คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 

คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ

on

  • 471 views

คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ

คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ
(ความรู้สำหรับผู้ให้บริการสปา และผู้ที่จะสอบขอใบอนุญาตด้านสปา)

โดย. สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร (ข้อมูลเกี่ยวกับสปาเพื่อสุขภาพ จากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข)

Statistics

Views

Total Views
471
Views on SlideShare
436
Embed Views
35

Actions

Likes
1
Downloads
6
Comments
0

2 Embeds 35

http://www.slideee.com 34
http://www.google.co.th 1

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ Document Transcript

  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 1 คํานํา กิจการสปาเพื่อสุขภาพเปนกิจการที่ตองไดรับใบอนุญาตประกอบกิจการตามกฎหมาย วาดวยการสาธารณสุข ซึ่งกิจการสปากําลังไดรับความนิยมเปนอยางมากทั้งจากชาวไทย และชาวตางชาติ เนื่องจากชวยผอนคลายความตึงเครียดและความเมื่อยลาจากการทํางาน ปจจุบันในกรุงเทพมหานครมีจํานวนสปาเพื่อสุขภาพที่ไดรับอนุญาตจํานวน 194 แหง และ ที่ยังไมไดรับอนุญาตอีกเปนจํานวนมาก โดยสวนใหญตั้งอยูในยานที่มีนักทองเที่ยวจํานวน มาก จึงมีความจําเปนที่จะตองควบคุมดูแลสถานประกอบการเหลานี้ใหดําเนินการอยางถูก สุขลักษณะ มีความปลอดภัยตอผูใชบริการ เพื่อปองกันโรคติดตอที่อาจเกิดขึ้นจากการใช บริการ เชน โรคติดตอทางเดินหายใจ โรคผิวหนังจากการติดเชื้อที่ปนเปอนในวัสดุ อุปกรณที่ ไมสะอาด เปนตน ซึ่งโรคเหลานี้สามารถติดตอหรือแพรมายังผูรับบริการได หากไมมีการดูแล สุขลักษณะภายในสถานประกอบกิจการและสุขวิทยาสวนบุคคลของผูใหบริการ ดวยเหตุดัง กลาว ในปงบประมาณ 2554 สํานักอนามัย กรุงเทพมหานคร โดยกองสุขาภิบาลสิ่งแวดลอม จึงไดจัดทําโครงการ“พัฒนายกระดับมาตรฐานสุขลักษณะสถานประกอบกิจการบริการ” ขึ้น เพื่อเฝาระวังและปองกันการเกิดโรคติดตอจากสถานประกอบกิจการบริการในกลุมกิจการสปา สถานที่เสริมสวยและแตงผม และสระวายนํ้า ตลอดจนการสงเสริมสุขลักษณะที่ดีภายใน สถานประกอบการรวมทั้งการจัดทําหนังสือคูมือเพื่อใชเผยแพรแกเจาหนาที่และผูประกอบการ ใชเปนแนวทางการดําเนินกิจการ ซึ่งจะเปนการคุมครองสุขภาพของประชาชนผูใชบริการให ปลอดภัย และเปนการสรางความเชื่อมั่นใหแกนักทองเที่ยวอีกทางหนึ่งดวย หนังสือคูมือ “การสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ” จัดทําขึ้น โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับความรูเบื้องตนเกี่ยวกับสปาเพื่อสุขภาพ การใชสมุนไพรไทยในสปา การสรรสรางเอกลักษณสปาไทย การนวดเพื่อสุขภาพ การใชนํ้าเพื่อสุขภาพ การจัดการ สุขาภิบาลสิ่งแวดลอม และการจัดการดานความปลอดภัยของผลิตภัณฑเครื่องมือและ อุปกรณที่ใช สุขอนามัยของผูปฏิบัติงาน และกฎหมายที่เกี่ยวของกับกิจการสปาเพื่อสุขภาพ คณะผูจัดทําหวังเปนอยางยิ่งวา หนังสือคูมือเลมนี้จะมีประโยชนตอผูที่เกี่ยวของ และขอขอบคุณกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ที่เอื้อเฟอขอมูลเกี่ยวกับ สปาเพื่อสุขภาพมา ณ โอกาสนี้ กองสุขาภิบาลสิ่งแวดลอม มิถุนายน 2554
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ2 สารบัญ บทที่ 1 ความรูทั่วไปเกี่ยวกับสปาเพื่อสุขภาพ 6 บทที่ 2 การใชสมุนไพรไทยในสปา 24 - อาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ 26 - ขอควรระวังในการใชสมุนไพร 27 บทที่ 3 การสรรสรางเอกลักษณสปาไทย 30 บทที่ 4 การนวดเพื่อสุขภาพ 35 - ประวัติการนวด 36 - วิธีการนวดพื้นฐาน 37 - ประเภทการนวดในสปา 40 บทที่ 5 การใชนํ้าและอุณภูมิเพื่อสุขภาพ 54 - หลักการทั่วไปของการใชนํ้าเพื่อสุขภาพ 58 - รูปแบบของการใชนํ้าเพื่อสุขภาพ 60 บทที่ 6 ผลิตภัณฑ เครื่องมือ และอุปกรณที่ใชในสปา 80 - การเลือกใชเครื่องสําอางอยางปลอดภัย 81 - อันตรายที่อาจเกิดจากการเลือกใชผลิตภัณฑ 87 - การจัดการดานความปลอดภัยของผลิตภัณฑ เครื่องมือ 93 และอุปกรณที่ใชในสปา บทที่ 7 คันธบําบัด (Aromatherapy) 98
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 3 บทที่ 8 การจัดการสุขาภิบาลสิ่งแวดลอม 124 และสุขอนามัยของผูปฏิบัติงาน - สุขอนามัยของผูใหบริการ 125 - โรคติดตอหรือโรคผิวหนังที่อาจเกิดขึ้นได 129 - การปองกันอุบัติเหตุและความปลอดภัยในสปา 137 - จรรยาบรรณของผูประกอบวิชาชีพสปา 138 บทที่ 9 กฎหมายที่เกี่ยวของกับกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 143 ภาคผนวก 159
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ4
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 5
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ6 บทที่ 1 ความรูทั่วไปเกี่ยวกับสปาเพื่อสุขภาพ (Introduction to Spa Business) แนวคิด ประเทศไทยถือไดวาเปนประเทศแรกที่มีการกําหนดมาตรฐานการบริการดาน สปาเพื่อสุขภาพออกมาอยางชัดเจน โดยมีการกําหนดคําจํากัดความตามประกาศ กระทรวงสาธารณสุขวาดวยเรื่องกําหนดสถานที่เพื่อสุขภาพและเสริมสวยตาม พระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 (แกไขเพิ่มเติมฉบับที่ 4 พ.ศ.2546) มีใจความดังนี้ “กิจการสปาเพื่อสุขภาพ หมายความวา การประกอบกิจการที่ใหการดูแล และเสริมสรางสุขภาพโดยบริการหลักที่จัดไวประกอบดวยการนวดเพื่อสุขภาพและ การใชนํ้าเพื่อสุขภาพ โดยอาจมีบริการเสริมประกอบดวย เชน การอบเพื่อสุขภาพ การออกกําลังกายเพื่อสุขภาพโภชนาการบําบัดและการควบคุมอาหาร โยคะ และการ ทําสมาธิ การใชสมุนไพร หรือผลิตภัณฑสุขภาพ ตลอดจนการแพทยทางเลือกอื่นๆ” 1.สปา คืออะไร ความหมายที่ 1 สปา มาจากรากศัพทภาษาละตินวา “Sanitas Per Aquas” หรือ Senare Per Aqua หรือ “Salus Per Aquam” หรือ “Sanare Per Aquam” ซึ่งแปลไดความวา สุขภาพจากสายนํ้า การบําบัดดวย นํ้า หรือการดูแลสุขภาพโดยการใชนํ้า (Health Through Waters or To Heal Through Water) ความหมายที่ 2 สปา มาจากชื่อของเมืองเล็กๆ ใกลกับเมืองลีห(Liege) ทางตะวันออกเฉียงใตของประเทศเบลเยี่ยม ติดกับชายแดนของประเทศเยอรมันนี เปนเมืองที่เปนแหลงของนํ้าพุที่มีแรเหล็กธรรมชาติ เชื่อกันวาในป 1326 ชางเหล็ก ของเมือง Collin le loupe ไดยินชื่อเสียงของนํ้าพุดังกลาวเกี่ยวกับสรรพคุณใน
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 7 การรักษาโรคจึงดั้นดนเสาะหาจนพบ และนํ้าพุนั้นสามารถรักษาอาการปวยไข ของเขาใหหายไปไดจริงๆ ภายหลังสถานที่นั้นถูกยกยองใหเปน health resort ที่โดงดังและเปนที่ยอมรับในเรื่องของการรักษาสุขภาพและอาการเจ็บปวยตางๆ ผูคนสวนใหญ รูจักในนามของ Espa ซี่งเปนรากศัพทที่หมายถึงนํ้าพุในปจจุบัน คําดังกลาวถูกใชในภาษาอังกฤษวา spa ซึ่งใชกันอยางแพรหลายในความหมาย ของสถานที่ตากอากาศเพื่อสุขภาพ (health resort) ความหมายที่ 3 สปาอีกหนึ่งความเชื่อที่มีแนวคิดคลายคลึงกันก็คือ spa เปนชื่อหมูบานเล็กๆ แหงหนึ่งในเบลเยี่ยม ที่ซึ่งมีแหลงนํ้าแร หรือนํ้าพุรอนตาม ธรรมชาติปรากฏอยู และถูกคนพบโดยชาวโรมันโบราณ ทหารโรมันนิยมใช นํ้าพุแหงนี้เปนที่รักษาอาการบาดเจ็บกลามเนื้อหรือบาดแผลที่ไดรับจากการสูรบ ความหมายที่ 4 สปา หมายถึงการบําบัดดูแลสุขภาพแบบองครวมดวย วิธีทางธรรมชาติที่ใชนํ้าเปนองคประกอบในการบําบัดควบคูไปกับวิธีทางการแพทย ทางเลือกอื่นๆ โดยใชศาสตรสัมผัสทั้ง 5 ไดแก รูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส เปนปจจัยที่สรางภาวะสมดุลระหวางรางกาย จิตใจ จิตวิญญาณ อารมณ ความหมายที่ 5 สปา เปนการบําบัด แบบองครวมที่เนนการปองกัน การเจ็บปวยมากกวาการรักษา Wildwood,Chrissie, 1997 กลาววาการที่ อารมณแปรปรวนมีโอกาสทําใหเกิดการเจ็บปวย จากความหมายขางตนจึงสามารถสรุปไดวา สปา คือ การบําบัดดวยนํ้า การ ดูแลสุขภาพแบบองครวม ภายใตการดูแลของนักบําบัด ผูเชี่ยวชาญหรือแพทย รวมถึงเปน สถานที่ๆใชในการพักผอน เพื่อใหไดมาซึ่งสุขภาพองครวมที่ดี(นภารัตน ศรีละพันธ , 2549) ในเชิงความเชื่อตามประวัติศาสตร สปา หมายถึง สถานที่ที่มีนํ้าพุตามธรรมชาติที่ ซึ่งสามารถบรรเทา และรักษาอาการเจ็บปวยจากโรคภัยตางๆ ได ซึ่งนํ้าเหลานี้สรางศรัทธา และความเชื่อทางจิตวิญญาณอยางมาก โดยยังคงความเปนปริศนาในการบําบัดโรคภัย ในเชิงรวมสมัย เปนสถานที่อํานวยความสะดวก และทุมเทใหกับทั้งทาง
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ8 ดานการบําบัดทั้งกายภาพ จิตใจ และอารมณเพื่อใหไดมาซึ่งสุขภาพที่ดีและชีวิตที่ ผาสุก สปาตองใชนํ้าในแงของการใหการรักษาและบําบัด โดยมีพื้นฐานมาจากการ ใชประโยชนของวิตามินและเกลือแรจากธรรมชาติ สปารวมสมัย ยังใหการบรรเทา อาการบาดเจ็บจากการเลนกีฬา ผานการรักษาดวยวิธีทางการแพทยที่ครบครัน ผอนคลายความตึงเครียด ใหการดูแลและทะนุถนอมทั้งความงามทางรางกายและ อารมณ ความรูสึก ณ ปจจุบัน สปาไดสรางเอกลักษณขึ้นมาไดอยางเดนชัด ใน เรื่องของสถานที่และการตกแตงที่คํานึงถึงการอนุรักษธรรมชาติ และรักษาสิ่งแวดลอม 2. องคประกอบของสปา ตามคํานิยามของ The International Spa Association (ISPA) สปาประกอบดวยปจจัยสําคัญ 10 ประการ ไดแก 1. นํ้า (Water) สามารถนําไปใชไดหลายรูปแบบทั้งภายใน เชน การ ดื่ม การกิน และภายนอก เชน การอบ การแช หรือนํามาเปนสวน ประกอบในการบริการและการตกแตงสถานที่ 2. การบํารุง (Nourishment) เชน อาหารสุขภาพ เครื่องดื่มสมุนไพร และสารอาหารบํารุงตางๆ 3. การเคลื่อนไหวและการออกกําลังกาย (Movement,Exercise & Fitness) การเคลื่อนไหวในทาทางที่กอใหเกิดประโยชนตางๆ กัน สรางความกระปรี้กระเปรา เพิ่มพลังงาน เชน การออกกําลังกาย แบบตางๆ การผอนคลายกลามเนื้อ 4. การสัมผัส (Touch) เชน การนวดและการสัมผัสที่สื่อสารความรูสึก ตาง ๆ ใหความรูสึกที่อบอุน ผอนคลาย และบําบัดอาการปวดเมื่อย 5. Integration กิจกรรมสุขภาพที่บูรณาการความสัมพันธที่สอดคลอง กันระหวางกาย ความคิด จิตใจ จิตวิญญาณกับสภาพแวดลอม
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 9 6. ศาสตรดานความงาม (Aesthetics) การบํารุงรักษาความงามกับ กระบวนการที่ใชผลิตภัณฑพืชพรรณธรรมชาติสมุนไพรตางๆ ที่มี ผลกับรางกายมนุษย 7. สภาพแวดลอม (Environment) สถานที่ตั้ง ประกอบไปดวยสภาพ แวดลอมที่ดี สภาพภูมิอากาศที่เหมาะสม การออกแบบตบแตง รูปแบบบรรยากาศที่ดี ใหความรูสึกผอนคลาย 8. การแสดงออกถึงศิลปวัฒนธรรม (Art, Culture & Social ) เปน ทั้งศาสตรและศิลปที่สรางความสุนทรียะและประทับใจ ในเวลาที่ ไดพักผอนและมีสังคมที่ดีกับมิตรสหาย 9. เวลา และจังหวะ (Time, Space, Rhythms) ตระหนักถึงการใช เวลาและจังหวะชีวิตที่ไดดูแลสุขภาพใหแกตนเอง มีเวลาปรับเปลี่ยน พฤติกรรมที่ดีตอสุขภาพโดยสอดคลองกับวงจรธรรมชาติ 10. ระบบการบริหารจัดการที่ดี (Management and Operation System) มีการบริหารงานอยางเปนระบบ ......................................................
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ10 3. การแบงประเภทสปา ตามคํานิยามของประกาศกระทรวงสาธารณสุข วาดวยเรื่องกําหนด สถานที่เพื่อสุขภาพและเสริมสวย ตามพระบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4 ) พ.ศ. 2546 ไดกําหนดรูปแบบของธุรกิจเพื่อ สุขภาพ ไว 3 แบบ ดังนี้ 1. กิจการสปาเพื่อสุขภาพ 2. กิจการนวดเพื่อสุขภาพ 3. กิจการนวดเพื่อเสริมสวย กิจการสปาเพื่อสุขภาพ คือ การประกอบกิจการที่ใหการดูแลเสริมสราง สุขภาพ โดยประกอบไปดวยบริการหลักและบริการเสริมประเภทตางๆ บริการหลัก ประกอบดวยการนวดเพื่อสุขภาพ และการใชนํ้าเพื่อสุขภาพ บริการเสริม คือ กิจกรรมตางๆ ที่ควรจัดใหมีอยูในเมนูเพื่อเปนการดึงดูดให ลูกคาสนใจมาใชบริการบอยขึ้น และมีความหลากหลายในสปามากขึ้น ตัวอยาง ของกิจกรรมตางๆ เชน 1. การออกกําลังกายเพื่อสุขภาพ 2. การทําสมาธิและโยคะ 3. การอบเพื่อสุขภาพ 4. การแพทยทางเลือก 5. โภชนบําบัดและการควบคุมอาหาร ตามคํานิยามของ The International Spa Association (ISPA – พ.ศ. 2538 ) แบงชนิดของสปาออกเปน 7 ประเภทดังนี้ 1. Club Spa คือ สปาที่ตั้งขึ้นเพื่อใหบริการเฉพาะสมาชิก (Member) โดยเนนการใหความสะดวกสบายและครบครันเกี่ยวกับวัตถุประสงคใน การออกกําลังกายและดูแลสุขภาพรางกาย พรอมกับบริการดานอื่นๆ
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 11 2. Day spa คือ สปาที่ตั้งอยูในทําเลที่สะดวกตอการเดินทาง สําหรับลูกคามาใชบริการ เชน ในที่พักอาศัย อาคารพาณิชย หางสรรพสินคา หรือตามสนามบิน โปรแกรมการบริการคอนขาง หลากหลาย ลักษณะผูมาใชบริการจะเปนระยะเวลาสั้นๆ จากการ สํารวจพบวา เปนสปาที่เปดใหบริการมากที่สุด 3. Hotel & Resort Spa คือ สปาที่ตั้งอยูภายในหรือในบริเวณเดียวกัน กับโรงแรมหรือรีสอรท ที่มีสถานที่ออกกําลังกาย อาหาร โปรแกรม บริการมักประกอบดวย การนวดแบบตางๆ เพื่อผอนคลายสําหรับ ผูที่ตองการเปลี่ยนบรรยากาศ และหลีกหนีความจําเจในชีวิตประจํา วัน มักจะมีขนาดใหญกวาเมื่อเทียบกับ Day spa ทั่วไป 4. Cruise Ship Spa คือ สปาที่ตั้งอยูในเรือ โปรแกรมการบริการ ประกอบดวย การนวดแบบตางๆ การออกกําลังกาย กิจกรรมเพื่อ สุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ 5. Mineral Spring Spa คือ สปาที่ตั้งอยูในสถานที่ที่เปนแหลง นํ้าพุรอน หรือ นํ้าแรธรรมชาติ โปรแกรมการบริการจะเนนการบําบัด โดยการใชความรอนของนํ้า หรือ แรธาตุตางๆ เชน ใชเกลือมาเปน สวนหนึ่งในการบําบัดรักษา ตัวอยางเชน สปาที่ตั้งอยูตามแหลง บอนํ้ารอน ในประเทศญี่ปุนและรัสเซีย ประเทศไทยมีโอกาสที่จะ พัฒนาแหลงนํ้าพุรอนธรรมชาติหลายแหงใหเปนแหลงทองเที่ยวได เปนอยางดีในอนาคต เชน ที่จังหวัดเชียงใหม เชียงราย ระนอง สุราษฏรธานี
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ12 6. Destination Spa คือ สปาที่ตั้งขึ้นเพื่อใหการดูแลสุขภาพเปนหลักโดย มีที่พักอยูภายในมีกิจกรรมเพื่อสุขภาพครบวงจร อาหารเพื่อสุขภาพ การออกกําลังกาย การใหความรูดานตางๆ ผูมาใชบริการสวนใหญ มักจะมีความตองการพํานักอยูเปนระยะเวลานาน เพื่อผอนคลาย และปรับปรุงวิถีชีวิตใหดีขึ้น ปรับความสมดุลของรางกายและจิตใจ ลดนํ้าหนัก ออกกําลังกายที่ถูกตอง โดยทีมงานที่เชี่ยวชาญจะเปน ผูพิจารณาจัดโปรแกรมใหเหมาะสมกับลักษณะสุขภาพแตละคน มักตั้งอยูใกลแหลงทรัพยากรทางธรรมชาติโดยสวนใหญจะใช ประโยชนจากแหลงธรรมชาตินั้นเขามาเปนตัวชวยในการจัดกิจกรรม เชน ภูเขา ทะเล นํ้าพุรอน โคลน ฯลฯ 7. Medical Spa คือ สปาที่ตั้งโดยกฎหมายวาดวยสถานพยาบาลโดย มีแพทยและพยาบาลดูแลกํากับ มีวัตถุประสงคเพื่อบําบัดรักษา สุขภาพและความสวยงาม โปรแกรมการบริการประกอบดวย โภชนาการบําบัดและอาหารเพื่อสุขภาพ มีบริการทางการแพทย ใหเลือกทั้งแพทยแผนปจจุบันและการแพทยไทย แผนจีน ฯลฯ มีโปรแกรมการนวดที่รักษาอาการเจ็บปวย เชน การนวดกดจุด การ บําบัดดวยสมุนไพร การปรับโครงสรางรางกาย การสะกดจิต การฝง เข็ม ศัลยกรรมผิวหนัง การตอตานริ้วรอย ผูมาใชบริการสวนใหญ มักจะมีความตองการการพํานักระยะยาวและการบําบัดที่ชี้เฉพาะ เชน การลดนํ้าหนัก การออกกําลังกายที่ถูกตอง การเลิกบุหรี่ เปนตน
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 13 4.ประเภทการบริการในสปา เปนการจัดนําเสนอรายการทรีทเมนตตางๆ เพื่อใหผูมาใชบริการไดเลือก โดยมีรายละเอียดแสดงใหทราบถึงประโยชนของการทําทรีทเมนตในแตละชนิด สวนผสมของการใชผลิตภัณฑ ระยะเวลาที่ใชในการทําทรีทเมนต ราคา แนวทาง ในการกําหนดรายกายในสปาเมนู (Spa Menu) ของแตละกิจการจะมีความแตก ตางกันขึ้นอยูกับจุดเดนและความชํานาญของผูประกอบการ การบริการในสปา แบงออกไดเปน 2 ประเภท ดังนี้ A. บริการหลัก B. บริการเสริม A. บริการหลัก หมายถึง การใหบริการทรีทเมนตที่จําเปนตองมีในสปา ประเภทของการบริการหลักประกอบดวย การนวดเพื่อสุขภาพ และการใชนํ้า เพื่อสุขภาพ
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ14 1. การนวดเพื่อสุขภาพ การนวดแบบตะวันออก ไดแก การนวดกดจุดแบบราชสํานัก การ นวดไทยแบบเชลยศักดิ์ การนวดแบบญี่ปุน (Shiatsu) การนวดกดจุด แบบจีน (Reflexology) การนวดแบบอินเดีย (Ayuravedic Massage) และอื่นๆ การนวดแบบตะวันตก ไดแก การนวด อโรมาเทอราพี (Aromatherapy) การนวด แบบสวีดิช(Swedish) และอื่น ๆ ทรีทเมนตความงามและการนวดหนา (Facial Massage) หลักเบื้องตนในการทํา ทรีทเมนตหนาประกอบดวย 6 ขั้นตอน ดังนี้ การลางหนา/การปรับสภาพผิว/การขัดหนา/ การนวดหนา/การพอกหนา/การบํารุงผิวหนา 2. การใชนํ้าเพื่อสุขภาพ ไดแก การอบไอนํ้า การอาบแชนํ้า การประคบดวย นํ้ารอน / นํ้าเย็น การบําบัดในอางนํ้าวน การออกกําลังกายในนํ้า ฯลฯ B. บริการเสริม คือ กิจกรรมตาง ๆ ที่ควรจัดใหมีอยูในเมนู เพื่อเปนการ ดึงดูดใหลูกคาสนใจใหมาใชบริการบอยขึ้นและมีความหลากหลายในสปามากขึ้น ตัวอยางของกิจกรรมตาง ๆ เชน 1. การออกกําลังกายเพื่อสุขภาพ 2. การทําสมาธิและโยคะ 3. การอบเพื่อสุขภาพ 4. การแพทยทางเลือก 5. โภชนบําบัดและการควบคุมอาหาร
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 15 1. การออกกําลังกายเพื่อสุขภาพ 1.1 แอโรบิค (Aerobic) คือ การออกกําลังกายเพื่อเผาผลาญไขมันใน รางกายโดยการใชงานของกลามเนื้อสวนตางๆ ประโยชนของการเตนแอโรบิคจะ ชวยเพิ่มอัตราการเตนของหัวใจ 50 – 90 เปอรเซ็น 1.2 ฟตเนส (Fitness/ Gym) คือ วิธีการทดสอบความยืดหยุน และ ความแข็งแรงของรางกายเปนโปรแกรมการออกกําลังกาย เพื่อปรับปรุงรูปราง ลดไขมัน กระชับรูปทรง หรือเสริมสรางกลามเนื้อ 1.3 ฟตบอล (Fit Ball) เปนการออกกําลังกายที่จะชวยเนนการบริหาร สวนบนของรางกายตั้งแตไหล หนาทอง แผนหลังไปจนถึงตนขา สะโพก และ บั้นทาย การควบคุมแรงดีดกลับของลูกบอลขณะเลน จะชวยเสริมสรางความ แข็งแรงใหกับกลามเนื้อ เพิ่มประสิทธิภาพการทรงตัว และการทํางานของอวัยวะ แตละสวนใหสัมพันธกัน 1.4 ชิบอล ( Chi Ball) ประยุกตขึ้นจากความสมดุลของหยินหยาง หัตถโยคะ และการทําสมาธิ โดยมีอุปกรณ คือ ลูกบอลนุมๆ ขนาดเสนรอบ วง 15 เซนติเมตร ประโยชนของชิบอล ชวยปรับสมดุลและเสริมพลังใหแก รางกาย จิตใจและวิญญาณ ชวยใหพลังไหลผานสวนตาง ๆ ของรางกาย ปรับ สมดุลอยางชาๆ ชวยเพิ่มความยืดหยุนใหกับกลามเนื้อบริเวณซี่โครงและกระบัง ลม ชวยลดนํ้าหนัก กระชับสัดสวนบริเวณบั้นเอว และสะโพก ปจจุบันภายใน ลูกบอลจะบรรจุกลิ่นหอมลงไปดวยทําใหรูสึกสงบและผอนคลาย 1.5 พิลาทิส (Pilates) หลักการเลน “พิลาทิส” จะเนนการออกกําลัง กลามเนื้อใหยืดหยุน กระชับ และแข็งแกรง เปนการผสมผสานการสรางพลัง ใหแกรางกาย กับการมองความสงบคืนสูจิตใจ ชวยใหกลามเนื้อกระชับสวยงาม แบบนักเตนรํา และมีบุคลิกทวงทางดงาม เปนการออกกําลังกายแนวใหมเปน ที่นิยม หากเลนตอเนื่องครึ่งชั่วโมงเปนประจําจะชวยใหหลอดเลือดหัวใจ ปอด
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ16 และกระดูกสันหลัง แข็งแรง 1.6 การชกมวย (Boxing) เปนศิลปะการออกกําลังกายแบบไทยๆ ที่ เผาผลาญแคลอรี่ไดมากที่สุดประเภทหนึ่ง และยังเปนการเรียนรูในศิลปะปองกัน ตัวอีกแขนงหนึ่งดวย 1.7 ไทชิ (Tai Chi) เปนศิลปะการตอสูแบบจีน โดยฝกความสัมพันธ ระหวางกายหายใจลึกๆ กับการเคลื่อนไหวทวงทาของรางกายอยางชาๆ เปนการ ทํางานที่ประสานกันระหวางกายกับจิต 1.8 กีฬาประเภทตางๆ 2. การทําสมาธิและโยคะ 2.1 การนั่งสมาธิ (Meditation) คือ การฝกปฏิบัติทางดานจิตใจ โดย สามารถฝกไดหลากหลายวิธี เชน การกําหนดลมหายใจ การเดินจงกรม การ ทําจิตใหวาง มีประโยชนคือ ชวยลดความเครียด และคลายความออนลา อีก ทั้งยังสงเสริมสุขภาพทั่วทั้งรางกาย
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 17 2.2 ซี่กง (Qi gong) คือ ศาสตรการแพทยในการรักษาแบบจีน ซึ่งรวม เอาการเคลื่อนไหวและการฝกหายใจไวดวยกัน เพื่อชวยเพิ่มความแข็งแรงใหกับ รางกายและจิตใจ และหากมีการฝกอยางตอเนื่องในระดับหนึ่งจะสามารถชวย บําบัดโรคได 2.3 เรกิ (Reiki) หมายถึง การใชพลังภายในรางกายไหลผานฝามือและ ถายทอดสูอวัยวะอื่น ๆ เปนเทคนิคแบบญี่ปุน ชวยในการผอนคลาย และการไหล เวียนพลังงานภายในรางกาย ทําใหจิตใจสงบ และชวยฟนฟูสภาพรางกายไดดี 2.4 โยคะ (Yoka) เปนศาสตรของฮินดูโบราณประกอบไปดวย การกําหนด ลมหายใจ การยืดและการเหยียดอวัยวะสวนตางๆ ของรางกาย โดยมีทาทาง หลากหลาย ชวยเพิ่มการไหลเวียน เพิ่มความยืดหยุน และความแข็งแรงของ รางกาย โดยยึดหลักความสมดุลกันระหวางรางกายและจิตใจ 3. การอบเพื่อสุขภาพ แบงออกไดเปน 2 ประเภท ไดแก การอบเซานา หองเซานาจะมีลักษณะเหมือนกระทอมที่ทําดวยไมสน เปนทอนๆ หรือเปนแผงที่ซอนกัน โดยมีเสนใยแกวใชเปนฉนวน เพื่อปองกัน ความรอนไมใหออกไปนอกหองและชวยรักษาอากาศรอนในหองใหแหงอยูตลอด เวลา ภายในหองจะมีชั้นตางระดับที่ทําดวยไมสนสําหรับนั่งพักขณะอยูในหอง เซานา หองเซานาจะใหความรอนแบบแหง โดยไมสนจะชวยดูดซับความหนาแนน ที่เกิดจากความรอนในหองเซานา ในหองเซานาจะมีถังใสนํ้าไวเพื่อใชราดกอนหินที่ อยูบนเตาซึ่งทําใหเกิดเปนไอนํ้า อุณหภูมิของเซานาจะอยูระหวาง 50 ํ – 80 ํC การอบไอนํ้า การอบไอนํ้าจะใหความรอนแบบเปยก อุณหภูมิสูงสุด ของทรีทเมนตอบไอนํ้า คือ 45 ํC ความชื้นสัมพัทธประมาณ 92 -97 %
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ18 การอบไอนํ้าแบงไดเปน 2 แบบ 1. ตูอบไอนํ้า (Steam cabinets) 2. หองอบไอนํ้า (Steam room) Steam cabinets เปนลักษณะของตูอบไอนํ้าที่ออกแบบมาใหลูกคาเขาไป นั่งไดเพียงคนเดียว และโผลสวนของศีรษะออกมาขางนอก Steam room หองอบไอนํ้า เหมาะสําหรับการใหบริการแกลูกคาหลายๆ คนในเวลาเดียวกัน ทรีทเมนตนี้ไดรับความนิยมมาก ระยะเวลาในการที่หองอบ ไอนํ้าจะรอนจนไดที่ขึ้นอยูกับขนาดของหอง มีทั้งขนาดเล็กสําหรับลูกคาคนเดียว ไปจนถึงขนาดใหญลูกคาสามารถใชบริการไดมากกวา 10 คน 4. การแพทยทางเลือก การแพทยทางเลือก หมายถึง การรักษาโรคหรือความเจ็บปวยดวย วิธีการอื่น ที่มีขั้นตอนการปฏิบัตินอกเหนือไปจากการรักษาที่ไดรับการยอมรับ ในวงการวิทยาศาสตรการแพทย วิธีที่รูจักกันโดยทั่วไป ไดแก การฝงเข็ม การบําบัดดวยนํ้ามันหอม- ระเหย การสะกดจิต ฯลฯ 4.1 การฝงเข็ม คือ วิธีการรักษารูปแบบหนึ่งของจีน โดยการใชพลังงาน ภายในรางกายรักษาตนเอง การฝงเข็มจะใชเข็มที่สะอาดเลมเล็กๆ หลายๆ เลม ฝงลงไปที่ผิวหนังตามจุดสะทอนตางๆ ทั่วรางกาย 4.2 การบําบัดดวยนํ้ามันหอมระเหย คือ การนํานํ้ามันหอมระเหยที่ สกัดไดจากพืชไปใชในทางอายุรเวทเพื่อปรับสมดุลในรางกาย การใชพืชและสาร สกัดที่ไดมาจากพืชแลวนํามาปรุงแตงเปนยารักษาโรค เปนสมุนไพร เพื่อสุขภาพ และชวยบําบัดทางอารมณ 4.3 การสะกดจิต คือ การผสมผสานระหวางจิตวิทยา จิตเวชศาสตร สรีรศาสตร หรือสาธารณสุขศาสตร และวิชาแพทยศาสตรเขาดวยกัน
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 19 ประโยชนของการสะกดจิตมีหลายดาน เชน 1. ดานสุขภาพความงาม เชน ลดความอวน เปนตน 2. ดานการศึกษา ทําใหสมาธิดีขึ้น เพิ่มความจําและความสามารถ ในเชิงกีฬา 3. ขจัดนิสัยที่ไมดี เชน ติดบุหรี่ เปนโรคพิษสุราเรื้อรัง เปนตน 4. แกปญหาสมองอันเกี่ยวกับจิตใจ เชน นอนไมหลับ คิดมาก เสนประสาทตึงเครียด 5. โภชนบําบัดและการควบคุมอาหาร อาหารสําหรับสปาสวนใหญเนนไปที่อาหารที่มีไขมันและโคเลสเตอรอล ตํ่า รสชาดออกไปทางจืดหรือหวานเล็กนอย แตจะไมเค็ม รายการอาหารใน สปาจะตองปรับปรุง คิดคน อาหารที่งายตอการยอย แตใหพลังงานเพียงพอ มีประโยชนในการบํารุงรางกาย สงเสริมผิวพรรณใหมีสุขภาพที่ดี อาหารใน สปาสวนใหญจะแสดงปริมาณของแคลอรี่ โปรตีน คารโบไฮเดรต และไขมัน ของอาหารไวชัดเจน วัตถุดิบที่นํามาใชโดยสวนใหญนิยมใชสมุนไพรและผักที่ ปลูกเองโดยปราศจากสารเคมี สปาเมนู (Spa Menu or Sap A la Carte) การเขียนสปาเมนูควรประกอบไปดวย 1. ชื่อทรีทเมนต 2. คําอธิบายเกี่ยวกับทรีทเมนต อันไดแก ที่มา ประโยชนที่ลูกคา พึงไดรับและสาระสําคัญหากทรีทเมนตนั้นตองใชผลิตภัณฑเปนสวนประกอบ 3. เวลาที่ใหบริการ 4. ราคา 5. รูปภาพประกอบ
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ20 ตัวอยางสปาเมนู การนวด (Massage Therapy) นวดไทย (Thai Massage) (60 Mins) ดวยเทคนิคการนวดไทยที่ ถูกวิธีและการจับเสนที่ถูกตองจะชวยทําใหเกิดผลที่ดีตอระบบของรางกาย ทําให เลือดลมแลนไดดี ชวยคลายเสนคลายความปวดเมื่อยของกลามเนื้อ นวดสวีดิช (Swedish Massage) (60 Mins) เปนการนวดดวยเทคนิค การสับ ตบ ทุบ ตี เปนจังหวะโดยเนนการลงนํ้าหนัก ชวยใหของเหลวในรางกาย ไหลเวียนดีขึ้น ทําใหผอนคลาย แกเมื่อยและลดเซลลูไลท นวดอโรมา (Aroma Massage) ( 60 Mins) การใชนํ้ามันนวดที่มีสวน สําคัญของนํ้ามันหอมระเหย ผสานดวยเทคนิคการนวดเฉพาะอยางที่ชวยสราง ความสุนทรียทางอารมณ มีกลิ่นหอมติดผิวกาย ทําใหผิวกายนุมนวล ลดความ เมื่อยลา แกปวดเมื่อยตามสวนตางๆ ของรางกาย นวดกดจุดสะทอนฝาเทา (Reflexology) (45 Mins) การนวดกดจุด ฝาเทาเปนการปรับสมดุลของระบบการทํางานภายในรางกาย ชวยสงเสริมการ ไหลเวียนโลหิตบริเวณเทา สรางความสบายและผอนคลายความเมื่อยลาทั้งระบบ นวดประคบสมุนไพร (Thai Herbal Massage Bag) (45 Mins) ลูกประคบสมุนไพรบดละเอียดดวยสวนผสมของไพล มะกรูด ตะไคร ใบมะขาม และการบูร สวนผสมทั้งหมดชวยกระตุนการไหลเวียนโลหิต บรรเทาอาการเจ็บ ปวดและเมื่อยลาของกลามเนื้อ กลิ่มหอมของสมุนไพรชวยใหเกิดการผอนคลาย ความเครียดไดเปนอยางดี การขัดผิวดวยเกลือ (Salt glow) (30 Mins) การขัดผิวเปนวิธีที่ชวย ทําใหผิวสะอาด สดใส เกลี้ยงเกลา ทําใหผิวเปลงปลั่งเปนสีชมพูและนุมนวล ดวยคุณสมบัติของเกลือยังชวยในการสมานผิวดวย
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 21 การพอกบํารุงตัวดวยผลไมไทย (Thai Fruit) (30 Mins) การพอกตัวดวย ผลไมไทยอุดมดวยวิตามินและเอนไซมชวยทําใหผิวขาวสดใส คืนความเปลงปลั่ง ใหผิว ทําใหผิวชั้นบนสะอาด การพอกบํารุงตัวดวยสมุนไพร (Thai Herbal Wrap) (30 Mins) ดวย เทคนิคการหอตัวและคุณสมบัติจากสมุนไพรธรรมชาติ มีประโยชนชวยขจัดเซลล ผิวที่เสื่อมสภาพ รักษาความชุมชื่นของผิวใหคงอยู อีกทั้งยังชวยบํารุงผิวให ชุมชื่น แข็งแรง การพอกตัวดวยโคลน (Mud Wrap) (30 Mins) เปนการนําเอาคุณสมบัติ ของโคลนซึ่งมีที่มาจากหลายประเทศ เชน Dead Sea, Romania หรือภูโคลน ในประเทศไทยนํามาขัดและพอกผิวชวยผลัดเปลี่ยนเซลลผิว ขจัดสารพิษที่ตกคาง ทําใหผิวสะอาดและนุมนวลอยูเสมอ ตัวอยางสปาเมนู ตัวอยางโปรแกรมความงามหนา Spa Facial Treatment ชุดทําความสะอาดอยางลํ้าลึก (Deep Cleansing Treatmenat) (50 Mins) ทรีทเมนตเพื่อการทําความสะอาดผิว ขจัดเซลลผิวที่เสื่อมสภาพ ทําให ผิวหนาสะอาดสดใสและเรียบเนียน สีผิวสมํ่าเสมอทั่วใบหนา ชุดบํารุงดวยสมุนไพรธรรมชาติ (Thai Herbal Treatment) (80 Mins) ทรีทเมนตดูแลผิวบนใบหนาดวยคุณสมบัติสําคัญที่ไดจากสมุนไพรธรรมชาติ ชวย ทําใหผิวเย็นสบาย ลดอาการระคายเคืองตอผิว บํารุงผิวใหชุมชื่น ชุดบํารุงใหความชุมชื่นผิว ( Moisturizing Treatment) (80 Mins) ทรีทเมนตคืนความชุมชื่นตามธรรมชาติโดยการใหนํ้าแกผิวทําใหผิวเปลงปลั่ง เตงตึง สดใส
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ22 การบํารุงเล็บมือและเทา (Nail Treatment) การทําเล็บมือ (Manicure) การทําเล็บเทา (Pedicure) มือและเทาเปน อวัยวะที่มีการใชงานหนักอยูตลอดเวลา การทําเล็บมือและเล็บเทา จึงเปนทรีทเมนต ที่ใหความทนุถนอมเล็บมือและเล็บเทาใหสะอาด นุมนวล มีกลิ่นหอมนาสัมผัส
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 23
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ24 บทที่ 2 การใชสมุนไพรไทยในสปา สปา เปนคําที่อิงกับการใชนํ้าเพื่อการบําบัดรางกาย เพื่อใหเกิดความ สมดุล ใหรูสึกผอนคลายและสบายตัว ซึ่งอาจมีการใชนํ้าในรูปแบบตางๆ เชน อางนํ้าแร เปนตน ทั้งนี้เพื่อใหมีผลตอผิวหนังและรางกายชวยใหผิวพรรณดีขึ้น ชวยใน การไหลเวียนโลหิตใหดีขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีการใชนํ้าอุน รูปแบบของสปาดั้งเดิม เปนการใชนํ้าเพื่อการบําบัดและผอนคลายเปนหลัก ทําใหเกิดความรูสึกผอนคลาย ทั้งรางกายและจิตใจ ในปจจุบันรูปแบบของสปาถูกปรับเปลี่ยนใหเหมาะสมกับสิ่ง แวดลอมและกาลเวลา เพื่อใหผูที่เขามาใชบริการในสปาไดรับและชื่นชมในประสาท สัมผัสทั้ง 5 อยางคือ รูป รส กลิ่น เสียงและสัมผัส ซึ่งจะประกอบดวยสิ่งที่ เรียกวา ทรีทเมนต (Treatment) หลัก 4 อยาง คือ การนวดแบบตางๆ การทรีท เมนตหนา การทรีทเมนตตัว หนาและลําตัว จะมีขั้นตอนตางๆ 10 ขั้นตอน ตาม ลําดับ ประกอบดวย การลางและทําความสะอาด (cleanse) การขัด (scrub) การบํารุงฟนฟู (tonic) การกดและการคลึง (compress) การนวด(massage) การพอก (mask) การอบ (steam) การอาบ (bath) การแช (soak) และการ เพิ่มความชุมชื่น (moisturize) จะเห็นไดวาทุกขั้นตอนจะมีการใชผลิตภัณฑอยาง ใดอยางหนึ่งเสมอ และผลิตภัณฑจากสมุนไพรก็เปนผลิตภัณฑหนึ่งที่ไดรับความ นิยมอยูในขณะนี้ โดยเฉพาะสมุนไพรที่มีคุณคาสูงและมีประโยชนตอรางกายและ ผิวพรรณ ซึ่งประโยชนจากสมุนไพรเหลานี้มีการใชในเรื่องการนวดดวย และ นอกจากนี้บทบาทสําคัญของสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมทั้งหลาย คือ อโรมาเธอราป (Aromatherapy) หรือศัพทราชบัณฑิตยสถานคือ “คันธบําบัด” ซึ่งจะชวยผอน คลายทั้งรางกายและจิตใจ ประโยชนของสมุนไพรที่มีการใชมาตั้งแตโบราณและ กําลังเปนที่นิยมในตอนนี้ คือการดื่มหรือรับประทานเพื่อบํารุงสุขภาพซึ่งสมุนไพร ทั้งหมดจะถูกนํามาใชผสมผสานอยางลงตัวในสปา
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 25 ดังนั้น สปาจึงเปนแนวทางหนึ่งของระบบปองกันดูแลสุขภาพและสอดคลอง กับหลักทฤษฎีการแพทยแผนไทยและการแพทยแผนตะวันออกทั้งหมด สมุนไพรที่ใชในสปา 1. ผงหรือครีมสําหรับขัดหนา นวดตัวและพอกหนา สมุนไพรที่ใชเปน หลักคือ ขมิ้นชัน ไพล ขมิ้นออย วานนางคํา แตงกวา และนํ้าผึ้ง 2. พอกตัว ขัดผิว ไดแก โคลนขาว ดินสอพอง ไพล ขมิ้นออย ขมิ้นชัน มะขามเปยก มะขามปอม มะกรูด เกสรดอกไม นํ้าผึ้ง มะนาว งาดํา 3. ประคบตัว ไดแก ไพล ขมิ้นออย ขมิ้นชัน ตะไคร ใบมะขาม ใบมะกรูด ใบสมปอย การบูร พิมเสน 4. อบตัว ไดแก เกสรดอกไมทั้ง 5 ชนิด คือ มะลิ กุหลาบ ดอกบัว หลวง พิกุลและบุนนาค และอาจใชเกสรดอกไมอื่นที่มีกลิ่นหอม เชน รสสุคนธ ผสมกับการบูร 5. เพิ่มความขาวใสใหกับผิวหนัง ไดแก หมอน มะขาม ชะเอมเทศ ทานาคา พญารากเดียว โลดทะนง 6. ชะลอรอยเหี่ยวยน ไดแก ชาเขียว บัวบก 7. ทําใหผิวชุมชื้น ไดแก งาดํา หลินจือ 8. อางแชสมุนไพร สมุนไพรที่ใช ไดแก ผลมะกรูด ตะไคร ใบมะกรูด ขา พิมเสน ทั้งนี้ตองใชนํ้าอุน เพื่อละลายสารที่มีคุณคาจากสมุนไพร และไดสัมผัสกลิ่นหอมชื่นใจของการบูรและพิมเสน 9. นํ้ามันนวด ไดแก นํ้ามันดอกทานตะวัน ดอกคําฝอย นํ้ามันรํา ดิบ และ sweet almond oil
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ26 10. นํ้ามันหอมระเหย นํ้ามันหอมระเหยที่ใชเปนหลัก เชน - กลิ่นสดชื่น ไดแก มะลิ กุหลาบ - กลิ่นผอนคลาย ไดแก มะลิ โหระพา มะนาว ไพล - กลิ่นสงบ ไดแก กระดังงา (Ylang-Ylang) ลาเวนเดอร - กลิ่นมีชีวิตชีวา ไดแก ขิง ขา อาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ กระแสความนิยมของอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพไดเพิ่มขึ้นอยางมาก ทั้งนี้เปนเพราะคนเริ่มหันมาสนใจดูแลสุขภาพตัวเองมากขึ้น อาหารไทยมีคุณคา โภชนาการสูงพรอมกับมีไฟเบอรทําใหไมมีปญหาในเรื่องการขับถาย ดังนั้นจึงมี การจัดเปนรายการอาหารสําหรับสปาขึ้น ที่ขาดไมไดคือ เครื่องดื่มสมุนไพรที่ มีคุณคาสูง สําหรับประเภทเครื่องดื่มสมุนไพร ควรเนนการใชชนิดที่มีสารตาน อนุมูลอิสระสูง มีแคลอรี่ตํ่า ไมควรมีคาเฟอีน และแทนนิน ถาเปนไปไดควรงด การใสนํ้าตาลเนื่องจากใหแคลอรี่สูง ชาสมุนไพรหลายชนิดที่มีคุณสมบัติเชนนี้ เชน ชาหมอน ชามะตูม ชากระเจี๊ยบ สําหรับเครื่องดื่มจากผลไมสดก็ลวนแต มีคุณคา เชน สับปะรด มะขามปอม แตงโม และผลไมสดตามฤดูกาลชนิดตางๆ สวนใหญ สมุนไพรที่ใชในสปามักใชในรูปของสด หรือชนิดที่ทําใหแหง โดยไมไดสกัดใหเขมขน ถามีการพัฒนาผลิตภัณฑใหทันสมัย และสรางความ นิยมมากขึ้น ควรนําสมุนไพรมาสกัดใหไดสารสกัดเขมขนและกําจัดพวกไฟเบอร ออกไป แลวจึงไปทําผลิตภัณฑในรูปแบบตาง ๆ เชน โลชั่นและครีมบํารุงผิว แชมพูสระผมและครีมนวด เครื่องดื่มและชาชงสําเร็จรูป เครื่องสําอางที่ทําให ผิวขาวใส โดยเฉพาะชุดชะลอความแกทั้งหมดซึ่งประกอบดวย ลดรอยเหี่ยวยน ทําใหผิวชุมชื่น ปองกันแสงยูวี ตานอนุมูลอิสระ เปนตน ก็จะทําใหไดผลิตภัณฑ ที่นาใชและทันสมัย ซึ่งจําเปนตองตรวจสอบคุณภาพใหดี สามารถกําหนด วันหมดอายุที่แนนอนได นอกจากนี้ยังตองมีการประเมินดานความปลอดภัย
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 27 เชน การระคายเคืองผิวหนัง การตรวจสอบเชื้อปนเปอน โลหะหนัก ยาฆาแมลง เปนตน ทั้งนี้ การผลิตควรเปนไปตามหลักเกณฑที่ดีในการผลิต (Good Manu- facturing Practice, GMP) เปนอยางนอย เพื่อความมั่นใจวาจะไดผลิตภัณฑที่ ดี มีความปลอดภัย และใชไดผลจริงๆ รวมถึงจัดทําฉลากตามประกาศกระทรวง สาธารณสุข ปจจุบันมีการใชผลิตภัณฑสมุนไพรในสปามากขึ้น อยางไรก็ตาม ตองใหแนใจวา ผลิตภัณฑเหลานี้มีความคงตัว สามารถเก็บรักษาไวนานจนถึง วันหมดอายุ ซึ่งจะรูไดจากการตรวจสอบคุณภาพทางกายภาพ โดยดูลักษณะ จากภายนอกและการตรวจทางเคมีสําหรับสาระสําคัญในผลิตภัณฑ ขอแนะนําในการใชสมุนไพร 1. ศึกษาหาขอมูลของสมุนไพรนั้นๆ กอนนํามาใช 2. ตองใชสมุนไพรใหตรงกับโรคที่ไดวินิจฉัยอยางถูกตองแลว 3. ตองใชสมุนไพรใหถูกตน 4. ตองใชสมุนไพรตามอายุของพืช 5. ตองเตรียมใหถูกวิธี 6. ตองทําความสะอาดทุกขั้นตอน โดยเฉพาะสวนหัวใตดิน ขอควรระวังในการใชสมุนไพร 1. ใชสมุนไพรใหถูกตน ทั้งนี้เพราะชื่อพืชที่มีชื่อพอง และชื่อซํ้ากัน มากมาย โดยเฉพาะชื่อที่เรียกกันในแตละทองถิ่นอาจแตกตางกันออกไป ทําให เกิดการสับสนไดงาย ดังนั้น จึงตองระมัดระวังในการใชสมุนไพรผิดตน เพราะ นอกจากจะไมไดผลแลวอาจจะมีอันตรายอีกดวย 2. ใชสมุนไพรใหถูกสวน สวนตางๆ ของพืช เชน ราก ตน ใบ ดอก ผล ใหฤทธิ์ที่แตกตางกัน แมแตผลออน และผลแกของพืชชนิดเดียวกันอาจ มีฤทธิ์ที่แตกตางกันได เชน กลวยดิบใชเปนยาแกทองเสีย กลวยสุกมีฤทธิ์เปนยา ระบายออนๆ เปนตน
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ28 3. ใชสมุนไพรใหถูกขนาด การใชสมุนไพรควรใชใหถูกตองตามที่บงไว ถาใชมากหรือนอยเกินไปอาจไมใหผลในการรักษา และยังอาจทําใหเกิดพิษได เชน พืชที่มีคาดิแอคกลัยโคไซด ถาใชปริมาณนอยจะมีฤทธิ์บํารุงหัวใจ ถาใช มากจะทําใหเกิดอันตรายได เปนตน 4. ใชสมุนไพรใหถูกวิธี การใชสมุนไพรแตละชนิดรักษาโรคนั้นมีวิธีใช แตกตางกันออกไป เชน พืชบางชนิดตองใชใบสดจึงจะใหผลในการรักษา พืชบาง ชนิดตองนํามาปงไฟกอน การใชที่ผิดวิธีทําใหไดผลในการรักษาไมเต็มที่และอาจ ทําใหเกิดผลขางเคียงอีกดวย 5. ใชสมุนไพรใหถูกกับโรค คนไขทองผูกตองใชสมุนไพรที่มีฤทธิ์ระบาย ถาใชสมุนไพรที่มีฝาดสมานจะทําใหทองผูกมากยิ่งขึ้น 6. ไมควรใชยาเขมขนเกินไป ยาตมควรตมใหเหลือปริมาณนํ้าเทาที่ ระบุไวตามหลักการแพทยแผนโบราณ ถาเคี่ยวยาจนเหลือนอยเกินไปทําใหได ยาที่มีความเขมขนมาก อาจมีอันตรายได 7. ไมควรใชยาสมุนไพรนานเกินความจําเปน หากใชไประยะหนึ่งแลว อาการไมดีขึ้นควรไปปรึกษาแพทย อาจเปนไดวาใชยาไมถูกกับโรค 8. ควรระมัดระวังในเรื่องความสะอาด สมุนไพรที่ซื้อมาจากราน ขายยา ถามีราขึ้นหรือมีแมลง ไมควรใชเพราะอาจทําใหเกิดโรคแทรกซอนได 9. ควรสังเกตอาการเมื่อเริ่มใชวามีอาการผิดปกติหรือไม การใช สมุนไพรนั้นมีทั้งคุณและโทษ บางคนใชแลวอาจเกิดอาการแพได อาการแพที่อาจ พบได เชน มีผื่นขึ้นตามตัวคลายลมพิษ เบื่ออาหาร คลื่นไส อาเจียน หูอื้อ ตามัว มีอาการชาที่ลิ้น และผิวหนัง ใจสั่น หัวใจเตนเร็ว รูสึกวูบวาบคลายหัวใจจะหยุด เตน ถามีอาการเหลานี้ ควรหยุดใชและถาแพมากควรรีบไปพบแพทย
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 29
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ30 บทที่ 3 การสรรสรางเอกลักษณสปาไทย ประเทศไทยไดรับการยกยองจากชาวโลกในเรื่องศิลปะประเพณีที่งดงาม สถาปตยกรรมที่อลังการรวมถึงเครื่องใชตางๆ ที่ถูกผลิตดวยความละเอียด ประณีต ที่สําคัญชาวไทยมีความออนชอยออนหวาน และตอนรับชาวตางชาติได อยางนาประทับใจ จากขอไดเปรียบดังกลาว สามารถจําแนกเอกลักษณไทยออกไดเปน 2 หลักใหญคือ 1. เอกลักษณไทยที่ปรากฏขึ้นอยางมีหลักฐาน (Evident Identity) เชน สถาปตยกรรมตางๆ 2. เอกลักษณไทยที่อยูในคนไทย (Habit Identity) เชน ความออนนอม การเอาอกเอาใจ ทําใหประเทศไทยไดรับความนิยมจากนักทองเที่ยว ปละกวา 10 ลานคน เดินทางเขามาชมความเปนเอกลักษณไทยที่ ยิ่งใหญ การผสมผสานกันระหวางเอกลักษณไทยทั้งสองประการ ไดสรางความ เปนเอกลักษณเฉพาะตัวที่ไมสามารถหาเอกลักษณใดๆ มาเปรียบเทียบได และ ไดกลายมาเปนจุดแข็งในดานอุตสาหกรรมบริการที่ไมมีที่ใดจะสามารถลอกเลียน แบบได ธุรกิจสปา เปนธุรกิจที่ผสมผสานระหวางภูมิปญญาตะวันออกและ ภูมิปญญาตะวันตก นับเปนธุรกิจที่มีการเจริญเติบโตขึ้นอยางสูง และจากการ ที่ธุรกิจมีการเติบโตเร็วกวาความสามารถในการควบคุมของหนวยงานที่รับผิด ชอบ ทําใหในปจจุบันรูปแบบของสปามีความหลากหลายอยางมาก จนเปนรูป แบบที่อาจกลาวไดวาไรทิศทางตางคนตางทํา และกอใหเกิดความสับสนวาสปา ไทยที่ถูกตองควรเปนอยางไร
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 31 เพื่อใหประเทศไทย ซึ่งมีความโดดเดนเรื่องเอกลักษณ สามารถมีสปา ที่แสดงความโดดเดนในความเปนไทยไดอยางภาคภูมิ หนวยงานและองคกรที่ เกี่ยวของจึงไดรวมกันกําหนดกรอบ และแนวคิดอยางกวางๆ ของเอกลักษณสปา ไทย เพื่อเปนแนวทางสําหรับผูประกอบธุรกิจสปาในการนําไปประยุกตใช รวมถึง สอดคลองกับทิศทางของธุรกิจสปาที่เนนภูมิปญญาตะวันออกมากขึ้น หลักการกําหนดกรอบเอกลักษณสปาไทย อาศัยการสัมผัสทั้งหาที่ลูกคาทุกคน เมื่อเดินเขาไปในสปาแลวจะสามารถ สัมผัสไดเปนปจจัยตั้ง และพิจารณาถึงรายละเอียดของรูปแบบสินคาและบริการ ที่จะสามารถสรางเอกลักษณสปาไทยได โดยการพิจารณาจะเนนถึงการสื่อความ เปนไทย ไดแก 1. รูป รวมความหมายถึงทุกสิ่งทุกอยางที่สามารถมองเห็นไดดวยตา สามารถขยายความออกไดเปนขอ ๆ ดังนี้ 1.1 รูปแบบอาคาร สิ่งที่สามารถมองเห็นไดชัดเจนจากภายนอกคือ รูป แบบอาคาร ซึ่งเปนสิ่งที่อาจสรางการรับรูถึงรูปแบบการใหบริการได โดยมาก สปาทางภาคเหนือจะมีความชัดเจนในดานรูปแบบและรูปทรงของสถาปตยกรรม เชน สามารถนําบานไมสักมาเปนสปาและสื่อถึงความเปนไทยไดอยางชัดเจน สวนทางภาคใตนั้นอาจไมมีรูปทรงที่เปนเอกลักษณไทยชัดเจน ทั้งนี้เพราะไดรับ อิทธิพลจากวัฒนธรรมมลายูมามากจนมีผูกลาววาสิ่งกอสรางทางใตคลายคลึงกับ สิ่งกอสรางจากอินโดนีเซีย 1.2 การตกแตงสวน การสรางเอกลักษณไทยที่โดดเดนมากอยางหนึ่ง คือ การตกแตงสวนโดยใชไมโบราณของไทย เชน โมกซอน แกว จําป จําปา มาปลูกในสวน และสามารถหารูปปนที่สอดคลองกับความเชื่อแบบไทยมาประดับ จะสามารถสะทอนความเปนไทยไดเปนอยางดี 1.3 การตกแตงภายใน เปนสวนที่สําคัญมากสําหรับการดํารงอยูของ ธุรกิจ เนื่องจากลูกคาจะใชเวลาอยูในสปาประมาณ 1- 3 ชั่วโมง ดังนั้นการ
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ32 ออกแบบภายในจึงมีความสําคัญมาก และการตกแตงภายในยังเปนสวนสําคัญ มากในการสะทอนเอกลักษณไทย หรือสะทอนแนวความคิดของผูดําเนินการ ธุรกิจสปานั้น สิ่งที่เปนไทยๆ จะสามารถเริ่มไดตั้งแตพื้น ซึ่งพื้นที่สะทอนความ เปนไทย ไดแก พื้นไม หรือ พื้นกระเบื้องดินเผา สวนพื้นกระเบื้องแกรนิตนั้น อาจดูตะวันตกมากเกินไป รวมถึงงานเฟอรนิเจอรที่เนนไปที่ไมมากกวาเหล็กหรือ อลูมิเนียม การตกแตงผนังซึ่งสามารถทําไดโดยการนําเครื่องตกแตงแบบไทยๆ หรือ ผาไหมใสกรอบ แมกระทั่งเครื่องจักสานที่สามารถนํามาประดับมุมหองได สิ่งที่สามารถบอกเอกลักษณในแตละทองถิ่นไดเปนอยางดีคือ ผา ลวดลายการ ทอผาจะไมเหมือนกันในแตละทองถิ่นนั้น 1.4 เครื่องแบบพนักงาน ซึ่งจะตองเนนเอกลักษณไทยโดยการนําลวดลาย แบบไทยๆ มาผสมผสานกับผาไทย อยางไรก็ตามเครื่องแบบพนักงานจําเปนตอง รัดกุม และไมหวือหวาจนเกินไป โดยรักษาความสวยงาม และความคลองตัว ของพนักงานในการทํางาน 2. รส หมายถึง รสชาด และประโยชนของอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อสุขภาพแบบไทยๆ ที่จัดไวบริการสําหรับลูกคาที่เขามาใชบริการในสปา สวนประกอบตาง ๆ ของพืชผัก ผลไม ธัญพืช จะถูกนํามาปรุงสดหรือแปรรูปให เหมาะสมตามฤดูกาล และความนิยมของการบริโภค ปราศจากสารพิษและ สารปรุงแตง มีกลิ่นและรสตามธรรมชาติ อีกทั้งยังถูกนํามาประยุกตใหเหมาะ สมกับสภาวะสุขภาพของแตละบุคคล มุงประโยชนเพื่อบํารุงสุขภาพและความ งดงามเปลงปลั่งของผิวพรรณ 3. กลิ่น หมายถึง การใชศาสตรและศิลปะแหงคันธบําบัด (Aroma- therapy) ซึ่งเปนกระบวนการและวิธีการในการสงเสริมสุขภาพ และบําบัดรักษา รางกาย จิตใจ อารมณของมนุษยดวยกลิ่นหอมและนํ้ามันระเหยที่สกัดไดจาก สวนตางๆ ของพืชสมุนไพรไทย เชน ดอก ใบ ราก ผล เปลือกไม ยางไม และ กลิ่นหอมที่ไดจากสัตว
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 33 4. เสียง ดนตรีไทยมีความไพเราะครบถวนของอรรถรส ทั้ง เครื่อง สาย ดีด สี ตีเปา ดนตรีไทยที่ใชบรรเลงในสปาไทย ควรเปนดนตรีของแตละ ทองถิ่น เพื่อเสริมสรางบรรยากาศใหสอดคลองกลมกลืน รูสึกผอนคลายกับ ทวงทํานอง โดยในแตละทองถิ่นมีความเปนเอกลักษณเฉพาะที่แตกตางใน 4 ภาค ดังนี้ 4.1 ภาคเหนือ เปนดนตรีที่ประกอบดวยเครื่องสาย เชน สะลอ ซอ ซึง หรือ พิณเปยะ เปนตน ที่บงถึงความเปนเอกลักษณของชาวลานนา ซึ่งเปน ทํานองที่ใหอรรถรส ไพเราะและโนมนาวความรูสึกในบทและทํานอง สามารถ นําชีวิตและจิตใจไปสูสุนทรียภาพ เพราะทวงทํานอง อารมณเพลงที่สอดคลอง ตอเนื่องกันอยางสมบูรณ 4.2 ภาคอีสาน ประกอบดวยเครื่องเปา เครื่องสาย เครื่องตี เชน แคน โปงลาง พิณ เปนตน ความพื้นบานแบบงายๆ ที่ผสมผสานกัน ทําใหเกิด ทวงทํานองที่มีความไพเราะตามแบบฉบับของวัฒนธรรมและทองถิ่น 4.3 ภาคกลาง การนําเอาเครื่องดนตรีหลายอยางๆ มาบรรเลงรวมกัน เปนวง เชน ขิม ระนาด ซออู ซอดวง ฆองวง เปนตน ทําใหเกิดทวงทํานอง ที่นาฟงยิ่งนัก 4.4 ภาคใต เสียงเครื่องดนตรีพื้นบานที่มีความไพเราะบงถึงความเปน เอกลักษณของวัฒนธรรมและทองถิ่น เชน ซอ กลอง เปนตน 5. สัมผัส หมายถึง สัมผัสจากมือในการใหบริการนวด การทําทรีทเมนต ตางๆ โดยถายทอดความออนโยนแบบไทยๆ ผานการใชลีลาและทาทางตามศาสตร ศิลปะ และมารยาทแหงการนวด ผลที่ไดตอสุขภาพอันเกิดจากการนวดและการทํา ทรีทเมนต คือความผอนคลาย เลือดลมเดินสะดวก สงเสริมสุขภาพและความงาม
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ34
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 35 บทที่ 4 การนวดเพื่อสุขภาพ การนวดเปนสิ่งแรกที่มนุษยเรารูจักนํามาใชในการบําบัดรักษาอาการ ปวด ตอมาภายหลังพบวาการนวดยังมีประโยชนในการรักษาโรคอื่นบางโรคได เปนการรักษารวมตลอดจนการนวดเพื่อสงเสริมสุขภาพ Hippocrates ผูเปน บิดาแหงการแพทยแผนใหมยังเห็นความสําคัญและกลาวไววาแพทยทุกคนควรมี ความรูเรื่องการนวด การแพทยที่ผานมาเรายึดถือตะวันตกเปนแมแบบ ปจจุบัน กระแสนิยมไทยกําลังไดรับการสงเสริมการนวดแผนไทยหรือนวดไทยแผนโบราณ จึงไดรับการฟนฟูจนกลับมาเปนที่นิยมของทั้งชาวไทยและตางชาติ และยังเปนที่ นิยมอยางมากในสปา ซึ่งสปาที่มีชื่อเสียงมักจะตองมีบริการนวดอยูดวยอยางใด อยางหนึ่ง และหนึ่งในนั้นคือการนวดแผนไทย การนวดคืออะไร Graham ค.ศ. 1884 ไดใหคําจํากัดความของการนวด (massage) วา หมายถึง กระบวนตางๆ ที่กระทําโดยมือ เชน friction, kneading, rolling, and precussion บนเนื้อเยื่อดานนอกของรางกายดวยวิธีการตางๆ กันเพื่อวัตถุประสงค ในการรักษา ประคับประคอง หรือสุขอนามัย การนวดอาจมีความหมายวา “การใชมืออยางมีสติและสัมปชัญญะ เพื่อ กระทําบนรางกายโดยมีวัตถุประสงคในการบําบัด”
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ36 ประวัติการนวด ประวัติศาสตรการนวดนั้นมีมายาวนานหลักฐานที่เกาแกที่สุดเกี่ยวกับ การนวดพบในทวีปเอเชียนี่เองคือที่ประเทศจีนเมื่อประมาณ 4,500 ปมาแลว ตอมาญี่ปุนไดนําแบบอยางวิธีการนวดมาจากจีนเมื่อประมาณ 600 ปกอนคริสต- ศักราช การแพทยระบบอายุรเวทของอินเดียยอนหลังไปอยางนอย 500 ปกอน คริสตศักราชก็กลาวถึงการดูแลสุขภาพดวยการนวดไวเชนเดียวกัน ในกรีซโบราณ Hippocretes (450 – 377 ปกอนคริสตศักราช) และ Aristotle (384-322 ปกอนคริสตศักราช) ก็กลาวถึงการนวดในขอเขียนของทาน วามีหลายขอบงชี้ ในยุคนั้นมีสถานที่นิยมใชออกกําลังกาย นวด และอาบนํ้าอยู รวมกันดวย ตอมาในอาณาจักรโรมัน (27 ปกอนคริสตศักราช – ค.ศ. 476) ก็ ยังคงมีสถานที่เชนนั้นอยู ซึ่งก็เปนคําที่ใชมาจนปจจุบันนี้คือ ยิมเนเซียมนั้นเอง ขอเขียนเกี่ยวกับกรีกและโรมัน ซึ่งรวมถึงการนวดดวย ไดถูกกลาวถึงอีก ครั้งในยุโรปในชวงทศวรรษที่ 14 – 17 และตอมาไดรับความสนใจในแงของการ รักษาในประเทศตางๆ ไดแก ฝรั่งเศส อังกฤษ เยอรมัน และสวีเดน จึงทําให คําตาง ๆ เกี่ยวกับการนวดพื้นฐานเปนภาษาฝรั่งเศส เชน effurage, petrissage เปนตน การนวดไดรับความนิยมอยางมากในสวีเดนจนกระทั่งมีโรงเรียนที่เปด สอนการนวดเพื่อการบําบัดคือ The Royal Institute of Gymnastics ในกรุง สตอกโฮมในป 1813 และทําใหการนวดแบบ Swedish แพรหลายไปทั้งยุโรป และอเมริกาตราบจนทุกวันนี้ สําหรับการนวดแผนไทย นับเปนภูมิปญญาของชาวไทยที่สืบทอดกันมา ชานาน เชื่อวาเริ่มตนจากความสัมพันธสายใยภายในครอบครัวที่ชวยเหลือกันเพื่อ บรรเทาอาการปวดเมื่อย ฟกชํ้า ดวยการสัมผัสจับตองหรือกดจุดบริเวณที่มีอาการ เชน สามีภรรยานวดใหกัน ลูกนวดใหบิดามารดา หลานนวดใหปูยาตายาย จน เกิดความชํานาญและชวยเหลือเพื่อนบานตอไป ในที่สุดก็เกิดเปนอาชีพหมอนวดขึ้น
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 37 หลักฐานทางประวัติศาสตรของไทยที่พบเกาแกที่สุด คือศิลาจารึก สมัยสุโขทัยชวงที่พอขุนรามคําแหงมหาราชครองราชย โดยขุดพบที่ปามะมวง ตอมาในสมัยกรุงศรีอยุธยา รัชสมัยสมเด็จพระนารายณมหาราชการแพทย แผนไทยเจริญรุงเรืองมากโดยเฉพาะอยางยิ่งการนวดแผนไทย มีการแบงกรม หมอนวดเปนฝายซาย-ขวา โดยปรากฏในทําเนียบศักดินาขาราชการฝายทหาร และพลเรือนที่ตราขึ้นในป พ.ศ. 1998 และจากจดหมายเหตุของราชทูต ลา ลู แบร ประเทศฝรั่งเศส ครั้นมาถึงสมัยรัตนโกสินทร พระบาทสมเด็จพระพุทธ- ยอดฟาจุฬาโลกมหาราช ทรงโปรดใหปนรูปฤๅษีดัดตนจนครบ 80 ทา และจารึก วิชาการนวดไทยลงบนแผนหินออน 60 ภาพ ประดับบนผนังศาลารายและบน เสาภายในวัดโพธิ์ กรมหมอนวดยังคงหลักฐานพบไดจนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จ พระจอมเกลาเจาอยูหัว ทรงโปรดใหหมอยาและหมอนวดถวายการรักษา และมี หมอนวดถวายงานทุกครั้งที่เสด็จประพาส บทบาทของหมอนวดไดหมดจากราช สํานักในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหัว เมื่อการแพทยแผน ตะวันตกเขามาในสังคมไทย แตหมอนวดชาวบานก็ยังคงมีอยูตราบถึงปจจุบัน วิธีการนวดพื้นฐาน การจําแนกวิธีพื้นฐานของการนวดที่นิยมที่สุด คือใชระบบ Swedish โดยแบงเปน 4 วิธี ไดแก 1. Effleurage or stroking massage คือ การใชมือไลบนผิวหนังอาจลงนํ้าหนักเบาหรือแรงก็ได ซึ่งจะใหผล แตกตางกัน การลงนํ้าหนักแรงตอเนื่องเปนแนวยาวจะไดผลทางกลศาสตรระดับ ลึก โดยออกแรงไลจากสวนปลายเขาหาสวนกลางของแขน ขา หลัง และคอ แต จากสวนกลางออกไปสวนปลายมักใชแรงเบาๆ หรือไมลงนํ้าหนักเลย วิธีการนี้จะ ชวยเพิ่มการไหลเวียนกลับของหลอดเลือดดํา หรือทางเดินนํ้าเหลือง มักใชใน กรณี การฟกชํ้าของขอตอ และกลามเนื้อ การบวมจากปญหาการไหลเวียนเลือด
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ38 หลังผาตัด โรคระบบหลอดเลือดสวนปลาย หรือ reflex sympathetic dysthrophy ถาลงนํ้าหนักเบาในทิศทางใดๆ ซึ่งกระทําไดทั่วทั้งรางกายจะเปนการ กระตุน reflex และเกิดผลทางดานจิตใจทําใหรูสึกผอนคลาย โดยถาใชจังหวะ เร็วจะเปนการกระตุน จังหวะชาจะเปนการผอนคลาย 2. Petrissage or compression massage คือการบีบเนื้อเยื่อออนบนรางกายโดยอาศัยแรงบีบระหวาง 2 นิ้ว หรือมือ เดียวกดลงบนสวนตางๆ มีประโยชนในการชวยเคลื่อนยายของเหลว และเนื้อเยื่อ ที่ยึดแนน หรือสลายพังผืดของเนื้อเยื่อและกลามเนื้อโดยมีรูปแบบตางๆ กัน ไดแก • Kneading คือ การใชฝามือ หรือสวนของมือกดและคลึงเปนวงกลม • Picking คือ การกดบีบ แลวจึงจับเนื้อเยื่อดึงขึ้นแลวปลอยทําใหม ในตําแหนงถัดไป • Wringing คือ picking up แลวจับเนื้อเยื่อขยับไปมากอนจึงปลอย ซึ่งทําใหเกิดแรงเสียดทานหรือแรงตึงอยูภายในเนื้อเยื่อนั้น • Rolling คือ การหยิบผิวหนัง หรือรวมถึงกลามเนื้อดวย ใหอยู ระหวาง 4 นิ้วมือกับนิ้วโปงและไลมวนสวนเนื้อเยื่อที่หยิบที่ขึ้นมา นั้นกอนจะปลอย • Shaking คือ การหยิบเนื้อเยื่อขึ้นมาแบบ rolling แตใชวิธีการ สั่นอยางแรงไปมาแทน 3. Friction massage คือ การสงแรงเคลื่อนไหวแบบวงกลม หรือแนวขวางผานทางปลาย นิ้ว ซึ่งมักใชนิ้วโปง หรือสันมือลงบนเนื้อเยื่อ ซึ่งทําใหมีพื้นที่ผิวเพียงเล็กนอย ที่รับแรงนั้นแตละครั้ง ทําใหแรงสามารถทะลุจากผิวตื้นไปสูระดับลึกไดดี เชน กลามเนื้อ เอ็น หรือพังผืดตางๆ การออกแรงใหถึงระดับลึกอาจรูสึกทําใหไม สบายและทําใหชํ้าไดบาง แตไดผลดีในการรักษาเอ็นอักเสบ พังผืดอักเสบ และ trigger point ของกลามเนื้อ
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 39 4. Tapotement or perdussion massage คือ การใชมือตบ หรือลงแรงบนเนื้อเยื่อเปนจังหวะ โดยมีรูปแบบตางๆ กัน ไดแก • Clapping or cupping คือ การทํามือเปนอุงแลวตีลงบนรางกาย อาจมีผาขนหนูหนุนไวกอนตีก็ได ยิ่งทํามือเปนอุงมากแรงสั่นสะเทือน จะลงระดับลึกวาทํามือแบบแบนๆ ซึ่งแรงจะกระตุนอยูเพียงบริเวณผิว • Hacking คือ การใชสันมือดานสันนิ้วกอยสับลงบนรางกายมักใช จังหวะความถี่ในชวง 2-6 Hz ซึ่งชวยกระตุนในระดับตื้น • Vibrations คือ การใชฝามือวางบนรางกายแลวออกแรงสั่นใน ทิศทางขึ้นลงดวยความเร็ว • Beating and pounding คือ กํามือหลวมๆ แลวทุบบนรางกาย โดย beating จะหันฝามือลง ในขณะที่ pounding ใชสันมือดาน นิ้วกอยทุบ • Tapping คือ การใชปลายนิ้วทั้ง 4 เคาะ มักกระทําบนใบหนา ซึ่งเปนบริเวณที่บอบบาง ซึ่งเกิดผลทางดานจิตใจมากกวาผลทาง กายภาพ
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ40 ประเภทของการนวดในสปา การใหบริการนวดมีมากมายหลายประเภท ซึ่งในที่นี้ ขอจัดประเภทของ การนวด เพื่อใหเปนไปตามมาตรฐานฝมือแรงงานแหงชาติ สาขาสงเสริมสุขภาพ แบบองครวม(สปา) ไว 3 ประเภทคือ 1. การนวดประเภทไทยสัปปายะ 2. การนวดประเภทสปาตะวันตก 3. การนวดประเภทไทยสปา 1. การนวดประเภทไทยสัปปายะ การนวดประเภทไทยสัปปายะเปนเอกลักษณและเปนจุดขายใหตางชาติ ตองมาใชบริการจากเรา ชวยนํารายไดเขาประเทศ ดังนั้นจําเปนที่จะตองรูและ เขาใจ จนสามารถอธิบายได ถึงความแตกตาง และประโยชนของการนวดแบบ ไทยซึ่งโดยสวนใหญแลวจะแบงได 2 แบบ ไดแก 1.) การนวดแบบเชลยศักดิ์ มีจุดกําเนิดมาจากการนวดเพื่อชวยเหลือกันเองในครอบครัวของชาว บานทั่วไป ดังนั้นหมอนวดจึงใชอวัยวะอื่นในการนวดนอกจากมือ ไดแก ศอก ทอนแขน สนเทา เปนตน สวนทาทางการนวดก็มีไดหลากหลายไมเพียงแต บีบหรือกด (compression or friction massage) จุดที่ปวดเมื่อยอยางเดียว ยังมีการยืดกลามเนื้อ (stretching) โดยเฉพาะทายืดกลามเนื้อบา (upper tra- pezius) ที่ผูมารับบริการมีอาการปวดอยูบอยมาก การดัดกระดูกสันหลัง (Spinal manipulation) โดยเฉพาะตําแหนงของกระดูกสันหลังระดับเอว (lumbar vertebrae) ซึ่งมีอยูหลายจังหวะทั้งทานอนหงาย นอนตะแคง และนั่ง และ ดัดกระดูกสันหลังระดับอก (thoracic vertebrae) ในทานั่งและหมอนวดใชเขา ตัวเองยันกลางหลังบริเวณสะบัก ซึ่งถาผูมารับบริการไมมีปญหากระดูกสันหลัง ที่อาจเกิดอันตราย และหมอนวดมีความชํานาญเพียงพอ หลังการนวดแลว ผูมารับบริการจะรูสึกสบายขึ้นทันที แตผูมารับบริการนวดที่มีประวัติโรคประจํา
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 41 ตัวบางอยางควรไดรับการตรวจรางกายจากแพทยกอนนวดเพื่อปองกันภาวะ แทรกซอนที่อาจเกิดอันตรายได เชน กระดูกสันหลังที่มีปญหาอยูแลวเคลื่อน ไปกดเสนประสาททําใหเกิดอาการชา หรือออนแรงหลังกด เปนตน 2.) การนวดแบบราชสํานัก หรือการนวดอายุรเวท (แพทยแผนไทย ประยุกต) เปนการนวดที่ใชในราชวัง ดังนั้นทาตางๆ จึงตองสุภาพ และมักนวด โดยใชนิ้วมือกดลงบนรางกาย (friction massage) เทานั้น เพื่อควบคุมนํ้าหนัก ไมใหมากเกินไป และไมใหเปนที่ลวงเกินตอพระมหากษัตริยและพระราชวงศ โดยมีขอปฏิบัติในการนวดที่คอนขางเครงครัด เชน หมอนวดตองเดินเขาเขาหา ผูรับบริการ เมื่อเขาใกลไมนอยกวา 4 ศอกจนหางจากผูรับบริการ 1 ศอกจึงนั่ง พับเพียบ มีระยะของการนวดที่ไมประชิดตัวมากนัก หนามองตรงไมกมหายใจ รดผูรับบริการ แตไมเงยหนามากจนเปนการไมเคารพ ปจจุบันการนวดแผนไทยแบบเชลยศักดิ์เปนที่นิยมอยางมาก เนื่องจาก มีการถายทอดอยางตอเนื่องกันตามชุมชน ในขณะที่แบบราชสํานักมักหวงวิชา มีการถายทอดในเฉพาะครอบครัว นอกจากนี้ผูรับบริการจะรูสึกวาการนวด แบบเชลยศักดิ์มีแรงมากระทําบนรางกายไดมากกวา และมีลีลาทาทางมากกวา การนวดแบบราชสํานัก อยางไรก็ตามเอกลักษณของการนวดไทยทั้ง 2 แบบ ก็ยังคงความเปนไทย กลาวคือ ความสุภาพออนโยน กอนนวดและหลังนวด หมอนวดจะตองยกมือพนมเพื่อไหวครู และเพื่อขออภัยหากทานวดบางทาไม เหมาะสม ผูรับบริการสวมเสื้อผาสบาย ไมมีการใหถอดเสื้อผา และมารยาท ของหมอนวดขณะที่ทําการนวดก็ตองนวดดวยความสํารวม
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ42 สรุปขอแตกตางระหวางการนวดทั้ง 2 แบบของไทย 1. กิริยามารยาท 2. การเริ่มนวด 3. อวัยวะที่ใชนวด 4. ทาทางของแขน 5. การลงนํ้าหนัก 6. ทาของผูรับบริการ 7. การดัด 8. ความรูทางกายวิภาค - เรียบรอยมาก เดิน เขาเขาหาผูรับบริการ ไมหายใจรดผูรับบริการ หรือเงยหนามากเปนที่ ไมเคารพ - มักเริ่มนวดตั้งแตหลัง เทาขึ้นไป - เฉพาะมือ นิ้วหัวแมมือ และปลายนิ้วอื่นๆ - ตองเหยียดตรงเสมอ - ใชการกดเทานั้น - มีทานั่ง นอนหงายและ นอนตะแคงเทานั้น ไมมี ทานอนควํ่าเลย - ไมใช - มีความรูอยางดีพอ สมควร - เปนกันเองกับผูรับ บริการมากกวาบางคราว จึงอาจดูไมสํารวมมากนัก - เริ่มนวดที่ฝาเทา - ใชไดทั้งมือ ศอก ทอนแขน เขา เทา สนเทา - ตรงหรืองอศอกก็ได - มีทั้งกดและนวดคลึง - ตามแบบราชสํานัก แต มีทานอนควํ่าดวย - มีการดัด ดึงขอตอ หลังดวย - อาจไมมีความรูดีพอ (แตปจจุบันหลักสูตรที่ สอนตามสถาบันตางได สอดแทรกเพิ่มเติม) ขอแตกตาง ราชสํานัก เชลยศักดิ์
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 43 2. การนวดประเภทสปาตะวันตก 1. นวดสวีดิช (Swedish massage) เปนการนวดเพื่อสงเสริมสุขภาพที่นิยมกันมากในสปาตั้งแตยุคกลาง ศตวรรษที่ 20 เปนตนมา วิธีการนวดใชเทคนิค long stroking, kneading, และ friction ลงนํ้าหนักไมมากมีแรงกระทําเพียงผิวสวนบนของรางกาย เนื่องจาก จะเกิดแรงเสียดทานระหวางผิวกับมือผูนวด ดังนั้นจึงตองใชนํ้ามัน (หรือแปง แตไมนิยม) ชวยในการนวดดวย บางแหงจึงเรียกวานวดนํ้ามัน นอกจากนั้น ยังมีการจับขอตอผูรับบริการเคลื่อนไหวไปมาดวย 2. นวดอโรมา (Aromatic massage) คลายกับการนวดสวีดิช แตในการเลือกใชนํ้ามันจะเปนนํ้ามันหอมระเหย ที่สกัดจากสวนตางๆ ของพืช เชน ดอก ผล ใบ ตน หรือสมุนไพรตางๆ ซึ่งมีรายละเอียดปลีกยอยตามศาสตรของคันธบําบัด(aroma therapy) โดยเชื่อ วาการใชนํ้ามันหอมระเหยที่สกัดจากธรรมชาติจะมีผลตอรางกาย ไดแก ทําให ผอนคลาย กระตุนความรูสึก ชวยใหเกิดความสมดุล ชวยลดอาการปวดเมื่อย เปนตน 3. นวดเซลลูไลท (Cellulite massage) วิธีการนวดเซลลูไลนตองอาศัยความชํานาญวิธีการเฉพาะ เพื่อชวยให เกิดการไหลเวียนของนํ้าเหลืองและเลือดดีขึ้นและชวยใหเนื้อเยื่อเกี่ยวพันของกระ เปาะเซลลูไลนออนตัวลงจึงมักใชวิธี petrissage or compression massage เปนหลัก เสริมสราง deep stroking และ percussion massage โดยทาทาง และลีลาปลีกยอยอาจแตกตางกันในแตละสถานที่ มักตองทําติดตอกันหลาย ครั้ง ผูมารับบริการควรจะมารับการนวดเซลลูไลทสัปดาหละ 2-3 ครั้ง นาน ครั้งละ 20-30 นาที ประมาณ 6-10 ครั้ง และตองมีคําแนะนําใหไปปฏิบัติ ตัวที่บานดวย ไดแก ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ถูกตอง งดอาหารขยะ ชา กาแฟ งดการดื่มแอลกอฮอล งดสูบบุหรี่ ออกกําลังกายเปน ประจํา
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ44 การนวดแบบ pettrissage และการนวดอีกหลายวิธีพบวามีผลทาง กลศาสตรชวยสลาย fat globules และสงเสริมใหมีการซึมผานเขาไปยังระบบ นํ้าเหลือง และที่สําคัญกวานั้นคือเกิดผลกระตุนทางจิตใจและเปนการใหกําลัง ใจกับผูมารับบริการเปนอยางดียิ่งซึ่งสวนใหญมักไมไดนึกถึงขอนี้กัน เนื่องจาก การลดความอวนโดยหลักการแลวความสําเร็จไมไดอยูที่วิธีการ แตอยูที่กําลัง ใจและความมุงมั่นอยางแรงกลาของผูมารับบริการเปนสําคัญ ในบางแหงยังใช เครื่องมือตาง ๆ ชวยนวดเซลลูไลทอีกดวย เชน Endermologie, ultrasound เปนตน 3. การนวดประเภทไทยสปา คือ การนําวิธีการนวดทั้ง 2 ประเภทแรกมารวมกัน และเพิ่มการนวด อื่นๆ ที่ไมใชทั้งของไทย และของตะวันตกเขาไป จึงขอกลาวเฉพาะที่เพิ่มเติม เทานั้น ไดแก 1. นวดชิอัตสึ (Shiatsu) มาจากคําวา shi แปลวานิ้ว และ atsu แปลวาแรงกด เปนการนวด แบบญี่ปุนเริ่มมีมาตั้งแต 200 ปกอนคริสตศักราช ซึ่งมีรากฐานมาจากทฤษฎีเสน ลมปราณการแพทยแผนจีนผสมผสานกับศาสตรทางตะวันตก เชื่อวาการกดบน จุดฝงเข็มจะชวยใหเกิดความสมดุลของการไหลเวียนของลมปราณ โดยมีทั้งหมด 12 เสนลมปราณหลัก และมีพลังงานที่เรียกวา ชี่ ไหลเวียนอยู และแบงการ เกิดลักษณะปฏิกิริยาตางๆ เปนหยิน กับหยาง กลาวคือ หยิน เกี่ยวของ กับการอยูนิ่ง ผอนคลาย ความเย็น สวนหยางเกี่ยวของกับการเคลื่อนไหว การกระตุน ความรอน ซึ่งทั้งหมดตองสมดุลกัน ถาไมสมดุลก็จะเกิดความเจ็บ ปวย การกดลงบนจุดฝงเข็มจะชวยปรับสมดุลดังกลาวได โดยจุดใกลกับอาการ จะกดนาน 1 นาที และจุดไกลจากอาการบนเสนลมปราณเดียวกันจะกดนาน 3 นาที การนวดนี้ยังสามารถชวยประสานรางกาย จิตใจ และสุขภาวะทาง ปญญาใหทํางานรวมกันไดเปนอยางดี ทําใหเกิดการผอนคลายระดับลึก และ รูสึกมีชีวิตชีวาหลังนวดเสร็จ
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 45 2. นวดทุยนา (Tui-na) เปนการนวดแผนโบราณของจีนโดยใชมือกลิ้ง และผลักบนรางกาย โดยบําบัดทั้งเสนลมปราณและกลามเนื้อขอตอ อาจมีบางเทคนิคที่คลายการ นวดพื้นฐานของตะวันตก บางเทคนิคใชวิธีงอนิ้วและใชขอนิ้ว(มะเหงก) กลิ้ง ลงบนรางกาย ซึ่งเปนลักษณะเฉพาะของทุยนาที่ไมเหมือนใคร 3. นวดจุดสะทอนที่ฝาเทา (Reflexology) อาจเรียกนวดฝาเทา หรือนวดเทา แลวแตนิยม ตนกําเนิดของการ นวดประเภทนี้ยังมีหลายที่มา บางตําราก็วามาจากจีน บางตําราก็วามาจาก ตะวันตก โดย William Fitzgerald ในป 1913 พบวามีจุดกดเจ็บบนมือ และเทา สะทอนถึงอาการเจ็บปวยบนสวนอื่นของรางกาย การนวดบนจุดเหลา นี้สามารถทําใหอาการดีขึ้นได ซึ่งไดพัฒนาโซนตามแนวยาวของลําตัว 10 โซน ไลจากศรีษะถึงปลายนิ้วเทา โดยอางวามีปลายประสาทถึง 72,000 เสน มา สิ้นสุดที่เทา ตอมาไดมีการเผยแพรไปทั่วอเมริกา ประโยชนของการนวด 1. การนวดเพื่อสุขภาพหรือการนวดเพื่อผอนคลาย ผูที่มารับ บริการนวดนั้น สวนหนึ่งเปนคนปกติที่ไมมีโรคใดๆ ชัดเจน เพียง แตมีอาการเมื่อยลาเปนธรรมดาเนื่องจากเดินทางไกล ทํางานหนัก หรืออยูในอิริยาบถใดอิริยาบถหนึ่งนานๆ จึงมาขอรับบริการนวด เพื่อผอนคลายเทานั้น หลังจากนวดแลวผูรับบริการจะรูสึกสบาย ผอนคลาย แจมใสและกระฉับกระเฉงขึ้น 2. การนวดเพื่อการรักษาและฟนฟูสมรรถภาพ ผลจากการนวดที่ ใชในการบรรเทาอาการ หรือรักษาโรคไดนั้น เกิดจากปฏิกิริยา ของรางกายที่ตอบสนองตอการนวดดังนี้คือ
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ46 ผลทางกลศาสตร (Mechanical effects) เปนผลที่มีหลักฐานนาเชื่อถือมากที่สุด สามารถเขาใจไดงาย และวัดผล ไดจริง การนวดทําใหมีการเคลื่อนไหวของกลามเนื้อ ชวยยืดเนื้อเยื่อที่ยึดติดกัน อยูใหลดความตึงตัวลง ทําใหคลายจุดปวดเมื่อยไดเปนอยางดี และยังชวยบีบไล หลอดเลือดและทอนํ้าเหลือง ทําใหการไหลเวียนของโลหิตและนํ้าเหลืองดีขึ้น พา เลือดใหมไปไลของเสียออกจากบริเวณที่มีปญหา การกดเบา ๆ บริเวณผิวหนัง จะเพิ่มการไหลเวียนของเลือดเฉพาะที่นั้น แตการนวดลงแรงมากขึ้นจะไปเพิ่ม การไหลของเลือดดําโดยเฉพาะในระดับตื้น และสงผลสืบเนื่องไปเพิ่มการไหล เวียนของเลือดแดงตอไป สวนการไหลของนํ้าเหลืองพบวาการนวดเพิ่มการไหล ของนํ้าเหลืองได 7- 10 เทา การนวดระดับลึกยังสงผลตอพังผืดและเนื้อเยื่อ เกี่ยวพันอีกดวย จึงสามารถแกไขการจํากัดการเคลื่อนไหวของขอ ขอยึดติดที่ ไมรุนแรง และแผลเปนได ผลทางระบบประสาทและรีเฟล็กซ (Neural effect) เปนการกระตุนที่ preceptor เกิดปฏิกิริยาโดยตรงของบริเวณที่ถูกนวด ทําใหกลามเนื้อคลายตัว และยังสงกระแสประสาทไปตามเสนประสาทขนาด ใหญ (beta nerve fiber) ไปยังประสาทไขสันหลังและสมอง ซึ่งสามารถยับยั้ง อาการปวดได ซึ่งความปวดจะสงกระแสประสาทวิ่งไปตามเสนประสาทขนาดเล็ก ผลเชนนี้อธิบายตามทฤษฎีการควบคุมประตูรับความรูสึก (Melzack and Well’s gate control theory) การนวดสามารถเพิ่มความทนทานตออาการปวดไดดีขึ้น ดังนั้นแมวาอาการปวดยังมีระดับคงเดิมก็จะไมปวดเหมือนเดิมแลวเพราะมีความ ทนทานมากขึ้นนั้นเอง นอกจากนี้การนวดอาจกระตุนใหมีการหลั่ง endrophine ชวยใหผูรับบริการรูสึกสบายไดอีกทางหนึ่ง มีรายงานวาการนวดสามารถลด อาการปวดไดดวยการกระตุนใหรางกายหลั่งสารลดปวดชนิดหนึ่งชื่อ enkephalins
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 47 ผลทางจิตใจ (Psychological effects) ความตึงเครียดของจิตใจ และสงผลกลับไปชวยเพิ่มภูมิตานทานโรค ไดอีก ซึ่งเปนผลรวมกันของจิตใจระบบประสาทและภูมิตานทานโรค (psycho neuroimmunilogy) นอกจากนี้การนวดยังชวยใหหลับดีขึ้นอีกดวย คณะอนุกรรมการกําหนดมาตรฐานฝมือแรงงานและกําหนดหลักเกณฑ เกี่ยวกับการทดสอบมาตรฐานฝมือแรงงาน สาขาการแพทยแผนไทย ประเภท นวดไทย ไดกําหนดมาตรฐานฝมือแรงงานแหงชาติสาขาการแพทยแผนไทย ประเภทนวดไทยไว 3 ระดับ ไดแก ระดับ 1 สามารถนวดผอนคลาย และรูขอควรระวังและขอหาม ในการนวด ระดับ 2 สามารถนวดผอนคลาย นวดเทาเพื่อสุขภาพ และ บรรเทาอาการปวดโดยทั่วไปได 10 โรค และรูขอควรระวังและขอหามในการนวด ซึ่งโรคทั่วไป 10 โรคก็คืออาการปวดศีรษะ และปวดระบบกลามเนื้อขอตอกระดูก ตามสวนตาง ๆ ของรางกาย ระดับ 3 สามารถนวดรักษาโรค และสามารถวินิจฉัยโรคตาม ทฤษฎีการแพทยแผนไทย รูขอควรระวังและขอหามในการนวด โดยแบงความ รุนแรงและความสามารถในการรักษาออกเปน 3 กลุมโรค คือ ก. กลุมที่รักษาแลวหายขาด คือ กลุมโรคที่การนวดไทยสามารถรักษา ใหหายขาดไดสวนใหญ ไดแก โรคทางระบบกลามเนื้อกระดูก เชน myofascial pain syndrome, frozen shoulder, neck sprain, back sprain ข. กลุมที่รักษาเพื่อบรรเทาอาการ คือ กลุมโรคที่ไมสามารถรักษาให หายขาดได แตสามารถฟนฟูสมรรถภาพ หรือทําใหอาการทุเลาลงได ทําให ผูปวยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เชน ปวดขอตาง ๆ เรื้อรัง (โดยปกติการนวดจะเนน ไปยังอวัยวะรอบๆ ขอ ซึ่งในการปวดขอเรื้อรังอวัยวะเหลานี้มักจะมีปญหาที่เปน สาเหตุรวมของอาการปวด) หยอนสมรรถภาพทางเพศ เปนตน
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ48 ค. กลุมที่นวดเพื่อปองกันหรือแกไขโรคแทรกซอน คือ โรคที่คอนขาง รุนแรง อาการมาก โอกาสดีขึ้นมีนอย แตมักจะเกิดโรคแทรกซอนอื่นตามมา อีก กลุมโรคนี้ไดแก Parkinson disease, hemiparesis / hemiplegia, para- paresis / paraplegia, cerebralpalsy การนวดทําใหอาการเกร็งลดลง และ การดัดดึงชวยปองกันขอติด ขอหาม / ขอควรระวังสําหรับการนวดทั่วไป ผูนวดตองทราบขอหามตางๆ อยางขึ้นใจเพื่อปองกันไมใหเกิดอันตราย หรือผลแทรกซอนอันไมพึงปรารถนา ซึ่งสวนใหญแลวเรามักหามนวดเฉพาะ บริเวณที่จะเกิดอันตรายเทานั้น ที่พึงระลึกไวเสมอดวยคือการนวดสวนใหญ จะมีการดัดดึงสวนตาง ๆ ของรางกายรวมดวยโดยเฉพาะการนวดแบบเชลย ศักดิ์จึงควรมีแพทย หรือผูที่ผานการฝกอบรมอยางดี คัดเลือกผูที่จะเขารับ บริการนวด เพื่อดูทั้งขอบงชี้ และขอหาม โดยเฉพาะขอหาม/ขอควรระวังดัง ตอไปนี้ ซึ่งถาทราบกอนการนวดจะสามารถชวยลดอาการไมพึงประสงคได 1. การบาดเจ็บหรือเลือดออกที่เพิ่งเปนใหมๆ ซึ่งจะทําใหมีเลือดออก ซํ้าในบริเวณนั้นได 2. บริเวณที่มีความผิดปกติของระบบหลอดเลือด เชน varicosis, thrombosis, ulceration, หรือ artherosclerotic plaque ซึ่ง สามารถทําใหมี thrombi ไปยังบริเวณอื่นอันอาจจะกอใหเกิด pulmonary, cerebral, หรือ peripheral embolic infarcts ได 3. ผูปวยที่มีความผิดปกติในการแข็งตัวของเลือด ซึ่งรวมถึงการได รับยาปองกันการแข็งตัวของเลือด(anticoagulant) ดวยการนวดที่ รุนแรงอาจทําใหเกิดภาวะเลือดออกภายในได 4. บริเวณที่มีรอยโรคบนผิวหนังที่ยังไมหายสนิทดีจะทําใหแผลแยก ไดและอาจมีการติดตอของเชื้อโรคผานทางนํ้าเหลืองมาถึงตัว ผูนวดไดอีกดวย
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 49 5. บริเวณที่มีการติดเชื้อเพราะอาจจะทําใหมีการแพรกระจายของ เชื้อโรค 6. บริเวณที่มีการอักเสบซึ่งการนวดจะทําใหมีการอักเสบมากยิ่งขึ้น ทางแพทยแผนไทยจะทดสอบโดยเอาปูนแดงทา หากบริเวณใดที่ ไมแหงมีลักษณะเปนเงาเยิ้ม แสดงวาบริเวณนั้นมีการอักเสบ 7. กระดูกหักที่ยังติดไมดี การนวดแรงเกินไปอาจเปนเหตุใหมีการหัก ได 8. บริเวณที่เปนมะเร็ง เนื่องจากเซลลมะเร็งอาจจะกระจายไปยัง อวัยวะอื่นได 9. บริเวณที่เปลี่ยนขอตอควรทําดวยความระมัดระวังและผูนวดตองรู การเคลื่อนไหวในองศาที่จะทําไดเปนอยางดี 10. ผูปวยที่ไมใหความรวมมือในการนวด 11. มีไขมากกวาหรือเทากับ 38.5 ํC ในขณะที่จะนวด ขอหาม / ขอควรระวังสําหรับการนวดเชลยศักดิ์ เนื่องจากการนวดเชลยศักดิ์มีทาทางเฉพาะที่อาจเกิดอันตรายได คือมี การดัดกระดูกสันหลัง การลงนํ้าหนักโดยใชแรงคอนขางมาก เชน ใชศอก เทา ชวยในการนวด จึงตองมีขอหาม / ขอควรระวังเพิ่มจากที่กลาวมาขางตน ไดแก 1. กระดูกพรุนรุนแรง ผูปวยมักมีประวัติลมแลวกระดูกหัก หรือตอง กินยารักษากระดูกพรุนอยูถานวดแรงเกินไปผูปวยก็มีโอกาสที่ กระดูกหักไดงาย 2. โรค Multiple myeloma ทําใหกระดูกมีความเปราะบางคลาย กระดูกพรุน 3. การติดเชื้อในกระดูก ทําใหบริเวณนั้นหักงาย 4. เนื้องอกที่กระดูก
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ50 5. โรคทางระบบประสาทโดยเฉพาะไขสันหลังที่ยังมีอาการชัดเจน และแยลงเรื่อย ๆ 6. เนื้องอกไขสันหลัง 7. เสนประสาทไขสันหลังถูกกดทับจากสาเหตุตาง ๆ เชน หมอนรอง กระดูกกดทับเสนประสาท ชองกระดูกไขสันหลังตีบแคบ กระดูก สันหลังเคลื่อน กระดูกสันหลังหักยุบตัว เปนตน เพราะอาจกอ ใหเกิดอันตรายซํ้าซอนหนักขึ้นไปได 8. ขอตอหลวม เชน ผูปวยไธรอยดตํ่า หญิงตั้งครรภ เพราะอาจทําให ขอหลุดหรือเคลื่อนได 9. โรคขอรูมาตอยด เพราะผูปวยที่เปนโรคนี้ ขอที่มีอาการจะคอน ขางแข็ง ขาดความยืดหยุนแตเปราะ ถาดัดแรงๆ ก็อาจหักได 10. โรคกระดูกสันหลังแข็งเหมือนลําไมไผ กระดูกสันหลังจะแข็งแต เปราะจึงหักไดงาย 11. ผูที่ยังไมไดรับการประเมินและตรวจรางกายอยางเพียงพอ เพราะบางโรคขางตนยังไมแสดงอาการ ผูปวยเองก็ไมรูตัว หลาย กรณีที่สามารถตรวจเจอไดกอนนวด จึงสามารถระมัดระวังไดขณะ ทําการนวด 12. ผูนวดที่ประสบการณยังนอย ไมควรทําการดัดกระดูกสันหลัง อาการไมพึงประสงคหลังนวด อาการที่ไมพึงประสงคที่เกิดขึ้นหลังนวดสามารถเกิดขึ้นไดจากสาเหตุทั้ง ผูใหบริการที่ขาดความชํานาญ ไมไดรับการอบรมฝกฝนมาในวิธีการนวดนั้นๆ ไม ทราบแนชัดหรือไมไดซักประวัติวาผูรับบริการมีอาการอื่นๆ มากอนหรือไม ไมยอม ลดนํ้าหนักการนวดลงแมวาผูรับบริการจะแจงวาเจ็บเกินทน ก็จะเปนการเพิ่มอัตรา เสี่ยงตอการเกิดผลแทรกซอนหรืออาการไมพึงประสงคหลังนวด สําหรับสาเหตุ
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 51 จากผูรับบริการมีความวิตกกังวล ไมผอนคลายขณะนวด มานวดครั้งแรกและไม ไดรับการบอกรายละเอียดขั้นตอนการนวดเพื่อเตรียมตัวเตรียมใจใหพรอมขณะ นวด เชน หากมีอาการเจ็บเกินทน ควรรีบแจงผูใหบริการทราบทันทีเพื่อลดแรง หากมีโรคหรือความผิดปกติอยูโดยมิไดแจงผูใหบริการนวดทราบ ผูรับบริการ นั้นก็อาจเกิดอาการไมพึงประสงคได ซึ่งแบงเปน 2 ระดับ คือ 1. ระดับไมรุนแรง อาการแทรกซอนระดับนี้เปนอาการที่สามารถหายไดเองภายใน 2-3วัน ไมตองการการรักษาทางการแพทยที่ยุงยากมากนัก ผูรับบริการสามารถดูแล ตัวเองที่บานได ไดแก ก. การถูกกระตุนระบบประสาทอัตโนมัติมากเกินไป เมื่อนวด บริเวณแนวกระดูกสันหลัง อาจมีอาการความดันตํ่าลง ขนลุก เหงื่อแตก ซึ่งถาเปนบริเวณคอก็อาจมีอาการ มึนศีรษะ หนามืด มึนศีรษะ ตาลาย ถาเปนบริเวณชองทองก็อาจเกิดความผิดปกติ ของประจําเดือนได ข. อาการระบม หรือรูสึกไมสบายตามรางกาย จากกลามเนื้อ อักเสบเล็กนอยเพราะลงแรงในการนวดมากเกินไป 2. ระดับรุนแรง อาการแทรกซอนระดับนี้เปนเหตุใหผูรับบริการเกิดความเจ็บปวย ถึงขั้นตองไดรับการรักษาทางการแพทย มีรายงานถึงความพิการจนถึงเสีย ชีวิต แมวาจะเกิดนอยเพียง 1 ตอ 1 - 1.5 ลานคนก็ตาม สวนมากมักเกิด จากการที่มีการดัดกระดูกสันหลังรวมดวย ผลแทรกซอนดังกลาว ไดแก อัมพาต จากโรคทางหลอดเลือดสมอง อัมพาตจากการบาดเจ็บไขสันหลัง รากประสาท ไขสันหลังสวนกลาง (แสมา) บาดเจ็บ หัวใจลมเหลว และแมแตเสียชีวิตก็เคย มีรายงานในตางประเทศ ซึ่งมักเกิดจากการใชเทคนิคไมถูกตอง หรือวินิจฉัยผิด
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ52 บทสรุป การนวดนั้นมีประโยชนอยางมากมาย ทั้งการผอนคลายรางกาย จิตใจ และรักษาโรคหรือฟนฟูสมรรถภาพ แตก็มีหลายกรณีที่เกิดอาการไมพึงประสงค ดังนั้นจึงควรใหผูรับบริการที่สงสัยวาอาจเกิดอันตรายจากการนวดไดรับการตรวจ วินิจฉัยจากแพทยแผนปจจุบันกอนและผูใหบริการเองก็ควรเรียนรูวิธีการคัดกรอง ผูรับบริการกอนการนวด เพื่อใหเกิดประโยชนและความปลอดภัยสูงสุด
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 53
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ54 บทที่ 5 การใชนํ้าและอุณภูมิเพื่อสุขภาพ วิวัฒนาการของการใชนํ้าเพื่อสุขภาพ การใชนํ้าเพื่อสุขภาพ (Hydrotherapy) มาจากรากศัพทของภาษากรีก 2 คํา คือ Hydor ซึ่งแปลวานํ้า และคําวา Therapia แปลวา การบําบัดรักษา ฉะนั้น Hydrotherapy (วารีบําบัด) หมายถึง การบําบัดดวยนํ้า นํ้าเปนสวนหนึ่งของชีวิต การใชนํ้าเพื่อบําบัดรักษาโรคภัยตางๆ ของมนุษย มีประวัติยาวนานหลายพันป โดยมีลักษณะเปนการปฏิบัติอยางหนึ่งของการแพทยแผนโบราณของวัฒนธรรม ตางๆ และมีวิวัฒนาการมาตามลําดับ ตามความรู และเทคโนโลยีที่เจริญขึ้น การใชนํ้าในอดีตมักจะเกี่ยวของกับศรัทธาความเรนลับและพิธีกรรมทาง ศาสนา เมื่อถึงยุคกรีก สมัยกอนคริสตกาลราว 500 ป ลักษณะการใชนํ้าเพื่อ สุขภาพก็เปลี่ยนไปเปนปฏิบัติอยางเปนเหตุเปนผล ฮิปโปเครติส (Hippocrates 460 – 375 BC) แพทยชาวกรีกซึ่งไดรับยกยองใหเปนบิดาของการแพทยแผน ปจจุบัน ใชการแชนํ้ารอนและนํ้าเย็นเพื่อบําบัดรักษาโรคหลายอยาง เชน เพื่อ ลดอาการเกร็งของกลามเนื้อ และใชนํ้าบําบัดรักษา กลุมอาการปวดตามกลาม เนื้อและขอ ดีซาน และอัมพาตดวย กรีกเปนชนชาติที่เขาใจและตระหนักถึงความ สัมพันธระหวางภาวะทางจิตใจกับสุขภาพรางกาย ดังนั้นจึงไดสรางสถานที่อาบ แชนํ้า ใกลแมนํ้าและนํ้าพุรอนหลายแหงในสภาพแวดลอมที่สวยงาม สําหรับใช เปนแหลงพักผอนและสันทนาการเพื่อการสงเสริมสุขภาพทั้งทางรางกายและจิตใจ สําหรับในสังคมตะวันออกมีประวัติของการใชนํ้าเพื่อสุขภาพมาเปนเวลา หลายปเชนเดียวกันกับในสังคมตะวันตก ในประเทศที่ตั้งอยูในเขตภูมิอากาศหนาว เชน ญี่ปุน การอาบแชนํ้าตามแหลงนํ้าพุรอนไดรับความนิยมในหมูนักปราชญและ ผูทรงความรูมีมานานกวาพันปแลว ตอมาภายหลัง เมื่อสรรพคุณของนํ้ารอนใน
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 55 การเยียวยารักษาบาดแผลเริ่มเปนที่ทราบกันมากขึ้น ความนิยมอาบนํ้าแรจึงได แพรหลายเขาไปในหมูของนักรบซามูไรในยุคสงครามเพื่อรักษาบาดแผลจากการ สูรบดวย ภายหลังสงครามสงบลงการอาบแชนํ้าพุรอนก็เปนที่นิยมในหมูชาวนา ที่ตรากตรําจากเกษตรกรรม เพราะเปนวิธีเดียวที่จะชวยใหเกิดความสุขสบาย โดยไมตองเสียเงินทองมาก ในวัฒนธรรมอินเดียก็มีการใชนํ้าเพื่อรักษาสุขภาพตามการแพทยแผน อายุรเวท ตลอดจนการใชนํ้าในพิธีทางศาสนาฮินดูและพราหมณ ในแพทยแผน ไทยมีการกลาวถึงการใชนํ้าในตําราแพทยสมัยสมเด็จพระนารายณมหาราช โดย มีการอาบแชในนํ้าผสมสมุนไพรตางๆ และมีการใชลูกประคบสมุนไพรอบไอนํ้า เพื่อประคบรักษาโรคตางๆ ตลอดจนมีธรรมเนียมอยูไฟหลังคลอดแลวลงอาบนํ้า สมุนไพร ในหนังสือจดหมายเหตุของลาลูแบรซึ่งเปนทูตฝรั่งเศสในสมัยสมเด็จพระ นารายณมหาราช กลาววาคนไทยชอบลงอาบนํ้าในแมนํ้าลําคลองแลวประแปง ตามตัว ซึ่งแสดงวาลักษณะการใชนํ้าเพื่อสุขภาพในเขตอากาศรอน เชน ในสังคม ไทย อินเดีย ตลอดจนตามเกาะตางๆ ในเขตรอนชื้น (Tropical climatic zone) จะแตกตางจากการใชนํ้าในสังคมที่ตั้งอยูในเขตอากาศหนาวหรืออบอุน และมี ลักษณะเฉพาะที่เปนเอกลักษณคือ จะใชนํ้าเพื่อระบายความรอนและสามารถใช นํ้าในแหลงนํ้าธรรมชาติทั่วไป เชน แมนํ้าลําคลอง เพื่อสุขภาพไดตลอดป โดย ไมตองแสวงหานํ้าพุรอนสําหรับใชเชนในสังคมที่ตั้งอยูในเขตหนาวหรืออบอุน ธรรมชาติของนํ้า ในอุณหภูมิปกติของโลก นํ้าสามารถอยูไดใน 3 สถานะ คือ ของแข็ง ของเหลว และกาซขึ้นอยูกับอุณหภูมิของสิ่งแวดลอม รอยละ 75 ของรางกาย มนุษยประกอบดวยนํ้า โดยเฉพาะในสมองมีสวนประกอบของนํ้าอยูถึงรอยละ 85 แมแตในกระดูกยังมีนํ้าอยูถึงรอยละ 50 ดังนั้นคนที่มีนํ้าหนักตัวประมาณ 68 กิโลกรัม จะมีนํ้าอยูถึง 51 กิโลกรัม และเพียง 17 กิโลกรัม เทานั้นที่เปนสารอื่นๆ
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ56 คุณสมบัติทั่วไปของนํ้า 1. คุณสมบัติทางกายภาพ เราสามารถมองเห็นไดดวยตาของเราวานํ้าที่เราเห็นนั้นมีสีอะไร มีความ ขุนหรือไม มีกลิ่นอยางไร ซึ่งเปนการดูคราวๆ กอนนํานํ้านั้นมาใช 2. คุณสมบัติทางเคมี • ความกระดางของนํ้า เพื่อพิจารณาวาเปนความกระดางชั่วคราวหรือ ความกระดางถาวร • ความเปนกรดเปนดางของนํ้า • การวัดปริมาณของออกซิเจนในนํ้า • การตรวจดูวามีสิ่งปนเปอน เชน สารเคมีที่อาจกอใหเกิดอันตรายได อยูในนํ้าหรือไม 3. คุณสมบัติทางจุลชีววิทยา นํ้าที่นํามาใชจะตองปราศจากจุลินทรียที่ทําใหเกิดโรค และกอใหเกิด สภาพที่ไมนาดู คุณสมบัติเฉพาะที่สําคัญของนํ้ามีดังนี้ ความหนาแนนและความถวงจําเพาะ(Density and Specific Gravity) ความหนาแนนของนํ้า หมายถึง มวลของนํ้าตอปริมาตร สวนความถวงจําเพาะ หมายถึง อัตราสวนระหวางความหนาแนนของสารใดสารหนึ่งตอความหนาแนน ของนํ้า ความหนาแนนทําใหเกิดคุณลักษณะดังนี้ 1. แรงดันของนํ้า (Hydrostatic pressure) บริเวณที่ผิวนํ้ามีแรงดัน เทากับแรงดันบรรยากาศปรกติ แตใตผิวนํ้าจะมีแรงดันกระจายออกไปในทุก ทิศทาง และมีขนาดสูงขึ้นตามระดับความลึก
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 57 2. แรงพยุง (Buoyancy) ขณะวัตถุอยูในนํ้า จะมีแรงพยุงตานแรงดึงดูด ของโลก วัตถุที่มีความหนาแนนนอยกวานํ้าจะลอยนํ้า วัตถุที่มีความหนาแนน มากกวานํ้าจะจมนํ้า รางกายของคนเรามีความหนาแนนเฉลี่ย 0.974 ดังนั้นเมื่อ ลงไปแชอยูในนํ้าทั้งตัวจะลอยปริ่มนํ้า แตหากแชนํ้าที่ระดับคอใหศีรษะอยูเหนือ นํ้าแรงพยุงจะนอยกวานํ้าหนักตัว และจะดึงใหรางกายจมลงในนํ้าจนถึงจุดสมดุล 3. แรงตานทานของนํ้า วัตถุตางๆ จะเคลื่อนที่ในนํ้าไดยากกวาในอากาศ เนื่องจากในนํ้ามีความหนาแนนกวาอากาศและมีความหนืด (viscousity) ทําให เกิดแรงตานทานตอการเคลื่อนไหวสูงกวา ขณะคนแชอยูในนํ้าจะเคลื่อนไหวไดชา แรงตานทานของนํ้ามีประโยชนสําหรับใชสรางความแข็งแรงของกลามเนื้อขณะ ออกกําลังกายในนํ้า 4. อุณหภูมิของนํ้า มีความสําคัญตอการทําวารีบําบัดมาก และอุณหภูมิ ของนํ้ายังสามารถปรับสมดุลในรางกายใหเปนปกติไดอีกดวย คุณสมบัติดานพลังงานความรอนของนํ้า ความรอนจําเพาะ หมายถึง คุณสมบัติในการเก็บความรอนของสาร ใดสารหนึ่งเมื่อเปรียบเทียบอากาศ นํ้ามีความรอนจําเพาะสูงกวาอากาศมาก คือสามารถเก็บสะสมความรอนไดดีกวาอากาศถึง 1.000 เทา คุณสมบัตินี้มี ความสําคัญมากตอการนํามาใชดานสุขภาพ 1. การถายเทความรอนของนํ้า การถายเทความรอนระหวางวัตถุเกิดขึ้นไดในลักษณะตางๆ คือ • การนําความรอน (Heat conduction) เปนการถายเทความรอน โดยตรงระหวางสารซึ่งตองการการสัมผัสโดยตรง ความสามารถ ในการนําความรอนของวัตถุตางๆ มีไมเทากัน โลหะนําความรอนไดดี ที่สุด นํ้าสามารถนําความรอนไดใกลเคียงกับโลหะ อากาศเปนฉนวน นําความรอนไมดี เมื่อเปรียบเทียบกันนํ้าสามารถนําความรอนไดดี กวาอากาศถึง 25 เทา
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ58 • การพาความรอน (Heat radiation) เปนการถายเทความรอนจาก การเคลื่อนไหวของโมเลกุลสารจํานวนมากไปเปนระยะทางไกลๆ • การแผรังสีความรอน (Heat radiation) เปนการสงถายความรอน ระหวางสสารโดยสงเปนคลื่นความรอนการแผรังสี(Radiation) การสูญเสียความรอนโดยวิธีนี้จะเสียไปในรูปของรังสีอินฟาเรด (infrared rays) ถาอุณหภูมิของรางกายสูงกวาอุณหภูมิรอบตัว ปริมาณความรอนที่แผรังสีออกนอกรางกายจะมากกวาปริมาณความ รอนที่แผรังสีเขาสูรางกาย ซึ่งเปนสภาวะทึ่เกิดขึ้นตามปกติ แตใน ฤดูรอนอุณหภูมิรอบๆ ตัวเราอาจรอนกวาอุณหภูมิภายในรางกาย ดังนั้น ปริมาณความรอนที่แผรังสีเขาสูรางกายจะมากกวาปริมาณ ความรอนที่แผออกจากรางกายซึ่งกรณีนี้เราจะกําจัดความรอนไมได • การระเหย (Evaporation) เมื่อรางกายเกิดความรอนมากเกินไป ตอมเหงื่อจะขับเหงื่อออกทางผิวหนังเพื่อชวยระบายความรอนออก จากรางกาย ทําใหรางกายเย็นลง หลักการทั่วไปของการใชนํ้าเพื่อสุขภาพ การใชนํ้าเพื่อสุขภาพในปจจุบัน อาจจําแนกออกไดเปน 2 ลักษณะใหญๆ คือการใชนํ้าในเชิงรับ (Passiveuse) และการใชนํ้าในเชิงรุก (Active use) การใชนํ้าเพื่อสุขภาพในเชิงรับ มีลักษณะสําคัญคือ ใชนํ้าเพื่อบําบัดรักษา ภายนอกรางกาย เพื่อหวังผลตอสุขภาพโดยที่คนไมไดมีการปฏิบัติใดรวมดวย การใชนํ้าเพื่อสุขภาพในอดีตมีลักษณะเปนการใชนํ้าเพื่อสุขภาพเชิงรับ และมี 2 รูปแบบใหญๆ คือ - Balneotherapy คือ การอาบแชในนํ้าแร นํ้าพุรอนตางๆ ซึ่ง รวมถึงการดื่มกินนํ้าหรือนํ้าแร ซึ่งสวนใหญมักจะเปนแหลงนํ้าในธรรมชาติ วิธีการเชนนี้เปนรูปแบบที่ใชมาตั้งแตโบราณ และปรากฏอยูในหลายวัฒนธรรม ทั้ง วัฒนธรรมกรีก โรมัน จีน และญี่ปุน บางครั้งเรียกการอาบแชดังกลาววา Spa therapy
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 59 - Hydrotherapy เปนภาษากรีกที่แปลวาการบําบัดรักษาดวยนํ้า ในภาษาไทยมักเรียกศาสตรนี้กันแพรหลายวา วารีบําบัด ความหมายเฉพาะ ของ hydrotherapy คือการใชนํ้าธรรมดา(ไมใชนํ้าแร) บําบัดภายนอกรางกาย โดยเนนการใชรวมกับความรอนและความเย็นและกระแสนํ้า ตนแบบของลักษณะ การใชนํ้าแบบนี้ไดแก การแชในอางนํ้าวน (Whirlpool) การประคบดวยนํ้ารอน หรือนํ้าเย็น การฉีดดวยนํ้า การใชนํ้าเพื่อสุขภาพในเชิงรุกเปนรูปแบบการใชนํ้าเพื่อสุขภาพที่พัฒนา ขึ้นมาตามคานิยมในปจจุบันวาการที่จะมีสุขภาพดี นอกจากจะอาศัยการบําบัด ในเชิงรับแลว บุคคลควรลงมือปฏิบัติกิจกรรมตางๆ อันเปนพฤติกรรมสุขภาพ ที่ดีเชนการออกกําลังกายและการควบคุมความเครียด การใชนํ้าเพื่อสุขภาพใน เชิงรุก ไดแก การออกกําลังกายในนํ้าแบบตางๆ การฝกความผอนคลายและ สมาธิโดยอาศัยคุณสมบัติของนํ้า
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ60 รูปแบบของการใชนํ้าเพื่อสุขภาพ วิธีการใชนํ้าเพื่อสุขภาพที่มีการปฏิบัติอยูในปจจุบันมีดังนี้ 1. หลักสรีรวิทยาของการอาบนํ้ารอนและเย็น หลักวารีบําบัดเกิดผลตอสุขภาพดวยอุณหภูมิที่มากระทบผิวกาย ความ แตกตางทางอุณหภูมิและความแรงของการกระทบ ระยะเวลาที่กระทบ และจํานวน ครั้งที่ทําการบําบัด เหลานี้เปนปจจัยประกอบใหเกิดผลมากหรือนอย ทั้งนี้ โดย แบงการปรับตัวของรางกายออกเปน 2 ระยะ คือ กิริยาและปฏิกิริยา ดังนี้ คือ 1.1 กิริยาแรก เมื่อกระทบความเย็นหรือความรอนใหมๆ มนุษยเปนสัตวเลือดอุนจะควบคุมอุณหภูมิของรางกายไวที่ 37 ํC ตลอด เวลา โดยใชระบบประสาทอัตโนมัติ รางกายจะสรางความรอนเพิ่มขึ้นหรือคาย ความรอนออกก็อาศัยการทํางานของระบบประสาท ในสมองของคนเรามีเซลล ประสาทหลายอาณาบริเวณ ควบคุมการไหลเวียนของเลือดที่ผิวหนัง ทั้งระดับ ตื้นและระดับลึก ทําหนาที่ควบคุมการขับเหงื่อ บางครั้งก็ทําใหกลามเนื้อสั่น สะทานเพื่อผลิตความรอน ทั้งควบคุมอัตราเผาผลาญอาหาร เมื่อรางกายตก อยูในสภาพแวดลอมตางสถานการณกัน ดังนี้ • ในสมองสวนกลางมีพื้นที่สําคัญสวนหนึ่ง เรียกวาฮัยโปธาลามัส พื้นที่ สวนนี้เปนศูนยควบคุมระดับอุณหภูมิของรางกายทั่วทั้งหมด โดยตอบ สนองตอความรูสึกรอนเย็นที่มากระทบผิวกาย • สมองยังมีอีกพื้นที่หนึ่งเรียกวา เมดุลลา ออบลองกาตา อยูที่กาน สมองคอยควบคุมการตีบตัวของหลอดเลือด เมื่อฮัยโปธาลามัส รับรูความรอนเย็นแลว จะมีคําสั่งผานลงมายังสมองสวนนี้ เพื่อ ใหหลอดเลือดตีบตัวหรือคลายตัว เพื่อรักษาความรอนหรือระบาย ความรอน ตามแตสถานการณที่เกิดขึ้น • รางกายเรายังมีประสาทแขนงของระบบประสาทอัตโนมัติซิมพาเทติก และพาราซิมเทติกที่ไปยังอวัยวะภายใน ใหทํางานมากขึ้นหรือนอย ลง ตามระดับความรอนเย็นที่รางกายกระทบอีกดวย
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 61 ระบบทั้งหมดนี้มีขึ้นเพื่อชวยกันปรับสมดุลของอุณหภูมิรางกายใหคงที่ที่ 37 ํC ตลอดเวลา 1.1.1 เมื่ออยูที่เย็น เมื่ออยูในที่อากาศหนาวเย็น สักระยะหนึ่ง เลือดในรางกายของ เราจะเย็นลง เลือดจํานวนนี้เมื่อหมุนเวียนไปถึงตําแหนงฮัยโปธาลามัส ซึ่งเปน ตําแหนงควบคุมอุณภูมิรางกาย สมองสวนนี้จะตอบสนองโดยสั่งคําสั่งผานลงไป ยังกานสมอง ผานคําสั่งไปยังเสนเลือดผิวกาย ใหเลนเลือดหดตัว เพื่อไมสูญ เสียความรอนไปกับอากาศภายนอก ดังนั้นเมื่อเราอยูในที่เย็นนานๆ ผิวของเรา จะซีด เพราะการหดตัวของเสนเลือดนี้เอง นอกจากนี้จะมีอีกคําสั่งหนึ่งสั่งการใหอวัยวะภายในทํางาน เพิ่มขึ้นโดยอาศัยทั้งประสาทอัตโนมัติ และการหลั่งฮอรโมนแอดรีนาลิน และ ไทรอกซิน กระตุนใหอวัยวะตางๆ เพิ่มการเผาผลาญอาหาร ทําใหหัวใจ ปอด ตับ มาม อวัยวะภายในตางๆรับคําสั่งใหมีการสั่นสะทานเพื่อผลิตความรอนเพิ่ม ขึ้น ดังที่เราเรียกกันวา “หนาวจนคางสั่น” พรอมกันนั้นหัวใจก็เพิ่มการสูบฉีดเลือด หมุนเวียนไปทั่วรางกายอีกดวย ผลโดยรวมเหลานี้ทําใหความรอนในรางกาย เพิ่มขึ้นอีกระดับหนึ่ง เมื่อเลือดที่อุนขึ้นนี้หมุนเวียนไปถึงสมองตรงฮัยโปทาลามัส ตําแหนงที่สมองนี้รับรูถึงอุณหภูมิที่ปรับเพิ่มขึ้นแลวก็จะหยุดคําสั่งเดิมไว เปนผล ใหเรารักษาอุณหภูมิไวไดที่ 37 ํC ตลอดเวลา 1.1.2 เมื่ออยูในที่รอน เมื่ออยูในที่อากาศรอนสักระยะหนึ่ง เลือดในกายจะรอนขึ้น เลือดนี้เมื่อหมุนเวียนไปถึงศูนยควบคุมอุณหภูมิฮัยโปธาลามัส สมองสวนนี้จะออก คําสั่งเพื่อแกไขสถานการณใหรักษาอุณหภูมิไวใหคงที่ กอนที่จะผานคําสั่งไปยังกานสมอง ไปถึงหลอดเลือดผิวกาย ให หลอดเลือดขยายตัวเพื่อระบายความรอน ดังนั้นหลังการตากแดด ใบหนาจึงเปน สีแดง เพราะเสนเลือดขยายตัว ขณะเดียวกันตอมเหงื่อจะทํางานเพิ่มขึ้น เพื่อ
  • เมื่ออยูในสภาวะเย็น กิริยาแรก ปฏิกิริยาสืบเนื่อง 1. เสนเลือดผิวกายหดตัว 2. ผิวซีด 3. ขนลุก ผิวหยาบ 4. หนาวสะทาน 5. เจ็บตามเนื้อตัว 6. ชีพจรเร็วขึ้น 7. ผิวหนังเย็น 8. หยุดการขับเหงื่อ 1. เสนเลือดผิวกายขยายตัว 2. ผิวแดง 3. หยุดขนลุก ผิวเรียบ 4. อุนสบาย 5. สบายและผอนคลาย 6. ชีพจรชาลง 7. ผิวหนังอุน 8. เหงื่อออก คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ62 ระบายเหงื่อออก เหงื่อระเหยไปจากผิวหนัง ก็ชวยพาความรอนออกไปจากตัว ในอีกดานหนึ่ง ระบบประสาทอัตโนมัติจะสงคําสั่งไปยังอวัยวะภายใน และระบบฮอรโมนใหลดอัตราการเผาผลาญอาหารของรางกาย และลดการ ทํางานของอวัยวะภายใน ผลโดยรวมทําใหหัวใจ ปอด ตับ มาม อวัยวะภายใน ทํางานนอยลง กลามเนื้อก็ทํางานนอยลง เกิดการคลายตัว เปนผลโดยรวมให สรางความรอนในรางกายนอยลง เมื่อผานไปสักระยะหนึ่ง เลือดในรางกายจะเย็นลง เมื่อเลือดจํานวนนี้ หมุนเวียนไปถึงฮัยโปธาลามัส ศูนยแหงนี้รับรูอุณหภูมิเลือดที่เย็นเปนปกติแลว ก็จะหยุดคําสั่งเบื้องตนไว ทําใหรักษาอุณหภูมิรางกายไวที่ 37 ํC เอาไวได 1.2 ปฏิกิริยาสืบเนื่อง เมื่อรางกายถูกความรอนหรือเย็นนานๆ จะเกิดปฏิกิริยาสืบเนื่องตอจาก กิริยาแรก ดังนี้ 1.2.1 เมื่ออยูในที่เย็นนานๆ จะมีปฏิกิริยาเกิดขึ้นตรงขามกับกิริยา แรก ดังนี้คือ
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 63 จะเห็นไดวาเมื่ออยูในที่เย็น ในระยะแรกรางกายตองลดการสูญเสีย ความรอนดวยการหดเสนเลือดผิวกาย และเพิ่มการทํางานของอวัยวะภายใน เชน กลามเนื้อ หัวใจ ปอด ตับ ฯลฯ หลังจากนั้นเมื่อออกจากที่เย็นจะมีผลสืบเนื่องที่ เกิดประโยชนแกรางกาย ทําใหสดชื่น สบาย กระปรี้กระเปรา ตัวอยางเชน เอามือจุมในถึงนํ้าแข็ง ทีแรกมือจะเย็นจัดจนรูสึกเจ็บแตพอยกมือขึ้นจากนํ้าเย็น สักพักหนึ่งมือจะรูสึกอุนสบาย บางคนหนาหนาว อาบนํ้าเย็น ขณะแรกจะรูสึก หนาวสะทาน แตพอออกมาจากการอาบนํ้าสักพักจะรูสึกอุนสบายและผอนคลาย นี่คือขอดีของการถูกความเย็น 1.2.2 เมื่ออยูในที่รอนนานๆ เมื่ออยูในที่รอน รางกายจะเพิ่มการระบายความรอน โดย เสนเลือดผิวกายขยายตัว ขับเหงื่อ อวัยวะภายใน เชน กลามเนื้อ หัวใจ ปอด ตับ จะลดการทํางาน เสนเลือดทั่วกายขยายตัว เลือดไปกองตามแขนขา เมื่อ อยูในที่รอนนานๆ เสนเลือดจะยิ่งขยายตอไป จนทําใหเกิดการคั่งเลือด เนื่องจากรางกายมนุษยมีปริมาณเลือดจํากัดที่ 4,500 ซีซี เมื่อ อยูในที่รอนนานๆ เสนเลือดขยายตัวเลือดไปกองตามแขนขาเปนสวนใหญ ทําให เลือดที่จะหมุนเวียนที่สวนกลางลดนอยลง เลือดจึงไปเลี้ยงสมองไมพอ ถาอาการ นอยก็อาจรูสึกมึนซึม งวงเหงาหาวนอน ถาเปนเฉียบพลันก็ทําใหเกิดอาการเปน ลมหนามืดหรือหมดสติได
  • เมื่ออยูในสภาวะรอน กิริยาแรก ปฏิกิริยาสืบเนื่อง 1. เสนเลือดขยายตัว 2. ผิวแดง 3. ชีพจรชา 4. ประสาทตื่นตัว 5. กลามเนื้อตื่นตัว กระฉับกระเฉง 1. เสนเลือดขยายตัวนาน เกิดการคั่งเลือดความ ดันตํา หนามืด เปนลม 2. ผิวซีด 3. ชีพจรเร็ว 4. กระวนกระวาย ประสาท ออนลา งวงซึม 5. กลามเนื้อออนลา ออนเพลีย เงื่องหงอย คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ64 จะเห็นไดวา การถูกความรอนในระยะแรกจะตื่นตัวแจมใส แตเมื่ออยู นานๆ จะเกิดผลรายมากกวาผลดี ทําใหเลือดคั่งตามแขนขา หลอดเลือดสวน กลางมีปริมาณนอยลง เปนเหตุใหหนามืด เปนลม ไมกระปรี้กระเปรา งวงเหงา ซึมเซา กระทั่งออนเพลียไมมีแรง ดังนั้นการใหบริการวารีบําบัดที่เปนสากลจึง แนะนําใหอบรอนสลับกับความเย็น โดยวิธีมาตรฐานคือ อบรอน 3 นาที แลว สลับลงบอนํ้าเย็น 2 นาที ทําสลับกัน 3 รอบ เพื่อเพิ่มความยืดหยุนของระบบ อัตโนมัติในรางกาย อันไดแก ระบบประสาทอัตโนมัติมีการเรงรัดและผอนคลาย สลับกัน ระบบฮอรโมนมีการกระตุนการเผาผลาญอาหารและลดการทํางานสลับ กัน ระบบอวัยวะภายในมีการเรงรัดทํางานและผอนคลายสลับไปมา เปนเหตุ ทําใหเกิดความวองไวในการปรับสภาพรางกาย แมแตภูมิตานทานก็เชนกัน เมื่อ เราอบรอนก็เหมือนการสราง “ไขเทียม” เพื่อหลอกใหรางกายเรงภูมิตานทานออก มา เมื่อลงนํ้าเย็น เสนเลือดหดตัวจะบีบไลเลือดใหหมุนเวียนเขาสูสวนกลางชวย ใหภูมิตานทานหมุนเวียนไปทั่วรางกายดีขึ้น
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 65 นี่คือหัวใจขององคความรูวารีบําบัด ที่พัฒนาเปน Western Spa ซึ่งเผย แพรไปทั่วโลกทุกวันนี้ อยางไรก็ตามเมืองไทยซึ่งเปดรับสปาแบบตะวันตกเขามา แตไมทันไดศึกษาความรูวารีบําบัดใหดีพอ มักสงเสริมแตการอบไอนํ้าหรืออบ เซานาใหรอนๆ อยางเดียว ผูรับบริการก็ไมเขาใจ พยายามอบในตูรอนนานๆ บางคนอยูถึงครึ่งชั่วโมง จึงปรากฏบอยๆ วามีคนที่ถูกความรอนนานๆ รูสึกหนา มืด เปนลม บางคนถึงกับหมดสติก็เคยปรากฏ ดังนั้นสปาทุกแหงควรมีระบบอบรอนและแชนํ้าเย็นใหถูกตองตามมาตรฐาน สากล ทั้งมีระบบใหความรูที่ถูกตองแกผูรับบริการดวย จึงจะเกิดประโยชนสูงสุด กอนที่จะมีเหตุรายของการอบรอน จนมีผูเสียชีวิตหรือทุพลภาพในประเทศไทย 2. การอาบแชนํ้า (Bath) การอาบแชนํ้าเปนรูปแบบของการใชนํ้าเพื่อสุขภาพเกาแกที่สุดของมนุษย ในสังคมตะวันตกมีชื่อเรียกการแชนํ้าวา Balneotherapy หมายถึง การอาบแช ในนํ้าพุรอน หรือนํ้าแรธรรมชาติ ซึ่งรวมถึงการดื่มนํ้าหรือนํ้าแรดวย วิธีการอาบ แชนํ้าปรากฏอยูในหลายวัฒนธรรม ทั้งวัฒนธรรมกรีก โรมัน จีน และญี่ปุน ใน เขตภูมิอากาศหนาวหรืออบอุน นํ้าตามแหลงนํ้าธรรมชาติ เชน แมนํ้า ลําธาร และทะเลสาบจะเย็นไมสามารถใชอาบแชได ทําใหตองอาศัยใชแหลงนํ้าพุรอน หรือนํ้าแรรอนที่ไดรับพลังงานความรอนจากใตพิภพสําหรับการอาบแช ดังนั้น การอาบแชนํ้าในเขตอากาศหนาวหรืออบอุน จึงมักจะจํากัดอยูเฉพาะบริเวณที่มี แหลงนํ้าพุรอนจากธรรมชาติเปนสวนใหญ เชน ตามแหลงพักผอน แบบสปาของ ประเทศตางๆ ในทวีปยุโรปและอเมริกา หรือตามแหลงนํ้าพุรอนในประเทศญี่ปุน ซึ่งมีชื่อเปนภาษาญี่ปุนวา “ออนเซน” สวนในเขตภูมิอากาศรอน เชน ในอินเดีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต นํ้าในแมนํ้าลําคลองตามธรรมชาติมีอุณภูมิไมเย็นจัด สามารถใชเพื่ออาบแชไดสบายตลอดป ผูคนที่อาศัยในเขตรอนจะใชการอาบแชนํ้า เพื่อชวยระบายความรอนและชําระเหงื่อไคลทําใหรางกายสะอาด และจิตใจสดชื่น
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ66 ผลของการอาบแชนํ้า นอกจากจะเกิดจากนํ้าโดยตรงแลว ยังเกิดจาก การถายเทพลังงานความรอนระหวางนํ้ากับรางกาย ซึ่งขึ้นอยูกับอุณภูมิของนํ้า ที่ใชดวย ดังนั้นในบางแหงจึงเรียกรวมกันวาเปนการบําบัดดวยการอาบแชนํ้า และความรอน ขณะอาบแชนํ้า แรงพยุง แรงดันและแรงตานทานจะสงผลทาง สรีรวิทยาตอการไหลเวียนโลหิต การหายใจ กลามเนื้อ กระดูกและขอ การหลั่ง ฮอรโมน และการขับถายปสสาวะอยางกวางขวาง การแพทยแผนปจจุบันเชื่อ วาสรรพคุณของนํ้าที่มีตอสุขภาพในการบําบัดรักษาเปนผลจากการเปลี่ยนแปลง สรีรวิทยาขณะแชนํ้าโดยตรง แรหรือสารอื่นๆ ที่ละลายในนํ้าไมไดมีสวนสําคัญ มากนัก การอาบแชในนํ้ารอนทําใหมีการขยายหลอดเลือดบริเวณผิวหนัง ทําให มีเลือดมาเลี้ยงมากขึ้น กลามเนื้อที่ไดรับความรอนจะคลายตัวและยืดเหยียดได มาก ในขณะที่การแชนํ้าเย็นจะทําใหการระบายความรอนออกจากรางกายดีขึ้น เสนเลือดบริเวณผิวหนังหดตัวทําใหมีเลือดมาเลี้ยงนอยลง การอาบแชนํ้ามีประโยชนตอสุขภาพหลายอยางการแชนํ้าที่อุณภูมิใกล เคียงกับรางกายนาน 20 – 30 นาที จะชวยใหรูสึกผอนคลายและสดชื่น การ แชนํ้าอุนชวยแกอาการนอนไมหลับและลดความเครียด การแชนํ้ารอนชวยให ลดอาการปวดขอและชวยการหายใจใหดีขึ้น การแชนํ้าเย็นสําหรับลดไขมันและ กําจัดอาการเหนื่อยลา กระตุนใหรูสึกกระปรี้กระเปรา ชวยลดอาการบวมและ การอักเสบ 2.1 การแชตัวดวยนํ้าอุน (Neutral Bath) การแชตัวดวยนํ้าอุณภูมิของนํ้าควรจะอยูประมาณ 33 – 37 ํC ระดับ นํ้าในอางตองทวมไหลของลูกคา ระยะเวลาในการแชตัวในอาง 15 – 20 นาที ประโยชนของการแชนํ้าอุน 1. ชวยทําใหกลามเนื้อผอนคลาย ชวยบรรเทาอาการติดยึดของกลามเนื้อ 2. ชวยทําใหเสนโลหิตขยายตัว ทําใหความดันโลหิตลดลงได 3. ชวยใหมีโลหิตไปเลี้ยงกลามเนื้อตางๆ และตามผิวหนังดีขึ้น
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 67 4. ทําใหเนื้อเยื่อตางๆ ในรางกายไดรับอาหารและออกซิเจนเพิ่มขึ้น อีก ทั้งสามารถขับสารพิษออกจากรางกาย 5. ชวยกระตุนระบบภูมิคุมกันของรางกาย 6. ชวยลดอาการเครียด เกิดการผอนคลาย 2.2 การแชตัวดวยนํ้ารอน (Hot Bath) อุณภูมิของนํ้าที่ใชในการแชตัว ประมาณ 40 ํC สวนใหญลูกคาที่เปน คนเอเชียจะไมสามารถทนตอความรอนนี้ได อุณภูมิและระยะเวลาที่ใชสามารถ ปรับไดโดย Therapist ซึ่งจะอยูดวยตลอดเวลา ประโยชนของการแชตัวดวยนํ้ารอน 1. ชวยในกรณีที่ลูกคามีปญหาการนอนไมหลับเรื้อรัง 2. ชวยใหการนอนหลับงาย 3. ชวยทําใหเกิดการผอนคลาย 4. ชวยใหมีการขับสารพิษออกจากรางกาย 5. ชวยกระตุนใหมีการไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น 6. ชวยบรรเทาอาการปวดกลามเนื้อและขอตาง ๆ ขอควรระวังในการแชตัวดวยนํ้ารอน 1. ไมควรแชเปนเวลานานเกินไปเพราะเกิดอาการหนามืด เปนลมได 2. ควรระวังในการใหบริการกับลูกคาที่มีประวัติความดันโลหิตสูง 3. ควรระวังในการใหบริการกับลูกคาที่มีประวัติเปนโรคหัวใจ 2.3 การแชตัวดวยนํ้าเย็น (Cold Bath) การแชตัวดวยนํ้าเย็นอุณหภูมิของนํ้าควรจะอยูประมาณ 12 – 15 ํC เวลา ในการแชตัวประมาณ 5–15 วินาที ผูที่เคยชินอาจแชได 1 – 2 นาที ประโยชนของการแชตัวดวยนํ้าเย็น การแชดวยนํ้าเย็นชวยใหเสนโลหิตมีการหดตัวในขณะแช และเสนเลือด จะขยายตัวเมื่อพนจากการแชนํ้าเย็น จะชวยลดอาการอักเสบ
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ68 1. ชวยกระตุนภูมิตานทานของรางกาย 2. ชวยรักษาความรอนของรางกาย ขอควรระวังสําหรับการแชตัวดวยนํ้าเย็น 1. ไมควรใหบริการกับลูกคาที่มีประวัติไมสามารถทนความเย็นได 2. ควรระวังในการใหบริการกับลูกคาที่มีประวัติความดันโลหิตสูง 3. ควรระวังในการใหบริการกับลูกคาที่มีประวัติเปนโรคหัวใจ 2.4 การแชตัวดวยนํ้าอุนสลับกับการอาบนํ้าเย็น (Alternate Bath) ผูที่สามารถใหบริการตองมีความรู ความเขาใจในเรื่องของอุณหภูมิเปน อยางดี ประโยชนของการแชตัวดวยนํ้าอุนสลับกับการอาบนํ้าเย็น 1. ชวยปรับสมดุลของระบบประสาทอัตโนมัติ 2. ชวยปรับสมดุลของระบบฮอรโมน 3. ชวยปรับสมดุลของระบบภูมิตานทาน ขอควรระวังสําหรับการแชตัวดวยนํ้าอุนสลับกับการอาบนํ้าเย็น 1. ควรระวังในการใหบริการกับลูกคาที่มีประวัติเปนโรคหัวใจ 2. ควรระวังในการใหบริการกับลูกคาที่มีประวัติความดันโลหิตสูง 3. การนั่งแชนํ้า (Hot Sitz Bath) คือการนั่งแชกนในอางนํ้าจนทวมถึงบริเวณสะโพก เปนวิธีที่ใชสําหรับการ รักษาการติดเชื้อและอักเสบบริเวณทวารหนักและชองคลอด เชน ฝคัณฑสูตร ริดสีดวงทวาร การแชนํ้ารอนสลับนํ้าเย็นจะชวยใหการไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น ลดอาการปวดและการติดเชื้อหายเร็ว
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 69 4. การแชเทาในนํ้า (Foot Bath) การแชเทาในอางนํ้าอุนมีการปฏิบัติทั้งในวัฒนธรรมทั้งตะวันตกและ ตะวันออก นอกจากจะสามารถชวยลดอาการปวดเมื่อยเทา การแชเทาในนํ้ารอน จะทําใหเลือดมาเลี้ยงที่เทามาก และลดอาการคั่งของเลือดที่สวนอื่น ๆ เชน ศีรษะ หรือชองเชิงกราน และทําใหอาการปวดหัวหรือปวดประจําเดือนลดลงได การแช เทาในนํ้ารอนอุณหภูมิประมาณ 36 – 38 ํ C นาน 10 – 15 นาที สลับกับนํ้าเย็น อุณหภูมิประมาณ 12 ํC จะชวยลดอาการเทาบวมไดดี ตามทฤษฎีการแพทยทาง เลือกในสาขา Reflexology เชื่อวาบริเวณเทามีจุดสัมผัสซึ่งสัมพันธกับการทํางาน ของอวัยวะตางๆ ทั่วรางกาย และใชการนวดเทาเพื่อบําบัดรักษาอาการตางๆ ดัง นั้นจึงเชื่อวาการแชเทาในนํ้ารอนหรือนํ้าเย็นจะเปนการกระตุนจุดสัมผัสเหลานี้ ดวยพลังงานความรอนซึ่งจะสงผลตอการทํางานของอวัยวะภายในของรางกาย ดวย ทฤษฎี Reflexology ตรงกับการศึกษาของนายแพทย วิลเลียม วินเทอร วิตซ ชาวออสเตรีย ใน ค.ศ. 1880 ศึกษาพบวาที่ประสาทรับสัมผัสที่ผิวหนัง มีวงจรประสาทเชื่อมกับกลามเนื้อ ตอมและอวัยวะตางๆ ในรางกาย และเมื่อนํ้า รอนหรือเย็นสัมผัสกับผิวหนังก็จะมีสัญญาณวิ่งตามวงจรเหลานี้ไปยังสวนตาง ๆ ของรางกาย และทําใหเกิดการเปลี่ยนแปลงการทํางานของอวัยวะที่อยูหางไกลได การแชเทาดวยนํ้าอุน (Warm Foot Bath) การแชเทาดวยนํ้าอุนจะทําใหเรารูสึกผอนคลาย นอนหลับงาย และยัง ชวยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต หลังจากแชเทาในนํ้าอุนอุณภูมิประมาณ 36 – 38 ํC เปนเวลา 10 – 15 นาที แลวเช็ดเทาใหแหง พักผอนอยางนอยครึ่งชั่วโมง จะทําใหไดผลอยางเต็มที่ ประโยชนของการแชเทาดวยนํ้าอุน 1. ชวยใหระบบยอยอาหารทํางานดีขึ้น 2. ชวยใหระบบการไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น 3. ชวยกระตุนภูมิตานทานของรางกาย 4. ชวยลดอาการอักเสบของจมูกและลําคอ
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ70 5. ชวยทําใหนอนหลับงาย ขอควรระวังสําหรับการแชเทาดวยนํ้าอุน 1. ควรระวังในการใหบริการกับลูกคาที่มีประวัติเปนโรคเบาหวาน 2. ควรระวังในการใหบริการกับลูกคาที่มีปญหาเปนเสนเลือดขอด 3. ไมควรใหบริการกับลูกคาที่มีบาดแผลหรือโรคผิวหนังที่เทา 5. การประคบดวยนํ้ารอนและนํ้าเย็น การประคบดวยนํ้ารอนเปนการใชนํ้าเฉพาะที่ตามบริเวณตางๆ ของ รางกาย ชวยเพิ่มโลหิตที่มาเลี้ยงเฉพาะบริเวณนั้น ทําใหมีโลหิตมาเลี้ยงมากขึ้น จากการขยายตัวของหลอดเลือด และทําใหกลามเนื้อลดอาการเกร็งลง ความ รอนทําใหความเจ็บปวดลดลงได เพราะมีผลตอการทํางานของปลายประสาท รับความรูสึก ในทางการแพทยแผนไทยนิยมประคบสวนตางๆ ของรางกายดวย ลูกประคบสมุนไพรอบไอนํ้าซึ่งจะชวยใหสามารถนําความรอนและสมุนไพรเขาสู รางกายทางผิวหนังไดดีขึ้น การประคบนํ้าเย็นหรือนํ้าแข็งที่บริเวณตางๆ ชวยลด เลือดออกและอาการบวมเมื่อรางกายไดรับการบาดเจ็บและอาการเจ็บปวยจาก การอักเสบการใชประคบรอนสลับกับเย็นจะชวยกระตุนการไหลเวียนโลหิตและ การซอมแซมเนื้อเยื่อของรางกาย 6. การอบเซานาและการอบไอนํ้า การอบไอนํ้ามีวัตถุประสงคเบื้องตนเพื่อใหรางกายขับเหงื่อ ใช 2 ปจจัย หลักคือ อากาศรอนกับความชื้นของไอนํ้า เนื่องจากนํ้าประจุความรอนไดดีกวา อากาศ และเปนตัวพาความรอนไดดีกวาอากาศอีกดวย เราอาศัยความเขาใจใน คุณสมบัติขอนี้มาจัดการหองอบไอนํ้าเพื่ออํานวยแกการขับเหงื่อ เมื่อเขาไปนั่งในหองที่มีอุณหภูมิสูง รางกายจะรับรูอุณหภูมิที่สูงขึ้นนั้น ดวยมวลของอากาศหรือไอนํ้าที่มากระทบผิวกาย ถาหองนั้นมีความชื้นตํ่าไอนํ้า
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 71 ซึ่งเปนตัวพาความรอนมากระทบผิวกายมีไมมากรางกายจะรับรูความรอนไดชา และจะนั่งอยูในพื้นที่นั้นไดนาน เมื่อรางกายรอนขึ้นเกิดการขับเหงื่อก็จะระเหย จากผิวกายไดสะดวกเกิดการระบายความรอนไดเร็ว เราจะรูสึกสบายไมอึดอัด กรณีนี้คลายกับอากาศกลางทะเลทรายแมวาอากาศรอนจัดแตไอนํ้ามีนอย ทําให คนเราจะทนอยูในพื้นที่นั้นไดนาน ในอีกสภาวะหนึ่งถาเขาไปนั่งในหองที่มีความชื้นสูงแมอุณหภูมิจะสูงไมมาก แตไอนํ้าจะพาความรอนมากระทบผิวกายไดรวดเร็วรางกายจะรับรูความรอนได ภายในเวลาไมนาน ขณะเดียวกันเมื่อรางกายของเราขับเหงื่อแตความชื้นในหอง มีสูงการระเหยของเหงื่อจึงเปนไปไมสะดวก ความรอนจะระบายจากรางกายไม เต็มที่เราจะรูสึกอึดอัด ดุจเดียวกับความรูสึกของเราเวลาฟาครึ้มฝน ดวยเหตุนี้ คนเราจึงนั่งอยูในหองที่รอนชื้นสูงไมไดนาน และถาอยูนานเกินไปอาจเกิดอันตราย กับเนื้อเยื่อหรือเอ็นไซมในเซลลได การอบไอนํ้าแบบตางๆ ระดับความรอนและ ความชื้นสัมพัทธจะเปนตัวกําหนดวาคนเราจะรูสึกสบายหรืออึดอัดและจะนั่งอยู ไดชานานเพียงใดในสิ่งแวดลอมการอบไอนํ้าแบบนั้นๆ 7. การอบไอนํ้า มีชื่อเรียกอีกอยางหนึ่งวา การบําบัดความรอนเปยก (Steam Bath) เปน วิธีการใชนํ้าเพื่อสุขภาพที่พบไดในสังคมตะวันตก และตะวันออก ไอนํ้าสามารถ เก็บและถายเทความรอนใหรางกายไดดีเทาๆ กับการอาบแชในนํ้า และใชอุณหภูมิ ประมาณ 50 องศาเซลเซียส ผลของความรอนจะมีตอรางกายเชนเดียวกับการ อาบนํ้าแชในนํ้ารอน ขณะอบไอนํ้ารางกาย จะไดรับผลจากการสูดหายใจอากาศที่มี ไอนํ้าอยูมากเขาทางปอดดวย ดังนั้นการอบไอนํ้าอาจใชรวมกับสมุนไพรหรือนํ้ามัน หอมระเหยตามวิธีการบําบัดรักษา โดยใชกลิ่นหรือคันธบําบัด (Aromatherapy) ไอนํ้ารอนจะเปนตัวพากลิ่นเขาสูรางกายทางการหายใจเพื่อสงผลตอรางกายและ จิตใจใหดีขึ้น การบําบัดดวยไอนํ้านี้ นอกจากจะอบทั้งรางกายแลวอาจใชเฉพาะ
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ72 ที่สําหรับสูดหายใจนํ้ามันหอมระเหยกับไอนํ้ารอนหรือใชรวมกับสมุนไพร 8. การบําบัดในอางนํ้าวน (Whirl pool and Jacuzzi treatment) การบําบัดในอางนํ้าวนเปนรูปแบบการใชนํ้าเชิงรับโดยการลงอาบแชนํ้า อุนในอางนํ้าวนที่มีหัวฉีดที่พนนํ้าออกมานวดสวนตางๆ ของรางกาย และมีเครื่อง เปาลมพนฟองอากาศออกมาผสมในนํ้าดวย อุณภูมิที่เหมาะสมสําหรับอางนํ้าวน คือ 30 – 40 ํC การแชในอางนํ้าวนทําใหเกิดความผอนคลายเชนเดียวกับการ อาบแชนํ้า กระแสนํ้าและฟองอากาศที่สัมผัสสวนตางๆ ของรางกายจะกระตุน ประสาทสัมผัสที่ผิวหนัง และกดนวดเนื้อเยื่อและกลามเนื้อใตผิวหนังใหลดการ เกร็งตัว และมีการถายเทไหลเวียนของเลือดและนํ้าเหลืองดวย ในสถานพยาบาล ใชอางนํ้าวนสําหรับการบําบัดรักษาโรคตางๆ และการบาดเจ็บ รวมทั้งใชสําหรับ รักษาบาดแผลที่มีการติดเชื้อดวย ประโยชนของการใชอางจากุซซี่ (Jacuzzi) 1. ชวยบรรเทาอาการปวดกลามเนื้อ 2. ชวยใหรางกายผอนคลาย คลายเครียด 3. ชวยใหนอนหลับสบาย 4. ชวยลูกคาที่มีปญหาโรคขอ ทําใหอาการปวดดีขึ้น 5. ทําใหการไหลเวียนโลหิตดีขึ้น ขอควรระวังของการใชอางจากุซซี่ (Jacuzzi) 1. ไมควรใชอางจากุซซี่กับลูกคาที่กําลังตั้งครรภ 2. ไมควรใชอางจากุซซี่กับลูกคาที่เปนเสนเลือดขอด 3. ไมควรใชอางจากุซซี่กับลูกคาที่มีความไวตอความรอนของนํ้า การแชตัวในอางนํ้า (Baths) เปนที่นิยมของชาวกรีกและโรมันมาตั้งแตสมัยโรมันจะเห็นวา Hippocrates ซึ่งไดรับการยกยองใหเปนบิดาแหงการแพทยนั้น ไดแนะนําใหใชนํ้าเย็นในการ บรรเทาอาการบวมและชวยลดอาการลงได
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 73 9. การอาบราด การอาบราดดวยนํ้ารวมทั้งการอาบนํ้าฝนและการอาบนํ้าฝกบัว เปน วิธีใชนํ้าเพื่อสุขภาพในชีวิตประจําวันของคนที่อยูอาศัยในเขตภูมิอากาศรอนชื้น ซึ่งสามารถใชนํ้าในแหลงนํ้าธรรมชาติตามแมนํ้าลําคลองตางๆ เพื่อชําระลาง สิ่งสกปรกและเหงื่อไคลจากรางกายไดบอยๆ โดยไมตองใชนํ้าจากแหลงนํ้าพุ รอนหรือนํ้าแรรอน การอาบนํ้าฝน หรือนํ้าฝกบัวมีผลเชนเดียวกับการอาบราด ในสปาตะวันตกมีการบําบัดเรียกวา vichy shower โดยใชนํ้าอุนฉีดโปรยจาก ฝกบัวจํานวนหลายๆ อันลงบนรางกายที่นอนราบบนเตียงเพื่อทําใหเกิดความผอน คลายรางกายและจิตใจ 10. การรดนํ้า ปะพรมนํ้า และการสรงนํ้า เปนรูปแบบการใชนํ้า ในวิถีชีวิตและขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมของ คนไทย การใชในพิธีกรรมทางวัฒนธรรมไทยเหลานี้สงผลตอมิติดานจิตใจ และ จิตวิญญาณ กอใหเกิดความศรัทธาและเชื่อมั่นในทางสรีรวิทยาที่ทําใหมีเลือด และออกซิเจนไปเลี้ยงสมองมากขึ้นชั่วครู และอาจเปนเหตุผลที่ใชอธิบายความ รูสึกสดชื่นที่เกิดขึ้นได 11. การฉีดพนรางกายดวยนํ้า (Douche) มีหลายรูปแบบรูจักกันในนาม Affusion shower, Rain shower หรือ Vichy shower ซึ่งเปนการ บําบัดดวยนํ้าโดยใหลูกคานอนอยูบนเตียง ในขณะที่ราวฝกบัวประมาณ 5 หัว หรือมากกวาโปรยนํ้าลงมาดวยความแรงของนํ้าพอสมควร ปกติใชนํ้าอุนเพื่อให เกิดความผอนคลายอยางลํ้าลึก ชวยบรรเทาอาการออนเพลีย ชวยบรรเทาการ คั่งของนํ้าเหลือง แตไมแนะนําใหใชกับลูกคาที่มีประวัติตอมนํ้าเหลืองโตหรือสตรี ที่กําลังตั้งครรภ สปาบางแหงจะมีการนวดภายใตกระแสนํ้าที่โปรยลงมาใหกับ ลูกคาดวย
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ74 ขอควรระวัง ควรดูแลเกี่ยวกับอุณหภูมิของนํ้าที่ใชและอุณหภูมิของหอง ไมใหรอน หรือเย็นจนเกินไป Scotch Hose หรือ Jet Shower เปนเทคนิคการบําบัดดวยนํ้า โดย Therapist ตองผานการฝกฝนมาอยางดี มีความรูเกี่ยวกับกายวิภาคและ สรีรวิทยา โดยจะใชหัวเจ็ทที่มีแรงของนํ้าสูงมาฉีดไปตามรางกายของลูกคาโดย ลูกคาจะยืนหางจาก Therapist ประมาณ 4 เมตร ปกตินิยมใชนํ้าอุน เพราะจะ เปนการกระตุนการไหลเวียนของโลหิตและนํ้าเหลือง ขอควรระวังในการใช Scotch Hose หรือ Jet Shower 1. ไมควรใชกับลูกคาที่มีประวัติเสนเลือดขอด 2. ไมควรใชกับลูกคาที่มีประวัติโรคหัวใจ 3. ไมควรใชกับลูกคาที่มีประวัติเปนโรคความดัน 4. ไมควรใชกับลูกคาที่รางกายมีการอักเสบ 5. ไมควรใชกับลูกคาที่กําลังตั้งครรภ
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 75 Swiss Shower เปนเทคนิคการบําบัดดวยนํ้า โดยมีหัวเจ็ท 9 หัวหรือ มากกวา ฉีดนํ้าออกมาตั้งแตศีรษะถึงบริเวณดานขางลําตัว ซึ่งจะชวยใหรางกาย ผอนคลาย ชวยทําใหนอนหลับงายขึ้น อีกทั้งชวยบรรเทาอาการปวดหลังเรื้อรังได ขอควรระวัง 1. ไมควรใชกับลูกคาที่มีประวัติโรคหัวใจ 2. ไมควรใชกับลูกคาที่มีประวัติเกี่ยวกับเสนเลือด เสนเลือดขอด 12. การลอยตัวในนํ้า(Floatation หรือ Isolation Tank) คือ การนอนลอยตัวในอางนํ้าพิเศษ ที่บรรจุนํ้าผสมเกลือยิปซัมที่มี ความถวงจําเพาะสูงจนสามารถพยุงตัวลอยนํ้าไดโดยไมตองใชเครื่องพยุง การลอยตัวในนํ้า จะทําใหรางกายรูสึกผอนคลายอยางลึกซึ้งเพราะแรงดึงดูดของ โลกหมดไป ทําใหกลามเนื้อทั่วรางกายผอนคลายและมีความตึงตัวนอยลง การ ลอยตัวในนํ้ามีจุดมุงหมายใหเกิดความสงบและลดความตึงเครียด และมักใชแสง และเสียงที่เหมาะสมประกอบดวย ขอแนะนํากอนการใชเทคนิคการลอยตัว 1. ถอดเครื่องประดับทุกชนิดออก 2. อาบนํ้าใหสะอาดกอนทุกครั้ง ทั้งนี้รวมไปถึงการลางหนาเอาเครื่อง สําอางออก 3. รับประทานอาหารที่ยอยงายและรับประทานกอนอยางนอย 1 ชั่วโมง 4. ไมควรดื่มนํ้าชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลกอนใชบริการ 5. ควรดื่มนํ้าสะอาดกอนใชบริการ ขอแนะนําหลังการใชการลอยตัว 1. ดื่มนํ้าสะอาดหลังการใชบริการ 2. อาบนํ้าหลังการใชบริการ
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ76 ประโยชนของการใชเทคนิคการลอยตัว 1. ชวยใหเกิดการผอนคลายอยางลํ้าลึก 2. ชวยบรรเทาอาการปวดเมื่อย 3. ชวยในการขับสารพิษออกจากรางกาย 4. ชวยเพิ่มการไหลของโลหิตในรางกาย 5. ชวยลดอาการตึงตัวกลามเนื้อ 6. ชวยทําใหความดันโลหิตลดลง ขอควรระวังของการใชเทคนิคการลอยตัว 1. ไมควรใชกับลูกคาที่กลัวความมืด 2. ไมควรใชกับลูกคาที่มีประวัติทางดานอารมณและจิตใจแปรปรวน 3. ไมควรใชกับลูกคาที่เปนโรคลมชัก 4. ไมควรใชกับลูกคาที่มีประวัติโรคหัวใจ 5. ไมควรใชกับลูกคาที่มีประวัติโรคไต 6. ไมควรใชกับลูกคาที่มีประวัติโรคเบาหวาน 7. ไมควรใชกับลูกคาที่มีประวัติโรคผิวหนัง 13. การออกกําลังกายในนํ้า การออกกําลังกายในนํ้า เปนรูปแบบการใชนํ้าเพื่อสุขภาพในเชิงรุก ที่ พัฒนาขึ้นภายหลังการใชนํ้าในรูปแบบอื่นๆ โดยอาศัยองคความรูเรื่องสรีรวิทยาการ ออกกําลังกายเพื่อสุขภาพในปจจุบัน การออกกําลังกายในนํ้าสามารถกระทําได ทั้งในแหลงนํ้าธรรมชาติ เชน แมนํ้า ลําคลอง ทะเล หรือในสระวายนํ้า การออก กําลังกายในนํ้าสามารถใชเพื่อการสงเสริมสุขภาพเพื่อบําบัดรักษาปญหาสุขภาพ หรือเพื่อฟนฟูสุขภาพ เชน โรคเบาหวาน ความดันสูง หรือใชบําบัดฟนฟูโรค ขอเสื่อมและอักเสบ การออกกําลังกายในนํ้ามีลักษณะเปนการออกกําลังกายโดย ไมตองรับนํ้าหนักตัว ไรแรงกระแทก ทําใหมีความปลอดภัยสูง คุณลักษณะของ นํ้าเรื่องแรงพยุง แรงดันของนํ้าชวยใหระบบไหลเวียนโลหิตมีประสิทธิภาพสูง
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 77 ทําใหไมรูสึกเหนื่อยมาก คุณสมบัติดังกลาวทําใหการออกกําลังกายในนํ้าสามารถ ประยุกตใชไดกับคนทุกเพศทุกวัย การใชนําเพื่อสุขภาพรูปแบบอื่นๆ จากกระแสความนิยมในการดูแลสุขภาพแบบองครวม โดยมีการนําหลัก การและวิธีปฏิบัติของระบบการแพทยทางเลือกตางๆ เขามารวมผสมผสานใน การดูแลรักษาสุขภาพ จึงไดเกิดการพัฒนารูปแบบการใชนํ้าใหมๆ ขึ้นหลายแบบ 14. วัตสุ (Watsu) เกิดจากการรวมคําวาซิอัตสุ (Shiatsu) ของญี่ปุน กับคําวา Water ซิอัตสุเปนวิธีการบําบัดรักษาอยางหนึ่งของการแพทยแผนโบราณของญี่ปุน วัตสุ มีลักษณะเปนการบําบัดในนํ้าโดยผูบําบัดจะประคองตัวผูรับการบําบัดที่ลอยตัวใน นํ้าอุน นวดและเคลื่อนไหวเพื่อยืดเหยียดสวนตางๆ ของรางกายตามหลักการ ปฏิบัติของซิอัตสุ คุณสมบัติเรื่องแรงพยุงของนํ้าชวยทําใหตัวเบาเคลื่อนไหวได งาย ผูผานการบําบัดแบบวัตสุจะรูสึกผอนคลายรางกายและจิตใจเปนอยางมาก ประโยชนของวัตสุ (Watsu) 1. ชวยใหเกิดการผอนคลาย 2. เหมาะสําหรับสตรีที่กําลังตั้งครรภ 3. เหมาะสําหรับลูกคาที่มีปญหาเกี่ยวกับการทํางานของระบบกลามเนื้อ 4. เหมาะสําหรับลูกคาที่มีปญหาเกี่ยวกับโรคขอ 15. ไอชิ (Ai Chi) เปนรูปแบบการบําบัดในนํ้าที่อาศัยหลักการออกกําลังกายแบบไทเก็ก ผูรับการบําบัดจะยืนในนํ้าระดับทรวงอกและเคลื่อนไหวรางกายในจังหวะชาๆ ตามวิธีบริหารรางกายเพื่อบําบัดรักษารวมกับการฝกหายใจลึก โดยใชแรงดัน ของนํ้าเปนแรงตานการเคลื่อนไหวและตานการหายใจ
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ78 16. โยคะนํ้า (Water Yoga) เปนรูปแบบที่พัฒนาจากหลักการของการฝกหายใจโยคะรวมกับการใชแรง พยุงของนํ้าในการบริหารรางกายในนํ้าดวยทาทางตาง ๆ ซึ่งจะทําไดงายกวาบนบก
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 79
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ80 บทที่ 6 ผลิตภัณฑ เครื่องมือ และอุปกรณที่ใชในสปา (Spa Products & Spa Equipments) ผลิตภัณฑ เครื่องมือ และอุปกรณที่ใชในสปา ถือไดวามีความสําคัญใน การชวยปฏิบัติงานในสปาใหมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอยางยิ่งเครื่องสําอาง อันไดแก นํ้ามันนวด ครีมนวดหนา ในปจจุบันสปาบางรูปแบบไดมีแนวโนมหัน มาใชเครื่องมือเขามาชวยในการทํางานมากขึ้น เชน เมติคอลสปา และ บิวตี้ สปา ประกอบกับไดมีการคิดคนการใชงานเครื่องมือใหทันสมัย สงผลใหเครื่อง มือมีราคาคอนขางสูงทําใหการลงทุนประกอบธุรกิจสปาตองใชเงินลงทุนจํานวน สูงมากขึ้นไปดวย ดังนั้นในการที่จะตัดสินใจวาจําเปนตองมีอุปกรณเครื่องมือเหลานี้ใน สปาหรือไม ตองอาศัยหลักการในการตัดสินใจอยางถูกตองและชาญฉลาด เชน งบประมาณการลงทุน รูปแบบ ประเภทหรือชนิดของสปา กลุมลูกคาเปา หมาย ทําเลที่ตั้ง ขนาดของสถานประกอบการสปาและอื่นๆ เปนตัวชวยในการ ตัดสินใจ คํานิยามของผลิตภัณฑ ผลิตภัณฑที่นํามาใชในสปาในที่นี้เรียกโดยรวมวา เครื่องสําอาง ความหมายของ คําวา “เครื่องสําอาง” ตามมาตรา 4 แหงพระราช บัญญัติเครื่องสําอาง พ.ศ.2335 เครื่องสําอาง หมายถึง 1. วัตถุที่มุงหมายสําหรับใชทา ถู นวด โรย พน หยอด ใส อบ หรือ กระทําดวยวิธีอื่นใด ตอสวนหนึ่งของรางกายเพื่อความสะอาด ความสวยงาม หรือสงเสริมใหเกิดความสวยงาม และรวมตลอดทั้งเครื่องประทินผิวตางๆ ดวย แตไมรวมถึงเครื่องประดับ และเครื่องแตงตัวซึ่งเปนอุปกรณภายนอกรางกาย
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 81 2. วัตถุที่มุงหมายสําหรับการใชเปนสวนผสมในการผลิตเครื่องสําอาง โดยเฉพาะ 3. วัตถุอื่นที่กําหนดโดยกฎกระทรวงใหเปนเครื่องสําอาง เครื่องสําอางนอกจากจะหมายถึงเครื่องแตงหนา เครื่องเสริมความ งาม เครื่องสําอางของผิวพรรณ ใบหนา รวมทั้งเครื่องหอมที่ใหกลิ่นที่มีเสนห หอมชื่นใจและกลิ่นหอมที่อยูในเครื่องสําอางทุกชนิด ยังรวมถึงสบู แชมพู ที่ ใชชําระรางกายใหสะอาดดวย จะเห็นวาผลิตภัณฑที่ใชในสปา จะเปนเครื่องสําอางเกือบทั้งหมด ซึ่ง การใชเครื่องสําอางอาจเกิดผลขางเคียงไดนอยเมื่อเทียบกับอัตราการใช แตถา เกิดขึ้นแลวอาจสงผลทําใหเสียความงาม หรือมีอันตรายขั้นรุนแรงได ดังนั้นจึง ตองมีความระวังในการใชดวย การจําแนกประเภทของเครื่องสําอาง ตามพระราชบัญญัติเครื่องสําอาง พ.ศ. 2335 กําหนดใหเครื่องสําอาง ทุกชนิดเปนเครื่องสําอางควบคุม การเลือกใชเครื่องสําอางอยางปลอดภัย การเลือกใชเครื่องสําอางอยางปลอดภัยนั้น ประกอบดวย 4 ประการ คือ 1. ความตองการ หรือความจําเปนที่ตองใชเครื่องสําอาง 2. เทคนิคการเลือกใชเครื่องสําอาง 3. การนําเครื่องสําอางไปใช 4. ผลจากการใชเครื่องสําอาง ความตองการหรือความจําเปนที่ตองใชเครื่องสําอาง การเลือกซื้อเครื่องสําอางตองมีจุดมุงหมายในการใชหรือความคาด หวังที่คิดวาจะไดรับจากการใชเครื่องสําอางซึ่งมีหลากหลาย ตัวอยางเชน
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ82 1.1 ใชเพื่อใหรางกายสะอาด ผิวสะอาด กลิ่นสะอาด ไดแก a. เครื่องสําอางประเภทครีม โลชั่น โฟม b. ครีม โลชั่น ทําความสะอาดผิว c. สบูกอน สบูเหลว สบูผง โฟม เจลอาบนํ้า อาบนํ้าชําระ ลางผิวกาย d. ผาเย็นเช็ดผิวเพื่อใหสะอาดและเกิดความรูสึกสดชื่น 1.2 ใชเพื่อสุขอนามัยที่ดีของรางกาย ไดแก e. นํ้ายาบวนปาก f. เครื่องสําอางระงับเหงื่อ ระงับกลิ่นกาย 1.3 ใชเพื่อใหสวยงาม กลุมนี้มีหลากหลายประเภท ตัวอยางเชน ผลิตภัณฑ ทาเล็บ ลิปสติก แปงทาหนา 1.4 ใชเพื่อประทินผิว ไดแก g. เครื่องสําอางที่ใชทาผิว h. บํารุงผิว i. สมานผิว j. ทาตัวกอนนอน k. แปงฝุนโรยตัว l. แปงนํ้า 1.5 ใชเพื่อรางกายหอมสดชื่น 1.6 ใชเพื่อปองกันผิว ไดแก m. ครีม n. โลชั่น 1.7 ใชเพื่อปองกันผิวแตก
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 83 1.8 ใชเพื่อปองกันผิวแหง 1.9 เครื่องสําอางที่ชวยปองกันแสงแดด เทคนิคการเลือกซื้อเครื่องสําอาง การเลือกเครื่องสําอางนั้น ตองมีเทคนิคการซื้อเครื่องสําอางอยางฉลาด และคุมคา ดังนี้ 1. ซื้อใหตรงจุดมุงหมาย คือ ซื้อเทาที่ตองการหรือที่จําเปนตองใช เพราะจะชวยใหประหยัดเงินและชวยปองกันไมใหมีเครื่องสําอางเกินความจําเปน การเก็บเครื่องสําอางไวนานๆ เมื่อเวลาผานไป เครื่องสําอางจะมีกลิ่น สี และ ลักษณะเปลี่ยนแปลงไป ไมสามารถใชไดก็จะกลายเปนขยะ นอกจากเสียเงินแลว ยังทําลายสิ่งแวดลอมดวยการเพิ่มขยะโดยไมจําเปนอีกดวย 2. ซื้อโดยไมหลงเชื่อคําโฆษณา 3. ซื้อตามความเหมาะสมของฐานะและเศรษฐกิจ เนื่องจากเครื่อง สําอางที่จะตองซื้อมีมากมายหลายชนิด ทั้งที่จําเปนและไมจําเปน การเลือกซื้อ เครื่องสําอาง ซึ่งสวนใหญใชภายนอก ควรคํานึงถึงความเหมาะสมโดยเฉพาะ เรื่องราคา โดยมีขอสังเกต ดังนี้ 3.1 เครื่องสําอางตางประเทศมีราคาสูงมาก เนื่องจากตองเสียภาษี นําเขาในอัตราที่สูง และผูผลิตทั้งในตางประเทศทั้งผูนําเขามาในประเทศไทย ตางตองการกําไรในการขาย ราคาขายจึงแพงมาก 3.2 เครื่องสําอางบางชนิดมีราคาสูงเนื่องจากความนิยมในยี่หอ หรือ เครื่องหมายการคา 3.3 เครื่องสําอางที่ผลิตในประเทศ ปจจุบันมีคุณภาพทัดเทียมกับ ตางประเทศ และมีขายหลายระดับราคา สามารถเลือกซื้อไดตามความเหมาะสม
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ84 3.4 การที่เครื่องสําอางมีราคาสูงมิไดหมายความวาเมื่อใชแลวจะไมแพ หรือไมอันตราย เนื่องจากการแพหรือใชไมไดผลอาจขึ้นอยูกับแตละบุคคล 4. ซื้อใหเหมาะกับผูใช 4.1 เหมาะสมกับวัย เชน ทารก เด็ก วัยรุน วัยกลางคน หรือวัย ชรา การเลือกซื้อเครื่องสําอางตองคํานึงถึงวัยของผูใชดวย เพราะสภาพผิว ความตานทานของผิว และความจําเปนของผูใชแตละวัยไมเหมือนกัน 4.2 เหมาะสมกับผิวของผูใช หรือลักษณะของผูใชเนื่องจากปจจุบัน เครื่องสําอางหลายชนิดที่ผลิตออกมาจําหนาย สําหรับผิวหรือลักษณะของผูใช แตละแบบ เชน สําหรับผิวแหง ผิวมัน สําหรับผมแหง ผมธรรมดา หรือ ผมมัน เปนตน 5. ซื้อจากแหลงจําหนายที่นาเชื่อถือ มีหลักแหลงที่แนนอน เนื่องจาก หากใชแลวเกิดปญหาก็สามารถจะกลับไปตรวจสอบหรือสอบถามขอมูลจากผูขายได 6. ซื้อเครื่องสําอางที่มีฉลากภาษาไทยครบถวน กฎหมายวาดวย เครื่องสําอาง มุงเนนที่จะใหผูรับบริการไดรับขอมูลขาวสารของเครื่องสําอางที่ ถูกตอง จึงมีขอบังคับวา เครื่องสําอางทุกประเภททุกชิ้นตองมีฉลากที่มีขอความ ภาษาไทย ตามที่กําหนดไวของเครื่องสําอางแตละประเภท ขอสังเกตในเรื่องฉลากภาษาไทย เครื่องสําอางที่มีฉลากภาษาไทยตองแจงรายละเอียดตางๆ ตามที่กฎหมาย กําหนด โดยเฉพาะอยางยิ่งการแจงชื่อ และที่อยูผูผลิตอยางชัดเจน อาจเปน เครื่องชี้วัดไดในระดับหนึ่งวา เจาของผลิตภัณฑมีความบริสุทธิ์ใจ และจริงใจ ตอผูใช สามารถตรวจสอบจากแหลงผลิตได หากเกิดปญหาขึ้น การพิจารณาเครื่องสําอางที่มีฉลากภาษาไทย ตองมีสาระสําคัญตางๆ ที่จะเปนประโยชนตอผูรับบริการ โดยเฉพาะอยางยิ่ง
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 85 • วัน เดือน ป ที่ผลิต ซึ่งกฎหมายบังคับวา เครื่องสําอางทุกชนิด ทุก ชิ้น ตองแสดงวัน เดือน ป ที่ผลิตไวที่ฉลาก ในสวนนี้ผูซื้อจะพิจารณา ไดวา เครื่องสําอางนั้นเกาเกินไปหรือไม • วัน เดือน ป ที่หมดอายุ สําหรับเครื่องสําอางบางชนิด ไดแก นํ้ายา โกรกผม หรือนํ้ายาผสมของผลิตภัณฑยอมผมที่มีสวนผสมของ ไฮโดรเจนเพอรออกไซด เมื่อครบกําหนดวันหมดอายุแลวประสิทธิภาพ จะหมดไปดวย 7. พิจารณาลักษณะและภาชนะบรรจุของเครื่องสําอาง ลักษณะของ เครื่องสําอางที่บรรจุอยูภายในภาชนะ ใหสังเกตในเรื่องของสี กลิ่น การแยก ชั้น หรือการเปลี่ยนแปลงในทางที่ไมดี เชน เก็บไวนานจนปริมาณในขวดลดลง จนเห็นไดชัด ภาชนะบรรจุ คือ วัตถุใดๆ ที่ใชบรรจุ หรือหุมหอเครื่องสําอางโดยเฉพาะ ในการซื้อจะตองพิจารณาวาภาชนะบรรจุอยูในลักษณะที่ดีเหมาะสม ปลอดภัย ไมแตก รั่ว ราว และไมเสี่ยงตอการปนเปอน การนําเครื่องสําอางไปใช เมื่อเลือกซื้อเครื่องสําอางไปแลว กอนที่จะนํามาใชใหเกิดประโยชน และ ปลอดภัยมีแนวทางที่ควรปฏิบัติ ดังนี้ 1. อานฉลากกอนใช การอานฉลากกอนใชจะทําใหทราบไดวา ผลิตภัณฑนั้นคืออะไร และ ใชเพื่ออะไร สาระสําคัญในการอานฉลากกอนใช คือ วิธีใช ขอควรระวัง หรือคําเตือน ซึ่งบางครั้งอาจแสดงไวที่ฉลาก กลองหรือดานในของกลอง ใบแทรก หรือเอกสารกํากับเครื่องสําอาง จะตองอานอยางละเอียด อานให เขาใจ หากไมเขาใจตองสอบถามผูรูหรือผูขายใหเขาใจ
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ86 2. ปฏิบัติตามวิธีใช วิธีใชที่แสดงไวที่ฉลากหรือกลอง หรือใบแทรก หรือเอกสารกํากับเครื่อง สําอาง ถือวาเปนวิธีใชที่เหมาะสมสําหรับผลิตภัณฑนั้นๆ ไมควรเชื่อคําบอกเลา เนื่องจากอาจไมไดผลหรือใชแลวไมปลอดภัย 3. ระมัดระวังตามขอควรระวังหรือคําเตือนที่แจงไว ใหอานคําเตือน หรือขอควรระวังที่แสดงไวที่ผลิตภัณฑนั้น โดยเฉพาะ อยางยิ่งคําเตือนของเครื่องสําอางควบคุมที่กฎหมายบังคับใหแสดงคําเตือนไวบน ฉลาก ผลจากการใชเครื่องสําอาง เมื่อใชเครื่องสําอางชนิดใดชนิดหนึ่งแลว ผูใชควรจะตองพิจารณาผลที่ ไดจากการใชวาคุมคา หรือสูญเปลาเพียงใด ดังนี้ 1. หากใชแลวไดผลตามที่ตองการ ไมเกิดอาการแพ หรือระคายเคือง ก็สมควรที่จะซื้อใชตอไป 2. ใชแลวไมไดผล ถึงแมวาจะไมกอใหเกิดอาการแพ หรือระคาย เคืองก็ตาม สมควรเลิกใช และหากพิจารณาแลววา นาจะเปนการ โฆษณาสรรพคุณเปนเท็จหรือเกินจริง ก็ควรบอกกันตอๆ ไป เพื่อ มิใหมีผูถูกหลอกลวงมากขึ้น หรืออาจแจงใหหนวยงานของรัฐทราบ เพื่อติดตามตรวจสอบตอไป 3. ใชแลวเกิดอาการแพ หรือระคายเคืองใหหยุดใช หากอาการแพไม รุนแรงเมื่อหยุดใชจะหายเองไดแตหากอาการแพรุนแรง ควรพบแพทย เพื่อแกไข บรรเทา หรือรักษาอาการแพนั้นหากใชเครื่องสําอางชนิด ใดแลวเกิดอาการแพ หรือระคายเคืองใหเลิกใช 4. มีปญหาสงสัยใหแจงเจาหนาที่ ในกรณีที่ใชแลวไมไดผล หรือเกิด อาการไมพึงประสงค หรืออาการแพ หรือมีปญหานาสงสัยวา อาจเปนเครื่องสําอางผิดกฎหมาย หรืออาจมีอันตราย หรือไมนา
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 87 ปลอดภัยควรสอบถามหรือแจงเจาหนาที่ของรัฐเพื่อติดตาม ตรวจ สอบ และดําเนินการตามกฎหมายตอไป อันตรายที่อาจเกิดจากการใชผลิตภัณฑ อันตรายรวมทั้งอาการอันไมพึงปรารถนานั้นเปนสิ่งที่ผูรับบริการไมตองการ แตในบางครั้ง อาจเกิดอาการอันไมพึงประสงคขึ้น บางครั้งสามารถมองเห็นและ ปองกันได แตบางครั้งอาจคาดไมถึง สาเหตุของอันตรายที่เกิดจากผลิตภัณฑมี 3 ทาง คือ 1. อันตรายที่เกิดจากตัวผลิตภัณฑ 2. อันตรายจากการใชผลิตภัณฑ 3. อันตรายอันเนื่องมาจากตัวผูใช อันตรายที่เกิดจากตัวผลิตภัณฑ ผลิตภัณฑอาจเปนสาเหตุแรกที่ทําใหเกิดอันตรายตอผูบริโภคได ตัวอยางเชน 1. จากประเภทของผลิตภัณฑ ไดแก เครื่องสําอางควบคุม ซึ่งมีสวน ผสมของสารที่อาจเปนอันตรายได จึงตองกําหนดเปนเครื่องสําอางควบคุม และหากเปนเครื่องสําอางควบคุมที่ผิดกฎหมายมีการลักลอบผลิต/นําเขา หรือ จําหนายโดยไมไดขึ้นทะเบียน ไมไดผานการกลั่นกรอง ตรวจสอบจากหนวย งานรัฐ ก็จะยิ่งมีอันตรายมากขึ้น 2. จากความรับผิดชอบของเจาของผลิตภัณฑ์ ไดแก 2.1 เครื่องสําอางที่ออกมาจําหนาย โดยไมมีขอความฉลากเปนภาษา ไทย หรือมีไมครบถวนโดยเฉพาะอยางยิ่ง สวนที่กฎหมายบังคับวา เครื่องสําอาง ทุกชนิดตองมีวัน เดือน ป ที่ผลิต หากไมมีปรากฏอยูก็สรุปไดวา เจาของผลิตภัณฑ ไมมีความจริงใจที่จะใหขอมูลที่ถูกตอง
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ88 2.2 สวนประกอบที่ไมเหมาะสม การใชสวนผสมที่ไมเหมาะสม อาจทําใหเครื่องสําอางไมมีคุณภาพตามที่อางหรือใชสารที่อาจกอใหเกิดอันตราย ได หรือใชสารบางชนิด แลวอางสรรพคุณทางยา ใหตั้งขอสังเกตวาหาก สรรพคุณที่เขาขายยา นอกจากจะไมจัดเปนเครื่องสําอางแลว ควรจัดเปนยา ซึ่งเปนผลิตภัณฑที่อาจมีอันตรายตอผูบริโภคได 2.3 กรรมวิธีการผลิตไมเหมาะสม 3. จากความเสื่อมสภาพ กรณีของเครื่องสําอางเสื่อมสภาพ อาจเนื่องมาจากเปนเครื่องสําอาง เกาที่ผลิตมานานแลว หรือบางผลิตภัณฑเสื่อมสภาพ เนื่องจากหมดอายุ เมื่อ เสื่อมสภาพแลวจะทําใหสรรพคุณ หรือคุณสมบัติของสารสวนผสมจะเปลี่ยนไป ในบางครั้งนอกจากจะใชไมไดผลแลว อาจกอใหเกิดอันตรายดวย นอกจากนี้การเสื่อมสภาพของเครื่องสําอาง อาจเกิดจากภาชนะบรรจุไม เหมาะสม แตก รั่ว ราว หรืออาจเนื่องมาจากการเก็บรักษาที่ไมเหมาะสม เชน เครื่องสําอางที่มีไฮโดรเจนเพอรออกไซด ซึ่งตองเก็บไวในที่เย็นแตนําไปเก็บไวใน ที่ที่มีอุณหภูมิคอนขางสูง เปนตน 4. ผลิตภัณฑผิดกฎหมาย ไดแก เครื่องสําอางควบคุมที่ลักลอบผลิต/จําหนาย โดยไมไดขึ้นทะเบียน หรือแจงรายละเอียด เครื่องสําอางที่ลักลอบนําเขามาจําหนาย เครื่องสําอาง ทุกชนิดที่ไมแสดงฉลากภาษาไทย ถือวาเปนเครื่องสําอางที่ผิดกฎหมายแนวทาง หนึ่งที่จะชวยกันแกไขได คือ ตองไมซื้อ เมื่อของผิดกฎหมายขายไมไดก็จะเหลือ แตของถูกกฎหมาย
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 89 อันตรายจากการใชผลิตภัณฑ เนื่องจากผลิตภัณฑสวนใหญใชเพื่อทําความสะอาด และสงเสริมใหเกิด ความสวยงาม ผูใชมักจะคาดหวังถึงผลที่ไดมากกวาผลที่เสีย หรืออันตรายที่ อาจเกิดขึ้น และคิดวาเปนผลิตภัณฑที่ทําใหรางกายสะอาดมากขึ้น หรือสวยงาม มากขึ้น จึงไมนาที่จะมีอันตรายแตอยางใด โดยขอเท็จจริงแลวสารสวนผสมใน เครื่องสําอางสวนใหญเปนสารเคมี หรือผลิตภัณฑเกือบทั้งหมดเปนสารเคมี ดัง นั้น โอกาสที่จะเกิดอันตรายยอมเกิดขึ้นไดโดยเฉพาะอยางยิ่ง ในกรณีที่ใชอยาง ไมถูกตอง อาจมีสาเหตุดังตอไปนี้ 1. การใชผลิตภัณฑอยางผิดวิธี อาจเกิดขึ้นไดจาก 1.1 เปนเครื่องสําอางที่ไมมีฉลากภาษาไทย มีแตภาษาตางประเทศ ถึงแมวาบางครั้งจะอานออกไดบาง แตความเขาใจในวิธีการใชอาจไมสมบูรณ หรือผิดพลาดได ทําใหใชผิดวิธี ตรงกันขามหากเปนภาษาไทยยอมเขาใจได ถูกตองและสมบูรณครบถวน แนวทางแกไขคือ ซื้อเครื่องสําอางที่มีฉลากภาษา ไทยครบถวน 1.2 วิธีใชเครื่องสําอางไมถูกตอง ตัวอยางเชน แปงฝุนโรยตัวสําหรับ เด็ก คนสวนใหญมักจะโรยแปงฝุนลงบนตัวเด็กซึ่งไมถูกตอง เนื่องจากทําใหเด็ก สูดผงแปงเขาไปในปอด หากเกิดขึ้นเปนเวลานานๆ จะเปนอันตรายตอปอด วิธีที่ ถูกตองคือ เทแปงลงบนฝามือแลวจึงคอยๆ ทาลงบนตัวเด็ก 2. ไมปฏิบัติตามวิธีใชคําเตือนหรือขอควรระวัง อันตรายที่เกิดจากการไมปฏิบัติตามวิธีใช คําเตือน หรือขอควรระวัง นั้น มักเกิดจากการไมอานฉลาก หรืออานอยางไมเขาใจ โดยเฉพาะอยางยิ่ง การใชตามความเขาใจของตนเอง หรือจากคําบอกเลาของผูที่ไมรูจริง ดังนี้ 2.1 เครื่องสําอางหลายชนิดกําหนดวา ควรทดสอบการแพกอนใช โดยทดสอบตามวิธีการทดสอบในฉลากหรือเอกสารกํากับเครื่องสําอาง ไดแก เครื่องสําอางควบคุมหลายประเภท
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ90 2.2 ใชมากเกินไป อาจใชปริมาณมากหรือใชบอยเกินไป ปริมาณ เครื่องสําอางที่สัมผัสกับผิวก็มากยิ่งขึ้นโอกาสที่จะแพหรือระคายเคืองจะมากยิ่งขึ้น 2.3 ใชผิดเวลา เชน เครื่องสําอางบางชนิดระบุวิธีใช ใหใชทากอน นอนตอนกลางคืนเพื่อหลีกเลี่ยงการระคายเคืองเมื่อถูกแสงแดด หากใชในเวลา กลางวัน เมื่อถูกแสงแดดอาจทําใหเกิดการแพระคายเคืองได 2.4 เครื่องสําอางที่มีการแสดงคําเตือน หรือขอควรระวังไวที่ฉลาก แสดงวาเครื่องสําอางนั้นอาจกอใหเกิดอันตรายได หากไมระมัดระวัง ตัวอยาง คําเตือนในการใช เชน ระวังอยาใหเขาตา หามใชเมื่อเปนโรคผิวหนัง เปนตน อันตรายเนื่องจากตัวผูใช ในบางครั้งเครื่องสําอางชนิดเดียวกันบางคนใชแลวแพ แตบางคนใชได โดยไมมีอาการแพ ซึ่งขึ้นอยูกับสภาพสรีรวิทยาของแตละบุคคล การเกิดอาการ แพหรือระคายเคืองจึงเปนการเกิดเฉพาะบุคคล แตละคนจะแพสวนผสมที่ไม เหมือนกัน บางครั้งดูเหมือนวาไมนาจะทําใหเกิดอาการแพ เชน นํ้าหอม ก็อาจ แพได เปนตน การเกิดอาการแพของผูใชเครื่องสําอางนั้น มีปจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวของ ดวย ไดแก 1. วัย พบวา ในเด็กจะมีอาการแพไดงาย และเกิดมากกวาผูใหญ 2. ตําแหนงของผิวหนัง บริเวณผิวหนังที่บางจะเกิดอาการแพไดมากกวา บริเวณที่ผิวหนา เชน ผิวบริเวณรอบดวงตา หรือริมฝปาก จะ เกิดอาการแพไดงายกวาผิวสวนอื่น 3. เหงื่อ คนที่เหงื่อออกมากเหงื่ออาจชวยใหสารแพที่ละลายนํ้าได ละลายในเหงื่อ แลวผานเขาผิวไดดีขึ้นเปนผลใหแพมากขึ้น 4. ความมันของผิว นํ้ามันที่ผิวอาจชวยใหสารแพที่ละลายไดดีในนํ้ามัน ผานเขาผิวไดดีขึ้น เปนผลใหแพมากขึ้น
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 91 เครื่องมือและอุปกรณ เครื่องมือ หมายถึง เครื่องที่นํามาใชงานในสปาเพื่อการทําทรีทเมนต และบริการใหลูกคา อุปกรณ หมายถึง สิ่งที่นํามาตกแตงหรือนํามาชวยเสริมการทํางานใน สปาและการใชเครื่องมือเพื่อทําใหการบริการเกิดผลสมบูรณที่สุด การดูแลและการเก็บรักษาผลิตภัณฑ เครื่องมือ และอุปกรณ ผลิตภัณฑ เครื่องมือ และอุปกรณที่ใชในสปา ตองมีการจัดการ การ เก็บรักษา การทําความสะอาด การดูแลดานความปลอดภัย และสุขอนามัย ของผูปฏิบัติงานใหถูกสุขลักษณะ ตองไดรับการดูแลและทําความสะอาดอยาง ดี เพราะเชื้อโรคบางชนิดอาจติดตอจากลูกคาคนหนึ่งไปสูลูกคาอีกคนหนึ่งได เพราะฉะนั้นการทําความสะอาดเครื่องมือเครื่องใช จึงถือวาเปนหัวใจสําคัญในการ ปองกันเชื้อโรคไมใหแพรกระจายไปสูผูรับบริการ ดังนั้น เพื่อเปนการคุมครอง สุขภาพของประชาชนผูรับบริการจึงตองมีหลักเกณฑในการดําเนินงาน การดูแล รักษาความสะอาดผลิตภัณฑ เครื่องมือ และอุปกรณเปนอยางดี ดังนี้ เครื่องสําอาง 1. มีหองจัดเก็บที่สามารถควบคุมอุณหภูมิใหเหมาะสม ไมโดนความ รอน ไมถูกแสงแดด 2. มีภาชนะหอหุมที่มิดชิด อากาศไมสามารถเขาถึงและไมมีชองทาง ใหฝุนละอองหรือเชื้อโรคสามารถเขาไปปนเปอนได 3. มีการแบงหมวดหมูที่ชัดเจน มีการแยกประเภทใหถูกตอง 4. เครื่องสําอางที่ตองการการดูแลเปนพิเศษควรมีเอกสารติดกํากับให ชัดเจน 5. ควรเช็ดทําความสะอาดขวด ภาชนะที่บรรจุใหสะอาดหลังการใช งานในแตละครั้ง 6. เครื่องสําอางที่มีการแบงมาใชบริการลูกคาในแตละราย เมื่อเหลือ
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ92 จากการใชงานไมควรนํามาใชกับลูกคาคนตอไป 7. หมั่นตรวจสอบเครื่องสําอางที่หมดอายุ เมื่อพบไมควรนํามาใช งาน อุปกรณ เครื่องมือ ประเภทโลหะ พลาสติก ไม และเครื่องใชไฟฟา การทําใหมีความปลอดภัยมากที่สุด คือตองนํามาเช็ดหรือลางทําความ สะอาดหลังจากการใหบริการแกลูกคาในแตละรายและเมื่อเสร็จงานในแตละวัน 1. อุปกรณประเภทโลหะ ตองอยูในสภาพดี ไมชํารุด หรือขึ้นสนิม มี การทําความสะอาดและทําลายเชื้อโรคดวยเอทิลแอลกอฮอล 70% แชนาน 30 นาที หรืออบในตูอบฆาเชื้อโรค หลังการใชงานในลูกคา แตละคน 2. เครื่องใชประเภทพลาสติก ใหทําความสะอาดดวยการลางดวยนํ้ายา ชะลางเพื่อขจัดคราบสกปรกและไขมันที่ติดอยูและแชในเอทิลแอลกอฮอล 70% จากนั้นนําไปผึ่งใหแหงกอนนํามาใชบริการ 3. อุปกรณ เครื่องมือประเภทไม หลังเช็ดลางทําความสะอาดแลว ควร นําไปผึ่งแดดใหแหงสนิทเพื่อปองกันการเกิดเชื้อราและการหมักหมม ของเชื้อโรค 4. เครื่องใชไฟฟาตองอยูสภาพดี มีการจัดเก็บเปนระเบียบ สายไฟไม ใหพันกับอุปกรณอื่น สายไฟเปนฉนวน 2 ชั้น สายไฟตองไมมีรอย ฉีกขาด มีการตรวจสายไฟ ปลั๊กไฟเปนประจํา และมีการจัดเก็บที่ สะดวกตอการใชงาน เครื่องใชประเภทผา 1. ผาขนหนูสําหรับลูกคาตองสะอาด มีจํานวนเพียงพอ สําหรับลูกคา ที่มารับบริการใชครั้งเดียวตอผูรับบริการ 1 คน มีตะกราจัดเก็บ ผาที่ใชแลว หลังการใชงานตองทําความสะอาดทุกครั้ง เมื่อผึ่งให แหงแลวตองเก็บในที่สะอาด มิดชิด เปนสัดสวนเพื่อปองกันไมให
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 93 สิ่งสกปรก ฝุนละอองตางๆ ปนเปอนผาที่สะอาดแลว สิ่งสําคัญ ตองระวังไมใหเกิดกลิ่นไมพึงประสงค โดยเฉพาะอยางยิ่งผาที่ไม ไดทําความสะอาดอาจเปนสาเหตุทําใหเกิดการติดตอของเชื้อโรค จากลูกคาคนหนึ่งไปสูลูกคาอีกคนหนึ่งได 2. เครื่องแบบสําหรับลูกคาเชน เสื้อคลุม ชุดนวดประเภทตางๆ ตอง จัดใหใชตอลูกคา 1 คน หลังจากนั้นตองนําไปทําความสะอาด 3. เครื่องแบบสําหรับพนักงานตองไมมีการใชปะปนกัน ควรจัดใหมี อยางนอย 2 ชุด ตอพนักงาน 1 คน 4. มีผาปดปากและจมูก สําหรับการทํางานที่มีการหายใจใกลลูกคา เปนผาสีขาว มี 2 ชุด ตอพนักงาน 1 คน ไมใชปะปนกัน ซักทําความ สะอาดทุกครั้งภายหลังการใชงานในแตละวัน การจัดการดานความปลอดภัยของผลิตภัณฑ เครื่องมือ และอุปกรณ 1. มีการจัดวางผลิตภัณฑ เครื่องมือและอุปกรณใหเปนระเบียบเรียบรอย สะดวกตอการใชงานและการบริการ 2. เครื่องสําอาง นํ้ายา และสารเคมีตางๆ ตองจัดวางเปนระเบียบ ตามประเภทเพื่อความสะดวกตอการใชและเก็บในที่ปลอดภัยไมกอ ใหเกิดอันตราย 3. ตองมีระบบปองกันไฟฟาดูด ไฟฟารั่ว ไฟฟาช็อต 4. มีปายแสดงเพื่อเตือนใหทราบบนตัวผลิตภัณฑเครื่องมือและอุปกรณ ใหชัดเจน ถึงขอควรระวังและอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได 5. มีเอกสารแจงใหทราบอยางชัดเจนในขั้นตอนการใชงานผลิตภัณฑ เครื่องมือและอุปกรณ 6. จัดใหมีการฝกอบรมการใชงานผลิตภัณฑ เครื่องมือและอุปกรณ อยางสมํ่าเสมอ 7. ตองมีการตรวจสอบสุขภาพทางกายของลูกคาทุกครั้งกอนการให
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ94 บริการ เพื่อปองกันไมใหเกิดการแพเครื่องสําอาง ไมใหเกิดอันตราย จากการใชผลิตภัณฑ เครื่องมือ 8. เครื่องมือและอุปกรณประเภทเครื่องอบไอนํ้าและอบความรอนตอง มีนาฬกาบอกเวลาการใชงาน เครื่องมือวัดอุณหภูมิและเครื่องตัดไฟ อัตโนมัติกํากับอยูดวย 9. มีเครื่องมือปฐมพยาบาลที่จําเปน เชน ยาสามัญประจําบาน สําลี ผาพันแผล ยาใสแผลสด พลาสเตอรยา 10. พื้นที่นั่งรอเขารับบริการ ตองสะอาด มั่นคง และแข็งแรง พื้นที่ที่อาจมีการลื่นหกลมไดงาย ตองมีปายติดแจงใหเห็นชัดเจน 11. มีการจัดอุปกรณดับเพลิงไฟฉุกเฉินและตรวจสอบปายบอกทางหนี ไฟอยางสมํ่าเสมอ ตัวอยางผลิตภัณฑ เครื่องมือ และอุปกรณที่ใชในสปา กลุมผลิตภัณฑ เครื่องสําอางสําหรับผิวหนา ไดแก 1. ครีมลางหนา 2. ครีมขัดผิว 3. โลชั่นปรับสภาพผิว 4. ครีมบํารุง เซรั่ม 5. ครีมนวดหนา 6. ครีมพอกหนา เครื่องสําอางสําหรับผิวกาย ไดแก 1. นํ้ามันนวด 2. ครีมขัดผิว 3. ครีมพอกตัว 4. ครีมบํารุงผิว
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 95 5. ผลิตภัณฑสําหรับเล็บ 6. ผลิตภัณฑสําหรับผม 7. ผลิตภัณฑสําหรับทําความสะอาด กลุมเครื่องมือและอุปกรณ 1. เตียงนวด (Massage Tables) 2. ตูอบฆาเชื้อ (Sterilizer) ใชสําหรับฆาเชื้ออุปกรณเครื่องมือ ทําให ปลอดเชื้อเมื่อนํามาใชงาน 3. ตูอบผารอน (Hot Tower Cabinets) ใชทําผารอน 4. ตูอบเซานาและอบไอนํ้า (Sauna and Steam) เซานาเปนการ อบแหงในหองเซานา ใชเทคนิคบําบัดดวยความรอนอากาศในหอง เซานาจะรอนและแหง 5. ผาหมไฟฟา/ ผาหมความรอน thermal Blanket ใชเปนเครื่องมือ ประกอบกับการพอกเพื่อชวยในการขับของเสียออกจากรางกายให ไดดียิ่งขึ้นหรือชวยใหผลิตภัณฑบํารุงผิวทํางานไดดีขึ้นหรือชวยทําให ลูกคาเกิดความอบอุนขณะรับบริการ 6. เครื่องออกกําลังกายกลามเนื้อ (Electronic Muscle Stimulator) ใชเพื่อกระชับกลามเนื้อ ทําใหไดรูปรางสมสัดสวน 7. เครื่องกําจัดขน (Wax and Paraffin) 8. เครื่องตรวจสภาพผิวหนา (Magnifying Lamp) ใชในการวิเคราะห สภาพผิวหนา แวนขยายชวยใหมองเห็นสภาพผิวไดชัดเจน 9. เครื่องอบไอนํ้าหนา (Steamer) ชวยทําใหเซลผิวออนตัวลง ขยายรู ขุมขนใหกวางขึ้นทําใหงายตอการขจัดสิ่งสกปรกที่อุดตันใตผิว และ บางชนิดสามารถผลิตโอโซนชวยในการทําลายเชื้อโรคบนผิวหนังดวย 10. เครื่องกําจัดสิวและสิ่งอุดตันผิวหนา (Vacuum and Sprayer) เปน เครื่องมือที่ทําการขจัดสิ่งสกปรกที่อุดตันใตผิว โดยการดูดเอาสิ่ง
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ96 สกปรกออกมา 11. เครื่องมือยกกระชับผิวหนา (Face Lifting Machine) ชวยทําให กลามเนื้อผิวกระชับแนน ฟนฟูเซลผิว ทําใหผิวหนาเตงตึงขึ้น 12. หมอนึ่งและลูกประคบ ใชสําหรับการประคบเพื่อคลายกลามเนื้อ สําหรับเทคนิคการนวดของไทยโบราณ กลุมอุปกรณสําหรับการใชงานตางๆ 1. เสื้อคลุม 2. ผาขนหนู 3. ที่คาดผม 4. รองเทาแตะ 5. แปรงพอกหนา 6. สําลี 7. ภาชนะสําหรับแบงผลิตภัณฑ ฯลฯ
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 97
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ98 บทที่ 7 คันธบําบัด (Aromatherapy) 1. ความหมายของคําวา Aromatherapy Aroma แปลวา กลิ่นหอม Therapy แปลวา การบําบัดรักษาโรค Aromatherapy หมายถึง การนํากลิ่นหอมจากนํ้ามันหอมระเหยมาใช ในการดูแลสุขภาพ การใชสมุนไพรในการเยียวยารักษารางกาย แยกออกไดเปน 2 ประเภท ใหญๆ คือ • Phytotherapy : ใชสมุนไพรโดยรวม • Aromatherapy : ใชเฉพาะกลิ่นหอม (Essential oil) ตามความเปนจริงแลวมีการใชสวนของ Phytotherapy มานาน โดย มากมักจะเห็นอยูในรูปของยาสมุนไพร เชน Tincture ตาง ๆ แตไมมีใครทราบ วาในยาสมุนไพรดังกลาวนั้นมีสวนผสมของ Essential oil อยูดวยไมมากก็นอย ในปจจุบัน พบวา สวนของ Aromatherapy นั้นก็มีความสําคัญมากในการใชเปน ธรรมชาติบําบัด จึงไดสกัดแยกเอา Essential oil จากพืชสมุนไพรแตละชนิด ซึ่งจะมีปริมาณและคุณสมบัติไมเทากัน ขึ้นอยูกับชนิดและอายุของพืชสมุนไพร 2.นํ้ามันหอมระเหย (Essential oil ) Essential oil คือ นํ้ามันที่พืชผลิตขึ้นมาแบบทุติยภูมิ (secondary metabolized) เพื่อวัตถุประสงคในการทําใหพืชมีอายุยืนยาวและสืบเผาพันธุได มนุษยจึงเอา Essential oil มาใชในวัตถุประสงคเดียวกันการที่พืช ผลิต Essential oil ขึ้นมาจะมีปริมาณไมเทากันในแตละชนิดของพืช ทําใหสกัด Essential oil ไดหลายวิธี และเรียกผลิตภัณฑที่ไดตางกัน
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 99 3.การสกัดนํ้ามันหอมระเหย กอนที่จะสกัดนํ้ามันหอมระเหย ผูสกัดจะตองคํานึงถึงเรื่องตางๆ ดังที่ กลาวมาแลว แตอีกเรื่องที่ใชประกอบการพิจารณา คือลักษณะของพืชที่จะใชสกัด และเครื่องสกัด หรือวิธีสกัดเพื่อจะไดสกัดแลวไดคุณภาพและปริมาณนํ้ามันที่ดี ตามความตองการและเหมาะสมกับการนําไปใชตอไป ดังนั้น จึงตองพิจารณา ลักษณะงายๆ ของชนิดพืชตามที่มองเห็น และสัมผัสได โดยแบงกลุมของชนิด พืชที่มีนํ้ามันหอมระเหยออกเปน 3 กลุม คือ กลุมที่ 1 มีนํ้ามันมาก ตัวอยางเชน เปลือกสมตาง ๆ จะสามารถมอง เห็นเซลลที่เก็บนํ้ามันหอมระเหยไดดวยตาเปลาอยางชัดเจน เมื่อบีบเบาๆ ก็จะมี นํ้ามันออกมาและมีกลิ่นหอมได กลุมที่ 2 มีนํ้ามันปานกลาง ตัวอยางเชน ตะไคร ใบมะกรูด กระเพรา โหระพา กลุมนี้ เมื่อเดินผานตนพืชจะไมมีกลิ่นหอมออกมา เมื่อขยี้จะมีกลิ่นหอม กลุมที่ 3 มีนํ้ามันนอย ตัวอยางเชน ดอกไมตางๆ เชน มะลิ กระดังงา ซอนกลิ่น ดอกไมเหลานี้จะสงกลิ่นหอมไปไกล เมื่อขยี้ หรือบีบจะไมมีกลิ่นหอม แตจะมีกลิ่นเหม็นเขียว การสกัดนํ้ามันหอมระเหย มีอยูหลายวิธีดังตอไปนี้ 1. การบีบ คั้น เปนการสกัดเย็น โดยวิธีใชแรงบีบ วิธีนี้ใชไดกับพืชกลุม ที่มีนํ้ามันหอมระเหยมากจะไดนํ้ามันหอมระเหยที่เปนธรรมชาติเพราะไมผานความ รอน เรียกวา นํ้ามันดิบ (Crude Oil) แตขอเสียคือ อาจจะมีสิ่งเจือปนมากับพืช ที่นํามาสกัดจึงไมคอยบริสุทธิ์ 2. การกลั่น (Distillation) เปนวิธีที่นิยมใชกันอยางแพรหลาย เพราะ เปนวิธีที่ประหยัดและสูญเสียนํ้ามันเพียงเล็กนอยโดยแบงออกไดเปน 3 วิธีคือ 2.1 กลั่นโดยใชไอนํ้า (Steam Distillation) วิธีการโดย นําพืชลงไป วางในหมอกลั่นที่มีนํ้าอยูขางลางลักษณะคลายหมอนึ่ง เพียงแตไมแยกสวนแลว
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ100 ตมนํ้าใหกลายเปนไอผานพืชออกมา นํ้ามันหอมระเหยก็จะถูกปลอยออกมากับ ไอนํ้าผานไปตามทอที่ทําใหไอนํ้าเย็นตัวลงกลายเปนของเหลวดักเก็บไวในขวดจะ ไดนํ้าลอยแยกชั้นอยูบนผิวนํ้า หรือขางลาง แลวแตคุณสมบัติของนํ้ามันออกมา ไวใช สวนนํ้าที่ออกมาจากการกลั่นยังคงมีกลิ่นหอมสามารถนําไปใชประโยชน ไดอีก เชน ใชผสมในเครื่องสําอางบางชนิด 2.2 การกลั่นโดยการใชพืชแชนํ้า (Water or Hydro Distillation) พืชที่ใชจะเปนพืชที่ทนตอความรอนสูง เชน พืชแหง แข็ง หรือ เปนเนื้อไม โดย นําพืชดังกลาวมาแชลงในนํ้าแลวใหความรอนจนนํ้าเดือด เซลลของพืชจะแตก และนํ้ามันหอมระเหยจะถูกพาใหลอยขึ้นมาพรอมกับไอนํ้าเชนเดียวกับ Steam Distillation 2.3 การกลั่นดวยไอนํ้าภายใตแรงดันสูง (Vacuum Steam distillation) วิธีการเหมือนการสลับแบบ Steam Distillation แตอยูภายใต ความดันในภาชนะที่ปดสนิท เพื่อเปนการลดจุดเดือดของนํ้าและนํ้ามันหอมระเหย ใหตํ่าลง ทําใหนํ้ามันหอมระเหยไมถูกทําลายคุณสมบัติดวยความรอนสูง จะได คุณภาพนํ้ามันหอมระเหยที่ดีกวา 2 วิธีแรก 3. การสกัดดวยตัวทําละลาย (Solvent Extraction) 3.1 ตัวทําละลายที่ระเหยได (Volatile Solvent) 3.1.1 Petroleum ether , Hexene • สกัดเย็น โดยนําพืชหรือดอกไมมาใสในภาชนะที่ตองการสกัด แลวเติมตัวทําละลายลงไป ตั้งทิ้งไวที่อุณหภูมิหอง • สกัดรอน โดยใช Soxchlet Extraction โดยควบคุมอุณหภูมิ เทากับจุดเดือดของตัวทําละลายที่ใช (ประมาณ 40 – 60 ํC) ทั้งสองวิธีจะไดสารประกอบที่เปนสี นํ้ามัน และ Wax ละลาย ออกมาในตัวทําละลายเรียกวา “Crude extract” จากนั้นนําไประเหยตัวทําละลาย ออกดวย Vacuum Evaporator จะได “Concrete” หากนําไปสกัดตอดวย
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 101 Absolute alcohol ก็จะไดนํ้ามันหอมระเหยรวมอยูกับแอลกอฮอล เรียกวา “Absolute Oil” (หามรับประทาน) ถาตองการแยกนํ้ามันหอมระเหยออกมา ก็นําไประเหยเอาแอลกอฮอลออกใหหมดภายใตความดันสูง 3.1.2 Absolute alcohol คือ การสกัดดวย Alcohol 95% แบง ออกไดเปน 2 วิธีคือ • สกัดเย็น เปนการนําพืชมาแชในแอลกอฮอล ตั้งทิ้งไวที่ อุณภูมิหอง จะไดสารประกอบของพืชที่ละลายนํ้าไดทั้งในนํ้าและในนํ้ามัน เรียก วา “Tincture” (ไมควรรับประทาน) • สกัดรอน เปนการสกัดดวยแอลกอฮอลโดยใหความรอน ประมาณ 70 องศาเซลเซียส โดยใชเครื่องมือ Soxchlet Extraction ไดสาร สกัดที่เรียกวา“Oleoresin” ขอดีของการใชวิธีสกัดแบบ Solvent Extraction คือไมทําใหองค ประกอบทางเคมีของนํ้ามันหอมระเหยเสียไป และเหมาะกับพืชที่มีนํ้ามันหอม ระเหยนอย ขอเสียคือ ตัวทําละลายที่ใชบางชนิดมีราคาแพง และตองแนใจวา ไดระเหยตัวทําละลายหมดแลวกอนนําไปใช 3.2 สารละลายที่ระเหยไมได เชน นํ้ามันหรือไขมันจากพืช หรือ สัตว เหมาะสําหรับดอกไมที่มีนํ้ามันหอมระเหยนอย 3.2.1 Macertion เปนการสกัดโดยวิธีแชพืชหรือดอกไมไวในนํ้ามัน พืชหรือนํ้ามันจากสัตวที่อุณภูมิหอง หรือใหความรอน 70 ํC จะไดสารประกอบ ของพืชที่ละลายนํ้ามัน เรียกสารสกัดที่ไดวา “Oil Extract” 3.2.2 Enflurage เปนวิธีสกัดโดยใชไขมันแข็งจากพืชหรือ สัตวมาวางไวบนภาชนะแกวที่มีฝาปด แลวนําพืชหรือดอกไมมาวางไวบนไขมันแข็ง ปดฝาทิ้งไวใหดอกไมสงกลิ่นออกมา (โดยเปลี่ยนดอกไมทุกวันจนกวาไขมันแข็ง จะมีกลิ่นหอม) กลิ่นซึ่งเปนนํ้ามันหอมระเหยจะถูกดูดซับไวในไขมันแข็งดังกลาว เรียกวา“Pommade” แลวจึงนํา Pommade มาแยกเอานํ้ามันหอมระเหยออก
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ102 จากไขมันแข็งโดยสกัดดวย Absolute alcohol จะได Absolute Oil เชน เดียวกับการสกัดจาก Concrete วิธีนี้เหมาะสําหรับดอกไมที่บานทุกวัน จะได นํ้ามันหอมระเหยที่มีกลิ่นธรรมชาติ เพราะไมถูกทําลายดวยความรอน และ ไมมีสารประกอบของพืชที่ละลายในนํ้ามันเจือปนออกมา แตตองใชเวลาหลาย วัน เปนวิธีที่ใชมาแตโบราณ 3.3 สารละลายที่เปนกาซ (Innert Gas) เชน Carbondioxide (CO2) โดยปลอยคารบอนไดออกไซดที่ถูกทําใหเปนของเหลวที่ความดันสูง ผาน พืชหรือดอกไม กาซคารบอนไดออกไซดจะพาเอานํามันหอมระเหยออกมา จากพืช แลวจึงนําสารสกัดที่ไดมาระเหยเอากาซออกมาที่อุณหภูมิหอง (กาซคารบอนไดออกไซดจะอยูในสถานะของเหลวที่อุณหภูมิหอง) ทําใหนํามัน หอมระเหยไมถูกทําลายโครงสรางดวยความรอน เปนวิธีที่นิยมใชกันมาก เพราะ จะไดนํามันหอมระเหยที่มีกลิ่นดี เหมือนธรรมชาติมากที่สุด แตตนทุนจะสูงมาก เหมาะสําหรับการสกัดนํามันหอมระเหยเพื่อทํานําหอมราคาแพง ขอควรระวัง : ควรเก็บนํ้าหอมระเหยไวในขวดแกวเทานั้น ไมควร เก็บในขวดพลาสติกเพราะนํ้ามันหอมระเหยบางชนิดละลายพลาสติกได ความแตกตางระหวางนํ้ามันพืชและสัตวกับนํ้ามันหอมระเหยก็คือ 1. นํ้ามันทั่วไปหรือนํ้ามันพื้นฐาน (Fixed Oil) เปน Primary metabolite พืชใชเปนอาหารในการเจริญเติบโต แตนํ้ามันหอมระเหย (Essential Oil) เปน Secondary metabolite พืชจะใชเพื่อการดํารงชีวิตใหมีอายุยืนยาว และเจริญ พันธุ 2. นํ้ามัน Fixed Oil มีจุดเดือดประมาณ 100 องศาเซลเซียส สวน นํ้ามันหอมระเหยสวนใหญมีจุดเดือดที่อุณหภูมิหอง
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 103 นํ้ามันหอมระเหยอยูในสวนไหนของพืช นํ้ามันหอมระเหยอยูในถุงเล็กๆ ภายในสวนตางๆ ของพืชรวมถึงดอก ราก ใบ เปลือก ดอกตูม หรือ ผล ตัวอยาง เชน สวนของพืชที่มีนํ้ามันหอมระเหย ตัวอยางพืชที่มีนํ้ามันหอมระเหย ดอก กุหลาบ มะลิ ดอกสม กระดังงา กานพลู ราก ขิง กระชาย แฝกหอม ผล และเมล็ด ผักชี ยี่หรา กระวาน จันทนเทศ ใบ มะนาว ตะไครหอม ตะไคร ยูคา ลิปตัส เนื้อไม / เปลือกไม / ลําตน / ลําตนใตดิน อบเชย / สน / กฤษณา, จันทรหอม / ขิง, ขา เรซิน (ใชในธูป หรือ incense) กํายาน ยางไมหอมตาง ๆ เปลือกผลไม สม มะนาว มะกรูด
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ104 ราคาของนํ้ามันหอมระเหยขึ้นอยูกับปริมาณของนํ้ามันหอมระเหยในพืช แตละชนิด ซึ่งจะแตกตางกันไปตามชนิดของพืช เชน นํ้ามันกุหลาบ 1 ปอนด จะตองใชกลีบกุหลาบ 20,000 ปอนดนํามากลั่นดวยไอนํ้า การแบงกลุมของกลิ่นของนํ้ามันหอมระเหย กลิ่นของนํ้ามันหอมระเหยอาจแบงไดหลายแบบ ดังนี้ 1. กลิ่นสม เปนกลิ่นที่ใหความรูสึกสดชื่นและสะอาด เปนกลิ่นของนํ้ามัน ที่ไดจากพืชตระกูลสม 2. กลิ่นเครื่องเทศ เปนกลิ่นที่ไดจากเครื่องเทศ ใหความรูสึกหนัก หวาน และลึก เชน นํ้ามันที่ไดจากอบเชย กานพลู 3. กลิ่นดอกไม เปนกลิ่นที่ไดมาจากดอกไมที่มีกลิ่นหอมตางๆ ใหความ รูสึกออนหวาน นุมนวล ไดแก กลิ่นกุหลาบ มะลิ พิกุล แกว 4. กลิ่นปา เปนพวกนํ้ามันที่ไดจากเนื้อไม ใหความรูสึกแหง และเบา สบาย ไดแก นํ้ามันสนตางๆ 5. กลิ่นสมุนไพร เปนกลิ่นของเมนทอล และใหกลิ่นสีเขียวของใบไม ไดแก นํ้ามันโหระพา กะเพรา สะระแหน ตะไคร
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 105 รายชื่อพืชที่นํามาสกัดนํ้ามันหอมระเหย 22 ชนิด ชื่อสามัญ ไทย / อังกฤษ ชื่อ วิทยาศาสตร / Family วิธีสกัด สวน ของพืช ที่ใช การขยาย พันธุ 1. กระเพรา (Holy Basil) Ocimum sanctum. Linn Steam Distillation ทั้งตน เพาะเมล็ด ปกชํา 2. กระดังงา (Ylang -Ylang) Canaga odorata var genuine Steam Distillation ดอก ตอนกิ่ง เพาะเมล็ด 3. กานพลู (Clove) Syzygium aromaticum. Linn. Merr. et Parry Steam Distillation ตาดอก, ใบ ตอนกิ่ง 4. การบูร (Camphor or cinnamon Tree) Cinnamo- mum cam- phora Steam Distillation ใบ, เปลือก ตน ตอนกิ่ง 5. กุหลาบ (Damask Rose) Rosa dama- scene Steam Distillation Solvent extract ดอก ตอนกิ่ง ปกชํา 6. กํายาน (Siam Ben- zoin) Styrax torkinensis Steam Distillation Solvent extract ยาง (resin) ตอนกิ่ง
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ106 ชื่อสามัญ ไทย / อังกฤษ ชื่อ วิทยาศาสตร / Family วิธีสกัด สวน ของพืช ที่ใช การขยาย พันธุ 7. ขิง (Ginger) Zingiber Of- ficinalec Steam Distillation เหงา เหงา 8.ขมิ้น (Turmeric) Curcuma longa.L. Steam Distillation เหงา เหงา 9.จันทรหอม (Sandal Wood) Santalum album,.Linn Steam Distillation แกนไม ตอนกิ่ง เพาะเมล็ด 10. เจอราเนียม (Geranium) Pelargonium graveolens Steam Distillation Solvent extract ดอก, ใบ ปกชํา 11. จําป (Jump- aka) Michilia alba. Dc Steam Distillation ดอก, ใบ ปกชํา 12. ตะไคร (La- mongrass) Cymbopo- gon Citratus Steam Distillation ใบ ปกชํา 13. ตะไครหอม (Citronella) Cymbopo- gon nardus Steam Distillation ใบ, ทั้งตน ปกชํา 14. ทีทรี (Tea tree) Melaleuca alternifolia Steam Distillation ใบ ตอนกิ่ง ปกชํา 15. เปปเปอรมิ นทร (Pepper- mint) Mentha piperita, L Steam Distillation ทั้งตน ปกชํา, ไหล
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 107 ชื่อสามัญ ไทย / อังกฤษ ชื่อ วิทยาศาสตร / Family วิธีสกัด สวน ของพืช ที่ใช การขยาย พันธุ 16. ไพล (Plai) Zingiber cassumu- nar.Roxb Steam Distillation ทั้งตน, เหงา เหงา 17. พิมเสนตน (Patchouli) Pogostemon cablin Steam Distillation ทั้งตน ปกชํา ,ไหล 18. มะกรูด (Bergamot) Citrus hys- trix,.Dc Steam Distillation Cold press ใบ, ดอก, เปลือก ผล เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง 19. มะนาวไทย (Lime) Citrus aurantifolia, (Christm. et Panz) Swing Steam Distillation Solvent extract ใบ, ดอก, เปลือก, ผล เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง 20. มะลิ (Jas- mine) Jasminum officinale Steam Distillation ดอก ตอนกิ่ง 21. ยูคาลิปตัส (Eucalyptus) Eucalyptus citriodora Steam Distillation ใบ ตอนกิ่ง เพาะเมล็ด 22. โรสเมรี่ (Rosemary) Rosemari- nus offici- nali s Steam Distillation ใบ, ทั้ง ตน ตอนกิ่ง
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ108 Aromatic Substances and Fragrances Aromatic Substances คือ สารหอมที่เปนองคประกอบรวมที่ทําให เกิดกลิ่น (Fragrances or Flower) โดยสารหอมเหลานี้เปนสารเคมีที่มีกลิ่น เฉพาะตัวของมัน โดยลําพังแลวสวนใหญจะไมทําใหเกิดกลิ่นเปนที่พึงพอใจนัก แตถาอยูรวมๆ กันหลายๆชนิด ในอัตราสวนที่เหมาะสมจะทําใหเกิดกลิ่นที่ดีขึ้น มาก แลวแตอัตราสวน และชนิดของสารเคมีที่เปนองคประกอบ สารเคมีเหลานี้ สามารถพบไดทั้งในพืช สัตว และจากการสังเคราะห พืช (Plants) Aromatic Substances ที่พบในพืช เกิดจาก by product ของขบวนการ metabolism แลวถูกลําเลียงเก็บรักษาเอาไวตามสวนตางๆ ที่แนนอน เชน ดอก ใบ ลําตน เปลือก เนื้อไม ราก เหงา ผล เมล็ด ยาง เปนตน โดยสารหอมที่ได จากเปลือก ผล และเมล็ดในของผลไมจะนํามาใชมากที่สุดในอุตสาหกรรมเครื่อง สําอางเนื่องจากเปนวัตถุดิบที่หางาย มีจํานวนมาก และราคาถูก สวนสารหอมที่ ไดจากดอกนั้นราคาสูงมาก สัตว (Animals) สารหอมที่ไดจากสัตวที่ใชในอุตสาหกรรมทํานํ้าหอม เชน Ambergris (ปลาวาฬ), Castroleum (บีเวอร), Civer (ชะมด), Musk (กวาง) นั้น ถาวิเคราะห องคประกอบภายในจะพบวา มีสารเคมีหลายชนิดรวมกันอยูในอัตราสวนที่แตก ตางกันทําใหเกิดกลิ่นเหลานี้ขึ้นมา ยกเวนกรณีของ Musk ที่มีสารเคมีมีกลิ่น พวก ketone คือ muskone ชนิดเดียวได สารสังเคราะห (Synthetic Aromatic Substances) สารหอมที่เกิดจากการสังเคราะหขึ้นมาเนื่องจากหัวนํ้าหอมจากธรรมชาติ เปนสิ่งที่หาไดยาก มีปริมาณนอย และราคาสูง จึงไดมีการสังเคราะหสารหอม ขึ้นมาเพื่อปรุงแตงใหไดหัวนํ้าหอมชนิดตางๆ ซึ่งอาจเปนกลิ่นดอกไม หรือกลิ่น
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 109 อื่นๆ ที่แปลกออกไป บางชนิดไมมีอยูในธรรมชาติก็มีและในบรรดาสารหอมที่ใช เปนสวนประกอบของหัวนํ้าหอมนั้นมีอยูหลายชนิด โดยแตละชนิดจะมีคุณสมบัติ และกลิ่นเฉพาะตัว การจําแนกสารหอม (Classification of Aromatic Substances) 1.จําแนกตามแหลงที่มา 1.1 Isolates คือ สารหอมที่ไดจากการนําเอา Essential oil หรือสิ่งหอมจากธรรมชาติอื่นๆ ที่เราทราบคุณสมบัติทางเคมี ฟสิกส มาผานขบวนการแยกเพื่อไดสารหอมที่บริสุทธิ์เดี่ยวๆ ชนิดเดียวออกมา เชน - Eugenol จาก นํ้ามันใบกานพลู - Eucalyptol จาก นํ้ามันยูคาลิปตัส - Cedrol จาก นํ้ามัน Cedar wood - Citral จาก นํ้ามันตะไคร - Menthol จาก นํ้ามัน Peppermint 1.2 Semi Synthetic ไดจากการนํา isolates มา สังเคราะหผานขบวนการทางเคมีอีกทีหนึ่งเพื่อสรางสารหอมชนิดใหมขึ้นมา เชน - Carvone จาก Limonene - Cedrlyl acetate จาก Cedrol - Hydroxy citronellal จาก Citronellal - Terpineol จาก Pinene 1.3 Synthetic ไดจากการสังเคราะหสารอินทรียพื้นฐาน เชน Coal หรือ Petroleum ผานขบวนการทางเคมี เพื่อใหไดสารที่ มีโครงสรางเหมือนกับสารที่พบในธรรมชาติหรือสารตัวใหมที่ไมมีในสูตร โครงสรางเหมือนสารหอมจากธรรมชาติ แตใหแนวกลิ่นเหมือนกัน เชน
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ110 - Benzyl alcohol - Phenyl ethyl alcohol - Eugenol - Menthol - Anethol - Terpineol - Borneol - Isoeugenol - Gerniol - Thymol - Octanol - Citronellol - Farnesol - Decanol - Nerol - Linalool - Safrol 2. จัดกลุมสารหอมตามโครงสรางทางเคมี แบงออกเปน 2.1 Alcoholic group พวกนี้จะมีหมู –OH อยูในโครงสราง โมเลกุล การเรียกชื่อมักจะลงทายดวย –ol เชน - Benzyl alcohol – Phenyl ethyl alcohol - Eugenol - Menthol - Anethol - Terpineol - Borneol - Isoeugenol - Gerniol - Thymol - Octanol - Citronellol - Farnesol - Decanol - Nerol - Linalool - Safrol 2.2 Aldehyde group พวกนี้จะมีหมู R-C-H อยูใน โครงสรางโมเลกุล การเรียกชื่อมักจะลงทายดวย -al เชน - Citral - Octanal - Cuminaldehyde - Citronellal
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 111 - Furfural - Anisaldehyde - Decanal - Nonanal - Cinnaldehyde 2.3 Ketonic group พวกนี้จะมีหมู R-C-R อยูในโครงสราง โมเลกุล การเรียกชื่อทักจะลงทายดวย –one เชน - Thujone - Camphor - Jasmone - Carvone - Coumarin - Cectophenone - Diacetyl 2.4 Esteric group สารกลุมนี้จะมีสูตรโครงสรางเปน R-C-O-R การอานมักจะลงทายดวย -ate เชน - Benzyl acetate - Geranyl acetate - Methyl cinnamate - Benzyl benzoate - Isoamyl acetate - Methyl acetate - Benzyl acetate - Iinlyl acetate -Methyl anthramilate 2.5 อื่น ๆ เชน Hydrocarbon : Myrcene, Limonene, Camphene, Dipen- tene, Cymene ß- Caryophyllene, Terpinene ฯลฯ Oxide : 1,8 – cineol (Eucalyptol) CH2
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ112 3. จําแนกตามสูตรโครงสรางพื้นฐานของสารหอมที่เหมือนกัน คือ Isoperne CH2 = C CH – CH2 สามารถเรียกสารตามจํานวน C (Carbon) 3.1 C5 เรียกวา Isoprene 3.2 C10 เรียกวา Monoterpene เชน Geraniol, Linalool, Myrcene, Cineol, Terpineol, Limonene,Menthol, Carvone, Menthone, pinene, Thujone ฯลฯ 3.3 C15 เรียกวา Sesquiterpene เชน Farnesol, Nerolidol, Bissbolene, ß - caryphyllene ฯลฯ 3.4 C20 เรียกวา Diterpene เชน resin ฯลฯ 3.5 C30 เรียกวา Triterpene เชน Squalene, Sterol Steroids Saponins ฯลฯ 3.6 C40 เรียกวา Carotenoid เชน ß – Carotene ฯลฯ 3.7 Ch เรียกวา Polyisoprene เชน rubber ฯลฯ 4. ประโยชนของ Essential Oil 1. ทีทรี (Tea Tree Oil) • แกนํ้ากัดเทา (Atlete 3s Foot) • บรรเทาหลอดลมอักเสบ / แกหวัด (Bronchitis / Cold) • ชวยเพิ่มความดันโลหิต (Increase Blood Pressure) • ปองกันแผลติดเชื้อ (Infected Wounds)
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 113 2. ขมิ้น (Turmeric) • ฆาเชื้อ (Antiseptic) • ชวยแกปญหาระบบยอยอาหาร (Digestive Problems) • ปองกันแผลติดเชื้อ (Infected Wounds) • คลายความปวดเมื่อย (Muscle Aches) • บรรเทาอาการเมารถ/ เมาเรือ/ เมาเครื่องบิน (Travel sick/ Seasick) • แกวิงเวียน (Nausea) 3. ไพล (Plai) • ฆาเชื้อ (Antiseptic) • ชวยแกปญหาระบบยอยอาหาร (Digestive Problems) • บรรเทาอาการวิงเวียน /เมารถ/ เมาเรือ/ เมาเครื่องบิน (Nausea/Travel sick) 4. โรสแมรี่ (Rosemary) • บรรเทาหลอดลมอักเสบ / แกหวัด (Bronchitis/ Cold) • บรรเทาอาการเมาคาง (Hangover) • บรรเทาอาการปวดศรีษะ /ไมเกรน (Headaches/ Migraine) • บรรเทาอาการนอนไมหลับ (Insomnia) • คลายความปวดเมื่อย (Muscle Aches) • ชวยเรื่องความดันโลหิตตํ่า (Low Blood Pressure) 5. มิ้น (Mint) • บรรเทาอาการหวัด / ลดไข ( Colds / Fever) • ชวยผอนคลายความเครียด (Stress) • บรรเทาอาการปวดศีรษะ/ไมเกรน (Headaches / Migraine)
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ114 6. เสม็ดขาว (Cajeput) • บรรเทาอาการหลอดลมอักเสบ (Bronchitis) • บรรเทาอาการหวัด / ไอ (Colds / Coughs) • แกปวดเมื่อย (Muscle aches) 7. ตะไครหอม (Citronella) •ไลยุง / แมลง (Insect Repellent) • บรรเทาอาการหวัด (Colds) • บรรเทาอาการปวดศรีษะ /ไมเกรน (Headaches / Migraine) • ลดอาการออนเพลีย / ลา (Fatigue) 8. ยูคาลิปตัส (Eucalyptus) • บรรเทาอาการหวัด / ไอ / ลดไข (Colds / Coughs/ Fever) • บรรเทาอาการปวดศรีษะ (Headaches) • ชวยเรื่องความดันตํ่า (Low blood Pressure) • บรรเทาอาการกรน (Snoring) 9. มะกรูดไทย (Thai Bergamot) • ขจัดความวิตกกังวล (Anxiety) • ลดความทอแทหดหู (Depression) • ชวยใหผมขึ้น (Hair Growth) • ผอนคลายกลามเนื้อ (Muscle Relaxing) 10. ผิวสม (Orange Peel) • ชวยผอนคลายความเครียด (Stress) • ลดอาการออนเพลีย / ลา (Fatigue)
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 115 • บรรเทาอาการนอนไมหลับ (Insomnis) • แกปวดเมื่อย (Muscle aches) 11. ตะไครบาน (Lemongrass) • ชวยผอนคลายความเครียด (Stress) • ลดความทอแทหดหู (Depression) • บรรเทาอาการปวดศรีษะ / ลดไข (Headaches / Fever) • ผอนคลายกลามเนื้อ (Muscle Relaxing) 12. สมแมนดาริน (Mandarin) • ลดความทอแทหดหู (Depression) • บรรเทาอาการนอนไมหลับ (Insomnia) • เหมาะสําหรับผูหญิงวัยหมดประจําเดือน (Menopausal Problems) 13. มะกรูด (Bergamot) • ขจัดความวิตกกังวล (Anxiety) • ลดความทอแทหดหู (Depression) • ผอนคลายกลามเนื้อ (Muscle Relaxing) 14. ใบมะกรูด (Petitgrain) • แกสิว (Acne) • แกผิวมัน และผมมัน (Greasy skin and hair) • บรรเทาอาการนอนไมหลับ (Insominia) • ลดอาการตึงเครียด (Stress) • กระตุนระบบประสาท (Stimulant nervous) • ฆาเชื้อ (Antiseptic)
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ116 15. กระเพรา (Holy Basil) • บรรเทาอาการทองเสีย (Anti diarrheal) • ฆาเชื้อ (Antiseptic) • ละลายไขมัน (Emulsified fat) • ชวยดึงดูดแมลงวันทอง (Insect attractant) 16. กระดังงา (Ylang Ylang) • ลดความทอแทหดหู (Depression) • ลดอาการออนเพลีย (Fatigue) • ชวยเรื่องความดันโลหิตสูง (High Blood Presure) • บรรเทาอาการนอนไมหลับ (Insomnia) • ลดความตึงเครียด / กดดัน (Stress / Tension) 17. กุหลาบ (Rose) • บรรเทาอาการปวดศรีษะ (Headaches) • บรรเทาอาการนอนไมหลับ (Insomnia) • ปญหาหยอนสมรรถภาพ (Low Sex Drive) • เหมาะสําหรับผูหญิงวัยหมดประจําเดือน (Menopausal Problems) • ลดความตึงเครียด/กดดัน (Stress / Tension) 18. ดอกสม (Neroli) • ขจัดความกังวล / ทอแทหดหู (Anxiety / Depression) • บรรเทาอาการนอนไมหลับ(Insomnia) • ปญหาหยอนสมรรถภาพทางเพศ (Low Sex Drive) • เหมาะสําหรับผูหญิงวัยหมดประจําเดือน (Menopausal Problems)
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 117 19. เจอราเนียม (Geranium) • ชวยเรื่องความดันโลหิตสูง (High Blood Pressure) • บรรเทาอาการนอนไมหลับ (Insomnia) • ผอนคลายกลามเนื้อ (Muscle Relaxing) 20. มะลิ (Jasmine) • ลดความทอแทหดหู (Depression) • บรรเทาอาการปวดศรีษะ (Headaches) • บรรเทาอาการนอนไมหลับ (Insomnia) • ปญหาหยอนสมรรถภาพทางเพศ (Low Sex Drive) • เหมาะสําหรับผูหญิงวัยหมดประจําเดือน (Menopausal Problems) 21. ลาเวนเดอร (Lavender) • แกนํ้ากัดเทา (Athlete’s Foot) • บรรเทาอาการเมาคาง (Hangover) • บรรเทาอาการหวัด (Colds) • บรรเทาอาการหลอดลมอักเสบ (Bronchitis) • บรรเทาอาการนอนไมหลับ (Insomnia) • ชวยเรื่องความดันโลหิตสูง (High Blood Pressure) • แกปวดเมื่อย / กดดัน (Muscle aches) • ลดความตึงเครียด / กดดัน (Stress / Tension) 22. การบูร (Camphor) • แกสิว (Anti acne) • ลดอาการอักเสบ (Anti – Inflammatory) • แกฝา (Antispot) • ไลแมลง และยุง (Insect Repellent)
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ118 • บรรเทาอาการหลอดลมอักเสบ และไอ (Bronchitis and Coughs) • กระตุนการไหลเวียนของโลหิต (Stimulate Blood Circulation) • แกไข (Anti fever) 23. กํายาน (Benzion) • ลดอาการอักเสบ (Anti – Inflammatory) • ลดการออกซิไดซ (Antioxidant) • ฆาเชื้อ (Antiseptic) • เปนยาฝาดสมาน (Astringent) • บรรเทาอาการปวดตามขอ (Arthritis, Gout, Rheumatism) • แกหืดหอบ (Asthma) • ลดความตึงเครียด (Nervous tension / stress) • ลดอาการผิวแหง ผิวแพงาย (Dry skin / Irritate skin) 24. พิมเสน (Borneol) • เปนยาฝาดสมาน (Astringent) • กระตุนการไหลเวียนของโลหิต (Stimulate Blood Circulation) • บรรเทาอาการปวดตามขอ (Arthritis, Gout, Rheumatism) • แกหืดหอบ (Asthma) • บรรเทาอาการหลอดลมอักเสบ และไอ (Bronchitis and Coughs) • ลดความตึงเครียด (Tension / Stress)
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 119 25. โหระพา (Sweet Basil) • แกปวดฟน(Toothache) • แกไอ (Coughs) • ลดอาการหดหู (Antidepressant) • ฆาเชื้อ (Antiseptic) • กระตุนการไหลเวียนของโลหิต (Stimulate Blood Circulation) 26. พิมเสนตน (Patchouli) • แกสิว (Anti acne) • แกรังแค (Antidandruff) • แกโรคผิวหนัง (Dermatitis) • บํารุงผม (Hair care) • ไลแมลง (Insect Repellent) • บรรเทาอาการเครียด (Anti stress) • ลดอาการหดหู (Antidepressant) • ลดอาการอักเสบ (Anti – Inflammatory) • ฆาเชื้อ (Antiseptic) • กระตุนระบบประสาท (Stimulant) 6. หลักการนํานํ้ามันหอมระเหยไปใชในการดูแลสุขภาพ 1. การสูดดมโดยตรง (Inhalation) โดยการเปดฝาขวดแลวสูดกลิ่นโดยตรง หรือใชสําลี หรือผาเช็ดหนา ชุปนํ้ามันหอมระเหยจากขวดแลวสูดดม ซึ่งเปนวิธีที่งายที่สุด เชน ยูคาลิปตัส (Eucalyptus), เสม็ดขาว (Cajeput) ใชบรรเทาอาการหวัด และแพอากาศ
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ120 2. การสูดดมจากไอระเหย (Diffusion) 2.1 หยดนํ้ามันหอมระเหย 5- 10 หยด ลงในอางนํ้ารอนที่มีไอระเหย รอนแลวสูดดมไอ หากตองการใหมีประสิทธิภาพมากขึ้นควรใชผาคลุมศรีษะเหนือ อางนํ้ารอน เพื่อปองกันไมใหไอนํ้ากระจายและหายไปอยางรวดเร็ว ชวยบรรเทา อาการไขหวัด 2.2 หยดนํ้ามันหอมระเหย 12 – 16 หยด ลงในเตาตมนํ้าหอมระเหย ที่มีอยุ 1/3 ถวยพรอมจุดเทียนไวใตเตา เมื่อนํ้ารอน ไอนํ้าจะพากลิ่นนํ้ามันหอม ระเหยกระจายไปทั่วบริเวณชวยสรางบรรยากาศใหมีกลิ่นหอม และบําบัดอาการ ตางๆ เชน เปนหวัดคัดจมูก โรคภูมิแพ นอนไมหลับ คลายความเครียด เปนตน ทั้งนี้ ขึ้นอยูกับนํ้ามันหอมระเหยแตละชนิด เชน สเม็ดขาว (Cajeput) ใชสําหรับ อาการหวัด และภูมิแพ 2.3 ใช Steamer ที่ใชระบบ Ultrasonic wave สั่นโมเลกุลของนํ้าให เปนไอโดยไมตองใชความรอน ไอนํ้าที่ระเหยขึ้นมาจะพานํ้าหอมระเหยขึ้นมาดวย โดยที่นํ้ามันหอมไมถูกทําลายโครงสรางดวยความรอน ทําใหไดสูดดมนํ้ามันหอม ระเหยที่คุณภาพดีกวาวิธีสูดดมจากไอระเหยวิธีอื่นๆ 3. การใชเปนนํ้ามันนวดคลายปวดเมื่อยกลามเนื้อ (Massage) นํานํ้ามันหอมระเหยตามแตสรรพคุณประมาณ 30 หยด ผสมในนํ้ามัน พื้นฐาน (Base oil) เชน โจโจบา นํ้ามันงา นํ้ามันเมล็ดดอกทานตะวัน นํ้ามัน มะพราว นํ้ามันมะกอก ปริมาณ 30 ซีซี ใชนวดรางกายคลายปวดเมื่อย และยัง ชวยคลายอาการตึงเครียดหลังทํางานหนัก นํ้ามันหอมระเหยบางชนิดยังสามารถ ใชนวดบรรเทาอาการโรคไขขออักเสบ และโรคเกาท การใชสําหรับเด็กควรลด ปริมาณนํ้ามันหอมเหลือ 1 ใน 3 4. นํ้ามันทาผิว และเครื่องสําอาง (Skin oil & Cosmetic ) หยดนํ้ามันหอมระเหย 30 หยด ผสมกับนํ้ามันมะกอก หรือนํ้ามันสําหรับ ทาผิวที่ไมมีกลิ่น 30 ซีซี ใชสําหรับทาผิวเพื่อบํารุงผิวพรรณ เชน ทีทรี (Tea Tree)
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 121 ลาเวนเดอร (Levender), ขมิ้น (Turmeric) ใชสําหรับทาผิวเพื่อลดไขมัน เชน เทียนขาว (Fennel) , สมเกรปฟรุต (Grapefruit) ใชทาผิวเพื่อกันยุง เชน นํ้ามัน ตะไครหอม (Citronella Oil) หรือใชนํ้ามันหอมระเหยเปนสารออกฤทธิ์ในผลิตภัณฑ เครื่องสําอางทุกรูปแบบ เพื่อบํารุงผิว แกสิว ฝา ลดริ้วรอย ตลอดจนบํารุง ผม และใหผิวมีสีตามตองการ 5. การอาบนํ้าและการแชนํ้า (Bathing & Jacuzzi) โดยการหยดนํ้ามันหอมระเหย 20 – 30 หยด ลงในอางอาบนํ้าแลวให นํ้าหอมกระจายไปทั่วอาง ขณะนอนแชนํ้าจะรูสึกสดชื่นสบายตัว และนํ้ามันหอม ระเหยที่ซึบซาบไปตามผิวหนัง จะเปนประโยชนตอสุขภาพและอวัยวะตาง ๆ ทั้ง ยังชวยผอนคลายความเครียด หรือหยดนํ้ามันหอมระเหยสัก 20 – 30 หยด คนลงในอางนํ้าวนสําหรับแชตัวชวยสรางบรรยากาศ และชวยบรรเทาอาการ ตึงเครียด เชน คาโมไมล หรือลาเวนเดอร ใชเพื่อลดอาการเครียด และนอนไมหลับ 6. การประคบรอน หรือประคบเย็น (Hot & Cold compress) ผสมนํ้ามันหอมระเหยประมาณ 12 หยด ลงในอางนํ้ารอน แลวนําผา ขนหนูลงไปแช บิดใหแหงหมาดๆ ใชประคบบริเวณที่ปวดเมื่อย หรือเปนตะคริว หรือแชผาขนหนูในนํ้าเย็นบิดใหแหง แลวนํามาวางบนศรีษะชวยบรรเทาอาการ บวม หรือปวดศรีษะ 7. การใชทําสเปรยฉีดตัว หรือดับกลิ่น (Body spray & Deodorant) โดยการหยดนํ้ามันหอม ประมาณ 150 หยดลงในขวดสเปรยที่บรรจุนํ้า สะอาด หรือนํ้ากลั่นบริสุทธิ์ 100 ซีซี เขยาขวดใหดีกอนใชฉีดตัวหลังอาบนํ้า หรือ ใชเปนสเปรยสรางบรรยากาศ และกําจัดเชื้อโรคในอากาศ 8. การใชกําจัดแมลง และพาหะนําโรคทั้งในพืชและในสัตว เพื่อไมใหเปนพาหะนําโรคมาสูคน ทั้งทางการถูกรบกวนโดยตรง และทาง พืชหรือสัตวเลี้ยง โดยเลือกนํ้ามันหอมระเหยที่มีฤทธิ์ไล หรือฆาแมลง มาแปรรูป
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ122 เปนผลิตภัณฑไลแมลงใชในการไลแมลงในคน สัตว และพืชพรรณทางการเกษตร 9. การนํามาใชทํายา โดยแปรรูปเปนตํารับยา เชน ยาหมอง ยา ดม ยาทาแกปวด ยาแกเจ็บคอ หรือ ยารับประทาน เปนตน 10. การนํามาปรุงเปนอาหารเสริมสุขภาพ เชน นํ้ามันจากกระเทียม ใชปองกันการอุดตันของไขมันในเสนเลือด เปนตน 11. การใชเปนสารแตงกลิ่นในอาหาร (Flavour) แทนสารสังเคราะห 12. การใชทํานํ้ายาทําความสะอาดเครื่องมือแพทย พื้น เครื่องใช สุขภัณฑ ใหปราศจากเชื้อโรค โดยเลือกนํ้ามันหอมระเหยที่มีฤทธิ์ตานเชื้อโรค (Antiseptic) 13. การใชเปนสารกันบูดในอาหาร เชน การดองหนอไม และขนมปง ขอแตกตางของนํ้ามันหอมระเหย (Essential Oil) กับนํ้ามันหอมสังเคราะห (Fragrance) 1. นํ้ามันหอมระเหยเปนหัวนํ้าหอมที่สกัดจากพืชธรรมชาติโดยตรง สวน นํ้าหอมทั่วไปเปนนํ้าหอมที่ไดจากการสังเคราะหโดยใชสารเคมี 2. นํ้ามันหอมระเหยมีคุณประโยชนตอรางกายใหทั้งกลิ่นหอม และ สรรพคุณในการบําบัดและรักษาโรค นอกจากนั้นยังใชปรุงแตงอาหารได สวน นํ้าหอมสังเคราะหใหแคกลิ่นหอมเทานั้นไมมีสรรพคุณในการรักษาโรค และจะแยก เฉพาะวาใชเพื่ออะไร บางชนิดอาจทําใหเกิดโรค และทําลายสภาวะแวดลอมได 3. นํ้ามันหอมระเหยมีราคาแพงกวานํ้ามันหอมสังเคราะหทั่วไป
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 123
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ124 บทที่ 8 การจัดการสุขาภิบาลสิ่งแวดลอม และสุขอนามัยของผูปฏิบัติงาน กิจการสปาเพื่อสุขภาพเปนการใหบริการใกลชิดกับลูกคาในแตละวัน จึง เปนอาชีพที่ตองสัมผัสกับลูกคา ดังนั้นจึงมีความเสี่ยงที่สามารถแพรเชื้อโรค ระหวางผูใหบริการและผูใชบริการได ดังนั้นการปองกันการติดโรคจึงมีความ สําคัญที่สุดทั้งเปนการปองกันตนเองและเปนการปองกันลูกคา โดยลูกคาที่มีเชื้อ โรคอยูก็จะไดไมแพรเชื้อโรคใหแกบุคคลอื่น ลูกคาที่มีเชื้อโรคก็จะไมไดรับเชื้อใหม เขามาหรือลูกคาที่มีสภาพรางกายออนแอติดโรคงายอยูแลวจะไมไดติดโรคขึ้นมา การจัดการสุขาภิบาลสิ่งแวดลอม • ที่ตั้งเหมาะสมหางไกลจากแหลงมลพิษ พื้นที่การใหบริการไมตั้งอยู ในพื้นที่เดียวกับสถานบริการ มีที่จอดรถเพียงพอทางเขา/ออกชัดเจน สะดวก ปายบอกสถานที่ตางๆ ในสปามองเห็นชัดเจน พื้นที่ตอนรับ สะอาดเรียบรอย • อาคารสถานที่ มีโครงสรางแข็งแรงมั่นคง มีการแบงสัดสวนของ พื้นที่ใชสอยชัดเจน เชน ที่พักคอย ที่พักผอนในสวนของลูกคา หองนํ้า หองเก็บของ Treatment Area พื้นที่อาบนํ้า หองพักพนักงาน • บริเวณพื้นที่รอบๆ สปาตองสะอาดเรียบรอยตกแตงภูมิทัศนใหดู รมรื่นมีการขจัดขยะมูลฝอยที่ดี • มีระบบแสงสวาง ระบายอากาศ และปรับอากาศที่เหมาะสม • นํ้าดื่ม นํ้าใช พอเพียง สะอาด • การกําจัดสิ่งปฏิกูล การปองกันแมลงและพาหะนําโรค การปองกัน เชื้อแบคทีเรียในสปา ในขาวของเครื่องใช เชน ผาขนหนู ผาปูที่นอน รวมถึงในหองนํ้า และสถานที่อื่นๆ ในสปา
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 125 สุขอนามัยของผูใหบริการ ผูใหบริการตองดูแลสุขภาพอนามัยของตนใหมีความสะอาด แข็งแรงอยู เสมอ ดังนั้นจึงควรมีการปฏิบัติตน ดังนี้ 1. ตองเปนผูมีสุขภาพอนามัยดีในขณะปฏิบัติงานโดยไมปวยเปนโรคที่ตอง หามหรือโรคติดตอรายแรง ในกรณีที่เกิดการเจ็บปวยดวยโรคที่อาจจะติดตอไป ยังผูใชบริการ ควรรรักษาใหหายเปนปกติกอนที่จะมาปฏิบัติงาน 2. ควรมีการปฏิบัติดูแลสุขวิทยาสวนบุคคลที่ดี ไดแก 2.1 ดูแลความสะอาดของรางกายโดยการอาบนํ้าเปนการชําระลาง ฝุนละอองและสิ่งสกปรกออกจากผิวหนัง ปกติควรอาบนํ้าอยางนอยวันละ 2 ครั้ง เชา-เย็น และควรดูแลพิถีพิถันในการทําความสะอาดและเช็ดใหแหง บริเวณ รักแร งามมือและซอกเล็บ ทั้งมือและเทาและบริเวณจุดอับของรางกาย 2.2 ดูแลทําความสะอาดผม การสระผมจะเปนการกําจัดคราบฝุน ละอองและสิ่งสกปรกที่ติดกับเสนผมทําใหเสนผมสะอาด โดยทั่วไปควรสระผม อยางนอย สัปดาหละ 2 ครั้ง และควรดูแลจัดทรงผมใหเรียบรอยในระหวาง การปฏิบัติงาน 2.3 ดูแลเล็บมือ เล็บเทา ใหสั้นอยูเสมอ โดยบริเวณเล็บมือ เล็บเทา เปนแหลงสะสมสิ่งสกปรกและเชื้อโรคและเปนบริเวณที่ใชสัมผัสกับสิ่งตางๆ อยู เสมอ ดังนั้น ควรตัดเล็บมือ เล็บเทา ใหสั้นอยางนอยสัปดาหละ 1 ครั้ง 2.4 ใสเสื้อผาที่สะอาด ไมอับชื้นและเหมาะสมกับสภาพอากาศ การ สวมใสเสื้อผาที่สะอาด จะชวยปองกันไมใหสิ่งสกปรกตางๆ มาสัมผัสกับผิวหนัง และชวยรักษาอุณหภูมิของรางกายไวใหเหมาะสม เพื่อสุขภาพที่ดีของผิวหนัง และรางกายควรปฏิบัติดังนี้ • ไมใสเสื้อผาซํ้าและไมใสเสื้อผารวมกับผูอื่น • เสื้อผาและเสื้อชั้นในที่ใสแลว นําไปซักดวยสบู หรือผงซักฟเพื่อ กําจัดเชื้อโรคและกลิ่นแลวนําไปตากแดดใหแหงทุกครั้ง
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ126 • รองเทา ถุงเทา ที่สกปรกและเปยกชื้นไมควรสวมใส ควรนําไป ซักใหสะอาดและตากใหแหง • ใสเสื้อผาที่สะอาด และเหมาะสมกับสภาพอากาศ เชน ใสเสื้อผา บางเพื่อใหระบายอากาศไดดีในฤดูรอนและใสเสื้อผาหนาๆ ที่ให ความอบอุนแกรางกายในฤดูหนาว 2.5 ดูแลรักษามือใหสะอาดและมีสุขภาพดี มือเปนอวัยวะที่ใชทํา กิจกรรมตางๆมากที่สุด ตองสัมผัสกับเหงื่อไคล ฝุนละอองและสิ่งสกปรกเปน ประจํา การดูแลรักษาความสะอาดของมือจึงเปนสิ่งจําเปน เพื่อปองกันไมใหมือ เปนแหลงสะสมและแพรเชื้อโรคระบบทางเดินอาหารสูตนเองและครอบครัวควร ปฏิบัติดังนี้ • ตัดเล็บมือใหสั้นอยูเสมออยางนอยสัปดาหละ 1 ครั้ง เพราะเล็บ มือที่ยาวจะสกปรกมีขี้เล็บเปนแหลงสะสมเชื้อโรค • กรณีมีแผลที่มือหรือนิ้วมือตองรักษาใหหายและปดพลาสเตอรไว • ลางมือดวยวิธีที่ถูกตองดวยสบูเปนประจําทุกครั้ง กอนเตรียม และปรุงอาหาร กอนกินอาหาร หลังหยิบจับสิ่งสกปรก หลัง การขับถาย กอนและหลังการใหบริการแกลูกคา วิธีการลางมือที่มีประสิทธิภาพ 1) ลางมือใหเปยกดวยนํ้า 2) ฟอกสบู หรือสบูเหลว 3) ลางมือเพื่อใหสิ่งสกปรกหลุดออกไป ดวยวิธีการดังตอไปนี้โดย ทุกขั้นตอนทํา 5 ครั้งและสลับกันทั้ง 2 ขาง (มือซาย และ มือขวา) • ฝามือถูฝามือ • ฝามือถูหลังมือ และนิ้วถูซอกนิ้ว • ฝามือถูฝามือ และนิ้วถูซอกนิ้ว • หลังนิ้วมือถูฝามือ
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 127 • ถูนิ้วหัวแมมือโดยรอบตัวฝามือ • ปลายนิ้วถูขวางฝามือ • ถูรอบขอมือ 4) ลางมือใหสะอาดดวยนํ้าและเช็ดมือใหแหงดวยผาที่สะอาด 2.6 ควรแปรงฟนใหสะอาดอยางทั่วถึงทุกซี่ทุกดานนาน 2 นาที ขึ้นไป อยางนอย 2 ครั้ง เชาและกอนนอน และแปรงลิ้นทุกครั้งหลังการแปรงฟน สําหรับบริเวณซอกฟนที่ขนแปรงเขาไมถึงใหใชไหมขัดฟนชวยขจัดเศษอาหารและ คราบจุลินทรีย ระหวางวันอาจแปรงฟนเพิ่มหลังรับประทานอาหาร 3. ในการปฏิบัติงานไมควรสวมเครื่องประดับ เชน กําไล แหวน อาจทําให ไมสะดวกตอการปฏิบัติงานหรือไปทําอันตรายตอผูมารับบริการ 4. ในกรณีที่มีการใหบริการที่อาจมีการหายใจรดบริเวณใบหนาของผูรับ บริการ เชน ในการดูแลและนวดบริเวณใบหนา ผูใหบริการตองสวมอุปกรณ ที่ถูกลักษณะเพื่อปองกันการหายใจรดบริเวณใบหนาผูรับบริการและการแพร กระจายเชื้อโรคระบบทางเดินหายใจไปสูผูรับบริการ 5. ควรมีการตรวจสุขภาพของผูใหบริการประจําป เพื่อความปลอดภัย ของผูใชบริการและอนามัยที่ดีของผูปฏิบัติงาน สถานประกอบการควรจัดใหมี การตรวจสุขภาพพนักงานเพื่อเปนการเฝาระวังและตรวจติดตามการเกิดโรค ทั้ง โรคที่ติดตอและโรคไมติดตอ อันจะสงผลกระทบตอประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน และสุขภาพอนามัยของผูใชบริการได 6. ตองไดรับการอบรมหลักสูตรการใหบริการตามที่กระทรวงสาธารณสุข กําหนด 7. ในการปฏิบัติงานผูใหบริการตองแสดงกิริยาวาจา สุภาพ ออนโยน ไม หยอกลอและกลั่นแกลงทํารายผูรับบริการ รวมทั้งตองไมแสดงกิริยาอาการที่ทําให ผูรับบริการเขาใจวาตองการมีเพศสัมพันธและตองไมมีเพศสัมพันธกับผูรับบริการ
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ128 คุณสมบัติของผูใหบริการ 1. มีอายุไมตํ่ากวา 18 ปบริบูรณ 2. ไดรับการอบรมและถายทอดความรูตามหลักสูตรจากหนวยงานราชการ สถาบันหรือสถานศึกษาตามที่คณะกรรมการตรวจและประเมินมาตรฐานสถาน ประกอบการกลางรับรองหรือเปนผูที่มีประสบการณทํางานในกิจการสปาเพื่อ สุขภาพมาแลวไมนอยกวา 1 ป มีหนังสือรับรองการทํางานจากสถานประกอบ การและผานการทดสอบความรูและประสบการณโดยคณะกรรมการฯ 3. ไมเปนโรคตองหาม ดังตอไปนี้ 1) โรคพิษสุราเรื้อรัง 2) โรคติดยาเสพติดใหโทษอยางรายแรง 3) โรคจิตรายแรง 4) โรคอื่นในระยะรุนแรงที่เปนอุปสรรคตอการทํางานหรือโรค ติดตอในระยะรายแรง 4. ไมเปนบุคคลวิกลจริต คนไรความสามารถหรือเสมือนคนไรความ สามารถ 5. กรณีเคยเปนผูใหบริการมากอนแตถูกเพิกถอนใบประเมินความรูความ สามารถจะตองเลยระยะเวลาเพิกถอนไมนอยกวา 2 ป จึงจะขอประเมินความรู ความสามารถใหมได
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 129 โรคติดตอและโรคผิวหนังที่อาจเกิดขึ้นไดจากสถานประกอบกิจการ ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 ไดกําหนดใหกิจการ สปาเพื่อสุขภาพเปนกิจการที่เปนอันตรายตอสุขภาพ จําเปนตองจัดการดูแลภายใน สถานประกอบกิจการใหถูกสุขลักษณะตามหลักสุขาภิบาลสิ่งแวดลอม รวมทั้ง กําหนดมาตรฐานการทําความสะอาดเครื่องมืออุปกรณ สถานที่ในการใหบริการ ดวย วิธีการแพรเชื้อโรคอาจเกิดขึ้นไดจากการสัมผัสโดยตรงจากการใชเครื่อง มือตางๆ ที่มีเชื้อปนเปอนหรือไมสะอาด โรคหรือโอกาสเจ็บปวยที่อาจเกิดจากสถานบริการแยกออกเปนประเภท ไดดังนี้ 1. โรคติดตอทั่วไปที่มีการแพรกระจายทางการหายใจ (Airborne disease) หวัด วัณโรค สุกใส หัด หัดเยอรมัน ไอกรน ฯลฯ 2. โรคติดตอทั่วไปที่มีการแพรกระจายโดยการสัมผัสกับเลือดหรือสารคัด หลั่ง ซึ่งอาจเปนผลจากการใชเครื่องมือหรืออุปกรณของมีคมที่ทําใหเกิดบาดแผล 3. โรคผิวหนังจากการติดเชื้อที่ติดตอจากการสัมผัสหรือจากเครื่องมือ อุปกรณที่มีเชื้อปนเปอน การแพสารสัมผัสชนิดตางๆ 1. โรคติดตอที่มีโอกาสแพรทางการหายใจที่พบไดบอย คือ หวัด และวัณโรค โรคหวัด แบงออกไดเปน • ไขหวัด (Common Cold) • ไขหวัดใหญ (Influenza) ไขหวัด (Common Cold) เกิดจากการติดเชื้อไวรัสซึ่งมีมากกวา 100 ชนิดที่พบบอยไดแก กลุม Rhinovirus ผูปวยมักมีอาการนํ้ามูกไหล คัดจมูก เจ็บคอ เล็กนอย อาจมีไขตํ่าๆ อาการรวมอื่นๆ เชน ปวดศีรษะ แสบตา ถาไมมีภาวะ
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ130 แทรกซอนอื่นๆ อาการจะหายในเวลา 4-5 วันไมเกิน 1 สัปดาห ภาวะแทรกซอน ที่อาจเกิดได เชน หูชั้นกลางอักเสบ ไซนัสอักเสบ ไขหวัดใหญ (Influenza) เกิดจากการติดเชื้อ Influenza virus A,B และ C อาการมักรุนแรงกวาไขธรรมดาเพราะมีอาการอักเสบของโพรงจมูก ลําคอ หลอดลมไดมากกวา มักจะพบไขสูง ปวดเมื่อยตามตัว หนาวสั่น ปวดศีรษะ มาก ปวดกระบอกตา ไอ เจ็บหนาอก เจ็บคอ อาเจียน เบื่ออาหาร ปกติไข จะลดลงหลังจากวันที่ 3 แตอาจมีอาการออนเพลียไดอีกหลายวัน เชื้อนี้มีการ ระบาดไดเสมอเปนระยะๆ และสายพันธุเชื้อกอโรคอาจแตกตางกันไป วัณโรค เกิดจากการติดเชื้อ Mycobacterium tuberculosis ซึ่งแพร กระจายโดยการไอและเสมหะซึ่งเปนละอองเล็กๆ ที่มีเชื้อวัณโรคลองลอยอยูใน อากาศ เมื่อผูสัมผัสโรคไดรับเชื้อโดยการหายใจเขาไปก็จะทําใหเกิดวัณโรคปอด ขึ้น สําหรับเชื้อวัณโรคอาจมีการติดตอทางผิวหนังและบาดแผลไดบางแตพบ ไดนอย ในปจจุบันเชื้อวัณโรคมีการแพรกระจายมากขึ้น ซึ่งเปนผลมาจากการ แพรกระจายของโรคภูมิคุมกันบกพรอง (เอดส) รวมทั้งมีการแพรระบาดของเชื้อ วัณโรคที่ดื้อตอยามากขึ้น อาการของผูปวยที่สงสัยจะเปนวัณโรค 1. ไอเรื้อรังเกินกวา 3 สัปดาห 2. ไอเปนเลือด 3. เจ็บคอเกินกวา 3 สัปดาห 4. ไขเรื้อรัง การตรวจวินิจฉัยทําไดโดยการตรวจเสมหะพบเชื้อวัณโรค และการถาย ภาพรังสีทรวงอก การรักษาจําเปนตองใหการรักษาโดยเร็วอยางตอเนื่องจนครบ กําหนด
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 131 2. โรคติดตอทั่วไปที่มีโอกาสไดรับเชื้อจากการสัมผัสเลือดหรือ บาดแผลจากของมีคม ที่พบไดก็คือโรคตับอักเสบบีและซี โรคเอดส โดยโอกาส หรือความเสี่ยงในการติดเชื้อเมื่อถูกเข็มตํานั้น โรคตับอักเสบบี มีโอกาสติดเชื้อ มากที่สุดคือตั้งแต 2%จนถึง 20-40% โรคตับอักเสบซีมีโอกาสติดเชื้อประมาณ 1.2 – 10% เมื่อถูกเข็มตํา ดังนั้นการจะปองกันไมใหเลือดที่มีเชื้อเขาสูเลือดของบุคคลอื่น จึงไมควร ใชอุปกรณที่ใชกับลูกคาคนหนึ่งแลวไปใชกับลูกคาคนถัดไป นอกจากนี้การใชของ มีคมตางๆ ก็ตองใชดวยความระมัดระวัง เพราะฉะนั้นในการใหบริการซึ่งมีอุปกรณของมีคมหลายชนิด ผูใหบริการ จําเปนตองทําความสะอาดเครื่องมือที่ใชใหถูกวิธีอยูเสมอและตองปองกันมิให เกิดบาดแผลระหวางการใหบริการดวย อุปกรณบางชนิดตองใชครั้งเดียวแลว ทิ้ง เชน มีดโกน โดยทิ้งลงในภาชนะที่ปองกันการแทงทะลุและมีปายติดไววา อันตรายใบมีดโกนใชแลว 3. โรคผิวหนังจากการติดเชื้อจากสถานประกอบการสปาเพื่อสุขภาพ อาจแบงไดตามตําแหนงและกลุมของเชื้อที่เปนสาเหตุกอโรค ดังนี้ 1) โรคติดเชื้อของผิวหนัง ผม และหนังศีรษะ 1.1 โรคติดเชื้อรา 1.2 โรคติดเชื้อแบคทีเรีย 1.3 โรคติดเชื้อไวรัส 1.4 โรคติดตอเชื้อปรสิตและแมลง 2) โรคติดเชื้อบริเวณเล็บ 2.1 โรคติดเชื้อรา 2.2 โรคติดเชื้อแบคทีเรีย
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ132 1. โรคติดเชื้อของผิวหนัง ผม และหนังศีรษะ 1.1 โรคผิวหนังที่เกิดจากเชื้อรา โรคเชื้อราที่พบบริเวณผิวหนัง ผม และหนังศีรษะนั้น เปนปญหา สําคัญและพบบอยมักเกิดไดงายติดตอกันโดยผานภาชนะอุปกรณ หรือเครื่อง มือเครื่องใชที่ไมสะอาดหรือมีเชื้อราติดอยู หรือสัมผัสมาจากผูรับบริการที่ปวย เปนโรค โดยปกติเชื้อราที่กอโรคเกิดจากเชื้อกลาก (Dermatophye) ซึ่งมีแหลง ที่มา 3 ทางดวยกัน คือ จากคน สัตวเลี้ยง และดิน โดยมีความอับชื้น ความสกปรก และภูมิตานทานของผูปวยเปนสาเหตุเสริมใหเกิดโรคไดงายขึ้น เชื้อราที่กอโรคผิวหนังแตละบริเวณจะเรียกชื่อโรคที่เกิดแตกตางกันไป ตามตําแหนงที่เกิด เชน - กลากที่บริเวณหนังศีรษะและผม เรียก Tinea capitis - กลากบริเวณหนวด เครา เรียก Tinea barbac - กลากที่ลําตัว แขน ขา เรียก Tinea corporis หรือ Ringworm - กลากที่บริเวณใบหนา เรียก Tinea faciei โรคกลากที่หนังศีรษะและผม (Tinea capitis) หมายถึง โรคติดเชื้อรา ที่หนังศีรษะและเสนผมที่กอโรคในคน เกิดโรคที่เสนผมไดบอย ทําใหมีการอักเสบ ของหนังศีรษะและผม เชื้อราที่หนังศีรษะมีไดหลายแบบขึ้นอยูกับชนิดของเชื้อรา ที่กอโรคและภูมิตานทานของผูปวย ลักษณะที่พบไดบอยที่สุดคือ การติดเชื้อที่ ทําใหผมรวงเปนหยอมๆ หนังศีรษะบริเวณที่ผมรวงมีสะเก็ดหรือขุยรวมกับผม ที่หักมีตุมหนองหรือนํ้าเหลืองจับเปนแผนที่ศีรษะ ในบางรายเกิดจากเชื้อราที่ ทําใหผมรวงเปนหยอม มีจุดดําที่บริเวณผมรวงเนื่องจากผมจะหักอยูในระดับ หนังศีรษะพอดี สําหรับเชื้อราที่หนังศีรษะที่มีการอักเสบรุนแรงจนทําใหหนังศีรษะนูนหนา เปนตุมหรือกอนแตกเปนหนอง สะเก็ดและผมจับกันเปนกระจุกเรียกวา ชันนะตุ (kerion) อาจมีตอมนํ้าเหลืองโตรวมดวย เชื้อราสามารถติดตอจากคนโดยตรง
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 133 หรือโดยออม โดยการใชสิ่งของรวมกัน เชน หวี แปรง มีดโกน ผาขนหนู พนักเกาอี้ เสื้อผา หมอนและที่นอน โรคกลากบริเวณเครา (Tinea barbae) หมายถึง การติดเชื้อราที่หนวด และเคราโดยที่รอยโรคมีลักษณะเปนรูขุมขนอักเสบ อาจเปนรุนแรงจะเปนฝ มีหนองเยิ้มและมีสะเก็ดหนาปกคลุม จึงเปนเฉพาะผูชาย โรคกลากที่ลําตัว แขน ขา (Tinea corporis or Ringworm) กลาก ที่ลําตัว แขน ขา มีลักษณะเปนแผนกลม หรือเปนผื่นรูปวงแหวนสีแดงมี ขอบเขตชัดเจน ขอบนูนเล็กนอย รอยโรคมักเปนรุนแรงที่ขอบ กลากที่บริเวณใบหนา (Tinea faciei) มีลักษณะเปนแผนกลมสีแดง ขอบชัดเจน ขอบอาจนูนหรือราบมีอาการคันหรือปวดแสบปวดรอน 1.2 โรคติดเชื้อแบคทีเรีย รูขุมขนอักเสบ (Folliculitis) เปนการติดเชื้อที่บริเวณรูขุมขนมักเกิด จากการติดเชื้อ Staphycoccus aureus ลักษณะจะเปนตุมหนองเล็กๆ ที่มี เสนผมทะลุตุมหนอง และมีการอักเสบแดงรอบตุมหนอง ในเด็กมักเปนบริเวณ ศีรษะและอยูเปนกลุมๆ บางครั้งการติดเชื้อลุกลามกลายเปนฝ (Puruncle) หรือ ฝฝกบัว (Carbuncle) การอักเสบอาจเกิดขึ้นไดเนื่องจากการใชมีดโกนไมสะอาด โกนขนหรือบริเวณที่เปน 1.3 โรคติดเชื้อ 1. หูด (Wart) เกิดจากการติดเชื้อ Human papilloma virus ซึ่งมีหลายสายพันธุและทําใหเกิดหูดชนิดตางๆ เชน หูดธรรมดา หูดราบ การ ติดตอจากการสัมผัสโดยตรง 2. หูดขาวสุก (Molluuscum contagiosum) เปนหูดอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสที่ตางออกไป คือ เกิดจากกลุม pozvirus ลักษณะเปนตุม
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ134 แข็งเล็กๆ สีขาวเมื่อสะกิดดวยเข็ม และบีบออกจะมีเนื้อหูดสีขาว คลายขาวสุก ออกมา ติดตอโดยการสัมผัสเชนเดียวกัน พบบอยใบหนาและลําตัวของเด็ก 3. เริม (Herpes simplex) ลักษณะโรคจะเปนตุมนํ้าใส แผกระจาย เปนกลุมหรือเปนแนวแตกออกงายแลวตกสะเก็ดในเวลา 7-10 วัน มีอาการ เจ็บ คันเล็กนอย พบบอยบริเวณปากแตบางครั้งพบบริเวณปลายนิ้วไดเรียกวา Herpes whitlow 4. งูสวัด (Herpes zoster) เกิดจากเชื้อไวรัสที่ทําใหเกิดโรคสุกใส (Varicella zoster) อาการจะเริ่มดวยอาการปวดบริเวณผิวหนังที่เปน ตอมามี ตุมนํ้าใสเกิดเปนกลุมตามแนวประสาท มีอาการคัน ปวดแสบปวดรอน ปวดเมื่อย ออนเพลีย ตุมนํ้าจะตอยๆ แตกและแหงตกสะเก็ดในเวลา 2-3 สัปดาห ในผูปวย สูงอายุแมผื่นจะหายแลว แตอาจมีอาการปวดเปนเวลานาน 1.4 โรคติดเชื้อปรสิตและแมลง 1. หิด (Scabies) เกิดจากการติดเชื้อ Sarcoptes Scabiei ซื่ง เปนไรชนิดหนึ่ง ติดตอโดยการสัมผัสใกลชิด ลักษณะที่พบคือมีตุมคันตามตัวซึ่ง เกิดขึ้นมากมายโดยเฉพาะบริเวณงามมือ ขอมือ รักแร สะดือ และอวัยวะเพศ อาการคันมักเปนเวลากลางคืน หิดมีอาการรุนแรงถามีการติดเชื้อแทรกซอนมาจากการเกา ก็จะ เกิดตุมนํ้าใส ตุมหนอง หรือแผลอักเสบจากการเกา หิดเปนโรคติดตอไดในผู ที่คลุกคลีใกลชิดหรืออยูในที่แออัด หิดจะเกิดจากเสื้อผา ผาขนหนู เครื่องใช ที่นอน หมอนมุงตางๆ ดังนั้น การทําความสะอาดโดยการซัก รีด ตากแดด ใหแหงหรือใชความรอนฆาเชื้อโรค จะสามารถทําลายเชื้อโรคได 2. เหา เกิดจากแมลงคือ Pediculus human capitis ติดตอได งายโดยการสัมผัสโดยตรง หรือใชหมวก หวี แปรง รวมกับคนผมยาวที่มีสุข อนามัยไมดีมีโอกาสเปนเหาไดมากกวา ตําแหนงที่พบเหาและไขเหาไดบอยที่สุด คือ บริเวณทายทอยและหลังหู เพราะฉะนั้นจึงมีอาการคันมากบริเวณดานขาง
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 135 และหลังศีรษะ บางครั้งการเกาอยางมากจะทําใหเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียหรือ พบตุมหนองรวมดวย 2) โรคติดเชื้อบริเวณเล็บ (Onychomycosis) สวนมากมักเกิดจากเชื้อกลาก (Dermatophyte) ลักษณะของโรคจะเริ่ม เปนที่ขอบเล็บดานขางๆ โดยพื้นที่สีขาวทึบๆ ตอมาเล็บจะมีลักษณะผิดรูปเปลี่ยน สี หนาตัวขึ้นมาก บางครั้งมีผิวขรุขระ และแตกยุย หรือมีการแยกชั้นระหวาง ตัวเล็บและผิวหนังใตเล็บ การวินิจฉัยควรตัดหรือขูดเนื้อเล็บที่ผิดปกติสงตรวจ ยอมหาเชื้อราดวยนํ้ายาโปตัสเซียมไฮดรอกไซต หรือเพาะเชื้อรารวมดวย การรักษาเชื้อราที่เล็บเทาจะใชเวลานานกวาเล็บมือ โดยเฉลี่ยใชเวลา ประมาณ 3-6 เดือน สําหรับเชื้อราที่เล็บที่เกิดจากเชื้อ Yeast หรือ Candida albican โดยทั่วไปมักพบในคนที่มีอาชีพสัมผัสกับนํ้าเปนเวลานานๆ มักพบมีเล็บ ผิดรูป ขรุขระ รวมกับอาการอักเสบแบบเรื้อรังบริเวณโคนเล็บรวมดวย โรคติดเชื้อแบคทีเรียที่เล็บ (Acute paronychia) มักเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย พวก Staphylococus หรือ Streptococcus group A หรือ อาจเกิดจากการติดเชื้อแกรมลบ เชน Psudomonas อาการ จะมีการอักเสบบวมแดงบริเวณโคนเล็บ หรือดานขางของขอบเล็บ บางครั้งแตก ออกเปนหนองมักจะมีอาการเจ็บมาก ความผิดปกติจากการตัดแตงเล็บที่ผิดวิธีและใชเครื่องมือที่ไมสะอาดทําให เกิดเล็บขบ (Ingrown nail) ซึ่งมักมีการติดเชื้อแบคทีเรียรวมดวย และอักเสบ เปนหนองไดเชนกัน อยางไรก็ตาม ในขณะใหบริการอยูนั้นถามีการติดเชื้อจากการมีบาดแผล ซึ่งบาดแผลเกิดจากการที่มีรอยเปดของเยื่อบุผิว ปกติผิวหนังหรือผิวของเยื่อบุ จะไมมีรอยขาดหรือรอยแตก แตถาผิวนั้นถูกของมีคมตํา หรือบาดแผลที่เกิดขึ้น จะเปนชองทางใหเชื้อโรคตางๆ เขาสูรางกายได ในขั้นแรกเชื้อโรคจะแบงตัวเพิ่ม จํานวนตรงบริเวณบาดแผล ทําใหเกิดอาการปวด บวม แดง รอนขึ้นตรงบริเวณ
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ136 บาดแผล บางครั้งก็เกิดเปนหนองขึ้น การติดเชื้อบริเวณบาดแผลอาจลุกลามไป ทั่วรางกายไดในลูกคาที่มีภูมิตานทานไมคอยดีอยูแลว การแพสารสัมผัส อาจเกิดไดกับลูกคาผูรับบริการหรือพนักงานผูใหบริการไดเนื่องจากมี การใชสารเคมีหลายชนิดซึ่งเปนสวนประกอบในสบู แชมพู นํ้ามันนวด สารหอม ระเหย เครื่องสําอางตางๆ ที่พบไดบอยเกิดจากยายอมผมที่มีสารประกอบพวก Paraphenylene diamine (PPD) และสารฟอกสีผมที่มีสวนประกอบของ Ammonium persulfate นอกจากนี้อาจพบการแพสัมผัสซึ่งเกิดจากสารประเภท นํ้าหอมตางๆ และยาทาเล็บ เมื่อมีการแพเกิดขึ้นการรักษาคือ ตองหยุดใชไวกอน เมื่อหยุดแลวอาการหายไปเปนการยืนยันวาแพสารตัวนั้น ถาหาสาเหตุไมพบอาจ ใชวีธีใหแพทยทดสอบภูมิแพผิวหนัง เมื่อทราบวาสารใดเปนสาเหตุและสามารถ หลีกเลี่ยงไมใชสารนั้นอีกอาการแพก็จะหายไป เครื่องสําอางบางชนิด เปนของจําเปนตองใช ตัวอยางเชน นํ้ายายอมผม ลิปสติก เครื่องแตงหนา เมื่อเกิดอาการแพจนตองหยุดใชก็จะเกิดเปนอุปสรรคใน การประกอบอาชีพและการเขาสังคม ทําใหขาดความมั่นใจและเสียบุคลิกภาพไป ไดมาก ปจจุบันไดมีผูผลิตเครื่องสําอางทดแทนชนิดไมกอใหเกิดการแพที่เรียกวา “ไฮโปอัลเลอจิก”(Hypoallergic) หลักการคือไมมีสารที่กอใหเกิดการแพเปนสวน ผสม เชน ไมมีนํ้าหอม ตัวยากันบูด สารลาโนลิน ลิปสติกที่ไมมีที่กอใหเกิดการแพ ซึ่งแมวาคุณภาพดานความงามอาจไมดีเทา แตในกรณีจําเปนอาจใชทดแทนกันได สําหรับผูที่มีอาการแพเครื่องสําอางทุกชนิดรวมทั้งชนิดไฮโปอัลเลอจิก เมื่อทําการทดสอบผิวหนังแลวไมพบวาแพสารอะไร ใหนึกถึงวาผูนั้นอาจมีโรค ประจําตัว เชน โรคภูมิแพโดยกําเนิด โรคผิวแหงจากพันธุกรรมหรือโรคผิวตก สะเก็ดชนิดโวริโอซิส ทําใหผิวแดงแหงและลอกเปนประจํา ในกรณีเชนนี้การแพ ที่เกิดขึ้นจึงไมใชเกิดจากการแพเครื่องสําอาง จําเปนตองไดรับการวินิจฉัยและ รักษาที่ถูกตองตามสาเหตุของโรคที่เปน
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 137 การปองกันอุบัติเหตุและความปลอดภัยในสปา • ตองมีปายระบุสถานที่ และ การใชงานของอุปกรณ เชน หอง เซานา หองอบไอนํ้า เปนตน • จัดใหมีการฝกปฐมพยาบาล การชวยชีวิตอยางสมํ่าเสมอ รวมทั้งการจัดหาเวชภัณฑ และอุปกรณที่จําเปนไวไวในที่ๆ หยิบใชไดโดยสดวก • จัดหาผูดูแลดานความปลอดภัย • ระมัดระวังเรื่องการจัดเก็บสารเคมี และวัสดุไวไฟ • การปองกันอัคคีภัย • จัดทําผังแสดงการหนีไฟ ที่เขาใจงายและมองเห็นอยางชัดเจน • ดูแลสวิทซและสายไฟ ปลั๊กไฟ ใหอยูในสภาพดี • การเก็บรักษา การใชเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณใหปลอดภัย ตอผูใชและผูรับบริการ • บริเวณที่มีบริการความรอน เชน เซานา อางนํ้าวน หองอบ ไอนํ้า ตองระมัดระวังเปนพิเศษมีปายแสดงวิธีการใช ปาย เตือนอันตรายและมีการตรวจสอบสมํ่าเสมอ และตองมีผูดูแล ผูรับบริการตลอดเวลาที่ใชบริการอยู • มีการคัดกรองผูใชบริการโดยการทําประวัติสอบถามขอมูล สวนตัว สุขภาพ เพื่อคัดเลือกบริการที่เหมาะสมให และ หามมิใหเขารับบริการที่ไมเหมาะสมกับสภาพรางกายขณะนั้น
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ138 จรรยาบรรณผูประกอบวิชาชีพสปา(Spa Business Ethics) หมวดที่ 1 คุณธรรมและจริยธรรมของผูประกอบวิชาชีพตางๆ 1. มีจิตใจดี และพรอมใหการบริการแกลูกคาอยางถูกตองและสรางการ บริการที่เปนเลิศและบริการลูกคาทุกคนดวยความเต็มใจ รวมถึงความเปนผูที่ มีความละเอียด รอบคอบ ใสใจในการใหบริการและความตองการของลูกคา 2. ซื่อสัตยตอลูกคาและเคารพตอวิชาชีพของตนโดยไมกระทําการใดๆ อันเปนการหลอกลวงหรือแสวงหาประโยชนโดยไมเหมาะสม 3. มีความประพฤติออนนอมถอมตน ไมโออวดความสามารถของตนตอ ลูกคาหรือเพื่อนรวมงาน รวมถึงควรมีนํ้าใจตอเพื่อนรวมงานในการทํางาน 4. ไมเอาเปรียบลูกคาในการใหบริการ ทั้งในแงของคุณภาพของการให บริการ คุณภาพของวัตถุดิบที่ใชในการบริการ จํานวนเวลา และความพึงพอใจ 5. ไมเรียกรองคาบริการเพิ่มเติมจากลูกคาหรือกระทําการใดๆ อันเปนการ ทําใหลูกคาเขาใจวาตองการทิปจากลูกคา 6. หามลวนลามยั่วยุ หรือแสดงกริยาใดๆ ทางกายหรือวาจา อันสอไป ในพฤติกรรมทางเพศหรือนําไปสูการกระทําอนาจาร และหามรวมประเวณีกับ ลูกคาโดยเด็ดขาด 7. ไมลุมหลงมัวเมาในอบายมุขประเภทตางๆ จนทําใหคุณภาพการให บริการเสื่อมถอย และหามมิใหมีการประกอบอบายมุขใดๆ ในสถานประกอบ การโดยเด็ดขาด 8. ผูประกอบวิชาชีพทุกทานพึงปฏิบัติตนอยูภายใตกฎหมายที่เกี่ยวของ กับธุรกิจสปา รวมถึงขอบังคับหรือระเบียบของสปาที่สังกัด และจากหนวยงาน ที่เกี่ยวของอยางเครงครัด 9. ผูประกอบวิชาชีพสปาที่เปนผูใหบริการสปาเพื่อสุขภาพ ตองไมประกอบ ธุรกิจสวนตัวที่มีผลประโยชนทับซอนกับสปาตนสังกัดของตน
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 139 หมวดที่ 2 ทัศนคติตออาชีพและภาพลักษณที่ดีของพนักงานสปา 1. เขาใจและรักในงานบริการโดยใหบริการดวยความเชี่ยวชาญ พรอม รับฟงคําติชมจากลูกคาและพรอมปรับปรุงการใหบริการที่ดีขึ้นอยางเต็มใจและ เปดใจกวาง 2. พึงตระหนักอยูเสมอวาผูประกอบการธุรกิจสปา เปนผูเชี่ยวชาญเฉพาะ ดานซึ่งจําเปนตองไดรับการอบรมมาอยางเขมขน และการที่ไดเขาทํางานใน สถานประกอบการสปาถือวาเปนสิ่งที่มีเกียรติและมีศักดิ์ศรีและเปนอาชีพสุจริต ที่มีความสําคัญตอยุทธศาสตรการทองเที่ยวของประเทศไทย 3. บมเพาะนิสัยในการชวยเหลือหรือแนะนําผูอื่นเมื่อเห็นวาผูอื่นมี ปญหาดานรางกาย ผิวพรรณหรือมีความกดดันทางจิตใจ ซึ่งอยูในขอบเขตที่ การบริการสปาสามารถบําบัดทุกขใหผอนคลายไดแมวาจะไมใชลูกคาของตน ก็ตาม ทั้งในและนอกสถานที่ทํางาน 4. เปนผูที่เปดกวางในความคิดและทัศนคติในการทํางาน ยอมรับในการ พัฒนาสิ่งใหมๆ หรือศึกษาหาความรูในวิชาชีพของตน พัฒนาตนเองใหมีความ กาวหนาทันตอการพัฒนาของโลกและการเติบโตของธุรกิจ 5. พึงสรางความนาเชื่อถือและทําตนใหเปนผูที่มีบุคลิกดี สมกับเปนผู ประกอบการธุรกิจสปาของประเทศไทย
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ140 หมวดที่ 3 กิริยามารยาท 1. ใชวาจาสุภาพตอลูกคาและเพื่อนรวมงาน ไมพูดจาดูหมิ่นลูกคาเพื่อน รวมงานโดยเด็ดขาด 2. ใหความเคารพตอสถานที่ประกอบการอยางเครงครัด โดยไมพูดคุย หรือตะโกนสงเสียงดังระหวางเพื่อนรวมงานดวยกันในสถานประกอบการ ไมวาจะ มีลูกคาใชบริการอยูหรือไม รวมถึงระมัดระวังกิริยาทาทางและมารยาท ในการ เดิน ลุก นั่ง ใหเปนไปตามระเบียบมารยาทไทย 3. มีหนาตายิ้มแยม และไมแสดงสีหนาหรืออารมณใดๆ ที่ไมเหมาะสม ใหลูกคาเห็นหรือรูสึกได 4. ระมัดระวังการใชภาษาถิ่นตอลูกคา พึงใหเกียรติและยกยองลูกคา โดยไมพูดจากํากวมหรือสอไปในทางลอเลียนหรือเสียดสี ทั้งยังตองระมัดระวัง ในการพูดคุยหรือเชื่อมโยงเรื่องสวนตัวของตนตอลูกคา 5. ระมัดระวังในการออกความคิดเห็นในเรื่องสวนตัวของลูกคา โดย เฉพาะเรื่องรางกายของลูกคา 6. ระมัดระวังการสนทนาที่นําไปสูการอึดอัดทั้งของลูกคาและผูประกอบ การสปาเอง 7. หามนินทาลูกคาโดยเด็ดขาด การนินทาลูกคาถือเปนการลบหลูดูแคลน ผูมีพระคุณตอธุรกิจสปา 8. ไมพูดจายุยง สงเสริม ใหเพื่อนรวมงานทะเลาะเบาะแวง หรือทําให เกิดการดูหมิ่นเกลียดชังในหมูผูรวมงาน หรือเกิดความระแวงกันเอง 9. ใชมารยาทไทยที่เปนการยอมรับในสังคมเปนแนวปฏิบัติหลักในการ แสดงกิริยา
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 141 หมวดที่ 4 การปฏิบัติตนในสถานประกอบการ 1. ปฏิบัติตามกฎระเบียบของสถานประกอบการอยางเครงครัด และให ความเคารพสถานประกอบการเสมือนหนึ่งสถานที่ที่อันควรเคารพอื่นๆ 2. ดูแลและบํารุงรักษาและพัฒนาสถานประกอบการใหมีความสะอาด และสอดคลองกับมาตรฐานดานสถานที่อยางสมํ่าเสมอ รวมถึงใหความสนใจใน การรวมกันประหยัดทรัพยากรและลดตนทุนใหกับสถานประกอบการที่ตนสังกัด 3. ทําประโยชนใหกับสถานประกอบการของตน ใสใจในรายละเอียด และรูจักชวยเหลือเพื่อนรวมงาน หมวดที่ 5 มาตรฐานการแตงกายของพนักงานสปา 1. รักษาความสะอาดของตนอยูเสมอ ไมใหมีกลิ่นตัวหรือมีกลิ่นอันนา รังเกียจ รวมถึงเครื่องแบบตองมีความสะอาด สรางความนาเชื่อถือตอลูกคา และบุคคลทั่วไป 2. การแตงหนาตองไมฉูดฉาด หรือโดดเดนจนเกินงาม 3. ไมควรไวผมที่รกรุงรัง หรือมีสีสันจนเกินงาม ผูประกอบการสปาควร รวบผมตึงทุกครั้งและไมควรมีที่หนีบผมที่มีสีสันฉูดฉาด 4. ไมควรไวเล็บยาวและหามทาสีเล็บโดยเด็ดขาด 5. ไมควรใสเครื่องประดับใดๆ ระหวางการใหบริการ เพราะอาจเกิด อันตรายตอลูกคาได 6. พึงออกกําลังรักษารางกายของตนใหมีความแข็งแรงอยูเสมอ
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ142
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 143 บทที่ 9 กฎหมายที่เกี่ยวของกับกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 1) ความเปนมาเจตนารมณของกฎหมายที่เกี่ยวกับการควบคุม กิจการสปาเพื่อสุขภาพ แตเดิมสังคมไทยจะมีกิจการอาบ อบ นวด เปนสถานที่พักผอน นวด เพื่อการผอนคลายความเครียดหรือสถานเริงรมย ซึ่งลักษณะของกิจการจะมี ความหมิ่นเหมไปในทางอาจกอใหเกิดผลกระทบตอความสงบเรียบรอยและ ศีลธรรมอันดีของสังคม โดยเฉพาะการคาประเวณี การหลอกลวงหนวงเหนี่ยว กักขังเด็กหรือสตรี รัฐจึงจําเปนตองมีการควบคุมดูแลโดยอาศัยกฎหมายวาดวย สถานบริการ โดยกําหนดใหผูประกอบกิจการอาบ อบ นวด ตองไดรับอนุญาต จากพนักงานเจาหนาที่ (พนักงานตํารวจ) และถูกควบคุมดูแลโดยพนักงานเจา หนาที่ตามกฎหมาย และเนื่องจากกิจการอาบ อบ นวด ดังกลาวนี้ มีลักษณะของการ ประกอบกิจการที่ตองใชสถานที่ที่เปนหองเล็กๆ มีการใชอุปกรณ ผาเช็ดตัว นํ้าใช ซึ่งจําเปนตองมีการดูแลดานการสุขาภิบาล (คือความสะอาดและถูกสุขลักษณะ) มีการระบายอากาศและแสงสวางที่เพียงพอ มีการกําจัดขยะมูลฝอยและระบบ การกําจัดนํ้าเสีย รวมทั้งกลิ่นเหม็นอับ เปนตน กระทรวงสาธารณสุขจึงจําเปน ตองใชกฎหมายวาดวยการสาธารณสุข เพื่อการควบคุมดูแลดานสุขลักษณะของ สถานประกอบกิจการ โดยเรียกวากิจการที่เปนอันตรายตอสุขภาพ ทั้งนี้ การ ควบคุมดูแลไดกระจายอํานาจใหแกองคกรปกครองสวนทองถิ่นเปนเจาพนักงาน ทองถิ่น และมีเจาพนักงานสาธารณสุขในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขและองคกร ปกครองสวนทองถิ่นเปนพนักงานเจาหนาที่ในการควบคุมดูแล และผูประกอบ กิจการตองขอรับใบอนุญาตจากเจาพนักงานทองถิ่นกอนประกอบการ นอกจากนี้ ยังมีการประกอบกิจการสถานที่อาบนํ้า อบไอนํ้า อบสมุนไพร ซึ่งสวนใหญจะเปนสถานประกอบกิจการเล็กๆ ที่มีอยูรานเสริมสวยตามตึกแถว
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ144 หรือสถานที่อาบนํ้าตามชายหาด ชายทะเล เปนตน ซึ่งกิจการเหลานี้ก็จะถูก ดูแลในลักษณะของกิจการที่เปนอันตรายตอสุขภาพ โดยองคกรปกครองสวนทอง ถิ่นและเจาพนักงานสาธารณสุขตามกฎหมายวาดวยการสาธารณสุขเชนเดียวกัน ตอมาในสังคมไทยไดมีกระแสการดูแลสุขภาพแบบองครวมในแนวธรรมชาติ บําบัด กําลังเปนที่นิยมโดยทั่วไป ประกอบกับคณะรัฐมนตรีไดมีมติที่จะสงเสริม ประเทศไทยใหเปนศูนยกลางการดูแลสุขภาพของเอเชีย ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข ไดสานตอนโยบายดังกลาวโดยกําหนดกลยุทธในการพัฒนาเปน 3 กลุม ไดแก บริการทางการแพทย บริการสงเสริมสุขภาพและผลิตภัณฑสุขภาพ ซึ่งการ ประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ ก็เปนเปาหมายหนึ่งในกลยุทธขางตน และโดยที่ การประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ มาประกอบกันในการใหบริการ หรือบาง แหงก็นําเอารูปแบบการบริการสปาจากตางประเทศมาใหบริการ และเนื่องจาก ลักษณะของกิจการเปนสถานอาบ อบ นวด ที่มีผูใหบริการแกลูกคาจึงเปน กิจการที่เขาขายเปนสถานบริการตามกฎหมายวาดวยสถานบริการ และเขาขาย เปนกิจการที่เปนอันตรายเพื่อสุขภาพตามกฎหมายวาดวยการสาธารณสุขดวย ดังนั้นการประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพจึงตองปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กฎหมาย ทั้ง 2 ฉบับกําหนดไว 1. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กิจการที่เปนอันตรายตอ สุขภาพ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2546 กําหนดใหกิจการสปาเพื่อสุขภาพเปนกิจการ ที่เปนอันตรายตอสุขภาพ โดยอาศัยอํานาจแหงพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 เพื่อเปนการแยกกิจการสปาเพื่อสุขภาพออกจากกิจการอาบ อบ นวดทั่วไปและกรุงเทพมหานครไดกําหนดใหกิจการสปาเพื่อสุขภาพ เปนกิจการ ที่เปนอันตรายตอสุขภาพที่ตองควบคุม ในเขตกรุงเทพมหานครตามขอบัญญัติ กรุงเทพมหานครเรื่องกิจการที่เปนอันตรายตอสุขภาพ พ.ศ.2544 แกไขเพิ่มเติมโดย (ฉบับที่ 3 ) พ.ศ.2548 2. พระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 ซึ่งแกไขเพิ่มเติม เรื่องกิจการที่เปนอันตรายตอสุขภาพ พ.ศ.2544 แกไขเพิ่มเติมโดย
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 145 (ฉบับที่ 3 ) พ.ศ.2548 ่โดยพระราชบัญญัติสถานบริการ(ฉบับที่ 4) พ.ศ.2546 ในมาตรา 3 (3) กําหนดใหสถานอาบนํ้า นวด หรืออบตัว ซึ่งมีผูบริการใหแก ลูกคา เปนสถานบริการตามกฎหมายตองขออนุญาตกอนประกอบกิจการ ยกเวน (ก) สถานที่ที่เขาขายสถานพยาบาล และ (ข) สถานที่เพื่อสุขภาพหรือเพื่อเสริม สวยที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศกําหนดโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีวาการ กระทรวงมหาดไทย ฯ อาศัยอํานาจตามมาตรา 3 (3) กระทรวงสาธารณสุขจึง ไดพิจารณาออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กําหนดสถานที่เพื่อสุขภาพ หรือเพื่อเสริมสวยมาตรฐานของสถานที่ การบริการ ผูใหบริการ หลักเกณฑ และวิธีการตรวจสอบเพื่อการรับรองใหเปนไปตามมาตรฐานสําหรับสถานที่เพื่อ สุขภาพหรือเพื่อเสริมสวยตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 จึงมี ผลใหสถานประกอบกิจการดังตอไปนี้ ไดรับการยกเวนจากกฎหมายวาดวยสถาน บริการ ไดแก กิจการสปาเพื่อสุขภาพ กิจการนวดเพื่อสุขภาพ และกิจการ นวดเพื่อเสริมสวย ทั้งนี้ ตองเปนไปตามมาตรฐานโดยไดรับใบรับรองมาตรฐาน จากกระทรวงสาธารณสุข 2) ความหมายและลักษณะของกิจการสปาเพื่อสุขภาพ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ที่ออกตามความในพระราชบัญญัติ การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสถานบริการ(ฉบับที่ 4) พ.ศ.2546 ไดประกาศ กําหนดลักษณะของกิจการสปาเพื่อสุขภาพที่ตรงกันดังนี้ “กิจการสปาเพื่อสุขภาพ” หมายความวา การประกอบกิจการที่ ใหการดูแลและเสริมสรางสุขภาพโดยบริการหลักที่จัดไวประกอบดวย การนวด เพื่อสุขภาพและการใชนํ้าเพื่อสุขภาพ โดยอาจมีบริการเสริมประกอบดวย เชน การอบเพื่อสุขภาพ การออกกําลังกายเพื่อสุขภาพ โภชนบําบัดและการควบคุม อาหาร โยคะและการทําสมาธิ การใชสมุนไพรหรือผลิตภัณฑเพื่อสุขภาพ ตลอด จนการแพทยทางเลือกอื่นๆ หรือไมก็ได (ทั้งนี้ในประกาศฯ ที่ออกตามกฎหมาย-
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ146 วาดวยสถานบริการกําหนดเพิ่มเติมวาตองมีบริการเสริมอยางนอย 3 รายการ) นอกจากนี้ เพื่อใหมีความชัดเจนของบริการ และเปนการยกเวนกิจการที่ ไมตองขออนุญาตตามกฎหมายวาดวยสถานบริการ ประกาศที่ออกตามกฎหมายวา ดวยสถานบริการจึงไดกําหนดคํานิยามของ กิจการนวดเพื่อสุขภาพ และกิจการ นวดเพื่อเสริมสวย ดังนี้ “กิจการนวดเพื่อสุขภาพ” หมายความวา การประกอบกิจการนวดโดย มีวัตถุประสงคเพื่อเปนการผอนคลายกลามเนื้อ ความเมื่อยลา ดวยวิธีการนวด การคลึง การบีบ การตัด การดึง การประคบ การอบ หรือโดยวิธีการอื่น ใดตามศาสตรและศิลปะของการนวดเพื่อสุขภาพ ทั้งนี้ ตองไมมีสถานที่อาบนํ้า โดยมีผูใหบริการ “กิจการนวดเพื่อเสริมสวย” หมายความวา การประกอบกิจการนวดใน สถานที่เฉพาะ เชน รานเสริมสวยหรือแตงผม โดยมีวัตถุประสงคเพื่อความสวย งานดวยวิธีการกด การคลึง การบีบ การประคบ การอบ หรือดวยวิธีการอื่นใด ตามศิลปะการนวดเพื่อเสริมสวย ทั้งนี้ ตองไมมีสถานที่อาบนํ้าโดยมีผูใหบริการ ดังนั้น สถานอาบอบนวดโดยทั่วไปที่มีทั้งการอาบนํ้าและนวดโดยมีผูให บริการใหแกลูกคาที่เปนสถานที่บันเทิงเริงรมย จึงไมเขาขอยกเวนตามขอ 3(3) (ข) แหงกฎหมายวาดวยสถานบริการ เวนแตจะมีการปรับปรุงจนเขาลักษณะ ของกิจการสปาเพื่อสุขภาพ ซึ่งตองไดมาตรฐานและมีบริการเสริมอยางนอยอีก 3 รายการ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ขอ 8(2) จัดทําทะเบียนประวัติ ผูใหบริการและพนักงาน 3) การควบคุมดูแลกิจการสปาเพื่อสุขภาพตามกฎหมายวาดวยการ สาธารณสุข การควบคุมดูแลกิจการสปาเพื่อสุขภาพตามกฎหมายวาดวยการสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุขและองคกรปกครองสวนทองถิ่นสามารถดําเนินการไดตาม ขั้นตอน ดังนี้
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 147 3.1) ขั้นตอนกําหนดใหเปนกิจการที่เปนอันตรายตอสุขภาพ รัฐมนตรีวาการกระทรวงสาธารณสุขโดยคําแนะนําของคณะกรรมการ สาธารณสุขไดออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กิจการที่เปนอันตรายตอ สุขภาพ (ฉบับที่ 4) ประกาศกําหนดใหกิจการสปาเพื่อสุขภาพเปนกิจการที่เปน อันตรายตอสุขภาพ ตั้งแตวันที่ 28 ตุลาคม 2546 โดยอาศัยอํานาจตามความ ในมาตรา 5 และมาตรา 31 แหงพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 3.2) ขั้นตอนการออกขอบัญญัติกรุงเทพมหานคร กรุงเทพมหานครออกขอบัญญัติกรุงเทพมหานคร โดยอาศัยอํานาจ ตามมาตรา 32 (1) และ (2) เพื่อ 3.2.1) กําหนดให กิจการสปาเพื่อสุขภาพ เปนกิจการอันตรายตอ สุขภาพที่มีการควบคุมภายในกรุงเทพมหานครนั้น ซึ่งจะมีผลใหผูประกอบกิจการ สปาเพื่อสุขภาพที่ดําเนินการในลักษณะที่เปนการคา ตองยื่นคําขอรับใบอนุญาต จากเจาพนักงานทองถิ่นกอน 3.2.2) กําหนดหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขดานสุขลักษณะ ที่ผูไดรับใบอนุญาตประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพตองถือปฏิบัติ 3.3) ขั้นตอนการขอรับใบอนุญาต ประกอบกิจการที่เปนอันตรายตอสุขภาพ 3.3.1) ผูประกอบการที่ประสงคจะจัดตั้งสถานประกอบกิจการสปา เพื่อสุขภาพ ในเขตกรุงเทพมหานครใหยื่นคําขอรับใบอนุญาตตอเจาพนักงานทอง ถิ่น ณ ฝายสิ่งแวดลอมและสุขาภิบาล สํานักงานเขตที่สถานประกอบการตั้งอยู 3.3.2) กรณีที่เจาพนักงานทองถิ่นพิจารณาอนุญาต ผูยื่นคําขอ ตอง เสียคาธรรมเนียมใบอนุญาต ตามอัตราที่กําหนดไวในขอบัญญัติกรุงเทพมหานคร ซึ่ง ใบอนุญาตจะมีอายุ 1 ป นับแตวันที่ออกใบอนุญาต และตองตออายุกอนใบอนุญาต สิ้นอายุ (มาตรา 55) และตองแสดงใบอนุญาตไวโดยเปดเผย ณ สถานประกอบ การตลอดเวลาที่ประกอบกิจการ (มาตรา 57) สวนกรณีที่ใบอนุญาตสูญหาย ถูกทําลาย หรือชํารุดในสาระสําคัญ ตองขอรับใบแทนใบอนุญาตภายใน 15 วัน นับแตวันที่ไดทราบวาใบอนุญาตสูญหาย ถูกทําลาย หรือชํารุด (มาตรา 58)
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ148 3.4) ขั้นตอนการออกคําสั่งของเจาพนักงานทองถิ่น เปนดังนี้ 3.4.1) กรณีที่ผูประกอบกิจการโดยไมมีใบอนุญาตจากเจาพนักงาน ทองถิ่น จะมีโทษจําคุกไมเกิน 6 เดือน หรือปรับไมเกิน 10,000 บาทหรือทั้ง จําทั้งปรับ 3.4.2) กรณีที่กรุงเทพมหานครตรวจพบวา มีการปฏิบัติไมถูกตอง ตามขอบัญญติกรุงเทพมหานคร พนักงานเจาหนาที่มีอํานาจออกคําแนะนําใหผู ประกอบการปรับปรุงแกไขได 3.4.3) ถาปฏิบัติตามคําแนะนําเรื่องยุติ แตถาไมปฏิบัติตาม คําแนะนํา ใหเจาพนักงานทองถิ่นออกคําสั่งใหปรับปรุงแกไขมาตรา 45 ได ถา ไมปฏิบัติตามจะมีโทษจําคุกไมเกิน 6 เดือนหรือปรับไมเกิน 10,000 บาทหรือทั้ง จําทั้งปรับ และปรับวันละไมเกิน 5,000 บาท ตลอดระยะเวลาที่ไมปฏิบัติตาม คําสั่ง ซึ่งกรณีนี้เจาพนักงานทองถิ่นยังอาจออกคําสั่งใหพักใชใบอนุญาตหรือ เพิกถอนใบอนุญาต ตามมาตรา 59 และมาตรา 60 ตามลําดับ 3.4.4) กรณีที่ฝาฝนขอบัญญติทองถิ่น หรือไมปฏิบัติตามคําสั่ง ตางๆ ตามกฎหมาย เจาพนักงานทองถิ่นสามารถดําเนินคดี โดยเปรียบเทียบ ปรับหรือรองทุกขตอพนักงานสอบสวน(ตํารวจ) เพื่อดําเนินคดีทางศาลได 4) การควบคุมดูแลกิจการสปาเพื่อสุขภาพตามพระราชบัญญัติ สถานบริการ พ.ศ. 2509 ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสถานบริการ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2546 สาระสําคัญของประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กําหนดสถานที่เพื่อ สุขภาพหรือเพื่อเสริมสวยมาตรฐานของสถานที่ การบริการ ผูใหบริการ หลัก เกณฑและวิธีการตรวจสอบเพื่อการรับรองใหเปนไปตามมาตรฐานสําหรับสถาน ที่เพื่อสุขภาพหรือเพื่อเสริมสวย ตามพระราชบัญญติสถานบริการ พ.ศ. 2509 ซึ่งมีผลใหสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพไดรับการยกเวนจากฎหมายวา
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 149 ดวยสถานบริการ ทั้งนี้ ตองเปนไปตามมาตรฐานโดยไดรับใบรับรองมาตรฐาน จากกระทรวงสาธารณสุข โดยมีกลไกการควบคุมดูแลและการออกใบรับรอง มาตรฐาน สรุปไดดังนี้ 4.1) ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฯ ไดกําหนดมาตรฐานของ สถานที่ การบริการ และผูใหบริการไวทั้งหมด 5 ดาน ดังนี้ (1) มาตรฐานสถานที่ (2) มาตรฐานผูดําเนินการ (3) มาตรฐานผูใหบริการ (4) มาตฐานการบริการ (5) มาตฐานความปลอดภัย 4.2) กําหนดใหมีคณะกรรมการตรวจและประเมินมาตรฐานสถาน ประกอบการกลาง มีอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพเปนประธาน ทําหนาที่ ตรวจและประเมินมาตรฐานสถานประกอบการในเขตกรุงเทพมหานคร 4.3) การออกและการเพิกถอนใบรับรองมาตรฐาน (1) สถานประกอบกิจการที่ตั้งอยูในเขตกรุงเทพมหานครใหยื่น ขอใบรับรองมาตรฐานไดที่สํานักงานสงเสริมธุรกิจบริการสุขภาพ กรมสนับสนุน บริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข (2) คุณสมบัติของผูประกอบการที่ยื่นขอใบรับรองมาตรฐาน • มีอายุไมตํ่ากวา 20 ปบริบูรณ • มีถิ่นที่อยูในประเทศไทย • ไมเปนโรคตองหาม คือ โรคพิษสุราเรื้อรัง ติดยาเสพติดให โทษอยางแรง โรคจิตรายแรง โรคอื่นใดในระยะรุนแรงที่เปนอุปสรรคตอการ ทํางาน • ไมเปนบุคคลลมละลาย
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ150 • ไมเปนบุคคลวิกลจริต คนไรความสามารถหรือคนเสมือนไรความ สามารถ (ในกรณีที่เปนนิติบุคคลเปนผูขอใบรับรองมาตรฐาน ผูแทนของนิติบุคคล นั้นตองมีคุณสมบัติดังกลาวขางตนดวย) (3) ผูยื่นขอใบรับรองมาตรฐานสถานประกอบการ จะไดรับการ พิจารณาออกหรือไมออกใบรับรองมาตรฐานใหภายใน 130 วัน นับจากวันที่ยื่น คํารองเพื่อขอใบรับรองมาตรฐานสถานประกอบการ (4) การพิจารณาออกใบรับรองมาตรฐานสถานประกอบการของผูออก ใบรับรองฯ ซึ่งไดแก อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพในเขตกรุงเทพมหานคร จะพิจารณาออกใบรับรองมาตรฐานใหได เมื่อตองปรากฏวาผูประกอบการไดจัด ใหมีมาตรฐานครบทั้ง 5 ดาน (มาตรฐานสถานที่ ผูดําเนินการ ผูใหบริการ การบริการ และความปลอดภัย) (5) ใบรับรองมาตรฐานมีอายุ 1 ป นับแตวันที่ออกใบรับรอง สถาน ประกอบการใดที่ประสงคจะตออายุใบรับรอง จะตองยื่นคําขอใบรับรองมาตรฐาน ภายใน 30 วัน กอนใบรับรองเดิมสิ้นอายุ และใหถือวาสถานประกอบการนั้นได มาตรฐานตามประกาศ จนกวาผูออกใบรับรองจะมีหนังสือแจงผลการพิจารณา (6) กรณีสถานประกอบการดําเนินการผิดไปจากมาตรฐานที่กําหนด หรือดําเนินการขัดตอความสงบเรียบรอยและศีลธรรมอันดี คณะกรรมการฯ สามารถดําเนินการแจงใหแกไข วากลาว ตักเตือน หรือเสนอเพิกถอนใบรับรอง มาตรฐาน ตามแตกรณี และใหแกไขภายใน 90 วัน นับจากที่ไดรับแจง หากไม สามารถดําเนินการแกไขภายในเวลาที่กําหนด ตองยื่นคํารองพรอมเหตุผลความ จําเปนตอคณะกรรมการฯ เพื่อพิจารณาผอนผันไดครั้งละไมเกิน 30 วัน (7) กรณีสถานประกอบการจะขอหยุดกิจการ ใหแจงขอเลิกการรับรอง มาตรฐานตอคณะกรรมการฯ ทราบภายใน 7 วัน นับแตวันหยุดกิจการ แตไมเปน เหตุหยุดการพิจารณาเพิกถอนใบรับรองจากการประกอบกิจการที่เกิดขึ้นกอนหนา
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 151 (สําหรับหลักเกณฑมาตรฐานในการประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพอื่นๆ ใหดูราย ละเอียดในประกาศฯในภาคผนวก) 5) กฎหมายอื่นที่เกี่ยวของกับกิจการสปาเพื่อสุขภาพหรือกิจการ อื่นที่คลายคลึง ดังที่กลาวมาแลวตั้งแตหัวขอแรกๆ วา เดิมสังคมไทยจะมีเฉพาะกิจการ อาบ อบ นวด (แบบสถานเริงรมย) ตอมาก็มีอาบ อบ นวดแผนโบราณเพิ่มขึ้น สวนกิจการอบไอนํ้า อบสมุนไพร นวดหนา นวดเพื่อการเสริมสวย ก็มักจะ เปนกิจการเล็กๆ ที่อยูรวมกับสถานที่แตงผมเสริมสวย บางครั้งก็มีกิจการที่มี ลักษณะเปนบริการดานการแพทยแผนโบราณ ซึ่งลวนแตมีลักษณะที่คลายคลึง กับกิจการสปาเพื่อสุขภาพ ดังนั้น เพื่อใหเกิดความเขาใจและมีความชัดเจนในการควบคุมตาม กฎหมายตางๆ ที่เกี่ยวของซึ่งพอจะแยกพิจารณาไดดังนี้ 5.1) กิจการสถานพยาบาล คือ กิจการสปาเพื่อสุขภาพที่เนนเรื่อง การรักษาโรค ซึ่งโดยกฎหมายแลวสถานประกอบกิจการลักษณะเชนนี้ จะตอง อยูภายใตการดูแลของผูประกอบวิชาชีพเวชกรรมหรือประกอบโรคศิลปะตามกฏ หมายวาดวยการประกอบอาชีพเวชกรรมหรือประกอบโรคศิลปะ และตองอยู ภายใตการควบคุมในฐานะสถานพยาบาลตามกฎหมายวาดวยสถานพยาบาลดวย นั่นคือ ตองขอรับใบอนุญาตเปนสถานพยาบาลจากกระทรวงสาธารณสุข (กอง ประกอบโรคศิลปะ) รวมทั้งการใชเครื่องมืออุปกรณใดๆ เพื่อการรักษาพยาบาล ตองเปนไปตามกฏหมายวาดวยเครื่องมือแพทยดวย 5.2) กิจการสปาเพื่อสุขภาพตามคํานิยามในประกาศกระทรวงสาธารณสุข ที่เนนการสงเสริมสุขภาพโดยจัดบริการนวดและการใชนํ้าเพื่อสุขภาพ และมีบริการ เสริมอีก 3 รายการเปนอยางนอย กิจการนวดเพื่อสุขภาพ หมายถึง การนวด เพื่อการผอนคลายกลามเนื้อ ความเมื่อยลา เชน การนวดฝาเทา การนวดแผน ไทย (ที่มิใชการรักษาโรค) และกิจการนวดเพื่อเสริมสวย หมายถึง การนวดที่มี
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ152 วัตถุประสงคเพื่อเสริมความงาม เชน การนวดในสถานที่แตงผมเสริมสวย ทั้งนี้ ตองไมมีสถานที่อาบนํ้าโดยมีผูใหบริการ กิจการทั้ง 3 ประเภทนี้ โดยหลักจะถูก ควบคุมตามกฏหมายวาดวยการสาธารณสุข และกฎหมายวาดวยสถานบริการ ทั้งนี้ จะไดรับการยกเวนจากกฏหมายวาดวยสถานบริการ เมื่อปรับปรุงใหได มาตรฐานตามประกาศฯ และไดรับการรับรองมาตรฐานจากกระทรวงสาธารณสุข แตยังคงตองขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการอันเปนอันตรายตอสุขภาพจากเจา พนักงานทองถิ่นตาม พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ดวย 5.3) กิจการอาบ อบ นวด หมายถึง สถานอาบ อบ นวดแผนปจจุบัน ที่เปนสถานเริงรมยรวมทั้ง สถานอาบ อบ นวดแผนโบราณ ดวย ซึ่งจะถูก ควบคุมตามกฏหมายวาดวยสถานบริการในดานการจัดบริการที่ไมขัดตอความ สงบเรียบรอยและศีลธรรมอันดี และตามกฏหมายวาดวยการสาธารณสุขใน ดานอนามัยและสุขลักษณะ 5.4) กิจการสถานที่อาบนํ้า อบไอนํ้า อบสมุนไพร หรือ กิจการ เสริมสวยหรือแตงผม หรือกิจการควบคุมนํ้าหนักโดยวิธีการควบคุมโภชนาการ การบริหารรางกายหรือโดยวิธีการอื่นใด จะถูกควบคุมตามกฎหมายวาดวยการ สาธารณสุขในดานอนามัยและสุขลักษณะ ในฐานะที่เปนกิจการที่เปนอันตราย ตอสุขภาพ ซึ่งหลักเกณฑดานสุขลักษณะที่ใชในการควบคุม เปนไปตามขอบัญญติ กรุงเทพมหานครที่ออกตามกฎหมายวาดวยการสาธารณสุข คือ ขอบัญญัติ กรุงเทพมหานคร เรื่อง กิจการที่เปนอันตรายตอสุขภาพ พ.ศ.2544
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 153 นอกจากนี้ การประกอบกิจการตางๆ ขางตนนี้ ยังมีกฏหมายอื่นที่เกี่ยวของ ดังนี้ (1) กฎหมายวาดวยการคุมครองแรงงาน ที่จะดูแลเรื่องเกี่ยวกับการ จางลูกจางที่เปนธรรม การจัดสวัสดิการสําหรับลูกจาง เปนตน (2) กฎหมายวาดวยการประกันสังคม ที่จะบังคับใหลูกจางตองเขาสู ระบบการประกันสังคมโดยนายจางตองรวมจายเงินสมทบกองทุนประกันสังคม (3) กฎหมายวาดวยควบคุมอาคาร ที่จะควบคุมดูแลเกี่ยวกับกอสราง การดัดแปลง การซอมตอเติม ตัวอาคารโครงสราง (4) พระราชบัญญัติภาษีสรรรพสามิต และประกาศกรมสรรพสามิต (5) กฎหมายของกระทรวงพาณิชย (6) ระเบียบขอบังคับของกรมสรรพากร ผูประกอบกิจการจึงจําเปนตองเขาใจวา “กิจการใดๆ ก็ตามที่อยูภายใต การบังคับของกฎหมายฉบับใดๆ จะตองปฏิบัติใหเปนไปตามกฎหมายนั้นๆทุก ฉบับ” นี่เปนไปตามหลักกฏหมายโดยทั่วไปซึ่งนานาประเทศก็ยึดถือเชนนั้น ดังนั้น ผูประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพจึงตองดําเนินกิจการใหเปนไปตามวัตถุประสงค และประโยชนสูงสุดในการดูแลและสรางเสริมสุขภาพของผูรับบริการ ตลอดจน เปนการคุมครองสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดลอมของผูที่เกี่ยวของและประชาชนตอไป
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ154 ภาคผนวก กฎกระทรวง กําหนดหลักเกณฑ วิธีการ และมาตรการในการควบคุม สถานประกอบกิจการที่เปนอันตรายตอสุขภาพ พ.ศ. ๒๕๔๕ ----------------------------------------- อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๖(๑) แหงพระราชบัญญัติการ สาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ อันเปนพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการ จํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๕ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย บัญญัติใหกระทําไดโดยอาศัย อํานาจตามบทบัญญัติแหงกฎหมาย รัฐมนตรีวาการกระทรวงสาธารณสุขโดยคําแนะนําของ คณะกรรมการสาธารณสุขออกกฎกระทรวงไว ดังตอไปนี้ หมวด ๑ บททั่วไป ขอ ๑ ในกฎกระทรวงนี้ “สถานประกอบกิจการ” หมายความวา สถานที่ที่ใชในการประกอบกิจการที่เปน อันตรายตอสุขภาพตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่ออกตามความในมาตรา ๓๑ แหง พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ “ผูดําเนินกิจการ” หมายความวา ผูเปนเจาของ หรือบุคคลที่เรียกชื่ออยางอื่นซึ่งรับ ผิดชอบดําเนินการสถานประกอบกิจการนั้น “คนงาน” หมายความวา ผูปฏิบัติงานในสถานประกอบกิจการ “มลพิษทางเสียง” หมายความวา สภาวะของเสียงอันเกิดจากการประกอบกิจการ ของสถานประกอบกิจการที่ทําใหมีผลกระทบ หรืออาจมีผลกระทบตอสุขภาพอนามัยของ สาธารณชน “มลพิษความสั่นสะเทือน” หมายความวา สภาวะของความสั่นสะเทือนอันเกิดจาก การประกอบกิจการของสถานประกอบกิจการที่ทําใหมีผลกระทบ หรืออาจมีผลกระทบตอ
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 155 สุขภาพอนามัยของสาธารณชน “มลพิษทางอากาศ” หมายความวา สภาวะของอากาศอันเกิดจากการประกอบ กิจการของสถานประกอบกิจการที่ทําใหมีผลกระทบ หรืออาจมีผลกระทบตอสุขภาพอนามัย ของสาธารณชน “มลพิษทางนํ้า” หมายความวา สภาวะของนํ้าทิ้งอันเกิดจากการประกอบกิจการ ของสถานประกอบกิจการที่ทําใหมีผลกระทบ หรืออาจมีผลกระทบตอสุขภาพอนามัยของ สาธารณชน ขอ ๒ ผูดําเนินกิจการในสถานประกอบกิจการประเภทที่ราชการสวนทองถิ่นไดออก ขอกําหนดของทองถิ่นกําหนดใหเปนกิจการที่ตองควบคุมและมีผลใชบังคับในทองถิ่นนั้นแลว ตองดําเนินการใหเปนไปตามกฎกระทรวงนี้ สถานประกอบกิจการที่ตั้งอยูในเขตที่กฎหมายวาดวยการผังเมือง หรือกฎหมายวา ดวยการควบคุมอาคารมีผลใชบังคับ หรือสถานประกอบกิจการใดที่เขาขายเปนโรงงาน หรือ มีการประกอบ กิจการเกี่ยวกับวัตถุอันตราย จะตองปฏิบัติตามกฎหมายวาดวยการนั้น และ กฎหมายอื่นที่เกี่ยวของดวย แลวแตกรณี หมวด ๒ สถานที่ตั้ง ลักษณะอาคาร และการสุขาภิบาล ขอ ๓ สถานประกอบกิจการตองตั้งอยูหางจากชุมชน วัด ศาสนสถาน โบราณสถาน โรงเรียน สถาบันการศึกษา โรงพยาบาล หรือสถานที่อื่นๆ ตามกฎหมายวาดวยโรงงานและกฎหมาย อื่นที่เกี่ยวของ ทั้งนี้ ในกรณีที่สถานประกอบกิจการที่ไมเขาขายเปนโรงงาน ใหราชการสวนทองถิ่น สามารถกําหนดในขอกําหนดของทองถิ่นโดยคํานึงถึงลักษณะและประเภทของการประกอบกิจการของ สถานประกอบกิจการนั้นๆ ซึ่งอาจกอใหเกิดอันตรายตอสุขภาพอนามัยของประชาชนหรือกอ เหตุรําคาญดวย ขอ ๔ สถานประกอบกิจการที่มีอาคาร ตองเปนอาคารที่มีความมั่นคง แข็งแรง เหมาะสมที่จะประกอบกิจการที่ขออนุญาตได ตามกฎหมายวาดวยการควบคุมอาคารและ กฎหมายอื่นที่เกี่ยวของ
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ156 บันไดหนีไฟหรือทางออกฉุกเฉินมีลักษณะเปนไปตามกฎหมายวาดวยการควบคุม อาคารและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวของ ทั้งนี้ ตองไมมีสิ่งกีดขวาง มีแสงสวางเพียงพอ และมี ปายหรือเครื่องหมายแสดงชัดเจน โดยทางออกฉุกเฉินตองมีไฟสองสวางฉุกเฉินเมื่อระบบ ไฟฟาปกติขัดของ ขอ ๕ สถานประกอบกิจการที่มีอาคารตองจัดใหมีระบบการจัดแสงสวางและการ ระบายอากาศใหเปนไปตามกฎหมายวาดวยการควบคุมอาคารและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวของ ขอ ๖ สถานประกอบกิจการที่มีอาคารตองมีหองนํ้าและหองสวม ตามแบบและ จํานวนที่กําหนดในกฎหมายวาดวยการควบคุมอาคารและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวของและมีการ ดูแลรักษาความสะอาดใหอยูในสภาพที่ถูกสุขลักษณะเปนประจําทุกวัน ขอ ๗ สถานประกอบกิจการที่คนงานอาจเปรอะเปอนจากสารเคมี วัตถุอันตราย หรือสิ่งอื่นใดอันอาจเปนอันตรายตอสุขภาพตองจัดใหมีที่อาบนํ้าฉุกเฉิน ที่ลางตาฉุกเฉิน ตามความจําเปนและเหมาะสมกับคุณสมบัติของวัตถุอันตรายและขนาดของการประกอบ กิจการตามที่กําหนดไวในกฎหมายวาดวยวัตถุอันตรายและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวของ ขอ ๘ สถานประกอบกิจการตองมีการเก็บ รวบรวม หรือกําจัดมูลฝอยที่ถูกสุขลักษณะ ดังนี้ (๑) มีภาชนะบรรจุ หรือภาชนะรองรับที่เหมาะสมและเพียงพอกับปริมาณและ ประเภทมูลฝอยรวมทั้งมีการทําความสะอาดภาชนะบรรจุ หรือภาชนะรองรับ และบริเวณ ที่เก็บภาชนะนั้นอยูเสมอ (๒) ในกรณีที่มีการกําจัดเอง ตองไดรับความเห็นชอบจากเจาพนักงานทองถิ่นและ ตองดําเนินการใหถูกตองตามขอกําหนดของทองถิ่นนั้น (๓) กรณีที่มีมูลฝอยที่ปนเปอนสารพิษ หรือวัตถุอันตราย หรือสิ่งอื่นใดที่อาจเปน อันตรายตอสุขภาพ หรือมีผลกระทบตอสิ่งแวดลอม จะตองดําเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวของ ขอ ๙ สถานประกอบกิจการตองมีการปองกัน และกําจัดแมลงและสัตวที่เปนพาหะ ของโรคติดตอใหถูกตองตามหลักวิชาการสุขาภิบาลสิ่งแวดลอม ขอ ๑๐ สถานประกอบกิจการที่มีโรงอาหารหรือหองครัวที่จัดไวสําหรับการประกอบ
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 157 อาหาร การปรุงอาหาร การสะสมอาหารสําหรับคนงาน ตองมีการดําเนินการใหถูกตองตาม ขอกําหนดของทองถิ่นนั้น ขอ ๑๑ สถานประกอบกิจการตองจัดวางสิ่งของใหเปนระเบียบเรียบรอย ปลอดภัย เปนสัดสวน และตองรักษาความสะอาดอยูเสมอ หมวด ๓ การอาชีวอนามัย และความปลอดภัย ขอ ๑๒ สถานประกอบกิจการตองมีมาตรการความปลอดภัยในการทํางานและปฏิบัติ ใหเปนไปตามกฎหมายวาดวยการคุมครองแรงงาน และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวของ ขอ ๑๓ สถานประกอบกิจการตองจัดใหมีการปองกันเพื่อความปลอดภัย ดังนี้ (๑) มีระบบสัญญาณเตือนเพลิงไหมและเครื่องดับเพลิงตามกฎหมายวาดวยการ ควบคุมอาคารและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวของ ทั้งนี้ จะตองมีการบันทึกการบํารุงรักษาเครื่อง ดับเพลิงอยางนอยหกเดือนตอครั้ง และมีการฝกอบรมการดับเพลิงเบื้องตนจากหนวยงาน ที่ทางราชการกําหนดหรือยอมรับใหแกคนงานไมนอยกวารอยละสี่สิบของจํานวนคนงานใน สถานประกอบกิจการนั้น (๒) กรณีที่มีวัตถุอันตราย ตองมีสถานที่ที่ปลอดภัยสําหรับเก็บรักษาวัตถุอันตราย หรือสิ่งของที่อาจกอใหเกิดอันตราย หรืออัคคีภัยไดงายไวโดยเฉพาะตามกฎหมายวาดวยวัตถุ อันตราย และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวของ หมวด ๔ การควบคุมของเสีย มลพิษหรือสิ่งใดๆ ที่เกิดจากการประกอบกิจการของสถาน ประกอบกิจการ ขอ ๑๔ สถานประกอบกิจการใดที่การประกอบกิจการอาจกอใหเกิดมลพิษทางเสียง หรือความสั่นสะเทือน มลพิษทางอากาศ มลพิษทางนํ้า ของเสียอันตราย หรือมีการใชสารเคมี หรือวัตถุอันตรายจะตองดําเนินการควบคุมและปองกันมิใหเกิดผลกระทบจนเปนเหตุรําคาญ หรือเปนอันตรายตอสุขภาพของคนงานและผูอยูอาศัยบริเวณใกลเคียง
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ158 หมวด ๕ บทเฉพาะกาล ขอ ๑๕ ในระหวางที่ยังไมมีกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานมลพิษดานตางๆ สําหรับ กิจการที่เปนอันตรายตอสุขภาพ ใหราชการสวนทองถิ่นนําคามาตรฐานดาน มลพิษตามกฎหมายอื่นที่ เกี่ยวของมาปรับใชตามบทบัญญัติแหงกฎหมายนั้นๆ ทั้งนี้ โดย การออกเปนขอกําหนดของทองถิ่น ขอ ๑๖ ภายใตบังคับขอ ๒ ใหสถานประกอบกิจการที่ตั้งขึ้นกอนวันที่กฎกระทรวงนี้ มีผลใชบังคับ ดําเนินการปรับปรุงแกไขใหเปนไปตามที่กําหนดในกฎกระทรวงนี้ ภายในหนึ่ง รอยแปดสิบวันนับแตวันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใชบังคับ ใหไว ณ วันที่ ๒๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ (ลงชื่อ) สุดารัตน เกยุราพันธุ (นางสุดารัตน เกยุราพันธุ) ัฐมนตรีวาการกระทรวงสาธารณสุข ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับกฤษฎีกา เลม ๑๑๙ ตอนที่ ๘๖ ก วันที่ ๕ กันยายน ๒๕๔๕
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 159 ขอบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง กิจการที่เปนอันตรายตอสุขภาพ พ.ศ. ๒๕๔๔ โดยที่เปนการสมควรตราขอบัญญัติกรุงเทพมหานครวาดวยกิจการที่เปนอันตราย ตอสุขภาพอาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ มาตรา ๕๔ มาตรา ๕๕ และมาตรา ๕๘ แหงพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ อันเปนพระราชบัญญัติ ที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยบัญญัติใหกระทําได โดย อาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแหงกฎหมาย ประกอบกับมาตรา ๙๗ แหงพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๒๘ กรุงเทพมหานครโดยความเห็น ชอบของสภากรุงเทพมหานคร จึงตราขอบัญญัติขึ้นไว ดังตอไปนี้ ขอ ๑ ขอบัญญัตินี้เรียกวา “ขอบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง กิจการที่เปนอันตราย ตอสุขภาพ พ.ศ. ๒๕๔๔” ขอ ๒ ขอบัญญัตินี้ใหใชบังคับตั้งแตวันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป ขอ ๓ บรรดาขอบัญญัติ เทศบัญญัติ กฎ ขอบังคับ ระเบียบ หรือคําสั่งอื่นใด ในสวนที่ไดตราไวแลวในขอบัญญัตินี้ หรือซึ่งขัดหรือแยงกับขอบัญญัตินี้ ใหใชขอบัญญัตินี้แทน ขอ ๔ ในขอบัญญัตินี้ “กิจการที่เปนอันตรายตอสุขภาพ” หมายความวา กิจการที่เปนอันตรายตอสุขภาพ ตามกฎหมายวาดวยการสาธารณสุข ภายในเขตกรุงเทพมหานครที่อยูภายใตบังคับตามขอ บัญญัตินี้ “เจาพนักงานทองถิ่น” หมายความวา ผูวาราชการกรุงเทพมหานคร “เจาพนักงานสาธารณสุข” หมายความวา เจาพนักงานซึ่งไดรับแตงตั้งใหปฏิบัติการ ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ ขอ ๕ ใหกิจการที่เปนอันตรายตอสุขภาพประเภทตาง ๆ ดังตอไปนี้ เปนกิจการ
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ160 ซึ่งกําหนดใหควบคุมตามมาตรา ๓๒ แหงพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ ๕.๑ กิจการที่เกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว ไดแก ๕.๑.๑ การเลี้ยงสัตวบก สัตวปก สัตวนํ้า สัตวเลี้อยคลาน แมงหรือ แมลง(ความเดิมถูกยกเลิกโดยขอบัญญัติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๖ และใหใชความนี้แทน) ๕.๑.๒ การเลี้ยงสัตวเพื่อรีดเอานํ้านม ๕.๑.๓ การประกอบกิจการเลี้ยง รวบรวมสัตว หรือธุรกิจอื่นใดอันมีลักษณะ ทํานองเดียวกันเพื่อใหประชาชนเขาชมหรือเพื่อประโยชนของกิจการนั้นทั้งนี้จะมีการเก็บคา ดูหรือคาบริการไมวาทางตรงหรือทางออมหรือไมก็ตาม ๕.๒ กิจการที่เกี่ยวกับสัตวและผลิตภัณฑ ไดแก ๕.๒.๑ การฆาสัตว ยกเวนในสถานที่ที่จําหนายอาหาร การเรขาย การ ขายในตลาด และการฆาเพื่อบริโภคในครัวเรือน ๕.๒.๒ การฟอกหนังสัตว ขนสัตว การสะสมหนังสัตว ขนสัตวที่ยังไมไดฟอก ๕.๒.๓ การสะสมเขาสัตว กระดูกสัตวที่ยังมิไดแปรรูป ๕.๒.๔ การเคี่ยวหนังสัตว เอ็นสัตว ไขสัตว ๕.๒.๕ การตม การตาก การเผาเปลือกหอย เปลือกปู เปลือกกุง ยกเวน ในสถานที่จําหนายอาหาร การเรขาย และการขายในตลาด ๕.๒.๖ การประดิษฐเครื่องใชหรือผลิตภัณฑอื่นๆ จากเปลือกหอย กระดูกสัตว เขาสัตว หนังสัตว ขนสัตว หรือสวนอื่นๆของสัตว ๕.๒.๗ การผลิต การโม การปน การบด การผสม การบรรจุ การสะสม หรือการกระทําอื่นใดตอสัตวหรือพืช หรือสวนหนึ่งสวนใดของสัตวหรือพืช เพื่อเปน อาหาร สัตว ๕.๒.๘ การสะสมหรือการลางครั่ง ๕.๓ กิจการที่เกี่ยวกับอาหาร เครื่องดื่ม นํ้าดื่ม ไดแก ๕.๓.๑ การผลิตเนย เนยเทียม ๕.๓.๒ การผลิตกะป นํ้าพริกแกง นํ้าพริกเผา นํ้าปลา นํ้าเคย นํ้าบูดู ไตปลา เตาเจี้ยว ซีอิ๊ว หอยดอง หรือซอสปรุงรสอื่นๆ ยกเวนการผลิตเพื่อบริโภคในครัวเรือน ๕.๓.๓ การผลิต การหมัก การสะสมปลารา ปลาเจา กุงเจา ยกเวนการ ผลิต เพื่อบริโภคในครัวเรือน
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 161 ๕.๓.๔ การตากเนื้อสัตว การผลิตเนื้อสัตวเค็ม การเคี่ยวมันกุง ยกเวนการผลิต เพื่อ บริโภคในครัวเรือน ๕.๓.๕ การนึ่ง การตม การเคี่ยว การตาก หรือวิธีอื่นใดในการผลิตอาหาร จากสัตว พืช ยกเวนในสถานที่จําหนายอาหาร การเรขาย การขายในตลาด และการ ผลิตเพื่อบริโภคในครัวเรือน ๕.๓.๖ การเคี่ยวนํ้ามันหมู การผลิตกุนเชียง หมูยอ ไสกรอก หมูตั้ง ยกเวนใน สถานที่จําหนายอาหาร การเรขาย การขายในตลาด และการผลิตเพื่อบริโภคในครัวเรือน ๕.๓.๗ การผลิตเสนหมี่ ขนมจีน กวยเตี๋ยว เตาฮวย เตาหู วุนเสน เกี้ยมอี๋ ๕.๓.๘ การผลิตแบะแซ ๕.๓.๙ การผลิตอาหารบรรจุกระปอง ขวด หรือภาชนะอื่นใด ๕.๓.๑๐ การประกอบกิจการการทําขนมปงสด ขนมปงแหง จันอับ ขนมเปยะ ๕.๓.๑๑ การแกะ การลางสัตวนํ้า ที่ไมใชสวนหนึ่งของกิจการหองเย็น ยกเวน การผลิตเพื่อบริโภคในครัวเรือน ๕.๓.๑๒ การผลิตนํ้าอัดลม นํ้าหวาน นํ้าโซดา นํ้าถั่วเหลือง เครื่องดื่ม ชนิดตางๆ บรรจุกระปอง ขวด หรือภาชนะอื่นใด ยกเวนการผลิตเพื่อบริโภคในครัวเรือน ๕.๓.๑๓ การผลิต การแบงบรรจุนํ้าตาล ๕.๓.๑๔ การผลิตผลิตภัณฑจากนํ้านมวัว ๕.๓.๑๕ การผลิต การแบงบรรจุ เอทิลแอลกอฮอล สุรา เบียร นํ้าสมสายชู ๕.๓.๑๖ การคั่วกาแฟ ๕.๓.๑๗ การผลิตลูกชิ้นดวยเครื่องจักร ๕.๓.๑๘ การผลิตผงชูรส ๕.๓.๑๙ การผลิตนํ้ากลั่น นํ้าบริโภค ๕.๓.๒๐ การตาก การหมัก การดองผัก ผลไม หรือพืชอยางอื่น ยกเวน การผลิตเพื่อบริโภคในครัวเรือน ๕.๓.๒๑ การผลิต การบรรจุใบชาแหง ชาผงหรือเครื่องดื่มชนิดผงอื่น ๆ ๕.๓.๒๒ การผลิตไอศกรีม ยกเวนการผลิตเพื่อบริโภคในครัวเรือน ๕.๓.๒๓ การผลิตบะหมี่ มักกะโรนี หรือผลิตภัณฑอื่นๆ ที่คลายคลึงกัน ๕.๓.๒๔ การประกอบกิจการหองเย็น แชแข็งอาหาร ๕.๓.๒๕ การผลิตนํ้าแข็ง ยกเวนการผลิตเพื่อใชในสถานที่จําหนายอาหาร และเพื่อการบริโภคในครัวเรือน
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ162 ๕.๓.๒๖ การเก็บ การถนอมอาหารดวยเครื่องจักรที่มีกําลังตั้งแต ๕ แรงมาขึ้นไป ๕.๔ กิจการที่เกี่ยวกับยา เวชภัณฑ อุปกรณการแพทย เครื่องสําอาง ผลิตภัณฑ ชําระลาง ไดแก ๕.๔.๑ การผลิต การโม การบด การผสม การบรรจุยาดวยเครื่องจักร ๕.๔.๒ การผลิต การบรรจุยาสีฟน แชมพู ผาเย็น กระดาษเย็น เครื่อง สําอางตางๆ ๕.๔.๓ การผลิตสําลี ผลิตภัณฑจากสําลี ๕.๔.๔ การผลิตผาพันแผล ผาปดแผล ผาอนามัย ผาออมสําเร็จรูป ๕.๔.๕ การผลิตสบู ผงซักฟอก ผลิตภัณฑชําระลางตาง ๆ ๕.๕ กิจการที่เกี่ยวกับการเกษตร ไดแก ๕.๕.๑ การอัด การสกัดเอานํ้ามันจากพืช ๕.๕.๒ การลาง การอบ การรม การสะสมยางดิบ ๕.๕.๓ การผลิตแปงมันสําปะหลัง แปงสาคูหรือแปงอื่นๆ ในทํานองเดียวกัน ดวยเครื่องจักร ๕.๕.๔ การสีขาวดวยเครื่องจักร ๕.๕.๕ การผลิตยาสูบ ๕.๕.๖ การขัด การกระเทาะ การบดเมล็ดพืช การนวดขาวดวยเครื่องจักร ๕.๕.๗ การผลิต การสะสมปุย ๕.๕.๘ การผลิตใยมะพราวหรือวัตถุคลายคลึงดวยเครื่องจักร ๕.๕.๙ การตาก การสะสมหรือการขนถายมันสําปะหลัง ๕.๖ กิจการที่เกี่ยวกับโลหะหรือแร ไดแก ๕.๖.๑ การผลิตโลหะเปนภาชนะ เครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณหรือเครื่องใชตางๆ ๕.๖.๒ การหลอม การหลอ การถลุง แรหรือโลหะทุกชนิด ยกเวนกิจการ ใน ๕.๖.๑ ๕.๖.๓ การกลึง การเจาะ การเชื่อม การตี การตัด การประสาน การ รีด การอัดโลหะ ดวยเครื่องจักรหรือกาซหรือไฟฟา ยกเวนกิจการใน ๕.๖.๑ ๕.๖.๔ การเคลือบ การชุบโลหะดวยตะกั่ว สังกะสี ดีบุก โครเมียม นิกเกิล หรือโลหะอื่นใด ยกเวนกิจการใน ๕.๖.๑
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 163 ๕.๖.๕ การขัด การลางโลหะดวยเครื่องจักร สารเคมี หรือวิธีอื่นใด ยกเวน กิจการใน ๕.๖.๑ ๕.๖.๖ การทําเหมืองแร การสะสม การแยก การคัดเลือกหรือการลางแร ๕.๗ กิจการที่เกี่ยวกับยานยนต เครื่องจักรหรือเครื่องกล ไดแก ๕.๗.๑ การตอ การประกอบ การเคาะ การปะผุ การพนสี การพนสาร กันสนิมยานยนต ๕.๗.๒ การตั้งศูนยถวงลอ การซอม การปรับแตง ระบบปรับอากาศหรือ อุปกรณที่เปนสวนประกอบของยานยนต เครื่องจักรหรือเครื่องกล ๕.๗.๓ การประกอบธุรกิจเกี่ยวกับยานยนต เครื่องจักร หรือเครื่องกล ซึ่งมีไวบริการหรือจําหนาย และในการประกอบธุรกิจนั้น มีการซอมหรือปรับปรุงยานยนต เครื่องจักรหรือเครื่องกลดังกลาวดวย ๕.๗.๔ การลาง การอัดฉีดยานยนต ๕.๗.๕ การผลิต การซอม การอัดแบตเตอรี่ ๕.๗.๖ การปะ การเชื่อมยาง ๕.๗.๗ การอัดผาเบรก ผาคลัตช ๕.๘ กิจการที่เกี่ยวกับไม ไดแก ๕.๘.๑ การผลิตไมขีดไฟ ๕.๘.๒ การเลื่อย การซอย การขัด การไส การเจาะ การขุดรอง การทําคิ้ว หรือการตัดไมดวยเครื่องจักร ๕.๘.๓ การประดิษฐไม หวาย เปนสิ่งของดวยเครื่องจักร หรือการพน การ ทาสารเคลือบเงาสี หรือการแตงสําเร็จผลิตภัณฑจากไมหรือหวาย ๕.๘.๔ การอบไม ๕.๘.๕ การผลิตธูปดวยเครื่องจักร ๕.๘.๖ การประดิษฐสิ่งของ เครื่องใช เครื่องเขียนดวยกระดาษ ๕.๘.๗ การผลิตกระดาษตาง ๆ ๕.๘.๘ การเผาถาน หรือการสะสมถาน ๕.๙ กิจการที่เกี่ยวกับการบริการ ไดแก (ความเดิมถูกยกเลิกโดยขอบัญญัติ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๔๘ และใหใชความตอไปนี้แทน)
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ164 ๕.๙.๑ กิจการสปาเพื่อสุขภาพ เวนแตเปนการใหบริการในสถานพยาบาลตาม กฎหมายวาดวยสถานพยาบาล ๕.๙.๒ การประกอบกิจการอาบ อบ นวด เวนแตเปนการใหบริการใน ๕.๙.๑ หรือในสถานพยาบาลตามกฎหมายวาดวยสถานพยาบาล ๕.๙.๓ การประกอบกิจการสถานที่อาบนํ้า อบไอนํ้า อบสมุนไพร เวนแต เปนการใหบริการใน ๕.๙.๑ หรือในสถานพยาบาลตามกฎหมายวาดวยสถานพยาบาล ๕.๙.๔ การประกอบกิจการโรงแรมหรือกิจการอื่นในทํานองเดียวกัน ๕.๙.๕ การประกอบกิจการหอพัก อาคารชุดใหเชา หองเชา หองแบงเชาหรือ กิจการอื่นใน ทํานองเดียวกัน ๕.๙.๖ การประกอบกิจการโรงมหรสพ ๕.๙.๗ การจัดใหมีการแสดงดนตรี เตนรํา รําวง รองเง็ง ดิสโกเทค คาราโอเกะ หรือการแสดงอื่นๆ ในทํานองเดียวกัน ๕.๙.๘ การประกอบกิจการสระวายนํ้า หรือกิจการอื่น ๆ ในทํานองเดียวกัน เวนแตเปนการใหบริการใน ๕.๙.๑ ๕.๙.๙ การจัดใหมีการเลนสเกตโดยมีแสงหรือเสียงประกอบหรือการเลนอื่น ๆ ในทํานองเดียวกัน ๕.๙.๑๐ การประกอบกิจการเสริมสวยหรือแตงผม เวนแตกิจการที่อยูในบังคับ ตามกฎหมายวาดวยการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ๕.๙.๑๑ การประกอบกิจการใหบริการควบคุมนํ้าหนัก โดยวิธีการควบคุมทาง โภชนาการ ใหอาหารที่มีวัตถุประสงคพิเศษ การบริหารรางกาย หรือโดยวิธีอื่นใด เวน แตเปนการใหบริการใน ๕.๙.๑ หรือในสถานพยาบาลตามกฎหมายวาดวยสถานพยาบาล ๕.๙.๑๒ การประกอบกิจการสวนสนุก ตูเกม ๕.๙.๑๓ การประกอบกิจการหองปฏิบัติการทางการแพทย การสาธารณสุข วิทยาศาสตร หรือสิ่งแวดลอม ๕.๙.๑๔ การประกอบกิจการสนามกอลฟหรือสนามฝกซอมกอลฟ ๕.๙.๑๕ การสักผิวหนัง การเจาะหูหรือเจาะอวัยวะอื่น ๕.๑๐ กิจการที่เกี่ยวกับสิ่งทอ ไดแก ๕.๑๐.๑ การปนดาย การกรอดาย การทอผาดวยเครื่องจักร หรือการทอ ผาดวยกี่กระตุกตั้งแต ๕ กี่ขึ้นไป
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 165 ๕.๑๐.๒ การสะสมปอ ปาน ฝายหรือนุน ๕.๑๐.๓ การปนฝายหรือนุนดวยเครื่องจักร ๕.๑๐.๔ การทอเสื่อ กระสอบ พรม หรือสิ่งทออื่น ๆ ดวยเครื่องจักร ๕.๑๐.๕ การเย็บผาดวยเครื่องจักรตั้งแต ๕ เครื่องขึ้นไป ๕.๑๐.๖ การพิมพผา หรือการพิมพบนสิ่งทออื่น ๆ ๕.๑๐.๗ การซัก การอบ การรีด การอัดกลีบผาดวยเครื่องจักร ๕.๑๐.๘ การยอม การกัดสีผาหรือสิ่งทออื่น ๆ ๕.๑๑ กิจการที่เกี่ยวกับหิน ดิน ทราย ซีเมนต หรือวัตถุที่คลายคลึง ไดแก ๕.๑๑.๑ การผลิตภาชนะดินเผาหรือผลิตภัณฑดินเผา ๕.๑๑.๒ การระเบิด การโม การปนหินดวยเครื่องจักร ๕.๑๑.๓ การผลิตเครื่องใชดวยซีเมนต หรือวัตถุที่คลายคลึง ๕.๑๑.๔ การสะสม การผสมซีเมนต หิน ทราย หรือวัตถุที่คลายคลึง ๕.๑๑.๕ การเจียระไนเพชร พลอย หิน กระจกหรือวัตถุที่คลายคลึง ๕.๑๑.๖ การเลื่อย การตัด หรือการประดิษฐหินเปนสิ่งของตางๆ ๕.๑๑.๗ การผลิตชอลก ปูนปาสเตอร ปูนขาว ดินสอพอง หรือการเผาหินปูน ๕.๑๑.๘ การผลิตผลิตภัณฑตาง ๆ ที่มีแรใยหินเปนสวนประกอบหรือสวนผสม เชน ผาเบรก ผาคลัตช กระเบื้องมุงหลังคา กระเบื้องยาง ฝาเพดาน ทอนํ้า เปนตน ๕.๑๑.๙ การผลิตกระจกหรือผลิตภัณฑแกว ๕.๑๑.๑๐ การผลิตกระดาษทราย ๕.๑๑.๑๑ การผลิตใยแกวหรือผลิตภัณฑจากใยแกว ๕.๑๒ กิจการที่เกี่ยวกับปโตรเลียม ถานหิน สารเคมี ไดแก ๕.๑๒.๑ การผลิต การบรรจุ การสะสม การขนสงกรด ดาง สารออกซิไดซ หรือสารตัวทําละลาย ๕.๑๒.๒ การผลิต การบรรจุ การสะสม การขนสงกาซ ๕.๑๒.๓ การผลิต การกลั่น การสะสม การขนสงนํ้ามันปโตรเลียมหรือ ผลิตภัณฑปโตรเลียมตางๆ ๕.๑๒.๔ การผลิต การสะสม การขนสงถานหิน ถานโคก ๕.๑๒.๕ การพนสี ยกเวนกิจการใน ๕.๗.๑ ๕.๑๒.๖ การประดิษฐสิ่งของเครื่องใชดวยยาง ยางเทียม พลาสติก
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ166 เซลลูลอยด เบเกอรไลท หรือวัตถุที่คลายคลึง ๕.๑๒.๗ การโม การบดชัน ๕.๑๒.๘ การผลิตสีหรือนํ้ามันผสมสี ๕.๑๒.๙ การผลิต การลางฟลมรูปถายหรือฟลมภาพยนตร ๕.๑๒.๑๐ การเคลือบ การชุบวัตถุดวยพลาสติก เซลลูลอยด เบเกอรไลท หรือวัตถุที่คลายคลึง ๕.๑๒.๑๑ การผลิตพลาสติก เซลลูลอยด เบเกอรไลท หรือวัตถุที่คลายคลึง ๕.๑๒.๑๒ การผลิต การบรรจุสารเคมีดับเพลิง ๕.๑๒.๑๓ การผลิตนํ้าแข็งแหง ๕.๑๒.๑๔ การผลิต การสะสม การขนสงดอกไมเพลิงหรือสารเคมีอันเปน สวนประกอบในการผลิตดอกไมเพลิง ๕.๑๒.๑๕ การผลิตเชลแล็กหรือสารเคลือบเงา ๕.๑๒.๑๖ การผลิต การบรรจุ การสะสม การขนสงสารกําจัดศัตรูพืช หรือพาหะนําโรค ๕.๑๒.๑๗ การผลิต การบรรจุ การสะสมกาว ๕.๑๓ กิจการอื่น ๆ ไดแก ๕.๑๓.๑ การพิมพหนังสือหรือสิ่งพิมพอื่นที่มีลักษณะเดียวกันดวยเครื่องจักร ๕.๑๓.๒ การผลิต การซอมเครื่องอิเล็กทรอนิกส เครื่องไฟฟา อุปกรณ อิเล็กทรอนิกส อุปกรณไฟฟา ๕.๑๓.๓ การผลิตเทียน เทียนไขหรือวัตถุที่คลายคลึง ๕.๑๓.๔ การพิมพแบบ พิมพเขียวหรือการถายเอกสาร ๕.๑๓.๕ การสะสมวัตถุหรือสิ่งของที่ชํารุด ใชแลวหรือเหลือใช ๕.๑๓.๖ การประกอบกิจการโกดังสินคา ๕.๑๓.๗ การลางขวด ภาชนะหรือบรรจุภัณฑที่ใชแลว ๕.๑๓.๘ การพิมพสีลงบนวัตถุที่มิใชสิ่งทอ ๕.๑๓.๙ กิจการทาเทียบเรือประมง สะพานปลา หรือแพปลา (เพิ่มเติมโดย ขอบัญญัติ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๔๘) ๕.๑๔ กิจการที่เปนอันตรายตอสุขภาพอื่น ๆ ตามที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศเพิ่ม เติมและผูวาราชการกรุงเทพมหานครกําหนด (ยกเลิกโดยขอบัญญัติ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๔๘)
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 167 ขอ ๖ เมื่อพนกําหนดเกาสิบวันนับแตวันที่ขอบัญญัตินี้ใชบังคับ หามมิใหบุคคลใด ประกอบกิจการซึ่งกําหนดใหควบคุมตามที่กําหนดไวในขอ ๕ ในลักษณะที่เปนการคา เวน แตจะไดรับใบอนุญาตจากเจาพนักงานทองถิ่น ขอ ๗ ผูใดประสงคจะประกอบกิจการตามขอ ๕ ในลักษณะที่เปนการคา ใหยื่น คําขอรับใบอนุญาตจากเจาพนักงานทองถิ่นตามแบบพรอมกับหลักฐานตามที่กรุงเทพมหานคร กําหนด และตองปฏิบัติและจัดสถานที่สําหรับประกอบกิจการนั้นใหถูกตองดวยสุขลักษณะ ดังตอไปนี้ ๗.๑ สถานที่นั้นตองตั้งในบริเวณที่เหมาะสม ไมมีนํ้าทวมขังและสามารถระบายนํ้า ออกไดโดยสะดวก ๗.๒ ทําทางระบายหรือบอพักนํ้าซึ่งรับนํ้าเสียดวยวัตถุถาวร มีลักษณะเรียบ ไม ซึม ไมรั่ว นํ้าไหลไดสะดวก ๗.๓ การระบายนํ้าตองไมใหเปนที่เดือดรอนแกผูใชนํ้าในทางนํ้าสาธารณะหรือแก ผูอาศัยใกลเคียง ๗.๔ จัดใหมีการบําบัดหรือการปรับปรุงคุณภาพนํ้าเสียหรือกากของเสียตามหลัก เกณฑที่กรุงเทพมหานครกําหนด ๗.๕ จัดใหมีการปองกันกลิ่น เสียง แสง รังสี ความสะเทือน สิ่งมีพิษ ฝุน ละออง เขมา เถา ควัน มูลหรือสิ่งใด ซึ่งอาจเปนเหตุรําคาญหรืออาจเปนอันตรายตอ สุขภาพของผูปฏิบัติงานในสถานประกอบการหรือผูอยูอาศัยใกลเคียงหรือมีผลกระทบตอสิ่ง แวดลอมตามหลักเกณฑที่กรุงเทพมหานครกําหนด ๗.๖ จัดใหมีแสงสวางและการระบายอากาศที่เหมาะสมและเพียงพอตามหลักเกณฑ ที่กรุงเทพมหานครกําหนด ๗.๗ จัดใหมีนํ้าสะอาดเพียงพอแกกิจการนั้น ๗.๘ จัดใหมีที่รองรับมูลฝอยและสิ่งเปรอะเปอนที่เพียงพอและถูกตองดวยสุขลักษณะ และจัดสถานที่มิใหเปนที่อาศัยของสัตวนําโรค ๗.๙ จัดใหมีสวมที่ถูกตองดวยสุขลักษณะ จํานวนเพียงพอกับคนที่ทําการ อยูในสถานที่นั้นตามหลักเกณฑที่กรุงเทพมหานครกําหนด และอยูในทําเลที่ เหมาะสม รวมทั้งการกําจัดอุจจาระดวยวิธีที่ถูกตองตามหลักสุขาภิบาล ๗.๑๐ ปฏิบัติการอื่นใดเกี่ยวดวยสุขลักษณะตามคําแนะนําของเจาพนักงานสาธารณสุข คําสั่งเจาพนักงานทองถิ่น รวมทั้งระเบียบ ขอบังคับ และคําสั่งของกรุงเทพมหานคร ผู
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ168 ประกอบกิจการตามขอ ๕ ในลักษณะที่ไมเปนการคาตองปฏิบัติตามหลักเกณฑขางตนดวย ขอ ๘ เมื่อเจาพนักงานทองถิ่นไดตรวจสอบความถูกตองและความสมบูรณของคําขอ รับใบอนุญาตแลว ปรากฏวาถูกตองตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดไว ให ออกใบอนุญาตตามแบบที่กรุงเทพมหานครกําหนด เงื่อนไขและวิธีการรับใบอนุญาตและการชําระคาธรรมเนียมใหเปนไปตามที่ กรุงเทพมหานครกําหนด ขอ ๙ ผูรับใบอนุญาตประกอบกิจการตามขอ ๕ ตองปฏิบัติเกี่ยวกับการดูแลสภาพ หรือสุขลักษณะของสถานที่ที่ใชดําเนินกิจการและมาตรการปองกันอันตรายตอสุขภาพ ดัง ตอไปนี้ ๙.๑ ปฏิบัติและจัดสถานที่สําหรับประกอบกิจการนั้นใหถูกตองดวยสุขลักษณะ เชนเดียวกับขอ ๗ ๙.๒ ประกอบกิจการภายในเขตสถานที่ที่ไดรับอนุญาต ๙.๓ รักษาเครื่องมือเครื่องใชในการประกอบกิจการทุกอยางใหสะอาดอยูเสมอ ถาวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑแหงกิจการนั้นจะใชเปนอาหาร ตองปองกันวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ นั้นใหพนจากการปนเปอน ฝุนละออง แมลงวัน สัตวอื่น ๆ หรือสิ่งอื่นใดที่เปนอันตราย ตอสุขภาพ ๙.๔ จัดใหมีการปองกันและกําจัดแมลงวัน ยุง หรือสัตวนําโรคอื่น ๆ ให ถูกหลักสุขาภิบาล ๙.๕ ปฏิบัติการทุกอยางเพื่อการรักษาความสะอาดและปองกันอันตรายตอ สุขภาพรวมทั้งการปองกันมิใหเกิดเหตุรําคาญหรือโรคติดตอ ๙.๖ จัดใหมีมาตรการเพื่อความปลอดภัยในการทํางานและไมเปนอันตรายตอ สุขภาพของผูปฏิบัติงาน ๙.๗ ปฏิบัติการอื่นใดเกี่ยวดวยสุขลักษณะตามคําแนะนําของเจาพนักงานสาธารณสุข คําสั่ง เจาพนักงานทองถิ่น รวมทั้งระเบียบ ขอบังคับ และคําสั่งของกรุงเทพมหานคร ขอ ๑๐ เมื่อผูรับใบอนุญาตประสงคจะขอตออายุใบอนุญาตใหยื่นคําขอตอเจาพนักงาน ทองถิ่นพรอมกับเสียคาธรรมเนียมตามขอบัญญัติกรุงเทพมหานครวาดวยคาธรรมเนียมสําหรับ การดําเนินกิจการตามกฎหมายวาดวยการสาธารณสุขภายในเกาสิบวันกอนใบอนุญาตสิ้นอายุ
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 169 ขอ ๑๑ การเปลี่ยนแปลง ขยาย หรือลดการประกอบกิจการ สถานที่ หรือ เครื่องจักร ผูรับใบอนุญาตจะตองยื่นคําขอตามแบบที่กรุงเทพมหานครกําหนด และเมื่อได รับอนุญาตจากเจาพนักงานทองถิ่นแลว จึงจะดําเนินการได ขอ ๑๒ ในกรณีที่ใบอนุญาตสูญหาย ถูกทําลาย หรือชํารุดในสาระสําคัญ ผูรับใบ อนุญาตจะตองยื่นคําขอตอเจาพนักงานทองถิ่นตามแบบที่กรุงเทพมหานครกําหนด เพื่อขอรับ ใบแทนใบอนุญาตภายในสิบหาวันนับแตวันที่ไดทราบถึงการสูญหาย ถูกทําลาย หรือชํารุดใน สาระสําคัญ การออกใบแทนใบอนุญาตใหดําเนินการตามหลักเกณฑที่กรุงเทพมหานครกําหนด ขอ ๑๓ เมื่อผูรับใบอนุญาตไมประสงคจะประกอบการอีกตอไป ใหยื่นคําขอบอกเลิก การดําเนินกิจการตอเจาพนักงานทองถิ่นตามแบบที่กรุงเทพมหานครกําหนด กอนถึงกําหนด เสียคาธรรมเนียมครั้งตอไป ขอ ๑๔ เมื่อผูรับใบอนุญาตประสงคจะโอนการดําเนินกิจการใหแกผูอื่นใหยื่นคําขอตอ เจาพนักงานทองถิ่นตามแบบที่กรุงเทพมหานครกําหนดและเมื่อไดรับอนุญาตจากเจาพนักงาน ทองถิ่นแลว จึงจะดําเนินการได ขอ ๑๕ ใบอนุญาตใหใชสถานที่ประกอบการคาซึ่งเปนที่รังเกียจหรืออาจเปนอันตราย แกสุขภาพซึ่งไดออกกอนวันที่ขอบัญญัตินี้ใชบังคับใหคงใชไดตอไปจนกวาจะสิ้นอายุใบอนุญาตนั้น ขอ ๑๖ ผูใดฝาฝนขอบัญญัตินี้มีโทษตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ ขอ ๑๗ ใหผูวาราชการกรุงเทพมหานครรักษาการตามขอบัญญัตินี้ และใหมีอํานาจ ออกขอบังคับ ระเบียบ คําสั่ง ประกาศ เพื่อปฏิบัติการใหเปนไปตามขอบัญญัตินี้ ประกาศ ณ วันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๔ ลงชื่อ สมัคร สุนทรเวช (นายสมัคร สุนทรเวช) ผูวาราชการกรุงเทพหมานคร
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ170 หมายเหตุ -: เหตุผลในการประกาศใชขอบัญญัติฉบับนี้ โดยที่เปนการสมควรกําหนด กิจการที่เปนอันตรายตอสุขภาพซึ่งสมควรควบคุม ตลอดจนหลักเกณฑ วิธีการ และ เงื่อนไขในการขอรับใบอนุญาต การออกใบอนุญาต การขอตออายุใบอนุญาต การตออายุ ใบอนุญาต การขอรับใบแทนใบอนุญาต และการออกใบแทนใบอนุญาตประกอบกิจการ ที่เปนอันตรายตอสุขภาพในลักษณะที่เปนการคา ซึ่งการดําเนินการดังกลาวมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ มาตรา ๕๔ มาตรา ๕๕ และมาตรา ๕๘ แหงพระราชบัญญัติการ สาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ อันเปนพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการ จํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญ แหงราชอาณาจักรไทยบัญญัติใหกระทําได โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแหงกฎหมาย ประกอบกับมาตรา ๙๗ แหงพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๒๘ บัญญัติใหตราเปนขอบัญญัติ จึงจําเปนตองตราขอบัญญัตินี้ - ขอบัญญัติฯ ฉบับ พ.ศ. ๒๕๔๔ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศทั่วไป เลม ๑๑๙ ตอนพิเศษ ๒๙ ง ลงวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๔๕ - ขอบัญญัติฯ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศ ทั่วไป เลม ๑๒๐ ตอนพิเศษ ๒๓ ง ลงวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๔๖ - ขอบัญญัติฯ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๘ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศ ทั่วไป เลม ๑๒๒ ตอนพิเศษ ๕๕ ง ลงวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๔๘
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 171 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กําหนดสถานที่เพื่อสุขภาพหรือเพื่อเสริมสวย มาตรฐานของสถานที่ การบริการ ผูใหบริการ หลักเกณฑ และวิธีการตรวจสอบเพื่อการรับรอง ใหเปนไปตามมาตรฐานสําหรับสถานที่เพื่อสุขภาพหรือเพื่อเสริมสวย ตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. ๒๕๐๙ พ.ศ. ๒๕๕๑ ตามที่กระทรวงสาธารณสุขไดประกาศกําหนดมาตรฐานของสถานที่ การบริการ ผู ใหบริการหลักเกณฑและวิธีการตรวจสอบเพื่อการรับรองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ หรือ เพื่อเสริมสวยเพื่อใหสถานที่ดังกลาวไดรับการยกเวนไมตองขอรับใบอนุญาตตั้งสถานบริการ ตามกฎหมายวาดวยสถานบริการนั้น จากการดําเนินการตามที่กําหนดในประกาศกระทรวง สาธารณสุข พบวา ในการบังคับใชมีขอกําหนดหลายประการไมสอดคลองกับสภาพความเปน จริงในปจจุบันเปนอุปสรรคตอการยื่นคํารองขอใบรับรองมาตรฐาน ซึ่งสงผลตอการสงเสริม ธุรกิจบริการสุขภาพ จึงเห็นควรใหมีการปรับปรุงแกไขประกาศกระทรวงสาธารณสุขดังกลาว อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๓ (๓) (ข) แหงพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.๒๕๐๙ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสถานบริการ(ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๖ อัน เปนพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ และมาตรา ๔๓ ของ รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย บัญญัติใหกระทําไดโดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติ แหงกฎหมาย รัฐมนตรีวาการกระทรวงสาธารณสุขโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีวาการ กระทรวงมหาดไทย ออกประกาศไว ดังตอไปนี้ ขอ ๑ ใหยกเลิก (๑) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กําหนดสถานที่เพื่อสุขภาพหรือเพื่อเสริม สวยมาตรฐานของสถานที่ การบริการ ผูใหบริการ หลักเกณฑ และวิธีการตรวจสอบเพื่อ การรับรองใหเปนไปตามมาตรฐานสําหรับสถานที่เพื่อสุขภาพหรือเพื่อเสริมสวยตามพระราช บัญญัติสถานบริการ พ.ศ. ๒๕๐๙ ลงวันที่ ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๗ (๒) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กําหนดสถานที่เพื่อสุขภาพหรือเพื่อเสริม สวยมาตรฐานของสถานที่ การบริการ ผูใหบริการ หลักเกณฑ และวิธีการตรวจสอบเพื่อ
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ172 การรับรอง ใหเปนไปตามมาตรฐานสําหรับสถานที่เพื่อสุขภาพหรือเพื่อเสริมสวยตามพระ ราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. ๒๕๐๙ (ฉบับที่ ๒) ลงวันที่ ๒๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๙ ขอ ๒[๑] ประกาศฉบับนี้ใหใชบังคับตั้งแตวันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เปนตนไป ขอ ๓ ในประกาศนี้ “สถานประกอบการ” หมายความวา สถานที่เพื่อสุขภาพหรือเพื่อเสริมสวยที่ใชใน การประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ กิจการนวดเพื่อสุขภาพ หรือกิจการนวดเพื่อเสริมสวย ซึ่งกิจการดังกลาวไมเขาขายการประกอบโรคศิลปะตามกฎหมายวาดวยการประกอบโรค ศิลปะ การประกอบวิชาชีพอื่นตามกฎหมายวาดวยวิชาชีพทางการแพทย หรือสถานพยาบาล ตามกฎหมายวาดวยสถานพยาบาล “กิจการสปาเพื่อสุขภาพ” หมายความวา การประกอบกิจการที่ใหการดูแลและ เสริมสรางสุขภาพ โดยบริการหลักที่จัดไวประกอบดวย การนวดเพื่อสุขภาพและการใชนํ้า เพื่อสุขภาพโดยอาจมีบริการเสริมประกอบดวย เชน การอบเพื่อสุขภาพ การออกกําลังกาย เพื่อสุขภาพ โภชนบําบัดและการควบคุมอาหาร โยคะและการทําสมาธิ การใชสมุนไพรหรือ ผลิตภัณฑเพื่อสุขภาพ ตลอดจนการแพทยทางเลือกอื่น ๆ หรือไมก็ได “กิจการนวดเพื่อสุขภาพ” หมายความวา การประกอบกิจการนวดโดยมีวัตถุประสงค เพื่อเปนการผอนคลายกลามเนื้อ ความเมื่อยลา ความเครียด ดวยวิธีการกด การคลึง การ บีบ การจับ การดัด การดึง การประคบ การอบ หรือโดยวิธีการอื่นใดตามศาสตรและศิลปะ ของการนวดเพื่อสุขภาพ ทั้งนี้ ตองไมมีสถานที่อาบนํ้าโดยมีผูใหบริการ “กิจการนวดเพื่อเสริมสวย” หมายความวา การประกอบกิจการนวดในสถานที่ เฉพาะ เชน รานเสริมสวยหรือแตงผม โดยมีวัตถุประสงคเพื่อความสวยงามดวยวิธีการกด การคลึง การบีบ การจับ การประคบ การอบ หรือดวยวิธีการอื่นใดตามศิลปะการนวดเพื่อ เสริมสวย ทั้งนี้ ตองไมมีสถานที่อาบนํ้าโดยมีผูใหบริการ “ผูประกอบการ” หมายความวา บุคคลซึ่งเปนเจาของสถานประกอบการที่ไดรับ ใบรับรองมาตรฐานตามเกณฑมาตรฐานสถานประกอบการจากคณะกรรมการ “ผูดําเนินการ” หมายความวา บุคคลซึ่งมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑที่กําหนดไวใน ประกาศนี้ และทําหนาที่ใหบริการโดยควบคุมดูแลการใหบริการทั้งหมดในสถานประกอบการ “ผูใหบริการ” หมายความวา บุคคลซึ่งมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑที่กําหนดไวใน ประกาศนี้ และทําหนาที่ใหบริการตอผูรับบริการในสถานประกอบการ
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 173 “ใบรับรองมาตรฐาน” หมายความวา ใบรับรองมาตรฐานสถานประกอบการเพื่อ สุขภาพหรือเพื่อเสริมสวย “ผูออกใบรับรอง” หมายความวา อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ผูวาราชการจังหวัด หรือผูซึ่งอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพหรือผูวาราชการจังหวัดมอบหมาย แลวแตกรณี “คณะกรรมการ” หมายความวา คณะกรรมการตรวจและประเมินมาตรฐานสถาน ประกอบการกลางหรือคณะกรรมการตรวจและประเมินมาตรฐานสถานประกอบการประจํา จังหวัด แลวแตกรณี หมวด ๑ สถานที่เพื่อสุขภาพหรือเพื่อเสริมสวย ขอ ๔ สถานที่เพื่อสุขภาพหรือเพื่อเสริมสวยตามมาตรา ๓ (๓) (ข) แหงพระราช บัญญัติสถานบริการ พ.ศ. ๒๕๐๙ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสถานบริการ (ฉบับ ที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๖ ไดแกสถานประกอบการที่ดําเนินกิจการ ดังตอไปนี้ (๑) กิจการสปาเพื่อสุขภาพ (๒) กิจการนวดเพื่อสุขภาพ (๓) กิจการนวดเพื่อเสริมสวย สถานประกอบการที่ดําเนินกิจการตามวรรคหนึ่งตองมีลักษณะของสถานที่ การบริการ และผูใหบริการเปนไปตามมาตรฐานที่กําหนดไวในประกาศนี หมวด ๒ มาตรฐานของสถานที่ การบริการ และผูใหบริการ สวนที่ ๑ มาตรฐานกิจการสปาเพื่อสุขภาพ ขอ ๕ มาตรฐานสถานที่ของสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ ใหมีดังตอไปนี้ (๑) ตั้งอยูในทําเลที่มีความสะดวก ปลอดภัยและไมเปนอันตรายตอสุขภาพ ไมอยูใกล ชิดศาสนสถาน ในระยะที่จะกอใหเกิดปญหาหรืออุปสรรคในการปฏิบัติศาสนกิจ (๒) ในกรณีที่ใชพื้นที่ประกอบกิจการสปา ในอาคารเดียวกันกับการประกอบกิจการ อื่นกิจการอื่นนั้นตองไมใชกิจการสถานบริการตามมาตรา ๓ (๓) แหงพระราชบัญญัติสถาน
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ174 บริการ พ.ศ. ๒๕๐๙ แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๖ และตองแบงสถานที่ใหชัดเจน และกิจการอื่นในอาคารนั้นจะตองไมรบกวนตอการใหบริการในกิจการสปาเพื่อสุขภาพนั้น (๓) พื้นที่ภายในสถานประกอบการจะตองไมมี ชองทางที่ผูใหบริการหรือผูรับบริการ ไปมาหาสูกันกับสถานบริการตามกฎหมายวาดวยสถานบริการ (๔) กรณีสถานประกอบการมีการใหบริการหลายลักษณะรวมอยูในอาคารเดียวกัน หรือสถานที่เดียวกัน จะตองมีการแบงสัดสวนใหชัดเจน และแตละสัดสวนจะตองมีพื้นที่และ ลักษณะตามมาตรฐานของการใหบริการแตละประเภท (๕) การจัดบริเวณที่ใหบริการเฉพาะบุคคล จะตองไมใหมิดชิดหรือลับตาจนเกินไป (๖) พื้นที่ที่ใหบริการทั้งภายในและภายนอกสถานที่ประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ ตองสะอาด เปนระเบียบเรียบรอยอยูเสมอ (๗) อาคารตองทําดวยวัสดุที่มั่นคง ถาวร ไมชํารุดและไมมีคราบสิ่งสกปรก (๘) บริเวณพื้นที่ที่มีการใชนํ้าในการใหบริการ พื้นควรทําดวยวัสดุที่ทําความสะอาด งายและไมลื่น (๙) จัดใหมีแสงสวางที่เพียงพอในการใหบริการแตละพื้นที่ (๑๐) จัดใหมีการระบายอากาศเพียงพอ (๑๑) มีการจัดการสิ่งปฏิกูลมูลฝอยและนํ้าเสียที่ถูกหลักสุขาภิบาล (๑๒) มีการควบคุมพาหะนําโรคอยางถูกหลักสุขาภิบาล (๑๓) จัดใหมีหองอาบนํ้า หองสวม อางลางมือ หองผลัดเปลี่ยนเสื้อผาและตูเก็บเสื้อผา ที่สะอาดถูกสุขลักษณะและปลอดภัยอยางเพียงพอและควรแยกสวนชาย หญิง (๑๔) จัดใหมีการตกแตงสถานที่ที่เหมาะสม โดยจะตองไมมีลักษณะที่ทําใหเสื่อมเสีย ศีลธรรมหรือขัดตอวัฒนธรรมและประเพณีอันดี ขอ ๖ มาตรฐานชื่อสถานประกอบการ (๑) ชื่อสถานประกอบการตองตรงตามประเภทกิจการ และตรงกับชื่อที่ไดยื่นคําขอ ใบรับรองมาตรฐาน โดยจะตองติดตั้งปายชื่อไวดานหนาสถานประกอบการใหมองเห็นได อยางชัดเจน (๒) ไมสื่อความหมายในทางลามก อนาจาร หรือขัดตอความสงบเรียบรอย ขนบธรรมเนียมศีลธรรมอันดีงาม (๓) หากใชชื่อเปนภาษาตางประเทศตองมีภาษาไทยกํากับ (๔) ชื่อสถานประกอบการจะตองไมใชคําหรือขอความที่มีลักษณะชักชวนหรือโออวด
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 175 เกินความเปนจริงหรือทําใหบุคคลทั่วไปเขาใจวาสถานที่ดังกลาวมีการใหการบําบัดรักษาโรค ขอ ๗ มาตรฐานผูดําเนินการกิจการสปาเพื่อสุขภาพ ใหมีดังตอไปนี้ (๑) ผูประกอบการตองจัดใหมีผูดําเนินการคนหนึ่งเปนผูควบคุมดูแลและรับผิดชอบ ในการดําเนินการสถานประกอบการนั้น ผูดําเนินการจะตองมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะ ตองหาม ดังนี้ (ก) มีอายุไมตํ่ากวา ๒๐ ปบริบูรณ (ข) มีถิ่นที่อยูในประเทศไทย (ค) มีวุฒิการศึกษาไมตํ่ากวาระดับประกาศนียบัตรในสาขาที่เกี่ยวกับสุขภาพหรือสาขา ที่คณะกรรมการตรวจและประเมินมาตรฐานสถานประกอบการกลางรับรอง หรือใหความ เห็นชอบหรือผานหลักสูตรผูดําเนินการสปาเพื่อสุขภาพที่คณะกรรมการตรวจและประเมิน มาตรฐานสถานประกอบการกลางรับรอง (ง) ผานการประเมินความรู ความสามารถ ตามที่คณะกรรมการตรวจและประเมิน มาตรฐานสถานประกอบการกลางกําหนด (จ) กรณีเคยเปนผูดําเนินการมากอน แตถูกเพิกถอนใบประเมินความรู ความสามารถ จะตองพนระยะเวลานับแตวันที่ถูกเพิกถอนไมนอยกวา ๒ ป จึงจะขอประเมินความรูความ สามารถใหมได (ฉ) ไมเคยไดรับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดใหจําคุก เวนแตเปนโทษสําหรับ ความผิดที่ไดกระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ (ช) ไมเปนโรคตองหามดังตอไปนี้ ๑) โรคพิษสุราเรื้อรัง ๒) โรคติดยาเสพติดใหโทษอยางรายแรง ๓) โรคจิตรายแรง ๔) โรคอื่นในระยะรุนแรงที่เปนอุปสรรคตอการดําเนินการสถานประกอบการ (ซ) ไมเปนบุคคลลมละลาย (ฌ) ไมเปนบุคคลวิกลจริต คนไรความสามารถ หรือคนเสมือนไรความสามารถ (๒) ผูดําเนินการตองควบคุมดูแลกิจการของสถานประกอบการนั้นไดโดยใกลชิดและ ไมเปนผูดําเนินการสถานประกอบการแหงอื่นอยูกอนแลว (๓) ในกรณีที่มีการเปลี่ยนผูดําเนินการกิจการสปาเพื่อสุขภาพ หรือผูดําเนินการขาด คุณสมบัติหรือมีลักษณะตองหาม ผูประกอบการจะตองจัดหาผูดําเนินการใหม และตองแจง
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ176 เปนหนังสือใหกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ สําหรับในเขตกรุงเทพมหานคร หรือสํานักงาน สาธารณสุขจังหวัดในเขตทองที่ทราบภายใน ๓๐ วันนับแตวันที่มีการเปลี่ยนผูดําเนินการ ในระหวางที่ดําเนินการจัดหาผูดําเนินการใหม ใหกิจการสปาเพื่อสุขภาพนั้นประกอบ กิจการตอไปได แตไมเกิน ๓๐ วัน ขอ ๘ ผูดําเนินการมีหนาที่และความรับผิดชอบ ดังตอไปนี้ (๑) ควบคุมและดูแลผูใหบริการในสถานประกอบการ ใหบริการตามนโยบายและคูมือ ปฏิบัติงานของสถานประกอบการแหงนั้นโดยเครงครัด (๒) จัดทําทะเบียนประวัติผูใหบริการและพนักงาน (๓) ทุกครั้งที่มีการจัดบริการรายการใหม หรือปรับปรุงบริการรายการใด ๆ ในแบบ แสดงรายการ หรือมีการใชผลิตภัณฑใหม จะตองดําเนินการใหมีการจัดทําคูมือปฏิบัติการ สําหรับบริการนั้นหรือจัดทําคูมือการใชผลิตภัณฑ และพัฒนาผูใหบริการใหสามารถใหบริการ นั้น ๆ ไดตามคูมือที่จัดทําขึ้น (๔) ประเมินผลการปฏิบัติงานของผูใหบริการอยางนอยปละ ๑ ครั้ง (๕) ควบคุมดูแลมิใหมีการจัดสถานที่ รูปภาพ หรือสื่อชนิดอื่น ๆ เพื่อใหผูใชบริการ สามารถเลือกผูใหบริการได (๖) ควบคุมและดูแลผูใหบริการในสถานประกอบการมิใหมีการลักลอบ หรือมีการ คา หรือรวมประเวณี หรือมีการกระทํา หรือบริการที่ขัดตอกฎหมาย วัฒนธรรม ศีลธรรม และประเพณีอันดี (๗) ควบคุมดูแลการบริการ อุปกรณ ผลิตภัณฑ และเครื่องใชตาง ๆ ใหไดมาตรฐาน ถูกสุขลักษณะและใชไดอยางปลอดภัย (๘) หามมิใหผูดําเนินการกิจการสปาเพื่อสุขภาพ (ก) รับผูมีอายุตํ่ากวา ๑๘ ปบริบูรณเขาทํางาน (ข) ยินยอมหรือปลอยปละละเลยใหผูมีอาการมึนเมาจนประพฤติวุนวายหรือครองสติ ไมไดเขาไปอยูในสถานประกอบการระหวางเวลาทําการ (ค) ยินยอมหรือปลอยปละละเลยใหมีการกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในสถาน ประกอบการ (ง) ยินยอมหรือปลอยปละละเลยใหมีการนําอาวุธเขาไปในสถานประกอบการโดยฝาฝน กฎหมายวาดวยอาวุธปน เครื่องกระสุนปน วัตถุระเบิด ดอกไมเพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปน
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 177 (๙) ผูดําเนินการตองปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวกับแรงงานโดยเครงครัด (๑๐) ผูดําเนินการตองดูแลสวัสดิภาพ ความปลอดภัยและสวัสดิการในการทํา งาน ของผูใหบริการและพนักงาน และตองมีมาตรการปองกันการถูกลวงละเมิดจากผูรับบริการ (๑๑) ผูดําเนินการตองแสดงใบรับรองมาตรฐานไวในที่เปดเผยและมองเห็นไดชัดเจน ณ สถานประกอบการนั้น ขอ ๙ ในกรณีที่มีการตรวจสอบพบวา สถานประกอบการใดมีผูดําเนินการขาด คุณสมบัติหรือมีลักษณะตองหามตามที่กําหนดในขอ ๗ หรือไมดําเนินการตามที่กําหนดใน ขอ ๘ ใหคณะอนุกรรมการตรวจและประเมินมาตรฐานสถานประกอบการ ตามขอ ๓๐ แจง ตอคณะกรรมการตรวจและประเมินมาตรฐานสถานประกอบการกลางเพื่อพิจารณาเพิกถอน ใบประเมินความรูความสามารถของผูดําเนินการ ขอ ๑๐ มาตรฐานผูใหบริการกิจการสปาเพื่อสุขภาพ ใหมีดังตอไปนี้ (๑) ผูใหบริการจะตองมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหาม ดังตอไปนี้ (ก) มีอายุไมตํ่ากวา ๑๘ ปบริบูรณ (ข) ไดรับการอบรมหรือถายทอดความรูตามหลักสูตรจากหนวยงานราชการ สถาบัน หรือสถานศึกษาที่คณะกรรมการตรวจและประเมินมาตรฐานสถานประกอบการกลางรับรอง (ค) ไมเปนโรคตองหามดังตอไปนี้ ๑) โรคพิษสุราเรื้อรัง ๒) โรคติดยาเสพติดใหโทษอยางรายแรง ๓) โรคจิตรายแรง ๔) โรคอื่นในระยะรุนแรงที่เปนอุปสรรคตอการทํางานหรือโรคติดตอในระยะรายแรง (ง) ไมเปนบุคคลวิกลจริต คนไรความสามารถหรือคนเสมือนไรความสามารถ (จ) กรณีเคยเปนผูใหบริการมากอน แตถูกคณะกรรมการตรวจและประเมินมาตรฐาน สถานประกอบการเพิกถอนใบประเมินความรูความสามารถ จะตองเลยระยะเวลาเพิกถอนไม นอยกวา ๒ ป จึงจะขอประเมินความรู ความสามารถใหมได (๒) ผูใหบริการมีหนาที่และขอปฏิบัติดังตอไปนี้
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ178 (ก) ใหบริการแกผูรับบริการตามความรูและความชํานาญตรงตามมาตรฐานวิชาชีพ ที่ไดศึกษาอบรมมา (ข) ไมกลั่นแกลง ทําราย หรือกอใหเกิดอันตรายตอผูรับบริการ (ค) เก็บความลับของผูรับบริการ โดยไมนําขอมูลหรือเรื่องที่ไดยินจากผูรับบริการไป เปดเผยจนกอใหเกิดความเสียหายแกผูรับบริการหรือบุคคลอื่น (ง) ไมแสดงอาการยั่วยวน กระทําลามกอนาจาร หรือพูดจาในทํานองใหผูรับบริการ เขาใจวาผูใหบริการตองการมีเพศสัมพันธกับผูรับบริการ และตองไมมีเพศสัมพันธกับผูรับ บริการหรือคาประเวณี (จ) ไมพูดจาหยอกลอ หรือลอเลน หรือกระทําการใด ๆ อันมิใชหนาที่ที่จะตองให บริการกับผูรับบริการ โดยตองใหบริการดวยอาการสุภาพ ออนโยน (ฉ) ไมดื่มสุรา เครื่องดื่มแอลกอฮอลหรือของมึนเมา หรือยาเสพติด ในขณะใหบริการ แกผูรับบริการ (ช) มีความซื่อสัตย สุจริตตอหนาที่ที่กระทําและไมลักขโมยทรัพยสินของผูรับบริการ (ซ) มีความรับผิดชอบตอตนเองโดยการดูแลสุขภาพใหแข็งแรง และไมนําโรคติดตอ ไปแพรแกผูรับบริการและเพื่อนรวมงาน (ฌ) หามมิใหผูใหบริการใสเครื่องประดับหรือของมีคา ซึ่งจะเปนอุปสรรคตอการ ปฏิบัติงาน (ญ) เปนผูดํารงตนอยูในศีลธรรมอันดี ขอ ๑๑ มาตรฐานการบริการกิจการสปาเพื่อสุขภาพ ใหมีดังตอไปนี้ (๑) มีผูใหบริการ ที่มีคุณสมบัติตามประกาศนี้ และหามมิใหนําผูที่ขาดคุณสมบัติมาให บริการ เวนแตผูใหบริการฝกหัด ซึ่งมีจํานวนไมเกินกึ่งหนึ่งของผูใหบริการที่มีคุณสมบัติตาม ประกาศ และตองติดปายชื่อผูใหบริการฝกหัดไวที่อกเสื้อ เพื่อใหผูรับบริการทราบอยางชัดเจน (๒) ผูประกอบการตองจัดการบริการใหเปนไปตามหลักเกณฑและมาตรฐานการ บริการแตละประเภท โดยจะตองมีบริการหลักประกอบดวย การนวดเพื่อสุขภาพ การใชนํ้า เพื่อสุขภาพ เชน บริการอบไอนํ้า อางนํ้าวน บอนํ้ารอน บอนํ้าเย็น เปนตน และใหมีบริการ อื่น เชน การพอกโคลน การเสริมสวย การออกกําลังกาย อาหารสุขภาพ โยคะ สมาธิและ อื่น ๆ อีก ๓ รายการเปนอยางนอย (๓) สถานประกอบการตองมีลักษณะการใหบริการดังตอไปนี้
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 179 (ก) เวลาเปดทําการใหเริ่มบริการไดตั้งแตเวลา ๐๘.๐๐ นาฬกา และเวลาปดทําการ หรือใหบริการไมเกิน ๒๔.๐๐ นาฬกา (ข) ผูประกอบการตองแสดงทะเบียนประวัติผูใหบริการ ตามแบบที่กระทรวง สาธารณสุขกําหนด (ค) ผูประกอบการตองจัดทําทะเบียนประวัติผูรับบริการ ไวเปนหลักฐานตามแบบที่ กระทรวงสาธารณสุขกําหนด โดยตองเก็บรักษาไวใหอยูในสภาพที่ตรวจสอบไดไมนอยกวา ๕ ปนับแตวันที่จัดทํา (ง) หามมิใหมีการบริการเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลหรือของมึนเมาทุกชนิดแกพนักงาน ผูใหบริการหรือผูรับบริการและตองถือเปนเขตปลอดบุหรี่ (จ) การใหบริการจะตองไมเปนการฝาฝนกฎหมายวาดวยการประกอบโรคศิลปะการ ประกอบวิชาชีพอื่นตามกฎหมายวาดวยวิชาชีพทางการแพทย กฎหมายวาดวยสถานพยาบาล และกฎหมายวาดวยสถานบริการ (ฉ) การประชาสัมพันธหรือการโฆษณาการใหบริการของสถานประกอบกิจการจะ ตองไมทําใหบุคคลทั่วไปเขาใจวาสถานที่ดังกลาว มีการใหการบําบัดรักษาพยาบาลอันอาจ เปนการฝาฝนกฎหมาย และขอความโฆษณานั้นจะตองไมเปนเท็จหรือโออวดเกินความเปนจริง (ช) ผูประกอบการตองแสดงรายการบริการ และอัตราคาบริการไวในที่เปดเผยและ มองเห็นไดงาย หรือสามารถใหตรวจสอบได (ซ) ผูประกอบการตองไมจัดหรือยินยอมใหมีรูปแบบการใหบริการ ที่อาจเขาขายหรือ ฝาฝนกฎหมายสถานบริการหรือบริการที่จะตองขออนุญาตเปนพิเศษ เชน การพนัน การแสดง ดนตรี การขับรอง คาราโอเกะ สนุกเกอร เตนรํา รําวง ตลอดจนจัดใหมีมหรสพอื่น ๆ เปนตน (ฌ) ผูประกอบการตองกําหนดใหมีเครื่องแบบสําหรับผูใหบริการ โดยเปนเครื่องแบบ ที่รัดกุม สุภาพ สะอาดเรียบรอย สะดวกตอการปฏิบัติงาน และตองมีปายชื่อผูใหบริการติด ไวที่หนาอกดานซาย ขอ ๑๒ มาตรฐานความปลอดภัยกิจการสปาเพื่อสุขภาพ ใหมีดังตอไปนี้ (๑) ผูประกอบการตองจัดใหมีชุดปฐมพยาบาลไวในสถานประกอบการ และพรอมใช งานไดตลอดเวลาที่มีการใหบริการ (๒) ผูประกอบการตองจัดใหมีปายหรือขอความเพื่อแสดง หรือเตือนใหผูรับบริการ ระมัดระวังอันตรายหรือบริเวณที่มีความเสี่ยงตอการเกิดภยันตราย (๓) ในกรณีที่กิจการสปาเพื่อสุขภาพ มีการจัดใหมีบริการอบความรอน อบไอนํ้าอาง นํ้าวนไวบริการตลอดจนอุปกรณหรือบริการอื่นใดอันอาจกอใหเกิดอันตรายไวบริการ
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ180 ผูประกอบการตองจัดใหมีพนักงานที่มีความรู ความเขาใจและความชํานาญในการใช อุปกรณนั้นเปนอยางดี เปนผูรับผิดชอบอุปกรณ และมีหนาที่คอยตรวจตราดูแลการใชอุปกรณ ดังกลาวทั้งในขณะใชงานและหลังการใชงาน (๔) ผูประกอบการตองจัดใหมีนาฬกาที่สามารถมองเห็น อานเวลาไดโดยงายและ ชัดเจนจากจุดที่ผูรับบริการกําลังใชบริการอบความรอน อบไอนํ้า และอางนํ้าวนอยู ทั้งนี้ เพื่อ ชวยใหผูรับบริการสามารถควบคุมเวลาการใชอุปกรณดวยตนเองไดโดยสะดวก (๕) ผูประกอบการตองจัดใหมีระบบฉุกเฉินสําหรับบริการอบความรอน อบไอนํ้าและ อางนํ้าวน ซึ่งสามารถหยุดการทํางานของอุปกรณดังกลาวไดโดยอัตโนมัติในทันทีที่เกิดจาก ภาวะซึ่งอาจเปนอันตรายตอผูรับบริการ และการเขาถึงเพื่อใชระบบฉุกเฉินนั้นตองสามารถ กระทําไดโดยงายและสะดวกในเวลาที่เกิดเหตุฉุกเฉิน (๖) ภายในบริเวณที่ใหบริการอบความรอน อบไอนํ้า อางนํ้าวน และบอนํ้ารอน นํ้า เย็น ตองมีเครื่องวัดอุณหภูมิ เครื่องควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ และเครื่องตั้งเวลา เพื่อให พนักงานผูรับผิดชอบอุปกรณสามารถปรับและควบคุมอุณหภูมิใหอยูในสภาวะที่ปลอดภัย สําหรับผูรับบริการตลอดเวลา (๗) ผูประกอบการตองจัดใหมีระบบคัดกรองผูรับบริการ ที่อาจมีความเสี่ยงตอการ เขาใชบริการในบางแผนก โดยเฉพาะตองไมอนุญาตใหสตรีตั้งครรภ ผูใชยาบางประเภท ที่ อาจเกิดปญหาไดเมื่อเขาใชอุปกรณบางชนิด ผูที่เพิ่งจะดื่มสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล หรือเมาสุรา ผูปวยความดันโลหิตสูง ผูปวยเบาหวานและผูปวยโรคหัวใจเขาใชอุปกรณ หรือ บริการที่เสี่ยงตอภาวะนั้น เวนแตจะไดรับการสั่งใหใชอุปกรณจากแพทยผูเกี่ยวของ (๘) ผูประกอบการตองดูแลและควบคุมคุณภาพนํ้าที่ใชสําหรับใหบริการ ไมวาจะ เปนอางนํ้าวน สระนํ้า หรืออุปกรณการใชนํ้าชนิดอื่นใด ใหมีคุณสมบัติทางเคมีที่ปลอดภัย และไมเปนแหลงแพรเชื้อ (๙) ผา อุปกรณและเครื่องมือทุกชนิดเมื่อใชบริการแลว ตองซักหรือลางทําความ สะอาดอยางถูกสุขลักษณะ กอนนํากลับมาใชบริการครั้งตอไป และในกรณีที่การใหบริการ มีความเสี่ยงตอการแพรเชื้อ เชน การใชไมหรืออุปกรณที่ใชขัดหรือขูดผิวหนังในการบริการ กดจุดฝาเทา ตองผานกรรมวิธีการฆาเชื้อที่สามารถฆาและควบคุมเชื้อได ไมนอยกวาเทคนิค การปลอดเชื้อทุกครั้งหลังการใหบริการ (๑๐) ในกรณีที่ผูใหบริการอาจมีการหายใจรดบริเวณใบหนาผูรับบริการ เชน ในการ ดูแลและนวดบริเวณใบหนา ผูใหบริการตองสวมอุปกรณที่ถูกสุขลักษณะเพื่อปองกันการ หายใจรดบริเวณใบหนาผูรับบริการและการแพรกระจายเชื้อระบบทางเดินหายใจไปสูผูรับ
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 181 บริการ ในขณะที่มีการใหบริการทุกครั้ง (๑๑) ผูประกอบการตองมีการดําเนินการปองกันการติดเชื้อที่เหมาะสม (๑๒) ตองมีระบบการปองกันอัคคีภัย ในสถานประกอบการตามกฎหมายวาดวยการ ควบคุมอาคาร สวนที่ ๒ มาตรฐานกิจการนวดเพื่อสุขภาพ ขอ ๑๓ มาตรฐานสถานที่ของกิจการนวดเพื่อสุขภาพ ใหมีดังตอไปนี้ (๑) ตั้งอยูในทําเลที่มีความสะดวก ปลอดภัยและไมเปนอันตรายตอสุขภาพ (๒) ในกรณีที่ใชพื้นที่ประกอบกิจการนวดเพื่อสุขภาพ ในอาคารเดียวกันกับการประกอบ กิจการอื่นกิจการอื่นนั้นตองไมใชกิจการสถานบริการตามมาตรา ๓ (๓) แหงพระราชบัญญัติ สถานบริการ พ.ศ. ๒๕๐๙ แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๖ และตองแบงสถานที่ให ชัดเจน และกิจการอื่นในอาคารนั้นจะตองไมรบกวนตอการใหบริการในกิจการนวดเพื่อสุขภาพ (๓) พื้นที่ภายในสถานประกอบการจะตองไมมีชองทางที่ผูใหบริการหรือผูรับบริการ ไปมาหาสูกันกับสถานบริการตามกฎหมายวาดวยสถานบริการ (๔) กรณีสถานประกอบการ มีการใหบริการหลายลักษณะรวมอยูในอาคารเดียวกัน หรือสถานที่เดียวกัน จะตองมีการแบงสัดสวนใหชัดเจน และแตละสัดสวนจะตองมีพื้นที่และ ลักษณะตามมาตรฐานของการใหบริการแตละประเภท (๕) การจัดบริเวณที่ใหบริการเฉพาะบุคคล จะตองไมใหมิดชิดหรือลับตาจนเกินไป (๖) พื้นที่ที่ใหบริการทั้งภายในและภายนอกสถานที่ประกอบกิจการนวดเพื่อสุขภาพ ตองสะอาด เปนระเบียบเรียบรอยอยูเสมอ (๗) อาคารตองทําดวยวัสดุที่มั่นคง ถาวร ไมชํารุดและไมมีคราบสิ่งสกปรก (๘) บริเวณพื้นที่ที่มีการใชนํ้าในการใหบริการ พื้นควรทําดวยวัสดุที่ทําความสะอาด งายและไมลื่น (๙) จัดใหมีแสงสวางที่เพียงพอในการใหบริการแตละพื้นที่ (๑๐) จัดใหมีการระบายอากาศเพียงพอ (๑๑) มีการจัดการสิ่งปฏิกูลมูลฝอยและนํ้าเสียที่ถูกหลักสุขาภิบาล (๑๒) มีการควบคุมพาหะนําโรคอยางถูกหลักสุขาภิบาล (๑๓) จัดใหมีหองอาบนํ้า หองสวม อางลางมือ หองผลัดเปลี่ยนเสื้อผาและตูเก็บเสื้อผา
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ182 ที่สะอาดถูกสุขลักษณะและปลอดภัยอยางเพียงพอและควรแยกสวนชาย หญิง (๑๔) จัดใหมีการตกแตงสถานที่ที่เหมาะสมโดยจะตองไมมีลักษณะที่ทําใหเสื่อมเสีย ศีลธรรมหรือขัดตอวัฒนธรรมและประเพณีอันดี ขอ ๑๔ มาตรฐานชื่อสถานประกอบการ (๑) ชื่อสถานประกอบการตองตรงตามประเภทกิจการ และตรงกับชื่อที่ไดยื่นคําขอ ใบรับรองมาตรฐาน โดยจะตองติดตั้งปายชื่อไวดานหนาสถานประกอบการใหมองเห็นได อยางชัดเจน (๒) ไมสื่อความหมายในทางลามก อนาจาร หรือขัดตอความสงบเรียบรอย ขนบธรรมเนียมศีลธรรมอันดีงาม (๓) หากใชชื่อเปนภาษาตางประเทศตองมีภาษาไทยกํากับ (๔) ชื่อสถานประกอบการจะตองไมใชคําหรือขอความที่มีลักษณะชักชวนหรือโออวด เกินความเปนจริงหรือทําใหบุคคลทั่วไปเขาใจวาสถานที่ดังกลาวมีการใหการบําบัดรักษาโรค ขอ ๑๕ ผูประกอบการมีหนาที่และความรับผิดชอบ ดังตอไปนี้ (๑) ควบคุมและดูแลผูใหบริการในสถานประกอบการใหบริการตามนโยบายและคูมือ ปฏิบัติงานของสถานประกอบการแหงนั้นโดยเครงครัด (๒) จัดทําทะเบียนประวัติผูใหบริการและพนักงาน (๓) ทุกครั้งที่มีการจัดบริการรายการใหม หรือปรับปรุงบริการใด ๆ ในแบบแสดง รายการหรือมีการใชผลิตภัณฑใหม ผูประกอบการจะตองดําเนินการใหมีการจัดทําคูมือปฏิบัติ การสําหรับบริการนั้น ๆ หรือจัดทําคูมือการใชผลิตภัณฑ และพัฒนาผูใหบริการใหสามารถ ใหบริการนั้น ๆ ตามคูมือที่จัดทําขึ้น (๔) ประเมินผลการปฏิบัติงานของผูใหบริการอยางนอยปละ ๑ ครั้ง (๕) ควบคุมดูแลมิใหมีการจัดสถานที่ รูปภาพ หรือสื่อชนิดตาง ๆ เพื่อใหผูรับบริการ สามารถเลือกผูใหบริการได (๖) ควบคุมและดูแลผูใหบริการในสถานประกอบการมิใหมีการลักลอบหรือมีการคา หรือรวมประเวณี หรือมีการกระทําหรือบริการที่ขัดตอกฎหมาย วัฒนธรรม ศีลธรรมและ ประเพณีอันดี (๗) ควบคุมดูแล บริการ อุปกรณ ผลิตภัณฑ และเครื่องใชตาง ๆ ใหไดมาตรฐาน ถูกสุขลักษณะและใชไดอยางปลอดภัย (๘) ผูประกอบการตองดูแลมิใหมีการกระทําความผิดตอกฎหมายในสถานประกอบ
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 183 การรวมทั้งหามมิใหผูประกอบการ (ก) รับผูมีอายุตํ่ากวา ๑๘ ปบริบูรณเขาทํางาน (ข) ยินยอมหรือปลอยปละละเลยใหผูมีอาการมึนเมาจนประพฤติวุนวาย หรือครอง สติไมไดเขาไปอยูในสถานประกอบการระหวางเวลาทําการ (ค) ยินยอมหรือปลอยปละละเลยใหผูซึ่งไมมีหนาที่ดูแลสถานประกอบการนั้นพักอาศัย หลับนอนในสถานประกอบการ (ง) ยินยอมหรือปลอยปละละเลยใหมีการนําอาวุธเขาไปในสถานประกอบการโดยฝาฝน กฎหมายวาดวยอาวุธปน เครื่องกระสุนปน วัตถุระเบิด ดอกไมเพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปน (จ) บริการเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลหรือของมึนเมาทุกชนิดแกพนักงานผูใหบริการ หรือผูรับบริการและตองถือเปนเขตปลอดบุหรี่และยาเสพติดทุกชนิด (๙) ผูประกอบการตองปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวกับแรงงานโดยเครงครัด (๑๐) ผูประกอบการตองดูแลสวัสดิภาพ ความปลอดภัยและสวัสดิการในการทํางาน ของผูใหบริการและพนักงาน และตองมีมาตรการปองกันการถูกลวงละเมิดจากผูรับบริการ (๑๑) ผูประกอบการตองแสดงใบรับรองมาตรฐานไวในที่เปดเผยและมองเห็นไดชัดเจน ณ สถานประกอบการนั้น ขอ ๑๖ มาตรฐานผูใหบริการกิจการนวดเพื่อสุขภาพ มีดังตอไปนี้ (๑) ผูใหบริการจะตองมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหาม ดังตอไปนี้ (ก) มีอายุไมตํ่ากวา ๑๘ ปบริบูรณ (ข) ไดรับการอบรมหรือถายทอดความรูตามหลักสูตรจากหนวยงานราชการ สถาบัน หรือสถานศึกษาตามที่คณะกรรมการตรวจและประเมินมาตรฐานสถานประกอบการกลางรับรอง (ค) ไมเปนโรคตองหามดังตอไปนี้ ๑) โรคพิษสุราเรื้อรัง ๒) โรคติดยาเสพติดใหโทษอยางรายแรง ๓) โรคจิตรายแรง ๔) โรคอื่นในระยะรุนแรงที่เปนอุปสรรคตอการทํางานหรือโรคติดตอในระยะรายแรง (ง) ไมเปนบุคคลวิกลจริต คนไรความสามารถ หรือคนเสมือนไรความสามารถ (จ) กรณีเคยเปนผูใหบริการมากอน แตถูกเพิกถอนใบประเมินความรู ความสามารถ จากคณะกรรมการตรวจและประเมินมาตรฐานสถานประกอบการ จะตองเลยระยะเวลาเพิก ถอนไมนอยกวา ๒ ป จึงจะขอประเมินความรูความสามารถใหมได
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ184 (๒) ผูใหบริการมีหนาที่และขอปฏิบัติดังตอไปนี้ (ก) ใหบริการแกผูรับบริการตามความรูและความชํานาญตรงตามมาตรฐานวิชาชีพ ที่ไดศึกษาอบรมมา (ข) ไมกลั่นแกลง ทําราย หรือกอใหเกิดอันตรายตอผูรับบริการ (ค) เก็บความลับของผูรับบริการโดยไมนําขอมูลหรือเรื่องที่ไดยินจากผูรับบริการไป เปดเผยจนกอใหเกิดความเสียหายแกผูมารับบริการหรือบุคคลอื่น (ง) ไมแสดงอาการยั่วยวน กระทําลามกอนาจาร หรือพูดจาในทํานองใหผูรับบริการ เขาใจวาผูใหบริการตองการมีเพศสัมพันธกับผูรับบริการ และตองไมมีเพศสัมพันธกับผูรับ บริการหรือคาประเวณี (จ) ไมพูดจาหยอกลอ หรือลอเลน หรือกระทําการใด ๆ อันมิใชหนาที่ที่จะตองให บริการกับผูรับบริการ โดยตองใหบริการดวยอาการสุภาพ ออนโยน (ฉ) ไมดื่มสุรา เครื่องดื่มแอลกอฮอลหรือของมึนเมา หรือยาเสพติด ในขณะใหบริการ แกผูรับบริการ (ช) มีความซื่อสัตย สุจริตตอหนาที่ที่กระทําและไมลักขโมยทรัพยสินของผูรับบริการ (ซ) มีความรับผิดชอบตอตนเองโดยการดูแลสุขภาพใหแข็งแรง และไมนําโรคติดตอ ไปแพรแกผูรับบริการและเพื่อนรวมงาน (ฌ) หามมิใหผูใหบริการใสเครื่องประดับหรือของมีคาซึ่งจะเปนอุปสรรคตอการ ปฏิบัติงาน (ญ) เปนผูดํารงตนอยูในศีลธรรมอันดี ขอ ๑๗ มาตรฐานการบริการกิจการนวดเพื่อสุขภาพ มีดังตอไปนี้ (๑) มีผูใหบริการ ที่มีคุณสมบัติตามประกาศนี้และหามมิใหนําผูที่ขาดคุณสมบัติมาให บริการเวนแตผูใหบริการฝกหัด ซึ่งมีจํานวนไมเกินกึ่งหนึ่งของผูใหบริการที่มีคุณสมบัติตาม ประกาศ และตองติดปายชื่อผูใหบริการฝกหัดไวที่อกเสื้อ เพื่อใหผูรับบริการทราบอยางชัดเจน (๒) ผูประกอบการตองจัดการบริการใหเปนไปตามหลักเกณฑและมาตรฐานการ บริการนวดแตละประเภท (๓) สถานประกอบการตองมีลักษณะการใหบริการดังตอไปนี้ (ก) เวลาเปดทําการใหเริ่มบริการไดตั้งแตเวลา ๐๘.๐๐ นาฬกา และเวลาปดทําการ หรือใหบริการไมเกิน ๒๔.๐๐ นาฬกา (ข) ผูประกอบการตองแสดงทะเบียนประวัติผูใหบริการตามแบบที่กระทรวงสาธารณสุข
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 185 กําหนด (ค) หามมิใหมีการบริการเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลหรือของมึนเมาทุกชนิดแกพนักงาน ผูใหบริการ หรือผูรับบริการและตองถือเปนเขตปลอดบุหรี่ (ง) การใหบริการจะตองไมเปนการฝาฝนกฎหมายวาดวยการประกอบโรคศิลปะการ ประกอบวิชาชีพอื่นตามกฎหมายวาดวยวิชาชีพทางการแพทย กฎหมายวาดวยสถานพยาบาล และกฎหมายวาดวยสถานบริการ (จ) การประชาสัมพันธหรือการโฆษณาการใหบริการของสถานประกอบการจะตอง ไมทําใหบุคคลทั่วไปเขาใจวาสถานที่ดังกลาวมีการใหการบําบัดรักษาพยาบาลอันอาจเปนการ ฝาฝนกฎหมาย และขอความโฆษณานั้นจะตองไมเปนเท็จหรือโออวดเกินความเปนจริง (ฉ) ผูประกอบการตองแสดงรายการบริการ และอัตราคาบริการไวในที่เปดเผยและ มองเห็นไดงาย หรือสามารถใหตรวจสอบได (ช) ผูประกอบการตองไมจัดหรือยินยอมใหมีรูปแบบการใหบริการที่อาจเขาขายหรือ ฝาฝนกฎหมายสถานบริการหรือบริการที่จะตองขออนุญาตเปนพิเศษ เชน การพนัน การแสดง ดนตรี การขับรอง คาราโอเกะ สนุกเกอร เตนรํา รําวง ตลอดจนจัดใหมีมหรสพอื่น ๆ เปนตน (ซ) ผูประกอบการตองกําหนดใหมีเครื่องแบบสําหรับผูใหบริการ โดยเปนเครื่องแบบ ที่รัดกุม สุภาพ สะอาดเรียบรอย สะดวกตอการปฏิบัติงาน และตองมีปายชื่อผูใหบริการติด ไวที่หนาอกดานซาย ขอ ๑๘ มาตรฐานความปลอดภัยกิจการนวดเพื่อสุขภาพ มีดังตอไปนี้ (๑) ผูประกอบการจะตองจัดใหมีชุดปฐมพยาบาลเบื้องตนไวในสถานประกอบการ และพรอมใชงานไดตลอดเวลาที่มีการใหบริการ (๒) ผูประกอบการตองจัดใหมีปายหรือขอความเพื่อแสดงหรือเตือนใหผูรับบริการ ระมัดระวังอันตรายหรือบริเวณที่มีความเสี่ยงตอการเกิดภยันตราย (๓) ในกรณีที่สถานประกอบกิจการนวดเพื่อสุขภาพ มีการจัดใหมีบริการอบความรอน อบไอนํ้าไวบริการ ตลอดจนอุปกรณหรือบริการอื่นใดอันอาจกอใหเกิดอันตรายไวบริการผู ประกอบการตองจัดใหมีพนักงานที่มีความรู ความเขาใจและความชํานาญในการใชอุปกรณ นั้นเปนอยางดี เปนผูรับผิดชอบอุปกรณและมีหนาที่คอยตรวจตราดูแลการใชอุปกรณดังกลาว ทั้งในขณะใชงานและหลังการใชงาน (๔) ผูประกอบการตองจัดใหมีนาฬกาที่สามารถมองเห็น อานเวลาไดโดยงายและ ชัดเจนจากจุดที่ผูรับบริการกําลังใชบริการอบความรอน อบไอนํ้าอยู ทั้งนี้ เพื่อชวยใหผูรับ
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ186 บริการสามารถควบคุมเวลาการใชอุปกรณดวยตนเองไดโดยสะดวก (๕) ผูประกอบการตองจัดใหมีระบบฉุกเฉินสําหรับบริการอบความรอน อบไอนํ้า ซึ่ง สามารถหยุดการทํางานของอุปกรณดังกลาวไดโดยอัตโนมัติในทันที ที่เกิดจากภาวะซึ่งอาจ เปนอันตรายตอผูใชบริการ และการเขาถึงเพื่อใชระบบฉุกเฉินนั้นตองสามารถกระทําได โดยงายและสะดวกในเวลาที่เกิดเหตุฉุกเฉิน และตองจัดสถานที่ใหสามารถเคลื่อนยายผูรับ บริการไดในกรณีฉุกเฉิน (๖) ภายในบริเวณที่ใหบริการอบความรอน อบไอนํ้า ตองมีเครื่องวัดอุณหภูมิเครื่อง ควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ และเครื่องตั้งเวลา เพื่อใหบุคลากรผูรับผิดชอบอุปกรณสามารถ ปรับและควบคุมอุณหภูมิใหอยูในสภาวะที่ปลอดภัยสําหรับผูใชบริการตลอดเวลา (๗) ตองระมัดระวังมิใหผูมีความเสี่ยงจากอายุ หรือภาวะโรคประจําตัวมาใชบริการ อันอาจเปนอันตรายตอสุขภาพ (๘) ผา อุปกรณและเครื่องมือทุกชนิดเมื่อใชบริการแลว ตองซักหรือลางทําความ สะอาดอยางถูกสุขลักษณะ กอนนํากลับมาใชบริการครั้งตอไป และในกรณีที่การใหบริการ มีความเสี่ยงตอการแพรเชื้อ เชน การใชไมหรืออุปกรณที่ใชขัดหรือขูดผิวหนังในการบริการ กดจุดฝาเทา ตองผานกรรมวิธีการฆาเชื้อที่สามารถฆาและควบคุมเชื้อไดไมนอยกวาเทคนิค การปลอดเชื้อทุกครั้งหลังการใหบริการ (๙) ในกรณีที่ผูใหบริการอาจมีการหายใจรดบริเวณใบหนาผูรับบริการ เชน ในการ ดูแลและนวดบริเวณใบหนา ผูใหบริการตองสวมอุปกรณที่ถูกสุขลักษณะ เพื่อปองกันการ หายใจรดบริเวณใบหนาผูรับบริการและการแพรกระจายเชื้อระบบทางเดินหายใจไปสูผูรับ บริการ ในขณะที่มีการใหบริการทุกครั้ง (๑๐) ตองมีการดําเนินการตามระบบปองกันการติดเชื้ออยางเหมาะสม (๑๑) ตองมีระบบปองกันอัคคีภัยในสถานประกอบการตามกฎหมายวาดวยการควบคุม อาคาร
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 187 สวนที่ ๓ มาตรฐานกิจการนวดเพื่อเสริมสวย ขอ ๑๙ มาตรฐานสถานที่ของกิจการนวดเพื่อเสริมสวย ใหมีดังตอไปนี้ (๑) พื้นที่ภายในสถานประกอบการจะตองไมมี ชองทางที่ผูใหบริการหรือผูรับบริการ ไปมาหาสูกันกับสถานบริการตามกฎหมายวาดวยสถานบริการ (๒) กรณีสถานประกอบการ มีการใหบริการหลายลักษณะรวมอยูในอาคารเดียวกัน หรือสถานที่เดียวกัน จะตองมีการแบงสัดสวนใหชัดเจน และแตละสัดสวนจะตองมีพื้นที่และ ลักษณะตามมาตรฐานของการใหบริการแตละประเภท (๓) การจัดบริเวณที่ใหบริการเฉพาะบุคคล จะตองไมใหมิดชิดหรือลับตาจนเกินไป (๔) พื้นที่ที่ใหบริการทั้งภายในและภายนอกสถานที่ประกอบกิจการนวดเพื่อเสริมสวย ตองสะอาด เปนระเบียบเรียบรอยอยูเสมอ (๕) อาคารตองทําดวยวัสดุที่มั่นคง ถาวร ไมชํารุดและไมมีคราบสิ่งสกปรก (๖) บริเวณพื้นที่ที่มีการใชนํ้าในการใหบริการ พื้นควรทําดวยวัสดุที่ทําความสะอาด งายและไมลื่น (๗) จัดใหมีแสงสวางที่เพียงพอในการใหบริการแตละพื้นที่ (๘) จัดใหมีการระบายอากาศเพียงพอ (๙) มีการจัดการสิ่งปฏิกูลมูลฝอยและนํ้าเสียที่ถูกหลักสุขาภิบาล (๑๐) มีการควบคุมพาหะนําโรคอยางถูกหลักสุขาภิบาล (๑๑) ตองจัดใหมีหองอาบนํ้า หองสวม อางลางมือ หองผลัดเปลี่ยนเสื้อผาและตู เก็บเสื้อผาที่สะอาดถูกสุขลักษณะและปลอดภัยอยางเพียงพอ และควรแยกสวนชาย หญิง (๑๒) จัดใหมีการตกแตงสถานที่ที่เหมาะสมโดยจะตองไมมีลักษณะที่ทําใหเสื่อมเสีย ศีลธรรมหรือขัดตอวัฒนธรรมและประเพณีอันดี ขอ ๒๐ มาตรฐานชื่อสถานประกอบการ (๑) ชื่อสถานประกอบการตองตรงตามประเภทกิจการ และตรง กับชื่อที่ไดยื่นคําขอ ใบรับรองมาตรฐาน โดยจะตองติดตั้งปายชื่อไวดานหนาสถานประกอบการใหมองเห็นได อยางชัดเจน (๒) ไมสื่อความหมายในทางลามก อนาจาร หรือ ขัดตอความสงบเรียบรอย ขนบธรรมเนียม ศีลธรรมอันดีงาม (๓) หากใชชื่อเปนภาษาตางประเทศตองมีภาษาไทยกํากับ
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ188 (๔) ชื่อสถานประกอบการจะตองไมใชคําหรือขอความที่มีลักษณะชักชวนหรือโออวด เกินความเปนจริงหรือทําใหบุคคลทั่วไปเขาใจวาสถานที่ดังกลาวมีการใหการบําบัดรักษาโรค ขอ ๒๑ ผูประกอบการมีหนาที่และความรับผิดชอบ ดังตอไปนี้ (๑) ผูประกอบการนวดเพื่อเสริมสวยจะตองดูแลสุขภาพ ความปลอดภัย และสวัสดิการ ในการทํางานของผูใหบริการและตองมีมาตรการปองกันมิใหผูใหบริการถูกลวงเกิน ลวนลาม หรือทํารายจากผูรับบริการ (๒) ควบคุมดูแลมิใหมีการจัดสถานที่ รูปภาพ หรือสื่อชนิดตาง ๆ เพื่อใหผูใชบริการ สามารถเลือกผูใหบริการได (๓) ควบคุมและดูแลผูใหบริการในสถานประกอบการมิใหมีการลักลอบ หรือมีการคา ประเวณี หรือมีการกระทํา หรือบริการที่ขัดตอกฎหมาย วัฒนธรรม ศีลธรรมและประเพณีอันดี (๔) ควบคุมและดูแลการบริการ อุปกรณ ผลิตภัณฑ และเครื่องใชตาง ๆ ใหถูก สุขลักษณะและใชไดอยางปลอดภัย (๕) ผูประกอบการตองดูแลมิใหมีการกระทําความผิดตอกฎหมายในสถานประกอบ การรวมทั้งหามมิใหผูประกอบการ (ก) รับผูมีอายุตํ่ากวา ๑๘ ปบริบูรณเขาทํางาน (ข) ยินยอมหรือปลอยปละละเลยใหผูมีอาการมึนเมาจนประพฤติวุนวายหรือครองสติ ไมไดเขาไปอยูในสถานประกอบการระหวางเวลาทําการ (ค) ยินยอมหรือปลอยปละละเลยใหผูซึ่งไมมีหนาที่ดูแลสถานประกอบการนั้นพักอาศัย หลับนอนในสถานประกอบการ (ง) ยินยอมหรือปลอยปละละเลยใหมีการนําอาวุธเขาไปในสถานประกอบการโดยฝาฝน กฎหมายวาดวยอาวุธปน เครื่องกระสุนปน วัตถุระเบิด ดอกไมเพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปน (จ) บริการเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลหรือของมึนเมาทุกชนิดแกพนักงาน ผูใหบริการ หรือผูรับบริการและตองถือเปนเขตปลอดบุหรี่และยาเสพติดทุกชนิด (๖) ผูประกอบการตองปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวกับแรงงานโดยเครงครัด (๗) ผูประกอบการตองแสดงใบรับรองมาตรฐานไวในที่เปดเผยและมองเห็นไดชัดเจน ณ สถานประกอบการนั้น ขอ ๒๒ มาตรฐานผูใหบริการกิจการนวดเพื่อเสริมสวย ใหมีดังตอไปนี้ (๑) ผูใหบริการจะตองมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหาม ดังตอไปนี้ (ก) มีอายุไมตํ่ากวา ๑๘ ปบริบูรณ
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 189 (ข) ไดรับการอบรมหรือถายทอดความรูตามหลักสูตรจากหนวยงานราชการ สถาบัน หรือสถานศึกษาตามที่คณะกรรมการตรวจและประเมินมาตรฐานสถานประกอบการกลางรับรอง (ค) ไมเปนโรคตองหามดังตอไปนี้ ๑) โรคพิษสุราเรื้อรัง ๒) โรคติดยาเสพติดใหโทษอยางรายแรง ๓) โรคจิตรายแรง ๔) โรคอื่นในระยะรุนแรงที่เปนอุปสรรคตอการทํางานหรือโรคติดตอในระยะรายแรง (ง) ไมเปนบุคคลวิกลจริต คนไรความสามารถหรือคนเสมือนไรความสามารถ (จ) กรณีเคยเปนผูใหบริการมากอน แตถูกเพิกถอนใบประเมินความรู ความสามารถ จากคณะกรรมการตรวจและประเมินมาตรฐานสถานประกอบการ จะตองเลยระยะเวลาเพิก ถอนไมนอยกวา ๒ ป จึงจะขอประเมินความรู ความสามารถใหมได (๒) ผูใหบริการมีหนาที่และขอปฏิบัติดังตอไปนี้ (ก) ใหบริการแกผูรับบริการตามความรูและความชํานาญตรงตามมาตรฐานวิชาชีพ ที่ไดศึกษาอบรมมา (ข) ไมกลั่นแกลง ทําราย หรือกอใหเกิดอันตรายตอผูรับบริการ (ค) เก็บความลับของผูรับบริการโดยไมนําขอมูลหรือเรื่องที่ไดยินจากผูรับบริการไป เปดเผยจนกอใหเกิดความเสียหายแกผูมารับบริการหรือบุคคลอื่น (ง) ไมแสดงอาการยั่วยวน กระทําลามกอนาจาร หรือพูดจาในทํานองใหเขาใจวาผู ใหบริการตองการมีเพศสัมพันธกับผูรับบริการ และตองไมมีเพศสัมพันธกับผูรับบริการหรือ คาประเวณี (จ) ไมพูดจาหยอกลอ หรือลอเลน หรือกระทําการใด ๆ อันมิใชหนาที่ที่จะตองให บริการกับผูรับบริการ โดยตองใหบริการดวยอาการสุภาพ ออนโยน (ฉ) ไมดื่มสุรา เครื่องดื่มแอลกอฮอลหรือของมึนเมา หรือยาเสพติด ในขณะใหบริการ แกผูรับบริการ (ช) มีความซื่อสัตย สุจริตตอหนาที่ที่กระทําและไมลักขโมยทรัพยสินของผูรับบริการ (ซ) มีความรับผิดชอบตอตนเองโดยการดูแลสุขภาพใหแข็งแรง และไมนําโรคติดตอ ไปแพรแกผูรับบริการและเพื่อนรวมงาน (ฌ) หามมิใหผูใหบริการใสเครื่องประดับหรือของมีคา ซึ่งจะเปนอุปสรรคตอการ ปฏิบัติงาน
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ190 (ญ) เปนผูดํารงตนอยูในศีลธรรมอันดี ขอ ๒๓ มาตรฐานการบริการกิจการนวดเพื่อเสริมสวย ใหมีดังตอไปนี้ (๑) มีผูใหบริการ ที่มีคุณสมบัติตามประกาศนี้และหามมิใหนําผูที่ขาดคุณสมบัติมาให บริการเวนแตผูใหบริการฝกหัด ซึ่งมีจํานวนไมเกินกึ่งหนึ่งของผูใหบริการที่มีคุณสมบัติตาม ประกาศ และตองติดปายชื่อผูใหบริการฝกหัดไวที่อกเสื้อ เพื่อใหผูรับบริการทราบอยางชัดเจน (๒) ผูประกอบการตองจัดการบริการใหเปนไปตามหลักเกณฑและมาตรฐานการ บริการนวดเพื่อเสริมสวยแตละประเภท (๓) สถานประกอบการตองมีลักษณะการใหบริการดังตอไปนี้ (ก) เวลาเปดทําการใหเริ่มบริการไดตั้งแตเวลา ๐๖.๐๐ นาฬกา และเวลาปดทําการ หรือใหบริการไมเกิน ๒๒.๐๐ นาฬกา (ข) ผูประกอบการตองแสดงทะเบียนประวัติผูใหบริการ ตามแบบที่กระทรวง สาธารณสุขกําหนด (ค) หามมิใหมีการบริการเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลหรือของมึนเมาทุกชนิดแกพนักงาน ผูใหบริการ หรือผูรับบริการและตองถือเปนเขตปลอดบุหรี่ (ง) การใหบริการจะตองไมเปนการฝาฝนกฎหมายวาดวยการประกอบโรคศิลปะการ ประกอบวิชาชีพอื่นตามกฎหมายวาดวยวิชาชีพทางการแพทย กฎหมายวาดวยสถานพยาบาล และกฎหมายวาดวยสถานบริการ (จ) การประชาสัมพันธหรือการโฆษณาการใหบริการของสถานประกอบการ จะตอง ไมทําใหบุคคลทั่วไปเขาใจวาสถานที่ดังกลาวมีการใหการบําบัดรักษาพยาบาลอันอาจเปนการ ฝาฝนกฎหมาย และขอความโฆษณานั้นจะตองไมเปนเท็จหรือโออวดเกินความเปนจริง (ฉ) ผูประกอบการตองแสดงรายการบริการ และอัตราคาบริการไวในที่เปดเผยและ มองเห็นไดงาย หรือสามารถใหตรวจสอบได (ช) ผูประกอบการตองไมจัดหรือยินยอมใหมีรูปแบบการใหบริการที่อาจเขาขายหรือ ฝาฝนกฎหมายสถานบริการหรือบริการที่จะตองขออนุญาตเปนพิเศษ เชน การพนัน การแสดง ดนตรี การขับรอง คาราโอเกะ สนุกเกอร เตนรํา รําวง ตลอดจนจัดใหมีมหรสพอื่น ๆ เปนตน (ซ) ผูประกอบการตองกําหนดใหมีเครื่องแบบสําหรับผูใหบริการ โดยเปนเครื่องแบบ ที่รัดกุม สุภาพ สะอาดเรียบรอย สะดวกตอการปฏิบัติงาน และตองมีปายชื่อผูใหบริการติด ไวที่หนาอกดานซาย
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 191 ขอ ๒๔ มาตรฐานความปลอดภัยกิจการนวดเพื่อเสริมสวย ใหมีดังตอไปนี้ (๑) ผูประกอบการจะตองจัดใหมีชุดปฐมพยาบาลเบื้องตนไวในสถานประกอบการ และพรอมใชงานไดตลอดเวลาที่มีการใหบริการ (๒) ผูประกอบการตองจัดใหมีปายหรือขอความเพื่อแสดงหรือเตือนใหผูรับบริการ ระมัดระวังอันตรายหรือบริเวณที่มีความเสี่ยงตอการเกิดภยันตราย (๓) ในกรณีที่สถานประกอบการ มีการจัดใหมีบริการอบความรอน อบไอนํ้าไวบริการ ตลอดจนอุปกรณหรือบริการอื่นใดอันอาจกอใหเกิดอันตรายไวบริการ ตองจัดใหมีพนักงานที่มี ความรูความเขาใจและความชํานาญในการใชอุปกรณนั้นเปนอยางดี เปนผูรับผิดชอบอุปกรณ และมีหนาที่คอยตรวจตราดูแลการใชอุปกรณดังกลาวทั้งในขณะใชงานและหลังการใชงาน (๔) ผูประกอบการตองจัดใหมีนาฬกาที่สามารถมองเห็น อานเวลาไดโดยงายและ ชัดเจนจากจุดที่ผูรับบริการกําลังใชบริการอบความรอน อบไอนํ้าอยู ทั้งนี้ เพื่อชวยใหผูรับ บริการสามารถควบคุมเวลาการใชอุปกรณดวยตนเองไดโดยสะดวก (๕) ผูประกอบการตองจัดใหมีระบบฉุกเฉินสําหรับบริการอบความรอน อบไอนํ้า ซึ่ง สามารถหยุดการทํางานของอุปกรณดังกลาวไดโดยอัตโนมัติในทันที ที่เกิดจากภาวะซึ่งอาจ เปนอันตรายตอผูใชบริการ และการเขาถึงเพื่อใชระบบฉุกเฉินนั้นตองสามารถกระทําได โดยงายและสะดวกในเวลาที่เกิดเหตุฉุกเฉิน และตองจัดสถานที่ใหสามารถเคลื่อนยายผูรับ บริการไดในกรณีฉุกเฉิน (๖) ภายในบริเวณที่ใหบริการอบความรอน อบไอนํ้า ตองมีเครื่องวัดอุณหภูมิเครื่อง ควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ และเครื่องตั้งเวลา เพื่อใหบุคลากรผูรับผิดชอบอุปกรณสามารถปรับ และควบคุมอุณหภูมิใหอยูในสภาวะที่ปลอดภัยสําหรับผูรับบริการตลอดเวลา (๗) ตองระมัดระวังมิใหผูมีความเสี่ยงจากอายุ หรือภาวะโรคประจําตัวมาใชบริการ อันอาจเปนอันตรายตอสุขภาพ (๘) ผาและอุปกรณทุกชนิดเมื่อใชบริการแลว ตองซักหรือลางทํา ความสะอาดอยาง ถูกสุขลักษณะ กอนนํากลับมาใชบริการครั้งตอไป และในกรณีที่การใหบริการมีความเสี่ยง ตอการแพรเชื้อ เชน การใชไมหรืออุปกรณที่ใชขัดหรือขูดผิวหนังในการบริการกดจุดฝาเทา ตองผานกรรมวิธีการฆาเชื้อที่สามารถฆาและควบคุมเชื้อไดไมนอยกวาเทคนิคการปลอดเชื้อ ทุกครั้งหลังการใหบริการ (๙) ในกรณีที่ผูใหบริการอาจมีการหายใจรดบริเวณใบหนาผูรับบริการ เชน ในการ ดูแลและนวดบริเวณใบหนา ผูใหบริการตองสวมอุปกรณที่ถูกสุขลักษณะเพื่อปองกันการ หายใจรดบริเวณใบหนาผูรับบริการและการแพรกระจายเชื้อระบบทางเดินหายใจไปสูผูรับ
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ192 บริการ ในขณะที่มีการใหบริการทุกครั้ง (๑๐)ตองมีระบบปองกันอัคคีภัยในสถานประกอบการตามกฎหมายวาดวยการควบคุมอาคาร หมวด ๓ หลักเกณฑและวิธีการตรวจสอบ เพื่อการรับรองใหเปนไปตามมาตรฐาน สวนที่ ๑ คณะกรรมการตรวจและประเมินมาตรฐานสถานประกอบการ ขอ ๒๕ ใหมีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกวา คณะกรรมการตรวจและประเมิน มาตรฐานสถานประกอบการกลาง ประกอบดวย อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เปน ประธาน ผูแทนกรมพัฒนาการแพทยแผนไทยและการแพทยทางเลือก ผูแทนกรมอนามัย ผูแทนกรมการแพทย ผูแทนสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา ผูแทนกองบัญชาการ ตํารวจนครบาล ผูแทนกรมการปกครอง ผูแทนสํานักอนามัยกรุงเทพมหานคร และผูแทนผู ประกอบการตามที่อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพเห็นสมควร จํานวนไมเกิน ๒ คน เปน กรรมการ ใหอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ แตงตั้งขาราชการของกรมสนับสนุนบริการ สุขภาพเปนกรรมการและเลขานุการ ขอ ๒๖ ใหมีคณะกรรมการแตละจังหวัดเรียกวา คณะกรรมการตรวจและประเมิน มาตรฐานสถานประกอบการประจําจังหวัด ประกอบดวย นายแพทยสาธารณสุขจังหวัดเปน ประธานนายอําเภอทองที่ที่ตั้งสถานประกอบการหรือผูแทน ผูแทนที่ทําการปกครองจังหวัด ผูแทนงานการสงเสริมการปกครองสวนทองถิ่นจังหวัด ผูแทนกองบังคับการตํารวจภูธรจังหวัด ผูแทนองคกรปกครองสวนทองถิ่นที่เกี่ยวของ เปนกรรมการ ใหหัวหนากลุมงานคุมครองผูบริโภค สํานักงานสาธารณสุขจังหวัด เปนกรรมการ และเลขานุการ ขอ ๒๗ ใหคณะกรรมการมีอํานาจและหนาที่ดังตอไปนี้ (๑) พิจารณาคํารองขอใบรับรองมาตรฐานสถานประกอบการ (๒) ตรวจลักษณะและมาตรฐานของสถานประกอบการและการบริการและผูใหบริการ (๓) เสนอความเห็นตอผูออกใบรับรองในการพิจารณาออกใบรับรองมาตรฐาน
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 193 (๔) เสนอความเห็นตอผูออกใบรับรองเพื่อเพิกถอนใบรับรองมาตรฐาน กรณีสถาน ประกอบการมีการปฏิบัติไมเปนไปตามหลักเกณฑที่กําหนด (๕) พิจารณาเรื่องรองเรียนเกี่ยวกับสถานประกอบการ (๖) แจงหรือโฆษณาขาวสารดวยวิธีการใด ๆ ตามที่เห็นสมควร เพื่อมิใหประชาชน หลงเขาใจผิดซึ่งอาจเปนอันตรายเนื่องจากการจัดบริการในสถานประกอบการ (๗) แตงตั้งคณะอนุกรรมการ เพื่อกระทําการใด ๆ อันอยูในอํานาจหนาที่ของคณะ กรรมการ (๘) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่ประกาศกําหนดไว ใหเปนอํานาจและหนาที่ของคณะกรรมการ (๙) พิจารณาหรือดําเนินการในเรื่องอื่นตามที่รัฐมนตรีหรือผูออกใบรับรองมอบหมาย (๑๐) แตงตั้งที่ปรึกษา เพื่อใหคําแนะนําในการดําเนินการตามอํานาจหนาที่ของคณะ กรรมการ (๑๑) ดําเนินการออกบัตรประจําตัวเจาหนาที่เพื่อการตรวจและประเมินมาตรฐาน สถานประกอบการ คณะกรรมการตรวจและประเมินมาตรฐานสถานประกอบการกลางใหมีอํานาจและ หนาที่ทั่วราชอาณาจักร สําหรับคณะกรรมการตรวจและประเมินมาตรฐานสถานประกอบ การประจําจังหวัดใหมีอํานาจและหนาที่เฉพาะในเขตจังหวัด ขอ ๒๘ นอกจากอํานาจตามขอ ๒๗ ใหคณะกรรมการตรวจและประเมินมาตรฐาน สถานประกอบการกลางมีอํานาจเพิ่มเติมดังตอไปนี้ (๑) สอบความรูขึ้นทะเบียนรับรองผูดําเนินการ (๒) รับรองหลักสูตรที่จัดฝกอบรม ผูดําเนินการสปา หรือพนักงานผูใหบริการโดย หนวยงานของรัฐที่มีหนาที่เกี่ยวกับการพัฒนาความรู ตลอดจนสถานศึกษา สถาบันที่ไดรับ การรับรองจากทางราชการที่เกี่ยวของกับความรูดังกลาว (๓) ใหขอแนะนําตอหนวยงานที่เกี่ยวของในการพัฒนาความรูอยางตอเนื่องตลอดจน หลักเกณฑและวิธีการตามประกาศฉบับนี้ ขอ ๒๙ การประชุมของคณะกรรมการตองมีกรรมการมาประชุมไมนอยกวากึ่งหนึ่ง ของคณะกรรมการทั้งหมดจึงจะเปนองคประชุม ถาประธานกรรมการไมมาหรือไมอยูในที่ประชุม ใหที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่ง เปนประธานที่ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมใหถือเสียงขางมาก กรรมการคนหนึ่งใหมีเสียงหนึ่งใน
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ194 การลงคะแนน ถาคะแนนเสียงเทากันใหประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่ง เปนเสียงชี้ขาด ขอ ๓๐ ในการตรวจและประเมินมาตรฐานสถานประกอบการ ใหคณะกรรมการ แตงตั้งคณะอนุกรรมการตรวจและประเมินสถานประกอบการขึ้น โดยมีอํานาจหนาที่ ดังนี้ (๑) ตรวจลักษณะและมาตรฐานสถานประกอบการตามมาตรฐานของสถานประกอบ การแตละประเภทตามประกาศนี้ แลวเสนอผลการตรวจพรอมความเห็นตอคณะกรรมการ เพื่อพิจารณาตอไป (๒) หนาที่อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย ในการประชุมคณะอนุกรรมการใหนําความในขอ ๒๙ มาใชโดยอนุโลม กรณีการตรวจ และประเมินมาตรฐานสถานประกอบการตามวรรคหนึ่ง ตองแจงให ผูประกอบการทราบลวงหนาตามสมควร ยกเวนกรณีที่มีเหตุจําเปนที่จะตองมีการตรวจสอบ เนื่องจากสถานประกอบการดําเนินการผิดไปจากมาตรฐานที่กําหนดหรือดําเนินการขัดตอความ สงบเรียบรอยและศีลธรรมอันดี ไมตองแจงใหผูประกอบการทราบแตคณะอนุกรรมการตอง แสดงบัตรประจําตัวเจาหนาที่เพื่อการตรวจและประเมินมาตรฐานสถานประกอบการ และ เพื่อประโยชนในการออกใบรับรองมาตรฐานสถานประกอบการตามประกาศนี้ ผูประกอบ การตองอํานวยความสะดวกในการตรวจดังกลาว สวนที่ ๒ การออกและการเพิกถอนใบรับรองมาตรฐาน ขอ ๓๑ การยื่นคํารองขอรับรองมาตรฐานสถานประกอบการ ในเขตกรุงเทพมหานคร ใหยื่น ณ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ในสวนภูมิภาคใหยื่น ณ สํานักงานสาธารณสุขจังหวัด ซึ่งเปนที่ตั้งของสถานประกอบการนั้น การขอและการออกใบรับรองมาตรฐานการประกอบกิจการสถานประกอบการประเภท ใดใหเปนไปตามมาตรฐานสถานประกอบการประเภทนั้น คํารองขอรับรองมาตรฐานและใบรับรองมาตรฐานใหเปนไปตามแบบ แนบทายประกาศนี้ ในกรณีที่คณะกรรมการเห็นวาหรือมีผูรองเรียนวาสถานประกอบการใดไมมีมาตรฐาน ของสถานที่ ผูประกอบการ ผูดําเนินการ การบริการ ความปลอดภัย หรือผูใหบริการเปน ไปตามที่กําหนดไวในประกาศนี้ ใหคณะกรรมการดําเนินการตรวจสอบเพื่อการดําเนินการ ใหเปนไปตามมาตรฐานที่กําหนดไวในประกาศนี้
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 195 ขอ ๓๒ ผูประกอบการที่ยื่นขอใหรับรองมาตรฐานตองมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะ ตองหามดังนี้ (๑) มีอายุไมตํ่ากวา ๒๐ ปบริบูรณ (๒) มีถิ่นที่อยูในประเทศไทย (๓) ไมเปนโรคตองหามดังตอไปนี้ (ก) โรคพิษสุราเรื้อรัง (ข) โรคติดยาเสพติดใหโทษอยางรายแรง (ค) โรคจิตรายแรง (ง) โรคอื่นใดในระยะรุนแรงที่เปนอุปสรรคตอการทํางาน (๔) ไมเปนบุคคลลมละลาย (๕) ไมเปนบุคคลวิกลจริต คนไรความสามารถหรือคนเสมือนไรความสามารถ ในกรณีที่นิติบุคคลเปนผูขอรับใบรับรองมาตรฐาน ผูแทนของนิติบุคคลนั้นตองมี คุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามตามวรรคหนึ่งดวย ขอ ๓๓ ในกรณีที่ไดรับคํารองขอใบรับรองมาตรฐาน ใหเลขานุการคณะกรรมการ ตรวจสอบหลักฐานและเสนอความเห็นแกคณะกรรมการเพื่อพิจารณาภายใน ๓๐ วัน นับแต วันที่ไดรับคํารองขอใบรับรองมาตรฐาน คณะกรรมการจะตองทําการตรวจลักษณะและมาตรฐานของสถานประกอบการและ การใหบริการ และเสนอความเห็นตอผูออกใบรับรองภายใน ๙๐ วัน นับแตวันที่ไดรับคํา รองขอใบรับรองจากเลขานุการคณะกรรมการ ผูออกใบรับรองตองพิจารณาออกหรือไมออกใบรับรองมาตรฐานภายใน ๑๐ วัน นับ แตวันที่ไดรับเรื่องจากคณะกรรมการ ขอ ๓๔ ในการพิจารณาออกใบรับรองมาตรฐานสถานประกอบการของผูออกใบรับ รองจะตองปรากฏวาผูขอใบรับรองมาตรฐานหรือผูประกอบการไดจัดใหมีกรณีดังตอไปนี้ (๑) มีสถานประกอบการตามเกณฑมาตรฐานที่กําหนด (๒) มีผูดําเนินการที่ผานเกณฑมาตรฐานที่กําหนด (๓) มีผูใหบริการที่ผานเกณฑมาตรฐานที่กําหนด (๔) มีการใหบริการตามเกณฑมาตรฐานที่กําหนด ขอ ๓๕ ใบรับรองมาตรฐานใหมีอายุสองป นับแตวันที่ออกใบรับรองสถานประกอบ
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ196 การใดที่ประสงคจะตออายุใบรับรอง จะตองยื่นคํารองขอใบรับรองภายใน ๓๐ วันกอนใบรับ รองเดิมสิ้นอายุ และใหคณะกรรมการดําเนินการตรวจและประเมินมาตรฐาน เพื่อพิจารณา ออกใบรับรองใหมเมื่อไดยื่นคํารองขอใบรับรองใหมแลว ใหถือวาสถานประกอบการนั้นมี มาตรฐานเปนไปตามประกาศนี้จนกวาผูออกใบรับรองจะมีหนังสือแจงผลการพิจารณาพรอม ดวยเหตุผล และใหคณะกรรมการแจงผลการพิจารณาตอพนักงานเจาหนาที่ตามพระราช บัญญัติสถานบริการ พ.ศ. ๒๕๐๙ ตลอดจนหนวยงานที่เกี่ยวของไดทราบดวย ขอ ๓๖ ใหคณะกรรมการตรวจและประเมินมาตรฐานของสถานประกอบการ อยาง นอยปละ ๑ ครั้ง สถานประกอบการที่ไดรับการรับรองมาตรฐานแลว หากดําเนินการผิดไปจากมาตรฐาน ที่กําหนดหรือดําเนินการขัดตอความสงบเรียบรอยและศีลธรรมอันดี ใหคณะกรรมการดําเนิน การแจงใหแกไข วากลาว ตักเตือน หรือเสนอเพิกถอนใบรับรองมาตรฐานตามแตกรณี ในกรณีที่มีการแจงใหแกไข ใหกําหนดระยะเวลาตามสมควรแตตองไมเกิน ๙๐ วัน หากสถานประกอบการใด ไมสามารถดําเนินการแกไขไดภายในระยะเวลาที่กําหนด ตองยื่นคํารองพรอมเหตุผลความจําเปน กอนวันครบกําหนดตอคณะกรรมการเพื่อพิจารณา ผอนผันไดครั้งละไมเกิน ๓๐ วัน ขอ ๓๗ เมื่อผูออกใบรับรองไดพิจารณาออกใบรับรองมาตรฐานสถานประกอบ การใหแกสถานประกอบการใดแลว ใหสถานประกอบการนั้นไดรับเครื่องหมายสัญลักษณ “มาตรฐาน สบส” โดยเครื่องหมายสัญลักษณดังกลาวใหมีรูปแบบตามแนบทายประกาศนี้ สถานประกอบการที่ไดรับการรับรองมาตรฐานแลวตองแสดงใบรับรองมาตรฐานและ เครื่องหมายสัญลักษณ “มาตรฐาน สบส” ไวในที่เปดเผยและมองเห็นไดชัดเจน ณ สถาน ประกอบการนั้น สถานประกอบการใดที่ไมไดรับรองมาตรฐานหรือไมไดรับรองการตออายุใบรับรอง มาตรฐานหรือถูกเพิกถอนใบรับรองมาตรฐาน ไมมีสิทธิแสดงเครื่องหมายสัญลักษณ “มาตรฐาน สบส” ณ สถานประกอบการนั้น ในกรณีที่สถานประกอบการจะขอเลิกกิจการใหแจงขอเลิกการรับรองมาตรฐานตอ คณะกรรมการทราบภายในเจ็ดวันนับแตวันเลิกกิจการ แตไมเปนเหตุหยุดการพิจารณาเพิก ถอนใบรับรองมาตรฐานจากการประกอบกิจการที่เกิดขึ้นกอนหนา
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ 197 หมวด ๔ อุทธรณ ขอ ๓๘ ในกรณีที่ผูออกใบรับรองไมออกใบรับรองมาตรฐานหรือไมตออายุใบรับรอง มาตรฐานหรือเพิกถอนการรับรองมาตรฐานสถานประกอบการ ผูขอรับใบรับรองมาตรฐาน หรือขอตออายุใบรับรองมาตรฐาน หรือผูถูกเพิกถอนใบรับรองมาตรฐาน มีสิทธิอุทธรณเปน หนังสือตอปลัดกระทรวงสาธารณสุขภายในสามสิบวันนับแตวันที่ไดรับหนังสือแจงการไม ออกใบรับรองมาตรฐาน การไมตออายุใบรับรองมาตรฐานหรือเพิกถอนการรับรองมาตรฐาน แลวแตกรณี ในการพิจารณาอุทธรณ ใหปลัดกระทรวงสาธารณสุขพิจารณาอุทธรณใหแลว เสร็จภายในสามสิบวันนับแตวันที่ไดรับหนังสืออุทธรณ กรณีมีเหตุจําเปนไมอาจดําเนินการ พิจารณาอุทธรณใหแลวเสร็จในระยะเวลาดังกลาว ใหขยายระยะเวลาพิจารณาอุทธรณไป ไดอีกสามสิบวัน ทั้งนี้ ตองแจงใหผูอุทธรณทราบเปนหนังสือดวย คําสั่งวินิจฉัยของปลัดกระทรวงสาธารณสุขใหเปนที่สุด ในระหวางการอุทธรณ ผูออกใบรับรองมีอํานาจสั่งใหทุเลาการบังคับตามคําสั่งตาม วรรคหนึ่งไวจนกวาจะมีคําวินิจฉัยอุทธรณก็ได ประกาศ ณ วันที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ รอยตํารวจเอก เฉลิม อยูบํารุง รัฐมนตรีวาการกระทรวงสาธารณสุข
  • คู่มือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ198 ชื่อเรื่อง คูมือการสุขาภิบาลสถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ ที่ปรึกษา นางมนทิรา ทองสาริ ผูอํานวยการสํานักอนามัย นางวันทนีย วัฒนะ รองผูอํานวยการสํานักอนามัย นางอินจิรา นิยมธูร ผูอํานวยการกองสุขาภิบาล สิ่งแวดลอม คณะผูจัดทํา นายประสิทธิ์ เหลืองรุงเกียรติ หัวหนากลุมงานสุขาภิบาลโรงงานฯ นางชนิดา แกววิจิตร นักวิชาการสุขาภิบาล ๗ ว นางดาราวรรณ บัววัฒนา นักวิชาการสุขาภิบาล ๗ ว นายพันธวัฒน พิทยาพิทักษ นักวิชาการสุขาภิบาล ๕ นางสาวเพ็ญนภา ทองอาจ นักวิชาการสุขาภิบาล ๕ นางนภาพรรณ นาคสวัสดิ์ นักวิชาการสุขาภิบาล ๕ นางสาวนิมิน มูลศรี นักวิชาการสุขาภิบาล ๕ นางสาวสุภาพร จันทศร นักวิชาการสุขาภิบาล ๓ ผูจัดพิมพ กลุมงานสุขาภิบาลโรงงานและกิจการที่เปนอันตรายตอสุขภาพ กองสุขาภิบาลสิ่งแวดลอม สํานักอนามัย กรุงเทพมหานคร โทร. 0 2354 4228 โทรสาร 0 2640 9980 ผูพิมพ บริษัท.มิลคกี้ เวย พริ้นติ้งจํากัด โทร. 0 2 938 4414 โทรสาร 0 2 938 5564 ISBN: ...........................