• Share
  • Email
  • Embed
  • Like
  • Save
  • Private Content
โจทย์อัตราการเกิดปฎิกิริยาเคมี
 

โจทย์อัตราการเกิดปฎิกิริยาเคมี

on

  • 8,600 views

 

Statistics

Views

Total Views
8,600
Views on SlideShare
8,599
Embed Views
1

Actions

Likes
1
Downloads
47
Comments
0

1 Embed 1

http://www.health.medicbd.com 1

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Microsoft Word

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

    โจทย์อัตราการเกิดปฎิกิริยาเคมี โจทย์อัตราการเกิดปฎิกิริยาเคมี Document Transcript

    • เฉลยข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยระบบใหม่ ครั้งที่ 2/2543 ตุลาคม 2543 มวลอะตอมที่กำาหนดให้
    • H=1 C=12 N=14 O=16 Na=23 Mg=24 P=31 S = 32 Ca=40 Cl=35.5 Cr=52 Fe=56 Cu=63.5 Sb=122 I=127 ตอนที่ 1 ข้อ 1 / 50 1. ปัจจัยใดต่อไปนี้มีผลต่อความดันไอของของเหลว 1. แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลของของเหลว 2. ปริมาณของของเหลวซึ่งมีสมดุลของของเหลวและไอ 3. อุณหภูมิของของเหลว 1. ก เท่านั้น 2. ก และ ข เท่านั้น 3. ก และ ค เท่านั้น 4. ก, ข และ ค 2. ข้อมูลแสดงค่าพลังงานที่เกี่ยวข้องกับการละลายของสาร A , B และ C เป็นดังนี้ สาร พลังงานไฮเดรชัน ( kJ / พลังงานแลตทิซ ( kJ / mol ) mol ) A 745 750 B 590 550 C 690 700 ถ้าใช้สาร A , B และ C จำานวนโมลเท่ากันละลายในนำ้าที่มีปริมาตร 100Ccm3 การ เปรียบเทียบ อุณหภูมิของแต่ละสารละลาย ข้อใดถูก 1. A > B > C 2. B > A > C 3. B > C > A 4. C > A > B 3. นักเรียนผู้หนึ่งทำาการททดลองเกี่ยวกับสมบัติของสารละลายพบว่าตัวทำาละลาย X มีจุดเยือกแข็งที่ 5. 5 o C นำาสารประกอบ X 0 . 2 โมล มาละลายในตัวทำาละลาย X 100 cm 3 พบว่าจุดเยือกแข็ง เปลี่ยนเป็น -4.3 o C ถ้านำาสารประกกอบ Z 8.4 g. มาละลายในตัวทำาละลาย X 50 cm3 จุดเยือกแข็งขอองสาร ละลายเป็น –4.3 o C เช่นเดียวกันถ้าสารประกอบ Z ประกอบด้วยธาตุคาร์บอนร้อยละ 85.71 ธาตุ ไฮโดรเจนร้อยละ 14.29 โดยโมล สูตรโมเลกุลของสารประกอบนี้จะเป็นดังข้อใด
    • 1. C6H6 2. C6 H12 3. C 9H8 4. C9 H14 4. ถ้าการแยกสารด้วยวิธีโครมาโทกราฟโดยใช้กระดาษกรองเป็นตัวดูดซับได้ผลดังนี้ จุด X = สาร A บริสทธิ์ ุ จุด y= สารตัวอย่างประกอบ ด้วยสาร A และสาร B ข้อสรุปใดน่าจะเป็นไปได้ ก. สาร A และสาร B มีค่า Rf เท่ากัน จึงแยกสาร A และ B ออกจากกันไม่ได้ด้วยวิธี การนี้ 2.สาร B อาจเป็นสารไม่มีสี จึงควรตรวจสมบัติตอไปโดยผ่านแสงอัลตราไวโอเลต ่ 3.สาร A และสาร B เคลือนที่ไปบนตัวดูดซับได้ใกล้เคียงกัน จึงควรทำาการทดลองซำ้าโดย ่ เปลี่ยน ตัวทำาละลาย 1. ก เท่านั้น 2. ข เท่านั้น 3. ก และ ข 4. ข และ ค 5. แร่ตัวอย่างหนัก 1.12 g. นำามาวิเคราะห์หาปริมาณ Fe ( ΙΙΙ ) โดยทำาปฏิกิรยากับ ิ สารละลาย KΙ ความเข้มข้น 1 mol / dm-3 ปริมาตร 10 cm3 เกิดแก็ส Ι 2 44.8 cm3 ที่ STP ปฏิกิริยาเกิดขึ้นดัง สมการ Fe ( ΙΙΙ ) + 2 Ι( aq ) → FeΙΙΙ ) + Ι 2 ( g ) ( แร่ตัวอย่างนี้มีเหล็กในรูป Fe ( ΙΙΙ ) อยู่ร้อยละเท่าใดโดยมวล 1. 10 2. 25 3. 50 4. 100 6.ปฏิกิริยาระหว่างสารประกอบ สมมติ A และ B เป็นดังสมการ A + 3B → 4C จากการทดลองเพื่อการทดสอบประสิทธิภาพของปฏิกิริยานี้ พบว่าร้อยละของผลได้ มีค่า 75 % ถ้าต้องการเตรียมสารประกอบ C 6 โมล จะต้องใช้ A และ B A B 1. 1 3 2. 1.1 3.3
    • 3. 1.5 4.5 4. 2 6 7. ข้อใดถูก สูตรเคมี นำ้าหนักสาร จำานวนโมเลกุล ชนิดของสารประกอบ 1. NO2 2.3 0.05 x โคเวเลนต์ โคเวเลนต์ 2. N ( CH3)3 1.18 1023 ไอออนิก 3. NaCl 5.85 1.2 ไอออนิก 4. H2SO4 4.9 x 10 22 2 x 1022 0.10 x 1023 8. โลหะ A 2 mol ถูกยิงด้วยอนุภาค จนอิเล็กตรอนกระเด็นออกไปเกิดเป็น A3+ ไอออน ร้อยละ 0.10 อิเล็กตรอน ทีกระเดนออกไปมีจำานวนเท่าใด ่ 1 . 1.8 X 1021 2. 3.6 X 10 21 3. 1.2 X 1024 4. 3.6X 1024 9. พิจารณาตารางข้อมูลต่อไปนี้ ΙE พลังงานไอออไนเซชัน ( MJ / moI-1 ) ธาตุ ΙE 1 ΙE 2 ΙE 3 ΙE 4 ΙE 5 ΙE 6 ΙE 7 ΙE 8 Ι E 9 Ι E 10 Ι E 11 X 1.7 3.4 6.1 8.4 11. 15. 17. 92. 106 0 2 9 1 .4 Y 0.5 4.6 6.9 9.6 13. 16. 20. 25. 28. 141 159 4 6 1 5 9 .4 .1 ข้อสรุปใดผิด 1. อิเล็กตรอนในระดับพลังงาน n= 1 ของ X ต้องคายพลังงาน 90.15 MJ / mol เพื่อจะไปอยูที่ระดับ ่ พลังงาน n =2 2. ผลต่างของระดับภพลังงาน n=2 และ n = 1 ใน Y จะมากกว่าใน X 3. ธาตุ X เป็นธาตุหมู่เดียวกับ 53 Ι 4. สาประกอบระหว่าง Y กับ X เป็นสารประกอบไอออนิก 10.พิจารณาแผนภาพต่อไปนี้ รูปใดแสดงการจัดเรียงอิเล็กตรอนในสภาวะพื้นของอะตอมไม่ถกต้อง ู
    • 1. 1 และ 2 เท่านั้น 2. และ 3 เท่านั้น 3. 1 และ 3 เท่านั้น 4. 1 , 2 และ 11. X , Y และ Z ดังนี้ กำาหนดข้อมูลของธาตุ Ι ธาตุ X มี ΙΕ 1 < ΙΕ 2 << ΙΕ 3 ΙΙ ธาตุ Y มี เป็นธาตุหมู่เดียวกับ 13AI ΙΙΙ ไอโซโทปหนึ่งของธาตุ Z ไม่มีนิวตรอน สูตรของสารประกอบซัลไฟด์ของ X และ Y , Z ควรเป็นข้อใด 1. X S Y2S3 Z2S 2. XS Y2S3 ZS 3. XS Y3S2 ZS 4. XS Y3S2 Z2S 12. ธาตุสมมติ X2 . 17 Y และ 35Z มีสตรโมเลกุลเป็น ู x2 Y2 และ Z 2 ตามลำาดับ เกิด สารประกอบไอออนิก กับโพแทสเซียม เมือพิจารณาผลการทดลองต่อไปนี้ ่ Ι เมื่อนำาสารละลาย KX มาทำาปฏิกิริยากับ Y2 พบว่าไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง ΙΙ เมือนำาสารละสาย KZ มาทำาปฏิกิริยากับ Y2 พบว่าจะได้ Z2 เกิดขึ้น ่ ข้อสรุปใดถูกต้อง 1. X เป็นตัวรีดิวซ์ที่ดกว่า Y และ Z ี 2. เมื่อผสมสารละสาย KY กับ X2 จะไม่มการเปลี่ยนแปลงใดเกิดขึ้น ี 3. เวเลนซ์ อิเล็กตรอนของ X หลุดได้ง่ายกว่าเวเลนซ์อิเล็กตรอนของ Y- - และของ Z- 4. เมื่อผสมสารละลาย KZ กับ X-2 จะเกิด Z 2 และ KX ขึ้น 13. ในการละสายตัวของ 238 U92 ประกอบด้วยขั้นตอนต่าง ๆ 14 ขั้นตอน แต่ละขั้นตอนให้ อนุภาคต่าง ตามลำาดับดังนี้ .β βαα α α α β α β β β และ ผลผลิตในขั้น ตอนที่ 14 คือ ข้อใด 210 206 1. 222 Rn 86 2. 84 Po 3. 82 Pb 206 4. 76 Os 14.การเปรียบเทียบจำานวนอิเล็กตรอนคู่โดดเดียวของอะตอมกลางต่อไปนี้ ่ ข้อใดถูก 1. NH3>NO 3>ClO 4 - - 2. NCl3>NO3- >ClF3 3. ClO4->ClO-3>NO-3 4. ClF3>NCl3>ClO-3 15.สารประกอบทีเกิดจากการรวมตัวของธาตุหมู่ต่าง ๆ ต่อไปนี้ ข้อใดมีรายละเอียดถูกต้อง (เลขอะตอม ของธาตุทั้งหมดตำ่ากว่า 50 )
    • หมู่ของธาตุ ที่เป็นองค์ อัตราส่วนอะตอม จุดเดือด การละลายนำ้า/สมบัติ ประกอบ 1. I กับ VI 1:2 สูง ละลาย/เบส ตำ่า 2. V กับ VI 2:3 ตำ่า ละลาย/กรด 3. II กับ VII 1:2 สูง ละลาย/กลาง 4. II กับ IV 1:1 ไม่ละลาย 16.กำาหนค่าอิเล็กโทรเนกาติวิตี (E.N) ของอะตอมบางชนิด อะตอม E.N Si 1.90 H 2.20 S 2.58 Br 2.96 Cl 3.16 สภาพมีขั้วของพันธะโควาเลนต์ต่อไปนี้ ข้อใดเรียงลำาดับจากมากไปน้อยได้ถกต้อง ู 1. H-Cl, H-Br, Si-S, Si-H 2. H-Cl, Si-S, Si-H, H-Br 3. H-Cl, H-Br, Si-H, Si-S 4. Si-H, Si-S, H-Br, H-Cl 17.กำาหนดพลังงานพันธะเฉลี่ย พันธะ พลังงา พันธะ พลังงาน รพันธะ(kJ/mol) พันธะ(kJ/mol) C-H 415 O=O 500 C-C 340 O-O 140 C=C 610 C-O 350 C≡C 840 O-H 460 C=O 740 ปฎิกิริยาในข้อใดคายพลังงานมากที่สุด 7 1. CH3-CH3+ O 2 → 2CO2+3H2O 2 2. CH2=CH2+3O2 → 2CO2+2 H2O
    • 5 3. CH ≡ CH+ O 2 → 2CO2+ H2O 2 4. CH3-CH-CH+3O2 → 2CO2+3H2O 18.ไอออนหรือโมเลกุลใดมีรูปร่างโมเลกุลเหมือนกัน และมีสภาพมีขั้วของโมเลกุลชนิดเดียวกัน 1. BeCl2(g) CO2 2. PCl5 ClF5 3. CCl4 XeF4 4. BCl3 PCl3 19.ถ้า O,P,Q และ R เป็นธาตี่มีเลขอะตอม 7,11,17 และ 20 ตามลำาดับ สูตรของสารประกอบ ข้อใดเป็นไปได้ 1. OQ 2. PO 3. Q2P3 4. R3O2 20.C5H10 เป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่มีหลายไอโซเมอร์ ไอโซเมอร์เหล่านี้มีสตรโครงสร้างเป็นแบบ ู วงโซ่ตรง และโซ่กิ่ง ข้อใดเป็นจำานวนไอโซเมอร์ทถูกต้องทั้ง ี่ 3 แบบ แบบวง โซ่ตรง โซ่กิ่ง 1. 2 3 2 2. 3 2 3 3. 3 3 2 4. 4 2 3 21. สาร A ประกอบด้วยธาตุ 3 ชนิดคือ X.Y และ Z สาร A เป็นสารที่เสถียรและมีโครงสร้างดังนี้ ธาตุ X,Y,Z ควรเป็นธาตุดังข้อใด X Y Z 1. N P Cl 2. O S Cl 3. P C F 4. N C H 22. สารประกอบในข้อใดที่ทกสารมีหมู่คาร์บอนีลอยู่ในโมเลกุล ุ ก. CH3COCH2COOCH3,CH3CH2CH2CHO , CH3CH2COCH2CH3
    • ข. CH3COCH2COOCH3, CH3OCH3, CH3CH2OCH2CH2OH ค. ง. 23.แก๊สผสมประกอบด้วย C2H6 , C 2 H4 และ C 2 H2 เมื่อเผาไหม้อย่างสมบูรณ์จะต้องใช้แก๊ส O2 อย่างน้อยกี่ โมลและเกิด CO2 กี่ dm ที่ STP 3 ใช้ O2(mol) เกิด CO2(dm3) 1. 6 67.2 2. 9 134.4 3. 89.6 12 224.0 4. 15 ตัวเร่งปฏิกิริยา 24.โพรพานาไมด์ + H 2O สาร A + สาร B ความร้อน สาร B เปลียนสีกระดาษลิตมัสจากสีแดงเป็นสีนำ้าเงิน ่ พิจารณาข้อความต่อไปนี้ 1. สาร B คือเอมีน 2. หมู่ฟังก์ชันของสาร A คือ -OH 3. สาร A ทำาปฏิกิริยากับโลหะโซเดียมเกิดแก๊สไฮโดรเจน 4. สาร A ทำาปฏิกิริยากับกรดเอทาโนอิกโดยมีกรดซัลฟิวริกเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาได้โพรพิลเอทาโน เอต 25.สาร A,B และ C เป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอน เมื่อนำาสาร A ทำาปฏิกิริยากับสารละลาย โพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต และนำาสาร B และ C ทำาปฏิกิริยากับสารละลายโบรมีนในที่สว่างจะ เกิดปฏิกิริยา ดังสมการ A + KMnO4 + H 2O → C 3H 6O2 B + Br2 → C 3H 6Br C + Br2 → C3H5Br + HBr ข้อต่อไปนี้ข้อใดถูกต้อง 1. สาร A มีสตรโมเลกุล ู C 3H4 ข. สาร B และ C เป็นไอโซเมอร์กัน ค. สาร C ฟอกสีสารละลายโพเเทสเซียมเปอร์แมงกาเนต
    • ง. สาร A 1 mol เกิดปฏิกริยาการเผาไหม้อย่างสมบูรณ์ได้แก๊ส ิ คาร์บอนไดออกไซด์และนำ้าอย่างละ 3 โมล 1. ก และ ข เท่านั้น 2. ค และ ง เท่านั้น 3. ก, ค และ ง 4. ก ,ข และ ค 26.สาร X สามารถสลายตัวได้ดังสมการ 3X → 5Y + 6 Z เมื่อวัดความเข้มข้นของสารละลาย x ในขณะที่เกิดปฏิกิริยาสลายตัวพบว่าได้ข้อมูลดังตาราง ต่อไปนี้ เวลา (วินาที) (X) (mol / dm3) 0.00 1.00 5.00 0.850 10.00 0.750 15.00 0.700 20.00 0.670 ถ้าอัตราการเกิดปฏิกิริยาในช่วงเวลา 15 ถึง 20 วินาที มีค่าคงที่ และมีค่าเท่ากับอัตราการ เกิดปฏิกิริยาเฉลี่ย ในช่วงนี้ ความเข้มข้นของสาร X mol / dm3 ในหน่วย ทีเวลา ่ 17 วินาที มีค่าเท่าใด 1. 0.670 2. 0.688 3. 0.690 4. 0.700 27.เปรียบเทียบสารอินทรีย์แต่ละคู่ตอไปนี้ ่ สารใดละลายนำ้าได้ดีว่ากัน ก. กรดเอทาโนอิกกับบิวทานอล ข. กรดบิวทาโนอิกกับกรดโพรพาโนอิก ค. บิวทานอลกับเพนทานอล ง. โพรพาโนนกับโพรพานาล ก ข ค ง 1. กรดเอทาโนอิก กรดโพรพาโนอิก บิวทานอล โพรพาโนน กรดโพรพาโรอิก เพนทานอล โพรพาโนน 2. กรดเอทาโนอิก กรดบิวทาโนอิก บิวทานอล โพรพานาล 3. บิวทานอล กรดบิวทาโนอิก เพนทานอล โพรพานาล 4. บิวทานอล
    • 28.พิจารณารูปต่อไปนี้ การเปรียบเทียบพลังงานก่อกัมมันต์ และการบอกชนิดของปฏิกิรยา ิ I และปฏิกิริยา II ในข้อใดถูก ต้อง พลังงานก่อกัมมันต์ของปฏิกิริยา ปฎิกิริยาดูดความร้อน ปฎิกิริยาคายความร้อน 1. I = II I II 2. I > II I II 3. I < II II I 4. I II I = II 29. ปฏิกิริยาต่อไปนี้เกิดในสถานะแก๊ส และอัตราการเกิดปฏิกิริยาขึ้นกับความเข้มข้นของทั้งสาร A, และสาร B A + B→ C ก.- สาร A 1 mol ทำาปฏิกิริยากับสาร B 1 mol ในภาชนะขนาด 1 dm 3 ระบบ ข. – สาร A 2 mol ทำาปฏิกิริยากับสาร B 2 mol ในภาชนะขนาด 2 dm 3 ระบบ ระบบ ค. – สาร A 0.2 mol ทำาปฏิกิริยากับสาร B 0.2 mol ในภาชนะขนาด 0.1 dm3 จากข้อมูลข้างต้น จงหาว่า Ι Ι. ระบบใดได้สาร C มากที่สุดภายในเวลาที่กำาหนด ΙΙ. ระบบใดมีอตราการเกิดปฏิกิริยาสูงที่สูง ั Ι ΙΙ 1. ก ข ข ค 2. ค ข 3. ค ค 4.
    • 30. ทีอุณหภูมิ 30OC ่ ปฏิกิริยา CO(g) + Cl2(g) COCl2(g) + 108 KJ มีความสัมพันธ์ ระหว่างความเข้มข้นระหว่างเวลาเป็นดังกราฟต่อไปนี้ หลังจากระบบเข้าสู่สมดุลที่ 30OC แล้วถ้าเพิ่มอุณหภูมิเป็น 50OC กราฟของปฏิกิรยาควรดำาเนินต่อไป ิ อย่างไร 31.แก๊ส X และ Y ทำาปฏิกิริยาได้แก๊ส Z ดังสมการ . X(g) + 3Y (g) 2Z(g) ถ้าให้ X และ Y อย่างละ 0.1 mol ทำาปฏิกิริยากันในกระบอกสูบขนาด 500 cm 3 จนเข้าสู่สภาวะสมดุล ข้อใดถูกต้อง 1. เมือขยายปริมาตรของกระบอกสูบจะได้ Z น้อยลง ่ ΙΙ 2.ค่าคงทีสมดุลของปฏิกิริยานี้แปรผันโดยตรงกับความเข้มข้นของ Z และแปรผกผันกับ X และ Y ่ 3. ที่ภาวะสมดุลจะมีแต่แก๊ส X และ Y ในกระบอกสูบ ΙΙΙ 4. ถ้าเพิ่มปริมาณสารตั้งต้น Y เป็น 0.3 mol ทีสภาวะสมดุลใหม่ X และ Y จะทำา ่ ปฏิกิริยากันหมดพอดี
    • 32. ปฏิกิริยาข้อใดไม่ใช่ปฏิกิริยากรด - เบส 1. 2. 3. 2CH3COOH + 2Na → 2CH3COONa + H2 4. CH3COOH + NH3 → CH3COONH4 33. พิจารณาปฏิกิริยาสมมติตอไปนี้ ่ A + B 2C จากการทดลองได้ข้อมูลความเข้มข้นเริ่มต้นและความเข้มข้นที่สภาวะสมดุลของสารต่างๆใน ปฏิกิริยานี้ การทดลองที่ ความเข้มข้นเริ่มต้น mol / dm3 ความเข้มข้นที่สภาวะสมดุล mol / dm 3 [ A] [ B] [ C] [ A] [ B] [ C] 1. 0.04 0.04 0 0.02 M N 2. 0.03 0.02 0 X y z ถ้าการทดลองที่ 1 และ 2 ที่ทำาอุณหภูมิ 30 o C ค่า Z จะเป็นเท่าใด 1. 0.010 2. 0.012 3. 0.020 4. 0.024 34. นำ้าส้มสายชูตัวอย่างมีกรดอะซีตกอยู่รอยละ ิ ้ 4.8/ โดยมวล ปริมาตร ในการไทเทรตนำ้าส้ม สายชูกับสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์พบว่านำ้าส้มสายชู 10 cm 3 ทำาปฏิกิริยาพอดีกับสารละลาย NaOH 20 cm3 จงหาความเข้มข้นของสารละลาย NaOH ในหน่วยร้อยละโดยมวล / ปริมาตร 1. 1.0 2. 1.6 3. 2.0 4. 2.4 35. สารละลายกรด HA ความเข้มข้น 1 × 10-3 mol / dm3 ปริมาตร 10 cm3 ร้อยละ การแตกตัวของกรด เท่ากับ 10 สารละลายนี้มี pH เท่าใด และมีค่า Ka โดยประมาณเท่าใด pH K a (ประมาณ) 1. 3 1 × 10-3 2. 4 1.0 × 10-5 3. 5 1.0 × 10-4 4. 6 1.0 × 10-5
    • 36. จากข้อมูลอินดิเคเตอร์และช่วง pH ของการเปลี่ยนสี ดังตาราง อินดิเค ช่วง pH สีที่เปลี่ยน เตอร์ ก 3.2- 4.4 แดง – เหลือง ข แดง – เหลือง ค 4.2- 6.3 เหลือง – นำ้าเงิน ง 6.0– 7.6 เหลือง – แดง 6.8 – 8.4 ข้อใดแสดงอินดิเคเตอร์ที่เหมาะสมสำาหรับการบอกจุดยุติของการไทเทรต 1. ไทเทรต NH4OH ด้วย HCI ใช้อินดิเคเตอร์ ค 2. ไทเทรต HNO3 ด้วย NaOH ใช้อินดิเคเตอร์ ง 3. ไทเทรต CH3COOH ด้วย NaOH ใช้อินดิเคเตอร์ ก 4. ไทเทรต NH4O H ด้วย HCN ใช้อินดิเคเตอร์ ข 37. สาร A และ B คูใดเมื่อผสมกันได้สารละลายบัฟเฟอร์ ่ A สาร B สาร 1. CaCO3 หนัก 40 g HNO3 0.1 mol 2. NH4OH 1 mol / HCl 0.1 mol dm3 100 cm3 NH4Cl 0.2 mol 3. CH3COOH 0.1 mol NaOH 1 mol / 4. H3PO4 1 mol / dm3 50 cm3 dm3 50 cm3 38. สาร A ประกอบด้วยฟอสฟอรัสและคลอรีน นำาสาร A 13.75 กรัม ไปทำาปฏิกิริยา กับนำ้าจน ปฏิกิริยาสิ้นสุด ได้กรดฟอสฟอริก 9.8 กรัม และกรดไฮโดรครอริก 10.95 กรัม สาร A ประกอบด้วย คลอรีนร้อยละเท่าใดโดยมวล 1. 22.5 2. 25.8 3. 53.3 4. 77.5 39. เมื่อผสมสาร 2 ชนิดเข้าด้วยกันในขวดใบที่ 1 แล้วผ่านแก๊สที่เกิดขึ้นลงในสารละลาย Ca (OH)2 ซึ่งอยู่ ในขวดใบที่ 2 จะทำาให้สารละลายขุ่น เมื่อนำาสารละลายผสมในขวดใบที่ 1 ไประเหยจน แห้ง จะได้ของ แข็งสีขาว สารผสมในข้อใดเป็นไปได้ ก. HNO3 (aq) + CuCO3 (s) ข.. CH3COOH(aq) + NaHCO3(a) ค.HCl (aq) + Na2 CO3 (aq) ง. NH2 CONH2 (aq) + H2O(l)มียูรีเอสอยูด้วย ่ 1. ก และ ข เท่านั้น 2. ข และ ค เท่านั้น 3. ก , ข และ ค เท่านั้น 4. ก, ข , ค และ ง
    • 40.กำาหนดสูตรเคมีตอไปนี้ CaF2 . 3Ca3(PO4)2 ; Sb2S3 . 3H2O; Na2ZrSiO5 ่ ถ้าเลขออกซิเดชันของ Si = 4 พิจารณาเลขออกซิเดชันในข้อต่อไปนี้ ก. เลขออกซิเดชันของ P สูงกว่า +3 และของ Sb ตำ่ากว่า +5 ข. เลขออกซิเดชันของ Sb สูงกว่า +2 และของ Zr ตำ่ากว่า +1 ค. เลขออกซิเดชันของ Zr สูงกว่า +1 และของ P เท่ากับ +5 ง. เลขออกซิเดชันของ Zr เท่ากับ 0 และของ Sb สูงกว่า +3 ข้อใดผิด 1. ก และ ข 2. ก และ ค 3. ข และ ง 4. ค และ ง 41. นักเรียนผู้หนึ่งละลายคลอไรด์ของธาตุ M ปริมาณ 0.05 mol ในนำ้ากลั่น แล้วปรับป ปริมาตรให้เป็น 500 cm3 จากนั้นนำาสารละลายที่ได้ปริมาตร 12.5 cm3 ไปทำาปฏิกิริยาพอดีกับ สารละลายซิลเวอร์ไน- (AgNO3) เตรด เข้มข้น 0.10 mol dm3 ได้ตะกอนซิลเวอร์คลอไรด์ สารประกอบ คลอไรด์ขอองธาตุ M มีสตรเป็นอย่างไร ู 1.MCl 2. MCl2 3. MCl3 4. MCl4 Ις ς กำาหนดค่าศักย์ไฟฟ้ามาตรฐาน ปฏิกิริยาครึ่งเซลล์ Eo (V) A2 + 2H+ + 2e- → H 2 A2 +0.68 3+ B + e - → B2+ +0.80 C2 + 2e- → 2C- +1.07 D4 + e- → D3+ +1.45 ปฏิกิริยาใดต่อไปนี้เป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นได้เอง ก. 2B3+ + H2 A2 2B2+ + A2 + 2H+ ข. A2 + 2H+ + 2C- H 2 A 2 + C2 ค. D4+ + B2+ D3+ + B3+ ง. 2B3+ 2C- 2B2+ + C2
    • 1. ก และ ข 2. ข และ ค 3. ค และ ง 4. ก และ ค 43. พิจารณาปฏิกิริยา Cr (OH)3 + ClO- CrO2-4 + Cl- + H2O (สมการยังไม่ดล) จะต้อง ุ ใช้ NaOCl กีกรัมเพื่อทำาปฏิกิริยาพอดีกับ Cr (OH)3 1 mol ่ 1. 74.5 2. 77.2 3. 111.8 4.223.5 44. พิจารณาสูตรโครงสร้างของผงซักฟอก 2 ชนิดต่อไปนี้ ข้อความใดผิด 1. ผงซักฟอกมีประสิทธิภาพซักล้างในนำ้ากระด้างดีกว่าสบู่ เพราะหมู่ ช่วยลด ความกระด้างของนำ้า 2. ระบบเอนไซม์ขอองจุลินทรีย์สามารถย่อยสลายผงซักฟอกชนิด ข ได้อย่างดี จึงไม่กอให้เกิด ่ ปัญหาต่อสภาวะแวดล้อม 3. ระบบเอนไซม์ของจุลินทรีย์ไม่สามารถย่อยสลายผงซักฟอกชนิด ก ได้ จึงก่อให้เกิดปัญหาต่อ สภาวะแวดล้อมอย่างมาก 4. สารฟอตเฟตในผงซักฟอกทีอยู่ในนำ้าทิ้ง เมือปะปนในแม่นำ้าลำาคลองทำาให้สาหร่ายและวัชพืชเจริญ ่ ่ งอกงามและแพร่พันธุ์อย่างรวดเร็ว จึงก่อให้เกิดปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม 45. กำาหนดให้ X2+ (aq ) + 2e-  X(S) → EO=+0.30 V Y3+(aq)+3e-  Y(S) → EO=+0.90 ถ้านำาครึ่งเซลล์X|Y (aq)มาต่อกับครึ่งเซลล์Y|Y3+ (aq) 3+ ที่ภาวะมาตรฐานข้อใดถูก ต้อง แคโทด แอโนด ตัวออกซิไดส์ ตัวรีดิวซ์ ςΙ 1. Ξ Y X X2+ Y ςΙΙ 2. ΞΙ Y X Y3+ X ςΙΙΙ3. ΞΙΙX Y Y3+ X ΙΞ 4. X Y X2+ Y 46. ปัจจัยในข้อใดที่ทำาให้โปรตีนแปลงสภาพ
    • ก. การให้ความร้อน ข. ตัวทำาละลายอินทรีย์ ค. ไอออนของโลหะหนัก ง. การใช้กรด และเบส ข้อใดถูกต้อง 1. ก และ ข เท่านั้น 2. ค และ ง เท่านั้น 3. ก เท่านั้น 4. ก , ข , ค และ ง 47. กำาหนดพอลิเมอร์ มีสูตรดังนี้ ข้อใดถูก พอลิเเมอร์ ชนิด ปฏิกิริยาการเกิด 1. ก โฮโมพอลิเมอร์ การควบแน่น ข โฮโมพอลิเมอร์ การควบแน่น 2. ค โคพอลิมอร์ การเติม 3. ง โคพอลิเมอร์ การควบ 4. 48. ข้อใดเป็นการเลือกปฏิบติได้เหมาะสมทีสุด ั ่ 1. เก็บขวดนำ้าพลาสติกไม่ใช่แล้วไว้ใส่นำ้ามันเบนซิน 2. ใช้ถ้วยชามที่ผลิตจากพอลิเอทิลีนอุ่นอาหารในเตาไมโครเวฟ 3. ใช้ภาชนะที่เคลือบด้วยพอลิเตตระฟลูออโรเอทิลีนในการทอดปลา 4. เก็บรวบรวมถ้วยชามประเภทเมลานีนที่ชำารุดไว้เพื่อการนำากลับไปใช้ใหม่ 49.การถลุงแร่ในข้อใดที่มีหลักการในการถลุงเหมือนกัน ก. สังกะสี ข. แคดเมียม ค. ดีบก ุ ง. พลวง 1. ก และ ข 2. ข และ ค 3. ก , ข และ ง 4. ก , ค และ ง 50.ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ถกต้อง ู 1.มลพิษทางนำ้าที่เป็นสารจำาพวกฟอตเฟตได้มาจากการใช้ปุ๋ยเคมี ยากำาจัดวัชพืช และผงซักฟอก ΞΙΙΙ2.สาร CFC และ DDT เป็นสารมลพิษที่มฮาโลเจน เป็นองค์ประกอบแต่สารไดออกซินเป็น ี สารมลพิษที่ไม่มีฮาโลเจน ΞΙς3. แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ปริมาณมากเกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงเป็นสาเหตุหลักของการเกิด ปรากฏ การณ์เรือนกระจก 4.โอโซนเป็นแก๊สที่เป็นพิษเมื่ออยู่ในบรรยากาศระดับตำ่าแต่มีประโยชน์ในการป้องกันรังสี อัลตราไวโอเลต เมืออยู่ในบรรยากาศระดับสูง ่
    • ตอนที่ 2 ข้อ 1–8 เป็นข้อสอบอัตนัย 1. X และ Y เป็นธาตุ 2 ชนิด หนึ่งโมเลกุลของ X มี 4 อะตอม และมีมวลโมเลกุล 124 หนึ่งโมเลกุลของ Y มี 2 อะตอม และมีมวลโมเลกุล 32 XY43- 1.505 × 1023 ไอออนคิดเป็นนำ้าหนักกี่ กรัม 2. ในการสังเคราะห์แสงขอสาหร่ายสีเขียวพบว่าใช้ CO2 6 × 10-3 mol / hour ถ้าการ สังเคราะห์แสงให้ ผลิตภัณฑ์เป็นแป้ง ( C6 H10 O5 ) เท่านั้น จะต้องใช้เวลากี่ชั่วโมงในการสังเคราะห์แสง เพื่อให้ได้แป้ง หนัก 1.62 กรัม 3. สารประกอบชนิดหนึ่งประกอบด้วย C , H และ O มี C ร้อยละ 39.13 และ O ร้อยละ 52.17 สาร ประกอบนี้มีสตรเอมิรคัลและสูตรโมเลกุลเหมือนกัน เมือนำาสารประกออบนี้หนัก ู ิ ่ 6.90 g ละลายใน เอทานอลจำานวนหนึ่งหาจุดเดือดของสารละลายได้ 80.90oC ถ้าจุดเดือดของเอทานอลเท่ากับ 78.50 C o และค่า Kb ของเอทานอลเท่ากับ 1.22oC mol-1kg-1 จงหานำ้าหนักเป็นกรัมของเอานอล ในสารละลาย 4.สารอินทรียชนิดหนึ่งมีธาตุ N เป็นองค์ประกอบ เมือสลายสารอินทรีย์นี้ 1.5 g แล้วผ่านแก๊ส ์ ่ NH3 ทีได้ลงในสารละลาย HCl เข้มข้น 0.10 mol dm-3 ปริมาตร 50 cm3 นำาสารละลาที่ ่ ได้มาไทเทรตด้วยสารละลายมาตรฐาน NaOH เข้มข้น 0.1 mol dm -3 ปรากฏว่าใช้ไป 30 cm จงหาร้อยละโดยมวลของไนโตรเจนในสารละลาย 3 5.ถ้าต้องการเตรียมสารละลาย CuSO4 เข้มข้น 0.1 mol dm-3 ปริมาตร 500 cm3 จาก CuSO4 . 5H2O ซึ่งมีความบริสุทธิ์ร้อยละ 99.8 จะต้องใช้ CuSO4 . 5H2O หนักกีกรัม ่ 6.นำ้ามันชนิดหนึ่งประกอบด้วยกรดไขมันร้อยละ 21.4 โดยมวล โดยเป็นกรดไขมัน 3 ชนิดคือ A,B และ C ซึ่งมีอตราส่วนจำานวนโมลเป็น 2 : 1 : 1 ตามลำาดับ ั กรด สูตรทั่วไป มวลโมเลกุล A C15 H29 254 B COOH 280 C C17 H31 COOH 282 C17 H33 COOH
    • ถ้าพันธะคู่ 1 พันธะ ทำาปฏิกิริยากับ 2 1 โมเลกุล นำ้ามัน 100 g จะทำา ปฏิกิริยาพอดีกับ 2 กีกรัม ่ 7. นำาแร่พลวงเงินที่มี Sb2S3 34% หนัก 200 กรัม มาเผาให้ร้อนจัด ( อย่างแรง ) จน กำามะถันในแร่พลวง เงินเปลี่ยนเป็น SO2 จนหมด จงคำานวณหาปริมาตรของ SO2 ที่เกิดขึ้นเป็นลูกบาศก์เดซิเมตร ที่ STP 8. นักเรียนคนหนึ่งทำาการทดลองหาร้อยละโดยมวลของแป้งในยาลดกรด ซึ่งมีส่วนผสมของ MgCO3 และแป้งดังนี้ 1. ชังยาลดกรด ่ 1.00 g บดให้ละเอียดละลายในนำ้ากลั่น 20 cm3 Ξς เติมสารละลาย HCI เข้มข้น 1.00 mol dm -3 ปริมาตร 20 cm3 ลงในสารละลายในข้อ 1 นำาไปอุ่น 3. กรอง ล้างภาชนะด้วยนำ้ากลั่นปริมาณเล็กน้อย แล้วเทชะบนกระดาษกรอง 2- 3 ครั้ง 4. ทำาสิ่งทีกรองได้ให้มีปริมาตร 100 cm 3 ่ ในขวดวัดปดริมาตร 5. ปิเปตสารละลายในข้อ 4 มา 10cm 3 ไทเทรตด้วยสารละลาย NaOH เข้มข้น 0.20 mol dm-3 ที่ จุดยุติใช้สารละลาย NaOH 5.0 cm 3 จงคำานวณหาร้อยละโดยมวลของแป้งในยาลดกรด
    • ตอนที่ 1 1. เฉลยข้อ 3 แนวคิด ถูก เพราะปัจจัยที่มีผลต่อ ความดันไอของของเหลว คือ 1. แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลของของเหลวความดันไอของของเหลวเป็นสัด ส่วนกลับแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลของของเหลว 2. อุณหภูมิ ความดันไอของของเหลว เป็นสัดส่วนตรงกับอุณหภูมิ 2 เฉลยข้อ 2 แนวคิด ให้สาร A, B และ C ต่างใช้จำานวน 1 mol ละลายนำ้าที่ปริมาตร 100 cm3 สารในนำ้า ความร้อนของการ เหตุผล ละลาย A ดูดพลังงาน พลังงานไฮเดรชัน น้อยกว่าพลังงานแลตทิช = ดูดพลังงาน B ดูดพลังงาน 750-745 = 5 C พลังงานไฮเดรชัน มากกว่าพลังงานแลตทิช = 590-550 = 40 พลังงานไฮเดรชัน น้อยกว่าพลังงานแลตทิช 700 - 690 = 10 การเปรียบเทียบอุณหภูมิของแต่ละสารละลาย B > A > C 3. เฉลยข้อ 2 M แนวคิด สมมติให้ความหนาแน่นของตัวทำาละลาย X = x g/cm3 สูตร d V M = dV X 100 cm3 ตัวทำาละลาย มีมวล = 100 X g. และตัวทำาละลาย X 50 cm3 มีมวล = 50X g.
    • 0.2 สารละลาย Y ใน X มีความเข้มข้น =  (100X )  =  Kg  1000  2 mol / kg X สูตร ∆Tf = K f × m 2 แทนค่า (5.5 – (-4.3) ) = K f ×  X สารละลาย Z ใน X m1 × 1000 สูตร ∆Tf = Kf × m 2 × M.W 1 8.4 × 1000 แทนค่า (5.5 – (-4.3 ) ) = K f × ( 50X× M.W ) 1 2 8.4 × 1000 แต่ Kf × = K f × ( 50X× M.W ) X 1 1000 Z = 8.4 × 50M.W จะได้ 1 M. W 1 = 84 หาสูตรเอมพิริคล ั 85.71 14.29 C:H = : โดยมวล 12 1 7.14 14.29 C:H = : โดยโมล 7.14 7.14 C:H = 1.00 : 2.00 โดยโมล สูตรเอมพิรคัลของ Z ิ คือ C1 H2 ให้สตรโมเลกุล ( CH2 )n ู มวลโมเลกุลของ Z = 84 (12+2 ) = 84 ∴n = 6 สูตรโมเลกุล ( CH2 )6 จะได้ C6 H12 4. เฉลยข้อ 4 แนวคิด จากข้อมูลการทดลอง สรุปได้ว่า 1. ทีจุด Y สารตัวอย่าง ่ (A+B) แยกได้ 1 แถบ ซึ่งเคลื่อนที่ได้ระยะ ทางเท่ากับ สาร A บริสทธิ์ จากจุด ุ X ดังนั้น สาร B อาจเป็นสารไม่มีสี จึงควรตรวจสมบัตต่อ ิ ไปนี้ด้วยการผ่านแสงอัลตราไวโอเลต 2. สาร A และสาร B เคลื่อนที่ไปบนตัวดูดซับได้ใกล้ เคียงกันมาก จึงเห็นเป็น แถบเดียว จึงควรทำาการทดลองซำ้าโดยเปลี่ยนตัวทำาละลาย 5. เฉลย ไม่มีคำาตอบ
    • แนวคิด เขียนสมการแสดงปฏิกริยาพร้อมดุล ิ แร่ตัวอย่าง 1.12 g KI ( aq ) 1 mol . dm-3 10 cm3 ↓ ↓ 2Fe (aq) 3+ 2I –(aq) → 2Fe 2 + (aq) + I 2 (aq) ↓ ↓ ↓  1 × 10  X g  mol  1000  44.8 cm3 ↓ ↓ X  mol  56   44.8   mol  22.4 × 1000  จากขัอมูลที่โจทย์ให้มากำาหนดทั้งจำานวนโมลของสารตั้งต้น KI และจำานวนโมลของ ผลิตภัณฑ์ I 2 ในการคำานวณจะต้องยึดเอาจำานวนโมลของผลิตภัณฑ์ I 2 เป็นหลัก กล่าวคือ KI จำาถูกใช้ทำาปฏิกิริยาหมดหรือไม่กตาม I 2 ต้องเกิดขึ้น ็ กับจำานวน 44.8 cm3 STP อย่างแน่นอน จึงใช้สารนี้เป็นหลักในการคำานวณ ดังนี้ 3+ โมล Fe 2 จากสมการ = โมลI2 I X  mol  56  2 =  44.8  I  mol  22.4 × 1000  2 × 44.8 × 56 ∴X = = 0.224g 22.4 × 1000 3+ แร่ตัวอย่าง 1.12 g มีเหล็กในรูป Fe = 0.224g แร่ตัวอย่าง 100 g มีเหล็กในรูป 0.224 × 100 Fe 3 + = = 20g 1.12 แร่ตัวอย่างมีเหล็ก = 20% โดยมวล 6.เฉลยข้อ 4 แนวคิด สมการของปฏิกิริยา ดังนี้
    • A + 3B 4C ผลได้ของสาร c ที่คำานวณได้จากสมการของปฏิกิริยาเป็นผลได้ตามทษฏีของ สาร C=X mol ผลได้จริง ร้อยละของผลได้ = x 100 ผลได้ตามทษ ฏี 6 75 = x100 X 6 × 100 ∴X = = 8 mol 75 โมลA 1 โมลA 1 จากสมการ = แทนค่า = จะได้สาร โมลC 4 8 4 A = 2mol โมลB 1 โมลB 4 = แทนค่า = โมลC 4 8 3 จะได้สาร B = 6mol 7. เฉลยข้อ 2 2.3 แนวคิด ข้อ 1 ผิด NO2 มี = 0.05mol เป็นสารประกอบโคเวเลน 46 ต์ NO2 1 mol = มีจำานวน = 6.02 × 10 23 โมเลกุล NO2 0.05 mol = มีจำานวน 23 6.02 × 10 × 0.05 = 1 = 0.301 × 10 23 โมเลกุล   1.18 ข้อ 2 ถูก N (CH 3 ) 3 มี =  59  = 0.02mol เป็น   สารประกอบโคเวเลน N (CH 3 ) 3 1 mol มีจำานวน = 6.02 × 10 23 โมเลกุล N(CH 3 ) 1 mol มีจำานวน 23 6.02 × 10 × 0.02 = 1 = 1.204 × 10 23 โมเลกุล 5.85 ข้อ 3 ผิด NaCl มี = 0.1mol เป็น 58.5 สารประกอบไอออนิก
    • NaCl มีจำานวน = 6.02 × 10 23 โมเลกุล NaCl 0.1 mol มีจำานวน 6.02 × 10 23 × 0.1 = 1 = 6.02 × 10 22 โมเลกุล ข้อ 4 ผิด H 2SO 4 เป็นสารประกอบโคเวเลนต์ไม่ใช่ สารประกอบไอออนิก 8. เฉลยข้อ 2 แนวคิด โลหะ A ถูกยิงด้วยอนุภาคแอลฟาเกิดอิเล็กตรอนกระเด็นออกไปเกิด A3+ ไอออน ร้อยละ 0.10 ดังสมการ A → A 3 + (g) + 3e − โลหะ A 100 mol A ทีถกอนุภาคแอลฟาเกิด ่ ู อิเล็กตรอนกระเด็นออกไป = 0.1 mol โลหะ A 2 mol A ทีถกอนุภาคแอลฟาเกิด ่ ู อิเล็กตรอนกระเด็นออกไป = 0.1 × 2 = 2 × 10 − 3 mol 100 จากสมการโลหะ A 1 mol เกิด A3+ และ อิเล็กตรอนทีกระเด็นออกไป ่ = 3 × 6.02 × 10 23 อนุภาค A 2 × 10 −3 mol เกิด A 3+ โลหะ และ อิเล็กตรอนทีกระเด็นออกไป ่ = 3 × 6.02 × 10 23 × 2 × 10 −3 อนุภาค 1 = 3.6 × 10 21 อนุภาค 9. เฉลยข้อ 1
    • แนวคิด ธาตุ พลังงานไอออไนเซชัน IE 1 − IE 9 (MJ / mol ดังนี้ 1.73.46.18.411.015.9   .217 92.1106.4 X   n =2     n =1 พลังงานเฉลี่ย พลังงานเฉลี่ย 1 . 7 + 3 . 4 + 6 . 1 + 8 . 4 + 11 . 0 + 15 . 2 + 17 . 9 = = 7 92.1 + 106.4 2 63 . 7 = = 9.1 MJ 7 = 99.25 MJ Y 0.5 n = 3 พลังงานเฉลี่ย = 0.5 MJ 4.6. 6.9 9.6 13.4 16.6 20.1 25.5 28.9 n =2 พลังงานเฉลี่ย = 15.7 MJ 141.4 159.1 n =1 พลังงานเฉลี่ย = 150.25 MJ ข้อ 1 ผิด เพราะอิเล็กตรอนใน n=1 ของ X ต้องคายพลังงาน 99.25 MJ / mol เพื่อไปอยู่ ใน n=2 2 ถูก เพราะผลต่างของพลังงานของ n = 1 ข้อ กับ n=2 ใน Y= (150.25 – 15.7 = 134.55 MJ มีค่ามากกว่า ผลต่างของพลังงานของ n=1 กับ n= 2 ใน X = ( 99.25 – 9.1 ) = 90.15 MJ ข้อ 3 ถูก เพราะจากการจัดกลุ่มอิเล็กตรอนในระดับพลังงานต่าง ๆ พบว่าธาตุ X มีระดับพลัง งาน 2 ระดับ n = 1 มี 2 อิเล็กตรอน n = 2 ซึ่ง เป็นเวเลนต์อิเล็กตรอน มี 7 อิเล็กตรอน แสดงว่าธาตุ X อยู่หมู่ 7 แต่ 53 Ι มีเลขอะตอม = 53 มีจำานวนโปร – ตรอน = จำานวนอิเล็กตรอน = 53 มีการจัดอิเล็กตรอนใน ระดับพลังงานต่าง ๆ ดังนี้ 2 , 8 ,18 , 18 , 7 มีเวเลนต์อิเล็กตรอน 7 อยู่หมู่ 7 เช่น เดียวกับ ธาตุ ข้อ 4 ถูก เพราะ X มีเวเลนต์ตรอน =7 เป็นธาตุอโลหะ เกิดไอออนลบคือ X - Y มีเวเลนต์ตรอน =1 เป็นธาตุโลหะ เกิด ไอออนบวกคือ Y +
    • สารประกอบของ Y( โลหะ ) กับ X ( อโลหะ ) เป็นสารประกก อบไอออนิก มีสูตร YX 10 . เฉลยข้อ 4 แนวคิด ธาตุนี้มีจำานวนโปรตรอน (P ) = จำานวนอิเล็กตรอน (e- )= 7 การจัด อิเล็กตรอนในระดับพลัง งานต่าง ๆ เป็น 2,5 n = 1 มีจำานวนอิเล็กตรอน n = 2 มี จำานวน 5 อิเล็กตรอน จากแผน ภาพไม่มีข้อใดถูก จึงเลือกข้อ 4 11. เฉลยข้อ 1 แนวคิด จากข้อมูล Ι ธาตุ Χ มีค่า ΙΕ 2 และ ΙΕ 3 ต่างกันมาก ๆ แสดงว่า อิเล็กตรอนทั้ง 2 อยูต่าง ่ ระดับพลังงานกัน ดังนั้นเวเลนต์อิเล็กตรอนของ Χ =2 เกิดไอออน ที่มีประจุ +2 AI ΙΙ 13 ,มีการจัดอิเล็กตรอนในระดับพลังงาน 2, 8 , 3 หมู่ 3 อยู่ หมู่เดียวกับ Y และ Y อยู่หมู่ 3 ΙΙΙ ไอโซโทปหนึ่งของ Z ไม่มีนิวตรอน คือ ธาตุไนโตรเจนเป็นอโลหะ ซันไฟรด์ของ X ซันไฟรด์ของ Y ซันไฟรด์ ของ Z X S Y S Z S 2 3 2 +2 -2 3 2 1 2 1 2 12. เฉลยข้อ 4 แนวคิด ธาตุอโลหะหมู่เดียวกัน ธาตุ อโลหะอิสระทีอยู่บนกว่าในตารางธาตุสามารถทำาปฏิกิริยา ่ กับ ไอออนลบของอโลหะตัวล่างกว่าในหมู่เดียวกันได้ จากข้อมูลนำามาวิเคราะห์ได้ดังนี้
    • Ι ΚΧ ไม่ทำาปฏิกิริยากับ Υ2 : 2X− + Υ2 X2 + 2Y− แสดงว่า Υ2 รับอิเล็กตรอนของ Χ − ไม่ได้ นั่นคือธาตุ Χ อยู่บนธาตุ Υ อยูล่าง ่ ΙΙ ΚΖ ทำาปฏิกิริยากับ Υ2 : 2Ζ − + Υ2 Ζ 2 + 2Υ − แสดงว่า Υ2 รับอิเล็กตรอนของ Ζ − ได้ นั่นคือธาตุ Υ อยู่บน ธาตุ Ζ อยู่ ล่าง จาก Ι และ ΙΙ สรุป ธาตุในหมู่เดียวกัน เรียงจากเลขอะตอมน้อยไปมาก ( หรือบนลงล่าง ) ดังนี้ ( บน ) Χ, Υ , Ζ ( ล่าง ) X 2Y2Z2 มาก → น้อย ความสามารถในการรับอิเล็กตรอน และความแรงใน การรับออกซิ ไดส์ X-Y− Z− ยาก  → ง่าย ความสามารถในการให้อิเล็กตรอน และความแรงในการ รีดิวซ์ ข้อ 1 ผิด เพราะ Z- เป็นตัวรีดิวซ์ทดีกว่า ี่ X- และ Y- ข้อ 2 ผิด เพราะผสม KY กับ X2 เกิดปฏิกริยาเคมี ิ เนื่องจาก X2 รับ อิเล็กตรอนของ Y – ได้ ข้อ 3 ผิด เพราะเวเลนซ์อิเล็กตรอนของ X- หลุดอยากกว่าเวเลนซ์ อิเล็กตรอนของ Y – และของ Z - ข้อ 4 ถูก เพราะผสม KZ กับ X2 เกิดปฏิกิริยาดังนี้ 2KZ + X2 2KX + Z2 เนื่อง จาก X2 รับอิเล็กตรอนจาก Z- ได้ 13.เฉลยข้อ 3 238 สลายอนุภาคต่าง ๆ ทั้งหมด 14 ขั้นตอนเป็นรังสี α 8 ขั้นตอน และรังสี β แนวคิด 92U 4 6 ขั้นตอน แต่รังสี α เขียนเป็นสูตร 2H 8 ขั้นตอน จะพบว่าเลขมวลลด 4 x 8 = 32 β 0 และเลขอะตอมลดลง 2 x 8 = 16 และรังสี สูตรเป็น −1e 6 ขั้น ตอน เลขมวลไม่ เปลี่ยนแปลง เลขอะตอมเปลียน ่ = -1 x 6 = -6 ดังนั้น ผลิตภัณฑ์มีเลขมวล เป็น 238 – 32 = 206 206 เลขอะตอม 92 – 16 ( -6 )= 82 จากตัวเลือกคือ 382 Pb .14. เฉลยข้อ 4 แนวคิด
    • ตัวเลือกที่ 4 ถูกเรียงจำานวนอิเล็กตรอนคู่โดดเดี่ยวของอตอมกลางต่อไปนี้ CIF 3 > NCI3 > CIO4 15. เฉลยข้อ 2 แนวคิด ข้อ 1 ผิด เพราะสารประกอบที่เกิดจากธาตุหมู่ I กับ VI อัตราส่วนโดยมวลอะตอม 2 : 1 เป็นสารประกอบไอออนิก จุดเดือดสูงละลายนำ้า แสดงสมบัติเป็นเบส เช่น Na2O ข้อ 2 ถูก เพราะสารประกอบที่เกิดจากธาตุหมู่ V และ VI อัตราส่วน โดยอะตอม 2 : 3 เป็นสารประกอบโคเวเลนซ์ จุดเดือดตำ่าละลายนำ้าแสดงสมบัติเป็นกรดได้ เช่น N2O3 ข้อ 3 ผิด เพราะสารประกอบที่เกิดจากธาตุหมู่ II และหมู่ V II อัตราส่วนโดยมวล อะตอม 1 : 2 เป็นสารประกอบไอออนิก ( ยกเว้น BeCI 2 เป็นสารประกอบโคเวเลนซ์ ) จุดเดือดสูง ข้อ 4 ผิด เพราะสารประกอบที่เกิดจากหมู่ II และ V II อัตราส่วยโดย มวลอะตอม 1 : 2 เป็นสารประกอบไอออนิก จุดเดือดสูงไม่ละลายนำ้า CaC2 16. เฉลยข้อ 1 แนวคิด สภาพมีขั้วของพันธะโคเวเลนต์ เปลี่ยนตามผลต่างของ EN สภาพมีขั้วของพันธะโคเวเลนต์ เรียงจากมากไปน้อย ดังนี้ พันธะ H - CI > H - Br > Si - S > Si - H ∆EN∆ ( 3.16 - 2.20 ) ( 2.96 - 1.90 ) ( 2.58 - 1.90 ) ( 2.2 - 1.90 ) = 0.96 = 0.76 = 0.68 = 0.3 17. เฉลยข้อ 1 7 แนวคิด ข้อ 1 CH3 - CH3 + O2 2CO2 + 3H2O 2 7 ∑Ε = 6DC-H + 1DC-C + DO O = ( 6 x 415 ) + = ดูด 2 ( 1 x 340 ) +  7×500    = 4580 kJ. 2 
    • = 4DC=O + 6D ∑Ε คาย H-O = ( 4 x 740 ) + ( 6 x 460 ) = 5720 kJ. = 5720 - 4580 = 1140 kJ . คายพลังงาน ข้อ 2 CH2 = CH2 + 3O2 2CO2 +2H2O ∑ Ε ดูด = 4DC-H + 1DC-C + 3DO+O = ( 4 x415 ) + ( 610 ) + ( 3 x 500 )= 3770 kJ. ∑ Ε คาย = 4DC=O + 4DO-H = ( 4 x 740 ) + ( 4 x 470 ) = 4800 kJ. คายพลังงาน = 4800 –3770 = 1030 kJ. 5 ข้อ 3 CH ≡ CH + O2 2CO2 + H2O 2 5 ∑ Ε = 2DC-H + D C≡C+ D O O= ( 2 x 415 ) + ( 840 ) = ดูด 2 5 + ( × 500 =2920 kJ. ) 2 ∑ Ε = 4DC=O + 2DH-O = ( 4 x740 ) + ( 2 x 460 ) = คาย 3880 kJ. คายพลังงาน = 3880 –2920 = 960 kJ. ข้อ 4 CH3 - CH3 - OH + 3O2 2CO2 + 3H2O ∑ Ε ดูด = 5DC – H + 1DC-C + 1DC – O + 1DO – H +3DO =O = OO = ( 5 x 415 ) + ( 1 x 340 ) + ( 1 x 350 ) + ( 1 x 460 ) + ( 3 x 500 ) = 4725 kJ. ∑ Ε คาย = 4DC=O + 6D H-O = ( 4 x 740 ) + ( 6 x 460 ) = 5720 kJ . ปฏิกิริยาที่คายพลังงานมากที่สุด คือ ปฏิกิริยาข้อที่ 1 18. เฉลยข้อ 1 แนวคิด เพราะ BeCI2 (g) และ CO2 ต่างมีรูปร่างโมเลกุลเหมือนกันคือ เป็นเส้นตรง และต่างก็เป็น โมเลกุลไม่มีขั้วเหมือนกัน 19. เฉลยข้อ 4 แนวคิด
    • ธาตุ เลขอะตอม การจัดอิเล็กตรอนในระดับพลังงาน O 7 2 ,5 P 11 2,8,1 Q 17 2,8,7 R 20 2,8,8,2 ข้อ 1 ผิด เพราะ O Q เป็น OQ3 e- คู่ร่วมพันธะ 3 1 2 + 3− P3O ข้อ ผิด เพราะ P O เป็น ประจุ 1 3 − + ข้อ 3 ผิด เพราะ Q P ประจุ 1 1 ข้อ 4 ถูก เพราะ 2+ 3− เป็น R 3 O2 R O ประจุ 2 3 20. เฉลย ไม่มีคำาตอบถูก แนวคิด C5H10 เป็นสูตรโมเลกุลของแอลคีน หรือไซโคลแอลคีน 2 ไอโซเมอร์โซ่ตรง CH2 = CH - CH2 - CH2 – CH3 CH3 – CH = CH - CH2 – CH3 โซ่กิ่ง 3 ไอโซเมอร์ CH2 = C - CH2 – CH3 CH2 = CH - CH - CH3 CH3 - CH = C - CH3 CH3 CH3 CH3 แบบวง 5 ไอโซเมอร์
    • 21. เฉลยข้อ 1 แนวคิด สาร A เป็นสารที่เสถียรมีโครงสร้าง ดังนี้ ธาตุ X,Y และ Z แทนด้วยธาตุ N,P,Cl ตามลำาดับ 22.เฉลยข้อ 1 แนวคิด ข้อ ก,ค และ ง ทุกสารมีหมู่คาร์บอนีล มีสูตร 23. เฉลยข้อ ไม่มีคำาตอบที่ถก ู แนวคิด ข้อสอบข้อนี้โจทย์กำาหนดข้อมูลมาให้ไม่พอที่จะไปคำานวณหาจำานวนโมลของ แก๊ส O2 และปริมาตรของแก๊ส CO2 เป็น dm3STP ได้ ถ้าจะคำานวณต้องกำาหนดจำานวนโมลของ C 2H6,C 2H4 และ C2H2 ของแก๊สแต่ละ ชนิดที่ผสมกันมาให้ เช่น กำาหนด C2 H6,C 2H4 และ C 2 H2 อย่างละ 1 mol ทำาปฏิกิริยาเผาไหม้อย่างสมบูรณ์ดังสมการ
    • 7 1C 2H6 + O2 2 2CO2 + 3H 2O (g) 1C 2H4 + 3O2 2CO2 + 2H 2O (g) 1C 2H2 2CO2 + H 2O (g) 7 5 ใช้ O2 รวม = + 3+ mol เกิด CO2 รวม = 2 2 2 + 2 + 2 = 6 mol 18 = = 9 mol 2 = 6 x 22.4 = 134.4 dm3STP ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ต้องตอบตัวเลือกข้อ 2 ถูก แต่เนื่องจากโจทย์ กำาหนดข้อมูลมาให้ไม่ครบ จึงไม่มีคำาตอบที่ถก ู 24. เฉลยข้อ 4 แนวคิด โพรพานาไมด์เป็นเอไมด์ สูตร ข้อ ก ผิด เพราะสาร B เป็นแก๊สแอมโมเนีย ข้อ ข ผิด เพราะสาร A มีหมูฟังก์ชัน คือ ่ ข้อ ค ถูก เพราะสาร A เป็นกรดอินทรีย์ทำาปฏิกิริยา กับ Na เกิด H2 ดังนี้ ข้อ ง ผิด เพราะสาร A ไม่ทำาปฏิกิริยากับกรดเอทาโนอิกด้วย กรดซัลฟิวริกเป็นตัว เร่งปฏิกิริยาเนื่องจากเป็นกรดอินทรีย์เหมือนกัน 25. เฉลยข้อ 4 แนวคิด สมการของปฏิกริยายังไม่ดุล ิ
    • ข้อ ก ถูก เพราะสาร A มีสูตรโมเลกุล C 3H4 คือ ไซโคลโพรพีน ข้อ ข ถูก เพราะสาร B และ C เป็นไอโซเมอร์กัน มีสูตรเหมือนกัน คือ C 3 H6 โดยสาร B คือ CH2 = CH – CH3 สาร C คือ ข้อ ค ผิด เพราะสาร C เป็นไอโซโคลแอลเคน ไม่ฟอกจางสีด่างทับทิม ( โพแทสเซียมเปอร์แมงกา เนต ) ในกรดได้ ข้อ ง ถูก เพราะสาร A เกิดการเผาไหม้อย่างสมบูรณ์ได้ดังสมการ 9 1C 3H6 + O2 3CO2 + 3H 2 2O (g) 26. เฉลยข้อ 2 แนวคิด จากตารางข้อมูล อัตราการเกิดปฏิกิริยาในช่วงเวลา 15 ถึง 20 วินาที มีค่าคงที่ 1  0 . 700 − 0 . 670  = 3 × 20 − 15  mol /   dm3 – S 1 0 . 03 = × mol / dm3-S 3 5 แต่อัตราการเกิดปฏิกิริยาที่ช่วง 15 ถึง 20 วินาที = อัตราการเกิด ปฏิกิริยาเฉลี่ยในช่วงเวลานี้ มีค่าคงที่ เมื่อตัดบางส่วนข้อมูลมาดังนี้ เวลา(S) (X) ( mol/
    • dm3) 15.00 0.700 17.00 X 20.00 0.670 ดังนั้นอัตราการเกิดปฏิกิริยาในช่วง 15 ถึง 17 =  0 . 700 − X  1    17 − 15  3 1 0 . 03 × = 3 5 1  0.7 − X  ×  3  2  ∴X 0 . 03 × 2 = 0.7 - = 0.688 mol/dm3 5 ความเข้มข้นของสาร X ที่ 17 S = 0.688 mol/dm3 27. เฉลยข้อ 1 แนวคิด ส่วนมีขั้ว ในแอลกอฮอล์ และ กรดอินทรีย์ ละลายนำ้าซึ่งเป็นโมเลกุลมีขั้วได้ดี ถ้าหมู่ R- มี C อะตอม น้อย และถ้า C อะตอมมากขึ้นจะละลายนำ้าลดลงจน C อะตอมใน R- เพิ่มถึงขีดหนึ่งจะไม่ละลาย นำ้า สรุป การละลายนำ้าของแอลกอฮอล์ และกรดอินทรีย์ 1. แอลกอฮอล์ และกรดอินทรียที่ มี ์ C อะตอมน้อยละลายน้ได้ดี กว่าคือ แอลกอฮอร์ C1 - C3 ละลายนำ้าไม่จำากัด กรดอินทรีย์ C1 - C4 ละลายนำ้าได้ไม่จำากัด C อะตอมมากขึ้นจะละลายนำ้าลดลง จนไม่ละลายนำ้า 2. กรดอินทรีย์และแอลกอฮอล์ที่มี C อะตอมเท่ากันกรดอินทรีย์ละลายนำ้าได้มากกว่าเพราะ กรดอินทรีย์เกิดพันธะไฮโดรเจนได้ทากแห่งกว่า ข้อ ก กรดเอทาโนอิก ( CH3COOH ) ละลายนำ้าได้ดีกว่าบิวทานอล ( CH3( CH2 ) 3 OH ) เพราะ C อะตอมน้อยกว่าและเกิดพันธะไฮโดรเจนได้มากกว่า ข้อ ข กรดโพรพาโนอิก (CH3CH2 COOH ) ละลายนำ้าได้ดกว่ากรดบิวทาโนอิก ี ( CH3( CH2 ) 2COOH )
    • เพราะมีจำานวน C อะตอมน้อยกว่า ข้อ ค บิวทานอล ( CH3( CH2 ) 3 OH ) ละลายนำ้าได้ดีกว่าเพนทานอล ( CH3( CH2 ) 4 OH ) เพราะ มี C อะตอมน้อยกว่า ข้อ ง โพรพาโนน ( CH3COCH3 ) ละลายนำ้าได้ดกว่า ี ( CH3COOH ) โพรพา นอล (CH3 CH2 CHO) เพราะมีสภาพขั้วแรงกว่า 28.เฉลยข้อ 2 แนวคิด จากกราฟ การเปรียบเทียบพลังงานสารตั้งต้น พลังงานก่อกัม ของปฏิกิริยา และพลังงานผลิต ปฏิกิริยาแบบ มันต์ของ ปฏิกิริยา Ι พลังงานสารตั้งต้น ตำ่ากว่าพลังงาน ผลิตภัณฑ์ ดูดความร้อน }I≥ II ΙΙ พลังงานสารตั้งต้น สูงกว่าพลังงาน คายความร้อน ผลิตภัณฑ์ 29.เฉลยข้อ 4 แนวคิด ระบบ (A) (M) (B) (M) [ A] ( M) [ B] ( M) ก 1 1 1 = 1 =1 =1 1 1 1 ข 2 2 =1 =1 2 2 ค 0.2 0.2 =2 =2 0.2 0.2 Ι ระบบที่เกิดสาร C มากที่สุด ภายในเวลาที่กำาหนดให้ ซึ่งไม่ชดเจน ดัง ั นั้นผู้เฉลย จึงขอแยกพิจารณา ดังนี้ 1. ถ้ากำาหนดเวลาเท่ากัน ในช่วงเวลาที่สารตั้งต้นในระบบ ก ,ข และ ค มีปริมาณ พอที่จะทำาให้เกิดผลิตภัณฑ์ C ได้ ระบบที่เกิดผลิตภัณฑ์ C มากสุด ใช้ความ เข้มข้นเป็น เกณฑ์ในการพิจารณา เนื่องจากความสมเข้มข้น A และ B มากกว่าระบบอื่น ดังนั้นจึงเกิด สาร C ได้มากสุด ข. ถ้ากำาหนดเวลาเท่ากัน ตังแต่เวลาที่ระบบ ก และ ค สารตั้งต้น ้ หมด คงเหลือแต่สารตั้งต้นในระบบ ข มีพอทีจะเกิดปฏิกิริยาต่อไป ระบบที่จะเกิด ่ ผลิตภัณฑ์ C มากที่สุด ใช้ปริมาณ ( จำานวนโมล ) สารตั้งต้นเป็นเกณฑ์ในการพิจารณา เนื่องจากระบบสาร ตังต้นมีจำานวนโมลมากที่สุดดังนั้นสามารถเกิดสาร ้ C ได้มากที่สด ุ
    • ΙΙ จากโจทย์กำาหนด A+ B→ C และอัตราการเกิดปฏิกิริยาขึ้นกับ [ A] และ [ B] ดังนั้นระบบ ค มี [ A] และ [ B] 30.เฉลยข้อ 4 แนวคิด เมื่อเพิ่มอุณหภูมิรบกวนสมดุล เนื่องจากเป็นสมดุลของปฏิกิริยาคาย ความร้อน ปฏิกิริยา เกิดการย้อนกลับมากขึ้น ที่สมดุลใหม่พบว่า [ COCL] 2 ลดลงส่วน [ CO ] และ [ CI2] เพิ่มขึ้นจากตัวเลือก ที่เป็นไปได้ข้อเดียวคือข้อ 4 31.เฉลยข้อ 1 แนวคิด แก๊ส X และ Y ทำาปฏิกิริยาได้แก๊ส Z ดังสมการ X(g) + 3Y(g) 2Z(g) เริ่ม 0.1 mol 0.1 mol 0 ปริมาตร 500 cm 3 ข้อ 1 ถูก เพราะเมื่อขยายปริมาตรเท่ากับเป็นการลดความดันของแก๊สเป็นผล ทำาให้สมดุลเปลี่ยน ย้อนกลับมากขึ้นไปด้านจำานวนโมลของแก๊สมากขึ้น เพื่อเพิม ่ ความดันให้มากขึ้น ที่ สมดุลใหม่จึง มีจำานวนโมลของ z ลดลง ข้อ 2 ผิด เพราะค่า K แปรผันตรงกับ (Z) 2 และ K แปรผันกับ (X) และ (Y) 3 ข้อ 3 ผิด เพราะที่ภาวะสมดุลจะมีแก๊ส X,Y และ Z ทุกชนิดใน กระบอกสูบ ซึ่งแต่ละแก๊สจะ มีปริมาณคงที่
    • ข้อ 4 ผิด เพราะจะเพิ่มสารตั้งต้น Y เป็น 0.3 mol ทำาปฏิกิริยากับ X 0.1 mol ถึงแม้ว่าเป็น สัดส่วนกัน แต่ไม่ทำาปฏิกิริยาเคมีได้หมดพอดี เนื่องจาก ระบบเกิดสมดุลได้ ระบบ จะปรับตัวมันเอง ดังนั้นสารตั้งต้น Y และ ) จะเหลือคงที่ ขณะสมดุล 32. เฉลยข้อ 3 แนวคิด ปฏิกิริยาที่ สมการของปฏิกริยา ิ ปฏิกิริยาเคมี 1 กรด - เบส 2 กรด - เบส 3 2CH3 COOH + 2Na การแทนที่ 2CH2 COONa + H2 4 กรด - เบส 33.เฉลยข้อ 4 แนวคิด สาร A , B และ C เป็นสารสมมติไม่ทราบเป็นสารใด และไม่ระบุสถานะใน การคำานวณเกี่ยวกับสมดุลคิดทุกสารหมด การทดลองที่ 1 A + B 2C เริ่ม ( mol / dm3 ) 0.04 0.04 0
    • เปลียน ่ ( mol / dm3 ) - ( 0.04 - 0.02 ) -0.02 + 0.04 สมดุล ( mol / dm3 ) 0.02 0.02 0.04 [ C] 2 สูตร K = [ A][ B] × − 16 10 4 ( 004 2 . ) แทนค่า K = = =4 ( 002 002 . )( . ) × − 4 10 4 ทีอุณหภูมิ ่ 30oC คงที่ การทดลองที่ 1 และ 2 มีค่าคงทีสมดุล ่ ( K ) เท่ากัน การทดลองที่ 2 A + B 2C เริ่ม ( mol / dm3 ) 0.03 0.02 0 z z เปลี่ยน ( mol / dm3 ) - - 2 2 z Z Z สมดุล ( mol / dm3 ) . − 003 . − 002 2 2 z [ C] 2 สูตร K = [ A][ B] Z2 แทนค่า ; 4 =  003 Z 002 Z  . −  . −   2 2 Z2 − −  6x10 2 − Z 4x10 2 − Z 4 =      2   2   4Z2 4 = ( − − )( 6x10 2 − Z 4x10 2 − Z ) 24 x 101 -4 - 10 x 10 -2 Z + Z 2 =Z 2 −4 2410 x ∴ Z= = 2.4 x 101-2 = 0.024 mol / x − 1010 2 dm3 34. เฉลยข้อ 2 แนวคิด นำ้าส้มสายชู
    • CH3COOH (aq) + NaOH (aq) CH3COONa (aq) + H2O(l) 4.8 % มวล / ปริมาตร X % มวล / ปริมาตร 10 cm3 20 cm3 48 . สารละลาย CH3COOH 100 cm3 มีเนื้อ CH3COOH = 4.8 g คิดเป็น 60 mol  48x 10 . สารละลาย CH3COOH 10 cm3 มีเนื้อ CH3COOH     mol =  60  100  x สารละลาย NaOH 100 cm3 มีเนื้อ NaOH = X g คิดเป็น   mol  40  x   20 สารละลาย NaOH 20 cm3 มีเนื้อ NaOH =   X   mol  40  100   โมลNaOH 1 จากสมการ = โมลCH 3COOH 1  20 mol X    40100 x  = 1  48x 10mol .    60 100  48x10 40100 . x ∴X = x = 1.6 % มวล / ปริมาตร 6x100 20 NaOH สารละลาย มีความเข้มข้น = 1.6 % มวล / ปริมาตร 35. เฉลยข้อ 2 แนวคิด สารละลายกรด HA = 10 คือ มีรอยละการแตกตัว ้ สารละลายกรด HA 100 mol / dm3 แตกตัว = 10 mol / dm 3 สารละลายกรด HA 1 x 10-3 mol / dm3 แตกตัว = −3 101 10 xx = 1 x 10-4 mol 100 HA ( aq ) + H2O ( l ) H3O ( aq ) + A ( aq ) Ka = ? + - เริ่ม ( mol / dm ) 3 1 x 10-3 - 0 0 เปลี่ยน ( mol / dm ) –1 x 10 3 -4 - +1 x 10-4 +1 x 10-4
    • ( mol / dm3 ) (1 x 10-3–1 x 10-4 ) - สมดุล 1 x 10-4 1 x 10-4 สูตร Ka = [H3O+ ][A− ] [ HA] (1x10 4)(1x10 4) = 1x10 8 = 1.1110 5 − − − x − แทนค่า Ka = (1x10 −1x10 ) 0.9x10 −3 −4 −3 สูตร pH = -log [ H3O+ ] แทนค่า pH = -log ( 1 x 10 -4 ) = 4 36. เฉลยข้อ 2 แนวคิด หลักการเลือกอินดิเคเตอร์สำาหรับการไทเทรดกรด - เบส “ เลือกอินดิเคเตอร์ทมีช่วง ี่ pH ของการเปลี่ยนสีตรงหรือใกล้เคียงกับ pH ของเกลือที่ เกิดจากไทเทรตกรด - เบส “ ข้อ 1 ผิด เพราะไทเทรดเบสอ่อน NH4OH ด้วยกรดแก่ HCl เกอดเกลือ pH < 7 ใช้ อินดิเคเตอร์ ก หรือ ข ข้อ 2 ถูก เพราะไทเทรดกรดแก่ HNO3 เป็นเบสแก่ NaOH เกิดเกลือ pH = 7 ใช้ อินดิเคเตอร์ที่มช่วง ี pH 3 - 11 จะใช้อินดิเคเตอร์เปลี่ยนช่วงกรดหรือ เบสได้ เช่น อินดิเค เตอร์ ง ข้อ 3 ผิด เพราะไทเทรตกรดอ่อน CH3COOH ด้วยเบสแก่ NaOH เกิดเกลือ pH > 7 ใช้อินดิเคเตอร์ ง 4 ข้อ ผิด เพราะไทเทรตเบสอ่อน NH4OH ( Kb = 1.8 x 10 -5 ) ด้วยกรดอ่อน HCN ไม่ ควรไทเทรต เนืองจากเลือกอินดิเคเตอร์ยาก กรดอ่อนและเบส ่ อ่อน แตกตัวไม่ สม บูรณ์จึงเกิดปฏิกิรยากันไม่สมบูรณ์ ิ 37. เฉลยข้อ 4 แนวคิด ข้อ 1 ผิด เพราะไม่เป็นสารละลายบัฟเฟอร์เนื่องจากปฏิกิริยาระหว่าง CaCO3 กับ กรด HNO3 ดังนี้ CaCO3 ( s) + 2HNO3 (aq ) Ca ( NO3 )2 ( aq ) + H2CO3 ( aq ) 40g 0.1 mol 40 = 0.4 mol 100 จากการพิจารณาพบว่ากรด HNO3 CaCO3 ถูกใช้หมดเหลือ จากสมการ HNO3 2 mol ≡ CaCO3 1 mol
    • เกิด H2CO3 = 1 mol 1 01 x. HNO3 0.1 mol ≡ CaCO3 1 mol = 2 0.05 mol 1 01 x. เกิด H2CO3 = 2 = 0.05 mol CaCO3 = 0.4 - 0.05 = 0.35 mol เหลือ และเกิด H2CO3 = 0.05 mol หลังปฏิกิริยาเคมีเกิดกรดอ่อน H2CO3 0.05 mol เหลือเกลือกรดอ่อนของมัน CaCO3 0.35 mol เนื่องจาก CaCO3 ไม่ละลายนำ้าแลไม่แตกตัว เป็นไอออนในนำ้า จึงไม่สามารถมีสมบัติเป็น บัฟเฟอร์ได้ 2 ผิด เพราะไม่เป็นสารละลายบัฟเฟอร์ ปฏิกริยา NH4OH ข้อ ิ กับ HCl ดังนี้ NH4OH ( aq ) + HCl ( aq ) NH4Cl ( aq) + H2O ( l ) 1 mol / dm3 0.1 mol 100cm 3  1 100 x    = 0.1 mol  1000 จากการพิจารณาพบว่าปฏิกิริยาพอดีกันไม่เหลือสารตั้งต้นใด ดังนั้นหลัง เกิดปฏิกิริยาสาร เกิดขื้นไม่อยู่ในสภาพเป็นบัฟเฟอร์ 3 ผิด ข้อ เพราะสารละลายผสมไม่เป็นบัฟเฟอร์ เนื่องจาก CH3COOH เป็นกรดอ่อนไอออน ลบ CH3COO - ไม่สามารถแทนที่ไอออนลบ Cl- ของเกลือ NH4Cl ได้ ซึ่ง Cl- เป็น ไอออนลบของกรดแก่ HCI ข้อ 4 ถูก เพราะเป็นสารละลายบัฟเฟอร์ ปฏิกิริยาระหว่าง H3PO4 กับ NaOH เป็นดังนี้ H3PO4 ( aq ) + 3NaOH ( aq ) Na3PO4 ( aq ) + 3H2O ( l ) 1 mol / dm3 1 mol / dm3 50 cm3 50 cm3  1 50 x   1 50 x    = 5 x 10-2 mol   = 5 x 10-2 mol  1000  1000 จากการพิจารณาพบว่า NaOH ใช้หมด เหลือกรดอ่อน H3PO4 ดังนี้
    • จากสมการ NaOH 3 mol ≡ H3PO4 1 mol เกิด Na3po4 1 mol x − 1 5x10 2 NaOH 5 x 10 -2 mol ≡ H3PO4 3 mol = 1.67 x 10-2 mol x − 1 5x10 2 เกิด H3PO4 = 1.67 x 10-2 mol 3 หลังเกิดปฏิกิริยา กรดอ่อน + เกลือของกรดอ่อน H3PO4 = ( 5 x 10-2 - 1.67 x 110-2 ) เหลือ = 3.33 x 10-2 mol เกิด Na3PO4 = 1.67 x 10 -2 mol 38. เฉลยข้อ 4 แนวคิด แผนภาพแสดงปฏิกิริยาสาร A ละลายนำ้าดังนี้ สาร A + H2O H3PO4 + HCl ( P, Cl ) 9.8 g 10.95 g 13.75g มวล Cl HCl ใน = มวล Cl A ในสาร ถ้า HCl 1 mol มี Cl = 1 mol HCl 36.5 g มี Cl = 35.5 g 35×10 .5 .95 HCl 10.95g มี Cl = 36 .5 = 10.65 g สาร A 13.75 g มี Cl = 10.65 g 10 x100 .65 สาร A 100 g มี Cl = 13.75 = 77.45 ≈ 77.5 g 39. เฉลยข้อ
    • แนวคิด สารผสม 2 ชนิด เป็นสารละลาย เกิดปฏิกิริยาได้แก๊ส CO2 ผ่านลงในนำ้าปูนใส Ca ( OH )2 เกิดสารละลายขุ่น แล้วนำาสารละลายผสมหลังเกิดปฏิกิริยาไประเหยจนแห้งเกิด ตะกอนสีขวา ข้อ ก ผิด เพราะ CuCO3 ไม่ละลายนำ้า เมื่อผสม HNO3 กับ CuCO3 ไม่ละลายนำ้าเกิด ตะกอนทำาปฏิกิริยาเกิดแก๊ส CO2 ทำาให้นำ้าปูนใสขุ่น แต่ สารละลายระเหยแห้งเกิดตะ กอนสีฟ้าไม่ใช่ตะกอนสีขาว ข้อ ข ถูก เพราะสารละลายผสม CH3COOH ( aq ) กับ NaHCO3 ( aq ) เกิดปฏิกิริยาดังนี้ CHCOOH )+ H2O aq (aq ( ) 3      CH3COOH ( aq ) + NaHCO3 ( aq ) ระเหยแห้ดเ กิ งตะกอนของ CH COONaซึนเกลือ 3 ป็ ่งเ + CO2 (g ) Ca ( OH )2 ( aq ) CaCO3 ตะกอนขุ่น ข้อ ค ถูก เพราะสารละลายผสสม HCl ( aq ) กับ Na2CO3 ( aq ) เกิดปฏิกริยาดังนี้ ิ 2NaCl )+ H2O l) (aq (     2HCl (aq ) + Na2CO3 ( aq ) ระเหยแห้ดเ อ กิ งเกลื ตะกอนสีNaCl ขาว + CO2 ( aq ) Ca ( OH )2 ( aq ) ตะกอนขุ่น CaCO3 ข้อ ง ผิด เพราะสารละลายผสม CO ( NH 2 )2 ( aq ) กับ H2O ( l ) มีเอนไซม์เกิด ปฏิกิริยาดังนี้ O ยูรเอส ี NH2 - C′′ - NH2 ( aq ) + H2O ( aq ) → 2NH (aq 3 )  ระเหยแห้งหลือกาก ม่เ ไ + CO2 ( aq )
    • Ca ( OH ) 2 ( aq ) ตะกอนขุ่น CaCO3 40.เฉลยข้อ 3 แนวคิด หินฟอสเฟต 3− CaF2 . 3Ca3 ( po4 )2 เฉพาะส่วน PO 4 X + ( -2 x 4 X= ) = -3 Sb2S3 . 3H2O ( 2X ) + ( -2 x 3 ) + ( X = 0 ) 3 x = 0 Na2ZrSiO5 ( +1 x 2 ) + ( X ) + ( 4 ) + ( = x X -2 5 ) = 0 ข้อ ก และ ค ถูก ข้อ ข และ ง ผิด ตัวเลือกข้อ 4 ข้อ ค และ ง ผิด 41.เฉลยข้อ 2 แนวคิด ให้สตีคลอไรด์ของธาตุ ู M คือ MCln MCln ( aq ) + nAgNO3 ( aq ) M ( NO3 ) n( aq ) + nAgCl( s ) 0.05 mol / 500 cm3 0.10 mol / dm3 12.5 cm3 25 cm3- 00512 . x .5 01 25 .x mol mol 500 1000 1.25 x 10-3 mol 2.5 x 10-3 mol โมลAgNO 3 n จากสมการ = โมลMCl n 1
    • 01 25 .x 1000 00512 . x .5 = n 500 ∴n = 2 สูตรคลอไรด์ของ M คือ MCl2 42. เฉลยข้อ 4 แนวคิด ก . 2B3+ + H2A2 2B2+ + A2 + 2H+ red OX ขั้วบวก ขั้วลบ EO = E(O ) cell + − E(O ) = ( +0.8 ) - ( +0.68 ) = − +0.12 V ข . A2 + 2H+ + 2Cl- H2A2 + C2 red OX ขั้วบวก ขั้วลบ EO = E(O ) cell + − E(O ) − = ( +0.68 ) + ( +1.07 ) = -0.39 V ปฏิกิริยาไม่เกิดเองได้ เพราะ EO cell เป็นติดลบ ค. D4+ + B2+ D3+ + B 3+ red OX ขั้วบวก ขั้วลบ EO = E(O ) cell + − E(O ) = ( +1.45 ) - ( 0.08 ) = − +0.65 V ปฏิกิริยาเกิดเองได้ เพราะ EO cell เป็นติดบวก ง. 2B3+ + 2C- 2B2+ + C2 red OX ขั้วบวก ขั้วลบ EO = E(O ) cell + − E(O ) − = ( +0.80 ) - ( +1.07 ) = -0.27 V ปฏิกิริยาเกิดเองได้ เพราะ EO cell เป็นติดลบ
    • 43.เฉลยข้อ 3 แนวคิด ดุลสมการ คำานวณ 2Cr ( OH )3 + 3CIO- + 4OH- 2CrO2- +3CI- + 5H2O 1 mol NaOCI X g  X  mol    745 . - โมล ClO 3 จากสมการ = โมล Cr OH 3 ( ) 2  X  1 mol 3    74  .5 = X = 111.75 2 1 mol ≈ 111.8 g. 44.เฉลยข้อ 1 แนวคิด ผิด เพราะผงซักฟอกมีประสิทธิภาพซักล้างในนำ้ากระด้างดีกว่าสบู่ เพราะมีสารประกอบ พวกฟอสเฟต ช่วยกำาจัด Ca2+ หรือ Mg2+ ในนำ้ากระด้างทั้งป้องกันไม่ให้ไปรวมตัวไอออนลบ ของสารลด ตึงผิวของนำ้า ผงซักฟอกที่คาร์บอน ใน R แตกก้านสาขาจุลินทรีย์ไม่มีเอนไซม์ย่อยสะลายได้ ตกค้างในแหล่ง นำ้า ส่วนผงซักฟอกคาร์บอน ใน R ต่อกันเป็นสายยาวจุลินทรีย์มีเอนไซม์ย่อยสะ ลายได้ไม่ตกค้างในแหล่งนำ้า ผงซักฟอกโดยทั่วไปผสมฟอสเฟตประมาณ 30 – 50 % ฟอสเฟสเป็นปุ๋ย เมื่ออยู่ใน แหล่งนำ้าทำาให้สาหร่าย และวัชพืช เจริญงอกงาม แพร่พันธุ์รวดเร็ว ก่อให้เกิดปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม
    • 45.เฉลยข้อ 2 แนวคิด เซลล์กัลวานิกที่เกิดจากครึ่งเซลล์ X;X2+ กับครึ่งเซลล์ Y / Y3+พบว่าครึ่งเซลล์ Y / Y3+ ( Ε O = +0.90 งกว่า Vสู ) มี Y เป็นขั้วบวก รับอิเล็กตรอนเป็นแคโทด เกิด ปฏิกิริยา Y3+ +3e- Y ครึ่งเซลล์ O (. Vตำ ่ X / X2+ Ε = +003 ากว่ามี X ) เป็น ขั้วลบให้อิเล็กตรอน เป็นแอโนด เกิดปฏิกิริยา X X2+ +2e - เป็นปฏิกิริยารีดอกซ์เป็นดังนี้ 3X O + 2Y 3+ 3X3+ + 2YO ตัวรีดิวซ์ ตัวออกซิไดส์ 46.เฉลยข้อ 4 แนวคิด ปัจจัยที่มีผลต่อการแปลงสภาพเป็นโปรตีน : การให้ความร้อน ตัวทำาละลายอินทรีย์ ไอออนของโลหะหนัก การใช้กรดหรือเบส 47.เฉลยข้อ 1 แนวคิด ข้อ ก. เป็นฮอโมพอลิเมอร์มาจากมอนอเมอร์ ปฏิกิริยาพอลิเมอร์ไรเซชันแบบควบแน่น ข้อ ข. เป็นฮอโมพอลิเมอร์ มาจากมอนอเมอร์ปฏิกิริยาพอนอเมอร์ไรเซชันแบบการ เติม ข้อ ค. เป็นโฮโมพอลิเมอร์ มาจากมอนอเมอร์ CH2 = CH - CH ≡ CH2 ปฏิกิริยาพอลิเมอร์ไร เซชันแบบการเติม ข้อ ง. เป็นไฮโมพอลิเมอร์ มาจากมอนอเมอร์ปฏิกิริยาพอลิเมอร์ไรเซชันแบบการ เติม 48.เฉลยข้อ 3 แนวคิด ข้อ 1 ไม่เหมาะสมเพราะขวดนำ้าพลาสติกใส่นำ้ามันเบนซินไม่ได้ เนื่องจากนนำ้ามันเบนซิน ละลายนำ้าได้ ข้อ 2 ไม่เหมาะสมเพราะถ้วยชามที่ผลิตจากกพอลิเอทิลินอุ่นอาาหารในเตา ไมโครเวฟไม่ได้ เนื่องจากพอลิเอทิลีนละลายปนกับอาหารที่ใส่ ข้อ 3 เหมาะสมเพราะภาชนะที่เคลือบด้วยเทปรอน หรือพอลิเตรตระฟลูออโล เอทิลินในการ ทอดไข่ ทอดปลาได้ เทฟรอนมีจดหลอมเหลวสูง ไม่หลอมปนออก ุ มากับไข่และปลาที่
    • ทอด ข้อ 4 ไม่เหมมาะสมเพราะกาารเก็บถ้วยชามพวกเมลินีนที่ชำารุดรวมกันกลับไป ใช้ใหม่ไม่ได้ เนื่องจากเมลานีนเป็นพลาสติกพวกเทอร์มอเซตหลอมไม่ได้ เมื่อถูก ความร้อนไม่ หลอมแต่ไม้ไฟไป 49.เฉลยข้อ 1 แนวคิด ข้อ ก การถลุงแร่ Zn ใช้หลัก Electrolysis สารละลาย ZnSO4 เกิดโลหะ Zn ที่ขั้วแคโทด ข้อ ข การถลุงแร่ Zn ใช้หลัก Electrolysis สารละลาย CdSO4 เกิด โลหะ Cd ที่ขั้วแคโทด 50.เฉลยข้อ 2 แนวคิด ข้อ 1 เพราะมลพิษทางนำ้าที่เป็นสารจำาพวกฟอสเฟส ได้มาจากการใช้ปุ๋ยเคมี เช่น ปุ๋ย ซุป เปอร็ฟอสเฟต Ca(HPO4) ยากำาจัดวัชพืช เช่น ออแกนโนฟอสเฟต และผง ซักฟอก เช่น สารประกอบพวกฟอสเฟต ข้อ 2 ผิด สาร ย่อมาจากคำาว่า สูตรโครงสร้างแบบย่อย CFC Chlorofluoro Carbons CFCl3 CF2Cl2 CHFCl2 (CFCS) CFC-11 CFC-12 CFC-22 DDT Dicslorodipspny tricsloroetsane Dioxin 2378– Tetracslordipsenybenz o -p-dioxin สารทั้ง 3 ชนิดเป็นสารพิษที่มีธาตุฮาโลเจนคือ Cl เป็นองค์ประกอบอยู่ ข้อ 3 ถูก เพราะแก๊ส CO2 ปริมาณมากเกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงเป็นสาเหตุหลักที่ ของการเกิดปรากฏการณ์เรือนกระจก ข้อ 4 ถูก เพราะ O3 เป็นแก๊สที่เป็นพิษอยู่ในชั้นบรรยากาศระดับตำ่ามีประโยชน์ในการ ป้องกันรังอัลตราไวโอเลตในบรรยากาศระดับสูง ตอนที่ 2 1. เฉลย 23.75 g มวลโมเลกุล การหามวลอะตอมของธาตุ X4 124 4X = 124 X = 31
    • Y2 32 2Y = 32 Y = 16 XY3-4 6.02 x 1023 ไอออนมีมวล = ( 31+16 x 4 ) g 23 951505 x . x10 XY3-4 1.505 x 1023 ไอออนมีมวล = = 23 g .75 . x 23 60210 ข้อ 2 เฉลย 10 ชัวโมง ่ ปฏิกิริยาสังเคราะห์แสงดังนี้ ( 1 ) 6nCO2 ( g ) + 6nH2O nC6H12 O6 + 6nO2 + พลังงาน X mol ( 2 ) Cn6 H12O6 ( C6H10O5) n +nH2O 1.62 g จากสมการ ( 1 ) และ ( 2 ) โมล CO2 6n = โมล ( C6H10 5) O 1 X mol  1.62 mol  = 6n    162n 162n ( X ) x = 6n 162 . 100 X = 6 -2 ∴ X = 6 x 10 mol แต่ การสังเคราะห์แสงใช้ CO2 6 x 10-3 mol ใช้เวลา = 1 ชัวโมง ่ การสังเคราะห์แสงใช้ CO2 6 x 10-2 mol ใช้เวลา -2 1 x 6 x 10 = -3 ชัวโมง ่ 6 x 10
    • ่ ∴ ใช้เวลา 10ชั่วโมง = 3. เฉลย 37.5 g 39.13 87 . หาสูตรเอมพิรคัล ิ C : H : O = : : 12 1 52 .17 โดยมวล 16 326 . C: H : O = 326 . 87. 326 . : : โดยมวล 326 . 3269 . C : H : O = 1 : 2.669 : 1 โดยมวล C : H : O = 3 : 8.007 : 3 โดยมวล C : H : O = 3 : 8 : 3 โดยมวล สูตรเอมพิรคัล ิ = สูตรโมเลกุล = C3H8 O 3 มีมวล โมเลกุล = 92 จุดเดือดของสารละลาย m x 1000 1 สูตร ∆Tb = Ka x m x M.W 2 1 แทนค่า ; ( 80.94 - 78.50 ) = 1.22 x 6.90 1000 x m x 92 2 m2 = 37.5 g มวลของเอทานอลในสารละลาย = 37.5 g 4. เฉลย 4.2 % ( 1 ) สารอินทรีย์ NH3 สลาย + 1.5 g ……….. ( 2 ) NH3( g ) + HCl ( aq ) NH4Cl (aq) X g 0.5 mol / dm3 50 cm3
    • HCl ไทเทรตพอดีกับ NaOH (aq) ดังนี้ เหลือ ( 3 ) HCl ( aq) + NaOH (aq) NaCl (aq) + H2O ( l ) 0.1 mol / dm3 30 cm3 01 x 30 . -3 = 3x 10 mol 1000 โมลHCl 1 จากสมการ ( 3 ) = โมลNaOH 1 โมล HCl แทนค่า -3 = 1 3 x 10 โมล HCl = 3 x 10-3 ใส่ HCl = 01550 . x x -3 = 7.5 10 mol 1000 HCl เกิดปฏิกิริยาพอดีกับ NH3 ใช้ = ( 7.5 x 10-3 - 3 x 10-3 ) = 4.5 x 10-3 mol โมล 3 NH 1 จากสมการ (2 ) = โมล HCl 1 โมล 3 NH แทนค่า -3 = 1 4.5 x 10 โมล NH3 = 4.5 x 10-3 และมวลNH3 = 4.5 x 10-3x 17 g แต่มวล N ใน NH3 = มวล N ในสารอินทรีย์ 1.5 g จากสมการ ( 1 ) 14 มวล N ในสารอินทรีย์ 1.5 g = x ( 4.5 x 10-3 x 17 ) g = 63 7 x 10-3 g x − 63 10 3 x100 = 4.2g สารอินทรีย์ 100 g มี N = 1. 5 ร้อยละของ N ในสารอินทรีย์ = 4.2 5. เฉลย 2.5 g สารละลายCuSO4 500 cm3 Cuso4 ( aq ) มี CuSO4 . 5H2O ? g 0.1 mol - CuSO4 . 5H2O มีความบริสุทธิ์ dm3 99.8%
    • สารละลาาย CuSO4 1000 cm3 มีเนื้อ CuSO4 = 0.1 mol .× 01 500 สารละลาาย CuSO4 500 cm3 มีเนื้อ CuSo4 = 1000 = 0.05 mol แต่ CuSO4 . 5 H2O = 1 mol หรือ CuSO4 1 mol อยู่ ใน CuSO4 HO.4 1 005 x. = = 005 . mol 1 มวล CuSO4 x 5H2O = 0.05 x 249.5=12.48g CuOH4 . 5H2O 99.8 g อยู่ใน สาร CuSO4 .52H2O = 1010 g CuHO44 .5H2O 12.48 g อยู่ในสาร CuHO44 .5H2O = 100 .48 x12 = 12 g .5 99 .8 6. เฉลย 25.4 g สูตรทั่วไปของกรดไขมัน อิมตัวคือ ่ CnH2n+1 COOH ถ้เป็นสูตรทั่วไป ของ กรดไขมันไม่อิ่มตัว มี C = C 1 แห่ง H ลดลง C = C2 แห่ง H ลดลง 4 จาก สูตรไขมันกรดอิ่มตัว เป็นสูตร Cn H ( 2n+1 ) -4 COOH คือ CnH2n-3 COOH กรดไขมัน สูตรของกรดไขมันไม่อิ่มตัว จำานวนพันธะคู่ระหว่าง จำานวนโมลของ I2 ที่ C กับ C ใช้ ต่อกรดไขมัน 1 mol A C15H29COOH 1 1 B C17H31COOH 2 2 C C17H33COOH 1 1 กรด A : กรด B : กรด C = 2 : 2 : 1 โดยโมล กรด A : กรด B : กรด C = 2 x 254 : 1x 280 : 1x282 กรด A : กรด B : กรด C = 508 : 280 : 282 กรดไขมัน A B และ C มีมวลรวมกัน = 508 +280+282 = 1070 g จากตารางจะได้ว่า กรดไขมัน A 1 mol = I2 1 mol มีมวล = 1 x 254 g 254 x2 กรดไขมัน A 2 mol = I2 = 508 g 1 กรดไขมัน B 1 mol = I2 2mol มีมวล = 2 x 254 g = 508 g
    • กรดไขมัน C 1 mol = I21 mol มีมวล = 1x 254 g = 254 g ดังนั้นกรดไขมัน A , B , C หนัก 1070 g = I2 หนัก = 508 + 508 +254 = 1270 g 21.4% โดยมวล คือ แต่นำ้ามันชนิดหนึ่งมีกรดไขมัน นำ้ามัน 100 g มีกรดไขมัน A,B และ C = 21.4 g นำ้ามันมีกรดไขมัน 1070 g = I2 1270 g 1270 × 21 . 4 กรดไขมัน 21.4 g = I2 1070 = 25.4 g 7. เฉลย 13.44 dm3 STP ปฏิกิริยาแสดงการย่างแร่ ดังนี้ 200 g (มี Sb2 S3 34%) แร่พลวงเงิน 2Sb 2S (s) + 9O2(g) 2Sb 2O3(s) + 6SO2(s) ↓ ↓ 34 x 200 g = 68g 100 x dm3 STP ↓ ↓  68    mol  340   x    mol  22 . 4  โมลSO 2 6 จากสมการ โมลSb 2 S 3 = 2  x     22 . 4  = 3  68     340  68 ∴x = 3x x 22.4 = 340 13.44 dm3 STP ปริมาตรของแก๊ส SO2 ทีเกิดขึ้น ่ = 13.44 dm3STP 8. เฉลย 58% 1. ยาลดกรด (มี MgCO3 และแป้งผสมกัน) 1 g/H 2O 20 cm3 2,3 MgCO3(s) + 2HCl (aq) MgCl2(aq) + H 2O(l) + CO2(g)
    • ↓ ↓ xg 1mol/dm3 ↓ 20 cm3 ↓ x  1 × 20   mol = 2 x 10-2 mol  84  1000 จากโจทย์ แสดงว่าเหลือ HCl ทีต้องเติม ่ H 2O เป็นสารละลาย 100cm 3 แล้วปิเปตมา 10cm 3 มาไทเทรตกับNaOH MgCO3 ทำาปฏิกิริยาหมด เหลือ HCl ในการคำานวณใช้ MgCO3 เป็นเกณฑ์ในการคิด MgCO3 1 mol = HCl 2 mol x  2 x MgCO3  84  mol ≡ HCl × mol   1 84  −2  x  เหลือ HCl = 2 × 10 −   mol   42   −2  x  สารละลายผสม 100 cm3 มี HCl เหลือ = 2 × 10 −  42     mol สารละลายผสม 10 cm3 มี HCl เหลือ =  −2  x  10 2 × 10 −  42  x mol    100 HCl(aq) + NaOH (aq) NaCl (aq) + H 2O ↓ ↓ 1  x   2 × 10 −2 −  mol 0.2 mol-dm3 10  42  5 cm3 ↓  0.2 × 5    mol  1000  โมลHCl 1 จากสมการ = โมลNaOH 1 โมล HCl = โมล NaOH 1  x  0.2 × 5  2 × 10 −2 −  = 10  42  1000 ∴ x = 0.42 g ยาลดกรด 1g มี MgCO3 ผสมอยู่ = 0.42 g มีแป้งผสม 0.58 g 0 . 58 × 100 ยาลดกรด 100 g มีแป้งผสม = g = 58 % 1