Your SlideShare is downloading. ×
ICT MOE Master Plan 2557 - 2559
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×

Saving this for later?

Get the SlideShare app to save on your phone or tablet. Read anywhere, anytime - even offline.

Text the download link to your phone

Standard text messaging rates apply

ICT MOE Master Plan 2557 - 2559

2,244
views

Published on

(ร่าง) แผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการศึกษา …

(ร่าง) แผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการศึกษา
กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557 - 2559

Published in: Education

0 Comments
4 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total Views
2,244
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
4
Actions
Shares
0
Downloads
124
Comments
0
Likes
4
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557 - 2559 เสนอ กระทรวงศึกษาธิการ จัดทําโดย มหาวิทยาลัยศิลปากร พฤษภาคม 2556 (ฉบับปรับปรุง)
  • 2. สารบัญ หนา บทสรุปสําหรับผูบริหาร……………………………………………………………………………………………………………………. 1 บทที่ 1. บทนํา……………………………………………………………………………………………………………………….……….. 6 ภาพรวมสถานภาพการดําเนินงานดานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร…………………………………….. 6 บทที่ 2. ทิศทางการการพัฒนาคุณภาพการศึกษา……………………………………………………………………………….. 9 การประเมินการใชแผนแมบท ICT พ.ศ. 2554-2556 กระทรวงศึกษาธิการ………………………………………. 21 สรุปผลการวิเคราะห SWOT………………………………………………………………………………………………………… 22 บทที่ 3. ยุทธศาสตรการดําเนินงาน……………………………………………………………………………………………………. 24 นิยามคําศัพท……………………………………………………………………………………………………………………………… 24 วิสัยทัศน……………………………………………………………………………………………………………………………………. 26 พันธกิจ……………………………………………………………………………………………………………………………………… 26 เปาหมาย…………………………………………………………………………………………………………………………………… 26 ยุทธศาสตร………………………………………………………………………………………………………………………………… 27 ยุทธศาสตรที่ 1. ยกระดับความสามารถของผูสอนและบุคลากรทางการศึกษาฯ…………………………………. 27 ยุทธศาสตรที่ 2. สงเสริมสนับสนุนระบบการเรียนการสอนและการเรียนรูแบบอิเล็กทรอนิกส……………… 28 ยุทธศาสตรที่ 3. พัฒนาโครงสรางพื้นฐานดานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารฯ…………………………. 29 ยุทธศาสตรที่ 4. พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารฯ……………………………………………….. 30 ยุทธศาสตรที่ 5. สงเสริมการวิจัยพัฒนาองคความรูดานเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการศึกษา…………… 31 บทที่ 4. แนวปฏิบัติในการดําเนินงาน………………………………………………………………………………………………… 33 แนวทางการบูรณาการสารสนเทศเพื่อการศึกษา…………………………………………………………………………….. 33 แนวทางการบูรณาการสื่อการเรียนรู…………………………………………………………………………………………….. 36 โครงการที่จําเปนตอการบูรณาการ……………………………………………………………………………………………….. 39 บทที่ 5. แนวปฏิบัติในการดําเนินงาน (ตอ) ………………………………………………………………………………………… 41 โครงสรางพื้นฐานดานเครือขายความเร็วสูง(Infrastructure)………………………………………………………….. 41 การบูรณาการเครือขาย……………………………………………………………………………………………………………….. 49 บริการอิเล็กทรอนิกส (e-Services)………………………………………………………………………………………………. 52 การบูรณาการทรัพยากรดานเทคโนโลยีสารสนเทศ…………………………………………………………………………. 52 บทที่ 6. การบริหารจัดการและกํากับติดตาม………………………………………………………………………………………. 58 โครงสรางการบริหาร…………………………………………………………………………………………………………………… 59 ปจจัยเกื้อหนุนตอความสําเร็จ………………………………………………………………………………………………………. 64 ภาคผนวก ภาคผนวก ก. รางพระราชบัญญัติสถาบันเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา 1
  • 3. บทสรุปสําหรับผูบริหาร (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 1 บทสรุปสําหรับผูบริหาร ความนํา พิจารณาจากภาพรวมกระบวนการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงศึกษาธิการ ตั้งแตอดีตจนถึงปจจุบัน ที่ไดรับการพัฒนาขึ้นมาอยางตอเนื่องในตางวาระตางเหตุผลของการใชงาน และตามความ จําเปนในแตละชวงเวลาจะมีลักษณะที่เรียกวา “Silo Architecture” ทําใหแตละหนวยงาน ยังตองการความสามารถ ในการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนหรือบูรณาการขอมูลระหวางกัน แมปจจุบันจะมีการวางแผนพัฒนาระบบ ICT ที่สามารถ เอื้อตอการบูรณาการ พรอมกับมีการกําหนดทิศทางการสงผานขอมูลสารสนเทศเขาสูสวนกลางอยางเปนรูปธรรม แต ในทางปฏิบัติยังคงตองใชเวลาในการจัดเก็บขอมูลจากหลากหลายระบบและหลากหลายหนวยงาน ทําใหการ ประมวลผลขอมูล การออกรายงานเพื่อการบริหารและการตัดสินใจของผูบริหาร หลายสวนยังอาจตองใชขอมูลเชิง ประจักษ เพราะขอมูลในระบบ ICT อาจไมถูกตองทันสมัย (Update) จึงเกรงจะเปนการลดความนาเชื่อถือในผลการ วิเคราะหที่มีตอภาพรวมการดําเนินงานของกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งนี้ยังรวมถึงการพัฒนาสื่อการเรียนรูและการเขาถึง แหลงความรู ที่สวนใหญยังคงตองใชบริการหองสมุดที่เพียบพรอมไปดวยหนังสือตําราเรียนกระดาษ ที่ไมสามารถ สงเสริมการเรียนรูในลักษณะทุกที่ทุกเวลาไดอยางเต็มที่ตามสมัยนิยม นอกจากนี้ยังมีความตองการใชเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา พอสรุปไดดังนี้ 1. ความตองการดานนโยบายการดําเนินงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ที่มีความเปนเอกภาพ ทุกองคกรหลัก หนวยงานในสังกัด และในกํากับของกระทรวงศึกษาธิการ สามารถนําไปใชกําหนดทิศ ทางการดําเนินงานและการยกระดับการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ที่มีผลตอการปฏิบัติไดอยางเสมอภาค เทาเทียมกัน 2. ความตองการดานเครื่องมืออุปกรณและเครือขาย เนื่องจากความกาวหนาทางเทคโนโลยีในปจจุบันมี ความเปลี่ยนแปลงอยางรวดเร็ว สงผลใหเครื่องมืออุปกรณและการใชงานในเครือขาย ตองพัฒนาและ ปรับปรุงใหทันสมัยตลอดเวลา แมในอดีตจะเคยมีการจัดสรรเครื่องมืออุปกรณและการวางเครือขาย เพื่อ รองรับการขยายตัวทางการศึกษา แตก็ไมทันความตองการที่เปลี่ยนแปลงมากขึ้นอยางกาวกระโดด 3. ความตองการดานระบบสารสนเทศและฐานขอมูลทางการศึกษา ที่มีความถูกตอง สมบูรณ ทันสมัย ทัน ตอการใชงาน และทุกฝายไดใชประโยชนรวมกันในการบริหารจัดการ การสืบคน การอางอิง ตลอดจนถึง การนําไปใชรวมกับเครื่องมืออุปกรณอิเล็กทรอนิกสสวนตัวและบัตรสมารทการด ในการติดตอกับทาง ราชการและการดําเนินชีวิตประจําวัน ทดแทนการใชเอกสารกระดาษ 4. ความตองการสื่อการเรียนรูที่ทันสมัย ที่มีวิธีการนําเสนอที่กระตุนความสนใจของผูเรียน ซึ่งสวนใหญเปน เยาวชนคนรุนใหม ที่สามารถตอบโตหรือมีปฏิสัมพันธในระหวางการเรียนรูไดอยางสนุกสนาน ใชงาน รวมกับเครื่องมืออุปกรณอิเล็กทรอนิกสสวนตัวไดอยางสะดวกทุกที่ทุกเวลา ทดแทนการพัฒนาและใชสื่อ การเรียนรูในลักษณะเดิม ที่มักดัดแปลงมาจากเนื้อหาสาระการนําเสนอบนกระดาษใหเปนแบบ อิเล็กทรอนิกสธรรมดาที่ยังคงมีใชงานอยูในปจจุบัน 5. ความตองการดานบุคลากรในสวนที่มีความขาดแคลน เชน การดูแลระบบเครือขายและคอมพิวเตอรใน ศูนยคอมพิวเตอรของสถานศึกษา เปนตน เนื่องจากงานดานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มัก เปนเพียงงานฝากที่ไมตรงกับตําแหนงหนาที่ความรับผิดชอบตามสายงาน จึงไมคอยมีความกาวหนาตอ
  • 4. บทสรุปสําหรับผูบริหาร (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 2 การทํางานประจํา (Carrier Path) อีกทั้งการบริหารจัดการสวนใหญ มักเปนเรื่องดูแลการจัดเก็บและ จัดสงขอมูล ซึ่งตองการความละเอียดถี่ถวนในการตรวจสอบความถูกตองของขอมูล ที่ตองใชเวลามากใน การดําเนินงานแตผูบริหารมักมองไมเห็นผลงาน 6. ความตองการดานงบประมาณที่กระทรวงศึกษาธิการอาจไดรับการจัดสรรจากทุกรัฐบาลอยางตอเนื่อง แตในทางปฏิบัติก็ยังไมเพียงพอ เพราะสาเหตุที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงเร็ว จึงจําเปนตองมีการลงทุน เพิ่มเติมอยูตลอดเวลา อีกทั้งการพัฒนาคุณภาพศึกษาเพื่อใหเกิดความเทาเทียม ทั่วถึง สงผลใหผูเรียน ตองไดรับการดูแลอยางเสมอภาคกัน ซึ่งมีผลตอการใชงบประมาณเพิ่มขึ้นตลอดเวลา หลักการแนวคิด นอกเหนือจากการประเมินผลการใชแผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ฉบับเดิม) ประกอบกับ การวิเคราะหจุดแข็ง จุดออน โอกาส และภัยคุกคาม (SWOT analysis) ที่มีผลตอการพัฒนาคุณภาพการศึกษาแลว ยังมีการศึกษาทบทวนทิศทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาระดับประเทศ เพื่อประกอบการจัดทําแผนแมบท เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการศึกษา พ.ศ. 2557-2559 ดังนี้ 1. การบูรณาการยุทธศาสตรประเทศ (Country Strategy) 2. ยุทธศาสตรการเขาสูประชาคมอาเซียน 3. แผนพัฒนาการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ฉบับที่ 11 พ.ศ. 2555 – 2559 4. แผนการศึกษาแหงชาติ สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ปรับปรุงครั้งที่ 2 (พ.ศ. 2555-2559) 5. (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สําหรับการศึกษาของประเทศไทย พ.ศ. 2556 – 2563 สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา 6. กรอบนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ระยะ พ.ศ. 2554-2563 ประเทศไทย (IT2020) 7. นโยบายรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ ชินวัตร 8. นโยบายรัฐมนตรี นายพงศเทพ เทพกาญจนา 9. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ฉบับที่ 11 พ.ศ. 2555-2559 10. แผนปฏิบัติราชการ 4 ป (พ.ศ. 2555-2558) ของกระทรวงศึกษาธิการ 11. พระราชบัญญัติการศึกษาพ.ศ. 2542 แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553 12. การมีทักษะการเรียนรูในศตวรรษที่ 21 ภาพรวมแผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา รายละเอียดการดําเนินงานตามแผนแมบทฯ พอสรุปไดดังนี้ วิสัยทัศน : ประชาชนไดรับโอกาสในการเรียนรูตลอดชีวิตอยางมีคุณภาพ ดวยการใชระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารเพื่อการศึกษา
  • 5. บทสรุปสําหรับผูบริหาร (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 3 พันธกิจ : 1. ผลิตและพัฒนากําลังคนใหมีศักยภาพดานการพัฒนา และการใชระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการ สื่อสาร 2. สงเสริมสนับสนุนระบบการเรียนการสอนแบบอิเล็กทรอนิกส 3. พัฒนาโครงสรางพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา 4. พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการบริหารจัดการและการบริการดานการศึกษา 5. สงเสริมการวิจัยพัฒนาองคความรูดานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา เปาหมาย : เพื่อที่จะยกระดับการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ซึ่งผูเรียนสามารถเขาถึงแหลงเรียนรูไดทุกที่ทุกเวลา ดวยการใชประโยชนจากการบูรณาการเครื่องมืออุปกรณอิเล็กทรอนิกสที่ใชอยูในชีวิตประจําวัน มี ความทันสมัยสามารถติดตอสื่อสารกันไดอยางสะดวก หรือที่เรียกวา “Ubiquitous Learning” ตลอด จนถึงการสรางหองเรียนแหงอนาคต (Future Class room) เพื่อสรางสภาพแวดลอมที่เอื้อใหผูเรียน เปนศูนยกลางของการศึกษาใน 3 มิติ คือ 1. การเขาถึงแหลงเรียนรู (Enabling) คือ เพิ่มศักยภาพการศึกษาคนควาและการเขาถึงแหลงเรียนรูแบบ ออนไลน (Online) 2. การเรียนรูทุกที่ทุกเวลา (Engaging) คือ เพิ่มประสบการณการเรียนรูโดยไมขาดความตอเนื่องดวยการ ใชอุปกรณสวนตัวที่ทันสมัย (BYOD : Bring Your Own Device) 3. ความหลากหลายของการเรียนรู (Empowering) คือ เพิ่มความสามารถและอิสระในการเลือกวิธีการ และสื่อการเรียนรูในหลากหลายรูปแบบในหองเรียนแหงอนาคต (Future Class room) ยุทธศาสตร ยุทธศาสตรที่ 1. ยกระดับความสามารถของผูสอนและบุคลากรทางการศึกษา ในการใชเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา เปาประสงค : ผูสอนและบุคลากรทางการศึกษาไดรับการพัฒนาศักยภาพในการใชเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา ยุทธศาสตรที่ 2. สงเสริมสนับสนุนระบบการเรียนรูแบบอิเล็กทรอนิกส เปาประสงค : มีสื่อเนื้อหาสาระการเรียนรูแบบอิเล็กทรอนิกสสนับสนุนการเรียนรูอยางเหมาะสม ตามหลักสูตร ยุทธศาสตรที่ 3. พัฒนาโครงสรางพื้นฐานดานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อขยายโอกาส การเขาถึงบริการทางการศึกษาและการเรียนรูตลอดชีวิต เปาประสงค : มีการจัดสรรคลื่นความถี่และโครงสรางพื้นฐานในการสงวิทยุกระจายเสียง วิทยุ โทรทัศน และระบบเครือขายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ที่สามารถ ใหบริการการศึกษาไดอยางทั่วถึงและมีเครื่องมืออุปกรณที่เพียงพอ
  • 6. บทสรุปสําหรับผูบริหาร (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 4 ยุทธศาสตรที่ 4. พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการ และการบริการ เปาประสงค : มีคลังขอมูลและระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการและการบริการดาน การศึกษา ยุทธศาสตรที่ 5. สงเสริมการวิจัยพัฒนาองคความรูดานเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการศึกษา เปาประสงค : มีผลงานการวิจัยพัฒนาองคความรูและนวัตกรรมดานเทคโนโลยี เพื่อการศึกษา แนวปฏิบัติในการดําเนินงาน ในทางปฏิบัติ จําเปนตองกําหนดรายละเอียดและวิธีปฏิบัติ เฉพาะมาตรการที่เกี่ยวของกับบริบทของแตละ หนวยงานเอง ซึ่งรวมถึงการกําหนดมาตรการยอยกับโครงการที่จําเปนเพิ่มเติม เพื่อใหการดําเนินงานเปนไปตาม เปาประสงคของแตละยุทธศาสตร ดวยความเปนเอกภาพของทุกหนวยงานที่จะตอบสนองภาพรวมการยกระดับการ พัฒนาคุณภาพการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สวนมาตรการที่เกี่ยวของกับการบูรณาการ จําเปนจะตองมีการ ประสานความรวมมือและดําเนินงานรวมกันระหวางหนวยงานในสังกัดและในกํากับของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่ง ประกอบดวย  แนวทางการบูรณาการสารสนเทศเพื่อการศึกษา  แนวทางการบูรณาการสื่อการเรียนรู  เทคโนโลยีเพื่อการบูรณาการสารสนเทศและสื่อการเรียนรู  โครงการที่จําเปนตอการบูรณาการ  แนวทางการบูรณาการระบบเครือขาย การบริหารจัดการและกํากับติดตาม การขับเคลื่อนยุทธศาสตรและมาตรการตางๆ ตามแผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อ การศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 ใหสามารถดําเนินการสําเร็จภายใตทรัพยากรดานเวลา บุคลากร และงบประมาณที่มีอยูอยางจํากัด ซึ่งมีผลกระทบตอการบริหารจัดการ การกํากับติดตาม และการประเมินผลการ ประยุกตใชระบบ ICT ขององคกรหลัก หนวยงานในสังกัด และหนวยงานในกํากับของกระทรวงศึกษาธิการ ควรจะ ดําเนินการตามองคประกอบที่สําคัญในเบื้องตนคือ 1. การกําหนดนโยบาย 2. การสรางความรับรูเกี่ยวกับแผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 3. การกําหนดระดับการบริหาร โดยมีโครงสรางการบริหารแบงออกเปน 2 ประเด็นคือ 3.1 การบริหารจัดการและกํากับติดตามระบบโครงขายพื้นฐาน (Network Infrastructure) 3.2 ประเด็นที่ 2. การบริหารจัดการและกํากับติดตามทั่วไป 4. การสงเสริมสนับสนุนศักยภาพการดําเนินงาน
  • 7. บทสรุปสําหรับผูบริหาร (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 5 ปจจัยเกื้อหนุนตอความสําเร็จ 1. ผูบริหาร/ผูมีอํานาจตัดสินใจของกระทรวงฯ ตองใหความสําคัญและความรวมมือ 2. ความเขาใจในขั้นตอนการพัฒนาระบบสารสนเทศ (System Implementation) 3. ประสิทธิภาพของระบบเครือขาย 4. การบูรณาการระบบสารสนเทศ 5. กฎเกณฑ ระเบียบ หรือขอตกลงเพื่อการบริหารงานรวมกัน 6. ผลประโยชนที่เกิดขึ้นรวมกัน 7. กําลังใจในการพัฒนา 8. ความกาวหนาทางเทคโนโลยีสารสนเทศ
  • 8. บทที่ 1. บทนํา (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 6 บทที่ 1. บทนํา กระทรวงศึกษาธิการ เปนองคกรหลักในการผลิตและพัฒนาทรัพยากรบุคคลของชาติ เพื่อสรางความเปนอยู ที่ดี สรางความมั่งคั่งทางดานเศรษฐกิจและความมั่นคงทางสังคมใหกับประเทศ ดวยฐานความรู ความคิดสรางสรรค และศักยภาพของประเทศ โดยมีพันธกิจในการพัฒนา ยกระดับ และจัดการศึกษาเพื่อเพิ่มศักยภาพ และขีด ความสามารถใหประชาชนไดมีอาชีพที่สามารถสรางรายไดที่มั่งคั่งและมั่นคง เพื่อใหเปนบุคลากรที่มีวินัยเปยมไปดวย คุณธรรม จริยธรรม มีสํานึกความรับผิดชอบตอตนเอง ผูอื่น และสังคม ตลอดระยะเวลาที่ผานมา กระทรวงศึกษาธิการมีการพัฒนาและประยุกตใชระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสาร (ICT) เพื่อรองรับการบริหารจัดการภายในองคกร สนับสนุนการจัดการเรียนการสอนและการเรียนรูที่ ทันสมัยของสถานศึกษาในสังกัดไดอยางมีประสิทธิภาพ โดยดําเนินงานตามแผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการ สื่อสารเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2554-2556 ซึ่งกําลังจะหมดวาระในปงบประมาณ 2556 ดังนั้น เพื่อความตอเนื่องในการ ดําเนินงานดานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ที่สามารถสนับสนุนการยกระดับการพัฒนาคุณภาพศึกษาของ ประเทศใหสูงยิ่งขึ้นไป จึงไดจัดใหมีโครงการจัดทําแผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 โดยการศึกษาวิเคราะหสถานภาพการดําเนินงานและความตองการใช เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ตามแนวทางพอสังเขปดังนี้ 1. ศึกษาและวิเคราะหแนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษา จากกรอบนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสาร ระยะ พ.ศ.2554 – 2563 ของประเทศไทย (ICT 2020 Conceptual Framework) แผนปฏิบัติการสําหรับยุทธศาสตรประเทศ (Country Strategy) แผนปฏิบัติการการเขาสูประชาคม อาเซียนป 2558 แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารสําหรับการศึกษาของประเทศไทย พ.ศ. 2556 - 2563 การมีทักษะการเรียนรูในศตวรรษที่ 21 (21st Century Skills) ตลอดจนถึงนโยบายของ รัฐบาลในสวนที่เกี่ยวของกับการศึกษา 2. ศึกษาและวิเคราะหแนวทางการดําเนินงานดานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา ของ กระทรวงศึกษาธิการ จากการมีสวนรวมในกิจกรรมตางๆ ตลอดชวงอายุของการใชแผนแมบทเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการศึกษา (ฉบับเดิม) 3. ประชุมหารือการประเมินผลการใชแผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการศึกษา (ฉบับ เดิม) ตลอดจนถึงการวิเคราะหจุดแข็ง จุดออน โอกาส และภัยคุกคาม (SWOT Analysis) ที่มีผลกระทบ ตอการดําเนินงานดานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ภาพรวมสถานภาพการดําเนินงานดานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ภาพรวมการดําเนินงานดาน ICT ของกระทรวงศึกษาธิการ พิจารณาจากโครงสรางและกระบวนการบริหาร ซึ่งประกอบดวย 5 องคกรหลัก คือ สํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา สํานักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา และสํานักงานคณะกรรมการการ อาชีวศึกษา จะเห็นไดวาการใช ICT ในภาพรวม สามารถรองรับการบริหารจัดการและการดําเนินพันธกิจของแตละ
  • 9. บทที่ 1. บทนํา (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 7 องคกรหลักไดดีในระดับหนึ่ง อยางไรก็ตาม การขยายตัวทางการศึกษาในปจจุบันมีการเติบโตขึ้นอยางกาวกระโดด มี การขยายภารกิจ ปรับปรุงยุทธศาสตร และขอบเขตการดําเนินงานดานการศึกษาออกไปอยางกวางขวาง ซึ่งเปนผลมา จากความตื่นตัวในการเห็นความสําคัญดานการศึกษาของประชาชน และการสนับสนุนเชิงนโยบายของภาครัฐ สงผล กระทบถึงความคาดหวังของทุกฝายที่มีตอการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ที่จําเปนจะตองมีตองใชเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารที่ทันสมัย ระบบสารสนเทศและขอมูลเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการและการเรียนรู ตองมีความ สะดวกรวดเร็วในการใชงาน ดวยความเชื่อมั่นในความถูกตอง เหมาะสม โปรงใส ตรวจสอบได และมีธรรมาภิบาล เนื่องจากกระบวนการพัฒนาระบบ ICT ของกระทรวงศึกษาธิการตั้งแตอดีตจนถึงปจจุบัน ไดรับการ พัฒนาขึ้นมาอยางตอเนื่องในตางวาระตางเหตุผลของการใชงาน และตามความจําเปนในแตละชวงเวลา หรือมีลักษณะ ที่เรียกวา “Silo Architecture” ซึ่งเปนเรื่องปกติที่พบเห็นไดทั่วไปในองคกรขนาดใหญ ที่มีภารกิจเรงรัดและมี ผลกระทบตอผูเกี่ยวของจํานวนมหาศาลอยางกระทรวงศึกษาธิการ ทําใหระบบ ICT ของแตละหนวยงาน ยังตองการ ความสามารถในการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนหรือบูรณาการขอมูลระหวางกัน แมปจจุบันจะมีการวางแผนพัฒนาระบบ ICT ที่สามารถเอื้อตอการบูรณาการ พรอมกับมีการกําหนดทิศทางการสงผานขอมูลสารสนเทศเขาสูสวนกลางอยาง เปนรูปธรรม แตในทางปฏิบัติยังคงตองใชเวลาในการจัดเก็บขอมูลจากหลากหลายระบบและหลากหลายหนวยงานทํา ใหการประมวลผลขอมูลเพื่อการวิเคราะห การออกรายงานเพื่อการบริหารและการตัดสินใจของผูบริหาร หลายสวนยัง อาจตองใชขอมูลเชิงประจักษ เพราะขอมูลในระบบ ICT อาจไมถูกตองทันสมัย (Update) จึงเกรงจะเปนการลดความ นาเชื่อถือในผลการวิเคราะหที่มีตอภาพรวมการดําเนินงานของกระทรวงศึกษาธิการ ดังจะสังเกตไดจากบางกรณีที่ จําเปนตองมีการจัดเก็บรวบรวมขอมูลเพิ่มเติม ซึ่งกวาจะดําเนินการแลวเสร็จ ขอมูลที่ไดรับอาจกลายเปนขอมูลที่ ลาสมัยไมเปนปจจุบัน หรือมีความคลาดเคลื่อนจากสภาพการณที่เปนจริง ทั้งนี้ยังรวมไปถึงการพัฒนาสื่อการเรียนรู และการเขาถึงแหลงความรู ที่สวนใหญยังคงตองใชบริการหองสมุดที่เพียบพรอมไปดวยหนังสือตําราเรียนกระดาษ ที่ ไมสามารถสงเสริมการเรียนรูในลักษณะทุกที่ทุกเวลาไดอยางเต็มที่ตามสมัยนิยม นอกจากนี้ยังมีความตองการใช เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา พอสรุปไดดังนี้ 1. ความตองการดานนโยบายการดําเนินงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ที่มีความเปนเอกภาพ ทุกองคกรหลัก หนวยงานในสังกัด และในกํากับของกระทรวงศึกษาธิการ สามารถนําไปใชกําหนดทิศ ทางการดําเนินงานและการยกระดับการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ที่มีผลตอการปฏิบัติไดอยางเสมอภาค เทาเทียมกัน 2. ความตองการดานเครื่องมืออุปกรณและเครือขาย เนื่องจากความกาวหนาทางเทคโนโลยีในปจจุบันมี ความเปลี่ยนแปลงอยางรวดเร็ว สงผลใหเครื่องมืออุปกรณและการใชงานในเครือขาย ตองพัฒนาและ ปรับปรุงใหทันสมัยตลอดเวลา แมในอดีตจะเคยมีการจัดสรรเครื่องมืออุปกรณและการวางเครือขาย เพื่อ รองรับการขยายตัวทางการศึกษา แตก็ไมทันความตองการที่เปลี่ยนแปลงมากขึ้นอยางกาวกระโดด 3. ความตองการดานระบบสารสนเทศและฐานขอมูลทางการศึกษา ที่มีความถูกตอง สมบูรณ ทันสมัย ทัน ตอการใชงาน และทุกฝายไดใชประโยชนรวมกันในการบริหารจัดการ การสืบคน การอางอิง ตลอดจนถึง การนําไปใชรวมกับเครื่องมืออุปกรณอิเล็กทรอนิกสสวนตัวและบัตรสมารทการด ในการติดตอกับทาง ราชการและการดําเนินชีวิตประจําวัน ทดแทนการใชเอกสารกระดาษ 4. ความตองการสื่อการเรียนรูที่ทันสมัย ที่มีวิธีการนําเสนอที่กระตุนความสนใจของผูเรียน ซึ่งสวนใหญเปน เยาวชนคนรุนใหม ที่สามารถตอบโตหรือมีปฏิสัมพันธในระหวางการเรียนรูไดอยางสนุกสนาน ใชงาน
  • 10. บทที่ 1. บทนํา (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 8 รวมกับเครื่องมืออุปกรณอิเล็กทรอนิกสสวนตัวไดอยางสะดวกทุกที่ทุกเวลา ทดแทนการพัฒนาและใชสื่อ การเรียนรูในลักษณะเดิม ที่มักดัดแปลงมาจากเนื้อหาสาระการนําเสนอบนกระดาษใหเปนแบบ อิเล็กทรอนิกสธรรมดาที่ยังคงมีใชงานอยูในปจจุบัน 5. ความตองการดานบุคลากรในสวนที่มีความขาดแคลน เชน การดูแลระบบเครือขายและคอมพิวเตอรใน ศูนยคอมพิวเตอรของสถานศึกษา เปนตน เนื่องจากงานดานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มัก เปนเพียงงานฝากที่ไมตรงกับตําแหนงหนาที่ความรับผิดชอบตามสายงาน จึงไมคอยมีความกาวหนาตอ การทํางานประจํา (Carrier Path) อีกทั้งการบริหารจัดการสวนใหญ มักเปนเรื่องดูแลการจัดเก็บและ จัดสงขอมูล ซึ่งตองการความละเอียดถี่ถวนในการตรวจสอบความถูกตองของขอมูล ที่ตองใชเวลามากใน การดําเนินงานแตผูบริหารมักมองไมเห็นผลงาน 6. ความตองการดานงบประมาณที่กระทรวงศึกษาธิการอาจไดรับการจัดสรรจากทุกรัฐบาลอยางตอเนื่อง แตในทางปฏิบัติก็ยังไมเพียงพอ เพราะสาเหตุที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงเร็ว จึงจําเปนตองมีการลงทุน เพิ่มเติมอยูตลอดเวลา อีกทั้งการพัฒนาคุณภาพศึกษาเพื่อใหเกิดความเทาเทียม ทั่วถึง สงผลใหผูเรียน ตองไดรับการดูแลอยางเสมอภาคกัน ซึ่งมีผลตอการใชงบประมาณเพิ่มขึ้นตลอดเวลา การจัดทําแผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557- 2559 มีลําดับการนําเสนอรายละเอียด ดังนี้  บทที่ 2. ทิศทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ซึ่งเปนการศึกษาทบทวนแนวทางการพัฒนาคุณภาพ การศึกษาในระดับประเทศ  บทที่ 3. ยุทธศาสตรการดําเนินงาน ซึ่งเปนการกําหนดวิสัยทัศน พันธกิจ ยุทธศาสตร และมาตรการ ดําเนินงานในแผนแมบทฯ  บทที่ 4. แนวปฏิบัติในการดําเนินงาน ซึ่งเปนการแนะนําแนวทางการดําเนินงานในทางปฏิบัติ โดย สวนใหญจะเนนการบูรณาการระบบสารสนเทศ ฐานขอมูล และสื่อการเรียนรูเพื่อการศึกษา  บทที่ 5. แนวปฏิบัติในการดําเนินงาน (ตอ) ซึ่งเปนการแนะนําแนวทางการบูรณาการโครงขาย ความเร็วสูง (Network Infrastructure) เพื่อใหบริการชองทางการเชื่อมโยงขอมูลสารสนเทศและ สื่อการเรียนรูระหวางองคกรหลัก หนวยงาน และสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ  บทที่ 6. การบริหารจัดการและกํากับติดตาม ซึ่งเปนแนวทางการบริหารระบบเครือขาย และการ บริการจัดการดานอื่น ในรูปแบบของคณะกรรมการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อ การศึกษา คณะอนุกรรมการ และคณะทํางาน รวมทั้งปจจัยเกื้อหนุนตอความสําเร็จ
  • 11. บทที่ 2. ทิศทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษา (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 9 บทที่ 2. ทิศทางการการพัฒนาคุณภาพการศึกษา การวางแผนยกระดับพัฒนาคุณภาพการศึกษา และสรางโอกาสทางการศึกษาใหประชาชนไดเรียนรูตลอด ชีวิต ใหมีความพรอมทั้งทางรางกาย จิตใจ สติปญญา มีจิตสํานึกของความเปนไทย มีความเปนพลเมืองที่ดี ตระหนัก และรูคุณคาของขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปะ วัฒนธรรมที่ดีงาม มีภูมิคุมกันตอการเปลี่ยนแปลง และตอบสนองตอ ทิศทางการพัฒนาประเทศ การจัดทําแผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 โดยมีเปาหมายที่จะตอบสนองทุกฝายที่เกี่ยวของ (Stakeholders) ทั้งในดาน การบริหารจัดการและการเรียนการสอน ซึ่งเอื้อตอการเขาถึงสารสนเทศไดอยางมีประสิทธิภาพ สะดวก ปลอดภัย มี ความนาเชื่อถือ สามารถลดเวลาและความซ้ําซอนในการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการศึกษา สงเสริมแลกเปลี่ยน เรียนรูและการเรียนการสอนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน การอาชีวศึกษา การอุดมศึกษา การศึกษาตามอัธยาศัยหรือ การเรียนรูตลอดชีวิต (Life Long Learning) จึงไดมีการทบทวนเอกสารที่เกี่ยวของ เพื่อความสอดคลองตอการ ดําเนินงานดานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ในภาพรวมของประเทศ ซึ่งในที่นี้จะคัดกรองและนําเสนอ เฉพาะสาระสําคัญที่เกี่ยวของกับการพัฒนาระบบ ICT เพื่อการศึกษา พอสรุปไดดังนี้ 1. การบูรณาการยุทธศาสตรประเทศ (Country Strategy) ในประเด็นการลดความเหลื่อมล้ํา (Inclusive Growth) โดยเฉพาะการพัฒนาคุณภาพการศึกษา กําหนดให กระทรวงศึกษาธิการเปนผูรับผิดชอบในการปฏิรูปการศึกษา (ครู หลักสูตร เทคโนโลยี การดูแลเด็กกอนวัยเรียน และ การใชเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในระบบการศึกษา เชน แท็บเล็ต และอินเทอรเน็ตไรสาย เปนตน)  แผนพัฒนากําลังคนของประเทศ (ขาราชการ นักศึกษา แรงงาน)  แผนพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการศึกษา เปาหมาย/ตัวชี้วัด  ปการศึกษาเฉลี่ยอยูที่ 15 ป  อัตราการอานออกเขียนไดอยูที่รอยละ 100  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาหลักระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานเพิ่มขึ้นรอยละ 4 ตอป  สถานศึกษาผานการรับรองคุณภาพมาตรฐานจาก สมศ. รอยละ 100  สัดสวนผูเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายประเภทอาชีวศึกษา : สามัญศึกษา เปน 50:50 2. ยุทธศาสตรการเขาสูประชาคมอาเซียน ยุทธศาสตรที่ 4 การพัฒนาทรัพยากรมนุษย เพื่อใหมีมาตรฐานการศึกษาอาเซียน รวมทั้งทักษะ ฝมือ และภาษา โดยพัฒนา/สนับสนุนการใชเทคโนโลยี ICT เพื่อเปนเครื่องมือในการเพิ่ม ประสิทธิภาพการเรียนรู แนวทางการดําเนินงานดานการศึกษา
  • 12. บทที่ 2. ทิศทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษา (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 10 1. การพัฒนาและยกระดับทักษะภาษา ทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาตางประเทศอื่น และการจัดทํา มาตรฐานการใชภาษาไทย และหลักเกณฑการทับศัพทภาษาของประเทศในกลุมอาเซียน 2. การสรางความตระหนักรูและการเสริมสรางอัตลักษณความเปนประชาคมอาเซียน 3. การรณรงคเพื่อการรูหนังสือเพื่อแกไขปญหาการอานออกเขียนไดของประชากรอาเซียน 4. การพัฒนาและยกระดับคุณภาพมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ และสรางเครือขายความรวมมือ เพื่อสรางความเขมแข็งทางวิชาการ และรองรับการแลกเปลี่ยน/ถายโอนหนวยการเรียน และ เปดเสรีและการลงทุนดานการศึกษาในอาเซียน 5. การสงเสริมการเรียนรูตลอดชีวิตและสราง/สงเสริมสนับสนุนศูนยการเรียนรูในอาเซียน 6. การผลิตและพัฒนาศักยภาพบุคลากรใหมีทักษะความรูและสมรรถนะในการประกอบอาชีพที่ เชื่อมโยงกับโครงสรางการผลิตและบริการตามความตองการของตลาดแรงงาน เปาหมาย/ตัวชี้วัด  ทุกคนสามารถอานออกเขียนไดและไดรับการพัฒนาศักยภาพดานทักษะภาษาอังกฤษและ ภาษาตางประเทศอื่นไดเพิ่มขึ้น  คนไทยมีความรูความเขาใจความหลากหลายทางวัฒนธรรม และเรียนรูที่จะอยูรวมกันภายใต กลุมประชาคมอาเซียนเพิ่มขึ้น  สถานศึกษามีคุณภาพและมาตรฐานเดียวกัน รวมทั้งมาตรฐานการศึกษาของไทยไดรับการ ยอมรับในระดับอาเซียนและระดับสากล  ผูเรียนมีทักษะความรูและสมรรถนะที่สอดคลองกับความตองการของตลาดแรงงานในกลุม ประชาคมอาเซียน แนวทางดําเนินงานดานแรงงาน ขอ 3. การพัฒนาระบบมาตรฐานฝมือแรงงานและมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพที่สอดคลองกับ มาตรฐานสากล เปาหมาย/ตัวชี้วัด  ระบบมาตรฐานฝมือแรงงานและระบบคุณวุฒิวิชาชีพไดรับการพัฒนาเทียบเทามาตรฐานสากล 3. แผนพัฒนาการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ฉบับที่ 11 พ.ศ. 2555 – 2559 กระทรวงศึกษาธิการมุงเนนพัฒนาคุณภาพการศึกษา และสรางโอกาสทางการศึกษาใหคนไทยไดเรียนรูตลอด ชีวิต เพื่อใหคนไทยทุกกลุมทุกวัยมีคุณภาพ มีความพรอมทั้งทางรางกาย จิตใจ สติปญญา มีจิตสํานึกของความเปน ไทย มีความเปนพลเมืองที่ดี ตระหนักและรูคุณคาของขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปะ วัฒนธรรมที่ดีงาม มีภูมิคุมกัน ตอการเปลี่ยนแปลง และตอบสนองตอทิศทางการพัฒนาประเทศ จึงไดจัดทําแผนพัฒนาการศึกษาของ กระทรวงศึกษาธิการ ฉบับที่สิบเอ็ด พ.ศ.2555 – 2559 เพื่อใชเปนกรอบแนวทางการดําเนินงาน ซึ่งมีสาระสําคัญดังนี้ วิสัยทัศน “คนไทยไดเรียนรูตลอดชีวิตอยางมีคุณภาพ เปนคนดี มีความสุข มีภูมิคุมกัน รูเทาทัน ในเวทีโลก” พันธกิจ 1. ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาสูสากล 2. เสริมสรางโอกาสทางการศึกษาใหแกประชาชนอยางทั่วถึงเทาเทียม
  • 13. บทที่ 2. ทิศทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษา (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 11 3. พัฒนาระบบบริหารจัดการการศึกษาตามหลักธรรมาภิบาล และสงเสริมการมีสวนรวมของทุก ภาคสวน วัตถุประสงค 1. เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาและคุณภาพคนไทย ใหมีภูมิคุมกันตอการเปลี่ยนแปลงและการ พัฒนาประเทศในอนาคต 2. เพื่อผลิตและพัฒนากําลังคนรองรับการพัฒนา และเสริมสรางศักยภาพการแขงขันของประเทศ 3. เพื่อสรางองคความรู เทคโนโลยี นวัตกรรม สนับสนุนการพัฒนาประเทศอยางยั่งยืน 4. เพื่อใหคนไทยไดเรียนรูอยางตอเนื่องตลอดชีวิต 5. เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการการศึกษาใหมีประสิทธิภาพตามหลักธรรมาภิบาล โดยการมีสวน รวมของทุกภาคสวน ยุทธศาสตรที่ 1 ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานผูเรียน ครู คณาจารย บุคลากรทางการศึกษาและ สถานศึกษา กลยุทธและแนวทางการดําเนินงาน 1. เรงรัดพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานผูเรียน 1.4 สงเสริมการผลิตสื่อการเรียนการสอน ตําราเรียนที่มีคุณภาพ รวมทั้งสื่อและตําราเรียน อิเล็กทรอนิกส ที่มีเนื้อหาสาระที่ทันสมัยในทุกระดับ/ประเภทการศึกษา เพื่อใหผูเรียน ศึกษาไดดวยตนเอง 1.5 พัฒนาสื่อการเรียนการสอนตนแบบทุกสาขาวิชาหลัก และทุกระดับการศึกษา เพื่อใช เปนตนแบบในการจัดการเรียนการสอนในทุกสถานศึกษาใหมีคุณภาพและมาตรฐาน ใกลเคียงกัน ยุทธศาสตรที่ 3สงเสริมการวิจัยและพัฒนา ถายทอดองคความรูเทคโนโลยี นวัตกรรม กลยุทธและแนวทางการดําเนินงาน 1. สงเสริมสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา สรางองคความรูเทคโนโลยี นวัตกรรมเพื่อการพัฒนา สังคมและประเทศ 1.1 สรางกลไกการวิจัยและถายทอดองคความรู เทคโนโลยีและนวัตกรรมระหวางภาคธุรกิจ สถานประกอบการกับสถาบันการศึกษา 1.2 สงเสริมการวิจัยและพัฒนาในระดับอุดมศึกษา เพื่อสรางสรรค องคความรู เทคโนโลยี และนวัตกรรมตอบสนองความตองการของชุมชน สังคมและประเทศ 1.3 พัฒนามหาวิทยาลัยใหมีศักยภาพดานการวิจัยและพัฒนาขั้นสูง 1.4 สงเสริม สนับสนุนการจัดตั้งศูนยบมเพาะวิสาหกิจในสถาบันการศึกษา และพัฒนาศูนย ความเปนเลิศ เพื่อเปนหนวยวิจัยและพัฒนาองคความรู เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ จําเปนตอการพัฒนาประเทศ 1.5 สงเสริมการวิจัย ถายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหมเพิ่มขึ้น 2. สรางเครือขายความรวมมือดานการศึกษาวิจัยกับองคกร/หนวยงานทั้งในและตางประเทศ 2.1 สงเสริม สนับสนุนใหนักเรียนนักศึกษา ครู คณาจารยในสถาบันการศึกษาดําเนินการ วิจัยและพัฒนาสรางองคความรู เทคโนโลยีและนวัตกรรม
  • 14. บทที่ 2. ทิศทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษา (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 12 2.2 สงเสริม สนับสนุนการสรางความรวมมือระหวางภาครัฐ และเอกชนในการสรางงานวิจัย เชิงพาณิชย การถายทอดเทคโนโลยีที่ทันสมัยหรือตอยอดเทคโนโลยี 2.3 จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู นําเสนอผลงานวิจัยระหวางสถาบันการศึกษาทั้งในและ ตางประเทศ 3. สงเสริมการศึกษาวิจัยเพื่อใหบริการรักษาพยาบาลและสงเสริมสุขภาพ 3.1 สงเสริม สนับสนุนการศึกษา วิจัย และสรางองคความรูเกี่ยวกับ การรักษาพยาบาลและ การสงเสริมสุขภาพ 3.2 สงเสริม สนับสนุนการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการจัดการศึกษาดานสาธารณสุขใน มหาวิทยาลัยในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ 4. พัฒนาระบบบริหารจัดการความรู 4.1 สงเสริม สนับสนุนใหทุกหนวยงานดําเนินการจัดการความรู อยางเปนระบบ นําไปสูการ เปนองคกรแหงการเรียนรู 4.2 พัฒนาระบบจัดเก็บ รวบรวม ขอมูลองคความรู และการใหบริการทางวิชาการ หรือ เผยแพรองคความรู เทคโนโลยี และนวัตกรรมสูสาธารณชนอยางทั่วถึง 4.3 สงเสริม สนับสนุนการถายทอด ถอดองคความรูที่มีอยูในบุคคล ใหเปนองคความรูของ องคกรหรือหนวยงานอยางตอเนื่อง 5. พัฒนาระบบบริหารจัดการงานวิจัย 5.1 พัฒนาศักยภาพนักวิจัย 5.2 สรางเครือขายนักวิจัย 5.3 สงเสริมการวิจัยที่สรางองคความรูใหมทางวิชาการ 5.4 กําหนดทิศทางการวิจัยที่กอใหเกิดประโยชนตอการพัฒนาความรูใหม 5.5 สนับสนุนการนําองคความรู จากการวิจัยไปใชประโยชนในการพัฒนาสังคม ประเทศ หรือตอยอดในเชิงพาณิชย ยุทธศาสตรที่ 4ขยายโอกาสการเขาถึงบริการทางการศึกษา และการเรียนรูอยางตอเนื่องตลอดชีวิต กลยุทธและแนวทางการดําเนินงาน 3. พัฒนาคุณภาพเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา 3.1 สงเสริมใหผูเรียน สถานศึกษา และหนวยงานทางการศึกษา ทุกระดับ/ประเภท การศึกษาเขาถึงระบบเครือขายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ที่ทันสมัยอยาง ทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ 3.2 พัฒนาระบบฐานขอมูลกลางทางการศึกษาใหเปนเอกภาพ มีมาตรฐานเดียวกัน โดย เชื่อมโยงขอมูลการศึกษาทุกระดับ/ประเภทการศึกษา 3.3 นําระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใชพัฒนาประสิทธิภาพการบริหาร จัดการและการเรียนรูอยางเปนระบบ 3.4 จัดใหมีศูนยกลางในการจัดเก็บ รวบรวม และเผยแพรขอมูลสื่อ การเรียนการสอนที่มี คุณภาพ ทันสมัย ไดมาตรฐาน และใชเปนแหลงแลกเปลี่ยนเรียนรู ของผูเรียน ครูและ คณาจารย
  • 15. บทที่ 2. ทิศทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษา (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 13 3.5 รณรงค สงเสริมใหเด็ก เยาวชนและประชาชนเขาถึงและใชประโยชนจากเทคโนโลยี สารสนเทศเพื่อการเรียนรูไดอยางทั่วถึง สรางสรรค และ มีประสิทธิภาพ 3.6 ปรับปรุงหองปฏิบัติการและจัดหาเครื่องคอมพิวเตอรใหกับผูเรียนอยางเพียงพอ ทั่วถึง และเหมาะสมกับการแสวงหาความรูดวยตนเองอยางตอเนื่อง ยุทธศาสตรที่ 5 พัฒนาระบบบริหารจัดการ และสงเสริมใหทุกภาคสวนมีสวนรวมในการจัดการศึกษา กลยุทธและแนวทางการดําเนินงาน 3. พัฒนาระบบการวางแผน งบประมาณ ตรวจติดตามและประเมินผลการศึกษาใหได มาตรฐาน 3.4 พัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร สําหรับการติดตามและประเมินผลแผนงาน /โครงการ 3.5 สรางเครือขายเชื่อมโยงฐานขอมูลโดยใชเทคโนโลยีในการจัดทําฐานขอมูล 4. แผนการศึกษาแหงชาติ สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ปรับปรุงครั้งที่ 2 (พ.ศ. 2555-2559) วัตถุประสงคของแผน 1. พัฒนาคนอยางรอบดานและสมดุลเพื่อเปนฐานหลักของการพัฒนาอยางยั่งยืน 2. สรางสังคมไทยใหเปนสังคมคุณธรรม ภูมิปญญานวัตกรรม และการเรียนรู ประชาคมอาเซียน ประชาคมโลก แนวนโยบาย 2.5 สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเพื่อสรางทุนปญญาของชาติ นวัตกรรม พัฒนาระบบบริหาร จัดการความรู และสรางกลไกการนําผลการวิจัยไปใชประโยชน 3. พัฒนาสภาพแวดลอมของสังคมใหเปนฐานในการพัฒนาคน และสรางสังคมคุณธรรม ภูมิปญญา นวัตกรรม การเรียนรู แนวนโยบาย 3.1 พัฒนาและนําเทคโนโลยีสารสนเทศมาใชในการพัฒนาคุณภาพ เพิ่มโอกาสทางการศึกษา และการเรียนรูตลอดชีวิต พัฒนาการใชเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา (ICT in Education)  สงเสริมใหมีการนําเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษามาใชมากขึ้นหลากหลายรูปแบบอยางมี ประสิทธิภาพ ไดแกนักเรียนในโรงเรียนทุกชั้นเรียน ทุกสังกัดไดใชคอมพิวเตอรแบบพกพา (Tablet) เชิงสรางสรรคอยางชาญฉลาด มีระบบการเรียนแบบอิเล็กทรอนิกสแหงชาติ เพื่อ การศึกษาไดกวางขวาง นํารองหองเรียนอิเล็กทรอนิกสอินเตอรเน็ตไรสายที่มีคุณภาพ  พัฒนาครูและผูบริหารใหสามารถใชและพัฒนาสาระเพื่อบรรจุในคอมพิวเตอรแบบพกพา (Tablet) ไดอยางมีประสิทธิภาพ  พัฒนาเครือขายสารสนเทศเพื่อการศึกษาพัฒนาระบบไซเบอรโฮม  สงเสริมใหกองทุนเพื่อการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาและเรียนรู ดําเนินการตามภารกิจ อยางมีประสิทธิภาพและประเมินผลการบริหารกองทุน 5. (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สําหรับการศึกษาของประเทศไทย พ.ศ. 2556 – 2563 สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
  • 16. บทที่ 2. ทิศทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษา (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 14 วิสัยทัศนการศึกษา คนไทยทุกคนสามารถเขาสูการเรียนรูตลอดชีวิตอยางมีคุณภาพได จากการสงเสริมการเขาถึงของ ICT ที่ชวยสนับสนุนการบริหารจัดการระบบขอมูลทางการศึกษาใหดียิ่งขึ้น และใชประโยชนจาก ICT เปนเครื่องมือสําหรับการเรียนรู และการติดตอสื่อสาร ยุทธศาสตรการพัฒนา 1. พัฒนาทักษะการเรียนรูของผูเรียนใหสอดรับกับระบบเศรษฐกิจ สังคมและเทคโนโลยีในศตวรรษ ที่ 21 2. ยกระดับคุณภาพ มาตรฐานของระบบการเรียน การสอน การประเมินผลและระบบบริหารจด การการศึกษา 3. กระตุนใหทุกภาคสวนมีสวนรวมในการพัฒนาและใชประโยชนจาก ICT เพื่อการศึกษาอยาง ยั่งยืน 4. พัฒนาโครงสรางพื้นฐาน และการเขาถึง ICT สําหรับการศึกษาที่มีความมั่นคงปลอดภัย สามรถ ใชงานไดแมในสถานการณฉุกเฉิน 5. สงเสริมการพัฒนาขอมูลดิจิตอล สื่อการเรียนการสอนอิเล็กทรอนิกส ทั้งในเชิงคุณภาพและ ปริมาณ 6. กรอบนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ระยะ พ.ศ. 2554-2563 ประเทศไทย (IT2020) ประเทศไทยในป พ.ศ. 2563 จะมีการพัฒนาอยางฉลาด การดําเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมจะอยูบน พื้นฐานของความรูและปญญา โดยใหโอกาสแกประชาชนทุกคนในการมีสวนรวมในกระบวนการพัฒนาอยางเสมอภาค นําไปสูการเติบโตอยางสมดุล และยั่งยืน ตามวิสัยทัศน (Smart Thailand 2020) ที่ระบุวา “ICT เปนพลังขับเคลื่อนสําคัญในการนําพาคนไทย สูความรูและปญญา เศรษฐกิจไทยสูการเติบโตอยางยั่งยืน สังคมไทยสูความเสมอภาค” โดยมีเปาหมายหลักของการพัฒนา ดังนี้ 1. มีโครงสรางพื้นฐาน ICT ความเร็วสูง (Broadband) ที่กระจายอยางทั่วถึง ประชาชนสามารถ เขาถึงไดอยางเทาเทียมกัน เสมือนการเขาถึงบริการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานทั่วไป โดยใหรอย ละ 80 ของประชากรทั่วประเทศ สามารถเขาถึงโครงขายโทรคมนาคมและอินเทอรเน็ตความเร็ว สูงภายในป พ.ศ. 2558 และ รอยละ 95 ภายในป พ.ศ. 2563 2. มีทุนมนุษยที่มีคุณภาพ ในปริมาณที่เพียงพอตอการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศสูเศรษฐกิจฐาน บริการและฐานเศรษฐกิจสรางสรรคไดอยางมีประสิทธิภาพ โดยประชาชนไมนอยกวารอยละ 75 มีความรอบรู เขาถึง สามารถพัฒนาและใชประโยชนจากสารสนเทศไดอยางรูเทาทัน และเพิ่ม การจางงานบุคลากร ICT (ICT Professional) เปนไมต่ํากวารอยละ 3 ของการจางงานทั้งหมด 3. เพิ่มบทบาทและความสําคัญของอุตสาหกรรม ICT (โดยเฉพาะในกลุมอุตสาหกรรมสรางสรรค) ตอระบบเศรษฐกิจของประเทศ โดยใหมีสัดสวนมูลคาเพิ่มของอุตสาหกรรม ICT (รวม อุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต) ตอ GDP ไมนอยกวารอยละ 18 4. ยกระดับความพรอมดาน ICT โดยรวมของประเทศไทย โดยใหประเทศไทยอยูในกลุมประเทศที่ มีการพัฒนาสูงที่สุดรอยละ 25 (Top quartile) ของ Networked Readiness Index
  • 17. บทที่ 2. ทิศทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษา (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 15 5. เพิ่มโอกาสในการสรางรายไดและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น (โดยเฉพาะในกลุมผูดอยโอกาสทาง สังคม) โดยเกิดการจางงานแบบใหมๆ ที่เปนการทํางานผานสื่ออิเล็กทรอนิกส 6. ทุกภาคสวนในสังคมมีความตระหนักถึงความสําคัญและบทบาทของ ICT ตอการพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมที่เปนมิตรกับสิ่งแวดลอม และมีสวนรวมในกระบวนการพัฒนา โดย ประชาชนไมนอยกวารอยละ 50 ตระหนักถึงความสําคัญและบทบาทของ ICT ตอการพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมที่เปนมิตรกับสิ่งแวดลอม ยุทธศาสตรที่ 2พัฒนาทุนมนุษยที่มีความสามารถในการสรางสรรคและใชสารสนเทศอยางมี ประสิทธิภาพ มีวิจารณญาณและรูเทาทัน รวมถึงพัฒนาบุคลากร ICT ที่มีความรู ความสามารถและความเชี่ยวชาญระดับมาตรฐานสากล 2.5 สรางโอกาสในการเขาถึงและใชประโยชนจาก ICT เพื่อการเรียนรูของเด็กและเยาวชนเพื่อ สรางแรงงานในอนาคต ที่มีความรูและทักษะในการใชประโยชนจาก ICT โดยสนับสนุนการ แพรกระจายโครงสรางพื้นฐาน ICT ที่จําเปนและเหมาะสมไปยังหองเรียนในทุกระดับ และ อบรมทักษะในการใช ICT รวมถึงการพัฒนาและประยุกตใชสื่อ ICT เพื่อการเรียนรูใหกับ บุคลากรทางการศึกษาอยางตอเนื่องพรอมทั้งกําหนดใหสถาบันการศึกษาในระดับการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ตองนํา ICT มาใชเปนเครื่องมือในการเรียนการสอนเพิ่มมากขึ้น ปรับปรุงเนื้อหา หรือหลักสูตรการเรียนการสอนในระดับประถมและมัธยมศึกษา เพิ่มเนื้อหาที่เปนการ เสริมสรางทักษะในการใชประโยชนจาก ICT ที่เหมาะสมกับการเรียนรู การดํารงชีวิตและการ จางงานในศตวรรษที่ 21 โดยใหความสําคัญกับทักษะ 3 ประการคือ  ทักษะในการใชเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT literacy)  การรอบรู เขาถึง สามารถพัฒนาและใชสารสนเทศอยางมีวิจารณญาณ (Information literacy)  การรูเทาทันสื่อ (Media literacy) และใหมีหลักสูตรหรือเนื้อหาเกี่ยวกับคุณธรรมและจริยธรรมในการใช ICT ความรู ความ เขาใจ และความตระหนักถึงผลกระทบของ ICT ตอสิ่งแวดลอมในชั้นเรียนทุกระดับ ทั้งนี้ กําหนดใหทุกสถาบันการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาและอุดมศึกษา ตองจัดใหมีการทดสอบ ความรูดาน ICT พื้นฐาน (Basic ICT literacy) และความรูภาษาอังกฤษ สําหรับนักเรียน/ นักศึกษากอนจบการศึกษาตามหลักสูตร เพื่อใหนักเรียน/นักศึกษาที่จบการศึกษาในระดับ มัธยมศึกษาและอุดมศึกษาทุกคนมีความรูและทักษะดาน ICT และภาษาอังกฤษในระดับที่ เปนที่ยอมรับและสามารถเทียบเคียงไดกับมาตรฐานสากล 2.7 สรางโอกาสในการเขาถึงและใชประโยชนจาก ICT สําหรับประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะกลุม ผูดอยโอกาส ผูสูงอายุ และผูพิการ โดยใชประโยชนจากศูนยสารสนเทศชุมชน หรือศูนย ICT ชุมชน ในการจัดอบรมความรูดาน ICT ใหแกประชาชนทั่วไปในชุมชน และจัดทําหลักสูตร และจัดอบรมความรูดาน ICT รวมถึงการใช ICT เพื่อการทํากิจกรรมในชีวิตประจําวันใหแก ผูสูงอายุ ยุทธศาสตรที่ 6พัฒนาและประยุกต ICT เพื่อลดความเหลื่อมล้ําทางเศรษฐกิจและสังคมโดยสราง ความเสมอภาคของโอกาสในการเขาถึงทรัพยากรและบริการสาธารณะสําหรับ
  • 18. บทที่ 2. ทิศทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษา (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 16 ประชาชนทุกกลุม โดยเฉพาะบริการพื้นฐานที่จําเปนตอการดํารงชีวิตอยางมีสุขภาวะ ที่ดี ไดแก บริการดานการศึกษาและบริการสาธารณสุข 6.3 สงเสริมใหมีสื่อดิจิทัลที่สามารถใชประโยชนในการดํารงชีวิต และกระบวนการเรียนรูของ ประชาชน โดยจัดสรรทรัพยากรการสื่อสารสําหรับโทรทัศนเพื่อการศึกษา การพัฒนาสื่อ ดิจิทัลในภาษาทองถิ่น การแปลสื่อหรือหนังสือ การจัดทําสื่อภาษามือสําหรับผูพิการทางการ ไดยินพรอมทั้งเรงกําหนดมาตรฐานของประเทศเรื่องรูปแบบของแฟมเอกสารอิเล็กทรอนิกส และสนับสนุนการทํางานในรูปแบบอาสาสมัคร เพื่อสรางสื่อที่เหมาะสมกับชุมชน โดยใชกลไก การทํางานของเครือขายสังคมออนไลนเปนเครื่องมือในการทํางานรวมกันของอาสาสมัคร 6.5 สงเสริมใหเกิดชุมชนหรือสังคมเรียนรูออนไลนที่สรางสรรค การจัดทําเว็บทา สื่อ อิเล็กทรอนิกสที่หลากหลาย และการรวมกลุมทางสังคมที่เขมแข็ง การสรางเครือขายการ เรียนรูระหวางสถาบันการศึกษา วัด หองสมุด ศูนยการเรียนรูชุมชน เพื่ออํานวยความสะดวก ในการเขาถึงแหลงความรูหรือขอมูลที่เปนประโยชน และกระตุนใหเกิดการเผยแพร แลกเปลี่ยนเรียนรู และตอยอดวิชาการสมัยใหมจากแนวความคิดหรือความรูที่เปนภูมิปญ ญา ทองถิ่น อันจะนําไปสูสังคมแหงการเรียนรูตลอดชีวิต การสราง ตอยอด ถายทอด และบูรณา การความรู ที่เหมาะสมกับการพัฒนาชุมชน และสงเสริมใหประชาชนเขาถึง ตระหนัก เขาใจ และเคารพในความหลากหลายทางสังคมและวัฒนธรรมที่มีอยูในประเทศ 7. นโยบายรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ ชินวัตร เพื่อใหการบริหารราชการแผนดินสามารถบรรลุถึงภารกิจและดําเนินไปดวยแนวทางที่กลาวมา รัฐบาลจึงได กําหนดนโยบายการบริหารราชการแผนดินไวโดยแบงการดําเนินการเปน 2 ระยะ คือ ระยะเรงดวนที่จะเริ่ม ดําเนินการในปแรก และระยะการบริหารราชการ 4 ปของรัฐบาล เพื่อใหมีการพัฒนาอยางมีคุณภาพ สมดุล ยั่งยืน และมีภูมิคุมกันตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดังตอไปนี้ 1. นโยบายเรงดวนที่จะเริ่มดําเนินการในปแรก 1.15 จัดหาเครื่องคอมพิวเตอรแท็บเล็ตใหแกโรงเรียน โดยเริ่มทดลองดําเนินการในโรงเรียนนํา รองสําหรับระดับชั้นประถมศึกษาปที่ 1 ปการศึกษา พ.ศ. 2555 ควบคูกับการเรงพัฒนา เนื้อหาที่เหมาะสมตามหลักสูตรบรรจุลงในคอมพิวเตอรแท็บเล็ต รวมทั้งจัดทําระบบ อินเทอรเน็ตไรสายตามมาตรฐานการใหบริการในสถานศึกษาที่กําหนด โดยไมเสีย คาใชจาย 3. นโยบายเศรษฐกิจ 3.6 นโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศ 3.6.1 พัฒนาโครงสรางพื้นฐานดานเทคโนโลยีสารสนเทศโดยเรงรัดพัฒนาโครงขายสื่อสาร ความเร็วสูงใหครอบคลุม ทั่วถึง เพียงพอ มีคุณภาพดวยราคาที่เหมาะสม และการ แขงขันที่เปนธรรม เพื่อสนับสนุนการพัฒนาประเทศไปสูสังคมแหงความรู ภูมิ ปญญา นวัตกรรม และความคิดสรางสรรค ชวยลดความเหลื่อมล้ําระหวางสังคม เมืองและชนบท สนับสนุนการเขาถึงขอมูลและขาวสาร ยกระดับคุณภาพการศึกษา เสริมสรางศักยภาพในการพัฒนาทรัพยากรบุคคล สงเสริมการลดการใชพลังงาน
  • 19. บทที่ 2. ทิศทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษา (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 17 เปนมิตรกับสิ่งแวดลอม และเพิ่มขีดความสามารถการแขงขันของประเทศในระยะ ยาว 3.6.2 สงเสริมการเขาถึงการใชบริการเครือขายอินเทอรเน็ตสาธารณะที่มีการใชงานตาม ความเหมาะสมโดยไมคิดคาใชจาย ผลักดันใหคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศนและกิจการโทรคมนาคมแหงชาติ ใชกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการ กระจายเสียง กิจการโทรทัศนและกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชนสาธารณะจัด ใหมีบริการเครือขายอินเทอรเน็ตตามมาตรฐานการใหบริการในพื้นที่สาธารณะ สถานที่ราชการ และสถานศึกษาที่กําหนดโดยไมคิดคาใชจาย หรือกําหนดเปน เงื่อนไขใหผูประกอบการจัดใหบริการโทรคมนาคมอยางทั่วถึง 4. นโยบายสังคมและคุณภาพชีวิต 4.1 นโยบายการศึกษา 4.1.5 เรงพัฒนาการใชเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาใหทัดเทียมกับนานาชาติ โดย ใชเปนเครื่องมือในการเรงยกระดับคุณภาพ และการกระจายโอกาสทางการศึกษา จัดใหมีระบบการเรียนแบบอิเล็กทรอนิกสแหงชาติ เพื่อเปนกลไกในการเปลี่ยน กระบวนทัศนการเรียนรูใหเปนแบบผูเรียนเปนศูนยกลาง และเอื้อใหเกิดการเรียนรู ตลอดชีวิต พัฒนาเครือขายสารสนเทศเพื่อการศึกษา พัฒนาระบบ “ไซเบอรโฮม” ที่สามารถสงความรูมายังผูเรียนโดยระบบอินเทอรเน็ตความเร็วสูง สงเสริมให นักเรียนทุกระดับชั้นไดใชอุปกรณคอมพิวเตอรแท็บเล็ตเพื่อการศึกษา ขยายระบบ โทรทัศนเพื่อการศึกษาใหกวางขวาง ปรับปรุงหองเรียนนํารองใหไดมาตรฐาน หองเรียนอิเล็กทรอนิกส รวมทั้งเรงดําเนินการให “กองทุนเพื่อพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อการศึกษา” สามารถดําเนินการตามภารกิจได 4.1.6 สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเพื่อสรางทุนปญญาของชาติ พัฒนามหาวิทยาลัยใหมุง สูการเปนมหาวิทยาลัยวิจัยระดับโลก ระดมสรรพกําลังเพื่อพัฒนาระบบเครือขาย การวิจัยแหงชาติเพื่อสรางทุนทางปญญาและนวัตกรรม ผลักดันใหประเทศสามารถ พึ่งตนเองไดทางเทคโนโลยี เพื่อนําไปสูการสรางรากฐานใหมของเศรษฐกิจฐาน นวัตกรรม จัดตั้งศูนยความเปนเลิศเพื่อการวิจัยสําหรับสาขาวิชาที่จําเปน พัฒนา โครงสรางการบริหารงานวิจัยของชาติ โดยเนนความสัมพันธอยางเหมาะสมและมี ประสิทธิภาพระหวางองคกรบริหารงานวิจัยกับสถาบันอุดมศึกษา 4.1.7 เพิ่มขีดความสามารถของทรัพยากรมนุษยเพื่อรองรับการเปดเสรีประชาคมอาเซียน โดยรวมมือกับภาคเอกชนและสถาบันการศึกษา ในการวางแผนการผลิตและพัฒนา กําลังคนใหมีคุณภาพและปริมาณเพียงพอ สอดคลองตามความตองการของภาค การผลิตและบริการ เรงรัดการจัดทํามาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพรับรองสมรรถนะการ ปฏิบัติงานตามมาตรฐานอาชีพ และการจัดทํามาตรฐานฝมือแรงงานใหครบทุก อุตสาหกรรม 6. นโยบายวิทยาศาสตร เทคโนโลยี การวิจัย และนวัตกรรม 6.2 เรงสรางนักวิทยาศาสตร นักวิจัย และครูวิทยาศาสตรใหเพียงพอตอความตองการ ของประเทศ เพื่อรองรับการพัฒนาประเทศอยางมั่นคงและนําพาประเทศไทยเขาสู
  • 20. บทที่ 2. ทิศทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษา (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 18 ระบบเศรษฐกิจฐานความรูแบบสรางสรรคและนวัตกรรมใหม พัฒนาสายงานการ วิจัยเพื่อใหนักวิจัยมีระบบความกาวหนาในวิชาชีพ รวมทั้งพัฒนาแหลงงานดานการ วิจัยเพื่อรองรับบุคลากรการวิจัยทั้งในภาครัฐและเอกชน 8. นโยบายรัฐมนตรี นายพงศเทพ เทพกาญจนา การศึกษาเปนหัวใจของการพัฒนาและการแขงขันของทุกประเทศ โดยเฉพาะอยางยิ่ง ในยุคปจจุบันการ แขงขันของประเทศขึ้นอยูกับความรูความสามารถของคน มากกวาจํานวนคนและทรัพยากรเชนในอดีต ซึ่งในการ ขับเคลื่อนการศึกษาของประเทศ เกี่ยวของกับบุคลากรและผูเรียนจํานวนหลายลานคน ประกอบกับผลสรุปของ การศึกษาไทยที่ผานมา คือ “ใชเวลาเรียนมาก เรียนรูไดนอย มีความเครียด และคุณภาพผูสําเร็จการศึกษาต่ํา” ดังนั้น การขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลดานการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ภายใตการบริหารงานของ นายพงศเทพ เทพ กาญจนา รัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการ จึงเนนย้ําใหดําเนินการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลดานการศึกษาอยาง ตอเนื่อง ปรับเปลี่ยนแนวทางวิธีการทํางานใหเหมาะสม และตองมีบทบาทในการสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายดาน อื่นดวย รวมทั้งมุงเนนใหทุกภาคสวนเขามามีสวนรวมในการดําเนินงานใหมากขึ้น ผูบริหารตองใหความสําคัญ และ ขับเคลื่อนการทํางานอยางจริงจัง สําหรับนโยบายที่ผูบริหารตองใหความสําคัญและขับเคลื่อนการทํางาน มีดังนี้ 1. เรงพัฒนาคุณภาพการศึกษาและคุณภาพผูศึกษา 1.5 การใชเทคโนโลยีสารสนเทศใหเปนประโยชนในการยกระดับคุณภาพการศึกษา ให นําโรงเรียนตนแบบ หรือโรงเรียนตัวอยางที่สามารถจัดระบบการศึกษาโดยนํา เทคโนโลยีสารสนเทศมาใชประโยชนในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาไดดี มาเปน ตัวอยาง เพื่อโรงเรียนอื่นนําไปปรับใชเพิ่มขึ้นตอไป 5. การจัดหาเครื่องคอมพิวเตอรแบบพกพา (แท็บเล็ต) ในการจัดหาแท็บเล็ตสําหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปที่ 1 และชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 ตองดูแลใหมีการแขงขันอยางเปนธรรม และ โปรงใส รวมทั้งเนนการพัฒนาเนื้อหาสาระเพื่อบรรจุในแท็บเล็ตใหมีความนาสนใจ และสงเสริม การเรียนรูของเด็ก 9. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ฉบับที่ 11 พ.ศ. 2555-2559 การพัฒนาประเทศในระยะ 5 ปของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11 ไดกําหนดวิสัยทัศน พันธกิจ ยุทธศาสตรและ แนวทางการพัฒนาที่มีลําดับความสําคัญสูง ดังนี้ วิสัยทัศน “สังคมอยูรวมกันอยางมีความสุข ดวยความเสมอภาค เปนธรรม และมีภูมิคุมกันตอการเปลี่ยนแปลง” พันธกิจ 1. สรางสังคมเปนธรรมและเปนสังคมที่มีคุณภาพ ทุกคนมีความมั่นคงในชีวิต ไดรับการคุมครองทาง สังคมที่มีคุณภาพอยางทั่วถึงและเทาเทียม มีโอกาสเขาถึงทรัพยากรและกระบวนการยุติธรรม อยางเสมอภาค ทุกภาคสวนไดรับการเสริมพลังใหสามารถมีสวนรวมในกระบวนการพัฒนา ภายใตระบบบริหารจัดการภาครัฐที่โปรงใส เปนธรรม 2. พัฒนาคุณภาพคนไทยใหมีคุณธรรม เรียนรูตลอดชีวิต มีทักษะและการดํารงชีวิตอยางเหมาะสม ในแตละชวงวัย สถาบันทางสังคมและชุมชนทองถิ่นมีความเขมแข็ง สามารถปรับตัวรูเทาทันกับ การเปลี่ยนแปลง
  • 21. บทที่ 2. ทิศทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษา (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 19 3. พัฒนาฐานการผลิตและบริการใหเขมแข็งและมีคุณภาพบนฐานความรู ความคิดสรางสรรค และ ภูมิปญญา สรางความมั่นคงดานอาหารและพลังงาน ปรับโครงสรางการผลิตและการบริโภคให เปนมิตรกับสิ่งแวดลอม พรอมสรางความเชื่อมโยงกับประเทศในภูมิภาคเพื่อความมั่นคงทาง เศรษฐกิจและสังคม 4. สรางความมั่นคงของฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม สนับสนุนการมีสวนรวมของชุมชน รวมทั้งสรางภูมิคุมกัน เพื่อรองรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ ทางธรรมชาติ ยุทธศาสตรการพัฒนา 5.2 ยุทธศาสตรการพัฒนาคนสูสังคมแหงการเรียนรูตลอดชีวิตอยางยั่งยืน 5.2.4 การสงเสริมการเรียนรูตลอดชีวิต มุงสรางกระแสสังคมใหการเรียนรูเปนหนาที่ของ คนไทยทุกคน มีนิสัยใฝรู รักการอานตั้งแตวัยเด็ก และสงเสริมการเรียนรูรวมกัน ของคนตางวัย ควบคูกับการสงเสริมใหองคกร กลุมบุคคล ชุมชน ประชาชน และ สื่อทุกประเภทเปนแหลงเรียนรูอยางสรางสรรค สื่อสารดวยภาษาที่เขาใจงาย รวมถึงสงเสริมการศึกษาทางเลือกที่สอดคลองกับความตองการของผูเรียน และ สรางสังคมแหงการเรียนรูที่มีคุณภาพและสนับสนุนปจจัยที่กอใหเกิดการเรียนรู ตลอดชีวิต 10. แผนปฏิบัติราชการ 4 ป (พ.ศ. 2555-2558) ของกระทรวงศึกษาธิการ วิสัยทัศน กระทรวงศึกษาธิการเปนองคกรหลักที่ทรงประสิทธิภาพในการสงเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษา เพื่อผลิตและพัฒนาทรัพยากรมนุษยของชาติ สรางความเปนอยูที่ดี สรางความมั่งคั่งทางดาน เศรษฐกิจและความมั่นคงทางสังคมใหกับประเทศ ดวยฐานความรู ความคิดสรางสรรค และศักยภาพ ของประเทศ พันธกิจ 1. ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาเพื่อเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถใหประชาชนมี อาชีพที่สามารถสรางรายไดที่มั่งคั่งและมั่นคง เปนบุคลากรที่มีวินัย เปยมไปดวยคุณธรรม จริยธรรม มีสํานึกความรับผิดชอบตอตนเอง ผูอื่นและสังคม 2. เสริมสรางโอกาสทางการศึกษาใหแกประชาชนอยางทั่วถึง เทาเทียม 3. พัฒนาระบบบริหารจัดการการศึกษาตามหลักธรรมาภิบาล เนนการบูรณาการและสงเสริมการมี สวนรวมของทุกภาคสวน ประเด็นยุทธศาสตร 1. การปรับตัวเขาสูประชาคมอาเซียน/ ประชาคมโลก 2. การพัฒนาสถานศึกษาและองคความรู 3. การพัฒนาเทคโนโลยีและเครื่องมืออุปกรณ 4. การพัฒนาครูทั้งระบบ 5. การพัฒนาศักยภาพผูเรียน 6. การวิจัยและถายทอดองคความรู
  • 22. บทที่ 2. ทิศทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษา (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 20 7. การเพิ่มโอกาสทางการศึกษา 8. การสงเสริมการมีงานทํา 9. การบริหารจัดการกลยุทธของกระทรวงศึกษาธิการ 11. พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553 หมวด 9 เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา มาตรา 63 รัฐตองจัดสรรคลื่นความถี่ สื่อตัวนําและโครงสรางพื้นฐานอื่นที่จําเปนตอการสงวิทยุกระจาย เสียง วิทยุโทรทัศน วิทยุโทรคมนาคม และการสื่อสารในรูปอื่น เพื่อใชประโยชนสําหรับ การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย การทะนุบํารุงศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมตามความจําเปน มาตรา 64 รัฐตองสงเสริมและสนับสนุนใหมีการผลิต และพัฒนาแบบเรียน ตารา หนังสือทางวิชาการ สื่อสิ่งพิมพอื่น วัสดุอุปกรณ และเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาอื่น โดยเรงรัดพัฒนาขีด ความสามารถในการผลิต จัดใหมีเงินสนับสนุนการผลิตและมีการใหแรงจูงใจแกผูผลิต และ พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ทั้งนี้ โดยเปดใหมีการแขงขันโดยเสรีอยางเปนธรรม มาตรา 65 ใหมีการพัฒนาบุคลากรทั้งดานผูผลิต และผูใชเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เพื่อใหมีความรู ความสามารถ และทักษะในการผลิต รวมทั้งการใชเทคโนโลยีที่เหมาะสม มีคุณภาพ และ ประสิทธิภาพ มาตรา 66 ผูเรียนมีสิทธิไดรับการพัฒนาขีดความสามารถในการใชเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาในโอกาส แรกที่ทําได เพื่อใหมีความรูและทักษะเพียงพอที่จะใชเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาในการ แสวงหาความรูดวยตนเองไดอยางตอเนื่องตลอดชีวิต มาตรา 67 รัฐตองสงเสริมใหมีการวิจัยและพัฒนา การผลิตและการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา รวมทั้งการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการใชเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เพื่อใหเกิด การใชที่คุมคาและเหมาะสมกับกระบวนการเรียนรูของคนไทย มาตรา 68 ใหมีการระดมทุน เพื่อจัดตั้งกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาจากเงินอุดหนุนของรัฐ คาสัมปทาน และผลกeไรที่ไดจากการดําเนินกิจการดานสื่อสารมวลชน เทคโนโลยี สารสนเทศ และโทรคมนาคมจากทุกฝายที่เกี่ยวของทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และองคกร ประชาชน รวมทั้งใหมีการลดอัตราคาบริการเปนพิเศษในการใชเทคโนโลยีดังกลาวเพื่อการ พัฒนาคนและสังคม หลักเกณฑและวิธีการจัดสรรเงินกองทุนเพื่อการผลิต การวิจัยและการ พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ใหเปนไปตามที่กําหนดในกฎกระทรวง มาตรา 69 รัฐตองจัดใหมีหนวยงานกลางทําหนาที่พิจารณาเสนอนโยบาย แผน สงเสริมและประสาน การวิจัย การพัฒนาและการใช รวมทั้งการประเมินคุณภาพ และประสิทธิภาพของการผลิต และการใชเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา 12. การมีทักษะการเรียนรูในศตวรรษที่ 21 การมีทักษะการเรียนรูในศตวรรษที่ 21 ของผูเรียน ที่สามารถใชระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เปนเครื่องมือสนับสนุนไดจะประกอบดวย
  • 23. บทที่ 2. ทิศทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษา (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 21  Critical Thinking คือ การคิดวิเคราะหอยางมีเหตุผลจากขอมูลความรูที่มีอยางหลากหลาย  Communication คือ การสื่อสารเชื่อมโยงกันระหวางผูเรียนและผูสอนไดอยางสะดวก  Collaboration คือ การสรางความรวมมือกันเพื่อใหการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพ เกิดการ แลกเปลี่ยนเรียนรูและทักษะประสบการณระหวางกัน  Creation คือ ความคิดสรางสรรคที่เกิดจากทักษะการเรียนรูแนวใหม รวมทั้งการตอยอดจาก พื้นฐานองคความรูเดิม การประเมินการใชแผนแมบท ICT พ.ศ. 2554-2556 กระทรวงศึกษาธิการ การประเมินการใชแผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร พ.ศ. 2554-2556 กระทรวงศึกษาธิการ ของหนวยงานในสังกัด ที่ไดจากการตอบแบบสํารวจรวมกับการประชุมระดมความคิดเห็นของผูแทนหนวยงาน ดังกลาว พอสรุปผลการประเมินในประเด็นตางๆไดดังนี้ 1. การจัดทําและการใชแผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของกระทรวงศึกษาธิการ มีความ จําเปนตอการดําเนินงานดาน ICT ในบางหนวยงาน ซึ่งสวนใหญมีการนําไปประยุกตใชเพียงบางสวน เพื่อการอางอิงในการของบประมาณ 2. การจัดทําและการดําเนินแผนงาน/โครงการตามนโยบายของผูบริหารระดับสูง มีความสําคัญไมยิ่งหยอน ไปกวาการดําเนินงานตามแผนแมบทฯ ดังนั้น บางสวนของเนื้อหาสาระหรือกิจกรรมโครงการที่มีปรากฏ อยูในแผนแมบทฯ สามารถที่จะหยิบยกมาใชเปนตนแบบหรือโครงรางในการนําเสนอแผนงาน/โครงการ ตามนโยบายดังกลาวได 3. การจัดทํางบประมาณรายจายประจําปของแตละหนวยงาน มักดําเนินงานแลวเสร็จไปกอนหนาการ ประกาศใชแผนแมบทฯ ดังนั้นจึงมีหลายโครงการที่อาจเริ่มเตรียมการเบื้องตนไวแลว และไมสามารถที่ จะยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงใดๆไดทันการณ 4. แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของกระทรวงศึกษาธิการ ไมไดกําหนดแผนปฏิบัติการไว อยางชัดเจน มีเพียงขอเสนอแนะ หรือตัวอยางโครงการเพื่อการพัฒนาดาน ICT จึงมักไมตรงกับโครงการ ที่แตละหนวยงานเตรียมการไว 5. หนวยงานสวนใหญเห็นพองกันวา กระทรวงศึกษาธิการควรจัดทําแผนแมบท ICT ฉบับเดียว เพื่อความ เปนเอกภาพ และใหหนวยงานตางๆนําไปเปนกรอบการจัดทําแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ตามบริบท ของแตละหนวยงานเอง 6. ดําเนินการจัดประชุมระดมความเห็นเกี่ยวกับกระบวนการพัฒนาฐานขอมูลดานการศึกษา เชน กําหนดเวลาในการจัดสงขอมูล ประมวลผล และการนําฐานขอมูลกลางไปใชประโยชนตามบริบทของแต ละฝายไดอยางถูกตองทันสมัย (Update) ในเวลาอันรวดเร็วตามสมควรหรือตามที่ตกลงกัน 7. สงเสริมสนับสนุนการใชประโยชนจากฐานขอมูลกลางใหมากที่สุด เพราะที่ผานมาหลายหนวยงานมีภาระ การจัดสงขอมูล แตมักไมคอยมีโอกาสไดนํากลับมาใชประโยชน และอีกประการที่สําคัญคือ มักจะมี หนวยงานอื่นหรือหนวยงานภายนอกมาขอใชขอมูลจากสถานศึกษาโดยตรง จึงยิ่งเปนการเพิ่มภาระใน การจัดเก็บตามความตองการที่มักจะแตกตางกันไปในแตละชวงเวลา
  • 24. บทที่ 2. ทิศทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษา (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 22 8. เผยแพรประชาสัมพันธ และหาแนวทางสนับสนุนการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนขอมูลระหวางหนวยงานตางๆ ทั้งภายในและภายนอกสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ พรอมทั้งหาแนวทางสรางความเชื่อมั่นในการใช ฐานขอมูลกลางดวยวา ผูใชจะไดรับขอมูลที่ถูกตองทันสมัยตามรอบเวลาที่กําหนด เชน ระหวางภาค การศึกษา สิ้นภาคการศึกษา สิ้นปการศึกษา เปนตน สรุปผลการวิเคราะห SWOT จากการประชุมเชิงปฏิบัติการเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2556 ของผูแทนหนวยงานที่จัดการศึกษา ทั้งภายในและ ภายนอกสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ประกอบกับการศึกษาวิเคราะหขอมูลการดําเนินงานของกระทรวงศึกษาธิการ ใน ประเด็นที่เกี่ยวของกับการวิเคราะหจุดแข็ง จุดออน โอกาส และอุปสรรค (SWOT analysis) ที่มีตอการพัฒนาระบบ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา สามารถสรุปไดดังนี้ จุดแข็ง (Strength) หมายถึง การดําเนินงานหรือสถานการณเชิงบวกในกระทรวงศึกษาธิการที่สามารถกระทําไดดี หรือสามารถ นํามาใชใหเกิดประโยชนตอการพัฒนา ICT เพื่อใหบรรลุตามวัตถุประสงคตามที่กระทรวงศึกษาธิการตองการ 1. มีนโยบายในการยกระดับคุณภาพการศึกษา และพยายามสนับสนุนงบประมาณที่มีอยูอยางจํากัด เพื่อ การจัดสรรทรัพยากรใหแกสถานศึกษาในสังกัดอยางตอเนื่อง 2. มีระบบเครือขายที่สามารถเชื่อมโยงการทํางานดาน ICT ระหวางหนวยงานได และมีทีมงานเจาหนาที่ผูมี ความรูความสามารถ รวมทั้งมีการประยุกตใชICT ในแตละหนวยงาน 3. ใหการสนับสนุนผูสอนและบุคลากรทางการศึกษา ในการจัดอบรมเพิ่มพูนความรูความสามารถ เพื่อเพิ่ม ศักยภาพในการปฏิบัติงานดาน ICT 4. มีหนวยงานในสังกัดที่เปนสถานศึกษาจํานวนมาก ซึ่งสามารถเปนแหลงขอมูลพื้นฐานที่มีประโยชนอยาง มหาศาลสําหรับการกําหนดนโยบายการศึกษาในระดับประเทศ จุดออน (Weakness) หมายถึง ความสามารถในการดําเนินงานหรือสถานการณเชิงลบในกระทรวงศึกษาธิการ ที่สงผลใหไดผลลัพธ ไปในแนวทางไมดี หรือไมกอใหเกิดประโยชนตอการพัฒนาICT 1. การเปลี่ยนแปลงผูบริหาร จะมีผลกระทบตอการดําเนินโครงการที่ไมตอเนื่องหรือจําเปนตองเปลี่ยนแปลง โครงสรางการบริหารจัดการและการทํางาน จึงอาจสงผลใหการดําเนินงานตองลาชาหรือหยุดชะงักไป 2. บุคลากรผูปฏิบัติงานดาน ICT มีนอยและไมเพียงพอ อีกทั้งมีภาระงานหลักดานอื่นดวย ทําใหการพัฒนา ดาน ICT เปนไปอยางลาชา 3. กําลังอยูระหวางการเชื่อมโยงบูรณาการระบบและทรัพยากรดาน ICT โดยเฉพาะสื่อ นวัตกรรม และองค ความรูในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส สวนการจัดเก็บขอมูลมักไมทันตามกําหนดหรือไมครบถวน ทําใหระบบ ฐานขอมูลไมถูกตองทันสมัย ไมทันตอความตองการใชงาน รวมทั้งระบบการรักษาความปลอดภัยขอมูล ยังไมไดมาตรฐานเทาที่ควร
  • 25. บทที่ 2. ทิศทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษา (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 23 4. การโยกยายตําแหนงของบุคลากร และความไมตอเนื่องในการเขารวมประชุมดาน ICT ตลอดจนถึงการ ใชเจาหนาที่ไมตรงกับภาระงาน ทําใหขาดความเขาใจในการใหความรวมมือ การประยุกตใช ตลอดจนถึง การวิเคราะหผลขอมูลเชิงบริหาร 5. เจาหนาที่ขาดการพัฒนาดาน ICT ซึ่งอาจเนื่องมาจากความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอยางรวดเร็ว 6. การแบงโครงสรางเปน 5 องคกรหลัก ทําใหขาดเอกภาพในการทํางาน ขาดการเชื่อมโยงบูรณาการระบบ เทคโนโลยีสารสนเทศและทรัพยากรที่จําเปน เชน องคความรู นวัตกรรม และสื่อแบบอิเล็กทรอนิกส โอกาส (Opportunity) หมายถึง ปจจัยภายนอก สถานการณ หรือสภาพแวดลอมที่เอื้ออํานวย เปนประโยชนตอการดําเนินงานและ การพัฒนา ICT ของกระทรวงศึกษาธิการใหบรรลุวัตถุประสงค 1. ความกาวหนาทางเทคโนโลยีในปจจุบัน สามารถนํามาใชในการสรางนวัตกรรมใหมทางการศึกษา และ พัฒนาระบบการศึกษาผานระบบ ICT ชวยสนับสนุนการศึกษาคนควาขอมูลใหมีความสะดวกรวดเร็ว 2. พรบ.การศึกษา แผนแมบทฉบับตางๆ ระเบียบบริหารขอมูลสารสนเทศฯ นโยบายรัฐบาลและรัฐมนตรีฯ ตลอดจนถึงกรอบนโยบาย IT2020 สนับสนุนใหนํา ICT มาใชเพื่อยกระดับการพัฒนาคุณภาพการศึกษา 3. ความกาวหนาทางเทคโนโลยี สนับสนุนใหสามารถนําเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาชวยในการ พัฒนาระบบการสื่อสาร เพื่อนําสารสนเทศตางๆไปสูภูมิภาคไดอยางมีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น 4. รัฐบาล/หนวยงานภาครัฐ/เอกชน และประชาชนใหความสําคัญตอขอมูลสารสนเทศจากระบบ ICT 5. เทคโนโลยีสมัยใหมเอื้อตอการแลกเปลี่ยนเรียนรู ประสบการณ และการขยายเครือขายความรวมมือใน การพัฒนาคุณภาพการศึกษาได ภัยคุกคาม (Threat) หมายถึง ปจจัยภายนอก สถานการณ หรือสภาพแวดลอมภายนอกที่คอยขัดขวาง เปนปญหาอุปสรรคตอการ ดําเนินงานและการพัฒนา ICT ของกระทรวงศึกษาธิการ จนไมสามารถบรรลุวัตถุประสงค 1. นโยบายระดับประเทศมีความเปลี่ยนแปลง เกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐมนตรีบอย และมักกําหนดนโยบาย แบบเรงดวน สงผลกระทบทั้งทางตรงทางออมตอการดําเนินงานหลายอยางที่ไมเปนไปตามแผนเดิม 2. โครงสรางพื้นฐานดาน ICT ของประเทศ ยังไมสามารถรองรับการพัฒนาICT ของกระทรวงศึกษาธิการได อยางมีประสิทธิภาพ ทําใหเสียเวลาวางแผนและงบประมาณจํานวนมากในการเชื่อมตอระบบเครือขาย 3. ความกาวหนาทางเทคโนโลยีมีความเปลี่ยนแปลงอยางรวดเร็ว จึงตองใชงบประมาณสูงขึ้นในการลงทุน ดานอุปกรณเครื่องมือ ซอฟตแวร และการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรใหสามารถใช ICT ไดอยางมี ประสิทธิภาพ ทันตอความเปลี่ยนแปลงดังกลาว 4. ถึงแมจะมีความพยายามในการบูรณาการระบบ ICT ระดับชาติ แตปจจุบันการพัฒนาระบบ ICT ยังอยู ในชวงการเปลี่ยนผาน ซึ่งขาดความเชื่อมโยงสัมพันธกันทั้งระบบ จึงเกิดความสูญเปลาและใชทรัพยากร อยางไมคุมคา
  • 26. บทที่ 3. ยุทธศาสตรการดําเนินงาน (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 24 บทที่ 3. ยุทธศาสตรการดําเนินงาน จากการศึกษาวิเคราะหแผนพัฒนาและแผนปฏิบัติการระดับชาติ นโยบายรัฐบาล กรอบนโยบายเทคโนโลยี สารสนเทศ (ICT 2020) ตลอดจนถึงการประเมินสถานภาพปจจุบัน การวิเคราะหจุดแข็งจุดออน (SWOT) และ แผนปฏิบัติราชการ 4 ปของกระทรวงศึกษาธิการ เฉพาะในสวนที่เกี่ยวของกับการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสารเพื่อการศึกษา ดังกลาวแลวในบทที่ 2. ประกอบกับการประชุมระดมความเห็นเบื้องตนจากคณะกรรมการฯ และผูทรงคุณวุฒิ ที่รวมกันพิจารณาแนวทางการจัดทําแผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการศึกษา พ.ศ. 2557-2559 เพื่อตอบสนองทุกฝายที่เกี่ยวของ (Stakeholders) ทั้งในดานบริหารจัดการและการเรียนการสอน ในการยกระดับการพัฒนาคุณภาพการศึกษาไดอยางมีประสิทธิภาพ สงเสริมการเรียนรูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน การอาชีวศึกษา การอุดมศึกษา การศึกษาตามอัธยาศัย ตลอดจนถึงการเรียนรูตลอดชีวิต (Life Long Learning) ดวย รูปแบบการศึกษาทั้งในและนอกระบบ ผานการกําหนดวิสัยทัศน พันธกิจ ยุทธศาสตรและมาตรการตางๆที่จะกลาว ตอไป โดยมีหลักการสําคัญพอสรุปดังนี้คือ 1. กําหนดวิสัยทัศน พันธกิจ ยุทธศาสตร และเปาหมายการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการ สื่อสารเพื่อการศึกษา ใหมีความสอดคลองกับทิศทางการยกระดับการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของ ประเทศ 2. กําหนดใหมีความครอบคลุมในมิติการเรียนการสอน การเรียนรู และการดําเนินงานของผูมีสวนเกี่ยวของ (Stakeholder) ตั้งแตครู อาจารย บุคลากรทางการศึกษา ผูผลิตสื่อการเรียนรู ตลอดจนถึงประชาชน 3. กําหนดระยะเวลาการดําเนินงานตามแผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการศึกษา ให หมดวาระลงพรอมกับแผนพัฒนาการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการฉบับที่ 11 พ.ศ. 2555-2559 และ แผนปฏิบัติราชการ 4 ป ของกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2556-2559 4. ใชแผนแมบทฉบับนี้เปนกรอบการจัดทําแผนปฏิบัติการของแตละองคกรหลัก นิยามคําศัพท เนื่องจากพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553 มีการนิยาม ความหมายของคําศัพทที่เกี่ยวของกับการศึกษาไวในมาตรา 4 ดังนี้ “การศึกษา” หมายความวา กระบวนการเรียนรูเพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลและสังคมโดยการถายทอด ความรู การฝก การอบรม การสืบสานทางวัฒนธรรม การสรางสรรคจรรโลงความกาวหนาทาง วิชาการ การสรางองคความรูอันเกิดจากการจัดสภาพแวดลอม สังคม การเรียนรูและปจจัย เกื้อหนุนใหบุคคลเรียนรูอยางตอเนื่องตลอดชีวิต “สถานศึกษา” หมายความวา สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย โรงเรียน ศูนยการเรียน วิทยาลัย สถาบัน มหาวิทยาลัย หนวยงานการศึกษาหรือหนวยงานอื่นของรัฐหรือของเอกชน ที่มีอํานาจหนาที่ หรือมีวัตถุประสงคในการจัดการศึกษา “ผูสอน” หมายความวา ครูและคณาจารยในสถานศึกษาระดับตาง ๆ
  • 27. บทที่ 3. ยุทธศาสตรการดําเนินงาน (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 25 “ครู” หมายความวา บุคลากรวิชาชีพซึ่งทําหนาที่หลักทางดานการเรียนการสอนและการสงเสริมการ เรียนรูของผูเรียนดวยวิธีการตาง ๆ ในสถานศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน “คณาจารย”หมายความวา บุคลากรซึ่งทําหนาที่หลักทางดานการสอนและการวิจัยในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษาระดับปริญญาของรัฐและเอกชน “ผูบริหารสถานศึกษา” หมายความวา บุคลากรวิชาชีพที่รับผิดชอบการบริหารสถานศึกษาแตละแหง ทั้ง ของรัฐและเอกชน “ผูบริหารการศึกษา” หมายความวา บุคลากรวิชาชีพที่รับผิดชอบการบริหารการศึกษานอกสถานศึกษา ตั้งแตระดับเขตพื้นที่การศึกษาขึ้นไป “บุคลากรทางการศึกษา”หมายความวา ผูบริหารสถานศึกษา ผูบริหารการศึกษา รวมทั้งผูสนับสนุน การศึกษาซึ่งเปนผูทําหนาที่ใหบริการ หรือปฏิบัติงานเกี่ยวเนื่องกับการจัดกระบวนการเรียนการ สอน การนิเทศ และการบริหารการศึกษาในหนวยงานการศึกษาตาง ๆ การจัดทําแผนแมบทฯฉบับนี้ ใชหลักการแนวคิดตามพระราชบัญญัติการศึกษาขางตน และไดเพิ่มนิยาม ความหมายที่เกี่ยวของกับการศึกษา เพื่อความเหมาะสมในการกําหนดยุทธศาสตรการพัฒนาระบบเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา โดยแบงออกเปน 2 ประเด็นคือ ประเด็นที่ 1. การพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการศึกษา ใหหมายรวมถึงคําวา “การศึกษา” และ “สถานศึกษา” (ตามนิยามขางตน) โดยมีการพัฒนาระบบฯใน 2 บริบทคือ 1. เพื่อการบริหารจัดการและการบริการดานการศึกษา 2. เพื่อการเรียนการสอนและการเรียนรู ประเด็นที่ 2. การพัฒนาทรัพยากรมนุษยที่ปรากฏในยุทธศาสตร มาตรการ และอื่นๆของแผนแมบทฉบับนี้ จะประกอบดวย 1. ผูเรียน หมายถึง นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน ซึ่งอาจเปนผูมีรางกายปกติ ผูพิการ ผูดอยโอกาส ตลอดจนถึงผูสูงอายุ ที่ไดรับการศึกษาแบบในระบบ การศึกษาแบบนอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย และการศึกษาตลอดชีวิต (Life Long Learning) 2. ผูสอน หมายถึง ผูสอนตามนิยามขางตน รวมทั้งผูทรงคุณวุฒิ ปราชญชาวบาน ผูอาวุโสที่สามารถ ถายทอดวิชาความรูหรือองคความรูตางๆใหแกผูเรียนได 3. บุคลากรทางการศึกษา หมายถึง บุคลากรทางการศึกษาตามนิยามขางตน รวมทั้งบุคลากรที่ทํา หนาที่ผลิต พัฒนา เผยแพร สื่อเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาของหนวยงานตางๆ ประเด็นที่ 3. ความหมายเฉพาะของคําศัพทที่ใชในแผนแมบทฉบับนี้ ซึ่งประกอบดวย 1. การเรียนรู หมายถึง การเรียนรูที่เกิดจากการเรียนการสอนระหวางผูสอนกับผูเรียน ตลอดจนถึง การเรียนรูดวยตนเองของผูเรียน
  • 28. บทที่ 3. ยุทธศาสตรการดําเนินงาน (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 26 2. เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) หมายถึง การนําเทคโนโลยีดานคอมพิวเตอรและ เทคโนโลยีดานการสื่อสารโทรคมนาคมมาชวยในการจัดเก็บและประมวลผลขอมูล เพื่อใหได สารสนเทศที่สามารถนํามาเผยแพรในรูปแบบตางๆที่เหมาะสม เชน ตัวเลข ตัวอักษร รูปภาพ และ เสียง เปนตน เพื่อใหเกิดประโยชนสูงสุดตอการใชงาน 3. โครงสรางพื้นฐานดานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หมายถึง เครือขาย (Network) และ เครื่องมืออุปกรณ (Hardware) ทางอิเล็กทรอนิกส เชน เครื่องคอมพิวเตอร เปนตน 4. หองเรียนอิเล็กทรอนิกส หมายถึง หองเรียนที่ใชสําหรับการเรียนรูของผูเรียนในสาขาวิชาตางๆ ดวยการใชเครื่องมืออุปกรณและสื่ออิเล็กทรอนิกสเปนปจจัยหลัก วิสัยทัศน ประชาชนไดรับโอกาสในการเรียนรูตลอดชีวิตอยางมีคุณภาพ ดวยการใชระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการ สื่อสารเพื่อการศึกษา พันธกิจ 1. ผลิตและพัฒนากําลังคนใหมีศักยภาพดานการพัฒนาและการใชระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการ สื่อสาร 2. สงเสริมสนับสนุนระบบการเรียนการสอนแบบอิเล็กทรอนิกส 3. พัฒนาโครงสรางพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา 4. พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการบริหารจัดการและการบริการดานการศึกษา 5. สงเสริมการวิจัยพัฒนาองคความรูดานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา เปาหมาย เพื่อที่จะยกระดับการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ซึ่งผูเรียนสามารถเขาถึงแหลงเรียนรูไดทุกที่ทุกเวลา ดวยการ ใชประโยชนจากการบูรณาการเครื่องมืออุปกรณอิเล็กทรอนิกสที่ใชอยูในชีวิตประจําวัน มีความทันสมัยสามารถ ติดตอสื่อสารกันไดอยางสะดวก หรือที่เรียกวา “Ubiquitous Learning” ตลอดจนถึงการสรางหองเรียนแหงอนาคต (Future Class room) เพื่อสรางสภาพแวดลอมที่เอื้อใหผูเรียนเปนศูนยกลางของการศึกษาใน 3 มิติ คือ 1. การเขาถึงแหลงเรียนรู (Enabling) คือ เพิ่มศักยภาพการศึกษาคนควาและการเขาถึงแหลงเรียนรูแบบ ออนไลน (Online) 2. การเรียนรูทุกที่ทุกเวลา (Engaging) คือ เพิ่มประสบการณการเรียนรูโดยไมขาดความตอเนื่องดวยการใช อุปกรณสวนตัวที่ทันสมัย (BYOD : Bring Your Own Device) 3. ความหลากหลายของการเรียนรู (Empowering) คือ เพิ่มความสามารถและอิสระในการเลือกวิธีการและ สื่อการเรียนรูในหลากหลายรูปแบบในหองเรียนแหงอนาคต (Future Class room)
  • 29. บทที่ 3. ยุทธศาสตรการดําเนินงาน (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 27 ยุทธศาสตร การพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ใหบรรลุพันธกิจและเปาหมายการยกระดับการพัฒนา คุณภาพการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ โดยมุงสงเสริมใหผูสอน บุคลากรทางการศึกษา และผูเรียน สามารถใช เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เปนเครื่องมือที่ใชเพื่อการศึกษาตามบริบทของแตละฝายไดอยางมีประสิทธิภาพ จะประกอบดวยยุทธศาสตรการดําเนินงาน 5 ประการ ดังรูปที่ 3.1 รูปที่ 3.1 ภาพรวมยุทธศาสตรการดําเนินงาน ยุทธศาสตรที่ 1. ยกระดับความสามารถของผูสอนและบุคลากรทางการศึกษา ในการใชเทคโนโลยีสารสนเทศและการ สื่อสารเพื่อการศึกษา ความหมาย : พัฒนาผูสอนและบุคลากรทางการศึกษา ใหมีความรูความสามารถในการพัฒนาและประยุกตใช เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อเปนกําลังสําคัญในการขับเคลื่อนการเรียนการสอนและการเรียนรู ของผูเรียน ใหมีความคิดสรางสรรค มีธรรมาภิบาล คุณธรรม จริยธรรม วิจารณญาณ และรูเทาทัน เปน ประโยชนตอการยกระดับการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของประเทศตอไป เปาประสงค ผูสอนและบุคลากรทางการศึกษาไดรับการพัฒนาศักยภาพในการใชเทคโนโลยีสารสนเทศและการ สื่อสารเพื่อการศึกษา
  • 30. บทที่ 3. ยุทธศาสตรการดําเนินงาน (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 28 ตัวชี้วัด (ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการฯ) 1. จํานวนผูสอนที่ไดรับการพัฒนา 2. จํานวนบุคลากรทางการศึกษาที่ไดรับการพัฒนา หมายเหตุ : กําลังอยูระหวางการพิจารณาจาก “รายงานการวิจัยและพัฒนาตัวชี้วัด ICT ดานการศึกษา ของกระทรวงศึกษาธิการ” มาตรการที่ 1.1 *สงเสริมสนับสนุนใหมีการพัฒนาและใชงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่ ทันสมัยในการทํางานประจํา มาตรการที่ 1.2 สงเสริมสนับสนุนใหมีการศึกษาดูงานดานเทคโนโลยีที่ทันสมัย มาตรการที่ 1.3 สรางแรงจูงใจและโอกาสความกาวหนาในสายงาน (Career path) ที่เหมาะสม ใหแกผูที่ ปฏิบัติงานดานการพัฒนาและใชงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ถึงแมจะไมตรง กับตําแหนงตามสายงานของตนเอง มาตรการที่ 1.4 สงเสริมสนับสนุนใหผูสอนมีการพัฒนาและใชงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่ ทันสมัยในการเรียนการสอน มาตรการที่ 1.5 สรางกลไกความรวมมือกับภาคเอกชนในการผลิตและพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสาร ในประเด็นที่ขาดแคลน นวัตกรรมใหม หรือตลาดแรงงานมีความตองการ มาตรการที่ 1.6 สงเสริมสนับสนุนใหมีการพัฒนาและใชงานซอฟตแวรแบบเปดเผยรหัส (Open Source) ยุทธศาสตรที่ 2. สงเสริมสนับสนุนระบบการเรียนรูแบบอิเล็กทรอนิกส ความหมาย : พัฒนาผูเรียนดวยการพัฒนาและใชสื่อการเรียนการสอนและสื่อการเรียนรูแบบอิเล็กทรอนิกส รวมทั้งกระบวนการเรียนการสอน เพื่อสรางแรงจูงใจหรือกระตุนใหเกิดความนาสนใจในการศึกษาคนควา ทั้ง ในแบบที่มีปฏิสัมพันธกับผูสอน ปฏิสัมพันธกันเองในหมูผูเรียน ตลอดจนถึงการเรียนรูดวยตนเอง เปาประสงค มีสื่อเนื้อหาสาระการเรียนรูแบบอิเล็กทรอนิกสสนับสนุนการเรียนการสอนอยางเหมาะสมตาม หลักสูตร ตัวชี้วัด (ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการฯ) 1. จํานวนสื่อเนื้อหาสาระการเรียนรูแบบอิเล็กทรอนิกสสนับสนุนการเรียนการสอนอยางเหมาะสม ตามหลักสูตร 2. จํานวนผูใชสื่ออิเล็กทรอนิกส หมายเหตุ : กําลังอยูระหวางการพิจารณาจาก “รายงานการวิจัยและพัฒนาตัวชี้วัด ICT ดานการศึกษา ของกระทรวงศึกษาธิการ”
  • 31. บทที่ 3. ยุทธศาสตรการดําเนินงาน (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 29 มาตรการที่ 2.1 สงเสริมสนับสนุนการผลิตสื่อการเรียนรู ในทุกระดับและทุกประเภทการศึกษา เชน หลักธรรมคําสอนทางศาสนา รายการโทรทัศนเพื่อการศึกษา เปนตน ที่สามารถใชกับ เครื่องมืออุปกรณอิเล็กทรอนิกสที่ทันสมัย มาตรการที่ 2.2 สงเสริมสนับสนุนการผลิตสื่อการเรียนรู ที่สามารถใชรวมกันไดระหวางผูพิการและผูปกติ (Universal Design) รวมทั้งสื่อการเรียนรูที่เปนประโยชนตอผูพิการ ผูดอยโอกาส และ ผูสูงอายุ เชน หนังสือเสียงระบบ DAISY (Digital Accessible Information System) รายการโทรทัศนเพื่อสงเสริมคนพิการ เปนตน มาตรการที่ 2.3 กําหนดใหมีหรือใชมาตรฐานที่จําเปนตอการพัฒนาสื่อการเรียนรู เชน SCORM เปนตน มาตรการที่ 2.4 จัดใหมีกระบวนการรับรองมาตรฐานสื่อการเรียนรู รวมทั้งมีการทบทวนและเผยแพรให เหมาะสมตอความกาวหนาทางเทคโนโลยี มาตรการที่ 2.5 สงเสริมสนับสนุนการสรางความรวมมือกับองคกรที่ดูแลผูพิการ ผูดอยโอกาส และผูสูงอายุ ในการจัดทําหลักสูตรและอบรมความรูดานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มาตรการที่ 2.6 สงเสริมสนับสนุนการใชระบบการเรียนรูทางไกลผานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการ สื่อสาร มาตรการที่ 2.7 *พัฒนาระบบบริหารจัดการการเรียนรู (Learning Management System : LMS) มาตรการที่ 2.8 พัฒนาระบบจัดการองคความรู (Knowledge Manangement : KM) ภายในหนวยงาน ตลอดจนถึงการถายทอด เผยแพรความรูทางเทคโนโลยี และนวัตกรรมสูประชาชน มาตรการที่ 2.9 *พัฒนาคุณภาพเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา ใหมีความทันสมัยทันความกาวหนา ทางเทคโนโลยี มาตรการที่ 2.10 บูรณาการระบบการเผยแพรสื่อการเรียนรูและผลงานการวิจัย รวมทั้งจัดตั้งศูนยกลาง การบูรณาการดังกลาว มาตรการที่ 2.11 ผลักดันการบริหารจัดการเรื่องลิขสิทธิ์ ในการพัฒนาตลอดจนถึงการใชสื่อการเรียนรู ให เปนของกระทรวงศึกษาธิการ มาตรการที่ 2.12 สงเสริมสนับสนุนใหมีการพัฒนาและใชซอฟตแวรแบบเปดเผยรหัส (Open Source) เพื่อ ลดงบประมาณคาใชจายดานลิขสิทธิ์ ยุทธศาสตรที่ 3. พัฒนาโครงสรางพื้นฐานดานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อขยายโอกาสการเขาถึงบริการ ทางการศึกษาและการเรียนรูตลอดชีวิต ความหมาย : พัฒนาโครงสรางพื้นฐานดานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยการพัฒนาระบบ เครือขายและเครื่องมืออุปกรณที่จําเปนตอการเขาถึงระบบสารสนเทศและสื่อการเรียนรูของทุกฝายที่ เกี่ยวของ ตั้งแตผูเรียน ผูสอน และบุคลากรทางการศึกษา เพื่อขยายโอกาสในการเขาถึงแหลงเรียนรู ระบบ บริหารจัดการ และระบบบริการทางการศึกษา เปาประสงค มีการจัดสรรคลื่นความถี่และโครงสรางพื้นฐานในการสงวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน และระบบ เครือขายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ที่สามารถใหบริการการศึกษาไดอยางทั่วถึงและมี เครื่องมืออุปกรณที่เพียงพอ
  • 32. บทที่ 3. ยุทธศาสตรการดําเนินงาน (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 30 ตัวชี้วัด (ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการฯ) 1. จํานวนผูเรียนที่ไดรับ Tablet PC 2. จํานวนหนวยงานและสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่ไดรับบริการเครือขาย อินเทอรเน็ต 3. จํานวนสถานศึกษานอกระบบในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ และหองสมุดประชาชน ที่ใหบริการ โทรทัศนเพื่อการศึกษา 4. จํานวนสถานศึกษาที่มีหองเรียนแบบอิเล็กทรอนิกส หมายเหตุ : กําลังอยูระหวางการพิจารณาจาก “รายงานการวิจัยและพัฒนาตัวชี้วัด ICT ดานการศึกษา ของกระทรวงศึกษาธิการ” มาตรการที่ 3.1 บูรณาการเครือขายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้ง การใชเทคโนโลยีไรสายที่ทันสมัย เชน เทคโนโลยี 3G เปนตน มาตรการที่ 3.2 สงเสริมสนับสนุนใหมีการใชเครื่องมืออุปกรณที่ทันสมัย ในการเขาถึงสื่อการเรียนการสอน และการเรียนรูแบบอิเล็กทรอนิกส ตลอดจนถึงระบบสารสนเทศเพื่อการศึกษา มาตรการที่ 3.3 *สงเสริมสนับสนุนการนํารองพัฒนาหองเรียนแบบอิเล็กทรอนิกส เชน การใชอินเทอรเน็ต ไรสายที่มีคุณภาพ เปนตน รวมทั้งการปรับปรุงหองปฏิบัติการคอมพิวเตอรใหกับผูเรียน อยางเพียงพอ ทั่วถึง มาตรการที่ 3.4 *สงเสริมสนับสนุนการพัฒนาเครือขายสารสนเทศเพื่อการศึกษาในระบบไซเบอรโฮม มาตรการที่ 3.5 จัดใหมีกระบวนการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในระบบ ICT อยางเครงครัด มาตรการที่ 3.6 จัดสรรงบประมาณที่เหมาะสมเพียงพอตอการพัฒนาโครงสรางพื้นฐานดานเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร มาตรการที่ 3.7 พัฒนาโครงขายดานวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน ใหกลุมเปาหมายสามารถรับบริการ การศึกษาไดอยางทั่วถึงทั่วประเทศ ยุทธศาสตรที่ 4. พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการและการบริการ ความหมาย : พัฒนาโปรแกรม ซอฟตแวร หรือระบบงานที่ใชในการจัดเก็บและประมวลผลขอมูลสารสนเทศ สําหรับการบริหารจัดการและการบริการดานการศึกษา ใหแกบุคลากรทางการศึกษา ผูสอน และผูเรียน เปน ประโยชนตอการกําหนดนโยบายและวางแผนตัดสินใจดําเนินงานเพื่อการศึกษาของประเทศ เปาประสงค มีคลังขอมูลและระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการและการบริการดานการศึกษา ตัวชี้วัด (ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการฯ)
  • 33. บทที่ 3. ยุทธศาสตรการดําเนินงาน (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 31 1. จํานวนงานบริการที่ใหบริการผานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ศึกษาไดจาก ระบบรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส : Smart Government) 2. จํานวนระบบฐานขอมูลที่มีการบูรณาการและใชประโยชนรวมกัน หมายเหตุ : กําลังอยูระหวางการพิจารณาจาก “รายงานการวิจัยและพัฒนาตัวชี้วัด ICT ดานการศึกษา ของกระทรวงศึกษาธิการ” มาตรการที่ 4.1 บูรณาการระบบสารสนเทศเพื่อลดปริมาณงานจัดเก็บและตรวจสอบขอมูล ที่มักจะซ้ําซอน กันในหลากหลายระบบ และจัดตั้งศูนยกลางการบูรณาการขอมูลสารสนเทศเพื่อการศึกษา มาตรการที่ 4.2 พัฒนาระบบสารสนเทศและจัดกระบวนการใหเจาของขอมูลเปนผูกรอกและรับผิดชอบ ความถูกตองของขอมูล เชน ใหผูปกครองหรือนักเรียนกรอกขอมูลของตนเอง เปนตน มาตรการที่ 4.3 จัดใหมีกระบวนการจัดเก็บ จัดสง และประมวลผลขอมูลดานการศึกษา รวมทั้งกําหนด ผูรับผิดชอบดูแลขอมูลอยางเปนทางการ มาตรการที่ 4.4 ผลักดันการบริหารจัดการเรื่องลิขสิทธิ์ ในการพัฒนาตลอดจนถึงการใชระบบเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร ใหเปนของกระทรวงศึกษาธิการ มาตรการที่ 4.5 สงเสริมสนับสนุนใหมีการพัฒนาและใชซอฟตแวรแบบเปดเผยรหัส (Open Source) เพื่อ ลดงบประมาณคาใชจายดานลิขสิทธิ์ มาตรการที่ 4.6 สรางเครือขายความรวมมือกับองคกรหรือหนวยงานที่ไมแสวงผลกําไร เพื่อขอรับการ สนับสนุนการพัฒนาดานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ยุทธศาสตรที่ 5. สงเสริมการวิจัยพัฒนาองคความรูดานเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการศึกษา ความหมาย : สงเสริมการวิจัยพัฒนาองคความรูดานเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการศึกษา โดยเปดโอกาส ใหผูเรียน ผูสอน และบุคลากรทางการศึกษามีสวนรวมในกระบวนวิจัยอยางกวางขวาง ซึ่งจะเปนประโยชน ตอการพัฒนาความรูความสามารถของผูวิจัย ตลอดจนถึงการมีผลงานวิจัยที่สามารถนํามาใชงานเพื่อยกระดับ การพัฒนาคุณภาพการศึกษาไดอยางเหมาะสม เปาประสงค มีผลงานการวิจัยพัฒนาองคความรูและนวัตกรรมดานเทคโนโลยี เพื่อการศึกษา ตัวชี้วัด (ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการฯ) 1. จํานวนผลงานการวิจัยและนวัตกรรมดานเทคโนโลยี เพื่อการศึกษา หมายเหตุ : กําลังอยูระหวางการพิจารณาจาก “รายงานการวิจัยและพัฒนาตัวชี้วัด ICT ดานการศึกษา ของกระทรวงศึกษาธิการ” มาตรการที่ 5.1 *สงเสริมสนับสนุนการวิจัยที่สรางองคความรูใหมทางวิชาการ และกําหนดทิศทางการวิจัย ที่กอใหเกิดประโยชนตอการพัฒนาความรูใหม
  • 34. บทที่ 3. ยุทธศาสตรการดําเนินงาน (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 32 มาตรการที่ 5.2 *สงเสริมสนับสนุนการวิจัยในระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษาและอุดมศึกษา เพื่อสรางสรรค องคความรู เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่ตอบสนองความตองการของสังคมประเทศชาติ มาตรการที่ 5.3 *สรางเครือขายนักวิจัย และสนับสนุนการนําผลงานวิจัยไปใชประโยชนในการพัฒนาสังคม ประเทศ หรือตอยอดในเชิงพาณิชย มาตรการที่ 5.4 *สรางกลไกการวิจัยและถายทอดองคความรู เทคโนโลยี และนวัตกรรม ระหวาง ภาคเอกชน สถานประกอบการ และสถานศึกษาทั้งในและตางประเทศ มาตรการที่ 5.5 สงเสริมสนับสนุนกระบวนการวิจัยรวมกับกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา มาตรการที่ 5.6 *สงเสริมสนับสนุนการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู นําเสนอผลงานวิจัยระหวางสถานศึกษา ทั้งในและตางประเทศ มาตรการที่ 5.7 *พัฒนาระบบบริหารจัดการงานวิจัย เพื่อสนับสนุนการศึกษาคนควาเกี่ยวกับงานวิจัย
  • 35. บทที่ 4. แนวปฏิบัติในการดําเนินงาน (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 33 บทที่ 4. แนวปฏิบัติในการดําเนินงาน เนื่องจากแผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557- 2559 มีการกําหนดยุทธศาสตรและมาตรการอยางกวางๆ ที่ครอบคลุมการดําเนินงานขององคกรหลัก ตลอดจนถึง หนวยงานในสังกัดและในกํากับของกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งนี้เพื่อเปนกรอบในการจัดทําแผนปฏิบัติการที่มีความเปน เอกภาพเหมาะสมตามบริบทของแตละหนวยงาน ดังนั้น ในทางปฏิบัติจึงจําเปนตองกําหนดรายละเอียดและวิธีปฏิบัติ เฉพาะมาตรการที่เกี่ยวของกับบริบทของแตละหนวยงานเอง ซึ่งรวมถึงการกําหนดมาตรการยอยกับโครงการที่จําเปน เพิ่มเติม เพื่อใหการดําเนินงานเปนไปตามเปาประสงคของแตละยุทธศาสตร ดวยความเปนเอกภาพของทุกหนวยงานที่ จะตอบสนองภาพรวมการยกระดับการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สําหรับมาตรการที่เกี่ยวของกับการบูรณาการ จําเปนจะตองมีการประสานความรวมมือและดําเนินงาน รวมกันระหวางหนวยงานในสังกัดและในกํากับของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งจะกลาวถึงแนวปฏิบัติไว ณ ที่นี้ ประกอบดวย  แนวทางการบูรณาการสารสนเทศเพื่อการศึกษา  แนวทางการบูรณาการสื่อการเรียนรู  เทคโนโลยีเพื่อการบูรณาการสารสนเทศและสื่อการเรียนรู  โครงการที่จําเปนตอการบูรณาการ  แนวทางการบูรณาการระบบเครือขายและเทคโนโลยี (กลาวไวในบทที่ 5.) แนวทางการบูรณาการสารสนเทศเพื่อการศึกษา การบูรณาการสารสนเทศเพื่อการศึกษา เกิดจากการพัฒนาฐานขอมูลสารสนเทศดานการศึกษา โดยการ สงเสริมใหทุกฝาย มีกระบวนการจัดเก็บขอมูลรวมกันอยางเปนเอกภาพตามกรอบแนวทาง TH e-GIF เพื่อจัดทําและ ประยุกตใชมาตรฐานขอมูลดานการศึกษา ประกอบกับมาตรการสําคัญเพื่อการบูรณาการคือ  การบริหารจัดการมาตรฐานรายการขอมูล  การตรวจสอบความถูกตองของขอมูล  การกระจายความรับผิดชอบในการตรวจสอบขอมูล  การกระตุนหนวยงานดวยการจัดอันดับตามศักยภาพ  การพัฒนาคุณภาพและและประสิทธิภาพในการจัดเก็บขอมูล  การพัฒนาศักยภาพของการจัดสงขอมูล  การใหบริการขอมูลสารสนเทศดานการศึกษา  การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของขอมูล
  • 36. บทที่ 4. แนวปฏิบัติในการดําเนินงาน (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 34 การบูรณาการสารสนเทศเพื่อการศึกษาในทางปฏิบัติ กําหนดใหมีการจัดตั้งศูนยกลางการเชื่อมประสาน ขอมูลสารสนเทศระหวางหนวยงานตางๆ ทั้งภายในและภายนอกสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยอางอิงตาม “รายงาน ฉบับสมบูรณ (Final Report) ของโครงการวิจัยเพื่อจัดทําศูนยสารสนเทศเพื่อการศึกษาแหงชาติ (NEIS : National Education Information System)” ซึ่งในที่นี้ไดมีการเพิ่มเติมในสวนของการพัฒนาคลังขอมูล เพื่อรองรับการ ใหบริการดานการศึกษาแกสาธารณชน และการทําเหมืองขอมูล (Data Mining) สําหรับการบริหารจัดการแบบ อัจฉริยะ (Business Intelligence) ดังรูปที่ 4.1 รูปที่ 4.1 ศูนยกลางการเชื่อมประสานขอมูลสารสนเทศดานการศึกษา นอกจากนี้ควรมีการกําหนดการสรางความรวมมือและกระบวนการไดมาของขอมูลที่ถูกตองสมบูรณ รวมกับ หนวยงานที่มีบทบาทตอการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของประเทศ ในการเรียกใชขอมูลดานการศึกษาจากศูนยกลาง การเชื่อมประสานขอมูล (NEIS) กอนที่จะมีการดําเนินงานตามบทบาทหนาที่อยางใดอยางหนึ่ง รวมกับหนวยงานหรือ สถานศึกษาทั้งภายในและภายนอกสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ดังรูปที่ 4.2 ซึ่งประกอบดวย  สํานักงบประมาณ (สงป.)  สถาบันทดสอบทางการศึกษาแหงชาติ (สทศ.)  สํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.)
  • 37. บทที่ 4. แนวปฏิบัติในการดําเนินงาน (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 35 รูปที่ 4.2 การเรียกใชขอมูลของหนวยงานที่มีบทบาทสําคัญตอการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ประเด็นสําคัญของการประสานและสรางความรวมมือในการจัดเก็บและประมวลผลขอมูลสารสนเทศเพื่อ การศึกษา ที่มีความถูกตองสมบูรณจะขึ้นอยูกับเสนอแนวทางการใชประโยชนของทุกฝายที่เกี่ยวของ ซึ่งผูใหขอมูลก็ สามารถเปนผูรับประโยชนจากการใชขอมูลดวย ดังรูปที่ 4.3 รูปที่ 4.3 แนวทางการใชประโยชนจากขอมูลสารสนเทศเพื่อการศึกษา
  • 38. บทที่ 4. แนวปฏิบัติในการดําเนินงาน (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 36 แนวทางการบูรณาการสื่อการเรียนรู การบูรณาการสื่อการเรียนรูในทางปฏิบัติ กําหนดใหมีการจัดตั้งศูนยกลางการเชื่อมประสานสื่อการเรียนรู ระหวางสถานศึกษาตางๆ ทั้งภายในและภายนอกสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยพัฒนาใหมีการใชงานในลักษณะของ Web-Portal เพื่อใหบริการการเขาถึงสื่อและแหลงเรียนรูของประชาชนไดอยางสะดวก ดังรูปที่ 4.4 รูปที่ 4.4 ศูนยกลางการเชื่อมประสานสื่อการเรียนรู เทคโนโลยีเพื่อการบูรณาการสารสนเทศและสื่อการเรียนรู การเชื่อมโยงขอมูลสารสนเทศและสื่อการเรียนรู จากสถานศึกษาหรือหนวยงานตนสังกัดมายังศูนยกลางการ เชื่อมประสานตามหลักการขางตน จําเปนตองพิจารณาถึงความพรอมของหนวยงานเจาของขอมูล (ตนกําเนิดของ ขอมูล) โดยอาจเลือกใชเทคนิคอยางใดอยางหนึ่งหรือหลายอยางประกอบกัน ดังนี้คือ เทคนิคที่ 1. เว็บแอพพลิเคชั่น (Web Application) เพื่อสนับสนุนการประมวลผลขอมูลและการประยุกตใชระบบสารสนเทศตางๆ ที่สามารถดําเนินการไดใน ทํานองเดียวกับการใชเว็บไซต ซึ่งผูใชสวนใหญในปจจุบันมีความคุนเคยเปนอยางดี หรืออาจศึกษาเรียนรูวิธีใชงานได ไมยากนัก เพราะเปนการทํางานผานระบบเครือขาย ดวยรูปลักษณการใชงานที่สะดวกสบาย และถือไดวาเปน มาตรฐานเดียวกัน ตั้งแตสัญลักษณที่ปรากฏบนจอภาพขณะที่มีการเลื่อนเมาส ตลอดจนถึงวิธีเลือกรายการคําสั่งตางๆ (Menu) หลักการเบื้องตนทางเทคนิค ผูพัฒนาจะดําเนินการจัดทําฐานขอมูล และติดตั้งระบบสารสนเทศไวบนเครื่อง แมขาย (Computer Server) เพื่อคอยใหบริการผานระบบเครือขาย (Network) แกผูใชที่ปฏิบัติงานดวยเครื่อง คอมพิวเตอรจากสถานที่ตางๆ ที่สามารถเชื่อมโยงเขามาได (ไมจํากัดระยะทาง) เพื่อที่จะไดบันทึกและปรับปรุง ฐานขอมูล เสมือนทํางานอยูในสถานที่เดียวกันดวยคอมพิวเตอรเครื่องเดียวกัน ดังรูปที่ 4.5
  • 39. บทที่ 4. แนวปฏิบัติในการดําเนินงาน (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 37 รูปที่ 4.5 หลักการทางเทคนิคของเว็บแอพพลิเคชั่น เทคนิคที่ 2. เว็บเซอรวิส (Web service) เพื่อสนับสนุนการเชื่อมโยงรับสงขอมูลผานระบบเครือขายระหวางระบบสารสนเทศของแตละหนวยงานที่มี ขอตกลงรวมกัน ตามกรอบแนวทาง TH e-GIF โดยการรับสงขอมูลจะปลอยใหเปนหนาที่ของเครื่องแมขาย (Server) ชวยดําเนินการแบบอัตโนมัติหรือแบบกึ่งอัตโนมัติ คือ ผูดูแลเครื่องแมขายอาจชวยกดปุมสั่งการทุกครั้งที่จะมีการรับสง ขอมูลก็ได หลักการเบื้องตนทางเทคนิค จะมีการพัฒนาระบบเชื่อมโยงขึ้นเปนพิเศษ (แยกตางหากจากระบบสารสนเทศ และฐานขอมูลที่ใชงานประจํา) เพื่อไมใหกระทบตอการทํางานของระบบเดิม แตจะไดรับรูปแบบขอมูลที่ตองการหรือ สามารถนํามาประยุกตใชงานในแตละฝายไดทันที ตอจากนั้นจะเปนหนาที่ของผูแลเครื่องแมขาย ที่จะคอยบํารุงรักษา หรือกดปุมสั่งการใหระบบเชื่อมโยงทํางานตามกําหนดเวลาที่ตกลงกัน โดยผูใชทั่วไปไมมีสวนเกี่ยงของใดๆ แตจะ อํานวยความสะดวกใหแกผูใชทั้งสองฝาย ที่ไมตองเสียเวลาในการรับสงขอมูลระหวางปฏิบัติงานประจํา อีกทั้งชวยขจัด ความยุงยากและปญหาบางประการเกี่ยวกับวิธีการรับสงขอมูลแบบอื่น เชน การรับสงขอมูลดวยแผนซีดี การถาย ขอมูลจากแผนซีดีเขาสูระบบฯ ซึ่งอาจติดขัดเรื่องความบกพรองของเครื่องอานหรือตัวแผนซีดี เปนตน ดังรูปที่ 4.6 รูปที่ 4.6 หลักการทางเทคนิคของเว็บเซอรวิส
  • 40. บทที่ 4. แนวปฏิบัติในการดําเนินงาน (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 38 เทคนิคที่ 3. คลาวดคอมพิวติ้ง (Cloud Computing) เพื่อสนับสนุนการประมวลผลขอมูลขนาดใหญ มีเครือขายความรวมมือในการรับสงขอมูลจํานวนมากไดใน เวลาอันรวดเร็ว เพราะมีการใชเครื่องแมขายหลายชุดรวมกันประมวลผลเสมือนการใชเครื่องแมขายเพียงชุดเดียว สงผลใหการขยายขีดความสามารถและการซอมบํารุงเครื่องแมขาย สามารถดําเนินการไดตลอดเวลาโดยไมจําเปนตอง หยุดพักการใชงาน สรางความตอเนื่องในการใชงานของผูไดอยางตอเนื่องตลอดเวลา หลักการเบื้องตนทางเทคนิค อาศัยวิธีการเพิ่มจํานวนเครื่องแมขาย (Server) จํานวนแหลงและพื้นที่เก็บ ขอมูล (Storage) ซึ่งอาจติดตั้งอยูตามสถานที่ตางๆ และอาจมีคุณลักษณะการทํางานที่แตกตางกัน แตมีการเชื่อมโยง ใหเปนเครือขายเดียวกัน เพื่อชวยกันหรือแบงกันประมวลผลขอมูลเสมือนอยูในเครื่องเดียวกัน ทําใหความเร็วในการ ประมวลผลเพิ่มขึ้น โดยผูใชไมทราบเบื้องหลังการทํางานดังกลาว เชน การสืบคนขอมูลใน Google ที่ผูใชไมเคยทราบ วา มีการใชเครื่องแมขายผสานกับแหลงจัดเก็บขอมูลจํานวนเทาใด และติดตั้งอยูที่ใดในโลก เปนตน ดังรูปที่ 4.7 รูปที่ 4.7 หลักการทางเทคนิคของคลาวดคอมพิวติ้ง หมายเหตุ : สถานศึกษาหรือหนวยงานบางแหง ยังอาจมีความไมพรอมที่จะประยุกตใชเทคนิคขางตน แตก็ สามารถที่จะจัดสงขอมูลเขาสูสวนกลางได โดยจัดทําขอมูลดานการศึกษาในลักษณะของสื่ออิเล็กทรอนิกส เชน แผน บันทึกขอมูล CD เปนตน ตามรูปแบบ (Format) ที่เปนมาตรฐานกลาง ซึ่งดําเนินการรวมกันอยูในปจจุบัน
  • 41. บทที่ 4. แนวปฏิบัติในการดําเนินงาน (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 39 โครงการที่จําเปนตอการบูรณาการ จากการประชุมเบื้องตนของคณะกรรมการฯ ในการพิจารณารางแผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการ สื่อสาร เพื่อการศึกษา พ.ศ. 2557-2559 ประกอบกับแนวปฏิบัติขางตน อยางนอยจะตองจัดใหมีโครงการเพื่อการ บูรณาการหรือสนับสนุนการบูรณาการที่เหมาะสมตอยุทธศาสตรการดําเนินงาน โดยโครงการดังกลาวจะตองมีการจัด ประชุมพิจารณารายละเอียดที่เหมาะสมตอไป 1. โครงการจัดทํามาตรฐานขอมูลดานการศึกษา เพื่อพัฒนามาตรฐานรายการขอมูลดานการศึกษาทั้งที่มีใช งานอยูในปจจุบัน และที่มีความตองการใชงานเพิ่มเติม (ตามกรอบแนวทาง TH e-GIF) โดยเฉพาะอยาง ยิ่งรหัสขอมูล (Code List) ดานการศึกษา ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการจะเปนเจาภาพหลักในการกํากับ มาตรฐานรายการขอมูลดังกลาว 2. โครงการพัฒนาระบบเว็บเซอรวิสเพื่อการเชื่อมโยงขอมูลสารสนเทศ ระหวางหนวยงานทั้งภายในและ ภายนอกสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ มีความครอบคลุมการพัฒนาศูนยสารสนเทศเพื่อการศึกษาแหงชาติ (NEIS : National Education Information System) 3. โครงการพัฒนาเว็บพอรทอล เพื่อตอบสนองการจัดศูนยกลางการเชื่อมประสานสื่อการเรียนรู ซึ่งอาจ จัดตั้งเปนศูนยการเรียนรูแหงชาติ (NLC : National Learning Center) เพื่อใหบริการแกประชาชนใน การเขาสื่อและแหลงเรียนรูไดอยางสะดวกรวดเร็ว 4. โครงการศึกษาและพัฒนาโครงสรางคลังขอมูลเพื่อการศึกษา (Data warehouse) เพื่อการจัดเก็บและ ประมวลผลขอมูลดานการศึกษาขนาดใหญ เตรียมความพรอมในการนําไปวิเคราะหเพื่อประกอบการ วางแผนตัดสินใจและกําหนดนโยบายของผูบริหารระดับสูง 5. โครงการพัฒนาระบบรับสมัครและรายงานตัวผูเรียนผานระบบเครือขาย เพื่อใหบริการการรับสมัคร ผูเรียนผานระบบเครือขายและบัตรสมารทการด ซึ่งจะชวยใหสถานศึกษา หนวยงานตนสังกัด และ ศูนยกลางการเชื่อมประสานขอมูลไดรับขอมูลที่ถูกตองสมบูรณ รวมทั้งการรายงานตัวผูเรียนที่ผานการ คัดเลือกดวยวิธีตางๆ สงผลใหแตละหนวยงานสามารถคาดการณพยากรณภาพรวมขอมูลดานการศึกษา ไดอยางใกลเคียงขอเท็จจริงมากที่สุด 6. โครงการพัฒนาระบบสืบคนขอมูลผูสําเร็จการศึกษา เพื่อเปดใหบริการแกสถานศึกษาและหนวยงานทั้ง ของภาครัฐและเอกชน ในการสืบคนประวัติเบื้องตนในการจบการศึกษาของผูเรียน ปองกันการแอบอาง ทุจริตการใชเอกสารหรือขอมูลปลอมดานการศึกษา เพื่อการดําเนินธุรกรรมตางๆ เชน การสมัครงาน 7. โครงการจัดตั้งสํานักทะเบียนกลางของผูเรียน เพื่อเปนแหลงกลางในการกํากับดูแลทะเบียนกลางของ ผูเรียน ใหแตละหนวยงานที่เกี่ยวของกับการจัดการศึกษาสามารถสืบคนและนําขอมูลไปใชงานไดอยาง สะดวกตามบริบทของแตละหนวยงาน 8. โครงการพัฒนาระบบบริหารจัดการการเรียนรู (LMS : Learning Management System) เพื่อกํากับ ดูแลและบริหารจัดการการเรียนรูของผูเรียนไดอยางเปนระบบ ซึ่งสามารถที่จะนําขอมูลดังกลาวมาเปน สวนประกอบในการวิเคราะหความสําเร็จการศึกษาของผูเรียนไดดวย 9. โครงการพัฒนาระบบบริหารงานวิจัย (Research Management System) เพื่อกํากับดูแลและบริหาร จัดการดานขอมูลการวิจัยทั้งระบบ ตั้งแตจุดเริ่มตนการขอโครงการวิจัย ผลของการวิจัย ตลอดจนถึงการ นําผลการวิจัยไปใชงาน
  • 42. บทที่ 4. แนวปฏิบัติในการดําเนินงาน (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 40 10. โครงการพัฒนาสื่อการเรียนรูแบบอิเล็กทรอนิกส เพื่อสรางสื่อการเรียนรูที่เหมาะสมตามหลักสูตรและ ตอบสนองความตองการของผูเรียนในมิติตางๆตามเปาหมายของการจัดทําแผนแมบทฉบับนี้ โดยอาจให ผูเรียนมีสวนรวมในการพัฒนาสื่อการเรียนรูดวย 11. โครงการจัดอบรมความรูดานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่ออบรมเผยแพรความรูใหแกผูเรียน ผูสอน และบุคลากรทางการศึกษา ใหมีทักษะความรูทันตอความกาวหนาทางเทคโนโลยี 12. โครงการรักษาความปลอดภัยในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อรักษาความปลอดภัย ใหแกขอมูลสารสนเทศและสื่อการเรียนรู ซึ่งปจจุบันมีภัยคุกคามทางอิเล็กทรอนิกสอยางมากมาย
  • 43. บทที่ 5. แนวปฏิบัติในการดําเนินงาน (ตอ) (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 41 บทที่ 5. แนวปฏิบัติในการดําเนินงาน (ตอ) แนวทางการพัฒนาเครือขายเพื่อการศึกษา (Network Infrastructure) ของกระทรวงศึกษาธิการ พิจารณา จากการดําเนินงานดานเทคโนโลยีดังนี้  โครงสรางพื้นฐานดานเครือขายความเร็วสูง  การบริการอิเล็กทรอนิกส  การบริหารจัดการระบบเครือขาย  แนวทางการบูรณการระบบเครือขาย โครงสรางพื้นฐานดานเครือขายความเร็วสูง (Infrastructure) โครงสรางพื้นฐานดานเครือขายความเร็วสูงของกระทรวงศึกษาธิการ ประกอบดวย 1. เครือขายเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (UniNet) สํานักงานคณะกรรมการการ อุดมศึกษา โครงการ UniNet เริ่มดําเนินการตั้งแตป 2539 โดยมีวัตถุประสงคเพื่อเปนเครือขายแกนหลักทางการศึกษา ระดับอุดมศึกษา มุงเนนการนําเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาชวยในการจัดการเรียนการสอน รองรับ ปริมาณความตองการเขาศึกษาตอระดับอุดมศึกษาตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ฉบับที่ 8 โดยมีเปาหมายเพื่อ เปนการกระจายโอกาสทางการศึกษาระดับอุดมศึกษาไปสูภูมิภาคโดยจัดตั้งเปนวิทยาเขตสารสนเทศ โดยที่ผานมา (ป 2539-2552) ไดดําเนินการจัดหาวงจรสื่อสัญญาณ (เชา) จากผูใหบริการพรอมทั้งเชื่อมโยงสถาบันอุดมศึกษาจํานวน กวา 200 แหง และเชื่อมโยงสื่อสัญญาณอินเทอรเน็ตเพื่อการศึกษาวิจัยทั้งในและตางประเทศ รวมถึงเชื่อมโยงไปยัง เครือขายอินเทอรเน็ตทั่วไป โดยบริหารจัดการเครือขายจากสวนกลางโดย UniNet และอาศัยทรัพยากรทางดาน สถานที่และบุคลากรของสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศเพื่อบริหารและใหบริการเครือขายสําหรับใชประโยชนดานการ ศึกษาวิจัยรวมกัน ตอมาสํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ไดรับอนุมัติแผนปฏิบัติการไทยเขมแข็ง ตามแผนกระตุนเศรษฐกิจ ป พ.ศ. 2553-2555 โดยใหดําเนินโครงการพัฒนาและขยายเครือขายเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อพัฒนาการศึกษา (UniNet) เพื่อรองรับการศึกษาทั้งระบบ โดยมีวัตถุประสงคเพื่อพัฒนาโครงสรางพื้นฐานดาน เครือขาย พรอมทั้งบูรณาการเครือขายของสถาบันการศึกษาทุกระดับ ไดแก เครือขายการศึกษาขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา เชื่อมโยงเขาดวยกันบนเครือขายเดียวโดยใชชื่อเรียกวา “เครือขายเพื่อการศึกษาวิจัย แหงชาติ (National Education Network : NEdNet)” พรอมทั้งใหจัดสรางโครงขายใยแกวนําแสง (Fiber Optic) เชื่อมโยงสถาบันการศึกษาขางตนแทนการเชาใชจากผูใหบริการ โดยขยายเครือขายใหครอบคลุมดังนี้
  • 44. บทที่ 5. แนวปฏิบัติในการดําเนินงาน (ตอ) (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 42  จัดสรางเครือขายแกนหลักสวนกลางและสวนภูมิภาค จํานวน 23 โหนด ขนาดความเร็ว 50 กิกะบิต ตอวินาที (DWDM ขนาด 5 แลมดา)  มีเครือขายกระจาย (Distribution Node) จํานวน 87 โหนด ครอบคลุมทุกจังหวัด  เชื่อมโยงสื่อสัญญาณใยแกวนําแสงไปยังสถาบันการศึกษาและหนวยงานที่เกี่ยวของ จํานวน 10,745 แหง ประกอบดวย - สถาบันอุดมศึกษา/สถาบันการศึกษาและวิจัยอื่นๆ 245 แหง (~1 Gbps) - อาชีวศึกษา 415 แหง (~100-1000 Mbps) - เขตพื้นที่การศึกษา 185 แหง (~10-100 Mbps) - โรงเรียนสังกัด สพฐ. 9,607 แหง (~10-100 Mbps) - หองสมุด กศน. 151 แหง (~10-100 Mbps) - โรงเรียนสังกัด สช. 142 แหง (~10-100 Mbps) หมายเหตุ ขณะนี้ (พฤษภาคม 2556) ดําเนินการเสร็จสมบูรณแลวจํานวน 3,140 แหงสวนอีก 7,606 แหงจะ แลวเสร็จภายในป 2557  เชื่อมตอสื่อสัญญาณอินเทอรเน็ตเพื่อการศึกษาวิจัยกับเครือขายทั่วโลก ผานเครือขาย Internet2 ของประเทศสหรัฐอเมริกาเครือขาย JGN2Plus และเครือขาย TEIN4 ซึ่งเปนเครือขายความรวมมือ ของเครือขายเพื่อการศึกษาวิจัยในกลุมประเทศเอเชีย โดยไดรับการสนับสนุนจากกลุมสหภาพยุโรป ตามมติที่ประชุมอาเซม ทําใหสถาบันการศึกษาที่เชื่อมตอกับเครือขาย UniNet ก็สามารถใชงานได ในลักษณะเดียวกันโดยลักษณะการเชื่อมตอดังกลาวถือเปนเครือขายเฉพาะกิจ และเครือขาย UniNet เปนแหงเดียวที่เชื่อมโยงเครือขายดังกลาวนี้  เชื่อมตอสื่อสัญญาณอินเทอรเน็ตทั่วไปทั้งภายในประเทศ (Domestic Link) ที่ขนาดความเร็ว 20 กิ กะบิตตอวินาที และตอสื่อสัญญาณอินเทอรเน็ตทั่วไปออกตางประเทศ (International Internet Gateway) ที่ขนาดความเร็ว 30 กิกะบิตตอวินาที ลักษณะของการดําเนินงานโครงการดังกลาวปจจุบันไมมีความซ้ําซอนกับหนวยงานใดเนื่องจากเริ่มดําเนินการ มาตั้งแตป 2539 และลักษณะการบริหารจัดการเครือขายแตกตางจากหนวยงานอื่น ทําใหเสมือนวาเครือขายของ สมาชิกทั่วประเทศเชื่อมกันในลักษณะเครือขายภายใน (Intranet) จากนั้นจะออกสูภายนอกผาน Gateway ของ UniNet โดยเฉพาะเครือขายเพื่อการศึกษาวิจัยซึ่งถือเปนเครือขายคือการบริหารจัดการเครือขายจะบริหารจาก สวนกลางและประสานงานรวมกับสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทย เฉพาะกิจที่เชื่อมโยงไปสูเครือขายเพื่อการ ศึกษาวิจัยทั่วโลกทําใหสถาบันการศึกษาสามารถดําเนินกิจกรรมเพื่อการศึกษาวิจัยไดโดยแยกจากการใชงาน อินเทอรเน็ตทั่วไปทําใหไมมี Traffic แบบอื่นมาเจือปน อีกทั้งโครงขายที่เชื่อมโยงถึงกันจะเปนในลักษณะเครือขายที่ สรางขึ้นเองดวยสื่อสัญญาณใยแกวนําแสงโดยใชเทคโนโลยี DWDM ไมใชการเชาใชสื่อสัญญาณจากผูใหบริการ อีกทั้ง กลุมเปาหมายที่ใหบริการยังมุงเนนเฉพาะสถาบันการศึกษาและหนวยงานวิจัยเทานั้น 2. เครือขายคอมพิวเตอรสํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (MOE Net)
  • 45. บทที่ 5. แนวปฏิบัติในการดําเนินงาน (ตอ) (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 43 การวางระบบเครือขาย MOENet ใชวิธีเชาโครงขายของบริษัท ทีโอที จํากัด (มหาชน) โดยใชสถาปตยกรรม ผสมระหวาง Frame Relay, IP VPN, Metro LAN, ATM, ADSL และดาวเทียม IP Star ตามที่แสดงในตารางที่ 5.1 ตารางที่ 5.1 การใหบริการโครงขาย MOENet สถาปตยกรรมเครือขาย MOENet ประกอบดวยการใหบริการผูใชปลายทาง (Last Mile) ดังรูปที่ 5.1 และ 5.2 รูปที่ 5.1 สถาปตยกรรมเครือขายของ MOENet
  • 46. บทที่ 5. แนวปฏิบัติในการดําเนินงาน (ตอ) (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 44 รูปที่ 5.2 แผนผังการเชื่อมตอเครือขายMOENet 3. เครือขายสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (OBEC Net) การเชื่อมโยงระบบเครือขายคอมพิวเตอรระหวางหนวยงานในสังกัดตั้งแตระดับโรงเรียน สํานักงานในสวน ภูมิภาค และสํานักงานสวนกลาง ไดดําเนินการตามโครงการมาตั้งแตปงบประมาณ พ.ศ. 2545 โดย กระทรวงศึกษาธิการ ไดขอความรวมมือไปยังกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อขอให บริษัท ทีโอที จํากัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จํากัด (มหาชน) เปนผูดําเนินการเชื่อมตอระบบเครือขายไปยังโรงเรียน และหนวยงานในสังกัด ภายใตโครงการ MOE-Net ซึ่งมีคาใชจายในการเชาสื่อสัญญาณประมาณปละ 1,000 ลานบาท ปจจุบันมีสถานศึกษาในสังกัดสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตอเชื่อมกับโครงขาย MOENet 30,302 แหง ซึ่งสามารถจําแนกหนวยงานตามประเภทการเชื่อมตอ ดังตารางที่ 5.2 ตารางที่ 5.2 จํานวนสถานศึกษาและหนวยงานที่เชื่อมตอกับ MOENet ลําดับ รูปแบบการเชื่อมโยง สถานศึกษา (แหง) สพท. (แหง) รวม 1 สายเชาความเร็วสูง (Leased Line) 1,468 185 1,653 2 คูสายโทรศัพทความเร็วสูง (ADSL) 5,710 5,710 3 ระบบจานดาวเทียม (Satellite) 22,939 22,939 รวมทั้งสิ้น 30,117 185 30,302
  • 47. บทที่ 5. แนวปฏิบัติในการดําเนินงาน (ตอ) (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 45 อยางไรก็ตาม ในปงบประมาณ 2553 คณะรัฐมนตรีมีมติใหกระทรวงศึกษาธิการขยายโครงขาย UniNet ซึ่ง อยูภายใตการดูแลของสํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ใหครอบคลุมหนวยงาน และสถานศึกษาในสังกัด กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งตามแผนการดําเนิน ภายในปงบประมาณ พ.ศ. 2557 สถานศึกษาในสังกัดสํานักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานประมาณ 10,000 แหง จะปรับเปลี่ยนจากการเชื่อมตอระบบคอมพิวเตอรกับ โครงขาย MOE-Net มาใชบริการบนโครงขาย Ned-Net โดยมี 1). ระดับ Access Layer การจัดเตรียมระบบโครงขายคอมพิวเตอรเพื่อหนวยงานในสังกัดทั้งระดับสถานศึกษา และสํานักงานเขตพื้นที่ การศึกษาในระดับ Access Layer นั้น เปนโครงขายโทรคมนาคมระดับโหนดปลายทาง (Access Network Security Gateway) เปนโครงขายในระดับของการใชงาน โดยมีอุปกรณที่ทําหนาที่กําหนดเสนทางใหกับผูใชงานภายใน โรงเรียนตางๆ ไมวาจะเปน เครื่องคอมพิวเตอร, Notebook, Tablet และ Mobile devices ตางๆ ใหสามารถใชงาน ระบบ Application ตางๆของทางสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือการใชงาน Internet เปนตน การพัฒนาและปรับปรุงโครงขายโทรคมนาคมของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อใชในการ เชื่อมโยงแลกเปลี่ยนขอมูลระหวางสถานศึกษาภายในจังหวัด และรองรับระบบสื่อการเรียนการสอนในรูปแบบตางๆ เชน e-Learning, Content Streaming และ Video on Demand (VoD) เปนตน สําหรับสถานศึกษาตางๆ เพื่อ ปรับปรุงรูปแบบและวิธีการในการเรียนการสอน ดังนั้นเพื่อใหการเขาถึงขอมูลไดอยางรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงไดเตรียมเสนทางของการใชงานที่เปนเสนทางหลักเฉพาะของ สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผานทางโหนดหลัก (Core Node Router) โดยเสนทางนี้จะตองรองรับ การใชงาน IPv6 ในลักษณะ Native IPv6 หรือการใชงานแบบรวมกันระหวาง IPv4 กับ IPv6 ซึ่งขึ้นอยูกับความพรอม ของอุปกรณของสถานศึกษา และยังมีเสนทางสํารอง (Backup Link) ในกรณีที่เสนทางหลัก (Link จาก Core Node หลักไปยัง Backbone ของ NedNet) ชํารุดเสียหาย โดยเมื่อระบบโครงขายโทรคมนาคมของสํานักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน เสร็จสมบูรณ จะสามารถกําหนดนโยบายของการใชงานเครือขาย Internet และเพื่อใหบริการ แกโรงเรียนในสังกัดสํานักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไดอยางมีประสิทธิภาพและสมบูรณมากยิ่งขึ้น โดยมี กรอบความคิดการออกแบบตามรายละเอียด ดังรูปที่ 5.3
  • 48. บทที่ 5. แนวปฏิบัติในการดําเนินงาน (ตอ) (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 46 รูปที่ 5.3 การเชื่อมโยงโครงขายโทรคมนาคมของสํานักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน
  • 49. บทที่ 5. แนวปฏิบัติในการดําเนินงาน (ตอ) (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 47 2). ระดับ Service Layer ในปงบประมาณ พ.ศ. 2556 สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไดจัดตั้ง OBEC Gateway เพื่อ เปน Internet service Provider ใหหนวยงานในสังกัดทั้งระดับสํานักงาน และสถานศึกษา เชื่อมตอตรงมายังศูนย Data Center ของ สพฐ. เพื่อใหการเขาถึงขอมูลไดอยางรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยมีผูใหบริการดานโครงขาย โทรคมนาคม (Network Provider) คือ บริษัท ทีโอที จํากัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จํากัด (มหาชน) และโครงขายเพื่อการศึกษาแหงชาติ (Ned-Net) ซึ่งในอนาคตสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจะ ปรับเปลี่ยนการใชบริการ Network Provider จากบริษัท ทีโอที จํากัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จํากัด (มหาชน) มาใชบริการกับโครงขายเพื่อการศึกษาแหงชาติ (Ned-Net) โดยมีภาพการเชื่อมตอระบบดังรูปที่ 5.4
  • 50. บทที่ 5. แนวปฏิบัติในการดําเนินงาน (ตอ) (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 48 รูปที่ 5.4 การเชื่อมโยงโครงขายภายใน สํานักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน
  • 51. บทที่ 5. แนวปฏิบัติในการดําเนินงาน (ตอ) (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 49 อนึ่งสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและสํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาไดมีการประสานงาน ในการดําเนินการพัฒนาโครงขายการศึกษาแหงชาติ (NEdNet) มาอยางตอเนื่องตั้งแตเริ่มตั้งโครงขายการศึกษา แหงชาติในป พ.ศ. 2553 โดยมีขอตกลงรวมกันภายในกระทรวงศึกษาธิการวาการดําเนินการพัฒนาโครงขายแกนหลัก สํานักงานคณะกรรมการอุดมศึกษาจะเปนรับผิดชอบในการบริหารจัดการและการขอตั้งงบประมาณในการดําเนินการ ในสวนของการที่เปนโหนดกระจาย และโหนดปลายทางเจาของหนวยงานจะเปนผูรับผิดชอบในการดําเนินการขอ งบประมาณ ดังนั้นในปงบประมาณ2557 สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจึงไดหารือกับสํานักงานคณะกรรมการ อุดมศึกษา เพื่อวางแผนรวมกันในการพัฒนาโครงขายการศึกษาแหงชาติ เพื่อใหโครงขายดังกลาวมีความมั่นคง สามารถ ใหบริการไดอยางตอเนื่อง มีประสิทธิภาพ รองรับการใชงานในการจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษา ทั้งในรูปแบบของ การศึกษาทางไกล เชนการจัดการเรียนการสอนแบบ InteractiveLearningผานระบบ Telepresence การจัดรายการการ สอนทางไกลผาน IPTV เปนตน นอกจากนี้ โครงขายดังกลาวตองรองรับโครงการจัดหาเครื่องคอมพิวเตอรพกพา (Tablet Computer)ซึ่งในอนาคตอันไกลนี้ โรงเรียนในสังกัดจะมีเครื่องคอมพิวเตอรแบบพกพามากกวา 7,000,000 เครื่อง ที่จะให โครงขายดังกลาวในการเขาถึงแหลงขอมูล การบูรณาการเครือขาย เนื่องจากแตละหนวยงานมีชองทางสื่อสารขององคกรหลักไปตามผูใหบริการอินเทอรเน็ตของแตละองคกร หลัก ในสวนของการใชงานอินเทอรเน็ตทั่วไปผานผูใหบริการ (ISP) ในสวนของเครือขายเพื่อการศึกษาวิจัย (REN) จะ ผานทาง UniNet เพื่อเชื่อมตอไปยังเครือขายเพื่อการศึกษาวิจัย (Research Education Network : REN) ตางประเทศตอไป โดยในสวนของการจัดการภายในองคกรหลักใหมีการจัดทําเครือขายเสมือน (Multiprotocol Label Switching-Virtual Private Networks, MPLS VPN) โดยให NOC ของแตละองคกรหลักเปนผูดูแล เชื่อม ตอไปยังผูใหบริการอินเทอรเน็ต รวมทั้งการกําหนดนโยบายในการใชเครือขายตามความเหมาะสม ดังรูปที่ 5.5
  • 52. บทที่ 5. แนวปฏิบัติในการดําเนินงาน (ตอ) (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 50 รูปที่ 5.5 การบูรณาการเครือขายคอมพิวเตอร กระทรวงศึกษาธิการ เครือขายแกนหลัก (Backbone) ซึ่งมีการติดตั้งทั่วประเทศ ดังรูปที่ 5.6 โดยมีขนาดชองทางสื่อสารของระบบ เครือขายรวมทั้งสิ้น 6 Lamda (6x10 Gbps) ดังนี้  สพฐ. 2 Lamda (2x10 Gbps)  อาชีวศึกษา 1 Lamda (10 Gbps)  สกอ. 2 Lamda (2x10 Gbps)  เครือขายเพื่องานวิจัย 1 Lamda (10 Gbps)
  • 53. บทที่ 5. แนวปฏิบัติในการดําเนินงาน (ตอ) (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 51 AD AD T R R R R T R AD R AD AD AD AD AD AD AD AD AD AD AD AD AD AD T AD AD AD T AD AD T AD AD AD T T AD AD AD AD T T AD AD AD AD AD T T T AD AD AD AD AD AD AD T AD AD AD T AD T AD AD AD AD AD AD AD AD T AD R R R AD T R R R R R R R R R R R R R R R RR R R R R R R R R R R RR R R R R R R R R R R R R R R R R R R R R AD AD T AD AD AD T R DWDM Terminal Add/Drop Terminal Repeater Terminal OFC 24 Core ICON_Symbol T T T T AD AD AD AD AD T BKN PYT BMD SLY PTW PSM LBG HMK BSE TPJ รูปที่ 5.6 เสนทางเครือขายแกนหลัก สําหรับการเชื่อมตอไปยังเครือขายปลายทาง (Last mile) จะตองใชเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับพื้นที่ที่ สถานศึกษาตั้งอยู โดยพิจารณาจากเทคโนโลยีของ FTTs (Fiber to school) กอน ซึ่งอาจจะมีการประสานกับผู
  • 54. บทที่ 5. แนวปฏิบัติในการดําเนินงาน (ตอ) (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 52 ใหบริการโครงขาย เชน บริษัท กสท. โทรคมนาคม จํากัด (มหาชน) หรือ บริษัท ทีโอที จํากัด (มหาชน) โดยเชื่อม สถานศึกษาเขากับเครือขายของ NEdNetในจุดที่ใกลที่สุด แทนการเชื่อมไปยังผูใหบริการโครงขาย ซึ่งจะทําให ประหยัดคาใชจายไดจํานวนมาก แตในกรณีที่ไมสามารถติดตั้ง FTTs ได ใหเลือกใชเทคโนโลยี WiFi, WiMaxหรือ 3G แลวแตกรณี แตไมแนะนําใหใชดาวเทียมเพราะไดชองทางสื่อสารแคบ ใชระยะเวลาในการเขาถึงขอมูลสูง และเสีย คาใชจายสูง ยกเวนในกรณีที่ไมสามารถใชวิธีการอื่นใดไดทั้งสิ้น บริการอิเล็กทรอนิกส (e-Services) สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ไดดําเนินโครงการพัฒนาเครือขายหองสมุดในประเทศไทย (ThaiLIS) ซึ่งมีรายละเอียดฐานขอมูลและระบบบริหารจัดการที่ไดใชประโยชนในดานการศึกษาวิจัยรวมกันระหวาง สถาบันการศึกษา ดังนี้ 1. ฐานขอมูลจัดเก็บเอกสารฉบับเต็มในรูปอิเล็กทรอนิกส (Thai Digital Collection) เพื่อเปนแหลงความรู ภายในประเทศ โดยไดพัฒนาความรวมมือและดําเนินการพัฒนาระบบบริหารจัดการสําหรับจัดเก็บขอมูล และสืบคนเอกสารฉบับเต็มในรูปอิเล็กทรอนิกสของวิทยานิพนธในระดับบัณฑิตศึกษา งานวิจัย บทความ วิชาการ หนังสือหายากปจจุบันมีความรวมมือกับสถาบันอุดมศึกษา ทั้งรัฐและเอกชนรวมมือจัดเก็บมาก วา 150 แหง มีเอกสารฉบับเต็มเผยแพรในรูปอิเล็กทรอนิกส มากกวา 300,000 รายการพรอมนี้การ จัดเก็บขอมูลยังอยูในรูปมาตรฐานกลางการจัดเก็บในรูป Metadata Dublin core และสามารถ แลกเปลี่ยนขอมูลไดผานโปรโตคอล z39.5 และ OAI PMH 2. ฐานขอมูลสหบรรณานุกรม (Union Catalog) เพื่อเปนแหลงจัดเก็บรวบรวมขอมูลบรรณานุกรมของ ทรัพยากรหองสมุด และใหบริการคนหาสารสนเทศที่ตองการ เพื่อนําไปสูการยืมคืนระหวางหองสมุดที่จะ ทําใหสมาชิกหองสมุดสามารถเขาใชบริการหองสมุดใน ThaiLIS ไดเสมือนหองสมุดที่เปนสมาชิก และ สามารถสืบคนขอมูลทั้งหมดโดยการเขาถึงเพียงครั้งเดียวผานเครือขายอินเตอรเน็ตปจจุบันมีขอมูล บรรณานุกรมจัดเก็บกวา 3,000,000 ระเบียน ทําใหผูสืบคนทราบวาแหลงที่จัดเก็บของเอกสารที่ตองการ พรอมนี้การจัดเก็บขอมูลยังอยูในรูปมาตรฐานกลางการจัดเก็บในรูป MARC21 และสามารถแลกเปลี่ยน ขอมูลไดผานโปรโตคอล z39.5 และ OAI PMH 3. ฐานขอมูลวารสารสําหรับอางอิงตางประเทศ ซึ่งเปนฐานขอมูลที่จัดเก็บขอมูลวารสารวิชาการจากทั่วโลก ซึ่งมีขอมูลหลากหลายกลุมสาขาวิชา โดยปจจุบัน สกอ. ไดดําเนินการบอกรับฐานขอมูลที่จําเปนตอการ จัดการศึกษาในขั้นพื้นฐานครอบคลุมทุกสาขาวิชาในลักษณะ consortium ที่ดําเนินการจากสวนกลาง การใชงานจําเปนตองสืบคนไปยังเครื่องแมขายของสํานักพิมพตางประเทศ (foreign host) 4. พัฒนาโปรแกรมหองสมุดอัตโนมัติ สกอ. สนับสนุนมหาวิทยาลัยพัฒนาโปรแกรมหองสมุดอัตโนมัติ เพื่อมอบใหสถาบันการศึกษา และหนวยงานภาครัฐที่สนใจใชงานโดยไมคิดมูลคาตัวซอฟแวรทั้งนี้ โปรแกรมดังกลาวกําหนดใหรองรับมาตรฐานการแลกเปลี่ยนขอมูลผานโปรโตคอล z39.5 การบูรณาการทรัพยากรดานเทคโนโลยีสารสนเทศ การบูรณาการเครือขายและเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการใชงานระบบเครือขายสารสนเทศเพื่อ พัฒนาการศึกษา (UniNet) สํานักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา จึงจําเปนตองมีการ
  • 55. บทที่ 5. แนวปฏิบัติในการดําเนินงาน (ตอ) (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 53 พัฒนาการสรางบริการทางการศึกษาบนเครือขายการศึกษาแหงชาติ (NEdNet) โดยเสนอโครงการพัฒนาระบบ คอมพิวเตอรแมขายแบบองครวม (ดังรูปที่ 5.7) เพื่อบริการดานทรัพยากรการศึกษาวิจัย (Education Cloud) เพื่อ พัฒนา/สนับสนุน/สงเสริมการใช ICT เพื่อการจัดการศึกษา ใหมีความสะดวกรวดเร็วมั่นคงปลอดภัยมีมาตรฐานที่ เชื่อถือได สนับสนุนการประมวลผลขอมูลและการประยุกตใชระบบสารสนเทศตางๆเปนการเพิ่มศักยภาพของการ บริหารทรัพยากรที่มีอยูเพิ่มจํานวนเครื่องแมขาย (Server) จํานวนแหลงขอมูลและพื้นที่เก็บขอมูล (Storage) ซึ่งอาจ ติดตั้งอยูตามสถานที่ตางๆโดยมีการเชื่อมโยงใหเปนเครือขายเดียวกันสงผลใหคณาจารย นิสิต นักศึกษา ของ สถาบันอุดมศึกษาที่เปนสมาชิกเครือขายฯ สามารถใชประโยชนเพื่อสนับสนุนกิจกรรมการเรียนการสอนและการวิจัย ตลอดจนสามารถแลกเปลี่ยนสารสนเทศระหวางกันไดอยางมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รูปที่ 5.7 สถาปตยกรรมของระบบระบบคอมพิวเตอรแมขายแบบองครวมเพื่อบริการทรัพยากรดานการศึกษาวิจัย วัตถุประสงค 1. เพื่อสงเสริมใหเกิดการใชประโยชนจากเครือขายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา UniNet โครงการ เครือขายการศึกษาแหงชาติ ใหมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น 2. เพื่อศึกษาวิจัยแนวทางในการใหบริการ Cloud Computing สําหรับภาคการศึกษา โดยใชเทคโนโลยีที่ หลากหลาย 3. เพื่อบูรณาการโครงสรางพื้นฐานและทรัพยากรเครือขายตลอดจนระบบสารสนเทศของภาคการศึกษา 4. เพื่อพัฒนาขับเคลื่อนแนวทางและยุทธศาสตรการสรางบริการทางการศึกษา ขยายกรอบบริการใหกับ สถาบันการศึกษาสามารถบริหารจัดการและสรางระบบสนับสนุนการศึกษาไดอยางมีประสิทธิภาพมากขึ้น 5. เพื่อใหหนวยงานการศึกษาที่ยังขาดแคลนทรัพยากรที่จําเปนตอการจัดการศึกษาโดยใช ICT ไดมีโอกาส พัฒนาระบบสารสนเทศของหนวยงาน
  • 56. บทที่ 5. แนวปฏิบัติในการดําเนินงาน (ตอ) (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 54 6. เพื่อประหยัดงบประมาณในการลงทุนดานทรัพยากรบุคคล ทรัพยากรเครือขายคอมพิวเตอร และ พลังงานไฟฟา สําหรับภาคการศึกษา เปาหมาย 1. พัฒนาระบบบริการทางการศึกษาของประเทศครอบคลุมดานตางๆ ไดแก - การใหบริการโครงสรางพื้นฐาน (Infrastructure as a Service: IaaS) เปนการใหบริการเฉพาะ โครงสรางพื้นฐาน มีประโยชนในการประมวลผลทรัพยากรจํานวนมาก - การใหบริการแพลทฟอรม (Platform as a Service : PaaS) เปนการประมวลผลซึ่งมีระบบ ปฏิบัติการและการสนับสนุนเว็บแอปพลิเคชันรวมดวย - บริการระบบจัดเก็บขอมูล (Data Storage as a Service : dSaaS) ระบบการจัดเก็บขอมูลที่มีขนาด ใหญไมจํากัดรองรับการสืบคนและการจัดการขอมูลขั้นสูง - การใหบริการซอฟตแวร (Software as a Service: SaaS) อาทิ e-Learning, e-Library เปนตน - บริการรวมรวมลําดับความเชื่อมโยง (Composite Service :CaaS) คือ สวนทําหนาที่รวมโปรแกรม ประยุกต หรือจัดลําดับการเชื่อมโยงแบบ workflow ขามเครือขาย รวมถึงการจัดการดานความ ปลอดภัย 2. สามารถใหบริการสถาบันการศึกษาที่จําเปนและยังไมมีระบบบริการทางการศึกษาไดเพิ่มขึ้น และมี ประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น 3. สามารถใหบริการเนื้อหา ขอมูลทางดานการศึกษากับ คณาจารย ครู นักวิจัย นักเรียน นักศึกษาไดทั่วถึง 4. สนับสนุนนโยบายแท็บเล็ต ดวยสภาพปจจุบัน สกอ. ไดจัดวางระบบโครงขายสื่อสัญญาณใยแกวนําแสงพรอมเชื่อมโยงเครือขายเขากับ เครือขายเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา ทําใหสถาบันการศึกษาตางๆ โดยเฉพาะกลุมโรงเรียนในสังกัด กระทรวงศึกษาธิการ สามารถใชงานอินเทอรเน็ตความเร็วสูง พรอมเชื่อมตอเครือขายออกสูภายนอกได และ นอกจากนี้ภายหลังเชื่อมโยงเครือขายดังกลาวแลวเสร็จ ปญหาสําคัญที่พบอีกประการคือโรงเรียนตางๆ มีความ ประสงคที่จะพัฒนาเว็บไซต จัดทําสื่อการเรียนการสอน และระบบหองสมุดบริการภายในโรงเรียนของตนเอง แต สภาพแวดลอมไมเอื้ออํานวยอีกทั้งยังมีบุคลากรจํากัดรวมถึงภาระดานคาใชจาย เชน เครื่องคอมพิวเตอรแมขาย ระบบ รักษาความปลอดภัยขอมูล รวมถึงคาไฟฟาซึ่งมีภาระผูกผันในอัตราที่สูง อีกทั้งยังตองทําหนาที่ติดตั้งระบบตางๆ ที่ เกี่ยวของจําเปนดวยตนเอง ทําใหความตองการมีเนื้อหาการเรียนการสอน และการบริการดานวิชาการทําไดใน วงจํากัด สกอ. จึงเห็นควรพัฒนาระบบคอมพิวเตอรแมขายแบบองครวมขึ้น ณ สวนกลาง หรือ หนวยงานการศึกษา ระดับอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูง พรอมทั้งจัดใหบริการ Platform ระบบที่จําเปน อาทิ ระบบหองสมุด ระบบบริหาร จัดการการเรียนการสอน และเว็บไซดเปนตน และหากระบบมีความสมบูรณ สามารถพัฒนาใหหนวยงานระดับชุมชน โรงเรียนในพื้นที่ สามารถถายทอดองคความรูที่มีอยูไดอยางทั่วถึงและมีความเทาเทียมมากขึ้น ระบบหรืออุปกรณที่มีอยูในปจจุบันของหนวยงาน ปจจุบันหนวยงานมีระบบคอมพิวเตอรในลักษณะเครื่องแมขายเสมือน Virtualization Machine Server เพื่อทําหนาที่ใหบริการระบบจัดเก็บเอกสารฉบับเต็มของวิทยานิพนธ งานวิจัย บทความวิชาการ และ
  • 57. บทที่ 5. แนวปฏิบัติในการดําเนินงาน (ตอ) (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 55 หนังสือหายาก ซึ่งดําเนินการรวมกันกับสถาบันอุดมศึกษาทั่งประเทศกวา 150 แหง ปจจุบันมีขอมูลของ เอกสารฉบับเต็มกวา 300,000 เลม รวมทั้งจัดเก็บขอมูลตางๆ ในโครงการพัฒนาเครือขายหองสมุด สถาบันอุดมศึกษา อาทิ ฐานขอมูลสหบรรณานุกรม, ฐานขอมูลการประชุมวิชาการในประเทศ และฐานขอมูล โครงการ Teacher TV พรอมนี้เนื่องจากมีผูใชบริการตอเนื่องเพื่อใหสามารถบริการขอมูลไดเต็มประสิทธิภาพ หนวยงานไดจัดใหมีระบบเครื่องแมขาย DR Site (Diasater Recovery Site) เปนตน ระบบที่พัฒนาขึ้นจะประกอบไปดวยฮารดแวร และซอฟตแวรระบบบริหารจัดการพื้นที่เครื่องแมขาย พรอมทั้งพัฒนา platform ระบบการจัดการศึกษาที่จําเปน อาทิ ระบบหองสมุด ระบบบริหารจัดการการเรียน การสอน และเว็บไซดเปนตน โดยองคประกอบระบบทั้งหมดนี้เพื่อสนับสนุนการจัดการศึกษาใหกับหนวยงาน การศึกษาที่ขาดแคลนอุปกรณเครื่องมือ งบประมาณ และบุคลากร ดังนั้น ปริมาณงานที่จะสนับสนุนใหกับผูใช จะขึ้นอยูกับลักษณะเนื้อหาขอมูลที่จัดเก็บและรูปแบบการเผยแพร สําหรับกลุมผูใชงานประกอบดวย นักเรียน ครู อาจารย บุคลากรทางการศึกษา และประชาชนทั่วไป พรอมนี้การรองรับจํานวนผูใชงานสูงสุดในเวลา เดียวกันสามารถรองรับไดจํานวนมากเนื่องการระบบที่รองรับจํานวนผูใชพรอมกันได รวมถึงมีขนาด ชองสัญญาณอินเทอรเน็ตในขนาดที่สูง ระบบนี้จะทําใหหนวยงานที่ขาดแคลนเครื่องมือ และยังไมมีระบบบริหารจัดการศึกษาของตนเอง เทานั้น ดังนั้น หนวยงานจะรับบริการจะยังไมมีการจัดเก็บขอมูลในรูปอิเล็กทรอนิกส หรือหากมีการจัดเก็บแลว และหากเปนไปตามมาตรฐานการจัดเก็บขอมูล หรือการแลกเปลี่ยนขอมูลก็สามารถทําไดโดยสะดวก สถาปตยกรรมการจัดการองคกร (Enterprise Architecture) ซึ่งมีองคประกอบดังนี้ สถาปตยกรรมการจัดการองคกรดานพันธกิจ (Business Architecture) ควรประกอบไปดวยความ สอดคลองเชิงยุทธศาสตรของโครงการ (เชน นโยบายรัฐบาล, แผนแมบท ICT, แผนยุทธศาตร เปนตน) และ สอดคลองกับแผนนโยบายที่รัฐบาลแถลงตอรัฐสภาดังนี้ • เพื่อพัฒนาโครงสรางพื้นฐาน สําหรับระบบการเรียนแบบอิเล็กทรอนิกสแหงชาติ • เพื่อพัฒนาเปนระบบหลักสําหรับเครือขายสารสนเทศเพื่อการศึกษา ซึ่งทําใหเกิดการเรียนรูแบบไซ เบอรโฮม ที่สามารถสงความรูมายังผูเรียนโดยระบบอินเทอรเน็ตความเร็วสูง • สงเสริมใหนักเรียนทุกระดับชั้นไดใชอุปกรณคอมพิวเตอรแท็บเล็ต เพื่อการศึกษาอยางมี ประสิทธิภาพ โดยเปนแหลงรวมเนื้อหาทางการศึกษาและบริการที่เปนประโยชน • เพื่อเปนระบบการเรียนรูสํารองในพื้นที่วิกฤติ หรือภาวะไมปกติ เพื่อทําใหเกิดการเรียนอยาง ตอเนื่อง เชน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต ขอ ๔.๑.๖ • เปนแกนระบบเครือขายการวิจัยแหงชาติเพื่อสรางทุนทางปญญาและนวัตกรรม ผลักดันใหประเทศ สามารถพึ่งตนเองไดทางเทคโนโลยีเพื่อนําไปสูการสรางรากฐานใหมของเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม
  • 58. บทที่ 5. แนวปฏิบัติในการดําเนินงาน (ตอ) (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 56 ขอ ๖.๑ • เปนโครงสรางพื้นฐาน IT ที่มุงพัฒนาใหประเทศไทยเปนสังคมที่อยูบนพื้นฐานขององคความรู โดย พัฒนาความรูดานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ใหประชาชนไดใชในชีวิตประจําวันใหทัดเทียมกับ พัฒนาการในระดับนานาชาติ ดวยการจัดใหมีแหลงความรูสาธารณะเพิ่มขึ้นผานทางเครือขาย เทคโนโลยี กระบวนการดําเนินงาน 1. วิเคราะหออกแบบระบบInfrastructureและระบบบริหารจัดการCloudComputing 2. คัดเลือกcloudstoragesolution 3. ศึกษาออกแบบและคัดเลือกPlatformสําหรับงานบริการทางการศึกษา 4. จัดทําขอกําหนดคุณลักษณะ(TOR)โครงการศึกษาวิจัยและวางระบบระบบคอมพิวเตอรแมขายแบบองค รวมเพื่อบริการดานทรัพยากรการศึกษาวิจัย 5. วางระบบความปลอดภัย 6. จัดทําModelการใหบริการcloudEducation 7. ทดสอบระบบในระดับCloudInfarstructureและcloudstorage 8. จัดฝกอบรมและใหความรูกับผูเกี่ยวของระดับตางๆ 9. ผลการวิเคราะหและแนวโนมในการพัฒนาในระยะถัดไป ผูใชงานระบบแบงออกเปน2กลุมไดแก ระดับที่ 1.สถาบันการศึกษา ระดับที่ 2.ผูเรียนผูสอนและบุคลากรทางการศึกษา สถาปตยกรรมการจัดการองคกรดานระบบสารสนเทศ (Application Architecture) ควรประกอบไปดวย - ชื่อของระบบสารสนเทศ - Highlevel application flow withuser roles participationing (SOD) - โปรแกรมประยุกตอื่นๆที่ตองเชื่อมโยงดวย(รวมถึงชื่อของหนวยงานเจาของระบบ) o ระบบหองสมุดอัตโนมัติ คัดเลือกตามความเหมาะสม/เนนระบบที่เปน Open Source อาทิ UlibM มหาวิทยาลัยมหาสารคาม,Kohaเปนตน o ระบบบริหารจัดการสื่อการเรียนการสอนอาทิ TCULMS(โครงการมหาวิทยาลัยไซเบอรไทยสํานักงาน คณะกรรมการการอุดมศึกษา),LearnSquare (NECTEC), Moodle o โครงการโทรทัศนครู (TeacherTV)สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา สถาปตยกรรมการจัดการองคกรดานขอมูล (Data Architecture) ควรประกอบไปดวย - ขอมูลที่จําเปนของระบบ o เนื้อหาการเรียนรูสื่อการเรียนการสอน o ขอมูลบรรณานุกรมหนังสือของหองสมุด
  • 59. บทที่ 5. แนวปฏิบัติในการดําเนินงาน (ตอ) (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 57 o ขอมูลองคความรูเพื่อใหบริการทางการศึกษาอื่นที่จําเปนเชนบทความวิชาการ หนังสืออิเล็กทรอนิกส เปนตน - ชื่อของหนวยงานเจาของขอมูล o สถาบันการศึกษาที่รวมโครงการ - โครงสรางฐานขอมูล o จัดเก็บขอมูลตามมาตรฐานMetadata,MARC,SCORMเปนตน - มาตรฐานการแลกเปลี่ยนขอมูลที่ใช เชนTHe-GIF,StatXML,ebXMLเปนตน o มาตรฐานที่ใชในการแลกเปลี่ยนขอมูลไดแกOaiPMH,Z3950เปนตน สถาปตยกรรมการจัดการองคกรดานเทคโนโลยี (Technology Architecture) ควรประกอบไปดวย - ภาษาที่ใชในการพัฒนาระบบสารสนเทศ o PHP,Javaหรืออื่นๆตามความเหมาะสมและเปนไปตามยุคสมัย - ระบบปฏิบัติการของระบบสารสนเทศ o UNIX,Linuxเปนตน - คาใชจายในการบํารุงรักษาระบบสารสนเทศตอป o 10%ของงบลงทุน - ระบบปฏิบัติการของระบบฐานขอมูล o MySQL - อัตราการโตของฐานขอมูล(%) o 20-30%ตอป - คาใชจายในการบํารุงรักษาระบบฐานขอมูลตอป o 10%ของงบลงทุน - การวิเคราะหปญหาของระบบงานเดิมและทางเลือกในการออกแบบระบบ - การวิเคราะหขนาดความสามารถทางความเร็วของซีพียู ขนาดหนวยความจําความจุขอมูลของดิสก และความเร็วใน การสื่อสารขอมูลที่ตองการตามปริมาณงานในขอ๗ - ปจจัยสําเร็จของโครงการ - เทคโนโลยีของระบบที่เสนอพรอมเหตุผล - แผนผังการเชื่อมโยงเครือขาย(Networkdiagram) - แผนผังการเชื่อมโยงระบบ(systemdiagram) และการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ(Network, system, andinformation security)
  • 60. บทที่ 6. การบริหารจัดการและกํากับติดตาม (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 58 บทที่ 6. การบริหารจัดการและกํากับติดตาม การขับเคลื่อนยุทธศาสตรและมาตรการตางๆ ตามแผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อ การศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 ใหสามารถดําเนินการสําเร็จภายใตทรัพยากรดานเวลา บุคลากร และงบประมาณที่มีอยูอยางจํากัด ซึ่งมีผลกระทบตอการบริหารจัดการ การกํากับติดตาม และการประเมินผลการ ประยุกตใชระบบ ICT ขององคกรหลัก หนวยงานในสังกัด และหนวยงานในกํากับของกระทรวงศึกษาธิการ ควรจะ ดําเนินการตามองคประกอบที่สําคัญในเบื้องตนคือ 1. การกําหนดนโยบาย หมายถึง กําหนดนโยบายที่มีผลตอการขับเคลื่อนและผลักดันการดําเนินงานตามแผนแมบทเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสารฉบับนี้ ซึ่งประกอบดวย  กําหนดใหองคกรหลักและหนวยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ใชแผนแมบทฉบับนี้เปนกรอบ แนวทางการจัดทํา/พัฒนาแผนปฏิบัติการดานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของแตละ หนวยงาน เพื่อความเปนเอกภาพในการพัฒนาการศึกษาและใชประโยชนรวมกัน  กําหนดใหมีการเชื่อมประสานและบูรณาการสื่อการเรียนการสอน และขอมูลสารสนเทศเพื่อ การศึกษา  พัฒนาเครือขายความรวมมือของหนวยงานทางการศึกษา และหนวยงานที่เกี่ยวของทั้งภาครัฐและ เอกชน  ใหมีการนํามาตรฐานมาใชในการพัฒนาซอฟตแวรเพื่อการบริหารจัดการ และสื่อการเรียนรู  พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษาในการกาวสูประชาคมอาเซียน (AC)  กําหนดใหการพัฒนาและประยุกตใชโปรแกรมประเภทเปดเผยรหัส (Open Source) เปนเครื่องมือ สําคัญเพื่อการศึกษาของประเทศ 2. การสรางความรับรูเกี่ยวกับแผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หมายถึง จัดใหมีการเผยแพรและสรางความรับรูเกี่ยวกับแผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ฉบับนี้ เพื่อใหทุกฝายไดเขาใจถึงความสําคัญของวิสัยทัศน พันธกิจ ยุทธศาสตร และมาตรการตางๆที่ กําหนดไว ซึ่งมีผลตอการพัฒนา การประยุกตใช และการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในระบบเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร รวมถึงการใหความสําคัญตอโครงการเพื่อบูรณาการ ในอันที่จะมองเห็นทิศ ทางการพัฒนาดวยเปาหมายและความเขาใจที่ถูกตองตรงกัน รวมทั้งมองเห็นประโยชนที่จะไดรับรวมกัน 3. การกําหนดระดับการบริหาร หมายถึง องคกรหลักควรกําหนดระดับของการบริหาร การกํากับติดตาม และการประเมินผลแผนแมบท เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารฉบับนี้ โดยอาจกําหนดกลไก นโยบายที่จําเปน รวมถึงแนวทาง ปฏิบัติที่เหมาะสมตอบริบทของหนวยงานในสังกัด และในกํากับของแตละองคกรหลัก เพื่อใหเกิดความ เปนไปไดจากการใหความรวมมือของผูสอนและบุคลากรทางการศึกษา
  • 61. บทที่ 6. การบริหารจัดการและกํากับติดตาม (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 59 4. การสงเสริมสนับสนุนศักยภาพการดําเนินงาน หมายถึง การสงเสริมสนับสนุนหนวยงานในสังกัด หนวยงานในกํากับ ตลอดจนถึงบุคลากรทางการศึกษา ของกระทรวงศึกษาธิการ ใหมีศักยภาพการดําเนินงานที่เกี่ยวของกับ ICT อยางนอยดังตอไปนี้คือ  ความรูความเขาใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่ทันสมัย  การบูรณาการสารสนเทศดวยการใชเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่ทันสมัย  สมรรถนะการปฏิบัติงานที่เกี่ยวของกับเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่ทันสมัย โครงสรางการบริหาร การบริหาร กํากับติดตาม และประเมินผล การประยุกตใชแผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการศึกษา พ.ศ. 2557 - 2559 ประกอบดวย สํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สํานักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา และสํานักงาน เลขาธิการสภาการศึกษา โดยแบงออกเปน 2 ประเด็นดังนี้คือ ประเด็นที่ 1. การบริหารจัดการและกํากับติดตามระบบโครงขายพื้นฐาน (Network Infrastructure) เนื่องจากสถาปตยกรรมเครือขายของกระทรวงศึกษาธิการมีลักษณะการรวมศูนย (Centralized) โดยมีแกน หลัก (Backbone) เชื่อมโยงออกไปจากศูนยกลางที่กรุงเทพฯ และมีศูนยกระจายในระดับภาคและภูมิภาค ดังรูปที่ 6.1 รูปที่ 6.1 การเชื่อมโยงเครือขายในระดับตางๆ
  • 62. บทที่ 6. การบริหารจัดการและกํากับติดตาม (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 60 เมื่อพิจารณาในประเด็นที่สถาบันการศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการที่มีการเชื่อมโยงระบบเครือขายอาจ จําแนกไดเปน 3 ระดับ คือ 1. สามารถชวยเหลือตัวเอง และสามารถที่จะชวยเหลือสถาบันอื่นได ซึ่งประกอบดวยสถาบันอุดมศึกษาทั้งที่ เปนของรัฐและในกํากับของรัฐ 2. สามารถชวยเหลือตัวเองไดอยางเดียว ซึ่งประกอบดวยสถาบันอาชีวศึกษาเขตพื้นที่การศึกษา 3. ไมสามารถชวยเหลือตัวเองได ซึ่งประกอบดวยโรงเรียนบางแหงและศูนยการศึกษานอกโรงเรียน ดังนั้น การบริหารจัดการระบบเครือขายสวนกลางจะดําเนินการที่ UniNet สํานักงานคณะกรรมการการ อุดมศึกษา (สกอ.) ตามแผนผังการบริหารจัดการดังรูปที่ 6.2 รูปที่ 6.2 แผนผังการบริหารจัดการเครือขายศูนยปฎิบัติการเครือขายสวนกลาง (Central NOC)  จัดตั้งศูนยปฎิบัติการดานเครือขายสวนกลาง (Central-NOC) โดยความรวมมือกับสํานักงาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป., MOE-Net NOC) สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวะศึกษา (สอศ., VEC-Net NOC) สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ., OBEC-Net NOC) โดยมีการแบง ความรับผิดชอบในการดูแลโครงขายรวมกัน ทั้งนี้ในสวนของ Backbone จะเปนความรับผิดชอบของ UniNet  ศูนยปฎิบัติการดานเครือขายสวนกลาง (Central-NOC) จะตองมีเจาหนาที่วิศวกรทําหนาที่ ดูแล บริหาร จัดการ ใหคําปรึกษาสมาชิกในเครือขาย  มีศูนยรับแจงเหตุ ขัดของและประสานงานกลาง  ในกรณีมี่ตองมีการซอมแซม บํารุงรักษา อุปกรณเครือขาย อาจจะมีการจาง Out Source ศูนยปฎิบัติการดานเครือขายภาค (Regional NOC, RNOC) ทําหนาที่บริหารจัดการเครือขายระดับภาค (Regional Node) โดยประสานกับ Central NOC เพื่อดูแล สมาชิกภายในภาค ซึ่งมีทั้งสถาบันอุดมศึกษา สถาบันอาชีวะศึกษา เขตพื้นที่การศึกษา โรงเรียน และ ศูนยการศึกษานอกโรงเรียน โดยมีขั้นตอนดังนี้
  • 63. บทที่ 6. การบริหารจัดการและกํากับติดตาม (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 61  ประสานกับกับเจาหนาที่ของศูนย/สํานัก คอมพิวเตอรหรือสํานักงานไอทีของสถาบันการศึกษาระดับ ภาคที่ติดตั้งระบบเครือขาย ทั้งนี้ RNOC อาจจะอยูภายใต สกอ. สอศ. สพฐ. หรือ สป. ก็ได  ประสานงานความรวมมือกับ Central NOC ในการ ดูแล ตรวจสอบ และประสานงาน ในการบริการ จัดการระบบ ในกรณีที่เกิดปญหาการใชงานระบบเครือขายใหสถาบันที่เกิดปญหา แจงรายละเอียดกับ RNOC จากนั้น เจาหนาที่ของ RNOC จะตรวจสอบและแกไขปญหาเบื้องตน ในกรณีที่สามารถแกไขปญหาไดทันที ก็จะ ดําเนินการจนแลวเสร็จ และรายงานผลตอ Central-NOC ในกรณีที่ไมสามารถแกไขปญหาได ก็ให ประสานกับ Central-NOC เพื่อแกไขปญหาตอไป สําหรับการบริหารจัดการ Central-NOC และ RNOC นั้นอาจจะตั้งเปนหนวยงานเสมือน (Virtual Organization, VO) โดยการจัดตั้งเปนคณะกรรมการซึ่งอาจมีโครงสรางดังนี้ 1. กรรมการอํานวยการศูนยปฎิบัติการเครือขายสวนกลาง (Steering Committee) ประกอบดวย 1. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่ปรึกษา 2. เลขาธิการสํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ที่ปรึกษา 3. เลขาธิการสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่ปรึกษา 4. เลขาธิการสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ปรึกษา 5. ผูบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง สกอ. ประธาน 6. ผูบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง สป. รองประธาน 7. ผูบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง สอศ รองประธาน 8. ผูบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง สพฐ. รองประธาน 9. ผอ.ศูนยเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สป. กรรมการ 10. ผอ.ศูนยเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สพฐ. กรรมการ 11. ผอ.ศูนยเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สอศ. กรรมการ 12. ผูทรงคุณวุฒิดานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 3 คน กรรมการ 13. ผอ.ศูนยเทคโนโลยีฯ UniNet กรรมการ และเลขานุการ 14. เจาหนาที่ UniNet ผูชวยเลขานุการ อํานาจหนาที่ 1. กําหนดนโยบายในการบริหารจัดการเครือขายของกระทรวงศึกษาธิการ 2. จัดหางบประมาณในการบริหารจัดการเครือขาย ทั้งในสวนของครุภัณฑ การดําเนินการ การ บํารุงรักษา และการพัฒนาบุคลากร 3. จัดทํารายงานนําเสนอตอรัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการ
  • 64. บทที่ 6. การบริหารจัดการและกํากับติดตาม (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 62 2. กรรมการศูนยปฎิบัติการเครือขายสวนกลาง (Steering Committee) ประกอบดวย 1. ผูอํานวยการ UniNet ประธาน 2. ผูแทนจาก สกอ. จํานวน 2 คน กรรมการ 3. ผูแทนจาก สป. จํานวน 2 คน กรรมการ 4. ผูแทนจาก สอศ. จํานวน 2 คน กรรมการ 5. ผูแทนจาก สพฐ. จํานวน 2 คน กรรมการ 6. เจาหนาที่ของ UniNet กรรมการและเลขานุการ อํานาจหนาที่ 1. กําหนดขั้นตอน และรายละเอียดในการบริหารจัดการเครือขายของกระทรวงศึกษาธิการ 2. จัดทํารายละเอียดงบประมาณในการบริหารจัดการเครือขาย ทั้งในสวนของครุภัณฑ การ ดําเนินการ การบํารุงรักษา และการพัฒนาบุคลากร 3. บริหารจัดการ แกไขปญหาของสมาชิกในสวนกลาง และ Backbone 4. ประสานงานกับศูนยปฎิบัติการระดับภาค (RNOC) ในการจัดการ และแกไขปญหา 3. ศูนยปฎิบัติการเครือขายระดับภาค ประกอบดวย 1. ผูอํานวยการศูนยคอมพิวเตอรของสถาบันแมขายระดับภาค ประธาน 2. ผูแทนสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา กรรมการ 3. ผูแทนจากสถาบัน สกอ. ในภาคนั้น กรรมการ 4. ผูแทนจากสถาบัน สอศ. ในภาคนั้น กรรมการ 5. ผูแทนจากสถาบัน สพฐ. ในภาคนั้น กรรมการ 6. ผูแทนจากสถาบัน กศน. ในภาคนั้น กรรมการ 7. ผูแทนจากศูนยคอมพิวเตอรของสถาบันแมขายระดับภาคเลขานุการ อํานาจหนาที่ 1. บริการจัดการ แกไขปญหา เครือขายของสมาชิกในระดับภาค 2. จัดหาครุภัณฑ จัดจางการบํารุงรักษา และการพัฒนาบุคลากร โดยไดรับการจัดสรรของ Central NOC 3. ประสานงาน และจัดทํารายงานนําเสนอตอ Central NOC ในกรณีที่มีการจัดตั้งสถาบันเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา (รายละเอียดตามรางพระราชบัญญัติในภาคผนวก ก.) ให โอนยายภารกิจ หนาที่ ของศูนยปฎิบัติการเครือขายทั้งหมดไปที่สถาบันฯ
  • 65. บทที่ 6. การบริหารจัดการและกํากับติดตาม (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 63 ประเด็นที่ 2. การบริหารจัดการและกํากับติดตามทั่วไป แนวทางการบริหารจัดการและกํากับติดตามการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ที่ นอกเหนือจากพัฒนาโครงขายพื้นฐาน (Network Infrastructure) ควรมีการกําหนดผูรับผิดชอบ พรอมทั้ง ขอความรวมมือในการปฏิบัติงานอยางพรอมเพรียงกัน เนื่องจากมีความเกี่ยวของกับหนวยงาน/บุคคลหลาย ฝาย โดยการจัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา ประกอบดวย 1. รัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการ ประธาน 2. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่ปรึกษา 3. เลขาธิการสํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ที่ปรึกษา 4. เลขาธิการสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่ปรึกษา 5. เลขาธิการสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ปรึกษา 6. ผูบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง สกอ. กรรมการ 7. ผูบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง สป. กรรมการ 8. ผูบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง สอศ กรรมการ 9. ผูบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง สพฐ. กรรมการ 10. ผอ.ศูนยเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สป. กรรมการและเลขานุการ อํานาจหนาที่ 1. แตงตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทํางาน โดยมีผูแทนจากหนวยงานที่เกี่ยวของกับการดําเนิน ยุทธศาสตร มาตรการ หรือโครงการเพื่อการบูรณาการตางๆ 2. กําหนดตัวชี้วัดและคาเปาหมายในระดับองคกรหลัก โดยอางอิงจากตัวชี้วัดที่กําหนดไวในแผน แมบทฯฉบับนี้ หรือปรับปรุง/กําหนดเพิ่มเติมไดเพื่อความเหมาะสมตอการดําเนินงานของ กระทรวงศึกษาธิการ ภาพรวมแนวทางการบริหารจัดการและดําเนินงานของคณะอนุกรรมการหรือคณะทํางานที่ไดรับการแตงตั้ง จากคณะกรรมการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา ประกอบดวย 1. การจัดทําแผนปฏิบัติการเพื่อดําเนินกาตามแผนแมบทฉบับนี้ 2. การออกกฎระเบียบที่จําเปนตอการพัฒนาระบบ ICT ของกระทรวงศึกษาธิการ 3. การดําเนินโครงการเพื่อการบูรณาการและการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในระบบ ICT และการ ประเมินผลตามคาบเวลาที่กําหนดไว 4. การรวมกันแกไขปญหาอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นในระหวางการพัฒนาระบบ ICT 5. การทบทวน และปรับแผนการดําเนินงานตามความจําเปนอยางเหมาะสม เพื่อใหเกิดความสําเร็จใน การดําเนินงานตามยุทธศาสตรที่ไดกําหนดไว
  • 66. บทที่ 6. การบริหารจัดการและกํากับติดตาม (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 64 ปจจัยเกื้อหนุนตอความสําเร็จ การพัฒนาระบบ ICT เพื่อการศึกษา ของกระทรวงศึกษาธิการ จําเปนตองอาศัยกระบวนการการมีสวนรวม ของทุกฝาย ตลอดจนชวยกันเสนอแนะแนวทางการปรับปรุงระบบ ICT ใหเปนประโยชนรวมกัน ซึ่งอาจพบปญหา อุปสรรคนานัปการที่สามารถฟนฝาใหผานพนไปได หากทุกฝายรวมกันตระหนักถึงปจจัยแหงความสําเร็จดังตอไปนี้ 1. ผูบริหาร/ผูมีอํานาจตัดสินใจของกระทรวงฯ ตองใหความสําคัญและความรวมมือ การพัฒนาระบบ ICT ใหประสบความสําเร็จ ผูบริหารและผูมีอํานาจตัดสินใจของกระทรวงศึกษาธิการ สมควรดําเนินการดังตอไปนี้  เห็นความสําคัญและประโยชนของระบบสารสนเทศวา สามารถชวยในการบริหารงานได  ใหความรวมมือกับทีมงานผูพัฒนาระบบสารสนเทศอยางเต็มที่  ผลักดันใหเกิดการใชระบบสารสนเทศอยางจริงจัง  เปนแบบอยางแกเจาหนาที่ในการประยุกตใชระบบสารสนเทศ กระตุนและสรางความตระหนัก ในความสําคัญของระบบสารสนเทศ  สั่งการใหเจาหนาที่ใหความรวมมือในการพัฒนาและใชงานระบบสารสนเทศ รวมทั้งนํามา กําหนดเปนตัวชี้วัดในการประเมินผลงานของเจาหนาที่ โดยเฉพาะอยางยิ่งเมื่อการพัฒนาระบบ และการใชงานประสบความสําเร็จ 2. ความเขาใจในขั้นตอนการพัฒนาระบบสารสนเทศ (System Implementation) ผูบริหารและผูปฏิบัติงานสวนหนึ่งมักมองการพัฒนาระบบสารสนเทศเปนเรื่องงายๆ และเปนเรื่องของ นักเทคนิคผูพัฒนาเพียงฝายเดียว ทั้งที่จริงทุกฝายที่เกี่ยวของสมควรมีความรูความเขาใจในกระบวนการ หรือขั้นตอนการพัฒนาระบบสารสนเทศตามลําดับในภาพรวม ดังนี้คือ  ทราบความตองการดานสารสนเทศที่จะพัฒนาใหชัดเจน (Requirement Specification) กอนที่จะจัดซื้อจัดจางผูพัฒนา โดยรวมกันหาขอสรุปความตองการดานสารสนเทศที่กําลังจะ พัฒนาจากทุกภาคสวนที่เกี่ยวของ เพราะจะมีผลตอการออกแบบ พัฒนา ตลอดจนถึงการ ประยุกตใชงาน  หลังจากการวิเคราะหออกแบบ ควรมีการยืนยันความเขาใจระหวางผูพัฒนากับผูใชงานวา มี ความถูกตองตรงกันหรือไม เพราะในขั้นตอนนี้ยังถือวาสามารถเปลี่ยนแปลงแกไขไดงายกวาจะ รอใหการพัฒนาเสร็จสิ้นลง  การพัฒนาและติดตั้ง (Implement) สมควรทดสอบรวมกันระหวางผูพัฒนาและผูใช ตลอด จนถึงการฝกอบรม เพื่อใหเกิดความเขาใจในการใชงาน และการปรับปรุงที่เหมาะสมตาม สภาพการณจริง  การบันทึกและตรวจสอบความถูกตองของขอมูล (Data entry & Verify) เพราะฐานขอมูลที่ เกิดขึ้นสามารถนํามาประยุกตใชไดอยางกวางขวาง (ทั้งดานบริหารและการเรียนการสอน) จึง สมควรจะมีการตรวจสอบความถูกตองจากตนทางของแหลงขอมูลเสมอ เนื่องจากขอมูลที่มี ความผิดพลาดบางสวนอาจจะลดความนาเชื่อถือของขอมูลที่เหลือทั้งหมดได
  • 67. บทที่ 6. การบริหารจัดการและกํากับติดตาม (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 65  การบํารุงรักษา (Maintenance) ถือเปนสวนหนึ่งของกระบวนการพัฒนาระบบสารสนเทศดวย เพราะในทางปฏิบัติมักมีความเปลี่ยนแปลงที่สงผลกระทบตอการใชระบบสารสนเทศอยู ตลอดเวลา เชน ความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ความเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบและ ลักษณะงาน เปนตน 3. ประสิทธิภาพของระบบเครือขาย ระบบเครือขาย เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เปนเทคโนโลยีที่มีความเหมาะสมตอการใชงาน สารสนเทศในปจจุบัน เพราะจะชวยลดเวลาและประหยัดคาใชจายไดมากกวาการติดตอสื่อสารดวยวิธีอื่น อีกทั้งยังสามารถประยุกตใชกับการเรียนการสอนไดอยางกวางขวาง จึงควรตระหนักในประเด็นตางๆ อยางนอยดังตอไปนี้  การกระจายอยางทั่วถึงของระบบเครือขาย เพื่อใหทุกฝายสามารถเขาถึงสารสนเทศไดอยางเทา เทียมกัน  ความรวดเร็วในการรับ-สงขอมูลดวยอัตราคงที่ เพราะถาอัตราความเร็วไมสม่ําเสมอหรือมีความ ลาชาจนเกินไป จะยิ่งเปนการเสียเวลาจนถึงขั้นใชการไมไดเลย  ความมั่นคงปลอดภัยจากการถูกบุกรุก เชน ไวรัส ผูไมประสงคดี เปนตน รวมถึงเสถียรภาพของ เครือขายเอง ซึ่งลวนมีผลตอความนาเชื่อถือของขอมูลและผูใชงานทุกฝาย 4. การบูรณาการระบบสารสนเทศ การพัฒนาระบบสารสนเทศโดยทั่วไป มักจะพัฒนาทีละระบบตามความตองการของแตละสวนงานในแต ละชวงเวลา จึงคอนขางพัฒนาอยางเปนอิสระ ขาดมุมมองหรือแผนการที่จะบูรณาการระบบเหลานั้น ดวยกัน ทําใหเกิดปญหาในการทํางาน เชน ตองกรอกขอมูลซ้ําซอนกันในแตละระบบ เปนตน จึงสมควร ที่ทุกฝายจะบูรณาการดวยความตระหนักในประเด็นตางๆ ดังนี้  ความตั้งใจของทุกฝายในการบูรณาการสารสนเทศรวมกัน เพราะเทคโนโลยีปจจุบันเอื้อใหเกิด การบูรณาการไดอยางแนนอน  ความยอมรับขอบกพรองของขอมูลที่จัดเก็บไวตั้งแตอดีตจนถึงปจจุบัน เพราะเปนธรรมดาที่ การบูรณาการขอมูลมักจะแสดงใหเห็นความคลาดเคลื่อนของขอมูลระหวางระบบเสมอ  ความยอมรับของผูบริหารในการไมถือโทษ หรือถือเปนความผิดกรณีที่พบความบกพรอง คลาดเคลื่อนของขอมูล โดยเฉพาะอยางยิ่งในระยะเริ่มตนของการบูรณาการสารสนเทศ 5. กฎเกณฑ ระเบียบ หรือขอตกลงเพื่อการบริหารงานรวมกัน กระทรวงศึกษาธิการควรวางกฎเกณฑ ระเบียบ หรือขอตกลงเพื่อการบริหารงานดาน ICT เปน 2 กลุม เพื่อใหเหมาะสมกับสถานการณที่เปนจริงดังนี้คือ  กลุมที่ 1 กฎเกณฑ ระเบียบ หรือขอตกลงตามภารกิจหลักของกระทรวงศึกษาธิการ โดย พยายามรักษาใหมีความมั่นคงแนนอน (ไมเปลี่ยนแปลงบอยๆ) ซึ่งจะสงใหเกิดการพัฒนาอยาง ถาวรตอเนื่อง
  • 68. บทที่ 6. การบริหารจัดการและกํากับติดตาม (ราง) แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2557-2559 66  กลุมที่ 2 กฎเกณฑ ระเบียบ หรือขอตกลงตามนโยบายของรัฐบาลหรือรัฐมนตรีวาการฯ ซึ่ง มักจะเปนเรื่องจําเปนเรงดวนหรือมีความสําคัญตามสถานการณในแตละชวงเวลา 6. ผลประโยชนที่เกิดขึ้นรวมกัน หมายความวา ผลประโยชนจะที่ไดรับหรือที่จะเกิดขึ้นกับการทํางานของแตละฝาย สามารถปรากฏได อยางชัดเจน คือ ผูพัฒนา ผูใหขอมูล และผูดูแลระบบสมควรที่จะไดรับประโยชนดวย เชน ถือเปน คะแนนตัวชี้วัดการทํางาน ที่สําคัญเทียบเทาการปฏิบัติงานตามตําแหนงหนาที่ เปนตน 7. กําลังใจในการพัฒนา การพัฒนาระบบสารสนเทศแมจะเปนเพียงงานเบื้องหลังภารกิจของกระทรวงศึกษาธิการก็ตาม แตเมื่อ สําเร็จตามวัตถุประสงคแลว มักสงผลใหการทํางานของทุกฝายเกิดความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นไมมาก ก็นอย เชน ทํางานไดรวดเร็วขึ้น ทํางานไดสะดวกขึ้น เปนตน ฉะนั้นสมควรที่ทุกฝายจะเห็นความสําคัญ และตระหนักถึงประโยชนที่ไดรับจากการใชระบบสารสนเทศ โดยเฉพาะอยางยิ่งในชวงการพัฒนาและ เตรียมการนําระบบงานไปใช ผูปฏิบัติงานตองทํางานอยางหนักทั้งงานประจําที่ทําอยูและงานดานขอมูล ดังนั้น ผูบริหารควรจะใหขวัญกําลังใจแกผูปฏิบัติงาน เห็นความสําคัญและคุณคาในงานที่เจาหนาที่ ดําเนินงานอยู 8. ความกาวหนาทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ปจจุบันความรูความเขาใจในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ มีการขยายตัวครอบคลุมพื้นที่ตางๆไดอยาง กวางขวาง การเขาถึงเทคโนโลยีสารสนเทศสามารถทําไดคอนขางสะดวกกวาในอดีต สงผลใหการ เชื่อมโยงระหวางกระทรวงศึกษาธิการ บุคลากรทางการศึกษาตลอดจนถึงนักเรียนและประชาชนทั่วไป ซึ่งสามารถที่จะเรียนรูผานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารไดตลอดเวลา
  • 69. ภาคผนวก ก. รางพระราชบัญญัติสถาบันเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา รางฯ ที่สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) ตรวจพิจารณาแลว เรื่องเสร็จที่ ๕๐๕/๒๕๕๓ บันทึกหลักการและเหตุผล ประกอบรางพระราชบัญญัติสถาบันเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาพ.ศ. .... หลักการ ใหมีกฎหมายวาดวยสถาบันเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เหตุผล โดยที่มาตรา ๖๙ แหงพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ ไดบัญญัติใหมีหนวยงานกลาง เพื่อทําหนาที่พิจารณาเสนอนโยบายและแผนการสงเสริม การประสานการวิจัยการพัฒนาและการใชเทคโนโลยีเพื่อ การศึกษา รวมทั้งประเมินคุณภาพและประสิทธิภาพของการผลิตและการใชเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ทั้งนี้ เพื่อให ผูผลิต ผูใชและผูเรียนมีความรูความสามารถในการผลิตหรือนําสื่อเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใชในการพัฒนากระบวนการ เรียนรูทางการศึกษาใหเปนไปอยางคุมคาและเหมาะสม นอกจากนี้ มาตรา ๖๘ แหงพระราชบัญญัติการศึกษา แหงชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ ไดบัญญัติใหมีการระดมทุนเพื่อจัดตั้งกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาสําหรับใชในการ สงเสริมการผลิต การวิจัยและการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัตินี้
  • 70. 2 ราง พระราชบัญญัติ สถาบันเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา พ.ศ. .... หลักการ โดยที่เปนการสมควรมีกฎหมายวาดวยสถาบันเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกวา “พระราชบัญญัติสถาบันเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา พ.ศ. ....” มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ใหใชบังคับตั้งแตวันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้ “เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา” หมายความวา การสื่อสารผานระบบคลื่นความถี่ ระบบสื่อตัวนํา หรือ โครงสรางพื้นฐานอื่นที่จําเปนตอการแพรภาพ เสียง รวมถึงการสื่อสารในรูปแบบอื่นซึ่งครอบคลุมสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคมสื่อโสตทัศนแบบเรียนตําราหนังสือทางวิชาการหรือแหลงการเรียนรูที่นํามาใชเพื่อ ประโยชนในการใหบริการทางการศึกษา “คณะกรรมการ” หมายความวา คณะกรรมการสถาบันเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา “กรรมการ” หมายความวา กรรมการสถาบันเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา “ผูอํานวยการ” หมายความวา ผูอํานวยการสถาบันเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา “พนักงาน” หมายความวา พนักงานสถาบันเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา “ลูกจาง” หมายความวา ลูกจางสถาบันเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา “สถาบัน” หมายความวา สถาบันเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา “กองทุน” หมายความวา กองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา “รัฐมนตรี” หมายความวา รัฐมนตรีผูรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๔ ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมวด ๑ สถาบันเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา มาตรา ๕ ใหจัดตั้งสถาบันขึ้น เรียกวา “สถาบันเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา”เปนหนวยงานกลางตาม มาตรา ๖๙ แหงพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ มีวัตถุประสงค ดังตอไปนี้ (๑) เสนอนโยบายและแผนเกี่ยวกับการวิจัย การพัฒนาและการใชเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาตอ คณะรัฐมนตรี (๒) สงเสริมและประสานงานการผลิต การวิจัย การพัฒนา และการใชสื่อเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา (๓) ประเมินคุณภาพและประสิทธิภาพของการผลิตและการใชเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา (๔) พัฒนาและบริหารจัดการระบบเครือขายเทคโนโลยีสารสนเทศของสถาบัน เพื่อสนับสนุน การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย การทะนุบํารุงศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ทั้งใน ระดับชาติและระดับทองถิ่น
  • 71. 3 (๕) พัฒนาบุคลากรดานเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เพื่อใหมีความรูความสามารถและทักษะในการผลิต และการใชเทคโนโลยี มาตรา ๖ ใหสถาบันมีฐานะเปนหนวยงานของรัฐที่เปนนิติบุคคล และไมเปนสวนราชการตาม กฎหมายวาดวยระเบียบบริหารราชการแผนดิน หรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายวาดวยวิธีการงบประมาณหรือกฎหมาย อื่น กิจการของสถาบันไมอยูภายใตบังคับแหงกฎหมายวาดวยการคุมครองแรงงาน กฎหมายวาดวย แรงงานสัมพันธ กฎหมายวาดวยการประกันสังคม และกฎหมายวาดวยเงินทดแทน แตพนักงานของสถาบันตองไดรับ ประโยชนตอบแทนไมนอยกวาที่กําหนดไวตามกฎหมายวาดวยการคุมครองแรงงาน กฎหมายวาดวยการประกันสังคม และกฎหมายวาดวยเงินทดแทน มาตรา ๗ ใหสถาบันมีที่ตั้งของสํานักงานแหงใหญอยูในกรุงเทพมหานครหรือจังหวัดอื่นตามที่ รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๘ ใหสถาบันมีอํานาจกระทํากิจการตางๆ ภายในขอบแหงวัตถุประสงคตามมาตรา ๕ และ อํานาจเชนวานี้ใหรวมถึง (๑) สงเสริม ประสานงาน และสนับสนุนการจัดใหมีสถานีวิทยุกระจายเสียงและสถานีวิทยุโทรทัศน เพื่อใหบริการทางการศึกษา (๒) จัดใหมีการผลิตสื่อเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาเพื่อใชเปนตนแบบสําหรับการเผยแพรแก สาธารณชนโดยสถานีวิทยุกระจายเสียง สถานีวิทยุโทรทัศน สื่อประสม หรือโดยวิธีการสื่อสารรูปแบบอื่น ทั้งนี้ สถาบัน อาจจัดใหมีสถานีวิทยุกระจายเสียง สถานีวิทยุโทรทัศน หรือสื่อประสม เพื่อสนับสนุนการดําเนินงานดังกลาวไดดวย (๓) ประสานงานและสนับสนุนการผลิต การวิจัย การพัฒนาและการใชเทคโนโลยีเพื่อการศึกษากับ บุคคล กลุมบุคคล องคกร หรือสถาบันการศึกษา ทั้งในประเทศและตางประเทศ (๔) ทําความตกลงและรวมมือกับหนวยงานของรัฐและภาคเอกชนหรือกับองคการตางประเทศใน กิจการที่เกี่ยวกับวัตถุประสงคของสถาบัน (๕) เรียกเก็บคาตอบแทนหรือคาบริการในการดําเนินกิจการตามวัตถุประสงคของสถาบัน (๖) กระทําการอยางอื่นบรรดาที่เกี่ยวกับหรือเกี่ยวเนื่องเพื่อใหบรรลุวัตถุประสงคของสถาบัน มาตรา ๙ ทุนและทรัพยสินของสถาบันมีดังตอไปนี้ (๑) เงินหรือทรัพยสินที่ไดรับโอนมาตามมาตรา ๔๒ (๒) เงินที่รัฐบาลจายใหเปนทุนประเดิม (๓) เงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดสรรใหเปนรายป (๔) เงินอุดหนุนจากองคกรปกครองสวนทองถิ่นหรือองคกรอื่นทั้งในประเทศและตางประเทศ หรือ องคการระหวางประเทศและเงินหรือทรัพยสินที่มีผูอุทิศให (๕) คาตอบแทนคาบริการหรือรายไดจากการดําเนินกิจการ หรือสิทธิประโยชนของสถาบัน (๖) ดอกผลหรือผลประโยชนใดๆที่เกิดจากทรัพยสินของสถาบัน มาตรา ๑๐ รายไดของสถาบันไมเปนรายไดที่ตองนําสงคลังเปนรายไดแผนดินตามกฎหมายวาดวย เงินคงคลังและกฎหมายวาดวยวิธีการงบประมาณ
  • 72. 4 มาตรา ๑๑ นโยบายและแผนตามมาตรา ๕ (๑) ใหจัดทําขึ้นเพื่อกําหนดแนวทางหลักของประเทศ ในการวิจัย การพัฒนาและการใชเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา สําหรับการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ การศึกษา ตามอัธยาศัย การทะนุบํารุงศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ทั้งในระดับชาติและระดับทองถิ่น ซึ่งอยางนอยตองมี รายละเอียดดังตอไปนี้ (๑) ความสอดคลองกับนโยบายของรัฐบาล แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ และแผนการ ศึกษาแหงชาติ (๒) เปาประสงคและผลที่จะไดรับ (๓) การกําหนดหนาที่ในการดําเนินการตามภารกิจแกหนวยงานของรัฐ (๔) ประมาณการทางการเงินที่ตองใชในการปฏิบัติตามนโยบายและแผน (๕) ผลสัมฤทธิ์ของงาน (๖) แนวทางการติดตามและประเมินผล นโยบายและแผนตามวรรคหนึ่ง ใหสถาบันจัดทําเปนแผนสี่ป มาตรา ๑๒ การกําหนดหนาที่ใหหนวยงานของรัฐดําเนินการตามมาตรา ๑๑ (๓) ถาการดําเนินงาน เกี่ยวของกับหนวยงานใด ใหรับฟงความคิดเห็นจากหนวยงานนั้นกอนเสนอตอคณะรัฐมนตรี เมื่อคณะรัฐมนตรีใหความเห็นชอบนโยบายและแผนตามมาตรา ๕ (๑) ที่สถาบันเสนอแลว ให หนวยงานของรัฐดังกลาวมีหนาที่ดําเนินการตามภารกิจนั้น มาตรา ๑๓ ใหมีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกวา “คณะกรรมการสถาบันเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา” ประกอบดวย (๑) ประธานกรรมการ ซึ่งคณะรัฐมนตรีแตงตั้งจากผูซึ่งมิใชขาราชการหรือผูปฏิบัติงานในหนวยงาน ของรัฐที่มีตําแหนงหรือเงินเดือนประจํา และมีความรูความเชี่ยวชาญดานการศึกษาหรือดานเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา (๒) กรรมการโดยตําแหนงจํานวนหกคน ไดแก ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา และเลขาธิการสภาการศึกษา (๓) กรรมการผูทรงคุณวุฒิจํานวนแปดคน ซึ่งคณะรัฐมนตรีแตงตั้งจากผูมีความรูความเชี่ยวชาญดาน การศึกษา ดานเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ดานสื่อสารมวลชนหรือเทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคม ดานกฎหมาย ดานเศรษฐศาสตรหรือการคลัง อยางนอยดานละหนึ่งคน ทั้งนี้ ตองมาจากผูซึ่งมิใชขาราชการหรือผูปฏิบัติงานใน หนวยงานของรัฐที่มีตําแหนงหรือเงินเดือนประจํา จํานวนไมนอยกวาสี่คน ใหผูอํานวยการเปนกรรมการและเลขานุการ และใหแตงตั้งพนักงานของสถาบันอีกสองคนเปน ผูชวยเลขานุการ มาตรา ๑๔ ประธานกรรมการและกรรมการผูทรงคุณวุฒิ ตองมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหาม ดังตอไปนี้ ก. คุณสมบัติ (๑) มีสัญชาติไทย (๒) มีอายุไมต่ํากวาสามสิบหาปบริบูรณ และไมเกินเจ็ดสิบปบริบูรณ ข. ลักษณะตองหาม (๑) เปนขาราชการการเมือง ผูดํารงตําแหนงทางการเมือง กรรมการหรือผูดํารงตําแหนงที่ รับผิดชอบในการบริหารพรรคการเมือง ที่ปรึกษาพรรคการเมืองหรือเจาหนาที่พรรคการเมือง
  • 73. 5 (๒) เปนผูมีสวนไดเสียในกิจการที่เกี่ยวของกับสถาบัน หรือกิจการที่ขัดหรือแยงกับวัตถุประสงค ของสถาบันไมวาโดยทางตรงหรือทางออม (๓) เปนคนไรความสามารถ หรือคนเสมือนไรความสามารถ (๔) เปนบุคคลลมละลาย (๕) เคยถูกไลออก ปลดออก หรือใหออกจากราชการหรือหนวยงานของรัฐ (๖) เปนผูเคยไดรับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดใหจําคุก เวนแตเปนโทษสําหรับความผิดที่ ไดกระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ มาตรา ๑๕ ประธานกรรมการและกรรมการผูทรงคุณวุฒิมีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ปนับแต วันที่ไดรับแตงตั้ง และอาจไดรับแตงตั้งอีกได แตตองไมเกินสองวาระติดตอกัน ในกรณีที่ประธานกรรมการหรือกรรมการผูทรงคุณวุฒิพนจากตําแหนงกอนครบวาระ ใหผูไดรับ แตงตั้งแทนตําแหนงที่วางอยูในตําแหนงเทากับวาระที่เหลืออยูของผูซึ่งตนแทน ในกรณีที่ประธานกรรมการหรือกรรมการผูทรงคุณวุฒิพนจากตําแหนงตามวาระ หากยังมิไดแตงตั้ง ประธานกรรมการหรือกรรมการผูทรงคุณวุฒิขึ้นใหม ใหประธานกรรมการหรือกรรมการผูทรงคุณวุฒิซึ่งพนจาก ตําแหนงตามวาระนั้น อยูในตําแหนงเพื่อปฏิบัติหนาที่ตอไปจนกวาประธานกรรมการหรือกรรมการผูทรงคุณวุฒิซึ่ง ไดรับแตงตั้งใหมเขารับหนาที่ มาตรา ๑๖ ในกรณีที่ประธานกรรมการหรือกรรมการผูทรงคุณวุฒิพนจากตําแหนงกอนครบวาระ และยังมิไดแตงตั้งประธานกรรมการหรือกรรมการผูทรงคุณวุฒิแทนตําแหนงที่วาง ใหประธานกรรมการและกรรมการที่ เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไปได เมื่อตําแหนงประธานกรรมการและกรรมการผูทรงคุณวุฒิวางลงกอนครบวาระใหดําเนินการแตงตั้ง ประธานกรรมการและกรรมการผูทรงคุณวุฒิภายในสามสิบวัน เวนแตวาระของประธานกรรมการและกรรมการ ผูทรงคุณวุฒิเหลือไมถึงหนึ่งรอยแปดสิบวันจะไมแตงตั้งแทนก็ได มาตรา ๑๗นอกจากการพนจากตําแหนงตามวาระ ประธานกรรมการและกรรมการผูทรงคุณวุฒิพน จากตําแหนงเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) คณะรัฐมนตรีใหออกเพราะบกพรองตอหนาที่มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือหยอนความสามารถ (๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะตองหามอยางใดอยางหนึ่งตามมาตรา ๑๔ มาตรา ๑๘ ใหคณะกรรมการมีอํานาจหนาที่ ดังตอไปนี้ (๑) ควบคุมดูแลกิจการทั่วไปของสถาบันใหเปนไปตามวัตถุประสงค (๒) กําหนดทิศทาง &#x