ประวัติของซูชิ

21,586 views
21,330 views

Published on

0 Comments
1 Like
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
21,586
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
24
Actions
Shares
0
Downloads
0
Comments
0
Likes
1
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

ประวัติของซูชิ

  1. 2. ประวัติของซูชิ ซูชิ : sushi   หรือ ข้าวปั้นมีหน้า เป็น อาหารญี่ปุ่น ที่ข้าวมีส่วนผสมของ น้ำส้มสายชู และกินคู่กับปลา เนื้อ หรือ ของคาวชนิดต่างๆ ในประเทศญี่ปุ่น ซูชิมักจะหมายถึงอาหารที่มีส่วนประกอบของ ซูชิเมะชิ ( ข้าวที่ผสมน้ำส้มสายชู ) และมีหน้าแบบต่างๆเป็นหน้า ที่นิยมได้แก่ อาหารทะเล ผัก ไข่ เห็ด เนื้อที่นำมาใช้อาจจะเป็นเนื้อดิบ หรือ เนื้อที่ผ่านกระบวนการทำอาหารแล้ว สำหรับในประเทศอื่น
  2. 3. <ul><li>ซูชิ หมายถึง การรวมกันระหว่างปลากับข้าว ซูชิมีวิวัฒนาการมาเมื่อหลายร้อยปีมาแล้วซึ่งเกิดจากความต้องการถนอมอาหารของคนญี่ปุ่น </li></ul><ul><li>&quot; ซูชิ &quot; นิยมหมายถึง นิงิริซู ชิ ที่เป็นข้าวมาอัดเป็นก้อนและมีเนื้อปลาวางบนด้านหน้าเท่านั้น </li></ul>
  3. 4. <ul><li>แม้ประวัติการทำซูชิจะมีในญี่ปุ่นมาเป็นเวลานาน จนคนเข้าใจว่าเป็นของดั้งเดิมของญี่ปุ่น แต่เมื่อนักประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นสืบค้นหาที่มาของซูชิก็พบว่า ญี่ปุ่นรับเอาวัฒนธรรมการรับประทานอาหารประเภทปลาหมักกับข้าวมาจากประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทยและลาว การหมักปลามักทำกันแพร่หลายโดยเกษตรกรที่อาศัยอยู่ริมฝั่งโขง ซึ่งในขณะเดียวกันก็ปลูกข้าว มีข้าวบริโภคกันอย่างอุดมสมบูรณ์ จึงคิดวิธีรับประทานข้าวกับปลาหมัก วัฒนธรรมการรับประทานแบบนี้เข้าสู่ญี่ปุ่นโดยผ่านประเทศจีน สมัยก่อนซูซิของญี่ปุ่นเป็นปลาหมัก ไม่ใช่ปลาดิบ ตั้งแต่สมัยเอโดะจึงเปลี่ยนแปลงมาเป็นของทะเลสดๆ มีเครื่องเคียงเป็นขิงดอง เนื่องจากทั้งขิงดองและวะซะบิ มีสรรพคุณช่วยฆ่าเชื้อโรค         รูปแบบของซูชิถูกพัฒนาไปตามความเหมาะสมของสังคมด้วย ในตอนที่ชาวอเมริกันรู้จัก ซูชิใหม่ ๆ เป็นเรื่องยากที่พวกเขาจะยอมรับ การรับประทานของดิบ จึงมีการคิดค้น ซูชิม้วนโดยใส่ไส้เป็นผักต่าง ๆ และไข่ เป็นต้น ตั้งชื่อว่าแคลิฟอร์เนียโรล เป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ และการลดน้ำหนัก ส่วนหนึ่งเพราะชาวตะวันตกคิดว่าข้าวเป็นธัญพืชด้วย         ปัจจุบันร้านซูชิในญี่ปุ่นพัฒนาก้าวหน้าไปมาก เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าจำนวนมาก มีการใช้เครื่องจักรผลิตซูชิ ไม่ต้องใช้คนปั้นทีละชิ้น ลูกค้าสั่งได้จากหน้าจอมอนิเตอร์ประจำโต๊ะ ที่จานซูชิมีชิพบันทึกเวลาการผลิตไว้ หากเวลาผ่านไปราว 40 นาทีแล้วลูกค้ายังไม่หยิบไป เครื่องจะแยกซูชิจานนั้นจากสายพานทิ้งไป เป็นต้น </li></ul>
  4. 5. ^_^ หน้าต่างๆของซูชิ ^_^ <ul><ul><li>ปลาแซลมอน </li></ul></ul><ul><ul><li>ปลาโอ </li></ul></ul><ul><ul><li>ปลาทูน่า </li></ul></ul><ul><ul><li>ไข่หวาน </li></ul></ul><ul><ul><li>ไข่กุ้ง </li></ul></ul><ul><ul><li>ไข่ปลา </li></ul></ul><ul><ul><li>ปลาหมึกยักษ์ </li></ul></ul><ul><ul><li>กุ้ง </li></ul></ul><ul><ul><li>สาหร่าย </li></ul></ul><ul><ul><li>ปลาซาบะ </li></ul></ul><ul><ul><li>ปลากระพง </li></ul></ul><ul><ul><li>ไข่หอยเมด </li></ul></ul><ul><ul><li>ปลาธง </li></ul></ul><ul><ul><li>แตงกวา </li></ul></ul><ul><ul><li>ปลาไหล </li></ul></ul>
  5. 6. ประเภทของซูชิ <ul><li>ข้าวปั้นซูชิ ( Sushi หรือ นิกิริ ซูชิ ( Nigiri Sushi) .... คือข้าวเปรี้ยวที่นำมาปั้นเป็นก้อนเล็ก ๆ แล้ววางปลาดิบ ฯลฯ ลงบนหน้า </li></ul>
  6. 8. <ul><li>อีกจานสำหรับ ข้าวปั้นซูชิ หน้าต่าง ๆ ซึ่งใช้ได้ทั้งปลาดิบ และอื่น ๆ เป็นท๊อปปิ้ง </li></ul>
  7. 9. ข้าวห่อสาหร่าย <ul><li>ข้าวห่อสาหร่าย (Maki Sushi หรือ Nori Maki Sushi) คือ .... ข้าวเปรี้ยวซูชิ ที่นำมาห่อในแผ่นสาหร่ายอบแห้ง แล้วใส่ไส้อะไรก็ได้ตามชอบ แต่ควรเลือกไส้แบบที่มีน้ำไม่มาก เพราะจะทำให้ข้าวแฉะได้ง่าย อีกทั้งห่อม้วนได้ยากขึ้นด้วยค่ะ </li></ul><ul><li>ชื่อเรียกก็ตามของที่เรานำมาใส่เป็นไส้ ( ไล่เรียงจากรูป )..... เช่น คัปปะ อันที่จริงแตงกวาญี่ปุ่น ในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า &quot; คิวริ &quot; แต่เนื่องมาจากนิทานโบร่ำโบราณ เรื่องหนึ่ง ซึ่งตัวเอกคือ ผีน้ำ ( คัปปะ ) มันชอบกินแตงกวามาก เค้าเลยนำเอาชื่อของมันมาตั้งชื่อ </li></ul>
  8. 10. แคลิฟอร์เนียโรล <ul><li>เมนูนี้ เริ่มต้นครั้งแรกจากประเทศอเมริกา สัณนิฐานว่า ... น่าจะเป็นรัฐแคลิฟอร์เนีย เพราะในสมัยที่อาหารญี่ปุ่นเริ่มบูม ชาวต่างชาติยังไม่นิยมทานของดิบ ( ปลาดิบต่าง ๆ ) ทางร้านก็จำเป็นต้องดัดแปลง เพื่อเหมาะกับผู้บริโภค จนได้เมนูนี้ เป็นที่รู้จักทั่วไป </li></ul>
  9. 11. ฟุโต มากิ ( Futo Maki ) <ul><li>ข้าวเปรี้ยวซูชิ ที่นำมาห่อในแผ่นสาหร่ายอบแห้ง แล้วใส่ไส้รวมมิตร เช่น ผักลวก , ไข่ม้วน , ปูอัด , กุ้งต้ม ฯลฯ ตามชอบ ขนาดจะอวบอ้วนใหญ่กว่า ( กินไม่กี่อัน จุกเชียวค้า ) แบบที่ใส่ไส้อย่างเดียวอย่าง ข้าวห่อสาหร่าย ( Maki Sushi หรือ Nori Maki Sushi) </li></ul>
  10. 12. อินาริ ซูชิ ( Inari Sushi) <ul><li>เป็นแผ่นเต้าหู้ทอดที่มีลักษณะเป็นถุง นำไปต้มปรุงรสน้ำตาล + ซีอิ้วญี่ปุ่น มีรสออกหวานเค็มปะแล่ม ๆ แล้วนำเอาข้าวเปรี้ยวซูชิมายัดใส่ข้างใน ..... ซึ่งตัวข้าวนั้น อาจจะผสม งาขาวคั่ว หรือเครื่องต่าง ๆ ตามชอบใส่ผสมลงไปก่อนนำมายัดใส่ได้ค่ะ </li></ul>
  11. 13. เทมากิ ซูชิ Te maki sushi <ul><li>เมนูนี้ง่ายที่ซู๊ด ( ที่บ้านทำบ่อย ... อิอิ ) เพียงแค่เตรียมเครื่องปรุงทุกอย่างแบบเดียวกันกับ ข้าวห่อสาหร่าย ( Maki Sushi หรือ Nori Maki Sushi) ต่างกันที่ขนาดของแผ่นสาหร่ายเท่านั้น ที่มีขนาดเล็กกว่า ( ขนาดฝ่ามือ ).... เวลาทาน ก็ตัวใครตัวเผือก ตักข้าวใส่บนแผ่นสาหร่าย เกลี่ยบาง ๆ ให้ทั่ว เลือกใส่ไส้ตามชอบ ห่อกันเอง โดยจะจับม้วนเป็นกรวย ซึ่งเป็นที่สนุกสนานกันทั้งครอบครัว หรือเวลาจัดงานสังสรรค์ปาร์ตี้ย่อย </li></ul>
  12. 14. ข้าวเปรี้ยวทรงเครื่อง - ชิราชิ ซูชิ <ul><li>คือการนำเอาข้าวเปรี้ยว ... มาผสมกับเครื่องที่ต้มตุ๋นปรุงรสไว้แล้ว โรยหน้าด้วยท๊อปปิ้งตามชอบ เช่น ไข่เจียวแผ่นบาง ๆ หั่นเป็นเส้นฝอย , ถั่วแขกต้มสุก หั่นซอย ฯลฯ เมนูนี้ ... นิยมทานกันมากใน   เทศกาลฉลองวันเด็กผู้หญิง โอะ ฮินะมัตทสึริ ( O hinamatsuri)   ในวันที่ 3 ของเดือนมีนาคม </li></ul>
  13. 15. ข้าวเปรี้ยวหน้าซีฟู๊ด <ul><li>เมื่อเอ่ยถึงเมนู ชิราชิ ซูชิ ( Chirashi sushi ..... คนทั่วไป มักจะนึกถึง ข้าวเปรี้ยวทรงเครื่อง ในลักษณะข้างต้น แต่อันที่จริงแล้ว ยังมีแบบที่ใช้ ข้าวเปรี้ยวสีขาว ( ไม่ผสมเครื่อง ) แล้วจัดเรียง ( หน้า ) ด้วย ปลา , กุ้ง , หอย , ปู ฯลฯ สด ๆ ที่เรียกว่า Kaisen Chirashi Sushi หรือ Bara Chirashi Zuchi หรือ หรือ Kaisen Don </li></ul>
  14. 16. โอชิ ซูชิ <ul><li>คือการนำเอาข้าวเปรี้ยว ... ใส่ในพิมพ์ โดยจัดวางเรียงเป็นชั้น ๆ กับเครื่องที่เราชอบ พอเต็มพิมพ์แล้ว ก็ปิดฝา กดอัดให้แน่น เทออกมาตัดขนาดรับประทาน </li></ul>
  15. 17. ปัตเตระ ซูชิ ( Battera   Sushi ) <ul><li>ลักษณะการทำเหมือน โอชิ ซูชิ ( Oshi sushi ต่างกันเพียงแค่ ใช้หน้าเพียงชนิดเดียว ที่นิยมมากที่สุดสำหรับเมนูนี้ ก็คือ หน้า ปลาซาบะหมักน้ำส้มสายชู ชิเมะซาบะ   Shime saba ) </li></ul><ul><li>บางทีก็จะนำไปห่อด้วยใบไม้ เช่น ใบพลับ , ใบซากุระ ใบไผ่ ฯลฯ เพื่อจะได้ความหอมของใบไม้เพิ่มขึ้น </li></ul>
  16. 19. ซูชิสัญชาติไทย <ul><li>ซูชิสัญชาติไทย ’ ที่มีการดัดแปลงมาจากอาหารญี่ปุ่นอย่าง ‘ ซูชิ ’ (Sushi) ด้วยการนำ ‘ น้ำพริกปลาทู ’ พร้อมเครื่องเคียงต่างๆ มาดัดแปลงให้มีรสชาติที่ถูกปากคนไทยมากขึ้น แถมยังให้คุณค่าทางอาหารครบถ้วน ที่สำคัญยังเรียกร้องความสนใจจากคุณหนูๆ ที่ไม่ชอบทานผักได้ดีทีเดียว ว่าแล้วก็ต้องไปเตรียมเครื่องปรุง </li></ul>
  17. 20. ส่วนผสมน้ำพริกกะปิ <ul><li>ส่วนผสมน้ำพริกกะปิ - กะปิ - กระเทียม ปอกเปลือกให้เรียบร้อย - พริกขี้หนู - มะเขือพวง เด็ดขั้ว นำไปล้างน้ำให้สะอาด - น้ำปลา - น้ำตาลปี๊บ - มะนาว </li></ul><ul><li>เครื่องปรุง และ ส่วนผสมในการทำ ‘ ซูชิสัญชาติไทย ’ - ข้าวมันปู - ปลาทู - ผักต่างๆ ตามชอบ เช่น ถั่วฝักยาว แครอท มะเขือยาว เป็นต้น - ผักชะอม - ผักบุ้งจีน - ไข่ไก่ </li></ul>
  18. 21. ขั้นตอนการทำ <ul><li>ขั้นตอนการทำน้ำพริกกะปิ - ตำกระเทียม พริกขี้หนู ( ใส่ตามความชอบ ) ใส่มะเขือพวง จากนั้นใช้สากบุบพอแตก ก่อนจะใส่กะปิลงไป - ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ และมะนาว คนให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดี ชิมรสตามต้องการ ก่อนตักใส่ถ้วย </li></ul><ul><li>ขั้น ตอนการทำซูชิสัญชาติไทย - นำผักต่างๆ ที่เตรียมไว้ หั่นเป็นท่อนแนวยาว ล้างให้สะอาด ชุบไข่ เพื่อนำไปทอด เมื่อสุกจึงตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน แต่ถ้าเป็นมะเขือยาว ก็ให้หั่นเป็นแว่น - นำผักชะอมที่เด็ดเรียบร้อยแล้ว ผสมกับไข่ไก่ที่เตรียมไว้ทอดเป็นไข่ชะอม เมื่อสุกได้ที่แล้ว ก็นำมาตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม - นำปลาทูที่เตรียมไว้ ล้างให้สะอาด นำไปชุบไข่ จากนั้นนำไปทอดให้สุก แกะเอาแต่เนื้อปลาทู พักไว้ - เลือกผักบุ้งจีน เฉพาะส่วนใบ ไปลวกในน้ำเดือด พักไว้ - นำข้าวมันปูที่เตรียมไว้มาปั้นให้เป็นก้อนสี่เหลี่ยม จากนั้น นำส่วนผสมที่เตรียมไว้ไม่ว่าจะเป็นผักทอด ปลาทูทอด ไข่ชะอม หรือมะเขือชุบไข่ วางไว้ด้านบน ผูกด้วยผักบุ้ง - จัดใส่จาน เสิร์ฟคู่น้ำพริกกะปิ เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย </li></ul>
  19. 23. THE END

×