สรุปผลการประชุมวิชาการ : นโยบายและยุทธศาสตร์เรื่องพืชกระท่อม. และสารเสพติดที่มี ส่วนผสมขอ
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 

สรุปผลการประชุมวิชาการ : นโยบายและยุทธศาสตร์เรื่องพืชกระท่อม. และสารเสพติดที่มี ส่วนผสมขอ

on

  • 1,088 views

สรุปผลการประชุมวิชาการ : นโยบายและยุทธศาสตร์เรื่องพืชกระท่อม. ...

สรุปผลการประชุมวิชาการ : นโยบายและยุทธศาสตร์เรื่องพืชกระท่อม. และสารเสพติดที่มี ส่วนผสมของพืชกระท่อม.
วันที่12 พฤษภาคม 2551

http://nctc.oncb.go.th/new/images/stories/conclusion/_%20.pdf

Statistics

Views

Total Views
1,088
Views on SlideShare
1,088
Embed Views
0

Actions

Likes
0
Downloads
4
Comments
0

0 Embeds 0

No embeds

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

สรุปผลการประชุมวิชาการ : นโยบายและยุทธศาสตร์เรื่องพืชกระท่อม. และสารเสพติดที่มี ส่วนผสมขอ สรุปผลการประชุมวิชาการ : นโยบายและยุทธศาสตร์เรื่องพืชกระท่อม. และสารเสพติดที่มี ส่วนผสมขอ Document Transcript

  • สรุปผลการประชุมวิชาการ : นโยบายและยุทธศาสตรเรื่องพืชกระทอม และสารเสพติดที่มีสวนผสมของพืชกระทอม วันที่ 12 พฤษภาคม 2551 เวลา 08.30-16.30 น. ณ โรงแรมปริ๊นสตั้น พารค สวีท เขตดินแดง กรุงเทพฯ ---------------------------------------------- “กระทอม” จัดเปนพืชเสพติดที่มีการใชโดยชาวบานและผูใชแรงงานในภูมิภาคตางๆ ของไทยมานาน ผลกระทบทางลบของการเสพพืชกระทอมที่สําคัญคือโทษพิษภัยของไมตราจินีน (Mitragynien) ซึ่งมีฤทธิ์กระตุนประสาท เมื่อเสพไประยะหนึ่งสามารถทําใหเกิดการเสพติด ซึ่งสงผลตอรางกายและจิตใจของผูเสพ กฎหมายของประเทศไทยกําหนดใหพืชกระทอมเปน ยาเสพติดใหโทษประเภทที่ 5 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ.2522 ซึ่งในทางปฏิบัติ จะไมคอยมีการบังคับใชกฎหมายในคดีเสพ สวนคดีที่เกี่ยวของกับการผลิต การคา เริ่มสูงมากขึ้น ตั้งแต พ.ศ.2550 เปนตนมา และเริ่มเปลี่ยนแปลงไปในมิติตางๆ โดยมีการนําพืชกระทอมไปใช เปนสวนผสมของสารเสพติดที่ใชกันแพรหลายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใตมีการนําใบกระทอม ที่ขึ้นตามพื้นที่หัวไรปลายนาและพื้นที่เขตอุทยานแหงชาติ เขตปาสงวน มาลําเลียง-คา ในภูมิภาค ตางๆ มากขึ้น ทั้งในรูปใบกระทอมสดและพืชกระทอมแปรรูป รวมทั้ง มีการปลูกพืชกระทอมเพื่อ การคาในหลายพื้นที่แมแตในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ความเปนมา เมื่อปลายป 2550 มีการนําเสนอประเด็นการขยายตัวของปญหาพืชกระทอมจากภาคใต เขามายังศูนยอํานวยการตอสูเพื่อเอาชนะยาเสพติด (ศอ.ปส.) เพื่อใหพิจารณานโยบายการแกไข ปญหาพืชกระทอม โดยใหทบทวนสถานการณปญหา ผลการดําเนินงานแกไขปญหา กฎหมาย นโยบายและขอสั่งการตางๆ ที่เกี่ยวของ ซึ่งที่ประชุม ศอ.ปส. ไดพิจารณาในประเด็นดังกลาว อยางกวางขวางทั้งในสวนของขอเสนอการปรับปรุงมาตรการทางกฎหมาย เชน การเพิ่มโทษ ในฐานความผิดที่เกี่ยวกับการผลิต การคา ซึ่งมีทั้งขอดีและขอเสีย การเพิ่มความเขมขนของ การดําเนินงานตามมาตรการอื่นที่มีอยู ทั้งดานการเผยแพรขอมูลขาวสาร การใหความรูแกเยาวชน และประชาชนเพื่อตระหนักถึงโทษพิษภัยของพืชกระทอม ฯลฯ นอกจากนี้ยังไดมอบหมายให สํานักงาน ป.ป.ส. หารือกับหนวยงานที่เกี่ยวของใหรอบคอบกอนที่จะนําเสนอเปนขอเสนอทาง นโยบายและยุทธศาสตรตอไป สํานักงาน ป.ป.ส. จึงเห็นควรจัดการประชุมวิชาการครั้งนี้ขึ้น เพื่อทบทวนสถานการณ และแนวโนมปญหาพืชกระทอม ผลการดําเนินงานปองกันและแกไขปญหาพืชกระทอมตาม นโยบายและมาตรการที่มีอยูในปจจุบัน ขอมูลวิชาการ ผลการศึกษา วิจัยที่เกี่ยวของ และจัดทํา เปนขอเสนอทางนโยบาย ยุทธศาสตร ตลอดจนแนวทางการดําเนินงาน เพื่อใหการปองกันและ แกไขปญหาพืชกระทอมมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นตอไป
  • 2 สวนวิชาการดานยาเสพติด สํานักพัฒนาการปองกันและแกไขปญหายาเสพติด สํานักงาน ป.ป.ส. 1. เพื่อแลกเปลี่ยนขอมูล องคความรู สถานการณ กฎหมายที่เกี่ยวของ รวมทั้ง ผลการปฏิบัติงานดานการปองกันและแกไขปญหาพืชกระทอม และสารเสพติดที่มีสวนผสม วัตถุประสงค ของพืชกระทอม 2. เพื่อพัฒนาขอเสนอเชิงนโยบายและยุทธศาสตรดานการปองกันและแกไขปญหา พืชกระทอมและสารเสพติดที่มีสวนผสมของพืชกระทอม นักวิชาการ นักวิจัย ผูแทนหนวยงานภาคี ผูบริหารและเจาหนาที่ของสํานักงาน ป.ป.ส. ทั้งสวนกลางและสวนภูมิภาค นําเสนอขอมูล องคความรูตางๆ ที่เกี่ยวของ และผูเขาประชุมได อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ตลอดจนใหขอเสนอเชิงนโยบาย โดยมี นายพิทยา จินาวัฒน รองเลขาธิการ ป.ป.ส. เปนประธานผูนําการประชุม รูปแบบการประชุม ประเด็น/หัวขอเรื่องในการนําเสนอและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น 1. สถานการณปญหาและแนวโนม 2. การศึกษาวิจัย และองคความรูที่เกี่ยวของ (พ.ศ.2546-2550) 3. การทบทวนนโยบาย ยุทธศาสตร และมาตรการในการปองกันและแกไขปญหา พืชกระทอมในปจจุบัน 4. ขอเสนอเชิงนโยบาย ยุทธศาสตร และแนวทางการดําเนินงานตอไป 5. สรุปผลการประชุมในภาพรวม สรุปขอมูลที่สําคัญจากการประชุม ◘ มีดังนี้ ■ สถานการณปญหาและแนวโนม 1. การผลิต สถานการณปญหาพืชกระทอมในปจจุบัน การผลิตมี 2 ลักษณะ คือ ลักษณะแรกเปนการเก็บใบกระทอมจากการที่พืช กระทอมขึ้นตามธรรมชาติ อาทิ ในพื้นที่หัวไรปลายนา พี้นที่เขตปาสงวนฯ เขตอุทยานฯ ฯลฯ สวนลักษณะที่สอง คือ การปลูกพืชกระทอมเพื่อการคา อาทิ ในเขตหนองจอก เขตประเวศ เขตสวนหลวง ซึ่งเปนพื้นที่เขตรอบนอกของกรุงเทพฯ ฯลฯ แนวโนมของการผลิตแบบปลูก พืชกระทอมเพื่อการคา อาจมีเพิ่มมากขึ้น หากไมมีมาตรการปองปราม และมาตรการที่เขมงวด รุนแรง อาทิ การเพิ่มโทษ การยึดทรัพยผูผลิต ฯลฯ 2. การคา พืชกระทอมที่ใชในการคาพบวามีทั้ง ใบกระทอมสด ใบกระทอมแหง และใบ กระทอมบดละเอียดเปนผง รูปแบบการคาพบวามีการคาสงเพิ่มมากขึ้น โดยตลาดของพืช กระทอมเริ่มขยายตัวจากตลาดทองถิ่น เปนตลาดตางพื้นที่ และตลาดตางประเทศ กลุมการคา
  • 3 สวนวิชาการดานยาเสพติด สํานักพัฒนาการปองกันและแกไขปญหายาเสพติด สํานักงาน ป.ป.ส. มีทั้งคาพืชกระทอมอยางเดียว และคายาเสพติดหลายชนิด การลําเลียงสวนใหญนิยมใชการขนสง ทางบกโดยรถบรรทุก (pick up) 3. การแพรระบาด การแพรระบาดของพืชกระทอมมีการขยายตัวเพิ่มมากขึ้นในพื้นที่ตางๆ อาทิ ภาคใต ภาคกลาง ซึ่งสวนใหญเปนพื้นที่ในชนบท กลุมผูเสพมีความหลากหลายเพิ่มมากขึ้น เดิมสวนใหญผูเสพคือกลุมผูใชแรงงาน เกษตรกร แตปจจุบันขยายเปนกลุมผูขับรถบรรทุก/ รถมอเตอรไซค/รถแท็กซี่ในกรุงเทพฯ วัยรุนในภาคใต และกลุมผูวางงาน ฯลฯ จากการศึกษาพบวา ผูเสพกระทอมสวนใหญเปนเพศชาย การศึกษาไมสูงนัก ฐานะทางเศรษฐกิจอยูในระดับยากจน อายุเฉลี่ยเริ่มลดลง วัตถุประสงคของการเสพเปลี่ยนแปลงไป คือจากเดิมเพื่อใหทํางานกลางแดดไดทนนาน เปลี่ยนเปนการเสพเพื่อความสนุกสนานเพิ่มมากขึ้น รูปแบบการเสพ มีทั้งเสพใบกระทอมอยางเดียวโดยการเคี้ยว การชงน้ําดื่ม การสูบ ตลอดจน เสพใบกระทอมเพื่อทดแทนยาเสพติดชนิดอื่นที่หายากและมีราคาแพง และการเสพกระทอมตาม สูตรผสมตางๆ โดยตั้งชื่อตางๆ กันไป อาทิ สี่คูณรอย วันทูคอล ฯลฯ ซึ่งพบมากในจังหวัด ชายแดนภาคใต สถิติการจับกุม ระหวาง พ.ศ. 2546-2550 พบวา พืชกระทอมมีจํานวนคดี ที่จับกุมและปริมาณของกลางสูงขึ้นมากใน พ.ศ.2550 คดีสวนใหญเกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และกรุงเทพฯ สวนพื้นที่จังหวัดพบวามีการจับกุมเพิ่มขึ้น จาก 7 จังหวัดใน พ.ศ.2546 เปน 20 จังหวัด ใน พ.ศ. 2550 สถิติการบําบัดรักษา ระหวาง พ.ศ. 2546-2550 พบวา ผูใชพืชกระทอมเขารับ การบําบัดรักษาปละไมเกิน 500 คน สวนใหญเปนเพศชาย และสวนใหญมาจากภาคใต การศึกษาสถานภาพการใชสารเสพติด พืชกระทอม พ.ศ.2550 โดยเครือขาย องคกรวิชาการสารเสพติด พบวา ประชากรภาคใตรายงานวาเคยใชสูงที่สุด รองลงมาคือ กรุงเทพฯ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ ตามลําดับ โดยผูเคยใชในระยะ 1 ป มีจํานวน 378,214 คน และผูเคยใชใน 30 วัน มีจํานวน 264,522 คน พืชกระทอมมีแนวโนมการแพรระบาดขยายตัวเพิ่มมากขึ้น ทั้งในมิติดานพื้นที่ และจํานวนผูเสพ โดยมีสาเหตุที่สําคัญคือ ผูเสพมีทัศนคติที่ดีตอพืชกระทอม ราคาไมแพง โทษพิษภัยไมรุนแรง และโทษตามกฎหมายนอย ◘ ■ การศึกษาวิจัย และองคความรูที่เกี่ยวของ (พ.ศ.2546-2550) จากการรวบรวมขอมูลพบวา การศึกษาวิจัย และองคความรูที่เกี่ยวของกับพืชกระทอม ระหวาง พ.ศ.2546-2550 ที่สําคัญมีดังนี้ การศึกษา วิจัย และองคความรูที่เกี่ยวของ 1. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร, ชุดโครงการวิจัย การศึกษาทางเภสัชวิทยาและพิษวิทยา ของใบกระทอม, 2548-2552 (ขณะนี้อยูระหวางดําเนินการวิจัยและมีการนําเสนอผลการศึกษา เบื้องตนของโครงการวิจัยยอยบางโครงการไปบางแลวในการประชุมวิชาการสารเสพติดระดับชาติ ครั้งที่ 4 ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร ระหวางวันที่ 3-5 กรกฎาคม 2550)
  • 4 สวนวิชาการดานยาเสพติด สํานักพัฒนาการปองกันและแกไขปญหายาเสพติด สํานักงาน ป.ป.ส. ชุดโครงการดังกลาวประกอบดวยโครงการวิจัยยอย 7 โครงการ คือ 1) ฤทธิ์ลดน้ําตาลในเลือดของสารสกัดหยาบใบกระทอม 2) ผลของสารสกัดใบกระทอมตอระบบทางเดินอาหาร 3) การพัฒนาวิธีวิเคราะหและศึกษาเภสัชจลนศาสตรของมิทรากัยนีนในหนูขาว 4) ผลของสารสกัดใบกระทอมตอเสนประสาทและรอยตอบริเวณปลายประสาท กลามเนื้อลาย 5) การศึกษาแนวโนมความเปนสารเสพติดของสารสกัดจากพืชกระทอม 6) การศึกษาพิษเรื้อรังของสารสกัดใบกระทอม 7) ผลของการสกัดจากใบกระทอมตอพฤติกรรมและการดื้อยาตอฤทธิ์แกปวด ในสัตวทดลอง 2. สํานักยุทธศาสตร สํานักงาน ป.ป.ส., เอกสารเผยแพรเรื่อง ผลการศึกษาสี่คูณรอย, 2551 3. กองนิติการ สํานักงาน ป.ป.ส., เอกสารเผยแพรเรื่อง กฎหมายควบคุมพืชกระทอม ของตางประเทศ, 2551 4. สุนทรี วิทยนารถไพศาล, กฎหมายเกี่ยวกับพืชกระทอมในสังคมไทย, 2550 5. จุฑารัตน สถิรปญญา และวัลลภา คชภักดี, การใชกระทอมในกลุมเกษตรกร : กรณีศึกษาพื้นที่ อ.ปาพยอม จ.พัทลุง, 2550 6. มีนา นุยแนบ, การใชพืชกระทอมในผูปวยที่เขารับบริการโรงพยาบาลจิตเวชสงขลา นครินทร, 2550 7. กอบกูล จันทวโร, เอกสารเผยแพรเรื่อง มาตรการทางกฎหมายในการแกไขปญหา พืชกระทอม, 2550 8. สํานักงาน ป.ป.ส., หนังสือเรื่อง พืชกระทอมในสังคมไทย, 2548 ในหนังสือดังกลาวไดรวบรวมขอมูลการศึกษา วิจัย ของนักวิชาการเกี่ยวกับ พืชกระทอมในสังคมไทย ทั้งดานวัฒนธรรม พฤติกรรม สุขภาพ วิทยาศาสตร และกฎหมาย ไดแก 1) การศึกษารวบรวมขอมูลองคความรูของหมอพื้นบานที่ใชพืชกระทอมในการ บําบัดรักษาโรค โดย อรุณพร อิฐรัตน และคณะ 2) การศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรม การรับรู อาการ หรือปรากฏการณลักษณะอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในคนผูที่มีประสบการณใชพืชกระทอม โดย สาวิตรี อัษณางคกรชัย และคณะ 9. บุญศิริ จันศิริมงคล, การศึกษาภาวะของผูเสพพืชกระทอม อําเภอพุนพิน จังหวัด สุราษฎรธานี, 2546
  • 5 สวนวิชาการดานยาเสพติด สํานักพัฒนาการปองกันและแกไขปญหายาเสพติด สํานักงาน ป.ป.ส. ■ ผลการศึกษา วิจัย และองคความรูที่นาสนใจ ไดแก ผลการศึกษา วิจัย และองคความรู ที่นาสนใจ 1. ฤทธิ์ตานอาการทองเสียของใบกระทอมสามารถยับยั้งอาการถายเหลวชนิดรุนแรงและ ลดปริมาณของอุจจาระไดดีใกลเคียงกับยามาตรฐาน 2. จากการทดลอง โดยให total alkaloids ในใบกระทอมกับหนูทดลอง พบวาสารสกัด จากพืชกระทอมอาจไมมีแนวโนมความเปนสารเสพติด เนื่องจากสารสกัดจากพืชกระทอม ไมมีผล อยางมีนัยสําคัญตอการกระตุนการหลั่งสารโดปามีน แตมีผลตอกานสมองที่สงผลตอการหลั่งสาร ซีโรโทนีน อยางไรก็ตามยังตองทําการทดสอบโดยวิธีการอื่นๆ เพื่อยืนยันผลการศึกษาใหมีความ ครอบคลุมเพิ่มมากขึ้น (รวมทั้งการทดลองทําในสัตวทดลอง ซึ่งมีความเปนไปไดที่ปฏิกิริยาของ มนุษยที่มีตอสารสกัดจากพืชกระทอมอาจสงผลตางจากสัตวทดลอง) 3. จากการตรวจพิสูจนองคประกอบทางเคมีใน สี่คูณรอย พบวา สวนผสมหลักสวนใหญ คือ คาเฟอีน ไดเฟนิลไฮดรามีน และพืชกระทอม นอกจากนี้ยังมีสวนผสมอื่นๆ เชน ยาแกไอ ยาแกอาเจียน ยาลดน้ํามูก ยาแกปวด ยากันยุง และสารที่พบในฟาทลายโจร เปนตน 4. จากการสัมภาษณผูเสพ สี่คูณรอย เมื่อ พ .ศ.2550 ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต พบวา มีสวนผสมอื่นๆ ใน สี่คูณรอย เชน เครื่องดื่มชูกําลัง กาแฟกระปอง วัตถุออกฤทธิ์ (อัลปรา โซแรม, มาโน) สปารค (ยาฆาหญา) กัมมอคโซน น้ํายาซักผาขาวไฮเตอร ผงสีขาวในไสหลอด ฟลูออเรสเซนส เปนตน ทําใหสี่คูณรอยมีผลออกฤทธิ์แบบผสมผสาน ทั้งทําใหเกิดอาการมึนเมา คึกคัก บาบิ่น หงุดหงิด งวงซึม ฯลฯ แลวแตสูตรผสมที่ใช 6. เมื่อศึกษาถึงภูมิปญญาและความนิยมใชกระทอมของหมอพื้นบานโดยวิเคราะหจาก ความถี่ของโรคที่หม อพื้นบานนิยมใชกระทอมรักษาโรค พบวา มีการใชกระทอมในการรักษา อาการทองรวงมากที่สุด รองลงมาคือ รักษาโรค เบาหวาน แกปวดเมื่อย แกไอ และขับพยาธิ ตามลําดับ ทัศนคติของหมอพื้นบานยังเห็นวา หากใชพืชกระทอมใหถูกวิธีจะมีคุณคามากกวาโทษ 7. ผูใชใบกระทอมรายงานวา เคย มีอาการเมากระทอมเกิดขึ้นเมื่อลองใชครั้งแรกๆ หรือ เมื่อเคี้ยวใบกระทอมปริมาณมากติดตอกัน โดยมีลักษณะอาการ ออนเปลี้ย แขนขาออนแรง มือสั่น ตัวสั่น แนนหนาอก เวียนศีรษะ และปวดศีรษะ จึงอาจใชขอมูลเรื่องอาการเหลานี้เพื่อบอก เตือนผูใชใบกระทอมใหระมัดระวังความเสี่ยงตออุบัติเหตุ ที่อาจเกิดขึ้นหากตองขับรถหรือใช เครื่องจักรยนตเมื่อมีอาการเมาหรือภาวะเปนพิษจากใบกระทอมได ผูที่ใชใบกระทอมเปนประจํา เมื่อหยุดใชจะมีภาวะถอนยาเกิดขึ้น โดยสามารถพบไดในผูใชประจํามากกวาในผูใชเปนครั้งคราว อยางมีนัยสําคัญทางสถิติ อาการที่เกิดขึ้นเมื่อหยุดใชใบกระทอมคือ ความรูสึกอยากใชใบ กระทอมอยางรุนแรง รวมกับอาการ 4 กลุมใหญๆ คือ กลุมอาการทางดานกลามเนื้อกระดู กและ ขอ (ปวดเมื่อย กลามเนื้อกระตุก ) กลุมอาการทางระบบประสาทอัตโนมัติ (หาวมาก น้ําตาไหล ใจสั่น หัวใจเตนแรง รูสึกเหมือนเปนไขรอนๆ หนาวๆ ) กลุมอาการทางอารมณซึมเศรา (เพลีย หดหูเศราหมอง ) กลุมอาการดานความรูสึกวิตกกังวล (เครียด หงุดหงิดโมโหง าย กระวนกระวาย)
  • 6 สวนวิชาการดานยาเสพติด สํานักพัฒนาการปองกันและแกไขปญหายาเสพติด สํานักงาน ป.ป.ส. ◘ การทบทวนนโยบาย ยุทธศาสตร และมาตรการในการปองกันและแกไขปญหา ■ พืชกระทอมในปจจุบัน 1. นโยบายระดับประเทศ นโยบาย นโยบายเรื่องพืชกระทอมปรากฏอยูในนโยบายยาเสพติดโดยทั่วไปของรัฐบาล ซึ่งมียุทธศาสตรการดําเนินงาน ไดแก 1) ดานการลดความตองการ เนนการบําบัดรักษาฯ ดวยระบบสมัครใจ 2) ดานการลดปริมาณ เนนการปราบปราม สกัดกั้นการลําเลียงพืชกระทอมจาก ภาคอื่นๆ ลงไปยังภาคใตตอนลาง 3) ดานการปองกัน เนนการปองกันกลุมเสี่ยง 4) ดานการบริหารจัดการ ไมมีโครงสราง ระบบงาน กลไกการแกไขปญหา พืชกระทอมเปนพิเศษ ยกเวนในภาคใตซึ่งใชโครงสราง ระบบงาน กลไกเสริม เพื่อชวยใหสงผล ตอการแกไขปญหาพืชกระทอมใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใตไดมากยิ่งขึ้น 2. นโยบายระดับพื้นที่ มียุทธศาสตรการแกไขปญหาเชิงพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดน ภาคใต และโครงสรางระบบงาน กลไกเสริม 3. นโยบายดานกฎหมาย ยังคงกําหนดใหเปนยาเสพติดใหโทษประเภทที่ 5 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติด ใหโทษ พ.ศ.2522 ■ ขอคิดเห็นตอเนื้อหาของนโยบาย ขอคิดเห็นตอเนื้อหาของนโยบายแกไขปญหาพืชกระทอมที่สําคัญ สรุปไดดังนี้ 1. ปญหาการใชพืชกระทอมอยางเดียวมีไมมากนัก เพราะเปนการใชตามวิถีชีวิตเดิมของ คนในทองถิ่น แตปญหาที่พบมากคือการนําพืชกระทอมไปเปนสวนผสมรวมกับสารอื่นตามสูตร ตางๆ เพื่อเสพและมีการนําไปสัมพันธกับปญหาความมั่นคงจึงทําใหปญหานี้ไดรับความสนใจ เปนอยางมาก ดังนั้นจึงควรดําเนินการแกไขปญหาพืชกระทอมตามกฎหมายที่มีอยูเดิมไปกอน จนกวาจะมีการปรับปรุงกฎหมายใหม 2. ควรทบทวนมาตรการทางกฎหมาย โดยเทียบเคียงพืชกระทอมกับกัญชา และกัญชง (Hemp) 3. ในการทบทวนมาตรการทางกฎหมายพืชกระทอม ควรนําบทเรียนเรื่องผลกระทบของ การแกกฎหมายจากยามาเปนยาบามาพิจารณารวมดวย เนื่องจากมีการเพิ่มโทษ แตไมสามารถ แกปญหาใหบรรลุตามเจตนารมณของกฎหมายได
  • 7 สวนวิชาการดานยาเสพติด สํานักพัฒนาการปองกันและแกไขปญหายาเสพติด สํานักงาน ป.ป.ส. ■ การดําเนินงานตามนโยบายแกไขปญหาพืชกระทอมในภาพรวมยังประสบ ความสําเร็จไมมากนักในระดับของผลกระทบ (Outcome) กลาวคือการใชพืชกระทอม ผลของการดําเนินงานตามนโยบาย ในลักษณะเชิงเดี่ยวและผสมกับสารอื่นลดนอยลง อยางไรก็ตามพบวามีการพัฒนาทั้งในระดับ Input-Process-Output ดังนี้ ระดับปจจัยนําเขา (Input) - ใหความสําคัญกับขอมูลวิชาการเพิ่มมากขึ้น - เนนสื่อเพื่อประชาสัมพันธและรณรงคแกไขปญหาพืชกระทอมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต ระดับกระบวนการ (Process) - เนนการเฝาระวัง การสืบสวนหาขาว และการสกัดกั้นเพิ่มมากขึ้น - มีการเผยแพรขอมูลขาวสารและดําเนินการปองกันแกไขปญหา - มีการตรวจพิสูจนองคประกอบของสารเสพติดที่มีพืชกระทอมเปน สวนผสม ระดับผลผลิต (Output) - มีการปราบปรามแหลงผลิตพืชกระทอม โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และปริมณฑลอยางจริงจังและเปนรูปธรรม - มีผลงานการสกัดกั้น จับกุม การลักลอบคาพืชกระทอมในพื้นที่ตางๆ มากขึ้น - ผูเขารับการบําบัดรักษาฯ การเสพติดพืชกระทอมมีนอย ซึ่งอาจ มีสาเหตุมาจากหลายประการ เชน รางกายและจิตใจของผูเสพยังไม ทรุดโทรมมากนัก ทัศนคติที่ดีตอพืชกระทอมโดยเฉพาะคนในพื้นที่ ภาคใตซึ่งเห็นวาพืชกระทอมเปนยารักษาโรคมากกวาเปนยาเสพติด เขารับการบําบัดรักษาฯ เนื่องจากอันตรายที่เกิดจากสารเสพติดตัวอื่น ที่ใชรวมกับพืชกระทอม ฯลฯ ◘ ■ ขอเสนอเชิงนโยบาย ยุทธศาสตร และแนวทางการดําเนินงานตอไป 1. ควรเนนการใชหลักนิติศาสตรกับกลุมผูผลิต-ผูคารายใหญ และใชหลักรัฐศาสตรกับ กลุมผูใชพืชกระทอมตามวิถีชีวิตเดิม (ใชเพื่อทํางานกลางแจง ใชรักษาโรค) ขอเสนอเชิงนโยบาย 2. ควรเนนการปองกันกลุมผูใชรายใหมซึ่งเปนกลุมวัยรุนและกลุมอาชีพที่ไมเคยใชยา เสพติดชนิดใดมากอน และปองปรามกลุมนักคารายใหม 3. ควรนํามาตรการตรวจสอบทรัพยสินตามกฎหมายฟอกเงินและมาตรการภาษีมาใชกับ กลุมผูผลิตและผูคา 5. ควรเพิ่มโทษในฐานความผิดเกี่ยวกับการผลิต การแปรรูป การจําหนาย ใหสูงขึ้นโดย เทียบเคียงกับกัญชา
  • 8 สวนวิชาการดานยาเสพติด สํานักพัฒนาการปองกันและแกไขปญหายาเสพติด สํานักงาน ป.ป.ส. 6. ควรใหผูเสพติดพืชกระทอมเขารับการบําบัดรักษาฯ โดยเนนการบําบัดรักษาในระบบ สมัครใจมากกวาระบบบังคับบําบัด 7. ควรศึกษาทางเลือกเชิงนโยบายในแนวทางตางๆ ตลอดจนผลกระทบที่อาจเกิดจาก นโยบายนั้นๆ (ตัดฟนทําลายพืชกระทอมโดยไมใหมีเลย/ มีพืชกระทอมไดแตตองมีการควบคุม/ อนุญาตใหใชพืชกระทอมในทางสมุนไพร/มีนโยบายเพิ่มเติมเฉพาะพื้นที่ ฯลฯ) ■ 1. ควรพัฒนาบุคลากรดานการปราบปรามยาเสพติด ใหมีทัศนคติ ความรู และทักษะใน การปฏิบัติงานตรวจคน สกัดกั้น ลักลอบลําเลียงพืชกระทอม โดยเฉพาะการนําไปจําหนายในพื้นที่ ภาคใตตอนลาง ขอเสนอในการปรับปรุงมาตรการดําเนินงาน 2. ควรพัฒนาชุดทดสอบเพื่อตรวจหาสารเสพติดของพืชกระทอมในรางกาย 3. ควรเพิ่มความเขมขน จริงจังในการปราบปรามขบวนการคายาเสพติดจําพวกพืชกระทอม 4. ควรสํารวจพื้นที่เสี่ยงที่มีการปลูกพืชกระทอมมาก และเพิ่มความเขมขนของการ เฝาระวังในพื้นที่ที่มีพืชกระทอมขึ้นอยูตามธรรมชาติ เชน เขตปาสงวนฯ เขตอุทยานฯ เขตรักษา พันธุสัตวปาฯ 5. ควรมีแนวปฏิบัติที่ชัดเจนเกี่ยวกับการจับกุมผูเสพสารเสพติดที่มีสวนผสมของ พืชกระทอม (สี่คูณรอย วันทูคอล ฯลฯ) โดยคํานึงถึงความครบถวนขององคประกอบของฐาน ความผิด 6. ควรมีแนวปฏิบัติที่ชัดเจนเกี่ยวกับวิธีการชั่งน้ําหนักพืชกระทอมของกลางที่จับได (เชน ไมนับรวมน้ําหนักของลําตน) 7. ควรรวบรวม วิเคราะหผลการศึกษา วิจัย พืชกระทอมเพิ่มเติม โดยเฉพาะเรื่อง เกี่ยวกับสารออกฤทธิ์ที่มีอยูในพืชกระทอมที่สงผลตอรางกายมนุษยเพื่อนํามาใชเปนขอมูล ประกอบการพัฒนานโยบายการแกไขปญหาพืชกระทอมตอไป 8. ควรวิจัยเชิงเปรียบเทียบระหวางผลกระทบของพืชกระทอมกับยาเสพติดอื่นๆ 9. ควรพัฒนายุทธศาสตรการแกไขปญหาเชิงพื้นที่ รวมทั้งกลไกการดําเนินงานโดยให องคกรปกครองสวนทองถิ่น และองคกรภาคประชาชน เขามามีสวนรวมในการเฝาระวังปญหา เพื่อใหการแกไขปญหาระดับพื้นที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ◘ ■ สรุปผลการประชุมในภาพรวม เรื่องที่ตองดําเนินการโดยเรงดวน เรื่องที่ตองดําเนินการโดยเรงดวน (พฤษภาคม - กันยายน 2551) มีดังนี้ 1. ตองติดตามสถานการณปญหาพืชกระทอมอยางใกลชิด ทั้งดานการปลูกเพื่อคา การแปรรูป การคา และการเสพ
  • 9 สวนวิชาการดานยาเสพติด สํานักพัฒนาการปองกันและแกไขปญหายาเสพติด สํานักงาน ป.ป.ส. 2. ปรับปรุงการดําเนินงานภายใตกรอบนโยบายเดิม โดยนําขอมูล และผลการศึกษา วิจัย ที่มีอยูไปใชประโยชนในทางปฏิบัติ ไดแก - การเฝาระวัง การสืบสวนหาขาวกลุมผูผลิต ผูคารายสําคัญ และการสกัดกั้น มิใหลักลอบลําเลียงไปคาในพื้นที่ภาคใตตอนลาง - กําหนดหลักเกณฑ/แนวทาง/วิธีการตรวจหาสารเสพติดในรางกาย วัตถุตองสงสัย และของกลาง - บังคับใชกฎหมายอยางเขมงวดกับผูผลิต/ผูแปรรูป/ผูจําหนาย - ปองกันผูเสพรายใหม 3. ปรับปรุงองคประกอบดานโครงสราง-ระบบงาน-ขอมูล-บุคลากร-อุปกรณ เพื่อสนับสนุน การดําเนินงานแกไขปญหาพืชกระทอมอยางมีประสิทธิภาพ ■ 1. สํานักพัฒนาการปองกันและแกไขปญหายาเสพติด สํานักงาน ป.ป.ส. เปนแกนกลาง อํานวยการรวบรวม วิเคราะหผลการศึกษา วิจัย พืชกระทอมเพิ่มเติม โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับ สารออกฤทธิ์ที่มีอยูในพืชกระทอมเพื่อนํามาใชเปนขอมูลประกอบการพัฒนานโยบายการแกไข ปญหาพืชกระทอมและวางแนวทางการวิจัยพืชเสพติดตอไป เรื่องที่ตองดําเนินการในระยะตอไป 2. สํานักยุทธศาสตร สํานักงาน ป.ป.ส. เปนแกนกลางกําหนดประเด็น และหาหนวยวิจัย เพื่อดําเนินการศึกษาทางเลือกเชิงนโยบายตลอดจนผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น 3. สํานักยุทธศาสตร และ สํานักพัฒนาการปองกันและแกไขปญหายาเสพติด สํานักงาน ป.ป.ส. รวมกันดําเนินการพัฒนาขอเสนอทางนโยบายใหมีความเหมาะสมตอไป --------------------------------------- นายบัณฑิต คงเกลี้ยง/ น.ส.ปยะธิดา เหลืองอรุณ ผูจดบันทึก นางจันทรา สุยสุวรรณ ผูสรุปผลการประชุม นายสุนทร ชื่นศิริ ผูตรวจ