Your SlideShare is downloading. ×
ลู่ทางและการปรับตัวของธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง โดยกอบชัย จิราธิวัฒน์
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×

Saving this for later?

Get the SlideShare app to save on your phone or tablet. Read anywhere, anytime - even offline.

Text the download link to your phone

Standard text messaging rates apply

ลู่ทางและการปรับตัวของธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง โดยกอบชัย จิราธิวัฒน์

1,667
views

Published on

ลู่ทางและการปรับตัวของธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่ง …

ลู่ทางและการปรับตัวของธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่ง
กอบชัย จิราธิวัฒน์
กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร
บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จากัด (มหาชน)
October 1, 2011

Published in: Business

0 Comments
2 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total Views
1,667
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
2
Actions
Shares
0
Downloads
0
Comments
0
Likes
2
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. ลู่ทางและการปรับตัวของธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่งOctober 1, 2011กอบชัย จิราธิวัฒน์กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จากัด (มหาชน)
  • 2. Content• AEC Background & Free Flow of Service• Macroeconomics Impact from AEC & Implication• ASEAN Retail Business
  • 3. OverviewASEANSecurityCommunityASEANSocial & CultureCommunityASEANEconomicCommunityEstablish AEC within 2015  Blueprint1.Single Market & Production base :2.Competitive Economic Region :3. Equitable Economic Development :4. Integration into the global Economy :ASEAN Vision 2020Transform ASEAN into a stable, prosperous,and highly competitive region with equitableeconomic development, and reducedpoverty and socio-economic disparitiesASEAN Free TradeArea (AFTA)ASEAN FrameworkAgreementon Services (AFAS)ASEAN InvestmentArea (AIA)Source : Trade Negotiation Department, Ministry of Commerce Must Consider Together
  • 4. Free flow of service200851%201070%Other sectors 30% 49% 51%49%2006Logistics70%2015201370%PriorityService SectorICT, Healthcare, Air transport, TourismRetail Businessอนุญาตให้ผู้ประกอบกิจการบริการของอาเซียน ไปทาธุรกิจโดยถือหุ้นได้อย่างน้อยถึง 70 %โดยมีลาดับดาเนินการ คือ• นักวิชาชีพอาเซียนอาจเข้ามาทางานในไทยได้สะดวกขึ้นโดยผ่านความตกลงคุณสมบัติวิชาชีพ MRA ขณะนี้ได้มีการลงนาม MRA สาขาวิศวกรรม พยาบาล สถาปนิก การสารวจ บัญชี แพทย์และ ทันตแพทย์ ท่องเที่ยว การเข้าเมืองและการทางานยังต้องขึ้นกับกฎระเบียบของแต่ละประเทศสมาชิกSource : Trade Negotiation Department, Ministry of Commerce• ทุกประเทศล้วนมีข้อกฏหมาย /ข้อบังคับในทางปฏิบัติมากมาย ที่เป้นอุปสรรคต่อการเปิดเสรี การเปิดเสรีในทางปฏิบัติจึงต้องมีการผ่านกฏหมายต่าง ตามลาดับ เช่น การผ่านพระราชบัญญัติ  แก้ไขกฎกระทรวง
  • 5. Macroeconomics Impact fromAEC & Implications
  • 6. Opportunities & Threats From AECอุตสาหกรรมOpportunity Threatผลิตภัณฑ์เกษตร / ยางแฟชั่นยานยนต์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เฟอร์นิเจอร์วัสดุก่อสร้างน้ามัน (ปาล์ม ถั่วเหลือง)โคนม / โคเนื้อ ชา / กาแฟ หอม / กระเทียม ไหมดิบ อุตสาหกรรมที่ใช้แรงงาน SMEsบริการท่องเที่ยวและภัตตาคารสุขภาพและความงามบริการธุรกิจก่อสร้างและออกแบบ การเงิน (ธนาคารประกันภัย) โทรคมนาคม ค้าปลีก – ค้าส่ง โลจิสติกส์เกษตรกรรมข้าว ธัญพืชน้าตาลทรายผลไม้สดเครื่องปรุงรสน้ามันปาล์ม (มาเลเซีย)เมล็ดกาแฟ (เวียดนาม)มะพร้าว (ฟิลิปปินส์)ชา (อินโดนีเซีย)Source : Trade Negotiation Department, Ministry of Commerceธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่ง อยู่ในสถานะที่เสียเปรียบ เนื่องด้วยโครงสร้างภาษีซึ่งกระทบต้นทุนทางธุรกิจ
  • 7. Opportunity Threatการค้าและการลงทุน•ขยายช่องทางและโอกาสของสินค้าไทยในตลาดอาเซียน•ลดต้นทุนการผลิตจากการนาเข้าวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลาง•จัดตั้งกิจการ ให้บริการตลอดจนทางานในอาเซียนสะดวกมากขึ้น•ย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศที่มีแรงงานทรัพยากร หรือปัจจัยการผลิตที่สมบูรณ์กว่า•คู่แข่งขันและสภาพการแข่งขันในตลาดเพิ่มขึ้น•สินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน/คุณภาพต่าเข้าจาหน่ายในประเทศไทยมากขึ้น•นักลงทุนต่างชาติอาศัยสิทธินักลงทุนสัญชาติอาเซียนเข้ามาลงทุนในไทย•การเคลื่อนย้ายแรงงานมีฝีมือของไทยไปประเทศที่ให้ค่าตอบแทนสูงกว่าOpportunities & Threats From AECSource : Trade Negotiation Department, Ministry of Commerce
  • 8. ตลาด AEC โอกาสของสินค้าและบริการของไทยSource : SCB EIC , Kresearch, IMFขนาดตลาดที่มีศักยภาพและมีการเติบโตทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพGDPPopulation(Million) 580 621(USD Trillion)Middle IncomePopulation(Million)1.5 2.820152010156 300Current Price7 TimesThailand9 TimesThailand5 Times ofTotal ThailandPopulation
  • 9. การเข้าใจตลาดและพฤติกรรมของลูกค้าจะเป็นสิ่งที่สาคัญ• โครงสร้างประชากรของอาเซียน สัดส่วนใหญ่เป็นวัยแรงงาน โดยในอนาคตอีก 10 ปีไทย สิงค์โปร์ จะมีสัดส่วนผู้สูงอายุสูงขึ้น(Aging Society)• รายได้ประชากรที่แตกต่างกันจะกาหนดประเภทสินค้าและบริการที่เหมาะสมกับตลาด- Brand Name, High Quality Product/Service- Price Value Product Service
  • 10. มองล่วงหน้า ไปที่ ASEAN +3, ASEAN +6• รูปแบบการเปิดเสรีจะเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับ ASEAN : Trade  Service  Investment• การมองไปข้างหน้าถึง ASEAN +3, ASEAN +6 เป็นสิ่งที่ธุรกิจไม่ควรมองข้าม
  • 11. นักลงทุนต่างชาติอาศัยสิทธินักลงทุนสัญชาติอาเซียนเข้ามาลงทุนในไทย• การเข้ามาของคู่แข่งรายใหม่ ขึ้นอยู่กับลักษณะแต่ละธุรกิจ สภาวะการแข่งขันและอัตรากาไรของแต่ละธุรกิจ• บางธุรกิจมีการถือหุ้นโดยต่างชาติสูงอยู่แล้วเนื่องจากการพึ่งพิง Branding, Know-How จากต่างประเทศ• ธุรกิจ Retail ในส่วนของ Food Retail และ Department Store เป็นกลุ่มที่ได้รับความสนใจจากต่างชาติ
  • 12. ยุทธศาสตร์การดึงทุนนอก ASEAN เพื่อการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด• การดึงประเทศนอก ASEAN เข้ามาจดทะเบียน ตั้งสานักงานในประเทศ เพื่อให้ได้สัญชาติASEAN และใช้เป็นฐานในการขยายธุรกิจใน ASEAN• จากภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐและยุโรป ทาให้เกิดการชะงักงันการลงทุน จึงเป็นโอกาสของ ASEANที่จะดึงเม็ดเงินดังกล่าวมา• ทุกประเทศจาเป็นต้องเร่งการเปิดเสรี เพื่อรักษาความสามารถทางการแข่งขัน และช่วงชิงการเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคในด้านต่างๆ
  • 13. การเคลื่อนย้ายแรงงานของไทยไปประเทศที่ให้ค่าตอบแทนสูงกว่าSource : IMF World Economic Outlook Database, October 2010การเคลื่อนย้ายจะเกิดขึ้นทั้งแรงงานพื้นฐานและแรงงานฝีมือ• ในส่วนแรงงานพื้นฐาน ไทยต้องอาศัยแรงงานจากประเทศกลุ่ม Cambodia, Myanmar, Laosจากการที่แรงงานไทยมีการเคลื่อนย้ายไปที่ประเทศอื่นๆ และการที่ต้นทุนค่าแรงที่สูงขึ้นแรงงานพื้นฐานสิ่งที่ไทยควรจะดาเนินการคือ นโยบายเกี่ยวกับแรงงานประเทศเพื่อนบ้าน เช่น• การแก้ไขกฎหมายแรงงาน• การวางแผนร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านในการยกระดับแรงงานพื้นฐานให้มีทักษะตรงกับต้องการของไทย
  • 14. แรงงานวิชาชีพมีโอกาสที่จะเคลื่อนย้ายไปประเทศที่มีค่าแรงสูงกว่า* From 2001 accountant salary inflated by headline inflation of each countrySource: SCB EIC analysis based on data from WEO, IMF; Cost of investing and doing business in ASEAN (2001 edition),ASEAN; and Penn world tableCase Study: นักบัญชี• แรงงานวิชาชีพชั้นสูงจะถูกดึงไปอันส่งผลต่อต้นทุนทางธุรกิจที่สูงขึ้น• การพิจารณาแรงงานวิชาชีพในประเทศเพื่อนบ้านที่มีค่าแรงต่ากว่าจะเป็นโอกาส• การศึกษาคุณภาพแรงงาน• การวางแผนพัฒนาและดึงแรงงานที่มีคุณภาพ (University-Inter Program)• ความตกลงคุณสมบัติวิชาชีพ MRA ได้มีการลงนามใน สาขาวิศวกรรม พยาบาล สถาปนิก การสารวจ บัญชีแพทย์ ทันตแพทย์ ท่องเที่ยว• การศึกษา ความต้องการแรงงาน ความพร้อม ขีดความสามารถของแต่ละสาขา เพื่อวางกลยุทธ์แรงงานรายสาขา และดาเนินการปรับกฎหมาย/กฎระเบียบต่างๆ อย่างรัดกุมจะเป็นสิ่งที่สาคัญ• ภาครัฐฯและเอกชน ควรร่วมกันพัฒนา ทักษะ ความสามารถ ตลอดจน Working Culture เพื่อให้แน่ใจว่าเราจะสามารถแข่งขันได้
  • 15. ASEAN Retail Business
  • 16. Business/Competitive Landscape จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิง• การเติบโตของธุรกิจ และ อัตรากาไรจะเป็นตัวดึงดูดการเข้ามาของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งเป็นได้หลายรูปแบบ• การเข้าซื้อและควบรวมกิจการ ตลอดจนการร่วมทุนการและเป็นพันธมิตร เป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต Dynamic CompetitorRetailBusinessDirectInvestmentIncreaseShareownershipPartner withThai RetailPartner withThai Capital(Non-Retail)• Retail เป็นธุรกิจที่มีความ Dynamic สูงอยู่แล้วเพราะเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Lifestyle มีความเป็นFashionable การเข้ามาของ World-Class Playerจะมีอย่างต่อเนื่อง  Dynamic Market• Customer จะไม่ได้มี Loyalty ต่อสินค้าที่มีอยู่ในปัจจุบันอีกต่อไป, ลูกค้าจะพิจารณา Value satisfyneed  Dynamic Customer
  • 17. ธุรกิจต้อง Dynamic เพื่อรักษาความสามารถทางการแข่งขัน• Strengthen Organization Capital :Human Capital, IT Capital, Knowledge Capital• Build World-Class Partner• World-class knowledge, know-how• World-class business model + Speed• World-Class Capitalการวิเคราะห์ Business Value-chain เพื่อวิเคราะห์ Opportunity, Threat ภายใต้กรอบ AECและ Benchmark กับ World-class Players เป็นสิ่งที่สาคัญ• การ Benchmark จะเป็นการ Benchmark กับคู่แข่งในระดับภูมิภาคและระดับโลก และมิติการ Benchmark จะไม่ใช่แค่ Performance• Capital Structure• Knowledge/Human Capital• Business Model• Remuneration & Welfare
  • 18. Central Pattana Public Company LimitedThailands largest retail developer with over 30 yearsof experience.16 shopping centers6 office buildings, one hotel and two residential2 Million Square MetresThailand #1 Property Sector> 74,000 MB. Market Capitalization
  • 19. Keep Revenue Growth RateGrow Market ShareGain from Economy of ScaleOffensive StrategyOverseas ExpansionDevelop 2-3 New Malls/YearMarket will be saturated within 10 YearsLadPraoRamindraBangnaPinklaoPattaya CenterChiangmaiRama3Rama2RattanathibetCentralWorldChaengwattanaPattaya BeachChonburiKhoankheanUdonthaniChiangraiRama9 PitsanulokLadprao Bangna Udonthani
  • 20. ASEAN Retail Business Practical Issuesการศึกษาข้อผูกพัน ร่วมถึงข้อกฎหมายในทางปฏิบัติเป็นสิ่งที่สาคัญมาก เช่น กฎหมายที่ดิน กฎหมายแรงงานโครงสร้างภาษี วัฒนธรรม พฤติกรรมลูกค้า กฎระเบียบและการเมือง• ต้องมีภูมิบุตราถือหุ้นอย่างน้อย 30%• ข้อจากัดเรื่อง Zoning• ต้องมีสินค้ามาเลย์ ในชั้นวาง 30%•ถือครองที่ดินได้ 30-90 ปี• ต่างชาติถือหุ้นได้ 100%• ระยะเวลาการเช่าที่ดินขึ้นกับใบอนุญาตการลงทุน(ปกติต่างชาติลงทุนได้ 50 ปี)• อนุญาตเฉพาะ ค้าปลีก/ค้าส่งขนาดใหญ่ ถือหุ้นได้ 100% แต่ต้องมีPartner Agreement กับ ค้าปลีกรายเล็กของอินโดนิเซีย• ใบอนุญาตอายุ 30 ปี• บริษัทร่วมทุน เช่าที่ดินได้ 95 ปี
  • 21. Awards are the result from strengthenOrganization Capital & Management Mechanism
  • 22. should business be prepared ?• From Local to Global / Regional view  ASEAN Single Market• Begin with Customers  In-depth understanding +Speed + Innovation• What is your Competitive Advantages VS. Business key successfactors  Branding , Business Cluster follow value chain• Strengthen Organizational Capital  Toward World-class M&A, Partnership, Alliance
  • 23. ลู่ทางและการปรับตัวของธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่งOctober 1, 2011กอบชัย จิราธิวัฒน์กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จากัด (มหาชน)
  • 24. Back-Up
  • 25. ศักยภาพของไทยในอาเซียนประเทศประชากร(พันคน)ประเทศGDP(US$ mil.)ประเทศGDP perCapita(US$)ประเทศExport(US$mil.)1.อินโดนีเซีย 231,370 1.อินโดนีเซีย 546,527 1.สิงคโปร์ 36,631 1.สิงคโปร์ 269,8332.ฟิลิปปินส์ 92,230 2.ไทย 264,323 2.บรูไนฯ 26,486 2.มาเลเซีย 156,8913.เวียดนาม 87,230 3.มาเลเซีย 193,108 3.มาเลเซีย 6,822 3. ไทย 152,5004.ไทย 66,900 4.สิงคโปร์ 182,702 4.ไทย 3,951 4.อินโดนีเซีย 116,5105.พม่า 59,530 5.ฟิลิปปินส์ 161,358 5.อินโดนีเซีย 2,364 5.เวียดนาม 56,6916.มาเลเซีย 28,300 6.เวียดนาม 96,317 6.ฟิลิปปินส์ 1,750 6.ฟิลิปปินส์ 38,3357.กัมพูชา 15,000 7.พม่า 24,973 7.เวียดนาม 1,120 7.บรูไนฯ 7,1688.ลาว 5,922 8.บรูไนฯ 14,147 8.ลาว 911 8.พม่า 6,3419.สิงคโปร์ 5,000 9.กัมพูชา 10,368 9.กัมพูชา 693 9.กัมพูชา 4,98610.บรูไนฯ 406 10.ลาว 5,579 10.พม่า 420 10.ลาว 1,237ที่มา : ASEAN Secretariat Year 2009
  • 26. คาดการณ์สัดส่วนภาคบริการต่อ GDP ของอาเซียนประเทศ 2009 2010 2011 2012 2013 2014 2015อินโดนีเซีย 37.1 38.3 39.6 40.9 42.2 43.4 44.7ลาว na na na na na na naมาเลเซีย 49.7 49.6 49.2 49.3 49.6 50.0 50.4พม่า 37.3 36.8 na na na na naฟิลิปปินส์ 55.0 54.9 55.4 55.8 55.8 55.8 55.8สิงคโปร์ 73.2 72.8 na na na na naไทย 45.2 43.9 43.7 44.0 44.3 43.9 43.8เวียดนาม 38.8 38.3 39.0 39.3 39.3 39.4 39.4แหล่งที่มา: www.viewswire.eiu.com
  • 27. GDP จากภาคบริการของไทย5%27%10%14%8%9%4%5%18%ก่อสร้างจัดจาหน่ายโรงแรม/ร้านอาหารขนส่ง คลังสินค้าสื่อสารการเงินการศึกษาสุขภาพและบริการทางสังคมอสังหาริมทรัพย์/กิจกรรมธุรกิจบริการอื่นๆขนส่งโรงแรมจัดจาหน่ายการศึกษาการเงินก่อสร้างแหล่งที่มา : สานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
  • 28. เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ประชากร(พันคน) 87,230 231,370 28,300 92,230GDP GrowthRate5.2% 4.5% 4.8% 1.1%ForecastedGDP GrowthRate(2015)7.2% 7.1% 5.3% 4.4%GDP (mil) US$ 96,317 US$ 546,527 US$ 193,108 US$ 161,358GDP PerCapitaUS$ 1,120US$ 2,346 US$ 6,822US$ 11750สัดส่วนต่อGDPบริการ 43.3%ค้าปลีก 37.7 %บริการ 41.1%ค้าปลีก 40.2 %บริการ 57.4%ค้าปลีก 26.5%บริการ 50.3%ค้าปลีก 33 %สรุปภาพรวมค้าปลีกอาเซียนที่มา : ASEAN Secretariat Year 2009
  • 29. น้าหนักดัชนีปี 2550 GRDI2549GRDI2548GRDI2547CountryRisk25%MarketAttractiveness25%MarketSaturation30%TimePressure20%GRDI2550อินเดีย 67 42 80 74 92 100 100 88จีน 75 46 46 84 86 82 83 86เวียดนาม 57 34 76 59 74 84 79 76มาเลเซีย 70 44 46 54 68 62 67 66ไทย 71 39 30 55 59 64 75 73เกาหลีใต้ - - - - - 63 72 70ไต้หวัน - - - - - 52 59 64ดัชนีการพัฒนาธุรกิจค้าปลีก (Global Retail Development Index: GRDI)ของ AT Kearneyที่มา : AT Kearney 2550
  • 30. อันดับ ประเทศ อัตราการขยายตัวของร้านค้าปลีกปี 2007เทียบกับปี 2002จานวนผู้ค้าปลีกต่อประชากร 1 ล้านคน1 ไทย 66.61 15,9922 ฟิลิปปินส์ 38.43 8,5363 เวียดนาม 11.89 3,3494 อินโดนีเซีย 11.38 2,2925 สิงคโปร์ 1.20 1,8006 มาเลเซีย -3.75 1,006อัตราการขยายตัวของธุรกิจค้าปลีกของประเทศในอาเซียนที่มา: Euromonitor International from trade sources
  • 31. ขอบเขตกิจกรรมบริการจัดจาหน่ายบริการจัดจาหน่ายบริการตัวแทนจาหน่ายค้าปลีกอื่นๆแฟรนไชส์ค้าส่งข้อผูกพันอาเซียนชุดที่ 7 : ข้อผูกพันการเปิดตลาดบริการจัดจาหน่ายของไทย- บริการตัวแทนจาหน่าย- บริการค้าส่งเครื่องกีฬา- บริการแฟรนไชส์- บริการค้าปลีกน้ามันเชื้อเพลิงและน้ามันอื่นๆที่ใช้กับเครื่องยนต์โดยอนุญาตให้ต่างชาติเข้ามาถือหุ้นในสาขาเหล่านี้ได้ไม่เกิน 49%ภาพรวมบริการจัดจาหน่ายของอาเซียน
  • 32. ข้อผูกพันอาเซียนชุดที่ 7 : ข้อผูกพันการเปิดตลาดค้าปลีกของอาเซียนประเทศ ข้อผูกพันการเปิดตลาดบริการค้าปลีกกัมพูชา ผูกพันเฉพาะค้าปลีกน้ามันเชื้อเพลิงมาเลเซีย ผูกพันเปิดตลาดบริการค้าปลีกโดยอนุญาตให้ต่างชาติเข้าไปถือหุ้นได้ไม่เกิน 30% และ- ทุนขั้นต่า 10 ล้านริงกิตมาเลเซีย (สาหรับห้างสรรพสินค้า/ไฮเปอร์มาร์เกต)- ทุนขั้นต่า 5 ล้านริงกิตมาเลเซีย (สาหรับซูเปอร์มาร์เกต)อินโดนีเซีย ไม่ผูกพันฟิลิปปินส์ ผูกพันเฉพาะบริการค้าปลีกน้ามันเชื้อเพลิงลาว ไม่ผูกพันพม่า ผูกพันเฉพาะค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคโดยอนุญาตให้ต่างชาติถือหุ้นได้ไม่เกิน 35%เวียดนาม ผูกพันค้าปลีก 100% ยกเว้นสินค้าที่รัฐบาลเวียดนามสงวนไว้จัดจาหน่ายแต่เพียงผู้เดียว ได้แก่ซิการ์ บุหรี่ น้ามันดิบ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร แผ่นเสียง แถบบันทึกเสียง และอุปกรณ์ต่างๆ ที่สามารถบันทึกภาพและเสียงได้สิงคโปร์ ผูกพันเฉพาะค้าปลีกน้ามันเชื้อเพลิง รถยนต์ รถเล็กสาหรับวิ่งบนหิมะไทย ผูกพันเฉพาะค้าปลีกน้ามันเชื้อเพลิงและน้ามันอื่นๆที่ใช้กับเครื่องยนต์ โดยอนุญาตให้ต่างชาติเข้าไปถือหุ้นได้ไม่เกิน 49%การศึกษาข้อผูกพัน ร่วมถึงข้อกฎหมายในทางปฏิบัติเป็นสิ่งที่สาคัญมาก เช่น กฎหมายที่ดิน กฎหมายแรงงานSource : Trade Negotiation Department
  • 33. เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์อัตราการขยายตัวค้าปลีก11.89% 11.38% -3.75% 38.43%สัดส่วนค้าปลีกต่างชาติ9% 25% 33% 19%ข้อกาหนดการถือหุ้นต่างชาติ100%อนุญาตเฉพาะ ค้าปลีก/ค้าส่งขนาดใหญ่100% แต่มีเงื่อนไขpartnershipagreement กับผู้ประกอบการค้าปลีกขนาดเล็กอินโดนีเซีย ต้องมีภูมิบุตราถือหุ้นอย่างน้อย 30% เงื่อนไขทุนขั้นต่า60% เฉพาะค้าปลีกที่มีทุนจดทะเบียนชาระแล้ว1. >= 2.5 ล้าน US$และไม่เกิน 7.5 ล้าน US$2. >= 250,000 US$(กรณีค้าปลีกสินค้าฟุ่มเฟือย)เงื่อนไขอื่นข้อกาหนดความจาเป็นทางเศรษฐกิจสาหรับoutletfor retailservicesข้อจากัดเรื่องzoning สาหรับค้าปลีกขนาดใหญ่ ใบอนุญาตประกอบกิจการมีอายุ 30 ปี ข้อจากัดเรื่อง Zoning ต้องมีสินค้ามาเลย์วางในชั้นแสดงสินค้าอย่างน้อย30%PerformanceRequirementสรุปภาพรวมค้าปลีกอาเซียนSource : Trade Negotiation Department
  • 34. สรุปภาพรวมค้าปลีกอาเซียนเวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์โครงสร้างตลาดค้าปลีกกลุ่มทุนต่างชาติครองตลาดHypermarket/Supermarket65% ค้าปลีกดั้งเดิม35% modern tradeกลุ่มทุนต่างชาติครองตลาด- Hypermarket:Carrefour, Giant-Supermarket: Hero-Department store:Matahari, Seibuกลุ่มทุนต่างชาติครองตลาด Hypermarket/Supermarket(Carrefour, Giant,Tesco , Jusco)กลุ่มทุนต่างชาติครองตลาดHypermarket/Supermarketสิทธิการถือครองที่ดินของต่างชาติระยะเวลาในการเช่าขึ้นกับใบอนุญาตการลงทุน(ปกติต่างชาติเช่าที่ดินได้ 50 ปี)ไม่อนุญาตให้ต่างชาติถือครองที่ดิน ยกเว้นบริษัทร่วมทุน สามารถถือสิทธิในที่ดิน/อาคารที่ตนใช้อยู่ด้วยการเช่าได้ 95 ปีอนุญาตให้ถือครองได้30-90 ปีต่างชาติสามารถเช่าที่ดินได้ไม่เกิน75 ปีSource : Trade Negotiation Department
  • 35. เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ข้อกาหนดการจ้างแรงงานท้องถิ่นไม่มี  ข้อจากัดการจ้างแรงงานต่างชาติจ้างแรงงานตามสัญญาไม่เกิน 3 ปี• ชั่วโมงการทางาน ไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวันหรือ 48 ชม ต่อสัปดาห์-มาตรการด้านภาษีภาษีเงินได้นิติบุคคล 25% โอนเงินกลับประเทศได้รายไตรมาส ไม่ต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายข้อตกลงยกเว้นการเก็บภาษีซ้อนกับไทยภาษีเงินได้นิติบุคคล10-30%ข้อตกลงยกเว้นการเก็บภาษีซ้อนกับไทยภาษีเงินได้นิติบุคคล25%ภาษีเงินได้นิติบุคคล30%อุปสรรคอื่นๆ แข่งขันสูงโดยเฉพาะกับค้าปลีกข้ามชาติแข่งขันสูง โดยเฉพาะกับค้าปลีกข้ามชาติ ขั้นตอนในการติดต่อระบบราชการเช่น การขอใบอนุญาต ซับซ้อนและใช้ระยะเวลานานปัญหาคอรับชั่นแข่งขันสูงโดยเฉพาะกับค้าปลีกข้ามชาติ แข่งขันสูงโดยเฉพาะกับค้าปลีกข้ามชาติความไม่พร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานปัญหามลภาวะความวุ่นวายทางการเมืองสรุปภาพรวมค้าปลีกอาเซียนSource : Trade Negotiation Department
  • 36. รายละเอียดผู้ร่วมเสวนา
  • 37. คุณบุญชัย โชควัฒนา : ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สหพัฒนพิบูล จากัด (มหาชน)• KhunBoonyasit  Bring Dr. Somkid Jatusripitak to be a group president :• Restructuring , Reorganization  Synergy• Competitive Advantage : Productivity, Product , Human Capital• Ready for AEC• Sahapat > 200 Company, 11 Groups of company : Logistic, Food & Beverage, Apparel ,Leather, Services, etc.  Sales 100 Billion bahtAEC :• Expand business to overseas focus In-depth customer understanding, Look throughASEAN +3, +6• Ensure competitive cost, logistics, trade credit, etc.• Test market by export productPlan : Develop Japanese Town @ Sriracha 600 Rai Invest 10,000 MB.  Travel attraction,Art & Cultural, Shopping mall , Service, restaurants, etc.
  • 38. Appendix : Retail Trend
  • 39. Executive Summary• The dynamic & integrated World• There are many factors which can shake the world economy + Thailand political issue : Egyptcase Impact World stock market, Airline, Brent crude oil has reached a 28 month high of $99.97• To deliver sustainability growth, company can not rely on same market same customer• ASEAN Economic Community 2015  Regional Vision & Strategy• Retail industry : Allow Foreign ASEAN equity participation 51% in 2010, 70% 2015• 2011-2015 : 1st Wave entry of Potential ASEAN player (Singapore, Malaysia) After 2015 2nd Waveentry of Potential ASEAN +6 (Korea, Japan, Australia)• How should business prepared• Company should expand view from local to Global or Regional view• Begin with Customer ? “คุณรู้จักลูกค้าของคุณมากแค่ไหน” : Retail เป็นธุรกิจที่ต้องมีความเข้าใจในตลาดสูงเราทาResearch ลึกขึ้นเรื่อยๆ โดยพยายาม ชี้บ่งคุณลักษณะของลูกค้าเรา Research ว่าลูกค้า เลือกไปที่ไหนบ้าง บ่อยแค่ไหน เราจะรู้สถานะของเราเทียบกับคู่แข่ง• Global Retail & Shopper Trends : proportion of men claiming to be the main shopper increased onaverage from 14% to 22%.• What is your Competency/Value ? (Example : CPN Strengths  Retail wisdom with 30 yrsexperience• What is your business key success factors ? ธุรกิจของเราชนะที่อะไร(Retail  Dynamic with new trend)• How to deliver Value to customer ?  Strengthen Organizational Capital (Human capital, IT capital,Knowledge Capital)• Finding the next playing field : Study China, India
  • 40. Retail IndustryOpportunities ThreatsDomestic• Leverage benefit from AEC- Overall economic growth via Export- Import goods, service  Retail paradise(Complementary with customer trend)- Effective cost via  Material , TechnicalService, Logistic, etc.• Internationalize opportunity from ASEANretailer & ASEAN distributor with haveconnection with International retailer• 1st Wave entry of Potential ASEAN player (Singapore,Malaysia) & 2nd Wave entry of Potential ASEN +6 (Korea,Japan, Australia) via multi entry strategies , leveragestrong financial, business capability & networking• Land & Foreign business Act can not enforce inpractical  Nominee & Partnership• Singapore, Malaysia --> In-depth market study Merchandising plan (International + Thai Tenant +ASEAN Tenant)• Leverage benefit from AEC like domestic player (Importgoods & Material, Technical Service, Etc.)• Scarcity in some area lead to higher cost e.g. constructionsubcontractor, Local unskilled labourRegional• Expand business with retailer & other relatedbusiness in value chains to ASEAN Countries,- Define prospect countries & cities- Define entry strategy for each project- Need market in-depth study- Define Strong partnership- Etc.• Create business with international & ASEANretailer bring new Retailer to Thailand• Law & regulation must study in-depth : AEC may notliberalize in practical• Higher competition from local competitor especially inLeading retail market/cities (Singapore, Malaysia)“Every industries must explore the changed competitive landscape”
  • 41. How should business prepared• Company should expand your view from local to Global/Regional view CPN Vision : Dominate domestic & Expand business to regional• Begin with Customer ? “คุณรู้จักลูกค้าของคุณมากแค่ไหน”Central Case- Retail เป็นธุรกิจที่ต้องมีความเข้าใจในตลาดสูง เพราะแต่ละพื้นที่ในกรุงเทพ หรือต่างจังหวัดก็มีลักษณะโครงสร้างประชากรที่ แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่อง เพศ อายุ รายได้ การศึกษา อาชีพ ซึ่งปัจจัย เหล่านี้ล้วนมีผลต่อพฤติกรรมของผู้บริโภค- ในเวลาว่างคนเชียงใหม่จะชอบตกแต่งบ้าน ทาสวนมากที่สุด ในขณะที่คนกรุงเทพและชลบุรีจะชอบอ่านหนังสือและฟังเพลง- การทา Research เป็นเรื่องที่มีความสาคัญมาก เราทา Research ลึกขึ้นเรื่อยๆ โดยพยายาม ชี้บ่งคุณลักษณะของลูกค้า เราพบว่า คนกรุงเทพที่เราสารวจ60% จะเป็นกลุ่ม Budget ใช้เงินตามงบประมาณที่มี28% เป็น Trendy ใช้ของทันสมัย ราคาเหมาะสม10% จะเป็นกลุ่ม Unique เน้นเอกลักษณ์ โดดเด่น แตกต่าง1% จะเป็น Luxury ที่ไม่คานึงถึงราคาโดยพอเป็นต่างจังหวัด สัดส่วนของกลุ่ม Budget ก็มากขึ้น เราศึกษาเชิงลึกเป็นรายอาเภอ ก็พบว่ามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยยะสาคัญ ในสัดส่วนดังกล่าว โดยบางอาเภอของชลบุรี (บางละมุง) จะมีสัดส่วนที่เหมือนกรุงเทพ
  • 42. - About 40% of respondents go shopping at least once a week.- The major reasons for going to store#1 are close to home (74-84%) and variety of shop(64-75%)  Large shopping mall with Variety (One stop shopping)- เรา Research ว่าลูกค้า เลือกไปที่ไหนบ้าง บ่อยแค่ไหน เราจะรู้สถานะของเราเทียบกับคู่แข่ง- The other important reasons are activities/ promotion, ambience and facilities (20-43%)- The main destination of respondents when they go shopping are supermarket (81-95%),restaurant (48-54%), and window shopping (31-32%), except CM 56% > Restaurant- About 70%-80% of respondents spend 1 - 2 hours in shopping center. 30% of BKKrespondents stay longer than 2 hours.- The most interesting activities are OTOP/food, health, and grand sale for all locations.Chiengmai and Chonburi also interested in family activity.- สิ่งที่เราศึกษาต่อมาคือ Image Attribute ว่าลูกค้ามองว่าศูนย์การค้าแต่ละแห่งเป็นอย่างไร The bestimage for CPN and the Mall group are ambience, brandname, activities, fashion, education,and cinema/bowling/karaokeCentral Case (Cont.)“ Our Strategy will be challenged everyday by customers & competitors”“ Turn research finding to be a Strategy ”“ For overseas market, we have to study in-depth like domestic to ensure success”
  • 43. Global Retail & Shopper Trends (Cont.)- Globally, the customer confidence index reached its highest level since Q3 2007, at 93points in Q2 2010, India & Indonesia occupied the top 2 positions globally- Modern trade on the rise: Across the region, the modern trade now accounts for 53% of thepackaged grocery sales tracked by Nielsen, from the 35% share in 2000.- Some change in who is taking responsibility for doing the grocery shopping. Acrossthe Asia region, the proportion of men claiming to be the main shopper increased onaverage from 14% to 22%.- A prominent impact of the economic downturn on shopper’s behavior was an increasedfocus on value across all markets, retailer driven with the amount of retailer promotionalactivity increasing sharply in a number of markets- The proportion of shoppers who claim to be promotion seekers increased noticeably,particularly in some of the developing markets such as Vietnam, India and China- The story is different in Indonesia, where shoppers were less inclined to buy based onpromotional offers. Shoppers were more likely to focus on buying the brands that theytrusted.Know industry movement both global & Thai
  • 44. Thai Retail & Shopper Trend• สภาพการแข่งขันมีรูปแบบที่ชัดเจนมากขึ้น เน้นการขยายสาขา การวางรูปแบบร้านค้าที่สะดวกในการจับจ่ายใช้สอยประเภทร้านค้าปลีกมีครบทุกประเภท มีร้านเฉพาะทางขนาดใหญ่ขึ้น เช่น สินค้าการก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ ร้านเฉพาะอย่างขนาดเล็ก เช่น เสื้อผ้า ร้านขายยา ธุรกิจอาหาร• ประสิทธิภาพธุรกิจค้าปลีกของงไทย : ยอดขายต่อพนักงานในไทยเฉลี่ยน 379,431 บาทต่อคน ยอดขายต่อร้านค้า 1.5 ล้านบาท ร้านค้า/ ประชากร 211.5 ร้าน /ประชากร 10,000 คน (2004)  ประเทศที่ระบบค้าปลีกแข็งแรง จานวนร้านต่อประชากรจะน้อยกว่า ยอดขายต่อร้านจะสูงกว่า ขนาดร้านจะใหญ่กว่า• ปัจจัยที่มีผลต่อรูปแบบการค้าปลีก : การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค รูปแบบธุรกิจต่างประเทศ ข้อกาหนดในธุรกิจ สภาพการแข่งขันและสิ่งแวดล้อมในอุตสาหกรรม• รูปแบบการบริโภค มุ่งเน้นเรื่องคุณภาพ การบริการ ผู้ประกอบการเน้น การบริการ การสร้างตราสินค้า การออกแบบตกแต่งร้านค้า รักษาอัตราส่วนกาไรไม่ต่ากว่าร้อยละ 30• ธุรกิจขนาดย่อมในประเทศไทย เป็นธุรกิจค้าปลีก 50.7% ธุรกิจค้าส่ง 4.2% (2003) การจ้างงานเป็นสัดส่วน 15%(5.53 ล้านคน : 2006)• การยกร่างกฎหมายค้าปลีก ค้าส่ง โดยเน้นการจัดการ Zoning ให้ธุรกิจขนาดใหญ่เปิดภายนอกเมืองมากขึ้น เน้นการสร้างประโยชน์ภาพรวมกับเศรษฐกิจ• ห้างขนาดใหญ่มีอานาจต่อรองมากขึ้น มีรูปแบบการค้ากึ่งผูกขาด การตัดตอนผู้ค้าส่ง ทาให้ผู้ค้าส่งอ่อนแอลง ร้านค้ารายเล็กปิดตัวลง โดย 1 กม. รอบ Hypermarket มีร้านค้าลดลงสุทธิ 15 % (TDRI 2001)• ประเทศไทยต้องสร้างกระบวนการพัฒนาธุรกิจค้าปลีกของคนไทย สร้างกฎเกณฑ์ในการควบคุมกระบวนการค้าเพื่อให้ร้านค้าเล็กปรับตัว การวางแผนพัฒนาตามการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค การดูแลความสมดุลทางสังคมควบคู่ด้วย
  • 45. • นายกสมาคมค้าปลีกคาดแนวโน้มธุรกิจปี 54 ดีขึ้น ภาพรวมยังโตได้ 8% ภาพรวมมูลค้าธุรกิจ 1.4ล้านล้านบาท การแข่งขันสูงในมินิมาร์ท ผู้ประกอบการพิจารณาเรื่องการควบคุมต้นทุน  การลงทุนของทุนจีน ในธุรกิจค้าปลีกและเทรดดิ้ง• การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค• ผู้บริโภคชอบความแปลกใหม่ ความคิดสร้างสรรค์• ผู้บริโภคต้องการความหลากหลายของสินค้า ตัวเลือกสินค้ามากขึ้นในแต่ละประภทของสินค้า ต้องมีบริการครบวงจร• ผู้บริโภคต้องการความคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป โดยพิจารณาเทียบกับคุณค่าที่ได้รับ• ผู้บริโภคต้องการความสะดวกสบายเรื่องการสัญจรและที่จอดรถ• ผู้บริโภคต้องการร้านค้าที่เปิดชั่วโมงทาการยาวนานขึ้น• ผู้บริโภคไม่ต้องการรอคอยนาน ต้องมีการวางแผนการบริการลูกค้า• ผู้บริโภคขอบบรรยากาศที่ดีของร้าน รวมถึงอัธยาศรัยของพนักงานThai Retail & Shopper Trend
  • 46. Know your business Key success factorsFor Retail  Dynamic is a very important Key Success factorsEmerging of new trendSocial Media Adoption• Using social network to find untapped market and try to serve them• Social Media monitoring and analysis to act as early warning system to identify potential threats and toget customer insights• Create network effect : positive word of mouth referral• Integrate marketing campaign across website, facebook, twitter, mobile and other channel• Doing PR,CRM and CSR via social networkEquip Gadget@shop  Mobile & Internet @ shop store to provide information and experienceCustomization & Co-Creation with Customer  Gift card decorationMobile Innovation• Tracking and alerting customer via mobile social network (could reach customer real-time)• Mobile Payment: ease of payment to tab into impulse buyingWebsite: Social shopping platform for people to interact, visual Central Department store, onlinevideosHow should business prepared
  • 47. How should business prepared• How to deliver Value to customer ?  Organizational Capital has to be well function Competitive Advantage• Preparing Human capital  Regional Vision  Regional Human capital”• Organization/ Business Process  Continuous improvement + Equip IT capital Best practice  benchmark with World class player• Accumulate Knowledge base  Knowledge capital The next competition is knowledge competition
  • 48. • Find your next playing Field : Retail Business  People recognize that CPN go to China What about the next playing field ?  IndiaIndia• Total retail sales will grow from US$ 392.63 billion in 2011 to US$ 674.37 billion by 2014. 3 Yrs 71%• Mass grocery retail (MGR) sales in India predicts that sales through MGR outlets willincrease by 145 per cent to reach US$ 21.35 billion by 2014.• China and India are predicted to account for more than 91 per cent of regional retailsales in 2011, and by 2014 their share of the regional market is expected to be more than 92per cent. Growth in regional retail sales for 2011-2014 is forecast by BMI at 48.1 percent, an annual average 15 per cent.Source : The BMI India Retail Report• Indias retail market is expected to be worth about US$ 410 billion, with 5 per cent ofsales through organised retail, meaning that the opportunity in India remains immense.Retail should continue to grow rapidly—up to US$ 535 billion in 2013, with 10 per centcoming from organised retailSource : A T KearneyHow should business prepared