Wave 1

460 views

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
460
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
4
Actions
Shares
0
Downloads
4
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Wave 1

  1. 1. Coastal EngineeringANALYSIS OFTHESTATISTIC OFWAVEGroup 2Department of water resources Engineering
  2. 2. คำนำ ความสูงคลื่น เป็ นข้อมูลหลักที่จาเป็ นในการบริ การจัดการชายฝั่ง เป็ นอย่างมาก ตั้งแต่เพื่อการออกแบบโครงสร้างชายฝั่งทะเล การคานวณการกัดเซาะ และผลกระทบต่าง ๆ ซึ่งมีสูตรต่างๆมากมายสาหรับหาค่าการเติบโตของคลื่น ซึ่งได้มาจากกลุ่มข้อมูลจานวนมากของการสังเกตด้วยสายตา นอกจากนี้ได้มีการคิดค้นสูตรซึ่งใช้ฐานข้อมูลของคลื่นที่ได้มาจากเครื่ องมือวัด ซึ่งสูตรเหล่านี้ไม่ได้แยกคุณสมบัติทางกายภาพออกไป และสูตรที่ได้น้ ีจะแสดงการเติบโตของคลืน ก็ต่อเมื่อเราทราบค่าของคุณสมบัติของ Wind ่field ซึ่งประกอบด้วย ความเร็ วและทิศทางลม (Wind speed and direction) ระยะลมแน่ทิศ (Fetch) ระยะเวลา(Duration) มีความต่างกันของค่าความสูงคลื่น และ Period ระหว่าง ข้อมูลที่ได้จากการสังเกต กับ ข้อมูลที่ได้จากการวัดด้วยเครื่ องมือ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการพยากรณ์ คลื่น ซึ่งโดยปกติแล้วตาของคนเรานั้นจะสนใจเฉพาะคลื่นที่ใกล้กว่าและชันกว่า ดังนั้นการสังเกตความสูงคลื่นด้วยสายตานั้นจะถูกประมาณเป็ นค่าของSignificant wave height ขณะที่การสังเกต Wave period ด้วยสายตานั้น จะสังเกตได้ค่อนข้างสั้นกว่าการใช้เครื่ องมือวัด และได้มีสูตรหลายสูตรซึ่งจะทาการเปลี่ยนข้อมูลที่ได้จากการสังเกตด้วยสายตา ให้มีความถูกต้องมากกว่าเดิม สาหรับประโยชน์ที่ได้จากการเปลี่ยนข้อมูลทั้งหมดนั้น เราจะเห็นได้ว่า มันจะไม่คุมค่ากับการปฏิบติมากนัก ซึ่งการดาเนินการดังกล่าวจะใช้ประโยชน์ในการนาเสนอ ้ ัทางด้านกราฟมากกว่า ซึ่งความสัมพันธ์ของวิธีการต่างๆเหล่านี้ ได้มีการทามาปฏิบติมาตั้งแต่กลางทศวรรษ ัที่ 40 แล้ว ดังเช่น เส้นโค้งที่ถกพัฒนาโดย Sverdrup และ Munk และ เส้นโค้งของ Pierson-Neumann-James ูหรื อ PNJ ทั้งสองทฤษฎีมีความเหมือนกันตรงที่การใช้สมการพื้นฐาน ซึ่งถูกอนุมานโดยการวิเคราะห์มาจากจานวนข้อมูลมากๆของการสังเกตด้วยสายตา โดยใช้ทฤษฎีทางด้านกราฟ เพื่อให้เราได้ทราบค่าตัวแปรของลักษณะของคลื่น แต่อย่างไรก็ตามทั้งสองทฤษฎีน้ ีมความต่างกันตรงที่วิธีการระบุ Wave field นันคือ ทฤษฎี ี ่แรกแสดงผลของWave field โดยแสดงในรู ปของ และ ขณะที่ ทฤษฎีที่สองแสดงผลของ Wavefield ในเทอมของ Wave spectrum ซึ่งข้อได้เปรี ยบส่วนใหญ่ของทฤษฎีของ PNJ นั้น คือมีความสมบูรณ์ในการแสดงผลที่ดีกว่า แต่ก็มขอเสียตรงที่จาเป็ นต้องใช้เวลาในการคานวณมาก ี ้ รายงานนี้ จึงจัดทาขึ้นเพื่อศึกษาวิธีการคานวณ และวิเคราะห์ ความสูงคลื่น จากความเร็ วลม ที่พดเข้า ัสู่ชายฝั่งทะเล โดยจะนาเอาข้อมูลความเร็วลม ในอดีตมาใส่ไปในโปรแกรม เพื่อวิเคราะห์ ค่าต่าง ๆซึ่งเมื่อทาการวิเคราะห์ขอมูลแล้วจะได้ผลการวิเคราะห์ออกมาเป็ น ความสู งคลื่นและรอบปี การเกิดซ้ าแต่ล่ะปี ให้ได้ ้ข้อมูลในเวลาอันรวดเร็ วมากยิงขึ้น เพื่อที่จะสามารถนาไปคานวณออกแบบโครงสร้าง ต่าง ๆได้ต่อไป ่
  3. 3. สารบัญคานาสารบัญผลการวิเคราะห์ขอมูลความสูงคลื่น ตลอดทั้งปี ้ผลการวิเคราะห์ขอมูลความสูงคลื่น ช่วงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ้ผลการวิเคราะห์ขอมูลความสูงคลื่น ช่วงมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ้ผลการวิเคราะห์ขอมูลความสูงคลื่น ช่วงเปลี่ยนฤดูกาล ้แผนภาพแสดงทิศทางและความเร็วลมผลการวิเคราะห์ความสูงคลื่นที่รอบปี การเกิดซ้ าต่าง ๆกราฟแสดงผลการวิเคราะห์
  4. 4. THE ANALYSIS OF THE STATISTIC OF WAVE AROUND THE VARIOUS RECURRENCE. Trang
  5. 5. STATISTIC OF WAVE ALL YEAR
  6. 6. STATISTIC OF WAVE ALL YEAR
  7. 7. STATISTIC OF WAVE ALL YEAR
  8. 8. STATISTIC OF WAVE (NORTHEAST MONSOON)
  9. 9. STATISTIC OF WAVE (NORTHEAST MONSOON)
  10. 10. STATISTIC OF WAVE (NORTHEAST MONSOON)
  11. 11. STATISTIC OF WAVE (SOUTHEAST MONSOON)
  12. 12. STATISTIC OF WAVE (SOUTHEAST MONSOON)
  13. 13. STATISTIC OF WAVE (SOUTHEAST MONSOON)
  14. 14. STATISTIC OF WAVE (CHANGING SEASON)
  15. 15. STATISTIC OF WAVE (CHANGING SEASON)
  16. 16. STATISTIC OF WAVE (CHANGING SEASON)
  17. 17. WAVE ROSE
  18. 18. PLOTTING POSITION
  19. 19. RETURN PERIOD
  20. 20. RETURN PERIOD
  21. 21. GROUP 2 Trang

×