Thai Government Website Standard

  • 777 views
Uploaded on

สํานักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ได้พัฒนา “มาตรฐานเว็บไซต์ภาครัฐ (Government Website Standard)” …

สํานักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ได้พัฒนา “มาตรฐานเว็บไซต์ภาครัฐ (Government Website Standard)” เพื่อเป็นมาตรฐานให้หน่วยงานภาครัฐได้นําไปปรับปรุงและพัฒนาระบบการให้บริการผ่านเว็บไซต์ของภาครัฐ อันจะช่วยยกระดับการพัฒนา e-Government ให้ก้าวหน้าสู่ระดับมาตรฐานสากลต่อไป

More in: Technology
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Be the first to comment
No Downloads

Views

Total Views
777
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
2

Actions

Shares
Downloads
51
Comments
0
Likes
1

Embeds 0

No embeds

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
    No notes for slide

Transcript

  • 1. มาตรฐานเว็บไซตภาครัฐมาตรฐานเว็บไซตภาครัฐGGoovveerrnnmmeenntt WWeebbssiittee SSttaannddaarrdd
  • 2. มาตรฐานเว็บไซตภาครัฐ(Government Website Standard)ISBN: 978-974-9765-35-7พิมพครั้งที่ 1 (มิถุนายน 2555) จํานวนพิมพ 1,000 เลมเมื่อนําเนื้อหาในหนังสือเลมนี้ไปใช ควรอางถึงแหลงที่มาโดยไมนําไปใชเพื่อการคาและยินยอมใหผูอื่นนําไปใชตอไดจัดทําโดยฝายพัฒนามาตรฐานระบบรัฐบาลอิเล็กทรอนิกสสํานักสถาปตยกรรมรัฐบาลอิเล็กทรอนิกสสํานักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส (องคการมหาชน)ชั้น 17 อาคารบางกอกไทยทาวเวอร108 ถนนรางน้ํา แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯโทรศัพท 0 2612 6000 โทรสาร 0 2612 6011-12http://www.ega.or.th e-Mail: helpdesk@ega.or.th
  • 3. คํานําการดําเนินงานดานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส (e-Government) ของประเทศไทย โดยกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อมุงเนนสูการบรรลุเปาหมายสําคัญของรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส(e-Government Milestones) กลาวคือ ไดกําหนดใหสวนราชการตางๆ ตองมีเว็บไซต เพื่อใหบริการตามภารกิจและนําเสนอขอมูลขาวสารแกประชาชน รวมทั้งการมีปฏิสัมพันธกับประชาชน ตามหลักการที่กลาววา “ที่เดียว ทันใด ทั่วไทย ทุกเวลา ทั่วถึง เทาเทียม และธรรมาภิบาล” นั้น เพื่อใหการพัฒนาเว็บไซตของหนวยงานภาครัฐเปนไปในทิศทางเดียวกัน และยกระดับความสามารถของการใหบริการรัฐบาลอิเล็กทรอนิกสผานทางเว็บไซตของหนวยงานภาครัฐกาวไปสูระดับความสามารถในเรื่องการบูรณาการ และเพิ่มประสิทธิภาพการใหบริการ รวมทั้งสรางความสัมพันธที่ดีระหวางประชาชน หนวยงานราชการ และหนวยงานธุรกิจ ภาครัฐ ใหสามารถกาวไปสูจุดหมายของการบูรณาการเชื่อมโยงหนวยงานภาครัฐ(Connected Government) ที่สมบูรณแบบอยางแทจริงจากการสํารวจเพื่อจัดอันดับการพัฒนา e-Government กลุมประเทศสมาชิกขององคการสหประชาชาติ (United Nations e-Government Readiness) ในรายงาน United NationsE-Government Survey 2012 พบวา ประเทศไทยจัดอยูในลําดับที่ 92 จากจํานวนประเทศสมาชิกทั้งหมด 193 ประเทศ ซึ่งป ค.ศ. 2010 ไทยจัดอยูในลําดับที่ 76 และป ค.ศ. 2008 ไทยจัดอยูในลําดับที่ 64นั่นยอมแสดงใหเห็นถึงสิ่งที่จะตองแกไข ปรับปรุง และพัฒนา เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแขงขันและสามารถที่จะยืนอยูบนเวทีโลกไดอยางภาคภูมิ และเพื่อใหรัฐบาลอิเล็กทรอนิกสของประเทศไทยกาวไปสูการเชื่อมโยงหนวยงานภาครัฐ (Connected Government) โดยยึดเอาประชาชนเปนศูนยกลางและใหประชาชนมีสวนรวมผานทางอิเล็กทรอนิกส (e-Participation)สํานักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส (องคการมหาชน) จึงไดพัฒนา “มาตรฐานเว็บไซตภาครัฐ(Government Website Standard)” เพื่อเปนมาตรฐานใหหนวยงานภาครัฐไดนําไปปรับปรุงและพัฒนาระบบการใหบริการผานเว็บไซตของภาครัฐ อันจะชวยยกระดับการพัฒนา e-Government ใหกาวหนาสูระดับมาตรฐานสากลตอไป โดยเนื้อหาเอกสารเลมนี้ กลาวถึงองคประกอบของเนื้อหาเว็บไซต(Contents) คุณลักษณะของเว็บไซตภาครัฐที่ควรมี (Recommended Features) รวมถึงแนวทางการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (Information Security) ซึ่งไดรวบรวมและประมวลจาก กฎหมายระเบียบ ขอบังคับในประเทศที่เกี่ยวของกับการทําธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส 1การคุมครองขอมูลสวนบุคคลและขอกําหนดองคการสหประชาชาติ (United Nations) 2ในการจัดอันดับการพัฒนา e-Governmentของกลุมประเทศสมาชิก ตลอดจนแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในระดับนานาชาติ (International BestPractice)1รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 สวนที่ 2 ความเสมอภาคพระราชบัญญัติขอมูลขาวสารของราชการ พ.ศ. 2540พระราชบัญญัติวาดวยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส พ.ศ. 2544 แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551พระราชกฤษฎีกาวาดวยวิธีการแบบปลอดภัยในการทําธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส พ.ศ. 2553พระราชกฤษฎีกากําหนดหลักเกณฑและวิธีการในการทําธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสภาครัฐ พ.ศ. 2549ประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสเรื่อง แนวนโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยดานสารสนเทศของหนวยงานของรัฐ พ.ศ. 2553ประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสเรื่อง แนวนโยบายและแนวปฏิบัติในการคุมครองขอมูลสวนบุคคลของหนวยงานของรัฐ พ.ศ. 25532“UN E-GOVERNMENT SURVEY 2008 from E-Government to Connected Governance”, “United Nations E-Government Survey 2010: Leveraginge-government at a time of financial and economic crisis”, “United Nations E-Government Survey 2012: E-Government for the People”
  • 4. สารบัญหนาคํานําเนื้อหาเว็บไซตภาครัฐ (Government Website Contents).........................................................1การบูรณาการเชื่อมโยงขอมูลระหวางหนวยงานภาครัฐ (Government Data Exchange)...........5การรักษาความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (Information Security)…………………………………….…5คุณลักษณะที่ควรมี (Recommended Features)........................................................................6ระดับการพัฒนาการใหบริการของเว็บไซตภาครัฐ (Phases of development)..…………………….8ภาคผนวก ก การประกาศนโยบาย– นโยบายเว็บไซต (Website Policy)– นโยบายการคุมครองขอมูลสวนบุคคล (Privacy Policy)– นโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยเว็บไซต (Website Security Policy)ภาคผนวก ข แนวทางการพัฒนาเว็บที่ทุกคนเขาถึงได(Thai Web Content Accessibility Guidelines 2010: TWCAG2010)ภาคผนวก ค การตรวจประเมินเนื้อหาเว็บไซตที่ทุกคนเขาถึงได (Web Content Accessibility)อภิธานศัพทบรรณานุกรม
  • 5. G o v e r n m e n t W e b s i t e S t a n d a r d 1สํา นั ก ง า น รั ฐ บ า ล อิ เ ล็ ก ท ร อ นิ ก ส ( อ ง ค ก า ร ม ห า ช น )ฝายพัฒนามาตรฐานระบบรัฐบาลอิเล็กทรอนิกสสํานักสถาปตยกรรมรัฐบาลอิเล็กทรอนิกสสํานักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส (องคการมหาชน)เนื้อหาเว็บไซตภาครัฐ (Government Website Contents)1เนื้อหาที่ควรมีในการเผยแพรผานเว็บไซตภาครัฐ เพื่อใหบริการประชาชน ธุรกิจเอกชน2ตลอดจนหนวยงานภาครัฐ แบงออกเปน 3 สวน ดังรายละเอียดตอไปนี้31) ขอมูลพื้นฐาน เพื่อเผยแพรขอมูล ตลอดจนบริการของหนวยงาน4หมวดหมูของขอมูล(Information Category)ขอมูลแนะนํา(Suggested Contents)1.1) เกี่ยวกับหนวยงาน – ประวัติความเปนมา– วิสัยทัศน พันธกิจ– โครงสรางหนวยงาน ผูบริหาร อํานาจหนาที่– ภารกิจ และหนาที่รับผิดชอบของหนวยงาน– ยุทธศาสตร แผนปฏิบัติราชการ– แผนงาน โครงการ และงบประมาณรายจายประจําป– คํารับรอง และรายงานผลการปฏิบัติราชการ– ขอมูลการติดตอ ประกอบดวย ที่อยู เบอรโทรศัพทโทรสาร และแผนที่ตั้งหนวยงาน เปนตน– ที่อยูไปรษณียอิเล็กทรอนิกส (e-Mail Address) ของบุคคลภายในหนวยงานที่รับผิดชอบขอมูล เชน ผูดูแลเว็บไซต (Webmaster) เปนตน1.2) ขอมูลผูบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง(Chief InformationOfficer: CIO)– รายละเอียดเกี่ยวกับซีไอโอ ประกอบดวยชื่อ-นามสกุล และตําแหนง– ขอมูลการติดตอ ประกอบดวย ที่อยู เบอรโทรศัพทโทรสาร ที่อยูไปรษณียอิเล็กทรอนิกส (e-MailAddress) เปนตนมาตรฐานเว็บไซตภาครัฐมาตรฐานเว็บไซตภาครัฐ
  • 6. G o v e r n m e n t W e b s i t e S t a n d a r d 2สํา นั ก ง า น รั ฐ บ า ล อิ เ ล็ ก ท ร อ นิ ก ส ( อ ง ค ก า ร ม ห า ช น )หมวดหมูของขอมูล(Information Category)ขอมูลแนะนํา(Suggested Contents)– วิสัยทัศน และนโยบายตางๆ ดานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ไดแก นโยบายการบริหารจัดการดาน ICT, นโยบายและมาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยดาน ICT เปนตน– การบริหารงานดาน ICT เชน ยุทธศาสตร, แผนแมบทและแผนปฏิบัติการ เปนตน– ขาวสารจากซีไอโอ– ปฏิทินกิจกรรมซีไอโอ1.3) ขาวประชาสัมพันธ – ขาวสารประชาสัมพันธทั่วไป– ขาวสารและประกาศของหนวยงาน เชน ประกาศรับสมัครงาน การจัดซื้อจัดจาง การจัดฝกอบรม เปนตน– ปฏิทินกิจกรรมของหนวยงาน1.4) เว็บลิงค – สวนงานภายใน– หนวยงานภายนอกที่เกี่ยวของโดยตรง– เว็บไซตอื่นๆ ที่นาสนใจ1.5) กฎ ระเบียบ ขอบังคับที่เกี่ยวของกับหนวยงาน– กฎหมาย พระราชบัญญัติ พระราชกฤษฎีกากฎกระทรวง ประกาศ ระเบียบ มาตรฐาน คูมือ แนวปฏิบัติ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวของ โดยแสดงที่มาของขอมูลที่นํามาเผยแพร1.6) ขอมูลการบริการ – แสดงขอมูลการบริการตามภารกิจของหนวยงานพรอมคําอธิบายขั้นตอนบริการ โดยจะแสดงขั้นตอนการใหบริการตางๆ แกประชาชน ทั้งนี้ควรระบุระยะเวลาในแตละขั้นตอนของการใหบริการนั้นๆ1.7) แบบฟอรมที่ดาวนโหลดได(Download Forms)– สวนที่ใหบริการประชาชนสําหรับ Downloadแบบฟอรมตางๆ ของหนวยงาน1.8) คลังความรู – ผลงานวิจัย บทความ กรณีศึกษา ขอมูลสถิติตางๆขอมูล GIS และ e-Book เปนตน ตลอดจนตองมีการอางอิงถึงแหลงที่มา (Reference) และวัน เวลา กํากับเพื่อประโยชนในการนําขอมูลไปใชตอ
  • 7. G o v e r n m e n t W e b s i t e S t a n d a r d 3สํา นั ก ง า น รั ฐ บ า ล อิ เ ล็ ก ท ร อ นิ ก ส ( อ ง ค ก า ร ม ห า ช น )หมวดหมูของขอมูล(Information Category)ขอมูลแนะนํา(Suggested Contents)1.9) คําถามที่พบบอย(FAQ)– สวนที่แสดงคําถาม และคําตอบที่มีผูนิยมสอบถาม1.10) ผังเว็บไซต(Site map)– สวนที่แสดงแผนผังเว็บไซตทั้งหมด2) การสรางปฏิสัมพันธกับผูใชบริการ5หมวดหมูของขอมูล(Information Category)ขอมูลแนะนํา(Suggested Contents)2.1) ถาม – ตอบ(Q & A)– สวนที่ผูใชบริการสามารถสอบถามขอมูล หรือขอสงสัยมายังหนวยงาน2.2) ระบบสืบคนขอมูล(Search Engine)– สวนที่เปนบริการสืบคนขอมูลทั่วไป และขอมูลภายในหนวยงานได2.3) ชองทางการติดตอสื่อสารกับผูใชบริการ– ชองทางแจงขาว หรือแจงเตือนผูใช เชน SMS, e-Mailเปนตน– ชองทางการติดตอหนวยงานในรูปแบบ SocialNetwork เชน Facebook, Twitter เปนตน– ชองทางแสดงความคิดเห็น หรือขอเสนอแนะ เชนe-Mail, Web board, Blog เปนตน– ชองทางการรับเรื่องรองเรียน และติดตามสถานะเรื่องรองเรียน2.4) แบบสํารวจออนไลน(Online Survey)– การสํารวจความพึงพอใจการใชบริการเว็บไซต– การสํารวจความคิดเห็นของประชาชน (Online Poll)– การออกเสียงลงคะแนนตางๆ (Online Voting)
  • 8. G o v e r n m e n t W e b s i t e S t a n d a r d 4สํา นั ก ง า น รั ฐ บ า ล อิ เ ล็ ก ท ร อ นิ ก ส ( อ ง ค ก า ร ม ห า ช น )3) การใหบริการในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส (e-Service) และเรียนรูพฤติกรรมของ6ผูใชบริการ7หมวดหมูของขอมูล(Information Category)ขอมูลแนะนํา(Suggested Contents)3.1) การลงทะเบียนออนไลน(Register Online)– สวนที่เปนแบบฟอรมสําหรับบันทึกชื่อผูใชบริการและรหัสผานกอนเขาใชงานระบบ (Login Form) ซึ่งเปนหนึ่งในกระบวนการตรวจสอบและยืนยันตัวตนผูใชงาน– ระบบตรวจสอบและยืนยันตัวตนผูใชงาน และสามารถแจงเตือนกรณีที่ชื่อผูใช หรือรหัสผานไมถูกตอง(Check user name/password)– ระบบจัดการกรณีลืมรหัสผาน กรณีที่ผูใชลืมรหัสผานระบบสามารถดําเนินการสงรหัสผานใหใหมได3.2) e-Forms / Online Forms – สวนที่ใหบริการบันทึกขอมูลลงในแบบฟอรมตางๆ บนหนาเว็บไซต โดยไมตอง Download เอกสาร และสามารถพิมพเอกสาร หรือบันทึกขอมูลในรูปแบบอิเล็กทรอนิกสได3.3) ระบบใหบริการในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส (e-Service)– ระบบใหบริการในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส ตามภารกิจของหนวยงาน3.4) การใหบริการเฉพาะบุคคล(Personalizede-Services) ในลักษณะที่ผูใชบริการสามารถกําหนดรูปแบบสวนตัวในการใชบริการเว็บไซตได– มีบริการสงขอมูลใหผูใชบริการเปนรายบุคคลสําหรับผูลงทะเบียน– ผูใชบริการสามารถกําหนดรูปแบบขอมูลที่ตองการและจัดอันดับเนื้อหาที่สนใจได– มีการปรับปรุงแฟมขอมูลของผูลงทะเบียนแบบอัตโนมัติ ตามพฤติกรรมของผูใชบริการ– เว็บไซตสามารถนําเสนอหัวขอขาว/ขอมูล/บริการ ที่ผูใชบริการเขามาใชงานครั้งลาสุดได (Last Visited)– มีการปรับปรุงการใหบริการของหนวยงานผานทางเว็บไซต จากการวิเคราะหพฤติกรรมของผูใชบริการ– มีระบบรายงานที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามขอมูลที่ไดจากพฤติกรรมของผูใชบริการ และสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบรายงานไดตามความตองการ (DynamicReport)
  • 9. G o v e r n m e n t W e b s i t e S t a n d a r d 5สํา นั ก ง า น รั ฐ บ า ล อิ เ ล็ ก ท ร อ นิ ก ส ( อ ง ค ก า ร ม ห า ช น )การบูรณาการเชื่อมโยงขอมูลระหวางหนวยงานภาครัฐ (Government Data Exchange)38การบูรณาการเชื่อมโยงขอมูลระหวางหนวยงานภาครัฐ เพื่อนําไปสูการสรางระบบธุรกรรม9อิเล็กทรอนิกสที่สามารถใหบริการรวมแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียวกัน (One-stop-service)10ประกอบดวย11– มีแอพพลิเคชั่นที่เรียกใชบริการจากแอพพลิเคชั่นของหนวยงานอื่นๆ12– มีแอพพลิเคชั่นใหบริการกับแอพพลิเคชั่นภายในหนวยงาน13– มีแอพพลิเคชั่นใหบริการกับแอพพลิเคชั่นของหนวยงานอื่นๆ14– การใชบริการระบบอิเล็กทรอนิกสตางๆ ควรมีความสามารถในการ15ล็อกอิน เขาสูระบบ โดยใช Username, Password เพียงครั้งเดียว16(Single sign-on)1718การรักษาความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (Information Security)19การใหบริการผานเว็บไซตภาครัฐนั้น จําเปนจะตองมีการรักษาความมั่นคงปลอดภัย20สารสนเทศ เพื่อปองกันมิใหเว็บไซตถูกคุกคามจากผูไมหวังดี หรือผูที่ไมมีสิทธิ์ในการเขาถึงขอมูล21และเปนการสรางความมั่นใจใหกับผูใชบริการเว็บไซต ตลอดจนการสรางเว็บไซตใหเปนที่22นาเชื่อถือ และมีความมั่นคงปลอดภัยในการเขามาใชงาน ประกอบดวย23– มีการตรวจสอบความถูกตอง ครบถวนของขอมูล รวมทั้งเงื่อนไขที่24จําเปนของขอมูลที่ผูใชงานบันทึกในแบบฟอรมกอนสงขอมูล25– มีการเขารหัสขอมูล (Encryption) เพื่อเพิ่มความปลอดภัย ในการ26สื่อสารหรือสงขอมูลผานเครือขายอินเทอรเน็ต เชน การใช Secure27Sockets Layer (SSL) (https) เปนตน28– มีการระบุและยืนยันตัวบุคคล (Authentication)4โดยเลือกใช29เทคโนโลยีในการยืนยันตัวตนที่เหมาะสม303การเชื่อมโยงหรือแลกเปลี่ยนขอมูลระหวางหนวยงานภาครัฐ (Government Data Exchange) จะตองปฏิบัติตามกรอบแนวทางการเชื่อมโยงอิเล็กทรอนิกสแหงชาติ หรือ“Thailand e-Government Interoperability Framework: TH e-GIF”4การระบุและยืนยันตัวบุคคล (Authentication) จะตองปฏิบัติตามพระราชกฤษฎีกากําหนดหลักเกณฑและวิธีการในการทําธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสภาครัฐ พ.ศ. 2549
  • 10. G o v e r n m e n t W e b s i t e S t a n d a r d 6สํา นั ก ง า น รั ฐ บ า ล อิ เ ล็ ก ท ร อ นิ ก ส ( อ ง ค ก า ร ม ห า ช น )คุณลักษณะที่ควรมี (Recommended Features)31คุณลักษณะของเว็บไซตภาครัฐที่ควรมี ประกอบดวย32หมวดหมูของคุณลักษณะ(Features Category)คุณลักษณะที่ควรมี(Recommended Features)1) การแสดงผล – มีการแสดงผลอยางนอย 2 ภาษา คือภาษาไทย และภาษาอังกฤษ– สามารถเพิ่มหรือลดขนาดตัวอักษรได2) การนําเสนอขอมูล – มีการใชงาน Really Simple Syndication (RSS) เพื่อนําเสนอขอมูลขาวสาร ของหนวยงาน– มีการนําเสนอเนื้อหาในรูปแบบของเสียง และวีดีโอ3) เครื่องมือสนับสนุนการใชงาน – มีระบบ Navigation ที่ชัดเจน งายตอการเขาใจ– มีเครื่องมือในการแนะนําการใชงาน (Help) ไดแกTool tips, Pop-up, Help เปนตน– มีคําแนะนําเว็บไซต หรือคําอธิบาย Content ตางๆของเว็บไซต เพื่อแนะนําการใชงานเว็บไซตแกประชาชน4) เครื่องมือสําหรับเก็บขอมูลการเยี่ยมชมเว็บไซต(Web Analytic)– มีเครื่องมือสําหรับเก็บขอมูล การเยี่ยมชมเว็บไซตของผูใชบริการ เชน จํานวนครั้ง จํานวนหนา ความสนใจระยะเวลา เปนตน ทั้งนี้ เพื่อใหหนวยงานมีขอมูลในการวิเคราะหพฤติกรรมการเยี่ยมชมเว็บไซต (WebBehavior)5) การตั้งชื่อไฟลและไดเร็คทอรี่ – ควรกําหนดวิธีการตั้งชื่อที่สื่อความหมาย เขาใจตรงกันสั้นกระชับ และไมเกิดความสับสน ซึ่งจะชวยใหSearch Engine ใหคาความสําคัญของเว็บไซตสูงสุดหากคําสําคัญพบเปนชื่อไฟลและชื่อไดเร็คทอรี่ โดยตรง6) สวนลางของเว็บไซต(Page Footer)– ทุกๆ หนาควรจะแสดงขอมูลตางๆ ในสวนลางของเว็บไซต ดังตอไปนี้ เมนูหลักในรูปแบบขอความ ขอมูลติดตอหนวยงาน ไดแก ชื่อและที่อยูหมายเลขโทรศัพท หมายเลขโทรสาร และที่อยูไปรษณียอิเล็กทรอนิกส
  • 11. G o v e r n m e n t W e b s i t e S t a n d a r d 7สํา นั ก ง า น รั ฐ บ า ล อิ เ ล็ ก ท ร อ นิ ก ส ( อ ง ค ก า ร ม ห า ช น )หมวดหมูของคุณลักษณะ(Features Category)คุณลักษณะที่ควรมี(Recommended Features) เสนเชื่อมกลับไปยังหนาหลักของเว็บไซต คําสงวนลิขสิทธิ์ (Copyright) การปฏิเสธความรับผิด (Disclaimer) การประกาศนโยบาย5(รายละเอียดปรากฏในภาคผนวก ก) ประกอบดวยo นโยบายเว็บไซต (Website Policy)o นโยบายการคุมครองขอมูลสวนบุคคล(Privacy Policy)o นโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของเว็บไซต (Website SecurityPolicy)7) เสนเชื่อม (Link) – ตองมีความพรอมใชเสมอ68) ขอกําหนดตามมาตรฐาน – เว็บไซตควรสอดคลองกับขอกําหนดขององคการมาตรฐาน เวิลด ไวด เว็บ (World Wide WebConsortium: W3C) คณะริเริ่มดําเนินการทําใหเว็บเขาถึงและใชประโยชนได (Web AccessibilityInitiative: WAI) ตามขอกําหนดการทําใหเนื้อหาเว็บสามารถเขาถึงและใชประโยชนได รุน 2.0 (WebContent Accessibility Guidelines 2.0 : WCAG2.0) ในเกณฑความสําเร็จ ระดับ เอ (A)สําหรับประเทศไทย สํานักงานปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยสํานักสงเสริมและพัฒนาการใชเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารไดมีการจัดทํารูปแบบการพัฒนาเว็บไซตใหเปนเว็บไซตที่ทุกคนสามารถเขาถึงไดและเกณฑมาตรฐานฉบับภาษาไทยขึ้น ภายใตชื่อ “Thai WebContent Accessibility Guidelines 2010 (TWCAG5กรณีที่เว็บไซตมีการรวบรวม จัดเก็บ ใช หรือเผยแพรขอมูล หรือขอเท็จจริงที่ทําใหสามารถระบุตัวบุคคล ไมวาโดยตรงหรือโดยออม จะตองมีการกําหนดนโยบายตามประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส เรื่องแนวนโยบายและแนวปฏิบัติในการคุมครองขอมูลสวนบุคคลของหนวยงานของรัฐ พ.ศ. 2553 และประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสเรื่อง แนวนโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยดานสารสนเทศของหนวยงานของรัฐ พ.ศ. 25536ผูดูแลเว็บไซตสามารถตรวจสอบเสนเชื่อมที่เสีย (Broken link) ไดที่ http://validator.w3.org/checklink
  • 12. G o v e r n m e n t W e b s i t e S t a n d a r d 8สํา นั ก ง า น รั ฐ บ า ล อิ เ ล็ ก ท ร อ นิ ก ส ( อ ง ค ก า ร ม ห า ช น )หมวดหมูของคุณลักษณะ(Features Category)คุณลักษณะที่ควรมี(Recommended Features)2010)” (รายละเอียดปรากกฎในภาคผนวก ข และวิธีการตรวจประเมินปรากฏในภาคผนวก ค7)– เว็บไซตควรสอดคลองกับขอกําหนดของ W3C สําหรับHyperText Markup Language (HTML) อยางนอยระดับ 4.01 (HTML 4.01/XHTML 1.0)– หากเว็บไซตใช Cascading Style Sheets (CSS) ควรสอดคลองกับขอกําหนดของ W3C สําหรับ CSSระดับ 1ระดับการพัฒนาการใหบริการของเว็บไซตภาครัฐ (Phases of development)33การกําหนดมาตรฐานเว็บไซตภาครัฐในครั้งนี้ ไดกําหนดระดับการพัฒนาการใหบริการของ34เว็บไซตภาครัฐ ไว 4 ระดับ ซึ่งสอดคลองกับระดับการใหบริการออนไลน (Online Service) ของ35องคการสหประชาชาติ (UN) แสดงดังรูปที่ 136รูปที่ 1 ระดับการพัฒนาการใหบริการของเว็บไซตภาครัฐ (Phases of development)377ผูพัฒนาเว็บไซตสามารถทําการทดสอบไดที่ http://www.tawdis.net/ ซึ่งเปนเครื่องมือที่ใชสําหรับการวิเคราะหการเขาถึงเว็บไซตตาม WAI ของ W3C ที่กําหนดไว ซึ่งพัฒนาโดยหนวยงานที่ไมหวังผลกําไรที่มีชื่อวา ICTC Technology Centre (Parque Científico Tecnológico de Gijón) เปนสวนหนึ่งของเครือขายศูนยเทคโนโลยีเมืองAsturias ประเทศสเปน
  • 13. G o v e r n m e n t W e b s i t e S t a n d a r d 9สํา นั ก ง า น รั ฐ บ า ล อิ เ ล็ ก ท ร อ นิ ก ส ( อ ง ค ก า ร ม ห า ช น )Emerging Information Services38เปนระดับของเว็บไซตที่ใหบริการเผยแพรขอมูลขาวสารแกประชาชน ในรูปแบบ39ออนไลน โดยที่ขอมูลขาวสารเหลานั้นตองมีความถูกตอง มีคุณคาตอการใชงาน และทันสมัย40โดยประชาชนสามารถเขาถึงขอมูลที่เปนปจจุบันตางๆ ของภาครัฐ และสามารถดูขอมูล41ยอนหลังได42Enhance Information Services43เปนระดับของเว็บไซตที่สามารถสรางปฏิสัมพันธกับประชาชน โดยจะเปนการสื่อสาร44แบบทางเดียวหรือสองทางแบบงายๆ ระหวางภาครัฐกับประชาชน เพื่อเพิ่มชองทางให45ประชาชนสามารถติดตอกับหนวยงานภาครัฐ และสงเสริมการมีสวนรวมของประชาชนใน46การแสดงความคิดเห็น และสามารถฝากขอความ ปญหา ขอสงสัย ขอรองเรียนตางๆ ผาน47ทางเว็บไซต สามารถติดตามผลในเวลาที่เหมาะสมได48Transaction Information Services49เปนระดับของเว็บไซตที่สามารถดําเนินธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสไดโดยสมบูรณใน50ตัวเอง เชนเดียวกับรานคาอิเล็กทรอนิกสที่สามารถดําเนินกิจกรรมซื้อขาย และชําระเงิน51ตลอดจนสงสินคา ไดในการทําธุรกรรมเดียว ในกรณีของหนวยงานภาครัฐ การตอง52ใหบริการที่ประชาชนสามารถดําเนินการโดยเสมือนกับติดตอกับสวนราชการตามปกติ เชน53การชําระภาษี Online การจายคาปรับจราจร เปนตน โดยการดําเนินการนี้จะเปนการลด54ขั้นตอนที่ประชาชนตองเดินทางไปทําธุรกรรมดวยตนเอง55Connected Information Services56เปนระดับของเว็บไซตที่มีการบูรณาการแนวราบของงานบริการ (Collaboration)57ระหวางเว็บไซตของหนวยงานภาครัฐ เพื่อพัฒนาระบบใหมีหนาตางเดียวเบ็ดเสร็จ58(Single Window) สําหรับการใหบริการประชาชนสามารถติดตอไดที่คลิกเดียวในการรับ59บริการจากหลายหนวยงาน ตลอดจนสามารถสรางความมีสวนรวมของประชาชนในการ60ตัดสินใจในประเด็นตางๆ ได61
  • 14. G o v e r n m e n t W e b s i t e S t a n d a r d 10สํา นั ก ง า น รั ฐ บ า ล อิ เ ล็ ก ท ร อ นิ ก ส ( อ ง ค ก า ร ม ห า ช น )Intelligence62นอกจากการพัฒนาการใหบริการของเว็บไซตภาครัฐทั้ง 4 ระดับแลวนั้น หนวยงาน63ภาครัฐยังสามารถพัฒนาเว็บไซตใหสามารถเรียนรูพฤติกรรมของประชาชนที่มาใชบริการใน64ลักษณะของ Web Intelligence โดยที่ประชาชนสามารถเลือกรูปแบบขอมูล หรือบริการที่65ตนตองการเองได (Personalized e-Services) หรือ ขอมูลที่หนวยงานสรรหามาเพื่อให66ประชาชนในกลุมที่สนใจเรื่องเดียวกันทราบ67************************************************
  • 15. ภาคผนวก กการประกาศนโยบาย
  • 16. ภ า ค ผ น ว ก ก 1สํา นั ก ง า น รั ฐ บ า ล อิ เ ล็ ก ท ร อ นิ ก ส ( อ ง ค ก า ร ม ห า ช น )1. การประกาศนโยบายเว็บไซต (Website Policy)การประกาศนโยบายเว็บไซต (Website Policy) โดยมีจุดมุงหมายเพื่อใหผูใชบริการเว็บไซตไดทราบถึงวัตถุประสงค และขอกําหนดตางๆ ในการใชงานเว็บไซต โดยการประกาศนโยบายเว็บไซตจะตองมีเนื้อหาอยางนอย ดังตอไปนี้– วัตถุประสงค– เงื่อนไขและขอกําหนดการใชงานเว็บไซต– สิทธิ หนาที่ และความรับผิดชอบของผูใชบริการ– การเชื่อมโยงกับเว็บไซตอื่นๆ– การปฏิเสธความรับผิด (Disclaimer)– กรรมสิทธิ์และสิทธิในทรัพยสินทางปญญา– กฎหมายที่ใชบังคับตัวอยางการประกาศนโยบายเว็บไซต (Website Policy)*นโยบายเว็บไซตของ (ชื่อหนวยงาน/เว็บไซต)Website Policy of (Organization/ Website)จัดทําเมื่อวันที่…………………..1. วัตถุประสงค(หนวยงาน/เว็บไซต) ไดจัดทําขึ้นเพื่อ................................................................ ในการใชบริการเว็บไซตของผูใชบริการจะอยูภายใตเงื่อนไขและขอกําหนดดังตอไปนี้ ผูใชบริการจึงควรศึกษาเงื่อนไข และขอกําหนดการใชงานเว็บไซต และ/หรือเงื่อนไขและขอตกลงอื่นใดที่ (หนวยงาน/เว็บไซต) ไดแจงใหทราบบนเว็บไซตโดยละเอียดกอนการเขาใชบริการ ทั้งนี้ ในการใชบริการใหถือวาผูใชบริการไดตกลงที่จะปฏิบัติตามเงื่อนไขและขอกําหนดการใหบริการที่กําหนดไวนี้ หากผูใชบริการไมประสงคที่จะผูกพันตามขอกําหนดและเงื่อนไขการใหบริการ ขอความกรุณาทานยุติการเขาชมและใชงานเว็บไซตนี้ในทันที2. เงื่อนไขและขอกําหนดการใชงานเว็บไซต2.1 ผูใชบริการอาจไดรับ เขาถึง สราง สงหรือแสดงขอมูล เชน ไฟลขอมูล ขอความลายลักษณอักษร ซอฟตแวรคอมพิวเตอร ดนตรี ไฟลเสียง หรือเสียงอื่นๆ ภาพถาย วิดีโอ หรือรูปภาพอื่นๆ โดยเปนสวนหนึ่งของบริการหรือโดยผานการใชบริการ ซึ่งตอไปนี้จะเรียกวา“เนื้อหา”2.2 เนื้อหาที่นําเสนอตอผูใชบริการ อาจไดรับการคุมครองโดยสิทธิในทรัพยสินทางปญญาของเจาของเนื้อหานั้น ผูใชบริการไมมีสิทธิเปลี่ยนแปลงแกไข จําหนายจายโอนหรือสรางผลงานตอเนื่องโดยอาศัยเนื้อหาดังกลาวไมวาจะทั้งหมดหรือบางสวน เวนแตผูใชบริการจะไดรับอนุญาตโดยชัดแจงจากเจาของเนื้อหานั้น*ตัวอยางนโยบายเว็บไซต คัดลอกมาจากเงื่อนไขการใหบริการเว็บไซตของ สํานักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส (องคการมหาชน) และ ขอกําหนดและนโยบายการใหบริการ ของสํานักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส (องคการมหาชน)
  • 17. ภ า ค ผ น ว ก ก 2สํา นั ก ง า น รั ฐ บ า ล อิ เ ล็ ก ท ร อ นิ ก ส ( อ ง ค ก า ร ม ห า ช น )2.3 ผูใชบริการอาจพบเนื้อหาที่ไมเหมาะสม หรือหยาบคาย อันกอใหเกิดความไมพอใจ ภายใตความเสี่ยงของตนเอง2.4 (หนวยงาน/เว็บไซต) ทรงไวซึ่งสิทธิในการคัดกรอง ตรวจทาน ทําเครื่องหมาย เปลี่ยนแปลงแกไข ปฏิเสธ หรือลบเนื้อหาใดๆ ที่ไมเหมาะสมออกจากบริการ ซึ่ง (หนวยงาน/เว็บไซต)อาจจัดเตรียมเครื่องมือในการคัดกรองเนื้อหาอยางชัดเจน โดยไมขัดตอกฎหมาย กฎระเบียบของทางราชการที่เกี่ยวของ2.5 (หนวยงาน/เว็บไซต) อาจหยุดใหบริการเปนการชั่วคราวหรือถาวร หรือยกเลิกการใหบริการแกผูใชบริการรายใดเปนการเฉพาะ หากการใหบริการดังกลาวสงผลกระทบตอผูใชบริการอื่นๆ หรือขัดแยงตอกฎหมาย โดยไมตองแจงใหผูใชบริการทราบลวงหนา2.6 การหยุดหรือการยกเลิกบริการตามขอ 2.5 ผูใชบริการจะไมสามารถเขาใชบริการ และเขาถึงรายละเอียดบัญชีของผูใชบริการ ไฟลเอกสารใดๆ หรือเนื้อหาอื่นๆ ที่อยูในบัญชีของผูใชบริการได2.7 ในกรณีที่ (หนวยงาน/เว็บไซต) หยุดใหบริการเปนการถาวร หรือยกเลิกบริการแกผูใชบริการ (หนวยงาน/เว็บไซต) มีสิทธิในการลบขอมูลตางๆ ที่อยูในบัญชีของผูใชบริการไดโดยไมตองแจงใหผูใชบริการทราบลวงหนา3. สิทธิ หนาที่ และความรับผิดชอบของผูใชบริการ3.1 ผูใชบริการจะใหขอมูลเกี่ยวกับตนเอง เชน ขอมูลระบุตัวตนหรือรายละเอียดการติดตอ ที่ถูกตอง เปนจริง และเปนปจจุบันเสมอ แก (หนวยงาน/เว็บไซต) อันเปนสวนหนึ่งของกระบวนการลงทะเบียนใชบริการ หรือการใชบริการที่ตอเนื่อง3.2 ผูใชบริการจะใชบริการเว็บไซตนี้ เพื่อวัตถุประสงคที่ไดรับอนุญาตตามขอกําหนดของ(หนวยงาน/เว็บไซต) และไมขัดตอกฎหมาย กฎ ระเบียบ ขอบังคับ หลักปฏิบัติที่เปนที่ยอมรับโดยทั่วไป3.3 ผูใชบริการจะไมเขาใชหรือพยายามเขาใชบริการหนึ่งบริการใดโดยวิธีอื่น รวมถึงการใชวิธีการอัตโนมัติ (การใชสคริปต) นอกจากชองทางที่ (หนวยงาน/เว็บไซต) จัดเตรียมไวใหเวนแตผูใชบริการจะไดรับอนุญาตจาก (หนวยงาน/เว็บไซต) โดยชัดแจงใหทําเชนนั้นได3.4 ผูใชบริการจะไมทําหรือมีสวนรวมในการขัดขวางหรือรบกวนบริการของ (หนวยงาน/เว็บไซต) รวมทั้งเครื่องแมขายและเครือขายที่เชื่อมตอกับบริการ3.5 ผูใชบริการจะไมทําสําเนา คัดลอก ทําซ้ํา ขาย แลกเปลี่ยน หรือขายตอบริการเพื่อวัตถุประสงคใดๆ เวนแตผูใชบริการจะไดรับอนุญาตจาก (หนวยงาน/เว็บไซต) โดยชัดแจงใหทําเชนนั้นได3.6 ผูใชบริการมีหนาที่ในการรักษาความลับของรหัสผานที่เชื่อมโยงกับบัญชีใดๆ ที่ใชในการเขาถึงบริการ3.7 ผูใชบริการจะเปนผูรับผิดชอบแตเพียงผูเดียวตอบุคคลใดๆ รวมถึง (หนวยงาน/เว็บไซต) ในความเสียหายอันเกิดจากการละเมิดขอกําหนด4. การเชื่อมโยงกับเว็บไซตอื่นๆ4.1 การเชื่อมโยงไปยังเว็บไซตอื่นเปนเพียงการใหบริการเพื่ออํานวยความสะดวกแกผูใชบริการเทานั้น (หนวยงาน/เว็บไซต) มิไดมีสวนเกี่ยวของหรือมีอํานาจควบคุม รับรอง ความถูกตองความนาเชื่อถือ ตลอดจนความรับผิดชอบในเนื้อหาขอมูลของเว็บไซตนั้น ๆ และ
  • 18. ภ า ค ผ น ว ก ก 3สํา นั ก ง า น รั ฐ บ า ล อิ เ ล็ ก ท ร อ นิ ก ส ( อ ง ค ก า ร ม ห า ช น )(หนวยงาน/เว็บไซต) ไมรับผิดชอบตอเนื้อหาใด ๆ ที่แสดงบนเว็บไซตอื่นที่เชื่อมโยงมายังเว็บไซตของ (หนวยงาน/เว็บไซต) หรือตอความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการเขาเยี่ยมชมเว็บไซตดังกลาวการเชื่อมโยงมายังเว็บไซต (หนวยงาน/เว็บไซต)4.2 กรณีตองการเชื่อมโยงมายังเว็บไซตของ (หนวยงาน/เว็บไซต) ผูใชบริการสามารถเชื่อมโยงมายังหนาแรกของเว็บไซตของ (หนวยงาน/เว็บไซต) ได โดยแจงความประสงคเปนหนังสือแตหากตองการเชื่อมโยงมายังหนาภายในของเว็บไซตนี้ จะตองไดรับความยินยอมเปนหนังสือจาก (หนวยงาน/เว็บไซต) แลวเทานั้น และในการใหความยินยอมดังกลาว(หนวยงาน/เว็บไซต) ขอสงวนสิทธิที่จะกําหนดเงื่อนไขใด ๆ ไวดวยก็ได ในการที่เว็บไซตอื่นที่เชื่อมโยงมายังเว็บไซตของ (หนวยงาน/เว็บไซต) จะไมรับผิดชอบตอเนื้อหาใด ๆ ที่แสดงบนเว็บไซตที่เชื่อมโยงมายังเว็บไซตของ (หนวยงาน/เว็บไซต) หรือตอความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการใชเว็บไซตเหลานั้น5. การปฏิเสธความรับผิด5.1 (หนวยงาน/เว็บไซต) จะไมรับผิดตอความเสียหายใด ๆ รวมถึง ความเสียหาย สูญเสียและคาใชจายที่เกิดขึ้นไมวาโดยตรงหรือโดยออม ที่เปนผลหรือสืบเนื่องจากการที่ผูใชเขาใชเว็บไซตนี้หรือเว็บไซตที่เชื่อมโยงกับเว็บไซตนี้ หรือตอความเสียหาย สูญเสียหรือคาใชจายที่เกิดจากความลมเหลวในการใชงาน ความผิดพลาด การละเวน การหยุดชะงัก ขอบกพรองความไมสมบูรณ คอมพิวเตอรไวรัส ถึงแมวา (หนวยงาน/เว็บไซต) จะไดรับแจงวาอาจจะเกิดความเสียหาย สูญเสียหรือคาใชจายดังกลาวขึ้น นอกจากนี้ (หนวยงาน/เว็บไซต) ไมรับผิดตอผูใชเว็บไซตหรือบุคคลจากการเรียกรองใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากบนเว็บไซต หรือเนื้อหาใดๆ ซึ่งรวมถึงการตัดสินใจหรือการกระทําใด ๆ ที่เกิดจากความเชื่อถือในเนื้อหาดังกลาวของผูใชเว็บไซต หรือในความเสียหายใด ๆ ไมวาความเสียหายทางตรง หรือทางออม รวมถึงความเสียหายอื่นใดที่อาจเกิดขึ้นไดผูใชบริการยอมรับและตระหนักดีวา (หนวยงาน/เว็บไซต) จะไมตองรับผิดชอบตอการกระทําใดของผูใชบริการทั้งสิ้น6. กรรมสิทธิ์และสิทธิในทรัพยสินทางปญญา6.1 (หนวยงาน/เว็บไซต) หรือผูใหอนุญาตแก (หนวยงาน/เว็บไซต) เปนผูมีสิทธิตามกฎหมายแตเพียงผูเดียวใน กรรมสิทธิ์ ผลประโยชนทั้งหมด รวมถึงสิทธิในทรัพยสินทางปญญาใดๆ ที่มีอยูในบริการซึ่ง (หนวยงาน/เว็บไซต) หรือผูใหอนุญาตแก (หนวยงาน/เว็บไซต) เปนผูจัดทําขึ้น ไมวาสิทธิเหลานั้นจะไดรับการจดทะเบียนไวหรือไมก็ตาม6.2 ผูใชบริการจะตองไมเปดเผยขอมูลที่ (หนวยงาน/เว็บไซต) กําหนดใหเปนความลับ โดยไมไดรับความยินยอมเปนลายลักษณอักษรลวงหนาจาก (หนวยงาน/เว็บไซต)6.3 ผูใชบริการจะตองไมใชชื่อทางการคา เครื่องหมายการคา เครื่องหมายการบริการ ตราสัญลักษณ ชื่อโดเมนของ (หนวยงาน/เว็บไซต) โดยไมไดรับความยินยอมเปนลายลักษณอักษรจาก (หนวยงาน/เว็บไซต)7. กฎหมายที่ใชบังคับ7.1 การตีความ และการบังคับตามเงื่อนไขการใหบริการฉบับนี้ ใหเปนไปตามกฎหมายไทย
  • 19. ภ า ค ผ น ว ก ก 4สํา นั ก ง า น รั ฐ บ า ล อิ เ ล็ ก ท ร อ นิ ก ส ( อ ง ค ก า ร ม ห า ช น )2. นโยบายการคุมครองขอมูลสวนบุคคล (Privacy Policy)นโยบายการคุมครองขอมูลสวนบุคคล (Privacy Policy) นับเปนสิ่งสําคัญที่จะแจงใหผูใชบริการเว็บไซตไดทราบถึงแนวปฏิบัติของเว็บไซตตอขอมูลสวนบุคคลของผูใชบริการดังนั้น สาระสําคัญที่ควรกําหนดไวในนโยบายดังกลาวจึงตองเปนสาระสําคัญเกี่ยวกับการดําเนินการใดๆ ของหนวยงานเจาของเว็บไซตตอขอมูลสวนบุคคลของผูเขามาใชบริการนั้นเองเชนนี้การกําหนดสาระสําคัญในแตละเรื่องจึงขึ้นอยูกับแตละเว็บไซตวาดําเนินการอะไรบางเกี่ยวกับขอมูลสวนบุคคลตัวอยางการประกาศนโยบายการคุมครองขอมูลสวนบุคคล (Privacy Policy)†นโยบายการคุมครองขอมูลสวนบุคคลของ (หนวยงาน/เว็บไซต)Privacy Policy of (Organization/ Website)จัดทําเมื่อวันที่…………………..(หนวยงาน/เว็บไซต) ไดจัดทํานโยบายการคุมครองขอมูลสวนบุคคลฉบับนี้ขึ้น เพื่อคุมครองขอมูลสวนบุคคลของผูใชบริการทุกทาน (Personal Information) ที่ติดตอเขามายังเว็บไซตของ (หนวยงาน/เว็บไซต) ดังนี้การเก็บรวบรวมขอมูลสวนบุคคล1. เพื่อความสะดวกในการใหบริการแกผูใชบริการทุกทานที่เขามาใชบริการเว็บไซตของ (หนวยงาน/เว็บไซต) ทางเว็บไซตจึงไดจัดเก็บรวบรวมขอมูลสวนบุคคลของทานไว เชน อีเมลแอดเดรส (Email Address)ชื่อ (Name) ที่อยูหรือที่ทํางาน (Home or Work Address) เขตไปรษณีย (ZIP Code) หรือหมายเลขโทรศัพท (Telephone Number) เปนตน2. ในกรณีที่ทานสมัคร (Sign Up) เพื่อสมัครสมาชิกหรือเพื่อใชบริการอยางใดอยางหนึ่ง (หนวยงาน/เว็บไซต) จะเก็บรวบรวมขอมูลสวนบุคคลของทานเพิ่มเติม ไดแก เพศ (Sex) อายุ (Gender) สิ่งที่โปรดปราน/ความชอบ (Preferences/Favorites) ความสนใจ (Interests) หรือหมายเลขบัตรเครดิต (CreditCard Number) และที่อยูในการแจงคาใชจาย (Billing Address)3. นอกจากนั้น เพื่อสํารวจความนิยมในการใชบริการ อันจะเปนประโยชนในการนําสถิติไปใชในการปรับปรุงคุณภาพในการใหบริการของ (หนวยงาน/เว็บไซต) จึงจําเปนตองจัดเก็บรวบรวมขอมูลของทานบางอยางเพิ่มเติม ไดแก หมายเลขไอพี (IP Address) ชนิดของโปรแกรม คนผาน (Browser Type) โดเมนเนม (Domain Name) บันทึกหนาเว็บ (web page) ของเว็บไซตที่ผูใชเยี่ยมชม เวลาที่เยี่ยมชมเว็บไซต(Access Times) และเว็บไซตที่ผูใชบริการเขาถึงกอนหนานั้น (Referring Website Addresses)4. (หนวยงาน/เว็บไซต) ขอแนะนําใหทานตรวจสอบนโยบายการคุมครองขอมูลสวนบุคคล (PrivacyPolicy) ของเว็บไซตอื่นที่เชื่อมโยงจากเว็บไซตนี้ เพื่อจะไดทราบและเขาใจวาเว็บไซตดังกลาวเก็บรวบรวม ใช†คัดลอกมาจากหนังสือ แนวการจัดทํา Privacy Policy ของศูนยเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกสและคอมพิวเตอรแหงชาติ (NECTEC).
  • 20. ภ า ค ผ น ว ก ก 5สํา นั ก ง า น รั ฐ บ า ล อิ เ ล็ ก ท ร อ นิ ก ส ( อ ง ค ก า ร ม ห า ช น )หรือดําเนินการเกี่ยวกับขอมูลสวนบุคคลของทานอยางไร ทั้งนี้ (หนวยงาน/เว็บไซต) ไมสามารถรับรองขอความ หรือรับรองการดําเนินการใดๆ ตามที่ไดมีการประกาศไวในเว็บไซตดังกลาวได และไมขอรับผิดชอบใดๆ หากเว็บไซตเหลานั้นไมไดปฏิบัติการหรือดําเนินการใดๆ ตามนโยบายการคุมครองขอมูลสวนบุคคลที่เว็บไซตดังกลาวไดประกาศไวการใชขอมูลสวนบุคคล1. (หนวยงาน/เว็บไซต) จะใชขอมูลสวนบุคคลของทานเพียงเทาที่จําเปน เชน ชื่อ และ ที่อยู เพื่อใชในการติดตอ ใหบริการ ประชาสัมพันธ หรือใหขอมูลขาวสารตางๆ รวมทั้งสํารวจความคิดเห็นของทานในกิจการหรือกิจกรรมของ (หนวยงาน/เว็บไซต) เทานั้น2. (หนวยงาน/เว็บไซต) ขอรับรองวาจะไมนําขอมูลสวนบุคคลของทานที่ (หนวยงาน/เว็บไซต) ไดเก็บรวบรวมไว ไปขายหรือเผยแพรใหกับบุคคลภายนอกโดยเด็ดขาด เวนแตจะไดรับอนุญาตจากทานเทานั้น3. ในกรณีที่ (หนวยงาน/เว็บไซต) ไดวาจางหนวยงานอื่นเพื่อใหดําเนินการเกี่ยวกับขอมูลสวนบุคคลของทาน เชน การจัดสงพัสดุไปรษณีย การวิเคราะหเชิงสถิติในกิจการหรือกิจกรรมของ (หนวยงาน/เว็บไซต)เปนตน (หนวยงาน/เว็บไซต) จะกําหนดใหหนวยงานที่ไดวาจางใหดําเนินการดังกลาว เก็บรักษาความลับและความปลอดภัยของขอมูลสวนบุคคลของทาน และกําหนดขอหามมิใหมีการนําขอมูลสวนบุคคลดังกลาวไปใชนอกเหนือจากกิจกรรมหรือกิจการของ (หนวยงาน/เว็บไซต)สิทธิในการควบคุมขอมูลสวนบุคคลของทานเพื่อประโยชนในการรักษาความเปนสวนตัวของทานๆ มีสิทธิเลือกที่จะใหมีการใชหรือแชรขอมูลสวนบุคคลของทาน หรืออาจเลือกที่จะไมรับขอมูลหรือสื่อทางการตลาดใดๆ จาก (หนวยงาน/เว็บไซต) ก็ได โดยเพียงแตทานกรอกความจํานงดังกลาวเพื่อแจงให (หนวยงาน/เว็บไซต) ทราบในหนาเว็บhttp://............................การรักษาความปลอดภัยสําหรับขอมูลสวนบุคคลเพื่อประโยชนในการรักษาความลับและความปลอดภัยสําหรับขอมูลสวนบุคคลของทาน (หนวยงาน/เว็บไซต) จึงไดกําหนดระเบียบภายในหนวยงานเพื่อกําหนดสิทธิในการเขาถึงหรือใชขอมูลสวนบุคคลของทาน และเพื่อรักษาความลับและความปลอดภัยของขอมูลบางอยางที่มีความสําคัญอยางยิ่ง เชน หมายเลขบัตรเครดิต เปนตน (หนวยงาน/เว็บไซต) จึงไดจัดใหมีชองทางการสื่อสารแบบปลอดภัยสําหรับขอมูลดังกลาวดวยการเขารหัสลับขอมูลดังกลาว เชน จัดใหมีการใช Secure Socket Layer (SSL) protocol เปนตนการใชคุกกี้ (Cookies)“คุกกี้” คือ ขอมูลที่ (หนวยงาน/เว็บไซต) สงไปยังโปรแกรมคนผานเว็บไซต (Web browser) ของผูใชบริการ และเมื่อมีการติดตั้งขอมูลดังกลาวไวในระบบของทานแลว หากมีการใช “คุกกี้” ก็จะทําใหเว็บไซต (ของหนวยงาน) สามารถบันทึกหรือจดจําขอมูลของผูใชบริการไว จนกวาผูใชบริการจะออกจากโปรแกรมคนผานเว็บไซต หรือจนกวาผูใชบริการจะทําการลบ “คุกกี้” นั้นเสีย หรือไมอนุญาตให “คุกกี้” นั้นทํางานอีกตอไปหากทานเลือกใช “คุกกี้” แลว ทานจะไดรับความสะดวกสบายในการทองเว็บไซตมากขึ้น เพราะ
  • 21. ภ า ค ผ น ว ก ก 6สํา นั ก ง า น รั ฐ บ า ล อิ เ ล็ ก ท ร อ นิ ก ส ( อ ง ค ก า ร ม ห า ช น )“คุกกี้” จะชวยจดจําเว็บไซตที่ทานแวะหรือเยี่ยมชม ทั้งนี้ (หนวยงาน/เว็บไซต) จะนําขอมูลที่ “คุกกี้” ไดบันทึกหรือเก็บรวบรวมไว ไปใชในการวิเคราะหเชิงสถิติ หรือในกิจกรรมอื่นของ (หนวยงาน/เว็บไซต) เพื่อปรับปรุงคุณภาพการใหบริการของ (หนวยงาน/เว็บไซต) ตอไปการปรับปรุงนโยบายการคุมครองขอมูลสวนบุคคล(หนวยงาน/เว็บไซต) อาจทําการปรับปรุงหรือแกไขนโยบายการคุมครองขอมูลสวนบุคคลโดยมิไดแจงใหทานทราบลวงหนา ทั้งนี้ เพื่อความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพในการใหบริการ ดังนั้น (หนวยงาน/เว็บไซต) จึงขอแนะนําใหผูใชบริการอานนโยบายการคุมครองขอมูลสวนบุคคลทุกครั้งที่เยี่ยมชม หรือมีการใชบริการจากเว็บไซตของ (หนวยงาน)การปฏิบัติตามนโยบายคุมครองขอมูลสวนบุคคลและการติดตอกับ (หนวยงาน/เว็บไซต)ในกรณีที่ทานมีขอสงสัย ขอเสนอแนะ หรือขอติชมใดๆ เกี่ยวกับนโยบายการคุมครองขอมูลสวนบุคคล หรือการปฏิบัติตามนโยบายการคุมครองขอมูลสวนบุคคลฉบับนี้ (หนวยงาน/เว็บไซต) ยินดีที่จะตอบขอสงสัย รับฟงขอเสนอแนะ และคําติชมทั้งหลาย อันจะเปนประโยชนตอการปรับปรุงการใหบริการของ(หนวยงาน/เว็บไซต) ตอไป โดยทานสามารถติดตอกับ (หนวยงาน/เว็บไซต) ตามที่อยูที่ปรากฏขางลางนี้(หนวยงาน/เว็บไซต) ...................................…ที่อยู .................................................................โทรศัพท...........................................................โทรสาร...........................................................Email .........................................................……
  • 22. ภ า ค ผ น ว ก ก 7สํา นั ก ง า น รั ฐ บ า ล อิ เ ล็ ก ท ร อ นิ ก ส ( อ ง ค ก า ร ม ห า ช น )3. นโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยเว็บไซต (Website Security Policy)นโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยเว็บไซต (Website Security Policy)นับเปนสิ่งสําคัญในการแจงใหผูใชบริการเว็บไซตไดทราบถึงมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของเว็บไซต เพื่อใหผูใชบริการเว็บไซตเกิดความเชื่อมั่นในการทําธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสมากยิ่งขึ้น เพื่อใหแนใจวาขอมูลของผูใชบริการจะไดรับการคุมครองเปนอยางดี และมีความปลอดภัยสูงสุด โดยเนื้อหาของนโยบายควรจะครอบคลุมในเรื่องดังตอไปนี้ มีมาตรการและวิธีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยเว็บไซตอยางไร อุปกรณ หรือเทคโนโลยีที่นํามาใชในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย เชน– การติดตั้งซอฟทแวรที่ตรวจสอบและดักจับขอมูลของผูที่พยายามลักลอบเขาสูระบบโดยไมไดรับอนุญาต (Intrusion Detection)– การใชงาน Firewall Protection– การติดตั้ง Software ปองกัน Virus ที่มีประสิทธิภาพสูง– การเขารหัสขอมูล (Data Encryption)– การใชเทคโนโลยี Secured Socket Layer (SSL) ในการรับสงขอมูลผานเครือขาย Internet– ทําการ Auto Log off เมื่อมีการวางเวนจากการใชงานในระยะเวลาหนึ่ง ขอแนะนําเกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยเบื้องตนสําหรับผูใชบริการเว็บไซต เชน วิธีการกําหนดรหัสผานที่มีคุณภาพ การใชงานรหัสผาน และการเปลี่ยนรหัสผานในระยะเวลาที่เหมาะสม เปนตน
  • 23. ภ า ค ผ น ว ก ก 8สํา นั ก ง า น รั ฐ บ า ล อิ เ ล็ ก ท ร อ นิ ก ส ( อ ง ค ก า ร ม ห า ช น )ตัวอยางการประกาศนโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยเว็บไซต(Website Security Policy)นโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยเว็บไซตของ (หนวยงาน/เว็บไซต)Website Security Policy of (Organization/ Website)จัดทําเมื่อวันที่…………………..มาตรการ และวิธีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยเว็บไซต(หนวยงาน/เว็บไซต) ไดตระหนักถึงความสําคัญในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยเว็บไซต เพื่อปกปองขอมูลของผูใชบริการจากการถูกทําลาย หรือบุกรุกจากผูไมหวังดี หรือผูที่ไมมีสิทธิ์ในการเขาถึงขอมูล จึงไดกําหนดมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยเว็บไซต โดยใชมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยของขอมูลขั้นสูง ดวยเทคโนโลยี Secured Socket Layer (SSL) ซึ่งเปนเทคโนโลยีในการเขาสูขอมูลผานรหัสที่ระดับ 128bits (128-bits Encryption) เพื่อเขารหัสขอมูลที่ถูกสงผานเครือขายอินเทอรเน็ตในทุกครั้ง ที่มีการทําธุรกรรมทางการเงินผานเครือขายอินเทอรเน็ตของ (หนวยงาน/เว็บไซต) ทําใหผูที่ดักจับขอมูลระหวางทางไมสามารถนําขอมูลไปใชตอได โดยจะใชการเขารหัสเปนหลักในการรักษาความปลอดภัยของขอมูล โดยผูใชบริการสามารถสังเกตไดจากชื่อโปรโตคอลที่เปน https://เทคโนโลยีเสริมที่นํามาใชในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยนอกจากมาตรการ และวิธีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยโดยทั่วไปที่กลาวขางตนแลว (หนวยงาน/เว็บไซต) ยังใชเทคโนโลยีระดับสูงดังตอไปนี้เพื่อปกปองขอมูลสวนตัวของทาน– Firewall เปนระบบซอฟทแวรที่จะอนุญาตใหเฉพาะผูที่มีสิทธิ หรือผูที่ (หนวยงาน/เว็บไซต) อนุมัติเทานั้นจึงจะผาน Fire Wall เพื่อเขาถึงขอมูลได– Scan Virus นอกจากเครื่องคอมพิวเตอรทุกเครื่องที่ใหบริการจะมีการติดตั้ง Softwareปองกัน Virus ที่มีประสิทธิภาพสูงและ Update อยางสม่ําเสมอแลว (หนวยงาน/เว็บไซต) ยังไดติดตั้ง Scan Virus Software บนเครื่อง Server โดยเฉพาะอีกดวย– Cookies เปนไฟลคอมพิวเตอรเล็กๆ ที่จะทําการเก็บขอมูลชั่วคราวที่จําเปน ลงในเครื่องคอมพิวเตอรของผูขอใชบริการ เพื่อความสะดวกและรวดเร็วใน การติดตอสื่อสารอยางไรก็ตาม (หนวยงาน/เว็บไซต) ตระหนักถึงความเปนสวนตัวของ ผูใชบริการเปนอยางดี จึงหลีกเลี่ยงการใช Cookies แตถาหากมีความจําเปน ตองใช Cookies บริษัทจะพิจารณาอยางรอบคอบ และตระหนักถึงความปลอดภัย และความเปนสวนตัวของผูขอรับบริการเปนหลัก– Auto Log off ในการใชบริการของ (หนวยงาน/เว็บไซต) หลังจากเลิกการใชงานควรLog off ทุกครั้ง กรณีที่ผูใชบริการลืม Log off ระบบจะทําการ Log off ใหโดยอัตโนมัติภายในเวลาที่เหมาะสมของแตละบริการ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของผูใชบริการเอง
  • 24. ภ า ค ผ น ว ก ก 9สํา นั ก ง า น รั ฐ บ า ล อิ เ ล็ ก ท ร อ นิ ก ส ( อ ง ค ก า ร ม ห า ช น )ขอแนะนําเกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยแมวา (หนวยงาน/เว็บไซต) จะมีมาตรฐานเทคโนโลยีและวิธีการทางดานการรักษาความปลอดภัยอยางสูง เพื่อชวยมิใหมีการเขาสูขอมูลสวนตัวหรือขอมูลที่เปนความลับของทานโดยปราศจากอํานาจตามที่กลาวขางตนแลวก็ตาม แตก็เปนที่ทราบกันอยูโดยทั่วไปวา ปจจุบันนี้ยังมิไดมีระบบ รักษาความปลอดภัยใดๆ ที่จะสามารถปกปองขอมูลของทานไดอยางเด็ดขาดจากการถูกทําลายหรือถูกเขาถึงโดยบุคคลที่ปราศจากอํานาจได ดังนั้นทานจึงควรปฏิบัติตามขอแนะนําเกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยดังตอไปนี้ดวยคือ– ระมัดระวังในการ Download Program จาก Internet มาใชงาน ควรตรวจสอบAddress ของเว็บไซตใหถูกตองกอน Login เขาใชบริการเพื่อปองกันกรณีที่มีการปลอมแปลงเว็บไซต– ควรติดตั้งระบบตรวจสอบไวรัสไวที่เครื่องและพยายามปรับปรุงใหโปรแกรม ตรวจสอบไวรัสในเครื่องของทานมีความทันสมัยอยูเสมอ– ติดตั้งโปรแกรมประเภท Personal Fire wall เพื่อปองกันเครื่องคอมพิวเตอร จากการจูโจมของผูไมประสงคดี เชน Cracker หรือ Hacker
  • 25. ภาคผนวก ขแนวทางการพัฒนาเว็บที่ทุกคนเขาถึงไดTWCAG2010(Thai Web Content Accessibility Guidelines 2010)
  • 26. TWCAG2010 Version 2.0แนวทางการพัฒนาเว็บที่ทุกคนเขาถึงไดTWCAG2010 (Thai Web Content Accessibility Guidelines 2010)สํานักงานปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารสํานักสงเสริมและพัฒนาการใชเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
  • 27. TWCAG2010 Version 2.0สารบัญการพัฒนาเว็บไซตที่ทุกคนเขาถึงได .....................................................................1Web 2.0 และการเขาถึงขอมูลขาวสารของผูใชงานอินเทอรเน็ตที่มความพิการ……. 3แนวทางการจัดทําเนื้อหาเว็บไซตที่ทุกคนเขาถึงไดสําหรับประเทศไทยป 2552 TWCAG2009 (Thai Web Content Accessibility Guidelines 2009)…....7หลักการ(Principle)……………………………..……………………………….....… 9หลักการที่ 1 รับรูได…………………………………………………………..………12หลักการที่ 2 ใชงานได………………………………………………………..……...20หลักการที่ 3 เขาใจได………………………………………………………...………25หลักการที่ 4 คงทนตอการเปลี่ยนแปลง……………..……………………… ……...28เอกสารอางอิง
  • 28. TWCAG2010 Version 2.01Thai Web Content Accessibility Guidelines 2010 | MICTการพัฒนาเว็บไซตที่ทุกคนเขาถึงไดDeveloping Accessible WebsiteWeb Accessibility หมายถึงความสามารถในการเขาถึงเนื้อหาบนเว็บไซต ที่รองรับผูใชทุกกลุม ไมวาจะเปนผูพิการหรือบุคคลทั่วไป การที่ทําใหเว็บไซตมีความสามารถเชนนี้จะทําใหผูใชที่พิการ (Disabled) สามารถเขาถึงและเขาใจเนื้อหา (Content) ในเว็บไซตนั้นรวมทั้งการมีปฏิสัมพันธกับเว็บไซตนั้นได การออกแบบใหเว็บไซตใหสามารถเขาถึงได (Accessible) หรือสอดคลองกับขอแนะนําเรื่อง Web Accessibility ก็จะเปนประโยชนกับคนพิการทางสายตา คนพิการทางการไดยิน คนพิการทางรางกาย ผูใชที่ทุพลภาพชั่วคราว ผูสูงอายุที่สายตาเลือนลาง จนกระทั่งผูใชปกติที่ใชชองสัญญาณความเร็วต่ํา ใหสามารถเขาถึงเนื้อหาในเว็บไซตไดอยางเทาเทียมกันเมื่อเว็บไซตไดรับการพัฒนาใหทุกคนเขาถึงไดแลว จะสงผลใหคนตาบอดอานเว็บไซตโดยใช Screen Reader หรือโปรแกรมอานหนาจอ และไดรับขอมูลที่ถูกตองหรือสมบูรณมากยิ่งขึ้น ไมวาจะเปนขอมูลประเภทตัวหนังสือ ตัวเลข โดยเนนลําดับการอานที่ถูกตองตามการนําเสนอ หรือแมรูปภาพ ซึ่งสามารถทดแทนไดดวยคําอธิบาย สําหรับผูที่สายตาเลือนลางอาจใชโปรแกรมขยายหนาจอเพื่อใหอานงายขึ้นเปนตนการพัฒนาเว็บไซตใหเปนเว็บไซตที่ทุกคนเขาถึงไดนั้น สิ่งสําคัญคือความเขาใจในขอจํากัดในการเขาถึงเนื้อหาในเว็บไซต และทราบถึงวิธีการแกปญหาในจุดตางๆ ดังนั้นทางกลุม Web Accessibility Initiative ภายใตองคกร World WideWeb Consortium หรือ W3C นั้น ไดสรางแนวทางของเว็บไซตที่สามารถเขาถึงไดคือ Web Content Accessibility Guidelines (WCAG) โดยกําหนดเปนระดับตางๆ3 ระดับคือ A, AA และ AAA
  • 29. TWCAG2010 Version 2.022 Thai Web Content Accessibility Guidelines 2010 | MICTสําหรับประเทศไทย สํานักงานปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยสํานักสงเสริมและพัฒนาการใชเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารไดเล็งเห็นความสําคัญในการเขาถึงขอมูล ขาวสารและการลดปญหาชองวางทางสังคมในยุคดิจิตอล และพยายามผลักดันใหคนพิการสามารถเขาถึงองคความรูและบริการตางๆ ของภาครัฐผานทางเว็บไซต โดยพยายามเพิ่มจํานวนเว็บไซตของหนวยงานภาครัฐใหสามารถรองรับการใชงานของคนพิการมากขึ้น ดวยวิธีการพัฒนาองคความรูและสรางเว็บไซตที่เปนสากลและเปนธรรม (Universal Design)ภายใตโครงการพัฒนาสังคมแหงความเทาเทียมดวย ICT ซึ่งเปนการออกแบบเว็บไซตใหสามารถใชไดกับทุกคน ไมวาจะเปนคนปกติ คนพิการ และผูสูงอายุ ซึ่งมุงหวังใหคนพิการสามารถเขาถึงขอมูลขาวสาร และบริการของหนวยงานภาครัฐไดสะดวกขึ้น และสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตใหดีขึ้นได ชวยเพิ่มความเสมอภาคและเทาเทียมกันใหมีมากขึ้นใหสอดคลองตามบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติฉบับที่ 10 พ.ศ. 2550 - 2554 ตลอดจนพระราชบัญญัติสงเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแหงชาติ พ.ศ. 2550 - พ.ศ.2554 และแผนพัฒนาสังคมแหงความเทาเทียมดวย ICTดังนั้น จึงมีการจัดทํารูปแบบการพัฒนาเว็บไซตใหเปนเว็บไซตที่ทุกคนสามารถเขาถึงไดและกําหนดเกณฑมาตรฐานฉบับภาษาไทยขึ้น ภายใตชื่อ “ThaiWeb Content Accessibility Guidelines” (TWCAG) อันแนวทางในการสงเสริมใหหนวยงานตางๆ ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซตที่ผูดอยโอกาส คนพิการและผูสูงอายุสามารถเขาถึงไดในการรับขอมูลสารสนเทศและรับบริการอิเล็กทรอนิกสWeb Accessibility
  • 30. TWCAG2010 Version 2.03Thai Web Content Accessibility Guidelines 2010 | MICTWeb 2.0 และการเขาถึงขอมูลขาวสารของผูใชงานอินเทอรเน็ตที่มีความพิการในปจจุบันนี้ คําวาเว็บ 2.0 นั้นไดกลายเปนคําฮิตติดปากในกลุมชุมชนออนไลนกันไปแลว เราจะมาดูกันวาเว็บ 2.0 นั้นคืออะไร และจะมีความเกี่ยวของกับเรื่องการเขาถึงเนื้อหาโดยคนพิการที่ใชงานเว็บอยางไรบาง โดยเฉพาะการใชเทคโนโลยีใหมๆ อยางเชน AJAX (Asynchronous JavaScript and XML) สําหรับการสรางหนาเว็บแบบโตตอบกับผูใชงานไดโดยไมตองเรียกหนาเว็บเพจใหม(Refresh)คําวาเว็บ 2.0 นั้นหมายถึงยุคที่ 2 ของการใหบริการบนโลก World WideWeb (www) ซึ่งจะชวยใหผูใชรวมมือกันและแลกเปลี่ยนขอมูลขาวสารไดงายขึ้นเว็บ 2.0 จะทําใหผูใชรูสึกเหมือนกับกําลังใชงานโปรแกรมเดสกทอปตางๆอยางเชน Microsoft Words, Outlook และExcel เปนตนในปจจุบัน สามารถแบงยุคของเว็บออกเปน3 ยุค ดังนี้1. เว็บ 1.0 เปนเว็บที่ไมมีการเคลื่อนไหว มีเพียงเฉพาะขอมูลเทานั้น2. เว็บ 1.5 มีการใชระบบการจัดการเนื้อหา (Content ManagementSystem-CMS) ซึ่งชวยใหผูใชสามารถจัดการขอมูลไดดวยตนเอง3. เว็บ 2.0 เปนเว็บที่ใชโปรแกรมคอมพิวเตอร แบบโตตอบเต็มรูปแบบซึ่งเลียนแบบการทํางานของโปรแกรมเดสกทอป โดยที่ผูใชสามารถเก็บและแลกเปลี่ยนขอมูลของตนเองในเครือขายอินเทอรเน็ตได
  • 31. TWCAG2010 Version 2.044 Thai Web Content Accessibility Guidelines 2010 | MICTตัวอยางเว็บ2.0 เว็บ wiki ทั้งหลาย ซึ่งผูใชสามารถเขาไปเพิ่มและแกไขขอมูลไดดวยตนเอง ยกตัวอยางเชนเว็บ www.wikipedia.org เปนตน RSS (Really Simple Syndication) หรือการรวบรวมขาวจากหลายๆแหลงไวดวยรูปแบบที่งายในการเขาถึง เพื่อเปนการแลกเปลี่ยนขอมูลเว็บ News Feeds (www.newsfeeds.net) เปนตน บล็อก (Blog) หรืออนุทินออนไลน (Online Diary) เครือขายสังคม เชน MySpace (www.myspace.com) และ LinkedIn(www.linkedin.com) เปนตน เครื่องมือจัดการโครงการ เปนเครื่องมือที่ใชในการจัดการเวลาและทรัพยากรตาง ๆ เชน Base camp (www.basecamphq.com) เปนตนปญหาสําหรับคนพิการในโปรแกรมเว็บ 2.0 นั้นมีปญหาหลายอยางตอการเขาถึงของคนพิการ เหตุผลหลักๆ นั้นก็คือ เครื่องมือที่ใชในการพัฒนาเว็บ 2.0 ในชวงเริ่มตนนี้ ไมไดมีการคํานึงถึงเรื่องการเขาถึงของคนพิการเลย ตัวอยางปญหาที่สําคัญคือการใช AJAX ซึ่งทําใหเกิดปญหาตอการอานเนื้อหาของโปรแกรมอานหนาจอ (Screen Reader)ประเภทปญหาที่คนพิการอาจพบไดจากเว็บ2.0 ไดแก กลองล็อกอินที่ตองการใหกรอกรหัสผานที่เปนภาพ (Captcha) โดยที่ไมมีขอมูลในรูปแบบอื่นใหเลือก โปรแกรมแกไข WYSIWYG (What You See Is What You Get-ไดผลลัพธตามสิ่งที่เห็น) ที่ไมรองรับการทํางานของเทคโนโลยีสิ่งอํานวยความสะดวก (Assistive Technology) หรือทํางานกับเมาส หรืออุปกรณชี้ตําแหนง (Pointing Device) อื่นๆ แทนการใชคียบอรด
  • 32. TWCAG2010 Version 2.05Thai Web Content Accessibility Guidelines 2010 | MICT การโตตอบโดยใชการลากเมาสแลวปลอย (Drag and Drop) หรือการใชอุปกรณชี้ตําแหนงอื่นๆ เชน การใช Stylus เปนตน โดยไมมีทางเลือกสําหรับการใชแปนพิมพสําหรับคนพิการทางการมองเห็น ผูใชโปรแกรมอานหนาจอไมทราบวามีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาในบางจุดของหนาเว็บ (โดยเฉพาะอยางยิ่งการใช AJAX) การสรางเนื้อหาที่คนพิการไมสามารถเขาถึงได อยางเชน- สรางเนื้อหาโดยการใชโคดที่ไมสื่อความหมาย ซึ่งทําผูใช ไมทราบโครงสรางของขอมูล- การใสภาพโดยไมมีคําอธิบาย- การเลือกเปลี่ยนรูปแบบหนาตาของเว็บ อาจมีรูปแบบเนื้อหาและโครงสรางที่มีผลกระทบตอการเขาถึงของคนพิการ- สื่อประสม (Rich Media) อื่นๆ ไมมีคําอธิบาย (Alternative Text)หรือคําบรรยายใตภาพ (Caption) การควบคุมและใชงานสื่อประสมตางๆ เชน ภาพและเสียง ที่ไมรองรับการทํางานของเทคโนโลยีสิ่งอํานวยความสะดวก หรือตองพึ่งพิงการใชเมาสหรืออุปกรณชี้ตําแหนงเพียงอยางเดียวโปรแกรมเว็บ 2.0 ที่ทุกคนเขาถึงถาหากเรากําลังพิจารณาที่จะใชโปรแกรมเว็บ 2.0 กับผูใชแลว ควรมีการตรวจสอบปญหาเรื่องการเขาถึงดวยความระมัดระวัง เนื่องจากวาโปรแกรมเว็บเหลานั้นอนุญาตใหผูใชสรางเนื้อหาไดเอง ซึ่งยากแกการควบคุม จึงควรปฏิบัติตามขอแนะนํา ATAG (Authoring Tool Accessibility Guidelines -แนวทางเพื่อการออกแบบเครื่องมือสรางเนื้อหาที่ทุกคนเขาถึง) รวมทั้งWCAG
  • 33. TWCAG2010 Version 2.066 Thai Web Content Accessibility Guidelines 2010 | MICTจุดตรวจ (Checkpoint) สําหรับ ATAG มีดังนี้ สนับสนุนการใชเครื่องมือในการสรางเนื้อหาที่ทุกคนเขาถึงได สรางโคดที่ไดมาตรฐาน สนับสนุนการสรางเนื้อหาที่ทุกคนเขาถึง จัดใหมีแนวทางในการตรวจสอบและแกไขเนื้อหาเว็บที่ไมสามารถเขาถึงได สงเสริมใหมีการจัดทําเอกสารสําหรับใหคําแนะนําชวยเหลือ(Help) ตรวจสอบวาเครื่องมือที่ใชในการสรางเนื้อหาเปนเครื่องมือที่คนพิการสามารถใชงานไดหรือไม
  • 34. TWCAG2010 Version 2.07Thai Web Content Accessibility Guidelines 2010 | MICTแนวทางการจัดทําเนื้อหาเว็บไซตที่ทุกคนเขาถึงไดสําหรับประเทศไทยป 2553TWCAG 2010 (Thai Web Content Accessibility Guidelines 2010)ความเปนมาองคการ World Wide Web Consortium (W3C) ไดเริ่มประกาศใช WebContent Accessibility Guidelines 2.0 (WCAG 2.0) เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2551หลังจากที่ไดเริ่มลงมือพัฒนามาตั้งแตป 2548WCAG 2.0 นิยามความหมายของการสรางเนื้อหาเว็บไซตที่คนพิการสามารถเขาถึงไดวาการเขาถึงนั้นเกี่ยวของกับความพิการหลายประเภท เชน พิการทางสายตา พิการทางการไดยิน พิการทางรางกาย พิการทางการสื่อสาร พิการทางการเรียนรู พิการทางระบบประสาท ฯลฯ นอกจากนี้ WCAG 2.0 ยังชวยใหผูสูงอายุซึ่งมีความสามารถที่เปลี่ยนไปตามอายุที่เพิ่มขึ้นและผูใชทั่วไปเขาถึงเนื้อหาเว็บไดงายขึ้นอีกดวย อยางไรก็ตาม แมวา WCAG 2.0 จะมีความพยายามครอบคลุมถึงความพิการหลายๆ ดาน แต WCAG 2.0 ก็ยังไมสามารถแกปญหาการเขาถึงใหแก คนพิการทุกประเภท ซึ่งมีระดับความรุนแรงและความพิการซ้ําซอนที่แตกตางหลากหลายไดทั้งหมดWCAG 2.0 ไดรับการพัฒนาขึ้นจากความรวมมือของ W3C กับองคกรตาง ๆทั่วโลก เพื่อใหเกิดมาตรฐานกลางในการจัดทําเนื้อหาเว็บที่ทุกคนเขาถึงได ซึ่งตรงกับความตองการของคนพิการทั่วไปรวมทั้งองคกรและหนวยงานภาครัฐ WCAG2.0 ไดรับการพัฒนามาจาก WCAG 1.0 และออกแบบมาเพื่อใหสามารถใชไดกับเทคโนโลยีเว็บทั้งในปจจุบันและอนาคต สามารถทดสอบโดยการใชเครื่องมือตรวจสอบความถูกตองอัตโนมัติหรือการตรวจสอบความถูกตองดวยมนุษย
  • 35. TWCAG2010 Version 2.088 Thai Web Content Accessibility Guidelines 2010 | MICTเว็บไซตที่ทุกคนเขาถึงไดนั้นไมไดขึ้นอยูกับการจัดทําเนื้อหาเว็บใหเขาถึงไดเพียงอยางเดียวเทานั้น แตยังตองรวมถึงเว็บบราวเซอร หรือที่เรียกวา User Agentหรือเทคโนโลยีอื่นๆ อีกดวย ยกตัวอยางเชน ซอฟตแวรที่ใชในการพัฒนาเว็บนั้นไดมีบทบาทเปนอยางมากในเรื่องของการทําเว็บไซตที่ทุกคนเขาถึงได จึงควรมีแนวทางหรือมาตรการสําหรับการจัดทําซอฟตแวรหรือเทคโนโลยีอื่นๆ ดวย เชน องคประกอบสําคัญของเว็บที่ทุกคนเขาถึง (Essential Components ofWeb Accessibility) แนวทางการพัฒนาเว็บบราวเซอร (User Agent) ที่ทุกคนเขาถึงได (UserAgent Accessibility Guidelines - UAAG) แนวทางสําหรับเครื่องมือพัฒนาเว็บที่ทุกคนเขาถึงได (Authoring ToolAccessibility Guidelines - ATAG)สําหรับในประเทศไทยนั้น นับตั้งแตชวงป 2550 เปนตนมา กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารหรือกระทรวงไอซีที ไดเล็งเห็นถึงความสําคัญของปญหาการเขาถึงเว็บไซตของคนพิการในประเทศไทย จึงไดริเริ่มโครงการพัฒนาสังคมแหงความเทาเทียมดวย ICT ซึ่งไดจัดใหมีการฝกอบรมการสรางเว็บไซตที่ทุกคนเขาถึงไดมาตั้งแตป 2550 และไดจัดทําคูมือ TWCAG 2008 (ThaiWeb Content Accessibility Guidelines 2008) ขึ้นในป 2551 ซึ่งในขณะนั้นไดนําเอา WCAG 2.0 ที่ยังเปนรางที่เกือบสมบูรณแลวมาปรับใช และในป 2552 ก็ไดปรับใหเปน TWCAG 2009 ซึ่งไดนําเอา WCAG 2.0 ฉบับเสร็จสมบูรณที่ประกาศใชอยางเปนทางการแลวมาปรับใชคําแนะนําสําหรับการใชTWCAG 2010นักพัฒนาเว็บและองคกรที่นํา TWCAG 2010 ไปใชนั้นมีความหลากหลาย เชนเปนนักออกแบบ เปนเจาหนาที่แผนและนโยบาย เปนฝายจัดซื้อ เปนอาจารยหรือเปนนักศึกษา ดังนั้น จึงตองมีคําแนะนําการใชงานเพื่อใหสามารถตอบสนองตอการใชงานที่หลากหลายได
  • 36. TWCAG2010 Version 2.09Thai Web Content Accessibility Guidelines 2010 | MICTหลักการ (Principle)TWCAG 2010 (Thai Web Content Accessibility Guidelines 2010) เปนแนวทางการพัฒนาเว็บไซตที่ทุกคนเขาถึง สามารถใชงานและเขาใจเนื้อหา โดยรายละเอียดภายในมาตรฐานฉบับนี้ เปนสวนที่มีความสําคัญสําหรับนักการออกแบบและพัฒนาเว็บไซต ซึ่งอางอิงจากมาตรฐานสากล WCAG 2.0 ประกอบไปดวยขอแนะนํา การพัฒนาและเงื่อนไขที่สามารถระบุไดวาหนาเว็บไซตนั้นไดทําตามขอแนะนําอยางถูกตองหรือไม ซึ่งแนวทางที่เหมาะสมสําหรับการพัฒนาและนําเสนอเนื้อหาและขอมูลของเว็บไซตมี 4 หลักการดังตอไปนี้TWCAG 2009 ประกอบดวยขอแนะนํา 4 หลักการ1. สามารถรับรูได (Perceivable)1.1จัดใหมีขอความทดแทนสําหรับเนื้อหาที่ไมใชขอความเพื่อใหสามารถเปลี่ยนไปสูรูปแบบขอมูลอื่นๆ เพื่อตอบสนองตอความตองการที่หลากหลายได เชน ตัวหนังสือขนาดใหญ (Large Print) คําพูด อักษรเบรลล สัญลักษณหรือภาษาที่งายขึ้น1.2จัดใหมีขอความทดแทนสําหรับสื่อที่กําหนดดวยเวลา (Time-BasedMedia)1.3สรางเนื้อหาที่สามารถนําเสนอไดหลายรูปแบบ เชน การเปลี่ยนรูปแบบโครงรางเอกสาร (Layout) โดยไมสูญเสียสารสนเทศหรือโครงสรางของเอกสาร1.4จัดทําเนื้อหาเพื่อใหผูใชสามารถเห็นหรือไดยินเนื้อหาไดชัดเจนรวมทั้งการแยกความแตกตางของสีพื้นหนาและพื้นหลัง
  • 37. TWCAG2010 Version 2.01010 Thai Web Content Accessibility Guidelines 2010 | MICT2. สามารถใชงานได (Operable)2.1ผูใชสามารถเขาถึงทุกสวนและการใชงานในหนาเว็บไดดวยการใชแปนพิมพเพียงอยางเดียว2.2กําหนดเวลาอยางเพียงพอเพื่อใหผูใชสามารถอานและใชงานเนื้อหาได2.3ไมสรางเนื้อหาที่กอใหเกิดอาการชัก (Seizure)2.4จัดหาวิธีการใหผูใชสามารถทองหนาเว็บ คนหาเนื้อหาและทราบวาตนเองอยูตําแหนงใดในเว็บไซตได3. สามารถเขาใจได (Understandable)3.1ผูใชสามารถอานและเขาใจเนื้อหาที่เปนขอความได3.2หนาเว็บปรากฏและทํางานในลักษณะที่ผูใชสามารถคาดเดาได3.3ชวยใหผูใชหลีกเลี่ยงความผิดพลาดและแนะนําวิธีแกปญหา4. คงทนตอความเปลี่ยนแปลง (Robust)4.1 เพิ่มความสามารถในการรองรับเทคโนโลยีเว็บตาง ๆ ที่หลากหลายทั้งในปจจุบันและอนาคตได แนวทาง (Guidelines)ภายใตแตละหลักการ จะมีแนวทางที่เปนขอปลีกยอยลงไปอีกทั้งหมด 12ขอยอย ซึ่งไดใหคําแนะนําที่ผูพัฒนาเว็บตองทําเพื่อใหสามารถจัดทําเนื้อหาเว็บใหคนพิการหลากหลายประเภทเขาถึงได แมวาตัวแนวทางจะไมสามารถทดสอบไดแตก็ไดใหกรอบการทํางานและวัตถุประสงคหลักๆ ซึ่งจะชวยใหผูพัฒนาเขาใจเกณฑความสําเร็จและการใชงานเทคนิคตางๆ ไดดีขึ้น
  • 38. TWCAG2010 Version 2.011Thai Web Content Accessibility Guidelines 2010 | MICT เกณฑความสําเร็จ(Success Criteria)ในแตละแนวทางนั้น จะมีเกณฑความสําเร็จอยู 3 ระดับที่สามารถทดสอบไดเพื่อให TWCAG 2009 สามารถใชงานในกรณีที่ตองมีการทดสอบขอกําหนดหรือความเขากันไดในเว็บไซต เพื่อใหสามารถสนองตอบตอความตองการที่หลากหลายของคนหลายกลุม และหลายสถานการณได จึงไดมีการกําหนดระดับในการเขาถึงไว 3 ระดับคือ ระดับ A ระดับ AA ระดับ AAA1. ระดับ Aแนวทางขั้นต่ําสุดที่ตองทํา ไมเชนนั้นแลว การเขาถึงจะเปนไปไดยากหรือไมไดเลย2. ระดับ AAแนวทางขั้นกลางที่ควรจะทํา เพื่ออํานวยความสะดวกในการเขาถึงเพิ่มขึ้น3. ระดับ AAAแนวทางขั้นสูงสุดที่อาจจะทํา เพื่อใหผูใชเขาถึงและใชงานเนื้อหาเว็บไดสูงสุด
  • 39. TWCAG2010 Version 2.01212 Thai Web Content Accessibility Guidelines 2010 | MICT แนวทางที่ 1.1 ขอความทดแทนจัดใหมีขอความทดแทนสําหรับเนื้อหาที่ไมใชขอความเพื่อใหสามารถเปลี่ยนไปสูรูปแบบขอมูลอื่น ๆ เพื่อตอบตอความตองการที่หลากหลายได เชนตัวหนังสือขนาดใหญ (Large Print) คําพูด อักษรเบรลล สัญลักษณหรือภาษาที่งายขึ้น1.1.1 เนื้อหาที่ไมใชขอความ – นําเสนอเนื้อหาที่ไมใชขอความตอผูใชดวยขอความทดแทนที่มีวัตถุประสงคเทียบเทากัน ยกเวนในกรณีตอไปนี้(ระดับ A) ชิ้นสวนควบคุมอินพุต – ถาเนื้อหาที่ไมใชขอความเปนสวนควบคุมหรือสวนนําเขาขอมูลของผูใช ควรตั้งชื่อ (Name) ที่สามารถอธิบายวัตถุประสงคของตัวมันเองได สื่อที่กําหนดดวยเวลา – ถาเนื้อหาที่ไมใชขอความเปนสื่อที่กําหนดดวยเวลา1(Time-Based Media) อยางนอยควรมีขอความทดแทนเพื่อใหคําอธิบายเนื้อหาที่ไมใชขอความนั้น การทดสอบ – ถาเนื้อหาที่ไมใชขอความเปนขอมูลทดสอบหรือโจทยที่ใชไมไดถาหากนําเสนอเปนขอความ อยางนอยใหมีขอความทดแทนเพื่ออธิบายเนื้อหาที่ไมใชขอความนั้นวาคืออะไร1สื่อประสมตาง ๆ ที่มีความยาวเปนเวลา เชน วิดีโอ ภาพเคลื่อนไหว เสียงเพลงหรือเสียงพูด เปนตนหลักการที่ 1: รับรูไดจัดทําสารสนเทศและระบบตอประสานกับผูใช (User Interface)ในรูปแบบที่ผูใชสามารถรับรูได
  • 40. TWCAG2010 Version 2.013Thai Web Content Accessibility Guidelines 2010 | MICT การรับรู – ถาเนื้อหาที่ไมใชขอความนํามาใชเพื่อการสรางประสบการณทางความรูสึก2(Sensory) บางอยาง อยางนอยใหมีขอความทดแทนเพื่ออธิบายเนื้อหาที่ไมใชขอความนั้น CAPTCHA – ถาเนื้อหาที่ไมใชขอความนั้นนํามาใชเพื่อยืนยันวาการเขาถึงหนาเว็บเปนการกระทําของมนุษย ไมเปนการกระทําโดยคอมพิวเตอร ตองมีขอความทดแทนเพื่อระบุและอธิบายวัตถุประสงคและตองมีเนื้อหารูปแบบอื่นๆ ทดแทน CAPTCHA เพื่อใหผูใชสามารถเขาถึงไดดวยการใชประสาทสัมผัสอื่นๆ เพื่อตอบสนองตอการใชงานของคนพิการประเภทตางๆ การตกแตง การจัดรูปแบบและการซอนเนื้อหา – ถาเนื้อหาที่ไมใชขอความใชสําหรับการตกแตงอยางเดียวหรือสําหรับการจัดรูปแบบหรือซอนเนื้อหาไมใหผูใชมองเห็น ในกรณีนี้ควรจัดใหระบบอํานวยความสะดวกสามารถไมนําเสนอหรือขามสิ่งเหลานี้ไปไดแนวทางที่ 1.2 สื่อที่กําหนดดวยเวลาจัดใหมีขอความทดแทนสําหรับสื่อที่กําหนดดวยเวลา1.2.1 เสียงหรือภาพวีดีทัศนเพียงอยางเดียวสําหรับสื่อประเภทเสียงหรือวีดีทัศนเพียงอยางเดียวที่บันทึกไวลวงหนาสิ่งหนึ่งสิ่งใดตอไปนี้ตองเปนจริง ยกเวนในกรณีที่เสียงหรือภาพวีดีทัศนเปนทางเลือกหนึ่งของสารสนเทศประเภทขอความ (ระดับ A) เสียงที่บันทึกไวลวงหนา – จัดใหมีขอความทดแทนสําหรับสื่อที่กําหนดดวยเวลา โดยใหมีขอมูลเทียบเทากับขอมูลเสียงที่บันทึกไวลวงหนา2กิจกรรมบางอยางในเว็บไซตที่วัตถุประสงคเพื่อใหผูใชเกิดความรูสึกบางอยาง เชน การใหผูใชดูภาพลายกนหอยที่หมุนไปมาเพื่อใหเกิดความรูสึกเวียนศีรษะ เปนตน
  • 41. TWCAG2010 Version 2.01414 Thai Web Content Accessibility Guidelines 2010 | MICT วีดีทัศนที่บันทึกไวลวงหนา – ควรจัดใหมีขอความทดแทน(Caption) สําหรับสื่อที่กําหนดดวยเวลา หรือมีเสียงบรรยายที่ใหขอมูลไดเทียบเทากับวีดีทัศนที่บันทึกไวลวงหนา1.2.2 คําบรรยายเสียงหรือภาพมีคําบรรยายเสียงหรือภาพ (Caption) สําหรับเนื้อหาที่เปนเสียงเพียงอยางเดียวที่บันทึกไวลวงหนาในสื่อซิงโครไนซ3ยกเวนวาสื่อนั้นเปนทางเลือกสําหรับเนื้อหาที่เปนขอความและมีขอความกํากับไวชัดเจน(ระดับ A)1.2.3 คําบรรยายประเภทเสียงหรือทางเลือกสื่อ (ที่บันทึกไวลวงหนา)ควรจัดใหมีขอความทดแทนสําหรับสื่อที่กําหนดดวยเวลาหรือมีเสียงบรรยายในเนื้อหาวีดีทัศนที่บันทึกไวลวงหนาสําหรับสื่อซิงโครไนซ ยกเวนเมื่อสื่อนั้นเปนทางเลือกสําหรับเนื้อหาขอความและมีการแจงกํากับไวชัดเจน (ระดับ A)1.2.4 คําบรรยายภาพหรือเสียงควรจัดใหมีคําบรรยายเสียงสําหรับเนื้อหาประเภทเสียงที่ถายทอดสดสําหรับสื่อซิงโครไนซ (ระดับ AA)1.2.5 คําบรรยายประเภทเสียง(บันทึกไวลวงหนา)จัดใหมีคําบรรยายประเภทเสียงสําหรับเนื้อหาวีดีทัศนที่บันทึกไวลวงหนาในสื่อซิงโครไนซ (ระดับ AA)1.2.6 ภาษามือ (บันทึกไวลวงหนา)จัดใหมีการแปลภาษามือสําหรับเนื้อหาประเภทเสียงที่บันทึกไวลวงหนาในสื่อซิงโครไนซ (ระดับ AAA)3สื่อที่จัดใหภาพ เสียงและขอความหรือสื่ออื่น ๆ เกิดขึ้นพรอมกัน เพื่อใหขอมูลแกสิ่งที่แสดงอยูในขณะนั้นเชน ในขณะที่มีภาพ จะมีเสียงที่ตรงกับเนื้อหาของภาพและมีคําอธิบายที่ตรงกับภาพและเสียงที่เกิดขึ้นในขณะนั้น
  • 42. TWCAG2010 Version 2.015Thai Web Content Accessibility Guidelines 2010 | MICT1.2.7 คําบรรยายเสียงเพิ่มเติม(บันทึกไวลวงหนา)หากมีชวงเสียงเงียบในวีดีทัศน (แตมีการนําเสนอเนื้อหาที่ตองอาศัย การมองเห็นเพียงอยางเดียวในขณะนั้น) ควรมีการเพิ่มคําบรรยายประเภทเสียงเพื่ออธิบายเหตุการณในวีดีทัศนในชวงที่ไมมีเสียงนั้นสําหรับสื่อซิงโครไนซดวย (ระดับ AAA)1.2.8 ทางเลือกสื่อ(บันทึกไวลวงหนา)จัดใหมีขอความทดแทนสําหรับสื่อซิงโครไนซที่กําหนดดวยเวลาและสื่อวีดีทัศนที่มีภาพเพียงอยางเดียวที่บันทึกไวลวงหนา (ระดับ AAA)1.2.9 เสียงเพียงอยางเดียว (สด)มีขอความทดแทนสําหรับสื่อที่กําหนดดวยเวลาที่สามารถใหขอมูลเทียบเทากับเนื้อหาประเภทเสียงที่ถายทอดสด (ระดับ AAA) แนวทางที่ 1.3 ปรับเปลี่ยนไดสรางเนื้อหาที่สามารถนําเสนอไดหลายรูปแบบ (เชน การเปลี่ยนรูปแบบโครงรางเอกสาร โดยไมสูญเสียสารสนเทศหรือโครงสรางของเอกสาร1.3.1สารสนเทศและความสัมพันธ–สารสนเทศโครงสรางและความสัมพันธระหวางกันที่นําเสนอในหนาเว็บสามารถหาไดดวยวิธีทางโปรแกรม หรือจัดใหมีขอความทดแทนอธิบายความสัมพันธนั้น (ระดับ A)1.3.2 ลําดับที่มีความหมาย – เมื่อลําดับในการนําเสนอเนื้อหามีผลกระทบตอความหมาย ผูใชสามารถตัดสินหรือเขาใจลําดับการอานที่ถูกตองไดดวยวิธีทางโปรแกรม (ระดับ A)1.3.3 ลักษณะทางประสาทสัมผัส – ขอความอธิบายเพื่อใหเขาใจหรือวิธีการใชงานเนื้อหา ตองไมขึ้นอยูกับลักษณะทางประสาทสัมผัสขององคประกอบตาง ๆ ของหนาจอ เชน รูปราง ขนาด ตําแหนง ทิศทางหรือเสียง (ระดับ A)
  • 43. TWCAG2010 Version 2.01616 Thai Web Content Accessibility Guidelines 2010 | MICTแนวทางที่ 1.4 แยกแยะไดจัดทําเนื้อหาเพื่อใหผูใชสามารถเห็นหรือไดยินเนื้อหาไดชัดเจน รวมทั้งการแยกความแตกตางของสีพื้นหนาและพื้นหลัง1.4.1 การใชสี - ไมควรใชสีเพียงอยางเดียวในการสื่อความหมาย แจงเหตุการณ กระตุนการตอบสนอง หรือแสดงความแตกตาง (ระดับ A)1.4.2 การควบคุมเสียง - ถามีเสียงประกอบยาวมากกวา 3 วินาที จะตองมีกลไกในการหยุดเลนชั่วคราวหรือจบการเลน หรือมีกลไกในการควบคุมระดับความดังของเสียง ซึ่งแยกเปนอิสระจากการตั้งคาเสียงในระบบปฏิบัติการ (ระดับ A)1.4.3 คาความตางของความเขม(Contrast) - การแสดงผลขอความหรือภาพของขอความ (Image of text) ตองมีคาสัดสวน Contrast 4.5 ตอ 1ยกเวนในกรณีตอไปนี้ (ระดับ AA) ขอความขนาดใหญ – ขอความหรือภาพของขอความขนาดใหญมีอัตราสวน Conrast อยางนอย 3 ตอ 1 Incidental – ขอความหรือภาพของขอความที่เปนสวนประกอบที่ยังไมทํางานของสวนตอประสานกับผูใช หรือที่ใชสําหรับการตกแตง หรือเปนสวนที่ไมปรากฏใหเห็น หรือเปนสวนหนึ่งของภาพซึ่งมีชิ้นสวนภาพอื่นๆ อีกมาก กรณีเหลานี้ ไมจําเปนตองมีขอกําหนดในเรื่องContrast ขอความในตราสัญลักษณ – ขอความที่เปนสวนหนึ่งของตราสัญลักษณหรือยี่หอไมจําเปนตองมีขอกําหนดคา Contrast1.4.4 ปรับขนาดขอความ – ผูใชสามารถปรับลดขนาดขอความไดอยางนอยรอยละ 200 โดยไมตองใชเทคโนโลยีสิ่งอํานวยความสะดวกโดยไมสูญเสียเนื้อหาหรือการทํางานของหนาเว็บ ยกเวนสําหรับคําบรรยายภาพและเสียงหรือภาพของขอความ (ระดับ AA)
  • 44. TWCAG2010 Version 2.017Thai Web Content Accessibility Guidelines 2010 | MICT1.4.5 ภาพของขอความ (Image of Text)4–หากเทคโนโลยีที่ใชสามารถเขาถึงการนําเสนอดวยการมองเห็น (Visual Presentation) ได เราสามารถใชขอความในการสื่อความหมายแทนการใชภาพของขอความยกเวนในกรณีตอไปนี้ (ระดับ AA) ปรับใหตรงตามความตองการ - ภาพของขอความสามารถปรับใหตรงตามความตองการของผูใชได จําเปน – วิธีการนําเสนอขอความเฉพาะแบบมีความสําคัญอยางยิ่งในการนําเสนอนัยของสารสนเทศ1.4.6 คา Contrast (ปรับปรุง) – การแสดงผลขอความหรือภาพของขอความตองมีอัตราคา Contrast อยางนอย 7 ตอ 1 ยกเวนในกรณีตอไปนี้ (ระดับAAA) ขอความขนาดใหญ – ขอความหรือภาพของขอความขนาดใหญมีอัตราสวน Contrast อยางนอย 4.5 ตอ 1 Incidental – ขอความหรือภาพของขอความที่เปนสวนประกอบที่ยังไมทํางานของสวนตอประสานกับผูใช หรือที่ใชสําหรับการตกแตง หรือเปนสวนที่ไมปรากฏใหเห็น หรือเปนสวนหนึ่งของภาพซึ่งมีชิ้นสวนภาพอื่นๆ อีกมาก กรณีเหลานี้ ไมจําเปนตองมีขอกําหนดในเรื่องContrast ขอความในตราสัญลักษณ – ขอความที่เปนสวนหนึ่งของตราสัญลักษณหรือยี่หอไมจําเปนตองมีขอกําหนดคา Contrast1.4.7 ไมมีเสียงพื้นหลังหรือระดับความดังเสียงพื้นหลังต่ํา – สําหรับเนื้อหาประเภทเสียงเพียงอยางเดียวที่บันทึกไวลวงหนาซึ่ง 1) มีเนื้อหาที่เปน4มีลักษณะเชนเดียวกับรูปภาพทั่วไป แตในรูปภาพนั้นมีเพียงขอความที่ตองการนําเสนอเนื้อหาบางอยาง
  • 45. TWCAG2010 Version 2.01818 Thai Web Content Accessibility Guidelines 2010 | MICTเสียงพื้นหนา52) ไมเปนเสียงอธิบาย CAPTCHA และ 3) ไมเปนการรองเพลงเพื่อใชในงานดนตรี เชน การรองเพลงหรือการรองแร็พ อยางนอยสิ่งหนึ่งสิ่งใดตอไปนี้ตองเปนจริง (ระดับ AAA) ไมมีเสียงพื้นหลัง – ขอมูลประเภทเสียงไมมีเสียงพื้นหลัง ปดเสียง – สามารถปดเสียงพื้นหลังได 20 เดซิเบล – เสียงพื้นหลังมีระดับความดังนอยกวาระดับความดังของเสียงเนื้อหาหลัก 20 เดซิเบล ยกเวนเสียงที่ดังขึ้นเปนครั้งคราวเปนระยะเวลา 1-2 วินาที1.4.8 การแสดงผลที่มองเห็นได (Visual Presentation) – สําหรับการแสดงผลที่มองเห็นไดของกลุมขอความ ตองมีกลไกดังตอไปนี้ (ระดับAAA)1. ผูใชสามารถเลือกสีพื้นหนาและพื้นหลังได2. ตองมีตัวอักษรนอยกวา 80 ตัว (หรือ 40 ในกรณีที่เปนภาษาจีนภาษาญี่ปุนและภาษาเกาหลี)3. ไมปรับตัวอักษรเหยียดเต็มบรรทัด (เหยียดจากดานซายสุดไปดานขวาสุด)4. ระยะหางระหวางบรรทัดควรมีระยะหางอยางนอยหนึ่งชองวางครึ่ง(Space and a half) ในยอหนาเดียวกัน และระยะหางระหวางยอหนามากกวา 1.5 เทาของระยะหางระหวางบรรทัด5. ผูใชสามารถปรับขนาดของขอความไดรอยละ 200 โดยไมตองใชเทคโนโลยีสิ่งอํานวยความสะดวก และผูใชไมตองเลื่อนอานขอความตามแนวนอนในรูปแบบหนาจอเต็ม5เสียงพื้นหนาหมายถึง เสียงที่เปนเนื้อหาหลัก สวนเสียงพื้นหลังหมายถึงเสียงประกอบอื่น ๆ
  • 46. TWCAG2010 Version 2.019Thai Web Content Accessibility Guidelines 2010 | MICT1.4.9 ภาพของขอความ (ไมมีขอยกเวน) – ภาพของขอความตองใชสําหรับการตกแตงเพียงอยางเดียวเทานั้น หรือใชในกรณีที่วิธีการแสดงผลบางแบบที่จําเปนอยางยิ่งตอการสื่อความหมาย (ระดับ AAA)
  • 47. TWCAG2010 Version 2.02020 Thai Web Content Accessibility Guidelines 2010 | MICT แนวทาง 2.1 เขาถึงไดโดยแปนพิมพผูใชสามารถเขาถึงทุกกระบวนการใชงานในหนาเว็บไดดวยการใชแปนพิมพเพียงอยางเดียว2.1.1 แปนพิมพ - ผูใชตองสามารถเขาถึงทุกกระบวนการทํางานของเนื้อหาไดโดยใชแปนพิมพ โดยไมตองมีการกําหนดความเร็วในการเคาะแปนพิมพ(Keystroke) ยกเวนในกรณีที่การทํางานที่ตองใชขอมูลนําเขาซึ่งขึ้นอยูกับเสนทางการเคลื่อนไหวของผูใชที่ไมเปนจุดสิ้นสุดอยางเดียวเทานั้น เชน การใชขอมูลนําเขาดวยการใชมือเขียน (ระดับ A)2.1.2 ไมมีกับดักแปนพิมพ (Keyboard Trap) – ถาหากโฟกัสของแปนพิมพสามารถเลื่อนไปที่วัตถุใดในหนาเว็บไดโดยการใชแปนพิมพ ตองสามารถเลื่อนโฟกัสออกจากวัตถุนั้นไดดวยการใชแปนพิมพเชนกัน และถาจําเปนตองใชปุมลูกศรหรือปุมแท็บ ตองมีคําแนะนําใหผูใชทราบถึงวิธีการเลื่อนโฟกัสออก (ระดับ A)2.1.3 แปนพิมพ (ไมมีขอยกเวน) – การใชงานเนื้อหาทุกอยางตองสามารถเขาถึงไดดวยการใชแปนพิมพโดยไมตองกําหนดความเร็วในการเคาะแปนพิมพ (ระดับ AAA)หลักการที่ 2: ใชงานไดองคประกอบของสวนตอประสานกับผูใชและระบบการทองเว็บตองสามารถใชงานได ผูใชสามารถรับรูได
  • 48. TWCAG2010 Version 2.021Thai Web Content Accessibility Guidelines 2010 | MICTแนวทาง 2.2 เวลาที่เพียงพอกําหนดเวลาอยางเพียงพอเพื่อใหผูใชสามารถอานและใชงานเนื้อหาได2.2.1 เวลาที่สามารถปรับได – สําหรับการจํากัดเวลาในการใชงานเนื้อหาสิ่งหนึ่งสิ่งใดตอไปนี้ตองเปนจริง (ระดับ A) ยกเลิก – ผูใชสามารถยกเลิกการจํากัดเวลาไดกอนการใชงานจริงหรือ ปรับเปลี่ยน – ผูใชสามารถปรับเปลี่ยนการจํากัดเวลากอนการใชงานไดอยางนอย 10 เทาของความยาวของเวลาที่กําหนดไว หรือ ขยาย – ตองเตือนผูใชกอนที่เวลาจะหมดและใหสามารถขยายเวลาเพิ่มไดอยางนอย 20 วินาทีดวยวิธีงาย ๆ (เชน การกดปุม Space)และผูใชสามารถขยายเวลาออกไปไดอยางนอย 10 เทาของเวลาที่จํากัดไว หรือ ขอยกเวนสําหรับเหตุการณสด – การจํากัดเวลาเปนสิ่งซึ่งจําเปนตองใชในเหตุการณสด (Real-time event) เชน ใน การประมูลสินคา จึงไมสามารถใหทางเลือกในการปรับเปลี่ยนเวลาได หรือ ขอยกเวนที่สําคัญอยางยิ่ง – การจํากัดเวลาเปนสิ่งสําคัญอยางยิ่ง ถาหากขยายเวลาออกไปแลวจะทําใหไมสามารถใชงานไดถูกตอง ขอยกเวน 20 ชั่วโมง – การจํากัดเวลานั้นนานกวา 20 ชั่วโมง2.2.2 การพัก หยุดหรือซอน – สําหรับสารสนเทศที่มีการเคลื่อนไหว กะพริบเลื่อนขึ้นลง หรือปรับทันกาลอัตโนมัติ (Auto-update) ทุกขอตอไปนี้ตองเปนจริง (ระดับ A) การเคลื่อนไหว กะพริบ เลื่อนขึ้นลง – สําหรับสารสนเทศใดที่มีการเคลื่อนไหว กะพริบหรือเลื่อนขึ้นลงซึ่ง 1) เริ่มเองโดยอัตโนมัติ 2)เกิดขึ้นนานกวา 5 วินาที และ 3) นําเสนอคูขนานกับเนื้อหาอื่น
  • 49. TWCAG2010 Version 2.02222 Thai Web Content Accessibility Guidelines 2010 | MICTตองมีกลไกใหผูใชพัก หยุดหรือซอนสิ่งนั้นได เวนแตวา การเคลื่อนไหว การกะพริบหรือการเลื่อนขึ้นลงเปนสิ่งสําคัญอยางยิ่งของกิจกรรม การปรับทันกาลอัตโนมัติ – สําหรับสารสนเทศที่มีการปรับทันกาลอัตโนมัติซึ่ง 1) เริ่มเองโดยอัตโนมัติ และ 2) นําเสนอคูขนานกับเนื้อหาอื่น ตองมีกลไกใหผูใชสามารถพัก หยุดหรือซอนสิ่งนั้นได หรือควบคุมความถี่ของการปรับทันกาลได เวนแตวาการปรับทันกาลอัตโนมัตินั้นเปนสิ่งสําคัญอยางยิ่งของกิจกรรม2.2.3 ไมมีการกําหนดเวลา – การกําหนดเวลาไมเปนสิ่งสําคัญอยางยิ่งในเหตุการณหรือกิจกรรมของเนื้อหา ยกเวนสําหรับสื่อซิงโครไนซที่ไมมีการโตตอบกับผูใช (Non-interactive synchronized media) และเหตุการณสด(ระดับ AAA)2.2.4 การขัดจังหวะ – ผูใชสามารถเลื่อนการขัดจังหวะหรือหยุดการขัดจังหวะนั้นได ยกเวนการขัดจังหวะในกรณีเหตุฉุกเฉิน (ระดับAAA)2.2.5 การตรวจสอบสิทธิ์การใชงานใหม (Re-authentication) – เมื่อชวงเวลาที่ไดรับการตรวจสอบสิทธิ์การใชงานหมดลง ผูใชสามารถดําเนินกิจกรรมตอไปไดโดยไมสูญเสียขอมูลหลังจากการตรวจสอบสิทธิ์การใชงานใหม (ระดับ AAA)แนวทาง 2.3 อาการชักไมสรางเนื้อหาที่กอใหเกิดอาการชัก (Seizure)2.3.1 การกระพริบ 3 ครั้งหรือต่ํากวาระดับที่กําหนดไว – ในหนาเว็บตองไมมีเนื้อหาสวนใดที่กะพริบ 3 ครั้งหรือมากกวาใน 1 วินาที หรือ
  • 50. TWCAG2010 Version 2.023Thai Web Content Accessibility Guidelines 2010 | MICTการกะพริบนั้นต่ํากวาขอกําหนดต่ําสุดการกะพริบหรือการกะพริบของแสงสีแดง (3 ครั้งตอวินาที) (ระดับ A)2.3.2 การกระพริบ 3 ครั้ง – ในหนาเว็บตองไมมีเนื้อหาสวนใดที่กะพริบ 3ครั้งหรือมากกวาใน 1 วินาที (ระดับ AAA)แนวทาง 2.4 ทองหนาเว็บไดจัดหาวิธีการใหผูใชสามารถทองหนาเว็บ คนหาเนื้อหาและทราบวาตนเองอยูตําแหนงใดในเว็บไซตได2.4.1 ขามบล็อก – มีกลไกสําหรับขามบล็อกของเนื้อหาที่ปรากฏซ้ําๆ ในหลายหนาเว็บ (ระดับ A)2.4.2 ชื่อหนาเว็บ – หนาเว็บตองมีชื่อที่อธิบายเนื้อหาหรือวัตถุประสงคของตัวมันเอง (ระดับ A)2.4.3 ลําดับโฟกัส – ถาหากผูใชสามารถทองไปตามหนาเว็บไดอยางเปนลําดับ และลําดับการทองหนาเว็บนั้นมีผลตอความหมายหรือการใชงานสวนประกอบที่รับโฟกัสไดตองมีลําดับการเลื่อนโฟกัสที่ชวยคงความหมายและการใชงานไดเชนเดิม (ระดับ A)2.4.4 วัตถุประสงคของลิงค– วัตถุประสงคของแตละลิงคสามารถเขาใจไดโดยขอความลิงคเพียงอยางเดียว หรือดวยบริบทของลิงคที่สามารถทําความเขาใจดวยวิธีทางโปรแกรม ยกเวนในกรณีที่วัตถุประสงคของขอความของลิงคนั้นทําใหผูใชทั่วไปรูสึกวากํากวม (ระดับ A)2.4.5 หลายวิธี – จัดใหมีวิธีหลายวิธีในการคนหนาเว็บที่ตองการในเว็บไซตยกเวนในกรณีที่หนาเว็บนั้นเปนผลลัพธหรือขั้นตอนหนึ่งในกระบวนการทํางานบางอยาง (ระดับ AA)
  • 51. TWCAG2010 Version 2.02424 Thai Web Content Accessibility Guidelines 2010 | MICT2.4.6 หัวเรื่องและปายกํากับ – หัวเรื่องและปายกํากับตองอธิบายเนื้อหาหรือวัตถุประสงคของตัวมันเอง (ระดับ AA)2.4.7 โฟกัสที่มองเห็นได –สวนตอประสานกับผูใชที่สามารถเขาถึงไดโดยแปนพิมพจะตองมีรูปแบบการทํางานที่สามารถมองเห็นโฟกัสของแปนพิมพได (ระดับ AA)2.4.8 ตําแหนง – ตองมีขอมูลสําหรับบอกตําแหนงของผูใชในเว็บไซตได(ระดับ AAA)2.4.9 วัตถุประสงคของลิงค (สําหรับลิงคเทานั้น) – มีกลไกที่ชวยใหผูใชทราบวัตถุประสงคของลิงคไดจากขอความเพียงอยางเดียว ยกเวนในกรณีที่วัตถุประสงคของขอความของลิงคนั้นทําใหผูใชทั่วไปรูศึกวากํากวม(ระดับ AAA)2.4.10 หัวเรื่องในแตละภาคสวน (Heading Section) – ตองใชหัวเรื่องในการจัดระเบียบเนื้อหาในแตละสวนของหนาเว็บ (ระดับ AAA)
  • 52. TWCAG2010 Version 2.025Thai Web Content Accessibility Guidelines 2010 | MICTแนวทาง 3.1 สามารถอานไดผูใชสามารถอานและเขาใจเนื้อหาที่เปนขอความได3.1.1 ภาษาในหนาเว็บ – ในแตละหนาเว็บ ภาษามนุษยที่ใชสามารถถูกระบุดวยวิธีทางโปรแกรม (ระดับ A)3.1.2 ภาษาในบางสวนของหนาเว็บ – ภาษามนุษยในแตละตอนหรือวลีที่อยูในเนื้อหาของหนาเว็บสามารถระบุวาเปนภาษาใดดวยวิธีทางโปรแกรมยกเวนสําหรับการใชชื่อเฉพาะ คําศัพทเชิงเทคนิค คําซึ่งไมสามารถตัดสินวาเปนภาษาใดได และคําหรือวลีที่ประดิษฐขึ้นเพื่อนํามาใชเฉพาะบริบทของเนื้อหาสวนนั้น (ระดับ AA)3.1.3 คําที่พบไมบอย – มีกลไกในการใหคํานิยามเฉพาะของคําหรือวลีที่ใชในลักษณะผิดไปจากเดิมหรือจํากัดวิธีการใช รวมทั้งสํานวนภาษาและศัพทเฉพาะทาง (ระดับ AAA)3.1.4 คํายอ – มีกลไกในการระบุคําหรือความหมายเต็มของคํายอ (ระดับAAA)3.1.5 ระดับการอาน – เมื่อการอานขอความตองใชความสามารถในการอานสูงกวาระดับมัธยมตน ควรจัดใหมีรูปแบบที่ไมตองใชความสามารถในการอานที่สูงกวาระดับมัธยมตน (ระดับ AAA)3.1.6 การออกเสียง – มีกลไกสําหรับระบุวิธีการออกเสียงเฉพาะของคําในกรณีที่ความหมายของคําในบริบทนั้นมีความกํากวมหากไมทราบวิธีการออกเสียงที่ถูกตอง (ระดับ AAA)หลักการที่ 3: เขาใจไดสารสนเทศและการใชงานของสวนตอประสานผูใชตองสามารถเขาใจไดสามารถใชงานได
  • 53. TWCAG2010 Version 2.02626 Thai Web Content Accessibility Guidelines 2010 | MICTแนวทางที่ 3.2 สามารถคาดเดาไดหนาเว็บปรากฏและทํางานในลักษณะที่ผูใชสามารถคาดเดาได3.2.1 เมื่อไดรับโฟกัส – เมื่อสวนประกอบหนาเว็บไดรับโฟกัส จะตองไมมีความเปลี่ยนแปลงใด ๆ ในบริบทเกิดขึ้น (ระดับ A)3.2.2 เมื่อมีขอมูลนําเขา – การเปลี่ยนแปลงการตั้งคาในสวนตอประสานกับผูใชตองไมกอใหเกิดการเปลี่ยนแปลงบริบทโดยอัตโนมัติ เวนแตวามีการแจงใหผูใชทราบลวงหนาวาจะเกิดเหตุการณเชนนั้นขึ้น3.2.3 การทองหนาเว็บอยางเปนระบบ – สําหรับการทองชุดหนาเว็บที่กลไกการทองที่เหมือนกันในแตละหนา จะตองมีลําดับการเขาถึงแตละหนาในลําดับที่สัมพันธกัน แตละครั้งที่ใชงาน ยกเวนผูใชเปนผูเปลี่ยนลําดับการทองหนาเว็บนั้นดวยตนเอง (ระดับ AA)3.2.4 การนําเสนออยางสม่ําเสมอ –ชิ้นสวนหนาเว็บที่ทํางานในลักษณะเดียวกันในเว็บไซต สามารถถูกระบุวาหนาเว็บเหลานี้ทํางานดวยวิธีการที่ชัดเจน แนนอน(ระดับ AAA)3.2.5 เปลี่ยนแปลงตามที่ขอ – ผูใชตองเปนผูรองขอใหเกิดการเปลี่ยนแปลงบริบทในหนาเว็บ หรือมีกลไกใหผูใชยกเลิกการเปลี่ยนแปลงนั้น (ระดับAAA)แนวทาง 3.3 ชวยผูใชใหหลีกเลี่ยงความผิดพลาดและแนะนําวิธีแกปญหา3.3.1 การระบุขอผิดพลาด - เมื่อตรวจพบความผิดพลาดของขอมูลนําเขาโดยอัตโนมัติ ตองระบุความผิดพลาดที่เกิดขึ้นของชิ้นสวนนั้น และอธิบายความผิดพลาดแกผูใชในรูปของขอความ (ระดับ A)3.3.2 ปายกํากับหรือคําแนะนํา – ตองมีปายกํากับ (Label) หรือคําแนะนํา(Instruction) เมื่อตองการขอมูลนําเขาโดยผูใช (ระดับ A)
  • 54. TWCAG2010 Version 2.027Thai Web Content Accessibility Guidelines 2010 | MICT3.3.3 การแนะนําความผิดพลาด – เมื่อตรวจพบความผิดพลาดของขอมูลนําเขาโดยอัตโนมัติ และมีคําแนะนําสําหรับแกไขความผิดพลาดนั้น ซึ่งตองแจงแกผูใช เวนแตวาการกระทําเชนนั้นจะเปนการละเมิดความปลอดภัยหรือวัตถุประสงคของเนื้อหา (ระดับ AA)3.3.4 การปองกันความผิดพลาด (กฎหมาย การเงินและขอมูล) – สําหรับหนาเว็บที่กอใหเกิดขอผูกมัดทางกฎหมายหรือธุรกรรมทางการเงิน หรือทําใหมีการใหแกไขหรือลบขอมูลในระบบเก็บขอมูล หรือมีการใหขอมูลการตอบสนองของผูใช อยางนอยสิ่งหนึ่งสิ่งใดตอไปนี้ตองเปนจริง(ระดับ AA)1. ยอนกลับได ยกเลิกการสงขอมูลโดยวิธีทําใหคืนสูสภาพเดิม2. ตรวจสอบ ขอมูลที่ผูใชนําเขาตองมีการตรวจสอบวามีความผิดพลาดหรือไม และเปดโอกาสใหผูใชไดแกไขความผิดพลาดนั้น3.ยืนยัน มีกลไกสําหรับการตรวจทาน ยืนยัน และแกไขขอมูลกอนการสงขอมูลในขั้นสุดทาย3.3.5 การชวยเหลือ – มีเอกสารชวยแนะนํา (Help) ที่ตรงกับบริบทแกผูใช(ระดับ AAA)3.3.6 การปองกันความผิดพลาด (ทั้งหมด) – สําหรับหนาเว็บที่ตองใหผูใชสงขอมูล อยางนอยสิ่งหนึ่งสิ่งใดตอไปนี้ตองเปนจริง1.ยอนกลับได ยกเลิกการสงชอมูลโดยวิธีทําใหคืนสูสภาพเดิม2.ตรวจสอบ ขอมูลที่ผูใชนําเขาตองผานการตรวจสอบวามีความผิดพลาดหรือไม และเปดโอกาสใหผูใชไดแกไขความผิดพลาดนั้น3.ยืนยัน มีกลไกสําหรับการตรวจทาน ยืนยัน และแกไขขอมูลกอนการสงขอมูลในขั้นสุดทาย
  • 55. TWCAG2010 Version 2.02828 Thai Web Content Accessibility Guidelines 2010 | MICTแนวทาง 4.1 ความเขากันไดเพิ่มความสามารถในการรองรับเทคโนโลยีเว็บตาง ๆ ที่หลากหลายทั้งในปจจุบันและอนาคตไดถึงขีดสุด4.1.1 การกระจายพจน (Parsing) – หากมีการใชภาษาคอมพิวเตอรเพื่ออธิบายเนื้อหา (Markup language) แตละพจน (Element) ตองมีแท็กเริ่มและแท็กจบที่สมบูรณ รวมทั้งไมมีแอตทริบิวตและ ID ที่ซ้ํากัน ยกเวนในกรณีที่มีการกําหนดใหใชคุณลักษณะเชนนั้นได (ระดับ A)4.1.2 ชื่อ บทบาทและคา – สําหรับทุกสวนตอประสานกับผูใช (รวมถึงสวนประกอบของฟอรม ลิงคและสวนประกอบอื่น ๆ ที่สรางขึ้นโดยภาษาสคริปต) ตองกําหนดคาใหแอตทริบิวต name (ชื่อ) และ role (หนาที่) ซึ่งสามารถหาไดดวยวิธีทางโปรแกรม สถานะ คุณสมบัติและคาตาง ๆ ที่ผูใชกําหนดไดก็สามารถตั้งคาดวยวิธีทางโปรแกรมได การการเปลี่ยนแปลงที่เกิดแกชิ้นสวนเหลานี้สามารถแจงเตือนผานเว็บบราวเซอรหรือเทคโนโลยีสิ่งอํานวยความสะดวกสําหรับคนพิการ (ระดับ A)หลักการที่ 4: คงทนตอความเปลี่ยนแปลงเนื้อหาตองคงทนตอความเปลี่ยนแปลงอยางเพียงพอเพื่อใหสามารถนําไปใชกับเทคโนโลยีตางๆ
  • 56. ภาคผนวก คการตรวจประเมินเนื้อหาเว็บไซตที่ทุกคนเขาถึงได(Web Content Accessibility)
  • 57. ภ า ค ผ น ว ก ค 1สํา นั ก ง า น รั ฐ บ า ล อิ เ ล็ ก ท ร อ นิ ก ส ( อ ง ค ก า ร ม ห า ช น )การตรวจประเมินเนื้อหาเว็บไซตที่ทุกคนเขาถึงได(Web Content Accessibility)การตรวจประเมินเนื้อหาเว็บไซตที่ทุกคนเขาถึงได (Web Content Accessibility) ตามมาตรฐานสากลการเขาถึงเว็บไซต WAI (Web Accessibility Initiative) ขององคกรกลาง W3C (WorldWide Web Consortium) ตามขอกําหนดการทําใหเนื้อหาเว็บสามารถเขาถึงและใชประโยชนได WebContent Accessibility Guidelines 2.0 (WCAG 2.0) สําหรับประเทศไทย สํานักงานปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยสํานักสงเสริมและพัฒนาการใชเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารไดมีการจัดทํารูปแบบการพัฒนาเว็บไซตใหเปนเว็บไซตที่ทุกคนสามารถเขาถึงไดและเกณฑมาตรฐานฉบับภาษาไทยขึ้น ภายใตชื่อ “Thai Web Content AccessibilityGuidelines 2010 (TWCAG2010)” โดยมีขอกําหนด หลักการ แนวทางและเกณฑความสําเร็จระดับ เอ (A) แสดง ดังตารางที่ 1ตารางที่ 1 ขอกําหนด หลักการ แนวทางและเกณฑความสําเร็จ ระดับ เอ (A) ในขอกําหนดการทําใหเนื้อหาเว็บสามารถเขาถึงและใชประโยชนได รุน 2.0 (Web ContentAccessibility Guidelines 2.0: WCAG 2.0)หลักการที่ / แนวทางที่ / เกณฑความสําเร็จ ระดับ1. ใหผูใชรับรูได (Perceivable)1.1 กรณีที่มีเนื้อหาที่ไมเปนขอความ1.1.1 เนื้อหาที่ไมเปนขอความ A1.2 กรณีที่มีเนื้อหาที่เปนสื่อฐานเวลา1.2.1 สื่อเฉพาะเสียงและสื่อเฉพาะภาพเคลื่อนไหว (ที่บันทึกลวงหนา) A1.2.2 คําบรรยายแทนเสียง (ที่บันทึกลวงหนา) A1.2.3 การบรรยายดวยเสียงหรือสื่อทางเลือก (ที่บันทึกลวงหนา) A1.3 การสรางเนื้อหาที่มีการนําเสนอตางรูปแบบกัน1.3.1 ขอมูล และความสัมพันธ A1.3.2 การจัดเรียงลําดับของเนื้อหา A1.3.3 กรณีที่เนื้อหาเปนคาที่แสดงคุณสมบัติทางการรับรู A1.4 ผูใชสามารถแยกแยะเนื้อหาได1.4.1 การใชสี A1.4.2 การควบคุมเสียง A
  • 58. ภ า ค ผ น ว ก ค 2สํา นั ก ง า น รั ฐ บ า ล อิ เ ล็ ก ท ร อ นิ ก ส ( อ ง ค ก า ร ม ห า ช น )หลักการที่ / แนวทางที่ / เกณฑความสําเร็จ ระดับ2. ใหผูใชสามารถใชงานได (Operable)2.1 ผูใชสามารถเขาถึงขอมูลดวยแผงแปนอักขระได2.1.1 แผงแปนอักขระ A2.1.2 ไมจํากัดทางเลือกของผูใชแผงแปนอักขระ A2.2 ใหเวลาผูใชในการอานอยางเพียงพอ2.2.1 การปรับเปลี่ยนการตั้งเวลา A2.2.2 การสั่งพัก หยุด ซอน A2.3 บุคคลที่มีอาการไวตอการกระตุนทางแสง2.3.1 แสงวาบสามครั้ง หรือใหต่ํากวาระดับอันตราย A2.3.2 แสงวาบสามครั้ง A2.4 นําทางได (navigable)2.4.1 การขามบล็อกเนื้อหา (bypass block of content) A2.4.2 การตั้งชื่อหนาเว็บ A2.4.3 ลําดับจุดสนใจ (focus order) A2.4.4 จุดประสงคของการเชื่อมโยง (ในบริบท) A3. ใหผูใชเขาใจได (Understandable)3.1 อานได3.1.1 ภาษาของขอความในหนาเว็บ A3.2 คาดเดาได3.2.1 ขณะที่เปนจุดสนใจ A3.2.2 ขณะที่นําเขาขอมูล A3.3 ความชวยเหลือในการนําเขาขอมูล3.3.1 การระบุขอผิดพลาด A3.3.2 ปายชื่อหรือคาแนะนําวิธีการใช A4. ใหเนื้อหาแกรง เพื่อรองรับเทคโนโลยีที่หลากหลาย (Robust)4.1 ความเขากันได4.1.1 การวิเคราะหโครงสรางเนื้อหา A4.1.2 ชื่อ บทบาท คาของลักษณะประจํา Aรวม การตรวจประเมินทั้งสิ้น(หนวย: จํานวนขอกําหนด)26
  • 59. ภ า ค ผ น ว ก ค 3สํา นั ก ง า น รั ฐ บ า ล อิ เ ล็ ก ท ร อ นิ ก ส ( อ ง ค ก า ร ม ห า ช น )นักพัฒนาเว็บไซตสามารถทําการตรวจสอบเนื้อหาเว็บไซตของหนวยงานไดโดยใชแอพพลิเคชั่นของ TAW ในการตรวจสอบ ซึ่งเปนเครื่องมือใชสําหรับการวิเคราะหการเขาถึงเนื้อหาเว็บไซต โดยมีการแสดงผลในรูปแบบของรายงานเปน HTML แจงผลการตรวจและปญหาที่ตรวจพบ เชน รายการปญหาจําเปนที่ตองแกไข คําเตือน และจุดที่ยังไมไดยืนยัน เปนตน ซึ่งTAW พัฒนาโดยหนวยงานที่ไมหวังผลกําไรที่มีชื่อวา ICTC Technology Centre (ParqueCientífico Tecnológico de Gijón) เปนสวนหนึ่งของเครือขายศูนยเทคโนโลยีเมือง Asturiasประเทศสเปน และปรากฏบนเว็บไซตของ W3C ที่แนะนําเครื่องมือในการตรวจประเมินตามขอกําหนด1โดยผลลัพธที่ไดจะแสดงใหผูตรวจสอบทราบวา มีจุดใดที่ติดขัดและยังไมผานตามมาตรฐาน WCAG 2.0 หรือ TWCAG 2010 ทั้งนี้ ยังสามารถแนะนําแนวทางในการแกไขอีกดวยผูตรวจสอบสามารถเลือกเงื่อนไข (criteria) ในการตรวจวิเคราะหเว็บไซตได อาทิ รุน: WCAG 1.0, WCAG 2.0 ระดับ: เอ (A), เอ เอ (AA), เอ เอ เอ (AAA) เทคโนโลยี: HTML, CSS, Javascriptวิธีการใชงานแอพพลิเคชั่น TAW1. เรียก URL : http://www.tawdis.net จากนั้น คลิกที่มุมบนขวามือเพื่อเปลี่ยนจากภาษาสเปนเปนภาษาอังกฤษ แสดงดังรูปที่ 1รูปที่ 1 โปรแกรม TAW สําหรับการประเมินเนื้อหาเว็บไซต2. เลือก Tab -> WCAG 2.0 จากนั้นใส URL ที่ตองการตรวจสอบ เลือก Analysisoptions เปน Level A แลวคลิกที่ปุม analyze แสดงดังรูปที่ 21http://www.w3.org/WAI/ER/tools/complete
  • 60. ภ า ค ผ น ว ก ค 4สํา นั ก ง า น รั ฐ บ า ล อิ เ ล็ ก ท ร อ นิ ก ส ( อ ง ค ก า ร ม ห า ช น )รูปที่ 2 โปรแกรม TAW ในการระบุเงื่อนไขในการตรวจวิเคราะหเว็บไซตการแสดงผลรายงาน โดยระบุเงื่อนไขการตรวจวิเคราะห รุน: WCAG 2.0, ระดับ: เอ (A),เทคโนโลยี: HTML, CSS ดังแสดงในรูปที่ 3 และรูปที่ 4 โดยปรากฏสัญลักษณและความหมายดังตารางที่ 2ตารางที่ 2 สัญลักษณในการแสดงผลรายงาน และความหมายเมื่อใชโปรแกรม TAW ในการตรวจวิเคราะหสัญลักษณ ความหมายไมพบปญหาพบปญหาตองทําการตรวจสอบเพิ่มเติมโดยมนุษยระบบไมสามารถตรวจสอบได ตองทําการตรวจสอบเพิ่มโดยมนุษยไมมีการตรวจสอบ
  • 61. ภ า ค ผ น ว ก ค 5สํา นั ก ง า น รั ฐ บ า ล อิ เ ล็ ก ท ร อ นิ ก ส ( อ ง ค ก า ร ม ห า ช น )รูปที่ 3 การแสดงผลรายงานโดยใชโปรแกรม TAW เปนเครื่องมือในการตรวจวิเคราะห(หนา Summary)รูปที่ 4 การแสดงผลรายงานโดยใชโปรแกรม TAW เปนเครื่องมือในการตรวจวิเคราะห(หนา Detail)
  • 62. ภ า ค ผ น ว ก ค 6สํา นั ก ง า น รั ฐ บ า ล อิ เ ล็ ก ท ร อ นิ ก ส ( อ ง ค ก า ร ม ห า ช น )ดังนั้น ในการตรวจสอบนี้หนาที่ของผูพัฒนาเว็บไซต คือ เขาใจในจุดที่บกพรองและยังไมผานเกณฑความสําเร็จ แลวดําเนินการแกไขจนกระทั่งผานมาตรฐานตามเกณฑความสําเร็จทั้งหมดทุกขอ ก็สามารถทําใหไดเว็บไซตที่ทุกคนสามารถเขาถึงไดอยางสมบูรณ************************************
  • 63. อ ภิ ธ า น ศั พ ท 1สํา นั ก ง า น รั ฐ บ า ล อิ เ ล็ ก ท ร อ นิ ก ส ( อ ง ค ก า ร ม ห า ช น )Authentication ขั้นตอนการยืนยันความถูกตองของหลักฐาน ที่แสดงวาเปนบุคคลที่กลาวอางจริง ในทางปฏิบัติจะแบงออกเปน 2 ขั้นตอน คือ การระบุตัวตน (Identification) คือขั้นตอนที่ผูใชแสดงหลักฐานวาตนเองคือใครเชน ชื่อผูใช (username) การพิสูจนตัวตน (Authentication) คือขั้นตอนที่ตรวจสอบหลักฐานเพื่อแสดงวาเปนบุคคลที่กลาวอางจริงBlog มาจากคําวา เว็บล็อก (Weblog) เปนรูปแบบเว็บไซตประเภทหนึ่ง ซึ่งถูกเขียนขึ้นในลําดับที่เรียงตามเวลาในการเขียน ซึ่งจะแสดงขอมูลที่เขียนลาสุดไวแรกสุด บล็อกโดยปกติจะประกอบดวย ขอความ ภาพลิงก ซึ่งบางครั้งจะรวมสื่อตางๆ ไมวา เพลง หรือวิดีโอในหลายรูปแบบได บล็อกเปนเว็บไซตที่มีเนื้อหาหลากหลายขึ้นอยูกับเจาของบล็อก โดยสามารถใชเปนเครื่องมือสื่อสาร การประกาศขาวสาร การแสดงความคิดเห็น การเผยแพรผลงาน และจะเปดใหผูเขามาอานขอมูล สามารถแสดงความคิดเห็นตอทายขอความที่เจาของบล็อกเปนคนเขียน ซึ่งทําใหผูเขียนสามารถไดผลตอบกลับโดยทันทีCascading StyleSheets (CSS)ภาษาที่ใชเปนสวนของการจัดรูปแบบการแสดงผลเอกสาร HTML โดยที่CSS กําหนดกฎเกณฑในการระบุรูปแบบ (หรือ "Style") ของเนื้อหาในเอกสาร อันไดแก สีของขอความ สีพื้นหลัง ประเภทตัวอักษร และการจัดวางขอความ ซึ่งการกําหนดรูปแบบ หรือ Style นี้ใชหลักการของการแยกเนื้อหาเอกสาร HTML ออกจากคําสั่งที่ใชในการจัดรูปแบบการแสดงผล กําหนดใหรูปแบบของการแสดงผลเอกสาร ไมขึ้นอยูกับเนื้อหาของเอกสาร เพื่อใหงายตอการจัดรูปแบบการแสดงผลลัพธของเอกสารHTML โดยเฉพาะในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาเอกสารบอยครั้งหรือตองการควบคุมใหรูปแบบการแสดงผลเอกสาร HTML มีลักษณะของความสม่ําเสมอทั่วกันทุกหนาเอกสารภายในเว็บไซตเดียวกัน โดยกฎเกณฑในการกําหนดรูปแบบ (Style) เอกสาร HTML ถูกเพิ่มเขามาครั้งแรกใน HTML 4.0 เมื่อป พ.ศ. 2539 ในรูปแบบของ CSS level 1Recommendations ที่กําหนดโดย องคกร World Wide WebConsortium หรือ W3Cอภิธานศัพท
  • 64. อ ภิ ธ า น ศั พ ท 2สํา นั ก ง า น รั ฐ บ า ล อิ เ ล็ ก ท ร อ นิ ก ส ( อ ง ค ก า ร ม ห า ช น )Chief InformationOfficer (CIO)“ผูบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง” จะเปนผูที่รับผิดชอบงานดานไอทีและระบบสารสนเทศขององคกร ใหคําแนะนําการลงทุนดานไอทีแกCEO และมักเปนผูที่มีความรูดานไอทีเปนอยางดี สําหรับประเทศไทยคณะรัฐมนตรีไดมีมติเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2541 ใหมีการแตงตั้ง CIO ในกระทรวง ทบวง กรม โดยใหสํานักงาน ก.พ. เปนผูกําหนดคุณสมบัติของผูที่จะมาเปน CIO ซึ่งสํานักงาน ก.พ. ไดกําหนดคุณสมบัติของ CIO วาใหสวนราชการแตงตั้งรองปลัดกระทรวง รองอธิบดี หรือรองหัวหนาสวนราชการเปน CIO ของหนวยงานCollaboration เครื่องมือที่ชวยในการจัดการ บริหารองคกร โดยมุงเนนใหบุคคลากรในองคกรทุกๆสวน ทํางานรวมกันเปนทีม สามารถติดตอ ประสานงานกันไดอยางงายดาย ภายใตโครงสรางการทํางานที่มีแบบแผนเดียวกัน ซึ่งจะทําใหเกิดผลการทํางานมีประสิทธิภาพ โดยมีจุดมุงหมายใหบุคคลากรและองคกรประสบความสําเร็จรวมกันมีรูปแบบการทํางานไมซับซอนมุงเนนการสื่อสารอยางมีประสิทธิภาพ ดวยคุณสมบัติหลากหลาย มีคาใชจายในการลงทุนทางระบบและการดูแลรักษาไมสูงมากCopyright “ลิขสิทธิ์” สิทธิแตผูเดียวที่จะกระทําการใดๆ เกี่ยวกับงานที่ผูสรางสรรคไดริเริ่มโดยการใชสติปญญาความรู ความสามารถ และความวิริยะอุตสาหะของตนเองในการสรางสรรค โดยไมลอกเลียนงานของผูอื่น โดยงานที่สรางสรรคตองเปนงานตามประเภทที่กฎหมายลิขสิทธิ์ใหความคุมครอง โดยผูสรางสรรคจะไดรับความคุมครองทันทีที่สรางสรรคโดยไมตองจดทะเบียนDigital Signature “ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส” สรางจากเทคโนโลยีเขารหัสดวยกุญแจสาธารณะ ในการลงลายมือชื่อดิจิทัลกํากับขอความที่ตองการสงผานเครือขาย ผูสงขอความจะใชกุญแจสวนตัวของตนในการลงลายมือชื่อโดยอานกระบวนการทางคณิตศาสตร ผูรับจะสามารถตรวจสอบความถูกตองของลายมือชื่อดังกลาวโดยใชกุญแจสาธารณะ (Public KeyInfrastructure) ของผูสง ซึ่งลายมือชื่อของผูสงจะถูกรับรองดวยองคกรออกใบรับรอง (Certification Authority) โดยแสดงอยูในรูปของ"ใบรับรองดิจิทัล" (Digital Certification)Directory สารบัญที่เก็บรวบรวมรายชื่อของไฟล และขอมูลบางอยาง ที่สําคัญของไฟลเอาไว ในระบบปฏิบัติการทุกระบบจะตองมีไดเร็กทอรี่เพื่อเก็บรายชื่อไฟลทั้งหมดในระบบไว ผูใชสามารถตรวจดูไฟลตางๆ ไดจากไดเร็กทอรี่ ซึ่งไดเร็กทอรี่เองก็ถือวาเปนไฟลเชนกัน โครงสรางของ
  • 65. อ ภิ ธ า น ศั พ ท 3สํา นั ก ง า น รั ฐ บ า ล อิ เ ล็ ก ท ร อ นิ ก ส ( อ ง ค ก า ร ม ห า ช น )ไดเร็กทอรี่ประกอบดวยหนวยยอยหลายหนวย ใน 1 หนวยจะเก็บขอมูลของไฟล 1 ไฟล เชน ชื่อ สวนขยาย ชนิด ขนาด และอื่นๆe-Government “รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส” หมายความวา การนําเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใชเปนเครื่องมือในการบริหารจัดการและบูรณาการการปฏิบัติงานของหนวยงานภาครัฐเพื่อเพิ่มศักยภาพในการใหบริการประชาชนe-Service การใหบริการขอมูลและการทําธุรกรรมของภาครัฐผานเครือขายอินเทอรเน็ต เพื่อชวยอํานวยความสะดวกใหแกผูขอรับบริการ ซึ่งรวมถึงประชาชนทั่วไป (G2C) ขาราชการ (G2E) ภาคธุรกิจเอกชน (G2B)และภาครัฐ (G2G)e-Transaction ธุรกรรมที่ใชวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสทั้งหมดหรือบางสวน ซึ่งการทําพาณิชยอิเล็กทรอนิกสเปนสวนหนึ่งของการทําธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส ผูประกอบธุรกรรมไมจําเปนตองมีความสัมพันธกันลวงหนาหรืออยูในที่เดียวกัน สามารถอยูที่ใดก็ไดบนเครือขายคอมพิวเตอร การแกไขขอมูลอิเล็กทรอนิกสเปนไปไดโดยงาย การลอบดูขอมูลอิเล็กทรอนิกสเปนไปไดโดยงาย ซึ่งสามารถยกตัวอยางการทําธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส เชน การซื้อ-ขายสินคาผานเครือขายอินเทอรเน็ต การสมัครสมาชิกผานระบบออนไลน การตกลงทําสัญญาซื้อ-ขาย หรือสัญญาตกลงตามขอบังคับตางๆ บนเครือขาย การโอนเงินดวยระบบอัตโนมัติผานระบบเครือขาย เปนตนEncryption กรรมวิธีในการแปลงหรือเขารหัสขอมูลที่อยูในรูปที่คนทั่วไปสามารถอานไดใหอยูในรูปที่เฉพาะผูที่เกี่ยวของเทานั้นสามารถอานขอมูลไดเพื่อปองกันคนที่ไมเกี่ยวของแอบอานขอมูลGovernment DataExchange (GDX)การเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนขอมูลระหวางหนวยงานภาครัฐ ผานเครือขายระบบสื่อสารความเร็วสูง เพื่อใชขอมูลสําหรับการตัดสินใจของผูบริหารสวนราชการ และใหบริการแกประชาชนHTTPS เปนโพรโทคอลที่มีการรักษาความปลอดภัย (Secure HypertextTransport Protocol) เนื่องจากโพรโทคอล HTTP ซึ่งเปนโพรโทคอลที่ใชติดตอกับเว็บเซิรฟเวอร (Web Server) เพื่อใชในการขอและรับหนาเว็บเพจตางๆ มาแสดงที่เบราวเซอรนั้นไมมีการรักษาความปลอดภัยของขอมูล จึงมีการใช HTTP รวมกับ SSL เรียกวา โพรโทคอล HTTPS(HTTP over SSL)HyperText Markup ภาษาหลักที่ใชในการแสดงผลบนเว็บบราวเซอร ในอินเทอรเน็ต โดย
  • 66. อ ภิ ธ า น ศั พ ท 4สํา นั ก ง า น รั ฐ บ า ล อิ เ ล็ ก ท ร อ นิ ก ส ( อ ง ค ก า ร ม ห า ช น )Language (HTML) สามารถนําเสนอขอมูลไดทั้งตัวอักษร ภาพ เสียง ภาพยนตร และสามารถเชื่อมโยงกับเอกสารอื่นไดดวย เปนภาษาที่ถูกพัฒนาโดย WorldWide Web Consortium (W3C) จากแมแบบของภาษา SGML(Standard Generalized Markup Language) โดยตัดความสามารถบางสวนออกไป เพื่อใหสามารถทําความเขาใจและเรียนรูไดงายขึ้นHTML มีโครงสรางการเขียนโดยอาศัย Tag ในการควบคุมการแสดงผลของขอความ รูปภาพ หรือวัตถุอื่น ๆ แตละ Tag อาจจะมีสวนขยายเรียกวา Attribute สําหรับจัดรูปแบบเพิ่มเติมNavigation ระบบนําทางที่จะนําผูชมไปยังหนาตางๆ ของเว็บไซต ใหสามารถเขาถึงขอมูลที่ตองการไดอยางรวดเร็ว และรูวากําลังอยูตําแหนงใดของเว็บไซตซึ่งมีไดหลายรูปแบบ เชน ขอความภาพกราฟฟกที่แสดงชื่อเว็บเพจ หรือขอความบงชี้ และบอยครั้งที่เครื่องมือบอกตําแหนงอาจถูกรวมไวกับตัวเมนูOne stop service “การบริการเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว” ซึ่งเปนแนวคิดที่ตองการอํานวยความสะดวกใหแกผูมาติดตอราชการใหสามารถรับบริการจากหนวยงานราชการตางๆ ได ณ ที่แหงเดียว โดยไมจําเปนตองไปติดตอ ณ สวนราชการตางๆ หลายแหงซึ่งจะทําใหประชาชนไดรับความสะดวกสบายในการติดตอราชการกับภาครัฐ เปนการประหยัดเวลาและคาใชจายของประชาชน และยังเปนการลดภาระคาใชจายของภาครัฐโดยสามารถที่จะใชบริการรวมกันทั้งในดานสถานที่ บุคลากร ตลอดจนเครื่องมือเครื่องใชตางๆ นอกจากนั้นยังเปนการจัดทําสํานักงานบริการเสมือนจริง (VirtualService Office) ขึ้นเพื่อใหบริการประชาชนผานทางระบบอินเทอรเน็ตในเรื่องที่สามารถใหบริการไดบางเรื่อง โดยที่ประชาชนสามารถติดตอขอรับบริการไดตลอดเวลา (Non-Stop Service) และทุกสถานที่โดยไมตองเดินทางมายังหนวยงานของรัฐอีกตอไปPersonalized e-Servicesเว็บไซตมีการพัฒนาซอฟทแวรประเภท Intelligent Agent ขึ้นในระบบซึ่งสามารถเรียนรูพฤติกรรมของประชาชนที่เขาสูระบบเพื่อใชบริการโดยประชาชนสามารถเลือกรูปแบบขอมูลตามที่ตองการไดPrivacy Policy เอกสารที่แจงใหผูเขาชมเว็บไซตทราบวา เว็บไซตไดจัดเก็บขอมูลและสถิติตางๆ ที่เกี่ยวกับผูเขาชมเว็บไซตอะไรบาง และสามารถนําขอมูลและสถิติตางๆ เหลานี้ไปใชอะไรไดบาง เชน ใชในการติดตามพฤติกรรมการเขาชมเว็บไซตของผูเขาชมเว็บไซตเพื่อพัฒนาการใหบริการ รวมทั้งแจงใหทราบวาหนวยงานเจาของเว็บไซตจะดูแลใหความคุมครอง รักษา
  • 67. อ ภิ ธ า น ศั พ ท 5สํา นั ก ง า น รั ฐ บ า ล อิ เ ล็ ก ท ร อ นิ ก ส ( อ ง ค ก า ร ม ห า ช น )ความลับหรือความปลอดภัยสําหรับขอมูลสวนบุคคลของตนอยางไรReally SimpleSyndication (RSS)รูปแบบการนําเสนอขาว หรือบทความ ใหอยูในรูปแบบมาตรฐาน XMLโดยนําขาวมาแสดงเฉพาะหัวขอ และสามารถคลิกดูรายละเอียดของขาวจากเว็บไซตตนฉบับนั้นได อีกทั้งเมื่อขาวถูก Update จากเว็บไซตตนฉบับ หนาเว็บไซตที่ดึงขาวมาแสดงจะ Update ขาวตามเว็บไซตตนฉบับนั้นโดยอัตโนมัติSearch Engine “โปรแกรมที่ชวยในการสืบคนหาขอมูล” โดยเฉพาะขอมูลบนอินเทอรเน็ต โดยครอบคลุมทั้งขอความ รูปภาพ ภาพเคลื่อนไหว เพลงซอฟตแวร แผนที่ ขอมูลบุคคล กลุมขาว และอื่น ๆ ซึ่งแตกตางกันไปแลวแตโปรแกรมหรือผูใหบริการแตละราย เสิรชเอนจินสวนใหญจะคนหาขอมูลจากคําสําคัญ (คียเวิรด) ที่ผูใชปอนเขาไป จากนั้นก็จะแสดงรายการผลลัพธที่มันคิดวาผูใชนาจะตองการขึ้นมา ในปจจุบัน เสิรชเอนจินบางตัว จะบันทึกประวัติการคนหาและการเลือกผลลัพธของผูใชไวดวย และจะนําประวัติที่บันทึกไวนั้น มาชวยกรองผลลัพธในการคนหาครั้งตอ ๆ ไปSingle sign-on กระบวนการซึ่งทําใหผูใชงานพิสูจนตัวตนเพียงครั้งเดียว สามารถเขาใชบริการจากระบบงานที่ประกอบดวยหลายๆ ซอฟตแวรซึ่งแตกตางกันใหทํางานสัมพันธกัน โดยไมจําเปนตองพิสูจนตัวตนอีกครั้งเมื่อเขาใชงานในแตละซอฟตแวรSingle window “การบริการแบบเบ็ดเสร็จภายในหนาตางเดียว” หมายถึง การใหบริการกับประชาชนโดยที่ประชาชนสามารถดําเนินงานตางๆใหเสร็จสิ้น ณ ที่เดียว หรือเปนศูนยรวมบริการของภาครัฐแบบบูรณาการ (IntegratedServices) ไวที่หนวยงานใดหนวยงานหนึ่งSecured SocketsLayer (SSL)“โปรโตคอลจัดการความปลอดภัยในระบบอินเทอรเน็ต” ที่ใชในการสื่อสารขอมูลกันระหวางไคลเอนตกับเซิรฟเวอร ปกติแลวขอมูลที่สงไปหากันจะไมมีการเขารหัสขอมูลแตอยางใด ทําใหการดักจับขอมูลเปนไปไดโดยงาย แตถาเปนระบบที่ใช SSL ขอมูลจากไคลเอนตที่จะสงไปที่เซิรฟเวอรจะถูกเขารหัสกอนที่จะสงไปที่เซิรฟเวอร ทําใหขอมูลที่รับสงกันมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น SSL เริ่มพัฒนาโดย NetscapeCommunications เพื่อใชในโปรโตคอลระดับแอพพลิเคชันคือHypertext Transfer Protocol (HTTP) เปนการสื่อสารผานเว็บใหปลอดภัยยิ่งขึ้น
  • 68. อ ภิ ธ า น ศั พ ท 6สํา นั ก ง า น รั ฐ บ า ล อิ เ ล็ ก ท ร อ นิ ก ส ( อ ง ค ก า ร ม ห า ช น )Tool tips ขอความหรือกลุมของขอมูลสั้น ๆ ที่ใชอธิบายคําหรือจุดที่ตองการอธิบายเพิ่มเติมบนหนาเว็บไซต ซึ่งอาจจะมีขอความที่เปนศัพททางเทคนิคอยูWeb board ลักษณะของเว็บไซตที่ใชสําหรับการแลกเปลี่ยนบทสนทนา การพูดคุยการอภิปรายในสังคมออนไลน นอกจากชื่อเว็บบอรดแลว ยังมีเรียกกันหลายชื่อ เชน กระดานขาว กระดานขาวสาร กระดานสนทนา กระดานสนทนาออนไลน ฟอรัม เว็บฟอรัม เมสเซจบอรด บุลลิทินบอรด ดิสคัชชันบอรด ฯลฯ หรือเรียกอยางสั้นวา บอรด ก็ไดWebsite Policy เอกสารที่แจงใหผูเขาชมเว็บไซตทราบถึงวัตถุประสงคในการพัฒนาเว็บไซต เงื่อนไขและขอกําหนดในการใชงานเว็บไซต สิทธิ หนาที่ และความรับผิดชอบของผูใชบริการ การเชื่อมตอกับเว็บไซตอื่นๆ การปฏิเสธความรับผิด ลิขสิทธิ์และสิทธิในทรัพยสินทางปญญา การรักษาขอมูลสวนบุคคลของผูใชบริการXHTML ภาษาประเภท Markup Language ที่เกิดจากการนํา XML และ HTMLมารวมกัน กลายเปนมาตรฐานใหมของ HTML คําสั่งตางๆ นั้นก็ยังเหมือนกับ HTML แตจะมีความเขมงวดในเรื่องโครงสรางภาษามากกวาและมีการตัด tag และ attribute ที่ลาสมัยออกไป ประโยชนของมันคือการสรางเว็บเพื่อการสงขอมูลทั่ว ๆ ไป มีการเพิ่มขีดความสามารถในการสราง tag ใหม ๆ ไดเอง (โดยที่เรากําหนดไดดวยวาจะให tagเหลานั้นแสดงผลอยางไร) รองรับภาษาอื่น ๆ ที่ใช XML เปนฐาน เชน(SVG, MathML, chemML, SMIL) และสุดทายคือ รองรับเทคโนโลยีในอนาคตซึ่งจะมี XML เปนบทบาทหลัก เนื่องจากปจจุบัน มีความพยายามที่จะเขาถึงเว็บดวยอุปกรณที่ไมใชคอมพิวเตอรมากขึ้น เชนโทรศัพทมือถือ โปรแกรมเสียงสังเคราะห ทีวี หรืออุปกรณพกพาอื่น ๆแตเนื่องจากอุปกรณเหลานี้ มีขนาดเล็กและอาจมีหนวยความจําไมมากจึงอาจไมสามารถประมวลผล HTML แบบทั่ว ๆ ไปได XHTML จึงเปนทางเลือกที่ดีที่สุด เนื่องจากวาเอกสาร XHTML นั้นจะตองมีลักษณะที่เรียกวา well-formed ไมมีขอผิดพลาด มีการเปดปด tag อยางถูกตองฯลฯ จึงทําใหสามารถแสดงผลเอกสารนี้ไดอยางงายดาย หากเอกสารไมถูกตอง ก็อาจจะไมแสดงผลไปเลย เหมือนกับเอกสาร XML
  • 69. บรรณานุกรมกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร. สํานักบริการเทคโนโลยีสารสนเทศภาครัฐ “การสํารวจการใหบริการภาครัฐผานระบบอิเล็กทรอนิกส (e-Service) โครงการพัฒนาระบบเว็บไซตกลางบริการอิเล็กทรอนิกสภาครัฐ” ดําเนินการสํารวจเมื่อตนป พ.ศ.2554กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร. ศูนยบริการวิชาการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร “โครงการสํารวจสถานภาพปจจุบันของการพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส(e-Government) ประเทศไทยเพื่อกําหนดแนวทางผลักดัน e-Governmentประเทศไทย” 16 มีนาคม 2552กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร. แนวทางการจัดทํานโยบายและแนวทางปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของหนวยงานภาครัฐ.สํานักงานสถิติแหงชาติ. รายงานผลที่สําคัญ สํารวจสถานภาพการพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกสและพาณิชยอิเล็กทรอนิกสในหนวยงานราชการ รัฐวิสาหกิจองคการมหาชน พ.ศ. 2551ศูนยเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกสและคอมพิวเตอรแหงชาติ (NECTEC). แนวการจัดทําPrivacy Policyศูนยเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกสและคอมพิวเตอรแหงชาติ (NECTEC). ผลการสํารวจเว็บไซตภาครัฐครั้งที่ 1 ระดับกรม โดยโครงการพัฒนาโครงสรางพื้นฐานสารสนเทศภาครัฐ ธันวาคม 2546.ศูนยเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกสและคอมพิวเตอรแหงชาติ (NECTEC). “Privacy Policy และTrustmark: กลไกการคุมครองขอมูลสวนบุคคลกับการสรางความนาเชื่อถือในการทํา e-Business”สํานักงานปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร. สํานักสงเสริมและพัฒนาการใชเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร. “แนวทางการพัฒนาเว็บที่ทุกคนเขาถึงได TWCAG2010 (Thai Web Content AccessibilityGuidelines 2010)”“Interpreting the New Zealand Government Web Standards, An AgencySelf-Assessment Guide” สืบคนจากhttp://webstandards.govt.nz/new-zealand-government-web-standards-2/“UN E-Government Survey 2008, from E-Government to ConnectedGovernance” สืบคนจาก
  • 70. http://unpan1.un.org/intradoc/groups/public/documents/un/unpan028607.pdf“United Nations E-Government Survey 2010: Leveraging e-governmentat a time of financial and economic crisis” สืบคนจากhttp://unpan1.un.org/intradoc/groups/public/documents/un/unpan038851.pdf“United Nations E-Government Survey 2012 : E-Government for thePeople” สืบคนจากhttp://unpan1.un.org/intradoc/groups/public/documents/un/unpan048065.pdf“Web Content Accessibility Guidelines (WCAG) 2.0” สืบคนจากhttp://www.w3.org/TR/WCAG20/National University of Singapore Institute of Systems Science, “ENTERPRISEARCHITECTURE AS PLATFORM FOR CONNECTED GOVERNMENT”“Guidelines on Dissemination of Information through GovernmentWebsites”, Hong Kong สืบคนจากhttp://www.gov.hk/en/about/accessibility/docs/disseminationguidelines.pdf“Website Standards : Common Website Elements”, Australia สืบคนจากhttp://www.publicsector.wa.gov.au/SiteCollectionDocuments/WebStandards_CommonWebsiteElements_v1.2_May09.pdf“Government Web Interface Standard Guidelines”, Brunei“New Zealand Government Web Standards”, New Zealand“Look and Feel Standards for e-Government Applications”, State ofMichigan“Guidelines for State Government Websites”, Western Australia“Government Web Interface Standards and Guidelines”, BruneiDarussalamสืบคนจาก http://www.nectec.or.th/web-standard/standard-webnectec2.htmlสืบคนจาก http://atutor.ca/achecker/สืบคนจาก http://www.tawdis.net/สืบคนจาก http://www.minwon.go.kr/minwon/foreigner/intro_eng.jspสืบคนจาก http://www.insidepolitics.org/world.html
  • 71. กฎหมายที่เกี่ยวของ รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 สวนที่ 2 ความเสมอภาค พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 พระราชบัญญัติขอมูลขาวสารของราชการ พ.ศ. 2540 พระราชบัญญัติวาดวยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส พ.ศ. 2544 แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่2) พ.ศ. 2551 พระราชกฤษฎีกาวาดวยวิธีการแบบปลอดภัยในการทําธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสพ.ศ. 2553 พระราชกฤษฎีกากําหนดหลักเกณฑและวิธีการในการทําธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสภาครัฐ พ.ศ. 2549 ประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสเรื่อง แนวนโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยดานสารสนเทศของหนวยงานของรัฐ พ.ศ. 2553 ประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสเรื่อง แนวนโยบายและแนวปฏิบัติในการคุมครองขอมูลสวนบุคคลของหนวยงานของรัฐ พ.ศ. 2553******************************************