• Share
  • Email
  • Embed
  • Like
  • Save
  • Private Content
เอกสารประการเรียนรู้ รายวิชา ง20202 ทฤษฎีความรู้
 

เอกสารประการเรียนรู้ รายวิชา ง20202 ทฤษฎีความรู้

on

  • 14,960 views

 

Statistics

Views

Total Views
14,960
Views on SlideShare
14,224
Embed Views
736

Actions

Likes
5
Downloads
313
Comments
6

4 Embeds 736

http://www.krusuu.com 717
http://www.slideshare.net 10
http://webcache.googleusercontent.com 5
http://translate.googleusercontent.com 4

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel

16 of 6 previous next Post a comment

  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

    เอกสารประการเรียนรู้ รายวิชา ง20202 ทฤษฎีความรู้ เอกสารประการเรียนรู้ รายวิชา ง20202 ทฤษฎีความรู้ Document Transcript

    • เอกสารประการเรี ยนรู ้ รายวิชา ง20202 ทฤษฎีความรู ้ (THEORY OF KNOWLEDGE : TOK) 1 เอกสารประกอบการเรี ยน รายวิชา ง20202 ทฤษฎีความรู้ (Theory of Knowledge: TOK)ตามหลักสูตรโรงเรี ยนมาตรฐานสากล (Worldclass Standard School) เรี ยบเรี ยงโดย ครู อครเดช โพธิ ญาณ์ ั กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี(คอมพิวเตอร์ ) โรงเรี ยนศรี บุญเรื องวิทยาคาร ชื่อ......................................................นามสกุล..................................................... ชั้น................เลขที่.............................. ครู ที่ปรึ กษา.................................................กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์) เรี ยบเรี ยงโดย ครู อครเดช โพธิญาณ์ , ครู มณฑวรรณ ภูบุญคง ั
    • เอกสารประการเรี ยนรู ้ รายวิชา ง20202 ทฤษฎีความรู ้ (THEORY OF KNOWLEDGE : TOK) 2 บทที่ 1 ทฤษฎีความรู้ (Theory of Knowledge :TOK)1.1 Theory of Knowledge คืออะไร วิชาทฤษฎีความรู้ (Theory of Knowledge: TOK) ่ เป็ นสาระการเรี ยนรู ้ที่วาด้วย ประเด็นสาระการเรี ยนรู ้ที่วา ่ ด้วยเรื่ องประเด็นความรู ้ต่าง ๆ (Knowledge Issues) องค์ ความรู้ (Body of Knowledge) และทฤษฎีความรู้ (Theory of knowledge) ของสาระการเรี ยนรู ้พ้ืนฐาน ทั้งหมด (Interdisciplinary) ในเชิงบูรณการ ในเชิงปฏิบติ ั ครู และผูเ้ รี ยนจะต้องร่ วมกันกาหนดเนื้ อหา โดยวิธีการต่าง ๆ ตามความเหมาะสม เช่น การระดมสมอง การใช้ แบบสอบถาม เกี่ยวกับประเด็น ร้อนของสังคม เหตุการณ์ปัจจุบน สภาพปั จจุบนและปั ญหาที่ผเู ้ รี ยนหรื อสังคมกาลังเผชิญ ั ั หรื อหัวข้อที่ผเู ้ รี ยนสนใจ เป็ นต้น จากนั้นครู และผูเ้ รี ยนรวบรวมรายชื่อหัวข้อเรื่ อง (Topic) อย่างเป็ นระบบ โดยจัดเป็ นเอกสารลักษณะรู ปเล่ม (Directory)1.2 วัตถุประสงค์การจัดการเรี ยนการสอนสาระทฤษฎีความรู้ การจัดการเรี ยนการสอนสาระทฤษฎีความรู้ (Theory of Knowledge: TOK) เพื่อให้ ผูเ้ รี ยนสามารถแสดงความคิดเห็น เชิงวิเคราะห์ ตั้งสมุมติฐานและการหาคาตอบเกี่ยวกับสิ่ งที่ผู ้ เรี ยนรู้ (Knowing) สามารถตั้งคาถามให้คาอธิ บายแสดงความ คิดเห็นต่าง ๆ รู ้จกทางออกในการแก้ปัญหาได้อย่างกระจ่างชัด ั สามารถเชื่อมโยงความรู้เปรี ยบเทียบวิธีการแสวงหาความรู้ เกี่ยวกับสาขาวิชาต่าง ๆ และวิธีการรับรู้ (Ways of Knowing) จานวน 4 วิถีทาง ได้แก่ วิธีการสร้างความรู ้จากการสัมผัสรับรู ้ (Sense Perception) สร้างความรู้จากการใช้ภาษา (Language) สร้างความรู้จากการใช้เหตุผล (Reason) และ การสร้างความรู ้จากสิ่ งที่เป็ นอารมณ์ (Emotion)กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์) เรี ยบเรี ยงโดย ครู อครเดช โพธิญาณ์ , ครู มณฑวรรณ ภูบุญคง ั
    • เอกสารประการเรี ยนรู ้ รายวิชา ง20202 ทฤษฎีความรู ้ (THEORY OF KNOWLEDGE : TOK) 31.3 วิธีการเรี ยนรู้ในรายวิชา ทฤษฎีความรู้ (Theory of Knowledge: TOK) ในการเรี ยรู ้ในรายวิชานี้ นักเรี ยน จะได้เรี ยนรู ้และเข้าใจในเนื้ อหาทั้งหมด 3 เรื่ องด้วยกันคือ 1. วิธีการรับรู้ (Ways of Knowing) ได้แก่ วิธีการสร้างความรู ้จากการสัมผัสรับรู ้ (Sense Perception) สร้างความรู้จากการใช้ภาษา (Language) สร้างความรู้จากการใช้เหตุผล (Reason) และการสร้างความรู้จากสิ่ งที่เป็ นอารมณ์ (Emotion) 2. ศาสตร์ /สาขาวิชาของความรู้ (Areas of Knowledge) 3. วิธีการเขียนรายงาน การค้นคว้าแสวงหาความรู้กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์) เรี ยบเรี ยงโดย ครู อครเดช โพธิญาณ์ , ครู มณฑวรรณ ภูบุญคง ั
    • เอกสารประการเรี ยนรู ้ รายวิชา ง20202 ทฤษฎีความรู ้ (THEORY OF KNOWLEDGE : TOK) 4 บทที่ 2 วิธีการรับรู้ ความรู้ (Ways of Knowing) การเรี ยนรู้สาระทฤษฎีความรู้ (Theory of Knowledge)มุ่งหวังให้ผเู ้ รี ยนรู ้จกค้นคว้าแสวงหาความรู ้ โดยผ่านวิธีการรับ ัความรู้ 4 ประการ ได้แก่การสัมผัสรับรู ้ (Sense Perception) สร้างความรู้จากการใช้ภาษา (Language) สร้างความรู้จากการใช้เหตุผล(Reason) และการสร้างความรู ้จากสิ่ งที่เป็ นอารมณ์ (Emotion)2.1 การรับรู้ความรู้จากความรู้สึก (Sense Perception) การรับรู้ความรู้ดวยความรู้ สึ กจากการ สัมผัสรับรู้ (Sense ้Perception) หมายถึงปฏิกิริยาทางกายของมนุษย์ที่เกิดขึ้น จาก สิ่ งกระตุน ต่างๆ รอบๆตัวเรา ความรู้สึกภายนอกที่เกิดจาก ้ การสัมผัส ได้แก่ รู ป รส กลิ่น เสี ยง สัมผัส เช่น ได้ยน ชิม ิ รสชาด การสัมผัส ได้ กลิ่นและมองเห็น และ เกิดความ รู้ สึ ก จากภายใน ได้แก่ หิว เจ็บปวด และ สิ่ งเร้า ต่างๆ ปัจจุบน ั การเรี ยนการสอนเกี่ยว กับการรับ รู้โดยใช้ความ รู้ สึ กจาก การสัมผัสรับรู้ (Sense perception) มีการเรี ยนการสอน ในสาขาจิตวิทยา (ทฏษฎีการรับรู้: Gestalt theory of psychology) เป็ น การเรี ยน เกี่ยวกับกระบวนการรับรู้ โดยพูดถึงอวัยวะที่ ทาหน้าที่รับรู้ความรู้สึกถูกกระตุนด้วย ข้อมูลที่เป็ น ้ ความรู้สึก สมองจะแปลข้อมูลที่เป็ นความรู้สึกเป็ น การสัมผัสรู้ ที่เป็ นความรู้สึก (Sensation) ได้แก่เสี ยง รสชาด อุณหภูมิความกดอากาศ กลิ่น และ การมองเห็น ดังนั้น การได้ กลิ่นอาหาร เราสามารถรับ รู้ได้ว่าเป็ น ขนมประเภทใด สิ่ งที่เห็น มี รู ปลักษณ์ เราก็รับรู้ได้ ว่าเป็ น “นก ผีเสื้ อ คน ฯลฯ ” สัมผัส รู้ ว่าเป็ นของเหลวร้อน เราสามารถรับ รู้ได้ ว่าเป็ น น้ าร้อน เป็ นต้นกลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์) เรี ยบเรี ยงโดย ครู อครเดช โพธิญาณ์ , ครู มณฑวรรณ ภูบุญคง ั
    • เอกสารประการเรี ยนรู ้ รายวิชา ง20202 ทฤษฎีความรู ้ (THEORY OF KNOWLEDGE : TOK) 5กิจกรรมที่ 2.1 ให้นกเรี ยนฟั งเพลงต่อไปนี้แล้วตอบคาถาม ั เพลง เล่าสู่ กนฟัง ั นักร้อง ธงไชย แมคอินไตย์ ฉันยังจาเสมอที่เธอเคยบอกกับฉัน คิดแล้วยังตื้นตันเกินอธิ บายนึกถึงคาๆนั้นทุกวันที่ห่างกันไป เหมือนมันเป็ นโยงใยที่ส่งถึงกัน ่ไม่วาเราจะโชคดี หรื อบางทีที่ร้องไห้ ต่างคนสนใจจะฟังเพราะว่าในชีวิตเรื่ องจริ งมันต่างจากฝัน ฝันไม่เคยมีวนที่เจ็บช้ าใจ ั ู้ ่มีผคนอยูรอบกาย เหมือนไม่มีไม่เห็นใคร แต่ใจๆฉันยังมีเธอ คืนที่ไร้แสงไฟ วันที่ใจมัวหม่น ขอเพียงใครสักคนห่วงใยกันวันที่เสี ยน้ าตา วันที่ฟ้าเปลี่ยนผัน ั ั ่ ั เธอก็ยงมีฉนอยูท้ งคนฝนที่ตกทางโน้น หนาวถึงคนทางนี้ ยังอยากได้ยนทุกเรื่ องราว ิ ่ยังนอนดึกอยูใช่ไหม เธอผอมไปหรื อเปล่า อย่าลืมเล่าสู่ กนฟัง ั คืนที่ไร้แสงไฟ วันที่ใจมัวหม่น ขอเพียงใครสักคนห่วงใยกันวันที่เสี ยน้ าตา วันที่ฟ้าเปลี่ยนผัน ั ั ่ ั เธอก็ยงมีฉนอยูท้ งคน ่(เพราะ)ฝนที่ตก(อยู)ทางโน้น หนาวถึงคนทางนี้ ยังอยากได้ยนทุกเรื่ องราว ิเธอลาบากอะไรไหม เธอสู ้ไหวหรื อเปล่า อย่าลืมเล่าสู่ กนฟัง ั ่(เพราะ)ฝนที่ตก(อยู)ทางโน้น หนาวถึงคนทางนี้ ยังอยากได้ยนทุกเรื่ องราว ิเธอลาบากอะไรไหม เธอสู้ไหวหรื อเปล่า อย่าลืมเล่าสู่ กนฟัง ัเธอยังขาดอะไรไหม เธอสู ้ไหวหรื อเปล่า อย่าลืมเล่าสู่ กนฟัง เธอยังมีฉนอยูท้ งคน ั ั ่ ัคาถาม ? 1. หลังจากที่นกเรี ยนได้ฟังหรื ออ่านเพลงเล่าสู่กนฟัง นักเรี ยนมีความรู ้สึกอย่างไร ั ั ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์) เรี ยบเรี ยงโดย ครู อครเดช โพธิญาณ์ , ครู มณฑวรรณ ภูบุญคง ั
    • เอกสารประการเรี ยนรู ้ รายวิชา ง20202 ทฤษฎีความรู ้ (THEORY OF KNOWLEDGE : TOK) 6 2. นักเรี ยนคิดว่าผูแต่งเพลงนี้ ต้องการสื่ อความ หรื อ สื่ อสาร กับผูฟัง เพราะอะไร ้ ้ ..................................................................................................................... ..................................................................................................................... ..................................................................................................................... ..................................................................................................................... ..................................................................................................................... .....................................................................................................................กิจกรรมที่ 2.2 ให้นกเรี ยนอธิ บายความรู ้สึกจากภาพที่กาหนด ั ให้นกเรี ยนบรรยายสิ่ งที่นกเรี ยนเห็นในภาพความความคิดของ ั ั ตนเอง ...............................................................................................…................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ให้บอกความรู ้สึกของนักเรี ยนเมื่อมองภาพสิ่ งต่าง ๆ ในภาพที่ปรากฏอยู่......................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์) เรี ยบเรี ยงโดย ครู อครเดช โพธิญาณ์ , ครู มณฑวรรณ ภูบุญคง ั
    • เอกสารประการเรี ยนรู ้ รายวิชา ง20202 ทฤษฎีความรู ้ (THEORY OF KNOWLEDGE : TOK) 72.2 การรับรู้ความรู้ทางภาษา (Language) เป็ นการรับรู้ความรู ้สึกจากการสื่ อสารด้วยภาษา ได้โดยสัญลักษณ์ต่าง ๆ (Symbols) สัญญาณ (Signs) ภาษากาย (Body language) ภาษาพูด (Language) ซึ่ งภาษาประเภทต่าง ๆ สามารถเป็ นเครื่ องมือที่นาไปสู่ ความคิดและ ภาษาสามารถสะท้อนเรื่ องราวของตนเองได้กิจกรรมที่ 2.3 ให้นกเรี ยนอธิ บายความเข้าใจของตนเอง และ อธิ บายความหมายของสิ่ งที่นกเรี ยนเห็นและเข้าใจ ั ั .................................................................................................................................. .................................................................................................................................. .................................................................................................................................. .................................................................................................................................. ................ .................................................................................................................................. .................................................................................................................................. ............................ .................................................................................................................................. .................................................................................................................................. .................................................................................................................................. ............................ .................................................................................................................................. .................................................................................................................................. ................ .................................................................................................................................. .................................................................................................................................. .................................................................................................................................. .................................................................................................................................. ............................ ................................................................................................................................. ..................................................................................... .................................................................................................................................. .................................................................................................................................. ............................ .................................................................................................................................. .................................................................................................................................. ................ .................................................................................................................................. .................................................................................................................................. .................................................................................................................................. ............................ ..................................................................................... .................................................................................................................................. ............................ .................................................................................................................................. .................................................................................................................................. .................................................................................................................................. .....................................................................................กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์) เรี ยบเรี ยงโดย ครู อครเดช โพธิญาณ์ , ครู มณฑวรรณ ภูบุญคง ั
    • เอกสารประการเรี ยนรู ้ รายวิชา ง20202 ทฤษฎีความรู ้ (THEORY OF KNOWLEDGE : TOK) 8กิจกรรมที่ 2.4 จากภาพภาษากายที่กาหนดให้ต่อไปนี้ และ อธิ บายความหมายของสิ่ งที่นกเรี ยนเห็นและเข้าใจ ั .................................................................................................................................. .................................................................................................................................. .................................................................................................................................. .................................................................................................................................. ................ .................................................................................................................................. .................................................................................................................................. ............................ .................................................................................................................................. .................................................................................................................................. .................................................................................................................................. ............................ .................................................................................................................................. .................................................................................................................................. ................ .................................................................................................................................. .................................................................................................................................. .................................................................................................................................. .................................................................................................................................. ............................ .................................................................................................................................. ..................................................................................... .................................................................................................................................. .................................................................................................................................. ............................ .................................................................................................................................. .................................................................................................................................. ................ .................................................................................................................................. .................................................................................................................................. .................................................................................................................................. .................................................................................................................................. ............................ .................................................................................................................................. ..................................................................................... .................................................................................................................................. .................................................................................................................................. ............................ .................................................................................................................................. .................................................................................................................................. ................ .................................................................................................................................. .................................................................................................................................. .................................................................................................................................. ............................ ..................................................................................... .................................................................................................................................. ............................ .................................................................................................................................. .................................................................................................................................. .................................................................................................................................. .....................................................................................กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์) เรี ยบเรี ยงโดย ครู อครเดช โพธิญาณ์ , ครู มณฑวรรณ ภูบุญคง ั
    • เอกสารประการเรี ยนรู ้ รายวิชา ง20202 ทฤษฎีความรู ้ (THEORY OF KNOWLEDGE : TOK) 92.3 การรับรู้ความรู้ทางอารมณ์ (Emotion) ในการรับรู้ความรู้จากอารมณ์ (Emotion) เป็ นเรื่ องที่เกี่ยวข้องกับความฉลาดทางอารมณ์ (EmotionalIntelligence) เป็ นการเรี ยนรู ้โดยการค้นคว้าหาความรู ้ท้ งจากที่เป็ นอารมณ์ของตนเอง (Interpersonal ัIntelligence) การรับรู้ความรู้จากอารมณ์ (Emotion) จะต้องเชื่อมโยงกับการรับรู ้จากความรู ้สึก (SensePerception) การับรู้ความรู้ทางภาษา (Language) และการรับรู้ความรู้โดยเหตุผล (Reason)กิจกรรมที่ 2.5 จากภาพที่กาหนดให้ ให้นกเรี ยนบอกความหมายและสิ่ งที่นกเรี ยนเห็นสิ่ งที่นกเรี ยนเห็นและเข้าใจ ั ั ั ............................................................................................................................. ............................................................................................................................. ............................................................................................................................. ............................................................................................................................. .......................... ............................................................................................................................. ............................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................. ............................................................................................................................. ............................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................. .......................... ............................................................................................................................. ............................................................................................................................. ............................................................................................................................. ............................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................. ............................................................................................................................. ............................................................................................................................. .................................................................................................... ............................................................................................................................. ................................. .......................... ............................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................. ............................................................................................................................. ............................................................................................................................. .................................................................................................... ................................. ............................................................................................................................. ............................................................................................................................. .......................... ............................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................. .................................................................................................... ............................................................................................................................. ................................. เรี ยบเรี ยงโดย ครู อครเดช โพธิญาณ์ , ครู มณฑวรรณ ภูบุญคงกลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์) ั ............................................................................................................................. .............................................................................................................................
    • เอกสารประการเรี ยนรู ้ รายวิชา ง20202 ทฤษฎีความรู ้ (THEORY OF KNOWLEDGE : TOK) 10กิจกรรมที่ 2.6 ให้นกเรี ยนสังเกตอาการท่าทางของเพื่อนที่แสดง และบ่องบอกถึงอารมณ์ และให้แสดงความคิดเห็น ั ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................ ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... ............................................................ .................................. ......................................................................... ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... กิจกรรมที่ 2.7 ให้นกเรี ยนอ่านและตอบคาถามต่อไปนี้ ั ......................................................................................................................................... "...คลุ้ มกมลแค้ นคั่ง ดังหนามเหน็บเจ็บชา ยายอกทรวงดวงแด แลบชื่ นอื่นชม..." ้ ้ "...ครานีกูสองตน ผ่ านสกลแผ่ นหล้ า ควรไป ร้ ารอนเข็น เห็นมือไทยที่แกล้ ว แผ้ วภพให้ เป็ น ้ เผื่อน เกลื่อนภพให้ เป็ นพง..."วิเคราะห์ลกษณะอารมณ์ของตัวละคร ั ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... ............................................................ .................................. ......................... ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... .........................................................................................................................................กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์) เรี ยบเรี ยงโดย ครู อครเดช โพธิญาณ์ , ครู มณฑวรรณ ภูบุญคง ั
    • เอกสารประการเรี ยนรู ้ รายวิชา ง20202 ทฤษฎีความรู ้ (THEORY OF KNOWLEDGE : TOK) 112.3 การรับรู้ความรู้ทางอารมณ์ (Emotion) เป็ นการรับรู้ความรู้จากการให้เหตุผล (reason) เป็ นการใช้ขอมูลรายละเอียด (information) ใน ้ลักษณะโน้มน้าว (induce) สื บสาวเหตุผล (deduce) สรุ ปความ (infer) ลงความเห็นเป็ นหลักการ(generalize) ระบุลกษณะเฉพาะ (Specify) ยืนยันลักษณะความเหมือน (recognize similarities) และ ัจากนั้นเป็ นการตัดสิ น (judge) และโต้แย้ง สนับสนุนและคัดค้านอย่างเต็มที่เกี่ยวกับสิ่ งที่เป็ นจริ ง สิ่ งดี สิ่ งที่ถูกต้อง และสิ่ งที่สวยงามการใช้เหตุผลกับการอ้างเหตุผล การใช้เหตุผล(Reasoning) กับการอ้างเหตุผล (Argument) เป็ นกระบวนการของการคิดที่ต่อเนื่องกันโดยการให้เหตุผลเป็นการคิดเพื่อพยายามอธิบายเหตุการณ์บางอย่างโดยข้อมูลประกอบ ส่วนการอ้างเหตุผลนันเป็ นการนาเอาข้อมูล อื่นๆมาเพิมเติมเพื่อยืนยันและพิสูจน์ความเป็ นจริงให้น่าเชื่อถือ ้ ่มากขึน ้การอ้างเหตุผลที่ดี การอ้างเหตุผลทีด(Good argument) จะช่วยความคิดของเราทีนาเสนอนันได้รบการยอมรับได้ ่ ี ่ ้ ัง่ายขึน การอ้างเหตุผลทีดนนจาเป็ นต้องหาหลักฐานทีดและเหมาะสมมาสนับสนุ นความคิ ดโดยหลักฐาน ้ ่ ี ั้ ่ ีทีดนนจะต้องมีความสัมพันธ์กบข้อสรุป ่ ี ั้ ั การอ้างเหตุผลแบบนิรนัย(Deductive argument) เป็ นการอ้างเหตุผลจากข้ออ้างทีเป็ นความจริง ่อย่างแน่ นอนตายตัว ที่เ รียกว่ าความจริงทัว ไป มาสนับสนุ นหรือ ยืนยัน ความเป็ นจริง ของข้อ สรุปที่ม ี ่ลักษณะเป็นความจริงเฉพาะ ถ้ าอ้ างว่ า : คนทุกคนต้ องตาย (ข้ ออ้ างทีเ่ ป็ นความจริงทัวไป) ่ ข้ อเท็จจริง : นายแดงเป็ นคน ยืนยันได้ ว่า : นายแดงต้ องตาย (ข้ ออ้ างทียนยันได้ ) ่ื การอ้างเหตุผลแบบอุปนัย(Inductive argument) เป็ นการอ้างเหตุผลทีขออ้างได้หลักฐานมาจาก ่ ้ข้อเท็จจริง(Fact) ทีถอว่าเป็ นความจริงเฉพาะทีได้มาจากความจริงบางส่วน แล้วนาไปสนับสนุ นข้อสรุป ่ ื ่ส่วนทีเป็นความจริงทัวไป(Truth)ทีถอว่าเป็นความจริงของสิงทังหมด แต่ขอสรุปส่วนมากจะเป็ นข้อสรุปที่ ่ ่ ่ ื ่ ้ ้มีน้าหนักเกินข้ออ้างอยูมาก ่ ข้ ออ้ างทั้งหมดเป็ นจริง : กา เท่ าทีเ่ ห็นมาเป็ นสีดา ข้ ออ้ างทั้งหมดทีมความเป็ นไปได้สูง : กา ทั้งหมดเป็ นสีดา ่ ี หรือ คนไทยส่ วนใหญ่ นับถือศาสนาพุทธ สมศักดิ์เป็ นคนไทย ดังนั้นสมศักดิ์นบถือศาสนาพุทธ ักลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์) เรี ยบเรี ยงโดย ครู อครเดช โพธิญาณ์ , ครู มณฑวรรณ ภูบุญคง ั
    • เอกสารประการเรี ยนรู ้ รายวิชา ง20202 ทฤษฎีความรู ้ (THEORY OF KNOWLEDGE : TOK) 12 บทที่ 3 การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ในการเรี ยนในเนื้ อหาทฤษฎีความรู ้ สามารถจาแนกกิจกรรมและเนื้ อหาการเรี ยนรู ้ได้ตามสาขาวิชาของความรู้ (Area of Knowledge) ดังต่อไปนี้ 1. การจาแนกศาสตร์ /สาขาวิชาต่าง ๆ (Area of Knowledge) และขอบข่ายความรู ้ของแต่ละ ศาสตร์ / สาขา วิชา 2. การเรี ยนรู ้เกี่ยวกับนักคิดของแต่ละศาสตร์ /สาขาวิชา และเกร็ ดความรู ้ ปั ญหาของความรู ้ของแต่ ละศาสตร์ / สาขาวิชา 1. อภิปราย วิทยาศาสตร์ สร้างขึ้นจากการสะสมข้อเท็จจริ งเช่นเดียวกับศาสตร์ สาขาอื่น ๆ (กล่าวถึงสาระการเรี ยนรู ้อื่น ๆ อย่างน้อย 3 สาระ) 2. ความรู ้ของมนุษย์เกิดขึ้นได้อย่างไร 3. เรามันใจได้อย่างไรว่าภาวะโลกร้อน (Global Warning) เกิดขึ้นจริ ง ่ 4. การร่ วมกลุ่มทางเศรษฐกิจของประเทศในโลกมีผลกระทบอย่างไรกับประเทศไทยและ ด้านใดบ้าง 5. ศึกษาวิธีการเรี ยนภาษาอังกฤษ ซึ่งปัจจุบนถือเป็ นภาษาสากลที่เหมาะสม เพื่อให้ ั เด็กไทยสื่ อสารได้อย่างมีทกษะั 6. อภิปรายคากล่าว “คณิ ตศาสตร์ ” เป็ นศาสตร์ ที่เกิดขึ้นจากการค้นพบ (Discovered) หรื อการประดิษฐ์คิดค้น (Invented) 7. อภิปรายแรงบันดาลใจ (Inspiration) ของผูประพันธ์นวนิยาย เรื่ อง “ข้างหลังภาพ” ้ 8. “ความสุ ข” เป็ นสิ่ งสาคัญที่ทุกคนปรารถนาให้เกิดขึ้นในชี วตของตนเอง แต่ทุกคนต่าง ิ ให้คาจากัดความที่ไม่เหมืนกัน ในความคิดเห็นของนักเรี ยนอะไรที่เป็ นองค์ประกอบ สาคัญของความสุ ขที่สมปรารถนา ่ 9. อภิปรายและแสดงความคิดเห็นกับคากล่าวที่วา “คาสอนของพระพุทธศาสดาทุกศาสนา สามารถนามาซึ่งความสันติสุขและความผาสุ ขของสังคม” 10. การใช้เทคโนโลยี สามารถขยายความรู ้ในสาขาวิชาต่าง ๆ ให้กว้างขวางได้อย่างไรกลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์) เรี ยบเรี ยงโดย ครู อครเดช โพธิญาณ์ , ครู มณฑวรรณ ภูบุญคง ั
    • เอกสารประการเรี ยนรู ้ รายวิชา ง20202 ทฤษฎีความรู ้ (THEORY OF KNOWLEDGE : TOK) 13การวางแผนการศึกษาค้นคว้าเนื้อหา นักเรี ยนครับ..! หลังจากที่นกเรี ยนได้กาหนดหัวข้อใน ั การตั้งประเด็นของความรู ้แล้ว สิ่ งที่นกเรี ยนจะต้องทาต่อไปคือ ั การแสดงความคิดเห็นเชิงวิเคราะห์ การตั้ง สมมุติฐาน การหาคาตอบจากสิ่ งที่นกเรี ยนต้องการรู ้ รู ้จกการแก้ปัญหาและ ั ั หาทางออกของความคิดโดยการใช้องค์ความรู้และเชื่อมโยง เปรี ยบเทียบวิธีการแสวงหาความรู ้จากสาชาวิชาต่างๆ โดยผ่าน วิธีการรับความรู้ 4 ประการ ได้แก่การสัมผัสรับรู ้ (Sense Perception) สร้างความรู้จากการใช้ภาษา (Language) สร้าง ความรู้จากการใช้เหตุผล (Reason) และการสร้างความรู ้จากสิ่ ง ที่เป็ นอารมณ์ (Emotion)ขั้นตอนการดาเนินงานในการศึกษาค้ นคว้ าหาความรู้ 1. ชื่อประเด็นหัวข้อที่ตองการศึกษา ............................................................................................................. ้ ....................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................ 2. ชื่อคุณครู ที่ปรึ กษา ...................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... เบอร์โทรศัพท์................................................................................................................................................กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์) เรี ยบเรี ยงโดย ครู อครเดช โพธิญาณ์ , ครู มณฑวรรณ ภูบุญคง ั
    • เอกสารประการเรี ยนรู ้ รายวิชา ง20202 ทฤษฎีความรู ้ (THEORY OF KNOWLEDGE : TOK) 14 3. กาหนดวิธีการศึกษาค้นคว้าข้อมูล 3.1 ......................................................................................................................................................... 3.2 ......................................................................................................................................................... 3.3 ......................................................................................................................................................... 3.4 .......................................................................................................................................................... 3.5 .......................................................................................................................................................... 3.6 .......................................................................................................................................................... 3.7 .......................................................................................................................................................... 3.8 .......................................................................................................................................................... 3.9 ........................................................................................................................................................... 3.10 ................................................................................................................................................ 4. แหล่งข้อมูลที่ศึกษาค้นคว้า ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์) เรี ยบเรี ยงโดย ครู อครเดช โพธิญาณ์ , ครู มณฑวรรณ ภูบุญคง ั
    • เอกสารประการเรี ยนรู ้ รายวิชา ง20202 ทฤษฎีความรู ้ (THEORY OF KNOWLEDGE : TOK) 15 5. บันทึกข้อมูลการศึกษาค้นคว้า (สามารถเพิ่มเติมกระดาษได้) ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์) เรี ยบเรี ยงโดย ครู อครเดช โพธิญาณ์ , ครู มณฑวรรณ ภูบุญคง ั
    • เอกสารประการเรี ยนรู ้ รายวิชา ง20202 ทฤษฎีความรู ้ (THEORY OF KNOWLEDGE : TOK) 16 6. เนื้อหาเอกสารแหล่งข้อมูลอ้างอิง ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... การเขียนบทความทางวิชาการ รองศาสตราจารย์ ดร.ทิศนา แขมมณี บทความทางวิชาการ เป็ นเอกสารทางวิชาการประเภทหนึ่งซึ่งทบวงมหาวิทยาลัย ่ได้ให้คาจากัดความเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาแต่งตั้งตาแหน่งทางวิชาการไว้วา “หมายถึงเอกสารซึ่งเรี ยบเรี ยงจากผลงานทางวิชาการของตนเอง หรื อของผูอื่นในลักษณะที่เป็ นการวิเคราะห์ วิจารณ์ หรื อเสนอ ้แนวความคิดใหม่ๆ จากพื้นฐานทางวิชาการนั้นๆ” (ทบวงมหาวิทยาลัย , เอกสารอัดสาเนา) จากความหมาย ่ข้างต้นจึงอาจกล่าวได้วา บทความทางวิชาการมีวตถุประสงค์ ในการนาเสนอความรู้ ความคิดใหม่ ๆ รวมทั้ง ัประสบการณ์ ของผู้เขียนเกียวกับเรื่องนั้นๆ บนพืนฐานของวิชาการในเรื่องนั้นๆ หรื ออาจจะเป็ นการแสดง ่ ้ความคิดเห็นในเชิงวิเคราะห์ วิจารณ์ วิชาการในเรื่องนั้นๆ เพือนาเสนอแนวคิดใหม่ ๆ เกียวกับเรื่องนั้น ๆ ่ ่หรือเพือตั้งคาถามหรือประเด็นใหม่ ๆ ทีจะกระตุ้นให้ ผ้ ูอ่านเกิดความสนใจทีจะศึกษาค้ นคว้ าในเรื่องนั้นต่ อไป ่ ่ ่บทความทางวิชาการเป็ นช่องทางหนึ่งที่จะเผยแพร่ ความรู ้ ความคิดและประสบการณ์ของสานักวิชาการออกสู่ วงวิชาการและสาธารณชน ซึ่ งช่วยให้นกวิชาการได้ทราบว่าความคิดและความรู ้ใหม่ๆ ที่ตนได้พฒนาขึ้น ั ันั้นได้รับการยอมรับหรื อไม่ยอมรับ หรื อมีจุดอ่อน จุดเด่นประการใด ความรู ้และความคิดเหล่านี้ควรจะได้มาจากการที่ผเู ้ ขียนได้ศึกษาค้นคว้า วิเคราะห์ วิจารณ์มาอย่างดีแล้วจนกระทังเกิดแนวคิดใหม่ๆ ต่อเนื่ อง ่ออกไป ในทางที่จะสร้างสรรค์วชาการเรื่ องนั้นๆ ให้งอกงามต่อไปอีก ิกลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์) เรี ยบเรี ยงโดย ครู อครเดช โพธิญาณ์ , ครู มณฑวรรณ ภูบุญคง ั
    • เอกสารประการเรี ยนรู ้ รายวิชา ง20202 ทฤษฎีความรู ้ (THEORY OF KNOWLEDGE : TOK) 17 บทความทางวิชาการทีดี ควรมีส่วนช่ วยกระตุ้นให้ ผ้ ูอ่านได้ แนวคิดแนวทางในการนาความคิดนั้น ่ไปใช้ ให้ เกิดประโยชน์ ในรู ปแบบหนึ่ง หรือช่ วยกระตุ้นให้ ผ้ ูอ่านเกิดการพัฒนาความคิดในเรื่องนั้นๆ ต่ อไปลักษณะสาคัญของบทความทางวิชาการ จากการอภิปรายข้างต้น บทความทางวิชาการจึงควรมีลกษณะสาคัญๆ ดังนี้ ั ั ่ 1. มีการนาเสนอความรู ้ ความคิดที่ต้ งอยูบนพื้นฐานทางวิชาการที่เชื่ อถือได้ในเรื่ องนั้นๆ โดยมีหลักฐานทางวิชาการอ้างอิง 2. มีการวิเคราะห์ วิจารณ์ ให้ผอ่านเห็นประเด็นสาคัญอัน ู้เป็ นสาระประโยชน์ที่ผเู ้ ขียนต้องการนาเสนอแก่ผอ่าน ซึ่ งอาจ ู้จาเป็ นต้องใช้ประสบการณ์ส่วนตัว หรื อประสบการณ์และผลงานของผูอื่นมาใช้ ้ 3. มีการเรี ยบเรี ยงเนื้อหาสาระอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยให้ผูอ่านเกิดความกระจ่างในความรู ้ความคิดที่นาเสนอ ้ 4. มีการอ้างอิงทางวิชาการและให้แหล่งอ้างอิงทางวิชาการอย่างถูกต้อง เหมาะสมตามหลักวิชาการและจรรยาบรรณของนักวิชาการ 5. มีการอภิปรายให้แนวคิด แนวทางในการนาความรู้ ความคิดที่นาเสนอไปใช้ให้เป็ นประโยชน์หรื อมีประเด็นใหม่ๆ ที่กระตุนให้ผอ่านเกิดความต้องการสื บเสาะหาความรู ้หรื อพัฒนาความคิดในประเด็น ้ ู้นั้นๆ ต่อไปส่ วนประกอบของบทความทางวิชาการ โดยทัวไป บทความทางวิชาการ ควรมีส่วนประกอบที่สาคัญๆ ดังนี้ ่ 1. ส่ วนนา ส่ วนนาจะเป็ นส่ วนที่ผเู ้ ขียนจูงใจให้ผอ่านเกิดความสนใจในเรื่ องนั้นๆ ซึ่ งสามารถใช้วธีการและ ู้ ิเทคนิคต่างๆ ตามแต่ผเู ้ ขียนจะเห็นสมควร เช่น อาจใช้ภาษาที่กระตุน จูงใจผูอ่านหรื อยกปั ญหาที่กาลังเป็ น ้ ้ที่สนใจขณะนั้นขึ้นมาอภิปราย หรื อตั้งประเด็นคาถามหรื อปั ญหาที่ทาทายความคิดของผูอ่านหรื ออาจจะ ้ ้กล่าวถึงประโยชน์ที่ผอานจะได้รับจากการอ่าน เป็ นต้น นอกจากจะเป็ นส่ วนที่ใช้จูงใจผูอ่านแล้ว ส่ วนนา ู้ ่ ้เป็ นส่ วนที่ผเู ้ ขียนสามารถกล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการเขียนบทความนั้น หรื อให้คาชี้ แจงที่มาของการเขียนบทความนั้น ๆ รวมทั้งขอบเขตของบทความนั้น เพื่อช่วยให้ผอ่านไม่คาดหวังเกินขอบเขตที่กาหนด ู้นอกจากนั้นผูเ้ ขียนอาจใช้ส่วนนานี้ในการปูพ้นฐานที่จะเป็ นในการอ่านเรื่ องนั้นให้แก่ผอ่าน หรื อให้กรอบ ื ู้ ู้ ่แนวคิดที่จะช่วยให้ผอานเข้าใจเนื้อหาสาระที่นาเสนอต่อไปกลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์) เรี ยบเรี ยงโดย ครู อครเดช โพธิญาณ์ , ครู มณฑวรรณ ภูบุญคง ั
    • เอกสารประการเรี ยนรู ้ รายวิชา ง20202 ทฤษฎีความรู ้ (THEORY OF KNOWLEDGE : TOK) 18 2. ส่ วนสาระสาคัญของเรื่อง ถัดจากส่ วนนาก็จะถึงส่ วนที่เป็ นการนาเสนอเนื้อหาสาระสาคัญของ เรื่ องซึ่ งในส่ วนนี้ผเู ้ ขียนควรคานึงถึงประเด็นสาคัญๆ ดังต่อไปนี้ 2.1 การจัดลาดับเนื้อหาสาระ ผูเ้ ขียนควรมีการวางแผนจัด โครงสร้างของเนื้อหาสาระที่จะนาเสนอ และจัดลาดับเนื้ อหาสาระให้ เหมาะสมตามธรรมชาติของเนื้อหาสาระนั้น การนาเสนอเนื้อหาสาระควรมี ความต่อเนื่ องกัน เพื่อช่วยให้ผอ่านเข้าใจสาระนั้นได้โดยง่าย ู้ 2.2 การเรี ยบเรี ยงเนื้อหา ในส่ วนนี้ตองอาศัยความสามารถของผูเ้ ขียนในหลายด้าน ้นอกเหนือจากความเข้าใจในเนื้อหาสาระ เช่น ด้านภาษา ด้านสไตล์การเขียน ด้านวิธีการนาเสนอเป็ นต้น 2.2.1 ด้านการใช้ภาษา การเขียนบทความทางวิชาการ จะต้องใช้คาในภาษาไทยหากคาไทยนั้นยังไม่เป็ นที่เผยแพร่ หลาย ควรใส่ คาภาษาต่างประเทศไว้ในวงเล็บ ในกรณี ท่ีไม่สามารถหาคาไทยได้ จะเป็ นต้องทับศัพท์ก็ควรเขียนคานั้นให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของราชบัณฑิตสถาน ไม่ควรเขียนภาษาไทยและต่างประเทศปะปนกันในลักษณะที่เรี ยกว่า “ไทยคา อังกฤษคา” เพราะจะทาให้งานเขียนนั้นมีลักษณะของความเป็ นทางการ (formal) ลดลง ผูเ้ ขียนบทความทางวิชาการ จาเป็ นต้องพิถีพิถนในเรื่ องการ ัเขียนตัวสะกดการันต์ต่างๆ ให้ถูกต้องตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน และควรตรวจทานงานของตนไม่ ให้ ผดพลาด เพราะงานนั้นจะเป็ นแหล่งอ้างอิงทางวิชาการต่ อไป ิ 2.2.2 ด้านสไตล์การเขียน ผูเ้ ขียนแต่ละคนย่อมมีสไตล์การเขียนของตนซึ่ งจะเป็ น ่เอกลักษณ์และเป็ นเสรี ภาพของผูเ้ ขียน อย่างไรก็ตาม ไม่วาผูเ้ ขียนจะใช้สไตล์อะไร สิ่ งที่ควรคานึงก็คือผูเ้ ขียนจะต้องเขียนอธิ บายเรื่ องนั้นๆ ให้ผอ่านเกิดความกระจ่างมากที่สุด ซึ่ งอาจต้องใช้เทคนิคต่างๆ ที่ ู้จาเป็ น เช่น การจัดลาดับหัวข้อ การยกตัวอย่างที่เหมาะสม การใช้ภาษาที่กระชับชัดเจน และเหมาะสมกับผูอ่าน เป็ นต้น ้ 2.2.3 ด้านวิธีการนาเสนอ การนาเสนอเนื้อหาสาระให้ผอ่านเข้าใจได้ง่ายและได้ ู้อย่างรวดเร็ วนั้น จาเป็ นต้องใช้เทคนิคต่างๆ ในการนาเสนอเข้าช่วย เช่น การใช้ส่ื อประเภทภาพ แผนภูมิตาราง กราฟ เป็ นต้น ผูเ้ ขียนควรมีการนาเสนอสื่ อต่างๆ นี้อย่างเหมาะสม และถูกต้องตามหลักวิชาการเช่น การเขียนชื่อตาราง การให้หวข้อต่างๆ ในตาราง เป็ นต้น ั 2.3 การวิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์ และการนาเสนอความคิดของผูเ้ ขียน บทความที่ดี ควรมีการนาเสนอความคิดเห็นของผูเ้ ขียน ซึ่ งอาจออกมาในลักษณะของการวิเคราะห์ วิจารณ์ ข้อมูล เนื้อหาสาระ ให้เป็ นประเด็นที่เป็ นส่ วนของการริ เริ่ มสร้างสรรค์ของผูเ้ ขียน ซึ่ งอาจจะนาเสนอไปพร้อมๆ กับการนาเสนอเนื้ อหาสาระ หรื ออาจจะนาเสนอก่อนการนาเสนอข้อมูลหรื อเนื้ อหาสาระก็ได้ แล้วแต่สไตล์การเขียนของผูเ้ ขียน หรื อความเหมาะสมกับลักษณะเนื้อหาของเรื่ องนั้นๆกลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์) เรี ยบเรี ยงโดย ครู อครเดช โพธิญาณ์ , ครู มณฑวรรณ ภูบุญคง ั
    • เอกสารประการเรี ยนรู ้ รายวิชา ง20202 ทฤษฎีความรู ้ (THEORY OF KNOWLEDGE : TOK) 19 3. ส่ วนสรุ ป บทความทางวิชาการที่ดีควรมีการสรุ ปประเด็นสาคัญๆ ของบทความนั้นๆ ซึ่ งอาจทาในลักษณะที่เป็ นการย่อ คือการเลือกเก็บประเด็นสาคัญๆ ของบทความนั้นๆ มาเขียนรวมกันไว้อย่างสั้นๆ ท้ายบท ิ ่หรื อ อาจใช้วธีการบอกผลลัพธ์วา สิ่ งที่กล่าวมามีความสาคัญอย่างไร สามารถนาไปใช้อะไรได้บาง หรื อ ้จะทาให้เกิดอะไรต่อไป (ปรี ชา ช้างขวัญยืน และคณะ . 2539 : 14 ) หรื ออาจใช้วธีการตั้งคาถามหรื อให้ ิประเด็นทิงท้ายกระตุนให้ผอ่านไปสื บเสาะแสวงหาความรู ้ หรื อคิดค้นพัฒนาเรื่ องนั้นต่อไป งานเขียนที่ดี ้ ้ ู้ควรมีการสรุ ปในลักษณะใดลักษณะหนึ่งเสมอ 4. ส่ วนอ้างอิง เนื่องจากบทความทางวิชาการ เป็ นงานที่เขียนขึนบนพืนฐานของวิชาการทีได้ มีการศึกษา ค้ นคว้า ้ ้ ่วิจัยกันมาแล้ ว และการวิเคราะห์ วิจารณ์ อาจมีการเชื่ อมโยงกับผลงานของผู้อนจึงจาเป็ นต้ องมีการอ้ างอิง ื่เมื่อนาข้ อความหรือผลงานของผู้อนมาใช้ โดยการระบุให้ ชัดเจนว่ าเป็ นงานของใคร ทาเมื่อไร และนามา ื่จากไหน เป็ นการให้ เกียรติเจ้ าของงาน และประกาศให้ผอ่านรับรู ้วา ส่ วนนั้นไม่ใช่ความคิดของผูอื่น ู้ ่ ้รวมทั้งเป็ นการให้หลักฐานแก่ผอ่าน ให้ผอ่านสามารถไปสื บเสาะแสวงหาความรู ้เพิ่มเติม หรื อติดตาม ู้ ู้ตรวจสอบหลักฐานได้ โดยทัวไป การอ้างอิงทาได้หลายแบบที่นิยมกันก็แทรกปนไปในเนื้ อหา การอ้างอิงแบบลง ่เชิงอรรถ และการทาบรรณานุกรม 4.1 การอ้างอิงแบบแทรกปนไปในเนื้อหา มี 2 ระบบ คือ 4.1.1 ระบบนามปี เป็ นการอ้างอิงโดยลงชื่อผูแต่ง ปี ที่พิมพ์ และเลขหน้าของ ้เอกสารที่อางอิง ตัวอย่างเช่น ้ “กิจการพิมพ์ในเมืองไทย เกิดขึ้นเป็ นครั้งแรก ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2371 (สุ ภาพรรณ บุญสะอาด , 2517 : 38)” 4.1.2 ระบบหมายเลข ใช้วธีระบุหมายเลขสาคัญ เอกสารอ้างอิงที่เรื่ องลาดับไว้ใน ิบรรณานุกรม และบอกเลขหน้าของเอกสารที่นามาอ้างอิง เช่น “การพิมพ์หนังสื อเริ่ มขึ้นในประเทศจีน ตั้งแต่ราวปี ค.ศ. 105 และมีวิวฒนาการมาโดยลาดับ (2:186)” ั 4.2 การอ้างอิงแบบลงเชิงอรรถ มีหลายแบบ เช่น เป็ นเชิ งอรรถอ้างอิงซึ่ งทาในรู ปของข้อความที่แยกไว้ทายหน้า โดยลงชื่อผูแต่ง ชื่ อเรื่ อง สถานที่พิมพ์ สานักพิมพ์ ปี ที่พิมพ์ และเลขหน้า ใน ้ ้บางกรณี อาจรวมไว้ทายบทก็ได้ นอกจากเชิงอรรถอ้างอิงแล้ว ยังมีเชิงอรรถเสริ มความหรื อเชิงอรรถอธิบาย ้เพื่อให้คาอธิ บายเพิ่มเติม และเชิงอรรถโยง ซึ่ งใช้บอกแหล่งความรู ้ที่ผอ่านจะหาได้จากส่ วนอื่นของเรื่ องที่ ู้เขียนนั้น เพื่อจะได้ไม่ตองนาข้อมูลซึ่ งเขียนแล้วมากล่าวซ้ าอีก นอกจากนั้น การอ้างซึ่งมีลกษณะเป็ น ้ ักลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์) เรี ยบเรี ยงโดย ครู อครเดช โพธิญาณ์ , ครู มณฑวรรณ ภูบุญคง ั
    • เอกสารประการเรี ยนรู ้ รายวิชา ง20202 ทฤษฎีความรู ้ (THEORY OF KNOWLEDGE : TOK) 20การอิง คือไม่ได้นาผลงานส่ วนใดส่ วนหนึ่งมากล่าวอ้างโดยตรง แต่เป็ นการนาความคิดหรื อข้อมูลของเขามาเล่าก็ตองอ้างชื่ อเจ้าของผลงาน และบอกที่มาไว้ในบรรณานุกรม (ปรี ชา ช้างขวัญยืนและคณะ , 2539:76) ้ ตัวอย่างการลงเชิงอรรถอ้างอิง “งบประมาณเพื่อการศึกษานอกระบบโรงเรี ยนของกระทรวงศึกษาธิ การเพิ่มขึ้นจาก 569.1 ล้านบาท หรื อร้อยละ 1.7 ของงบประมาณเพื่อการศึกษาทั้งหมดในปี 2536.............” 1 สานักงบประมาณ สานักนายกรัฐมนตรี .งบประมาณโดยสังเขป ประจาปี งบประมาณ 2535. กรุ งเทพมหานคร:บริ ษทฉลองรัตน์ จากัด , ม.ป.ป. ั ตัวอย่างการลงเชิงอรรถอธิบาย “.....รู ปแบบของการศึกษาที่สามารถนาอุปกรณ์โทรคมนาคมมาใช้เพื่อการสื่ อสารสองทางใน ขณะนี้ ได้แก่ โทรศัพท์เพื่อการศึกษา โทรประชุมเพื่อการศึกษา และดาวเทียมเพื่อการศึกษา*....” *นอกจากรู ปแบบทั้ง 3 แล้ว ยังสามารถใช้ระบบและอุปกรณ์โทรคมนาคมต่างๆ ได้แก่โทร พิมพ์ระบบเคเบิลทีวี การส่งสัญญาณไมโครเวฟ videotext และ teletext ในการศึกษาทางไกลได้อีก ด้วย 4.3 การเขียนบรรณานุกรม บรรณานุกรมเป็ นรายการเอกสารที่ใช้อางอิงและใช้ประกอบการเขียนบทความ ้นั้นๆ ซึ่ งบอกรายละเอียดเกี่ยวกับเอกสารนั้น โดยจัดเรี ยงตามลาดับพยัญชนะ ประกอบด้วย ชื่อผูแต่ง ชื่อ ้หนังสื อ จานวนเล่ม ครั้งที่พิมพ์ สถานที่พิมพ์ ปี ที่พิมพ์ ผูอ่านสามารถตรวจสอบหลักฐาน หรื อศึกษา ้เพิ่มเติมได้ บรรณานุกรมนับเป็ นส่ วนสาคัญของบทความทางวิชาการ เนื่ องจากวัตถุประสงค์สาคัญข้อหนึ่งของการเขียนบทความทางวิชาการก็เพื่อกระตุนให้ผอ่านมีการสื บเสาะและค้นคิดพัฒนาในเรื่ องนั้นๆ ต่อไป ้ ู้กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์) เรี ยบเรี ยงโดย ครู อครเดช โพธิญาณ์ , ครู มณฑวรรณ ภูบุญคง ั
    • เอกสารประการเรี ยนรู ้ รายวิชา ง20202 ทฤษฎีความรู ้ (THEORY OF KNOWLEDGE : TOK) 21ตัวอย่ างการเขียนบรรณานุกรม (บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย , 2536)ภาษาไทย ชาญวิทย์ เกษตรศิริ และชูชาติ สวัสดิศรี , บรรณาธิการ. ประวัติศาสตร์และนักประวัติศาสตร์ไทย . กรุ งเทพมหานคร: สานักพิมพ์ประพันธ์สาส์น , 2519 . พระราชวรมุนี. ปรัชญาการศึกษาของคนไทย. พระนคร : สานักพิมพ์เคล็ดไทย, 2519. วิจิตรวาทการ,หลวง. ศาสนาสากล เปรี ยบเทียบศาสนา สัทธิ และปรัชญาต่างๆ ทัวโลก. 5 เล่ม. ่ พิมพ์ครั้งที่ 2 . พระนคร : โรงพิมพ์ ส.ธรรมภักดี, 2498-2501. วิชาการ,กรม.จุดประสงค์ในการสอน. พระนคร : กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ, 2518. สมบูรณ์ ไพริ นทร์ . บันทึกเหตุการณ์ทางการเมืองตั้งแต่ 24 มิถุนายน 2475-25 ธันวาคม 2515. 2 เล่ม. (ม.ป.ท. , ม.ป.ป.). ชมเพลิน จันทร์เรื่ องเพ็ญ, สมคิด แก้วสนธิ และทองอินทร์ วงศ์โสธร. การสอนแบบต่างๆ ในระดับอุดมศึกษา. วารสารครุ ศาสตร์ . 6 พฤษภาคม-มิถุนายน 2519 : 34-49.ภาษาอังกฤษ Fontana,D.Jr. Classroom control: Understanding and Building classroom behavior. London :The British Psychological Society,1985. Katz, W.A. Introduction to reference work. 2 Vols. 2nd ed. Now York : McGraw-Hill Book Co., 1974. Thailand. Office of the National Education Commission. A research report on higher Education system : A case study of Thailand . Bangkok : Office of the National Education Commission, 1977. รายละเอียดเกี่ยวกับเรื่ องของการอ้างอิงนั้นมีอีกมาก ซึ่ งผูเ้ ขียนบทความทางวิชาการควรแสวงหาความรู ้เพิ่มเติม เพราะมีแบบให้เลือกหลายแบบที่ยกมาเป็ นเพียงแบบหนึ่งเท่านั้น อย่างไรก็ตาม หลักสาคัญที่ควรกล่าวไว้ในที่น้ ีก็คือ การอ้างอิงควรจะเป็ นการกระทาอย่างมีจุดหมาย เพื่อให้ผอ่านได้ทราบแหล่งที่มา ู้ของความรู ้ และช่วยให้ผอ่านมีโอกาสหาความรู ้เพิ่มขึ้นและเป็ นการแสดงว่าสิ่ งที่นามากล่าวมีหลักฐานควร ู้เชื่อถือได้เพียงใด ความรู ้พ้ืนๆ ที่เป็ นสิ่ งที่ผอ่านเข้าใจได้ง่าย ไม่จาเป็ นต้องมีการสื บค้นอะไรอีก ไม่ ู้จาเป็ นต้องมีการอ้างอิง ควรอ้างอิงเท่าที่จาเป็ น การอ้างอิงมากเกินจาเป็ น จะทาให้บทความดูรุ่มร่ าม และก่อความราคาญในการอ่านได้ นอกจากนั้น พึงตระหนักอยูเ่ สมอว่าการคัดลอกงานของผูอื่นนั้นทาได้ แต่ตอง ้ ้เป็ นการนามาเพื่ออธิ บายสนับสนุนเท่านั้น ไม่ใช่ลอกเอามาเป็ นเนื้ องานของตนกลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์) เรี ยบเรี ยงโดย ครู อครเดช โพธิญาณ์ , ครู มณฑวรรณ ภูบุญคง ั
    • เอกสารประการเรี ยนรู ้ รายวิชา ง20202 ทฤษฎีความรู ้ (THEORY OF KNOWLEDGE : TOK) 22 รายละเอียดปลีกย่อยในการเขียนบทความทางวิชาการให้ได้ดีน้ น คงยังมีอีกมาก อาทิเช่น ลักษณะ ัจาเพาะของบทความเฉพาะสาขา ความยาวที่เหมาะสม แบบฟอร์ ม และรายละเอียดเกี่ยวกับการพิมพ์ เป็ นต้น ผูเ้ ขียนบทความควรให้ความสนใจที่จะศึกษาต่อไป ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เป็ นเพียงส่ วนสาคัญที่ไม่ควรขาดในบทความทางวิชาการโดยทัวไปเท่านั้น ่กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์) เรี ยบเรี ยงโดย ครู อครเดช โพธิญาณ์ , ครู มณฑวรรณ ภูบุญคง ั
    • เอกสารประการเรี ยนรู ้ รายวิชา ง20202 ทฤษฎีความรู ้ (THEORY OF KNOWLEDGE : TOK) 23 ใบลงประเด็นการนาเสนอทฤษฎีความรู้ (Theory of Knowledge: TOK) ทฤษฎีความรู ้ (Theory of Knowledge: TOK) ชื่อประเด็นความรู้ ................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................. ชื่อสมาชิก ชื่อ ..........................................นามสกุล.....................................ชั้น..................เลขที่............... ชื่อ .........................................นามสกุล.....................................ชั้น...................เลขที่............... ครู ที่ปรึ กษา .............................................................................................................................. ครู ที่สอน ................................................................................................................................... ขอเสนอชื่อประเด็นความรู ้ที่เป็ นที่สนใจของกลุ่มในการศึกษาทฤษฎีความรู ้ (Theory of Knowledge: TOK) เพื่อนาเสนอต่อครู ผสอนในรายวิชา ู้ ลงชื่อ ............................................. ลงชื่อ ............................................. (......................................................) (......................................................) ลงชื่อ....................................................ครู ที่ปรึ กษา (......................................................) ลงชื่อ.....................................................ครู ผสอน ู้ (......................................................)กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์) เรี ยบเรี ยงโดย ครู อครเดช โพธิญาณ์ , ครู มณฑวรรณ ภูบุญคง ั
    • เอกสารประการเรี ยนรู ้ รายวิชา ง20202 ทฤษฎีความรู ้ (THEORY OF KNOWLEDGE : TOK) 24 แผนการทางานของนักเรียน (1 ภาคเรียน) การปฏิบติ ั ลายมือชื่อ วัน / เดือน / ปี กิจกรรม หมายเหตุ ปฏิบติ ไม่ปฏิบติ ครู ที่ปรึ กษา ั ั สัปดาห์ที่ 1 ศึกษาเกณฑ์ประเมินผล สัปดาห์ที่ 2 เลือกหัวข้อเรื่ องพฤษภาคม สัปดาห์ที่ 3 ศึกษาหัวข้อเรื่ อง สัปดาห์ที่ 4 พบครู ที่ปรึ กษาเพื่อหารื อเกี่ยวกับการ ค้นคว้า สัปดาห์ที่ 5 พบครู หองสมุดเพื่อขอคาแนะนาการ ้ ค้นคว้า สัปดาห์ที่ 6 พบครู ผสอนเสนอโครงร่ าง ู้มิถุนายน สัปดาห์ที่ 7 พบครู ที่ปรึ กษาเสนอโครงร่ าง สัปดาห์ที่ 8 ศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่ง ค้นคว้า สัปดาห์ที่ 9 พบครู ที่ปรึ กษารายงานความก้าวหน้า สัปดาห์ที่ 10 ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมกรกฎาคม สัปดาห์ที่ 11 จัดทารายการเอกสารอ้างอิงและ บรรณานุกรม สัปดาห์ที่ 12 พบครู ที่ปรึ กษาเพื่อรายงานความก้าวหน้า สัปดาห์ที่ 13 ลงมือเขียนรายงานการค้นคว้า สัปดาห์ที่ 14 เขียนรายงานการค้นคว้ากาความรู ้สิ งหาคม เพิ่มเติม สัปดาห์ที่ 15 ส่ งผลการค้นคว้า (ฉบับร่ าง) ต่อครู ผสอน ู้ สัปดาห์ที่ 16 ส่ งผลการค้นคว้าครู ที่ปรึ กษา สัปดาห์ที่ 17 ปรับแก้ไขผลงาน สัปดาห์ที่ 18 จัดทาฉบับจริ งกันยาย สัปดาห์ที่ 19 ส่ งผลงานฉบับจริ งและนัดสอบปากเปล่า สัปดาห์ที่ 20 สอบนาเสนอผลงานปากเปล่า กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์) เรี ยบเรี ยงโดย ครู อครเดช โพธิญาณ์ , ครู มณฑวรรณ ภูบุญคง ั
    • เอกสารประการเรี ยนรู ้ รายวิชา ง20202 ทฤษฎีความรู ้ (THEORY OF KNOWLEDGE : TOK) 25 หน้ าที่และความรับผิดชอบของนักเรียนนักเรี ยนจะต้องรับผิดชอบตนเองในเรื่ องต่อไปนี้ 1. นักเรี ยนจะต้องเข้าชั้นเรี ยนเพื่อรับประเด็น TOK จากครู ผสอน ู้ 2. เลือกประเด็นความรู้/หัวข้อ/ปัญหา (Knowledge issues) สาหรับค้นคว้ากลุ่มละ 1 ประเด็น 3. ศึกษาเกณฑ์การให้คะแนนจากครู ผสอน ู้ 4. พบครู ที่ปรึ กษา 5. วางแผนการค้นคว้าหาความรู ้เพิ่มเติม และจัดทาแผนการเขียนรายงาน TOK ของตนเอง หรื อ แผนการบริ หารจัดการตนเอง 6. ส่ งแผนการบริ หารจัดการตนเองให้แก่ครู ผสอนและครู ที่ปรึ กษารับทราบ ู้ 7. ศึกษา ค้นคว้า เขียนงานตามเวลาที่กาหนดตามแผน ในกรณี ที่มีปัญหาผูเ้ รี ยนจะต้องพบครู ท่ี ปรึ กษาและครู ผสอนตามกาหนดเวลาของนักเรี ยน ู้ 8. เรี ยบเรี ยงความคิดเป็ นเอกสารรายงานผลการค้นคว้าเชิงวิชาการความยาวประมาณ 1,200 – 1,600 คา (ประมาณ 4- 6 แผ่น) ส่ งครู ผสอนโดยผ่านความเห็นชอบของครู ที่ปรึ กษา ู้ เกณฑ์การวัดและประเมินผลสาระทฤษฎีความรู ้ (Theory of Knowledge: TOK) การวัดและประเมินผลการเรี ยนรู ้สาระทฤษฎีความรู ้ (Theory of Knowledge: TOK) จาแนกการ ประเมินออกเป็ น 2 ส่วน คือ 1. กาประเมินผลงานการเขียนรายงานการค้นคว้า 2. การสอบการนาเสนอผลงานปากเปล่า (Oral) โดยการเขียนผลงานจะทาการประเมินผลงานข้อเขียนภาพรวมใช้เกณฑ์ 4 C ได้แก่ Content, Creativity, Critical Thinking และ Clarity ซึ่ งมีความหมายโดยสังเขปดังนี้ Content : Think : Knowledge issues เนื้อหา คิด เกี่ยวกับประเด็นความรู ้ Creativity : Think : Personal thought ความคิดสร้างสรรค์ คิด ความคิดส่วนตัว Critical Thinking : Think :Arguments ความคิดวิเคราะห์ คิด การโต้แย้งคัดค้านและสนับสนุน Clarity : Think: Well-Structured essay ความชัดเจน คิด การเรี ยบเรี ยงถูกต้อง ในการประเมินเนื้ อหาที่เป็ นรายละเอียดจะจาแนกเกณฑ์ออกเป็ น 2 ส่ วน ได้แก่ ตอนที่ 1 เกณฑ์สาหรับใช้ประเมินผลงานข้อเขียน ตอนที่ 2 เกณฑ์สาหรับใช้ประเมินการสอบการนาเสนอผลงานปากเปล่า (Oral)กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์) เรี ยบเรี ยงโดย ครู อครเดช โพธิญาณ์ , ครู มณฑวรรณ ภูบุญคง ั
    • เอกสารประการเรี ยนรู ้ รายวิชา ง20202 ทฤษฎีความรู ้ (THEORY OF KNOWLEDGE : TOK) 26 เอกสารการประเมินผลสาระทฤษฎีความรู้ (Theory of Knowledge: TOK) การวัดและประเมินผลการเรี ยนรู ้ทฤษฎีความรู ้ (Theory of Knowledge: TOK) จาแนกการประเมินได้ 2 ตอนดังนี้ ตอนที่ 1 การปะเมินงานเขียนรายงาน (Report Writing) เป็ นการวัดและประเมินผลโดยพิจารณาเกี่ยวกับความเชื่อมโยง (relevant) ของผลงานกับหัวข้อ/ปั ญหาความเข้าใจลึกซึ้งในหัวข้อ (Depth of understanding) ความเข้าใจเกี่ยวกับประเด็นความรู ้อย่างกว้างขวาง (Breadth of understanding) แสดงความตระหนักรู ้วธีการเชื่อมโยงประเด็นความรู ้ ิกับสาขาความรู ้และวิธีการรับรู ้ตามแนวทาง ระดับผลสัมฤทธิ์ (เต็ม 10 คะแนน) ลาดับที่ หัวข้ อประเมิน ครู ทปรึกษา ี่ ครู ผู้สอน 1 ความเข้าใจในประเด็นความรู ้/หัวข้อ/ปั ญหา (Understanding knowledge issues) 2 ความคิดเห็นของผูเ้ รี ยน (Knower’s Perspectives) 3 คุณภาพของการวิเคราะห์ประเด็นความรู ้ (Quality of analysis of knowledge issues 4 การเรี ยบเรี ยงความคิด (Organization of ideas) รวมคะแนน (40 คะแนน) คะแนนรวมเฉลี่ยตอนที่ 2 การประเมินงานนาเสนอรายงานผลการค้นคว้าปากเปล่า (Oral) (ครู ผสอนประเมิน) ู้ ระดับผลสัมฤทธิ์ ลาดับที่ หัวข้ อประเมิน (เต็ม 10 คะแนน) 1 ลักษณะของประเด็นความรู ้ (Identification of Knowledge issues) 2 การแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นความรู ้ (Treatment of Knowledge issues) 3 ความคิดเห็นของผูเ้ รี ยน (Knower’s Perpective) รวมคะแนน (15 คะแนน)คะแนนรวมตอนที่ 1 + 2 (70 คะแนน)…………………… ระดับผลการเรี ยนที่ได้คะแนนความสนใจเข้าเรี ยน (10 คะแนน) …………………คะแนนการทางานกิจกรรมเดี่ยว (10 คะแนน) ……………..คะแนนวินย ตรงต่อเวลา (10 คะแนน)……………………… ัรวม 100 คะแนน นักเรี ยนทาได้ ................................................ครู ที่ปรึ กษา ................................................ครู ผสอน ู้กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์) เรี ยบเรี ยงโดย ครู อครเดช โพธิญาณ์ , ครู มณฑวรรณ ภูบุญคง ั