ใบเลี้ยงเดี่ยวใบเลี้ยงคู่

9,226 views

Published on

Published in: Education
1 Comment
1 Like
Statistics
Notes
No Downloads
Views
Total views
9,226
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
4
Actions
Shares
0
Downloads
84
Comments
1
Likes
1
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

ใบเลี้ยงเดี่ยวใบเลี้ยงคู่

  1. 1. วิจัยในชั้นเรียน เรื่องนักเรียนขาดทักษะในการจําแนกพืชใบเลี้ยงเดี่ยว – ใบเลี้ยงคู ผูวิจัย ปยะมาศ แกวเกษการณ กลุมสาระการเรียนรู วิทยาศาสตร ชั้น ประถม ศึกษาปที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2552
  2. 2. วิจัยในชั้นเรียน เรื่องนักเรียนขาดทักษะในการจําแนกพืชใบเลี้ยงเดี่ยว – ใบเลี้ยงคู ผูวิจัย ปยะมาศ แกวเกษการณ กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร ชั้นประถมศึกษาปที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2552 โดยไดรับความเห็นชอบจาก …………………………………………… ผูอํานวยการโรงเรียนบานหนองกระทุม (นายสุ วรรณ วิเชียรรัตน )
  3. 3. ประกาศคุณูปการ การศึกษางานวิจัย นักเรียนขาดทักษะในการจําแนกพืชใบเลี้ยงเดี่ยว – ใบเลี้ยงคูของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปที่ 5 นี้ จัดทําขึ้นเพื่อพัฒนานักเรียนใหมีทักษะในการจําแนกพืชใบเลี้ยงเดี่ยว – ใบเลี้ยงคูและความเขาใจในดานการคนควาหาขอมูลใหมๆ ที่เปนปจจุบันและเปนประโยชนตอการเรียนวิทยาศาสตรดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ผูวิจัยขอขอบพระคุณทานผูอํานวยการ โรงเรียนบานหนองกระทุมที่ ไดใหการสนับสนุนอยางมากในการทํางานวิจัยฉบับนี้ใหออกมาอยางสมบูรณโดยกรุณาใหคําปรึกษาแนะนํา แนวความคิดและชวยใหกําลังใจตลอดระยะเวลาที่ทํางานวิจัยฉบับนี้ และสุดทายนี้ตองขอขอบใจนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปที่ 5 ทุกคน ที่ใหความรวมมือในการทําวิจัยครั้งนี้ ใหสําเร็จลุลวงไปดวยดี ผูวิจัยหวังเปนอยางยิ่งวา การวิจัยเรื่องนี้จะเปนประโยชนตอผูอานเพื่อเปนแนวทางในการพัฒนาการเรียนการสอนดานวิทยาศาสตรใหมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หากงานวิจัยฉบับนี้มีขอบกพรองประการใดผูวิจัยขออภัยมา ณ ที่นี้ ปยะมาศ แกวเกษการณ ผูวิจัย
  4. 4. วิจัยในชั้นเรียน เรื่อง นักเรียนขาดทักษะในการจําแนกพืชใบเลี้ยงเดี่ยว – ใบเลี้ยงคู นักเรียนชั้น ประถมศีกษาปที่ 5 ปการศึกษา 2552 ชื่อผูวิจัย นางสาวปยะมาศ แกวเกษการณ สถานที่ทํางาน โรงเรียนบานหนองกระทุม อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุทัยธานีเขต 2 บทคัดยอ1. ความเปนมาและความสําคัญของการทําวิจัย จากการสอนเรื่องใบของพืช พบวามีนักเรียนบางสวนยังไมเขาใจลักษะของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว–ใบเลี้ยงคู และไมสามารถจําแนกพืชใบเลี้ยงเดี่ยว – ใบเลี้ยงคูได ดังนั้นผูสอนจึงเห็นวาปญหาดังกลาวนาจะไดรับการแกไขโดยจัดกิจกรรมเสริมความรูให2. วัตถุประสงคของการวิจัย นักเรียนสามารถจําแนกพืชใบเลี้ยงเดี่ยว - ใบเลี้ยงคูได3. ประชากรที่ทําการศึกษา นักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 5 ปการศึกษา 2552 โรงเรียนบานหนองกระทุม จํานวน 5 คน4. เครื่องมือที่ใชในการวิจัย 4.1 ชุดฝกปฏิบัติ ไดแก ใบงาน 4.2 สื่อประกอบการฝก ไดแก ตัวอยางใบไมจริง 4.3 ใบความรู5. วิธีดําเนินการวิจัย 5.1 หลังจากทดสอบแลวพบวามีนักเรียนจํานวน 5 คน ที่ไมเขาใจเรื่องพืชใบเลี้ยงเดี่ยว - ใบเลี้ยงคู 5.2 ชี้แจงใหนักเรียนเขาใจในจุดมุงหมายการจัดกิจกรรมเสริมความรู 5.3 จัดกิจกรรมทั้งหมด 5 กิจกรรม เพื่อพัฒนาทักษะในดานการจําแนกใบของพืชใหมากขึ้น 5.4 เวลาที่ใชทํากิจกรรม คือ พักกลางวันประมาณวันละ 1 ชั่วโมง ระยะเวลาการจัดทํากิจกรรมการเรียนการสอนเสริมประมาณ 2 สัปดาห6. สรุปผลการวิจัย การใชแบบฝกทั้งหมด 5 กิจกรรม ปรากฏวา คะแนนเฉลี่ยของนักเรียนมีคาเทากับ 8.20 สูงกวาคะแนนเฉลี่ยกอนเรียน (มีคาเทากับ 5.80) แสดงวาแบบฝกใชไดผลดีมีคาคะแนนความกาวหนาเทากับ 2.40จึงสรุปไดวา นักเรียนสามารถจําแนกใบของพืชไดดีขึ้นในระดับหนึ่ง
  5. 5. งานวิจัยในชั้นเรียน เรื่อง นักเรียนขาดทักษะในการจําแนกพืชใบเลี้ยงเดี่ยว - ใบเลี้ยงคูความเปนมา / ความสําคัญของการวิจัย สภาพปญหาจากประสบการณการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร ชั้นประถมศึกษาปที่ 4 ที่ผานมาพบวามีนักเรียนบางสวนยังไมเขาใจลักษณะของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว–ใบเลี้ยงคูได เมื่อผูสอนนําตัวอยางใบไมจริงมาใหนักเรียนดู ปรากฏวามีนักเรียนจํานวนหนึ่งไมสามารถจําแนกไดวาพืชชนิดใดเปนพืชใบเลี้ยงเดี่ยว –ใบเลี้ยงคูฉะนั้น ผูสอนจึงทําการทดสอบเรื่องการจําแนกพืชใบเลี้ยงเดี่ยว–ใบเลี้ยงคู ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 5 จํานวน 20 คน โดยการกําหนดใหนักเรียนทุกคนทําแบบทดสอบและจําแนกพืชใบเลี้ยงเดี่ยว – ใบเลี้ยงคูจากพืชมาให 10 ชนิด ใหนักเรียนแยกวาชนิดใดเปนพืชใบเลี้ยงเดี่ยว – ใบเลี้ยงคู ในเวลาที่ผูสอนกําหนด เมื่อนํากระดาษคําตอบ มาตรวจปรากฏวา มีนักเรียน 5 คน ไมสามารถจําแนกพืชใบเลี้ยงเดี่ยว – ใบเลี้ยงคูได มีนักเรียน 5 คน สามารถจําแนกพืชใบเลี้ยงเดี่ยว – ใบเลี้ยงคูไดบางแตไมทั้งหมด มีนักเรียน 10 คน สามารถจําแนกพืชใบเลี้ยงเดี่ยว - ใบเลี้ยงคูไดทั้งหมด ผูสอนจึงวางแผนชวยเหลือนักเรียนที่ไมสามารถจําแนกพืชใบเลี้ยงเดี่ยว – ใบเลี้ยงคู จํานวน 5 คนโดยจัดกิจกรรมเสริมความรูใหจากปญหาที่เกิดขึ้น อาจจะมีสาเหตุมาจากหลายประการ เชน สาเหตุ 1. นักเรียนไมเขาใจลักษณะของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว – ใบเลี้ยงคู 2. ครู 2.1 ขาดเทคนิควิธีสอน 2.2 ไมมีความรู และไมถนัดในวิชาที่สอน 3. ปจจัยอื่น ๆ 3.1 ไมมีแบบฝก 3.2 ขาดสื่อในการฝก และขาดแหลงคนควาเกี่ยวกับเทคนิควิธีสอนดังนั้นผูสอนจึงตองหาวิธีการแกปญหาที่เกิดขึ้นกับนักเรียนวัตถุประสงคของการวิจัย นักเรียนสามารถจําแนกพืชใบเลี้ยงเดี่ยว – ใบเลี้ยงคูไดการตรวจเอกสาร พิจารณาจากคะแนนการทําแบบฝกหัดระหวางเรียนและคะแนนการทําแบบทดสอบหลังเรียนวิธีการดําเนินการวิจัย ประชากร นักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 5 ปการศึกษา 2552 โรงเรียนบานหนองกระทุม อ.หนองฉางจ.อุทัยธานี ที่สอบเรื่องใบเลี้ยงเดี่ยว-ใบเลี้ยงคู ไมผานเกณฑ 50 % จํานวน 5 คน
  6. 6. การเก็บรวบรวมขอมูล ระยะเวลาของการวิจัย 17 สิงหาคม 2552 ถึง 29 สิงหาคม 2552 ผูวิจัยเก็บรวบรวมขอมูลดวยตนเองโดยใชแบบฝกหัดระหวางเรียนและแบบทดสอบหลังเรียน จากนักเรียนกลุมเปาหมาย จํานวน 5 คน ดังนี้ 1. เด็กชายนิลภัทร หัสแดง 2. เด็กหญิงรุงฤดี รัตนา 3. เด็กชายวีระยุทธ อรุณ 4. เด็กหญิงอาทิตยา โสภณศักดิ์ 5. เด็กชายชัยธวัช มาลีP = PLANE = การวางแผนแกปญหา ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อแกปญหาที่เกิดขึ้นนี้ ผูสอนไดเนนกิจกรรมที่ตองใหนักเรียนฝกสังเกตและฝกปฏิบัติบอย ๆ เพื่อใหนักเรียนที่ทํากิจกรรมนี้ไดมีการพัฒนาทักษะในดานการจําแนกพืชใบเลี้ยงเดี่ยว – ใบเลี้ยงคูมากขึ้น และจะทําใหมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นและผานเกณฑตามที่กําหนดตอไปวิธีดําเนินการ 1. กลุมเปาหมาย ไดแก นักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 4 จํานวน 25 คน 2. ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเสริม ประมาณ 2 สัปดาห 3. สถานที่สอน คือ บริเวณโรงเรียน - หองเรียน 4. เวลาที่ใชสอน คือพักกลางวัน เวลาประมาณ 12.00 – 13.00 น.D = DO = การลงมือทํา ใชกระบวนการปฏิบัติในกิจกรรมจากนวัตกรรมที่สรางขึ้น ดังนี้ 1. ชุดฝกปฏิบัติ ไดแก ใบงาน 2. สื่อประกอบการฝก ไดแก ตัวอยางใบไมจริง 3. ใบความรู โดยผูสอนไดนํานวัตกรรมเหลานี้มาจัดเปนกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อแกปญหาที่เกิดขึ้นไดทั้งหมด 5 กิจกรรมดังนี้ (D) กิจกรรมที่ 1 นํานักเรียนไปสํารวจ ศึกษาตนไมในบริเวณโรงเรียน แลวใหนักเรียนบอกชื่อใบไมที่ตนเองรูจักมา 5 ชนิด พรอมทั้งบอกดวยวาพืชชนิดนั้นมีใบเลี้ยงเปนใบเลี้ยงเดี่ยวหรือใบเลี้ยงคู (C) โดยมีเกณฑการประเมินวานักเรียนตองบอกชื่อ และชนิดของใบเลี้ยงของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว หรือใบเลี้ยงคูมาไดถูกตอง ผูสอนจะตองมีแบบตรวจสอบวานักเรียนผานเกณฑการประเมินหรือไม ถาผานเกณฑการประเมินก็เขาสูกิจกรรมที่ 2
  7. 7. (A) หากนักเรียนคนใดยังไมสามารถบอกชื่อและชนิดของใบเลี้ยงของพืชไดถูกตอง ใหนักเรียนศึกษาคนควาชื่อและชนิดของใบเลี้ยงอีกครั้งจนสามารถบอกชื่อ และชนิดของใบเลี้ยงของพืชไดอยางถูกตองจึงเขาสูกิจกรรมที่ 2 (D) กิจกรรมที่ 2 ใหนักเรียนศึกษาลักษณะพืชใบเลี้ยงเดี่ยว – ใบเลี้ยงคูจากใบความรู ลักษณะของเสนใบที่แจกให จากนั้นใหนักเรียนสังเกตตัวอยางใบไม แลวอธิบายลักษณะของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว –ใบเลี้ยงคูโดยใหสรุปในใบงานที่แจกให (C) โดยมีเกณฑการประเมินวานักเรียนตองอธิบายลักษณะพืชใบเลี้ยงเดี่ยว – ใบเลี้ยงคูจากการสังเกตลักษณะเสนใบพืชไดถูกตอง จึงเขาสูกิจกรรมที่ 3 (A) ถานักเรียนคนใดไมสามารถอธิบายลักษณะของเสนใบจากพืชใบเลี้ยงเดี่ยว – ใบเลี้ยงคูไดใหนักเรียนศึกษาลักษณะเสนใบพืชใบเลี้ยงเดี่ยว – ใบเลี้ยงคูอีกครั้งจากใบความรูจนสามารถอธิบายไดถูกตองจึงเขาสูกิจกรรมที่ 3 (D) กิจกรรมที่ 3 กําหนดตัวอยางพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ใบเลี้ยงคูใหนักเรียนเปรียบเทียบ และจําแนกลักษณะของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว – ใบเลี้ยงคู แลวสรุปลงในใบงานที่แจกใหพรอมทั้งสรางแผนที่ความคิดในการจัดกลุมพืชใบเลี้ยงเดี่ยว - ใบเลี้ยงคู (C) โดยมีเกณฑการประเมินวานักเรียนตองจําแนกลักษณะพืชใบเลี้ยงเดี่ยว – ใบเลี้ยงคูพรอมทั้งสรางแผนความคิดไดถูกตอง จึงเขาสูกิจกรรมที่ 4 (A) หากนักเรียนคนใดไมสามารถจําแนกลักษณะของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว – ใบเลี้ยงคูได นักเรียนจะตองทบทวนความรูเกี่ยวกับลักษณะใบเลี้ยงเดี่ยว – ใบเลี้ยงคูอีกครั้ง จนสามารถจําแนกลักษณะของพืชใบเลี้ยงเดี่ยวใบเลี้ยงคูไดอยางถูกตอง จึงเขาสูกิจกรรมที่ 4 (D) กิจกรรมที่ 4 ใหนักเรียนทั้ง 5 คน บอกชื่อพืชที่นักเรียนรูจักมา 10 ชนิด แลวบอกวาพืชชนิดใดเปนพืชใบเลี้ยงเดี่ยว หรือใบเลี้ยงคู สามารถอธิบายบอกหลักเกณฑในการตัดสินของใบพืชแตละชนิดมาดวยลงในใบงาน (C) โดยมีเกณฑการประเมินวานักเรียนตองบอกไดวาพืชที่นักเรียนกําหนดมาเปนพืชใบเลี้ยงเดี่ยวหรือใบเลี้ยงคูไดถูกตอง และสามารถอธิบายลักษณะของพืชแตละชนิดไดถูกตอง จึงเขาสูกิจกรรมที่ 5 (A) ถานักเรียนคนใดไมสามารถบอกไดวาพืชชนิดใดเปนพืชชนิดใบเลี้ยงเดี่ยว – ใบเลี้ยงคูไดนักเรียนตองศึกษาลักษณะของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว – ใบเลี้ยงคูอีกครั้ง จนสามารถบอกไดวาพืชชนิดใดเปนพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ใบเลี้ยงคู จึงเขาสู กิจกรรมที่ 5 (D) กิจกรรมที่ 5 ใหนักเรียนศึกษาใบความรูเรื่องพืชใบเลี้ยงเดี่ยว – ใบเลี้ยงคู (สรุป) แลวเก็บตัวอยางใบไมจริง 10 ชนิด โดยใหติดใบไมลงในสมุดเก็บตัวอยางใบไม (สมุดวาดเขียน) พรอมทั้งใหบอกชื่อใบไมและจําแนกดวยวาใบไมที่เก็บมานั้นเปนพืชใบเลี้ยงเดี่ยว หรือ ใบเลี้ยงคู (C) โดยมีเกณฑการประเมินวาตัวอยางใบไมที่นักเรียนเก็บมาทั้ง 10 ชนิด นักเรียนสามารถจําแนกไดถูกตองวาพืชชนิดใดเปนพืชใบเลี้ยงเดี่ยว - ใบเลี้ยงคู
  8. 8. (A) ถานักเรียนคนใดไมสามารถจําแนกชนิดของใบพืชไดก็ใหนักเรียนศึกษาใบความรูอีกครั้ง จนสามารถจําแนกพืชใบเลี้ยงเดี่ยว – ใบเลี้ยงคูไดถูกตองA = ACTION = การปรับปรุงแกไข ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อแกปญหาที่เกิดขึ้นจากทั้งหมด 5 กิจกรรมที่ผานมา หากยังมีนักเรียนคนใดที่ไมสามารถจําแนกลักษณะของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว – ใบเลี้ยงคูไดตามเกณฑที่กําหนดไว ผูสอนจะตองวางแผนหาวิธีการแกปญหา และสรางนวัตกรรมใหมขึ้นมา เพื่อใชในการแกปญหานี้ตอไป
  9. 9. การหาคาประสิทธิภาพ 1. การหาคาประสิทธิภาพของกระบวนการ E1 ∑X 1 สูตร E1 = N × 100 A∑ X = คะแนนรวมของแบบฝก 1 N = จํานวนนักเรียน A = คะแนนเต็มของแบบฝกแทนคา 218 E1 = 5 × 100 50 E1 = 87.20ประสิทธิภาพของกระบวนการ = 87.20 2. การหาคาของประสิทธิภาพผลลัพธ E2 ∑X 2 สูตร E2 = N × 100 B∑ X = คะแนนรวมการวัดผลหลังเรียน 2 N = จํานวนนักเรียน B = คะแนนเต็มของการวัดผลหลังเรียนแทนคา 41 E 2 = 5 × 100 10 E 2 = 82.00ประสิทธิภาพของผลลัพธ = 82.00
  10. 10. ผลการวิเคราะหปญหาสรุปผลดานปริมาณ1. การเปรียบเทียบผลคะแนนความกาวหนากอนการใชแบบฝกและหลังการใชแบบฝก คะแนนกอนเรียน คะแนนหลังเรียน ความกาวหนา รวม 19 41 12 เฉลี่ย 5.8 8.2 2.4 จากการใชแบบฝกหัดทั้งหมด 5 กิจกรรมคะแนนเฉลี่ยหลังเรียน ( มีคาเทากับ 8.2 )สูงกวาคะแนนเฉลี่ยกอนเรียน ( มีคาเทากับ 5.8 ) แสดงวาแบบฝกใชไดผลดีมีคาคะแนนความกาวหนาเทากับ 2.42. การหาประสิทธิภาพ ประสิทธิภาพของกระบวนการ E1 ประสิทธิภาพของผลลัพธ E2 87.20 82.00 ประสิทธิภาพของกระบวนการ E1 มีคาเทากับ 87.20 % ประสิทธิภาพของผลลัพธ E2 มีคาเทากับ82.00% จากเกณฑที่ตั้งไวคะแนนรอยละของกระบวนการ (E1) : คะแนนรอยละของผลลัพธ (E2)เทากับ 80 : 80 จะเห็นไดวาผลของการใชแบบฝกมีคะแนนสูงกวาเกณฑที่ตั้งไว ทั้งคะแนนกระบวนการและคะแนนผลลัพธ จึงสรุปไดวาแบบฝกที่สรางนั้นใชไดผลดี
  11. 11. ภาคผนวก

×