Sound for Radio Script
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 

Sound for Radio Script

on

  • 1,973 views

หลักการใช้เสียงสำหรับเขียนบท

หลักการใช้เสียงสำหรับเขียนบท

Statistics

Views

Total Views
1,973
Views on SlideShare
1,973
Embed Views
0

Actions

Likes
0
Downloads
38
Comments
0

0 Embeds 0

No embeds

Accessibility

Upload Details

Uploaded via as Microsoft PowerPoint

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

    Sound for Radio Script Sound for Radio Script Presentation Transcript

    • การใช้เสียงในงานวิทยุ อาจารย์สกุลศรี ศรีสารคาม วิชา RT318 การเขียนบทรายการวิทยุกระจายเสียง
      • รายละเอียดบทเรียน :
      • ความสำคัญในการใช้เสียง
      • เสียงรูปแบบต่างๆ
      • วิธีและเทคนิคในการใช้เสียงเพื่อสร้างสรรค์และนำเสนอ
    • เสียงมีความสำคัญต่อการผลิตวิทยุ เพราะ
      • ช่วยให้การผลิตรายการบรรลุเป้าหมาย
      • ช่วยให้รายการมีสีสัน มีชีวิตชีวา ไม่น่าเบื่อ
      • ช่วยดึงความสนใจของผู้ฟังรายการ
      • ช่วยเร้าจินตนาการให้ผู้ฟังคล้อยตามอารมณ์ที่ผู้ผลิตรายการต้องการถ่ายทอด
    • ประเภทของเสียง
      • เสียงที่ใช้ในการผลิตรายการ
      • เสียงพูด (Voice Over)
      • เสียงเพลง (Music)
      • เสียงประกอบ (Sound Effect)
      • 4. เสียงสัมภาษณ์
      • 5. Vox Pop
      • 6. การจำลองเหตุการณ์ / เสียงจากหนัง / clip เสียงอื่นๆ
    • เสียงพูด ( Voice)
      • เป็นเครื่องมือหลักในการถ่ายทอดเนื้อหาไปยังผู้รับ ความเข้าใจในสารที่ผู้ฟ้งจะรับได้เกิดจาก
      • ภาษาที่เป็นถ้อยคำ คือ วัจนภาษา เป็นภาษาที่ใช้ในการสื่อสาร
      • และ ภาษาที่ไม่ใช่ถ้อยคำ อวัจนภาษา ได้แก่น้ำเสียง ลีลา
      • การพูด การคุย
    • เสียงพูด ( Voice)
      • การเขียนบทในส่วนของเสียงพูดควร
      • คำนึงถึงการใช้ภาษาที่ถูกต้อง เหมาะสม กระชับ ได้ใจความ และ สร้างจินตนาการ
      • มีการใช้ลีลาที่เหมาะสมตามเรื่องราว อย่าพูดเหมือนเป็นการอ่านตามบท แสดงความมั่นใจต่อเนื้อหา จริงใจ น่าฟัง ตรงไปตรงมา
    • เสียงเพลง ( music)
      • รูปแบบดนตรีซึ่งมีทั้งเพลงบรรเลง และเพลงที่มีเนื้อร้อง
      1. เพลงประจำรายการ เป็นการเปิดเพลงใดช่วงหนึ่ง หรือทั้งเพลงเพื่อเป็นการนำเข้าสู่รายการหรือ เป็นประจำทุกครั้ง 2. เพลงคั่นรายการ เป็นเพลงที่ใช้เพื่อสลับเสียงพูด เพื่อไม่ให้น่าเบื่อ ควรเลือกเพลงที่ไม่เป็นที่นิยมหรือ คุ้นเคย 3. เพลงที่เป็นเนื้อหาของรายการ มักเป็นเพลงที่มีความหมายต่อรายการหรือการนำเสนอ เช่นเพลงพื้นเมืองหรือเพลงโฆษณาของรายการ 4. เพลงแนะสถานที่หรือเวลา เป็นเพลงที่ใช้เพื่อบอกเวลาหรือสถานที่ เพื่อนำเข้าสู่ฉาก 5. เพลงเพื่อเสริมสร้างบรรยากาศ ในการแสดงอื่นๆ ละครเป็นการนำเพลงเพื่อเร้าอารมณ์หรือเพื่อนำเข้าสู่เนื้อหา
    • เสียงประกอบ ( sound effect)
      • คือเสียงที่มีความยาวไม่มาก ใช้ผลิตรายการในช่วงสั้นๆ เพื่อประกอบเสียง
      • บรรยายให้ผู้ฟังเกิดจินตนาการ
      • เสริมความสมจริงของฉากหรือสถานที่
      • ใช้ดำเนินเรื่องราว ช่วยในการสื่อความหมายได้
      • บอกเวลา เป็นการแนะให้รู้ว่าเป็นเวลาใดของวันโดยสื่อกับเสียงที่เกิดขึ้นในช่วงนั้นๆ
      • เสริมอารมณ์ตามบท เสียงที่นำมาใช้อาจไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่อง แต่เป็นการเสริมเพื่อสร้างอารมณ์และบรรยากาศ สร้างจินตนาการ
    • เสียงประกอบ ( sound effect)
      • ลักษณะของเสียงประกอบ
      • 1.Spot Effect
      • เป็นเสียงประกอบที่ทำขึ้นสดๆในห้องบันทึกเสียง โดยการใช้วัสดุหรืออุปกรณ์ที่เกิดเสียงคล้ายกันกับเสียงจริง
      • ข้อดีของเสียงประกอบประเภทนี้คือ สามารถจัดทำได้ให้ถูกต้องกับเวลาและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
    • เสียงประกอบ ( sound effect)
      • ลักษณะของเสียงประกอบ
      • 2.Recorded Effect
      • เป็นเสียงประกอบที่อยู่ในรูปแบบ แผ่นซีดี หรือเทปบันทึกเสียง มีความสะดวกในการใช้
      • แต่มีข้อเสียคือไม่เป็นไปตามความต้องการ เพราะมีรายละเอียดและช่วงเวลาที่แตกต่างกัน รวมทั้งการสืบค้นเพื่อการใช้งานก็อาจไม่ทันต่อการใช้งาน
    • เสียงประกอบ ( sound effect)
      • ลักษณะของเสียงประกอบ
      • 3. Actuality Sound
      • คือเสียงที่บันทึกใหม่โดยเฉพาะ จากของจริงสถานที่จริง เช่นเสียงคนเชียร์กีฬา
      เวลาไปสัมภาษณ์ / ลงพื้นที่ ควรเก็บเสียงจริงรอบๆ ตัวมาให้มากที่สุด
    • เสียงอื่นๆ ที่นำมาใช้ได้
      • เสียงสัมภาษณ์
      • Vox Pop
      • เสียงจำลองเหตุการณ์ เช่น ให้คนอ่านหนังสือ ฉากละครสั้นๆ
      • Clip เสียงจากที่ต่างๆ เช่น เสียงบางส่วนจากภาพยนตร์
    • สิ่งที่ควรจะคำนึงถึงในการนำเสียงมาใช้
      • ไม่อืดอาดยืดยาด ชัดเจน เข้าใจและสื่อความหมายได้ทันที
      • คำนึงถึงกลุ่มเป้าหมายว่า คุ้นเคยกับเสียงประกอบนั้นๆหรือไม่ ถ้าเป็นเสียงที่เขาไม่เคยได้ยินอาจจะทำให้สับสนได้
      • ควรเลือกแต่เสียงที่เด่นๆ และแสดงสถานที่นั้นๆมาใช้ ไม่ควรเอาทุกเสียงมาใช้เพราะจะฟังไม่ได้ศัพท์
      • ใช้ให้เหมาะกับสิ่งที่ต้องการสื่อความหมาย
    • งานเสียงที่ใช้ในรายการวิทยุ
      • Jingle
      • เสียงพูด + เสียงเพลง ยาว 10-20 วิ
      • ใช้แนะนำ ชื่อ รายการ แนะนำ ช่วง รายการ และแนะนำ ผู้จัดรายการ เปรียบเหมือน ไตเติลรายการ
      • Jingle intro ใช้เปิดตอนต้นเพื่อนำเข้ารายการ
      • Jingle outro ใช้เปิดตอนท้ายเพื่อปิดรายการ หรือพักรายการไปเข้าโฆษณา
    • งานเสียงที่ใช้ในรายการวิทยุ
      • Drop in
      • เสียงพูดสั้นๆ ความยาว 1-3 วินาที
      • นิยมเปิดขณะเล่นเพลงในช่วงที่เป็นจังหวะดนตรี ไม่มีเสียงร้อง อาจเป็นชื่อรายการ หรือ เป็นคำที่นำมาใช้โดยไม่ได้สื่อความหมาย
      • ใช้เพื่อสร้างสีสันให้รายการ
    • งานเสียงที่ใช้ในรายการวิทยุ
      • Sweeper
      • เสียงพูดเปล่าๆ หรือ เสียงพูด + เสียงเพลง ความยาว 5-10 วินาที
      • ใช้เปิดในรายการเพลงเพื่อเชื่อม หรือ คั่นเพลงสองเพลงที่มีจังหวะ และอารมณ์ต่างกัน
      • มีบทบาทมากในการกวาดอารมณ์เพลงจากเพลงเร็วไปเพลงช้า หรือจากเพลงที่เนื้อหาต่างกัน แต่ยังทำให้รายการดำเนินต่อไปอย่างราบรื่น กลมกลืน
    • งานเสียงที่ใช้ในรายการวิทยุ
      • Station ID
      • เสียงพูดเปล่าๆ หรือ เสียงพูด + เสียงเพลง ความยาว 20-25 วินาที ใช้เปิดตอนต้นชั่วโมงเท่านั้น เพื่อบอกรายละเอียดต่างๆ ของสถานีให้ผู้ฟังทราบ ได้แก่ ชื่อหน่วยงานเจ้าของสถานี ที่ตั้งสถานี คลื่นความถี่ ชื่อรายการ ชื่อบริษัทผู้ผลิต หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ เป็นต้น
    • งานเสียงที่ใช้ในรายการวิทยุ
      • Spot
      • เสียงพูด + เสียงเพลง + เสียงประกอบ ความยาว 30-45 วินาที ปกติจะไม่เกิน 30 วินาที
      • ผู้สนับสนุนรายการ โฆษณาทางวิทยุกระจายเสียง
    • งานเสียงที่ใช้ในรายการวิทยุ
      • Spot Promo
      • เสียงพูด + เสียงเพลง + เสียงประกอบ ความยาว 45-60 วินาที
      • เรียกสั้นๆ ว่า “สปอตโปรโมท” หรือ “โปรโม”
      • เป็นงานเสียงเพื่อประชาสัมพันธ์รายการหรือกิจกรรมต่างๆ ของสถานี ตลอดจนเพื่อรณรงค์ให้เกิดผลต่อเนื่องอย่างใดอย่างหนึ่ง
    • การใช้เสียงให้มีความสร้างสรรค์
      • การวางโครงเรื่องให้แตกต่าง
      • จำเป็นไหมที่ต้องเริ่มด้วยเสียงผู้ประกาศ ?
      • เริ่มด้วยเสียงที่แปลก เพื่อดึงความสนใจได้ไหม ?
      • ใช้เสียงให้สร้างภาพ สร้างจิตนาการ และ สื่อความหมายให้ได้