Your SlideShare is downloading. ×
งานนำเสนอ การจัดการฐานข้อมุล
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×
Saving this for later? Get the SlideShare app to save on your phone or tablet. Read anywhere, anytime – even offline.
Text the download link to your phone
Standard text messaging rates apply

งานนำเสนอ การจัดการฐานข้อมุล

850
views

Published on


0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
850
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
7
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. การจัดการฐานข้อมูล
  • 2. ฐานข้ อมูลและระบบจัดการฐานข้ อมูล ในปั จจุบนการจัดโครงสร้างข้อมูลให้เป็ นแบบฐานข้อมูลกาลังเป็ นที่ ันิ ยม เกือบทุกหน่วยงานที่มีการใช้ระบบสารสนเทศจะจัดทาข้อมูลให้เป็ นแบบฐานข้อมูล เนื่ องจากปริ มาณข้อมูลมีมากถ้าจัดข้อมูลเป็ นแบบแฟ้ มข้อมูลจะทาให้มีแฟ้ มข้อมูลเป็ นจานวนมาก ซึ่ งจะทาให้เกิดข้อมูลที่ซ้ าซ้อนกันได้ ข้อมูลที่ซ้ าซ้อนนี้ จะก่อให้เกิดปั ญหามากมาย
  • 3. 1. ความหมายของระบบฐานข้ อมูล ฐานข้อมูล (database) หมายถึง กลุ่มของข้อมูลที่ถูกเก็บรวบรวมไว้โดยมีความสัมพันธ์ซ่ ึ งกันและกัน โดยไม่ได้บงคับว่าข้อมูลทั้งหมดนี้ จะต้องเก็บไว้ ัในแฟ้ มข้อมูลเดียวกันหรื อแยกเก็บหลาย ๆ แฟ้ มข้อมูล นันก็คือการเก็บข้อมูลใน ่ฐานข้อมูลนั้นเราอาจจะเก็บทั้งฐานข้อมูล โดยใช้แฟ้ มข้อมูลเพียงแฟ้ มข้อมูลเดียวกันได้ หรื อจะเก็บไว้ในหลาย ๆ แฟ้ มข้อมูล ที่สาคัญคือจะต้องสร้างความสัมพันธ์ระหว่างระเบียนและเรี ยกใช้ความสัมพันธ์น้ นได้ มีการกาจัดความซ้ าซ้อนของข้อมูล ัออกและเก็บแฟ้ มข้อมูลเหล่านี้ ไว้ที่ศูนย์กลาง เพื่อที่จะนาข้อมูลเหล่านี้ มาใช้ร่วมกัน
  • 4. 2. ความสาคัญของระบบฐานข้ อมูล การจัดข้อมูลให้เป็ นระบบฐานข้อมูลทาให้ขอมูลมีส่วนดีกว่าการ ้เก็บข้อมูลในรู ปของแฟ้ มข้อมูล เพราะการจัดเก็บข้อมูลในระบบฐานข้อมูล จะมีส่วนที่สาคัญกว่าการจัดเก็บข้อมูลในรู ปของแฟ้ มข้อมูลดังนี้
  • 5. ความสาคัญของระบบฐานข้ อมูล(ต่ อ) ่ 1. ลดการเก็บข้ อมูลที่ซ้าซ้ อน ข้อมูลบางชุดที่อยูในรู ปของแฟ้ มข้อมูลอาจมี ่ปรากฏอยูหลาย ๆ แห่ ง เพราะมีผใช้ขอมูลชุดนี้ หลายคน เมื่อใช้ระบบฐานข้อมูลแล้ว ู้ ้ ่จะช่วยให้ความซ้ าซ้อนของข้อมูลลดน้อยลง เช่น ข้อมูลอยูในแฟ้ มข้อมูลของผูใช้ ้หลายคน ผูใช้แต่ละคนจะมีแฟ้ มข้อมูลเป็ นของตนเอง ระบบฐานข้อมูลจะลดการ ้ซ้ าซ้อนของข้อมูลเหล่านี้ ให้มากที่สุด โดยจัดเก็บในฐานข้อมูลไว้ที่เดียวกัน ผูใช้ทุก ้คนที่ตองการใช้ขอมูลชุดนี้ จะใช้โดยผ่านระบบฐานข้อมูล ทาให้ไม่เปลืองเนื้ อที่ใน ้ ้การเก็บข้อมูลและลดความซ้ าซ้อนลงได้
  • 6. ความสาคัญของระบบฐานข้ อมูล(ต่ อ) 2.รั กษาความถูกต้ องของข้ อมูล เนื่ องจากฐานข้อมูลมีเพียง ่ฐานข้อมูลเดียว ในกรณี ท่ีมีขอมูลชุดเดียวกันปรากฏอยูหลายแห่ งใน ้ฐานข้อมูล ข้อมูลเหล่านี้จะต้องตรงกัน ถ้ามีการแก้ไขข้อมูลนี้ ทุก ๆ แห่ งที่ ่ข้อมูลปรากฏอยูจะแก้ไขให้ถูกต้องตามกันหมดโดยอัตโนมัติดวยระบบ ้จัดการฐานข้อมูล
  • 7. ความสาคัญของระบบฐานข้ อมูล(ต่ อ) 3.การป้ องกันและรั กษาความปลอดภัยให้ กับข้ อมูลทาได้ อย่ างสะดวก การป้ องกันและรักษาความปลอดภัยกับข้อมูลระบบฐานข้อมูลจะให้เฉพาะผูที่เกี่ยวข้อง ้เท่านั้นจึ งจะมีสิทธิ์ เข้าไปใช้ฐานข้อมูลได้เรี ยกว่ามีสิทธิ ส่วนบุคคล (privacy) ซึ่ งก่อให้เกิดความปลอดภัย (security) ของข้อมูลด้วย ฉะนั้นผูใดจะมีสิทธิ์ ที่จะ ้เข้าถึงข้อมูลได้จะต้องมีการกาหนดสิ ทธิ์ กันไว้ก่อนและเมื่อเข้าไปใช้ขอมูลนั้น ๆ ้ผูใช้จะเห็นข้อมูลที่ถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูลในรู ปแบบที่ผใช้ออกแบบไว้ ้ ู้
  • 8. ความสาคัญของระบบฐานข้ อมูล(ต่ อ) 4.สามารถใช้ ข้อมูลร่ วมกันได้ เนื่ องจากในระบบฐานข้อมูลจะเป็ นที่เก็บรวบรวมข้อมูลทุกอย่างไว้ ผูใช้แต่ละคนจึ งสามารถที่จะใช้ขอมูลในระบบได้ทุก ้ ้ข้อมูล ซึ่ งถ้าข้อมูลไม่ได้ถูกจัดให้เป็ นระบบฐานข้อมูลแล้ว ผูใช้ก็จะใช้ได้เพียงข้อมูล ้ของตนเองเท่านั้น เช่น ดังภาพที่ 4.9 ข้อมูลของระบบเงินเดือน ข้อมูลของระบบงานบุคคลถูกจัดไว้ในระบบแฟ้ มข้อมูลผูใช้ที่ใช้ขอมูลระบบเงินเดือน จะใช้ ้ ้ข้อมูลได้ระบบเดียว แต่ถาข้อมูลทั้ง 2 ถูกเก็บไว้เป็ นฐานข้อมูลซึ่ งถูกเก็บไว้ในที่ที่ ้เดียวกัน ผูใช้ท้ ง 2 ระบบก็จะสามารถเรี ยกใช้ฐานข้อมูลเดียวกันได้ ไม่เพียงแต่ ้ ัข้อมูลเท่านั้นสาหรับโปรแกรมต่าง ๆ ถ้าเก็บไว้ในฐานข้อมูลก็จะสามารถใช้ร่วมกันได้
  • 9. ความสาคัญของระบบฐานข้ อมูล(ต่ อ) 5.มีความเป็ นอิสระของข้ อมูล เมื่อผูใช้ตองการเปลี่ยนแปลงข้อมูล หรื อ ้ ้นาข้อมูลมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับโปรแกรมที่เขียนขึ้นมา จะสามารถสร้างข้อมูลนั้นขึ้นมาใช้ใหม่ได้ โดยไม่มีผลกระทบต่อระบบฐานข้อมูล เพราะข้อมูลที่ผูใช้นามาประยุกต์ใช้ใหม่น้ นจะไม่กระทบต่อโครงสร้างที่แท้จริ งของการจัดเก็บ ้ ัข้อมูล นันคือ การใช้ระบบฐานข้อมูลจะทาให้เกิดความเป็ นอิสระระหว่างการจัดเก็บ ่ข้อมูลและการประยุกต์ใช้
  • 10. ความสาคัญของระบบฐานข้ อมูล(ต่ อ) 6.สามารถขยายงานได้ ง่าย เมื่อต้องการจัดเพิ่มเติมข้อมูลที่เกี่ยวข้องจะสามารถเพิ่มได้อย่างง่ายไม่ซบซ้อน เนื่ องจากมีความเป็ นอิสระของ ัข้อมูล จึงไม่มี ผลกระทบต่อข้อมูลเดิมที่มีอยู่
  • 11. ความสาคัญของระบบฐานข้ อมูล(ต่ อ) 7.ทาให้ ข้อมูลบูรณะกลับสู่ สภาพปกติได้ เร็ วและมีมาตรฐาน เนื่ องจากการจัดพิมพ์ขอมูลในระบบที่ไม่ได้ใช้ฐานข้อมูล ผูเ้ ขียนโปรแกรมแต่ละคนมีแฟ้ มข้อมูล ้ของตนเองเฉพาะ ฉะนั้นแต่ละคนจึ งต่างก็สร้างระบบการบูรณะข้อมูลให้กลับสู่ สภาพปกติในกรณี ที่ขอมูลเสี ยหายด้วยตนเองและด้วยวิธีการของตนเอง จึงขาด ้ประสิ ทธิ ภาพและมาตรฐาน แต่เมื่อมาเป็ นระบบฐานข้อมูลแล้ว การบูรณะข้อมูลให้กลับคืนสู่ สภาพปกติจะมีโปรแกรมชุดเดียวและมีผดูแลเพียงคนเดียวที่ดูแลทั้งระบบ ู้ซึ่ งย่อมต้องมีประสิ ทธิ ภาพและเป็ นมาตรฐานเดียวกันแน่ นอน
  • 12. 3.การบริหารฐานข้ อมูล ในระบบฐานข้อมูลนอกจากจะมีระบบการจัดการฐานข้อมูล ซึ่ งเป็ นซอฟต์แวร์ ที่สร้างขึ้นเพื่อจัดการกับข้อมูลให้เป็ นระบบ จะได้นาไปเก็บรักษา เรี ยกใช้หรื อนามาปรับปรุ งให้ทนสมัยได้ง่ายแล้ว ในระบบฐานข้อมูลยังต้องประกอบด้วย ับุคคลที่มีหน้าที่ควบคุมดูแลระบบฐานข้อมูล คือ ผูบริ หารฐานข้อมูล ้ เหตุผลสาหรับประการหนึ่ งของการจัดทาระบบจัดการฐานข้อมูล คือ การมีศูนย์กลางควบคุมทั้งข้อมูลและโปรแกรมที่เข้าถึงข้อมูลเหล่านั้น บุคคลที่มีอานาจหน้าที่ดูแลการควบคุมนี้ เรี ยกว่า ผูบริ หารฐานข้อมูล หรื อ DBA (database ้administrator) คือ ผูมีหน้าที่ควบคุมการบริ หารงานของฐานข้อมูลทั้งหมด ้
  • 13. 4. หน้ าทีของผู้บริหารฐานข้ อมูล ่ 1. กาหนดโครงสร้ างหรื อรู ปแบบของฐานข้ อมูล โดยทาการวิเคราะห์และตัดสิ นใจว่ าจะรวมข้ อมูลใดเข้ าไว้ ในระบบใดบ้ าง ควรจะจัดเก็บข้ อมูลด้ วยวิธีใด และใช้ เทคนิคใดในการเรี ยกใช้ ข้อมูลอย่ างไร
  • 14. หน้ าทีของผู้บริหารฐานข้ อมูล(ต่ อ) ่ 2. กาหนดโครงสร้ างของอุปกรณ์ เก็บข้ อมูลและวิธีการเข้ าถึงข้ อมูลโดยกาหนดโครงสร้างของอุปกรณ์เก็บข้อมูลและวิธีการเข้าถึงข้อมูลพร้อมทั้งกาหนดแผนการในการสร้างระบบข้อมูลสารองและการฟื้ นสภาพ โดยการจัดเก็บข้อมูลสารองไว้ทุกระยะ และจะต้องเตรี ยมการไว้ว่าถ้าเกิดความผิดพลาดขึ้นแล้วจะทาการฟื้ นสภาพได้อย่างไร
  • 15. หน้ าทีของผู้บริหารฐานข้ อมูล(ต่ อ) ่ 3. มอบหมายขอบเขตอานาจหน้ าที่ของการเข้ าถึงข้ อมูลของผู้ใช้ โดยการประสานงานกับผูใช้ ให้คาปรึ กษา ให้ความช่วยเหลือแก่ผใช้ และ ้ ู้ตรวจตราความต้องการของผูใช้ ้
  • 16. 5. ระบบการจัดการฐานข้ อมูล(DATABASE MANAGEMENT SYSTEM, DBMS) หน้ าทีของระบบการจัดการฐานข้ อมูล ่
  • 17. หน้ าทีของระบบการจัดการฐานข้ อมูล ่ 1.ระบบจัดการฐานข้ อมูลเป็ นซอฟต์ แวร์ ที่ทาหน้ าที่ดังต่ อไปนี้ ดูแลการใช้ ั ้งานให้กบผูใช้ ในการติดต่อกับตัวจัดการระบบแฟ้ มข้อมูลได้ ในระบบฐานข้อมูลนี้ข้อมูลจะมีขนาดใหญ่ ซึ่ งจะถูกจัดเก็บไว้ในหน่ วยความจาสารองเมื่อผูใช้ตองการจะ ้ ้ใช้ฐานข้อมูล ระบบการจัดการฐานข้อมูลจะทาหน้าที่ติดต่อกับระบบแฟ้ มข้อมูลซึ่ งเสมือนเป็ นผูจดการแฟ้ มข้อมูล (file manager) นาข้อมูลจากหน่ วยความจา ้ัสารองเข้าสู่ หน่ วยความจาหลักเฉพาะส่ วนที่ตองการใช้งาน และทาหน้าที่ประสาน ้กับตัวจัดการระบบแฟ้ มข้อมูลในการจัดเก็บ เรี ยกใช้ และแก้ไขข้อมูล
  • 18. หน้ าที่ของระบบการจัดการฐานข้ อมูล(ต่ อ) 2.ควบคุมระบบความปลอดภัยของข้ อมูลโดยป้ องกันไม่ให้ผที่ไม่ได้รับ ู้อนุ ญาตเข้ามาเรี ยกใช้หรื อแก้ไขข้อมูลในส่ วนป้ องกันเอาไว้ พร้อมทั้งสร้างฟั งก์ชน ัในการจัดทาข้อมูลสารอง โดยเมื่อเกิดมีความขัดข้องของระบบแฟ้ มข้อมูลหรื อของเครื่ องคอมพิวเตอร์ เกิดการเสี ยหายนั้น ฟั งก์ชนนี้ จะสามารถทาการฟื้ นสภาพของ ัระบบข้อมูลกลับเข้าสู่ สภาพที่ถูกต้องสมบูรณ์ได้
  • 19. หน้ าที่ของระบบการจัดการฐานข้ อมูล(ต่ อ) 3.ควบคุมการใช้ ข้อมูลในสภาพที่มีผ้ ูใช้ พร้ อมๆ กันหลายคน โดยจัดการเมื่อมีขอผิดพลาดของข้อมูลเกิดขึ้น ้
  • 20. 6. องค์ ประกอบของระบบฐานข้ อมูล ระบบฐานข้อมูลส่ วนใหญ่ เป็ นระบบที่มีการนาคอมพิวเตอร์ เข้ามาช่วยในการจัดเก็บข้อมูล แบ่งออกเป็ น 5 ประเภท คือ
  • 21. องค์ ประกอบของระบบฐานข้ อมูล 1.ฮาร์ ดแวร์ (Hardware) ในระบบฐานข้อมูลที่มีประสิ ทธิ ภาพควรมีฮาร์ ดแวร์ ต่าง ๆ ที่พร้อมจะอานวยความสะดวกในการบริ หารฐานข้อมูลได้อย่างมีประสิ ทธิ ภาพ
  • 22. องค์ ประกอบของระบบฐานข้ อมูล(ต่ อ) 2.โปรแกรม (Program) ในการประมวลผลฐานข้อมูลนั้น ต้องใช้งานหลายรู ปแบบ จึ งจาเป็ นจะต้องมีโปรแกรมที่ทาหน้าที่ต่าง ๆ ได้ เช่น ควบคุมดูแลฐานข้อมูล สร้างฐานข้อมูล สร้างรายงาน จัดการรายงาน เป็ นต้น เรี ยกว่า ระบบจัดการฐานข้อมูล (DatabaseManagement System : DBMS) โดยโปรแกรมเหล่านี้ ทาหน้าที่จดการ ัฐานข้อมูลและเป็ นสื่ อกลางระหว่างผูใช้และโปรแกรมประยุกต์ต่าง ๆ ้
  • 23. องค์ ประกอบของระบบฐานข้ อมูล(ต่ อ) 3.ข้ อมูล (Data) ฐานข้อมูลเป็ นการเก็บรวบรวมข้อมูลให้เป็ นศูนย์กลางข้อมูลอย่างมีระบบ ซึ่ งข้อมูลเหล่านี้ สามารถเรี ยกใช้ร่วมกันได้
  • 24. องค์ ประกอบของระบบฐานข้ อมูล(ต่ อ) 4.บุคลากร (People)มีดงนี้ ั• ผูใช้ทวไป (User) ้ ั่• พนักงานปฏิบติการ (Operator) ั• นักวิเคราะห์และออกแบบระบบ (System Analyst)• ผูเ้ ขียนโปรแกรมประยุกต์ใช้งาน (Programmer)• ผูบริ หารฐานข้อมูล (Database Administrator : DBA) ้
  • 25. องค์ ประกอบของระบบฐานข้ อมูล(ต่ อ) 5.ขั้นตอนการปฏิบัติงาน (Procedures) ควรมีการจัดทาเอกสารที่ระบุข้ นตอนการทางานของหน้าที่งานต่าง ๆ ไว้ ซึ่ ง ัจะช่วยในการทางานและแก้ปัญหา
  • 26. 7. ข้ อดี-ข้ อเสี ยของการประมวลผลแบบฐานข้ อมูล ข้ อดีของการประมวลผลแบบฐานข้ อมูล• หลีกเลี่ยงความขัดแย้งของข้อมูลได้ การจัดการฐานข้อมูลช่วยลดขั้นตอนและความซับซ้อนของข้อมูลได้• สามารถใช้ขอมูลร่ วมกันได้ การจัดการฐานข้อมูลเป็ นการเก็บข้อมูลรวมไว้ ้ด้วยกัน เพื่อผูใช้จะสามารถใช้ขอมูลที่ ต้องการได้ ้ ้• สามารถลดความซ้ าซ้อนของข้อมูล ข้อมูลประเภทเดียวกันจะถูกเก็บไว้ในแฟ้ มเดียวกัน ลดปั ญหาความซ้ าซ้อนของข้อมูล อีกยังลดปั ญหาการประมวลผลที่ชาได้ ้
  • 27. ข้ อดี-ข้ อเสี ยของการประมวลผลแบบฐานข้ อมูล(ต่ อ) ข้ อเสี ยของการประมวลผลแบบฐานข้ อมูล• มีตนทุนสู ง ต้องใช้ทุนด้านต่าง ๆ เช่น ซอฟต์แวร์ บุคลากร เป็ นต้น ้• มีความซับซ้อน การเริ่ มใช้ระบบฐานข้อมูลอาจทาให้เกิดความสลับซับซ้อนได้เช่น การจัดเก็บ การออกแบบ• การเสี่ ยงต่อการหยุดชะงักของระบบ เนื่ องจากการเก็บข้อมูลเป็ นศูนย์กลาง เมื่อเกิดปั ญหาขึ้นทาให้ส่วนอีกกระทบไปด้วย
  • 28. 8. ความสั มพันธ์ (RELATIONSHIP) ฐานข้อมูลจะประกอบด้วยแฟ้ มข้อมูลหลาย ๆ แฟ้ มข้อมูลซึ่ งมีการเก็บข้อมูล ที่ต่างกัน จึงต้องมีการกาหนดความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลต่าง ๆ
  • 29. ความสั มพันธ์ (RELATIONSHIP)(ต่ อ)1.ความสัมพันธ์แบบหนึ่ งต่อหนึ่ ง (One-to-One Relationship)เป็ นความสัมพันธ์ที่มีระเบียนเพียง 1 ระเบียนในเอนทิต้ ี A และ B ที่มีความสัมพันธ์เพียง 1 ระเบียน2.ความสัมพันธ์แบบหนึ่ งต่อกลุ่ม (One-to-Many Relationship)เป็ นความสัมพันธ์ที่มีระเบียนหนึ่ งระเบียนในเอนทิต้ ี A ที่มีความสัมพันธ์หลายระเบียนในเอนทิต้ ี B
  • 30. ความสั มพันธ์ (RELATIONSHIP)(ต่ อ)3.ความสัมพันธ์แบบกลุ่มต่อกลุ่ม (Many-to-Many Relationship)เป็ นความสัมพันธ์ที่มีระเบียนในเอนทิต้ ี A และ B ที่มีความสัมพันธ์หลายระเบียน4.ความสัมพันธ์แบบกลุ่มต่อหนึ่ ง (Many-to-One Relationship)เป็ นความสัมพันธ์ที่มีระเบียนหนึ่ งระเบียนในเอนทิต้ ี B ที่มีความสัมพันธ์หลายระเบียนในเอนทิต้ ี A
  • 31. 9. การออกแบบระบบฐานข้ อมูล (DATABASE DESIGN) การออกแบบฐานข้อมูล วัตถุประสงค์ของขั้นตอนการออกแบบฐานข้อมูลเพื่อให้ได้ขอมูลและความสัมพันธ์ (Relationships) ของข้อมูลที่จะต้องมีใน ้ระบบงาน หรื อตามที่ผูใช้กลุ่มต่าง ๆ ต้องการ การออกแบบข้อมูล (Data ้Modeling) เพื่อให้ทราบถึงความหมายของข้อมูล สามารถแบ่งออกได้เป็ น 3ระดับคือ
  • 32. การออกแบบระบบฐานข้ อมูล (DATABASE DESIGN) (ต่ อ)1.การออกแบบข้ อมูลในระดับแนวคิด (Conceptual Database Design)เป็ น 2.การออกแบบโดยไม่คานึ งปั จจัยด้านกายภาพ (Physical) และ 3.ระบบจัดการฐานข้อมูล (DBMS) ที่เลือกใช้ ขั้นตอนนี้ เป็ นเพียงออกแบบถึงข้อมูลที่ต้องการ และความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลในฐานข้อมูลเท่านั้น กล่าวคือ ขั้นตอนนี้ ยง ัไม่คานึ งถึงระบบจัดการฐานข้อมูล
  • 33. ปัจจัยด้ านกายภาพอืน ๆ (PHYSICAL) ่ การออกแบบในระดับนี้ บางครั้งเรี ยกว่าการออกแบบในระดับสู ง (High-Level Database Design) การออกแบบฐานข้อมูลในระดับนี้ สามารถใช้แนวทางแบบ Data Oriented ซึ่ งสามารถออกแบบข้อมูลได้ 2 ลักษณะ คือ
  • 34. ปัจจัยด้ านกายภาพอืน ๆ ่ (PHYSICAL)(ต่ อ) 1.แบบล่ างไปบน (Bottom-Up) วิธีการนี้ เริ่ มต้นการพิจารณาจากรายละเอียดของข้อมูล หรื อแอททริ บิวต์(Attribute) แล้วนามาจัดกลุ่มเป็ นเอนทิต้ ี (Entity) และความสัมพันธ์(Relationship) วิธีน้ ี เหมาะสาหรับฐานข้อมูลที่มีรายละเอียดไม่มากและไม่ซ้ าซ้อน
  • 35. ปัจจัยด้ านกายภาพอืน ๆ ่ (PHYSICAL)(ต่ อ) 2.แบบบนมาล่ าง (Top-Down) วิธีการนี้ เริ่ มต้นจากการกาหนดเอนทิต้ ีว่ามีเอนทิต้ ีอะไรบ้าง (Hint-levelEntity) แล้วทาการพิจารณารายละเอียดของข้อมูลที่แต่ละเอนทิต้ ีควรจะมี รวมถึงความสัมพันธ์ต่างๆ วิธีการนี้ เหมาะสาหรับองค์กรที่มีฐานข้อมูลซับซ้อน และมีรายละเอียดของข้อมูลมาก
  • 36. ปัจจัยด้ านกายภาพอืน ๆ ่ (PHYSICAL)(ต่ อ) การออกแบบข้ อมูลในระดับตรรกะ (Logical Database Design)เป็ นการนาผลจากการออกแบบในระดับแนวคิดมาวิเคราะห์และออกแบบ โดยในขั้นตอนนี้ เป็ นการแปลงผลจากการออกแบบในระดับแนวคิด (Mapping) ให้อยู่ในรู ปแบบของระบบจัดการฐานข้อมูลที่เลือกใช้ เช่น รู ปแบบเชิ งสัมพันธ์(Relational Model)
  • 37. ปัจจัยด้ านกายภาพอืน ๆ ่ (PHYSICAL)(ต่ อ) การออกแบบฐานข้ อมูลในระดับกายภาพ (Physical Database Design)ขั้นตอนนี้ เป็ นการนาข้อมูลที่ออกแบบในระดับตรรกะ มากาหนดโครงสร้างข้อมูลและการจัดเก็บวิธีการเข้าถึงข้อมูล รวมถึงการจัดการด้านระบบความปลอดภัยเพื่อในฐานข้อมูลทางานได้อย่างมีประสิ ทธิ ผลมาก
  • 38. ข้ อ 1ฐานข้อมูลคืออะไร
  • 39. เฉลย กลุ่มของข้อมูลที่ถูกเก็บรวบรวมไว้ โดยมีความสัมพันธ์ซ่ ึ งกันและกัน โดยไม่ได้บงคับว่าข้อมูลทั้งหมดนี้ จะต้องเก็บไว้ใน ัแฟ้ มข้อมูลเดียวกัน
  • 40. ข้ อ 2ความสาคัญของระบบฐานข้อมูล มีอะไรบ้าง
  • 41. เฉลย1.ลดการเก็บข้ อมูลที่ซ้าซ้ อน2.รักษาความถูกต้องของข้อมูล ั3.การป้ องกันและรักษาความปลอดภัยให้กบข้อมูลทาได้อย่างสะดวก4.สามารถใช้ขอมูลร่ วมกันได้ ้5.มีความเป็ นอิสระของข้ อมูล6.สามารถขยายงานได้ ง่าย7.ทาให้ ข้อมูลบูรณะกลับสู่ สภาพปกติได้ เร็วและมีมาตรฐาน
  • 42. ข้ อ 3หน้าที่ของระบบการจัดการฐานข้อมูล
  • 43. เฉลย1.ระบบจัดการฐานข้ อมูลเป็ นซอฟต์ แวร์2.ควบคุมระบบความปลอดภัยของข้ อมูล3.ควบคุมการใช้ ข้อมูลในสภาพที่มีผู้ใช้ พร้ อม ๆ กันหลายคน
  • 44. ข้ อ 4จงบอกข้อดีของการประมวลผลแบบฐานข้อมูล มา 3 ข้อ
  • 45. เฉลย1. หลีกเลี่ยงความขัดแย้งของข้อมูลได้ การจัดการฐานข้อมูลช่วยลดขั้นตอนและความซับซ้อนของข้อมูลได้2. สามารถใช้ขอมูลร่ วมกันได้ การจัดการฐานข้อมูลเป็ นการเก็บข้อมูลรวม ้ไว้ดวยกัน เพื่อผูใช้จะสามารถใช้ขอมูลที่ ต้องการได้ ้ ้ ้3. สามารถลดความซ้ าซ้อนของข้อมูล ข้อมูลประเภทเดียวกันจะถูกเก็บไว้ในแฟ้ มเดียวกัน ลดปั ญหาความซ้ าซ้อนของข้อมูล อีกยังลดปั ญหาการประมวลผลที่ชาได้ ้
  • 46. ข้ อ 5องศ์ประกอบของฐานข้อมูล แบ่งออกเป็ น 5 ประเภท คือ
  • 47. เฉลย1.ฮาร์ ดแวร์ (Hardware)2. โปรแกรม (Program)3. ข้ อมูล (Data)4. บุคลากร (People)5. ขั้นตอนการปฏิบัติงาน (Procedures)
  • 48. ข้ อ 6บุคลากร มีอะไรบ้าง
  • 49. เฉลย1.ผูใช้ทวไป (User) ้ ั่2.พนักงานปฏิบติการ (Operator) ั3.นักวิเคราะห์และออกแบบระบบ (System Analyst)4.ผูเ้ ขียนโปรแกรมประยุกต์ใช้งาน (Programmer)5.ผูบริ หารฐานข้อมูล (Database Administrator : DBA) ้
  • 50. ข้ อ 7 ่DBA ยอมาอะไร
  • 51. เฉลยData Base Administrator
  • 52. ข้ อ 8 ่DBMS ยอมาจากอะไร
  • 53. เฉลยData Base Management System
  • 54. ข้ อ 9จงบอกข้อเสี ยของการประมวลผลแบบฐานข้อมูล มา 3 ข้อ
  • 55. เฉลย1.มีตนทุนสู ง ต้องใช้ทุนด้านต่างๆ เช่น ซอฟต์แวร์ บุคลากร ้2. มีความซับซ้อน การเริ่ มใช้ระบบฐานข้อมูลอาจทาให้เกิดความสลับซับซ้อนได้ เช่น การจัดเก็บ การออกแบบ3.การเสี่ ยงต่อการหยุดชะงักของระบบ เนื่ องจากการเก็บข้อมูลเป็ นศูนย์กลาง เมื่อเกิดปั ญหาขึ้นทาให้ส่วนอีกกระทบไปด้วย
  • 56. ข้ อ 10ปัจจัยด้ านกายภาพอื่น ๆ แบ่งออกเป็ นข้อมูลได้ 2 ลักษณะ คือ
  • 57. เฉลย1. แบบล่ างไปบน (Bottom-Up)2. แบบบนมาล่ าง (Top-Down)