Uploaded on

 

More in: Education
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Be the first to comment
    Be the first to like this
No Downloads

Views

Total Views
13
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0

Actions

Shares
Downloads
1
Comments
0
Likes
0

Embeds 0

No embeds

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
    No notes for slide

Transcript

  • 1. CHAPTER IX การประยุก ต์ใ ช้ห ลัก การเรีย นรู้
  • 2. การประยุก ต์ใ ช้ห ลัก การเรีย นรู้ มีจ ุด มุ่ง หมายเพื่อ ให้ก าร เรีย นรู้ม ีค ุณ ภาพและมี ประสิท ธิภ าพสูง สุด
  • 3. การประยุก ต์ใ ช้ห ลัก การเรีย นรู้ ย นรู้ใ น การประยุก ต์ห ลัก การเรี การเรีย นการสอน การถ่า ยทอดการเรีย นรู้ องค์ป ระกอบการฝึก เรีย นรูอ ย่า ง ้ มีป ระสิท ธิภ าพ การควบคุม การเรีย นรูโ ดยการ ้ ให้ร างวัล & ลงโทษ ความวิต กกัง วลและการเรีย นรู้
  • 4. การประยุก ต์ห ลัก การเรีย นรู้ใ น การเรีย นการสอน
  • 5. การประยุก ต์ห ลัก การเรีย นรู้ใ น การเรีย นการสอน ใช้ห ลัก การวางเงื่อ นไขแบบ ลงมือ กระทำา
  • 6. การประยุก ต์ห ลัก การเรีย นรู้ใ น การเรีย นการสอน การเรีย นโดย อาศัย เครื่อ ง มือ ช่ว ยสอน การเรีย นโดย อาศัย แบบ ฝึก หัด
  • 7. การเรีย นโดยอาศัย เครื่อ งมือ ช่ว ยสอน
  • 8. การเรีย นโดยอาศัย แบบฝึก หัด Linear Program Branching Program
  • 9. Linear Program 1. จิต วิท ยาเป็น วิท ยาศาสตร์ท ี่ศ ึก ษา พฤติก รรม และจิต เกี่ย วกับ _______ของ 2. _______มุ่ง เน้น ลัก ษณะ อินนบวกและ ด้า ทรีย ์ นัก มานุษ ย นิย ม 3. การพัฒ นาศัก ยภาพของ นัก จิต วิเ คราะห์น ิย มใช้ Free บุคจิต วิบัด คลา ท ยา การบำ 4. Associatio ทางจิต ด้ว ยวิ เน้ สาขา_______มุ่งธ ี น n Develop การ_______ อธิบ าย mental ถึง การที่ท ารกยัง ช่ว ย Psycholo เหลือ ตนเองไม่ไ ด้
  • 10. Linear Program 1 2 3 4 5
  • 11. Branching Program 1 2 3 4 te st 5
  • 12. ระบบความรู้ (Knowledge Organization Program) ห ลัก เป็น เหตุผ ลต่อ ใช้ กัน (Logical Organization) SEQUENCES จิต วิท ยา (Psychological KEY POINT Organization) ATTENTION & GENERALIZATI ON
  • 13. กฎการเรีย นรู้ส ำา หรับ การสร้า ง โปรแกรม และเครือ งมือ การสอน ่ Active Participa Inform Individu tion ation al or Feedba Differen Learning ck ce by Doing
  • 14. Active Participation or Learning by Doing ผู้เ รีย นมีป ฏิก ิร ิย าโต้ต อบ ฝึก ฝน
  • 15. Information Feedback = Operant Conditioning ผู้เ รีย นมีโ อกาสทราบคำา ตอบทัน ที
  • 16. Individual Difference ผู้เ รีย นเรีย นตามระดับ สติป ัญ ญา ความถนัด branching program และความสามารถของตนเอง =
  • 17. องค์ป ระกอบการ ถ่า ยทอดการเรีย นรู้
  • 18. กระบวนการที่เ กิด จากการ ้ การถ่า ยทอดการเรีย นรู ฝึก หัด หรือ การเรีย นรูง านชิ้น ก่อ น ้ เข้า ไปมีผ ลต่อ การเรีย นงาน ชิ้น ต่อ มา การถ่า ยทอด การถ่า ยทอด การเรีย นรู้ การเรีย นรู้ ทางบวก ทางลบ
  • 19. ครัง ้ กลุ่ม ทดลอง ควบคุม ข. > ก.  ครั้ง ที่ 1 ครั้ง ที่ 2 เรีย น งาน ก. พัก + ข. เรีย น งาน ข. เรีย น งาน ข. < ก.
  • 20. การถ่า ยทอด การถ่า ยทอด การเรีย นรู้ การเรีย นรู้ ทางบวก ทางลบ การเรีย นงาน 1 ช่ว ยให้ก าร เรีย นงาน 2 ง่า ยขึน ้ การเรีย นงาน 1 ทำา ให้ก ารเรีย น งาน 2 ยากขึ้น Learning Transfer  Training Transfer
  • 21. การถ่า ยทอดการเรีย นรู้ “การลับ สมอง” ด้ว ยการ ฝึก หัด งานที่ย ากก่อ น จะ ช่ว ยให้เ ผชิญ ปัญ หาทั่ว ไปที่ ง่า ยกว่า ได้ด ีข ึ้น ใช่ห รือ ไม่ NO การฝึก หัด ด้ว ยการเรีย นรู้ส ง ทีม ี ิ่ ่ ความคล้า ยคลึง กัน ทำา ให้ก าร ถ่า ยทอดการเรีย นรูม ี ้
  • 22. องค์ป ระกอบการ ถ่า ยทอดการเรีย นรู้ ความ กฎ เทคนิค คล้า ยคลึง เกณฑ์
  • 23. ความคล้า ยคลึง กัน ของ งานที่เ รีย น สิ่ง เร้า ต่า งกัน ตอบสนอง คล้า ยกัน สิ่ง เร้า เหมือ น กัน ตอบสนอง ต่า งกัน ถ่า ยทอดการ เรีย นรู้ท าง บวก ถ่า ยทอดการ เรีย นรู้ท างลบ
  • 24. การถ่า ยทอดการเรีย นรู้โ ดย อาศันรู้ห ลัก การเรีย นรู้ ย กฎเกณฑ์ การได้เ รีย คล้า ยคลึง กัน สามารถถ่า ยทอดการเรีย นรูส ู่ ้ กัน ได้
  • 25. การเรีย นรู้เ ทคนิค การ เรีย น วิธ ีก ารหาเคล็ด ลับ การเรีย น พัก ผ่อ น คลาย เครีย ด องค์ ประกอบ ไม่ใ ส่ใ จ สิ่ง เร้า ที่ ไม่ เกีย วข้อ ่ หาความ สัม พัน ธ์ ของตัว
  • 26. การประยุก ต์ก ารถ่า ยทอดการ เรีย นรู้ใ นการศึก ษา 1. ความแม่น ยำา หลัก การพื้น ฐาน 2. สรุป กฎเกณฑ์ไ ปใช้ใ น สถานการณ์อ ื่น ๆ 3. ปรับ ปรุง วิธ ีก าร เรีย นให้ก ้า วหน้า
  • 27. องค์ป ระกอบการฝึก เรีย นรู้อ ย่า ง มีป ระสิท ธิภ าพ
  • 28. องค์ป ระกอบการฝึก เรีย นรู้อ ย่า ง มีป ระสิท ธิภ าพ ทราบผล กระจาย เวลา ทบทวน แบ่ง ส่ว น
  • 29. การทราบผลการฝึก หัด Psychological Feedback คือ กระบวนการที่บ ค คลได้ร บ ุ ั ข้อ มูล เกีย วกับ การฝึก หัด ของ ่
  • 30. Psychological Feedback ระหว่า งฝึก หลัง สิ้น สุด การฝึก เพือ นำา ไปปรับ ปรุง การฝึก หัด ให้ ่ ถูก ต้อ งยิ่ง ขึน ้ ทราบผลการฝึก หัด เร็ว เท่า ไร ก็ จะยิ่ง ทำา ให้ส ามารถปรับ ปรุง งานให้ด ข ึ้น มากเท่า นั้น ี
  • 31. การกระจายระยะเวลา ฝึก หัด การฝึก แบบ การฝึก แบบต่อ เว้น ระยะ เนื่อ ง มีป ระสิท ธิภ าพ สูง กว่า อุน เครื่อ ง ่ ลดความ เหนื่อ ยล้า
  • 32. การกระจายระยะเวลา ฝึก หัด Consolidation Theory สิ่ง ที่เ รีย นรูเ ข้า ไปจะต้อ งมีช ว ง ้ ่ เวลาว่า งเพือ ให้ส ง ที่เ รีย นได้ ่ ิ่ ประสานรวมกัน ในหน่ว ย ความ จำา ตามกระบวนการทางสรีร วิท ยา
  • 33. Consolidation Theory เรีย น Grou เรีย นอนหลับ 89 p1 น % Grou เรีย นอนหลับ กิจ กรรม เรีย 86 แทรก น % p2 น เรีย น Grou เรีย กิจ กรรม 44 แทรก p3 น % Grou ก หัย แบบเว้น ระยะดีก ว่า แบบติย ต่อ การฝึ เรี ด กิจ กรรม นอนหลับ เรี ด 59 แทรก น % กัน เฉพาะในการจำา การคิด แก้ป ัญ หาควร p4 น ฝึก หัด แบบต่อ เนื่อ งในระยะแรก
  • 34. การอ่า นและนึก ทบทวน เพิ่ม แรง จูง ใจ ชี้แ นะความ ก้า วหน้า
  • 35. การแบ่ง เรีย นเป็น ส่ว นย่อ ย การเรีย นหมด ทุก ส่ว น เหมาะกับ งานที่ต ้อ ง อาศัย การจำา เหมาะกับ งานที่ ต้อ งอาศัย การ คิด และเข้า ใจ
  • 36. การควบคุม การเรีย นรูโ ดยการ ้ ให้ร างวัล & ลงโทษ
  • 37. การให้ร างวัล (Rewarding) ใช้ใ นการดัด พฤติก รรมของ อิน ทรีย ์ Intrinsic น Extrinsic รางวัล ทางใจ เป็ รางวัล ล่อ ใจ ความพอใจจาก Reward Reward ภายนอก การทำา งาน เช่น ความสุข ความพอใจ หรือ ความภาคภูม ิใ จ ไม่เ กี่ย วกับ ตัว งาน โดยตรงเช่น การ ทำา สิ่ง ใดเพื่อ หวัง รางวัล หรือ
  • 38. การให้ร างวัล (Rewarding) Introversi Extraversi on on
  • 39. ผลจากการให้ร างวัล การเพาะนิส ัย แห่ง การติด สิน บน คาด หวัง ในสิ่ง ตอบแทนจาก การกระทำา ทุก เรื่อ ง เกิด การ แข่ง ขัน ชิง ดีช ิง เด่น กัน ในกลุ่ม ผู้เ รีย น
  • 40. การลงโทษ (Punishment)
  • 41. การลงโทษ (Punishment) ควรการใช้ก ารลงโทษลดลง เพราะมีผ ลเสีย มากกว่า ผลดี การ อาจจะ ลงโทษ ทำา ให้เ กิด กระตุ้น ให้ รุน แรง ความรู้ส ึก มี ทำา ให้เ กิด เกลีย ดชัง ผู้ พฤติก รรม ผลด้า น ลงโทษ เช่น นั้น
  • 42. การลงโทษ (Punishment) การลงโทษจะดีก ็ต ่อ เมื่อ ยุต ิ พฤติก รรม ที่ไ ม่เ หมาะ มีป ระโยชน์ สม แล้ว ในแง่ท เ ป็น ทำา ให้เ กิด ี่ แนะให้ผ ู้ สัญ ญาณแก่ การจดจำา ถูก ลงโทษ การตอบ ไม่ก ระทำา ประพฤติต ว ั สนอง พฤติก รรม ใหม่ใ น ทำา ให้เ กิด แบบเดิม อีก ด้า นที่จ ะไม่ ความระวัง
  • 43. ความวิต กกัง วลและการ เรีย นรู้
  • 44. ความวิต กกัง วลและการ เรี วามกั บุค คลควรมีคย นรู้ ง วลบ้า ง แต่ไ ม่ค วรมีค วามกัง วลมากเกิน ไป ง วลตำ่า จะ บุค คลทีม ค วามกั ่ ี ทำา งานได้อ ย่า งมีป ระสิท ธิภ าพ มากกว่า คนทีก ัง วลสูง ่
  • 45. ความวิต กกัง วลและการ บุค คลทีมเรีย นรู้ วลตำ่า จะ ่ ค วามกัง ี ทำา งานได้อ ย่า งมีป ระสิท ธิภ าพ มากกว่า คนทีก ัง วลสูง ่
  • 46. การวิต กกัง วลมีผ ลต่อ การเรีย น หนัง สือ ผู้ท ี่ก ง วลสูง จะได้ค ะแนนน้อ ย ั กว่า ผู้ท ก ง วลตำ่า ี่ ั
  • 47. CHAPTER