โครงงาน

15,352 views
15,037 views

Published on

1 Comment
3 Likes
Statistics
Notes
  • โครงงานนี้น่าสนใจมาก
       Reply 
    Are you sure you want to  Yes  No
    Your message goes here
No Downloads
Views
Total views
15,352
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
12
Actions
Shares
0
Downloads
239
Comments
1
Likes
3
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

โครงงาน

  1. 1. โครงงานเรื่อ ง การใช้โ ปรแกรม GSP ออกแบบลายไทย GSP program design Thai pattern โรงเรีย นเกิ้ง วิท ยานุก ูล จัง หวัด มหาสาคาม ผู้จ ด ทำา โครงงาน ั 1.นายอานนท์ นามลาด อาจารย์ท ี่ป รึก ษาโครงงาน อาจารย์ดำารงศักดิ์ อ้วนมะโฮง รายงานนี้เ ป็น ส่ว นหนึ่ง ของโครงงานวิช า คอมพิว เตอร์โรงเรีย นเกิ้ง วิท ยานุก ูล อำา เภอเมือ งมหาสารคาม จัง หวัด มหาสารคาม
  2. 2. บทคัด ย่อ โครงงานเรื่องการใช้โปรแกรม GSP ออกแบบลายไทย จัดทำาขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์คือใช้โปรแกรม The Geometer’sSketchpad (GSP) สร้างลายไทยจากสมการทางคณิตศาสตร์เพื่อบูรณาการภูมิปัญญาไทยกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ และวิชาคณิตศาสตร์ และเพื่ออนุรักษ์ศิลปกรรมไทย เนื่องจากลายไทยถือเป็นจิตรกรรมอันเป็นเอกลักษณ์สำาคัญอย่างหนึ่งของชาติ ไทยกลุ่มข้าพเจ้าได้ศึกษาการใช้โปรแกรม GSP และข้อมูลเกี่ยวกับลายไทย ได้แก่ ลายกระจังฟันปลา ลายตาอ้อย ลายประจำายามลายประจำายามกลีบซ้อน ลายดอกบัวตูม ลายดอกบัวบาน ลายดอกลำาดวน ลายดอกบัวแปดกลีบ ลายพุ่มข้าวบิณฑ์ และลายพุ่มข้าวบิณฑ์ใบเทศ โดยนำากราฟของสมการทางคณิตศาสตร์จากการใช้โปรแกรม The Geometers Sketchpad (GSP) มาสร้างลายไทยทั้ง 10 ลาย และอธิบายส่วนประกอบของลายไทยเปรียบเทียบกับสมการทางคณิตศาสตร์ จากการศึกษาดังกล่าวทำาให้กลุ่มข้าพเจ้าทราบว่าโปรแกรม GSP สามารถสร้างลายไทยที่มีความสวยงามได้จากกราฟของสมการทางคณิตศาสตร์ในโปรแกรม GSP และยังสามารถนำาลายไทยที่สร้างจากสมการทางคณิตศาสตร์ที่ได้ไปประยุกต์ใช้กับการปักผ้าครอสติส ซึ่งสามารถอภิปรายผลการศึกษาครั้งนี้ได้ว่าในการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สร้างกราฟของสมการคณิตศาสตร์ของลายไทยยังมีลายที่สามารถสร้างได้อีกมากมายซึ่งรายละเอียดของลายไทยมากเท่าไรการสร้างกราฟของสมการทางคณิตศาสตร์ในโปรแกรม GSP ก็ยิ่งซับซ้อนและใช้เวลานานขึ้น นอกจากนี้ยังนำาลายไทยไปประยุกต์ใช้ในการสร้างผลิตภัณฑ์ เช่น ลายกระเป๋า ลายลายผ้าปูโต๊ะ ซองใส่โทรศัพท์ กรอบรูป เพื่อเป็นอาชีพเสริมได้
  3. 3. กิต ติก รรมประกาศ โครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง การใช้โปรแกรม GSPออกแบบลายไทย สำาเร็จลุล่วงได้ด้วยความกรุณาและความช่วยเหลืออย่างสูงยิ่งจาก อาจารย์ดำารงศักดิ์ อ้วนมะโฮง อาจารย์ที่ปรึกษา ที่ได้กรุณาให้คำาปรึกษาแนะนำา และตรวจสอบ แก้ไข ข้อพกพร่องทุกขั้นตอนของการจัดทำาโครงงาน คณะผู้จัดทำาโครงงานขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง ขอขอบพระคุณ บิดา มารดา เพื่อนนักเรียน ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่านที่ไม่ได้กล่าวนามไว้ ณ ที่นี้ ที่ได้ให้กำาลังใจและมีส่วนช่วยเหลือให้โครงงานฉบับนี้สำาเร็จลุล่วงได้ด้วยดี ท้ายที่สุด คณะผู้จัดทำาโครงงานหวังว่าโครงงานฉบับนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้สนใจไม่มากก็น้อย นายอานนท์ นาม ลาด (ผู้จัดทำา)
  4. 4. สารบัญหน้าบทคัดย่อกิตติกรรมประกาศสารบัญสารบัญกราฟบทที่ 1 บทนำา 1 ที่มาและความสำาคัญ1 แนวคิดในการทำาโครงงาน 1 จุดมุ่งหมายในการทำาโครงงาน 1 สมมติฐานของการศึกษา1 ขอบเขตการศึกษาค้นคว้า1 ข้อตกลงเบื้องต้น 2 ศัพท์เทคนิค 2
  5. 5. บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง 3บทที่ 3 อุปกรณ์และวิธีการทดลอง 22บทที่ 4 ผลการทดลอง 23บทที่ 5 สรุปและอภิปรายผลการทดลอง 30 ประโยชน์ที่ได้รับจากการทดลอง 30 อุปสรรคในการทำาโครงงาน 30 ข้อเสนอแนะ30บรรณานุกรม31ภาคผนวก32 สารบัญ กราฟ หน้ารูปที่ 2-1 แสดงตัวอย่างกราฟของสมการกำาลังสอง 11รูปที่ 2-2 แสดงตัวอย่างดิสคริมิแนนต์ของกราฟ 12รูปที่ 2-3 แสดงตัวอย่างกราฟของสมการกำาลังสาม 12รูปที่ 2-4 แสดงตัวอย่างกราฟของสมการเชิงเส้น 13
  6. 6. รูปที่ 2-5 แสดงกราฟที่แสดงการสะท้อน เส้นไดเรกตริกซ์ (เขียว)และ 14 เส้นที่เชื่อมต่อจุดโฟกัสและเส้นไดเรกตริกซ์กับพาราโบลา (นำ้าเงิน) บทที่ 1 บทนำาที่ม าและความสำา คัญ โปรแกรม The Geometers Sketchpad (GSP) เป็นโปรแกรมที่มีความสามารถทางคณิตศาสตร์ในหลายๆด้าน กลุ่มผู้จัดทำาเล็งเห็นว่าในคุณสมบัติในการเขียนกราฟทางคณิตศาสตร์นั้นมีความสะดวก ประหยัดเวลาในการเขียนกราฟ จึงนำาคุณสมบัติในข้อนี้มาบูรณาการควบคู่ไปกับลายไทย ซึ่งเป็นภูมิปัญญาไทยอันเป็นเอกลักษณ์สำาคัญอย่างหนึ่งของชาติ ไทยเพราะความรู้ในการวาดลายไทยนั้น เป็นความรู้ที่อยู่ในตัวของแต่ละบุคคลซึ่งต้องอาศัยความชำานาญในการวาด และความสามารถทางจิตรกรรม จากการสังเกตของกลุ่มผู้จัดทำาพบว่าการ
  7. 7. เขียนกราฟด้วยโปรแกรม GSP นั้นให้เส้นลายที่อ่อนช้อย มีความชัดเจนในเส้นลาย สามารถตกแต่งให้เส้นลายนั้นสวยงามได้และประกอบกับในสมัยก่อนการออกแบบลายไทย ต้องใช้การออกแบบโดยการวาด ซึ่งอาจทำาให้เกิดความผิดพลาดได้ เช่นเส้นบิดเบี้ยวบ้าง ขนาดไม่เท่ากันบ้าง ลายไทยลายเดียวกันแต่มีลักษณะแตกต่างกัน ยิ่งคนวาดหลายคน ลายไทยก็จะเริ่มแตกต่างกันไปทุกที กลุ่มผู้จัดทำาจึงใช้โปรแกรม The GeometersSketchpad (GSP) มาช่วยสร้างและวาดลายไทยแบบต่างๆโดยเป็นการบูรณาการภูมิปัญญาไทยกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ และวิชาคณิตศาสตร์จุด มุ่ง หมายของการศึก ษาค้น คว้า 1. เพื่อใช้โปรแกรม The Geometers Sketchpad(GSP) สร้างลายไทยจากกราฟของสมการทางคณิตศาสตร์ 2. เพื่อออกแบบลายไทยในการปักผ้าครอสติส 3. เพื่ออนุรักษ์ศิลปกรรมไทยอันเป็นเอกลักษณ์ประจำาชาติไทยสมมติฐ านของการศึก ษาค้น คว้า โปรแกรม The Geometers Sketchpad (GSP) สามารถออกแบบลายไทยไปประยุกต์ใช้กับการปักผ้าครอสติสได้ขอบเขตของการศึก ษาค้น คว้า 1. ใช้โปรแกรม The Geometers Sketchpad (GSP)ออกแบบลายไทย 2. ทำาการออกแบบลายไทยเฉพาะลายไทยตามที่กำาหนดจำานวน 10 ลาย ดังนี้ ลายกระจังฟันปลา ลายตาอ้อย ลายประจำายาม ลายประจำายามกลีบซ้อน ลายดอกบัวตูม ลายดอกบัวบานลายดอกลำาดวน ลายดอกบัวแปดกลีบ ลายพุ่มข้าวบิณฑ์ และลายพุ่มข้าวบิณฑ์ใบเทศ 2-ข้อ ตกลงเบื้อ งต้น 1. ศึกษาเกี่ยวกับโปรแกรม GSP และลายไทยโดยเลือกลายไทยที่จะนำามาใช้ออกแบบ
  8. 8. 2. นำาลายไทยที่ออกแบบโดยใช้โปรแกรม TheGeometer’s Sketchpad (GSP) มาเปรียบเทียบกับลายไทยจากหนังสือสมุดตำาราลายไทย เขียนโดยพระเทวาภินิมมิต และหนังสือลายไทยภาคปฏิบัติ เขียนโดยวรรณะ เกิดสนอง ศัพ ท์เ ทคนิค 1. โปรแกรม The Geometers Sketchpad (GSP)หมายถึง โปรแกรมที่ใช้สร้างลายไทยขึ้นมาโดยใช้สมการทางคณิตศาสตร์ 2. ลายไทย หมายถึง ลายที่เกิดจากกราฟของสมการทางคณิตศาสตร์ซึ่งกลุ่มข้าพเจ้าได้เลือกมา 10 ลาย ดังนี้ คือ ลายกระจังฟันปลา ลายตาอ้อย ลายประจำายาม ลายประจำายามกลีบซ้อน ลายดอกบัวตูม ลายดอกบัวบาน ลายดอกลำาดวน ลายดอกบัวแปดกลีบ ลายพุ่มข้าวบิณฑ์ และลายพุ่มข้าวบิณฑ์ใบเทศ บทที่ 2
  9. 9. เอกสารที่เ กี่ย วข้อ งเอกสารที่เ กี่ย วข้อ งกับ งานวิจ ัย ในการจัดทำาโครงงานฉบับนี้ กลุ่มข้าพเจ้าได้รวบรวมเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับโครงงานแบ่งออก เป็น 3 เรื่องดังนี้ 1. โปรแกรม The Geometers Sketchpad (GSP) 2. สมการทางคณิตศาสตร์ 3. ลายไทย 4. การปักผ้าครอสติส1. โปรแกรม The Geometers Sketchpad (GSP) 1.1 เมนู แฟ้ม แบบ ร่า งใหม่ : เป็นคำาสั่งเปิด หน้าใหม่ที่ยังว่างอยู่เพื่อสร้างงานชิ้นใหม่ เปิด : เป็นคำาสั่งเพื่อเปิดไฟล์ที่มีอยู่ในเครื่อง คอมพิวเตอร์แล้ว บัน ทึก : เป็นคำาสั่งที่ใช้เมื่อต้องการบันทึกงานใน ไดร์ฟที่กำาลังใช้งานอยู่ บัน ทึก เป็น : เป็นคำาสั่งที่ใช้เมื่อต้องการบันทึกงานใน ไดร์ฟอะไรก็ได้และสามารถบันทึกใน JavaSketchpad ปิด : เป็นคำาสั่งที่ใช้เมื่อต้องการปิดหน้าที่กำาลังใช้งาน อยู่ หากมีการเปลี่ยนแปลงงานควรบันทึกงานก่อนทุกครั้ง ตัว เลือ กเอกสาร : เป็นเครื่องมือที่ใช้สร้างสารบัญ เกี่ยวกับหน้าต่างๆของงาน ตั้ง ค่า หน้า กระดาษ : เป็นคำาสั่งที่ใช้จัดขนาดของ กระดาษที่ต้องการใช้ ตัว อย่า งก่อ นพิม พ์ : เป็นคำาสั่งที่ใช้เมื่อต้องการดู งานทั้งหมดก่อนที่จะพิมพ์ ท่าน สามารถที่จะเปลี่ยนขนาดของกระดาษ เปลี่ยนจำานวนหน้า และสามารถเปรียบเทียบ
  10. 10. -4-กระดาษก่อนที่จะตัดสินใจพิมพ์ได้ พิม พ์ : เป็นคำาสั่งที่ใช้เมื่อต้องการพิมพ์งาน จบการทำา งาน : เป็นคำาสั่งที่ใช้เมื่อต้องการออกจากโปรแกรม ก่อนที่จะออกจากโปรแกรมควรบันทึกงานก่อนทุกครั้ง1.2 เมนูแ ก้ไ ข ทำา ย้อ นกลับ เป็นคำาสั่งที่ใช้เมื่อต้องการกลับไปยังงานที่แก้ไขครั้งหล้าสุดก่อนหน้า ที่กำาลังทำางานอยู่ ท่านสามารถกลับไปยังหน้าที่เป็นจุดเริ่มต้นได้โดยการ กด Shiftแล้วเลือก คำาสั่งทำาย้อนกลับทั้งหมด ทำา ซำ้า เป็นคำาสั่งที่ใช้เมื่อต้องการทำางานครั้งหล้าสุดซำ้าอีกครั้งหนึ่ง แต่ถ้าต้องการทำางานทั้งหมดซำ้าอีกครั้งให้กดShift แล้วเลือก คำาสั่งทำาซำ้าทั้งหมด ตัด เป็นคำาสั่งที่ใช้เมื่อต้องการย้ายงานที่สร้างขึ้นไปไว้ที่อื่น คัด ลอก เป็นคำาสั่งที่ใช้เมื่อต้องการทำาสำาเนางานที่มีอยู่แล้ว วางรูป เป็นคำาสั่งที่ใช้เมื่อต้องการวางรูปที่ทำาสำาเนาหรือ ตัด มาใส่ในตำาแหน่งที่เลือกไว้ ลบล้า ง เป็นคำาสั่งที่ใช้เมื่อต้องการลบงานนั้น ปุ่ม แสดงการทำา งาน เป็นปุ่มที่มีคำาสั่งต่อไปนี้ซ่อนอยู่ ซ่อ น / แสดง เป็นคำาสั่งที่ใช้เมื่อต้องการซ่อนหรือ
  11. 11. -5-แสดงอ็อบเจกต์ที่เลือกไว้ โดยดูการกำาหนด คุณสมบัติของซ่อน/แสดง ภาพเคลื่อ นไหว เป็นคำาสั่งที่ใช้เมื่อต้องการให้ภาพที่กำาหนดไว้เคลื่อนไหว โดยดูการกำาหนด คุณสมบัติของการเคลื่อนไหว การเคลื่อ นย้า ย เป็นคำาสั่งที่ใช้เมื่อต้องการเคลื่อนย้ายจุด ก่อนที่จะใช้คำาสั่งนี้ต้องเลือกจุดอย่างน้อยสองจุดเสียก่อน จุดแรกที่ถูกเลือกจะย้ายไปจุด ที่สอง จุดที่สองจะย้ายไปจุดที่สาม จุดที่สามจะย้ายไปจุดที่สี่ เป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆจนถึงจุดสุดท้าย โดยดูการกำาหนดคุณสมบัติการเคลื่อนที่ นำา เสนอ การใช้คำาสั่งนี้ต้องกำาหนดปุ่มที่จะแสดงการทำางานอย่างน้อย 1 ปุ่ม แล้วทำาการเลือกว่าจะให้นำาเสนองานตรงส่วนไหนก่อน โดยดูการกำาหนดคุณสมบัติการนำาเสนอ เชื่อ มโยง ปุ่มแสดงการทำางานนี้จะเชื่อมโยงกับเอกสารหน้าอื่นในแบบร่างปัจจุบันหรือเชื่อมโยงกับ WorldWide Web โดยดูการกำาหนดคุณสมบัติการเชื่อมโยง เลื่อ น ใช้คำาสั่งนี้เมื่อต้องการเลื่อนหน้ากระดาษไปยังตำาแหน่งที่ต้องการ โดยดูการกำาหนดคุณสมบัติการเลื่อน เลือ กทั้ง หมด เป็นคำาสั่งที่ใช้เมื่อต้องการจะเลือกงานทั้งหมด เลือ กตัว แม่ คำาสั่งนี้ใช้สำาหรับเลือกอ็อบเจกต์ที่เป็นต้นกำาเนิดของอ็อบเจกต์อื่น เลือ กตัว ลูก คำาสั่งนี้ใช้สำาหรับเลือกอ็อบเจกต์ที่ถูกสร้างมาจากอ็อบเจกต์ต้นกำาเนิด แยก/รวม คำาสั่งแยกเป็นคำาสั่งที่ใช้เมื่อต้องการแยกจุดออกจากจุดที่เป็นต้นกำาเนิดคำาสั่งรวม เป็นคำาสั่งที่ใช้เมื่อต้องการรวมจุดที่ต้องการกับจุดอื่นๆ หรืออาจเป็นการรวมเนื้อหา เข้าด้วยกันก็ได้ แก้ไ ขบทนิย าม เป็นคำาสั่งที่ใช้เมื่อต้องการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงสิ่งต่อไปนี้ผลการคำานวณโดยใช้ เครื่องคิดเลข ฟังก์ชัน ค่าพารามิเตอร์ การลงจุดในระบบพิกัด คุณ สมบัต ิ ใช้เมื่อต้องการเปลี่ยนคุณสมบัติของอ็อบเจกต์ที่เลือก
  12. 12. กำา หนดค่า พึง ใจ เป็นการเปลี่ยนการตั้งค่าของ เอกสารนี้หรือทั้งหมดของ Sketchpad และสามารถ กำาหนดค่าพึงใจขั้นสูงได้โดย กดแป้น Shift ค้างไว้ก่อนการ เลือกคำาสั่งนี้เพื่อ กำาหนดค่าพึงใจขั้นสูง 1.3 เมนู แสดงผล ขนาด ของเส้นเป็นคำาสั่งสำาหรับการตั้งค่าความกว้างของเส้นตามความต้องการที่จะใช้ -6-จะมีเส้นหนา เส้นบาง และเส้นประสี เป็นคำาสั่งที่ใช้เลือกสีให้กับอ็อบเจกต์ ซึ่งคุณสามารถเลือแถบสีหรือเลือก “อื่น ๆ” เพื่อเรียกคำาสั่ง “เลือกสีี” สำาหรับการเลือกสีแบบพาราเมตริก ให้เลือกอ็อบเจกต์นั้น ๆ แล้วเลือกค่าสีหนึ่งจุด (ด้วยสเปคตรัมของสี) หรือ เลือกสามจุด (โดยใช้ RGB หรือ HSV) ข้อ ความ เป็นคำาสั่งที่ใช้เมื่อต้องการกำาหนดแบบอักษรและขนาดตัวอักษร ซ่อ นออบเจกต์ เป็นการใช้เมื่อต้องการซ่อนอ็อบเจกต์ที่เลือกเพื่อไม่ให้มองเห็น แต่จริงๆ แล้วอ็อบเจกต์นั้นยังอยู่ แสดงสิ่ง ที่ซ ่อ นไว้ท ั้ง หมด เป็นคำาสั่งที่ใช้เมื่อต้องการแสดงอ็อบเจกต์ทั้งหมดที่ซ่อนไว้ แต่ถ้าต้องการเลือก ให้แสดงเฉพาะอ็อบเจกต์ที่ต้องการให้เลือกคำาสั่ง แสดงสิ่งที่ซ่อนไว้ทั้งหมด แล้วคลิก เฉพาะอ็อบเจกต์ที่ต้องการจะแสดง แล้วเลือกซ่อนอ็อบเจกต์
  13. 13. แสดง / ซ่อ นป้า ย เป็นคำาสั่งที่ใช้สำาหรับแสดงหรือซ่อนตัวป้ายของอ็อบเจกต์ที่เลือกไว้ กำา หนดชื่อ เป็นคำาสั่งที่ใช้เมื่อต้องการเปลี่ยนชื่อของอ็อบเจกต์ ถ้าเป็นอ็อบเจกต์เดียวให้ใช้ คำาสั่ง Label Propertiesถ้าเป็นหลายอ็อบเจกต์ให้ใช้คำาสั่ง Label Multiple Properties ร่อ งรอย เป็นคำาสั่งที่ใช้เมื่อต้องการให้เกิดร่องรอยของการเคลื่อนที่ของอ็อบเจกต์ ลบรอย เป็นคำาสั่งที่ใช้เมื่อต้องการลบรอยที่เกิดขึ้นจากการเคลื่อนที่ของอ็อบเจกต์ เคลื่อ นไหว เป็นคำาสั่งที่ใช้เมื่อต้องการให้รูปเรขาคณิตที่สร้างขึ้นเคลื่อนไหวอัตโนมัติ เมื่อมีการเรียกใช้คำาสั่งเคลื่อนไหวจะปรากฏคำาสั่งควบคุมการเคลื่อนที่ของอ็อบเจกต์ เพิ่ม อัต ราเร็ว เป็นคำาสั่งที่ใช้เพิ่มความเร็วของอ็อบเจกต์ในขณะที่กำาลังเคลื่อนที่ ลดอัต ราเร็ว เป็นคำาสั่งที่ใช้ลดความเร็วของอ็อบเจกต์ในขณะที่กำาลังเคลื่อนที่ หยุด การเคลื่อ นไหว เป็นคำาสั่งที่ใช้เพื่อต้องการให้อ็อบเจกต์หยุดเคลื่อนที่ ถ้าไม่เลือกอ็อบเจกต์ใดเลย อ็อบเจกต์จะหยุดการเคลื่อนที่ทั้งหมด แสดง / ซ่อ นแถบรูป แบบอัก ษร เป็นคำาสั่งที่ใช้เมื่อต้องการแสดงหรือซ่อนแถบรูปแบบอักษรซึ่งกำาหนดตัวอักษร ขนาด รูปแบบ และสีของตัวอักษร แสดง / ซ่อ นคำา สั่ง ที่ค วบคุม การเคลื่อ นไหว เป็นคำาสั่งที่ใช้เพื่อแสดงหรือซ่อน คำาสั่งควบคุมการเคลื่อนที่ของอ็อบเจกต์ให้เริ่มเคลื่อนที่และหยุด และควบคุมความเร็วและทิศทาง แสดง / ซ่อ นกล่อ งเครื่อ งมือ เป็นคำาสั่งที่ใช้แสดงหรือซ่อนกล่องเครื่องมือ 1.4 เมนูส ร้า ง จุด บนอ็อ บเจกต์ :ใช้เมื่อต้องการสร้างจุดบนวัตถุที่เป็นทางเดินอย่างน้อยหนึ่งทางเดิน
  14. 14. -7- จุด กึ่ง กลาง : ใช้เมื่อต้องการสร้างจุดที่อยู่กึ่งกลางของส่วนของเส้นตรงอย่างน้อยหนึ่งเส้น จุด ตัด : ใช้เมื่อต้องการสร้างจุดที่เกิดจากการตัดกันของเส้นอย่างน้อยสองเส้น ส่ว นของเส้น ตรง , รัง สี และเส้น ตรง : ใช้เมื่อต้องการสร้างส่วนของเส้นตรงที่เกิดจากจุดตั้งแต่สองจุดขึ้นไป เส้น ขนาน : ใช้เมื่อต้องการสร้างเส้นขนานโดยการกำาหนดจุด 1จุด และเส้นอย่างน้อย 1 เส้น เส้น ตัง ฉาก : ใช้เมื่อต้องการสร้างเส้นตั้งฉากโดยการกำาหนดจุด ้1 จุด และเส้นอย่างน้อย 1 เส้น ตัว แบ่ง ครึง มุม : ใช้เมื่อต้องการแบ่งครึ่งมุมโดยการกำาหนดจุด ่สามจุดให้จุดที่สองเป็นจุดยอด ซึ่งจุดทั้งสามต้องไม่อยู่บนเส้นตรงเดียวกัน วงกลมที่ส ร้า งจากจุด ศูน ย์ก ลางและจุด อื่น : เป็นการสร้างวงกลมจุดศูนย์กลางอยู่ที่จุดแรกผ่านจุดที่สอง(สิ่งจำาเป็นคือจุดสองจุด) วงกลมที่ส ร้า งจากจุด ศูน ย์ก ลางและรัศ มี : เป็นการสร้างวงกลมจุดศูนย์กลางอยู่ที่จุดเลือกซึ่งรัศมีถูกกำาหนดโดยอ็อบเจกต์ที่เลือก(สิ่งจำาเป็นคือจุดหนึ่งจุดและส่วนของเส้นตรง หนึ่งเส้น หรือระยะทางที่ได้จากการวัดหรือการคำานวณ) ส่ว นโค้ง บนวงกลม : เป็นการสร้างส่วนโค้งบนวงกลมหรือจุดศูนย์กลางที่กำาหนดให้ ส่วนโค้งจะถูกสร้างตามเข็มนาฬิกา จากจุดที่หนึ่งไปยังจุดที่สองบนเส้นรอบวง (สิ่งจำาเป็นคือวงกลมหนึ่งวงและจุดสองจุดบนวงกลม หรือจุดศูนย์กลางและจุดสองจุดซึ่งมีระยะห่างจากจุดศูนย์กลางเท่ากัน) ส่ว นโค้ง ผ่า นจุด สามจุด : เป็นการสร้างส่วนโค้งด้วยจุดที่เลือกสามจุด โดยที่จุดทั้งสามนี้ไม่อยู่บนเส้นตรงเดียวกัน
  15. 15. ภายใน : สร้างภายในโดยคำานวณจากอ็อบเจกต์ที่เลือก สิ่ง กำาหนดเบื้องแรกอาจเปลี่ยนไปตามชนิดของภายในต้องการสร้าง คำาสั่ง จะเปลี่ยนเป็น Polygon Interior ถ้าคุณเลือกจุดตั้งแต่สามจุดขึ้นไป หรืออาจ จะเป็น Circle Interior ถ้าคุณเลือกวงกลมตั้งแต่หนึ่งวงขึ้นไป คุณจะสามารถ เลือกใช้คำาสั่ง ภายในอาร์กเซกเตอร์ หรือ ภายในอาร์กเซกเมนต์ ถ้าคุณ เลือกเส้นโค้งตั้งแต่หนึ่งเส้นขึ้นไป โลคัส : เป็นคำาสั่งที่ใช้สร้างโลคัสของอ็อบเจกต์ที่เลือกเป็นจุดที่ เลือกบนเส้นทางการเคลื่อนที่บนเส้นทาง (สิ่งกำาหนดเบื้องแรก: จุดบนเส้น -8- ทางและอ็อบเจกต์ที่ขึ้นกับจุดนั้น หรือจุดอิสระ เส้นทางที่มันสามารถ เคลื่อนที่ได้ และอ็อบเจกต์ที่ขึ้นกับจุดนั้น1.5 เมนูก ารแปลง ระบุจ ุด ศูน ย์ก ลาง (Mark Center) คือ การระบุจุดที่เลือก เป็นจุดศูนย์กลางสำาหรับการหมุน และการเปลี่ยนขนาด ถ้ามีการเลือกมากกว่าหนึ่งจุด จุดสุดท้ายที่เลือกคือจุดที่ระบุ ระบุก ระจก(Mark Mirror) คือ การเลือกอ็อบเจกต์เส้น ตรงเป็นกระจกสำาหรับการสะท้อน ถ้ามีการเลือกอ็อบเจกต์ เส้นตรงมากกว่าหนึ่ง อ็อบเจกต์เส้นตรงสุดท้ายที่เลือกคืออ็ อบเจกต์ที่ระบุ ระบุม ุม (Mark Angle) คือการระบุมุมที่เลือกเป็นมุม สำาหรับการหมุนและการเลื่อนขนานเชิงขั้ว มุมที่เลือก สามารถอยู่ในรูปแบบของจุดสามจุด หรือการวัดมุม พารามิเตอร์ หรือ การคำานวณ ระบุอ ัต ราส่ว น (Mark Ratio) คือการระบุอัตราส่วน เป็นอัตราส่วนสำาหรับการหมุน อัตราส่วนที่เลือกสามารถอยู่ ในรูปแบบของจุดซึ่งอยู่บนเส้นตรงเดียวกัน ส่วนของเส้นตรง สองเส้น หรือการวัดหน่วยเล็กๆ พารามิเตอร์ หรือการ คำานวณ ระบุเ วกเตอร์(Mark Vector) คือ การระบุเวกเกตอร์ ระหว่างจุดสองจุดที่เลือกเป็นเวกเตอร์สำาหรับการเลื่อนขนาน จุดเริ่มต้นคือจุดถัดจากจุดสุดท้ายที่เลือก และจุดสิ้นสุดคือจุด สุดท้ายที่เลือก ระบุร ะยะทาง(Mark Distance) คือ การระบุหนึ่งหรือ สองในการวัดระยะทาง พารามิเตอร์ หรือการคำานวณ เป็น
  16. 16. ระยะทางสำาหรับรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก และการเลื่อนขนานเชิง ขั้ว Translate : การเลื่อนขนานอ็อบเจกต์ที่เลือกด้วยเวก เตอร์เชิงขั้ว(ระบุระยะทางและมุม) เวกเตอร์สี่เหลี่ยม มุมฉาก(ระบุระยะทางในแนวตั้งและแนวนอน) หรือระบุเวก เตอร์(หลังการใช้คำาสั่งระบุเวกเตอร์) Rotate การหมุนอ็อบเจกต์ที่เลือกจุดศูนย์กลางที่ระบุ ถ้า ไม่ได้ระบุจุดศูนย์กลาง Sketchpad จะระบุให้เองเมื่อมีการ เลือกคำาสั่งนี้ Dilate การเปลี่ยนขนาดอ็อบเจกต์ที่เลือกไปทาง จุดศูนย์กลางที่เลือก หรือออกห่างจากจุดศูนย์กลางที่เลือก ถ้าไม่ได้ระบุจุดศูนย์กลาง Sketchpad จะระบุให้เองเมื่อมี การเลือกคำาสั่งนี้ Reflect การสะท้อนอ็อบเจกต์ที่เลือกข้ามกระจกที่ระบุ ถ้าไม่ได้ระบุกระจก Sketchpad จะระบุให้เองเมื่อมีการ เลือกคำาสั่งนี้ Iterate การสร้างการแปลงรูปต้นแบบหนึ่งหรือหลายขั้น ตอน การทำาซำ้าสามารถใช้สร้างรูปต้นแบบที่ซับซ้อน เช่น -9- เทสเซลเลชัน และแฟร็กทัล1.6 เมนูว ัดการใช้คำาสั่งนี้: เลือกความยาว ส่วนของเส้นตรงระยะทาง สองจุด หรือหนึ่งจุด และอ็อบเจกต์เส้นตรงหนึ่งเส้นเส้น รอบรูป รูปหลายเหลี่ยมหนึ่งรูปหรือมากกว่า ส่วนโค้งของเซกเตอร์ หรือ ภายในส่วนโค้งของส่วนของเส้นตรงเส้น รอบวง วงกลมหนึ่งวงหรือมากกว่า หรือภายในวงกลมมุม จุดสามจุด(เลือกจุดยอดเป็นจุดที่สอง)พื้น ที่ รูปภายในหรือวงกลม หนึ่งหรือมากกว่ามุม ของส่ว น ส่วนโค้งหนึ่งหรือมากกว่า หรือวงกลมหนึ่งวงและสองหรือสาม
  17. 17. โค้ง จุดบนวงกลมความยาวของ ส่วนโค้งหนึ่งหรือมากกว่า หรือวงกลมหนึ่งวงและสองหรือสามส่ว นโค้ง จุดบนวงกลม วงกลมหนึ่งวงหรือมากกว่า พื้นที่ภายในวงกลม ส่วนโค้งหรือรัศ มี หรือ ภายในส่วนโค้ง ส่วนของเส้นตรงสองเส้นหรือจุดสามจุดซึ่งอยู่บนเส้นตรงอัต ราส่ว น เดียวกันคำา นวณ สามารถทำาได้ตลอดเวลาพิก ด ั หนึ่งจุดหรือมากกว่าพิก ด ทีห นึ่ง (x) ั ่ หนึ่งจุดหรือมากกว่าพิก ด ที่ส อง (y) ั หนึ่งจุดหรือมากกว่าระยะทาง จุดสองจุดระหว่า งพิก ด ัความชัน อ็อบเจกต์เส้นตรงหนึ่งหรือมากกว่า -10-การเท่า กัน เส้นหนึ่งเส้นหรือมากกว่า วงกลมหนึ่งวงหรือมากกว่า 1.7 เมนูก ราฟ แสดง / ซ่อ นกริด : เป็นการแสดงหรือซ่อนกริดของระบบพิกัดที่ระบุ กด Shift ค้างไว้เพื่อแสดงหรือซ่อนระบบพิกัดทั้งหมด สแนพจุด : เป็นการลงจุดให้ตรงกับตำาแหน่งที่ต้องการเลือกคำาสั่งนี้เมื่อต้องการใช้ การเลือกครั้งที่สองจะเป็นการยกเลิกสังเกตว่าเมื่อเลือกการสแนพ จะมีเครื่องหมายถูกหน้าคำาสั่งนี้ พารามิเ ตอร์ใ หม่ : เป็นการใช้พารามิเตอร์โต้ตอบเพื่อสร้างพารามิเตอร์ใหม่ ฟัง ก์ช ัน ใหม่ : เป็นการใช้เครื่องคิดเลขฟังก์ชันเพื่อกำาหนดฟังก์ชันใหม่ วาดกราฟของฟัง ก์ช ัน / วาดกราฟของฟัง ก์ช ันใหมี่ เป็นการสร้างฟังก์ชันที่เลือก หรือถ้าไม่มีฟังก์ชันที่เลือก อนุพ ัน ธ์ เป็นการสร้างฟังก์ชันใหม่ซึ่งเป็นอนุพันธ์ของฟังก์ชันที่เลือก
  18. 18. สร้า งตาราง เป็นการสร้างตารางค่าของการวัดพารามิเตอร์ การคำานวณ พิกัดของคู่อันดับ สมการ หรือการรวมข้อความ เพิ่ม ข้อ มูล ในตาราง เป็นการแสดงผลกล่องโต้ตอบท่านสามารถเพิ่มตารางลงในตารางที่เลือก หรือเพิ่มจำานวนเข้าไปในช่วงเวลาปกติ ลบข้อ มูล ในตาราง เป็นการแสดงผลกล่องโต้ตอบซึ่งยอมให้ย้ายข้อมูลทั้งหมดจากตารางที่เลือก หรือย้ายข้อมูลเพียงบางแถวของตาราง 1.8 เมนูห น้า ต่า ง ให้ท่านจัดหน้าในแบบร่าง บนจอ คอมพิวเตอร์ 1.9 เมนูว ิธ ีใ ช้ แสดงวิธีใช้ของโปรแกรม 1.10 ส่วนประกอบของเครื่องคำานวณ ฟัง ก์ช น : เมนูนี้จะช่วยให้คุณสามารถ ั ใช้นิพจน์ของคุณกับฟังก์ชันที่เลือกบนแบบร่าง ได้ หรืออาจจะใช้ฟังก์ชันมาตรฐานที่ Sketchpad ให้มา ซึ่งประกอบไปด้วย ฟังก์ชันตรีโกณมิติ และฟังก์ชันดังนี้: abs ค่าสัมบูรณ์ sqrt กรณฑ์ที่สอง -11- ln ล็อกการิทึมธรรมชาติ (ฐาน e) log ล็อกการิทึมปกติ (ฐาน 10) sgn ซิกนัม (ให้ค่า +1, 0, หรือ –1, ขึ้นอยู่กับค่าของมันว่าเป็น บวก ลบหรือศูนย์.) ฟังก์ชันซิกนัมจะมีประโยชน์ในการสร้างการคำานวณช่วยตัดสินใจโดยอ้างอิงจากค่าของตัวแปร การวัด หรือ พารามิเตอร์. round ปัดค่า (คือการปัดค่าให้เป็นจำานวนเต็มที่ใกล้เคียงมากที่สุด) truncตัดเศษ (การตัดเศษคือการตัดค่าส่วนที่เป็นทศนิยมออกให้เหลือเพียงจำานวนเต็ม เช่น, trunc (2.6) = 2, และ trunc (–7.8) = –7.)
  19. 19. 2. สมการทางคณิต ศาสตร์ 2.1 สมการกำา ลัง สอง รูปที่ 2-1 แสดงตัวอย่างกราฟของสมการกำาลังสอง ในทางคณิตศาสตร์ สมการกำา ลัง สอง (สมการควอดราติก)คือสมการของพหุนามตัวแปรเดียวที่มีดีกรีเท่ากับ 2 รูปแบบทั่วไปของสมการกำาลังสองคือ ax2 + bx + c = 0 เมื่อ a ≠ 0 (ถ้า a = 0 สมการนี้จะกลายเป็นสมการเชิงเส้น)ซึ่ง a, b อาจเรียกว่าเป็นสัมประสิทธิ์ของ x2, x ตามลำาดับ ส่วน cคือสัมประสิทธิ์คงตัว บางครั้งเรียกว่าพจน์อิสระหรือพจน์คงตัวฟังก์ชันของสมการกำาลังสองสามารถวาดกราฟบนระบบพิกัดคาร์ทีเซียนได้รูปเส้นโค้งพาราโบลา สมการกำาลังสองใดๆ ที่มีสัมประสิทธิ์เป็นจำานวนจริง (หรือจำานวนเชิงซ้อน) จะมีรากของสมการ 2 คำาตอบเสมอ ซึ่งอาจจะเท่ากันก็ได้ โดยที่รากของสมการสามารถเป็นได้ทั้งจำานวนจริงหรือจำานวนเชิงซ้อน สามารถคำานวณได้จากสูตร -12-ดังนั้นค่าของสมการจะเท่ากับฟิวชั่นของสมการดิส คริม ิแ นนต์
  20. 20. รูปที่ 2-2 แสดงตัวอย่างดิสคริมิแนนต์ของกราฟ ดิสคริมิแนนต์ในกรณีต่างๆ จุดที่ตัดแกน x คือรากของสมการในจำานวนจริง (ไม่เกี่ยวกับการหงายหรือควำ่าของกราฟ)จากสูตรด้านบน นิพจน์ที่อยู่ภายใต้เครื่องหมายรากที่สอง 2.2 สมการกำา ลัง สาม รูปที่ 2-3 แสดงตัวอย่างกราฟของสมการกำาลังสาม ในทางคณิตศาสตร์ สมการกำา ลัง สาม คือสมการของพหุนามตัวแปรเดียวที่มีดีกรีเท่ากับ 3 รูปแบบทั่วไปของสมการกำาลังสามคือ ax3 + bx2 + cx + d เมื่อ a ≠ 0 (ถ้า a = 0 สมการนี้จะกลายเป็นสมการกำาลังสอง) โดยปกติแล้ว a, b, c, d คือสัมประสิทธิ์ที่เป็นจำานวนจริงฟังก์ชันของสมการกำาลังสามสามารถวาดกราฟบนระบบพิกัดคาร์ทีเซียนได้รูปเส้นโค้งคล้ายตัว S หรือ N
  21. 21. -13-ดิส คริม ิแ นนต์ สมการกำาลังสามทุกสมการที่มีสัมประสิทธิ์เป็นจำานวนจริง จะมีรากของสมการ 3 คำาตอบเสมอ ซึ่งจะต้องมีจำานวนจริงอย่างน้อยหนึ่งจำานวนที่เป็นคำาตอบ ตามทฤษฎีบทค่าระหว่างกลาง(intermediate value theorem) และคำาตอบเหล่านั้นอาจจะเท่ากันบางค่าก็ได้ ส่วนอีกสองจำานวนที่เหลือสามารถแยกแยะได้จากการพิจารณาดิสคริมิแนนต์ ซึ่งคำานวณจากคำาตอบของสมการจะเป็นประเภทใดประเภทหนึ่ง ดังต่อไปนี้ สูต รกำา ลัง สาม ถ้าหาก x1, x2, x3 เป็นคำาตอบของสมการกำาลังสามแล้ว เราจะสามารถแยกตัวประกอบของพหุนามกำาลังสามได้ดังนี้ 2.3 สมการเชิง เส้น รูปที่ 2-4 แสดงตัวอย่างกราฟของสมการเชิงเส้น สมการเชิง เส้น คือสมการที่แต่ละพจน์มีเพียงค่าคงตัว หรือเป็นผลคูณระหว่างค่าคงตัวกับตัวแปรยกกำาลังหนึ่ง ซึ่งจะมีดีกรีของพหุนามเท่ากับ 0 หรือ 1 สมการเหล่านี้เรียกว่า "เชิงเส้น"เนื่องจากสามารถวาดกราฟของฟังก์ชันบนระบบพิกัดคาร์ทีเซียน
  22. 22. -14-ได้เป็นเส้นตรง รูปแบบทั่วไปของสมการเชิงเส้นในตัวแปร x และy คือ y = mx + bโดยที่ m คือค่าคงตัวที่แสดงความชันหรือเกรเดียนต์ของเส้นตรงและพจน์ b แสดงจุดที่เส้นตรงนี้ตัดแกน y สำาหรับสมการที่มีพจน์x2, y1/3, xy ฯลฯ ที่มดีกรีมากกว่าหนึ่งไม่เรียกว่าเป็นสมการเชิง ีเส้นรูป แบบทั่ว ไป Ax + By + C = 0 เมื่อ A กับ B ไม่เป็นศูนย์พร้อมกัน สมการในรูปแบบนี้มักเขียนให้ A ≥ 0 เพื่อความสะดวกในการคำานวณ กราฟของสมการจะเป็นเส้นตรง และทุกๆ เส้นตรงสามารถนำาเสนอให้อยู่ในรูปแบบข้างต้นนี้ได้ เมื่อ A ไม่เท่ากับ 0 ระยะตัดแกน x จะอยู่ที่ระยะ C/A และเมื่อ B ไม่เท่ากับ 0 ระยะตัดแกน y จะอยู่ที่ระยะC/B ส่วนความชันของเส้นตรงนี้มีค่าเท่ากับ A/B 2.4 สมการวงกลมที่ม ีจ ุด ศูน ย์ก ลาง (0,0) จากที่เคยเรียนมาแล้วในวิชา ค 011 ระยะห่างระหว่างจุด Pและ O คือ ซึ่งจะนำามาพิสูจน์หาสมการวงกลมที่มีจุดศูนย์กลางอยู่ที่(0,0)ได้ดังนี้ คือ ให้ P(x,y) เป็นจุดใดๆบนวงกลม CP คือ ระยะห่างระหว่างจุดสองจุด CP = r =r =r ยกกำาลังสองทั้ง 2 ข้างจะได้สมการ วงกลมดังนี้ x2 + y2 = r22.5 พาราโบลา
  23. 23. -15-รูปที่ 2-5 แสดงกราฟที่แสดงการสะท้อน เส้นไดเรกตริกซ์ (เขียว) และเส้นที่เชื่อมต่อจุดโฟกัสและเส้นไดเรกตริกซ์กับพาราโบลา (นำ้าเงิน) พาราโบลา เป็นภาคตัดกรวยที่เกิดจากการตัดกันระหว่างพื้นผิวกรวยด้วยระนาบทีขนานกับเส้นกำาเนิดกรวย (generating ่line) ของพื้นผิวนั้น พาราโบลาสามารถกำาหนดเป็นด้วยจุดต่าง ๆที่มีระยะห่างจากจุดที่กำาหนด คือ จุดโฟกัส (focus) และเส้นที่กำาหนด คือ เส้นไดเรกตริกซ์ (directrix)พาราโบลาเป็นแนวคิดที่สำาคัญในทฤษฎีคณิตศาสตร์ อย่างไรก็ดี พาราโบลาสามารถพบได้บ่อยมากในโลกภายนอก และสามารถนำาในใช้เป็นประโยชน์ในวิศวกรรม ฟิสิกส์ และศาสตร์อื่น ๆ พาราโบลามีหลายรูปชนิด เช่นกรวยควำ่ากรวยหงาย บ้างทีตัดผ่าน 2 ช่อง บางทีตัดผ่าน 4 ช่อง แล้วแต่สมการที่มีการกำาหนดมา ซึ่งจะเป็นชนิดให้ก็ได้แต่ไม่สามารถเป็นเส้นตรงๆได้เพราะจะไม่เรียกว่า พาราโบลา3. ลายไทยและลายไทยประยุก ต์ กลุ่มข้าพเจ้าได้คัดสรรลายไทยและลายไทยประยุกต์มาทั้งหมด 10 ลาย จากหนังสือสมุดตำาราลายไทย เขียนโดยพระเทวาภินิมมิต และหนังสือลายไทยภาคปฏิบัติ เขียนโดยวรรณะ เกิดสนอง เพื่อใช้ในการตรวจสอบข้อสมมติฐานมีดังนี้ 3.1 ลายกระจัง ฟันปลา 3.2 ลายตา อ้อย
  24. 24. -16-3.3 ลายประจำายาม3.4 ลายประจำายามกลีบซ้อน3.5 ลายดอกบัว ตูม3.6 ลายดอกบัวบาน3.7 ลายดอกลำาดวน
  25. 25. -17-3.8 ลายดอกบัวแปดกลีบ3.9 ลายพุ่มข้าวบิณฑ์3.10 ลายพุ่มข้าวบิณฑ์ใบเทศ -18-
  26. 26. 4. การปัก ผ้า ครอสติส ในการปักครอสติสนั้น จะมีวิธีและขั้นตอนในการปักมากมาย ฉะนั้น เวลาที่เราจะปักก็ควรจะศึกษาขั้นตอนการปักให้ละเอียด เพื่อความสวยงามของผืนปักนั้นๆ เข็ม ปัก การปักครอสติสบนผ้าที่ทอเรียบธรรมดา ควรใช้เข็มปลายมนส่วนแบบลายที่พิมพ์บนผืนผ้าตาถี่ไว้ก่อนแล้ว ควรใช้เข็มปลายแหลม เข็มปลายแหลมยังเหมาะสำาหรับใช้กับผ้าใบ หรือ ผ้าตาถี่อื่นๆที่นับช่องลำาบากเข็มปักครอสติสมีปลายแบบ และ หลายขนาด ขึ้นอยู่กับการใช้ขนาดของเข็ม และรูเข็มต้องพอเหมาะกับไหมปักและผ้าที่ใช้ ผัง ลาย ผังลายเป็นแบบสำาหรับปัก สีแต่ละสีจะแสดงด้วยสัญลักษณ์พิเศษ ตารางที่ไม่มีสัญลักษณ์จะถูกปล่อยว่างให้เห็นพื้นของผ้าที่ใช้ วิธีการดูผังลายนั้นจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนที่ต้องดูควบคู่กันไป ดังนี้ 3. ไหมพร้อมแผงใส่ 1. สัญลักษณ์ผังลาย 2. แบบผังลาย ไหม
  27. 27. -19-ตัวอย่างการดูผังลาย มีดังนี้ ให้ดูสัญลักษณ์ที่อยู่ในแบบผังลายก่อน แล้วมาดูว่าสัญลักษณ์นั้น ตรงกับสัญลักษณ์ใน แบบสัญลักษณ์ผังลายอันไหน อย่างเช่นในรูป สัญลักษณ์ในแบบผัง ลาย จะตรงกับสัญลักษณ์ เบอร์ 1 และ ตรงกับช่องใส่ไหม เบอร์1 ด้วยเช่น กัน เป็นต้น ตัวอย่างการดูผังลายแบบ ไหมผสม มีดังนี้ ตัวอย่างนี้หมายถึง สัญลักษณ์นี้ ใช้ไหม เบอร์ 1 และ เบอร์ 9 อย่างละ 1 เส้นเล็กมารวมกันเป็น 2 เส้นเล็ก ในการ
  28. 28. ปัก บทที่ 3 อุป กรณ์แ ละวิธ ีด ำา เนิน การทดลองวัส ดุ-อุป กรณ์แ ละสารเคมี วัส ดุอ ุป กรณ์ท ี่ใ ช้ใ นการออกแบบ 1. เครื่องคอมพิวเตอร์ 2. โปรแกรม The Geometers Sketchpad (GSP) 3. โปรแกรม Paint 4. โปรแกรม Adobe Photoshop 5. เครื่องสแกนเนอร์ 6. เครื่องพิมพ์ 7. กระดาษ 8. ดินสอ 9. ยางลบ
  29. 29. วิธ ีด ำา เนิน การทดลอง ขั้น ตอนในการทำา 1. ศึกษาโปรแกรม GSP และลายไทยที่มีในปัจจุบัน โดยได้เลือกสรรมาทั้งหมด 10 ลายตามที่ระบุไว้ข้างต้น 2. สืบค้นและหาข้อมูลลายเส้นของลายไทยทั้ง 10 ลาย ว่าสามารถหาได้จากกราฟของสมการทางคณิตศาสตร์อะไรได้บ้าง 3. นำาลายไทยไปสร้างสมการทางคณิตศาสตร์ด้วยโปรแกรม The Geometers Sketchpad (GSP) 4. ลบส่วนของเส้นกราฟสมการคณิตศาสตร์ที่ไม่ใช่ส่วนประกอบของเส้นลายไทย 5. รวบรวมลายไทยที่เสร็จสมบูรณ์มาจับคู่กับสมการทางคณิตศาสตร์ เพื่อตรวจสอบความถูกต้องขององค์ประกอบเส้นลายไทย 6. นำาลายไทยไปปักผ้าครอสติสตามที่ออกแบบจากโปรแกรม GSP 7. นำามาสรุปและจัดทำารูปเล่มโครงงาน
  30. 30. บทที่ 4 ผลการทดลอง จากการศึกษาและออกแบบลายไทยด้วยโปรแกรม TheGeometers Sketchpad (GSP) ได้ผลการทดลองเป็นดังนี้1.ลายกระจัง ฟัน ปลา2.ลายตาอ้อ ย
  31. 31. -24-3.ลายประจำา ยาม4.ลายประจำา ยามกลีบ ซ้อ น
  32. 32. -25-5.ลายดอกบัว ตูม6.ลายดอกบัว บาน
  33. 33. -26-7. ลายดอกลำา ดวน -27-8.ลายดอกบัว แปดกลีบ
  34. 34. 9.ลายพุ่ม ข้า วบิณ ฑ์10. ลายพุ่ม ข้า วบิณ ฑ์ใ บเทศ
  35. 35. -28-ตัว อย่า งลายไทยที่ป ัก บนผ้า ครอสติส
  36. 36. ลายประจำา ยามลายดอกลำา ดวน บทที่ 5 สรุป และอภิป รายผลการทดลอง
  37. 37. จากการศึกษาเรื่องการใช้โปรแกรม GSP ออกแบบลายไทย ทำาให้กลุ่มข้าพเจ้าสามารถสร้างลายไทยไปปักผ้าครอสติสได้ ทั้งยังเป็นการบูรณาการจิตรกรรมไทยกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ และวิชาคณิตศาสตร์ เพื่อเป็นการอนุรักษ์ศิลปกรรมไทยอันเป็นเอกลักษณ์ประจำาชาติไทย นอกจากนี้กลุ่มข้าพเจ้าได้ทราบว่าโปรแกรม GSP สามารถสร้างลายไทยที่มีความสวยงามได้จากกราฟของสมการทางคณิตศาสตร์ โดยสมการทางคณิตศาสตร์ส่วนใหญ่จะเป็นสมการตรีโกณมิติ ฟังก์ชันไซน์ สมการกำาลังสอง สมการกำาลังสาม สมการวงกลม สมการเส้นตรง และสมการอื่นๆประโยชน์ท ี่ไ ด้ร ับ จากการทดลอง 1.ได้เรียนรู้การทำางานร่วมกันเป็นทีม ความรับผิดชอบและการแบ่งบทบาทหน้าที่รวมทั้งการคิดอย่างมีขั้นตอน 2.ใช้ประโยชน์จากความสามารถของโปรมแกรม TheGeometers Sketchpad (GSP) 3.ได้ฝึกความอดทน เพราะในการปักลายไทยบนผ้าครอสติส ต้องใช้สมาธิและระยะเวลานานกว่าจะสำาเร็จข้อ เสนอแนะ 1.ลายไทยที่นอกเหนือจาก 10 ลายกลุ่มข้าพเจ้าทดลองสามารถออกแบบได้ด้วยโปรแกรม The Geometers Sketchpad แต่ยิ่งรายละเอียดของลายมาก เราก็ต้องใช้เวลาและความอดทนมากเช่นกัน 2.การปักลายไทยบนผ้าครอสติสไม่ควรใส่ลายเดี่ยวๆ อาจมีการต่อลายเพื่อให้เกิดความสวยงามมากขึ้น 3.ควรนำาลายไทยที่ออกแบบใช้การสร้างผลิตภัณฑ์เพื่อใช้ในชีวิตประจำาวัน เช่น นำาไปทอเป็นลายผ้าลายกระเป๋า ลายผ้าปูโต๊ะ กล่องกระดาษทิชชู ซองใส่โทรศัพท์ กรอบรูป เพื่อเป็นอาชีพเสริมได้ บรรณานุก รม
  38. 38. ดนัย ยังคง. “การสร้างเครื่องมือสำาหรับเขียนเส้นสัมผัสของกราฟของฟังก์ชันโดยใช้โปรแกรม Sketchpad” นิตยสาร สสวท , ฉบับที่ 155 (กรกฎาคม – สิงหาคม 2551) 66-67ดนัย ยังคง. “การสอนคณิตศาสตร์ในโรงเรียนโดยใช้ The Geometer’s Sketchpadสร้างสื่อ” นิตยสาร สสวท , ฉบับที่ 157 (พฤศจิกายน – ธันวาคม 2551) 18-20ดนัย ยังคง. “สร้างไฮเพอร์โบลา ตามวิธีการทางเรขาคณิตด้วยโปรแกรม The Geometer’s Sketchpad”นิตยสาร สสวท , ฉบับที่ 157 (พฤศจิกายน –ธันวาคม 2551) 9-10บัณฑิตวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.(2541).คู่มืองานวิจัยสายวิทยาศาสตร์. กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร.(2543).คู่มือการเขียนเรียบเรียงงานวิจัย. กรุงเทพฯ:บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร.พระเทวาภินิมมิต. (2540). สมุดตำาราลายไทย. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานครไพศาล นาคมหาชลาสินธุ์. “การใช้ The Geometer’s Sketchpad ในมหาวิทยาลัย นิตยสาร สสวท , ฉบับที่ 157 (พฤศจิกายน – ธันวาคม 2551) 7-8วรรณะ เกิดสนอง.(2537).ลายไทยภาคปฏิบัติ.กรุงเทพมหานครสมนึก บุญพาไสว. “แนวคิดการสร้างสื่อพลวัตด้วย The Geometer’sSketchpad”นิตยสาร สสวท , ฉบับที่ 157 (พฤศจิกายน – ธันวาคม 2551) 23-26สุรชัย บุญเรือง. “การจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์โดยใช้โปรแกรม TheGeometer’s Sketchpad(GSP)”นิตยสาร สสวท , ฉบับที่ 157 (พฤศจิกายน – ธันวาคม 2551)11-14
  39. 39. เสน่ห์ หลวงสุนทร.ศิลปไทย (ศป.๔๕๑,๔๕๒). กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์มิตรสัมพันธ์กราฟิค. 2542http://micle555.exteen.com/20080720/entry-1 (วันที่ค้นข้อมูล : 29 พฤษภาคม 2554). ภาคผนวก
  40. 40. -32-การออกแบบลายไทยในโปรแกรม GSP ลายกระจัง ฟัน ปลา

×