Plagiarism

  • 2,841 views
Uploaded on

การโจรกรรมทางวิชาการ โดย อ.สรวง อุดมวรภัณฑ์ งานสารสนเทศและห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล …

การโจรกรรมทางวิชาการ โดย อ.สรวง อุดมวรภัณฑ์ งานสารสนเทศและห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

More in: Education
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Be the first to comment
    Be the first to like this
No Downloads

Views

Total Views
2,841
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
3

Actions

Shares
Downloads
88
Comments
0
Likes
0

Embeds 0

No embeds

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
    No notes for slide

Transcript

  • 1. การโจรกรรมทางวิชาการ สรวง อุดมวรภัณฑ์ งานสารสนเทศและห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล การประชุมวิชาการ STKS ประจาปี 2556 วันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2556
  • 2. นิยามของ plagiarism Collins COBUILD online dictionary ให้คานิยาม plagiarism ว่า “Plagiarism is the practice of using or copying someone else's idea or work and pretending that you thought of it or created it.”
  • 3. นิยามของ plagiarism • Plagiarism คือ การคัดลอกผลงานหรือขโมยความคิดของคนอื่นโดยไม่ อ้างอิงให้ถูกต้อง แหล่งที่มา : Stang Mongkolsuk library’s blog • Plagiarism เป็นรูปแบบหนึ่งของความไม่สุจริตทางวิชาการ เช่น การ ขโมยความคิด หรือคาพูด หรือข้อความ ของบุคคลอื่นมาใช้โดยไม่ อ้างอิงแหล่งที่มาหรือประกาศเกียรติคุณ นับเป็นการลอกงานเขียน ความคิดหรืองานสร้างสรรค์ดั้งเดิมทั้งหมดหรือบางส่วนที่เหมือนหรือ เกือบเหมือนงานดั้งเดิมของผู้อื่นมาแอบอ้างเป็นงานดั้งเดิมของตนเอง แหล่งที่มา : STKS Blog
  • 4. • โจรกรรมทางวรรณกรรมต่างกับการละเมิดลิขสิทธิ์ –การละเมิดลิขสิทธิ์เป็นการละเมิดสิทธิ์ด้วยการไม่บอกกล่าวกับผู้ถือ ลิขสิทธิ์ –โจรกรรมทางวรรณกรรมเกี่ยวข้องกับการสร้างชื่อเสียงให้ตนเอง ด้วยการแอบอ้างว่าตนเป็นผู้เขียน • แหล่งที่มา : วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี : โจรกรรมทางวรรณกรรม http://th.wikipedia.org/wiki/โจรกรรมทางวรรณกรรม
  • 5. การกระทาที่จัดว่าเข้าข่าย plagiarism • turning in someone else's work as your own • คัดลอกข้อความหรือความคิดของผู้อื่นโดยไม่อ้างอิง (copying words or ideas from someone else without giving credit) • ให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับแหล่งที่มาของข้อความที่นามาใช้ (giving incorrect information about the source of a quotation) • ไม่ใส่เครื่องหมายอัญประกาศเมื่อยกข้อความของผู้อื่นมาใช้ (failing to put a quotation in quotation marks) แหล่งที่มา : http://plagiarism.org/plagiarism-101/what-is-plagiarism
  • 6. การกระทาที่จัดว่าเข้าข่าย plagiarism (ต่อ) • นาข้อมูลจากผู้อื่นมาใช้โดยเปลี่ยนแปลงถ้อยคาแต่ยังคงแนวคิดเดิมไว้ และไม่อ้างอิง (changing words but copying the sentence structure of a source without giving credit) • คัดลอกข้อความหรือนาแนวคิดจากงานของผู้อื่นมาเป็นจานวนมาก ไม่ ว่าจะมีการอ้างอิงหรือไม่ก็ตาม (copying so many words or ideas from a source that it makes up the majority of your work, whether you give credit or not) แหล่งที่มา : http://plagiarism.org/plagiarism-101/what-is-plagiarism
  • 7. แหล่งศึกษาข้อมูลเรื่อง plagiarism • http://plagiarism.org • คู่มือ plagiarism : ห้องสมุดสตางค์มงคลสุข http://stang.sc.mahidol.ac.th/text/plagiarism.htm
  • 8. สาเหตุที่ทาให้เกิด plagiarism • ระบบอินเทอร์เน็ตทาให้การเข้าถึงข้อมูลจากทุกมุมโลกได้ โดยสะดวก รวดเร็ว ไม่มีอุปสรรคด้านระยะทาง ภูมิ ประเทศ เวลา • ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศทาให้สามารถ สาเนาข้อมูลทุกประเภทได้ง่ายดาย โดยการ copy & paste
  • 9. เครื่องมือสาหรับตรวจสอบ plagiarism • โปรแกรมจานวนมากถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยในการตรวจหา plagiarism ในเอกสาร • ทางานโดยเปรียบเทียบข้อความของเอกสารกับแหล่งข้อมูลที่มี • ถ้ามีข้อความใดที่เหมือนกับแหล่งข้อมูลในฐานข้อมูล จะทาการ ระบายแถบสีข้อความในช่วงนั้นเพื่อเป็นจุดสังเกต • บางโปรแกรมสามารถนาข้อความจากแหล่งข้อมูลมาแสดงเทียบ กับข้อความในเอกสารเพื่อให้เห็นความเหมือน และแตกต่าง • ควรให้ความสาคัญกับแหล่งข้อมูลต้นฉบับ (original source)
  • 10. เครื่องมือสาหรับตรวจสอบ plagiarism eTBLAST 3.0 และ Déjà vu • เป็น search engine ที่ทาการสืบค้นแบบ “text comparison” • เปรียบเทียบคาจากข้อความ / ประโยคที่ป้อนเข้าไปกับฐานข้อมูล (MEDLINE, NASA, PubMed Central เป็นต้น) เพื่อหาความคล้ายคลึง ระหว่างข้อความ (รายงานเป็นค่าสถิติ) • สามารถนาไปประยุกต์ใช้ในการตรวจหา plagiarism ได้แต่ต้องทาการ ทดสอบเพิ่ม  Déjà vu (ฐานข้อมูลที่รวบรวมรายชื่อบทความใน ฐานข้อมูล MEDLINE ที่พบว่ามีความคล้ายคลึงสูง) • เปิดให้ใช้งานฟรี • สรุป ไม่ใช่เครื่องมือสาหรับตรวจสอบ plagiarism อย่างรวดเร็วเหมือน Turinitin หรือ AntiKoppae
  • 11. วางข้อความที่จะทดสอบ ลงในกล่องข้อความ และเลือกฐานข้อมูลที่จะ ตรวจสอบ
  • 12. ผลการตรวจสอบ ให้รายชื่อบทความที่มีคาในบทความคล้ายกับคาที่ส่งเข้าสืบค้นอย่างมีนัยสาคัญทาง สถิติ สามารถนาไปวิเคราะห์เพิ่มเพื่อ • หานักวิจัย ที่ตีพิมพ์ผลงานที่มีความคล้ายกับเรื่องที่สนใจ • เลือกวารสารที่ตีพิมพ์บทความในสาขาที่เกี่ยวข้อง
  • 13. ฐานข้อมูล déjà vu เกิดจากการใช้eTBLAST ค้นหาและจับคู่บทความใน ฐานข้อมูล MEDLINE ที่ใช้คาที่คล้ายกัน ซึ่งมีแนวโน้มว่าอาจเป็น plagiarism
  • 14. Turnitin, iThenticate, CrossCheck • ผลิตภัณฑ์ของ iParadigms แต่แยกตลาด – Tunitin ใช้สาหรับอาจารย์ สถาบันการศึกษา – iThenticate สาหรับนักวิจัย สานักพิมพ์ – CrossCheck สาหรับสมาชิก CrossRef เท่านั้น • แตกต่างกันที่แหล่งข้อมูลต้นฉบับ – Turnitin = Internet page + publication + student paper – iThenticate = Internet page + publication + custom database • จุดเด่น แหล่งข้อมูล Publication ประกอบด้วยวารสารวิชาการและ หนังสือ ทั้ง open access และเป็นธุรกิจ
  • 15. Turnitin
  • 16. Dupli Checker • เครื่องมือฟรี • สามารถค้นหาบทความที่เป็น free access ได้แต่ไม่สามารถตรวจหา บทความจากวารสารเชิงธุรกิจ ใส่ข้อความลงในช่อง
  • 17. Dupli Checker
  • 18. PaperRater • http://www.paperrater.com/features • ใช้บริการฟรี • สามารถตรวจสอบ plagiarism, grammar, spelling
  • 19. PaperRater ผลการตรวจสอบให้ link ไปถึงบทความต้นฉบับ แต่ ไม่ระบายสีข้อความที่พบว่าเหมือนกับต้นฉบับ
  • 20. www.grammarly.com/Plagiarism_Check • ใช้บริการได้ฟรี • ตรวจสอบ plagiarism, grammar, spelling และอื่นๆ อีกมากมาย • มี MS Word plugin (แต่ต้องสร้าง user account ซึ่งให้ทดลองใช้ 7 วัน)
  • 21. www.grammarly.com/Plagiarism_Check รายงานผลการตรวจไวยากรณ์ เมื่อส่งคาว่า “she are an little pretty boys”
  • 22. www.grammarly.com/Plagiarism_Check รายงานผลการตรวจเมื่อส่ง ข้อความที่ลอกมาจาก abstract และ full text ของบทความที่เป็น free access ใน PubMedCentral ตรวจไม่พบ plagiarism แม้ว่าจะ เป็นบทความที่ตีพิมพ์มา 2 ปีแล้ว
  • 23. http://plagiarism-detect.com/
  • 24. http://plagiarism-detect.com/ ตรวจพบข้อความ ที่ลอกมาจาก บทความใน PubMed แต่ ไม่พบข้อความที่ ลอกมาจาก ScieceDirect
  • 25. http://www.dustball.com/cs/plagiarism.checker/ บริการให้ใช้ฟรีตรวจพบ ข้อความบางส่วนที่ลอก มาจากบทความใน PubMed แต่ไม่พบ ข้อความที่ลอกมาจาก บทความใน ScienceDirect Link ที่ให้ทางขวาจะพา ไปหน้าเว็บเพจของ บทความแต่ไม่มีการ ระบายข้อความ (ต้องหา ส่วนที่ซ้าเอง)
  • 26. http://www.dustball.com/cs/plagiarism.checker/ เมื่อคลิกลิงค์ที่ให้ จะพาไปหน้าผลการสืบค้นของ google ซึ่งจะให้ link ไป ที่ PubMed
  • 27. http://smallseotools.com/plagiarism-checker/
  • 28. http://smallseotools.com/plagiarism-checker/ ตรวจพบข้อความที่ลอกมาจากบทความใน PubMed แต่ไม่พบข้อความที่ลอกมา จาก Sciencedirect Existing ตรวจพบข้อความที่ซ้ากับที่อื่น Good ตรวจไม่พบว่าซ้ากับที่อื่น
  • 29. Anti-Kobpae
  • 30. • โปรแกรมอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ ค้นหาได้จาก Google ด้วยคาค้น “plagiarism checker” “plagiarism check software”
  • 31. เว็บวิจารณ์โปรแกรมตรวจสอบ plagiarism • http://www.plagiarismchecker.net/revie ws/reviews-academic-plagiarism/ • http://mashable.com/2012/08/29/plagia rism-online-services/#_ • http://www.plagiarismtoday.com/2010/0 4/29/review-viper-anti-plagiarism- scanner/
  • 32. Turnitin กับเอกสารภาษาไทย ตรวจซ้า ม๊ค 2556 ตรวจพบการคัดลอกมากขึ้น ตรวจครั้งแรก ม๊ค 2554
  • 33. หน้า 2
  • 34. หน้า 3
  • 35. หน้า 4 เวลาผ่านไป 2 ปี Turnitin ยังตรวจไม่พบ
  • 36. • ข้อมูลถึงปี พ.ศ. 2551 ระบุว่า การรังแกผ่านอินเทอร์เน็ตกาลังระบาดเข้าไปยังโรงเรียนหลายแห่งทั่วโลกและกาลัง ส่งผลกระทบต่อนักเรียนเป็นอย่างมาก ตัวอย่าง จากการสารวจสถิติของการรังแกผ่านอินเทอร์เน็ตในสหรัฐอเมริกา ของคณะกรรมการป้ องกันอาชญากรรมแห่งชาติ พบว่า กลุ่มวัยรุ่นกว่าร้อยละ 40 ตกเป็นเหยื่อของการรังแกผ่าน อินเทอร์เน็ต และร้อยละ 10 ของวัยรุ่นที่ตกเป็นเหยื่อได้มีการบอกกล่าวให้ผู้ปกครองได้รับทราบ นอกจากนี้ยัง พบว่าเกือบครึ่งหนึ่งของกลุ่มวัยรุ่นที่ตกเป็นเหยื่อ กล่าวว่า “การรังแกผ่านอินเทอร์เน็ตเกิดขึ้นเนื่องจากกลุ่มวัยรุ่นไม่ เห็นผลเสียที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม” ซึ่งทางคณะกรรมการป้ องกันอาชญากรรมแห่งชาติได้กล่าวว่า กลุ่มวัยรุ่น สามารถป้ องกันการรังแกผ่านอินเทอร์เน็ตได้ อาทิ ปฏิเสธข้อความที่ได้รับ บอกเพื่อนให้ยุติการกระทาดังกล่าวทาง อินเทอร์เน็ต ไม่สนทนากับผู้ที่เข้าข่ายกระทาการรังแกผ่านอินเทอร์เน็ต และรายงานการรังแกผ่านอินเทอร์เน็ตให้ ผู้ใหญ่ทราบ เป็นต้น
  • 37. ข้อคิดในการใช้โปรแกรมตรวจสอบ plagiarism • โปรแกรมเหล่านี้ทาหน้าที่ในการตรวจหาข้อความส่วนที่มีความคล้าย กับข้อความในแหล่งข้อมูลอื่นๆ (original source) • Turnitin พยายามบอกผู้ใช้ว่าเป็น “original checker” ไม่ใช่ “plagiarism detector” นั่นคือ “เป็นผู้ตรวจสอบว่าเอกสารนี้ถูกเขียน ขึ้นเอง (original document)” • การตรวจพบข้อความในเอกสารซ้ากับแหล่งอื่น ไม่ได้แปลว่าลอกเขา มา เนื่องจากในบางสถานการณ์ อาจมีความเหมือนกันได้ เช่น เป็น สานวนที่ใช้กันแพร่หลาย (common word) หรือเป็นการเขียนด้าน เทคนิคซึ่งเขียนหลบเป็นอย่างอื่นได้ยาก ดังนั้นต้องพิจารณารูปแบบ ของข้อความที่ซ้ากันด้วย
  • 38. QA : Interprete the report • Do I have to get a score of zero to avoid being accused of plagiarism? • No. Small fragments and phrases or bits of references are not a problem. Lecturers really only look for large chucks of text that have been copied verbatim without attribution (that means without any reference being cited). • • How much would I have to copy to be guilty of plagiarism? • There’s no set figure in the University Regulations, it just says, a “substantial amount” and the interpretation of this has to be made by your lecturer in the context of the work.
  • 39. QA : Interprete the report • What if I copied a lot of material but put it in speech marks and gave references? Would that be OK? • Not really, it wouldn’t be plagiarism but it would be poor scholarship since you would simply be presenting the work of others without adding much of your own. This would result in a lower mark and perhaps even a fail. • • So how much of a piece of work should consist of quoted material? • There’s no answer to that, it depends very much on the subject matter and format. I generally advise my students when they write essays that the work should not have more than 10% of quoted material, but this is a guide not a rule and what is appropriate • may vary between subject and assignments. • http://www.elearning.port.ac.uk/elearning/turnitin/crib%20sheets/pdf/Interpreting%20Turnitin%20Sc ores.pdf •