Pp social
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 

Pp social

on

  • 760 views

social media

social media

Statistics

Views

Total Views
760
Views on SlideShare
684
Embed Views
76

Actions

Likes
0
Downloads
10
Comments
0

1 Embed 76

http://krucomp.wordpress.com 76

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

Pp social Pp social Presentation Transcript

  • Social Media Social Media หมายถึงสังคมออนไลน์ที่มีผู้ใช้เป็นผู้สื่อสาร หรือ เขียนเล่า เนื้อหา เรื่องราว ประสบการณ์บทความรูปภาพ และ วีดิโอ ผู้ใช้เขียนขึ้นเอง ทาขึ้นเอง หรือพบเจอจากสื่ออื่นๆ แล้วนามา แบ่งปันให้กับผู้อื่นที่อยู่ในเครือข่ายของตน ผ่านทางเว็บไซต์
  • ลักษณะของโซเซียลมีเดีย
  • สรุป โซเชียลมีเดีย เป็นเครื่องมือออนไลน์ที่ทาให้เรามีปฏิสัมพันธ์กับ ผู้อื่นด้วยการแบ่งปันข้อมูลหรือพูดคุยกัน โซเชียลมีเดีย มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ไม่ควรที่จะปิดกั้นตัวเองไม่ ใช้ แต่ก็ไม่ควรที่จะใช้อย่างไม่มีวินัย เราควรจะเรียนรู้ที่จะใช้โซเชียลมีเดียให้เหมาะสมและให้เป็น ประโยชน์
  • การนา Social Media มาใช้ ในการเรียนการสอน
  • การนา E-learning และ Social Mediaมาใช้ในการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาการศึกษา
  • ความสัมพันธ์ระหว่าง E-learning กับ social media เราสามารถใช้คุณสมบัติของ Social Media ในการส่งเสริมการเรียนรู้ ของผู้เรียนแบบ E-Learning ได้เป็นอย่างดี โดยในด้าน - การติดต่อ สื่อสาร การติดตาม ประสานงาน การส่งงานผ่าน Social Media และการแบ่งปันความรู้ระหว่างผู้สอน-ผู้สอน ผู้สอน- ผู้เรียน ผู้เรียน-ผู้เรียน การใช้ Social Media เป็นสื่อการเรียนรู้ ประกอบการเรียนการสอน เป็น ส่วนหนึ่งของการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน การใช้ Social Media รวบรวมแหล่งเรียนรู้ต่างๆในการศึกษาเรียนรู้ด้วย ตนเอง
  • การนา e-learning กับ social มาใช้ในการ จัดการเรียนการรู้1. ครูผู้สอนสอนโดยใช้ E-learning และSocial Media มาเป็นเครื่องมือ ประกอบการจัดการเรียนรู้  ครูจะ ใช้ E-learning และSocial Media ถ่ายทอดเนื้อหา สาระ ออกแบบการจัดการเรียนรู้ และเป็นเครื่องมือประกอบการสอน ใน รายวิชาต่างๆ โดยให้นักเรียนได้ศึกษาหาความรู้ สร้างองค์ความรู้ และเรียนรู้องค์ความรู้ต่างๆ ผ่าน E-learning และSocial Media  อีกทั้ง การที่ครูได้นาสื่อ ICT ที่ได้จากการรวบรวมสื่อ ICT รูปแบบ ต่างๆ มาออกแบบระบบการจัดการเรียนรู้ใหม่อย่างเป็นขั้นตอนแล้ว ให้นักเรียนเข้าไปศึกษาหาความรู้นั้น และทาการวัดประเมินผล ใน ลักษณะ ระบบออนไลน์
  • 1.1 สอนโดยนาE-learning และSocial Media มาถ่ายทอด แบ่งปันองค์ ความรู้และสาระเนื้อหาวิชา เพื่อใช้ประกอบการสอนในแต่ละรายวิชา ในลักษณะ ต่างๆ  เช่น การนาเสนอเนื้อหาผ่านโปรแกรมนาเสนอ(Presentation), สื่อ วีดิทัศน์ (VDO), สื่อ Electronic อื่นๆ ได้แก่ E–book, LO (Learning Objects), บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI), Courseware รวมทั้งสื่ออิเล็กทรอนิกส์รปแบบใหม่อื่นๆ แล้วแต่จะ ู เรียก เป็นต้น ลักษณะสื่อ ICT  ปัจจุบันควรมีลักษณะที่มีขนาดของแฟ้มข้อมูล (file) ที่มีขนาดเล็ก ซึ่งสามารถออนไลน์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตโดยใช้ Social Media และสามารถเข้าถึงสื่อได้อย่างรวดเร็ว
  • สอนโดยนา E-learning และSocial Media มาถ่ายทอด แบ่งปันองค์ความรู้และ สาระเนื้อหาวิชา เพื่อใช้ประกอบการสอนในแต่ละรายวิชาในลักษณะ ต่างๆ
  • 1.2 นาสื่อหรือแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ที่ได้จากการผลิต การสืบค้น หรือ สื่อ อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ มาออกแบบการจัดการเรียนรู้ในรูปแบบ E-Learning Courseware ด้วยระบบการจัดการ LMS (Learning Management System) ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต  ผู้สอนอาจออกแบบให้นักเรียนเรียนรู้ด้วยตนเอง มีการวัดและ ประเมินผล การเรียนรู้ในเนื้อหาวิชานั้นๆ ได้โดยไม่ได้พบปะกับ ครูผสอนหรืออาจมาพบปะเป็นครั้งคราวก็ได้ ู้  หากนักเรียนเกิดมีปัญหาในการเรียนรู้อาจใช้ กระดานข่าว (web board) หรือ Social Media เช่น Twitter, Hi5, Face book, E- mail ในการติดต่อเพื่อสอบถามและแก้ไขปัญหากับครูผสอน ู้
  • นาสื่อหรือแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ที่ได้จากการผลิต การสืบค้น หรือ สื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ มา ออกแบบการจัดการเรียนรู้ในรูปแบบ E-Learning
  • 2. ครูผู้สอนสอนให้นักเรียนเรียนรู้การใช้E-learning และการติดต่อสื่อสารด้วย Social Media โดยตรง 2.1 ครูผู้สอน สอนให้นักเรียนสามารถใช้เครื่องมือในการติดต่อสื่อสาร ผ่าน Social Media ในระบบอินเทอร์เน็ต แล้วครูนามาใช้เป็นเครื่องมือใน การจัดการเรียนรู้ และติดต่อกับผู้เรียน ได้แก่ การสืบค้นข้อมูล Search Engine, E-mail, Twitter, Hi5, Facebook, Twitter เป็นต้น
  • 2.2 สอนโดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามปกติแต่มีการและ ประเมินผลงาน โดยใช้ Social Media ซึ่งนักเรียนมีความสามารถ ในการใช้งานสื่อ ICT โดยได้เรียนรู้การใช้งานโปรแกรมต่างๆ มาแล้วในวิชาคอมพิวเตอร์  เช่น การจัดกิจกรรมรายวิชาวิทยาศาสตร์ ให้นักเรียนค้นหาประวัติ นักวิทยาศาสตร์ จากอินเทอร์เน็ตและทาการประเมินผลด้วยการให้ นักเรียนจัดทารายงานด้วยโปรแกรมจัดทาเอกสารสานักงานต่างๆ  นาเสนอเนื้อหาผ่านโปรแกรม Presentation ต่างๆ แล้วส่งครูผ่าน E- mail , Facebook, Slideshare  อาจจัดทาเป็น WebPages หรือถ่ายเป็นวีดิโออัพโหลดผ่าน Youtube แล้วส่ง Link มาให้ครู แล้วครูก็ประเมินผลการดาเนินงานตามสาระ เนื้อหาและข้อมูลที่นักเรียน ได้นาเสนอ เป็นต้น
  • สอนโดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามปกติแต่มีการและประเมินผลงาน โดยใช้ Social Media
  • การประยุกต์ใช้ E-learning และSocial Media ประกอบการจัดการเรียนรู้
  •  ใช้นาเข้าสู่บทเรียน  ขั้นนาเข้าสูบทเรียน ครูผู้สอนอาจนาภาพ ดิจิทัล (Digital) จาก ่ Google , Flickr, Picasa หรือ VDO จาก Youtube หรือสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ใดๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องที่จะสอนมาให้นักเรียนดู  สนทนาเกี่ยวกับเรื่องที่ได้รับชมเพื่อกระตุ้นความสนใจให้กับผู้เรียน โดยไม่จาเป็นต้องให้นักเรียนดูทั้งหมดของเรื่องที่นามาเสนอ สร้าง เร้าความสนใจในบทเรียนของนักเรียน สามารถตอบสนองความ ต้องการในการเรียนรู้ของนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  •  ใช้ประกอบการจัดการเรียนรู้  ครูผสอนอาจออกแบบกิจกรรมการเรียนรูโดยอาศัยการจัดการใน ู้ ้ ระบบ LMS โดยอาศัย Software ให้นักเรียนเลือกศึกษาความรู้จาก การออกแบบของครูผู้สอนให้นักเรียนได้เลือกเรียนรู้ได้ตลอดเวลา โดยอาศัยสื่ออื่นประกอบ  เช่น บทเรียนคอมพิวเตอร์ชวยสอน (CAI) E-Book, LOs, ่ Courseware, VDO ผู้สอนจะต้องออกแบบการจัดการเรียนรู้ไว้ ล่วงหน้า  และพิจารณาเนื้อหาทีสอนมาให้นักเรียนศึกษา เรียนรู้ดวยตนเอง ่ ้ หรือให้เลือกสื่อให้นักเรียนเรียนรู้จากสื่อโดยตรง
  •  ใช้ขยายความรู้ การปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้  ครูผู้สอนต้องพิจารณาความรู้ความสามารถความพร้อมในการใช้ E-learning และSocial Media ของผู้เรียนมาเป็นแนวทางในการออกแบบกิจกรรมการ เรียนรู้และให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการเรียนรู้ เช่น  ค้นหาความรู้จากอินเทอร์เน็ต โดยใช้ Search Engine เช่น ค้นหา ข้อมูลเนื้อหา รูปภาพ แผนที่จาก Google ค้นเรื่องราวข้อเท็จจริงที่ เกี่ยวข้องจาก youtubeในลักษณะรายการโทรทัศน์  นาความรู้ที่ได้มาศึกษาวิเคราะห์ สังเคราะห์ให้เป็นความรู้ของตนเอง และจัดทาเป็นเอกสารด้วยMS Word ส่ง E-mail ให้ครู หรือ แชร์ใน กลุ่ม Facebook
  •  สร้าง เป็น E-Book, Webpage หรือรายการโทรทัศน์ แล้วอัพโหลด ผ่านทาง Facebook- ให้นักเรียนทาปฏิทิน คานวณหาคาตอบทางคณิตศาสตร์ด้วย MS Excel - ทาบัตรอวยพร บัตรเชิญ หรือ แผ่นภาพสรุปความรู้ ด้วย MS Power point แล้ว Save เป็น .jpg แล้วอัพโหลดส่งครูผ่าน Facebook เปิดกระดานสนทนา (Web board) ให้นักเรียนแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่ง กันและกัน- สร้างเป็นกลุ่มสนใจ เช่น Web Blog, Social Network ขยายความรู้ในกลุ่มด้วย hi5, Face book, twitter
  •  ใช้สรุปเนื้อหา  ครูจะใช้ในขั้นตอนสุดท้ายของการจัดการเรียนการสอนในแต่ละครั้ง หรือแต่ละ ชั่วโมงครูอาจออกแบบนา Social Media มาให้นักเรียนทาการสรุปในลักษณะ ต่างๆ เช่น  สรุปองค์ความรู้ที่ได้จากการเรียนรู้มานาเสนอและจัดทาด้วยโปรแกรม คอมพิวเตอร์ นาเสนอในรูปแบบต่าง ๆ ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โดย เชื่อมโยงกับการใช้ Social Media เช่น การใช้ Mindmeister ทา Mind map ออนไลน์ แล้วแบ่งปันเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน เป็นต้น  นาสื่อ LO เกม หรือเพลงที่ได้จากการสืบค้นข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตมาให้ นักเรียนทากิจกรรมเพื่อทบทวนความรู้และสรุปความรู้จากการเรียนรู้ หรือนา VDO จาก Youtube มาให้นักเรียนสรุปความรู้และประยุกต์ใช้ ใน ชีวิตประจาวัน
  • 3. จัดการเรียนการสอนตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่วางแผนและออกแบบไว้ โดยบูรณาการใช้ Social Media ในการจัดการเรียนรู้ 3 ลักษณะ คือ 1) ใช้เป็นสื่อการเรียนการสอน เช่น การนาคลิปวิดีโอจาก Youtube มาสร้างความสนใจในการนาเข้าสู่ บทเรียนและประกอบการอธิบาย ซึ่งอาจใช้ผ่านเว็บไซต์โดยตรงแบบ ออนไลน์ หรือ ดาวน์โหลดเป็นไฟล์ไว้ ยังสามารถนามารวมไว้ใน Wordpress สาหรับให้นักเรียนเข้ามา ศึกษาเพิ่มเติมด้วยตนเอง หรือมอบหมายงานให้นักเรียนอภิปรายความรู้ จากคลิปวิดีโอ เป็นต้น นอกจากนี้ยังได้อัพโหลดไฟล์วิดีโอขึ้นไว้ใน Youtube แล้วนามาแสดงไว้ใน Wordpress อีกด้วย
  • 1) ใช้เป็นสื่อการเรียนการสอน เช่น อัพโหลดไฟล์วิดีโอขึ้นไว้ใน Youtube แล้วนามาแสดงไว้ใน Wordpress
  • การนาภาพต่างๆ เช่น ภาพภูเขาไฟ ภาพโลก ภาพหิน มาจาก Flickr และ Google
  • - การอัพโหลดเอกสารประกอบการสอน Presentation ใบงาน ขึ้นไว้ในSlideshare และ Scribd ตลอดจนการนาเอกสารต่างๆที่เกี่ยวข้อง ในSlideshare และ Scribd มาใช้ประกอบการสอน
  • - การนาเสนอข้อมูล เนื้อหา แหล่งเรียนรู้ออนไลน์ รายละเอียดที่น่าสนใจ ผ่านทาง Wordpressให้นักเรียนเข้ามาศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเองตามอัธยาศัย และมีปฏิสัมพันธ์ในการแสดงความคิดเห็น และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน
  • 2) ใช้ติดต่อสื่อสารระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน ผู้เรียนกับผู้เรียน ตลอดจนผู้ที่สนใจ เช่นการใช้ Facebook Twitter Wordpress ในการแจ้งข่าวสาร แจ้งภาระงาน ตลอดจนการเชิญชวนและประชาสัมพันธ์เข้าไปศึกษาเยี่ยมชมในบล็อกของครู
  • ใช้ในการมอบหมายงาน แสดงความคิดเห็น แบ่งปันและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน ผู้เรียนกับผู้เรียน ตลอดจนผู้ที่สนใจ ผ่านการ Comment ในบทความ
  •  การมอบหมายงาน ครูจะดาเนินการสร้างบทความที่มีการนาเนื้อหาข่าว รูปภาพ หรือคลิปวิดีโอ มานาเสนอ พร้อมตั้งคาถามที่เน้นการกระตุ้นให้ นักเรียนนาความรู้จากที่เรียนมาในห้องเรียน มาคิดเพื่อ ตอบคาถาม ในเชิง วิเคราะห์และแสดงความคิดเห็น เพราะฉะนั้นนักเรียนจะมีคาตอบที่ไม่ซ้ากันและไม่สามารถลอกกันได้ ซึ่งอาจ กาหนดให้มีการทาโพลล์ เพื่อสารวจความคิดเห็นของนักเรียนด้วย พร้อม จัดหาแหล่งเรียนรู้ แหล่งข้อมูล และแสวงหาสื่อการเรียนการสอนเพื่อใช้ใน การส่งเสริม การจัดการเรียนการสอนอยู่เสมอ นอกจากการเรียนการสอนแล้ว ยังได้ใช้ Wordpress ในการเผยแพร่และ ประชาสัมพันธ์ผลงาน กิจกรรม ตลอดจนสาระน่ารู้ที่จะเป็นประโยชน์ต่อ นักเรียน ครูและผู้ที่สนใจอีกด้วย
  •  4. ขั้นประเมินผล  หลังจากที่ได้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนแล้ว ต้องมีการวัดและ ประเมินผล ตรวจงานและประเมินผลจากการตอบคาถาม แสดง ความคิดเห็นของนักเรียนต่อสถานการณ์ที่ครูกาหนดเป็นบทความ ผ่านทาง http://teacherkobwit2010.wordpress.com และการ ทางานภายในห้องเรียนอย่างต่อเนื่อง  ทั้งนี้ครูอาจใช้ Social Media ที่หลากหลายในการประเมิน เช่น Google Doc, Springnote หรือการทาโพลล์ เป็นต้น ซึงในการ ่ ประเมินครูควรกาหนดเป็น RuBricScore ที่ชัดเจน
  • ตัวอย่างการประเมินผลโดยการทาโพลล์
  • www.slideshare.comwww.youtube.com
  • การนาเสนอเนื้อหาสาระ ข้อมูลต่างๆและรวบรวมแหล่งเรียนรู้ต่างๆโดยใช้ Blog www.wordpress.com
  • การสืบค้นข้อมูลออนไลน์ผ่าน Search engine ต่างๆ www.google.com
  • เพื่อการติดต่อ สื่อสาร แบ่งปันข้อมูล แจ้งข่าวสาร www.facebook.com
  • เพื่อการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ผลงาน ของครูและนักเรียน www.wordpress.com
  • เพื่อการดูแลช่วยเหลือติดตาม พฤติกรรมของนักเรียน www.facebook.com
  • เพื่อการประสานความร่วมมือ ติดต่อสื่อสารถึงผู้ปกครอง
  • เพื่อการดูแลช่วยเหลือติดตาม พฤติกรรมของนักเรียน
  • เพื่อการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียน
  • นโยบายของประเทศไทย กับการใช้ ICT ในการจัด การศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ได้จัดทาแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2554-2556 และได้กาหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการ สื่อสาร เพื่อการศึกษา ไว้ 4 ประการ คือ 1. สร้างกาลังคนให้มีศักยภาพในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ มีธรรมาภิบาล คุณธรรม จริยธรรม วิจารณญาณ และรู้เท่าทัน รวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการ แข่งขันของประเทศไทย
  •  2. สนับสนุนการเรียนการสอน ด้วยการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการศึกษาของประเทศไทย 3. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการ สื่อสาร เพื่อสนับสนุนด้านการศึกษาของประเทศไทย 4. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อสนับสนุนการ บริหารจัดการและการบริการด้านการศึกษา ซึ่งจะเอื้อต่อการสร้าง ธรรมาภิบาลของสังคม
  •  หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสาคัญ 5 ประการ โดยมีสมรรถนะ ที่เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยี 1 สมรรถนะ คือ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็น ความสามารถในการเลือก และใช้เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการ พัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การ สื่อสารการทางาน การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ถูกต้อง เหมาะสม และมีคุณธรรม
  • เทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) เทคโนโลยีการสื่อสาร (CT) เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) สมรรถนะและการเรียนรู้ของผู้เรียน
  •  นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ในการพัฒนาเยาวชน ของชาติ เข้าสู่โลกยุคศตวรรษที่ 21 โดยมุ่งส่งเสริมผู้เรียนมีคุณธรรม รัก ความเป็นไทย ให้มีทักษะการคิดวิเคราะห์ สร้างสรรค์ มีทักษะด้าน เทคโนโลยี สามารถทางานร่วมกับผู้อื่น และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่น ในสังคมโลกได้อย่างสันติ
  • ในการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาเยาวชน จะใช้ ICT เพื่อพัฒนา การศึกษาได้อย่างไร? แผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2554-2556 ได้ให้ความหมายของ เทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร(Information and Communication Technology : ICT)” ไว้ว่า หมายถึง เทคโนโลยีที่เกี่ยวกับระบบ คอมพิวเตอร์ ระบบซอฟต์แวร์ ระบบข้อมูลสารสนเทศ ระบบเครือข่าย ระบบโทรคมนาคม วิทยุและโทรทัศน์ ที่ใช้เพื่อการศึกษา (กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2554-2556. 2554 : 1)
  • สมาชิกกลุ่มที่ 4 นางสาวอุบล คาคาดวน รหัส 54010540001 นายสุทธิพงษ์ โฮมแพน รหัส 54010540002 นางสาวชลิฎา ทามณี รหัส 54010540003 นางสาวอภัสรินทร์ หลานวงษ์ รหัส 54010540005 นางสาวฐาปณี พัฒนาสาร รหัส 54010540012 นายสาราญ เมินดี รหัส 54010540013 นางสาวทับทิม ประมูลจะนัง รหัส 54010540025 นางสาววิภาพร ทิพย์รักษา รหัส 54010540026