โลกาภิวัฒน์และภูมิปัญญาท้องถิ่น

5,296 views

Published on

Published in: Education
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
5,296
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
2
Actions
Shares
0
Downloads
56
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

โลกาภิวัฒน์และภูมิปัญญาท้องถิ่น

  1. 1. การบรรยายพิเศษในหลักสูตรปรัชญาดุษฏีบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย โดย ดร.สุวิทย คุณกิตติ รายวิชาทฤษฏีความรูโลกาภิวัตนและภูมิปญญาทองถิ่น วันที่ 17 มิถุนายน 2549 เวลา 09.00-16.00 น. หัวขอเรื่อง บริบทในดานตางๆ เชน เศรษฐกิจ การเมือง วัฒนธรรม และวิทยาศาสตรที่ เกี่ยวของกับสถานะของความรูและการพัฒนาภูมิภาค  **********************************************1. ความเปนมาของโลกาภิวัตน (Globalization)1.1 ความหมายของโลกาภิวัตนโลกาภิวัตน (Globalization) หมายถึงปรากฏการณของโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงทางดานเทคโนโลยี เศรษฐกิจและวัฒนธรรม ซึ่งนําพาโดยการขยายของสิ่งอํานวยความสะดวกดานการขนสงและการสื่อสาร และการพึ่งพาระหวางกันระหวางวัฒนธรรมที่โดยปกติแลวคอนขางหางไกลกัน การเพิ่มขึ้นอยางรวดเร็วของการคาระหวางประเทศและการเงินไดเปนเครืองมือใหมีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไดลึกซึ้งมากขึ้น สงผลใหมีการเพิ่มผลกระทบ ่ของประเด็นระดับโลกไปยังระดับทองถิ่นนอกจากนี้องคกรระหวางประเทศก็ไดใหนิยามของโลกาภิวัตน ไวดังนี้ • กองทุนการเงินระหวางประเทศ (International Monetary Fund: IMF) ไดใหความหมายวาโลกาภิวัตน คือ การขยายตัวของการพึ่งพาทางเศรษฐกิจของประเทศตางๆ ทั่วโลกโดยการการเพิ่มขึ้นของปริมาณและ ความหลากหลายของธุรกรรมขามพรมแดนที่เปนสินคา และบริการ การเคลื่อนยายทุนระหวางประเทศที่ รวดเสรีมากขึ้น และการกระจายตัวอยางกวางขวางและรวดเร็วของเทคโนโลยี • ธนาคารโลก (World Bank) ไดใหความหมายวาโลกาภิวัตน คือ เสรีภาพและความสามารถของบุคคล ตางๆและบริษัทตาง ในการริเริ่มประกอบธุรกิจแบบสมัครใจกับประชาชนผูอยูอาศัยในประเทศอื่นๆประเด็นของการเรียกชื่อของผูนิยมโลกาภิวัตน (Globalism) มีคอนขางหลากหลายแนวคิด ซึ่งไดมีการเนนย้ําภาพมุมมองระดับโลก โดยในมุมองของนักกิจกรรม ทั้งโลกาภิวัตน และผูนิยมโลกาภิวัตนมีความหมายคูกัน ขึ้นอยูกับการใช หรืออยางใดอยางหนึ่ง คือ • อางถึงภาพดานบวกและปรัชญาระดับโลกที่นําไปสูความหลากหลายทางวัฒนธรรม และการแลกเปลี่ยน ระหวางวัฒนธรรม และการนับถือวัฒนธรรมทองถิ่น • ในทํานองเดียวกันอาจเกี่ยวกับนโยบายการขยายเศรษฐกิจของประเทศหรืออาณานิคมทางวัฒนธรรม ซึ่ง จะคุกคามตอวัฒนธรรมทองถิ่น โดยแงมุมของการเสรีของการพึ่งพาทั่วโลกจะถูกชี้นํา ควบคุม จํากัด หรือ ในอีกทางหนึ่งคือการกําหนดรูปราง โดยถูกขับเคลื่อนโดยความสนใจของการทํากําไรของบริษัทขามชาติดร.สุวิทย คุณกิตติ 1 of 19
  2. 2. สําหรับแงมุมเฉพาะดานเศรษฐกิจ สวนมากมักจะอางถึงผลกระทบจากการคาโดยเฉพาะการเปดเสรีทางการคา(หรือในทางที่กําลังถกเถียงคือ “การคาเสรี”) หากมองอยางรวมๆ โลกาภิวัตน อางถึงการบูรณาการทั้งหมดและสงผลใหมีการเพิ่มขึ้นของการพึ่งพาระหวางผูเ ลนในเวทีโลก เชน ทางดานการเมือง ทางดานเศรษฐกิจ หรือ อื่นๆ1.2 ความเปนมาการผอนคลายกฎระเบียบ (Liberalization) หมายถึงการผสมผสานกันของทฤษฏีทางเศรษฐศาสตรแบบเสรีกับการลดอุปสรรคสําหรับการเคลื่อนยายของสินคา ซึ่งนําไปสูความเชี่ยวชาญของแตละประเทศในการสงออก และเปนตัวกดดันเพื่อใหยกเลิกการปกปองทางภาษีและอุปสรรคอื่นๆ ทางการคา ระยะเวลาของมาตรฐานทองคําและการผอนคลายกฎระเบียบในชวงคริสศตวรรษที่ 19 มักเรียกวา “ชวงแรกของโลกาภิวัตน” จากชวงการขยายอาณานิคมทางเรือของอังกฤษและการแลกเปลี่ยนของสินคาที่ผูกกับเงินตราสกุลตางๆ ชวงนี้มีการขยายตัวพรอมกับการเปนอุตสาหกรรม พื้นฐานทางทฤษฏีมาจากงานของ David Ricardo เกี่ยวกับความไดเปรียบเชิงเปรียบเทียบและไดพูดถึงดุลยภาพทั่วไป ในใจความสําคัญไดใหความคิดเห็นวา ชาติตางๆ จะคาขายกันอยางมีประสิทธิผล และปญหาชั่วคราวเกี่ยวกับการจัดหาและความตองการจะแกไขตัวเองโดยอัตโนมัติ สถาบันที่ดูแลมาตรฐานทองคําไดถูกนํามาใชในประเทศอุตสาหกรรมหลักๆ ระหวางประมาณป พ.ศ. 2393 และ พ.ศ. 2423 แมวาเวลาที่แนนอนที่ประเทศตางๆ ไดใชมาตรฐานทองคํายังมีการถกเถียงอยูชวงแรกของโลกาภิวัตน มีการพูดกันวาไดหยุดลงหลายชวงเริ่มตั้งแตสงครามโลกครั้งที่ 1 และตอมาไดลมสลายเนื่องจากวิกฤตการณมาตรฐานทองคําในปลายป พ.ศ. 2463 และตนป พ.ศ. 2473 ประเทศซึ่งไดเกี่ยวของในชวงแรกของโลกาภิวัตนประกอบดวย สมาชิกหลักของสหภาพยุโรป ประเทศรอบนอกสหภาพยุโรปบางประเทศและประเทศในยุโรปที่มีสาขาในทวีปเมริกาและโอเชเนียมีความมั่งคั่งมากขึ้น ความเหลื่อมล้ําระหวางประเทศลดลง เมื่อสินคา ทุน และแรงงาน มีการเคลื่อนยายอยางเสรีระหวางประเทศโลกาภิวัตนในชวงตั้งแตสงครามโลกครั้งที่ 2 ไดรับการขับเคลื่อนโดยรอบเจรจาการคาในเบื้องตนอยูภายใตการริเริ่มของกรอบความตกลงทั่วไปวาดวยภาษีและการคา ( General Agreement on Tariff and Trade: GATT) ซึ่งไดนําไปสูการทําขอตกลงหลายฉบับเพื่อปรับลดขอจํากัดเกี่ยวกับการ”คาเสรี” การเจรจารอบอุรุกวัยนําไปสูการจัดทําขอตกลงเพื่อการจัดตั้งองคการการคาโลก (World Trade Organization: WTO) เพื่อเปนตัวกลางในการไกลเกลี่ยการพิพาททางการคา นอกจากนี้ยังมีการลงนามความรวมมือทางการคาทวิภาคีอื่นๆ ประกอบดวย สวนตางๆ ของสนธิสัญญา Europe’s Maastricht และขอตกลงเขตการคาเสรีอเมริกาเหนือ (North American FreeTrade Agreement: NAFTA) โดยมีเปาหมายเพื่อลดภาษีและอุปสรรคทางการคาดร.สุวิทย คุณกิตติ 2 of 19
  3. 3. 2. ลักษณะเฉพาะของโลกาภิวัตนโลกาภิวัตนสามารถจําแนกดวยแนวโนมตางๆ ซึ่งสวนมากพัฒนาตั้งแตชวงสงครามโลกครั้งที่ 2 อันประกอบดวยการเพิ่มขึ้นของการของเคลื่อนยายระหวางประเทศของสินคา เงิน ขอมูล และคน และการพัฒนาของเทคโนโลยีองคกร ระบบกฎหมาย และโครงสรางพื้นฐานเพื่ออํานวยความสะดวกการเคลื่อนยายนี้ โดยตัวอยางของลักษณะเฉพาะของโลกาภิวัตนที่มีอยูในปจจุบันที่มีการกลาวถึงไดแก2.1 ดานเศรษฐกิจ • การเพิ่มขึ้นของการคาระหวางประเทศในอัตราที่รวดเร็วกวาอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลก • การเพิ่มขึ้นของการเคลื่อนยายเงินทุนระหวางประเทศประกอบดวยการลงทุนโดยตรงระหวางประเทศ • การเสื่อมถอยของบูรณภาพของชาติและพรมแดนของชาติจากขอตกลงระหวางประเทศนําไปสูการจัดตั้ง องคการตาง เชน องคการการคาโลก (WTO) และ OPEC • การพัฒนาของระบบการเงินของโลก • การเพิ่มขึ้นของสัดสวนของเศรษฐกิจโลกที่ควบคุมโดยบริษัทขามชาติ • การเพิ่มบทบาทขององคกรระหวางประเทศ เชน WTO WIPO IMF ซึ่งดําเนินงานเกี่ยวกับธุรกรรมระหวาง ประเทศ • การเพิ่มขึ้นของการปฏิบัติทางเศรษฐกิจ เชน outsourcing โดยธุรกิจบริษัทขามชาติ2.2 ดานวัฒนธรรม • การเพิ่มขึ้นของการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหวางประเทศ • การกระจายตัวของวัฒนธรรมที่หลากหลาย และการเขาถึงวัฒนธรรมที่หลากหลายสวนบุคคล เชน โดย การสงออกของภาพยนตร Hollywood และ Bollywood อยางไรก็ตามการนําเขาวัฒนธรรมสามารถเขา ทดแทนวัฒนธรรมทองถิ่น สงผลใหลดความหลากหลายและทําใหเกิดการวัฒนธรรมผสม (Hybridization) หรือบางทีถึงขั้นการกลืนวัฒนธรรม (Assimilation) ซึ่งตัวอยางที่เห็นไดชัดคือการทําให เปนวัฒนธรรมตะวันตก (Westernization) • การเพิ่มขึ้นของการเดินทางระหวางประเทศและการทองเที่ยว • การเพิ่มขึ้นของการเขาเมืองรวมทั้งการเขาเมืองผิดกฎหมาย • การกระจายตัวของอาหารทองถิ่น เชน พิซซา และอาหารอินเดีย ในหลายประเทศ (สวนมากจะปรับปรุง รสชาติใหสอดคลองกับทองถิ่น)ดร.สุวิทย คุณกิตติ 3 of 19
  4. 4. 2.3 ดานเทคโนโลยี • การพัฒนาของโครงสรางพื้นฐานดานโทรคมนาคมของโลกและการเพิ่มขึ้นของการเคลื่อนยายของขอมูล ขามพรมแดน การใหเทคโนโลยี เชน อินเตอรเนท ดาวเทียมสื่อสาร และโทรศัพท2.4 ดานกฎหมาย • การเพิ่มขึ้นของจํานวนมาตรฐานตางๆ ที่ถูกนําไปใชทั่วโลก เชน กฎหมายสิขสิทธิ์ และสิทธิบัตร • การผลักดันโดยผูสนับสนุนตางๆเพื่อการจัดตั้งศาลอาชญากรรมระหวางประเทศและการเลื่อนไหวเพื่อ ความยุติธรรมระหวางประเทศ • บางทานก็ไดใหความคิดเห็นวาแมแตการกอการรายก็ไดเปลี่ยนแปลงตามโลกาภิวัตนโดยการโจมตี ประเทศตางๆ ที่ไมไดกอใหเกิดความสัมพันธโดยตรงกับประเทศของตนเอง2.5 ผลของการเจรจาการคาระหวางประเทศ อุปสรรคตางๆ ตอการคาระหวางประเทศไดคอยๆลดลง ตั้งแตสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยขอตกลงระหวางประเทศตางๆ ไดแก GATT ผลของการดําเนินงานภายใต GATT และ WTO ประกอบดวย • การสงเสริมการคาเสรี Ø ของสินคา v การลดหรือการขจัดภาษี การสรางเขตการคาเสรีขนาดเล็กหรือไมมีภาษี v การลดตนทุนดานการขนสง โดยเฉพาะการพัฒนาการใชตูคอนเทนเนอรขนสงสินคา สําหรับการขนสงทางทะเล Ø ของทุน: การลดหรือขจัดการควบคุมทุน Ø การลด การขจัด หรือการทําใหมีความคลายคลึงกันของการอุดหนุนสําหรับธุรกิจทองถิ่น • ขอจํากัดตางๆ ของทรัพยสินทางปญญา Ø การทําใหมีความคลายคลึงกันของกฎหมายทรัพยสินทางปญญาครอบคลุมทุกประเทศ (ทั่วๆ ไป คือการทําใหมีขอจํากัดมากขึ้น) Ø การใหการยอมรับขามประเทศของขอจํากัดตางๆ ของทรัพยสินทางปญญา ( เชน สิทธิบัตร ที ออกโดยประเทศจีน จะไดรับการรับรองในประเทศสหรัฐอเมริกา)2.6 การตอตานโลกาภิวัตนหลายแงมุมของโลกาภิวัตนถูกมองวาเปนอันตรายโดยนักกิจกรรมที่สนใจผลประโยชนสาธารณะและผูซึ่งชาตินิยมอยางเขมแข็งโดยปกติมักเรียกวาเปนกลุมนักเคลื่อนไหวเพื่อความยุติธรรมแหงโลก ซึ่งการตอตานโลกาภิวัตนมีหลากหลายชนิด โดยทั่วไปนักวิจารณมองวาผลของโลกาภิวัตนยังไมเปนไปตามที่คาดหวังไวเมื่อพยายามเพิ่มดร.สุวิทย คุณกิตติ 4 of 19
  5. 5. การคาเสรีไดเริ่มขึ้น และหลายองคกรที่เกี่ยวของในระบบโลกาภิวัตนยังไมไดใหความสนใจและใหความสําคัญกับประเทศที่ยากจน ชนชั้นทํางานและสิ่งแวดลอมนอกจากนี้ยังมีขอคิดเห็นที่ตอตานโลกาภิวัตนที่เกี่ยวของ ไดแก • ขอคิดเห็นดานเศรษฐกิจโดยนักเศรษฐศาสตรดานการคาอยางเทาเทียมมองวาการคาเสรีแบบไมมี ขอจํากัดกอใหเกิดประโยชนตอผูซึ่งมีกําลังทางการเงิน (เชน คนรวย) โดยอยูบนคาใชจายของคนยากจน • ผูตอตานโลกาภิวัตนหลายคนมองวาโลกาภิวัตนเปนการสงเสริมของวาระการเปนธุรกิจบริษัท ซึ่งมีการจง ใจที่จะจํากัดเสรีภาพของบุคคลตางๆ เพื่อประโยชนของกําไร พวกเขายังมองวาการเพิ่มขึ้นของความเปน อิสระและความเขมแข็งของกลุมบริษัทจะทําใหสามารถกําหนดนโยบายทางการเมืองของหลายๆ ประเทศ • บางคนมองวาโลกาภิวัตนไดกอใหเกิดวิชาเศรษฐศาสตรที่ใชเครดิตเปนฐาน สงผลใหเกิดการเติบโตที่ไม ยั่งยืนของหนี้และวิกฤตการณหนี้ • การเพิ่มขึ้นของกฎหมายและกฎระเบียบในขณะที่มีการลดลงของการแทรกแซงจากทางรัฐบาลประเทศ ตางๆ เพื่อปกปองความมั่นคั่งและธุรกิจตางๆ • นักตอตานบางคนปฏิเสธความจริงวาโลกาภิวัตนในปจจุบัน ไดทําใหมีการเคลื่อนยายเงินและธุรกิจ บริษัททั่วโลกแตยกเวนคนและสหภาพตางๆ ซึ่งสามารถพิจารณาไดจากการควบคุมการเขาเมืองอยาง เขมงวดในเกือบทุกประเทศ และการขาดสิทธิ์ของแรงงานในหลายประเทศในประเทศกําลังพัฒนา2.7 การวัดผลของโลกาภิวัตน การวัดระดับของโลกาภิวัตนที่แตละประเทศไดเขาไปเกี่ยวของในแตละปไดมีการวัดเมื่อไมนานมานี้โดยใชหลักการงายๆ เปนทางเลือก เชน การเคลื่อนยายทางการคา การยายถิ่นฐาน หรือการลงทุนโดยตรงจากตางประเทศ วิธีการทีซับซอนกวานี้สําหรับวัดผลของโลกาภิวัตนลาสุดไดแกดัชนีซึ่งคํานวณโดยกลุมนักคิดของสวิสเซอรแลนด โดยดัชนีไดวัดจาก 3 มิติหลัก ของโลกาภิวัตน คือ เศรษฐกิจ สังคม และการเมือง นอกจากนี้ยังมีดัชนีรวมของโลกาภิวัตนและดัชนียอยโดยอางถึงการเคลื่อนยายทางเศรษฐกิจในปจจุบัน ขอจํากัดทางเศรษฐกิจขอมูลการติดตอสวนบุคคล ขอมูลเกี่ยวกับการเคลื่อนยายของขาวสาร และขอมูลเกี่ยวกับวัฒนธรรมที่อยูใกลๆขอมูลจะมีการเผยแพรทุกๆ ป สําหรับ 122 ประเทศ โดยประเทศที่มีระดับของโลกาภิวัตนมากที่สุดไดแกสหรัฐอเมริกา ตามดวยแคนาดา อังกฤษ และฝรั่งเศส และประเทศที่มีระดับของโลกาภิวตนนอยที่สุด ไดแก บุรุนดี ัเบลิส เซียราเลียโอน เปนตน3. การรวมกลุมทางเศรษฐกิจและการกําหนดบทบาทของไทยในเวทีโลกและภูมิภาค3.1 การรวมกลุมทางเศรษฐกิจในระดับทวิภาคี ภูมิภาค และพหุพาคี และบทบาทของเศรษฐกิจเอเชียที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะจีนและอินเดียดร.สุวิทย คุณกิตติ 5 of 19
  6. 6. การรวมกลุมทางการคามีแนวโนมเพิ่มขึ้นทั้งจํานวนกลุมการตกลงการคาเสรี และความครอบคลุมของกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่อยูภายใตขอตกลง (Degree of economic integration) จะเพิ่มมากขึ้น การตกลงทางการคาเหลานี้เปนปจจัยที่สําคัญที่จะมีผลตอรูปแบบของระบบการคาของโลก (World trading system) ที่จะมีความเขมขนมากขึ้นและมีผลตอกลไกการปรับตัวและการดําเนินนโยบายเศรษฐกิจมหภาคและการปรับตัวในระดับกิจการของภาคธุรกิจเอกชนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแขงขัน3.1.1 การรวมกลุมทางการคาและขอตกลงการคาเสรีตาง ๆในระยะ 40 ปที่ผานมา ประเทศกําลังพัฒนามีบทบาทเพิ่มมากขึ้นในตลาดโลก โดยสัดสวนในการคาโลกเพิ่มขึ้นจากรอยละ 20 ในป 2503 เปนประมาณรอยละ 35 ในป 2547 ในขณะที่ปริมาณและมูลคาของการคาโลกก็ไดเพิ่มขึ้นมาก และในประเทศตาง ๆ สัดสวนการคาระหวางประเทศใน GDP ก็เพิ่มขึ้นอยางรวดเร็วและตอเนือง ่เชนกัน ในชวงเวลาดังกลาวไดมีการเจรจาการคาหลายฝายหรือพหุพาคี 3 รอบรวมทั้งมีการปรับโครงสรางเศรษฐกิจในหลาย ๆ ประเทศซึ่งนโยบายหลักที่สําคัญในการปรับโครงสรางประการหนึ่งคือ การเปดเสรีทางการคามากขึ้นโดยการลดกําแพงภาษีนําเขา รวมทั้งการสรางตลาดใหมสําหรับการสงออก และในป2537 ไดมีการจัดตั้งองคการการคาโลก (World Trade Organization: WTO)แตในปจจุบันและแนวโนมในระยะตอไปนั้นระบบและกฎเกณฑทางการคากําลังเปลี่ยนไป โดยที่การตกลงทางการคาทวิภาคีและภูมิภาค (Regional Trade Agreements: RTAs) มีจํานวนมากขึ้น จํานวนขอตกลงในลักษณะดังกลาวเพิ่มขึ้นมากกวา 4 เทาตั้งแตป 2533 เปนตนมาจนถึงปจจุบัน และมีจํานวนสูงถึง 230 กลุมขอตกลงในป2547 และอีกประมาณ 60 กลุมขอตกลงกําลังอยูในขั้นตอนตาง ๆ ของการเจรจา ซึ่งจะทําใหในป 2548 จะมีกลุมขอตกลงประมาณ 290 กลุม และในปจจุบันเกือบทุกประเทศอยูในกลุมขอตกลงการคาเสรีอยางนอยหนึ่งกลุมและโดยเฉลี่ยแตละประเทศอยูในอยางนอย 6 กลุม RTAs ประเทศไทยเองจะมีขอตกลงระดับทวิภาคีกับ 8ประเทศกับอีก 2 กลุมมูลคาการคาในระหวางสมาชิกของ RTAs ในปจจุบันคิดเปนสัดสวนเกือบรอยละ 40 ของมูลคาการคารวมของโลกในขณะที่การเจรจาขอตกลงใหม ๆ ครอบคลุมทั้งดานการคาและดานอื่น ๆ อาทิ ดานการลงทุนดานบริการ ลิขสิทธิ์และการเคลื่อนยายแรงงาน โดยที่การเจรจาใน 4 ดานนี้ที่นอกเหนือไปจากการคาสินคามีมากขึ้นตามลําดับและในปจจุบันมักจะถูกรวมไวในกรอบการเจรจาการคาเสรีในกลุมตาง ๆ แตอยางไรก็ตามมูลคาของสิทธิพิเศษ (Valueof Preferences) ลดลงตามลําดับเนื่องจากประเทศสวนใหญไดมีการลดกําแพงภาษีเปนการทั่วไปในกรอบของMost favored nation ไปพรอม ๆ กับการลดภาษีภายใตกรอบ RTAs ดวยดร.สุวิทย คุณกิตติ 6 of 19
  7. 7. 3.1.2 ผลกระทบตอประเทศไทยตลาดสงออกที่ประเทศไทยมีขอตกลง FTA จะครอบคลุมประชากรรอยละ 45 ของประชากรโลก ซึ่งมีขนาด GDPเทากับรอยละ 48.4 ของเศรษฐกิจโลก ทําใหโอกาสทางเศรษฐกิจของประเทศไทยมีมากขึ้น ทั้งจากการคาภายในกลุมขอตกลงและกับกลุมเศรษฐกิจอื่นที่ใหลําดับความสําคัญของตลาดไทยมากขึ้นในฐานะที่เปน spring boardไปสูตลาดเอเชีย แนวโนม RTAs ที่เพิ่มขึ้นนี้ทําใหระบบการคาโลกมีความซับซอนมากขึ้นโดยที่ประเทศตาง ๆ มีขอตกลงที่แตกตางกันและใชกฎเกณฑที่แตกตางกันไปตามกลุมคูคาภายใตขอตกลงที่แตกตางกันไป (Spaghettibowl effect) ซึ่งจะทําใหการปฏิบัติทางพิธีศุลกากรมีความยุงยากมากขึ้น ทําใหภาคธุรกิจเอกชนตองปรับตัวและมีการเขาถึงฐานขอมูลที่ครบถวนเหมาะสมโดยการสนับสนุนของภาครัฐเพื่อใหการดําเนินธุรกิจมีความคลองตัว แตขณะเดียวกันการแขงขันจากกลุมจะรุนแรงมากขึ้นเนื่องจากจะมีจํานวนประเทศทีไดรับผลประโยชนในการเขาถึง ่ตลาดจากการที่เปนสมาชิกของขอตกลงตาง ๆ มากขึ้น ซึ่งจะทําใหประเทศไทยตองมีการปรับตัวทั้งในการบริหารเศรษฐกิจสวนรวมใหมีประสิทธิภาพและการปรับตัวในระดับจุลภาคเพื่อใหแขงขันได อาทิ การเพิ่มคุณภาพและมาตรฐานแรงงาน และคุณภาพและมาตรฐานสินคารวมทั้งมาตรฐานดานความปลอดภัยในการผลิตและการขนถายสินคา ซึ่งเปนการปรับเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการบริหารจัดการ3.2 ศูนยกลางเศรษฐกิจใหม: เอเชีย จีน และอินเดีย3.2.1 การเปลี่ยนแปลงที่สําคัญเศรษฐกิจของประเทศจีนมีการขยายตัวอยางตอเนื่อง โดยขยายตัวเฉลี่ยประมาณรอยละ 9.3 ตอป ในชวงป2533-2547 และคาดวาจะขยายตัวรอยละ 8.0-8.5 ในป 2548 ซึ่งเปนอัตราการขยายตัวที่สูงกวาอัตราการขยายตัวโดยเฉลี่ยของเศรษฐกิจในกลุมประเทศตาง ๆ มาก ทําใหสัดสวน GDP ของประเทศจีนใน GDP รวมของโลกเพิ่มขึ้นตอเนื่องจากรอยละ 1.8 ในป 2533 เปนรอยละ 3.9 ในป 2546 เชนเดียวกับเศรษฐกิจของอินเดียซึ่งมีการขยายตัวคอนขางดีและไมไดรับผลกระทบจากวิกฤตทางเศรษฐกิจในเอเชียในชวงป 2540-2541 และมีการขยายตัวเฉลี่ยรอยละ 6.3 ตอปในชวงป 2545-2547 และคาดวาจะขยายตัวประมาณรอยละ6.7 ในป 2548 และเศรษฐกิจมีขนาดเปนสัดสวนประมาณรอยละ 1.6 ของ GDP รวมของโลกในป 2546ดังนั้นโดยรวมเศรษฐกิจเอเชียจะมีบทบาทมากขึ้นในระบบเศรษฐกิจโลกและจะเปนตลาดสงออกที่สําคัญของโลกประเทศจีนจะกลายเปนผูประกอบการและผูผลิตสินคาอุตสากรรมที่เปน World class มากขึ้น จากการที่บรรษัทขามชาติตาง ๆ มีการเคลื่อนยายฐานการผลิตไปสูประเทศจีนมากขึ้นและยังจะมีแนวโนมเพิ่มขึ้นในอนาคตเนื่องจากจีนเปนตลาดใหญ มีความไดเปรียบดานคาแรงงาน และทรัพยากรบุคคลที่มีศักยภาพในขณะที่อินเดียมีความไดเปรียบทางดานภาษาและทรัพยากรบุคคลในดานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ซึ่งจะทําใหประสบความสําเร็จและมีความไดเปรียบในดานบริการที่เกี่ยวเนื่องกับเทคโนโลยีสารสนเทศมากขึ้น (IT-enabledservices)ดร.สุวิทย คุณกิตติ 7 of 19
  8. 8. 3.2.2 ผลกระทบตอประเทศไทยจีนและอินเดียจะเปนประเทศคูคาที่สําคัญมากขึ้นสําหรับประเทศไทย จะเห็นวาสัดสวนการสงออกของไทยไปสูประเทศจีนเพิ่มขึ้นจากรอยละ3.0 ในป 2540 เปนรอยละ 7.1 ในป 2546 ในขณะที่มูลคาการสงออกไปยังตลาดอินเดียคิดเปนสัดสวนรอยละ 0.9 ของมูลคาการสงออกของไทยในชวง 11 เดือนแรกป 2547 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากรอยละ0.6ในป 2545 และรอยละ 0.8 ในป 2546การที่จีนเปนฐานการผลิตสินคาอุตสาหกรรมที่สําคัญมากขึ้นของโลกจากการยายฐานการผลิตของโลกสูประเทศจีนมากขึ้น จะทําใหเกิดความเชื่อมโยงของวงจรการผลิตในภูมิภาคเอเชียมากขึ้น และประเทศไทยเองเรงสรางเครือขายทางการคาและการลงทุนกับจีนมากขึ้น แตเนื่องกฎระเบียบดานศุลกากร และระบบภาษีภายในประเทศจีนยังมีความซับซอนและแตกตางกันระหวางมณฑลตาง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนจึงจําเปนตองมีฐานขอมูลที่ครบถวนและทันสมัยประเทศอินเดียมีความไดเปรียบดานการศึกษาจากอิทธิพลของสหราชอาณาจักร รวมทั้งการมีทรัพยากรบุคคลในดานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีที่มากกวาประเทศอื่นในเอเชีย ดังนั้นความรวมมือดานการศึกษาและการพัฒนาทักษะฝมือแรงงานในดานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีโดยเฉพาะในดานซอฟแวรจะเปนผลประโยชนตอประเทศไทยสัดสวนของชนชั้นกลางของสองประเทศนี้มีแนวโนมเพิ่มขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจที่มีการขยายตัวตอเนื่องและมีการจางงานเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทําใหกําลังซื้อเพิ่มขึ้น ดังนั้นทั้งสองตลาดนี้จะมีความสําคัญตอการสงออกและการทองเที่ยวของไทยมากขึ้นตามลําดับ ในขณะที่การแขงขันในสองตลาดนี้จากประเทศตาง ๆ ก็จะเพิ่มขึ้นดวยเชนกันดร.สุวิทย คุณกิตติ 8 of 19
  9. 9. ความตกลงทางการคาเสรีของ กลุมตาง ๆ ป 2547ดร.สุวิทย คุณกิตติ 9 of 19
  10. 10. 3.3 ปจจัยผลักดันเพื่อการกําหนดบทบาทของไทยในเวทีโลกและภูมิภาค ทิศทางการดําเนินนโยบายความรวมมือระหวางประเทศ และความกาวหนาในยุคโลกาภิวัฒนในปจจุบันไดเชื่อมโยงประเทศในภูมิภาคตางๆใหใกลชิดกันมากขึ้น ซึ่งการที่โลกเขาสูชวงของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญทั้งในดานเศรษฐกิจและสังคม สงผลกระทบในวงกวางตอระบบเศรษฐกิจและการปรับตัวของแตละประเทศ เพื่อใหสามารถแขงขันไดและสรางความเปนอยูที่ดีแกประชาชน โดยสถานการณเศรษฐกิจสําคัญของโลก ที่มีผลตอการรวมกลุมทางเศรษฐกิจของไทยกับประเทศเพื่อนบาน และการปรับบทบาทของไทย ดังนี้ 3.3.1 การเพิ่มบทบาทของเศรษฐกิจเอเชีย และการกาวสูการเปนศูนยกลางการขยายตัวทางเศรษฐกิจใหมที่สําคัญของจีนและอินเดีย : ในปจจุบันประเทศที่มีอัตราการเจริญเติบโตสูงกวาเศรษฐกิจโลกกระจุกตัวอยูในประเทศจีน อินเดีย และประเทศในเอเชียตะวันออก โดยเฉพาะจีนซึ่งมีการลงทุนจากตางประเทศจํานวนมากและการใชจายตอครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น และอินเดียที่มีความกาวหนาในระบบการศึกษา เทคโนโลยีสารสนเทศ วิศวกรรมยาและเวชภัณฑ ทําใหบทบาทของทั้งสองประเทศตอระบบเศรษฐกิจโลกทวีความสําคัญมากขึ้น จนเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาไมใชเครื่องจักรที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกเพียงประเทศเดียวอีกตอไป 3.3.2 กระแสโลกาภิวัตน มีผลใหการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจโลกกับภูมิภาคเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะความรวมมือของกลุมเศรษฐกิจตางๆ อาทิ กลุม EU, ASEAN, APEC, NAFTA มีผลใหเกิดการเคลื่อนยายอยางเสรีของ ทุน คน เทคโนโลยี และความรูดร.สุวิทย คุณกิตติ 10 of 19
  11. 11. ทําใหหลายประเทศตองปรับโครงสรางอุตสาหกรรมจากการใชแรงงานราคาถูก ไปสูการใชแรงงานฝมือและอุตสาหกรรมที่พึ่งพาเทคโนโลยี และจะพัฒนาไปสูอุตสาหกรรมฐานความรู 3.3.3 การเจรจาในกรอบพหุภาคี (WTO) มีความลาชา และบรรลุขอตกลงไดยาก การรวมกลุมทางเศรษฐกิจทั้งระดับทวิภาคี (FTA) และระดับภูมิภาค (RTAs) จึงทวีความสําคัญเพิ่มมากขึ้น โดยประเทศไทยเองจะมีขอตกลงระดับทวิภาคีกับ 8 ประเทศ และอีก 2 กลุม 3.3.4 ภาวการณทางเศรษฐกิจโลก ทําใหประเทศไทยตองปรับบทบาทเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงดังกลาว ทั้งในแงการขยายความรวมมือดานเศรษฐกิจการคา การคมนาคมขนสง การพัฒนาและแลกเปลี่ยนความรูทั้งทางดานทรัพยากรมนุษย เทคโนโลยี และสารสนเทศ กับกลุมประเทศที่มีความใกลชิดทางภูมิศาสตรเชน กลุมประเทศเอเชียใตและกลุมประเทศเอเชียตะวันออก เพื่อเปนฐานเศรษฐกิจแหงใหม เนื่องจากอุตสาหกรรมหลายชนิดของไทยมีขีดความสามารถเชิงเปรียบเทียบนอยลง ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงโครงสรางประชากรของไทยเองที่กําลังเขาสูสังคมผูสูงอายุอยางรวดเร็ว ภายในป 2553 ที่ทําใหประชากรวัยแรงงานนอยลงการแสวงหาความรวมมือทางเศรษฐกิจและความรวมมือดานอื่นๆ กับประเทศตางๆ ในระดับภูมิภาค จึงมีความจําเปนมากขึ้น3.4 บทบาทและการปรับตัวของไทยในเวทีโลกและภูมิภาค ผลจากการเปลี่ยนแปลงระบบเศรษฐกิจโลกดังกลาว ทําใหการรวมกลุมทางเศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาคตางๆ ทั้งในระดับทวิภาคี และระดับพหุภาคี และภูมิภาคมีความสําคัญเพิ่มมากขึ้น ในฐานะเปนเครื่องมือเพื่อสรางอํานาจตอรองทางเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแขงขันของกลุมกับกลุมเศรษฐกิจอื่นๆ โดยไทยไดมีบทบาทที่โดดเดนในเวทีระหวางประเทศ และเวทีภูมิภาคดังนี้ 3.4.1 บทบาทไทยในเวทีพหุภาคี บทบาทประเทศไทยในเวทีพหุภาคี มีความโดดเดนขึ้นจากการปรับบทบาทจากประเทศผูรับ(RecipientCountry) เปนประเทศผูใหความชวยเหลือ (Donors Country) กับประเทศแถบแอฟริกา และประเทศเพื่อนบานและการเปนประเทศที่ใหความสําคัญกับการพัฒนาแบบยั่งยืน โดยไทยไดบรรลุเปาหมายการพัฒนาแหงสหัสวรรษ (MDGs) เกือบทุกเปาหมายไดกอนกําหนดเวลาถึง 10 ป โดยเฉพาะการลดความยากจน การสรางโอกาสการศึกษาที่เทาเทียม และการลดการแพรระบาดของโรคเอดส และมาลาเรีย นอกจากนั้นการปรับบทบาทของประเทศไทย ยังสงผลใหมีการปรับความสัมพันธกับประเทศตางๆ เชน ญี่ปุน และกลุมสหภาพยุโรป ในลักษณะหุนสวนการพัฒนา (Development Partner) ประกอบกับบทบาทของไทยในเวทีตางๆ ที่เขมแข็งและเพิ่มขึ้น โดยเวทีพหุภาคีที่ไทยเขาไปมีบทบาท และเปนสมาชิกหลัก มีดังนี้ดร.สุวิทย คุณกิตติ 11 of 19
  12. 12. กรอบความรวมมือ สาระสําคัญองคการการคาโลก (World Trade เปนเวทีเจรจาการคาพหุพาคีที่กําหนดกติกาเพื่อลดOrganization : WTO) อุปสรรคและขอกีดกันทางการคา และสนับสนุนการคา ระหวางประเทศใหมีความเสรียิ่งขึ้น โดยไทยใชเวทีนี้สราง ตลาดการคาที่เปดกวางขึ้น และมีเวทีเจรจาเพื่อรักษา ผลประโยชน ทั้งในการรักษาสิทธิของประเทศผูสงออก และปกปองคุมครองสินคาและบริการที่ออนไหวของ ประเทศ โดยอยูบนพื้นฐานการแขงขันที่เปนธรรม และไม เลือกปฏิบัติกลุมความรวมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย – เปนเวทีเสนอแนะเชิงนโยบายหารือแลกเปลี่ยนขอคิดเห็นแปซิฟก (APEC) และประเด็นทางเศรษฐกิจ ที่มีวัตถุประสงคเพื่อสงเริม การคาระดับพหุภาคี สนับสนุนการขยายตัว ทางเศรษฐกิจของภูมิภาคและโลก และการลดอุปสรรค ทางการคา และสนับสนุนการเปดเสรีภายใตขอตกลงของ WTO โดยมีเปาหมายที่จะเปดเสรีทางการคาในป 2553 สําหรับประเทศที่พัฒนาแลวและ 2563 สําหรับประเทศที่ กําลังพัฒนา กลุมเอเปกจึงถือเปนตลาดสงออกที่สําคัญ ของไทย เนื่องจากมีประชากร ถึง 2,000 ลานคน และมี ปริมาณการคาประมาณรอยละ 40 ของการคาโลก3.4.2 บทบาทของไทยในเวทีภูมิภาค ในเวทีภูมิภาค ไทยใหความสําคัญและมีบทบาทอยางมากใน 3 กรอบ ดังนี้กรอบความรวมมือ สาระสําคัญความรวมมือในกรอบอาเซียน ไทยใหความสําคัญและมีบทบาทสนับสนุนการดําเนินงาน(ASEAN) หลายดาน เชน (1) การลดภาษีภายใตเขตการคาเสรี อาเซียน (AFTA) (2) การจัดตั้งเขตการลงทุนอาเซียน (AIA) (3) การเปดเสรีบริการดานตางๆ (4) การกําหนดให อาเซียนเปนแหลงอาหารที่สําคัญของโลก (5) ความดร.สุวิทย คุณกิตติ 12 of 19
  13. 13. กรอบความรวมมือ สาระสําคัญ รวมมือดานอุตสาหกรรมของอาเซียน (6) การอํานวย ความสะดวกการขนสงสินคาผานแดน และ (7) การ เสริมสรางความเขมแข็งดานตางๆ เพื่อใหอาเซียนสามารถ แขงขันกับเขตเศรษฐกิจอื่นๆของโลกได เชน ดานคมนาคม พัฒนาทรัพยากรมนุษย ความสามารถการแขงขันของ ภาคเอกชน และการลดชองวางระหวางอาเซียนเกา-ใหมAsian Cooperation Dialogue : ACD ริเริ่มโดยประเทศไทย โดยมุงเสริมสรางความแข็งแกรง และเพิ่มขีดความสามารถในการแขงขันของเอเชีย โดย อาศัยความแตกตางหลากหลายและทรัพยากรที่อุดม สมบูรณของเอเชียที่มีอยูมาใชใหเกิดประโยชนสูงสุด โดย เชื่อมโยงเอเชียตะวันออก เอเชียตะวันตก และเอเชียใต ที่ ประกอบดวยประเทศสมาชิก 28 ประเทศ โดยการ สงเสริม Asia-wide Cooperation ที่เปนการตอยอดหรือ เสริมความรวมมือในกรอบอื่น ๆInitiative for ASEAN Integration : IAI เปนกรอบความรวมมือระดับภูมิภาค ที่มุงเนนการลด ชองวางจากการพัฒนากับประเทศในภูมิภาคอาเซียน โดย ประเทศไทยเองมีบทบาทชวยเพิ่มขีดความสามารถและ ใหการฝกอบรมบุคลากรของประเทศ CLMV ทางดาน เทคนิคและวิชาการในดานตางๆ เพื่อเปนพื้นฐานความ รวมมือ ซึ่งนําไปสูเปาหมาย การเปนตลาดเดียว (Single Market) รวมทั้งการเปนฐานอุตสาหกรรมการผลิตเดียว และการมุงบรรลุเปาหมายในการเปนประชาคมเศรษฐกิจ อาเซียน ในป 2020 ในทายที่สุด3.4.3 บทบาทไทยในเวทีประเทศเพื่อนบาน ประเทศไทยในปจจุบัน ไดแสดงบทบาทของการเปนหุนสวนการพัฒนาในภูมิภาคและอนุภูมิภาค ผานทางนโยบายการตางประเทศที่เรียกวา “ Forward Engagement” โดยมุงหวังการพัฒนาทางเศรษฐกิจ และสังคมของภูมิภาค โดยถือหลักการชวยเหลือตัวเอง (Self - help Cooperation) และการสรางความ เขมแข็งจากความแตกตาง (Strength from Diversity) บนพื้นฐานการเปนหุนสวนทางเศรษฐกิจและสังคมดร.สุวิทย คุณกิตติ 13 of 19
  14. 14. โดยประเทศไทยไดมีการรวมกลุมทางเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบานในหลายกรอบ ทั้งประเทศในแถบเอเชีย ใต เอเชียตะวันออกเฉียงใต โดย 1) ไทยไดสนับสนุนใหความชวยเหลือทางการเงินเพื่อการพัฒนา (ODA) แก ประเทศดอยพัฒนาในภูมิภาค ในป 2003 ประมาณ 167 ลานเหรียญสหรัฐ หรือ รอยละ 0.13 ของรายไดประชาชาติ ซึ่งมากกวาประเทศออสเตรเลีย ญี่ปุน สหรัฐ และหลายประเทศใน OECD โดยรอยละ 93 ของความชวยเหลือของไทยไปยัง ประเทศดอยพัฒนาในทวีปแอฟริกา รวมทั้งประเทศเพื่อนบาน เชน กัมพูชา ลาว พมา โดยการใหความชวยเหลือดังกลาวจะเนนการพัฒนาโครงสรางพื้นฐานใน ประเทศเพื่อนบาน เชน การสรางถนน สะพาน เขื่อน และโรงไฟฟา ซึ่งถือเปนการ พัฒนาความเชื่อมโยงทางคมนาคม และพลังงาน เพื่อรองรับการพัฒนา เศรษฐกิจระยะยาว 2) การใหความชวยเหลือดานเทคนิควิชาการ เชน การฝกอบรมบุคลากรในสาขา ตางๆ อาทิ การศึกษา สาธารณสุข เกษตร คมนาคม การเงิน การธนาคาร ไทยก็ มีการดําเนินการใหความชวยเหลือในลักษณะเดียวกันกับสหประชาชาติ และ ADB 3) บทบาทและแนวคิดริเริ่มในทุกกรอบความรวมมือทั้งระดับพหุภาคี ภูมิภาค และ อนุภูมิภาค เชน ไทยกับประเทศเพื่อนบาน จึงเปนการแสวงหาโอกาสและ ผลประโยชนทางเศรษฐกิจรวมกันในระยะแรก และพัฒนาสูประเด็นทางสังคม สิ่งแวดลอม เมื่อพบวา สภาพการพัฒนาทางเศรษฐกิจ และสังคมที่แตกตางกัน มากของประเทศยากจน และร่ํารวยนั้น ทายที่สุดแลวจะเปนตัวการที่ฉุดรั้งการ พัฒนาของทั้งภูมิภาค3..4.4 ความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหวางไทยและประเทศเพื่อนบาน ดานการคาการลงทุน มีดังนี้ 1) ไทยเปนคูคาสําคัญและเปนนักลงทุนรายใหญในประเทศ CLMV ความสัมพันธทางการคา ระหวางไทยและประเทศ CLMV เพิ่มขึ้นอยางตอเนื่องทุกป โดยเฉพาะการคาชายแดน แตโดยสวน ใหญไทยเปนฝายไดดุลการคา และศักยภาพการคาในกลุมมีโอกาสขยายตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจาก แนวโนมที่ประเทศ CLMV เพิ่มความเชื่อมโยงกับการคาภายในอนุภูมิภาคสูงขึ้นมาก โดยเฉพาะลาว มากถึง 67.3 % ในป 2546 • ตําแหนงที่ตั้งซึ่งอยูจุดกึ่งกลางของอินโดจีน ทําใหไทยมีความไดเปรียบในการทําการคา กับ CLMV ซึ่งตลาดประเทศในเพื่อนบานพึ่งพาสินคาจากไทยเปนหลัก โดยไทยติด อันดับ 1-5 ของผูสงออกสินคาไปยังประเทศ CLMV ระหวางป 2530-2547 ซึ่งสินคาที่ดร.สุวิทย คุณกิตติ 14 of 19
  15. 15. ประเทศ CLMV นําเขาจากไทย ไดแก สินคาอุตสาหกรรม และอุปโภคบริโภค เชน เครื่อง คอมพิวเตอร แผงวงจรไฟฟา เม็ดพลาสติก น้ํามันสําเร็จรูปและน้ํามันดิบ เคมีภัณฑ เหล็ก ยางพารา ในทางกลับกัน ตลาดไทยยังเปนแหลงสงออกสินคาหลักของ CLMV ซึ่งเปนสินคา จําพวกวัตถุดิบและสินคาปฐมภูมิ ทั้งผานทางชายแดนและการคาระหวางประเทศดวย • การลงทุนของไทยในประเทศกัมพูชา ลาว พมา และเวียดนาม โดยสวนใหญ เปน อุตสาหกรรมที่ลวนแลวแตพึ่งพาความไดเปรียบของประเทศเพื่อนบาน ในเชิงปจจัยการ ผลิต โดยเฉพาะภาคการผลิตที่ใชแรงงานเขมขน เชน อุตสาหกรรมสิ่งทอและ เครื่องนุงหม อุตสาหกรรมตัดเย็บเสื้อผา และอุตสาหกรรมที่ใชวัตถุดิบในประเทศเพื่อน บาน เชน อุตสาหกรรมไฟฟา กาซธรรมชาติ อุตสาหกรรมเกษตร โทรคมนาคม ทองเที่ยว และบริการตางๆ โดย ไทยมีมูลคาการลงทุนสะสมในลาวเปนอันดับหนึ่ง เปนอันดับสาม ในพมารองจากสิงคโปร และอังกฤษ เปนอันดับ 5 ในกัมพูชา และเปนอันดับ 11 ใน เวียดนาม • ความสัมพันธไทย-จีน ในดานการคามีการขยายตัวเพิ่มขึ้นทุกป แตสวนใหญไทยเปน ฝายขาดดุลการคา สินคาที่คาขายกันสวนใหญเปนสินคาอุปกรณชิ้นสวนอิเลคทรอนิกส คอมพิวเตอร อุปกรณไฟฟา เหล็ก และพลาสติก ตลอดจนมีความรวมมือในการลดภาษี เพื่อการคาผักผลไมระหวางกัน ในดานการลงทุนไทยลงทุนในจีน สวนใหญเปน อุตสาหกรรมเกษตรและบริการ ไดแก อาหารสัตว ธัญพืช ฟารมสัตว รถจักรยานยนต โรงแรม รานอาหาร นวดแผนไทย สวนในประเภทที่จีนมาลงทุนในไทยไดแก อุตสาหกรรมเบา กระดาษ เคมีภัณฑ พลาสติก 2) ไทย-มาเลเซีย-อินโดนีเซีย มีการติดตอคาขายกันมาอยางตอเนื่องและมีมูลคาการคา ขยายตัวสูงขึ้น โดยอัตราขยายตัวเฉลี่ยของการคาในชวง 5 ปที่ผานมา (2543-2547) • ไทยยังคงเปนคูคาหลักของมาเลเซียและอินโดนีเซีย คือ ระหวางป 2530-2547 ไทยเปนคู คาอันดับ 6 ของมาเลเซีย และอินโดนีเซียนําเขาสินคาจากไทยอยูในอันดับที่ 7 โดยไทย เปนฝายไดดุลการคากับอินโดนีเซียและมาเลเซีย (การคาชายแดน) แตขาดดุลการคากับ มาเลเซียในสวนการคาระหวางประเทศ • สินคาออกของไทยไปกลุม IMT-GT ไดแก รถยนต เครื่องคอมพิวเตอร/อุปกรณ/ สวนประกอบ เคมีภัณฑ ยางพารา เหล็ก และเม็ดพลาสติก สินคานําเขามาไทย ไดแก น้ํามันดิบ เครื่องคอมพิวเตอร/อุปกรณ/สวนประกอบ เคมีภัณฑ เครื่องจักรไฟฟาและ สวนประกอบ สินแรโลหะเครื่องจักรกลและสวนประกอบดร.สุวิทย คุณกิตติ 15 of 19
  16. 16. • การลงทุนของมาเลเซียและอินโดนีเซีย ในไทยเนนอุปกรณชิ้นสวนอิเลคทรอนิกส อุตสาหกรรมเกษตร เคมีภัณฑ สวนที่ไทยไปลงทุน เปนประเภทการผลิตเครื่องจักร/ เครื่องมือ ขนสง อาหารและเคมีภัณฑ โดยอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในอนาคต ไดแก ยางพาราและแปรรูปไมยาง อาหารฮาลาล ประมง บริการขนสง คาสง/คาปลีก โรงแรม และการทองเที่ยว โดยเฉพาะการทองเที่ยวระหวางไทยและมาเลเซีย ซึ่งนักทองเที่ยว มาเลเซียมีจํานวนมากเปนอันดับหนึ่งของนักทองเที่ยวตางชาติที่เดินทางมาไทย 3) ไทย - ประเทศ BIMSTEC บทบาทไทยยังนอยแตมีแนวโนมโอกาสการพัฒนาทางการคาการ ลงทุนเพิ่มมากขึ้น • ในปจจุบันกลุม BIMSTEC สวนใหญจะมีความใกลชิด และคาขายกับอินเดียมากกวาไทย มีเพียง พมาเทานั้น ที่มีความใกลชิดและเปนคูคาหลักของไทยในกรอบนี้ หากแตในชวงทศวรรษที่ผานมา การสงออกของไทยในตลาด BIMSTEC ถึงแมจะมีปริมาณเพียง 2.2 % ของการสงออกทั้งหมด แตมีอัตราเพิ่มขึ้นอยางตอเนื่อง โดยเพิ่มสูงกวาอัตราการสงออกไปยังตลาดอื่นๆในโลกถึง 3 เทา ดังนั้น หากมีการพัฒนาความรวมมือระหวางกันอยางแข็งขัน จะถือไดวากลุมนี้ซึ่งมีอินเดียเปน ตลาดใหญ จะเปนตลาดที่มีศักยภาพของไทยในอนาคต • ในปจจุบันสินคาสงออกที่สําคัญของไทยในกลุมนี้ ไดแก เม็ดพลาสติก เหล็ก/ผลิตภัณฑ น้ํามันดิบ เครื่องรับวิทยุโทรทัศน/สวนประกอบ ผาผืน เครื่องจักรกล/สวนประกอบ เคมีภัณฑ สินคานําเขา สวนใหญไดแก กาซธรรมชาติ เครื่องเพชร/อัญมณี/เงินและทองคํา สินแรโลหะ เคมีภัณฑ น้ํามัน สําเร็จรูป ไม/ไมแปรรูป พืช/ผลิตภัณฑจากพืช • โอกาสของไทยในกลุมประเทศ BIMSTEC ไทยจะมีเปนความไดเปรียบเชิงเปรียบเทียบที่โดดเดน ในการคาสินคาจําพวกที่ใชแรงงานมีฝมือและใชวัตถุดิบที่มีในประเทศ เชน ยางพารา และอาหาร และในระดับปานกลาง คือพวก พลาสติก และอุตสาหกรรมไม โดยนโยบายการมุงตะวันตกของ ไทย ผสานกับนโยบายมุงตะวันออกของอินเดียจะเปนแรงขับเคลื่อนสําคัญสําหรับกรอบ BIMSTEC ทั้งในปจจุบันและอนาคต3.4.5 กรอบความรวมมือทางเศรษฐกิจที่สําคัญระหวางไทยกับประเทศเพื่อนบาน กรอบความรวมมือทางเศรษฐกิจระหวางไทยกับประเทศเพื่อนบาน จัดเปนกรอบความรวมมือที่มีผลตอการพัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาคมากที่สุด โดยกรอบความรวมมือนี้ มีวัตถุประสงคเพื่อใชขอไดเปรียบเชิงเปรียบเทียบของแตละประเทศ เพิ่มขีดความสามารถทางการแขงขัน สรางอํานาจตอรอง และลดชองวางทางเศรษฐกิจและสังคมในภูมิภาค โดยสามารถสรุปแนวทางความรวมมือของแตละกรอบ ไดดังนี้ดร.สุวิทย คุณกิตติ 16 of 19
  17. 17. 1) แผนงานการพัฒนาความรวมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุมแมน้ําโขง 6 ประเทศ (GMS) กอตั้งในป 2535 ประกอบดวยสมาชิก 6 ประเทศ ไดแก กัมพูชา จีน (ยูนนานและตอมาเพิ่มกวางสี) สปป.ลาว ไทย และเวียดนาม โดยความชวยเหลือของ ADB ซึ่งมุงเนนการพัฒนาเศรษฐกิจ ผานการเชื่อมโยงตามแนว เศรษฐกิจ (Economic Corridor) การเพิ่มขีดความสามารถการแขงขันและกระชับความสัมพันธของชุมชน หรือยุทธศาสตร 3Cs Connectivity Competitiveness Community โดยมีความรวมมือ 9 สาขา ครอบคลุม ดานโครงสรางพื้นฐาน สังคมสิ่งแวดลอม และ พลังงาน เปนสาขาหลัก 2) ยุทธศาสตรความรวมมือทางเศรษฐกิจอิระวดี-เจาพระยา-แมโขง (ACMECS) ริเริ่มในป 2546 ประกอบดวยสมาชิก 5 ประเทศ (กัมพูชา ลาว พมา เวียดนาม ไทย) โดยอยูบนพื้นฐานการสรางความเปน หุนสวนการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคม เพื่อลดชองวางทางเศรษฐกิจระหวางไทยกับประเทศเพื่อนบาน โดยเนนการพัฒนาแบบองครวมในบริเวณพื้นที่ชายแดน ในลักษณะการพัฒนาเมืองคูแฝด Sister Cities ที่มี กิจกรรมการผลิตรวมกัน ทั้งดานเกษตรและอุตสาหกรรมรวมกัน โดยเนน 5 สาขาความรวมมือ ไดแก การ อํานวยความสะดวกดานการลงทุน เกษตรและอุตสาหกรรม คมนาคม ทองเที่ยว และการพัฒนาทรัพยากร มนุษย 3) แผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝาย อินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย (IMT-GT) ริเริ่มในป 2536 ประกอบดวยประเทศสมาชิก 3 ประเทศ คือ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย โดยมุงผลักดันความรวมมือ ภาคเอกชนในดานความรวมมือทางเศรษฐกิจ อาทิ การลงทุนทางดานพัฒนาฐานการผลิตและการแปรูป ตอเนื่อง การใชทรัพยากรทางเศรษฐกิจรวมกันในภาคใตของไทย ภาคเหนือและตะวันตกของมาเลเซีย และ เกาะสุมาตราของอินโดนีเซีย และการแสวงหาความรวมมือในการพัฒนาโครงสรางพื้นฐานและการเชื่อม เสนทางคมนาคม เพื่อพัฒนาศักยภาพของพื้นที่ชายแดนที่อยูติดกันระหวางไทยและมาเลเซีย และการ เชื่อมโยงกับอินโดนีเซีย ทั้งนี้ โดยภาครัฐเปนผูสนับสนุนดานการพัฒนาโครงสรางพื้นฐาน และการพัฒนาดาน กฎระเบียบเพื่ออํานวยความสะดวก โดยปจจุบันมีความรวมมือ 6 สาขาหลัก ไดแก การโครงสรางพื้นฐาน การคาและการพัฒนาจากจุดเริ่มแรก การพัฒนาตลาดเสรีดานโทรคมนาคม การทองเที่ยว การพัฒนา ทรัพยากรมนุษย และการพัฒนาพื้นที่นอกเขตเมืองและการคาระหวางพื้นที่ และอยูระหวางการขยายเพิ่ม สาขาความรวมมือที่จําเปนในสถานการณปจจุบันอีก 3 ดาน ไดแก สาธารณสุข พลังงานทดแทน และการ ปองกันและบรรเทาสาธารณภัย 4) กรอบความรวมมือทางเศรษฐกิจ (BIMST-EC) ริเริ่มในป 2540 ประกอบดวยสมาชิก 7 ประเทศ ไดแก บังคลาเทศ ภูฐาน อินเดีย พมา เนปาล ศรีลังกา และประเทศไทย โดยมุงหวังการเสริมสราง สภาพแวดลอมที่เอื้ออํานวยตอการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ การใหความชวยเหลือในประเด็นที่เปน ผลประโยชนรวม รวมทั้งการใหความชวยเหลือดานการฝกอบรมและวิจัย บนพื้นฐานของความเทาเทียมทาง เศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีดร.สุวิทย คุณกิตติ 17 of 19
  18. 18. 5) กรอบความรวมมือภายใตคณะกรรมการวาดวยยุทธศาสตรรวม สําหรับการพัฒนาพื้นที่ ชายแดนไทย-มาเลเซีย (JDS) ริเริ่มโดยความเห็นชอบรวมกันของนายกรัฐมนตรีไทยและนายกรัฐมนตรี มาเลเซีย เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2547 เปนการสรางโอกาสใหสามารถกระตุนความรวมมือตามแนวชายแดน ระหวางไทยกับมาเลเซียทั้งดานเศรษฐกิจ สังคม และการลดปจจัยที่เปนมูลเหตุของปญหาดานความมั่นคง สรางความเขาใจและความไวเนื้อเชื่อใจระหวางสองประเทศ รวมทั้งเปนกรอบการเจรจาเพื่อใหการรวมพัฒนา โครงการที่ผานมา ที่ประสบปญหาลาชาใหมีความกาวหนา และพัฒนาความเปนอยูที่ดีและเสริมสรางความ มั่นคงในชีวิตใหกับประชาชนในพื้นที่4. การเตรียมความพรอมของภูมิภาคเพื่อเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบานและโลกการเตรียมความพรอมของภูมิภาคเพื่อเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบานและโลกสามารถดําเนินการไดดังนี้4.1 การเสริมสรางความเขมแข็งของการดําเนินงานของกลุมจังหวัด ปจจุบันประเทศไทยไดกําหนดรูปแบบการพัฒนาพื้นทีออกเปน 19 กลุมจังหวัด ซึ่งแตละกลุมจังหวัดมีขอไดเปรียบดานที่ตั้ง เชน ความใกลดานพรมแดนความใกลถนนหลัก 4 ชองจราจร ลักษณะเดน วัฒนธรรมและภูมิปญญา ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมที่หลากหลายและแตกตางกันไป จากปจจัยดังกลาวสงผลใหแตละกลุมจังหวัดมีศักยภาพในการพัฒนาแตกตางกันบาง4.2 การปรับปรุงโครงสรางการผลิตของกลุมจังหวัด ซึ่งแบงออกเปนภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการ เชน การทองเที่ยวและบริการดานตางๆ เปนตน ใหมีฐานการผลิตที่มีความหลากหลายและมีการจัดสรรการผลิตภายในกลุมจังหวัดตามศักยภาพและจุดแข็งตามหลักการเศรษฐกิจพอเพียง เชน การแปรรูปผลิตผลการเกษตร โดยมุงเนนใหมีการเชื่อมโยงและเกื้อกูลกัน การหาตลาดรวมสําหรับผลิตผลการเกษตรและสินคาที่ผลิตไดในกลุมจังหวัด ตลอดทั้งการรวมใชประโยชนโครงสรางพื้นฐานที่มีอยู เชน ระบบชลประทาน ทาเรือสนามบิน โครงขายคมนาคม เปนตน4.3 การเชื่อมโยงการพัฒนาเมืองและชนบทอยางสมดุล- ในปจจุบันเมืองตางๆ มีการขยายตัวอยางรวดเร็ว เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของประชากรและการอพยพของประชาเพื่อมาอยูอาศัยอยูในเมือง ทําใหเกิดความตองการใชบริการโครงสรางพื้นฐานของเมืองเพิ่มขึ้นเปนเงาตามตัวในขณะเดียวกันก็ไดสรางมลพิษตางๆ เชน ขยะ น้ําเสีย และอากาศเปนตน ตลอดทั้งมีความจําเปนตองสงเสริมการจางงานในเมืองเพื่อปองกันการกระจายตัวของจํานวนคนจนในเมืองและการเสริมสรางเครือขายชุมชนเขมแข็ง- สําหรับการพัฒนาชนบท ซึ่งประชากรสวนใหญประกอบอาชีพเกษตรกรรม เห็นควรใหมการเพิ่มประสิทธิภาพ ีการผลิตและการใชปุยชีวภาพและเทคโนโลยีที่เหมาะสมสําหรับการผลิต การเสนอแนะแนวทางในการทําการตลาดสินคาเกษตรในชนบท นอกจา฀

×