัวหนา (Bold) 20 Points พิมพคําวา ภาคผนวก วิทยานิพนธภาษาอังกฤษใช ัอักษรตัวหนา (Bold) 14 Points พิมพคําวา APPENDIX กรณีมีหนึ่งภาคผนวก และพิมพคําวาAPPENDICES กรณีมีมากกวาหนึ่งภาคผนวก 2.2.5.2 สวนเนื้อหา ถามีหนึ่งภาคผนวก ใหพมพหนาแรกหางจากขอบบนประมาณ 2 นิ้ว ิ ถามีมากกวาหนึ่งภาคผนวก ใหแบงเปน ภาคผนวก ก ภาคผนวก ขภาคผนวก ค… หรือ Appendix A Appendix B Appendix C… ตามลําดับพิมพโดยขึ้นหนาใหมทกครั้งเมื่อขึ้นภาคผนวกใหม และพิมพเปนหนานําภาคผนวกยอยหรือไม ุพิมพก็ได ถามีการอางอิงใหพิมพไวทหนานําภาคผนวกยอย หรือไวทายภาคผนวกก็ได ี่
  • 23. 17 2.2.6 การพิมพประวัตผูเขียน ิ การเขียนประวัติผูเขียนทั้งวิทยานิพนธภาษาไทยและภาษาอังกฤษ มีความยาวไมเกิน 2หนา มีรายละเอียดการพิมพ ดังนี้ 2.2.6.1 หัวขอ วิทยานิพนธภาษาไทยใชอักษรตัวหนา (Bold) 20 points พิมพคําวา ประวัติผูเขียน วิทยานิพนธภาษาอังกฤษใชอักษรตัวหนา (Bold) 14 Points พิมพคําวาBIOGRAPHY โดยพิมพไวกลางหนากระดาษ หางจากขอบบนประมาณ 2 นิ้ว 2.2.6.2 สวนรายละเอียด ชื่อ ชื่อสกุล (NAME) พรอมคํานําหนานาม ถามียศ ฐานันดรศักดิ์ ราชทินนามสมณศักดิ์ หรือตําแหนงทางวิชาการ ใหใสไวดวย  ประวัติการศึกษา (ACADEMIC BACKGROUND) ใหระบุวฒิการศึกษา ุสถานศึกษา ปที่สําเร็จการศึกษา เริ่มตั้งแตระดับปริญญาตรีหรือเทียบเทาขึ้นไป ตําแหนงและสถานที่ทํางาน (POSITION AND OFFICE) (ถามี) ประสบการณทางวิชาการ ผลงานทางวิชาการ รางวัลหรือทุนการศึกษา(EXPERIENCE) เฉพาะที่สําคัญ (ถามี)
  • 24. บทที่ 3 การเขียนเอกสารอางอิง การทําวิทยานิพนธ จะตองมีการระบุแหลงที่มาของขอมูลประเภทตาง ๆ เพื่อเปนการใหเกียรติแกเจาของความคิดและถือเปนจรรยาบรรณของผูเขียนดวย นอกจากนี้ ยังเปนประโยชนในการใหผูอานไดพิจารณาความถูกตอง ความนาเชื่อถือของวิทยานิพนธ และสามารถนําไปศึกษาคนควาเพิ่มเติมตอไป การทําวิทยานิพนธของสถาบันกําหนดใหใชการอางอิงระบบนาม ป (Author Year System)เปนการอางอิงโดยการแทรกเอกสารที่อางอิงไวในเนื้อเรื่องวิทยานิพนธ ดวยการระบุชื่อ ชื่อสกุลของผูแตงและปที่พิมพ พรอมทั้งเลขหนาที่อางอิงในเอกสารนั้น โดยใหใสไวในวงเล็บแทรกอยูกับเนื้อหาวิทยานิพนธกอนหรือหลังขอความที่ตองการอางอิงเปนการอางอิงเพียงยอ ๆ สวนขอมูลอื่น ๆ ของเอกสารที่อางอิง เชน ชื่อเอกสาร สถานที่พิมพและสํานักพิมพจะตองมีปรากฏอยูในบรรณานุกรมทายเลมของวิทยานิพนธดวย 3.1 หลักการเขียนรายการอางอิง 3.1.1 การเขียนชื่อ ชื่อสกุลผูแตง คนไทยเขียนชื่อ ชื่อสกุล สวนคนตางชาติเขียนเฉพาะชื่อ สกุล ตามดวยเครื่องหมายจุลภาค (,) ปที่พิมพ เครื่องหมายมหัพภาคคู (:) เลขหนาที่อางอิง ทั้งนี้ ปที่พิมพใหใชป พ.ศ. สําหรับเอกสารภาษาไทย และป ค.ศ. สําหรับเอกสารภาษาอังกฤษ ดังนี้รูปแบบ (ชื่อผูแตง,/ปที่พิมพ:/หนาที่อางอิง) ตัวอยาง (เสาวนีย เหลืองขมิ้น, 2546: 13) (กฤช เพิ่มทันจิตต, 2545: บทคัดยอ) (วรเดช จันทรศร และไพโรจน ภัทรนรากุล, 2541: 52) (Garvey and Williamson, 2002: 13)
  • 25. 19 3.1.2 เอกสารอางอิงที่ไมปรากฏชื่อผูแตง 3.1.2.1 เอกสารออกในนามหนวยงานของรัฐ หรือภาคเอกชน หรือองคการระหวางประเทศ ใหระบุชื่อผูแตงเปนชื่อหนวยงาน และใหเขียนอางอิงหนวยงานระดับสูงกอน (ระดับกรม)แลวตามดวยหนวยงานระดับรองลงมาเพียงระดับเดียวตัวอยาง (กรมราชทัณฑ, 2545: 20) (จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร, 2545: 10) (บริษัทศูนยวจยกสิกรไทย จํากัด, 2546: 10) ิั (สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร. คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ, 2546: 9) (United Nations (UN). Asian Development Institute, 1975: 3-5) 3.1.2.2 เอกสารที่อางอิงไมปรากฏชื่อผูแตง แตมีชื่อบรรณาธิการ ผูรวบรวม หรือผูวิจารณใหระบุชื่อเหลานี้แทนตัวอยาง (เจิมศักดิ์ ปนทอง, บรรณาธิการ, 2547: 12) (เจตนา นาควัชระ, ผูวิจารณ, 2535: 5) (Hirono, ed., 2003: 51) (Wulf and Kokol, eds., 2004: 33-35) 3.1.2.3 เอกสารที่อางอิงไมปรากฏชื่อผูแตง ใหระบุชื่อเรื่องหรือชื่อเอกสารแทนตัวอยาง (กรุงเทพธุรกิจ 2547, 12 และ 23 เมษายน: 2) (ฐานเศรษฐกิจ 2545, 23-26 มิถุนายน: 38) (สิ่งแวดลอมกับการพัฒนา, 2535: 9-12) (Sustainable Transport, 1996: 8) 3.1.3 การอางอิงเอกสารหลายเรื่องพรอม ๆ กัน ใหเขียนอางอิงตามลําดับปที่พิมพจากปเกาไปหาปใหม โดยใชเครื่องหมายอัฒภาค (;) คั่นระหวางรายการตัวอยาง (อัจฉรา จันทรฉาย, 2546: 18; วีรเดช เชื้อนาม, 2547: 16) (Bosman, 1970: 2; Cherlin, 1988: 3-9; Hellrieqel, 2004: 17) 3.1.4 การอางอิงเอกสารที่ไมปรากฏปที่พิมพ ใหระบุคําวา “ม.ป.ป.” หรือ “n.d.” แทนปทพิมพ ี่ตัวอยาง (เดชา แกวชาญศิลป, ม.ป.ป.: 19) (ศรีสมบูรณ อังคสิงห, ม.ป.ป.: 9) (Ministry of Education. Office of the Higher Education Commission, n.d.: 7)
  • 26. 203.2 วิธีการเขียนนามผูแตง 3.2.1 กรณีผูแตงเปนคนธรรมดา ไมตองใสคํานําหนาชือ ถาเปนคนไทยใหใสชื่อ และชื่อ ่สกุล ถาเปนคนตางชาติใหใสเฉพาะชื่อสกุลเทานั้นตัวอยาง (สิปปนนท เกตุทัต, 2541: 30) (อดิศร อิศรางกูร ณ อยุธยา, 2540: 10) (Purachai Piumsombun, 1985: 50) (Suchitra Punyaratabandhu, 1992: 10) (Porter, 2000: 65) (Wadsworth, 2001: 5) 3.2.2 กรณีผูแตงมีฐานันดรศักดิ์ บรรดาศักดิ์ ใหใสฐานันดรศักดิ์ หรือบรรดาศักดิ์ ไวขางทาย โดยนําหนาดวยเครื่องหมาย “,”ตัวอยาง (เทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, สมเด็จพระ, 2546: 22) (เสนีย ปราโมช, ม.ร.ว., 2515: 7) (ประดิษฐมนูธรรม, หลวง, 2542: 8-17) (พระเสด็จสุเรนทราธิบดี, เจาพระยา, 2541: 14) 3.2.3 กรณีผูแตงมียศ ตําแหนง ไมตองใสยศทางทหาร ตํารวจ หรือตําแหนงทางวิชาการหรือคําเรียกทางวิชาชีพนัน เชน นายแพทย ทันตแพทย ้ตัวอยาง (เจิมศักดิ์ ปนทอง, 2547: 19) (ทักษิณ ชินวัตร, 2545: 9) (ประเวศ วะสี , 2547: 21) (เสรี เตมียเวส, 2539: 79) 3.2.4 หนังสือแปล ใหลงชื่อผูแตงเดิม ถาไมทราบชื่อผูแตง จึงระบุชื่อผูแปลตัวอยาง (เกิรสตเนอร, 2547: 90) (Shimomura, tr., 2003: 65-66) (กอปรเชษฐ ตยัคคานนท, ผูแปล, 2547: 20)
  • 27. 213.3 วิธีการอางอิงโดยผูแตง 3.3.1 ผูแตงคนเดียว 3.3.1.1 ระบุชื่อผูแตงแลววงเล็บปที่พิมพและเลขหนาไวกอนขอความที่อางอิงตัวอยาง การอางอิงเอกสารสิ่งพิมพ กวี วงศพุฒ (2539: 107) คุณลักษณะของความเปนผูนํา คือ ลักษณะอันมีคุณคาอยางยิ่งซึ่งนับเปนปจจัยสําคัญในการปฏิบัติหนาที่ เพื่อใหผูใตบังคับบัญชาเกิดความเชื่อถือ เชื่อมั่น เชื่อฟงและใหความรวมมืออยางจริงใจตัวอยาง การอางอิงเอกสารอิเล็กทรอนิกสที่ไมระบุเลขหนาBlue (1996: ยอหนาที่ 11) ใหขอคิดวา การเรียนเพื่อใหรเู รื่องใดเรื่องหนึ่งอยางแทจริงตองใชเวลาตลอดภาคการศึกษานัน การอานหนังสือกอนสอบเพียงไมกี่ชั่วโมงจะไมกอใหเกิดความรูอยาง ้แทจริง 3.3.1.2 ระบุชื่อผูแตง ปที่พิมพ เลขหนาไวในวงเล็บทายขอความที่อางอิงตัวอยาง การอางอิงเอกสารสิ่งพิมพ“ผลประโยชนของประชาชนนั้นนับเปนสิ่งที่รัฐบาลจะตองกอใหเกิดขึ้น สําหรับผลที่จะเกิดขึ้นตอรัฐบาลเองนั้น จะตองมีความสําคัญนอยกวาเสมอ” (ไพศาล ชัยมงคล, 2517: 15-16) . . .. . .In economic terms the state is part of problem , not the solution. . .(Green, 1995: 245)ตัวอยาง การอางเอกสารอิเล็กทรอนิกสที่ไมระบุเลขหนาเนื่องจากการเรียนเพื่อใหรูเรืองใดเรื่องหนึงอยางแทจริงตองใชเวลาตลอดภาคการศึกษานั้น การอาน ่ ่หนังสือกอนสอบเพียงไมกี่ชวโมงจะไมกอใหเกิดความรูอยางแทจริง (Blue, 1996: ยอหนาที่ 11) ั่  3.3.1.3 ผูแตงคนเดียวเขียนเอกสารหลายเลม พิมพปตางกัน แตตองการอางถึงพรอม ๆ กัน ใหเรียงลําดับปที่พิมพตัวอยาง (สมพงษ เฟองอารมย, 2531: 7, 2545: 39) (Kotler, 2003: 40, 2004: 19)ตัวอยางการบริการขาวสารเชิงกลยุทธ เปนวิธีการประชาสัมพันธที่คอนขางใหม และยังไมคอยใชกนอยาง ัแพรหลายนัก กลาวคือเปนการบริหารขาวสารที่เกี่ยวของกับองคการหรือสินคาอยางเปนระบบ มีการวางแผนลวงหนา เพื่อใหเกิดประโยชนกับองคการมากที่สุด (เสรี วงษมณฑา, 2540: 94, 2542:175)
  • 28. 22ตัวอยางMarketing is not only a tool for making profits, but marketing is a use to understand, create,communicate and deliver values. (Kotler and Roberto, 1989: 122; Kotler and Anderson, 1991: 25;Kotler, 1999: 184) 3.3.1.4 ถาผูแตงคนเดียวกันเขียนหนังสือหลายเรื่องในปเดียวกัน ใหใสอักษร ก ขค… (สําหรับเอกสารภาษาไทย) หรือ a b c… (สําหรับเอกสารภาษาตางประเทศ) ไวทายปที่พิมพตัวอยาง (ประเวศ วะสี, 2545ก: 11) (ประเวศ วะสี, 2545ข: 39) (Gordon, 1999a: 40) (Gordon, 1999b: 123)ตัวอยางระบบประชาธิปไตยที่ดีไมจําเปนตองลอกเลียนประชาธิปไตยตามแบบตะวันตก นักวิชาการชาวลาตินอเมริกาผูหนึ่งไดเปรียบเทียบไววา ประเทศกําลังพัฒนาที่เลียนแบบประชาธิปไตยของตะวันตกคือ “การนําตนไมเมืองหนาวไปปลูกในเขตรอน หรืออีกนัยหนึ่งคือการนําเอาตนไมไปปลูกบนดินและอากาศผิดที่” (ลิขิต ธีรเวคิน, 2547ก: 9) ระบบประชาธิปไตยทีประสบความสําเร็จจะตองเปน ่ระบอบที่สามารถดําเนินการไปไดอยางตอเนื่องและยั่งยืน (ลิขิต ธีรเวคิน, 2547ข: 9) และระบบดังกลาวนีจะตองเปนระบบทีสอดคลองกับความเปนจริง ไมใชระบบที่มีความสมบูรณแบบเพอฝน ้ ่(ลิขิต ธีรเวคิน, 2547ค: 9) 3.3.1.5 ถาเอกสารเรื่องเดียวแตมหลายเลมจบ และมีผูแตงคนเดียวใหระบุหมายเลข ีของเลมที่อางถึงดวยตัวอยาง (สุพัตรา สุภาพ, 2541. เลม 1: 20-21, 2543. เลม 5: 90) (Sharma, 1990. Vol. 1: 83)ตัวอยางการดูแลรักษาผาและฉลองพระองคที่สําคัญ วิธีหนึ่งก็คอ เมื่อจะนําไปซักตองซักในน้ํามะพราว โดย ืตองคลี่ผาที่ชุมน้ําในแนวราบ และใชผาอีกผืนหนึ่งชุบน้ามะพราวเช็ดเบา ๆ บนผืนผานั้น (สํานัก ํนายกรัฐมนตรี, 2542. เลม 1: 231) 3.3.2 ผูแตงมากกวา 2 คนแตไมเกิน 6 คน การเขียนอางอิงครั้งแรกใหเขียนครบทุกคน โดยชาวไทยเขียนชื่อ ชื่อสกุล ใชคําเชื่อม “และ” สําหรับชาวตางประเทศเขียนเฉพาะชื่อสกุล ใชคําเชื่อม
  • 29. 23“and” สวนการอางอิงครั้งตอไปเขียนเฉพาะคนแรก แลวใสคําวา “และคณะ” หรือ “และคนอื่น ๆ”หรือ “and others” หรือ “et al.”ตัวอยาง การเขียนอางอิงครั้งแรก (กิตติพงศ วิเวกานนท, กําพล กิจชระภูม,ิ ไพบูลย ภัทรเบญจพล, สุชาติ ยุรวี, กฤชชัยอนรรฆมณี และชาญชัย พรศิริรุง, 2547: 51) (McGehee, Kraff, Shepker, Wilson, Gallagher and Karaszi, 1999: 143)ตัวอยาง การเขียนอางอิงครั้งที่ 2 เปนตนไป (กิตติพงศ วิเวกานนท และคณะ, 2547: 51) (กิตติพงศ วิเวกานนท และคนอื่น ๆ, 2547: 51) (McGehee et al., 1999: 143) (McGehee and others, 1999: 143) 3.3.3 ผูแตงมากกวา 6 คน ชาวไทยใหใสชื่อ ชื่อสกุลผูแตงคนแรกแลวตามดวยคําวา “ และคณะ” หรือ “และคนอื่น ๆ” สําหรับชาวตางประเทศใหใสเฉพาะนามสกุลตามดวย “and others”หรือ “et al.” เลือกใชคําใดคําหนึ่ง แลวตองใชเหมือนกันทั้งเลมตัวอยาง (ชาญชัย พรศิริรุง และคณะ, 2547: 19) (ชาญชัย พรศิริรุง และคนอื่น ๆ, 2547: 19) (Harmanson et al., 2000: 45) (Harmanson and others, 2000: 45)3.4 วิธการอางอิงเอกสารทุติยภูมิ หรือเอกสารที่ไมใชตนฉบับโดยตรง ี ใหระบุชื่อผูแตงเอกสารทั้ง 2 รายการ โดยระบุชื่อผูแตง ปที่พิมพและหนาที่อางอิง (ถามี)ของเอกสารปฐมภูมิหรือเอกสารลําดับแรกกอนแลวจึงตามดวย “อางถึงใน” หรือ “quoted in” แลวจึงระบุชื่อผูแตงของเอกสารทุติยภูมหรือเอกสารลําดับที่ 2 ตามดวยปทพิมพ และหนาที่อางอิง ิ ี่ตัวอยาง (ดนัย เทียนพุฒ, 2539 อางถึงใน กัญจนวลัย นนทแกว, 2546: 24) (Lindblom, 1965 อางถึงใน อภิชัย พันธเสน, 2544: 72) (Vass and Wiedeman, 1981 quoted in French, 1995: 18)
  • 30. 24ตัวอยาง สัมพันธ เตชะอธิก และคณะ (2540 อางถึงใน ปาริชาติ วลัยเสถียร และคณะ, 2543: 67)กลาววาการรวมตัวจะตองเปนคนในชุมชนเดียวกันตั้งแต 2 คนขึ้นไป Lynn (1990 quoted in Teske and Schneider, 1994: 332) note that entrepreneurialmanagers are more likely to focus on agency issues, while non-entrepreneurial administratorsfocus mostly inward.3.5 วิธการอางอิงโดยการคัดลอกขอความ ี กอนที่จะนําขอความที่คัดลอกมาแทรกไวในเนื้อหาของวิทยานิพนธ ควรกลาวนําในเนื้อเรื่องวาเปนคํากลาวของใคร และตองมีการอางอิงดวย 3.5.1 ขอความที่คัดลอกมีความยาวไมเกิน 3 บรรทัด ใหคัดลอกขอความในเครื่องหมายอัญประกาศคู “--------” แทรกในเนื้อหาของวิทยานิพนธไดเลยตัวอยาง ปรีชา เปยมพงษสานต และคณะ (2535: 38) ไดกลาวถึงแนวทางในการพัฒนาในภูมิภาคเอเชียที่ผานมาวา “แมนกเศรษฐศาสตรตะวันตก จะเริ่มสนใจและใหความสําคัญแกโลกดอยพัฒนา ัแตพวกเขาก็ไมมีเครื่องมือหรือกรอบวิธีคิดที่ชัดเจนสําหรับการวิเคราะหกระบวนการของการพัฒนาเศรษฐกิจทีจะเกิดขึ้นในสังคมเหลานี้ ซึ่งมีประชากรสวนใหญเปนชาวไรชาวนา และภาคเกษตรกรรม” ่ตัวอยาง Wexley and Yuki (1977: 172) define conflict as “a dispute or struggle between twoparties that is characterized by overt expression of hostility and/or intentional interference in thegoal attainment of the opposing party” 3.5.2 ขอความที่คัดลอกมาใหคัดลอกทั้งขอความและเครื่องหมายตามตนฉบับ ยกเวนขอความที่คัดลอกมามีเครื่องหมายอัญประกาศคู (“. . .”) ใหเปลี่ยนเปนเครื่องหมายอัญประกาศเดียว ่(‘. . .’)
  • 31. 25ตัวอยาง Yin (1989: 13) observed that “In general, case studies are the preferred strategy when‘how’ or ‘why’ questions are being posed, when the investigator has little control over events, andwhen the focus is on a contemporary phenomenon within some real-life context.” 3.5.3 ขอความที่คัดลอกมีความยาวเกินกวา 3 บรรทัด ใหยกขอความที่คัดลอกมาพิมพขึ้นบรรทัดใหม โดยยอหนาเขามาจากขอบซายและขอบขวา 0.5 นิ้วตัวอยาง ชัยอนันต สมุทวณิช (2541: 7) ไดกลาวถึงแนวพระราชดําริ “ทฤษฎีใหม” ของพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว ในเชิงวิเคราะห ดังนี้0.5 นิ้ว แนวพระราชดําริทฤษฎีใหม ของพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหว มีมิติทางดาน ั จริยธรรมของการอยูรวมกันของสิ่งที่แตกตางหลากหลายโดยไมจําเปนตองเปนคู ตรงขาม ขัดแยง แขงขันซึ่งกันและกัน หากเอื้อตอกันและเกิดดุลยภาพที่เคลื่อน 0.5 นิ้ว ไหวได ชวยกันแบบน้ําพึ่งเรือเสือพึ่งปา เปนการพึ่งพิงอิงกัน มากกวาการเปนแค พึ่งพาอาศัย 0.5 นิ้ว ดังนั้นทฤษฎีใหมของพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหวเปนทฤษฎีที่แตกตาง ั ไปจากทฤษฎีอื่นๆ โดยเฉพาะตรงที่มีจริยธรรมดังกลาวเปนพื้นฐานสําคัญตัวอยาง Zaltman and Duncan’s (1977: 379) observation about the seemingly obvious often beingignored: Many of the principles may appear too obvious to mention. Some of them strike us this way. However, it is surprising how often a seemingly obvious principle has been ignored, with very unfortunate consequences in a planned change setting. If some principles are seemingly obvious, they are apparently also easy to forget.
  • 32. 26 3.5.4 ขอความที่คัดลอกมาบางสวน ขอความที่คัดลอกโดยการตัดบางสวนออกใหใสจุด 3จุด ไวตรงสวนที่ตัดออกตัวอยาง สิปปนนท เกตุทัต (2535: 32) กลาวถึงแนวคิดในการรับรูทางพระพุทธศาสนาในเชิงเปรียบเทียบกับแนวคิดทางตะวันตกวา การรับรูทางพระพุทธศาสนานั้น มีความหมายกวางกวาที่ชาวตะวันตกเขาใจ การรู หมายถึง พุทธิปญญา บวกกับปรีชาญาณ และการหยั่งรูดวยจิตใจตอจิตใจ . . . ดังนั้น การรับรูของไทยจึงเปนกระบวนการผสมผสานโดยเอาความรูสึกทางจิตของบุคคล เขาไปเกียวของ ตางจากกระบวนการวิเคราะหโดยแยกตนเองออกมา ซึ่งเปนการ ่ รับรูของชาวตะวันตกตัวอยาง Anderson and King (1991) established, for a health care innovation, that there may besignificant differences between the perceptions of senior and junior staff. Similar concerns werenoted by Zaltman and Duncan (1977: 45): On potential pitfall in interviewing is that the change agent may not talk to a representative number of people. For example, in studying in organization, a good rule of thumb would be to talk to at least two people occupying the same organizational role . . . Time permitting, it would also be useful to interview people at each level in the organization, since people at different levels might have very different perceptions of the organization.
  • 33. บทที่ 4 การเขียนบรรณานุกรม บรรณานุกรม คือ การระบุรายชื่อสิ่งพิมพ หรือเอกสาร ตลอดจนแหลงขอมูลตาง ๆ ที่ผูเขียนวิทยานิพนธใชเปนขอมูลประกอบการเขียนวิทยานิพนธ โดยกําหนดใหใชหลักเกณฑ และแบบแผนการลงรายการบรรณานุกรมตามประเภทตาง ๆ ดังนี้ ชื่อผูแตงคนไทยใหลงชื่อ ชื่อสกุล คนตางชาติใหลงชื่อสกุลกอน แลวตามดวยชื่อตน ครั้งที่พิมพใหลงเฉพาะการพิมพครั้งที่ 2 เปนตนไป4.1 หนังสือรูปแบบชื่อผูแตง.//ปที่พิมพ.//ชื่อเรื่อง.//จํานวนเลม.//ครั้งที่พิมพ (ถามี).//ชื่อชุดหนังสือ.//เมืองที่พิมพ:/ สํานักพิมพ. 4.1.1 บรรณานุกรมหนังสือ 4.1.1.1 หนังสือที่มีผูแตงไมเกิน 6 คน ลงรายการ ดังนี้ตัวอยางกิตติพงศ วิเวกานนท, กําพล กิจชระภูม,ิ ไพบูลย ภัทรเบญจพล, สุชาติ ยุรวี, กฤชชัย อนรรฆมณี และชาญชัย พรศิริรุง. 2547. การจัดการกระบวนการ: หนทางสรางคุณภาพ การเพิม ่ ผลผลิต และศักยภาพเพื่อการแขงขัน. กรุงเทพมหานคร: สถาบันเพิ่มผลผลิต.ณรงควิทย แสนทอง. 2547. EQ ดี อารมณดีชีวตสดใส. กรุงเทพมหานคร: ซีเอ็ดยูเคชั่น . ิสังศิต พิริยะรังสรรค. 2546. แรงงานสัมพันธ: ทฤษฎีและการปฏิบัติ. พิมพครั้งที่ 2 ปรับปรุง แกไข. กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย.สุชาติ ประสิทธิ์รัฐสินธุ และกรรณิการ สุขเกษม. 2547. วิธีวิทยาการวิจัยเชิงคุณภาพ: การวิจัย ปญหาปจจุบนและการวิจัยอนาคตกาล. กรุงเทพมหานคร: เฟองฟา พริ้นติ้ง. ั
  • 34. 28อมร รักษาสัตย, ถวัลย วรเทพพุฒิพงษ และขัตติยา กรรณสูต. 2529. การปฏิรูประบบบริหารการ จัดการและการบริหารงานบุคคลในเอเชีย. โครงการวิจัยปรับปรุงระบบราชการ. กรุงเทพมหานคร: สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร.Albright, Madeleine Korbel and Woodward, Bill. 2003. Madam Secretary. New York: Miramax Books.Chase, Richard B.; Aquilano, Nicholas J. and Jacobs, F. Robert. 2004. Operations Management for Competitive Advantage. The McGraw-Hill/Irwin Series Operations and Decision Sciences. Boston: McGraw-Hill.Hewson, Claire; Yule, Peter; Laurent, Dianna and Vogel, Carl. 2003. Internet Research Methods: A Practical Guide for the Social and Behavioural Sciences. London: SAGE Publication.Kotler, Phillip. 2004. Ten Deadly Marketing Sins: Signs and Solutions. Hoboken, N.J.: Wiley.Krames, Jeffrey A. 2002. The Welch Way: 24 Lessons from the World’s Greatest CEO. New York: McGraw-Hill.Rothwell, William J.; Lindholm, John Edwin and Wallick, William G. 2003. What CEOs Expect from Corporate Training: Building Workplace Learning and Performance Initiatives that Advance Organizational Goals. New York: AMACOM.Vig, Norman J. and Kraff, Michael E., eds. 2000. Environmental Policy: New Directions for the Twenenty-First Century. 4th ed. Washington, D.C.: CO Press. 4.1.1.2 หนังสือที่มีผูแตงมากกวา 6 คน ลงรายการ ดังนี้ตัวอยางมิ่งสรรพ ขาวสะอาด และคนอื่น ๆ. 2544. แนวนโยบายการจัดการน้าสําหรับประเทศไทย. ํ กรุงเทพมหานคร: สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย.Harmanson, Roger H. et al. 2000. Accounting: A Business Perspective. 7th ed. The Irwin/McGraw-Hill Series in Principles of Accounting. Boston, Mass.: Irwin/McGraw-Hill.
  • 35. 29 4.1.2 บรรณานุกรมหนังสือแปล ลงรายการดังนี้รูปแบบชื่อผูแตง.//ปที่พิมพ.//ชื่อเรื่องของหนังสือแปล.//แปลจาก(ชื่อเรื่องในภาษาเดิม)./โดย/(ชื่อผูแปล).// ครั้งที่พิมพ (ถามี).//ชื่อชุด (ถามี).//เมืองทีพิมพ:/สํานักพิมพ. ่ 4.1.2.1 หนังสือแปลที่มีทั้งชื่อผูเขียนและชือผูแปล ลงรายการดังนี้ ่ตัวอยาง เกรมส, เจฟฟรี เอ. 2547. ทางของเวลช: 24 บทเรียนจากแจ็กเวลช CEO ที่ยิ่งใหญ. แปลจาก The Welch Way โดย INNOV. กรุงเทพมหานคร: เนชั่นบุคส อินเตอรเนชันแนล. ่สเลเตอร, โรเบิรต. 2543. Jack Welch ที่สุดของ-CEO. แปลจาก Jack Welch and the GE Way. Management Book Brief no. 9. กรุงเทพมหานคร: สื่อดี. 4.1.2.2 หนังสือแปลที่ไมมีชื่อผูเขียนใหลงชื่อผูแปลแทนชื่อผูเขียน แตใหระบุวาเปนผูแปล ลงรายการดังนี้ตัวอยางอุทุมพร ทองอุไทย, ผูแปล. 2523. สารบบจําแนกของจุดมุงหมายทางการศึกษาการจัดจําพวก วัตถุประสงคทางการศึกษา คูมือ เลม 1: พุทธิปริเขต. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย. 4.1.3 บรรณานุกรมหนังสือชุด ลงรายการดังนี้รูปแบบชื่อผูแตง.//ปที่พิมพ.//ชื่อเรื่อง.//ครั้งที่พิมพ (ถามี).//ชื่อชุด.//เมืองที่พิมพ:/สํานักพิมพ.ตัวอยางปราณ พิสิฐเศรษฐการ. 2547. ทักษิโณมิกสและ CEO ประเทศไทย: รวมสุนทรพจนสําคัญของ พ.ต.ท. ดร.ทักษิณ ชินวัตร. ทักษิโณมิกสและการคิดเชิงกลยุทธสไตลทักษิณ. กรุงเทพมหานคร: มติชน.อมร รักษาสัตย, ถวัลย วรเทพพุฒิพงษ และขัตติยา กรรณสูต. 2529. การปฏิรูประบบบริหารการ จัดการและการบริหารงานบุคคลในเอเชีย. โครงการวิจัยปรับปรุงระบบราชการ. กรุงเทพมหานคร: สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร.Abate, Randall. 2000. Harvard Businesss Review on Business and the Environment. The Harvard Businesss Review Paperback Series. Boston: Harvard Business School Press.
  • 36. 304.2 บทความ 4.2.1 บรรณานุกรมบทความในสารานุกรม (Article in Encyclopedia) ลงรายการดังนี้รูปแบบชื่อผูเขียนบทความ.//ปที่พิมพ.//ชื่อบทความ.//ใน//ชื่อสารานุกรม.//เลมที่.//ชื่อบรรณาธิการหรือผู รวบรวม.//ครั้งที่พิมพ.//เมืองที่พิมพ:/สํานักพิมพ.//หนา.ตัวอยางจํานง ทองประเสริฐ. 2533. มหาวิทยาลัย. ใน สารานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน. เลมที่ 22. ราชบัณฑิตยสถาน. กรุงเทพมหานคร: ราชบัณฑิตยสถาน. หนา 42.สมพงศ เกษมสิน. 2517. Incentive (สิ่งจูงใจ). ใน สารานุกรมการบริหาร. กรุงเทพมหานคร: แพรพิทยา. หนา 75-76.อุทัย หิรัญโต. 2524. Politics: การเมือง. ใน สารานุกรมศัพททางรัฐศาสตร. กรุงเทพมหานคร: เขษมบรรณกิจ. หนา 560-563.Argyris, Chris. 1968. Organizations: Effectiveness. In International Encyclopedia of the Social Sciences. Vol 11. New York: McGraw-Hill. Pp. 311-319.Bahmueller, Charles F. 1996. Political Philosophy. In International Encyclopedia of Government and Politics. Vol 2. London: Oxford University. Pp. 1036-1038.Woelfel, Chharles J. 1994. Trust. In Encyclopedia of Banking & Finance. Vol 2. London: SAGE Publication. Pp. 1153-1154. 4.2.2 บรรณานุกรมบทความในหนังสือ รายงานการประชุมทางวิชาการ สัมมนาทางวิชาการ ลงรายการดังนี้รูปแบบชื่อผูเขียนบทความ.//ปที่พิมพ.//ชื่อบทความ.//ใน ชื่อหนังสือ.//ชื่อบรรณาธิการหรือผูรวบรวม. ครั้งที่พิมพ.//ชื่อชุดหนังสือ.//เมืองที่พิมพ:/สํานักพิมพ.//หนา.
  • 37. 31ตัวอยางนรินทร ทองศิริ. 2541. ระบบ ISO 1900 กับอุดมศึกษาไทย. ใน หองสมุดสถาบันอุดมศึกษากับ การประกันคุณภาพการศึกษา: รายงานการสัมมนาความรวมมือระหวางหองสมุด สถาบันอุดมศึกษาครั้งที่ 16, 2-4 ธันวาคม 2541. เชียงใหม: กองหองสมุด มหาวิทยาลัยแมโจ และคณะกรรมการพัฒนาหองสมุดสถาบันอุดมศึกษา ทบวงมหาวิทยาลัย. หนา 189-192.ปกรณ ปรียากร. 2532. ทฤษฎีและแนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนา. ใน เอกสารการสอนชุดวิชาการ บริหารการพัฒนาชนบท. หนวยที่ 1. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช สาขาวิทยาการ จัดการ. นนทบุรี: โรงพิมพมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. หนา 33-34.Fitzroy, Felix R. and Kraft, Kornelius. 1991. Firm Size, Growth and Innovation: Some Evidence from West Germany. In Innovation and Technological Change: An International Comparizon. Zottan J. Aes and David B. Audretsh, eds. New York: Harester Wheatsheaf. Pp. 152-159. 4.2.3 บรรณานุกรมบทความในวารสาร ลงรายการดังนี้รูปแบบชื่อผูเขียน.//ปที่พิมพ.//ชื่อบทความ.//ชื่อวารสาร.//ปที่ (เดือน):/เลขหนา.ตัวอยางสุรัชช ฟุงเกียรติ. 2547. นาโนเทคโนโลยีวิสัยทัศนเทคโนโลยีระดับไมโคร. ผูสงออก. 17 (ปกษแรก เมษายน): 19-22.Mintrom, Michael and Vergari, Sandra. 1996. Advocacy Coalitions, Policy Entrepreneurs and Policy Change. Policy Studies Journal. 24 (Autumn): 420-434.Rutter, Carolyn M. and Simon, Gregory. 2004. A Bayesian Method for Estimating the Accuracy of Recalled Depression. Journal of the Royal Statistical Society Series C. 53 (April): 341-353. 4.2.4 บรรณานุกรมบทความในวารสารรายสัปดาห ลงรายการดังนี้รูปแบบชื่อผูเขียน.//ปที่พิมพ.//ชื่อบทความ.//ชื่อวารสาร.//ปที่/(วันที่ เดือน):/เลขหนา.
  • 38. 32ตัวอยางวงกต วงศอภัย. 2547. การผลิตไฟฟาจากพลังงานแสงอาทิตยในประเทศไทย (1). มติชน สุดสัปดาห. 24 (25 มิถุนายน-1 กรกฎาคม): 29-30.Fayard, Judy. 2547. Heaven on Earth. Time. 164 (July 19): 50-52. 4.2.5 บรรณานุกรมขาวและบทความในหนังสือพิมพ (Newspaper) 4.2.5.1 บทความในหนังสือพิมพ (Article in Newspaper) ใหลงรายการดังนี้รูปแบบชื่อผูเขียน.//ป (วัน เดือน หรือ เดือน วัน).//ชื่อบทความ.//ชื่อหนังสือพิมพ:/เลขหนา.ตัวอยางชลิต กิติญาณทรัพย. 2546 (10 กรกฎาคม). จับแนวคิดรมต.พาณิชย ลดการพึ่งพาพอคาสงออก หนุนเทรดเดอรสินคาเกษตร. มติชน: 6.ประสิทธิ์ชัย หนูนวล. 2545 (9 สิงหาคม). การเมืองภาคประชาชนกับระบบการพึงพา. กรุงเทพ ่ ธุรกิจ: 13.ลิขิต ธีรเวคิน. 2530 (7 กุมภาพันธ). จอดปายประชาชื่น. มติชน: 6.Prachai Leophairatana. 2003 (January 24). ASEAN FREE Trade Area. The Nation: 12.Sommai Parichat. 2004 (June 30). Mr. Anand’s View Points. Bangkok Post: 6. 4.2.5.2 ขาวในหนังสือพิมพ (News in Newspaper) หรือรายการที่ไมปรากฏชื่อผูเขียน หรือกรณีผูเขียนใชนามแฝง ลงรายการดังนี้รูปแบบชื่อหนังสือพิมพ.//ป (วัน เดือน หรือ เดือน วัน).//ชื่อขาวสารหรือหัวขอขาว:/เลขหนา.ตัวอยางไทยโพสต. 2541 (15 -16 ธันวาคม). สรุปผลกระทบของวิกฤติเศรษฐกิจตอภาวการณมีงานทํา พ.ศ. 2541-2544: 20.ผูจัดการรายวัน. 2547 (16 มิถุนายน). รพ.กรุงเทพภูเก็ต ทุม 300 ลานบาท สรางตึกใหมรับการ เติบโต%ตอป: 18.Bangkok Post. 1991 (May 25). Anand Calls for ASEAN Economic Cooperation: 3.The Nation. 1998 (January 14). Cabinet to Continue AFTA Tariff Reduction: B1.
  • 39. 334.3 งานวิจัย 4.3.1 บรรณานุกรมวิทยานิพนธ ลงรายการดังนี้รูปแบบชื่อผูเขียน. ป. ชื่อวิทยานิพนธ. ระดับปริญญา มหาวิทยาลัย.ตัวอยางธีรวัฒน พันธุสุผล. 2547. การรับรูกิจกรรมการพัฒนาทหารกองประจําการเพื่อการพัฒนา  ประเทศ กรณีศึกษา กรมทหารตอสูอากาศยาน หนวยบัญชาการอากาศโยธิน กองบัญชาการยุทธทางอากาศ. วิทยานิพนธปริญญามหาบัณฑิต สถาบันบัณฑิต พัฒนบริหารศาสตร.Anan Prombut. 2002. Factors Influencing HCU Students Internet Usage Behavior. Master’s thesis, National Institute of Development Administration.Sasivimol Meeampol. 1997. An Empirical Investigation of Voluntary Accounting Changes: The Case of Thailand Show Details. Doctoral dissertation, National Institute of Development Administration.Thawilwadee Bureekul. 1998. Major Factors Affecting Industrial Hazardous Waste Policy Implementation in Central Thailand. Doctoral dissertation, National Institute of Development Administration. 4.3.2 บรรณานุกรมภาคนิพนธ และสารนิพนธ ลงรายการดังนี้รูปแบบชื่อผูเขียน. ป. ชื่อภาคนิพนธหรือสารนิพนธ. ภาคนิพนธ/สารนิพนธคณะ... มหาวิทยาลัย.ตัวอยางปโย เล็กกําแหง. 2547. พฤติกรรมการซื้อและการบริโภคเครื่องดื่มในรานกาแฟขนาดเล็กของ นักศึกษาภายในมหาวิทยาลัย: กรณีศึกษานักศึกษาสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร. ภาคนิพนธโครงการบัณฑิตศึกษาเทคโนโลยีการบริหาร สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหาร ศาสตร.
  • 40. 34 4.3.3 บรรณานุกรมรายงานการวิจัย และเอกสารวิจัยที่เสนอตอหนวยงานตาง ๆ ลงรายการดังนี้รูปแบบชื่อผูเขียน. ป. ชื่อเอกสาร. รายงานการวิจย/เอกสารวิจย หนวยงาน. ั ัตัวอยางปุระชัย เปยมสมบูรณ. 2538. จริยธรรมในงานวิจัย. เอกสารวิจัย เสนอตอคณะกรรมการสงเสริม  งานวิจย สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร. ัวีระ จันทะแจง. 2546. ผลกระทบจากมาตรการของรัฐในการแกปญหา NPLs ตอการฟนตัวทาง  เศรษฐกิจของประเทศไทย. เอกสารวิจยสวนบุคคล วิทยาลัยปองกันราชอาณาจักร. ั 4.3.4 บรรณานุกรมบทคัดยอวิทยานิพนธในสิ่งพิมพ บทคัดยอในสิ่งพิมพ เชน หนังสือบทคัดยอวิทยานิพนธของมหาวิทยาลัยตาง ๆ ซึ่งออกรายป ลงรายการ ดังนี้รูปแบบชื่อผูแตง.//ป.//ชื่อวิทยานิพนธ.//วิทยานิพนธระดับการศึกษา/มหาวิทยาลัย.//ชื่อหนังสือ.//หนา.ตัวอยางกาญจนาวัลย ปานเฟอง. 2545. ความรูและความเขาใจของประชาชนเกี่ยวกับการเลือกตั้งตาม รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2540: ศึกษาเฉพาะกรณีประชาชนใน จังหวัดจันทบุรี. วิทยานิพนธปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร. บทคัดยอวิทยานิพนธภาคปลายปการศึกษา 2544. หนา 951.Pittaya Suvakunta. 1997. Participation of Government Officials in Implementation of Provincial Environmental Management Plans: A Case Study of Changwat Lumphun. Master’s thesis, Chiang Mai University. Thesis/Independent Study Abstract Graduate Studies Chiang Mai University. P. 2.
  • 41. 354.4 เอกสารพิเศษ 4.4.1 บรรณานุกรมสิ่งพิมพกฎหมาย ลงรายการดังนี้รูปแบบชื่อกฎหมาย.//ชื่อวารสาร.//ฉบับ/เลมที่,/ตอนที่/(วัน เดือน):/เลขหนา.ตัวอยางพระราชกําหนดการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน พ.ศ.2540. ราชกิจจานุเบกษา. ฉบับกฤษฎีกา 114, 60ก (24 ตุลาคม): 1-7.พระราชบัญญัติสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร พ.ศ.2509. ราชกิจจานุเบกษา. ฉบับกฤษฎีกา 83, 29ก (31 มีนาคม): 4-23.พระราชบัญญัติสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.2543. ราชกิจจานุเบกษา. ฉบับ กฤษฎีกา 117, 37ก (28 เมษายน): 1-17.พระราชบัญญัติโอนกิจการบริหารในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร เฉพาะทีเ่ กี่ยวกับราชการของคณะ รัฐประศาสนศาสตร ไปเปนของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร พ.ศ.2509. ราช กิจจานุเบกษา. ฉบับกฤษฎีกา 83, 29 ฉบับพิเศษ (31 มีนาคม): 23-36.The Act on Revenue Code Amendment (No.35) B.E. 2544. Royal Thai Government Gazette. 118, 85A (27 September 2001): 1-4.The Act on Investment Promotion (No.3) B.E. 2544. Royal Thai Government Gazette. 118, 110A (30 November 2001): 1-4.The Act on Job placement and Job Seeker Production (Issue No.3) B.E. 2544. Royal Thai Government Gazette. 118, 106A (16 November 2001): 1-2. 4.4.2 บรรณานุกรมสิ่งพิมพรัฐบาล ลงรายการดังนี้ 4.4.2.1 เอกสารราชการที่จัดพิมพเปนรูปเลม ลงรายการเชนเดียวกับการลงรายการหนังสือตัวอยางกรมการปกครอง. สํานักเลขาธิการปองกันภัยฝายพลเรือน. 2545. แผนปองกันภัยฝายพลเรือน แหงชาติ พ.ศ. 2545 ภาคการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย. กรุงเทพมหานคร: สํานัก เลขาธิการปองกันภัยฝายพลเรือน กรมการปกครอง.
  • 42. 36สํานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร. 2537. รายงานการประชุมสภาผูแทนราษฎร ครั้งที่ 12 ถึง ครั้งที่ 13 สมัยสามัญ ครั้งที่สอง เลม 6 พ.ศ. 2537. กรุงเทพมหานคร: กองการพิมพ สํานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร.Bureau of the Budget. 2004. Thailand’s Budget in Brief Fiscal Year 2004. Bangkok: Bureau of the Budget.United States. Cong. House. 1977. U.S. Assistance Programs in Vietnam. 92d Cong., 2d Sess. Washington, D.C.: GPO.United States. Office of the President. 1981. Environmental Trend. Washington D.C.: GPO. 4.4.2.2 เอกสารราชการที่เปนหนังสือเวียน เชน หนังสือราชการภายนอก บันทึกขอความ มติคณะรัฐมนตรี ฯลฯ ลงรายการ ดังนี้รูปแบบชื่อหนวยงาน.//ป/(วัน เดือนที่ออกเอกสาร).//เลขที่ของเอกสาร.//ชื่อเอกสาร.ตัวอยางสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี. 2543 (3 สิงหาคม). มติคณะรัฐมนตรี ที่ นร 0204/ว 98. การ กําหนดชื่อองคกรของรัฐที่เปนองคการมหาชน.กระทรวงวิทยาศาสตร เทคโนโลยีและสิ่งแวดลอม. 2542 (15 ตุลาคม). ที่ วว 5201/17002. การ สรางวิสัยทัศนดานเทคโนโลยีสารสนเทศสําหรับผูบริหารระดับสูงในหนวยงานของ รัฐ. 4.4.3 บรรณานุกรมเอกสารจดหมายเหตุ ลงรายการดังนี้ เอกสารจดหมายเหตุทกประเภท ทั้งที่เปนเอกสาร ภาพ รูปถาย แผนที่ และแถบบันทึกเสียง ุลงรายการโดยระบุชื่อเอกสาร และสถานที่จัดเก็บ ดังนี้ตัวอยางฎีการองทุกขขอเวนคาเชานาและบัตรสนเทห. (หอจดหมายเหตุแหงชาติ หจช. ร7. พ814)แถบบันทึกเสียงสวนบุคคล นายฉัตรทิพย นาถสุภา สัมภาษณ นายจาย แซตั้ง (22 กรกฎาคม 2522) (หอจดหมายเหตุแหงชาติ ภ.สบ. 2/2)เอกสารกรมราชเลขาธิการรัชกาลที่ 6 กระทรวงยุติธรรม เรื่อง โรงเรียนกฎหมาย (24 กุมภาพันธ 2452-1 ตุลาคม 2461) (หอจดหมายเหตุแหงชาติ ร.6ย. 1/1)
  • 43. 37รายงานพระเจานองยาเธอ กรมหลวงดํารงราชานุภาพ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย เสด็จตรวจ ราชการเมืองสุพรรณบุรี. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพบํารุงนุกูลกิจ, ร.ศ.122. (กระทรวงมหาดไทย กจช. น.ร. 5 ม. 2/49)4.5 บรรณานุกรมเอกสารทุติยภูมิหรือเอกสารที่ไมใชตนฉบับโดยตรง ลงรายการดังนี้รูปแบบชื่อผูแตงเอกสารปฐมภูมิ.//ป.//อางถึงใน/ ชือผูแตงเอกสารทุติยภูมิ.//ป.//ชื่อเรื่อง.//สถานที่พิมพ:/ ่ สํานักพิมพ.ตัวอยางMaslow, A. H. n.d. อางถึงใน งามตา วนินทานนท. 2537. จิตวิทยาสังคม. กรุงเทพมหานคร: เอ็กซเพรสมีเดีย.Eisner, Elliot. 1991. Quoted in Harrington, James Bradley. 2000. Organizational Learning: A Theoretical Overview and Case Study. Doctoral dissertation, Boston University.4.6 บรรณานุกรมบทสัมภาษณ ลงรายการดังนี้รูปแบบชื่อบุคคล.//ตําแหนง.//ปที่สัมภาษณ (วัน เดือนที่สัมภาษณ).//การสัมภาษณ.ตัวอยางพงศโพยม วาศภูติ. ผูวาราชการจังหวัดภูเก็ต. 2545 (18 ตุลาคม). การสัมภาษณ.4.7 บรรณานุกรมสื่อโสตทัศน สื่อโสตทัศน เชน วีดิทัศน เทปคาสเซ็ท ซีดี-รอม ไมโครฟลม วีซีดี ดีวดี รายการโทรทัศน ีลงรายการบรรณานุกรมเหมือนเอกสาร โดยใสวงเล็บประเภทของสื่อไวทายชื่อเรื่อง ดังนี้
  • 44. 38รูปแบบชื่อผูผลิตหรือหนวยงานที่ผลิต/(ผูผลิต).//ปที่ผลิต.//ชื่อเรื่อง/(ประเภทของสื่อ).//ผูบรรยาย/ บรรณาธิการ/ผูเขียน.//เมืองที่ผลิต:/หนวยงานที่ผลิต.ตัวอยางวีดิทัศน (VDO Recording)กรมสงเสริมคุณภาพสิ่งแวดลอม (ผูผลิต). 2539. โรงไฟฟานิวเคลียร (วีดิทัศน). บรรยายโดย สุวรรณ แสงเพ็ชร, จิรพล สินธุนาวา, สมบูรณ มณีนาวา, กิตติ สิงหาปด และ สมเกียรติ ออนวิมล. กรุงเทพมหานคร: กรมสงเสริมคุณภาพสิ่งแวดลอม.สํานักนายกรัฐมนตรี. สํานักงานปลัดกระทรวง. 2544. 108 วิธีหนีเอดส (วีดิทัศน). กรุงเทพมหานคร: สํานักงานปลัดกระทรวง.Bertam, George (Producer). 1998. Scandal in Town (Video Recording). Edited by Viola Champs and Joseph Pitch, Written by Donald Trenton. London: ABL Studio.วีซีดี ดีวีดี (VCD DVD = Film)Kenwothy, Duncan and Roger, Michael (Producers) . 2002. Notting Hill (Film). Written by Richard Curtis, Directed by Michael Roger. New York: Polygram Films.Mulder, Frederick and Gillian, Jeremy (Producers). 1996. Secret of the Universe (Film). Written by John Ames, Photographed by Charon Scally. Honolulu: Educational Studio.เทปบันทึกเสียง (Tape)กระจาง พันธุมนาวิน. 2524. ปญหาเกี่ยวกับคนในการพัฒนาทางการเกษตร (เทปคาสเซ็ท). กรุงเทพมหานคร: ม.ป.พ.สุนีย สินธุเดชะ. 2539. เกิดแลวตองเกงกลยุทธครองใจ (เทปคาสเซ็ท). กรุงเทพมหานคร: บริษัท มน วรรธนา.Bentem, Beverly; Smithson, Jordan and Lorrington, Patirck (Producers). Desert Sound (Audio cassette). Reno: Life Research.Motivation: Why People Work (Tape Cassette). 1977. Princeton Junction, N.J.: Training House.
  • 45. 39ซีดี-รอมทบวงมหาวิทยาลัย. สํานักนโยบายและแผนอุดมศึกษา. สวนวิเคราะหงบประมาณ (ผูผลิต). รายงานการศึกษาการพัฒนาระบบการจัดสรรงบประมาณแบบมุงเนนผลงานของ สถาบันอุดมศึกษา (ซีด-รอม). กรุงเทพมหานคร: สวนวิเคราะหงบประมาณ สํานัก ี นโยบายและแผนอุดมศึกษา ทบวงมหาวิทยาลัย.สําเนาไมโครฟลม (Copy of the Original)Kroft, Leila. 1999. Chemical Substance in Food Product. A Report Submitted to Association of Food Industries, Pilford County (Microfilm at Pilford Public Library).United States. Department of State. 1988 (May 12). Resolution 311: Technical Assistance to Central Africa. (Microfiche at New York State Public Library)รายการโทรทัศน (TV Broadcasting)บริษัทมีเดียออฟมีเดีย จํากัด (ผูผลิต). 2547ก (22 กรกฎาคม). ที่นี่ประเทศไทย (รายการโทรทัศน). กรุงเทพมหานคร: สถานีโทรทัศนกองทัพบก.บริษัทมีเดียออฟมีเดีย จํากัด (ผูผลิต). 2547ข (22 กรกฎาคม). ที่นี่ประเทศไทย: เรือลมน้ํา (รายการ โทรทัศน). กรุงเทพมหานคร: สถานีโทรทัศนกองทัพบก.4.8 สืออิเล็กทรอนิกส ่ 4.8.1 บรรณานุกรมเอกสารอิเล็กทรอนิกส บทความวารสาร นิตยสาร ขาว ที่สืบคนจากวารสารอิเล็กทรอนิกส (Electronic Journal)หรือ จากฐานขอมูลออนไลน (Online Database) เชน ฐานขอมูล ABI/INFORM, ACM DigitalLibrary, Business Source Premier, NEWSCenter, ScienceDirect เปนตน มีรูปแบบการเขียนบรรณานุกรม ดังนี้รูปแบบผูเขียน.//ป.//ชือบทความ.//ชือวารสารหรือนิตยสาร.//ปท/ี่ (เดือนหรือฉบับที่): /เลขหนา/(ถามี).// ่ ่ วัน เดือน ปทคนขอมูล/ชื่อฐานขอมูล หรือที่อยูของบทความ/(URL). ี่
  • 46. 40ตัวอยางการคนจากฐานขอมูลธงชัย สันติวงษ. 2547 (9 สิงหาคม). บริหารรัฐจัดการธุรกิจ: ชองวางธรรมาภิบาล. กรุงเทพธุรกิจ. คนวันที่ 13 สิงหาคม 2547 จาก NEWSCenter.Cornelissen, Joep P. and Elving, Wim J. L. 2003. Managing Corporate Identity: An Integrative Framework of Dimensions and Determinants. 8 (2): 114-120. Retrieved August 23, 2004 from ABI/INFORM.Fisher, Anne. 2004. Overqualified’ may be a Smokescreen. Fortune. 149 (May 31): 56. Retrieved July 20, 2004 from ABI/INFORM.Gubman, E. D. 2004. HR Strategy and Planning: From Birth to Business Results. Human Resource Planning. 27 (1): 13-23. Retrieved August 13, 2004 from ABI/INFORM.Miklau, Gerome and Suciu, Dan. 2004. Containment and Equivalence for a Fragment of XPath. Journal of the ACM. 51 (1): 2-45. Retrieved August 25, 2004 from ACM Digital Library.Ulrich, Dave and Smallwood, Norm. 2004. Capitalizing on Capabilities. Harvard Business Review. 82 (June): 119-127. Retrieved August 11, 2004 from Business Source Premier.ตัวอยางการคนจากเว็บไซตส. ศิวรักษ. 2547. บทบาทของพระสงฆในปจจุบัน. ศิลปวัฒนธรรม. 25 (สิงหาคม). คนวันที่ 13 สิงหาคม 2547 จาก http://www.matichon.co.th/art/art.php?srctag=0604010847& srcday=2004/08/01&search=noสกล ธีระวรัญู. 2547. ปฏิสัมพันธระหวางคนกับผลิตภัณฑคืออะไร. EMMET Sceince and Technology Magazine. 2 (3). คนวันที่ 10 สิงหาคม 2547 จาก http://digital.lib. kmutt.ac.th/magazine/issue2/articles/art4.htmlBattaglini, Marco. 2004. Policy Advice with Imperfectly Informed Experts. Advances in Theoretical Economics. 4 (1). Retrieved August 13, 2004 from http://www.bepress.com/bejte/advances/vol4/iss1/art1
  • 47. 41 4.8.2 บรรณานุกรมหนังสือพิมพออนไลน (Online Newspaper) บทความ ขาว ที่สืบคนจากหนังสือพิมพออนไลน มีรูปแบบการเขียนบรรณานุกรม ดังนี้รูปแบบผูเขียน.//ป.//(วันที่ เดือนของขาว).//ชื่อขาวหรือบทความ.//ชื่อหนังสือพิมพออนไลน.//วัน/เดือน/ป ที่คนขอมูล/ที่อยูของขาวหรือบทความ/(URL).ตัวอยางพสุ เดชะรินทร. 2547 (24 สิงหาคม). มุมมองใหม: ทําอยางไรเมื่อพนักงานอางวามีอุปสรรค การทํางานเต็มไปหมด. กรุงเทพธุรกิจ. คนวันที่ 24 สิงหาคม 2547 จาก http://www.bangkokbiznews.com/2004/08/24/boko/index.php?news=column_.htmlผูจัดการออนไลน. 2547 (13 สิงหาคม). พม. ประชุมผูเกียวของ พ.ร.บ. คุมครองเด็กใหเขาใจ ่ หนาที-ใชก.ม.ใหถูกตอง. คนวันที่ 14 สิงหาคม 2547 จาก http://www.manager. ่ co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=947000003685Wichit Chaitrong. 2004. (August 12). Asian Markets Still Very Weak. The Nation. Retrieved April 14, 2004 from http://www.nationmultimedia.com/ page.news.php3?clid=7&id =118834&usrsess=1 4.8.3 บรรณานุกรมขอมูลจากแหลงสารนิเทศสากล (Internet) ขอมูลแหลงสารนิเทศสากล เชน เว็บไซตตาง ๆ ลงรายการดังนี้ รูปแบบชื่อผูแตง.//ปที่เผยแพร.//ชื่อบทความ.//วัน/เดือน/ปที่คนขอมูล/ที่อยูของแหลงสารนิเทศ (URL)ตัวอยางบริษัทศูนยวิจยกสิกรไทย จํากัด มหาชน. 2547. โลจิสติกส: พัฒนาเพิ่มขีดการแขงขันของไทย. ั คนวันที่ 16 สิงหาคม 2547 จาก http://www.krc.co.thAmerican Standard Company. 2002. Risk Management. Retrieved September 10, 2002 from http://ascnet/riskmanagement /intro.htmเฟองกนก ปานหงษ. 2004. ผลกระทบกรณีสหรัฐฯ เปดไตสวนการทุมตลาดสินคากุงของไทย.  คนวันที่ 20 กันยายน 2547 จาก http://www.bot.or.th/BOTHompage/DataBank/ Econcond/seminar/Other-Article/Other/frangkanok.pdfNational Electronics Communication and Technology Center. 2002. NECTEC Information. Retrieved January 25, 2003 from http://www./nectec.or.th/home
  • 48. 42Prizker, T. J. n.d. An Early Fragment from Central Nepal. Retrieved December 12, 1996 from http://ingress.com/~astanart/pritzker.html 4.8.4 บรรณานุกรมบทคัดยอวิทยานิพนธในฐานขอมูล (Abstract) บทคัดยอจากฐานขอมูล DAO ลงรายการดังนี้รูปแบบชื่อผูแตง.//ป.//ชื่อวิทยานิพนธ.//วิทยานิพนธระดับการศึกษา มหาวิทยาลัย.//ชื่อฐานขอมูล.//วัน/ เดือน/ปที่คนขอมูล,/ที่อยูของแหลงสารนิเทศ (URL)ตัวอยางHourcade, Juan Pablo. 2003. User Interface Technologies and Guidelines to Support Children’s Creativity, Collaboration and Leaning. Doctoral dissertation, University of Michigan. Dissertation Abstracts International Online. Retrieved August 11, 2004 from http://wwwlib.umi.com/dissertations/fullcit/ 3094495
  • 49. ภาคผนวก
  • 50. ตัวอยางหนาปกใน หนา 44บทบาทขององคการบริหารสวนตําบลในการอนุรักษทรัพยากรปาไม: กรณีศึกษา องคการบริหารสวนตําบลในพื้นที่ กิ่งอําเภอเกาะชาง จังหวัดตราด ภัทร เทภาสิต วิทยานิพนธนี้เปนสวนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตร วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (การจัดการสิงแวดลอม) ่ คณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดลอม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร 2549
  • 51. ตัวอยาง Title Page หนา 45ENERGY CONSERVATION POLICY IN THAILAND: PERCEIVED EFFECTIVENESS OF POLICY IMPLEMENTATION Sasitorn Sinbanchongjit-Suwannathep A Dissertation Submitted in Partial Fulfillment of the Requirements for the Degree of Doctor of Philosophy (Development Administration) School of Public Administration National Institute of Development Administration 2003
  • 52. ตัวอยางหนาอนุมัติ หนา 46 การสํารวจสถานะการพัฒนาทรัพยากรมนุษยในธุรกิจแฟรนไชส ในประเทศไทย ฐาณิษา สุขเกษม คณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย ผูชวยศาสตราจารย...............................................................ที่ปรึกษาวิทยานิพนธหลัก (ดร. สมบัติ กุสุมาวลี) คณะกรรมการสอบวิทยานิพนธ ไดพิจารณาแลวเห็นสมควรอนุมัติใหเปนสวนหนึงของ ่การศึกษาตามหลักสูตรวิทยาศาตรมหาบัณฑิต (การพัฒนาทรัพยากรมนุษยและองคการ) รองศาสตราจารย.................................................................ประธานกรรมการ (ดร. โกวิทย กังสนันท) ผูชวยศาสตราจารย…………… ..……………………………....กรรมการ (ดร. สมบัติ กุสุมาวลี) ………………..……………………………….กรรมการ (ดร. ไพฑูรย เจตธํารงชัย) รองศาสตราจารย...................................................................คณบดี (ดร. จิรประภา อัครบวร) ตุลาคม 2552
  • 53. ตัวอยาง Approval Page หนา 47 THE ADOPTION OF ENERGY CONSERVATION INNOVATIONS IN PRIVATE CARS: CURRENT AND FUTURE SITUATION IN BANGKOK Alisa Verapatanakul School of Applied Statistics Assistant Professor……………..…………………Major Advisor (Preecha Vichitthamaros, Ph.D.) Associate Professor……………..…………………Co-Advisor (Suwanlee Piampiti, Ph.D.) The Examining Committee Approved This Dissertation Submitted in PartialFulfillment of the Requirement for the Degree of Doctor of Philosophy (Populationand Development). Associate Professor……………..…………………Committee Chairperson (Chandhana Indhapanya, Ph.D.) Assistant Professor……………..………………… Committee (Preecha Vichitthamaros, Ph.D.) Associate Professor……………..………………… Committee (Suwanlee Piampiti, Ph.D.) Associate Professor……………..…………………Committee (Jirawan Jithavech, Ph.D.) Associate Professor….…………………….......................…….Dean (Surapong Auwatanamongkol, Ph.D.) September 2009
  • 54. ตัวอยางหนาบทคัดยอ หนา 48 บทคัดยอชื่อวิทยานิพนธ ความสามารถขององคกรปกครองสวนทองถิ่นในการปองกัน และควบคุมโรคไขเลือดออกชื่อผูเขียน นางสาวพัชราภา โชคยางกูรชื่อปริญญา วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (การจัดการสิ่งแวดลอม)ปการศึกษา 2547_____________________________________________________________________ การศึกษาเรื่องนี้มีวัตถุประสงคเพื่อ 1) ศึกษาลักษณะการดําเนินงาน ความพรอม และความสามารถในการดําเนินงานขององคกรปกครองสวนทองถิ่นในการปองกันและควบคุมโรคไข เ ลื อ ดออก 2) ศึ ก ษาปจ จั ย ที่ มีค วามสัม พัน ธกั บ ความสามารถในการดํา เนิ น งานขององค ก รปกครองสวนทองถิ่นในการปองกันและควบคุมโรคไขเลือดออก และ 3) เสนอแนวทางในการเพิ่มขีดความสามารถใหกับองคกรปกครองสวนทองถิ่นในการดําเนินงานปองกันและควบคุมโรคไขเลือดออกในชุมชน วิธีการศึกษาแบงเปน 2 สวน สวนแรก เปนการศึกษาการดําเนินงานปองกันและควบคุมโรคไขเลือดออกขององคกรปกครองสวนทองถิ่น ซึ่งเก็บขอมูลโดยการทอดแบบสอบถามไปยังองคกรปกครองสวนทองถิ่นทั่วประเทศ สวนที่สอง เปนการสํารวจภาคสนามในพื้นที่ตัวอยางกลุมองคกรปกครองสวนทองถิ่นที่มีอัตราปวยโรคไขเลือดออกสูง 8 แหง และต่ํา 8 แหง ซึ่งเก็บขอมูลโดยใชแบบสอบถามประกอบการสัมภาษณ ผลการทดสอบสมมติฐานโดยใชสถิติทดสอบไค-สแควร เพื่ อ ศึ ก ษาถึ ง ป จ จั ย ที่ มี ผ ลต อ ความสามารถในการดํ า เนิ น งานป อ งกั น และควบคุ ม โรคไขเลือดออก ที่ระดับความเชื่อมั่น 0.05 พบวา ปจจัยที่มีผลตอการดําเนินงานปองกันและควบคุมโรคไขเลือดออกของเทศบาล คือ อายุและความรูของบุคลากร (ผูบริหาร/ผูปฏิบัติงานเกี่ยวกับโรคไข เ ลื อ ดออก) ประเภท/ขนาดของเทศบาล ความพร อ มในการดํ า เนิ น งานและการได รั บ การสนับสนุนการดําเนินงานจากหนวยงานอื่นและประชาชน ส วนปจ จัยที่มีผลตอการดําเนินงานปองกันและควบคุมโรคไขเลือดออกขององคการบริหารสวนตําบล คือระดับการศึกษาของบุคลากร(ผูบริหาร/ผูปฏิบัติงานเกี่ยวกับโรคไขเลือดออก) ขององคการบริหารสวนตําบล
  • 55. (4) ตัวอยางหนาบทคัดยอ หนา 49 แนวทางการดําเนินงานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการดําเนินงานปองกันและควบคุมโรคไขเ ลือดออกขององคกรปกครองส วนทองถิ่นใหมีประสิ ทธิภ าพมากยิ่งขึ้น คือ 1) เสริ มสรางวิสัยทัศนใหกับผูบริหารองคกรปกครองสวนทองถิ่นใหเห็นถึงความสําคัญของการดําเนินงานปองกันและควบคุมโรคไขเลือดออก 2) ใหความสําคัญในการดําเนินงานทั้งในระดับนโยบายระดับการปฏิบัติ และระดับเครือขายการทํางานรวมกันในพื้นที่ 3) เสริมสรางความพรอมในการดําเนินงานใหแกองคกรปกครองสวนทองถิ่น 4) จัดการอบรมใหความรูเรื่องโรคไขเลือดออกแกเจาหนาที่และประชาชน 5) จัดใหมีการประสานความรวมมือในการดําเนินงานจากหนวยงานตาง ๆ ในพื้นที่ รวมถึงการจัดโครงการการมีสวนรวมของประชาชน 6) เพิ่มการประชาสัมพันธโดยสื่อดานตาง ๆ 7) ใหมีการติดตามและประเมินผลการดําเนินงานอยางสม่ําเสมอ และ 8) ควรมีการพัฒนาระบบฐานขอมูลเกี่ยวกับการดําเนินงานปองกันและควบคุมโรคไขเลือดออกใหมีความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
  • 56. ตัวอยางหนา Abstract ปริญญาโท หนา 50 ABSTRACTTitle of Thesis The Ability of Local Authorities in Dengue Haemorrhagic Fever Protection and ControlAuthor Miss Patcharapa ChokeyangkoonDegree Master of Science (Environmental Management)Year 2004_____________________________________________________________________ The objectives of this study are: 1) to study the process, the potential, and theability of local authorities in Dengue Haemorrhagic Fever protection and control; 2)to study the factors related to the ability of local authorities in Dengue HaemorrhagicFever protection and control and 3) to suggest the way to increase the ability of localauthorities for this task. Data collecting was conducted by 2 methods. The first method was sendingquestionaires to local authorities throughout Thailand. The second method wasinterviewing administrators and staff in local authorities with high rate of DengueHaemorrhagic Fever and the other local authorities with the low rate. The resultanalyzed by Chi-square showed that the factors effecting the ability of municipalitypolities in Dengue Haemorrhagic Fever protection and control at confidential level0.05 were age and knowledge of the administrators and personnel, class/size of thelocal authorities, potential of the local authorities, and support from other authoritiesand people. The only factors affecting the ability of Tambol administrationorganizations was the education level of their administrators and personnel. The suggestions for increasing the ability of local authorities in DengueHaemorrhagic Fever protection and control are 1) strengthening vision of localauthorities administrators to concern more about the importance of the protection andcontrol 2) giving attention in the process at policy level, operational level and areanetwork level 3) strengthening potential of local authorities 4) training localauthorities officers and communities more about Haemorrhagic Fever 5) drawing
  • 57. (6) ตัวอยางหนา Abstract ปริญญาโท หนา 51more coordination among relevant agencies and people participation 6) increasingpublic relation through various media 7) monitoring and evaluating the processcontinuously and 8) developing a database system on Haemorrhagic Fever protectionand control.
  • 58. ตัวอยางหนา Abstract ปริญญาเอก หนา 52 ABSTRACTTitle of Dissertation Power, Networking, Satisfaction and Commitment in the Thai Service Industry: A Comparison of a Private and Public EnterpriseAuthor Mr. Direk ThammarakDegree Doctor of Philosophy (Development Administration)Year 2004 The purpose of the study is to understand the relationships between power,networking, satisfaction and commitment in the Thai service industry. A Comparisonof a Private and Public Enterprise was conducted. The objectives of this study are:first, to investigate the different relationships of power, networking, job satisfactionand employee commitment in a private and public enterprise by comparing AmariGroup and Thai Airways; second, to identify the interrelationships of these variables ;and third, to explore the effect of power and networking on job satisfaction andemployee commitment. The conceptual model was developed to be tested through statistical analysis.The approach was survey research. Primary data for the research consisted of thesurveys, and organizational records of both organizations. Data was collected fromsamples representing the target population through questionnaire surveys, anddocument analysis. The unit of analysis was the employees working in servicedepartments of Amari Group and Thai Airways. The samples were selected bystratified random sampling method, from six departments of both organizations whichwere Reservation, Catering, Food and Beverage Services, Finance/Accounting,Engineering and Human Resources & Administration. The quantitative analysisincluded descriptive statistics, t-test, analysis of variance, correlation analysis, factoranalysis, multiple regression and path analysis. These methods were used to examinethe causal relations between variables proposed in the conceptual model.
  • 59. iv ตัวอยางหนา Abstract ปริญญาเอก หนา 53 Job satisfaction and power played a major role in the level of commitment forboth organizations. For Amari Group, networking had an indirect effect to oncommitment through power and job satisfaction while for Thai Airways, networkinghad both a direct effect on commitment and indirect effect through power. Also forThai Airways, power had both direct and indirect effects on commitment through jobsatisfaction, while for Thai Airways, power has a direct effect on commitment. For both organizations, networking was positively related to power, power waspositively related to satisfaction, and satisfaction was positively related to networking.Thai Airways supervisors emphasized legitimate power and workflow networking morethan Amari Group supervisors. Thai Airways supervisors had friendship networking,affective commitment and continuance commitment at the same level as Amari Groupsupervisors. The more reward power of Amari Group supervisors, the higher jobsatisfaction and the higher commitment. The larger the friendship networking of ThaiAirways supervisors, the more the job satisfaction and the more the commitment. This research suggested that power, networking and job satisfaction should beextended to all employees in the organization which will substantially influence oncommitment. The strong influence of organizational commitment suggested furtherefforts to promote higher employee commitment in order to increase the performance ofservice employees. The increased of power can substantially influence commitment andthe increased networking will contribute to organizational commitment.
  • 60. ตัวอยางหนากิตติกรรมประกาศ หนา 54 กิตติกรรมประกาศ วิทยานิพนธเรื่อง การบริหารโครงการพาณิชยอิเล็กทรอนิกสของหนวยงานภาครัฐ กรณีศึกษา:กรมสงเสริมการสงออก และกรมสงเสริมอุตสาหกรรม สําเร็จลุลวงไดเนื่องมาจากผูเขียนไดรับความชวยเหลือในการใหขอมูล คําปรึกษา ขอแนะนํา ความคิดเห็นและกําลังใจจากบุคคลหลายทาน โดยเฉพาะอยางยิ่ง ผูอํานวยการศูนยสารสนเทศการคาระหวางประเทศ กรมสงเสริมการสงออก ผูอํานวยการศูนยสารสนเทศอุตสาหกรรม กรมสงเสริมอุตสาหกรรม เจาหนาที่ผูปฏิบัติงานโครงการของทั้ง 2 หนวยงานและนักวิเคราะหระบบ บริษัท ชินนี่ ดอทคอม จํากัด รวมทั้ง ผูสงออก และผูประกอบการทุกทานที่กรุณาใหความรวมมือในการตอบแบบสอบถาม ซึ่งทําใหการศึกษาครั้งนี้มีความสมบูรณมากขึ้น ผูเขียนขอขอบพระคุณ ผูชวยศาสตราจารย ดร. ทิพวรรณ หลอสุวรรณรัตน ผูซึ่งเปนอาจารยที่ปรึกษาและอาจารยผูควบคุมวิทยานิพนธของผูเขียน ที่ไดกรุณาสละเวลาใหคําปรึกษา ขอชี้แนะ ขอแนะนํา และขอคิดเห็นที่เปนประโยชนตอการทําวิทยานิพนธในทุกขั้นตอน ตลอดจนใหกําลังใจแกผูเขียนในการทําวิทยานิพนธเลมนี้ตลอดมา และขอขอบพระคุณ ผูชวยศาสตราจารยทวีศักดิ์ สูทกวาทิน และ ดร. ไพโรจน ภัทรนรากุล ที่ไดกรุณาใหคําแนะนําในการศึกษาครั้งนี้รวมทั้ง กรุณาพิจารณาและตรวจสอบวิทยานิพนธใหถูกตองสมบูรณยิ่งขึ้น ขอขอบพระคุณ คณาจารยทุกทานแหงสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตรท่ีไดถายทอดและสรางความรูใหแกผูเขียน และขอขอบพระคุณเจาหนาที่ของคณะรัฐประศาสนศาสตรทุกทานที่ไดใหความชวยเหลือในเรื่องตางๆที่เกี่ยวของในการศึกษาในครั้งนี้เปนอยางดี ขอขอบคุณเพื่อนๆที่รักทุกคนของผูเขียน สําหรับกําลังใจและความชวยเหลือที่มีใหมาโดยตลอด ทายสุด ผูเขียนขอขอบพระคุณ และขอมอบความสําเร็จทั้งหมดจากการทําวิทยานิพนธฉบับนี้แด ดร. สุรชัย และคุณภาวนา เทียนขาว ผูซึ่งเปนคุณพอและคุณแมของผูเขียนที่เปนผูที่ชวยสงเสริม สนับสนุน กระตุนเตือน และเปนกําลังใจ ตลอดจนเปนแรงใจที่สําคัญยิ่งของผูเขียนตลอดมา จนทําใหการศึกษาครั้งนี้ประสบผลสําเร็จไดตามที่ตั้งใจ สินีนาฏ เทียนขาว กันยายน 2547
  • 61. ตัวอยางหนา Acknowledgements หนา 55 ACKNOWLEDGEMENTS The author would like to express sincere thanks tomy major advisor, Associate Professor Dr. Anek Hirunraks,for his valuable advice, encouragement and guidance inmaking this dissertation a successful one. I also wish toextend thanks and appreciation to all of the committeemembers, Associate Professor Dr. Jirawan Jittavech,Assistant Professor Dr. Pachitjanut Siripanich andAssociate Professor Dr. Vichit Lorchirachoonkul for theirthoughtful comments and suggestions. Thank is also dedicated to the “Secondary EducationQuality Improvement (SEQI) Project” for their sponsorship.And special thanks are due to my wife, Titiya, for takingcare of our children, Parichat, and Jirayus, extremelywell throughout my entire educational process. I also would like to thank Ms. Siriporn Suwanna,Ms. Pawana Kemarat, the librarians from the Library andInformation Center, NIDA, and Mr. Mark J. Mach for theirreviewing and formal editing contributed to the finishingstage of this dissertation Prasert Ruannakarn February 2003
  • 62. ตัวอยางหนาสารบัญ หนา 56 สารบัญ หนาบทคัดยอ (3)ABSTRACT (5)กิตติกรรมประกาศ (7)สารบัญ (8)สารบัญตาราง (10)สารบัญภาพ (14)บทที่ 1 บทนํา 1 1.1 ความเปนมาและความสําคัญของปญหา 1 1.2 วัตถุประสงคของการศึกษา 2 1.3 ประโยชนที่คาดวาจะไดรับ 2 1.4 ขอบเขตของการศึกษา 3บทที่ 2 แนวคิด ทฤษฎี และผลงานวิจัยที่เกี่ยวของ 4 2.1 ความรูเกียวกับโรคไขเลือดออก ่ 4 2.2 การกระจายอํานาจสูองคกรปกครองสวนทองถิ่น 11 2.3 แนวคิดและทฤษฎีการประเมินทัวไปและการประเมินดานสิ่งแวดลอม ่ 19 2.4 แนวคิดและทฤษฎีเกียวกับความรู ่ 29 2.5 แนวคิดและทฤษฎีเกียวกับทัศนคติ ่ 30 2.6 แนวคิดและทฤษฎีเกียวกับศักยภาพ ่ 31 2.7 แนวคิดและทฤษฎีเกียวกับความสามารถ ่ 32 2.8 ผลงานวิจยที่เกียวของ ั ่ 33บทที่ 3 กรอบแนวคิดและวิธการวิจัย ี 36 3.1 กรอบแนวคิดในการวิจย ั 36 3.2 ตัวแปรที่ใชในการวิจัย 38
  • 63. (9) ตัวอยางหนาสารบัญ หนา 57 3.3 สมมติฐานการวิจัย 39 3.4 นิยามเชิงปฏิบัติการ 40 3.5 ประชากรและกลุมตัวอยาง 41 3.6 เครื่องมือที่ใชในการศึกษา 44 3.7 การทดสอบคุณภาพของเครื่องมือ 46 3.8 วิธีการเก็บรวบรวมขอมูล 47 3.9 วิธีการวิเคราะหขอมูล 48 3.10 การแบงกลุมตัวแปร 48บทที่ 4 ผลการศึกษา 51 4.1 ผลการศึกษาเชิงพรรณนา 52 4.2 การดําเนินงานขององคกรปกครองสวนทองถิ่นในการปองกันและ 117 ควบคุมโรคไขเลือดออก 4.3 ผลการศึกษาความสัมพันธระหวางความสามารถขององคกรปกครอง 122 สวนทองถิ่นในการดําเนินงานปองกันและควบคุมโรคไขเลือดออก กับปจจัยที่เกี่ยวของบทที่ 5 สรุป อภิปรายผล และขอเสนอแนะ 143 5.1 สรุป 143 5.2 อภิปรายผล 150 5.3 ขอเสนอแนะ 154บรรณานุกรม 159ภาคผนวก 163 ภาคผนวก ก แบบสอบถามสําหรับผูบริหาร/ผูปฏิบัติงานเกี่ยวกับโรค 164 ไขเลือดออกขององคกรปกครองสวนทองถิ่น (แบบ ก.) ภาคผนวก ข แบบสอบถามประกอบการสัมภาษณบุคลากรและผูปฏิบัติงาน 177 เกี่ยวกับโรคไขเลือดออกขององคกรปกครองสวนทองถิ่น (แบบ ข.)ประวัติผูเขียน 190
  • 64. ตัวอยางหนา Table of Contents หนา 58 TABLE OF CONTENTS PageABSTRACT iiiACKNOWLEDGEMENTS vTABLE OF CONTENTS viLIST OF TABLES ixLIST OF FIGURES xiiCHAPTER 1 INTRODUCTION 1 1.1 Statement and Significance of the Study 1 1.2 The Impact of the Service Industry 1 1.3 Staff Turn Over at the Amari Group 8 1.4 Post – Bureaucratic Organization 10 1.5 Networks in Organization 11 1.6 Statement of the Problem 12 1.7 Objectives of the Study 12 1.8 Scope and Limitations of the Study 13 1.9 Expected Benefits of the Study 14 1.10 Organization of the Study 14CHAPTER 2 HISTORY AND ORGANIZATIONAL STRUCTURE 16 OF AMARI GROUP AND THAI AIRWAYS 2.1 Brief History of Amari Hotels and Resorts Co., Ltd. and Its 16 Derivation 2.2 Amari Group Corporate Profile 18 2.3 Personnel Policies – Amari Group 25 2.4 Brief History of Thai Airways International Public Company 32 Limited
  • 65. vii ตัวอยางหนา Table of Contents หนา 59CHAPTER 3 LITERATURE REVIEW, CONCEPTUAL FRAMEWORK, 48 RESEARCH VARIABLESAND HYPOTHESES 3.1 Nature of Service Industry 48 3.2 Employee Commitment 54 3.3 Job Satisfaction 57 3.4 Power in Organizations 61 3.5 Assessing Power in Organizations 64 3.6 Characteristics of the Network Organization 70 3.7 Types of Networks 75 3.8 Networking Process 77 3.9 The Link between Organization and Process 79 3.10 Conceptual Model, Research Variables and Hypothese 81CHAPTER 4 RESEARCH METHODOLOGY 86 4.1 Approaches to the Study 86 4.2 Unit of Analysis 87 4.3 Target Population and Samplings 87 4.4 Operational Definitions 88 4.5 Measurements 90 4.6 Data Collection 91 4.7 Reliability Analysis 97 4.8 Data Processing and Analysis 98CHAPTER 5 DATA ANALYSIS AND RESEARCH RESULTS 99 5.1 Sample Characteristics 99 5.2 Commitment 102 5.3 Job Satisfaction, Power and Networking 110 5.4 Relationship between Commitment and Job Satisfaction, 136 Power and Networking (Amari Group) 5.5 Relationship between Commitment and Job Satisfaction, 138 Power and Networking (Thai Airways) 5.6 Data Analysis and Results of the Study 139 5.7 Hypothesis Testing 161 5.8 Summary 171
  • 66. viii ตัวอยางหนา Table of Contents หนา 60CHAPTER 6 CONCLUSION, CONTRIBUTIONS, 173 RECOMMENDATIONS AND IMPLIMENTATIONS 6.1 Conclusion 173 6.2 Contributions 178 6.3 Recommendations 179 6.4 Implications for Future Research 183BIBLIOGRAPHY 184APPENDICES 190 Appendix A Amari Group Career Path Development 191 Appendix B Letter of Introduction for the Delivery of Questionnaire 193 Appendix C Questionnaire 195BIOGRAPHY 201
  • 67. ตัวอยางหนาสารบัญตาราง หนา 61 สารบัญตารางตารางที่ หนา 1.1 ผลการจัดลําดับเมืองนาอยูในภูมภาคเอเชียแปซิฟก ป พ.ศ. 2541-2543 ิ 3 2.1 สถิติรถยนตจดทะเบียนใหมในกรุงเทพมหานคร (เฉลี่ยคันตอวัน พ.ศ. 2544- 12 2545) 2.2 มลพิษทางอากาศของกรุงเทพมหานคร ป พ.ศ. 2541-2545 เทียบกับคามาตรฐาน 13 2.3 ระยะทางที่คนเดินเทาเต็มใจจะเดินโดยเฉลี่ย 32 2.4 วิสยทัศนและยุทธศาสตรการจราจรและขนสงของประเทศไทย ั 39 3.1 สถิติจํานวนราษฎรของเขตบางรัก ตั้งแตป พ.ศ. 2534-2545 57 3.2 อัตราความเร็วในการเดินทางในยานสีลมในชั่วโมงเรงดวน (กม./ชม.) ป พ.ศ. 58 2542 3.3 ความเขมขนของอากาศดีอากาศเสีย 66 3.4 คุณภาพอากาศถนนสีลม ที่จุดตรวจวัดโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน ป พ.ศ. 67 2540-2544 5.1 สถานะของผูตอบแบบสอบถาม 80 5.2 เพศของกลุมตัวอยาง 81 5.3 ชวงอายุของกลุมตัวอยาง 82 5.4 อาชีพของกลุมตัวอยาง 83 5.5 รายไดของกลุมตัวอยาง 84 5.6 ที่อยูของกลุมตัวอยางตามเขตตาง ๆ ของกรุงเทพมหานคร 85 5.7 ระยะทางจากบานมาถึงสีลมของกลุมตัวอยาง 88 5.8 เวลาที่ใชเดินทางของกลุมตัวอยาง  89 5.9 รูปแบบในการเดินทางของกลุมตัวอยาง 90 5.10 สถานที่จอดรถยนตสวนตัวของกลุมตัวอยาง   91 5.11 การเดินทางมาถนนสีลมในชวงวันตาง ๆ ของกลุมตัวอยาง 92 5.12 วัตถุประสงคการเดินทางมาถนนสีลมในชวงปกติของกลุมตัวอยาง 93
  • 68. (11) ตัวอยางหนาสารบัญตาราง หนา 625.13 รูปแบบการเดินทางในวันอาทิตยของกลุมตัวอยางกอนมีโครงการ 945.14 รูปแบบการเดินทางในวันอาทิตยของกลุมตัวอยางขณะดําเนินโครงการปด 95 ถนนฯ5.15 ปริมาณกาซคารบอนมอนนอกไซดที่วัดไดในแตละชวงเวลา (ppm) 1005.16 เปรียบเทียบปริมาณกาซคารบอนมอนนอกไซด (ppm) ตั้งแตป พ.ศ. 2541 กับ 102 การปดถนนครั้งตาง ๆ5.17 เปรียบเทียบปริมาณฝุน (มก./ลบ.ม.) ตั้งแตป พ.ศ. 2541 กับการปดถนนครั้ง  104 ตาง ๆ5.18 ความคิดเห็นดานคุณภาพอากาศของสีลมกอนปดถนนของกลุมตัวอยาง 1075.19 ความคิดเห็นดานคุณภาพอากาศของสีลมขณะปดถนนของกลุมตัวอยาง 1085.20 ความคิดเห็นดานคุณภาพเสียงของสีลมกอนมีโครงการของกลุมตัวอยาง 1105.21 ความคิดเห็นดานมลพิษทางน้ําของสีลมขณะดําเนินโครงการของกลุมตัวอยาง 1145.22 ความคิดเห็นดานความพอเพียงของถังขยะของกลุมตัวอยาง 1165.23 ความคิดเห็นดานสภาพขยะของสีลมขณะดําเนินกิจกรรมของกลุมตัวอยาง 1175.24 ความคิดเห็นดานการจัดเก็บขยะของเจาหนาที่ ขณะดําเนินกิจกรรมโครงการ 117 ปดถนนฯ ของกลุมตัวอยาง5.25 ความคิดเห็นดานกลิ่นรบกวนจากขยะขณะดําเนินกิจกรรมโครงการปดถนนฯ 118 ของกลุมตัวอยาง5.26 แผนปฏิบัติงานโครงการปดถนนฯ ฝายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะ 1195.27 ความคิดเห็นดานมลทัศนเมื่อมีการดําเนินกิจกรรมโครงการปดถนนฯ ของกลุม 125 ตัวอยาง6.1 เปรียบเทียบผลกระทบตอสิ่งแวดลอมในชวงทีไมมีโครงการและระหวาง ่ 134 ดําเนินโครงการปดถนนฯ
  • 69. ตัวอยางหนา List of Tables หนา 63 LIST OF TABLESTables Page 4.1 Number of Wells for Daily Use and Consuming in Samut 61 Songkhram Province, 2201 4.2 Density and Number of Population of Samut Songkhram in 71 1995, 1998 and 2001 4.3 Population of Samut Songkhram Province According to Age 74 Group 4.4 Population Change of Samut Songkhram in 1995-2001 75 4.5 Population Estimation (at July 1) of Samut Songkhram Province 78 (during 2000-2015) Classified by Age Group and Sex 4.6 Number of Academia, Teacher and Student in the School System 81 of Term Year 2001 4.7 Number of Learning Center, Teacher, Student and Class of 82 External Education of Term Year 2001 4.8 Number of Graduate According to Their Education in Term Year 83 2001 4.9 Details of Road distance between Provinces 91 4.10 Electricity Use Record for the Fiscal Year 2001 92 4.11 Number of Households Equipped with Electricity, Tap-water and 93 Telephone in the Year 2001 4.12 Record of Crime According to Penalty Category of the Year 95 2001 4.13 Record of Captures Related to Drugs in the Year 2001 95 5.1 The Population Information from the Interviewees 111 5.2 The Location of Settlement to Settle Down of the Population 112 from the Interviewees
  • 70. x ตัวอยางหนา List of Tables หนา 645.3 The Number of Village in 1967-2001 in Samut Songkhram 1185.4 The Characteristic of Society from the interviewees 1295.5 The Problem Indicators of Samut Songkhram in 2001 1305.6 Important Problems by Interviewees 1325.7 The Ownership of Land in Samut Songkhram in 2001 1385.8 Economic Characteristic Taken from Interviewees 1405.9 The Residents’ Occupation in 2001 1445.10 Quantity of People Worked Outside Sub-District, Unemployed 146 and Foreign Labors in 20015.11 Total Agricultrual Area of Samut Songhram Province, 2001 1485.12 Quantity of Marketing System in Samut Songkhram Province, 151 20015.13 Mass Product of Samut Songkhram at Market Price in 1996- 153 2000
  • 71. ตัวอยางหนาสารบัญภาพ หนา 65 สารบัญภาพภาพที่ หนา 2.1 สถานการณโรคไขเลือดออกในประเทศไทย ป พ.ศ. 2501 – 2544 6 2.2 อัตราตายและอัตราปวยตายดวยโรคไขเลือดออกในประเทศไทย ป 7 พ.ศ. 2501- 2544 2.3 ความสัมพันธระหวางการประเมินกับการตัดสินใจในแบบจําลองซิป 23 2.4 กระบวนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดลอม 28 3.1 กรอบแนวคิดในการศึกษา 37 5.1 ปจจัยที่มผลตอการดําเนินงานปองกันและควบคุมโรคไขเลือดออกของ ี 155 เทศบาลและ อบต.
  • 72. ตัวอยางหนา List of Figures หนา 66 LIST OF FIGURESFigures Page 2.1 Amari Logo 17 2.2 Organization Chart of Amari Group 22 2.3 Organization Chart of Thai Airways 35 3.1 The Service Process Matrix 48 3.2 Conceptual Model of the Study 82 5.1 Path model for Power, Networking, Satisfaction and commitment 159 in Thai Service Industry (Amari Group) 5.2 Path model for Power, Networking, Satisfaction and Commitment 159 in Thai Service Industry (Thai Airways)
  • 73. ตัวอยางหนาสัญลักษณและคํายอ หนา 67 สัญลักษณและคํายอสัญลักษณ ความหมาย แทนคาเฉลี่ย X S.D. แทนสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานคํายอ B2B พาณิชยอเิ ล็กทรอนิกสระหวางธุรกิจ กับธุรกิจ ECRC ศูนยพัฒนาพาณิชยอิเล็กทรอนิกส EDI การแลกเปลี่ยนขอมูลทางอิเล็กทรอนิกส SMEs ผูประกอบการวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดยอม
  • 74. ตัวอยางหนา Abbreviations หนา 68 ABBREVIATIONSAbbreviations EquivalenceBAAC Bang of Agriculture and Agricultural CooperativesBB Bureau of the BudgetCCS Cane Commercial SystemDOA Department of AgricultureDOAE Department of Agricultural ExtensionDIT Department of Internal TradeLDD Land Development DepartmentRID Royal Irrigation DepartmentOCSB The Office of Cane and Sugar BoardOCSC Office of Civil Service CommissionOCSF The Office of Cane and Sugar FundMOA Ministry of Agriculture and Agricultural Co-operativesMOC Ministry of CommerceMOI Ministry of IndustrySPAC Sugar Production Administration Center
  • 75. ตัวอยางการพิมพหัวขอ และบทที่ หนา 69 บทที่ 1 ชื่อบท1.1//หัวขอใหญ 1.1.1//หัวขอรองลําดับที่ 1 1.1.1.1//หัวขอรองลําดับที่ 2 1.1.1.2//หัวขอรองลําดับที่ 2 1)//หัวขอรองลําดับที่ 3 (1)//……………… 1.1.2 ชนิดของเกมการศึกษา 1.1.2.1 จับคูภาพเหมือน เด็กฝกสังเกตภาพที่เหมือนกัน นําภาพที่เหมือนกันเรียงเขาคูกันหรือจับคูภาพสิ่งที่ออกเสียงคลาย ๆ กัน เชน ภาพไกกับภาพไข เด็กอาจจะเลนคนเดียว หรือเลน กับเพื่อนก็ได 1.1.2.2 ภาพสัมพันธ เปนการจับคูภาพที่เปนประเภทเดียวกันหรือมีความสัมพันธกัน เชน นกกับรังนก ฝนกับรม แมไกกับลูกไก 1.1.3 การประเมินความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนมัธยมตน สําหรับการประเมินเด็กที่มีความบกพรองทางการไดยนนั้น เด็กจะไมไดยนเสียง หรือได ิ ิยินไมชดเจนทําใหเด็กไมสามารถพูดได หรือพูดไดแตไมถูกตองตามสําเนียง ตามหลักไวยากรณ ัขอผิดพลาดในดานไวยากรณของประโยคของเด็กที่มีความบกพรองทางการไดยนเรียงตามลําดับ ิดังนี้ 1.1.3.1 การเขียนคําตกหลน 1.1.3.2 การเขียนคําสลับที่
  • 76. ตัวอยางการพิมพ Chapters and Headings หนา 70 CHAPTER 1 INTRODUCTION1.1//Main Heading 1.1.1//First Sub-heading 1.1.1.1//Second Sub-heading 1.1.1.2//Second Sub-heading 1)//Third Sub-heading 2)//Third Sub-heading (1)//…………….. 1.1.2//Second Sub-heading 1.1.1.1//Second Sub-heading 1.1.1.2//Second Sub-heading
  • 77. ตัวอยางการพิมพตาราง หนา 71Table 2.5 Percentage of Female Executives Classified by Ministry and Level Level 9 Level 10 Level 11 Ministry 1994 1995 1999 2001 1994 1995 1999 2001 1994 1995 1999 2001Office of the Prime Min. 29.4 22.2 16.7 35.7 9.8 21.4 12.2 16.3 - - 18.2 18.2Min. of Finance 31.6 31.6 19.1 19.0 - - 10.0 8.3 - - - -Min. of Foreign Affairs 41.2 29.4 25.0 14.3 - - - 21.4 - - - -Min. of Agri & Coop. 3.2 3.2 - 8.8 - 6.7 6.3 6.3 - - - -Min. of Transport & 15.8 15.8 15.0 10.0 - - - 8.3 - - - -Comm.Min. of Commerce 31.6 30.0 36.8 35.0 9.1 27.3 - - - - - -Min. of Interior - - 4.8 4.5 - - - - - - - -Min. of Education - - - - - - - - - - - -Min. of Education 15.4 15.4 13.3 - 12.5 - - - - - - -Min. of Publ. Heal. 21.4 35.7 43.8 38.5 11.1 20.0 10.0 22.2 - - - -Min. of Industry 8.3 5.6 17.1 17.6 12.5 18.8 10.5 16.7 - - - -Min. of Science 6.3 5.9 6.3 5.6 10.0 9.1 8.3 - - - - -Min. of Univ. Affairs 27.3 18.2 16.7 8.3 - 11.1 22.2 11.1 - - - -Min. of Labor & Welf. - - - - - - - - - - - -Indep. Public Agencies - - - 100.0 25.0 25.0 50.0 - 100.0 100.0 - - Total 16.7 15.2 16.2 16.3 5.7 10.4 8.6 11.7 4.2 4.2 8.0 8.3Source: Office of the Civil Service Commission, 2001: 24.
  • 78. ตัวอยางการพิมพตารางแนวนอน หนา 72Table 4.5 Percentage of Female Ordinary Civil Servants Classified by Ministry and Level Level Ministry 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11Office of the Prime Minister 75.10 69.52 56.76 61.45 58.05 48.65 51.51 43.37 34.59 18.31 16.67Ministry of Finance 87.28 77.52 56.98 71.93 60.86 58.23 48.07 40.45 30.00 21.05 0Ministry of Foreign Affairs 0 77.78 77.28 65.26 58.62 40.15 39.29 24.83 20.00 7.79 0Ministry of Agriculture and Co. 69.56 53.68 43.45 41.07 35.08 21.91 18.74 22.72 19.95 3.23 0Ministry of Transport and Comm. 61.70 51.46 51.13 47.59 35.55 20.54 18.28 15.35 07.69 09.09 0Ministry of Commerce 85.71 81.69 74.67 74.84 67.07 57.62 46.47 49.89 40.00 30.00 0Ministry of Interior 49.15 59.32 44.39 44.53 31.21 24.19 18.32 09.92 05.06 00.93 0Ministry of Justice 94.63 91+4. 74.24 76.61 69.84 63.22 48.28 43.94 18.75 0 0Ministry of Labor and Social Wel. 89.95 87.62 84.27 83.12 72.50 57.69 40.05 34.21 25.47 11.43 0Ministry of Science 84.17 75.47 77.66 77.74 74.45 75.85 84.47 55.63 29.82 26.44 33.33Ministry of Education 66.67 61.22 63.41 66.86 49.30 34.74 32.99 24.53 15.63 14.29 0Ministry of Public Health 48.67 54.72 50.77 58.93 53.75 52.76 47.73 52.78 36.00 21.43 0Ministry of Industry 100.00 88.89 75.61 81.25 86.49 68.57 66.67 71.43 50.00 0 0Total 68.57 72.75 65.32 62.42 57.08 55.29 53.27 37.82 24.47 13.29 10.00Source: Office of the Civil Service Commission, 1999: 14.
  • 79. ตัวอยางการพิมพตารางที่มีชื่อยาว และการตอตาราง หนา 73ตารางที่ 4.7 คาเฉลี่ย คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน คาสูงสุด และค่ําต่ําสุดของผลตางระหวางความคาดหวัง และความพึงพอใจในการเขารับบริการ คาเบี่ยงเบน ขอคําถาม คาเฉลี่ย คาสูงสุด คาต่ําสุด มาตรฐานตัวพนักงานผูใหบริการ1. พนักงานสามารถตอบคําถามเกี่ยวกับการใหบริการ 0.78 1.57 5 -5ไดอยางถูกตอง2. พนักงานสามารถตอบคําถามทางเทคนิคเรื่องรถได 1.02 1.73 5 -4ทุกเรื่อง รวม 0.82 1.66 5 .5พฤติกรรมการบริการของพนักงาน1. พนักงานแตงกายสุภาพเรียบรอย 0.16 1.18 5 -42. พนักงานพูดจากับทานอยางไพเราะ 0.39 1.44 5 -53. พนักงานมีความซื่อสัตย 0.47 1.45 6 -44. พนักงานมีทาทางกระตือรือรนในการทํางานเปน 0.61 1.84 6 -5อยางมาก5. การสื่อสารระหวางทานและพนักงานตรงกันเสมอ 0.66 1.60 6 -5คือพนักงานเขาใจความตองการในการแจงซอมของทานทุกครั้ง6. พนักงานดูแลเอาใจใสทานเปนอยางดี 0.66 1.68 5 -47. พนักงานอํานวยความสะดวกในการบริการเปน 0.72 1.58 5 -5อยางดี8. พนักงานสามารถตอบสนองความตองการของทาน 0.93 1.76 5 -6ไดทุกครั้ง รวม 0.61 1.30 3.88 -3.88
  • 80. ตัวอยางการพิมพตารางที่มีชื่อยาว และการตอตาราง หนา 74ตารางที่ 4.7 (ตอ) คาเบี่ยงเบน ขอคําถาม คาเฉลี่ย คาสูงสุด คาต่ําสุด มาตรฐานกระบวนการบริการ1. ทานเห็นวาศูนยฯ ใหบริการเปนไปตามลําดับ 0.33 1.23 4 -5กอนหลัง2. ทางศูนยบริการสามารถสงมอบรถคืนแกทานไดใน 0.36 1.25 4 -5สภาพที่ เรียบรอย ไมมีส่งใดชํารุด ิ3. ทานเห็นวาเจาหนาที่ใหบริการผูเขารับบริการทุกคน 0.54 1.17 5 -4อยางเทาเทียมกัน4. เอกสารตาง ๆ ในการเขารับบริการอานเขาใจงาย 0.55 1.14 3 -55. การสงมอบรถใหทานไดตรงตามกําหนดเวลานัด 0.64 1.16 5 -2หมายดี6. ทานสามารถพูดคุย พบปะกับพนักงานไดงาย 0.78 1.58 5 -57. พนักงานประเมินคาใชจายไดใกลเคียงกับคาใชจาย 0.81 1.21 4 -3จริง8. ทานมีความสะดวกในการเดินทางเปนอยางมากเพื่อ 0.84 1.54 7 -3ตองนํารถมารับบริการ9. การดูแลความสะอาดของรถเมื่อสงมอบรถคืน 0.86 1.33 5 -210. ศูนยฯ คิดราคาคาอะไหลอยางเปนธรรม 0.94 1.31 4 -211. การใหบริการอยางครบวงจร 1.02 1.60 5 -612. ศูนยฯ คิดราคาคาบริการอยางเปนธรรม 1.06 1.50 5 -413. จํานวนพนักงานผูใหบริการความเพียงพอสําหรับ 1.10 1.68 8 -3ผูเขารับบริการ14. การติดตามทานใหกลับเขารับบริการในครั้งตอ ๆ 1.16 1.70 7 -3ไป15. การบริการเปนไปดวยความรวดเร็ว 1.16 1.95 7 -5 รวม 0.85 1.10 3.47 -3.27
  • 81. ตัวอยางการพิมพตารางที่มีชื่อยาว และการตอตาราง หนา 75ตารางที่ 4.7 (ตอ) คาเบี่ยงเบน ขอคําถาม คาเฉลี่ย คาสูงสุด คาต่ําสุด มาตรฐานประสิทธิภาพของการบริการ1. ทานไววางใจการนํารถเขารับบริการ ณ ศูนยบริการ 0.88 1.62 6 -4นี้เปนอยางมาก2. เมื่อเกิดปญหาตาง ๆ ขึ้นกับรถของทานที่เกิดจาก 1.00 1.92 7 -5การนํารถเขารับบริการ ทางศูนยบริการยินดีรับผิดชอบทั้งหมด3. ศูนยฯ สามารถในการแกไขปญหาที่เกิดขึ้นกับรถ 1.10 1.45 5 -5ของทาน ไดอยางตรงจุด รวม 1.02 1.52 5.33 -4.67สภาวะแวดลอมในการใหบริการ1. ทานเห็นวาใบเสร็จและใบแจงซอมมีความสวยงาม 0.66 1.20 5 -4ดี2. ทานเห็นวาหองรับรองลูกคามีความสะดวกสบายดี 0.86 2.00 7 -83. ทานเห็นวาเครื่องมือในการบริการมีความทันสมัย 0.91 1.60 7 -44. ทานเห็นวาหองรับรองลูกคาไดรับการตกแตงอยาง 1.03 1.89 7 -7สวยงาม5. ทานเห็นวาหองรับรองลูกคามีสิ่งอํานวยความ 1.05 2.07 7 -9สะดวกแกทานเปนอยางดี6. ทานเห็นวาอาคารศูนยบริการมีความโออานาเชื่อถือ 1.06 1.85 7 -67. ทานเห็นวาอาคารศูนยบริการมีความทันสมัย 1.24 1.93 7 -6 รวม 0.98 1.66 -5.77 5.86
  • 82. ตัวอยางการพิมพตารางที่มีชื่อยาว และการตอตาราง หนา 76Table 5.2 Number and Percentage of Management Ability of Women Business Communities in Kamphaengphet Management Ability Index High Medium LowThe place of management 23 (63.9) 7 (19.4) 6 (16.7)Distribution of information or public relations 9 (25.0) 11 (30.6) 16 (44.4)Length of establishment of the women business 9 (25.0 11 (30.6) 16 (44.4)community up to the present timeTotal present member-count 16 (44.4) 17 (47.2) 3 (8.3)Managing at least 3 registrars: member registrar, 10 (27.8) 3 (8.3) 23 (63.9)materials registrar, durable materials registrar,activities/projects registrarRegulations/Rules of the women business 12 (33.3) 6 (16.7) 18 (50.0)communityEstablishment of a committee for the women 22 (61.1) 9 (25.0) 5 (13.9)business CommunityDetermining the responsibilities of the committee 13 (36.1) 13 (36.1) 10 (27.8)for the women business communityRole in management of the women business 22 (61.1) 9 (25.0) 5 (13.9)community committeeMeetings of the women business community 14 (38.9) 17 (47.2) 5 (13.9)committee in the past yearMinutes of the meetings of the women business 18 (50.0) 8 (22.2) 10 (27.8)community committee in the past yearThe annual general meeting of members 9 (25.0) 11 (30.6) 16 (44.4)Management plan and following said plan 14 (38.9) 8 (22.2) 14 (38.9)Time used in annual production 18 (50.0) 5 (13.9) 13 (36.1)
  • 83. ตัวอยางการพิมพตารางที่มีชื่อยาว และการตอตาราง หนา 77Table 5.2 (Continued) Management Ability Index High Medium LowThe integration of business factors such as 11 (30.6) 9 (25.0) 16 (14.4)production / materials / technology of the womenbusiness community with external agencies orindividualsMarketing / Distribution outlets for the products14 (38.9) 15 (41.7) 7 (19.4)Time of distribution during the past year 21 (58.3) 6 (16.7) 9 (25.0)Source of funds 12 (33.3) 12 (33.3) 12 (33.3)Financial management 19 (52.8) 9 (25.0) 8 (22.2)Devision of profits 13 (36.1) 11 (30.6) 12 (33.3)Accounting system and auditing 13 (36.1) 17 (47.2) 6 (16.7)Reception of new knowledge or information in the 22 (61.1) 5 (13.9)past year
  • 84. ตัวอยางการพิมพตารางที่มีแหลงที่มา และหมายเหตุ หนา 78ตารางที่ 5.6 ฐานะการเงินของธุรกิจประกันวินาศภัย ตั้งแตป 2536-2545 สินทรัพย หนี้สิน เงินกองทุน ป จํานวนเงิน เพิ่ม(ลด) % จํานวนเงิน เพิ่ม(ลด) % จํานวนเงิน เพิ่ม(ลด) % 2536 64,567,712 50.66 31,671,649 44.67 32,896,063 56.92 2537 73,718,899 14.14 39834,554 27.77 33,884,345 3.00 2538 87,891,697 19.23 48,866,562 22.67 39,025,135 15.17 2539 89,212,415 1.50 49,921,737 2016 39,290,678 0.68 2540 83,152,280 (6.79) 48,293,215 (3.26) 34,859,065 (11.28) 2541 83,897,992 0.90 47,256,416 (2.15) 36,341,576 5.11 2542 84,388,269 0.58 48,006,262 1.59 36,382,007 (0.71) 2543 83,890,506 (0.59) 47,974,873 (0.07) 35,915,633 (1.28) 2544 89,257,783 6.40 52,045,965 8.49 37,211,818 3.61 2545 108,952,254 22.06 63,346,061 21.71 45,606,193 22.56แหลงที่มา: กรมการประกันภัย. กองสงเสริมการประกันภัยและสารสนเทศ, 2545: 102.หมายเหตุ: ป 2545 = ตัวเลขเบื้องตน
  • 85. ตัวอยางการพิมพตารางที่มี Source และ Note หนา 79Table 3.1 Reliability of Measurement of Factors Related to Dropout. DESP Original DESP Developed by the Alpha Original DESP Scale DESP Researcher Developed Alpha by the researcher1. Social integration 0.68 1. Social integration 0.76 1.1 Enrollment 1.1 Enrollment Encouragement Encouragement 1.2 Study encouragement 1.2 Study encouragement 1.3 Family support 1.3 Family support2. External attribution 0.61 2. External attribution 0.78 2.1 Insufficient time 2.1 Insufficient time 2.2 Distraction attributes 2.2 Distraction attributes 2.3 Unexpected events 2.3 Unexpected events 2.4 Potential dropout 2.4 Potential dropout3. Academic integration 0.65 3. Academic integration 0.87 3.1 Deep approach 3.1 Deep approach 3.2 Intrinsic motivation 3.2 Intrinsic motivation 3.3 Positive course 3.3 Positive course evaluation evaluation 3.4 Reading habit 3.4 Time management* 3.5 Positive telephone 3.5 Achievement counseling motivation* 3.6 Satisfaction on institution services* 3.7 Reading habit4. Academic incompatibility 0.55 4. Academic incompatibility 0.73 4.1 Surface approach 4.1 Surface approach 4.2 Extrinsic motivation 4.2 Extrinsic motivation 4.3 Negative course 4.3 Negative course evaluation evaluation 4.4 Language abilitySource: Kember, 1995: 142.Note: * Variables which are added based on the review of literature by the researcher
  • 86. ตัวอยางการพิมพภาพประกอบ หนา 80 1. หาความจําเปนในการฝกอบรม 2. การกําหนดวัตถุประสงคของการฝกอบรม 5. การประเมินผลการ ฝกอบรม หลักการเรียนรู เนื้อหาหลักสูตร 3. กิจกรรมการฝกอบรม 4. การเปลี่ยนแปลงความรู ความเขาใจและทัศนคติภาพที่ 2.5 ขั้นตอนระยะแรกในกระบวนการจัดเตรียมโครงการฝกอบรมแหลงที่มา: นิตย สัมมาพันธ, 2529: 21.
  • 87. ตัวอยางการพิมพ Figures หนา 81 1. Mission: For Thai society to prosper and be safe 2. What: Farming, non-farming activities that are influenced by farming, services 3. Who: Community groups and various community organizations 4. How: Come together to produce, transmute, exchange products 5. Why: Profit, worthwhile, satisfaction 6. For: A strong community, happy peopleFigure 2.3 Framework and Meaning of a Self-Sufficient Business CommunitySource: Sangsit Phiriyarangsan, 1998: 55.
  • 88. ตัวอยางการพิมพ Figures หนา 82 Liq25% Liq55% Liq70% 0.04 0.03 0.02Variance 0.01 0 30% 20% 10% Different Price Limit Figure 4.4 Return Variance Sensitivity
  • 89. บรรณานุกรมกรมการปกครอง. สํานักเลขาธิการปองกันภัยฝายพลเรือน. 2545. แผนปองกันภัยฝายพลเรือน แหงชาติ พ.ศ. 2545 ภาคการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย. กรุงเทพมหานคร: สํานัก เลขาธิการปองกันภัยฝายพลเรือน กรมการปกครอง.กรมสงเสริมคุณภาพสิ่งแวดลอม (ผูผลิต). 2539. โรงไฟฟานิวเคลียร (วีดิทัศน). บรรยายโดย สุวรรณ แสงเพ็ชร, จิรพล สินธุนาวา, สมบูรณ มณีนาวา, กิตติ สิงหาปด และ สมเกียรติ ออนวิมล. กรุงเทพมหานคร: กรมสงเสริมคุณภาพสิ่งแวดลอม.กระจาง พันธุมนาวิน. 2524. ปญหาเกี่ยวกับคนในการพัฒนาทางการเกษตร (เทปคาสเซ็ท). กรุงเทพมหานคร: ม.ป.พ.กระทรวงวิทยาศาสตร เทคโนโลยีและสิ่งแวดลอม. 2542 (15 ตุลาคม). ที่ วว 5201/17002. การ สรางวิสัยทัศนดานเทคโนโลยีสารสนเทศสําหรับผูบริหารระดับสูงในหนวยงานของ รัฐ.กาญจนาวัลย ปานเฟอง. 2545. ความรูและความเขาใจของประชาชนเกี่ยวกับการเลือกตั้งตาม รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2540: ศึกษาเฉพาะกรณีประชาชนใน จังหวัดจันทบุรี. วิทยานิพนธปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร. บทคัดยอวิทยานิพนธภาคปลายปการศึกษา 2544 . หนา 951.กิตติพงศ วิเวกานนท, กําพล กิจชระภูม,ิ ไพบูลย ภัทรเบญจพล, สุชาติ ยุรวี, กฤชชัย อนรรฆมณี, และชาญชัย พรศิริรุง. 2547. การจัดการกระบวนการ: หนทางสรางคุณภาพ การเพิม ่ ผลผลิต และศักยภาพเพื่อการแขงขัน. กรุงเทพมหานคร: สถาบันเพิ่มผลผลิต.เกรมส, เจฟฟรี เอ. 2547. ทางของเวลช: 24 บทเรียนจากแจ็กเวลช CEO ที่ยิ่งใหญ. แปลจาก The Welch Way โดย INNOV. กรุงเทพมหานคร: เนชั่นบุคส อินเตอรเนชันแนล.่จํานง ทองประเสริฐ. 2533. มหาวิทยาลัย. ใน สารานุกรมไทยฉบับราชบัณฑิตยสถาน. เลมที่ 22. ราชบัณฑิตยสถาน. กรุงเทพมหานคร: ราชบัณฑิตยสถาน. หนา 42.ชลิต กิติญาณทรัพย. 2546 (10 กรกฎาคม). จับแนวคิด รมต.พาณิชย ลดการพึ่งพาพอคาสงออก หนุน เทรดเดอร สินคาเกษตร. มติชน: 6.ฎีการองทุกขขอเวนคาเชานาและบัตรสนเทห. (หอจดหมายเหตุแหงชาติ หจช. ร7. พ814)ณรงควิทย แสนทอง. 2547. EQ ดี อารมณดีชีวตสดใส. กรุงเทพมหานคร: ซีเอ็ดยูเคชั่น. ิ
  • 90. 84ดิเรก ฤกษหราย. 2527ก. การพัฒนาชนบทเนนการพัฒนาสังคมและแนวคิดความจําเปนพื้นฐาน. กรุงเทพมหานคร: กรุงสยามการพิมพ.ดิเรก ฤกษหราย. 2527ข. คุณภาพชีวิต. ขาวเกษตรศาสตร. 6 (ธันวาคม 2526-มกราคม 2527): 100-101.แถบบันทึกเสียงสวนบุคคล นายฉัตรทิพย นาถสุภา สัมภาษณ นายจาย แซตั้ง (22 กรกฎาคม 2522) (หอจดหมายเหตุแหงชาติ ภ.สบ. 2/2)ทบวงมหาวิทยาลัย. สํานักนโยบายและแผนอุดมศึกษา. สวนวิเคราะหงบประมาณ (ผูผลิต). รายงานการศึกษาการพัฒนาระบบการจัดสรรงบประมาณแบบมุงเนนผลงานของ สถาบันอุดมศึกษา (ซีด-รอม). กรุงเทพมหานคร: สวนวิเคราะหงบประมาณ สํานัก ี นโยบายและแผนอุดมศึกษา ทบวงมหาวิทยาลัย.ไทยโพสต. 2541 (15 -16 ธันวาคม). สรุปผลกระทบของวิกฤติเศรษฐกิจตอภาวะการมีงานทํา พ.ศ. 2541-2544: 20.ธงชัย สันติวงษ. 2547 (9 สิงหาคม). บริหารรัฐจัดการธุรกิจ: ชองวางธรรมาภิบาล. กรุงเทพธุรกิจ. คนวันที่ 13 สิงหาคม 2547 จาก NEWSCenter.ธีรวัฒน พันธุสุผล. 2547. การรับรูกิจกรรมการพัฒนาทหารกองประจําการเพื่อการพัฒนา  ประเทศ กรณีศึกษา กรมทหารตอสูอากาศยาน หนวยบัญชาการอากาศโยธิน กองบัญชาการยุทธทางอากาศ. วิทยานิพนธปริญญามหาบัณฑิต สถาบันบัณฑิต พัฒนบริหารศาสตร.นรินทร ทองศิริ. 2541. ระบบ ISO 1900 กับอุดมศึกษาไทย. ใน หองสมุดสถาบันอุดมศึกษากับ การประกันคุณภาพการศึกษา: รายงานการสัมมนาความรวมมือระหวางหองสมุด สถาบันอุดมศึกษาครั้งที่ 16, 2-4 ธันวาคม 2541. เชียงใหม: กองหองสมุด มหาวิทยาลัยแมโจ และคณะกรรมการพัฒนาหองสมุดสถาบันอุดมศึกษา ทบวงมหาวิทยาลัย. หนา 189-192.บริษัทมีเดียออฟมีเดีย จํากัด (ผูผลิต). 2547ก (22 กรกฎาคม). ที่นี่ประเทศไทย (รายการโทรทัศน). กรุงเทพมหานคร: สถานีโทรทัศนกองทัพบก.บริษัทมีเดียออฟมีเดีย จํากัด (ผูผลิต). 2547ข (22 กรกฎาคม). ที่นี่ประเทศไทย: เรือลมน้ํา (รายการ โทรทัศน). กรุงเทพมหานคร: สถานีโทรทัศนกองทัพบก.บริษัทศูนยวิจยกสิกรไทย จํากัด มหาชน. 2547. โลจิสติกส: พัฒนาเพิ่มขีดการแขงขันของไทย. ั คนวันที่ 16 สิงหาคม 2547 จาก http://www.krc.co.th
  • 91. 85ปกรณ ปรียากร. 2532. ทฤษฎีและแนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนา. ใน เอกสารการสอนชุดวิชาการ บริหารการพัฒนาชนบท. หนวยที่ 1. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช สาขาวิทยาการ จัดการ. นนทบุรี: โรงพิมพมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. หนา 33-34.ประสิทธิ์ชัย หนูนวล. 2545 (9 สิงหาคม). การเมืองภาคประชาชนกับระบบการพึงพา. กรุงเทพ ่ ธุรกิจ: 13.ปราณ พิสิฐเศรษฐการ. 2547. ทักษิโณมิกสและ CEO ประเทศไทย: รวมสุนทรพจนสาคัญของ ํ พ.ต.ท. ดร.ทักษิณ ชินวัตร. ทักษิโณมิกสและการคิดเชิงกลยุทธสไตลทักษิณ. กรุงเทพมหานคร: มติชน.ปโย เล็กกําแหง. 2547. พฤติกรรมการซื้อและการบริโภคเครื่องดื่มในรานกาแฟขนาดเล็กของ นักศึกษาภายในมหาวิทยาลัย: กรณีศกษานักศึกษาสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร. ึ ภาคนิพนธโครงการบัณฑิตศึกษาเทคโนโลยีการบริหาร สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหาร ศาสตร.ปุระชัย เปยมสมบูรณ. 2538. จริยธรรมในงานวิจัย. เอกสารวิจัย เสนอตอคณะกรรมการสงเสริม  งานวิจย สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร. ัผูจัดการรายวัน. 2547 (16 มิถุนายน). รพ.กรุงเทพภูเก็ต ทุม300ลานบาท สรางตึกใหมรับการ เติบโต%ตอป: 18.ผูจัดการออนไลน. 2547 (13 สิงหาคม). พม. ประชุมผูเกียวของ พ.ร.บ. คุมครองเด็กใหเขาใจ ่ หนาที-ใชก.ม.ใหถูกตอง. คนวันที่ 14 สิงหาคม 2547 จาก http://www.manager. ่ co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=947000003685พงศโพยม วาศภูติ. ผูวาราชการจังหวัดภูเก็ต. 2545 (18 ตุลาคม). การสัมภาษณ.พระราชกําหนดการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน พ.ศ.2540. ราชกิจจานุเบกษา. ฉบับกฤษฎีกา 114, 60ก (24 ตุลาคม): 1-7.พระราชบัญญัติสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.2543. ราชกิจจานุเบกษา. ฉบับกฤษฎีกา 117, 37ก (28 เมษายน): 1-17.พระราชบัญญัติสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร พ.ศ.2509. ราชกิจจานุเบกษา. ฉบับกฤษฎีกา 83, 29ก (31 มีนาคม): 4-23.พระราชบัญญัติโอนกิจการบริหารในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร เฉพาะทีเ่ กี่ยวกับราชการของคณะ รัฐประศาสนศาสตรไปเปนของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร พ.ศ.2509. ราช กิจจานุเบกษา. ฉบับกฤษฎีกา 83, 29 ฉบับพิเศษ (31 มีนาคม): 23-36.
  • 92. 86พสุ เดชะรินทร. 2547 (24 สิงหาคม). มุมมองใหม: ทําอยางไรเมื่อพนักงานอางวามีอุปสรรค การทํางานเต็มไปหมด. กรุงเทพธุรกิจ. คนวันที่ 24 สิงหาคม 2547 จาก http://www.bangkokbiznews.com/2004/08/24/boko/index.php?news=column_ .htmlเฟองกนก ปานหงษ. 2004. ผลกระทบกรณีสหรัฐฯ เปดไตสวนการทุมตลาดสินคากุงของไทย.  คนวันที่ 20 กันยายน 2547 จาก http://www.bot.or.th/BOTHompage/DataBank/ Econcond/seminar/Other-Article/Other/frangkanok.pdfมิ่งสรรพ ขาวสะอาด และคนอื่น ๆ. 2544. แนวนโยบายการจัดการน้าสําหรับประเทศไทย. ํ กรุงเทพมหานคร: สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย.รายงานพระเจานองยาเธอ กรมหลวงดํารงราชานุภาพ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย เสด็จตรวจ ราชการเมืองสุพรรณบุรี. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพบํารุงนุกูลกิจ, ร.ศ.122. (กระทรวงมหาดไทย กจช. น.ร. 5 ม. 2/49)ลิขิต ธีรเวคิน. 2530 (7 กุมภาพันธ). จอดปายประชาชื่น. มติชน: 6.ลิขิต ธีรเวคิน. 2547ก (24 มีนาคม). ประชาธิปไตยเปรียบเสมือนตนไมที่ปลูกบนดินและอากาศผิด ที่. ผูจัดการรายวัน: 9.ลิขิต ธีรเวคิน. 2547ข. (22 กันยายน). ความสําเร็จของระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย. ผูจัดการรายวัน: 9.ลิขิต ธีรเวคิน. 2547ค (16 กันยายน). ระบบการเมืองในอุดมคติ. ผูจัดการรายวัน: 9.วงกต วงศอภัย. 2547. การผลิตไฟฟาจากพลังงานแสงอาทิตยในประเทศไทย (1). มติชน สุดสัปดาห. 24 (25 มิถุนายน-1 กรกฎาคม): 29-30.วีระ จันทะแจง. 2546. ผลกระทบจากมาตรการของรัฐในการแกปญหา NPLs ตอการฟนตัวทาง เศรษฐกิจของประเทศไทย. เอกสารวิจยสวนบุคคล วิทยาลัยปองกันราชอาณาจักร. ัส. ศิวรักษ. 2547. บทบาทของพระสงฆในปจจุบัน. ศิลปวัฒนธรรม. 25 (สิงหาคม). คนวันที่ 13 สิงหาคม 2547 จาก http://www.matichon.co.th/art/art.php?srctag=0604010847& srcday=2004/08/01&search=noสกล ธีระวรัญู. 2547. ปฏิสัมพันธระหวางคนกับผลิตภัณฑคืออะไร. EMMET Sceince and Technology Magazine. 2 (3). คนวันที่ 10 สิงหาคม 2547 จาก http://digital.lib. kmutt.ac.th/magazine/issue2/articles/art4.htmlสมพงศ เกษมสิน. 2517. Incentive (สิ่งจูงใจ). ใน สารานุกรมการบริหาร. กรุงเทพมหานคร: แพรพิทยา. หนา 75-76.
  • 93. 87สเลเตอร, โรเบิรต. 2543. Jack Welch ที่สุดของ—CEO. แปลจาก Jack Welch and the GE Way. ชุด Management Book Brief no. 9. กรุงเทพมหานคร: บริษัทสื่อดี.สังศิต พิริยะรังสรรค. 2546. แรงงงานสัมพันธ: ทฤษฎีและการปฏิบัติ. พิมพครั้งที่ 2 ปรับปรุง แกไข. กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย.สํานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร. 2537. รายงานการประชุมสภาผูแทนราษฎร ครั้งที่ 12 ถึง ครั้งที่ 13 สมัยสามัญ ครั้งที่สอง เลม 6 พ.ศ.2537. กรุงเทพมหานคร: กองการพิมพ สํานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร.สํานักนายกรัฐมนตรี. 2542. การแตงกายไทย: วิวัฒนาการจากอดีตสูปจจุบัน. 2 เลม.  กรุงเทพมหานคร: สํานักนายกรัฐมนตรี.สํานักนายกรัฐมนตรี. สํานักงานปลัดกระทรวง. 2544. 108 วิธีหนีเอดส (วีดิทัศน). กรุงเทพมหานคร: สํานักงานปลัดกระทรวง.สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี. 2543 (3 สิงหาคม). มติคณะรัฐมนตรี ที่ นร 0204/ว 98. การ กําหนดชื่อองคกรของรัฐที่เปนองคการมหาชน.สุชาติ ประสิทธิ์รัฐสินธุ และกรรณิการ สุขเกษม. 2547. วิธีวิทยาการวิจัยเชิงคุณภาพ: การวิจัย ปญหาปจจุบนและการวิจัยอนาคตกาล. กรุงเทพมหานคร: เฟองฟา พริ้นติ้ง. ัสุนีย สินธุเดชะ. 2539. เกิดแลวตองเกงกลยุทธครองใจ (เทปคาสเซ็ท). กรุงเทพมหานคร: บริษัท มน วรรธนา.สุรัชช ฟุงเกียรติ. 2547. นาโนเทคโนโลยีวิสัยทัศนเทคโนโลยีระดับไมโคร. ผูสงออก. 17 (ปกษแรก เมษายน): 19-22.เสรี วงษมณฑา. 2540. การประชาสัมพันธเชิงปฏิบัติ. กรุงเทพมหานคร: เอ เอ็น การพิมพ.เสรี วงษมณฑา. 2542. การประชาสัมพันธ: ทฤษฎีและปฏิบัติ. กรุงเทพมหานคร: ธีระฟลม.อมร รักษาสัตย, ถวัลย วรเทพพุฒิพงษ และขัตติยา กรรณสูต. 2529. การปฏิรูประบบบริหารการ จัดการและการบริหารงานบุคคลในเอเชีย. โครงการวิจัยปรับปรุงระบบราชการ. กรุงเทพมหานคร: สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร.อุทัย หิรัญโต. 2524. Politics: การเมือง. ใน สารานุกรมศัพททางรัฐศาสตร. กรุงเทพมหานคร: เขษมบรรณกิจ. หนา 560-563.อุทุมพร ทองอุไทย, ผูแปล. 2523. สารบบจําแนกตามจุดมุงหมายทางการศึกษาการจัดจําพวก วัตถุประสงคทางการศึกษา คูมือ เลม 1 พุทธิปริเขต. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย.
  • 94. 88เอกสารกรมราชเลขาธิการรัชกาลที่ 6 กระทรวงยุติธรรม เรื่อง โรงเรียนกฎหมาย (24 กุมภาพันธ 2452-1 ตุลาคม 2461) (หอจดหมายเหตุแหงชาติ ร.6ย. 1/1)The Act on Job Placement and Job Seeker Production (Issue No.3) B.E. 2544. Royal Thai Government Gazette. 118, 106A (16 November 2001): 1-2.The Act on Investment Promotion (No.3) B.E. 2544. Royal Thai Government Gazette. 118, 110A (30 November 2001): 1-4.The Act on Revenue Code Amendment (No.35) B.E. 2544. Royal Thai Government Gazette. 118, 85A (27 September 2001): 1-4.American Standard Company. 2002. Risk Management. Retrieved September 10, 2002 from http://ascnet/riskmanagement /intro.htmAnan Prombut. 2002. Factors Influencing HCU Students Internet Usage Behavior. Master’s thesis, National Institute of Development Administration.Argyris, Chris. 1968. Organizations: Effectiveness. In International Encyclopedia of the Social Sciences. Vol 11. New York: McGraw-Hill. Pp. 311-319.Bahmueller, Charles F. 1996. Political Philosophy. In International Encyclopedia of Government and Politics . Vol 2. London: Oxford University. Pp. 1036-1038.Bangkok Post. 1991 (May 25). Anand Calls for ASEAN Economic Cooperation: 3.Battaglini, Marco. 2004. Policy Advice with Imperfectly Informed Experts. Advances in Theoretical Economics. 4 (1). Retrieved August 13, 2004 from http://www.bepress.com/bejte/advances/vol4/iss1/art1Bentem, Beverly; Smithson, Jordan and Lorrington, Patirck (Producers). Desert Sound (Audio cassette). Reno: Life Research.Bertam, George (Producer). 1998. Scandal in Town (Videorecording). Edited by Viola Champs and Joseph Pitch, Written by Donald Trenton. London: ABL Studio.Blue, Ronald C. 1996. How to Study. Schnecksville, PA: Lehigh Carbon Community College. Retrieved March 24, 2003 from http://www.indiana.edu/~iuepsyc.Study.html.Cornelissen, Joep P. and Elving, Wim J. L. 2003. Managing Corporate Identity: An Integrative Framework of Dimensions and Determinants. 8 (2): 114-120. Retrieved August 23, 2004 from ABI/INFORM.
  • 95. 89Eisner, Elliot. 1991. Quoted in Harrington, James Bradley. 2000. Organizational Learning: A Theoretical Overview and Case Study. Doctoral dissertation, Boston University.Fayard, Judy. 2547. Heaven on Earth. Time. 164 (July 19): 50-52.Fisher, Anne. 2004. Overqualified’ may be a Smokescreen. Fortune. 149 (May 31): 56. Retrieved July 20, 2004 from ABI/INFORM.Fitzroy, Felix R. and Kraft, Kornelius. 1991. Firm Size, Growth and Innovation: Some Evidence from West Germany. In Innovation and Technological Change: An International Comparizon. Zottan J. Aes and David B. Audretsh, eds. New York: Harester Wheatsheaf. Pp. 152-159.Gubman, E. D. 2004. HR Strategy and Planning: From Birth to Business Results. Human Resource Planning. 27 (1): 13-23. Retrieved August 13, 2004 from ABI/INFORM.Hardwick, Kevin R. 1996. Political Participation. In Encyclopedia of Government and Politics. 2 Vol. Frank N. Magill, ed. Singapore: Toppan.Harmanson, Roger H. et al. 2000. Accounting: A Business Perspective. 7th ed. The Irwin/MvGraw-Hill Series in Principles of Accounting. Boston, Mass.: Irwin/McGraw-Hill.Hourcade, Juan Pablo. 2003. User Interface Technologies and Guidelines to Support Children’s Creativity Collaboration and Leaning. Doctoral dissertation, University of Michigan. Dissertation Abstracts International Online. Retrieved August 11, 2004 from http://wwwlib.umi.com/dissertations/fullcit/ 3094495Kenwothy, Duncan and Roger, Michael (Producers). 2002. Notting Hill (Film). Written by Richard Curtis, Directed by Michael Roger. New York: Polygram Films.Kroft, Leila. 1999. Chemical Substance in Food Product. A Report Submitted to Association of Food Industries, Pilford County (Microfilm at Pilford Public Library).Maslow, A. H. n.d. อางถึงใน งามตา วนินทานนท. 2537. จิตวิทยาสังคม. กรุงเทพมหานคร: เอ็กซเพรสมีเดีย.Miklau, Gerome and Suciu, Dan. 2004. Containment and Equivalence for a Fragment of XPath. Journal of the ACM. 51 (1): 2-45. Retrieved August 25, 2004 from ACM Digital Library.
  • 96. 90Mintrom, Michael and Vergari, Sandra. 1996. Advocacy Coalitions, Policy Entrepreneurs and Policy Change. Policy Studies Journal. 24 (Autumn): 420-434.Motivation: Why People Work (Tape Cassette). 1977. Princeton Junction, N.J.: Training House.Mulder, Frederick and Gillian, Jeremy (Producers). 1996. Secret of the Universe (Film). Written by John Ames, Photographed by Charon Scally. Honolulu: Educational Studio.The Nation. 1998 (January 14). Cabinet to Continue AFTA Tariff Reduction: B1.National Electronics Communication and Technology Center. 2002. NECTEC Information. Retrieved January 25, 2003 from http://www./nectec.or.th/homePittaya Suvakunta. 1997. Participation of Government Officials in Implementation of Provincial Environmental Management Plans: A Case Study of Changwat Lumphun. Master’s thesis, Chiang Mai University. Thesis/Independent Study Abstract Graduate Studies Chiang Mai University. P. 2.Prachai Leophairatana. 2003 (January 24). ASEAN FREE Trade Area. The Nation: 12.Prizker, T. J. n.d. An Early Fragment from Central Nepal. Retrieved December 12, 1996 from http://ingress.com/~astanart/pritzker.htmlRutter, Carolyn M. and Simon, Gregory. 2004. A Bayesian Method for Estimating the Accuracy of Recalled Depression. Journal of the Royal Statistical Society Series C. 53 (April): 341-353.Sasivimol Meeampol. 1997. An Empirical Investigation of Voluntary Accounting Changes: The Case of Thailand Show Details. Doctoral dissertation, National Institute of Development Administration.Sommai Parichat. 2004 (June 30). Mr. Anand’s View Points. Bangkok Post: 6.Thawilwadee Bureekul. 1998. Major Factors Affecting Industrial Hazardous Waste Policy Implementation in Central Thailand. Doctoral dissertation, National Institute of Development Administration.Ulrich, Dave and Smallwood, Norm. 2004. Capitalizing on Capabilities. Harvard Business Review. 82 (June): 119-127. Retrieved August 11, 2004 from Business Source Premier.
  • 97. 91United States. Department of State. 1988 (May 12). Resolution 311: Technical Assistance to Central Africa. (Microfiche at New York State Public Library)Vig, Norman J. and Kraff, Michael E., eds. 2000. Environmental Policy: New Directions for the Twenenty-First Century. 4th ed. Washington, D.C.: CO Press.Wichit Chaitrong. 2004 (August 12). Asian Markets Still Very Weak. The Nation. Retrieved April 14, 2004 from http://www.nationmultimedia.com/ page.news.php3?clid =7&id=118834&usrsess=1Woelfel, Chharles J. 1994. Trust. In Encyclopedia of Banking & Finance. Vol 2. London: SAGE Publication. Pp. 1153-1154.
  • 98. BIBLIOGRAPHYAbate, Randall. 2000. Harvard Businesss Review on Business and the Environment. The Harvard Businesss Review Paperback Series. Boston: Harvard Business School Press.Albright, Madeleine Korbel and Woodward, Bill. 2003. Madam Secretary. New York: Miramax Books.Bureau of the Budget. 2004. Thailand’s Budget in Brief Fiscal Year 2004. Bangkok: Bureau of the Budget.Chase, Richard B.; Aquilano, Nicholas J. and Jacobs, F. Robert. 2004. Operations Management for Competive Advantage. The McGraw-Hill/Irwin Series Operations and Decision Sciences. Boston: McGraw-Hill.Hewson, Claire; Yule, Peter; Laurent, Dianna and Vogel, Carl. 2003. Internet Research Methods: A Practical Guide for the Social and Behavioural Sciences. London: SAGE Publication.Kotler, Phillip. 1999. Knowledge on Marketing: How to Create, Win and dominate Markets. New York: Free press.Kotler, Phillip. 2004. Ten Deadly Marketing Sins: Signs and Solutions. Hoboken, N.J.: Wiley.Kotler, Phillip and Anderson, Alan R. 1991. Strategic Marketing in Nonprofit Organizations. Englewood Cliffs, N.J.: Prentice Hall.Kotler, Phillip and Roberto, E.L. 1989. Social Marketing Strategy for Change Behavior. New York: Free Press.Krames, Jeffrey A. 2002. The Welch Way: 24 Lessons from the World’s Greatest CEO. New York: McGraw-Hill.National Economic and Social Development Board. (1996). The Eighth National Economic and Development Plan (1997-2001). Bangkok: NESDB. (In Thai)
  • 99. 93Rothwell, William J.; Lindholm, John Edwin and Wallick, William G. 2003. What CEOs Expect from Corporate Training: Building Workplace Learning and Performance Initiatives that Advance Organizational Goals. New York: AMACOM.Supasuda Tand-adulratana. 1999. Factors Supporting the Participation in Early Retirement Program: A Case Study of Thai Farmers Bank Region 10. Master’s thesis, Thammasat University. (In Thai)United States. Cong. House. 1977. U.S. Assistance Programs in Vietnam. 92d Cong., 2d Sess. Wasgington, D.C.: GPO.United States. Office of the President. 1981. Environmental Trend. Washington D.C.: GPO.
  • 100. ตัวอยางหนาประวัติผูเขียน หนา 94 ประวัติผูเขียนชื่อ ชื่อสกุล นาวสาวสินนาฏ เทียนขาว ีประวัติการศึกษา รัฐศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ปที่สําเร็จการศึกษา พ.ศ. 2541ประสบการณทํางาน พ.ศ. 2546-2547 เจาหนาทีวางแผนและนโยบาย ่ สถาบันการบินพลเรือน จตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
  • 101. ตัวอยางหนา Biography หนา 95 BIOGRAPHYNAME Prasert RuannakarnACADEMIC BACKGROUND Bachelor’s Degree with a major in Statistics from Chiengmai University, Chiengmai Province, Thailand in 1983 and a Master’s Degree in Statistics at Chulalongkorn University, Bangkok, Thailand in 1987PRESENT POSITION Lecturer, Applied Statistics Program Faculty of Science and Technology Rajabhat Institue Thepsatri, Lopburi Provice, ThailandEXPERIENCES Received a scholarship from “the Secondary Education Quality Improvement (SEQI)” project in 1995 for enrolling in the doctoral level program at the School of Applied Statistics, National Institute of Development Administration (NIDA), Bangkok, Thailand Lecturer at NIDA for teaching an upper-level course in Mathematics for Applied Statistics (As 411), since 1997
  • 102. ตัวอยางการลงชื่อสํานักพิมพในบรรณานุกรม ชื่อสํานักพิมพ ชื่อที่ลงรายการAllen & Unwin, Inc. Allen & UnwinAsia Publishing House Asia Pub. HouseAuburn House Publishing Company Auburn HouseBallantine Books, Inc. Ballantine BooksBerrett-Koehler Publishers, Inc. Berrett-Koehler PublishersBoyd & Fraser Publishing Company Boyd & FraserBrooks/Cole Publishing Company Brooks/ColeC.V. Mosby Company MosbyCambridge University Press Cambridge University PressD. Van Nostrand Company Van NostrandDryden Press Dryden PressEarthscan Publications Ltd. EarthscanElservier Scientific Publishing Company ElservierFreserick A. Praeger Publishers PraegerJohn Wiley & Sons WileyJossey-Bass Publishers Jossey-BassMacmillan Publishing Co. Inc. MacmillanMcHraw-Hill Book Co. McHraw-HillMorgan Kaufmann Publishers, Inc Morgan KaufmannPitman Publishing Corporation PitmanSouth-Western College Publishing South-Western College PubUniversity of California Press University of California PressWadsworth Publishing Company, Inc. WadsworthW.B. Saunders Company Saunders
  • 103. 97 ชื่อสํานักพิมพ ชื่อที่ลงรายการโครงการวิถีทรรศน โครงการวิถีทรรศนดอกหญากรุป ดอกหญากรุปที.พี.พริ้นท จํากัด ที.พี.พริ้นทบริษัทกันตนา พับลิชชิ่ง จํากัด กันตนา พับลิชชิ่งบริษัทคอมกราฟ เพรส จํากัด คอมกราฟ เพรสบริษัทดวงกมลสมัย จํากัด ดวงกมลสมัยบริษัทซัคเซส มีเดีย จํากัด ซัคเซส มีเดียบริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จํากัด (มหาชน) ซีเอ็ดยูเคชั่นบริษัท ไทยเวยส พับลิเคชั่นส จํากัด ไทยเวยส พับลิเคชั่นสบริษัท ธรรมนิติ เพรส จํากัด ธรรมนิติ เพรสบริษัท นานมีบุคสพับลิเคชั่นส จํากัด นานมีบุคสพับลิเคชั่นสบริษัท โปรวิชั่น จํากัด โปรวิชั่นบริษัทสํานักพิมพไทยวัฒนาพานิช จํากัด ไทยวัฒนาพานิชบริษัทสํานักพิมพบรรณกิจ 1991 จํากัด บรรณกิจ 1991บริษัทอมรินทรพริ้นติ้งแอนดพับลิชชิ่ง จํากัด (มหาชน) อมรินทรพริ้นติ้งแอนดพบลิชชิ่ง ับริษัท เอ.อาร. อินฟอรเมชัน แอนด พับลิเคชัน จํากัด เอ.อาร. อินฟอรเมชัน แอนด พับลิเชันบริษัทเอ็กซเปอรเน็ท จํากัด เอ็กซเปอรเน็ทบริษัท สํานักพิมพแม็ค จํากัด สํานักพิมพแม็คบริษัท สํานักพิมพแสงดาว จํากัด สํานักพิมพแสงดาวแบงปณณสํานักพิมพ แบงปณณสํานักพิมพสํานักพิมพ ซี.พี. บุค สแตนดารด ซี.พี. บุค สแตนดารดสํานักพิมพวรรณสาสน วรรณสาสนสํานักพิมพมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร สํานักพิมพมหาวิทยาลัยธรรมศาสตรสํานักพิมพแหงจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย สํานักพิมพแหงจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัยสํานักพิมพมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร สํานักพิมพมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตรสํานักพิมพ อินโฟเพรส อินโฟเพรส
  • 104. ตัวอยางสันปก หนา 98 ตัวอยางสันปกนอกวิทยานิพนธที่ไมมีชื่อนักศึกษา EFFECTS OF LEDERSHIP BEHAVIORS AND ORGANIZATIONAL CULTURE ON THE DEVELOPMENT OF LEARNING1.5 นิ้ว ORGANIZATION: CASE STUDY OF PRIVATE AND PUBLIC HOSPITALS WITH HOSPITAL ACCREDITATION 1 นิ้ว การรับรูกิจกรรมการพัฒนาทหารกองประจําการเพื่อการพัฒนาประเทศ กรณีศึกษา กรมทหารตอสูอากาศยาน 25471.5 นิ้ว หนวยบัญชาการอากาศโยธิน กองบัญชาการยุทธทางอากาศ 1 นิ้ว
  • 105. ตัวอยางสันปก หนา 99 ตัวอยางสันปกนอกที่มีชอนักศึกษา ื่ ความสามารถขององคกรปกครองสวนทองถิ่นในการปองกันและควบคุมโรคไขเลือดออก พัชราภา โชคยางกูร 2547 1.5 นิ้ว 1 นิ้ว THE STATUS, ROLES AND QUALITY OF LIFE OF ELDERLY THAIS SUDAVADEE KITTIPOVANONTH 20021.5 นิ้ว 1 นิ้ว
  • 106. การตรวจรูปแบบวิทยานิพนธนักศึกษาของสถาบัน โดยสํานักบรรณสารการพัฒนา 1. การตรวจรูปแบบวิทยานิพนธทั้งระดับปริญญาโทและปริญญาเอก สํานักบรรณสารฯใช“คูมอการพิมพวิทยานิพนธของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร” เปนเกณฑ ื 2. นักศึกษาสงวิทยานิพนธใหสํานักบรรณสารฯ ตรวจ โดยผานคณะ/สํานัก/โครงการเลมที่สงไปตรวจตองเปนตนฉบับ ไมตองเย็บเลม ผานการสอบวิทยานิพนธ การตรวจเนื้อหา และภาษาจากอาจารยผูควบคุมวิทยานิพนธเรียบรอยแลว (คณะกรรมการยังไมลงนามในหนาอนุมัต) ิ 3. ระยะเวลาการตรวจรูปแบบวิทยานิพนธ ครั้งที่ 1 ไมเกิน 2 สัปดาห ครั้งที่ 2 ไมเกิน 1 สัปดาห (โดยสงทั้งฉบับแกไขและฉบับเกาที่มีการตรวจแกมาดวย) ครั้งที่ 3 ไมเกิน 1 สัปดาห (โดยสงทั้งฉบับแกไขและฉบับเกาที่มการตรวจแกมาดวย) ี 4. สํานักบรรณสารฯ ตรวจสอบเฉพาะรูปแบบและมาตรฐานทางบรรณานุกรมของวิทยานิพนธเทานั้น 5. เมื่อนักศึกษาแกไขวิทยานิพนธจนเสร็จสมบูรณแลว สํานักบรรณสารฯ จะออกหนังสือรับรองผลการตรวจรูปแบบ และสงคืนคณะ/สํานัก/โครงการ 6. นักศึกษารับวิทยานิพนธจากคณะ/สํานัก/โครงการ ไปทําสําเนา และเย็บเลมตามที่คณะ/สํานัก/โครงการกําหนด 7. คณะ/สํานัก/โครงการ จัดสงใหสํานักบรรณสารฯ 1 เลม พรอมแผนบันทึกขอมูล(Floppy Disk) หรือแผนซีดี (Compact Disc)
  • 107. รายชื่อคณะกรรมการตรวจรูปแบบวิทยานิพนธสํานักบรรณสารการพัฒนา1. อาจารยศิริพร สุวรรณะ2. นางสาวณัฎฐา รัตนกนกพร3. นางสาวปทมา หมัดนุรักษ4. นางพรทิพย โรจนพิทยากร5. นางภาวณา เขมะรัตน6. นางวนิดา โสตเนียม7. นางสาวศุภนิจ ศรีรักษ8. นางสายพิณ จีนโน