Your SlideShare is downloading. ×
อุปสรรคทางการค้าที่มิใช่ภาษี (NTBs) ในกรอบการเจรจาเปิดตลาดสินค้าอุตสาหกรรม (NAMA) ภายใต้องค์การ
อุปสรรคทางการค้าที่มิใช่ภาษี (NTBs) ในกรอบการเจรจาเปิดตลาดสินค้าอุตสาหกรรม (NAMA) ภายใต้องค์การ
อุปสรรคทางการค้าที่มิใช่ภาษี (NTBs) ในกรอบการเจรจาเปิดตลาดสินค้าอุตสาหกรรม (NAMA) ภายใต้องค์การ
อุปสรรคทางการค้าที่มิใช่ภาษี (NTBs) ในกรอบการเจรจาเปิดตลาดสินค้าอุตสาหกรรม (NAMA) ภายใต้องค์การ
อุปสรรคทางการค้าที่มิใช่ภาษี (NTBs) ในกรอบการเจรจาเปิดตลาดสินค้าอุตสาหกรรม (NAMA) ภายใต้องค์การ
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×
Saving this for later? Get the SlideShare app to save on your phone or tablet. Read anywhere, anytime – even offline.
Text the download link to your phone
Standard text messaging rates apply

อุปสรรคทางการค้าที่มิใช่ภาษี (NTBs) ในกรอบการเจรจาเปิดตลาดสินค้าอุตสาหกรรม (NAMA) ภายใต้องค์การ

245

Published on

Published in: Economy & Finance
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
245
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
3
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. อุปสรรคทางการคาที่มิใชภาษี (NTBs)ในกรอบการเจรจาเปด ตลาดสินค้าอุตสาหกรรม (NAMA) ภายใต้องค์การการค้าโลก โดย เชิญ ไกรนรา กลุ่มงานยุทธศาสตร์เศรษฐกิจระหว่างประเทศ สานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 2549 -------------------------------------- 1. ความเป็นมา การเจรจาการค้าภายใต้กรอบองค์การการค้าโลก ได้ทวีความเข้มข้นและลงลึกในรายละเอียดมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องปัญหาอุปสรรคทางการค้าที่มิใช่ภาษี (Non-Tariff Barriers : NTBs) ซึ่งที่ประชุมระดับรัฐมนตรี WTO เมื่อ ปลายปี 2548 ได้มีมติให้กลุ่มเจรจาเปิดตลาดสินค้าอุตสาหกรรมเร่งพิจารณาลด/เลิก NTBs โดยเฉพาะปัญหากับสินค้า ส่งออกของประเทศกาลังพัฒนา การสัมมนา มีวัตถุประสงค์เพื่อรายงานสถานะความคืบหน้า และรับฟังปัญหาอุปสรรค ด้าน NTBs ของสินค้าส่งออกของไทย จากผู้ประกอบการ หน่วยงานภาครัฐ นักวิชาการ สาหรับนาไปเป็นข้อมูล ประกอบการกาหนดท่าที กลยุทธ์ในการเจรจา NTBs ในกรอบ NAMA ภายใต้ WTO โดยเป็นการอภิปรายกลุ่มย่อย 6 กลุ่ม คือ (1) สินค้าเครื่องมือแพทย์ (2) สินค้ายานยนต์และชิ้นส่วน (3) สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (4) การใช้ มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (5) มาตรการที่เกี่ยวกับประมงและผลิตภัณฑ์ประมง และ (6) มาตรการด้านสิ่งแวดล้อม 2. การอภิปรายและหารือของกลุ่มย่อย สรุปไดดังนี้ 2.1 กลุมที่ 1: NTBs ที่เกี่ยวของกับสินคาเครื่องมือแพทย  การสงออก 1) การสงสินคาไปออสเตรเลีย ในกรณีที่รองสินคา (pellet) เปนไม ตองทาการรมควันไมเพื่อกาจัดแมลงดวย 2) ประเทศในกลุม Gulf (ตะวันออกกลาง) ไดกาหนดวา ยาที่จะขายในกลุม Gulf ตองไดรับอนุญาตใหขายใน ยุโรปอย่างนอย 3 ประเทศดวย 3) สหรัฐฯ มีการกาหนดมาตรฐานถุงมือยางที่สูงมากกวามาตรฐานในยุโรป ทาใหเปนอุปสรรคในการสงออก 4) มาตรฐานตางๆ ในเรื่องยาและเครื่องมือแพทยในแตละประเทศไมตรงกัน แมกระทั้งการนิยามคาวา ยา และ อาหารเสริมในแตละประเทศก็ไมตรงกันทาใหเปนอุปสรรคในการสงออก-การนาเขา  ข้อคิดเห็นจากที่ประชุม 1) ไดอภิปรายขอเสนอของสหรัฐอเมริกา เรื่องสินคา remanufacture เครื่องมือแพทย ซึ่งปจจุบันโดยทั่วไป ไทยไมอนุญาตใหมีการนาเขาเครื่องมือแพทยที่เปน remanufacture เครื่องมือแพทยที่นาเขาตองเปนของใหมที่ ยังไมเคยใชงานมากอน 2) ที่ประชุมมีมุมมองใน 2 ประเด็น คือ (1) หากอนุญาตใหมีการนาเขาสินคาเครื่องมือแพทย Remanufacture (Reman) จะทาอยางไรในการควบคุมใหสินคา Reman เปนสินคาที่ไดคุณภาพเหมือนของใหมตามที่ผูผลิตหรือ ผู Reman กล่าวอ้าง (2) สินคาเครื่องมือแพทย Reman เปนอีกทางเลือกหนึ่งสาหรับหนวยงานที่งบประมาณมี
  • 2. - 2 - จากัด ซึ่งหากผูขายเป็นบริษัทผูผลิตและทาการ Reman ดวย มีการรับประกันสินคาและบริการหลังการขาย ก็ จะเปนทางเลือกอีกทางหนึ่ง ผลไดจะทาใหคารักษาพยาบาลถูกลง ประชาชนในชนบทมีโอกาสในการเขาถึงการ รักษาพยาบาลที่ดีขึ้น มีอุปกรณการแพทยที่พอเพียง ที่ประชุมเห็นควรใหจัดการหารืออีกครั้งโดยเชิญผูใชงาน เครื่องมือ เชน ผูแทนจากแพทยสภา ทันตแพทยสภา สภาพยาบาล และผูแทนโรงพยาบาลตางๆ สมาคม คุมครองผูบริโภค หนวยงานที่เกี่ยวของกับการรักษาพยาบาล เพื่อรับฟงขอคิดเห็นดังกลาว นอกจากนี้ขอให กรมเจรจาการคาระหวางประเทศ ขอกฎหมายจากสหรัฐฯเกี่ยวกับขอบังคับเรื่องการขายสินคาเครื่องมือแพทย Reman ในสหรัฐฯเพื่อทาการศึกษาและแจงใหที่ประชุมทราบวาสหรัฐฯ มีขอบังคับอยางไรในการอนุญาตใหขาย สินคา Reman ในสหรัฐฯ ซึ่งกรมเจรจาการคาระหวางประเทศรับที่จะไปศึกษาและแจงใหที่ประชุมทราบ โดยจะ จัดใหมีการหารืออีกครั้งในเดือนตุลาคม ศกนี้ ณ กรมเจรจาการคาระหวางประเทศ 2.2 กลุมที่ 2: NTBs ที่เกี่ยวของกับสินคายานยนตและชิ้นสวน ที่ประชุมได้อภิปรายและทาความความเขาใจกับขอเสนอของ EU ในการลดอุปสรรคที่มิใชภาษีในกลุมยานยนต โดยเสนอ ให Administrative Committee ที่จัดตั้งภายใตขอตกลงของ UN ป 1958 และ ExecutiveCommittee ที่จัดตั้งขึ้นภายใต ขอตกลงป 1998 และใหสมาชิกพิจารณาใชกฎระเบียบของ UN/ECE ภายใตขอตกลงป 1958 และ Global Technical Regulation ภายใตขอตกลงป 1998 เปนมาตรฐานระหวางประเทศ เนื่องจากขอเสนอดังกลาวของ EU เปนขอเสนอที่ เกี่ยวของกับดานเทคนิคและเปนเรื่องที่ละเอียดออน ที่ประชุมจึงจาเปนตองใชเวลาสวนใหญในการทาความเขาใจกับขอ เสนอของ EU และขอตกลงของ UN ดังกลาว  ข้อคิดเห็นจากที่ประชุม 1) ที่ประชุมไดอภิปรายขอตกลงที่เกี่ยวของทั้งสองดังกล่าวโดยพบวาอยูภายใตการดูแลของกลุม Working Party 29 (WP29) ของ UN โดย  ขอตกลงป 1958 เปนการสรางขอกาหนดดานมาตรฐานดานยานยนตและชิ้นสวน และมีขอตกลงที่ เกี่ยวของกับการยอมรับรวมกัน (Mutual Recognition Agreement: MRA) ซึ่งมีความผูกพันที่สมาชิก ที่ยอมรับจะตองนาไปปฏิบัติ ภายใตขอตกลงนี้มีมาตรฐานในเรื่องตางๆ ประมาณ 160 เรื่องใหสมาชิก เลือกที่จะผูกพันโดยไมจาเปนตองผูกพันในทุกรายการ และเมื่อตกลงผูกพันแลวจะสามารถทบทวน ไดในเวลา 2 ป โดยในขณะนี้ประเทศไทยไดยินยอมลงนามเขาเปนสมาชิกในขอตกลงป1958 แลว  ขอตกลงป 1998 เปนขอตกลงที่ริเริ่มโดยสหรัฐฯโดยใหมีการ Harmonize มาตรฐานดานยานยนตเพื่อ เป็นการลดตนทุนในการออกแบบและการทดสอบ ซึ่งจะเปนเพียงมาตรฐาน Global แตไมมีการบังคับ หรือขอผูกพัน 2) ที่ประชุมเห็นดวยในหลักการเกี่ยวกับการแกไขปญหาดาน NTB โยรใหยานยนตและชิ้นสวนมีมาตรฐาน เดียวกัน เพื่อชวยลดตนทุนในการออกแบบและการทดสอบ เพื่อใหไมจําเปนตองผลิตสินคาหลายมาตรฐาน เพื่อสงออกไปยังตลาดตางๆ กัน และเปนการปองกันไมใหบางประเทศมีการใชการทดสอบเฉพาะ (Unique Testing) ซึ่งจะเป็นอุปสรรคทางการคา ทั้งนี้ประเทศไทยเองก็มีการพัฒนาดาน มาตรฐานอยางตอเนื่องและส วนใหญจะอิงตามมาตรฐานสากลอยูแลว 3) สาหรับขอเสนอของ EU เกี่ยวของกับขอตกลงป 1958 และ 1998 นั้น ตองพิจารณาถึงระดับของการผูกพัน ของไทยในขอตกลงป 1958 เนื่องจากในขอตกลงป 1958 ที่ไทยเปนสมาชิกนั้น ไมไดเปนการบังคับใหไทย ต้องยอมรับทุกมาตรฐานภายใตขอตกลงดังกลาว แตใหเลือกไดตามความสมัครใจและเห็นวามาตรฐาน ต างๆภายใตขอตกลงป1958นั้นบางเรื่องก็ไมมีความเหมาะสมกับประเทศไทยจาเปนตองมีการนามาปรับใช ใหเหมาะสม 4) ในดานผลกระทบ เห็นวาผูผลิตรถยนตไมนาจะไดรับผลกระทบเนื่องจากจะไดรับการสนับสนุนดานมาตรฐาน
  • 3. - 3 - จากบริษัทแมอยูแลว ผูที่ไดรับผลกระทบจึงอาจเปนเพียงผูผลิตชิ้นสวนของไทยที่มีขนาดเล็ก อยางไรก็ตาม บริษัทเหล่านี้ก็จะไดผลประโยชนจากการลดตนทุนเนื่องจากผลิตสินคาเพียงมาตรฐานเดียวส่งไปขายไดทุก ประเทศ 2.3 กลุ่มที่ 3: NTBs ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 1) ที่ประชุมเห็นว่าการยอมรับมาตรฐานสากล (Recognition of Standards) ปัจจุบันไทยมีคณะกรรมการมาตรฐาน แห่งชาติ (ภายใต้ความรับผิดชอบของสานักงานมาตรฐานสินค้าอุตสาหกรรม) ซึ่งจัดทามาตรฐานสินค้าโดยยึดหลักการ ขององค์กรมาตรฐานสากล เช่น ISO และ IEC อยู่แล้ว จึงสามารถยอมรับข้อเสนอของสหภาพยุโรป และเกาหลีเรื่องการ ยอมรับมาตรฐานสากล เพื่อลดภาระในการปฏิบัติตามมาตรฐานที่แตกต่างและซับซ้อนของแต่ละประเทศ 2) ไทยยังไม่มีกฎหมายเรื่อง Product Liability ในการให้ผู้ผลิตรับรองมาตรฐานด้วยตนเอง (Supplier’s Declaration of Conformity: SDoC) จึงยังไม่สามารถยอมรับให้ผู้ผลิตรับรองมาตรฐานด้วยตนเองได้ อย่างไรก็ตามหากจาเป็นต้องรับ ข้อเสนอดังกล่าว ก็ขอให้มีการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวก่อน และให้มีระยะเวลาในการปรับตัวประมาณ 20 ปี 3) ที่ประชุมเห็นว่าข้อเสนอเรื่องสินค้า Remanufactured จะเป็นประโยชน์กับอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและ อิเล็กทรอนิกส์ของไทยอย่างไรก็ดี การยอมรับข้อเสนอดังกล่าวจะต้องมีเงื่อนไขเรื่องใบรับประกันและการ re-certification เพื่อเป็นการป้องกันการส่งออกขยะมายังไทย 4) นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้แสดงความคิดเห็นเรื่องมาตรการ NTBs ที่อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ นอกเหนือจากที่ระบุในข้อเสนอต่างๆ ของสมาชิก WTO โดยแบ่งประเภทชนิด NTBs เป็น 2 กลุ่ม ดังนี้ (1) NTBs ที่ไทยอาจจําเป็นต้องใช้เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายใน ได้แก่ มาตรฐานสินค้า มาตรฐานสิ่งแวดล้อม มาตรฐานแรงงาน มาตรฐานโรงงาน มาตรฐานการลงทุน มาตรฐานสุขภาพและความปลอดภัย เป็นต้น (2) NTBs ที่ไทยประสบและต้องการให้ยกเลิกโดยเร็ว ได้แก่ ข้อกาหนดเรื่องมาตรฐานที่แตกต่างระหว่างรัฐและมล รัฐ (จีน อินเดีย และสหรัฐฯ) การกาหนดสัญชาติของผู้ทาหน้าที่ตรวจสอบสินค้า (ออสเตรเลีย) การกาหนดสินค้า ต้องผ่านด่านศุลกากรที่กาหนดเท่านั้น (สหภาพยุโรป) เป็นต้น 2.4 กลุ่มที่ 4: การใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (Anti Dumping:AD) 1) ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้ยกตัวอย่างชนิดสินค้าของไทยทั้งที่กาลังอยู่ในกระบวนการไต่สวนการถูกใช้มาตรการ AD และที่ เสร็จสิ้นกระบวนการไต่สวนแล้วและอยู่ในระหว่างถูกใช้มาตรการ AD เช่น สินค้าที่ถูกเก็บ AD โดยสหรัฐฯ ได้แก่ สับปะรด เหล็ก เม็ดพลาสติก ถุงพลาสติก และกุ้ง สินค้าที่ถูกเก็บ AD โดยประเทศอื่นๆ ได้แก่ เม็ดพลาสติก ถูกเก็บโดยสหภาพ ยุโรป ฟิล์มแพ็คเกจจิ้งถูกเก็บโดยอินเดีย และกระดาษถูกเก็บโดยมาเลเซีย เป็นต้น 2) ข้อดีและข้อเสียของการเก็บ AD (1) ข้อดี  ในกรณีที่ประเทศอื่นที่เป็นคู่แข่งทางการค้าของไทยในตลาดเดียวกันถูกเก็บ AD แต่ไทยไม่ถูกเก็บ AD ก็ จะทาให้สินค้าของไทยมีความได้เปรียบในการแข่งขันมากขึ้น หรือมีส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้น (2) ข้อเสีย  ก่อให้ผลกระทบกับผู้ประกอบการในหลายด้าน เช่น (1) ทาให้เสียตลาด (2) มีภาระในการจ้างทนายซึ่งมี ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง (3) ภาระในการจัดระบบคอมพิวเตอร์ และระบบบัญชีใหม่ ทั้งนี้ผู้ประกอบรายเล็กได้รับ ผลกระทบมากที่สุด และสินค้าอุตสาหกรรมจะได้รับผลกระทบมากกว่าเมื่อถูกเก็บ AD เนื่องจากมีต้นทุนคงที่ และ (4) ในกรณีผู้ประกอบการที่นาวัตถุดิบนาเข้ามาผลิตต่อ และไม่สามารถใช้วัตถุดิบภายในประเทศ เนื่องจากมี คุณภาพไม่เพียงพอ แต่เมื่อวัตถุดิบนาเข้าถูกเก็บ AD ก็ทาให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายสูงขึ้นไปด้วย
  • 4. - 4 - (3) ข้อเสนอแนะ  เห็นควรให้มีการให้ความรู้เรื่องขั้นตอน และวิธีปฎิบัติในการยื่นขอให้มีการไต่สวนการทุ่มตลาดกับ ผู้ประกอบการในประเทศ  ขอให้ภาคราชการมีระบบ Early Warning เช่น ในกรณีสินค้าที่ได้ GSP หากมีการส่งออกเกินกว่าโควตาที่ กาหนด ต้องเสียภาษีที่สูงขึ้นมากก็ควรจะมี Early Warning ว่าสินค้ากาลังจะเกินโควต้าหรือในกรณีที่สินค้ามี ปริมาณการส่งออกค่อนข้างสูง ก็ควรจะมีการเตือนว่ามีโอกาสที่จะโดนเก็บ AD ได้  ควรใช้มาตรการปล่อยข่าวเรื่องการไต่สวน AD เพื่อเป็นการส่งสัญญาณให้ผู้นาเข้าทราบ ซึ่งอาจส่งผลให้มี การปรับเปลี่ยนราคาสินค้าหรือปริมาณที่นาเข้า ซึ่งจะช่วยเยียวยาความเสียหาย ให้อุตสาหกรรม ภายในประเทศได้  ควรมีการแก้ไขความตกลง AD ภายใต้ WTO เนื่องจากกฎหมาย AD ของไทยมีแม่แบบมาจากความตกลง AD ภายใต้ WTO ซึ่งในขณะนี้มีการเจรจาเพื่อแก้ไขความตกลง AD (AD Review) ภายใต้ WTO ซึ่ง กระทรวงพาณิชย์กาลังอยู่ระหว่างการผลักดันข้อเสนอต่างๆ ที่เป็นปัญหาที่ไทยได้รับผลกระทบจากการถูก ใช้มาตรการ AD อย่างไม่เป็นธรรม 2.5 กลุ่มที่ 5: มาตรการที่เกี่ยวกับประมงและผลิตภัณฑ์ประมง 1) ปัญหา NTBs ที่ไทยประสบในปัจจุบัน ได้แก่ (1) สหรัฐฯ ห้ามการนาเข้ากุ้งทะเลจากไทย โดยอ้างว่าไทยไม่ได้ทาตามมาตรการบังคับติดเครื่องมือแยกเต่า (TEDs) ซึ่งจากข้อมูลที่ผู้ประกอบการทราบอินโดนีเซียก็ไม่ได้ปฏิบัติตามเช่นกันแต่ไม่ถูกห้ามการนาเข้า ที่ ประชุมจึงเห็นควรให้หาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนว่าสหรัฐฯ ใช้มาตรการดังกล่าวอย่างเลือกปฏิบัติจริงหรือไม่ (2) ร้าน Wal-Mart ได้ออกระเบียบกาหนดให้สินค้ากุ้งที่จาหน่ายใน Wal-Mart ต้องเป็นกุ้งที่ผ่านการรับรอง มาตรฐานจากหน่วยงาน Aquaculture Certification Council, Inc (ACC) ทั้งนี้ ระเบียบดังกล่าวไม่ได้กาหนดโดย FDA แต่กาหนดโดยเอกชนเอง ทาให้เกิดความกังวลว่าอนาคตบริษัทอื่นๆอาจจะกาหนดระเบียบของตนเองขึ้นมา เช่นกัน (3) ช่วงต้นเดือน พ.ย. 2549 สหภาพยุโรปจะเริ่มร้องขอให้สินค้านาเข้า เช่น ปลาทูน่ากระป๋อง ต้องมีใบรับรอง การตรวจสารไดรอกซีน ซึ่งปัจจุบันไทยยังไม่มีห้องปฏิบัติการที่สามารถตรวจสารไดรอกซีนได้และค่าใช้จ่ายใน การตรวจสูงมาก 2)แนวทางการแก้ไขปัญหา (1) สาหรับมาตรการที่บังคับใช้เฉพาะในบางประเทศ ภาคเอกชนจะหาข้อมูลเพิ่มเติมและหาจุดยืนที่ชัดเจนของ ตน พร้อมทั้งประสานกับภาครัฐ เพื่อขอให้ช่วยเจรจา เช่น ในเรื่องที่ไทยยังไม่พร้อมจะขอให้ช่วยเจรจาชะลอการ บังคับใช้ไปก่อน และภาคเอกชนในนามของสมาคมอาจจะทาหนังสือถึงเอกชนต่างประเทศด้วยในเรื่อง NTBs ที่ กาหนดโดยภาคเอกชน (2) สาหรับในเวที WTO เห็นว่า ควรเสนอให้มีการจัดทามาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับร่วมกัน เช่น การยอมรับ CODEX เพื่อลดปัญหาความยุ่งยาก ซ้าซ้อน อันเนื่องมาจากการใช้มาตรฐานที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ (3) ควรผลักดันให้มีการจัดทากรอบเวลาในการบังคับใช้ NTBs คือ ถ้าประเทศหนึ่งจะกาหนด NTBs ขึ้นมา ต้อง กาหนดระยะเวลาที่เหมาะสมให้ต่างประเทศได้เตรียมตัว และประเทศกาลังพัฒนาควรได้รับระยะเวลาในการ เตรียมตัวนานกว่าประเทศพัฒนาแล้ว
  • 5. - 5 - (4) สําหรับมาตรการในประเทศ ที่ประชุมเห็นว่า NTBs ของไทยอ่อนมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ จึงน่าจะ กําหนดมาตรฐาน และ/หรือ มาตรการต่างๆ ขึ้น เพื่อให้มีความเข้มข้นใกล้เคียงกัน (5) หน่วยงานภาครัฐควรมีส่วนช่วยในการลดต้นทุนโดยไม่ลดมาตรฐาน เช่น การทบทวนเรื่องการตรวจสารไน โตรฟูแลนซ์ของกรมประมงซึ่งกาหนดให้มีระยะเวลาเพียง 3 เดือน หากเกินกว่านั้นให้ตรวจใหม่ โดผู้ประกอบการ เห็นว่าไม่จาเป็นต้องกาหนดระยะเวลา เนื่องจากสารดังกล่าวจะไม่เพิ่มปริมาณแต่จะเจือจางเมื่อเวลาผ่านไป 2.6 กลุ่มที่ 6: มาตรการด้านสิ่งแวดล้อม ผู้ประกอบการและประชาชนส่วนใหญ่ ยังไม่มีความรู้ความเข้าใจถึงความเกี่ยวข้องของเรื่องมาตรการสิ่งแวดล้อมต่อตนเอง มากนัก ในส่วนของภาคเอกชนหรือผู้ผลิตของไทยส่วนใหญ่เป็นผู้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของประเทศพัฒนาแล้ว เนื่องจาก เทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อมเป็นของประเทศเหล่านั้นซึ่งเป็นผู้กาหนดมาตรการและมาตรฐานสิ่งแวดล้อมขึ้นมา  ข้อเสนอแนะการดาเนินการของไทย ได้แก่ 1) เน้นการประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างองค์ความรู้ในเรื่องความสําคัญของเรื่องสิ่งแวดล้อมและการใช้มาตรการด้าน สิ่งแวดล้อมในแง่ของ NTBs โดยเฉพาะในส่วนของผู้ประกอบการ ให้มีการเข้าถึงข้อมูลNTBs ด้านสิ่งแวดล้อมที่ ประเทศอื่นกําหนด เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัว โดยอาจมีศูนย์กลางข้อมูลด้านนี้รวมถึงมาตรการด้าน สิ่งแวดล้อมที่ไทยกําลังดําเนินการอยู่ เช่น การกําหนด ISO 14000(ด้านสิ่งแวดล้อม) 2) สนับสนุนการสร้างองค์ความรู้ในระดับบุคลากรให้มีจานวนมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันยังมีบุคลากรที่มีความ เชี่ยวชาญด้านนี้ไม่เพียงพอ ทั้งนี้เพื่อสามารถสร้างอานาจต่อรองให้กับประเทศไทยในเรื่องสิ่งแวดล้อมในอนาคต ได้ 3) หน่วยงานภาครัฐต้องมีการประสานงานระหว่างกันมากขึ้น ปัญหาขณะนี้คือ มีหลายหน่วยงานดูแลงานแต่ละ ส่วนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม แต่ไม่มีเจ้าภาพหลัก ทําให้ภาคเอกชนเกิดความสับสนในการขอความช่วยเหลือใน เรื่องสิ่งแวดล้อม โดยอยากเห็นการจัดตั้ง cluster ในด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเกิดขึ้นอย่างเป็น ระบบ 4) การพิจารณาแนวทางการเก็บภาษีพิเศษ หรือภาษีสิ่งแวดล้อมในรูปภาษีสรรพสามิต โดยเก็บทั้งผู้ผลิตภายใน และผู้นําเข้า โดยใช้หลักการ “Polluters Pay Principle :PPP” อย่างไรก็ตามการพิจารณาจัดเก็บภาษีดังกล่าวต้อง มีแผนการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ภาษีดังกล่าวถูกนําไปใช้ตรงตามวัตถุประสงค์การจัดเก็บ และผลประโยชน์กลับสู่สิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ควรมีแผนการช่วยเหลือการพัฒนาการปรับตัวต่อ ภาระนี้ในอุตสาหกรรม SMEs ด้วยเนื่องจากจะมีปัญหาการปรับตัวมากกว่าบริษัทใหญ่ที่เป็นการลงทุนจาก ต่างประเทศ 5) เนื่องจากการกาหนดมาตรฐาน/มาตรการสิ่งแวดล้อมมีหลายระดับ ตั้งแต่ในระดับสากล ระดับประเทศ หรือ ระดับ stakeholder (ภาคเอกชนใดเอกชนหนึ่งอาจกาหนดใช้มาตรฐานสิ่งแวดล้อมมาเป็นเงื่อนไขทางการค้า) ไทยควรมีท่าทีการเจรจาที่ให้ประเทศหรือภาคเอกชนที่เป็นผู้ตั้งเข้ามาช่วยรับภาระในการปรับตัว โดยอาจช่วย รับภาระต้นทุนหรือให้ความช่วยเหลือในการปรับตัวด้วย ------------------------------

×