บทเรียนจากข้อตกลงเขตการค้าเสรีกับสหรัฐอเมริกา: เราสามารถสร้างการค้าที่เป็นธรรมและมีควา
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 

บทเรียนจากข้อตกลงเขตการค้าเสรีกับสหรัฐอเมริกา: เราสามารถสร้างการค้าที่เป็นธรรมและมีควา

on

  • 620 views

 

Statistics

Views

Total Views
620
Views on SlideShare
620
Embed Views
0

Actions

Likes
0
Downloads
4
Comments
0

0 Embeds 0

No embeds

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

    บทเรียนจากข้อตกลงเขตการค้าเสรีกับสหรัฐอเมริกา: เราสามารถสร้างการค้าที่เป็นธรรมและมีควา บทเรียนจากข้อตกลงเขตการค้าเสรีกับสหรัฐอเมริกา: เราสามารถสร้างการค้าที่เป็นธรรมและมีควา Document Transcript

    • บทเรียนจากข้อตกลงเขตการค้าเสรีกับสหรัฐอเมริกา: เราสามารถ สร้างการค้าที่เป็นธรรมและมีความเท่าเทียมได้อย่างไร? โดย เชิญ ไกรนรา กลุ่มงานยุทธศาสตร์เศรษฐกิจระหว่างประเทศ สานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 2549 -------------------------------------------- 1. ความเป็นมาของการเจรจาข้อตกลงเขตการค้าเสรีไทย-สหรัฐอเมริกา ประธานาธิบดีบุชและนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ได้ตกลงร่วมกันที่จะเจรจาเขตการค้าเสรีทวิภาคีเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2546 และเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2547 รัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้แจ้งต่อสภาคองเกรสว่ามีความตั้งใจที่จะเริ่มทาการ เจรจาโดยเริ่มจากช่วง 90 วัน เพื่อทาการหารือกับสภาคองเกรสและภาคเอกชนก่อนที่จะเริ่มทาการเจรจาจริง และเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2547 ทั้งสองฝ่ายได้ประกาศว่าการเจรจาจะเริ่มขึ้นในวันที่ 28 มิถุนายน 2547 1.1 เหตุผลในการทาข้อตกลงเขตการค้าเสรีของฝ่ายสหรัฐอเมริกา Robert Zoellick ผู้แทนการค้าสหรัฐ ได้นาเสนอผลประโยชน์ที่จะได้จากกลุ่มนโยบายที่มีศักยภาพด้านการค้า และการต่างประเทศที่จะได้รับจากข้อตกลง เขายังได้พาดพิงถึงประเด็นอ่อนไหวซึ่งต้องให้ความสนใจ เช่น การค้าที่เกี่ยวกับ ยานยนต์ การปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา แรงงานและมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังมีเหตุผลอื่นๆ ที่สาคัญดังนี้ 1) FTA จะให้ประโยชน์แก่ผู้ผลิตด้านการเกษตรของสหรัฐซึ่งได้เรียกร้องให้ภาครัฐเดินหน้าเจรจาต่อไป ตลอด ทั้งบริษัทเอกชนที่ส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมและบริการต่างๆ 2) สาหรับผู้ผลิตด้านการเกษตรโดยการยกเลิกหรือลดภาษีหรืออุปสรรคอื่นๆ ที่ตั้งไว้สูงของฝ่ายไทย FTA จะ สร้างโอกาสในการเพิ่มมูลค่าการส่งออกอย่างมีนัยสาคัญมายังประเทศไทย 3) ในปี 2546 ประเทศไทยเป็นตลาดใหญ่ลาดับที่ 16 สาหรับสินค้าเกษตรส่งออกจากสหรัฐ 4) FTA จะช่วยเพิ่มมูลค่าการส่งออกของสหรัฐของสินค้าและบริการต่างๆ โดยเฉพาะสาขา เทคโนโลยี สารสนเทศ บริการทางการเงิน เครื่องเสียง ยานยนต์ และเครื่องมือทางการแพทย์ 5) ในปี 2546 บริษัทเอกชนของสหรัฐได้ส่งออกสินค้ามายังไทยจานวน 232 ,000 ล้านบาท และบริการต่างๆ จานวน 44,000 ล้านบาท 6) การรักษาสิทธิประโยชน์ในการเข้าถึงสาหรับนักลงทุนสหรัฐในประเทศไทยเป็นลาดับความสาคัญสูงที่สุด สาหรับภาคธุรกิจของสหรัฐ เนืองจากไทยมีขนาดเศรษฐกิจที่ค่อนข้างเล็กเมื่อเปรียบเทียบกับสหรัฐ (ขนาด 1 ต่อ 100) ดังนั้น ข้อตกลงโดยตัวของมันเองจะมีส่งผลกระทบน้อยต่อเศรษฐกิจส่วนรวมของสหรัฐ 1.2 รูปแบบของการเจรจาข้อตกลงเขตการค้าเสรีของสหรัฐอเมริกา มีแนวทางปฏิบัติที่ได้ยึดถือในการเจรจา ดังนี้ 1) เพื่อให้แน่ใจว่าบริษัทเอกชนสหรัฐจะได้รับการปฏิบัติเป็นพิเศษเหมือนประชาชนของประเทศเจ้าบ้านและ คู่แข่งขันของเขาเอง 2) เพื่อจัดตั้งข้อจากัดที่ชัดเจนเกี่ยวกับกรณีการยึดกิจการของการลงทุนและเพื่อให้มั่นใจว่านักลงทุนสหรัฐ ได้รับการชดเชยอย่างเป็นธรรม
    • - 2 - 3) เพื่อให้มั่นใจว่าการโอนเงินทุนอย่างเป็นอิสระเพื่อนาเข้าและนาออกจากประเทศเจ้าบ้านโดยใช้อัตรา แลกเปลี่ยนตลาด 4) เพื่อจากัดความสามารถของรัฐบาลเจ้าบ้านในการที่ต้องการให้นักลงทุนสหรัฐรับการปฏิบัติที่ไม่มี ประสิทธิภาพและบิดเบือนทางการค้า 5) เพื่อให้มั่นใจว่าสิทธิของนักลงทุนสหรัฐในการยื่นข้อเสนอข้อขัดแย้งทางการลงทุนโดยใช้สนธิสัญญาของ รัฐบาลภาคีสมาชิกจนกระทั่งถึงการไกล่เกลี่ยระดับนานาชาติ 6) การให้สิทธิแก่นักลงทุนสหรัฐในการจ้างบุคลากรที่มีขีดความสามารถสูงสุดตามที่ต้องการโดยไม่เกี่ยวข้อง กับสัญชาติ 1.3 ประเด็นหลักของการเจรจาข้อตกลงเขตการค้าเสรี ครอบคลุมประเด็นที่สาคัญดังนี้ 1) กรอบการดาเนินงานภายใต้กฎหมาย ที่เป็นตัวกาหนดเกี่ยวกับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ เช่น กฎหมายภายในประเทศและกฎระเบียบต่างๆ กฎหมายระหว่างประเทศ แนวทางการปฏิบัติระหว่างประเทศ สนธิสัญญา ระหว่างประเทศทั้งระดับภูมิภาคและระดับพหุภาคี กฎระเบียบขององค์การการค้าโลกที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน ระบบพิเศษ เกี่ยวกับการเปิดเสรีทางการลงทุน และการเปิดเสรีทางการลงทุนแต่ฝ่ายเดียว และกรอบการดาเนินการของกฎหมายที่เป็น ตัวกาหนดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในระดับนานาชาติ เช่น กฎหมายระหว่างประเทศ บทบาทขององค์การการค้า โลก เช่น ข้อตกลงพหุภาคีการลงทุน ข้อตกลงทั่วไปเกี่ยวกับมาตรการด้านการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับการค้า (General Agreement on Trade related-investment measures-TRIMs) ข้อตกลงทั่วไปด้านการค้าเกี่ยวกับการบริการ (General Agreement on trade in services-GATs) ข้อตกลงทั่วไปด้านทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้องกับการค้า (General Agreement on Trade-related property rights-TRIPs) และการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค เช่น EU NAFTA ASEAN เป็นต้น 2) กรอบการดาเนินงานของสถาบัน 3) การจัดชั้นของเศรษฐกิจระหว่างประเทศ 4) หลักการของประเด็นด้านเศรษฐกิจและสังคม เกี่ยวกับผู้นิยมการเปิดเสรีสมัยใหม่หรือแนวคิด ร่วมสมัยสมัยใหม่ โดยมีประเด็นสาคัญเช่น ตลาดทั่วโลก บทบาทของตลาด การที่รัฐไม่เข้าแทรกแซง การไม่มีพรมแดน การ ไม่มีอุปสรรคทางการค้า นอกจากนี้ยังมีประเด็นบทบาทของรัฐและตลาด กลไกเพื่อสร้างความสมดุลของรัฐและตลาด และ กฎหมายเพื่อการแข่งขันและนโยบาย และกฎหมายต่อต้านการผูกขาด เป็นต้น 5) บูรณภาพเหนือดินแดนของรัฐ: บทบาทของรัฐและตลาด 6) สิ่งแวดล้อมและสภาพเศรษฐกิจแต่เพียงอย่างเดียว และ 7) รูปแบบทางกฎหมายที่เป็นธรรมสาหรับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ 2. ประสบการณ์ของประเทศอื่นๆ ทีได้บังคับใช้ตามข้อตกลงเขตการค้าเสรีกับสหรัฐอเมริกา กลุ่มประเทศที่สหรัฐอเมริกาได้ลงนามจัดทาความตกลงเขตการค้าเสรีแล้ว ได้แก่ ออสเตรเลีย บาห์เรน ชิลี อเมริกากลาง อิสราเอล จอร์แดน โมร็อคโค โอมาน ปานามา สิงคโปร์ และข้อตกลงเขตการค้าเสรีสหภาพศุลกากรอาฟริกาใต้ โดยมี ตัวอย่างประสบการณ์ด้านการค้าในบางประเทศภายหลังจากการลงนามข้อตกลงเขตการค้าเสรีแล้ว ได้แก่ 2.1 ประเทศเม็กซิโก ดาเนินความร่วมมือในลักษณะ North-South Integration กับสหรัฐ โดยการเปิดเสรี ด้านเศรษฐกิจที่สาคัญเช่น การเปิดตลาดทุน และการขจัดอุปสรรคทางการค้า ซึ่งส่วนใหญ่ดาเนินการในฝ่ายประเทศเม็กซิโก และพบว่าไม่ได้เก็บเกี่ยวจากการขยายตัวด้านบวกของผลประโยชน์จากการค้าระหว่างประเทศตามที่คาดหวังไว้ และการ เจรจากับประเทศมหาอานาจมีความยากและไม่มีความเป็นไปได้ที่จะบรรลุข้อตกลงที่จะเปิดโอกาสให้มีการจัดทาข้อตกลงที่ เอื้อให้มีการปฏิบัติต่อประเทศเม็กซิโกเป็นกรณีพิเศษสืบเนื่องจากความแตกต่างของระดับการพัฒนา ส่งผลให้ประเทศ เม็กซิโกและสังคมเม็กซิกันได้สูญเสียศักยภาพที่จะนาไปสู่การขยายตัวทางเศรษฐกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน
    • - 3 - 2.2 ประเทศในกลุ่มอเมริกากลางและสาธารณรัฐโดมินิกัน ( The US-Central America-Dominican Republic Free Trade Agreement-CAFTA) ซึ่งกลุ่มประเทศเหล่านี้เป็นตลาดส่งออกใหญ่เป็นลาดับที่ 14 ของสหรัฐ และ เป็นตลาดส่งออกลาดับที่ 2 ในลาตินอเมริกา หลังจากที่กลุ่มประเทศเหล่านี้ตัดภาษีนาเข้าสินค้าที่ค่อนข้างสูงสาหรับสินค้า นาเข้าจากสหรัฐ ทาให้สร้างความได้เปรียบต่อฝ่ายสหรัฐและทาให้สามารถลดการขาดดุลการค้า โดยคาดว่าเมื่อการลดภาษี ของ CAFTA เกิดผลในทางปฏิบัติจะทาให้สหรัฐส่งออกสินค้าเกษตรได้ประมาณ 60,000 ล้านบาท ต่อปี ในขณะที่กลุ่ม ประเทศ CAFTA ได้รับประโยชน์ในในรูปของโครงการสิทธิพิเศษด้านภาษี อย่างไรก็ตามการลดภาษีที่กลุ่มประเทศ CAFTA จะดาเนินการภายใต้ข้อตกลงจะมีผลกระทบที่น่ากลัวต่อผลการดาเนินงานด้านการค้าต่างประเทศและเศรษฐกิจ ภายในประเทศ หรือภาคเศรษฐกิจส่วนรวมของประเทศ 2.3 ประเทศชิลี การส่งออกของสหรัฐไปยังชิลีขยายตัวร้อยละ 33.5 ในปี 2547 ทาให้สหรัฐกลายเป็นคู่ค้าที่ สาคัญของชิลี 2.4 ประเทศสิงคโปร์ สหรัฐได้เปรียบดุลการค้าเพิ่มเป็น 3 เท่า หลังจากการทาข้อตกลง FTAs กับสหรัฐเป็น เวลา 1 ปี คิดเป็นมูลค่า 172,000 ล้านบาท 2.5 ประเทศออสเตรเลีย ภายในไตรมาสแรกตั้งแต่การทาข้อตกลง FTAs กับสหรัฐ มีผลในทางปฏิบัติ สหรัฐ มีอัตราการขยายตัวทางการค้าร้อยละ 31.7 คิดเป็นมูลค่า 85,200 ล้านบาท 3. การศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบของข้อตกลงเขตการค้าเสรีไทย-สหรัฐอเมริกา ที่สาคัญและข้อเสนอแนะ สามารถรวบรวมได้ดังนี้ 3.1 ผลกระทบต่อเศรษฐกิจส่วนรวมของไทย การศึกษาเรื่อง US Bilateralism in South East Asia: A Sectoral Analysis of Market Access Issues in the Proposed Thai-US (Bilateral) Free Trade Agreement โดย Smith Francis และ Murali Kallummal พบว่าไทยอาจได้รับส่วนต่าง ด้านสิทธิพิเศษทางภาษีภายใต้ FTA ไทยกับสหรัฐ เพียงเล็กน้อย และในปัจจุบันภาษีนาเข้าของของสาขาทีสาคัญของไทยก็ ต่าอยู่แล้ว ตลอดทั้งในหลายสาขาที่มีศักยภาพของไทยก็มีปัญหาที่เกี่ยวข้องมากมายในการที่จะขยายสัดส่วนการส่งออกของ ไทย และสาขาที่ไทยอาจได้รับส่วนต่างของสิทธิพิเศษเพียงเล็กน้อยก็มีช่องว่างของสัดส่วนทางการตลาดในปัจจุบันค่อนข้าง กว้างเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งขันอื่นๆ เช่น จีน (MFN สูงกว่าไทย) และในบางกรณีของเม็กซิโก (ซึ่งมีอัตราภาษีเป็นศูนย์) ทาให้ส่วนต่างสิทธิพิเศษที่ได้รับเพียงเล็กน้อยไม่อาจส่งผลให้เกิดผลต่อการปรับปรุงสัดส่วนการตลาดของไทย ผลที่ได้จากการขยายตลาดจะก่อให้เกิดแก่บริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ของสหรัฐที่มีโรงงานประกอบกิจการเพื่อการส่งออกเป็น หลักในสาขาที่เกี่ยวข้อง โดยไทยอาจไม่ได้รับสิทธิพิเศษในบางสาขาซึ่งขณะนี้อยู่ในกลุ่มที่มีการขยายตัวของการส่งออกสูง ที่สุดระหว่างปี 2542-2548 เนื่องจากสหรัฐ ได้ปรับยุทธศาสตร์ใหม่เพื่อลดสิทธิพิเศษทางภาษี ดังนั้นสิทธิประโยชน์ด้านการ ส่งออกของ FTA ระหว่างไทยกับสหรัฐ จะมีอายุสั้นภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน เนื่องจากภาวการณ์แข่งขันต่างๆ ที่ไทยกาลัง เผชิญอยู่ในตลาดสหรัฐ เพราะในความเป็นจริงสหรัฐ ก็ได้มีการเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ ของไทย เช่น มาเลเซีย และ เกาหลีใต้ และประเทศคู่แข่งขันไปพร้อมๆ กัน นอกจากนี้การใช้มาตรการที่มิใช่ภาษี เช่น ข้อจากัดด้านเทคนิคทางการค้า (Technical Barrier to Trade: TBTs) และ มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (Sanitary and Phyto-Sanitary (SPSs) Measures โดยสหรัฐในบางสาขาที่อยู่ในความสนใจนอกจากจะเป็นอุปสรรคในการเข้าถึงตลาดของไทยแล้วยังสามารถ นาไปสู่การเพิ่มขึ้นของการนาเข้าเทคโนโลยีและสินค้าทุน ซึ่งจากการวิเคราะห์จีนเป็นประเทศคู่แข่งขันที่ใหญ่ที่สุดที่ไทย จะต้องเผชิญในหลายสาขาในตลาดสหรัฐ ซึ่งจีนสามารถทาได้ดีกว่าไทยโดยการตัดค่าแรงงานให้ถูกกว่า
    • - 4 - 3.2 ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แบ่งออกเป็น 2 ด้านหลักคือ 1) ผลกระทบของบริการต่างๆ และการเปิดเสรีด้านการค้าต่อสิ่งแวดล้อม ได้แก่ การท่องเที่ยว การ ขนส่งสินค้าทางบก (ระหว่างเมือง) และบริการด้านสิ่งแวดล้อม เช่น บริการด้านการจัดการสิ่งปฏิกูล บริการการกาจัดขยะ บริการด้านสุขอนามัยและบริการที่คล้ายคลึงกัน การทาความสะอาดไอเสียของก๊าซต่างๆ บริการกาจัดเสียงต่างๆ บริการ ต่างๆ เกี่ยวกับการปกป้องสิ่งแวดล้อมและภูมิทัศน์ การปรับปรุงกฎหมาย การตระหนักถึงผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่สาคัญ การ เชื่อมโยงไปยังสินค้า โดยเน้นผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการจัดหาและบริโภคสินค้าที่เกี่ยวข้อง 2) ผลกระทบของทรัพย์สินทางปัญญาต่อสิ่งแวดล้อม ข้อตกลงองค์การการค้าโลกเกี่ยวกับข้อตกลงทั่วไป ด้านทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้องกับการค้า (General Agreement on Trade-related property rights-TRIPs) ได้กาหนด มาตรฐานระหว่างประเทศขั้นต่าเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาและกฎหมายในประเทศเพื่อดาเนินการให้สอดคล้องกับ มาตรฐานเหล่านี้ ในปัจจุบันได้มีการเพิ่มขึ้นของการใช้มาตรฐานทรัพย์สินทางปัญญาที่สูงขึ้นภายใต้ TRIPs ซึ่งไม่เหมาะสม สาหรับประเทศกาลังพัฒนา TRIPs ประกอบด้วยการยกเว้นที่สาคัญ ข้อยกเว้นต่างๆ และข้อจากัดต่างๆ เรียกว่า ความ ยืดหยุ่น (Flexibilities) และ FTA ต่างๆ ได้พยายามลดหรือยกเลิกความยืดหยุ่นเหล่านี้และแม้กระทั่งเพิ่มเงื่อนไขต่างๆ ที่ไม่ อยู่ภายใต้ TRIPs เรียกว่า TRIPs Plus ซึ่งมีความโน้มเอียงที่เอื้อประโยชน์ให้แก่เจ้าของทรัพย์สินทางปัญญา ในขณะเดียวกัน ก็ขาดความสมดุลกับผู้ใช้และความต้องการพัฒนาของแต่ละประเทศ อย่างไรก็ตามสหรัฐได้กาหนดข้อตกลง TRIPs Plus ใน ทุก FTA ที่ทากับประเทศอื่นๆ ทาให้เกิดระบบที่ผิดปกติขึ้น ( EU และ ญี่ปุ่นก็ใช้ TRIPs Plus ด้วย) (1) ข้อแตกต่างระหว่าง TRIPs และ TRIPs Plus ด้านสิ่งแวดล้อม TRIPs มีนัยสาคัญเกี่ยวกับความหลายหลายทางชีวภาพ โดยให้สามารถออกสิทธิบัตรได้ในประเด็นที่ เกี่ยวกับ micro-organism non-biological and micro-biological processes และยกเว้นการออกสิทธิบัตร เกี่ยวกับ สัตว์ พืช ที่เกี่ยวกับกระบวนการทางชีววิทยาสาหรับการผลิตพืชและสัตว์ (เกิดตามธรรมชาติ) และการวินิจฉัย วิธีการรักษาและการผ่าตัดสาหรับการรักษามนุษย์ และสัตว์ (สาหรับเหตุผลด้าน สาธารณสุข) ภายใต้ข้อตกลงนี้สามารถทาให้เกิดการปล้นทางชีว (Biopiracy) TRIPs Plus นอกจากที่กล่าวมาแล้ว สหรัฐมีการกาหนดมาตรฐานทรัพย์สินทางปัญญาที่มีมาตรฐานสูง กว่าในประเทศกาลังพัฒนา และขอให้ประเทศกาลังพัฒนาให้จัดทาระบบที่เข้มงวดขึ้นและเปิดกว้างมาก ขึ้นเพื่อให้เป็นสมาชิกของสนธิสัญญาต่างๆ ที่มีประโยชน์เพียงเล็กน้อยหรือไม่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ เหล่านั้น ในกรณีของไทย สหรัฐได้กาหนดขอให้เป็นสมาชิกเพิ่มขึ้นจานวน 10 สนธิสัญญาในข้อเสนอที่ เป็นเอกสาร ครอบคลุมทางด้าน ความหลากหลายของพืช micro-organism ซอฟแวร์ ช่องสัญญาณการ ออกอากาศ เครื่องหมายการค้า ฟิล์ม เพลง การจดทะเบียนสิทธิบัตร เป็นต้น (2) ข้อควรตระหนักในการเจรจา ข้อเสนอ TRIPs Plus มีผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ความรู้แต่โบราณเกี่ยวกับความ หลากหลายทางชีวภาพซึ่งอาจนาไปสู่ปัญหาความมั่นคงทางอาหารและเกี่ยวกับการจัดการสิ่งแวดล้อม โดยรวม ข้อเสนอ TRIPs Plusมีผลกระทบต่องบประมาณการพัฒนาของประเทศกาลังพัฒนาในแง่เกี่ยวกับการ จ่ายค่า Royalties สาหรับการใช้เทคโนโลยีและการจัดหาโครงสร้างพื้นฐานให้สอดคล้องกับข้อตกลง
    • - 5 - ข้อเสนอด้านทรัพย์สินทางปัญญาสามารถพบได้ไม่เพียงแต่ในบท IPR ของ FTAs แต่ยังพบได้ในการ ลงทุน บริการต่างๆ บทนา side letters ภาคผนวก และ บทการจัดการข้อพิพาท ดังนั้นจึงควรศึกษาอย่าง รอบคอบ ประเทศกาลังพัฒนาควรพิจารณาให้รอบคอบว่าจะรวมประเด็นทรัพย์สินทางปัญญาเป็นรายการไว้ใน FTAs หรือไม่ เนื่องจากมีการกาหนดกฏและระเบียบต่างๆที่เข้มงวดไว้ใน WTO และ WIPO แล้ว 3.3 ผลกระทบต่อสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาประเด็นเกี่ยวกับการบริโภคยา สหรัฐอเมริกามักกาหนดข้อเสนอ TRIPs Plus ไว้ใน FTAs ซึ่งข้อเสนอบางข้อใน TRIPs Plus ยังไปไกลกว่ากฎหมายของ สหรัฐเองด้วยซ้า โดยหากไทยรับข้อเสนอดังกล่าวจะส่งผลกระทบดังนี้  บทบัญญัติห้ามการขึ้นทะเบียนยาชื่อสามัญในช่วงเวลาหนึ่งหลังจากยาต้นตารับสู่ตลาด (Data exclusivity) ซึ่ง ก่อให้เกิดอุปสรรคตัวใหม่เกี่ยวกับข้อมูลทดลองยา ซึ่งทาให้การขึ้นทะเบียนตารับยาชื่อสามัญที่ราคาถูกออกสู่ตลาด ล่าช้าออกไป  กฎเกณฑ์ซึ่งทาให้หน่วยงานควบคุมยาในประเทศเปลี่ยนเป็น “ผู้บังคับใช้” สิทธิบัตรด้านยา ซึ่งก่อให้เกิดอุปสรรค เพิ่มเติม และทาให้การอนุมัติยาชื่อสามัญราคาถูกออกสู่ตลาดล่าช้าออกไป  การขยายช่วงอายุของสิทธิบัตร ซึ่งยิ่งทาให้เกิดความล่าช้าในการแข่งขันของยาชื่อสามัญที่จะออกสู่ตลาด  มาตรการที่อนุญาตให้นาสารต่างๆ ทีเป็นที่รู้จักกันแล้วมาจดสิทธิบัตรใหม่ได้อีกสาหรับ “การใช้ใหม่”  ข้อห้ามต่างๆ ซึ่งจากัดความสามารถของประเทศในการใช้ “มาตรการบังคับสิทธิ” เพื่อเป็นเครื่องมือทางกฎหมาย ในการรับรองการได้บริโภคราคาถูกตามความเหมาะสมและจาเป็น ข้อเสนอแนะในการเจรจา  ประเทศไทยควรพยายามสงวนไว้ซึ่งสิทธิอันเป็นอธิปไตยของชาติไทยในการใช้อย่างเต็มที่ซึ่งความยืดหยุ่นทั้งปวง ที่มีอยู่ในข้อตกลงว่าด้วยสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา (ข้อตกลง TRIPs) ซึ่งยืนยันโดยปฏิญญาโดฮาว่าด้วยข้อตกลง TRIPs และการสาธารณสุข เพื่อคุ้มครองสุขภาพของสาธารณชน และความอยู่ดีมีสุขของประชาชน ในประเด็นนี้ ประเทศไทยควรทบทวน และเพิ่มความแข็งแกร่งแก่ระบบกฎหมายที่มีใช่อยู่ในประเด็นดังต่อไปนี้ เพื่อให้มั่นใจว่า ประชาชนทุกคนมีโอกาสได้บริโภคยาดังกล่าว o ใบอนุญาตการบังคับการใช้สิทธิและการใช้สิทธิโดยรัฐบาล o การนาเข้าซ้อน o ข้อยกเว้นต่างๆ ในสิทธิผูกขาดทางสิทธิบัตร o เงื่อนไขสิ่งประดิษฐ์ที่ให้สิทธิบัตร (นิยามของสิ่งประดิษฐ์ เป็นต้น) o บทบัญญัติการคุ้มครองข้อมูลซึ่งยืดหยุ่นได้ o นโยบายด้านการแข่งขัน o การป้องกันการนาบทบัญญัติไม่ใช้ความรุนแรงเข้ามาไว้ในกฎหมายของชาติ  ประเทศไทยควรพิจารณาออกใบอนุญาตบังคับใช้สิทธิกับตัวยาต้านไวรัสเอดส์สูตรสอง ตามความเหมาะสมและ ตามความจาเป็นของภาคสาธารณสุข เพื่อให้สามารถจัดหายารักษาโรคเอดส์ในราคาที่ซื้อได้ให้แก่ผู้ป่วยที่อาจกาลัง ดื้อยาสูตรหนึ่งซึ่งหาได้ในราคาที่ซื้อได้ในประเทศไทยอยู่แล้ว  ประเทศไทยต้องไม่ยอมรับข้อกาหนด TRIPs Plus ที่อาจเสนอเข้ามาในบริบทของข้อตกลงเขตการค้าเสรีระดับ ภูมิภาคหรือระดับทวิภาคี (FTAs) เนื่องจากเนื้อหาการเจรจาข้อตกลงเขตการค้าเสรีไม่ใช่รูปแบบตายตัว ประเทศ ไทยควรพิจารณาริเริ่มเสนอเนื้อหาการเจรจาของตนเองที่จะคุ้มครองสิทธิของประเทศไทย ในการใช้ความยืดหยุ่น ของข้อตกลง TRIPs ตามข้อตกลงองค์การการค้าโลก ข้อเสนอของไทยอาจรวมข้อกาหนดทั่วไปในการคุ้มครอง สุขภาพไว้ในเนื้อหาการเจรจาด้วย
    • - 6 -  ประเทศไทยจาเป็นต้องพยายามทุกวิถีทางเพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการเจรจานั้นโปร่งใส  ประเทศไทยควรอาศัยผลการศึกษาต่างๆ เพื่อประเมินผลกระทบของการใช้บทบัญญัติของข้อตกลง TRIPs Plus ในเรื่องความมั่นคงทางการเงิน และความยั่งยืนของโครงการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือ “30 บาท รักษาทุกโรค” ซึ่งเป็นที่นิยมยิ่ง จาเป็นต้องมีการวิจัยมากขึ้นอีกในเรื่องต้นทุนทางสังคม และเศรษฐกิจของ บทบัญญัติ TRIPs Plus ในข้อตกลงเขตการค้าเสรี และการเพิ่มมาตรฐานการคุ้มครอง สิทธิทรัพย์สินทางปัญญา ด้วย โดยต้องให้ประชาชนได้รับรู้ผลการศึกษาดังกล่าว และสื่ออย่างมีประสิทธิภาพให้ถึงผู้วางนโยบาย สมาชิก รัฐสภา และสาธารณชนทั่วไป การศึกษายังต้องครอบคลุมประเด็นต่อไปนี้ แต่ไม่จากัดอยู่เพียงเท่านี้ o นัยทางการเงินของราคายาที่สูงขึ้น อันเนื่องมาจากการคุ้มครองสิทธิบัตรที่เข้มงวดเพื่อให้โครงการ “30 บาทรักษา ทุกโรค” เติบโตและอยู่ได้อย่างยั่งยืน o ต้นทุนที่ใช้ในการค่อยๆ เปลี่ยนผู้ป่วยที่ต้องรับการรักษา ไปเป็นการรักษาโรคเอดส์ในสูตรสองตามที่องค์การ อนามัยโลกเสนอแนะไว้ เนื่องจากผู้ป่วยดื้อยาสูตรหนึ่ง ทั้งที่ใช้และไม่ใช้แนวทางข้อตกลง TRIPs Plus  ประเทศไทยควรทาการสารวจและตรวจสอบว่าพันธะหน้าที่ในบทอื่นๆ ของ FTAs ที่จะเกิดขึ้นไม่ทาลาย วัตถุประสงค์และนโยบายด้านสาธารณสุขของประเทศ รวมทั้งพันธะในการลงทุน การให้บริการต่างๆ การจัดหายา ของรัฐบาล และการยุติข้อพิพาท 4. ข้อเสนอแนะจากที่ประชุมเชิงปฏิบัติการ 4.1 ยังไม่มีความชัดเจนว่าการทาข้อตกลงเขตการค้าเสรีกับสหรัฐอเมริกาจะทาให้เกิดการขยายมูลค่าการค้าซึ่ง ประเทศที่ได้ลงนามข้อตกลงไปแล้ว เช่น เม็กซิโก และชิลี ต่างก็เป็นฝ่ายขาดดุลและสูญเสียตลาดให้แก่สหรัฐอเมริกา และ สวัสดิการของสังคมก็ไม่ได้ดีขึ้น ในขณะที่ประเทศที่ไม่ได้ลงนามข้อตกลงเขตการค้าเสรี เช่น จีน และอินเดีย ต่างก็มีอัตราการ ขยายตัวทางการค้ากับสหรัฐอเมริกา 4.2 มี 3 ประเด็นหลักที่ควรให้ความสาคัญเป็นอย่างยิ่งคือ การบังคับใช้ การควบคุมเงินทุน และกลไกจัดการข้อ พิพาท 4.3 ข้อตกลงเขตการค้าเสรีส่วนใหญ่จะเอื้อผลประโยชน์ให้แก่บริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่จากสหรัฐอเมริกา 4.4 ขอให้มีการจัดทาประชาพิจารณ์การจัดทาข้อตกลงเขตการค้าเสรีอย่างโปร่งใสและให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้มีส่วน ร่วมอย่างกว้างขวางในการร่วมคิดร่วมทา 4.5 การมีบาทที่ลดลงของนโยบายภาครัฐควรให้มีการคานวณรวมเป็นต้นทุนทางสังคม 4.6 การทาข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาจกลับไปสู่ระบบการล่าอาณานิคมอีกครั้งหรือไม่ 5. ข้อคิดเห็นของผู้เขียน 5.1 หากการเจรจาเพื่อจัดทาข้อตกลงเขตการค้าเสรีไทย-สหรัฐอเมริกาดาเนินต่อไป เห็นควรให้มีการศึกษาแนว ทางการเจรจาอย่างรอบคอบ ค่อยเป็นค่อยไป ตลอดทั้งกาหนดภาคธุรกิจหรือสาขาธุรกิจที่เป็นจุดแข็งของไทยเพื่อการทะลุ ทะลวงหรือขยายตลาดให้กว้างขวางมากขึ้น ในขณะเดียวกันเห็นควรศึกษาภาคธุรกิจหรือสาขาธุรกิจที่เป็นจุดอ่อนของไทยที่ มีขีดความสามารถในการแข่งขันต่าเพื่อการเตรียมการหามาตรการปกป้องให้มากที่สุดเท่าที่จะทาได้ 5.2 ศึกษาความเหมือนและความแตกต่างในด้านเนื้อหาของข้อตกลงที่สหรัฐอเมริกาได้ตกลงกับประเทศอื่นๆ เพื่อที่ ประเทศไทยจะได้ใช้เป็นบทเรียนเพื่อการศึกษาเป็นแนวทางการเจรจา 5.3 เห็นควรให้ยึดข้อตกลงขององค์การการค้าโลกรอบโดฮา เป็นมาตรฐานในการเจรจาเนื่องจากจะส่งเสริมการปฏิบัติ ต่อกันที่เน้นการเคารพซึ่งกันและกันและเน้นการสร้างความความเท่าเทียมกันซึ่งประเทศกาลังพัฒนาอย่างประเทศไทย สามารถปฏิบัติได้ และไทยอาจปฏิเสธข้อเสนอที่ใช้มาตรฐานการเจรจาสูงกว่านี้เนื่องจากอาจเป็นภาระที่มากเกินไป ปฏิบัติได้
    • - 7 - ยาก และอาจต้องมีการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมอีกเป็นจานวนมากในขณะที่งบประมาณเพื่อการพัฒนาประเทศมี จากัด 5.4 เห็นควรให้มีการกาหนดระยะเวลาของการบังคับใช้ข้อตกลงเขตการค้าเสรีไทย-สหรัฐอเมริกาที่ชัดเจน และเสนอ ให้มีการเจรจาใหม่เมื่อข้อตกลงเดิมสิ้นสุดอายุลง โดยควรมีการศึกษาผลกระทบ ผลได้ ผลเสีย ที่ครอบคลุมทุกด้านอย่าง รอบคอบรอบเป็นฐานข้อมูลก่อนการดาเนินการเจรจาเขตการค้าเสรีรอบใหม่ --------------------------------------