Your SlideShare is downloading. ×
ส�ำนักบริหำรงำนกำรมัธยมศึกษำตอนปลำย
ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน
กระทรวงศึกษำธิกำร

WORLD-CLASS STANDARD SCHOOL
...
แนวทางการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนมาตรฐานสากล ฉบับปรับปรุง
ปีที่พิมพ์	
จ�ำนวนพิมพ์	
ลิขสิทธิ์เป็นของ	
	
	
ISBN	
พิมพ์ที่...
สารจากเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

	
ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ก�ำหนดนโยบายให้โรงเรียนมาตรฐานสา...
สารบัญ
สารจากเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ตอนที่ 1 สวนนํา

1

หลักการและเหตุผลของการจัดโรงเรียนมาตรฐานสากล
ลัก...
ตอนที่ 4 การจัดการเรียนรู ในโรงเรียนมาตรฐานสากล

แนวทางการจัดการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ
พุทธศักราช 2542
ธรร...
แ น วท า งก า ร จั ด ก า ร เ รี ยน ก า รส อน ใ น โ รง เรี ยน ม า ต รฐา น ส า ก ล ฉ บั บ ป รั บ ป รุ ง

ส่วนน�ำ

1

ส่วนน�า...
แน ว ทา งก าร จั ดก าร เรี ยน ก ารส อ นใ น โ รง เรี ยน ม า ตรฐ า น ส าก ล ฉ บั บ ป รั บ ป รุ ง

2
1

หลักการและเหตุผลของการจัดโรงเรียนมาตรฐานสากล
	
กระแสโลกาภิ วั ต น์ และความเปลี่ ย นแปลงของโลกที่ เ กิ ด ขึ้ น
อย่างรวดเ...
การจัดหลักสูตรและกิจกรรมการเรียนการสอนจ�ำเป็นต้องมีความ
เป็นพลวัต ก้าวทันกับความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ส�ำนักงานคณะกรรมการ
การศ...
3)	 ต้องมีกำรพัฒนำทักษะกำรคิดมำกขึ้น สภำพสังคมโลกที่มีกำร
แข่งขันสูง ท�ำให้กำรจัดกำรศึกษำจ�ำเป็นต้องเน้นกำรพัฒนำทักษะเป็นส...
แน ว ทา งก าร จั ดก าร เรี ยน ก ารส อ นใ น โ รง เรี ยน ม า ตรฐ า น ส าก ล ฉ บั บ ป รั บ ป รุ ง

6

	
จากแนวคิดดังกล่าว กระ...
อย่ า งไรก็ ตามผลการติ ด ตามการใช้ ห ลั ก สู ต รแกนกลางการศึ ก ษา
ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 พบว่า กระบวนการจัดการเรียนรู...
แน ว ทา งก าร จั ดก าร เรี ยน ก ารส อ นใ น โ รง เรี ยน ม า ตรฐ า น ส าก ล ฉ บั บ ป รั บ ป รุ ง

8

	
สิงเหล่านีจะเกิดขึนได...
อย่างไรก็ตามจากการก�ำกับติดตามการด�ำเนินงานของโรงเรียนใน
โครงการโรงเรียนมาตรฐานสากล ในปีการศึกษา 2553 - 2554 พบปัญหาอุปสรร...
แน ว ทา งก าร จั ดก าร เรี ยน ก ารส อ นใ น โ รง เรี ยน ม า ตรฐ า น ส าก ล ฉ บั บ ป รั บ ป รุ ง

10

	
ผลการเข้าร่วมโครงการ...
2

ลักษณะของโรงเรียนมาตรฐานสากล
โรงเรียนมำตรฐำนสำกล หมำยถึง โรงเรียนที่มีกำรพัฒนำหลักสูตร
กำรจัดกิจกรรมกำรเรียนกำรสอน และก...
3

แน ว ทา งก าร จั ดก าร เรี ยน ก ารส อ นใ น โ รง เรี ยน ม า ตรฐ า น ส าก ล ฉ บั บ ป รั บ ป รุ ง

12

การด�ำเนินงานของโรง...
แต่ ในสภำพควำมเป็นจริงกำรด�ำเนินงำนโรงเรียนมำตรฐำนสำกล
ของส�ำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขันพืนฐำน พบว่ำ โรงเรียนมำตรฐำนสำกล
้...
4

ความส�ำเร็จของโรงเรียนมาตรฐานสากล
	
ความส�ำเร็จขั้นสุดท้ายของโรงเรียนมาตรฐานสากล คือ คุณภาพของ
ผู้เรียน โรงเรียนที่ได้ร...
ส่วนน�ำ

เปาหมายความส�าเร็จในการด�าเนินงานด้านผู้เรียน
เป้ ำ หมำยและตั ว ชี้ วั ด ควำมส� ำ เร็ จ ในกำรด� ำ เนิ น งำนด้ ำ ...
ควำมส�ำเร็จของโครงกำรโรงเรียนมำตรฐำนสำกลอีกมุมมองหนึ่ง
สำมำรถพิจำรณำได้จำกผลกำรเข้ำร่วมโครงกำรประเมินผลนำนำชำติ ซึ่งใน
ปัจ...
กำรประเมินตัวชี้วัดควำมส�ำเร็จหลำยข้อ ได้ก�ำหนดให้มีกำรสร้ำง
เครื่องมือกลำงในกำรทดสอบขึ้นเป็นกำรเฉพำะด้วย เนื่องจำกกำรทดสอ...
เป้ำหมำยและตัวชีวดควำมส�ำเร็จด้ำนผูเ้ รียน ในกำรด�ำเนินงำนโรงเรียน
้ั
มำตรฐำนสำกล มี 5 เป้ำหมำย ดังนี้
1. เปนเลิศทางวิชาก...
แ น วท า งก า ร จั ด ก า ร เ รี ยน ก า รส อน ใ น โ รง เรี ยน ม า ต รฐา น ส า ก ล ฉ บั บ ป รั บ ป รุ ง

หลักสูตรและกำรจัดกำ...
แน ว ทา งก าร จั ดก าร เรี ยน ก ารส อ นใ น โ รง เรี ยน ม า ตรฐ า น ส าก ล ฉ บั บ ป รั บ ป รุ ง

20
คุณลักษณะและศักยภาพผู้เรียนที่เปนสากล
กำรจัดกำรเรียนกำรสอนในโรงเรียนมำตรฐำนสำกล มุ่งเน้นกำร
เสริมสร้ำงควำมรู้ ควำมสำมำรถ ...
ทั้งนี้เพื่อพัฒนำผู้เรียนให้มีคุณภำพ ทั้งในฐำนะพลเมืองไทยและ
พลเมืองโลกเทียบเคียงกับนำนำอำรยประเทศ โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนม...
การจัดท�ำหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนสู่สากล
	
การที่ผู้เรียนจะได้รับการพัฒนาให้มีคุณภาพดังกล่าว ย่อมต้องอาศัย
หลักสูตร...
กระบวนการพัฒนาผู้เรียนสู่คุณภาพที่คาดหวัง
กำรจัดกำรเรียนกำรสอนเพื่อให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะและศักยภำพ
ควำมเป็นสำกล คือ เป็นบ...
การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง (Independent Study : IS)
เครื่องมือส�าคัญในการพัฒนา
กำรจัดกระบวนกำรเรียนรู้ตำมบันได 5 ขั้น สำมำรถ...
แน ว ทา งก าร จั ดก าร เรี ยน ก ารส อ นใ น โ รง เรี ยน ม า ตรฐ า น ส าก ล ฉ บั บ ป รั บ ป รุ ง

26

	
โรงเรียนต้องน�ำสาระ ...
หลักสูตรและกำรจัดกำรเรียนกำรสอนในโรงเรียน

กำรพัฒนำผู้เรียนผ่ำนสำระกำรศึกษำค้นคว้ำด้วยตนเอง (Independent Study : IS) ครูผู...
เปาหมายคุณภาพผู้เรียนในสาระการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง (ต่อ)
ระดับประถมศึกษำ
ป.1	-	3
ป.4	-	6

คุณภำพผู้เรียน
	2.	กำรสืบค้นคว...
หลักสูตรและกำรจัดกำรเรียนกำรสอนในโรงเรียน

คุณภำพผู้เรียน

ระดับประถมศึกษำ
ป.1	-	3
ป.4	-	6

	3.	กำรสรุปองค์
› บอกสำระส�ำคั...
เปาหมายคุณภาพผู้เรียนในสาระการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง (ต่อ)
ระดับประถมศึกษำ
ป.1	-	3
ป.4	-	6

คุณภำพผู้เรียน
	4.	กำรสื่อสำรแ...
หลักสูตรและกำรจัดกำรเรียนกำรสอนในโรงเรียน

ระดับประถมศึกษำ
ป.1	-	3
ป.4	-	6

คุณภำพผู้เรียน
	5.	กำรน�ำควำมรู้ไปใช้
บริกำรสั...
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
World-Class Standard School
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

World-Class Standard School

2,976

Published on

แนวทางการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนมาตรฐานสากล ฉบับปรับปรุง โดยสำนักบริหารงานการมัธยมศึกษาตอนปลาย กระทรวงศึกษาธิการ (World-Class Standard School)

Published in: Education
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
2,976
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
4
Actions
Shares
0
Downloads
54
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Transcript of "World-Class Standard School"

  1. 1. ส�ำนักบริหำรงำนกำรมัธยมศึกษำตอนปลำย ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน กระทรวงศึกษำธิกำร WORLD-CLASS STANDARD SCHOOL แนวทางการจัดการเรียนการสอน ในโรงเรียนมาตรฐานสากล ฉบับปรับปรุง
  2. 2. แนวทางการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนมาตรฐานสากล ฉบับปรับปรุง ปีที่พิมพ์ จ�ำนวนพิมพ์ ลิขสิทธิ์เป็นของ ISBN พิมพ์ที่ พ.ศ. 2555 10,000 เล่ม ส�ำนักบริหารงานการมัธยมศึกษาตอนปลาย ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ 978-616-202-678-2 โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จ�ำกัด 79 ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 โทร. 0-2561-4567 โทรสาร 0-2579-5101 นายโชคดี ออสุวรรณ ผู้พิมพ์ผู้โฆษณา
  3. 3. สารจากเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ก�ำหนดนโยบายให้โรงเรียนมาตรฐานสากล (World-Class Standard School) เป็นนวัตกรรมการจัดการศึกษาที่ใช้เป็นยุทธศาสตร์ในการขับเคลือน ่ การพัฒนายกระดับการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพมาตรฐานเทียบเท่าสากล ผู้เรียนมีศักยภาพและ ความสามารถทัดเทียมกับผู้เรียนนานาประเทศ โครงการโรงเรียนมาตรฐานสากล เริมด�ำเนินการตังแต่ปี 2553 มีวตถุประสงค์สำคัญ 3 ประการ ่ ้ ั � คือ พัฒนาผูเ้ รียนให้มศกยภาพเป็นพลโลก จัดการเรียนการสอนเทียบเคียงมาตรฐานสากล และบริหาร ีั จัดการด้วยระบบคุณภาพ โดยมีโรงเรียนเป้าหมาย 500 โรงเรียนเป็นกลุมบุกเบิก เพือให้การด�ำเนินการ ่ ่ บรรลุวตถุประสงค์ และมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิงเพือให้การพัฒนาคุณภาพผูเ้ รียนในโรงเรียน ั ่ ่ มาตรฐานสากลบังเกิดผลเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจึงได้ ทบทวนและก�ำหนดแนวทาง โดยจัดท�ำเอกสารแนวทางการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนมาตรฐาน สากล (ฉบับปรับปรุง) ขึ้น ทั้งนี้รายละเอียดของเอกสารจะช่วยให้โรงเรียนมีความรู้ความเข้าใจ และสามารถใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เรียกว่า “บันได 5 ขั้น ของการพัฒนาผู้เรียน สู่มาตรฐานสากล” (Five Steps for Student Development) ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเอกสารแนวทางการจัด การเรียนการสอนในโรงเรียนมาตรฐานสากล (ฉบับปรับปรุง) ฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ต่อโรงเรียน ครูผู้สอน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย ขอขอบคุณคณะท�ำงานและทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการจัดท�ำ เอกสารให้ส�ำเร็จบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายได้เป็นอย่างดี (นายชินภัทร ภูมิรัตน) เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
  4. 4. สารบัญ สารจากเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตอนที่ 1 สวนนํา 1 หลักการและเหตุผลของการจัดโรงเรียนมาตรฐานสากล ลักษณะของโรงเรียนมาตรฐานสากล การดําเนินงานของโรงเรียนมาตรฐานสากล ความสําเร็จของโรงเรียนมาตรฐานสากล เปาหมายความสําเร็จในการดําเนินงานดานผูเรียน 3 11 12 14 15 ตอนที่ 2 หลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียน 19 คุณลักษณะและศักยภาพผูเรียนที่เปนสากล การจัดทําหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนสูสากล กระบวนการพัฒนาผูเรียนสูคุณภาพที่คาดหวัง การศึกษาคนควาดวยตนเอง (Independent Study : IS) เครื่องมือสําคัญ ในการพัฒนา เปาหมายคุณภาพผูเรียนในสาระการศึกษาคนควาดวยตนเอง ตอนที่ 3 การจัดหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนมาตรฐานสากล ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา ตัวอยางโครงสรางหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมาตรฐานสากล ระดับชั้นประถมศึกษา ตัวอยางโครงสรางหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมาตรฐานสากล ระดับชั้นมัธยมศึกษา ตัวอยางคําอธิบายรายวิชา 21 23 24 25 27 33 35 38 40 41 42
  5. 5. ตอนที่ 4 การจัดการเรียนรู ในโรงเรียนมาตรฐานสากล แนวทางการจัดการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พุทธศักราช 2542 ธรรมชาติของผูเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา การจัดการเรียนรูตองเนนการทํางานของสมอง การจัดการเรียนรูตามแนวทฤษฎีการสรางความรู การศึกษาคนควาดวยตนเอง แนวทางการจัดการเรียนรูที่ผูเรียนศึกษาคนควาดวยตนเอง บทบาทของผูสอน บทบาทของผูเรียน การจัดการเรียนรูระดับประถมศึกษา บันได 5 ขั้น ของการพัฒนาผูเรียนสูมาตรฐานสากล การจัดกิจกรรมเพื่อนําความรูหรือประสบการณไปใชบริการสังคม ตอนที่ 5 การวัดและประเมินผล 49 52 53 55 57 60 62 65 66 68 70 71 73 แนวทางการวัดและประเมินผล ตัวอยางการวัดและประเมินผล ระดับชั้นประถมศึกษาปที่ 1-3 ตัวอยางการวัดและประเมินผล ระดับชั้นประถมศึกษาปที่ 4-6 ตัวอยางการวัดและประเมินผล ระดับมัธยมศึกษา แนวทางการวัดและประเมินผล ระดับชั้นประถมศึกษาปที่ 1-3 แนวทางการวัดและประเมินผล ระดับชั้นประถมศึกษาปที่ 4-6 แนวทางการวัดและประเมินผล ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1-3 แนวทางการวัดและประเมินผล ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4-6 ตัวอยางระดับคุณภาพการประเมินผล ระดับชั้นประถมศึกษาปที่ 1-3 ตัวอยางระดับคุณภาพการประเมินผล ระดับชั้นประถมศึกษาปที่ 4-6 ตัวอยางระดับคุณภาพการประเมินผล ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1-3 ตัวอยางระดับคุณภาพการประเมินผล ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4-6 แนวทางการรายงานผลการเรียนรูสาระการศึกษาคนควาดวยตนเอง (Independent Study : IS) การรายงานภาพรวมระดับหองเรียน 75 76 77 86 88 89 91 93 96 98 102 107 ภาคผนวก เอกสารอางอิง คณะทํางาน 117 153 154 113 116
  6. 6. แ น วท า งก า ร จั ด ก า ร เ รี ยน ก า รส อน ใ น โ รง เรี ยน ม า ต รฐา น ส า ก ล ฉ บั บ ป รั บ ป รุ ง ส่วนน�ำ 1 ส่วนน�า ตอนที่ 1
  7. 7. แน ว ทา งก าร จั ดก าร เรี ยน ก ารส อ นใ น โ รง เรี ยน ม า ตรฐ า น ส าก ล ฉ บั บ ป รั บ ป รุ ง 2
  8. 8. 1 หลักการและเหตุผลของการจัดโรงเรียนมาตรฐานสากล กระแสโลกาภิ วั ต น์ และความเปลี่ ย นแปลงของโลกที่ เ กิ ด ขึ้ น อย่างรวดเร็ว ทั้งด้านวิทยาการ และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ท�ำให้แต่ละประเทศไม่สามารถปิดตัวอยู่โดยล�ำพัง ต้องร่วมมือและพึ่งพาอาศัย ซึ่งกันและกัน การด�ำรงชีวิตของคนในแต่ละประเทศ มีการติดต่อสื่อสารซึ่งกัน และกันมากขึ้น มีความร่วมมือในการปฏิบัติภารกิจและแก้ปัญหาต่าง ๆ ร่วมกัน มากขึ้น ในขณะเดียวกัน สังคมโลกในยุคปัจจุบัน เต็มไปด้วยข้อมูลข่าวสาร ท�ำให้คนต้องคิด วิเคราะห์ แยกแยะ และมีการตัดสินใจที่รวดเร็ว เพื่อให้ทันกับ เหตุการณ์ในสังคม ที่มีความสลับซับซ้อนมากขึ้น สิ่งเหล่านี้น�ำไปสู่สภาวการณ์ ของการแข่งขันทางเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมระหว่างประเทศ อย่างหลีกเลียงไม่ได้ และเป็นแรงผลักดันส�ำคัญทีทำให้หลายประเทศต้องปฏิรป ่ ่ � ู การศึกษา คุณภาพของการจัดการศึกษาจึงเป็นตัวบ่งชีสำคัญประการหนึง ส�ำหรับ ้� ่ ความพร้อมในการเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 และศักยภาพในการแข่งขันในเวทีโลก ของแต่ละประเทศ ประเทศที่จะอยู่รอดได้หรือคงความได้เปรียบก็คือประเทศ ที่มีอ�ำนาจทางความรู้และเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ ซึ่งในยุคโลกไร้พรมแดน คนต่ า งชาติ จ ะเข้ า มาท� ำ งาน และประกอบอาชี พ ในประเทศไทยมากขึ้ น ขณะเดียวกันคนไทยก็มีโอกาสไปท�ำงานและประกอบอาชีพในต่างประเทศ มากขึ้นด้วยเช่นกัน นอกจากนั้น ปัจจุบันปรากฏสภาพปัญหา ที่คนทั่วโลกต้องเผชิญ กับวิกฤตการณ์ร่วมกันในเรื่องความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติและ สภาพแวดล้อม และอุบตภยต่าง ๆ ทีเ่ กิดบ่อย ๆ และรุนแรงมากยิงขึน ส่งผลกระทบ ัิั ่ ้ อย่างรุนแรงต่อมวลมนุษย์โดยทั่วไป สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มว่าคนยุคใหม่ จะต้ อ งเผชิ ญ กั บ ความเปลี่ ย นแปลงที่ ห ลากหลาย เป็ น สั ญ ญาณเตื อ นว่ า โลกในยุคหน้า จะมีปรากฏการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นเกินกว่าจะคาดคิด ด้วยเหตุนี้ จึ ง จ� ำ เป็ น อย่ า งยิ่ ง ที่ แ ต่ ล ะประเทศต้ อ งเตรี ย มคนรุ ่ น ใหม่ ที่ มี ทั ก ษะและ ความสามารถในการปรับตัว มีคณลักษณะส�ำคัญในการด�ำรงชีวตในโลกยุคใหม่ได้ ุ ิ อย่างรู้เท่าทัน สงบ สันติ มีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดี เหมาะสมและเพียงพอ แ น วท า งก า ร จั ด ก า ร เ รี ยน ก า รส อน ใ น โ รง เรี ยน ม า ต รฐา น ส า ก ล ฉ บั บ ป รั บ ป รุ ง ส่วนน�ำ 3
  9. 9. การจัดหลักสูตรและกิจกรรมการเรียนการสอนจ�ำเป็นต้องมีความ เป็นพลวัต ก้าวทันกับความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ส�ำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ผลักดันให้มีการปรับเปลี่ยนหลักสูตรและกิจกรรม การเรียนการสอน เพื่อเพิ่มศักยภาพการจัดการศึกษาไทยให้พร้อมส�ำหรับ การแข่งขันในเวทีโลกในยุคศตวรรษที่ 21 สรุปได้ดังนี้ แน ว ทา งก าร จั ดก าร เรี ยน ก ารส อ นใ น โ รง เรี ยน ม า ตรฐ า น ส าก ล ฉ บั บ ป รั บ ป รุ ง 4 1) โรงเรี ย นต้ อ งเป็ น หน่ ว ยบริ ก ารทางการศึ ก ษาในมิ ติ ที่ ก ว้ า งขึ้ น เพราะในปัจจุบันสังคมโลกเป็นสังคมที่ ไร้พรมแดน ที่มีการติดต่อประสาน สัมพันธ์ระหว่างประเทศต่าง ๆ มากขึ้น อีกทั้งการก้าวไปสู่ประชาคมอาเซียน ในปี พ.ศ. 2558 จะมีผลต่อการเปิดเสรีทางการศึกษา ซึ่งจะท�ำให้เกิดการ แข่งขันในการจัดการศึกษาของสถาบันการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ ดังนั้น ในอนาคตโรงเรียนแต่ละแห่งจะต้องมีการแข่งขันด้านคุณภาพมากขึ้น โรงเรียน ในประเทศไทยเองจ� ำ เป็ น ต้ อ งพั ฒ นาให้ เ ป็ น หน่ ว ยบริ ก ารทางการศึ ก ษา ที่มีคุณภาพ เพื่อรองรับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นจากการเปิดเสรีทางการศึกษา 2) หลักสูตรการเรียนการสอนต้องมีความเป็นสากลมากขึ้น เนื่องจาก ยุคโลกาภิวัตน์ มีการเชื่อมโยงด้านการค้าและการลงทุน ท�ำให้ตลาดแรงงาน ในอนาคตต้องการคนที่มีศักยภาพในหลายด้าน รวมทั้งความสามารถด้าน ภาษาต่างประเทศ การคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร คุณลักษณะในการเป็นพลโลก การจัดหลักสูตรและการเรียนการสอนจึงต้องปรับให้มีความเป็นสากลมากขึ้น นอกจากนี้การเปิดเสรีทางการศึกษา ท�ำให้สถาบันการศึกษาจากต่างประเทศ เข้ามาลงทุนด้านการจัดการศึกษาในประเทศไทย โรงเรียนควรหาภาคีเครือข่าย ในการจัดหลักสูตรนานาชาติ หลักสูตรสมทบ หรือหลักสูตรร่วมกับสถาบัน ต่างประเทศ เพื่อความเป็นสากลของการศึกษา
  10. 10. 3) ต้องมีกำรพัฒนำทักษะกำรคิดมำกขึ้น สภำพสังคมโลกที่มีกำร แข่งขันสูง ท�ำให้กำรจัดกำรศึกษำจ�ำเป็นต้องเน้นกำรพัฒนำทักษะเป็นส�ำคัญ ปัจจุบันโรงเรียนยังไม่สำมำรถพัฒนำทักษะกำรคิดของผู้เรียนได้ดีเท่ำที่ควร เนื่องจำกกำรเรียนกำรสอนยังเน้นให้ผู้เรียนคิดตำมสิ่งที่ผู้สอนป้อนควำมรู้ มำกกว่ำกำรคิดสิงใหม่ ๆ ดังนัน จึงควรมีกำรปรับรูปแบบกระบวนกำรจัดกำรเรียน ่ ้ กำรสอน เพื่อส่งเสริมทักษะกำรคิดให้มำกยิ่งขึ้น 4) ต้องมีกำรปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมมำกขึ้น แนวคิดของทุนนิยม ที่มุ่งกำรแข่งขัน มีอิทธิพลท�ำให้กำรจัดกำรศึกษำของโรงเรียนส่วนใหญ่เน้น และให้ควำมส�ำคัญกับกำรพัฒนำควำมรู้และควำมสำมำรถ เพื่อควำมก้ำวหน้ำ ในหน้ำที่กำรงำนและกำรมีชีวิตควำมเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จนอำจละเลยกำรส่งเสริม ด้ำนคุณธรรมจริยธรรม ซึ่งจะส่งผลต่อปัญหำทำงสังคมตำมมำ ดังนั้น ปรัชญำ กำรจัดกำรศึกษำ จึงต้องให้ควำมส�ำคัญกับกำรพัฒนำบุคคลในองค์รวม ทั้งมิติ ของควำมรู้และคุณธรรมคู่กัน เพื่อให้เกิดกำรพัฒนำอย่ำงยั่งยืนอันจะส่งผลให้ ประชำคมโลกอยู่ร่วมกันอย่ำงสันติสุข 5) กำรสอนภำษำต่ำงประเทศต้องมีประสิทธิภำพมำกขึ้น ในยุคโลก ไร้พรมแดนนั้น ผู้มีควำมรู้ด้ำนภำษำต่ำงประเทศ โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งภำษำ ที่ใช้สื่อสำรกันอย่ำงกว้ำงขวำง เช่น ภำษำอังกฤษ หรือภำษำจีน ย่อมมีควำมได้ เปรียบในกำรติดต่อสือสำร กำรเจรจำต่อรองในเรืองต่ำง ๆ ตลอดจนกำรประกอบ ่ ่ อำชีพ กำรจัดกำรเรียนกำรสอนจึงควรส่งเสริมให้ผเู้ รียนได้มโอกำสพัฒนำทักษะ ี ภำษำต่ำงประเทศอย่ำงเต็มศักยภำพ แ น วท า งก า ร จั ด ก า ร เ รี ยน ก า รส อน ใ น โ รง เรี ยน ม า ต รฐา น ส า ก ล ฉ บั บ ป รั บ ป รุ ง ส่วนน�ำ 5
  11. 11. แน ว ทา งก าร จั ดก าร เรี ยน ก ารส อ นใ น โ รง เรี ยน ม า ตรฐ า น ส าก ล ฉ บั บ ป รั บ ป รุ ง 6 จากแนวคิดดังกล่าว กระทรวงศึกษาธิการจึงมีการทบทวนและปรับปรุง หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน และได้ประกาศใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เพื่อเป็นกรอบทิศทางในการพัฒนาเยาวชนของ ชาติเข้าสู่โลกยุคศตวรรษที่ 21 โดยมุ่งส่งเสริมผู้เรียนให้มีคุณธรรมบนพื้นฐาน ของความเป็นไทยควบคู่กับความเป็นสากล รักความเป็นไทย มีทักษะในการคิด มี ทั ก ษะในการแก้ ป ั ญ หา มี ทั ก ษะด้ า นเทคโนโลยี มี ความคิ ด สร้ า งสรรค์ มีความสามารถในการสื่อสาร และมีทักษะชีวิต สามารถท�ำงานร่วมกับผู้อื่น และอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมโลกได้อย่างสันติ ในระดับที่ ไม่ต�่ำกว่านักเรียน ของนานาอารยประเทศ ส่งผลต่อการพัฒนาประเทศแบบยั่งยืน เป็นการเพิ่ม ขีดความสามารถให้คนไทยก้าวทันต่อความเปลี่ยนแปลงและความก้าวหน้า ของโลก มีศักยภาพในการแข่งขันในเวทีโลก
  12. 12. อย่ า งไรก็ ตามผลการติ ด ตามการใช้ ห ลั ก สู ต รแกนกลางการศึ ก ษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 พบว่า กระบวนการจัดการเรียนรู้ในโรงเรียน ส่วนใหญ่ ยังไม่สามารถพัฒนาผู้เรียนให้เกิดคุณภาพตามเจตนารมณ์ของ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขันพืนฐานได้ โดยเฉพาะอย่างยิงในด้านต่าง ๆ ดังนี้ ้ ้ ่ 1. ทักษะและความสามารถในการใช้ภาษาไทยเพื่อการสื่อสารและ การศึกษาหาความรู้ ทั้งด้านการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน 2. ทักษะความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ เพื่อการสื่อสารและ การศึกษา หาความรู้ ทั้งด้านการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน 3. ทั ก ษะและความสามารถในการศึ ก ษาค้ น คว้ า ด้ ว ยตนเอง (Independent Study) และเรียนรู้จากการปฏิบัติทดลอง 4. ทักษะและความสามารถในการคิดรูปแบบต่าง ๆ เช่น การคิดวิเคราะห์ การคิดเชิงวิทยาศาสตร์ การคิดสร้างสรรค์ และการคิดอย่างมีวิจารณญาณ เป็นต้น 5. ทักษะและความสามารถในการท�ำงานและแข่งขันกับชาวต่างชาติ 6. โอกาสในการใช้ ICT เพื่อการเรียนรู้และการด�ำรงชีวิต 7. ความเป็นผู้มีจิตสาธารณะ และมุ่งมั่น ไม่ย่อท้อต่อปัญหาอุปสรรค แ น วท า งก า ร จั ด ก า ร เ รี ยน ก า รส อน ใ น โ รง เรี ยน ม า ต รฐา น ส า ก ล ฉ บั บ ป รั บ ป รุ ง ส่วนน�ำ 7
  13. 13. แน ว ทา งก าร จั ดก าร เรี ยน ก ารส อ นใ น โ รง เรี ยน ม า ตรฐ า น ส าก ล ฉ บั บ ป รั บ ป รุ ง 8 สิงเหล่านีจะเกิดขึนได้กตอเมือ ครูตองมีความรูความเข้าใจในเป้าหมาย ่ ้ ้ ็่ ่ ้ ้ ของหลักสูตรและกระบวนการจัดการเรียนรูอย่างถ่องแท้ สามารถน�ำไปถ่ายทอด ้ แก่ผู้เรียน และประยุกต์ใช้สื่ออุปกรณ์ต่าง ๆ ตลอดจนนวัตกรรมและเทคโนโลยี ที่เอื้อต่อการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้เล็งเห็นความจ�ำเป็น อย่างรีบด่วนที่จะต้องเร่งหาวิธีการที่มีประสิทธิภาพ ในการพัฒนาทักษะและ ความสามารถต่าง ๆ ดังกล่าวให้เกิดขึนกับผูเ้ รียน เพือให้เป็นพืนฐานทีจะเติบโต ้ ่ ้ ่ เป็นคนไทยที่มีความคิดเป็นสากล มีความสามารถในการร่วมมือท�ำงานและ แข่งขันกับนานาชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะสิงเหล่านีจะท�ำให้ประเทศไทย ่ ้ ด�ำรงอยู่ในเวทีระดับนานาชาติได้อย่างรู้เท่าทัน สมศักดิ์ศรี เคียงบ่าเคียงไหล่ ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ ได้รับประโยชน์ในสิ่งที่ควรจะได้รับ และมีคุณภาพชีวิต ที่ดี สามารถด�ำรงชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างสงบ สันติ ถ้อยทีถ้อยอาศัยและช่วยเหลือ ซึ่งกันและกัน โรงเรียนมาตรฐานสากลจึงเป็นนวัตกรรมการจัดการศึกษาที่ส�ำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขันพืนฐานน�ำมาใช้เป็นมาตรการเร่งด่วนในการยกระดับ ้ ้ การจัดการศึกษาให้มีคุณภาพมาตรฐานเทียบเท่าสากล เริ่มด�ำเนินการน�ำร่อง ในปีการศึกษา 2553 กับโรงเรียนจ�ำนวน 500 โรงเรียน ทั้งระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษา ด้วยการให้โรงเรียนในโครงการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา และจัดกระบวนการเรียนรู้ให้ผู้เรียนบรรลุคุณภาพตามมาตรฐานที่ก�ำหนด ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และเพิ่มเติม สาระการเรียนรู้ความเป็นสากล
  14. 14. อย่างไรก็ตามจากการก�ำกับติดตามการด�ำเนินงานของโรงเรียนใน โครงการโรงเรียนมาตรฐานสากล ในปีการศึกษา 2553 - 2554 พบปัญหาอุปสรรค ในการปฏิบัติบางประการ ได้แก่ การใช้ค�ำบางค�ำอาจท�ำให้เกิดการเข้าใจผิดว่า มีความซ�้ำซ้อนกับหลักสูตรบางหลักสูตร และการจัดสาระเพิ่มเติมในหลักสูตร ของสถานศึกษาหลายแห่งยังไม่สอดคล้องกับโครงสร้างเวลาเรียนที่ก�ำหนด ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 นอกจากนั้น เสียงสะท้อนของสังคมทั่วไปบ่งชี้ให้เห็นว่า ทักษะและ ความสามารถทีจำเป็นทีจะช่วยท�ำให้เด็กและเยาวชนไทยสามารถพัฒนาตนเอง ่� ่ ไปสู่ความเป็นสากล ได้แก่ ทักษะและความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิด สร้างสรรค์ การแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง รวมถึงทักษะและความสามารถ ด้านเทคโนโลยี และทักษะและความสามารถในการท�ำงานร่วมกับผูอน ยังไม่อยู่ ้ ื่ ในระดับที่น่าพอใจ ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ผลการ ทดสอบความถนัดทั่วไป (GAT) และผลการทดสอบความถนัดทางวิชาการ และวิชาชีพ (PAT) ของนักเรียนในภาพรวมอยู่ในระดับต�่ำและมีการกระจายสูง ยังไม่เป็นที่พึงพอใจ แ น วท า งก า ร จั ด ก า ร เ รี ยน ก า รส อน ใ น โ รง เรี ยน ม า ต รฐา น ส า ก ล ฉ บั บ ป รั บ ป รุ ง ส่วนน�ำ 9
  15. 15. แน ว ทา งก าร จั ดก าร เรี ยน ก ารส อ นใ น โ รง เรี ยน ม า ตรฐ า น ส าก ล ฉ บั บ ป รั บ ป รุ ง 10 ผลการเข้าร่วมโครงการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ (Programme for International Student Assessment : PISA) จัดโดย Organization for Economic Co-operation and Development : OECD) มีประเทศเข้าร่วม โครงการประมาณ 70 ประเทศ คะแนนเฉลียของนักเรียนไทยต�ำกว่าคะแนนเฉลีย ่ ่ ่ ของนานาชาติมาก ส่วนผลการเข้าร่วมโครงการการศึกษาแนวโน้มการจัดการศึกษา ด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ระดับนานาชาติ (Trended in International Mathematics and Science Study : TIMSS) จัดโดย The International Association for the Evaluation of Educational Achievement : IEA มีประเทศ เข้าร่วมโครงการประมาณ 60 ประเทศ คะแนนของนักเรียนไทยโดยเฉลี่ย ต�่ำกว่าค่าเฉลี่ยของนักเรียนนานาชาติมากเช่นกัน จากข้อมูลดังกล่าวท�ำให้สังคมทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ สรุปและเชือว่าคุณภาพการศึกษาของประเทศไทยเมือเทียบกับคุณภาพการศึกษา ่ ่ ของนานาชาติยงอยู่ในระดับต�ำ ซึงส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชือมัน ั ่ ่ ่ ่ ที่ต่างชาติมีต่อประเทศไทย ตลอดจนการลงทุนของต่างชาติในประเทศไทยมาก จึ ง จ� ำ เป็ น ต้ อ งพั ฒ นาและปรั บ ปรุ ง การศึ ก ษาไทยให้ มี คุ ณ ภาพทั ด เที ย มกั บ การศึกษาของนานาชาติ ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจึงได้พิจารณาทบทวน จุดที่เป็นปัญหาในการด�ำเนินงานของโรงเรียนมาตรฐานสากล และพัฒนา ปรับปรุงแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดหลักสูตรการจัดการเรียนการสอน และ การบริหารจัดการส�ำหรับโรงเรียนในโครงการ โดยเริ่มต้นใช้ในปีการศึกษา 2555 ทั้งนี้ เพื่อให้การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในโรงเรียนมาตรฐานสากลเป็นไป อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
  16. 16. 2 ลักษณะของโรงเรียนมาตรฐานสากล โรงเรียนมำตรฐำนสำกล หมำยถึง โรงเรียนที่มีกำรพัฒนำหลักสูตร กำรจัดกิจกรรมกำรเรียนกำรสอน และกำรบริหำรจัดกำรด้วยระบบคุณภำพ ที่ มุ ่ ง เน้ น กำรพั ฒ นำผู ้ เ รี ย นให้ มี ศั ก ยภำพเป็ น พลโลก มี ทั ก ษะ ควำมรู ้ ควำมสำมำรถ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในระดับเดียวกับมำตรฐำน สำกลหรือมำตรฐำนของประเทศชั้นน�ำที่มีคุณภำพกำรศึกษำสูง สอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ของหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน พุทธศักรำช 2551 ที่มุ่งเน้นกำรพัฒนำคุณภำพเยำวชนส�ำหรับยุคศตวรรษที่ 21 ตำมปฏิญญำ ว่ำด้วยกำรจัดกำรศึกษำของ UNESCO ทั้ง 4 ด้ำน คือ Learning to know, Learning to do, Learning to live together and Learning to be แ น วท า งก า ร จั ด ก า ร เ รี ยน ก า รส อน ใ น โ รง เรี ยน ม า ต รฐา น ส า ก ล ฉ บั บ ป รั บ ป รุ ง ส่วนน�ำ 11
  17. 17. 3 แน ว ทา งก าร จั ดก าร เรี ยน ก ารส อ นใ น โ รง เรี ยน ม า ตรฐ า น ส าก ล ฉ บั บ ป รั บ ป รุ ง 12 การด�ำเนินงานของโรงเรียนมาตรฐานสากล การด�ำเนินงานของโรงเรียนมาตรฐานสากล จะประสบความส�ำเร็จได้ จะต้องมีการพัฒนาหลายมิติไปพร้อมกัน โดยจะต้องด�ำเนินการทั้งระบบ คือ ด้านหลักสูตร ด้านการจัดการเรียนการสอน และด้านการบริหารจัดการ มิใช่ เป็นการจัดการศึกษาเพียงบางส่วนของโรงเรียน หรือเพียงจัดเป็นแผนการเรียน มาตรฐานสากล การจั ด การศึ ก ษาของโรงเรี ย นมาตรฐานสากลจะต้ อ งมี จุดมุ่งหมายและทิศทางที่ชัดเจน ดังนี้ 3.1 เพือยกระดับการจัดการเรียนการสอนให้เทียบเคียงมาตรฐานสากล ่ หรือมาตรฐานของประเทศชั้นน�ำที่มีคุณภาพการศึกษาสูง ได้แก่ ประเทศ ที่ประสบความส�ำเร็จสูงในการเข้าร่วมโครงการ PISA หรือ TIMSS โดยค�ำนึง ถึงความแตกต่างของผู้เรียนทางด้านสติปัญญา ความสามารถ และความถนัด มีการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมในการเพิ่มพูนศักยภาพของผู้เรียน ส่งเสริม พหุปัญญาของผู้เรียน บนพื้นฐานของความเข้าใจและรู้ใจ มีการใช้กระบวนการ คัดกรองในระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียนเป็นรายบุคคล เพื่อให้สามารถพัฒนา ไปสู่จุดสูงสุดแห่งศักยภาพ 3.2 เพื่อยกระดับการบริหารจัดการของโรงเรียนให้มีการบริหารด้วย ระบบคุณภาพตามเกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งชาติ (Thailand Quality Award : TQA) ทังนีเ้ พือให้การพัฒนาศักยภาพของโรงเรียนด�ำเนินไปตามมาตรฐานสากล ้ ่ หรือมาตรฐานของประเทศชั้นน�ำที่มีคุณภาพการศึกษาสูงทั้งหลาย
  18. 18. แต่ ในสภำพควำมเป็นจริงกำรด�ำเนินงำนโรงเรียนมำตรฐำนสำกล ของส�ำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขันพืนฐำน พบว่ำ โรงเรียนมำตรฐำนสำกล ้ ้ มีควำมแตกต่ำงกันทั้งบริบท ศักยภำพ ขนำดโรงเรียน รวมทั้งสภำพแวดล้อม อื่น ๆ ดั ง นั้ น เพื่ อ ให้ ก ำรบริ ห ำรจั ด กำรด้ ว ยระบบคุ ณ ภำพของโรงเรี ย น เกิดกำรพัฒนำ จึงก�ำหนดให้มกำรบริหำรจัดกำรด้วยระบบคุณภำพเป็น 3 ระดับ คือ ี ระดับที่ 1 กำรบริหำรจัดกำรระบบคุณภำพ ระดับโรงเรียน (School Quality Award : SCQA) ระดับที่ 2 กำรบริหำรจัดกำรระบบคุณภำพ ระดับส�ำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน (Office of the Basic Education Commission Quality Award : OBECQA) ระดับที่ 3 กำรบริหำรจัดกำรระบบคุณภำพ ระดับชำติ (Thailand Quality Award : TQA) ทั้งนี้ หวังว่ำรูปแบบและแนวทำงกำรบริหำรจัดกำรระบบคุณภำพ ในแต่ละระดับจะท�ำให้โรงเรียนเกิดกำรพัฒนำอย่ำงมีขนตอนสอดคล้องกับสภำพ ั้ ปัจจุบัน และบริบทของโรงเรียน 3.3 เพื่อพัฒนำผู้เรียนให้มีศักยภำพเป็นพลโลก โดยเน้นควำมเป็นเลิศ ทำงวิชำกำร สื่อสำรสองภำษำ ล�้ำหน้ำทำงควำมคิด ผลิตงำนอย่ำงสร้ำงสรรค์ และร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคมโลก แ น วท า งก า ร จั ด ก า ร เ รี ยน ก า รส อน ใ น โ รง เรี ยน ม า ต รฐา น ส า ก ล ฉ บั บ ป รั บ ป รุ ง ส่วนน�ำ 13
  19. 19. 4 ความส�ำเร็จของโรงเรียนมาตรฐานสากล ความส�ำเร็จขั้นสุดท้ายของโรงเรียนมาตรฐานสากล คือ คุณภาพของ ผู้เรียน โรงเรียนที่ได้รับการประเมินว่ามีหลักสูตร กิจกรรมการเรียนการสอน และการบริหารจัดการที่ดีเยี่ยม แต่การประเมินคุณภาพของผู้เรียนยังไม่ผ่าน เกณฑ์ตามที่โรงเรียนได้ก�ำหนดไว้ ก็ไม่ถือว่าโรงเรียนนั้นประสบความส�ำเร็จ ในการเป็นโรงเรียนมาตรฐานสากล ความส�ำเร็จของโรงเรียนในการด�ำเนินงานตามโครงการโรงเรียน มาตรฐานสากลจะพิจารณาจากคุณภาพของผู้เรียนที่เพิ่มขึ้นตามเป้าหมาย ที่แต่ละโรงเรียนก�ำหนดและท�ำความตกลงไว้กับโครงการเป็นส�ำคัญ ความส�ำเร็จด้านการพัฒนาหลักสูตร การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และการบริหารจัดการโรงเรียนด้วยระบบบริหารคุณภาพ ถือเป็นความส�ำเร็จ ในการด� ำ เนิ น งานของโรงเรี ย นมาตรฐานสากล บนพื้ น ฐานความเชื่ อว่ า ถ้าโรงเรียนมีหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน และมีระบบการบริหารจัดการ โรงเรียนที่ดี ก็จะช่วยท�ำให้ผู้เรียนมีคุณภาพที่ดีขึ้นเป็นล�ำดับ ความส�ำเร็จของการด�ำเนินงานโรงเรียนมาตรฐานสากลสรุปได้ ดังนี้ เป็นเลิศวิชาการ แน ว ทา งก าร จั ดก าร เรี ยน ก ารส อ นใ น โ รง เรี ยน ม า ตรฐ า น ส าก ล ฉ บั บ ป รั บ ป รุ ง 14 สื่อสารสองภาษา ผลิตงานอย่างสร้างสรรค์ ล�้ำหน้าทางความคิด ผู้เรียนมีศักยภาพ เป็นพลโลก ร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคมโลก ผู้เรียน หลักสูตรและกิจกรรม การเรียนการสอน ครู การบริหารจัดการด้วยระบบคุณภาพ ตามเกณฑ์ระดับคุณภาพแห่งชาติ (Thailand Quality Award : TQA) ระดับคุณภาพ สพฐ. (Office of the Basic Education Commission Quality Award : OBECQA) ระดับคุณภาพโรงเรียน (School Quality Award : SCQA)
  20. 20. ส่วนน�ำ เปาหมายความส�าเร็จในการด�าเนินงานด้านผู้เรียน เป้ ำ หมำยและตั ว ชี้ วั ด ควำมส� ำ เร็ จ ในกำรด� ำ เนิ น งำนด้ ำ นผู ้ เ รี ย น ของโรงเรียนมำตรฐำนสำกล มี 5 เป้ำหมำย แต่ละเป้ำหมำยจะมีตัวชี้วัด ควำมส�ำเร็จที่แตกต่ำงกันไป ในแต่ละปีกำรศึกษำโรงเรียนหรือผู้ด�ำเนินกำร อำจพิ จำรณำปรั บ ลด เพิ่ ม ตั ว ชี้ วั ด ให้ มี ควำมเหมำะสม สอดคล้ อ งกั บ สภำพกำรณ์ต่ำง ๆ ของปีนั้น ๆ ให้มำกยิ่งขึ้นต่อไป เป้ำหมำยด้ำนผู้เรียนแต่ละข้อได้ระบุด้วยว่ำ โครงกำรมีวัตถุประสงค์ ที่จะพัฒนำคุณภำพของนักเรียนของโครงกำรโรงเรียนมำตรฐำนสำกลให้อยู่ ในระดับเดียวกับนักเรียนของประเทศทีมคณภำพกำรศึกษำสูง ซึงได้แก่ประเทศ ่ีุ ่ ที่มีผลกำรประเมิน PISA อยู่ในกลุ่มสูง ในอนำคตโครงกำรจะได้จดให้มกำรประเมินคุณภำพด้ำนต่ำง ๆ ของนักเรียน ั ี โรงเรียนมำตรฐำนสำกล เทียบกับคุณภำพนักเรียนของประเทศที่มีคุณภำพ กำรศึกษำสูงดังกล่ำวด้วย แ น วท า งก า ร จั ด ก า ร เ รี ยน ก า รส อน ใ น โ รง เรี ยน ม า ต รฐา น ส า ก ล ฉ บั บ ป รั บ ป รุ ง 5 15
  21. 21. ควำมส�ำเร็จของโครงกำรโรงเรียนมำตรฐำนสำกลอีกมุมมองหนึ่ง สำมำรถพิจำรณำได้จำกผลกำรเข้ำร่วมโครงกำรประเมินผลนำนำชำติ ซึ่งใน ปัจจุบันประเทศไทยเข้ำร่วมอยู่ 2 โครงกำร คือ 1. โครงกำรประเมินผลนักเรียนนำนำชำติ (PISA) จัดโดย OECD 2. โครงกำรกำรศึกษำแนวโน้มกำรจัดกำรศึกษำด้ำนคณิตศำสตร์ และวิทยำศำสตร์ระดับนำนำชำติ (TIMSS) จัดโดย IEA ทั้งโครงกำร PISA และโครงกำร TIMSS จะด�ำเนินกำรครั้งต่อไป ในปี พ.ศ. 2558 ดังนั้นตัวชี้วัดควำมส�ำเร็จของโครงกำรโรงเรียนมำตรฐำนสำกล ที่ส�ำคัญมำกอีกข้อหนึ่งคือ นักเรียนโรงเรียนมาตรฐานสากลทีได้รบการสุมเข้าสอบโครงการ PISA ่ ั ่ หรื อ TIMSS ในป พ.ศ. 2558 มี ค ะแนนผลการสอบโดยเฉลี่ ย ไม่ ต�่ า กว่ าคะแนนเฉลี่ย ของนัก เรีย นนานาชาติที่เข้าร่วมโครงการ PISA หรือ TIMSS ในปเดียวกัน แน ว ทา งก าร จั ดก าร เรี ยน ก ารส อ นใ น โ รง เรี ยน ม า ตรฐ า น ส าก ล ฉ บั บ ป รั บ ป รุ ง 16
  22. 22. กำรประเมินตัวชี้วัดควำมส�ำเร็จหลำยข้อ ได้ก�ำหนดให้มีกำรสร้ำง เครื่องมือกลำงในกำรทดสอบขึ้นเป็นกำรเฉพำะด้วย เนื่องจำกกำรทดสอบทำง กำรศึกษำระดับชำติขั้นพื้นฐำน (O-NET) เป็นกำรวัดขั้นพื้นฐำนตำมหลักสูตร แต่เป้ำหมำยของโรงเรียนมำตรฐำนสำกลก�ำหนดไว้สูงกว่ำนั้น นอกจำกนั้น กำรทดสอบทำงกำรศึกษำระดับชำติขนพืนฐำน (O-NET) มีขอจ�ำกัดหลำยประกำร ั้ ้ ้ จ�ำเป็นต้องใช้แบบทดสอบแบบเลือกตอบเป็นส่วนใหญ่ จึงยังไม่สำมำรถวัดทักษะ คุณลักษณะและพฤติกรรมบำงด้ำนได้อย่ำงชัดเจน แบบทดสอบกลำงที่สร้ำงขึ้นจะมีกำรถำมให้นักเรียนได้ แสดงเหตุ และผล วิธคด และวิธทำ นอกจำกนันจะจัดให้มกำรทดสอบภำคปฏิบติ กำรสัมภำษณ์ ีิ ี� ้ ี ั กำรพูดคุยกับนักเรียน และหรือวิธีกำรอื่น ๆ ที่เหมำะสม แ น วท า งก า ร จั ด ก า ร เ รี ยน ก า รส อน ใ น โ รง เรี ยน ม า ต รฐา น ส า ก ล ฉ บั บ ป รั บ ป รุ ง ส่วนน�ำ 17
  23. 23. เป้ำหมำยและตัวชีวดควำมส�ำเร็จด้ำนผูเ้ รียน ในกำรด�ำเนินงำนโรงเรียน ้ั มำตรฐำนสำกล มี 5 เป้ำหมำย ดังนี้ 1. เปนเลิศทางวิชาการ : นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียนด้ำนต่ำง ๆ อยู่ในระดับสูง เทียบได้ ไม่ต�่ำกว่ำนักเรียนของประเทศที่มีคุณภำพกำรศึกษำสูง 2. สื่อสารสองภาษา : นักเรียนมีทักษะและควำมสำมำรถด้ำนภำษำอยู่ในระดับสูง เทียบได้ ไม่ต�่ำกว่ำนักเรียนของประเทศที่มีคุณภำพกำรศึกษำสูง 3. ล�้าหน้าทางความคิด : นั ก เรี ย นมี ทั ก ษะและควำมสำมำรถในกำรคิ ด และทั ก ษะและ ควำมช�ำนำญในกำรใช้ ICT ในระดับสูง เทียบได้ไม่ต�่ำกว่ำนักเรียนของประเทศ ที่มีคุณภำพกำรศึกษำสูง 4. ผลิตงานอย่างสร้างสรรค์ : แน ว ทา งก าร จั ดก าร เรี ยน ก ารส อ นใ น โ รง เรี ยน ม า ตรฐ า น ส าก ล ฉ บั บ ป รั บ ป รุ ง 18 นักเรียนมีทกษะและควำมสำมำรถเกียวกับกำรศึกษำค้นคว้ำตนเอง ั ่ (Independent Study) และมีศักยภำพ ทักษะ และควำมสำมำรถในกำรผลิต ผลงำนต่ำง ๆ อย่ำงมีคณภำพ เทียบได้ไม่ตำกว่ำนักเรียนของประเทศทีมคณภำพ ุ �่ ่ีุ กำรศึกษำสูง 5. ร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคมโลก : นักเรียนมีควำมรู้ควำมเข้ำใจเกี่ยวกับวิถีชีวิต วัฒนธรรม และ ลักษณะเฉพำะของชำติต่ำง ๆ ในระดับสูง มีควำมมุ่งมั่นจริงจังในกำรท�ำงำน ไม่ย่อท้อต่อปัญหำอุปสรรค มีจิตสำธำรณะ มีส�ำนึกในกำรบริกำรสังคม และ มีควำมรับผิดชอบต่อสังคมอยู่ในระดับสูง เทียบได้ไม่ตำกว่ำนักเรียนของประเทศ �่ ที่มีคุณภำพกำรศึกษำสูง
  24. 24. แ น วท า งก า ร จั ด ก า ร เ รี ยน ก า รส อน ใ น โ รง เรี ยน ม า ต รฐา น ส า ก ล ฉ บั บ ป รั บ ป รุ ง หลักสูตรและกำรจัดกำรเรียนกำรสอนในโรงเรียน 19 หลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน ในโรงเรียน ตอนที่ 2
  25. 25. แน ว ทา งก าร จั ดก าร เรี ยน ก ารส อ นใ น โ รง เรี ยน ม า ตรฐ า น ส าก ล ฉ บั บ ป รั บ ป รุ ง 20
  26. 26. คุณลักษณะและศักยภาพผู้เรียนที่เปนสากล กำรจัดกำรเรียนกำรสอนในโรงเรียนมำตรฐำนสำกล มุ่งเน้นกำร เสริมสร้ำงควำมรู้ ควำมสำมำรถ และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน ในศตวรรษที่ 21 สอดคล้ อ งกั บ หลั ก สู ต รแกนกลำงกำรศึ ก ษำขั้ น พื้ น ฐำน พุทธศักรำช 2551 และเป็นไปตำมปฏิญญำว่ำด้วยกำรจัดกำรศึกษำของ UNESCO ได้แก่ Learning to know : หมำยถึง กำรเรียนเพื่อให้มีควำมรู้ในสิ่งต่ำง ๆ อันจะเป็นประโยชน์ ต่อไป ได้แก่ กำรรู้จักกำรแสวงหำควำมรู้ กำรต่อยอดควำมรู้ที่มีอยู่ และรวมทั้ง กำรสร้ำงควำมรู้ขึ้นใหม่ Learning to do : หมำยถึง กำรเรียนเพือกำรปฏิบตหรือลงมือท�ำ ซึงน�ำไปสูกำรประกอบ ่ ัิ ่ ่ อำชีพจำกควำมรู้ที่ได้ศึกษำมำ รวมทั้งกำรปฏิบัติเพื่อสร้ำงประโยชน์ให้สังคม Learning to live together : หมำยถึง กำรเรียนรู้เพื่อกำรด�ำเนินชีวิตอยู่ร่วมกับคนอื่นได้อย่ำง มีควำมสุขทั้งกำรด�ำเนินชีวิตในกำรเรียน ครอบครัว สังคม และกำรท�ำงำน Learning to be : หมำยถึง กำรเรียนรู้เพื่อให้รู้จักตัวเองอย่ำงถ่องแท้ รู้ถึงศักยภำพ ควำมถนัด ควำมสนใจของตนเอง สำมำรถใช้ควำมรู้ควำมสำมำรถของตนเอง ให้เกิดประโยชน์ตอสังคม เลือกแนวทำงกำรพัฒนำตนเองตำมศักยภำพ วำงแผน ่ กำรเรียนต่อ กำรประกอบอำชีพที่สอดคล้องกับศักยภำพของตนเองได้ แ น วท า งก า ร จั ด ก า ร เ รี ยน ก า รส อน ใ น โ รง เรี ยน ม า ต รฐา น ส า ก ล ฉ บั บ ป รั บ ป รุ ง หลักสูตรและกำรจัดกำรเรียนกำรสอนในโรงเรียน 21
  27. 27. ทั้งนี้เพื่อพัฒนำผู้เรียนให้มีคุณภำพ ทั้งในฐำนะพลเมืองไทยและ พลเมืองโลกเทียบเคียงกับนำนำอำรยประเทศ โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีศักยภำพ ที่ส�ำคัญ ดังนี้ 1) ความรู้พื้นฐานในยุคดิจิทัล มีควำมรูพนฐำนทีจำเป็นทำงวิทยำศำสตร์ เศรษฐศำสตร์ เทคโนโลยี ้ ื้ ่� รูภำษำ ข้อมูล และทัศนภำพ รูพหุวฒนธรรมและมีควำมตระหนักส�ำนึกระดับโลก ้ ้ ั 2) ความสามารถคิดประดิษฐ์อย่างมีความสามารถในการปรับตัว สำมำรถจัดกำรกับสภำวกำรณ์ที่มีควำมซับซ้อน เป็นบุคคลที่ใฝ่รู้ สำมำรถก�ำหนด/ตั้งประเด็นค�ำถำม เพื่อน�ำไปสู่กำรศึกษำค้นคว้ำ แสวงหำ ควำมรู้ มีควำมสำมำรถในกำรคิดวิเครำะห์ คิดสังเครำะห์ ข้อมูล สำรสนเทศ และสรุ ป องค์ ควำมรู ้ ใช้ ข ้ อ มู ล เพื่ อ กำรตั ด สิ น ใจเกี่ ย วกั บ ตนเองและสั ง คม ได้อย่ำงเหมำะสม 3) ทักษะการสื่อสารอย่างมีประสิทธิผล แน ว ทา งก าร จั ดก าร เรี ยน ก ารส อ นใ น โ รง เรี ยน ม า ตรฐ า น ส าก ล ฉ บั บ ป รั บ ป รุ ง 22 ควำมสำมำรถในกำรรับและส่งสำร กำรเลือกรับหรือไม่รับข้อมูล ข่ำวสำรด้วยหลักเหตุผลและควำมถูกต้อง มีวัฒนธรรมในกำรใช้ภำษำถ่ำยทอด ควำมคิด ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ควำมรู้สึก และทัศนะของตนเอง เพื่อแลกเปลี่ยน ข้อมูลข่ำวสำรและประสบกำรณ์ อันจะเป็นประโยชน์ต่อกำรพัฒนำตนเองและ สังคม รวมทั้งมีทักษะในกำรเจรจำต่อรองเพื่อขจัดและลดปัญหำควำมขัดแย้ง ต่ำง ๆ ตลอดจนสำมำรถเลือกใช้วิธีกำรสื่อสำรที่มีประสิทธิภำพโดยค�ำนึงถึง ผลกระทบที่มีต่อตนเองและสังคม 4) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ควำมสำมำรถในกำรน�ำกระบวนกำรต่ำง ๆ ไปใช้ในกำรด�ำเนินชีวิต ประจ�ำวัน กำรเรียนรู้ด้วยตนเอง กำรเรียนรู้อย่ำงต่อเนื่อง เข้ำใจควำมสัมพันธ์ และกำรเปลี่ยนแปลงของเหตุกำรณ์ต่ำง ๆ ในสังคม สำมำรถจัดกำรปัญหำและ ควำมขัดแย้งต่ำง ๆ อย่ำงเหมำะสม น�ำไปสู่กำรปฏิบัติและน�ำไปใช้ให้เกิด ประโยชน์ต่อสังคม บริกำรสำธำรณะ ซึ่งหมำยถึงกำรเป็นพลเมืองไทยและ พลเมืองโลก 5) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี กำรสืบค้นหำควำมรู้จำกแหล่งเรียนรู้และวิธีกำรที่หลำกหลำย เลือกและใช้เทคโนโลยีด้ำนต่ำง ๆ และมีทักษะกระบวนกำรทำงเทคโนโลยี เพื่อกำรพัฒนำตนเองและสังคม ในด้ำนกำรเรียนรู้ กำรสื่อสำร กำรท�ำงำน กำรแก้ปัญหำอย่ำงสร้ำงสรรค์ ถูกต้อง เหมำะสม และมีคุณธรรม
  28. 28. การจัดท�ำหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนสู่สากล การที่ผู้เรียนจะได้รับการพัฒนาให้มีคุณภาพดังกล่าว ย่อมต้องอาศัย หลักสูตรสถานศึกษาทีเ่ หมาะสม คือ จะต้องได้รบการออกแบบอย่างดี มีเป้าหมาย ั และกระบวนการด�ำเนินงานที่เป็นระบบ ด้วยความร่วมมือของบุคลากรทุกฝ่าย ในโรงเรียน หลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียนมาตรฐานสากลเป็นหลักสูตร ที่ ใช้เป็นเป้าหมายและทิศทางในการยกระดับการจัดการศึกษาทั้งโรงเรียน มิใช่การจัดในลักษณะของแผนการเรียนส�ำหรับผูเ้ รียนเพียงบางส่วน การออกแบบ หลักสูตรจะต้องสอดคล้องกับหลักการและแนวคิดของหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ซึ่งผู้เรียนจะได้รับการพัฒนาคุณภาพ บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้ของกลุ่มสาระการเรียนรู้ 8 กลุ่มสาระ และกิจกรรม พัฒนาผู้เรียนที่ก�ำหนด มีการพัฒนาต่อยอดคุณลักษณะที่เทียบเคียงกับสากล ทั้งในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยโรงเรียนพิจารณาให้สอดคล้อง เหมาะสมกับสภาพความพร้อม และจุดเน้น ของโรงเรียน แ น วท า งก า ร จั ด ก า ร เ รี ยน ก า รส อน ใ น โ รง เรี ยน ม า ต รฐา น ส า ก ล ฉ บั บ ป รั บ ป รุ ง หลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียน 23
  29. 29. กระบวนการพัฒนาผู้เรียนสู่คุณภาพที่คาดหวัง กำรจัดกำรเรียนกำรสอนเพื่อให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะและศักยภำพ ควำมเป็นสำกล คือ เป็นบุคคลทีมคณภำพ มีทกษะในกำรค้นคว้ำ แสวงหำควำมรู้ ่ีุ ั และมีควำมรู้พื้นฐำนที่จ�ำเป็น สำมำรถคิดวิเครำะห์ สังเครำะห์ สร้ำงสรรค์ สำมำรถสื่อสำรอย่ำงมีประสิทธิผล มีทักษะชีวิต ร่วมมือในกำรท�ำงำนกับผู้อื่น ได้เป็นอย่ำงดี จะต้องมีกระบวนกำรจัดกำรเรียนรู้อย่ำงต่อเนื่อง มีล�ำดับขั้นตอน ที่เหมำะสม และสอดคล้องกับพัฒนำกำรของผู้เรียนในแต่ละระดับชั้น โดยมี กระบวนส�ำคัญในกำรจัดกำรเรียนรู้ เรียกว่ำ “บันได 5 ขั้นของกำรพัฒนำผู้เรียน สู่มำตรฐำนสำกล (Five steps for student development)” ได้แก่ 1. การตั้งค�าถาม/สมมติฐาน (Hypothesis Formulation) เป็นกำรฝึกให้ผู้เรียนรู้จักคิด สังเกต ตั้งค�ำถำมอย่ำงมีเหตุผล และสร้ำงสรรค์ ซึงจะส่งเสริมให้ผเู้ รียนเกิดกำรเรียนรูในกำรตังค�ำถำม (Learning ่ ้ ้ to Question) 2. การสืบค้นความรู้และสารสนเทศ (Searching for Information) แน ว ทา งก าร จั ดก าร เรี ยน ก ารส อ นใ น โ รง เรี ยน ม า ตรฐ า น ส าก ล ฉ บั บ ป รั บ ป รุ ง 24 เป็นกำรฝึกแสวงหำควำมรู้ ข้อมูล และสำรสนเทศ จำกแหล่งเรียน รู้อย่ำงหลำกหลำย เช่น ห้องสมุด อินเทอร์เน็ต หรือจำกกำรฝึกปฏิบัติ ทดลอง เป็นต้น ซึงจะส่งเสริมเกิดกำรเรียนรูในกำรแสวงหำควำมรู้ (Learning to Search) ่ ้ 3. การสร้างองค์ความรู้ (Knowledge Formation) เป็นกำรฝึกให้ผเู้ รียนน�ำควำมรูและสำรสนเทศที่ได้จำกกำรแสวงหำ ้ ควำมรู้ มำถกแถลง อภิปรำย เพือน�ำไปสูกำรสรุปและสร้ำงองค์ควำมรู้ (Learning ่ ่ to Construct) 4. การสื่อสารและน�าเสนออย่างมีประสิทธิภาพ (Effective Communication) เป็นกำรฝึกให้ผู้เรียนน�ำควำมรู้ที่ได้มำสื่อสำรอย่ำงมีประสิทธิภำพ ซึ่งจะส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดกำรเรียนรู้และมีทักษะในกำรสื่อสำร (Learning to Communicate) 5. การบริการสังคมและจิตสาธารณะ (Public Service) เป็นกำรน�ำควำมรู้สู่กำรปฏิบัติ ซึ่งผู้เรียนจะต้องเชื่อมโยงควำมรู้ ไปสู่กำรท�ำประโยชน์ ให้กับสังคมและชุมชนรอบตัวตำมวุฒิภำวะของผู้เรียน และจะส่งผลให้ผู้เรียนมีจิตสำธำรณะและบริกำรสังคม (Learning to Serve)
  30. 30. การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง (Independent Study : IS) เครื่องมือส�าคัญในการพัฒนา กำรจัดกระบวนกำรเรียนรู้ตำมบันได 5 ขั้น สำมำรถด�ำเนินกำรได้ หลำกหลำยวิธีและกำรให้ผู้เรียนได้ เรียนรู้สำระกำรศึกษำค้นคว้ำด้วยตนเอง (Independent Study : IS) นับเป็นวิธีกำรที่มีประสิทธิภำพวิธีหนึ่งที่ใช้อย่ำง กว้ำงขวำงในกำรพัฒนำผูเ้ รียน เพรำะเป็นกำรเปิดโลกกว้ำงให้ผเู้ รียนได้ศกษำค้นคว้ำ ึ อย่ำงอิสระในเรื่องหรือประเด็นที่ตนสนใจ เริ่มตั้งแต่กำรก�ำหนดประเด็นปัญหำ ซึ่งอำจเป็น Public Issue และ Global Issue และด�ำเนินกำรค้นคว้ำแสวงหำ ควำมรู้จำกแหล่งข้อมูลที่หลำกหลำย มีกำรวิเครำะห์ สังเครำะห์ กำรอภิปรำย แลกเปลี่ยนควำมคิดเห็น เพื่อน�ำไปสู่กำรสรุปองค์ควำมรู้ จำกนั้นก็หำวิธีกำร ที่เหมำะสมในกำรสื่อสำรน�ำเสนอให้ผู้อื่นได้รับทรำบ และสำมำรถน�ำควำมรู้ หรือประสบกำรณ์ที่ได้จำกกำรศึกษำค้นคว้ำไปท�ำประโยชน์แก่สำธำรณะ ซึ่ง สิ่งเหล่ำนี้เป็นกระบวนกำรที่เชื่อมโยงต่อเนื่องกันตลอดแนว ภำยใต้สำระ “กำรศึกษำค้นคว้ำด้วยตนเอง (Independent Study : IS)” ซึ่งแบ่งเป็น 3 สำระ ประกอบด้วย IS 1- การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ (Research and Knowledge Formation) เป็นสำระที่มุ่งให้ผู้เรียนก�ำหนดประเด็นปัญหำ ตั้งสมมติฐำน ค้นคว้ำ แสวงหำควำมรู้และฝึกทักษะกำรคิดวิเครำะห์ สังเครำะห์ และสร้ำงองค์ควำมรู้ IS 2- การสื่อสารและการน�าเสนอ (Communication and Presentation) เป็นสำระทีมงให้ผเู้ รียนน�ำควำมรูที่ได้รบ มำพัฒนำวิธกำรกำรถ่ำยทอด/ ่ ุ่ ้ ั ี สือสำรควำมหมำย/แนวคิด ข้อมูลและองค์ควำมรู้ ด้วยวิธกำรน�ำเสนอทีเ่ หมำะสม ่ ี หลำกหลำยรูปแบบ และมีประสิทธิภำพ IS 3- การน�าองค์ความรู้ไปใช้บริการสังคม (Social Service Activity) เป็นสำระที่มุ่งให้ผู้เรียน น�ำองค์ควำมรู้/ประยุกต์ ใช้องค์ควำมรู้ไปสู่ กำรปฏิบัติ หรือน�ำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม เกิดบริกำรสำธำรณะ (Public Service) แ น วท า งก า ร จั ด ก า ร เ รี ยน ก า รส อน ใ น โ รง เรี ยน ม า ต รฐา น ส า ก ล ฉ บั บ ป รั บ ป รุ ง หลักสูตรและกำรจัดกำรเรียนกำรสอนในโรงเรียน 25
  31. 31. แน ว ทา งก าร จั ดก าร เรี ยน ก ารส อ นใ น โ รง เรี ยน ม า ตรฐ า น ส าก ล ฉ บั บ ป รั บ ป รุ ง 26 โรงเรียนต้องน�ำสาระ การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง (Independent Study : IS) ไปสู ่ การเรี ย นการสอน ด้ ว ยการจั ด ท� ำ รายวิ ช า ออกแบบ หน่วยการเรียนรู้ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ตามแนวทางที่ก�ำหนด โดย พิจารณาให้สอดคล้องกับบริบท วัยและพัฒนาการของผูเ้ รียน ซึงอาจแตกต่างกัน ่ ในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย ตัวอย่าง รายละเอียดน�ำเสนอตามเป้าหมายคุณภาพผู้เรียนที่ก�ำหนด
  32. 32. หลักสูตรและกำรจัดกำรเรียนกำรสอนในโรงเรียน กำรพัฒนำผู้เรียนผ่ำนสำระกำรศึกษำค้นคว้ำด้วยตนเอง (Independent Study : IS) ครูผู้สอน จะต้องพิจำรณำให้เหมำะสมกับวัยและพัฒนำกำรของผู้เรียน กิจกรรมกำรเรียนรู้ ควำมยำก-ง่ำยของชิ้นงำน หรือภำระงำนที่ปฏิบัติจะต้องเหมำะสม เป้ำหมำยคุณภำพผู้เรียนแต่ละระดับที่ก�ำหนดนี้ เป็นเป้ำหมำยและ กรอบทิศทำงที่ครูจะใช้ในกำรจัดกิจกรรมกำรเรียนกำรสอนและกำรวัดและประเมินผล เปาหมายคุณภาพผู้เรียนในสาระการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง ระดับประถมศึกษำ ป.1 - 3 ป.4 - 6 คุณภำพผู้เรียน 1. กำรตั้งประเด็น ค�ำถำม/สมมติฐำน อย่ำงมีเหตุผล (Hypothesis Formulation) › ตั้งค�ำถำม ข้อสงสัยเกี่ยวกับ สิ่งใกล้ตัว ตั้งประเด็น/ค�ำถำม เกี่ยวกับ เรื่องรำว ง่ำย ๆ สิ่งแวดล้อม หรือบุคคลใกล้ตัว › ตั้งสมมติฐำน ตำมจินตนำกำร ของตนเองและ/หรือ ตำมควำมรู้ และประสบกำรณ์ ของตน › ระดับมัธยมศึกษำ ตอนต้น ตั้งประเด็นค�ำถำม ในเรื่องที่ตนสนใจ โดยเริ่มจำกตัวเอง เชื่อมโยงกับชุมชน ท้องถิ่น ประเทศ › ตั้งสมมติฐำนและ ให้เหตุผล โดยใช้ ควำมรู้จำกสำขำ วิชำต่ำง ๆ › ระดับมัธยมศึกษำ ตอนปลำย ตั้งประเด็น/ค�ำถำม เกี่ยวกับสถำนกำรณ์ ปัจจุบัน และ สังคมโลก › ตั้งสมมติฐำน และให้เหตุผล ที่สนับสนุนหรือ โต้แย้งประเด็น ควำมรู้ โดยใช้ ควำมรู้จำกสำขำ วิชำต่ำง ๆ และ มีทฤษฎีรองรับ › แ น วท า งก า ร จั ด ก า ร เ รี ยน ก า รส อน ใ น โ รง เรี ยน ม า ต รฐา น ส า ก ล ฉ บั บ ป รั บ ป รุ ง เปาหมายคุณภาพผู้เรียนในสาระการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง 27
  33. 33. เปาหมายคุณภาพผู้เรียนในสาระการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง (ต่อ) ระดับประถมศึกษำ ป.1 - 3 ป.4 - 6 คุณภำพผู้เรียน 2. กำรสืบค้นควำมรู้ จำกแหล่งเรียนรู้ และสำรสนเทศ หรือจำกกำรปฏิบัติ ทดลอง (Searching for Information) แน ว ทา งก าร จั ดก าร เรี ยน ก ารส อ นใ น โ รง เรี ยน ม า ตรฐ า น ส าก ล ฉ บั บ ป รั บ ป รุ ง 28 ศึกษำ ค้นคว้ำ แสวงหำข้อมูล ค�ำตอบจำกบุคคล ใกล้ตัว/แหล่งข้อมูล พื้นฐำนง่ำย ๆ › จัดล�ำดับขั้นตอน ในกำรรวบรวม ข้อมูล › ท�ำงำนบรรลุผล ส�ำเร็จภำยใต้กำร ดูแล ก�ำกับ และ ช่วยเหลือของครู อย่ำงใกล้ชิด › ศึกษำ ค้นคว้ำ แสวงหำข้อมูล ค�ำตอบจำกสมมติฐำน ที่ตั้งไว้จำกแหล่ง ค้นคว้ำใกล้ตัว (เช่น บุคคล หนังสือ หนังสือพิมพ์ กำรปฏิบัติทดลอง หรืออื่น ๆ) › ออกแบบ วำงแผน อย่ำงง่ำยในกำร รวบรวมและล�ำดับ ขั้นตอนกำรเก็บ ข้อมูล › ท�ำงำนบรรลุผล ส�ำเร็จภำยใต้กำร ดูแล ก�ำกับ และ ช่วยเหลือของครู อย่ำงใกล้ชิด › ระดับมัธยมศึกษำ ตอนต้น ศึกษำ ค้นคว้ำ แสวงหำควำมรู้ เกี่ยวกับสมมติฐำน ที่ตั้งไว้จำกแหล่ง เรียนรู้หลำกหลำย (เช่น ห้องสมุด แหล่งเรียนรู้ ทำงออนไลน์ วำรสำร กำรปฏิบัติ ทดลอง หรืออื่น ๆ) › ออกแบบ วำงแผน รวบรวมข้อมูล โดยใช้กระบวนกำร รวบรวมข้อมูลอย่ำง มีประสิทธิภำพ › ใช้กระบวนกำรกลุ่ม ในกำรแลกเปลี่ยน ควำมคิดเห็นโดย ใช้ควำมรู้จำกสำขำ วิชำต่ำง ๆ เพื่อให้ ได้ข้อมูลที่ครบถ้วน สมบูรณ์ › ท�ำงำนบรรลุผล ตำมเป้ำหมำย ภำยในกรอบกำร ด�ำเนินงำนที่ก�ำหนด โดยกำรดูแล ก�ำกับ และช่วยเหลือของ ครูอย่ำงต่อเนื่อง › ระดับมัธยมศึกษำ ตอนปลำย ศึกษำ ค้นคว้ำ หำควำมรู้ ข้อมูล และสำรสนเทศ โดยระบุแหล่งเรียนรู้ ทั้งปฐมภูมิ และ ทุติยภูมิ › ออกแบบ วำงแผน รวบรวมข้อมูล โดยใช้กระบวนกำร รวบรวมข้อมูล อย่ำงมีประสิทธิภำพ › ใช้กระบวนกำร กลุ่มแลกเปลี่ยน ควำมคิดเห็นโดยใช้ ควำมรู้จำกสำขำ วิชำต่ำง ๆ และ พิจำรณำควำม น่ำเชื่อถือของ แหล่งเรียนรู้อย่ำงมี วิจำรณญำณเพื่อให้ ได้ข้อมูลที่ครบถ้วน สมบูรณ์ › ท�ำงำนบรรลุผล ตำมเป้ำหมำยอย่ำง มีประสิทธิภำพ โดยค�ำแนะน�ำของ ครูที่ให้ค�ำปรึกษำ อย่ำงต่อเนื่อง ›
  34. 34. หลักสูตรและกำรจัดกำรเรียนกำรสอนในโรงเรียน คุณภำพผู้เรียน ระดับประถมศึกษำ ป.1 - 3 ป.4 - 6 3. กำรสรุปองค์ › บอกสำระส�ำคัญ ควำมรู้ (Knowledge ของสิ่งที่สนทนำ Formation) หรือได้รับฟัง จัดกระท�ำข้อมูล อย่ำงง่ำยจำก กำรสืบค้น › สรุปประเด็น ควำมรู้จำกข้อคิด ส�ำคัญ › ระดับมัธยมศึกษำ ตอนต้น วิเครำะห์ข้อมูล โดยใช้วิธีกำร ที่เหมำะสม › สังเครำะห์และ สรุปองค์ควำมรู้ อภิปรำยผลและ เปรียบเทียบ เชื่อมโยงควำมรู้ › เสนอแนวคิด วิธีกำรแก้ปัญหำ อย่ำงเป็นระบบ › ระดับมัธยมศึกษำ ตอนปลำย อธิบำยควำมเป็นมำ ของศำสตร์ หลักกำร และวิธีคิด ในสิ่งที่ศึกษำค้นคว้ำ › วิเครำะห์ ข้อมูล โดยใช้วิธีกำร ที่เหมำะสม › สังเครำะห์และ สรุปองค์ควำมรู้ อภิปรำยผล เปรียบเทียบ เชื่อมโยง ควำมรู้ › เสนอแนวคิด วิธีกำรแก้ปัญหำ อย่ำงเป็นระบบ › แ น วท า งก า ร จั ด ก า ร เ รี ยน ก า รส อน ใ น โ รง เรี ยน ม า ต รฐา น ส า ก ล ฉ บั บ ป รั บ ป รุ ง เปาหมายคุณภาพผู้เรียนในสาระการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง (ต่อ) 29
  35. 35. เปาหมายคุณภาพผู้เรียนในสาระการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง (ต่อ) ระดับประถมศึกษำ ป.1 - 3 ป.4 - 6 คุณภำพผู้เรียน 4. กำรสื่อสำรและ กำรน�ำเสนอ อย่ำงมีประสิทธิภำพ (Effective Communication) แน ว ทา งก าร จั ดก าร เรี ยน ก ารส อ นใ น โ รง เรี ยน ม า ตรฐ า น ส าก ล ฉ บั บ ป รั บ ป รุ ง 30 › เขียน หรือวำดภำพ และพูดน�ำเสนอ เพื่อสื่อสำร เรื่องรำวง่ำย ๆ ได้อย่ำงชัดเจน ไม่สับสนโดยใช้สื่อ ที่เหมำะสม เขียนและน�ำเสนอ เป็นล�ำดับ ขั้นตอน เข้ำใจง่ำยใน รูปแบบเดี่ยว โดยใช้สื่อที่ เหมำะสมกับวัย › อ้ำงอิงแหล่งควำมรู้ ที่เชื่อถือได้ › ระดับมัธยมศึกษำ ตอนต้น เรียบเรียงและ ถ่ำยทอดควำมคิด อย่ำงชัดเจน เป็นระบบ › น�ำเสนอใน รูปแบบเดี่ยว โดยใช้สื่อประกอบ หลำกหลำย › เขียนรำยงำน กำรศึกษำค้นคว้ำ เชิงวิชำกำร ควำมยำว 2,500 ค�ำ › อ้ำงอิงแหล่ง ควำมรู้ที่เชื่อถือได้ อย่ำงหลำกหลำย › เผยแพร่ผลงำน สู่สำธำรณะ › ระดับมัธยมศึกษำ ตอนปลำย เรียบเรียง และถ่ำยทอด ควำมคิด อย่ำงสร้ำงสรรค์ เป็นระบบ › น�ำเสนอใน รูปแบบเดี่ยว หรือกลุ่ม เป็นภำษำไทย หรือภำษำอังกฤษ โดยใช้สื่อเทคโนโลยี ที่หลำกหลำย › เขียนรำยงำน กำรศึกษำค้นคว้ำ เชิงวิชำกำร เป็นภำษำไทย ควำมยำว 4,000 ค�ำ หรือภำษำอังกฤษ ควำมยำว 2,000 ค�ำ › อ้ำงอิงแหล่งควำมรู้ ที่เชื่อถือได้ ทั้งใน และต่ำงประเทศ › ใช้กำรสนทนำ/ วิพำกษ์ผ่ำนสื่อ อีเล็กทรอนิกส์ เช่น e-conference, social media online ›
  36. 36. หลักสูตรและกำรจัดกำรเรียนกำรสอนในโรงเรียน ระดับประถมศึกษำ ป.1 - 3 ป.4 - 6 คุณภำพผู้เรียน 5. กำรน�ำควำมรู้ไปใช้ บริกำรสังคม › น�ำควำมรู้และ ข้อคิดที่ได้ไปใช้ กับเพื่อน ๆ และ คนในครอบครัว › สำมำรถเชื่อมโยง ควำมรู้สู่กำรปฏิบัติ ในสถำนกำรณ์ง่ำย ๆ เพื่อประโยชน์ต่อ คนใกล้ชิด และ โรงเรียน ระดับมัธยมศึกษำ ตอนตà

×