Your SlideShare is downloading. ×
Gpp คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×
Saving this for later? Get the SlideShare app to save on your phone or tablet. Read anywhere, anytime – even offline.
Text the download link to your phone
Standard text messaging rates apply

Gpp คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา

2,230
views

Published on

คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา …

คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา
สมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย)

Published in: Business

0 Comments
11 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total Views
2,230
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
10
Comments
0
Likes
11
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา 2 พิมพ์ครั้งที่ 2 พฤษภาคม 2555 จ�ำนวนพิมพ์ 1,000 เล่ม สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ราคา 200 บาท ISBN 978-974-401-744-4 เจ้าของผู้พิมพ์ สมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) อาคารเภสัชกรรมสมาคมแห่งประเทศไทย (ภ.ส.ท.) เลขที่ 40 ซอยสันติสุข (สุขุมวิท 38) ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 โทรศัพท์ 0 2713 5261-3 โทรสาร 0 2713 5541 ออกแบบจัดพิมพ์โดย ห้างหุ้นส่วนจ�ำกัด ปันชะยา ครีเอชั่น เลขที่ 72 ซอยลาดปลาเค้า 14 แขวงจรเข้บัว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ 10230 โทรศัพท์ 0 2940 3813, 0 2940 3981 โทรสาร 0 2940 3813, 0 2940 3981 กด 16 E-mail : panchaya_2@yahoo.com คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฏิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา Self Development Manual on Good Pharmacy Practice in Community Pharmacy Settings
  • 2. คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา 3 วิรัตน์ ทองรอด ภบ., MBA (Marketing), Ph.D. (Pharmacy Administration) กรรมการและเลขาธิการสมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) อาจารย์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ สมบัติ แก้วจินดา ภบ. อุปนายกสมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) เภสัชกรปฏิบัติการ ร้านชุมชนเภสัชกรรม จ.ปราจีนบุรี ภิญโญ รุจิจนากุล ภบ. กรรมการสมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) อาจารย์พิเศษคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เภสัชกรเจ้าของและผู้ปฏิบัติการ ร้านหนองใหญ่เภสัช จ.ขอนแก่น ชูศักดิ์ ไมตรีมิตร ภบ., ภม. (เภสัชกรรมชุมชน), ภม. กิตติมศักดิ์ (การบริการทางเภสัชกรรม) อาจารย์พิเศษและแหล่งฝึก คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เภสัชกรปฏิบัติการ บจก.นครปฐมสากลฟาร์ม่า อติชาต อรุณไพโรจน์ ภบ., บธ.ม. (MBA) เภสัชกรปฏิบัติการ ร้านบ้านยาและสุขภาพ จ.นครสวรรค์ ศิริรัตน์ ตันปิชาติ ภ.บ., บธ.ม. (การบริหารการเงินและการตลาด) กรรมการสมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) เภสัชกรปฏิบัติการ ร้าน เอ็ม ที ดรั๊ก กรุงเทพฯ รายนามผู้จัดท�ำ
  • 3. คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา 4 ทวีสิทธิ วีระวัธนชัย, ร้อยโท ภบ. (BSc in Pharm), Micro MBA กรรมการสมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) กรรมการเภสัชกรรมสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ประธานเครือข่ายเภสัชกรจังหวัดอุบลราชธานี เภสัชกรปฏิบัติการ ร้านคลังยา จ.อุบลราชธานี สมศักดิ์ ตรีทิพย์สถิตย์ ภบ., ศษ.บ. (เอกปฐมวัยศึกษา), บธ.ม. (กิตติมศักดิ์ สาขาการบริหารธุรกิจ) กรรมการสภามหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ที่ปรึกษาฝ่ายพัฒนาโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี เภสัชกรปฏิบัติการ ร้านสมศักดิ์เภสัช จ.อุดรธานี วัฒนา ตั้งเกียรติก�ำจาย ภบ. เภสัชกรปฏิบัติการ ร้านโนราเภสัช จ.สงขลา วิรัตน์ เมลืองนนท์ ภบ. เภสัชกรปฏิบัติการ ร้านส่งเสริมเภสัช จ.ปทุมธานี พีระพงศ์ เหลืองอิงคะสุต ภบ.(เกียรตินิยม), บธ.บ.(การจัดการทั่วไป), วท.ม. (เภสัชวิทยา) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสถานปฏิบัติการชุมชน (ร้านยา) คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เจ้าของและเภสัชกรปฏิบัติการ ร้านพีระพงศ์เภสัช จ.อุดรธานี รายนามผู้จัดท�ำ
  • 4. คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา 5 จิรศักดิ์ โออริยกุล ภบ. กรรมการสมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) รองเลขาธิการ ชมรมร้านขายยาแห่งประเทศไทย เภสัชกรปฏิบัติการ ร้านช้างม่อยเภสัช จ.เชียงใหม่ ชูศักดิ์ โชคคติวัฒน์ ภบ., วท.ม. (เภสัชศาสตร์) เภสัชกรปฏิบัติการ ร้านเภสัชกรชูศักดิ์ จ.มหาสารคาม วราวุธ เสริมสินสิริ ภบ., ภม. (การคุ้มครองผู้บริโภคด้านสาธารณสุข) เภสัชกรช�ำนาญการ กองควบคุมยา ส�ำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ทรงศักดิ์ วิมลกิตติพงศ์ ภบ., นบ. เภสัชกรช�ำนาญการ กองควบคุมยา ส�ำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กุลธิดา สุขนิวัฒน์ชัย ภบ., ภม. (เภสัชกรรมชุมชน) เภสัชกร ส�ำนักงานโครงการพัฒนาร้านยา กองควบคุมยา ส�ำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ชาญชัย ศรีมงคลปทุม ภบ. กรรมการสมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) เภสัชกรปฏิบัติการ ร้านชาญชัยเภสัช กรุงเทพฯ รายนามผู้จัดท�ำ
  • 5. คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา 6 ค�ำน�ำ 7 บทบรรณาธิการ 8 สาสน์จากนายกสภาเภสัชกรรม 9 สาสน์จากประธานโครงการพัฒนาร้านยา 10 สาสน์จากนายกสมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) 11 มาตรฐานที่ 1 สถานที่ อุปกรณ์ และสิ่งสนับสนุนบริการ 12 มาตรฐานที่ 2 การบริหารจัดการเพื่อคุณภาพ 37 มาตรฐานที่ 3 การบริการเภสัชกรรมที่ดี 51 3.1 การจัดหา การควบคุมยาและเวชภัณฑ์ 52 3.2 แนวทางการให้บริการทางเภสัชกรรม 71 มาตรฐานที่ 4 การปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ และจริยธรรม 141 มาตรฐานที่ 5 การให้บริการและการมีส่วนร่วมในชุมชนและสังคม 152 ภาคผนวก 160 ดัชนี 197 สารบัญ
  • 6. คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา 7 “ร้านยา” คือ “สถานบริการสุขภาพขั้นพื้นฐานที่ส�ำคัญ เป็นมิตร และใกล้ชิดประชาชน” ประชาชนสามารถ เข้าถึงบริการของร้านยากว่าหมื่นแห่งที่กระจายตามชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศได้โดยง่าย สะดวก รวดเร็ว เปิดบริการ ตลอดทั้งวัน ไม่ต้องเดินทางไกล หรือ คอยคิวนาน ค่าใช้จ่ายก็ย่อมเยา ดังรายงานวิจัยว่า ประชาชนส่วนใหญ่ประมาณ ร้อยละ 60-80 จะเลือกใช้บริการจากร้านยาเป็นด่านแรกเมื่อเกิด การเจ็บป่วยเบื้องต้นขึ้น และมูลค่าของยาที่กระจาย ผ่านร้านยาคิดเป็นร้อยละ 45 ของการบริโภคยาทั้งประเทศ ร้านยาจึงเป็นที่พึ่งด้านสุขภาพของชุมชนที่แท้จริง ที่คอยให้ค�ำปรึกษาและแนะน�ำเรื่องการใช้ยา ผลิตภัณฑ์ สุขภาพ การดูแลตนเอง และปัญหาด้านสุขภาพอื่นๆ ของชุมชน พร้อมทั้งส่งต่อไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญตามระดับ ความรุนแรงของโรค ทั้งนี้เพื่อ ‘สุขภาวะของประชาชน’ เป็นเป้าหมายสูงสุด ร้านยาที่เปิดให้บริการเรื่องยาและสุขภาพแก่ชุมชนทั่วประเทศ มีรูปแบบการให้บริการที่หลากหลายแตกต่าง กัน ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์ยาและสุขภาพ สถานที่ตั้ง บริการ ฯลฯ ส่งผลให้เกิดความแตกต่างหลากหลายของคุณภาพ การให้บริการ ซึ่งเป็นประเด็นส�ำคัญที่สังคมไทยให้ความสนใจและคาดหวังให้ร้านยาเป็นที่พึ่งสามารถตอบสนอง ความต้องการที่แท้จริงของประชาชนและสังคม สภาเภสัชกรรมโดยความร่วมมือกับส�ำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และสมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) พัฒนาเกณฑ์มาตรฐานร้านยาขึ้น เพื่อเป็นแนวทางในการยกระดับคุณภาพการบริการของร้านยาให้มี มาตรฐานระดับสากลตามหลักวิธีปฏิบัติที่ดีทางเภสัชกรรม (GPP-Good Pharmacy Practices) และเป็นที่ยอมรับ ของแวดวงวิชาการ วิชาชีพ และสังคม ดังนั้น เพื่อให้เกณฑ์มาตรฐานร้านยาได้เป็นแนวทางในการพัฒนาคุณภาพบริการทางเภสัชกรรมอย่างเป็น รูปธรรม สามารถตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของประชาชน ส�ำนักงานโครงการพัฒนาร้านยา ส�ำนักงาน คณะกรรมการอาหารและยา สมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) สมาพันธ์พัฒนาคุณภาพร้านยา และสถาบัน การศึกษาด้านเภสัชศาสตร์ จึงร่วมมือกันพัฒนา “คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฏิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมใน ร้านยา” นี้ขึ้น เพื่อเป็นเครื่องมือที่ส�ำคัญของผู้ประกอบการและเภสัชกรชุมชนได้เข้าใจและร่วมกันพัฒนาคุณภาพ บริการของร้านยาด้วยตนเองตามแนวทางวิธีปฏิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมชุมชนอย่างแท้จริง บนพื้นฐานบริบทของ ประเทศไทย ในรูปแบบที่ง่ายต่อความเข้าใจ เน้นให้สามารถศึกษาได้ด้วยตนเอง มีค�ำอธิบาย พร้อมทั้งยกตัวอย่าง รูปภาพ แผนภูมิ แบบฟอร์มต่างๆ ประกอบอย่างชัดเจน คณะผู้จัดท�ำหวังว่า “คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฏิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมชุมชนในร้านยา” นี้ จะเป็น ประโยชน์ต่อการพัฒนายกระดับงานเภสัชกรรมชุมชนหรือบริการสุขภาพของร้านยาให้มีคุณภาพการให้บริการที่ดี ยิ่งขึ้น สามารถตอบสนองความต้องการด้านสุขภาพที่แท้จริงของประชาชน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัย ด้านการใช้ยา และส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันเชิงธุรกิจ จนเป็นสถานบริการสุขภาพปฐมภูมิที่ได้รับการยอมรับ ของประชาชนในชุมชน และส่วนหนึ่งของระบบสุขภาพไทยที่ยั่งยืนตลอดไป คณะผู้จัดท�ำคู่มือ ค�ำน�ำ
  • 7. คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา 8 หนังสือ “คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฏิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา” จัดท�ำขึ้น ด้วยจุด มุ่งหมายเพื่อเป็นแนวทางให้กับผู้ประกอบการร้านยาและเภสัชกรผู้มีหน้าที่ปฏิบัติงานได้น�ำไปศึกษาและ ประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อร้านยา ช่วยพัฒนายกระดับบริการของร้านยาให้คุณภาพดียิ่งขึ้น ก่อให้ เกิดประสิทธิภาพในการใช้ยาอย่างคุ้มค่า ปลอดภัย ประหยัด และสมเหตุผล ตามความต้องการที่แท้จริง ของผู้รับบริการ เพื่อบรรลุถึง ‘สุขภาวะ’ ของประชาชน อันเป็นเป้าหมายสูงสุดร่วมกันของสังคมไทย เมื่อผู้รับบริการได้รับบริการที่ดีมีคุณภาพจากร้านยาแล้ว ย่อมจะมีความรู้สึกประทับใจและเกิด ความพึงพอใจต่อร้านยา และพัฒนาต่อเป็นความไว้เนื้อเชื่อใจ และความจงรักภักดีในที่สุด ผลตอบแทน ก็จะไหลกลับคืนสู่ร้านยา ‘ดั่งน�้ำซึมบ่อทราย’ ไม่ว่า จะเป็นการยอมรับนับถือ ชื่อเสียง การแนะน�ำ และการบอกต่อแบบปากต่อปากของคนในชุมชน ส่งผลถึงรายรับและผลประกอบการของกิจการให้ เจริญรุ่งเรือง เป็นที่นับถือของชุมชน พร้อมกับความมั่งคั่งของทรัพย์สิน อันเป็นพื้นฐานที่มั่นคงของ กิจการ “ร้านยาในฝัน” หนังสือคู่มือเล่มนี้เป็นเหมือนส่วนขยายต่อยอดของ “มาตรฐานร้านยา” ให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น ขยาย ความเพิ่มความชัดเจนของแต่ละมาตรฐานให้สามารถน�ำไปปฏิบัติได้จริง ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่ มาตรฐานร้านยา ค�ำอธิบาย และตัวอย่างประกอบ (พร้อมรูปหรือแบบฟอร์ม-ถ้ามี) ผู้อ่านจึง สามารถศึกษาท�ำความเข้าใจได้ด้วยตนเอง และสามารถน�ำไปประยุกต์ต่อยอดสวมมงกุฎให้กับกิจการ ของตนได้อย่างสง่างามแท้จริง คณะท�ำงานประกอบด้วยผู้พัฒนามาตรฐานร้านยา ผู้เยี่ยมส�ำรวจร้านยา เภสัชกรชุมชนเจ้าของ ร้านยาคุณภาพ และเภสัชกรรุ่นใหม่ เป็นตัวแทนของทุกภาคส่วนมีมุมมองที่หลากหลายมิติ ร่วมกัน ท�ำงานเป็นทีม ทุ่มเทมุ่งมั่น ค้นคว้ารวบรวมความรู้ ประสบการณ์ และทักษะที่ส�ำคัญถ่ายทอดลงเป็น ตัวอักษรที่อ่านได้ง่าย ดังปรากฏในหนังสือเล่มนี้ กว่า 200 หน้า ด้วยความมุ่งหวังให้คู่มือเล่มนี้ได้เป็น เสมือน “เพื่อนคู่คิด มิตรคู่ร้านยา” เป็นต�ำราคู่ใจข้างกายเภสัชกรชุมชนไทย สุดท้ายนี้ขอขอบคุณคณะท�ำงานที่ได้ทุ่มเทบากบั่นมุ่งมั่น ส�ำนักงานคณะกรรมการอาหารและ ยาที่สนับสนุนด้านงบประมาณและความคิดสร้างสรรค์ที่ดี สมาคมเภสัชกรรมชุมชนที่ให้การสนับสนุน อย่างเต็มก�ำลัง และสภาเภสัชกรรมที่ได้สร้างสรรค์มาตรฐานร้านยาและร้านยาคุณภาพ และผู้ที่เกี่ยวข้อ งอื่นๆ อีกเป็นจ�ำนวนมากที่ให้การสนับสนุนการจัดท�ำหนังสือ “คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฏิบัติ ที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา” จนส�ำเร็จเป็นที่เรียบร้อย ภก.ดร.วิรัตน์ ทองรอด บรรณาธิการ บทบรรณาธิการ
  • 8. คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา 9 ในอดีตที่ผ่านมา เภสัชกรที่มีหน้าที่ปฏิบัติการในร้านยาจะมีการปฏิบัติที่หลากหลาย เพราะยัง ไม่มีเกณฑ์มาตรฐานที่ก�ำหนดแนวทางให้มีการปฏิบัติไปในแนวทางเดียวกัน ในปี พ.ศ. 2546 เริ่มมี การก�ำหนดมาตรฐานวิชาชีพเภสัชกรรมชุมชน และมีมาตรฐานร้านยา ท�ำให้เกิดการตื่นตัวและมี พัฒนาการเกิดขึ้นมากในการด�ำเนินการและการปฏิบัติวิชาชีพของเภสัชกรในร้านยา มีร้านยาจ�ำนวน หนึ่งที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจากสภาเภสัชกรรมเป็น “ร้านยาคุณภาพ” ขณะเดียวกันทางส�ำนักงาน คณะกรรมการอาหารและยาได้ช่วยกระตุ้นร้านยาต่างๆ ให้มีการพัฒนาเข้าสู่มาตรฐานให้มากขึ้นและ ช่วยสนับสนุนให้มีการเขียนคู่มือวิธีปฏิบัติที่ดีทางเภสัชกรรม (Good Pharmacy Practices-GPP) ซึ่ง เป็นเสมือนการอธิบายเพิ่มเติมมาตรฐานร้านยาพร้อมทั้งมีการยกตัวอย่างประกอบให้เห็นเป็นรูปธรรม ง่ายต่อการท�ำความเข้าใจและปฏิบัติ เพื่อให้เภสัชกรที่เป็นเจ้าของกิจการและผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการใน ร้านยาสามารถพัฒนาได้ด้วยตนเอง ช่วยให้เกิดการพัฒนาไปในทิศทางเดียวกันพร้อมๆ กันได้ โดยมี เป้าหมายเพื่อเปลี่ยนร้านยาเป็นสถานประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม การผลักดันร้านยาจากสถานที่ขายยาเป็นสถานประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมนั้น เป็นนโยบายหนึ่ง ของสภาเภสัชกรรมในวาระที่ 6 นี้ และมีนโยบายที่จะสนับสนุนและผลักดันให้ร้านยามีบทบาทส�ำคัญ ในการให้บริการร่วมในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ การสื่อสารท�ำความเข้าใจกับเภสัชกรที่มีหน้า ที่ปฏิบัติการในร้านยาเป็นเรื่องเร่งด่วนที่สภาเภสัชกรรมให้ความส�ำคัญ เริ่มจากการที่สภาเภสัชกรรมได้ จัดหลักสูตรอบรม (1 วัน) เพื่อสื่อสารกับเภสัชกรที่เป็นเจ้าของกิจการหรือมีหน้าที่ปฏิบัติการในร้านยา ที่จะเปิดใหม่ ให้มีความรู้ความเข้าใจเรื่องมาตรฐานการประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมชุมชนและวิธีปฏิบัติ ที่ดีทางเภสัชกรรม กฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนความรับผิดชอบของเภสัชกรชุมชนต่อสังคม ซึ่งจะท�ำให้เกิดภาพพจน์ที่ดีต่อวิชาชีพโดยรวม ทั้งนี้เนื่องจากร้านยาเป็นด่านแรกที่ประชาชนเข้ารับ บริการ เป็นที่พึ่งของประชาชนในพื้นที่ที่ห่างไกลจากสถานพยาบาล อีกทั้งเป็นการเตรียมร้านยาและ เภสัชกรที่มีหน้าที่ปฏิบัติการให้พร้อมรับกฎกระทรวงที่จะประกาศให้มีวิธีปฏิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมใน ร้านยาในเร็ววันนี้ เภสัชกรเป็นผู้ที่มีองค์ความรู้ด้านยาโดยตรง หากมีการปฏิบัติตามมาตรฐานวิธีปฏิบัติที่ดีทาง เภสัชกรรมแล้ว สามารถที่จะช่วยให้ผู้ป่วยมีความรู้ความเข้าใจในการใช้ยาให้ถูกต้องได้ ช่วยป้องกัน ปัญหาการใช้ยาซ�้ำซ้อน ช่วยลดปัญหาการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ที่ป้องกันได้ ลดปัญหาการจัดเก็บยา ผิด ฯลฯ ซึ่งนอกจากจะช่วยเหลือผู้ป่วยโดยตรงแล้ว ยังช่วยประเทศชาติในการประหยัดงบประมาณ เรื่องยาในภาพรวมได้อีกด้วย เหนืออื่นใดคือการยกระดับการให้บริการในร้านยาที่สังคมส่วนใหญ่มัก มองว่าเป็นการประกอบธุรกิจขายยา ให้เกิดมุมมองว่าเป็นการประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม ไม่มีใครจะ ช่วยเหลือให้สังคมเกิดภาพพจน์ใหม่นี้ได้ นอกจากพวกเราเภสัชกรเองเท่านั้น เภสัชกรหญิง รองศาสตราจารย์ ธิดา นิงสานนท์ นายกสภาเภสัชกรรม มีนาคม 2553 สาสน์จากนายกสภาเภสัชกรรม
  • 9. คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา 10 วิธีปฏิบัติที่ดีทางเภสัชกรรม (Good Pharmacy Practice : GPP) นั้น เป็นหลักการที่ได้รับ การยอมรับในระดับสากลว่าเป็น ปฏิบัติการทางวิชาชีพ(Professional-based Practice) ที่ร้านยาพึง น�ำไปปฏิบัติเพื่อประโยชน์สูงสุดที่จะเกิดแก่ผู้รับบริการ ส�ำหรับประเทศไทยนั้น ได้เริ่มเอาแนวคิดของ GPP มาใช้ด้วยการก�ำหนด “มาตรฐานร้านยาคุณภาพ” โดยสภาเภสัชกรรมขึ้น จนอาจกล่าวได้ว่า เป็น “ต้นร่าง” ในการพัฒนา GPP ขึ้นมาใช้ในวงการร้านยาของประเทศไทยนั่นเอง ตลอดช่วงกว่า 6 ปีของการด�ำเนินการขับเคลื่อนโครงการ “ร้านยาคุณภาพ” โดยใช้ “มาตรฐาน ร้านยาคุณภาพ” เป็นเป้าหมายของการพัฒนานั้น ส�ำนักงานโครงการพัฒนาร้านยาซึ่งเป็นหน่วยงาน ภายใต้กองควบคุมยา ส�ำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ตระหนักว่า ในการให้บริการ ทางเภสัชกรรมของเภสัชกรชุมชนในปัจจุบัน มีรูปแบบและวิธีการให้บริการที่ดีอยู่บ้างแล้ว แต่ยังขาด การรวบรวม จัดเก็บองค์ความรู้เหล่านั้น เพื่อประโยชน์ในการถ่ายทอดและต่อยอดให้เกิดความสมบูรณ์ ยิ่งขึ้น ส�ำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จึงได้สนับสนุนงบประมาณแก่ สมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) ในการรวบรวมประสบการณ์การให้บริการทางเภสัชกรรมในร้านยาขึ้น โดยยึดมาตรฐาน ร้านยาคุณภาพและหลักการของ GPP เป็นพื้นฐานในการรวบรวม จนได้เป็นเอกสารฉบับนี้ โดยคาด หวังหนังสือดังกล่าวจะเป็นเครื่องมือส�ำคัญส�ำหรับเภสัชกรชุมชนที่ประสงค์จะยกระดับคุณภาพการ ให้บริการใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา อีกทั้งยังหวังว่าหนังสือดังกล่าวจะเป็นจุดเริ่มต้นในการแลก เปลี่ยนเรียนรู้เพื่อการพัฒนา GPP ให้มีความชัดเจน เหมาะสมกับบริบทของประเทศ และน�ำไปสู่ การถ่ายทอด ขัดเกลา ความเป็นวิชาชีพแก่เภสัชกรชุมชนในรุ่นต่อๆ ไป เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ในการ พัฒนาร้านยาที่ ว่า “ร้านยาในประเทศไทยเป็นสถานให้การบริบาลทางเภสัชกรรมตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการ ให้บริการด้านยา และผ่านเกณฑ์มาตรฐาน “ร้านยาคุณภาพ” โดยมุ่งเน้นส่งเสริมการใช้ยาอย่างสม เหตุสมผลมีประสิทธิภาพและปลอดภัย” เภสัชกร วิศิษฏ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ประธานโครงการพัฒนาร้านยา ส�ำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สาสน์จากประธานโครงการพัฒนาร้านยา
  • 10. คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา 11 ระบบสุขภาพของประเทศไทย ก�ำลังพัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพและ สร้างสุขภาวะที่ดีของประชาชน แต่ก็ยังไม่สามารถให้บริการได้อย่างทั่วถึง เนื่องจากข้อจ�ำกัดหลาย ประการ ประชาชนส่วนใหญ่ยังใช้บริการร้านยาเป็นด่านแรกในการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งนับวันก็เป็นปัญหาที่ซับซ้อนและใหญ่มากขึ้น ในฐานะที่เภสัชกรชุมชนจะต้องเป็นผู้ให้บริการหลักในร้านยา ในฐานะผู้ประกอบวิชาชีพที่ถูกต้อง ตามกฎหมาย เภสัชกรมีหน้าที่ต้องพัฒนาตนเองให้สอดรับกับสถานการณ์และสามารถแก้ไขปัญหารวม ทั้งหาแนวทางป้องกันให้กับผู้รับบริการจนสัมฤทธิ์ผล เพื่อให้เภสัชกรและผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถพัฒนาโดยตนเอง สมาคมเภสัชกรรมชุมชน(ประเทศไทย) จึงได้จัดท�ำหนังสือคู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฏิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา หรือ Self Development Manual on Good Pharmacy Practice in Community Pharmacy Settings เล่มนี้ขึ้น ซึ่งเล่มนี้เป็นการพิมพ์ครั้งที่ 2 หลังจากเล่มแรกที่ได้หมดไปอย่างรวดเร็ว และมีการทบทวน เนื้อหา พร้อมทั้งแทรกบทบาทใหม่ๆที่เกิดขึ้น รวมทั้งการท�ำงานร่วมกับสหวิชาชีพ เพื่อใช้เป็นเครื่อง มือส�ำคัญในการพัฒนาการปฏิบัติหน้าที่ของเภสัชกรที่ร้านยาในการให้ค�ำปรึกษาและดูแลผู้ป่วยให้มีการ ได้รับยาที่ถูกต้องเหมาะสม สมาคมเภสัชกรรมชุมชน(ประเทศไทย) ขอขอบพระคุณส�ำนักยา ภายใต้คณะกรรมการ อาหารและยา กระทรวงสาธารณสุขที่ได้กรุณาให้การสนับสนุนการจัดพิมพ์ครั้งแรก และหวังเป็น อย่างยิ่งว่าในการจัดพิมพ์ครั้งนี้จะยังประโยชน์ให้ผู้ด�ำเนินการร้านยา เภสัชกรตลอดจนผู้เกี่ยวข้องได้ มีความรู้ความเข้าใจบทบาทบริการต่างๆในร้านยา สามารถพัฒนาตนเองและกิจการให้เป็นที่พึ่งแรก ด้านสุขภาพของประชาชน เภสัชกรหญิงช้องมาศ นิติศฤงคาริน นายกสมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) สาสน์จากนายกสมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย)
  • 11. 12
  • 12. คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา 13มาตรฐานที่ 1 สถานที่ อุปกรณ์ และสิ่งสนับสนุนบริการ มาตรฐานร้านยา มาตรฐานที่ 1 สถานที่ อุปกรณ์ และสิ่งสนับสนุนบริการ ความมุ่งหมายของมาตรฐานนี้เพื่อให้มีองค์ประกอบทางกายภาพที่เหมาะสมและสนับสนุนให้เกิดการบริการที่มี คุณภาพ โดยมีการจัดแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนที่เพียงพอและเหมาะสมส�ำหรับการให้บริการ แสดงให้เห็นอย่างเด่นชัด ระหว่างพื้นที่ที่ต้องปฏิบัติการโดยเภสัชกร และพื้นที่บริการอื่นๆ มีการจัดหมวดหมู่ของยา ผลิตภัณฑ์สุขภาพ และ การเก็บรักษาที่เอื้อต่อการรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ตลอดจนต้องจัดหาอุปกรณ์ และสิ่งสนับสนุนการให้บริการที่ดี แก่ประชาชน โดยมีรายละเอียดของมาตรฐานดังนี้ 1.1 สถานที่ 1.1.1 ต้องเป็นสถานที่มั่นคง แข็งแรง มีพื้นที่เพียงพอแก่การประกอบกิจกรรม มีอาณาบริเวณแยกจากสถาน ที่แวดล้อมเป็นสัดส่วน 1.1.2 มีความสะอาด มีแสงสว่างเหมาะสม อากาศถ่ายเท รวมถึงมีระบบหรืออุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัย 1.1.3 มีการจัดการควบคุมสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการรักษาคุณภาพผลิตภัณฑ์ 1.1.4 มีบริเวณที่จัดวางยาที่ต้องปฏิบัติการโดยเภสัชกรเท่านั้นและเป็นที่รับรู้ของผู้รับบริการอย่างชัดเจน 1.1.5 มีบริเวณให้ค�ำแนะน�ำปรึกษาที่เป็นสัดส่วน 1.1.6 มีบริเวณแสดงสื่อให้ความรู้เรื่องสุขภาพ ในกรณีจัดวางเอกสารหรือติดตั้งสื่อที่มุ่งการโฆษณาให้มีพื้นที่ จัดแยกโดยเฉพาะ 1.1.7 มีป้ายสัญญลักษณ์ต่างๆ ดังนี้ ก. ป้ายแสดงว่าเป็น “ร้านยา” ข. ป้ายแสดงชื่อ รูปถ่าย เลขที่ใบประกอบวิชาชีพ และเวลาปฏิบัติการของเภสัชกรที่ก�ำลังปฏิบัติหน้าที่ ไว้ในที่เปิดเผย ค. ป้ายสัญลักษณ์ที่เป็นไปตามข้อก�ำหนดของใบอนุญาตและประเภทของยา ง. ป้าย “จุดบริการโดยเภสัชกร” แสดงบริเวณที่ปฏิบัติงานโดยเภสัชกร และกิจกรรมอื่นๆ ตาม ความ เหมาะสม เช่น “รับใบสั่งยา” “ให้ค�ำแนะน�ำปรึกษาโดยเภสัชกร” มาตรฐานที่ 1 สถานที่ อุปกรณ์ และสิ่งสนับสนุนบริการ
  • 13. คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา 14 มาตรฐานที่ 1 สถานที่ อุปกรณ์ และสิ่งสนับสนุนบริการ 1.1 สถานที่ 1.1.1 - ต้องเป็นสถานที่มั่นคง แข็งแรง เพื่อป้องกัน อันตรายที่อาจขึ้นกับผู้รับบริการ ผู้ปฏิบัติงานหรือผู้สัญจร ผ่าน ยกตัวอย่างเช่น โครงสร้างของอาคารที่ไม่แข็งแรง อาจพังทลายเนื่องจากภัยธรรมชาติ รวมถึงส่วนเชื่อมต่อ อาคาร ได้แก่ หลังคากันสาด ป้ายต่างๆ ควรตรวจสอบว่า มั่นคงเพียงพอต่อสภาพอากาศ หากพบว่ามีการช�ำรุดควร รีบท�ำการซ่อมแซมแก้ไข - มีพื้นที่เพียงพอแก่การประกอบกิจกรรม (โดย ตามร่างกฏกระทรวงใหม่ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และ ค�ำอธิบายพร้อมตัวอย่าง ความมุ่งหมายของมาตรฐานนี้เพื่อให้มีองค์ประกอบ ทางกายภาพที่เหมาะสมและสนับสนุนให้เกิดการบริการที่มี คุณภาพ โดยมีการจัดแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนที่เพียงพอและ เหมาะสมส�ำหรับการให้บริการ แสดงให้เห็นอย่างเด่นชัด ระหว่างพื้นที่ที่ต้องปฏิบัติการโดยเภสัชกร และพื้นที่บริการ อื่นๆ มีการจัดหมวดหมู่ของยา ผลิตภัณฑ์สุขภาพ และการ เก็บรักษาที่เอื้อต่อการรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ตลอด จนต้องจัดหาอุปกรณ์ และสิ่งสนับสนุนการให้บริการที่ดีแก่ ประชาชน โดยมีรายละเอียดของมาตรฐานดังนี้ มาตรฐานร้านยา 1.2 อุปกรณ์ 1.2.1 มีอุปกรณ์ในการให้บริการสุขภาพที่เหมาะสมเพื่อประโยชน์ในการติดตามผลการใช้ยา เช่น - เครื่องชั่งน�้ำหนัก - ที่วัดส่วนสูง - ที่วัดอุณหภูมิร่างกาย - เครื่องวัดความดันโลหิต - ชุดวัดระดับน�้ำตาลในเลือด ฯลฯ 1.2.2 มีอุปกรณ์นับเม็ดยา จ�ำแนกตามกลุ่มยาที่จ�ำเป็นในการให้บริการ เช่น ยาปฏิชีวนะกลุ่มเพนนิซิลิน ยาซัลโฟนาไมด์ ฯลฯ 1.2.3 มีอุปกรณ์เครื่องใช้ในการให้บริการที่สะอาด และไม่เกิดการปนเปื้อนในระหว่างการให้บริการ 1.2.4 มีตู้เย็นเก็บเวชภัณฑ์ที่เป็นสัดส่วนเพียงพอและมีการควบคุมและบันทึกอุณหภูมิอย่างสม�่ำเสมอ 1.2.5 มีภาชนะบรรจุยา โดยที่ ก. ยาที่มีไว้เพื่อบริการ ควรอยู่ในภาชนะเดิมที่มีฉลากครบถ้วนตามที่กฎหมายก�ำหนด ไม่ควรมี การเปลี่ยนถ่ายภาชนะ ข. ภาชนะบรรจุยาที่เหมาะสมส�ำหรับการให้บริการต่อประชาชน ต้องค�ำนึงถึง ปริมาณบรรจุ การป้องกันยาเสื่อมคุณภาพ เป็นต้น 1.3 สิ่งสนับสนุนบริการ 1.3.1 มีแหล่งข้อมูล ต�ำรา ที่เหมาะสมในการใช้อ้างอิงและเผยแพร่ 1.3.2 มีฉลากช่วย เอกสารความรู้ สนับสนุนการบริการอย่างเหมาะสม 1.3.3 มีอุปกรณ์พิเศษที่ช่วยเพิ่มความร่วมมือในการใช้ยา (ในกรณีจ�ำเป็น)
  • 14. คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา 15มาตรฐานที่ 1 สถานที่ อุปกรณ์ และสิ่งสนับสนุนบริการ เงื่อนไขการขออนุญาต การออกใบอนุญาต การต่ออายุ ใบอนุญาต และการออกใบแทนใบอนุญาต เกี่ยวกับการ ขายยาแผนปัจจุบัน ขนาดต้องไม่น้อยกว่า 8 ตาราง เมตร) มีอาณาบริเวณแยกจากสถานที่แวดล้อมเป็นสัดส่วน สามารถให้ผู้รับบริการรับทราบได้อย่างชัดเจนถึงอาณา บริเวณที่เป็นร้านยา 1.1.2 - มีความสะอาด และถูกสุขอนามัย ควร ท�ำความสะอาดอย่างสม�่ำเสมอ ป้องกันไม่ให้มีการ สะสมของฝุ่น สิ่งสกปรกอื่นๆ เช่น หยากไย เศษแมลง ขี้แมลง คราบสกปรกอาจท�ำความสะอาดด้วยน�้ำยาฆ่า เชื้อโรค - มีแสงสว่างเหมาะสมให้เพียงพอต่อการปฏิบัติ งาน ป้องกันการผิดพลาดในการท�ำงานเนื่องจากมีแสง สว่างไม่เพียงพอ - มีอากาศถ่ายเท หรือหาอุปกรณ์เพื่อช่วยระบาย อากาศ เช่น พัดลมระบายอากาศ หากภายในร้านมีกลิ่น อับ หรือกลิ่นไม่พึ่งประสงค์ย่อมส่งผลต่อบรรยากาศในการ ปฏิบัติงาน ตลอดจนอารมณ์ของผู้รับบริการ - ควรมีระบบหรืออุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัย ได้แก่ ถังดับเพลิงตามความเหมาะสมของพื้นที่ร้าน (ดังแสดง ในรูปที่ 1.1) หัวฉีดน�้ำอัตโนมัติส�ำหรับอาคารส�ำนักงาน เนื่องจากเวชภัณฑ์บางอย่างสามารถติดไฟได้ง่าย การมี อุปกรณ์ช่วยดับเพลิงจะบรรเทาความเสียหายจากอุบัติเหตุ เนื่องจากไฟไหม้ ทั้งนี้ควรตรวจอุปกรณ์ดังกล่าวอย่าง สม�่ำเสมอให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ 1.1.3 มีการจัดการควบคุมสภาวะแวดล้อมที่ เหมาะสมต่อการรักษาคุณภาพผลิตภัณฑ์ ได้แก่ - การป้องกันแสงส่องกระทบต่อบริเวณที่เก็บ ยาโดยตรง เช่น ใช้ผ้ายางกันแดด ผ้าม่านหรือใช้วัสดุ กันแสงอื่นๆ - การป้องกันผลกระทบต่ออุณหภูมิที่ร้อนจัด เช่น การใช้พัดลมระบายอากาศ การติดฉนวนกันความร้อน การติดเครื่องปรับอากาศ เป็นต้น ควรน�ำยาที่เสื่อมสภาพ ได้ง่ายจากอุณหภูมิสูงไปเก็บที่ควบคุมอุณหภูมิได้ เช่น ตู้เย็น ห้องควบคุมอุณหภูมิ เป็นต้น 1.1.4 มีบริเวณที่จัดวางยาที่ต้องปฏิบัติการโดย เภสัชกรเท่านั้น และเป็นที่รับรู้ของผู้รับบริการอย่างชัดเจน โดยแสดงป้ายสัญลักษณ์บอก ณ บริเวณดังกล่าว (ดังแสดง ในรูปที่ 1.2) เช่น “จุดให้บริการโดยเภสัชกร” เป็นต้น และ จัดเรียงยาที่ต้องจ่ายเภสัชกรเท่านั้น เช่น ยาอันตราย ยา ควบคุมพิเศษ ยาเสพติด ฯลฯ ทั้งนี้เป็นการป้องกันไม่ให้ ผู้รับบริการมาเลือกซื้อยาดังกล่าวได้ด้วยตนเอง เป็นการ ป้องกันความเสี่ยงต่อการน�ำยาไปใช้อย่างไม่ถูกต้อง รูปที่ 1.1 ถังดับเพลิงตามความเหมาะสม ของพื้นที่ร้าน รูปที่ 1.2 ป้ายแสดง “จุดรับบริการโดยเภสัชกร” และบริเวณที่จัดวางยา บริการโดยเภสัชกรเท่านั้น
  • 15. คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา 16 มาตรฐานที่ 1 สถานที่ อุปกรณ์ และสิ่งสนับสนุนบริการ ในทางปฏิบัติเภสัชกรจะสอบถาม และระบุความต้องการที่แท้จริงก่อน จึงสามารถจ่ายยาดังกล่าวได้ตามความ เหมาะสมหรือเงื่อนไขของกฎหมาย ใน กรณีเภสัชกรไม่อยู่เนื่องจากเหตุจ�ำเป็น ฉุกเฉินใดๆ สามารถงดให้บริการยาใน บริเวณหวงห้ามนี้แก่ลูกค้า (ดังแสดงใน รูปที่ 1.3) แต่ยังสามารถให้บริการยา สามัญประจ�ำบ้านที่ผู้รับบริการเลือกซื้อ ยาดังกล่าวได้ด้วยตนเอง 1.1.5 มีบริเวณให้ค�ำแนะน�ำ ปรึกษาที่เป็นสัดส่วน • สามารถจัดท�ำเป็นห้อง ให้ค�ำปรึกษาโดยเฉพาะ (ดังแสดงใน รูปที่ 1.4) หรือจัดบริเวณพื้นที่ในร้าน บางส่วนให้มีขนาดเหมาะสม โดยมี โต๊ะส�ำหรับท�ำกิจกรรมให้ค�ำปรึกษา มี เก้าอี้ให้ผู้รับบริการนั่งพัก (ดังแสดงใน รูปที่ 1.5) หรือมีฉากกั้นเป็นอาณาบริเวณ ให้ค�ำปรึกษา ทั้งนี้เพื่อให้ได้รับการไว้วางใจ เกิดความเป็นส่วนตัวที่จะเก็บรักษาความ ลับของลูกค้า ตลอดจนป้องกันไม่ให้ลูก ค้าอื่นๆมาสอดแทรกการให้ค�ำปรึกษา นอกจากนี้ควรป้องกันเสียงรบกวนที่ส่งผล กระทบระหว่างการปฏิบัติงานให้ค�ำปรึกษา (ดังแสดงในรูปที่ 1.6) รูปที่ 1.4 ตัวอย่างห้องให้ค�ำปรึกษาโดยเภสัชกร รูปที่ 1.3 รูปแสดงป้ายการบอกให้ผู้รับบริการรับรู้กรณีเภสัชกรไม่อยู่
  • 16. คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา 17มาตรฐานที่ 1 สถานที่ อุปกรณ์ และสิ่งสนับสนุนบริการ รูปที่ 1.6 ด้านนอกบริเวณพื้นที่ให้ค�ำปรึกษามีเก้าอี้ให้ผู้รับบริการรายอื่นได้นั่งพักระหว่างรอเภสัชกร รูปที่ 1.5 บริเวณให้ค�ำปรึกษาโดยเภสัชกร โดยดัดแปลงพื้นที่บางส่วนในร้านให้เป็นสัดส่วน โดยมีฉากกั้น เพื่อความสะดวก และความเป็นส่วนตัว อีกทั้งมีจอคอมพิวเตอร์ ช่วยในการให้ความรู้แก่ผู้รับบริการ
  • 17. คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา 18 มาตรฐานที่ 1 สถานที่ อุปกรณ์ และสิ่งสนับสนุนบริการ 1.1.6 มีบริเวณแสดงสื่อให้ ความรู้เรื่องสุขภาพ โดยไม่มุ่งการโฆษณา ได้แก่ แผ่นพับ แผ่นปลิว โปสเตอร์ จัดบอร์ดความรู้เกี่ยวกับโรคต่างๆ ที่ เหมาะสมในแต่ละโอกาส พร้อม รายละเอียด เช่น สาเหตุ อาการ การรักษา และการป้องกัน เป็นต้น (ดังแสดงใน รูปที่ 1.7 ถึง 1.9) ในกรณีจัดวาง เอกสารหรือติดตั้งสื่อที่มุ่งการโฆษณาให้ มีพื้นที่จัดแยกโดยเฉพาะและไม่ควรมา จัดไว้ในบริเวณที่ปฏิบัติงานโดยเภสัชกร (professional service area) รวมถึง การไม่ติดสติ๊กเกอร์หรือป้ายโฆษณายา บริเวณตู้ยาหรือชั้นวางยาที่ต้องปฏิบัติ การโดยเภสัชกรเท่านั้น รูปที่ 1.7 ตัวอย่างแผ่นพับแนะน�ำความรู้สุขภาพส�ำหรับแจกให้ผู้รับบริการ รูปที่ 1.8 ตัวอย่างการจัดบอร์ดให้ความรู้การดูแลตนเองและป้องกันโรค
  • 18. คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา 19มาตรฐานที่ 1 สถานที่ อุปกรณ์ และสิ่งสนับสนุนบริการ รูปที่ 1.9 ตัวอย่างรูป จัดบอร์ดรณรงค์การใช้ยาปฏิชีวนะให้เหมาะสม 1.1.7 มีป้ายสัญลักษณ์ต่างๆ ดังนี้ ก. ป้ายแสดงว่าเป็น “ร้านยา” มีขนาดที่เห็นได้เด่นชัด (ดังแสดงในรูปที่ 1.10) รูปที่ 1.10 รูปป้ายแสดงอย่างชัดเจนว่าเป็นร้านยา
  • 19. คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา 20 มาตรฐานที่ 1 สถานที่ อุปกรณ์ และสิ่งสนับสนุนบริการ - ป้ายแสดงว่าเป็นร้านยา เช่น “ขายยา” “ร้าน ขายยา” “จ�ำหน่ายยา-เวชภัณฑ์-อาหารเสริมสุขภาพ” - หลีกเลี่ยงป้ายที่อาจให้เกิดความสับสนว่าเป็น ร้านยาหรือไม่ เช่น “จ�ำหน่ายผลิตภัณฑ์“ “คลินิกเวชภัณฑ์” - หลีกเลี่ยงป้ายที่เชิญชวนให้เชื่อหรือไม่จริง เช่น “ขายยาถูกที่สุด” “ขายยา........เห็นผลภายใน 7 วัน” หรือ “ขายยาโดยเภสัชกรตลอดวัน” ทั้งๆ ที่ร้านมีเภสัชกร เป็นบางเวลา ข. มีป้ายแสดงชื่อ รูปถ่ายที่ควรเป็นปัจจุบัน เลขที่ ใบประกอบวิชาชีพ และเวลาปฏิบัติการของเภสัชกรที่ก�ำลัง ปฏิบัติหน้าที่ไว้ในที่เปิดเผย และแสดงให้ลูกค้าทราบโดย เด่นชัดว่าขณะนี้มีเภสัชกรที่แสดงไว้ที่ป้ายว่าก�ำลังปฎิบัติ งานอยู่ หรือ ไม่อยู่ปฎิบัติงาน หากร้านที่มีเภสัชกรหลาย คนหมุนเวียนมาปฏิบัติงาน ควรแสดงให้ชัดเจนว่าเภสัชกร ผู้ปฏิบัติงานในขณะนั้น คือใคร ดังแสดงในรูปที่ 1.11 ถึง 1.12 รูปที่ 1.11 ป้ายแสดงชื่อ รูปถ่ายที่ควรเป็นปัจจุบัน เลขที่ใบประกอบวิชาชีพ และเวลาปฏิบัติการ ของเภสัชกรที่ก�ำลังปฏิบัติหน้าที่ไว้ในที่เปิดเผย รูปที่ 1.12 ป้ายแสดงเภสัชกรที่ก�ำลังปฏิบัติงาน
  • 20. คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา 21มาตรฐานที่ 1 สถานที่ อุปกรณ์ และสิ่งสนับสนุนบริการ ค. ป้ายสัญลักษณ์ที่เป็นไปตามข้อก�ำหนดของใบ อนุญาตและประเภทของยาส�ำหรับร้านขายยาแผนปัจจุบัน (ตามร่างกฎกระทรวงใหม่) ได้แก่ (๑) จัดท�ำป้ายด้วยวัตถุถาวรสีน�้ำเงิน ขนาดกว้าง และยาวไม่น้อยกว่า ๒๐ x ๗๐ เซนติเมตร และมีข้อความ เป็นตัวอักษรไทยสีขาว สูงไม่น้อยกว่า ๓ เซนติเมตร แสดง ว่าเป็นสถานที่ขายยาแผนปัจจุบัน หรือสถานที่ขายส่งยา แผนปัจจุบัน (ดังแสดงในรูปที่ 1.13) (๒) จัดท�ำป้ายด้วยวัตถุถาวรสีน�้ำเงิน สีเขียว หรือ สีแดง ตามประเภทสถานที่ขายยา ขนาดกว้างและยาว ไม่น้อยกว่า ๒๐ x ๕๐ เซนติเมตร และมีข้อความเป็น ตัวอักษรไทยสีขาว สูงไม่น้อยกว่า ๓ เซนติเมตร แสดง ชื่อตัว ชื่อสกุล และวิทยฐานะของผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ (ดังแสดงในรูปที่ 1.14) รูปที่ 1.13 ป้ายแสดงสถานที่ขายยาแผนปัจจุบัน รูปที่ 1.14 ป้ายแสดงตัวของผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ
  • 21. คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา 22 มาตรฐานที่ 1 สถานที่ อุปกรณ์ และสิ่งสนับสนุนบริการ (๓) จัดท�ำป้ายด้วยวัตถุถาวรสีน�้ำเงิน สีเขียว หรือ สีแดง ตามประเภทสถานที่ขายยา แสดงชื่อตัว ชื่อสกุล และวิทยฐานะของผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ เลขที่ใบประกอบ วิชาชีพหรือใบประกอบโรคศิลปะ รูปถ่ายผู้มีหน้าที่ปฏิบัติ การหน้าเต็ม รูปสี ไม่เกินห้าปี ขนาดอย่างน้อย ๘ x ๑๕ เซนติเมตร และเวลาที่ปฏิบัติการ (ดังแสดงในรูปที่ 1.15) ง. ป้าย “จุดบริการโดยเภสัชกร” แสดงบริเวณ ที่ปฏิบัติงานโดยเภสัชกร และกิจกรรมอื่นๆ ตามความ เหมาะสม เช่น “รับใบสั่งยา” “ให้ค�ำแนะน�ำปรึกษาโดย เภสัชกร” (ดังแสดงในรูปที่ 1.16 และ 1.17 ตามล�ำดับ) รูปที่ 1.15 ป้ายแสดงรูปถ่ายผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ หน้าเต็มและเวลาที่ปฏิบัติการ รูปที่ 1.16 ป้าย “รับใบสั่งยา” รูปที่ 1.17 ป้าย “ให้ค�ำแนะน�ำ ปรึกษาโดยเภสัชกร”
  • 22. คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา 23มาตรฐานที่ 1 สถานที่ อุปกรณ์ และสิ่งสนับสนุนบริการ รูปที่ 1.18 รูปเทอร์โมมิเตอร์แบบต่างๆ รูปที่ 1.19 เครื่องวัดความดันแบบต่างๆ รูปที่ 1.20 สายวัดส�ำหรับวัดขนาดสัดส่วน 1.2 อุปกรณ์ 1.2.1 มีอุปกรณ์ในการให้บริการสุขภาพที่ เหมาะสมเพื่อประโยชน์ในการติดตามผลการใช้ยา เช่น - เครื่องชั่งน�้ำหนัก นอกจากเป็น การบริการให้ผู้ที่อยากทราบน�้ำหนักแล้ว ยังเป็นการตรวจ สอบน�้ำหนักของผู้ป่วยให้แน่ใจเพื่อใช้ค�ำนวณขนาดยาให้ ถูกต้อง - ที่วัดส่วนสูง มีประโยชน์ เช่น การค�ำนวณดัชนีมวลกาย (BMI) การเจริญเติบโตในเด็ก เป็นต้น - ที่วัดอุณหภูมิร่างกาย โดยสามารถ ใช้เทอร์โมมิเตอร์แบบต่างๆที่ใช้ในร้านได้สะดวก เช่น เทอร์โมมิเตอร์แบบตัวเลข (ดังแสดงในรูปที่ 1.18) มี ประโยชน์ในการวัดภาวะไข้ของผู้ป่วย - เครื่องวัดความดันโลหิต อาจใช้แบบ ตัวเลข (ดังแสดงในรูปที่ 1.19) มีประโยชน์ในการคัดกรอง ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง หรือยืนยัน อาการบางอย่างที่มีสาเหตุของภาวะความผิดปกติของความ ดันโลหิต เช่น อาการปวดศีรษะ วิงเวียน หน้ามืด เป็นต้น ควรศึกษาวิธีการใช้เครื่องวัด และการแปรผลให้ได้ถูกต้อง (สามารถศึกษาเพิ่มเติมในแนวทางเวชปฏิบัติโรคความดัน โลหิตสูง สมาคมโรคความดันโลหิตที่ http://www.thai hypertension.org/2008guideline.pdf) อุปกรณ์อื่นๆ ตามกิจกรรมที่ร้านยามี ความพร้อม เช่น - สายวัด ส�ำหรับวัดขนาดเอว (ดังแสดง ในรูปที่ 1.20) ใช้เพื่อพิจารณาความเสี่ยงของภาวะ โรคอ้วนลงพุง metabolic disease ตลอดจนความเสี่ยงต่อ โรคเบาหวาน - ชุดวัดระดับน�้ำตาลในเลือด โดยวิธี เจาะเลือดจากปลายนิ้ว (capillary blood glucose, CBG) โดยใช้เครื่อง glucose meter แบบตัวเลข (ดังแสดงในรูปที่ 1.21) ใช้ในการคัดกรองผู้ป่วยที่มี ความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน ตลอดจนผู้ป่วยโรคเบาหวาน ที่ต้องการตรวจสอบระดับน�้ำตาลเบื้องต้นในระหว่าง ท�ำการรักษาจากแพทย์ เภสัชกรควรศึกษาวิธีการใช้เครื่อง ตรวจระดับน�้ำตาลในแต่ละรุ่นจากคู่มือฯ หรือผู้ขาย และ รูปที่ 1.21 เครื่องเจาะวัดน�้ำตาลในเลือดแบบพกพา หมายเหตุ อุปกรณ์ต่างๆ ในการให้บริการสุขภาพควรหมั่น ตรวจสอบอย่างสม�่ำเสมอ ให้มีความถูกต้องแม่นย�ำ ป้องกัน การผิดพลาดในการแปรผล
  • 23. คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา 24 มาตรฐานที่ 1 สถานที่ อุปกรณ์ และสิ่งสนับสนุนบริการ ฝึกซ้อมการใช้เครื่องให้ช�ำนาญก่อนให้บริการ รวมถึงวิธี การแปรผลเพื่ออธิบายผู้ป่วยได้อย่างถูกต้อง ศึกษาเพิ่ม เติมจากแนวเวชปฏิบัติส�ำหรับโรคเบาหวาน 2554 ที่ http://www.nhso.go.th/NHSOFront/SelectViewItem Action.do?folder_id=000000000000106&item_ id=000000000027532 1.2.2 มีอุปกรณ์นับเม็ดยา จ�ำแนกตามกลุ่มยาที่ จ�ำเป็นในการให้บริการ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีโอกาสแพ้ยา ได้บ่อย เช่น ยาปฏิชีวนะกลุ่มเพนนิซิลิน ยาซัลโฟนาไมด์ ฯลฯ และมีเครื่องหมายแสดงโดยจ�ำเพาะอย่างชัดเจน (ดังแสดงในรูปที่ 1.22) เพื่อป้องกันการปนเปื้อนจากการ รูปที่ 1.22 ถาดนับเม็ดยา ใช้ยาต่างชนิดกันในถาดนับเม็ดยาอันเดียวกัน ซึ่งมีความ เสี่ยงให้เกิดการแพ้ยาได้โดยไม่ตั้งใจ เช่น การนับเม็ดยา เพนนิซิลินวี ในถาดนับให้กับลูกค้ารายหนึ่งเสร็จ แล้ว มีลูกค้าอีกรายซึ่งเคยมีประวัติแพ้ยาเพนนิซิลินมาขอ ซื้อยาไอบูโพรเฟน เภสัชกรจึงเทยาไอบูโพรเฟนในถาด เดิม แล้วนับเทใส่ซองยา เศษผงจากเม็ดยาเพนนิซิลินวี อาจปนเปื้อนมากับยาไอบูโพรเฟน เมื่อผู้ป่วยรับประทาน ยาแล้วมีอาการแพ้ยาหรืออาจท�ำให้เข้าใจผิดว่าแพ้ยา ไอบูโพรเฟนได้ 1.2.3 มีอุปกรณ์เครื่องใช้ในการให้บริการที่ สะอาด และไม่เกิดการปนเปื้อนในระหว่างการให้บริการ
  • 24. คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา 25มาตรฐานที่ 1 สถานที่ อุปกรณ์ และสิ่งสนับสนุนบริการ ได้แก่ - การเช็ดท�ำความสะอาดถาดนับเม็ดยา และอุปกรณ์นับด้วยล�ำสีชุปแอลกอฮอล์อย่างสม�่ำเสมอและ ทุกครั้งก่อนจ่ายยาหากพบว่าถาดนั้นมีสิ่งปนเปื้อน ข้อนี้รวม ถึงห้ามใช้มือเปล่าในการหยิบนับเม็ดยา - เทอร์โมมิเตอร์วัดไข้ ที่ใช้อมใต้ลิ้นหรือใช้ ใส่ในรูหู ต้องท�ำความสะอาดทุกครั้งเมื่อใช้เสร็จ และเช็ด ฆ่าเชื้อด้วยแอลกอฮอล์ - แก้วน�้ำที่ไว้ให้ผู้รับบริการรับประทานยา ควรใช้แบบครั้งต่อครั้ง ไม่ใช่มีแค่แก้วใบเดียวใช้ด้วยกัน ซึ่งจะมีโอกาสแพร่กระจายเชื้อโรคได้ - ในกรณีที่ใช้เครื่องมือที่มีโอกาสปนเปื้อน เลือด สารคัดหลั่งต่างๆ ที่มีโอกาสติดเชื้อ เภสัชกรหรือ ผู้ปฏิบัติงานควรสวมถุงมือยางเพื่อป้องกันการติดเชื้อ เช่น สวมถุงมือยาง ช่วยท�ำแผลในการปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้ ผู้ป่วย (ดังแสดงในรูปที่ 1.23) 1.2.4 มีตู้เย็นเก็บเวชภัณฑ์ที่เป็นสัดส่วนเพียงพอ และมีการควบคุมและบันทึกอุณหภูมิอย่างสม�่ำเสมอ (ดู รายละเอียดเพิ่มเติมที่หัวข้อ 3.1.2) และไม่เก็บรวมกับสิ่ง อื่นๆ ที่ไม่ใช่ยา เช่น การแช่อาหารที่มีกลิ่นไว้ในตู้เย็นที่มี รูปที่ 1.23 การปฐมพยาบาลเบื้องต้นแก่ผู้ป่วยโดยสวมใส่ถุงมือยาง
  • 25. คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา 26 มาตรฐานที่ 1 สถานที่ อุปกรณ์ และสิ่งสนับสนุนบริการ การเก็บยา (ดังแสดงในรูปที่ 1.24) 1.2.5 มีภาชนะบรรจุยา โดยที่ ก. ยาที่มีไว้เพื่อบริการ ควรอยู่ในภาชนะ เดิมที่มีฉลากครบถ้วนตามที่กฎหมายก�ำหนด ไม่ควรมีการ เปลี่ยนถ่ายภาชนะ หรือถ้ามีเหตุจ�ำเป็นต้องเปลี่ยนถ่าย ภาชนะ ก็ต้องมีข้อความและข้อมูลที่จ�ำเป็นครบถ้วนตาม รูปตู้เย็นภายนอก รูปตู้เย็นภายใน (ยาควรบรรจุในภาชนะป้องกันความชื้น) รูปแสดงกล่องเก็บยาที่ต้องควบคุมอุณหภูมิให้ได้ 2-8 องศา รูปเทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิในตู้เย็น รูปที่ 1.24 ตู้เย็นและภายในตู้เย็น
  • 26. คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา 27มาตรฐานที่ 1 สถานที่ อุปกรณ์ และสิ่งสนับสนุนบริการ ที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย เช่น - ไม่ควรถ่ายเทยาเม็ดจากขวดหนึ่งไปใส่ใน ยาอีกขวด ถึงแม้ยานั้นเป็นยาที่มีเลขที่ของการผลิตเดียวกัน เนื่องจากการเปิดใช้ไม่พร้อมกัน การน�ำยาที่เปิดใช้นาน แล้วไปปะปนกับยาที่เพิ่งเปิดใช้ใหม่ อาจมีความเสี่ยงที่มี ยาเสื่อมคุณภาพหากยาเม็ดเก่าตกค้างในขวดยาใหม่เป็น เวลานาน ข. ภาชนะบรรจุยาที่เหมาะสมส�ำหรับ การให้บริการต่อประชาชน ต้องค�ำนึงถึง ปริมาณบรรจุ การป้องกันยาเสื่อมคุณภาพ เช่น - ใช้ซองยาสีน�้ำตาลกันแสง ส�ำหรับยาที่ เสื่อมสลายง่ายจากแสง (ดังแสดงในรูปที่ 1.25) - ใส่ซองบรรจุสารกันชื้น ในขวดยาหรือ กระป๋องในกรณีจ่ายยาเม็ดปริมาณมากใส่ขวดยา - ไม่แกะยาออกจากแผงที่ป้องกันการเสื่อม จากแสงหรือความชื้นลงใส่บรรจุในขวดไว้จ่าย ยกเว้น เตรียมเพื่อความสะดวกของผู้ป่วยบางราย หรือเตรียมเป็น Unit dose รูปที่ 1.25 ซองยาสีชา รูปที่ 1.26 MIMS, MIMS Pharmacy, MIMs Annual, MIMs Annual Identa 1.3 สิ่งสนับสนุนบริการ 1.3.1 มีแหล่งข้อมูล ต�ำรา ที่เหมาะสมในการ ใช้อ้างอิงและเผยแพร่ ได้แก่ หนังสือหรือต�ำรา เช่น - หนังสือเพื่อใช้อ้างอิงหรือค้นหาข้อมูลยา ตลอดจนความรู้พื้นฐานเกี่ยวเภสัชวิทยา drug interaction, adverse reaction (ดังแสดงเป็นตัวอย่าง ในรูปที่ 1.26 ถึง 1.35)
  • 27. คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา 28 มาตรฐานที่ 1 สถานที่ อุปกรณ์ และสิ่งสนับสนุนบริการ รูปที่ 1.27 Drug Information Handbook รูปที่ 1.28 Drug Facts and Comparisons รูปที่ 1.29 Martindale : The Extra Pharmacopoeia รูปที่ 1.30 Pharmacotherapy : A Pathophysiologic Approach รูปที่ 1.31 Pharmacotherapy Handbook รูปที่ 1.32 Drug interaction facts
  • 28. คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา 29มาตรฐานที่ 1 สถานที่ อุปกรณ์ และสิ่งสนับสนุนบริการ รูปที่ 1.34 บัญชียาหลักแห่งชาติ พ.ศ. 2551 และ คู่มือการใช้ยาอย่างสมเหตุผลตาม บัญชียาหลักแห่งชาติ รูปที่ 1.35 หนังสือหรือคู่มือมาตรฐานแนวทางการักษาโรคพื้นฐานเบื้องต้น (common illness) เช่น ต�ำราการตรวจรักษา โรคทั่วไป แนวทางเวชปฏิบัติส�ำหรับโรคเรื้อรัง ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูงและหลอดเลือด โรคหืด โรคผิวหนัง ฯลฯ รูปที่ 1.33 Goodman and Gilman’s Manual of Pharmacology and Therapeutics เภสัชกรสามารถหาข้อมูลผ่าน website อื่นๆ ที่รวบรวม ข้อมูลและงานวิจัยโดยตรง เช่น www.cochrane.org หรือ cochrane library ที่ http://thecochranelibrary.com/ http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/ www.clinicalevidence.com www.evidence-basedmedicine.com www.medscape.com การหาแหล่งข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต ได้แก่ การค้นหาข้อมูลผ่าน search engine เช่น www.google.co.th หรือ www.yahoo.com หรือ www. msn.com ฯลฯ โดยใส่ key word ที่ต้องการทราบ เช่น ถ้าอยากทราบผลของยา paracetamol ที่มีต่อตับ สามารถ พิมพ์ค�ำว่า paracetamol + liver และกด search จะ แสดงข้อมูลทั้งหมดที่เคยมีการรายงานหรือตีพิมพ์ อย่างไรก็ ดีข้อมูลบางอย่างอาจไม่ใช่ข้อมูลเชิงวิชาการโดยตรง ดังนั้น
  • 29. คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา 30 มาตรฐานที่ 1 สถานที่ อุปกรณ์ และสิ่งสนับสนุนบริการ การหาข้อมูลแนวทางการรักษาต่างๆจาก National Guideline Clearinghouse ได้ที่ www.guideline.gov การหาความรู้ ข้อมูลเกี่ยวโรค ยาและเรื่องสุขภาพอื่นๆ เช่น www.webmd.com www.cdc.gov www.medlineplus.gov www.mercksource.com www.Rxlist.com www.who.int/medicines/ www.fda.gov การหาข้อมูลจากวารสารการแพทย์ที่มีชื่อเสียง เช่น วารสาร British medical Journal ที่ www.bmj.com วารสาร Lancet ที่ www.TheLancet.com วารสาร New England Journal of Medicine ที่ www.nejm.org การหาข้อมูลจากมหาวิทยาลัย สถาบันทางการแพทย์ที่มีชื่อเสียงและเผยแพร่ความรู้สู่สาธารณะ เช่น Stanford School of Medicine ที่ http://healthlibraly.stanford.edu/ Cleveland clinic ที่ http://my.clevelandclinic.org/helth/default.aspx Harvard Medical school ที่ www.intelihealth.com University of Maryland medical center ที่ http://www.umm.edu/ การหาข้อมูลผ่านการดูภาพยนตร์โดยใช้ www.youtube.com www.healthvideo.com http://www.emedtv.com/video.html หรือ สามารถดูการบรรยายวิชาการได้ที่ www.uctv.tv www.researchchannel.org www.cecentral.com หรือ กรณีใช้เพื่อสาธิตรูปภาพ ภาพเคลื่อนไหว (animation) เช่น www.medmovie.com www.nucleusinc.com www.youtube.com/user/nucleusanimation การหาความรู้ผ่านการเสนอผลงาน present slide ที่ www.slideworld.org
  • 30. คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา 31มาตรฐานที่ 1 สถานที่ อุปกรณ์ และสิ่งสนับสนุนบริการ 1.3.2 มีฉลากช่วย เอกสารความรู้ สนับสนุนการ บริการอย่างเหมาะสม เช่น - สติ๊กเกอร์ หรือ ฉลากเสริม ที่มีข้อความ เกี่ยวกับข้อควรระวัง ผลข้างเคียง วิธีการใช้ยาที่ถูกต้อง หรือค�ำเตือนอื่นๆ ที่มีประโยชน์ในการใช้ยา (ดังแสดงเป็น ในรูปที่ 1.36) รูปที่ 1.36 สติ๊กเกอร์ หรือ ฉลากเสริม - แผ่นพับแนะน�ำความรู้เรื่องโรค การรักษา การป้องกัน เป็นต้น ส�ำหรับแจกให้ผู้รับบริการ กลับไปอ่าน เป็นการทบทวนหรือกระตุ้นให้สนใจใน การรักษา ตลอดจนการปฏิบัติตัวให้ถูกต้อง แผ่นพับดังกล่าวร้านยาอาจได้มาจากหน่วย ราชการ องค์กรฯ สถาบันการศึกษา บริษัทยาหรือร้านยา สามารถท�ำขึ้นมาเองตามปัญหา ความส�ำคัญหรือโรคที่พบ บ่อยในชุมชน (ดังรูป 1.37-1.38) โดยควรบรรจุเนื้อหาใน ตัวอย่างค�ำแนะน�ำพิเศษในสติ๊กเกอร์หรือฉลากเสริมส�ำหรับกลุ่มยาต่างๆ ดูได้ในภาคผนวก แผ่นพับที่ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย อาจมีภาพประกอบ และ ไม่บรรจุเนื้อหาที่ยาวเกินจ�ำเป็น หรือมีศัพท์เทคนิคที่ไม่มี ค�ำอธิบาย ตลอดจนควรมีแหล่งที่มาของข้อมูลที่บรรจุ ไว้ในแผ่นพับ ในกรณีแผ่นพับที่ได้สนับสนุนจากบริษัท ยา ควรตรวจสอบเนื้อหาว่าจะไม่มีส่วนที่มุ่งแต่หวังผล การค้ามากเกินไป หรือข้อมูลที่ไม่สามารถพิสูจน์หลักฐาน เชิงประจักษ์ได้
  • 31. คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา 32 มาตรฐานที่ 1 สถานที่ อุปกรณ์ และสิ่งสนับสนุนบริการ รูปที่ 1.37 ตัวอย่างแผ่นแนะน�ำความรู้แก่ผู้ป่วยในรูปแบบเปิดได้คล้ายปฎิทินตั้งโต๊ะ รูปที่ 1.38 แผ่นพับที่ร้านยาสามารถท�ำขึ้นเองได้เพื่อแนะน�ำผู้ป่วย
  • 32. คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา 33มาตรฐานที่ 1 สถานที่ อุปกรณ์ และสิ่งสนับสนุนบริการ - แนะน�ำสื่ออื่นๆ ที่ช่วยแนะน�ำความรู้ การใช้ยาให้ประชาชนทางเว็บไซต์ เช่น http://www.oryor. com/oryor/index.html จัดท�ำโดยส�ำนักงานคณะกรรมการ อาหารและยา รูปที่ 1.39 การใช้ยาเหน็บทวารหนัก ช่องคลอดและอื่นๆ รูปที่ 1.40 การใช้ยาหยอดยา รูปที่ 1.41 การใช้ยาป้ายตา - รูปภาพส�ำหรับช่วยสาธิตการใช้ยา เช่น การใช้ยาเหน็บทวารหรือช่องคลอด ยาสูด ยาพ่นจมูก ยา หยอดตา ยาป้ายตา การฉีดอินซูลิน เป็นต้น (ดังแสดงเป็น ในรูปที่ 1.39 ถึง 1.41)
  • 33. คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา 34 มาตรฐานที่ 1 สถานที่ อุปกรณ์ และสิ่งสนับสนุนบริการ 1.3.3 มีอุปกรณ์พิเศษที่ช่วยเพิ่มความร่วมมือใน การใช้ยา ได้แก่ - กล่องใส่ยาแบ่งตามเวลาในการใช้ยา - ที่ตัดแบ่งเม็ดยา ใช้ส�ำหรับช่วยตัดแบ่งเม็ดยาให้สะดวกและได้ขนาดที่แม่นย�ำ (ดังแสดงเป็นในรูปที่ 1.43) รูปที่ 1.42 กล่องใส่ยา รูปที่ 1.43 ที่ตัดแบ่งเม็ดยา - ที่ป้อนยาส�ำหรับเด็กเล็กที่รับประทานยาจากช้อนไม่ถนัด เช่น ไซริ่งป้อนยา หลอด หยดยาน�้ำ ถ้วยรับประทานยาน�้ำ นอกจากนี้ยังใช้วัดขนาดยาได้ค่อนข้างละเอียดกว่า (ดังแสดงเป็นใน รูปที่ 1.44) หรือมื้ออาหาร ไว้ช่วยส�ำหรับผู้ลืมรับประทานยาหรืออาจ สับสนจากการรับประทานยาหลายตัว (ดังแสดงเป็นใน รูปที่ 1.42) รูปที่ 1.44 ที่ป้อนยาส�ำหรับเด็กเล็ก
  • 34. คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา 35มาตรฐานที่ 1 สถานที่ อุปกรณ์ และสิ่งสนับสนุนบริการ - กระบอกช่วยสูดยา (ดังแสดงเป็นในรูปที่ 1.45) ส�ำหรับช่วยให้การใช้ยาสูดในเด็กได้มีประสิทธิภาพ (ใช้ ในกรณีที่จ�ำเป็นหรืออาจดัดแปลงชั่วคราวโดยใช้แก้วกระดาษทรงสูง เจาะรูที่ก้นแก้วให้พอดีขนาดปลายปากของยาสูด) รูปที่ 1.45 กระบอกช่วยสูดยา - สื่อช่วยอธิบายการใช้ยาอย่างละเอียดอื่นๆ เช่น รูปภาพ พร้อมอธิบายขั้นตอนการใช้ ยา (ดังแสดงเป็นในรูปที่ 1.46) รูปที่ 1.46 รูปภาพ พร้อมอธิบายขั้นตอนการใช้ยาป้ายตาอย่างละเอียด - ภาพยนตร์ วีดิโอ (ดังแสดงเป็นในรูปที่ 1.47)
  • 35. คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา 36 มาตรฐานที่ 1 สถานที่ อุปกรณ์ และสิ่งสนับสนุนบริการ รูปที่ 1.47 สื่อช่วยอธิบายการใช้ยา มาตรฐานที่ 1 นี้ ประกอบด้วย สถานที่ อุปกรณ์ และสิ่งสนับสนุนบริการ ซึ่งเป็นองค์ประกอบ ทางกายภาพของร้านยาที่เหมาะสม และสนับสนุนให้เกิดการบริการทางเภสัชกรรมที่ดีมีคุณภาพ เริ่ม จากการจัดตกแต่งภายนอกให้ผู้รับบริการรับรู้ได้อย่างเด่นชัดว่าเป็นร้านยา ด้วยความสะอาดและ เป็นระเบียบเรียบร้อย และเมื่อเข้าไปในร้านมีการจัดแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนที่เพียงพอและเหมาะสม ส�ำหรับการให้บริการ แสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดระหว่างพื้นที่ที่ต้องปฏิบัติการโดยเภสัชกร และพื้นที่ บริการอื่นๆ มีการจัดหมวดหมู่ของยา ผลิตภัณฑ์สุขภาพ และการเก็บรักษาที่เอื้อต่อการรักษาคุณภาพ ของผลิตภัณฑ์ ตลอดจนต้องจัดหาอุปกรณ์ และสิ่งสนับสนุนการให้บริการ ทั้งนี้เพื่อเป็นการเตรียม ความพร้อมขององค์ประกอบทางกายภาพให้เหมาะสมต่อการให้บริการทางเภสัชกรรมที่ดีที่สุดแก่ ประชาชนที่เข้ามารับบริการที่ร้านยา - ภาพยนตร์ วีดิโอ (ดังแสดงเป็นในรูปที่ 1.47) สรุป
  • 36. คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา 37มาตรฐานที่ 1 สถานที่ อุปกรณ์ และสิ่งสนับสนุนบริการ
  • 37. 38 คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา มาตรฐานที่ 2 การบริหารจัดการเพื่อคุณภาพ มาตรฐานร้านยา มาตรฐานที่ 2 การบริหารจัดการเพื่อคุณภาพ ความมุ่งหมายของมาตรฐานนี้เพื่อเป็นการประกันว่า กระบวนการบริหารจัดการจะเป็นไปตามกระบวนการคุณภาพ อย่างต่อเนื่อง ตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของผู้รับบริการ และป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการประกอบ วิชาชีพ มาตรฐานนี้ครอบคลุม บุคลากร กระบวนการคุณภาพที่มุ่งเน้นให้ร้านยามีกระบวนการและเอกสารที่สามารถ เป็นหลักประกันคุณภาพบริการ โดยมีรายละเอียดของมาตรฐานดังนี้ 2.1 บุคลากร 2.1.1 ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ ก. เป็นเภสัชกรที่สามารถประกอบวิชาชีพ ตามใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม โดยอยู่ปฏิบัติหน้าที่ ตลอดเวลาที่เปิดท�ำการ ข. ต้องแสดงตนให้สาธารณชนทราบว่า เป็นเภสัชกรผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ โดยสวมเครื่องแบบตามข้อ ก�ำหนดของสภาเภสัชกรรม ค. มีมนุษยสัมพันธ์ และมีทักษะในการสื่อสารที่เหมาะสม ง. มีสุขภาพอนามัยดี ไม่เป็นแหล่งแพร่เชื้อแก่ผู้รับบริการ 2.1.2 ผู้ช่วยปฏิบัติการ (ถ้ามี) ก. แสดงตนและแต่งกายให้สาธารณชนทราบว่าเป็น ผู้ช่วยเภสัชกร ข. ปฏิบัติงานภายใต้การก�ำกับดูแลของเภสัชกรผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ ค. มีสุขภาพอนามัยดี ไม่เป็นแหล่งแพร่เชื้อแก่ผู้รับบริการ 2.2 กระบวนการคุณภาพ 2.2.1 มีเอกสารคุณภาพที่จ�ำเป็นและเหมาะสม เช่น ใบสั่งยา กฎหมายข้อบังคับที่เกี่ยวข้องแยกเป็นหมวด หมู่ตามประเภท มาตรฐานหรือแนวทางการดูแลผู้ป่วยที่น่าเชื่อถือ (standard practice guidelines) เป็นต้น 2.2.2 มีระบบการจัดการเอกสารคุณภาพและข้อมูลที่จ�ำเป็นและเหมาะสม 2.2.3 มีการประกาศสิทธิผู้ป่วยที่ควรได้รับจากการบริการ 2.2.4 มีการวิเคราะห์และระบุความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น พร้อมทั้งแนวทางการบริหารจัดการที่เป็นรูปธรรม เช่น ความปลอดภัยของการให้บริการ การจ่ายยาผิด เป็นต้น 2.2.5 มีการค้นหาความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า เช่น ก. ระบุผู้รับบริการที่แท้จริง ข. ระบุความต้องการและความคาดหวัง 2.2.6 มีบันทึกการให้บริการส�ำหรับผู้รับบริการที่ต้องติดตามต่อเนื่อง เช่น แฟ้มประวัติการใช้ยา หรือ เอกสาร คุณภาพ เช่น รายงานอุบัติการณ์ รายงานการเฝ้าระวังอาการอันไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาและ ผลิตภัณฑ์สุขภาพ 2.2.7 มีการตรวจสอบซ�้ำ (double check) ในแต่ละขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับผู้รับบริการเพื่อลดความคลาดเคลื่อนที่ อาจเกิดขึ้น 2.2.8 มีตัวชี้วัดคุณภาพที่ส�ำคัญ เช่น ความยอมรับหรือความพึงพอใจของผู้รับบริการ ร้อยละของการค้นหา หรือระบุปัญหาที่แท้จริงของผู้รับบริการที่เรียกหายา จ�ำนวนผู้ป่วยที่มีการบันทึกประวัติการใช้ยา เป็นต้น 2.2.9 มีการเพิ่มเติมความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน มาตรฐานที่ 2 การบริหารจัดการเพื่อคุณภาพ
  • 38. 39 คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา มาตรฐานที่ 2 การบริหารจัดการเพื่อคุณภาพ ค�ำอธิบาย ความมุ่งหมายของมาตรฐานนี้เพื่อเป็นการประกัน ว่า กระบวนการบริหารจัดการจะเป็นไปตามกระบวนการ คุณภาพอย่างต่อเนื่อง การที่จะมีความต่อเนื่องในงาน คุณภาพจะต้องเริ่มจากการตระหนักถึงความส�ำคัญ ใน โลกปัจจุบันสังคมเรามีการเปิดกว้างในด้านข้อมูลข่าวสาร ประชาชนไทยยุคใหม่มีการศึกษาสูงขึ้น ร้านยาที่ไม่ยอม ปรับตัวด้านคุณภาพจะไม่ได้รับการยอมรับเชื่อถืออีก ต่อไป ร้านยาที่มีรากฐานด้านคุณภาพจะเข้ามาแทนที่ อาจ เป็นร้านที่มีเงินทุนสูง หรือทุนต่างชาติซึ่งมีมาตรฐานที่สูง กว่า ดังเห็นได้จากบทเรียนร้านสะดวกซื้อของต่างชาติเข้า มาแทนที่ร้านขายของช�ำแบบเดิมๆ ที่ไม่ยอมปรับตัวเพื่อ ตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของผู้รับบริการ การยึด ความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภคเป็นศูนย์กลางเป็นสิ่ง ที่ส�ำคัญมาก เพราะผู้บริโภคคือคนที่จะตัดสินใจว่าจะรับ บริการจากที่ไหน ซึ่งตัวเลือกจะมากขึ้นเรื่อยๆ แนวความคิด ที่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางเป็นเรื่องพ้นสมัยและจะไม่สามารถ อยู่รอด การมีระบบจัดการที่มีมาตรฐานจะช่วยลดความเสี่ยง ที่อาจเกิดขึ้นจากการประกอบวิชาชีพ ความเสี่ยงที่มีอาจมี ผลลัพธ์ต่อความเป็นหรือความตายเของผู้รับบริการจะส่ง ผลกระทบต่อผู้ประกอบวิชาชีพเองในหลายด้าน ที่ส�ำคัญ คือการขาดศรัทธาต่อตัวผู้ประกอบวิชาชีพท�ำให้ผู้รับบริการ ไม่มาใช้บริการอีกต่อไป การขาดมาตรฐานท�ำให้ไม่สามารถ สรุปบทเรียนเพื่อปรับปรุงแก้ไข ในที่สุดจะตกในวงจรของ ความผิดพลาด เมื่อความผิดพลาดมีมากขึ้นย่อมส่งผล ต่อจิตใจของเภสัชกรเอง เภสัชกรจะมีความกังวลขาด ความมั่นใจในตนเอง ขาดสมาธิและขาดความสุขในการ ท�ำงานในที่สุด
  • 39. 40 คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา มาตรฐานที่ 2 การบริหารจัดการเพื่อคุณภาพ มาตรฐานนี้ครอบคลุม บุคลากร กระบวนการคุณภาพ ที่มุ่งเน้นให้ร้านยามีกระบวนการและเอกสารที่สามารถ เป็นหลักประกันคุณภาพบริการ โดยมีรายละเอียดของ มาตรฐานดังนี้ 2.1 บุคลากร 2.1.1 ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ ก. เป็นเภสัชกรที่สามารถประกอบวิชาชีพ ตาม ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม โดยอยู่ ปฏิบัติหน้าที่ตลอดเวลาที่เปิดท�ำการ 1) เภสัชกรต้องอยู่ตลอดเวลาที่มีการขายสินค้า ที่เป็นยาอันตราย ยาควบคุมพิเศษ วัตถุออก ฤทธิ์ต่อจิตและประสาท และยาเสพติดให้ โทษ ตามกฏหมายที่ก�ำหนดไว้ ควรมีป้าย พร้อมรูปถ่ายแสดงไว้ในจุดที่เห็นได้เด่นชัด 2) กรณีเปิดร้านไว้และในเวลานั้นเภสัชกรไม่ สามารถปฏิบัติงานได้ต้องจัดให้มีระบบแจ้ง ให้ผู้รับบริการทราบว่าไม่สามารถซื้อยา อันตรายดังกล่าวได้ในขณะนั้น 3) กรณีเปิดร้านไว้แต่เภสัชกรไม่พร้อมปฏิบัติ การได้หรือไม่อยู่ชั่วคราวต้องมีระบบที่จะ ป้องกันไม่ให้ผู้อื่นใดที่ไม่ใช่เภสัชกรผู้ปฏิบัติ การท�ำการแทนพร้อมทั้งแสดงป้ายชัดเจน หมายเหตุ ตาม พระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 ตีความว่าถ้าเปิดประตูร้านหมายความว่ามีเจตนาจะขาย ยาทุกประเภท ย่อมต้องมีเภสัชกรประจ�ำอยู่เสมอ ข้อนี้ถ้า มองให้ดีเป็นสิ่งที่มีผลดีต่อวิชาชีพมากกว่าผลเสีย เพราะ เมื่อปฏิบัติตามกันแล้วจะท�ำให้บทบาทของเภสัชกรชุมชน โดดเด่นกว่าที่เป็นอยู่ คนอื่นไม่สามารถเข้ามาท�ำหน้าที่แทน ได้อย่างที่พบกันอยู่ในอดีต การก�ำหนดเช่นนี้จะเป็นการ ยกคุณค่าของงานเภสัชกรรมชุมชนที่สามารถแปลงเป็นค่า ตอบแทนที่จูงใจมากขึ้น ข. ต้องแสดงตนให้สาธารณชนทราบว่า เป็น เภสัชกรผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ โดยสวมเครื่อง แบบตามข้อก�ำหนดของสภาเภสัชกรรม การแสดงตนให้ชัดเจนว่าเป็นเภสัชกรมี ผลต่อความเชื่อมั่นของลูกค้า ท�ำให้การเจรจา กับลูกค้ามีโอกาสได้รับการยอมรับมากกว่า การแต่งตัวตามแบบที่สภาเภสัชกรรมก�ำหนด เป็นการแสดงออกถึงมาตรฐานของเภสัชกร ไทยที่สังคมจะจดจ�ำได้ ควรมีป้ายแสดงตน ให้ผู้มารับบริการมั่นใจว่าได้รับการบริการจาก เภสัชกรชุมชนตัวจริง ค. มีมนุษยสัมพันธ์ และมีทักษะในการสื่อสารที่ เหมาะสม องค์ประกอบที่ส�ำคัญ ได้แก่ 1) ฝึกฝนการยิ้มแย้มแจ่มใส เพื่อการมี มนุษยสัมพันธ์ดี 2) ฝึกฝนการควบคุมอารมณ์ให้พร้อมบริการ ตลอดเวลา 3) ฝึกฝนการแสดงออกซึ่งความรู้สึกเป็นห่วง เป็นใยต่อผู้มารับบริการดุจญาติมิตร เช่น การจัดหาที่นั่งให้กับผู้มารับบริการที่มีสภาพ ร่างกายอ่อนแอโดยเฉพาะผู้สูงวัย เป็นต้น 4) ผึกฝนในการสื่อสารสองทาง คือ เป็นผู้ฟัง ที่ดีและเป็นผู้พูดที่มีทักษะท�ำให้เข้าใจง่าย โดยค�ำนึงถึงคุณลักษณะของผู้ฟัง 5) ฝึกการใช้และอ่านภาษากายต่างๆ เช่น การสังเกตสีหน้าและแววตาของผู้มารับ บริการ การแสดงออกด้วยความสุภาพ และ มีมิตรไมตรี เป็นต้น 6) หมั่นทบทวนตนเองเพื่อพัฒนาทักษะเหล่า นี้สม�่ำเสมอ การยอมรับในความไม่สมบูรณ์ ของตนเองคือก้าวส�ำคัญของเปลี่ยนแปลง ไปในทางที่ดี ง. มีสุขภาพอนามัยดี ไม่เป็นแหล่งแพร่เชื้อแก่ผู้รับ บริการ เภสัชกรชุมชนควรจะได้รับการตรวจ ร่างกายอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งตามกฎหมาย ไม่เสพยาเสพติด ไม่ควรสูบบุหรี่หรือเครื่อง ดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างปฏิบัติงาน กรณีมีโรค ที่อาจติดต่อได้ควรหยุดพักการปฏิบัติงานเพื่อ ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคไปสู่ผู้มา รับบริการ 2.1.2 ผู้ช่วยปฏิบัติการ (ถ้ามี) ก. แสดงตนและแต่งกายให้สาธารณชนทราบว่า เป็น ผู้ช่วยเภสัชกร ควรมีการก�ำหนดสีของเสื้อและมีตัว
  • 40. 41 คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา มาตรฐานที่ 2 การบริหารจัดการเพื่อคุณภาพ หนังสือที่เสื้อที่ท�ำให้ผู้รับบริการทราบว่าเป็นผู้ ช่วยและมีลักษณะแตกต่างจากเภสัชกรอย่าง ชัดเจน ข. ปฏิบัติงานภายใต้การก�ำกับดูแลของเภสัชกรผู้ มีหน้าที่ปฏิบัติการ เภสัชกรควรจัดการแบ่งแยกงานของผู้ช่วย ให้ชัดเจน ผู้ช่วยปฏิบัติการต้องไม่ก้าวก่ายหรือ ท�ำการแทนในหน้าที่ซึ่งจ�ำเป็นต้องกระท�ำโดย เภสัชกรเท่านั้น ค. มีสุขภาพอนามัยดี ไม่เป็นแหล่งแพร่เชื้อแก่ ผู้รับบริการปฏิบัติเช่นเดียวกับเภสัชกร 2.2 กระบวนการคุณภาพ 2.2.1 มีเอกสารคุณภาพที่จ�ำเป็นและเหมาะสม เช่น ใบสั่งยา กฎหมายข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง แยกเป็นหมวดหมู่ตามประเภท มาตรฐาน หรือแนวทางการดูแลผู้ป่วยที่น่าเชื่อถือ (standard practice guidelines) เป็นต้น การมีเอกสารคุณภาพมีวัตถุประสงค์หลาย ประการ คือ 1) เพื่อใช้เป็นมาตรฐานในการจัดระบบการปฏิบัติ งาน 2) เพื่อการพัฒนาตนเองของเภสัชกรในด้าน วิชาการ 3) เป็นเครื่องช่วยในการแก้ไขปัญหาในการปฏิบัติ งาน เอกสารที่แนะน�ำว่าควรมีประจ�ำสถานปฏิบัติ การของเภสัชกรรมชุมชน ได้แก่ I. เอกสารด้านยา อาทิ • DRUG INFORMATION HANDBOOK • DRUG DURING PREGNANCY AND LACTATION • DRUG INTERACTION HANDBOOK • MIMS เป็นต้น II. เอกสารเพื่อการดูแลผู้ป่วย อาทิ • PHARMACOTHERAPY • INTERNAL MEDICINE TEXTBOOK • คู่มือการตรวจโรคเบื้องต้น • หนังสือเกี่ยวกับทักษะการสื่อสาร III. เอกสารด้านกฏหมาย • พระราชบัญญัติยา พระราชบัญญัติวัตถุออก ฤทธิ์ต่อจิตและประสาท และพระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษ • พระราชบัญญัติวิชาชีพเภสัชกรรม ข้อบังคับ สภาเภสัชกรรม • หนังสือเกี่ยวภาษีอากรและการพานิช 2.2.2 มีระบบการจัดการเอกสารคุณภาพและ ข้อมูลที่จ�ำเป็นและเหมาะสม ลักษณะการจัดเก็บเอกสารที่ดี 1) เก็บแบบมีล�ำดับที่แน่นอน การล�ำดับตามวัน เวลาที่ได้รับเอกสาร เป็นต้น 2) สามารถสืบค้นหา น�ำกลับมาทบทวนได้ง่าย อาจมีการจัดท�ำดัชนีเพื่อการสืบค้น และมีการ จัดโดยแบ่งออกเป็นหมวดหมู่ 3) มีการจัดการคัดเลือกเอกสารที่ควรเก็บ เอกสาร ที่ไม่จ�ำเป็นต้องเก็บ ปัจจุบันเราสามารถจัดเก็บ เอกสารเก่าไว้ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะประหยัดพี้นที่ได้มาก ในกรณีที่มีข้อมูล จ�ำนวนมาก เช่น ประวัติการใช้ยาของผู้ป่วย โปรแกรมทางด้านฐานข้อมูลสามารถท�ำงาน ได้อย่างมีประสิทธิ์ภาพ เช่น MICROSOFT ACCESS® เป็นต้น 2.2.3 มีการประกาศสิทธิผู้ป่วยที่ควรได้รับจาก การบริการ ควรใช้ทั้งภาษาทางการและในภาษาที่เข้าใจ ได้ง่าย ติดไว้ในที่สามารถสังเกตเห็นได้ง่ายและ ชัดเจน เภสัชกรควรหมั่นทบทวนสิทธิผู้ป่วยเพื่อ สามารถปฏิบัติได้ถูกต้องกับผู้ป่วยทุกรายโดยเสมอ กัน และใช้สิทธิผู้ป่วยเป็นหลักเพื่อการปรับปรุง บริการในทุกกรณี
  • 41. 42 คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา มาตรฐานที่ 2 การบริหารจัดการเพื่อคุณภาพ
  • 42. 43 คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา มาตรฐานที่ 2 การบริหารจัดการเพื่อคุณภาพ  กรณีจ่ายยาอันตรายโดยไม่ทราบลักษณะของผู้ใช้มีโอกาสเกิดอันตรายได้ • กรณีจ่ายยาซองแก้ไข้หวัดโดยไม่สอบถาม ในกรณีเป็นผู้สูงวัยควรระวังเรื่องโรคประจ�ำที่เป็นอยู่ ได้แก่ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ต่อมลูกหมากโต • กรณีจ่ายยาที่มีฤทธิ์ท�ำให้ง่วงซึมโดยไม่ทราบว่า ผู้ใช้มีอาชีพที่ง่วงไม่ได้ เช่น ต้องขับรถ ท�ำงานกันเครื่องจักร เป็นต้น • กรณีจ่ายยาที่ระคายเคืองในกระเพาะอาหารในผู้ป่วยสูงวัยหรือมีความเสี่ยงสูงต่อโรคแผลในกระเพาะอาหารและ ล�ำไส้ • กรณีการจ่ายยาให้ผู้หญิงที่ประจ�ำเดือนขาด ควรค�ำนึงด้วยว่าอาจมีการตั้งครรภ์อยู่หรือไม่ • กรณีการจ่ายยาให้เด็กเล็กโดยไม่ทราบน�้ำหนักตัวจะมีโอกาสค�ำนวณขนาดผิดพลาด ซึ่งอาจมีผลเสียทั้งการได้รับ ยาน้อยหรือมากเกินไป  กรณีจ่ายยาซ�้ำซ้อน • กรณีจ่ายยาให้ผู้ป่วยที่ได้รับยาจากที่อื่นมาก่อนซึ่งอาจเกิดการซ�้ำซ้อน เช่น การได้รับยาแก้ปวดลดไข้ซ�้ำกัน การได้รับยาที่มีฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลางเหมือนกัน • กรณียาที่มีอันตรกิริยาต่อกัน เช่น ในกรณีที่ผู้ป่วยแจ้งว่าเป็นโรคหัวใจควรถามให้แน่ชัดว่าเป็นโรคหัวใจอย่างไร ได้รับการรักษาอะไรมาบ้าง มีการผ่าตัดใส่ขดลวดหรือท�ำ bypass มาหรือไม่ ได้รับยา warfarin หรือ aspirin หรือไม่ • กรณียาเด็ก ยาน�้ำมักมีส่วนผสมหลายตัว โอกาสได้รับยาบางตัวเกินขนาดเกิดขึ้นได้บ่อยๆ  การจ่ายยาโดยไม่ทราบอาการที่แท้จริง • ในการจ่ายยาลดไข้ควรที่จะได้มีการวัดไข้เพื่อให้ทราบแน่ชัดว่า มีไข้จริงหรือไม่ ควรมีการจดบันทึกไว้เป็น หลักฐาน เพราะในบางกรณีอาจมีการวัดซ�้ำอีกในวันต่อๆมา • ในกรณีจ่ายยาแก้ปวดหัวในผู้ใหญ่อายุมากกว่า 35 ปี ถ้าเป็นไปได้ควรจะได้มีการวัดไข้และวัดความดันโลหิต เสมอ เพื่อเป็นการแยกภาวะต่างๆออกจากกันได้ชัดเจน ระหว่างอาการปวดหัวจากไข้ จากโรคติดเชื้อ • การฝากให้ผู้อื่นมาซื้อยาแทน มีโอกาสได้ข้อมูลที่แท้จริงผิดพลาดได้เสมอ เช่น ผู้ป่วยฝากมาซื้อยาแก้ปวดหัว อาจเกิดจากภาวะความดันโลหิตสูงขั้นร้ายแรงจนต้องน�ำส่งต่อโดยด่วน ถ้าเป็นไปได้ควรหาทางได้พูดคุยกับ ผู้ป่วยโดยตรง อาจใช้โทรศัพท์เป็นต้น หรือในกรณีเมื่อฟังอาการแล้วน่าสงสัย การปฏิเสธไม่จ่ายยาให้ผู้ป่วยอาจ ดีกว่าการจ่ายยาไปด้วยซ�้ำ และควรจัดท�ำเอกสารเแจ้งข้อมูลโดยตรงกับผู้ใช้ยาเฉพาะรายเพื่อชี้แจงให้เกิดความ กระจ่างชัดและหนักแน่น ความผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้นจริงในร้านยาและแนวทางแก้ไข 1) ควรมีระบบเฝ้าระวังความผิดพลาด แบ่งได้เป็น 3 ระดับ คือ 1.1 อาจเกิดขึ้นได้ มีความเสี่ยง 1.2 เกือบจะเกิดขึ้นแต่แก้ไขทัน 1.3 เกิดขึ้นแล้ว 2) มีการวิเคราะห์สาเหตุของความผิดพลาดที่ เกิดขึ้น และผลของความผิดพลาดต่างๆ 3) จัดให้มีแนวทางในการป้องกันความผิดพลาด มีการตรวจวัดผลของการปฏิบัติตามแผนการเหล่านั้น 2.2.4 มีการวิเคราะห์และระบุความเสี่ยงที่อาจ เกิดขึ้น พร้อมทั้งแนวทางการบริหาร จัดการที่เป็นรูปธรรม เช่น ความปลอดภัย ของการให้บริการ การจ่ายยาผิด เป็นต้น
  • 43. 44 คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา มาตรฐานที่ 2 การบริหารจัดการเพื่อคุณภาพ 2.2.5 มีการค้นหาความต้องการที่แท้จริงของ ลูกค้า เช่น ก. ระบุผู้รับบริการที่แท้จริง ข. ระบุความต้องการและความคาดหวัง ควรสื่อสารถึงผู้ใช้ยาโดยตรง กรณีจ�ำเป็นอาจ ใช้ทางโทรศัพท์หรือจดหมายเพื่อหาข้อมูลที่แท้ จริง เช่น ใครใช้ ใช้ท�ำอะไร ใช้เท่าไร ใช้เมื่อไร อย่างไร มีปัญหาในการใช้หรือไม่ ปัญหาการระบุความต้องการที่แท้จริง • ผู้รับบริการ คือ ใคร และความต้องการที่ แท้จริง คือ อะไร ตัวเอง ญาติพี่น้อง หรือ คนรู้จัก ตัวอย่างที่ 1: นักเรียนมาขอซื้อยาแก้ปวดหัวให้พ่อ หลังจากการสัมภาษณ์พบว่าบิดาเป็นคนวัยกลางคน มีอาการ ปวดหัวมาได้ 1-2 วัน จนไม่สามารถท�ำงานได้ รับประทานยาแก้ปวดพาราเซตามอลแล้วอาการไม่ดีขึ้น สิ่งที่เภสัชกรท�ำคือ 1. ขอให้เด็กกลับไปบอกบิดาว่าเภสัชกรขอพบเพราะไม่แน่ใจว่าอาการปวดหัวอาจเกิดจากภาวะที่มีอันตรายร้าย แรงได้ 2. ต่อมาบิดาของเด็กได้มาพบและเภสัชกรได้ท�ำการวัดความดันโลหิตและวัดไข้ ปรากฏว่าความดันโลหิตตัวบน สูงประมาณ 200 มม.ของปรอท จึงได้ท�ำหนังสือส่งตัวให้ไปรับการดูแลที่แผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลทันที 3. บทเรียนที่ได้รับคือ การใช้เหตุและผลเชื่อมโยงปัญหาความเจ็บป่วยของผู้ป่วยเป็นสิ่งที่ส�ำคัญมากส�ำหรับ เภสัชกรชุมชน เราต้องพยายามมองปัญหาแบบละเอียดรอบคอบและครบถ้วน • ผู้รับบริการมีลักษณะอย่างไร อายุ เพศ ภาวะความรุนแรงของการเจ็บป่วย การงาน ความเครียด ความสัมพันธ์กับผู้อื่นเป็น อย่างไร เป็นต้น • ถ้าไม่สามารถระบุตัวผู้รับบริการที่แท้จริง ได้ควรพิจารณาว่าโอกาสที่จะได้รับยาอย่าง ไม่ถูกต้องจะน�ำมาซึ่งผลเสียประการใดบ้าง การปฏิเสธการจ่ายยาจะมีผลลัพธ์อย่างไร จะ หาทางออกอย่างไร • ใช้หลักเหตุและผลเพื่อพิจารณาถึงสาเหตุ ที่แท้จริงของการมาขอรับบริการ ตัวอย่างที่ 2: เพื่อนบ้านมาขอซื้อยาแก้อาเจียนให้ผู้ป่วยเนื่องจากเห็นว่ามีอาการอาเจียนจนไม่มีแรง 1. เภสัชกรถามถึงที่อยู่ของผู้ป่วยปรากฏว่าอยู่ไม่ไกลจากร้าน จึงให้นักศึกษาฝึกงานเดินทางไปพบ พร้อมกับน�ำ เอาเครื่องวัดความดันโลหิตและวัดไข้ไปด้วย 2. ความจริงปรากฏว่าผู้ป่วยมีความดันโลหิต 240/120 มม.ของปรอท มีอาการมา 2 วันแล้ว รับประทานอาหาร ไม่ได้ เหตุที่ไม่สามารถไปรับการรักษาได้เพราะต้องดูแลเด็กเล็กๆอายุต�่ำกว่า 1 ปีอยู่ 3. เภสัชกรได้ประสานให้หน่วยกู้ชีพของโรงพยาบาลจังหวัดไปรับผู้ป่วยไปดูแลทันทีพร้อมขอให้เพื่อนบ้านรับภาระ การดูแลเด็กไปในระหว่างที่ผู้ป่วยไม่อยู่ 4. บทเรียนที่ได้รับคือ เภสัชกรถ้ามีจินตนาการที่ถูกต้องสามารถเป็นผู้ที่ช่วยเหลือชีวิตในภาวะที่อาจคาดไม่ถึงได้
  • 44. 45 คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา มาตรฐานที่ 2 การบริหารจัดการเพื่อคุณภาพ 2.2.6 มีบันทึกการให้บริการส�ำหรับผู้รับบริการที่ ต้องติดตามต่อเนื่อง เช่น แฟ้มประวัติ การใช้ยา หรือ เอกสารคุณภาพ รายงาน อุบัติการณ์ รายงานการเฝ้าระวังอาการอัน ไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาและผลิตภัณฑ์ สุขภาพ ประเภทของเอกสารคุณภาพที่ควรมีในร้าน 1) แฟ้มประวัติการใช้ยา 2) รายงานอาการอันไม่พึงประสงค์ 3) บันทึกข้อมูลเบื้องต้นเรียงตามล�ำดับเวลา ตัวอย่างที่ 3: ชายวัย 70 ปี มาขอซื้อยาแก้ปวดข้อเข่าที่เพิ่งเกิดขึ้น เขามีอาชีพเป็นผู้ใช้แรงงาน ปฏิเสธการแพ้ ยาและปฏิเสธการมีโรคประจ�ำตัว สิ่งที่เภสัชกรท�ำคือ 1. ขอวัดความดันโลหิตเพื่อประเมินความเสี่ยงของการจ่ายยาแก้อักเสบข้อ เพราะในคนที่ความดันโลหิตสูงอาจ มีความเสี่ยงจากยาพวก NSAIDs ที่ท�ำให้ความดันโลหิตขึ้นไปอีกได้ สิ่งที่ตรวจพบคือ ผู้ป่วยมีความดันโลหิต ขณะพักเต็มที่กว่า 190 มม. ของปรอท 2. เภสัชกรได้เรียกหลานชายของผู้ป่ายมาพบเพื่ออธิบายถึงผลเสียของภาวะความดันโลหิตสูงที่ตรวจพบและขอ ให้น�ำผู้ป่วยไปรักษาที่ห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล 3. เภสัชกรท�ำหนังสือส่งตัวผู้ป่วยไปรักษาต่อที่โรงพยาบาล 4. จากการติดตามสอบถามทางโทรศัพท์ทราบว่าแพทย์ได้รับผู้ป่วยไว้รักษาตัวในโรงพยาบาลพร้อมกับเจาะเอา น�้ำออกจากข้อให้ด้วย 5. บทเรียนที่ได้รับคือ บางครั้งเราต้องให้ในสิ่งที่ดีที่สุด บางทีผู้ป่วยอาจไม่เข้าใจภาวะความต้องการที่แท้จริงของ ตนเอง เภสัชกรควรเป็นผู้มีความละเอียดรอบคอบและมองถึงภาวการณ์แบบมีจินตนาการ เพื่อประโยชน์ของ ผู้ป่วยเป็นส�ำคัญ ตัวอย่างที่ 4: ลูกสาวมาขอซื้อยารักษาแผลกดทับของบิดาที่เป็นอัมพาต กรณีนี้เภสัชกรไม่สามารถเห็นสภาพปัญหาที่แท้จริงได้ วิธีแก้ไข คือ 1. เภสัชกรได้สอบถามถึงคนที่อยู่ในบ้านว่ามีใครสามารถถ่ายรูปและส่งรูปมาทาง E-MAIL หรือไม่ ปรากฏว่า มี 2. เภสัชกรจึงให้ e-mail address ไปกับนามบัตรเพื่อให้สามารถเห็นภาพถ่ายประกอบการตัดสินใจต่อไป อาจ ส่งรูปถ่ายผ่านมือถือก็ได้ 3. บทเรียนที่ได้รับ ถ้าเป็นสมัยก่อนเราอาจต้องยอมแพ้ หรือได้ข้อมูลที่น้อยเกินไปจนอาจตัดสินใจช่วยเหลือ ผิด หรือ อาจต้องปฏิเสธการให้บริการ แต่ในยุคปัจจุบันการใช้เทคโนโลยีสื่อสารเหล่านี้ได้เป็นเรื่องปกติไป แล้ว เภสัชกรควรสามารถเอาประโยชน์เหล่านี้มาสร้างสรรค์บริการที่ดีให้กับผู้รับบริการ 1) แฟ้มประวัติการใช้ยา วัตถุประสงค์ 1. เพื่อสามารถให้บริการอย่างต่อเนื่องรวดเร็ว 2. เพื่อบันทึกข้อมูลส�ำคัญเฉพาะราย เช่น ประวัติการแพ้ยา โรคประจ�ำตัว 3. เพื่อการติดตามผลเพื่อประโยชน์ของผู้ป่วย 4. เพื่อการติดตามผลเพื่อประโยชน์ต่อการเรียนรู้ ของเภสัชกรและนิสิตเภสัชศาสตร์ เพื่อใช้เป็น กรณีศึกษา 5. เพื่อใช้เป็นที่รวบรวมข้อมูลเพื่อการส่งต่อใน
  • 45. 46 คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา มาตรฐานที่ 2 การบริหารจัดการเพื่อคุณภาพ อนาคต 6. เพื่อประโยชน์ทางการค้า เพื่อความสะดวก รวดเร็วเมื่อต้องบริการซ�้ำ ลักษณะที่ดีของแฟ้มประวัติการใช้ยา 1. มีข้อมูลที่จ�ำเป็นครบถ้วนถูกต้องตามความ จ�ำเป็นมีรูปแบบล�ำดับการบันทึกเพื่อให้ไม่ตก ประเด็นส�ำคัญแต่สั้นกระชับตรงประเด็นใช้ เวลาอ่านและบันทึกเพิ่มเติมน้อยที่สุดแต่เข้าใจ ได้เร็วที่สุด 2. สามารถค้นข้อมูลกลับมาใช้ได้ง่ายรวดเร็ว มี ล�ำดับการเก็บรักษาที่ดี ขอเสนอให้จัดเก็บไว้ใน คอมพิวเตอร์ โดยใช้ระบบฐานข้อมูล เช่น MS ACCESS® , FOXPRO® เป็นต้น 3. สามารถเพิ่มเติมข้อมูลได้ง่ายใช้เวลาน้อย 4. ใช้ภาษาที่เภสัชกรผู้ร่วมงานสามารถใช้ข้อมูล ร่วมกันได้ง่าย ตัวอย่างที่ 1 27 สิงหาคม 2552 เวลา 11.00 น. นาย สมควร เยาว์ยืน AGE= 50 ปี H = 13 ม 5 ต.บางกระเบา อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี TEL 087-567-9876 CC+SUBJECTIVE DATA:เมื่อเย็นวานมีอาการปวดศีรษะมากตึงท้ายทอย ทานยาแก้ปวดพาราไปครั้งละสองเม็ดทุกสี่ชั่วโมงแต่อาการหายไปแค่ชั่วขณะ OBJECTIVE DATA(LAB): BP = 165/100 P=100 W= 75 KG H = 155CM TEM = 36.7 C ลักษณะผู้ป่วยมีอาการปวดหัวอย่างมาก อ่อนก�ำลังด้วย ALL(ALLERGIC HISTORY): NKDA(NON KNOWN DRUG ALLERY) PHARMACIST NOTATION:ความเห็นของเภสัชกร ผู้ป่วยมีความเสี่ยงที่จะได้รับอันตรายจากภาวะความดันโลหิตสูง INTERVENTION: ท�ำหนังสือส่งตัวไปท�ำการรักษาที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยฯ แผนกฉุกเฉิน ตัวอย่างแฟ้มประวัติการใช้ยา ตัวอย่างที่ 2 10/2/2009 8.50 AM นาย ชัย รักดี AGE 60 Y CC&SUB DATA: ปวดเข่าด้านซ้ายมาได้หนึ่งวัน เนื่องจากหกล้ม OBJ DATA: ข้อเข่าบวมเล็กน้อย BP = 123/76 P =68 W = 55 KG H = 160 KG TEM= 36.7 PMH ประวัติความเจ็บป่วยเดิม NON ALL: NKDA PHARM NOTE: บาดเจ็บเนื่องจากการล้มยังเดินได้ตามปกติ ไม่มีบาดแผลเปิด RX 1. REPARIL GEL 10G BID 1 TUBE = 65 BAHT 2. DICLOFENAC SOD COPHAR 25MG 1X3 PC 15 TAB = 15 BAHT 3. GPO OMEPRAZOLE 20MG 1X1 AC 5 CAP = 15 BAHT TOL = 65+15+15= 95 BAHT F/U NEXT WEEK
  • 46. 47 คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา มาตรฐานที่ 2 การบริหารจัดการเพื่อคุณภาพ ตัวอย่างแบบฟอร์มรายงานการปฏิบัติงานในร้านยา หมายเหตุ case นี้ที่บันทึกเพราะเป็นผู้สูงอายุเกรง ว่าจะมีผลข้างเคียงจากยา และ ถ้ามีการซื้อซ�้ำผู้สูงอายุ มักต้องการยาบริษัทและสีเดิมเพื่อความสบายใจ ถ้าการ รักษาไม่ดีขึ้นอาจพิจารณาปรับปรุงหรือส่งต่อในโอกาสต่อ ไป เรื่องราคายากรณีซื้อซ�้ำก็ช่วยให้มีความสะดวก 2) รายงานอาการอันไม่พึงประสงค์ : ดูได้ใน มาตรฐานที่ 3 3) บันทึกข้อมูลเบื้องต้นเรียงตามล�ำดับเวลา วัตถุประสงค์ : เพื่อสร้างมาตรฐานในการบริการ ในร้านยา ร้านยามักไม่ค่อยมีการเก็บข้อมูลเบื้องต้นของการ บริการ ข้อมูลที่ต้องการความต่อเนื่องในบริการอาจจัดเก็บ ไว้ในแฟ้มประวัติการใช้ยาแต่ข้อมูลบางอย่างไม่จ�ำเป็นต้อง ใช้เวลาในการจัดเก็บมากมาย เป็นข้อมูลเฉพาะเรื่อง ซึ่ง อาจสามารถน�ำมาใช้วิเคราะห์เพื่อแก้ไขปัญหาบางอย่าง ในอนาคต หรือ เพื่อแสดงผลงานได้ เช่น ข้อมูลความดัน โลหิตของผู้มารับบริการทั่วไป หรือ ผู้มีปัจจัยเสี่ยงในกรณี ที่จะต้องจ่ายยาที่มีผลต่อความดันโลหิต ข้อมูลอุณหภูมิของ ผู้ป่วยที่สงสัยว่าเป็นไข้ เพื่อแยกภาวะไข้สูงออกจากไข้เล็ก น้อย เป็นต้น ลักษณะการเก็บข้อมูล : • ควรมีล�ำดับที่บอกวันเวลา • ควรเก็บข้อมูลผู้ป่วยเท่าที่จ�ำเป็น • ควรระบุเหตุผลที่ท�ำการวัด ตัวอย่างตารางการเก็บข้อมูลความดันโลหิต DATE & TIME (อาจมีการวัดซ�้ำ), NAME, AGE, BP= SYS/DIAS PULSE, NOTE (วัดแขนข้างซ้ายหรือขวา เหตุผลที่วัดความดันโลหิต) ตัวอย่างตารางการเก็บอุณหภูมิ DATE & TIME, NAME, AGE, TEMP, ROUTE (วัดทาง ปากหรือรักแร้) วันที่ ชื่อ-นามสกุล อายุ (ปี) BP (mmHg) PR (ครั้ง/นาที) หมายเหตุ ร้าน……………………….............................................................…….รายงานการวัดความดันโลหิตผู้ป่วย BP = BLOOD PRESSURE = ความดันโลหิต PR = PULSE RATE = ชีพจร
  • 47. 48 คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา มาตรฐานที่ 2 การบริหารจัดการเพื่อคุณภาพ ร้าน……………………….............................................................…….รายงานการวัดอุณหภูมิผู้ป่วย ร้าน……………………….............................................................…….รายงานการวัดระดับความอ้วนของผู้ป่วย วันที่ ชื่อ-นามสกุล อายุ (ปี) อุณหภูมิ ( ํC) หมายเหตุ วันที่ ชื่อ-นามสกุล อายุ (ปี) ส่วนสูง (ซม.) น�้ำหนัก (กก.) BMI (≥ 23) รอบสะดือ ช.36” ญ.32”
  • 48. 49 คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา มาตรฐานที่ 2 การบริหารจัดการเพื่อคุณภาพ ร้าน……………………….............................................................…….รายงานการประเมินความเสี่ยงในการเกิดโรคกระดูกพรุน วันที่ ชื่อ-นามสกุล อายุ (ปี) น�้ำหนัก (กก.)/ ส่วนสูง (ซม.) ความเสี่ยง BMI หมายเหตุ 2.2.7 มีการตรวจสอบซ�้ำ (double check) ใน แต่ละขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับผู้รับบริการ เพื่อลดความคลาดเคลื่อนที่อาจเกิดขึ้น การจ่ายยาเป็นงานที่มีความส�ำคัญ ต้องการความถูกต้องแม่นย�ำ ความผิดพลาด ในการจ่ายยาอาจเกิดขึ้นได้ จ�ำเป็นจะต้อง ก�ำหนดขั้นตอนในการท�ำงานให้สามารถ ลดโอกาสความผิดพลาดลงเหลือน้อย ที่สุด การตรวจทานซ�้ำเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ในการจ่ายยาให้ผู้รับบริการ สิ่งที่ต้องตรวจทาน ได้แก่ 1) ชนิดของยาที่จ่าย ความแรง วิธีใช้ จ�ำนวน ภาชนะบรรจุ ตรงตามที่ตั้งใจไว้หรือไม่ 2) มีความซ�้ำซ้อน ข้อห้าม ข้อระวังหรือไม่ มีอันตรกิริยาต่อกันหรือไม่ 3) จ่ายยาให้ถูกคนหรือไม่ 4) การคิดราคาค่าบริการครบถ้วนถูกต้องหรือ ไม่ 5) กรณีที่มียาจ�ำนวนมากควรตรวจทานอย่าง น้อยสองครั้ง โดยบันทึกลงในกระดาษเพื่อ ลดความสับสน 2.2.8 มีตัวชี้วัดคุณภาพที่ส�ำคัญ การจะพัฒนางานเภสัชกรรมชุมชนให้ ก้าวหน้าไปเรื่อยๆ จะต้องมีการรวบรวม ข้อมูลหลายอย่างเพื่อการทบทวนผลของ การท�ำงานที่ผ่านมา 1) การส�ำรวจความยอมรับหรือความพึงพอใจ ของผู้รับบริการ วิธีการที่ใช้กันอยู่บ่อยคือ การออกแบบส�ำรวจเป็นระยะๆ อาจขอ การสนับสนุนจากโครงงานของนักศึกษา เภสัชศาสตร์ที่มีการท�ำกันอยู่ทุกๆ ปี 2) จ�ำนวนผู้ป่วยที่มีการบันทึกประวัติการใช้ ยา อาจท�ำการวัดและบันทึกเป็นรายสาม เดือนหรือหกเดือนเพื่อการเปรียบเทียบ การบันทึกประวัติการใช้ยาของผู้ป่วยใน ระยะยาวจะท�ำให้การบริการมีความถูกต้อง แม่นย�ำและรวดเร็วขึ้น อีกทั้งยังท�ำให้ได้ ลูกค้าประจ�ำด้วย
  • 49. 50 คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา มาตรฐานที่ 2 การบริหารจัดการเพื่อคุณภาพ 3) จ�ำนวนบันทึกการส่งต่อผู้ป่วยที่ได้จากเฝ้า ระวังคัดกรอง การส่งต่อผู้ป่วยโดยการท�ำเป็นหนังสือ จะช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาต่อที่เหมาะ สมโดยรวดเร็ว ในหลายกรณีอาจหมาย ถึงการช่วยชีวิตผู้ป่วยด้วย และนับว่า เป็นบทบาทของเภสัชกรชุมชนที่ส�ำคัญ อีกประการหนึ่ง ส่งผลให้ผู้รับบริการ เห็นความส�ำคัญของการมาใช้บริการกับ เภสัชกรชุมชน อีกทั้งยังสร้างความสัมพันธ์ ที่ดีระหว่างวิชาชีพอันจะส่งผลดีต่อระบบ บริการสุขภาพในภาพรวม 4) จ�ำนวนบันทึกการติดตามผลการรักษา โดยเฉพาะกรณีที่มีประเด็นที่ต้องการ บทเรียน อาจจัดให้เป็นกิจกรรมในการ ฝึกงานนักศึกษาเภสัชศาสตร์ เช่น จัดให้ มีเวทีติดตามผลสัปดาห์ละครั้ง เป็นต้น ยิ่งติดตามผลบ่อยจะท�ำให้ได้บทเรียนใหม่ เกิดความมั่นใจ เกิดความกระจ่างชัดใน งานที่ท�ำว่ามีความถูกต้องหรือต้องปรับปรุง อย่างไร 2.2.9 มีการเพิ่มเติมความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการ ปฏิบัติงาน วิทยาการทางเภสัชศาสตร์และทางการ แพทย์มีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงตลอด เวลาเป็นไปอย่างรวดเร็ว เภสัชกรชุมชน จะต้องศึกษาหาความรู้ใหม่ตลอดเวลาเพื่อ ความถูกต้องและทันสมัยอย่างสม�่ำเสมอ แนวทางในการหาความรู้เพิ่มเติม 1) การได้เข้าร่วมอบรมสัมนา 2) การอ่านต�ำราต่างๆ ที่มีมาตรฐาน หรือ ติดตามจากวารสารต่างๆ หรือติดตามข้อมูล จาก website ที่มาตรฐาน 3) การประชุมปรึกษาหารือกับเพื่อนร่วม วิชาชีพ อาจจัดให้มีเวทีเสวนาแลกเปลี่ยน ความรู้ความคิดเห็นกันในระหว่างเภสัชกร ร้านยาในละแวกเดียวกัน หรือการปรึกษา หารือกับอาจารย์ต่างๆ ในคณะเภสัชศาสตร์ โดยเฉพาะในกรณีมีปัญหาที่ต้องการ ความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ 4) การศึกษาด้วยตนเองจากสื่อต่างๆ ที่ทาง สมาคมจัดท�ำ เช่น บันทึกการประชุม วิชาการประจ�ำเดือนต่างๆ 5) การร่วมท�ำงานวิจัยต่างๆ กับคณะเภสัชศาสตร์ เป็นการแสวงหาความรู้ใหม่ในส่วนที่เกี่ยว กับร้านยาเพื่อให้เกิดการพัฒนาวิชาชีพใน วงกว้างต่อไป 6) การรับนักศึกษาเภสัชศาสตร์มาฝีกงาน นักศึกษาเภสัชศาสตร์ที่มาฝึกงานนอกจาก จะมาเรียนรู้สิ่งใหม่ในภาคสนามแล้ว ยัง เป็นผู้น�ำความรู้ใหม่มาให้แก่แหล่งฝึกอีก ด้วย การรับนักศึกษาฝึกงานสม�่ำเสมอก็จะ ได้รับรู้อะไรใหม่อยู่เรื่อยๆ สรุป มาตรฐานการจัดการเพื่อคุณภาพมีไว้เพื่อให้การพัฒนาบุคลากรและระบบการจัดการมี หลักการที่ชัดเจน สมบูรณ์แบบ มีความต่อเนื่อง มีคุณลักษณะที่ท�ำให้ผู้บริการเกิดความเชื่อมั่น มี ภาพลักษณ์ทั้งภายนอกและภายในที่จะแสดงให้สังคมเห็นถึง ความสมบูรณ์แบบ ความปลอดภัย ความสม�่ำเสมอ และ ยั่งยืน ของร้านยาในประเทศไทย สรุป
  • 50. 51
  • 51. 52 คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา มาตรฐานที่ 3 การบริการเภสัชกรรมที่ดี มาตรฐานที่ 3 การบริการเภสัชกรรมที่ดี มาตรฐานร้านยา มาตรฐานที่ 3 การบริการเภสัชกรรมที่ดี ความมุ่งหมายของมาตรฐานนี้เพื่อให้ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการให้บริการเภสัชกรรมบนพื้นฐานมาตรฐานวิชาชีพเภสัชกรรม อย่างมีคุณภาพ และก่อให้เกิดความพึงพอใจเกินความคาดหวังของผู้รับบริการ โดยมีรายละเอียดของมาตรฐานดังนี้ 3.1 การจัดหา การควบคุมยาและเวชภัณฑ์ การบริหารเวชภัณฑ์ทุกขั้นตอน นับตั้งแต่การจัดหา การเก็บ การควบคุม และการกระจาย จะต้องด�ำเนินการอย่าง มีประสิทธิภาพและความปลอดภัย 3.1.1 มีเกณฑ์ในการเลือกสรรยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพที่น�ำมาจ�ำหน่าย เช่น การจัดหาผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการ รับรองตามมาตรฐานการผลิตที่ดี (GMP) และมาจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ 3.1.2 มีการเก็บรักษาซึ่งมีเป้าหมายให้ยาคงประสิทธิภาพในการรักษาที่ดี และปลอดภัยตลอดเวลา 3.1.3 มีบัญชีควบคุมและก�ำกับยาหมดอายุ 3.1.4 ต้องมีระบบควบคุมยาเสพติดให้โทษ วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท และยาควบคุมพิเศษอื่นๆ ที่รัดกุม และสามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา 3.1.5 มีการส�ำรองยาและเวชภัณฑ์ที่จ�ำเป็นต่อการปฐมพยาบาลเบื้องต้น การช่วยชีวิต ยาต้านพิษที่จ�ำเป็น หรือ การส�ำรองยาและเวชภัณฑ์ที่สอดคล้องกับความจ�ำเป็นของชุมชน
  • 52. 53 คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา มาตรฐานที่ 3 การบริการเภสัชกรรมที่ดี 2) เพื่อซื้อยาในราคาที่เหมาะสม (ไม่เกินกว่าคู่ แข่งขันมาก และท�ำการเสาะแสวงหาสิ่งที่ มีคุณค่าที่ควรแก่ราคาที่ต้องจ่ายไป ได้แก่ การมุ่งเน้นการให้บริการด้วยวิธีปฏิบัติที่ดี ทางเภสัชกรรม โดยมุ่งให้ผู้รับบริการได้รับ ยาที่สมควรได้รับ) 3) เพื่อรักษาคุณภาพของยาและผลิตภัณฑ์ สุขภาพที่ซื้อให้อยู่ในมาตรฐานเพียงพอ เพื่อใช้งาน 4) เพื่อรักษาระดับความเสียหายอันเกิดแก่ การลงทุนให้น้อยที่สุด เช่น ขจัดการซื้อซ�้ำ ซ้อนกัน ความสูญเสีย และล้าสมัยอันเนื่อง มาจากการเก็บรักษาที่ขาดประสิทธิภาพ 5) เพื่อหาแหล่งซื้อยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ เชื่อถือได้ ไว้เป็นแหล่งส�ำรองในการจัดหา ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ เพื่อความมั่นใจ ในคุณภาพและมีชนิดของสินค้ารวมทั้ง ปริมาณเพียงพอในการให้บริการกับผู้รับ บริการ 6) เพื่อพัฒนาให้เกิดความสัมพันธ์กับผู้ขาย สินค้าเพื่อขจัดปัญหาต่างๆ และยังท�ำให้ การจัดซื้อสิ่งของได้ในราคาและบริการที่ดี และมีภาพพจน์ที่ดี นโยบายการจัดซื้อจัดหายา ส�ำหรับร้านยา2 1) คุณภาพยาเหมาะสม (Right Quality) ปราศจากยาที่ไม่มีคุณภาพ ยาเสื่อมสภาพ หรือหมดอายุ 2) ปริมาณยาเหมาะสม (Right Quantity) ไม่ มากเกินไปจนใช้ไม่ทันหรือน้อยเกินไปจนยา ขาด 3) จังหวะเวลาที่ซื้อเหมาะสม (Right Time) สามารถได้ยาทันตามความต้องการ 4) ราคาที่ซื้อเหมาะสม (Right Price) ราคา ที่เหมาะสมไม่แพงกว่าหรือแตกต่างกับราคา ทั่วไปในท้องตลาดมาก 5) แหล่งขายที่เหมาะสม (Right Source) เป็น แหล่งที่ถูกกฎหมาย ได้มาตรฐานในการเก็บ หรือจัดส่งโดยสามารถติดต่อได้ง่าย ขบวนการเพื่อให้ผู้มีหน้าที่ในการให้บริการ เภสัชกรรมในร้านยา ด�ำเนินการบนพื้นฐานวิชาชีพอย่างมี คุณภาพ โดยค�ำนึงความถูกต้อง ความปลอดภัย ประโยชน์ ที่พึงมีต่อผู้รับบริการเป็นส�ำคัญ 3.1 การจัดหา การควบคุมยาและเวชภัณฑ์ ร้านยาควรด�ำเนินการบริหารเวชภัณฑ์อย่างมี ประสิทธิภาพและปลอดภัย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ มีเวชภัณฑ์ที่มีคุณภาพไว้บริการแก่ผู้รับบริการอย่าง ต่อเนื่อง การป้องกันการเสื่อมคุณภาพของเวชภัณฑ์ เนื่องจากการขนส่ง หรือการเก็บรักษา การป้องกันยาขาด สต๊อกในกรณีเป็นยาที่ควรมีไว้จ�ำหน่ายตลอดจนการมียา ค้างสต๊อก เกินปริมาณที่ต้องการ หรือการมียาหมดอายุ การกระจายและส�ำรองยาที่จ�ำเป็นส�ำหรับชุมชน โดยมี หัวข้อที่ส�ำคัญได้แก่ 3.1.1 มีเกณฑ์ในการจัดหา จัดซื้อ และคัดเลือก ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ 3.1.2 มีการจัดเก็บรักษายาและเวชภัณฑ์ โดยมี เป้าหมายให้คงประสิทธิภาพในการรักษาที่ ดีและปลอดภัยตลอดเวลา 3.1.3 มีระบบการท�ำบัญชี เพื่อควบคุมและตรวจ สอบยาหมดอายุ 3.1.4 มีระบบควบคุมยาเสพติด วัตถุออกฤทธิ์ และยาควบคุมพิเศษอื่นๆ 3.1.5 ควรมีการส�ำรองยาที่จ�ำเป็นต่อการ ปฐมพยาบาลเบื้องต้น การช่วยชีวิต ยา ต้านพิษที่จ�ำเป็นหรือส�ำรองยาที่สอดคล้อง กับความจ�ำเป็นของชุมชน 3.1.1 มีเกณฑ์ในการจัดหา จัดซื้อ คัดเลือก ยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุประสงค์การจัดซื้อจัดหายา ส�ำหรับร้านยา1 1) เพื่อสนับสนุนการบริการของร้านยา ให้มียา และผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีคุณภาพไว้ส�ำหรับ การบริการแก่ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ค�ำอธิบาย
  • 53. 54 คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา มาตรฐานที่ 3 การบริการเภสัชกรรมที่ดี 6) สถานที่ส่งยาถูกต้องเหมาะสม (Right Place) มีการป้องกันความผิดพลาดใน การส่งยาผิด รายการยาที่ควรมีไว้จ�ำหน่ายในร้านยา ได้แก่ - ยาที่ตรงกับความต้องการในการรักษา ส่งเสริมหรือป้องกันโรคที่พบบ่อยใน ชุมชน - ยาที่มีข้อบ่งใช้ที่ชัดเจน มีประสิทธิภาพ สูงและมีหลักฐานทางวิชาการเชิง ประจักษ์ในการรักษา (รายละเอียดดู เพิ่มเติมจากหัวข้อ 3.2.1) - มีราคาเหมาะสมกับฐานะทางเศรษฐกิจ ของประชากร - สนับสนุนแนวการใช้ยาตามบัญชี ยาหลักแห่งชาติ (ดูรายการบัญชียา หลักฯ ปี 2551 ได้ที่ http://dmsic. moph.go.th/download/ed2551/ NLED2551_170352.pdf ) - เลือกยาที่ผลิตได้ภายในประเทศเป็น หลัก หากจะใช้ยาจากต่างประเทศควร พิจารณาด้านประโยชน์และความคุ้มค่า - ควรเป็นยาเดี่ยว ในกรณีเป็นยาสูตรผสม ต้องมีข้อมูลที่เชื่อถือได้ว่า ดีกว่าหรือเท่า เทียมกับยาเดี่ยว เพื่อการส่งเสริมผล การรักษา และความเสี่ยงในด้านความ ปลอดภัย - เป็นยาที่มีทะเบียนยาถูกต้องและตรงกับ เงื่อนไขที่ได้รับอนุญาต ให้ถูกต้องตาม กฎหมาย - รายการยาสอดคล้องกับ การส่งเสริม การใช้ยาอย่างเหมาะสม (ดูจากหัวข้อ 3.2.1) และป้องกันการใช้ยาที่ไม่เหมาะ สมจากการเรียกหาของผู้ซื้อ - ส่งเสริมการเลือกใช้ยาชื่อสามัญทาง ยา (generic name) หากจะใช้ยาต้น ต�ำรับ (original brand) ให้ค�ำนึงถึง ประสิทธิภาพ ความคุ้มค่าด้านราคา และความต้องการของผู้ซื้อ หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกยาหรือเวชภัณฑ์ ได้แก่ 1. มาตรฐานของผู้ผลิต ได้แก่ - ต้องคัดเลือกยาจากโรงงานผลิตที่ผ่านการรับรอง มาตรฐานการผลิตที่ดี (GMP) จากส�ำนักงาน คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) - พิจารณาจ�ำนวนปีและหมวดยาที่โรงงานได้รับ การรับรอง ให้ตรงกับหมวดยาที่ต้องการซื้อ - องค์ประกอบอื่นๆ ที่ใช้พิจารณา เช่น • ผลิตยาที่ผ่านการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องกับ ส�ำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา • ชื่อเสียงของบริษัท • การได้รับรองมาตรฐานอื่นๆ ที่ประกัน คุณภาพและความน่าเชื่อถือ เช่น ISO 9001 การรับประกันคุณภาพตลอดอายุยา (shelf life) การรับรองคุณภาพระดับสากลอื่นๆ ฯลฯ • มีระบบจัดเก็บยาที่ดี (Good Storage Practice GSP) มีระบบการจัดส่งที่ดี (Good Distribution Practice GDP) • จ�ำนวนเภสัชกร การมีแผนก R & D (Research and Development) • ยาของบริษัทได้รับการสั่งซื้อจากโรงพยาบาล ที่มีชื่อเสียง หมายเหตุ ความหมายของการจัดหายา GMP, GDP, GSP ความส�ำคัญและหัวข้อที่น่าสนใจอื่นๆ บรรจุอยู่ใน ภาคผนวก3
  • 54. 55 คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา มาตรฐานที่ 3 การบริการเภสัชกรรมที่ดี ร้านยาจะทราบได้อย่างไรว่ายาที่จะซื้อมาจากโรงงานที่มี GMP - ถามจากตัวแทนหรือผู้ขายโดยตรง โดยการขอส�ำเนาใบรับรอง GMP ที่ได้รับการรับรองจาก อย. ทั้งนี้ ต้องดูปี พ.ศ. ที่ได้รับการรับรองด้วย - ตรวจหาข้อมูลจาก อย. เช่น ผ่านทางเว็บไซต์กองควบคุมยา www.fda.moph.go.th/drug ประโยชน์จากการซื้อยาที่มาจากโรงงานที่มี GMP - สร้างความมั่นใจทั้งผู้ขายและผู้บริโภคที่จะได้รับสินค้าที่มีการผลิตโดยผ่านการรับรองมาตรฐาน - ลดความเสี่ยงต่อการได้รับยาหรือเวชภัณฑ์ที่ไม่ได้คุณภาพ 2. คุณภาพผลิตภัณฑ์ ได้แก่ มาตรฐานของผลิตภัณฑ์ - มีการเลือกใช้วัตถุดิบในการผลิต มาจากแหล่งที่ น่าเชื่อถือ - มีการแนบผลการวิเคราะห์ยา (Certificate of analysis) ตรงกับรุ่นที่ผลิต ที่ส่งมาทุกครั้ง หากร้องขอ ลักษณะของบรรจุภัณฑ์และฉลาก • บรรจุภัณฑ์ ค�ำนึงถึงการน�ำไปใช้ ความน่าใช้ ใช้ง่าย การป้องกันความเสื่อมจากภาวะแวดล้อม เช่น แสง ความชื้น การปนเปื้อน ตลอดจนความสัมพันธ์กับคุณสมบัติ ของยา การออกแบบสีสันความสวยงามของบรรจุภัณฑ์4 การป้องกันความเสี่ยงต่างๆ อาทิเช่น การป้องกันน�ำไปใช้ เองในเด็กเล็ก5 เป็นต้น • ฉลาก พิจารณาข้อความว่าเหมาะสมถูกต้อง การมี โอกาสเสี่ยงในการเข้าใจผิดของผู้ป่วย6 เช่น ฉลากยาเขียน ว่า ประกอบด้วยยา “acetaminophen” หรือ “N- acetyl -ρ- aminophenol” แทนที่จะเขียนว่า “paracetamol” อาจท�ำให้ผู้ใช้เข้าใจว่ายาดังกล่าวไม่มีตัวยาพาราเซทตามอลอยู่ จึงมีโอกาสรับประทานยาพาราเซทตามอลซ�้ำซ้อนได้ ฉลาก มีการระบุวันผลิต วันหมดอายุที่ ชัดเจน เลขที่ของการผลิต สถานที่ผลิต การระบุการเก็บ ที่เหมาะสม เอกสารก�ำกับยาที่มีรายละเอียดถูกต้อง เหมาะสม7 เช่น ขนาดตัวอักษรไม่เล็กเกินไป มีการเรียง ล�ำดับหัวข้อให้เข้าใจง่าย การน�ำเสนอข้อมูลอย่างสมดุลใน การป้องกันการเข้าใจผิด การละเลยอันตรายที่อาจเกิดขึ้น หรือท�ำให้ผู้อ่านกลัวจนไม่กล้าใช้ยา เป็นต้น ลักษณะทางกายภาพของผลิตภัณฑ์ พิจารณาลักษณะต่างๆ เช่น สี ขนาด รูปร่าง ผิวหรือ เนื้อ ให้น่าใช้ ไม่มีร่องรอยการเสื่อมสภาพ ได้แก่ เม็ดยา ดูลักษณะต่างๆ เช่น การเคลือบเม็ด ความ สม�่ำเสมอของสี การสึกกร่อน ฯลฯ ยาน�้ำ เช่น รสชาติ สี กลิ่น การกระจายตัวเวลา เขย่า ความหนืด ฯลฯ ยาครีม เช่น ความเนียน สี กลิ่น การซึมของยา การมีลมในหลอดยามากเกินไป ฯลฯ การพิจารณาลักษณะยาที่อาจเกิดการเสื่อมสภาพได้ สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ภาคผนวก ข้อมูลการศึกษา การวิเคราะห์ เช่น - ผลการวิเคราะห์จากโรงงานที่ผลิตในหัวข้อต่างๆ ที่ตรงกับคุณสมบัติของยาตามต�ำรับยา เช่น Identification, Active ingredient, pH, Uniformity of Dosage Units, Water Content, Disintegration, Dissolution, Bioequivalent ฯลฯ (รายละเอียดความหมายบรรจุในภาคผนวก)
  • 55. 56 คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา มาตรฐานที่ 3 การบริการเภสัชกรรมที่ดี - ผลการสุ่มวิเคราะห์หลังจากการวางจ�ำหน่ายจาก แหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ เช่น ข้อมูลจากหนังสือ Green book ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์8 (รายละเอียดของ Green books ดูในภาคผนวก) และสามารถดูผ่านเว็บไซต์ได้ที่ www.dmsc. moph.go.th หรือ ส�ำนักยาและวัตถุเสพติด สามารถดูผ่าน เว็บไซต์ได้ที่ http://webdb.dmsc.moph.go.th/ ifc_drug/drug/Greenbook.shtm - ผลการวิเคราะห์ส�ำหรับยาที่จ�ำเป็นต้องท�ำการศึกษา เปรียบเทียบชีวะสมมูลย์ (bioequivalent) โดย หน่วยงานที่น่าเชื่อถือ ฯลฯ ศึกษาหาข้อมูล รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของกองควบคุม ยา www.fda.moph.go.th/drug หรือ http:// wwwapp1.fda.moph.go.th/drug/zone_ bioequivalence/be.asp 3. พิจารณาด้านการบริการ การคัดเลือกผู้ส่งมอบสินค้าหรืองานบริการ และ พิจารณารายละเอียดและเงื่อนไขจัดซื้อ (Supplier Selection and Determination of Terms) ร้านยาควร พิจารณาเลือกผู้จ�ำหน่าย หรือผู้ส่งมอบที่ดี ดังนี้ - มีมาตรฐานการรับรองเรื่องการบริการ การจัดเก็บ (Good Storage Practice GSP) และการจัดส่ง ยาตามมาตรฐานก�ำหนด (Good Distribution Practice GDP)* * รายละเอียดความหมายและค�ำอธิบายอยู่ใน ภาคผนวก ตัวอย่างในการจัดส่ง9 ได้แก่ - บรรจุภัณฑ์ในการส่ง เช่น กล่อง ลัง ฯลฯ มีขนาด ที่เหมาะสม มั่นคง แข็งแรง ปลอดภัย ป้องกัน การโดนกระแทก การแตก และการแกะก่อนถึง ผู้รับสินค้าหรือการสูญหาย - ยานพาหนะขนส่ง ควรมีหลังคาปิดมิดชิด ป้องกัน ผลกระทบจากแสงแดด ความร้อน ฝุ่นลมหรือ น�้ำฝน - มีระบบในการจัดส่งยาที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ เช่น ยาแช่เย็น ยาที่ต้องเก็บในอุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียสอย่างถูกต้อง - มีความรับผิดชอบและซื่อสัตย์ต่อลูกค้า เช่น ไม่ส่ง ยาใกล้หมดอายุ การรับเปลี่ยนสินค้าที่เสียหายจาก การขนส่ง ฯลฯ - มีความน่าเชื่อถือและไว้วางใจได้ เช่น การติดตาม สินค้าแลกเปลี่ยน - มีความสะดวกในการติดต่อ โดยเฉพาะกรณีเร่งด่วน - มีระยะเวลาในการจัดส่งที่รวดเร็ว สามารถตอบ สนองได้ทันตามความต้องการใช้ - มีการบริการก่อนและหลังการจ�ำหน่ายที่ดี เช่น การให้ข้อมูลยาในเชิงวิชาการ การแก้ปัญหาต่างๆ ที่อาจมีสาเหตุจากยาของผู้จ�ำหน่าย มีการติดตาม ความปลอดภัยจากการใช้ยา (Pharmacovigilance) ฯลฯ 3.1.2 การเก็บรักษาต้องมีเป้าหมายให้ยาคง ประสิทธิภาพในการักษาที่ดีและปลอดภัยตลอดเวลา แนวทางในการเก็บรักษายาอย่างมีคุณภาพ10 ได้แก่ - ตรวจสอบสภาพและความถูกต้องของยาก่อนน�ำ ยาไปไว้ ณ ที่เก็บ เช่น ไม่มีการช�ำรุดหรือเสื่อม คุณภาพหรือยาหมดอายุ เลขที่ของการผลิตตรงกับ เอกสารใบเสร็จหรือใบส่งของ ชนิดและปริมาณถูก ต้องตามใบสั่งซื้อหรือตามที่สั่งซื้อ - การเก็บยาและเวชภัณฑ์ต้องเก็บในสถานที่ที่ป้องกัน ผลกระทบจากสิ่งแวดล้อม เช่น แสงแดด ความชื้น อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง ตลอดจนการรบกวนจาก สัตว์บางอย่าง เช่น แมลง มด หนู แมลงสาบ ปลวกหรือสัตว์กัดแทะอื่นๆ ฯลฯ หรือ การน�ำสัตว์ เลี้ยงมาเลี้ยงในบริเวณที่เก็บยา - บริเวณจัดเก็บยาควรมีการตรวจสอบอุณหภูมิของ พื้นที่เก็บยาอย่างสม�่ำเสมอ โดยไม่มีอุณหภูมิสูงจน อาจท�ำให้ยาเสื่อมสภาพได้ หากยาที่มีคุณสมบัติ เสื่อมได้ง่ายจากอุณหภูมิสูง ควรจัดเก็บในที่ที่ ควบคุมอุณหภูมิได้ เช่น ในตู้เย็น ห้องแยกที่ควบคุม อุณหภูมิ (controlled room temperatures, CRT) - ยาที่จัดเก็บไม่ควรวางไว้กับพื้น ควรน�ำไปไว้บน ชั้นวางหรือตู้เก็บให้เรียบร้อย ยกเว้นยาที่มีน�้ำหนัก มากหรือมีขนาดใหญ่มากไม่สามารถน�ำไปไว้ ที่ชั้นได้ แต่ควรบรรจุยาในลังหรือภาชนะที่ ป้องกันอีกชั้นหนึ่ง
  • 56. 57 คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา มาตรฐานที่ 3 การบริการเภสัชกรรมที่ดี - ควรมีการจัดระเบียบหมวดหมู่ในการเก็บยา เพื่อ ให้ง่ายต่อการหยิบ การตรวจสอบปริมาณคงเหลือ การน�ำยาใหม่มาเก็บควรค�ำนึงถึงการหมุนเวียน ยาตามอายุโดยใช้หลัก FEFO (First expired/ First out) คือ ยาที่มีอายุสั้นกว่าเรียงไว้ก่อนยา ที่มีอายุยาวกว่า เพื่อสามารถหยิบยาตามล�ำดับได้ ง่าย นอกจากนี้ยาที่มีอายุเท่ากัน (เลขที่ของการ ผลิตเดียวกัน) ต้องค�ำนึงถึงหลัก FIFO (First-in/ First-out) คือยาที่มาถึงร้านก่อนต้องจ�ำหน่ายออก ไปก่อน - มีการรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบ ของบริเวณเก็บยาอย่างสม�่ำเสมอ ปราศจากการ สะสมของขยะหรือสิ่งสกปรกต่างๆ - หากตรวจพบยาหมดอายุหรือยาเสื่อมสภาพ ควรจัดแยกและน�ำไปเก็บในที่เฉพาะ เพื่อท�ำการ แลกเปลี่ยนหรือ ท�ำลาย โดยอาจระบุให้ชัดเจนว่า เป็นยารอแลกเปลี่ยนหรือรอท�ำลาย เพื่อป้องกัน การที่ผู้อื่นเข้าใจผิดอาจน�ำไปใช้ใหม่ได้ - การค�ำนึงความเสี่ยง อันตรายหรือความเสียหาย ที่อาจเกิดขึ้นในการเก็บยา ได้แก่ • ชั้นเก็บหรือที่เก็บควรมีความมั่นคงแข็งแรง ตั้งในที่สามารถเดินเข้าออกได้สะดวกและ ปลอดภัย มีแสงสว่างให้เพียงพอในเวลาปฏิบัติ งาน • การเก็บยาหรือเวชภัณฑ์ที่สามารถติดไฟได้ ง่ายหรือเกิดการระเบิดได้ เช่น แอลกอฮอล์ ไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ ฟอร์มัลดีไฮด์ ฯลฯ ควรเก็บไว้ให้มิดชิด ป้องกันการถูกประกายไฟ หรือ ความร้อน ควรก�ำหนดให้ลูกจ้างผู้มีหน้า ที่รับผิดชอบบริเวณดังกล่าว ห้ามสูบบุหรี่โดย เด็ดขาด • ระมัดระวังในการจัดวางยา เช่น ไม่วางยาบน ชั้นวางจนมีน�้ำหนักมากเกินกว่าที่ชั้นวางจะรับ ไหว หรือปริมาณมากจนล้นและอาจตกหล่น จากชั้นวาง อาจท�ำให้ยาแตกหรือช�ำรุดได้ การวางในที่สูงเกินไปจนเป็นอุปสรรคต่อการ หยิบหรือจัดเรียง เป็นต้น • ควรมีอุปกรณ์ดับเพลิงอยู่ใกล้บริเวณจัดเก็บยา มีแนวทางการเก็บยาในตู้เย็น ได้แก่ 1. ส�ำรวจและคัดเลือกยาที่มีคุณสมบัติต้องเก็บในที่ เย็นหรืออุณหภูมิต�่ำ โดยสังเกตจากข้างภาชนะบรรจุ ได้แก่ - ยาที่ต้องเก็บในอุณหภูมิเย็นจัด หรือเก็บในตู้เย็น โดยมีอุณหภูมิระหว่าง 2-8 องศาเซลเซียส (˚ซ) ตัวอย่างยาที่ต้องเก็บในตู้เย็น11 เช่น • วัคซีน • อินซูลิน • ยาหยอดตา ที่มีส่วนประกอบของยา chloramphenicol, pilocarpine หรือยาตา อื่นๆ ที่ระบุให้เก็บให้เก็บอุณหภูมิระหว่าง 2-8˚ซ • ยาเหน็บทวาร เช่น ยาเหน็บริดสีดวงทวาร ยาเหน็บช่วยระบาย ฯลฯ • ยาฉีดที่ระบุให้เก็บให้เก็บอุณหภูมิระหว่าง 2-8˚ซ12 เช่น ยาฉีดกลุ่ม ergots, ascorbic acid injection, adrenaline injection, erythropoietin, risperidone injection ฯลฯ • ยาเม็ดบางชนิด เช่น ยาแคปซูลที่บรรจุเชื้อ Lactobacillus., melphalan tablet ฯลฯ อย่างไรก็ดีมียาบางรายการที่ไม่ควรน�ำมาเก็บใน ตู้เย็น เนื่องจากอาจท�ำให้เกิดปัญหาได้13 เช่น การตกตะกอน เกิดความไม่คงตัวหรือการท�ำลายยา มีการเปลี่ยนสี หรือ ยาแข็งตัว เป็นต้น ตัวอย่างเช่น • ยาน�้ำ เช่น hydroxyzine syrup, brown mixture, potassium iodide solution ฯลฯ ยาฉีด เช่น calcium gluconate, furosemide, magnesium sulfate, aminophylline ฯลฯ จะเกิดปัญหาการเกิด การตกตะกอนหากเก็บในตู้เย็น • ยาที่เกิดการท�ำลายได้ เช่น triamcinolone injection, isosorbide dinitrate spray, budesonide MDI เป็นต้น
  • 57. 58 คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา มาตรฐานที่ 3 การบริการเภสัชกรรมที่ดี 2. ควรมีบันทึกการตรวจสอบอุณหภูมิภายในตู้เย็น อย่างสม�่ำเสมอ และเก็บผลการบันทึกไว้ ดังตัวอย่าง ที่ 3.1 ผลการจดบันทึกอุณหภูมิตู้เย็นประจ�ำเดือน........................พ.ศ..........................
  • 58. 59 คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา มาตรฐานที่ 3 การบริการเภสัชกรรมที่ดี
  • 59. 60 คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา มาตรฐานที่ 3 การบริการเภสัชกรรมที่ดี 3. ควรจัดท�ำบัญชีรายการยาที่เก็บในตู้เย็นเพื่อ สะดวกต่อการตรวจสอบปริมาณที่จัดเก็บและวางแผนใน การสั่งยา 4. มีการจัดหมวดหมู่การจัดเก็บยาในตู้เย็นตาม ต�ำแหน่งต่างๆของตู้เย็นให้เหมาะสม เช่น ตามประเภท ยา ตามล�ำดับตัวอักษร หรือความเข้มงวดต่อการ ควบคุมอุณหภูมิตามคุณสมบัติของยา เช่น ยาหยอดตา chloramphenicol วัคซีน ต้องเก็บในบริเวณตู้เย็นที่มี อุณหภูมิระหว่าง 2-8˚ซ อาทิช่องเก็บใต้ช่องแช่แข็งใน ตู้เย็นแบบปกติที่ใช้กันตามบ้านทั่วๆ ไป 5. ยาที่เก็บในตู้เย็นควรบรรจุในภาชนะป้องกัน ความชื้นอีกชั้นหนึ่ง 6. กรณีที่ใช้ตู้เย็นในการเก็บชนิดที่ไม่มีระบบท�ำลาย น�้ำแข็งเกาะแบบอัตโนมัติ ควรหมั่นตรวจสอบไม่ให้มี น�้ำแข็งเกาะที่ช่องท�ำน�้ำแข็งมากเกินไป14 เนื่องจากจะท�ำให้ ตู้เย็นท�ำงานหนักและสิ้นเปลืองก�ำลังไฟ 7. ควรเลือกและตรวจสอบเทอร์โมมิเตอร์ส�ำหรับวัด อุณหภูมิให้ใช้งานได้ถูกต้องอย่างสม�่ำเสมอ 8. ควรเก็บบันทึกผลการวัดอุณหภูมิภายในตู้เย็น ไว้ เป็นหลักฐานอย่างน้อย เป็นเวลา 1 ปี ตัวอย่างที่ 3.1 รูปแบบการบันทึกอุณหภูมิภายในตู้เย็นแบบต่างๆ ผลการจดบันทึกอุณหภูมิภายในตู้เย็นประจ�ำเดือน.........................
  • 60. 61 คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา มาตรฐานที่ 3 การบริการเภสัชกรรมที่ดี แนวทางการเก็บยาอื่นๆ เช่น ยาที่ระบุให้เก็บที่อุณหภูมิไม่เกิน 25˚ซ ในทางปฏิบัติ มีแนวทางในการเก็บได้หลายแบบเช่น หากร้านมีปริมาณ ยาดังกล่าวมากควรท�ำห้องจัดเก็บยาที่ควบคุมอุณหภูมิไม่ ให้เกิน 25˚ซ โดยใช้การเปิดเครื่องปรับอากาศควบคุม อุณหภูมิตลอดเวลา ในบางฤดูกาลเช่นในหน้าหนาวที่มี อุณหภูมิต�่ำกว่า 25˚ซ อยู่แล้ว ก็ไม่จ�ำเป็นต้องเปิดเครื่อง ปรับอากาศ ถ้าร้านมียาดังกล่าวไม่มากอาจน�ำเก็บไว้ในตู้เย็น โดย ใส่ภาชนะบรรจุ เช่น ถุงกันชื้นหรือกล่องอีกชั้นหนึ่ง และ ส�ำรองยาครั้งละน้อยๆ เพื่อไม่ให้มีปริมาณมากเกินกว่าที่ ตู้เย็นจะเก็บได้หมด ยาที่ระบุ “ควรเก็บยาที่อุณหภูมิไม่เกิน 30˚ซ” สามารถเก็บในพื้นที่เก็บปกติได้ แต่ควรตรวจสอบให้แน่ใจ ว่ามีอุณหภูมิไม่สูงเกินกว่า 30˚ซ มาก หากอุณหภูมิสูง มากควรหาวิธีลดอุณหภูมิ เช่น ใช้พัดลมเป่าระบายอากาศ การติดชนวนกันความร้อน เป็นต้น และควรมีบันทึก การตรวจสอบอุณหภูมิภายในห้องเก็บยาอย่างสม�่ำเสมอ ดังตัวอย่างที่ 3.2 แบบบันทึกอุณหภูมิห้องเก็บยา ประจ�ำเดือน.......... การเก็บยาที่ต้องเก็บให้พ้นแสง ยาบางตัวที่มีสมบัติเสื่อมสลายได้เมื่อสัมผัสแสง ควร ท�ำการเก็บให้มิดชิดโดยไม่ควรสัมผัสกับแสงโดยตรงเป็น เวลานานๆ และมีการป้องกันผลกระทบจากแสง เช่น การ ใส่ขวดสีชา การบรรจุในกล่องอีกชั้น การเลือกยาที่บรรจุใน แผงอลูมิเนียมหรือพลาสติกทึบแสง การปิดไฟในห้องเก็บ ยาทุกครั้งหลังท�ำงานเสร็จ การใช้กระจกทึบแสงในห้องที่ มีหน้าต่าง เป็นต้น ในกรณีที่ผู้ผลิตยาได้ใช้บรรจุภัณฑ์ที่ ป้องกันแสงอยู่แล้ว จึงไม่ควรเปลี่ยนหรือถ่ายยาไปใส่ใน ภาชนะบรรจุอื่น เช่น การแกะยาออกจากแผงทึบแสง ไป ใส่ในขวด การแกะกล่องกระดาษที่บรรจุขวดยาน�้ำทิ้งออก ในกรณีเกิดเหตุการณ์ที่ขวดยาเม็ดเกิดแตก ควรถ่ายยาไป ยังขวดใหม่ที่สามารถป้องกันแสงได้ เป็นต้น • ตัวอย่างยาที่ต้องเก็บให้พ้นแสง15 ดูได้ที่ภาคผนวก ตัวอย่างต�ำรับยาที่ใช้ภาชนะบรรจุปิดแน่นและป้องกัน แสง ต�ำรับยาที่ใช้ภาชนะบรรจุปิดอย่างดีและป้องกัน แสง สามารถค้นคว้าเพิ่มเติมได้จากภาคผนวกของหนังสือ green book เล่ม 2 พ.ศ. 2549 3.1.3 มีระบบและการท�ำบัญชี เพื่อควบคุมและ ตรวจสอบยาหมดอายุ มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันไม่ให้มียาหมดอายุ สามารถ บริหารยาที่ใกล้หมดอายุหรือที่มีอายุสั้น ให้สามารถน�ำมา ใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันการสูญเสียโดยไม่จ�ำเป็น และสร้างความมั่นใจมิให้มียาหมดอายุหรือยาเสื่อมคุณภาพ ไปถึงผู้บริโภค ตัวอย่างที่ 3.2 แบบบันทึกอุณหภูมิในห้อง
  • 61. 62 คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา มาตรฐานที่ 3 การบริการเภสัชกรรมที่ดี ระบบที่ใช้ควบคุมและตรวจสอบยาหมดอายุ ได้แก่ - ใช้ระบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ตรวจสอบอายุ ยาตั้งแต่การรับเข้าสต๊อก และ ก่อนจ่ายยาให้ผู้รับ บริการ - การลงบันทึกในสมุดบัญชีรับยาเข้า บันทึกราย ละเอียดยา ปริมาณ วันที่รับเข้า เลขที่ของการ ผลิต และวันหมดอายุ ตัวอย่างการท�ำบัญชีรายการยา-การก�ำหนดปริมาณในการสั่ง
  • 62. 63 คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา มาตรฐานที่ 3 การบริการเภสัชกรรมที่ดี ตัวอย่างการท�ำบัญชีการบันทึกยาที่เข้า-ออก ในการจัดเก็บยา - ตรวจสอบอายุยาทั้งในที่เก็บในสต๊อกยาและตู้ที่ จ่ายยาบ่อยๆ อย่างน้อย 3 เดือนต่อครั้ง หากพบ ยาหมดอายุหรือยาเสื่อมสภาพ ให้แยกออกมาเพื่อ ท�ำการเก็บบริเวณเก็บยาดังกล่าวโดยเฉพาะเพื่อรอ ท�ำการแลกเปลี่ยนหรือท�ำลาย ตรวจสอบยาที่มีอายุยาที่ใกล้หมดอายุก่อน 6 เดือน แยกมาเพื่อรีบด�ำเนินการจ่ายหรือ หากแน่ใจว่าไม่สามารถ จ่ายยาดังกล่าวได้ทันก่อนหมดอายุ ควรรีบเจรจากับผู้ขาย ในการแลกเปลี่ยน - ใช้ระบบตรวจสอบรูปแบบอื่นๆ ที่มีประโยชน์ และง่ายต่อการตรวจสอบ อันเป็นที่ยอมรับ เช่น ระบบสติ๊กเกอร์สี ติดข้างกล่องหรือ ภาชนะบรรจุ
  • 63. 64 คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา มาตรฐานที่ 3 การบริการเภสัชกรรมที่ดี โดยก�ำหนดสีของสติ๊กเกอร์ให้ตรงกับปีต่างๆ ที่อยู่ใน ช่วงที่ยาหมดอายุ เรียงล�ำดับ16 เช่น ปิดประกาศแผ่น รายละเอียดสีสติ๊กเกอร์ และอายุยา ไว้ทั้งในห้องเก็บยา และบริเวณที่จ่ายยา ให้เป็นที่สังเกตได้ง่ายทั้งผู้จ่ายยาและ ผู้รับบริการ การปิดสติ๊กเกอร์สีสามารถท�ำโดยซื้อแผ่นสติ๊กเกอร์ สีส�ำเร็จรูปที่ตัดไว้เรียบร้อย หรือ หาแผ่นสติ๊กเกอร์มาตัด เองหรือพิมพ์แล้วน�ำมาติดข้างภาชนะบรรจุบริเวณที่สังเกต เห็นได้ง่าย (หากเป็นยามีอายุสั้นมากอาจเขียนเดือนที่หมด อายุเพิ่มเติม) ในกรณีเป็นยาที่บริษัทที่ติดสติ๊กเกอร์วันหมด อายุไว้แล้วแต่ไม่ตรงกับที่ร้านก�ำหนดไว้ ให้ติดสติ๊กเกอร์ ซ�้ำได้โดยยึดสีสติ๊กเกอร์ของร้านเป็นหลักได้เพื่อป้องกัน การเข้าใจผิด ตัวอย่างการติดสติ๊กเกอร์สีที่ข้างกล่องยาให้สังเกตได้ง่าย
  • 64. 65 คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา มาตรฐานที่ 3 การบริการเภสัชกรรมที่ดี แนวทางอื่นๆ ที่ท�ำให้ยาที่เก็บคงประสิทธิภาพ - ก�ำหนดให้ยาที่เปิดจากขวดหรือภาชนะบรรจุแล้ว จะมีอายุไม่เกิน 1 ปีหลังจากเปิดใช้ โดยไม่ดูจากอายุยา ที่ระบุไว้ข้างขวดเพียงอย่างเดียว โดยเขียนระบุวันที่เปิด ที่ภาชนะบรรจุ ยกเว้น ยาที่เสื่อมสลายได้เร็วจากความ ร้อน หรือ ความชื้น อาจพิจารณาสภาพกายภาพประกอบ เช่น วิตามินซี แบบกระป๋อง อาจเสื่อมสลายได้เร็วก่อน 1 ปี หลังเปิดใช้ ยาช่วยชีวิต เช่น ยาอมใต้ลิ้นแบบขวด หรือกระปุก หากขายไม่บ่อยไม่ควรเปิดแบ่งขายทีละน้อยๆ เพราะยาที่เหลืออาจเสื่อมสภาพจนไม่สามารถช่วยอาการ ผู้ป่วยได้ (แนะน�ำให้ร้านหาซื้อชนิดแผงจะป้องกันการเสื่อม สภาพได้ดีกว่า) ยาชนิดครีมไม่ควรเลือกซื้อแบบกระปุกแล้วแบ่งบรรจุ ใส่ตลับ เนื่องจากยาจะสัมผัสกับอากาศมีโอกาสเสื่อม ได้ง่ายกว่าที่บรรจุในหลอด อีกทั้งยาที่เราแบ่งใส่จะไม่มี รายละเอียดเช่นในเอกสารก�ำกับยาที่บรรจุในกล่องยา จึง ถือว่าเป็นการลิดรอนสิทธิของผู้บริโภค หากผู้ใช้ยาแล้ว เกิดผลข้างเคียงหรือแพ้ จะไม่ทราบข้อควรระวังหรือ ค�ำเตือนต่างๆ * ในทางปฏิบัติหากมีความจ�ำเป็นที่จะแบบบรรจุ ยาครีมแบ่งใส่ตลับ เช่น ยาแพงมาก ผู้ป่วยไม่สามารถซื้อ ทั้งหลอดได้ ควรแน่ใจว่ายาดังกล่าวขายบ่อยหรือสามารถ แบ่งและขายได้หมดในระยะเวลาอันสั้น โดยต้องระบุวัน หมดอายุพร้อมเอกสารก�ำกับยาให้เหมือนกับเอกสารก�ำกับ ยาของเดิมแนบไปด้วยทุกครั้ง 3.1.4 ต้องมีระบบที่รัดกุมในการควบคุมยาเสพ ติดให้โทษ วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท และยาควบคุม พิเศษอื่นๆ และสามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา วัตถุประสงค์ข้อนี้ ได้แก่ • เป็นการป้องกันความเสี่ยงต่อการน�ำยากลุ่ม ดังกล่าวไปใช้ในทางที่ผิด อาจก่อให้เกิด อันตรายต่อผู้ใช้ยา หรือ ผู้อื่น • สามารถตรวจสอบย้อนกลับหากสงสัยได้อย่าง สะดวกหรือการติดตามผลในการใช้ยาได้เมื่อ จ�ำเป็น • ป้องกันผู้ที่ไม่มีหน้าที่รับผิดชอบ น�ำยาไปจ่าย โดยง่าย หรือป้องกันการถูกจารกรรม • ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย ป้องกันผล การถูกลงโทษหากไม่ปฏิบัติตามหรือฝ่าฝืน แนวทางการปฏิบัติ ได้แก่ - ควรมีสถานที่เก็บหรือตู้เก็บยาเสพติดให้โทษ วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ยาควบคุมพิเศษ แยกต่างจากยากลุ่มอื่นๆ โดยระบบป้องกัน ผู้อื่นที่ไม่ใช่เภสัชกรเข้าถึงยา เช่น การใช้ รูปแสดงตู้เก็บยาเสพติดให้โทษ วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ยาควบคุมพิเศษ วัตถุออกฤทธิ์ประเภท 3 หรือ 4 ยาควบคุมพิเศษ ยาเสพติดให้โทษ ประเภท 3
  • 65. 66 คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา มาตรฐานที่ 3 การบริการเภสัชกรรมที่ดี กุญแจล็อคซึ่งเปิด-ปิดโดยเภสัชกรเท่านั้น - มีระบบบัญชีควบคุมการซื้อ (รับยาเข้า) - การ จ่ายยา (การขายออก) โดยละเอียดและให้ถูก ต้องตามกฎระเบียบ เช่น การซื้อยาให้ลงรายละเอียดว่า ซื้อยาอะไร จากที่ใด ปริมาณ เลขที่ของการผลิต เวลาหมดอายุ และปริมาณ ที่คงเหลือ หากมีเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบจะสามารถอธิบาย เหตุผลความเหมาะสมในการซื้อได้ โดยใช้แบบบันทึก เช่น ขย.๗ บ.จ.๔ บ.จ.๕ เป็นต้น การจ่ายยาหรือขาย ควรตรวจสอบใบสั่งยาและบันทึก ในแบบบันทึกการจ่าย โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้ 1. ชื่อ ที่อยู่ เลขที่บัตรประชาชนหรือบัตรอื่นๆ ที่ ออกโดยราชการของผู้ที่ขอซื้อ เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ 2. รายละเอียดของใบสั่งยา (ควรตรวจสอบว่าเป็น ใบสั่งยาจริง) เช่น ใบสั่งยาได้จากที่ใด ใครเป็นผู้สั่งจ่าย เลขที่ใบสั่งยา วันที่จ่ายยา (ควรตรวจสอบกรณีน�ำใบสั่ง ยาเก่ามาซื้อ) 3. ปริมาณยาที่จ่ายตามใบสั่งแพทย์ (หากปริมาณมาก เกินปกติ ควรตรวจสอบกลับต้นตอที่ออกใบสั่งก่อน เช่น แพทย์สั่งยา diazepam 5 mg 10 tab ผู้ป่วยอาจเขียน เติมเลขศูนย์หลัง 10 ท�ำให้ต้องจ่ายยาทั้งหมด 100 เม็ด) 4. เหตุผลในการจ่ายยา เพื่อให้ทราบที่มาของการขอ ซื้อยาตามใบสั่งยา เช่น “จ่ายยา.........เนื่องจากยาดังกล่าว ไม่มีจ�ำหน่ายในสถานพยาบาล หรือ ยาขาดสต๊อกชั่วคราว” หรือ “แพทย์ที่คลินิกไม่มียา จึงให้มาซื้อที่ร้านยา” 5. การลงลายมือชื่อเภสัชกร และเลขที่ใบประกอบ วิชาชีพทุกครั้งที่มีการจ่ายยา ตัวอย่างการลงบันทึก เช่น
  • 66. 67 คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา มาตรฐานที่ 3 การบริการเภสัชกรรมที่ดี 3.1.5 ควรมีการส�ำรองยาที่จ�ำเป็นต่อการ ปฐมพยาบาลเบื้องต้น การช่วยชีวิต ยาต้านพิษที่จ�ำเป็น หรือการส�ำรองยาที่สอดคล้องกับความจ�ำเป็นของชุมชน วัตถุประสงค์เพื่อให้ร้านยาสามารถเป็นที่พึ่งพา ของประชาชนยามมีภาวะเจ็บป่วยจากอุบัติเหตุหรือการเจ็บ ป่วยไม่รุนแรง สามารถดูแลตนเองได้โดยไม่จ�ำเป็นต้องไป สถานพยาบาลทุกครั้ง เพื่อสะดวกและประหยัดค่าใช้จ่าย รวมทั้งเวลาและการเดินทาง ตลอดจนสามารถมียาใช้ เบื้องต้นในการรักษาภาวะฉุกเฉิน เป็นการประคับประคอง อาการของผู้ป่วยก่อนที่จะไปท�ำการรักษาอย่างเร่งด่วนเพื่อ ช่วยชีวิตผู้ป่วย นอกจากนี้ร้านยายังเป็นแหล่งส�ำรองยาและ เวชภัณฑ์ที่จ�ำเป็นในภาวะที่ประชาชนต้องการ เช่น การมี ยาหรือเวชภัณฑ์เพื่อป้องกันหรือรักษาโรคระบาด หรือโรค ติดต่อในชุมชน เป็นต้น ยาและเวชภัณฑ์ที่ร้านยาควรไว้ ได้แก่ 1. ยาที่จ�ำเป็นต่อการปฐมพยาบาลเบื้องต้น เช่น น�้ำเกลือล้างแผล ยาใส่แผล ผ้าก๊อชติดแผล ส�ำลี พลาสเตอร์ ผ้าพันเคล็ด (elastic bandage) ยาล้างตา ยาหยอดตา อุปกรณ์ประคบร้อน-เย็นบรรเทาปวด เป็นต้น 2. ยาช่วยชีวิต เช่น ยาอมใต้ลิ้น aspirin chewable เป็นต้น 3. ยาต้านพิษที่จ�ำเป็น เหมาะสมกับสารพิษที่มี โอกาสพบหรือสารพิษที่พบว่ามีการใช้ในชุมชนได้บ่อย เช่น N-acetylcysteine (NAC) ในรูปแบบ granule for oral solution หรือ effervescent tablets ส�ำหรับ การใช้ยา paracetamol เกินขนาด ป้องกันอันตรายต่อตับ ขนาดรับประทานครั้งแรก 140 mg/ kg (ตามด้วยขนาด 70 mg/kg ทุก 4 ชั่วโมง) และส่งต่อให้สถานพยาบาล ด�ำเนินการต่อไป Activated charcoal ส�ำหรับดูดซับพิษจาก อาหารเป็นพิษ ช่วยบรรเทาอาการท้องเสีย ไม่สบายท้อง ท้องอืดเฟ้อ Atropine sulfate injection* ใช้เป็น antidote ในผู้ป่วยที่ได้รับสารเคมีพวกยาฆ่าสัตว์รบกวน (pesticides) ได้แก่ carbamate, organophosphate, cholinesterase inhibitors เช่น neostigmine, physostigmine, pilocarpine, methacholine ฯลฯ ตลอดจนต้านพิษจาก การรับประทานเห็ดพิษ * ไม่ได้บังคับให้ร้านยาจะต้องมียาดังกล่าวไว้ บางร้าน มีไว้ส�ำหรับขายให้กับคลินิกหรือบุคคลากรสาธารณสุข ขนาด วิธีใช้ ข้อควรระวังในการใช้ยาต้านพิษ สามารถดูได้ในหนังสือคู่มือ The TP Information on Antidotes 2005, กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวง สาธารณสุข นนทบุรี ISBN: 974-7549-61-1 หรือ Download ได้ที่ website ของกรม วิทยาสตร์การแพทย์ www.dmsc.moph.go.th หรือ http://dmsic.moph.go.th/download/antidotes Complete.pdf?PHPSESSID=c7e77... 4. ยาหรือเวชภัณฑ์ที่ควรส�ำรองไว้ให้สอดคล้อง กับความต้องการและความจ�ำเป็นของชุมชน โดยร้านยา อาจส�ำรวจความต้องการหรือการเก็บสถิติโรคที่เกิดขึ้น บ่อยตามฤดูกาล เพื่อวางแผนในการส�ำรองยาให้มีปริมาณ เพียงพอต่อความต้องการได้แก่ การส�ำรองผงเกลือแร่แก้ ท้องร่วง ให้พอเพียงในหน้าร้อนหรือช่วงที่มีโรคอุจจาระ ร่วงระบาด การส�ำรองยาหยอดตาในช่วงที่มีโรคตาแดง จากเชื้อไวรัสระบาด การส�ำรองหน้ากากอนามัยหรือ เจล แอลกอฮอล์ ล้างมือเพื่อป้องกันการติดต่อจากโรคติดต่อ เช่นไข้หวัดใหญ่ เป็นต้น ดัชนีชี้วัดหัวข้อ 3.1 ได้แก่ • ไม่มีการจ่ายหมดหมดอายุ หรือเสื่อมสภาพให้ ผู้รับบริการ • ไม่จ�ำหน่ายยาที่ผลิตจากโรงงานไม่ผ่านการ รับรอง GMP • จ�ำนวนครั้งที่ไม่มียาจ�ำหน่ายให้ผู้รับบริการ • จ�ำนวนยาหมดอายุหรือใกล้หมดอายุจาก การส�ำรวจสต๊อกยาแต่ละครั้ง • มูลค่าความเสียหายจากยาหมดอายุที่ไม่ สามารถเปลี่ยนคืนได้ต่อปี
  • 67. 68 คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา มาตรฐานที่ 3 การบริการเภสัชกรรมที่ดี • ร่าง หลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการจัดเก็บยา (Guide to good storage Practice GSP) • ร่าง หลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการจัดส่งยา (Guide to good Distribution Practice GDP) สามารถดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ http://www.pharcpa.com/news/GDP.pdf หรือ www.thaipharma.net • Good Pharmacy Practice Training manual India 2005, Indian Pharmaceutical Association, Central Drugs Standard Control Organization, W.H.O. India Country Office สามารถดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ http://www.whoindia.org/en/Section2/Section5/Section403.htm • WHO Expert committee on specifications for Pharmaceutical Preparations: thirty seventh report (WHO Technical Report series, No937, Annex9. 2003 ISBN: 92-4-120908-9 สามารถดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ http://whqlibdoc.who.int/trs/WHO_TRS_908.pdf • คู่มือการใช้ยาส�ำหรับบุคลากรสาธารณสุข, ธิดา นิงสานนท์, ปรีชา มนทกานติกุล, สุวัฒนา จุฬาวัฒนทล, สมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล, 2550 ISBN: 974-94052-3-4 • A Model Quality Assurance System for Procurement Agencies - Recommendations for Quality Assurance Systems Focusing on Prequalification of Products and Manufacturers, Purchas- ing, Storage and Distribution of Pharmaceutical Products. World Health Organization 2007 สามารถดูรายละเอียดได้ที่ http://apps.who.int/medicinedocs/documents/s14866e/s14866e.pdf • คู่มือบัญชียาหลักแห่งชาติ พ.ศ. 2551 คณะกรรมการแห่งชาติด้านยา ISBN: 978-974-244-275-0 ศึกษาข้อมูลได้ที่ http://www.thaifda.com/ed2547/?pg=result • หนังสือรายชื่อผลิตภัณฑ์ยาคุณภาพและผู้ผลิต เล่ม 1 พ.ศ. 2548 green book ส�ำนักยาและวัตถุเสพติด กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ISBN: 974-7549-72-7 สามารถ Download ที่ http://www.dmsc.moph.go.th/webroot/drug/qa30/greenbooks/greenbook1.pdf • หนังสือรายชื่อผลิตภัณฑ์ยาคุณภาพและผู้ผลิต เล่ม 2 พ.ศ. 2549 green book 2 ส�ำนักยาและวัตถุ เสพติด กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ISBN: 974-7549-72-7 สามารถ Download ที่ http://www.dmsc.moph.go.th/webroot/drug/surveillance/greenbook2.pdf แหล่งหาความรู้เพิ่มเติม
  • 68. 69 คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา มาตรฐานที่ 3 การบริการเภสัชกรรมที่ดี 1. อดุลย์ จาตุรงคกุล, 2547, การจัดซื้อ, ปรับปรุง ครั้งที่ 4, โรงพิมพ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, กรุงเทพฯ, หน้า 5, 10, 11, 20-22, 27, 255-258. 2. อรุณ บริรักษ์, 2550, กรณีศึกษา: การบริหาร งานจัดซื้อในประเทศไทย เล่มที่ 1, พิมพ์ครั้งที่ 1, โรงพิมพ์ ไอทีแอล เทรด มีเดีย จ�ำกัด, กรุงเทพฯ, หน้า 164 -172, 178-180. 3. เอกสารประกอบ การประชุมสัมมนาเรื่อง การพัฒนาหลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการจัดส่งยา และการจัดเก็บยา วันจันทร์ที่ 15 กันยายน 2551 ณ ห้องประชุมชัยนาทนเรนทร ส�ำนักงานคณะกรรมการ อาหารและยา 4. กองควบคุมยา ส�ำนักงานคณะกรรมการอาหาร และยา. แนวทางGMP ด้านผลิตภัณฑ์และภาชนะบรรจุ หน้า 3 Available from: URL:http://wwwapp1. fda.moph.go.th/drug/zone_gmp/files/packing. pdf Reference 5. Good pharmacy practice (GPP) in developing countries Recommendations for step-wise implementation page8 Available from: URL: http://www.fip.org/files/www2/pdf/gpp/GPP_ CPS_Report.pdf 6. FIP State of Policy The Role of the Pharmacist on Medication Error Associated with Prescribed Medication 1998 page3 Available from: URL: http://www.fip.org/www/uploads/database_ file.php?id=229&table_id= 7. ภญ.ดร.นิธิมา สุ่มประดิษฐ์ เอกสารก�ำกับยา ส�ำหรับประชาชน:ความเป็นมาและแนวทางสื่อสาร ข่าวสาร ด้านยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ ปีที่ 12 ฉบับที่ 2 :36-41 Available from: URL:http://www.fda.moph.go.th/apr/ ไฟล์วารสาร/final%20Drug%2012-2.pdf 8. สุขศรี อึ้งบริบูรณ์ไพศาล, นิดาพรรณ เรืองฤทธินนท์, โสมศิริ ประทีปะจิตติ, มาศวลัย ลิขิตธนเศรษฐ์ ส�ำนักยาและวัตถุเสพติด กรมวิทยาศาสตร์ การแพทย์. รายชื่อผลิตภัณฑ์ยาคุณภาพและผู้ผลิต เล่ม 3 Green book 3. โรงพิมพ์ส�ำนักงานพระพุทธศาสนาแห่ง ชาติ;2550: 84-88 • หนังสือรายชื่อผลิตภัณฑ์ยาคุณภาพและผู้ผลิต เล่ม 3 พ.ศ. 2550 green book 3 ส�ำนักยาและวัตถุเสพติด กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ISBN: 978-974-7525-15-1 สามารถ Download ที่ http://www.dmsc.moph.go.th/webroot/drug/surveillance/greenbook3.pdf • หนังสือรายชื่อผลิตภัณฑ์ยาคุณภาพและผู้ผลิต เล่ม 4 พ.ศ. 2550 green book 4 ส�ำนักยาและวัตถุเสพติด กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ISBN: 978-974-13-4483-3 สามารถ Download ที่ http://www.dmsc.moph.go.th/webroot/drug/qa30/greenbooks/greenbook4.pdf • หนังสือรายชื่อผลิตภัณฑ์ยาคุณภาพและผู้ผลิต เล่ม 5 พ.ศ. 2552 green book 5 ส�ำนักยาละวัตถุเสพติด กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ISBN:978-611-11-00730-3 สามารถ Download ที่ http://www.dmsc.moph.go.th/webroot/drug/qa30/greenbooks/greenbook5.pdf • หนังสือรายชื่อผลิตภัณฑ์ยาคุณภาพและผู้ผลิต เล่ม 6 พ.ศ. 2553 green book 6 ส�ำนักยาและวัตถุเสพติด กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ISBN: 978-616-11-0374-3 สามารถ Download ที่ http://webdb.dmsc.moph.go.th/ifc_drug/drug/admin/data/upimages/ greenbook_6.pdf. แหล่งหาความรู้เพิ่มเติม
  • 69. 70 คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา มาตรฐานที่ 3 การบริการเภสัชกรรมที่ดี 9. WHO Expert committee on specifications for Pharmaceutical Preparations (WHO Technical Report series, No937, Annex9) Guide to good distribution practices for Pharmaceuticals product. Available from: URL: http://whqlibdoc.who.int/trs/ WHO_TRS_908.pdf 10. World Health Organization, 2003 (WHO Technical Report series, No908, Annex9) Guide to good storage practices for Pharmaceuticals preparation. Thirty seventh report, Geneva, Avail- able from: URL: http://whqlibdoc.who.int/trs/ WHO_TRS_908.pdf 11. ภญ.ดร. ดวงทิพย์ หงส์สมุทร ส�ำนักงานโครงการ พัฒนาร้านยา ส�ำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข คู่มือผู้ประกอบการขายยาแผน ปัจจุบัน (ขย.1) หน้า 36 12. ธิดา นิงสานนท์, ปรีชา มนทกานติกุล, สุวัฒนา จุฬาวัฒนทล, คู่มือการใช้ยาส�ำหรับบุคลากร สาธารณสุข, สมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล, พิมพ์ ครั้งที่ 4 โรงพิมพ์บริษัทประชาชน จ�ำกัด 2550 : 139-142 13. ธิดา นิงสานนท์, ปรีชา มนทกานติกุล, สุวัฒนา จุฬาวัฒนทล, คู่มือการใช้ยาส�ำหรับบุคลากร สาธารณสุข, สมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล, พิมพ์ ครั้งที่ 4 โรงพิมพ์บริษัทประชาชน จ�ำกัด 2550: 142-143 14. Indian Pharmaceutical Association, Central Drugs Standard Control Organization, W.H.O. India Country Office. Storage and Stock Management. Good Pharmacy Practice Training manual India 2005: 23 15. ธิดา นิงสานนท์, ปรีชา มนทกานติกุล, สุวัฒนา จุฬาวัฒนทล, คู่มือการใช้ยาส�ำหรับบุคลากร สาธารณสุข, สมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล, พิมพ์ครั้งที่ 4 โรงพิมพ์บริษัทประชาชน จ�ำกัด 2550 หน้า 145-152, คู่มือทักษะตามเกณฑ์ความรู้ความสามารถทางวิชาชีพของ ผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม (พ.ศ. 2550) สภาเภสัชกรรม หน้า 11 16. ศูนย์ข้อมูลข่าวสารด้านเวชภัณฑ์ กระทรวง สาธารณสุข. นานาสาระ: รหัส สีบ่งบอกวันหมดอายุของ ยา Available from: URL: http://dmsic.moph.go.th/ tips/detail.php?idtips=18ข
  • 70. 71 คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา มาตรฐานที่ 3 การบริการเภสัชกรรมที่ดี 3.2 แนวทางการให้บริการทางเภสัชกรรม มาตรฐานร้านยา 3.2 แนวทางการให้บริการทางเภสัชกรรม 3.2.1 มีการส่งเสริมให้มีการใช้ยาอย่างเหมาะสม เช่น การไม่จ�ำหน่ายยาชุด การค�ำนึงถึงความคุ้มค่าในการ ใช้ยา 3.2.2 ต้องระบุผู้รับบริการที่แท้จริง และค้นหาความต้องการและความคาดหวังจากการซักถามอาการ ประวัติการใช้ยา รวมถึงศึกษาจากแฟ้มประวัติการใช้ยา(ถ้ามี) ก่อนการส่งมอบยาทุกครั้ง เพื่อให้เหมาะสมกับผู้ป่วย เฉพาะรายตามมาตรฐานการดูแลผู้ป่วย 3.2.3 มีแนวทางการประเมินใบสั่งยา ก. ต้องมีความสามารถในการอ่าน วิเคราะห์ และประเมินความเหมาะสมของใบสั่งยา ข. มีการสอบถามและได้รับความเห็นชอบจากผู้สั่งจ่ายยาทุกครั้ง เมื่อมีการด�ำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้อง กับการแก้ไข หรือ การปรับเปลี่ยนใบสั่งยา 3.2.4 แนวทางการส่งมอบยา ก. มีเภสัชกรเป็นผู้ส่งมอบยาให้แก่ผู้มารับบริการโดยตรง ข. มีฉลากยาซึ่ง ประกอบด้วย ชื่อสถานบริการ ชื่อผู้ป่วย วันที่จ่าย ชื่อการค้า ชื่อสามัญทางยา ข้อบ่งใช้ วิธีใช้ ข้อควรระวัง และวันหมดอายุ ค. ต้องอธิบายการใช้ยาและการปฏิบัติตัวของผู้มารับบริการอย่างชัดเจน ทั้งโดยวาจาและลายลักษณ์ อักษร เมื่อส่งมอบยา ง. ไม่ควรส่งมอบยาให้เด็กที่มีอายุต�่ำกว่า 12 ปี โดยไม่ทราบวัตถุประสงค์ ในกรณีจ�ำเป็นควรมีแนวทาง และวิธีปฏิบัติที่ชัดเจนและเหมาะสม จ. ห้ามส่งมอบยาเสพติดให้โทษ และวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ให้กับเด็กที่อายุต�่ำกว่า 12 ปี ใน ทุกกรณี 3.2.5 จัดท�ำประวัติการใช้ยา(patient’sdrugprofile)ของผู้รับบริการที่ติดตามการใช้ยาอย่างต่อเนื่อง 3.2.6 ติดตามผลการใช้ยาในผู้ป่วย ปรับปรุงและแนะน�ำกระบวนการใช้ยา ตามหลักวิชาการและ ภายใต้ ขอบเขตของจรรยาบรรณ ทั้งนี้เพื่อมุ่งให้ผลการใช้ยาเกิดขึ้นโดยสูงสุด 3.2.7 ก�ำหนดแนวทางและขอบเขตการส่งต่อผู้ป่วยที่เป็นรูปธรรม 3.2.8 มีแนวทางการให้ค�ำปรึกษาส�ำหรับผู้ป่วยที่ติดตามอย่างต่อเนื่อง 3.2.9 เฝ้าระวังอาการอันไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ และรายงานอาการอันไม่พึง ประสงค์ที่พบไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ 3.2.10 ร่วมมือกับแพทย์หรือบุคลากรสาธารณสุขอื่นๆ เพื่อเป้าหมายสูงสุดในการรักษา
  • 71. 72 คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา มาตรฐานที่ 3 การบริการเภสัชกรรมที่ดี 3.2.1 มีการส่งเสริมการใช้ยาอย่างเหมาะสม เช่น การไม่จ�ำหน่ายยาชุด การค�ำนึงถึงความคุ้มค่าในการ ใช้ยา ปัญหาการใช้ยาไม่เหมาะสม ปัจจุบันปัญหาของการใช้ยาไม่เหมาะสมไม่ว่าทั้งภาค โรงพยาบาลและร้านขายยาเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง องค์การ อนามัยโลกระบุว่า “มากกว่าครึ่งหนึ่งของการใช้ยาเป็นไป อย่างไม่เหมาะสม แม้แต่ในโรงเรียนแพทย์ยังมีอัตราการใช้ ยาปฏิชีวนะอย่างไม่เหมาะสมสูงถึงร้อยละ 41-91”1 ท�ำให้ มีปัญหาการดื้อยาที่อาจเกิดขึ้น ดังสถิติที่เก็บรวบรวมข้อมูล การดื้อยาในประเทศไทย ได้แก่ อุบัติการณ์ของการดื้อยาปฏิชีวนะต่างๆ ของเชื้อ S.pneumoniae ในโรคปอดอักเสบในชุมชนในประเทศไทย2 (Sangthawan และคณะ, 2003) หากจะกล่าวในส่วนร้านยาในบ้านเราจะพบว่ามี การใช้ยาไม่เหมาะสม ได้แก่ มีการใช้ยาฟุ่มเฟือย ไม่มี เหตุผลเพียงพอ หรือไม่คุ้มค่าค่อนข้างมาก ทั้งนี้อาจมี สาเหตุมาจาก ผู้ขายหรือผู้ให้บริการอาจยังขาดความรู้ ทักษะ ความรอบคอบ การตระหนักถึงความปลอดภัย ความคุ้มค่า หรือมุ่งเพียงแสวงหาผลก�ำไร คล้อยตาม ผลตอบแทนจากการส่งเสริมการขายของผู้จ�ำหน่าย ตลอดจนความหลงผิดของผู้บริโภคเอง การหลงเชื่อ แรงโฆษณา คนรอบข้างหรือแม้แต่กระแสบริโภคนิยม ส่ง ผลเสียที่ตามมาได้แก่ อันตรายจากการใช้ยาเกินขนาด ใช้ ยาไม่ถูกวิธี ได้รับผลข้างเคียง การแพ้ยา เสียค่าใช้จ่ายโดย ไม่จ�ำเป็นและไม่สามารถรักษาโรคที่เป็นอยู่ให้หายได้ ดังนั้น การส่งเสริมการใช้ยาให้เหมาะสม มีเหตุผลจะเป็นหน้าที่ ที่ส�ำคัญของวิธีปฏิบัติที่ดีทางเภสัชกรรม (GPP) ในร้านยา โดยค�ำนึงถึงผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง (patient center) การ มีแนวคิดหรือแนวทางเพื่อให้มีการใช้ยาอย่างเหมาะสมมี เหตุผล จะส่งผลให้การใช้ยาของผู้บริโภคได้รับประโยชน์ สูงสุด ทั้งด้านผลการรักษา ความคุ้มค่าของเงินที่จ่าย ตลอดจนความปลอดภัยจากการใช้ยา แนวทางในการใช้ยาอย่างเหมาะสม มีเหตุผล ได้แก่ 1. การใช้ยาที่มีข้อบ่งชี้ (Indication) ตรงกับปัญหา ของผู้ป่วย โดยมีเป้าหมายในการรักษาอย่างชัดเจน หรือ อาจพิจารณาทางเลือกอื่นนอกเหนือจากการใช้ยา ตัวอย่าง เช่น - การขอซื้อยาล้างไตโดยเชื่อว่าที่มีอาการปวด หลังนั้นเกิดจากไตอักเสบทั้งๆที่ยานั้นมีตัวยาที่ เป็นสี (เช่น เมทีลีนบูล ที่ขับออกมามีสีขียว หรือฟีนาโซไพรีดีนที่ขับออกมาได้สีแดงใน ปัสสาวะ ท�ำให้เข้าใจผิดคิดว่าขับของเสียออก มาได้) โดยหวังผลว่าจะช่วยแก้อาการปวดหลัง ได้ ซึ่งยาเหล่านี้ไม่มีข้อบ่งใช้ในการรักษาอาการ ปวดหลังแต่อย่างใด 2. พิจารณาประสิทธิผล (Efficacy) ของยา ที่ เป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยอย่างแท้จริง โดยพิจารณาปัจจัย ประกอบได้แก่ - กลไกการออกฤทธิ์ของยาสอดคล้องกับโรคและ
  • 72. 73 คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา มาตรฐานที่ 3 การบริการเภสัชกรรมที่ดี ประสิทธิผลของยา - มีหลักฐานเชิงประจักษ์สนับสนุนอย่างเพียง พอ (evidence base) ได้แก่ ข้อบ่งใช้ตาม การขึ้นทะเบียนยา มีผลการมีหลักฐานการใช้ ทางคลินิกที่มีประสิทธิภาพอันน่าเชื่อถือหรือ ไม่ - ควรสัมพันธ์กับแนวมาตรฐานการรักษาโรคที่ เป็นที่ยอมรับ (treatment guidelines) ตัวอย่างเช่น การจ่ายยา norfloxacin ในการรักษาโรค หนองในแท้ มีโอกาสดื้อยาถึงร้อยละ 503 3. พิจารณาความเสี่ยง (Risk) ที่อาจเกิดขึ้น โดย ค�ำนึงความปลอดภัยเป็นส�ำคัญ ได้แก่ - ยามีประโยชน์เหนือความเสี่ยงอย่างชัดเจน - ไม่มีข้อห้ามใช้ส�ำหรับผู้ป่วย - ยาควรมีผลข้างเคียงต�่ำ - โอกาสการเกิดอันตรกิริยา (Interaction) กับ ยาอื่น อาหาร หรือโรคประจ�ำตัวที่เป็นอยู่ - ความระมัดระวังในผู้ป่วยในกลุ่มพิเศษเช่น ผู้สูง อายุ เด็ก สตรีตั้งครรภ์ หรือ เฉพาะโรคเช่น โรคตับ โรคไต โรคระบบเลือด ฯลฯ ตัวอย่างเช่น การจ่ายยาตาที่มีสเตียรอยด์ ในผู้ป่วยที่ตา อักเสบจากการแพ้เป็นระยะเวลานาน อาจเสี่ยงท�ำให้เกิด ต้อหิน และหากผู้ป่วยมีแผลติดเชื้อที่กระจกตา แผลอาจ ลุกลามอย่างรวดเร็วและควบคุมยาก ท�ำให้กระจกตาทะลุ หรือสูญเสียการมองเห็นได้4 4. คุ้มค่าใช้จ่าย (Cost) ให้เหมาะสมตามฐานะและ ความต้องการของผู้ป่วย โดยมีหลักคิดได้แก่ - ยาแพงไม่จ�ำเป็นต้องดีกว่ายาถูกเสมอไป เช่น ยาที่แพงอาจเนื่องจากมีการบวกค่าโฆษณา ค่า การค้นคว้าวิจัยในอดีต และการบวกก�ำไรลงไป ในราคายามากเป็นหลายเท่าตัว ยาใหม่อาจมี ข้อดีกว่ายาที่เคยใช้อยู่เล็กน้อย แต่บริษัทอาจ ตั้งราคาให้สูงเพื่อให้ดูว่าเหนือกว่ายาดั้งเดิมมาก - เน้นยาจากแหล่งคุณภาพแต่ราคาประหยัด และ ถูกกฎหมาย - หากใช้ยาราคาแพง หรือ มูลค่าต่อการรักษาโดย รวมสูง ให้ค�ำนึงความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ (pharmacoeconomic) ตัวอย่างเช่น การจ่าย NSAIDs ชนิด COX2 ที่มีราคาแพง กับผู้ป่วยที่ปวดกล้ามเนื้อ โดยไม่เคยมีประวัติโรคกระเพาะ อาหาร จัดว่าไม่คุ้มค่า5 5. ขนาดยา (Dose) ที่ถูกต้อง คือ ไม่สูงหรือต�่ำกว่า ขนาดยามาตรฐาน (over dose or sub therapeutic dose) เหมาะสมกับระยะและความรุนแรงของโรค มี การปรับขนาดตามความเหมาะสม ตัวอย่างเช่น การจ่าย Acyclovir 200 mg x 5 ในผู้ป่วย โรคงูสวัด Herpes Zoster ซึ่งต�่ำกว่าขนาดที่ควรเป็น คือ 800 mg x 56 6. วิธีใช้ยาถูกต้องเหมาะสม (Method of Administration) ให้สัมพันธ์กับเป้าหมายการรักษา ความ เสี่ยงจากโอกาสการใช้ผิดวิธี หรือ ไม่ได้รับยา การสาธิต การใช้ยาที่มีเทคนิคพิเศษอย่างถูกต้อง ตัวอย่างเช่น หากทราบว่ามีผู้ป่วยขอซื้อยาฆ่าเชื้อแบบฉีด น�ำ ไปรับประทานหรือทา ควรให้ความรู้แนะน�ำเนื่องจากผู้ใช้ อาจรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือมีความเชื่อที่ผิด อย่างเช่น การ ขอซื้อยาโปรแคน เพนนิซิลินชนิดฉีด (Sterile Procaine Penicillin G Injection 3,000,000 I.U./10ml.) เพื่อไปรับ ประทานโดยเชื่อว่าจะรักษาแผลในกระเพาะอาหาร หรือ น�ำไปทาแผลโดยเชื่อว่าแผลจะหายเร็วขึ้นเหมือนได้รับด้วย การฉีด (ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้วยาฉีดชนิดนี้ไม่มีข้อ บ่งใช้เพื่อการรักษาแผลที่กระเพาะอาหารและล�ำไส้เล็กส่วน ต้น แต่มียาชาเฉพาะที่ (Procaine) ที่ช่วยไปลดอาการเจ็บ แสบที่แผลในกระเพาะอาหาร ท�ำให้ดูเหมือนว่าแผลใน กระเพาะนั้นดีขึ้นแต่แท้ที่จริงแผลก็ยังมีอยู่หรืออาจจะแย่ลง ก็ได้เพียงแต่ยาชาจะท�ำให้ไม่มีอาการเจ็บที่แผล หากปล่อย ไว้หรือผู้ป่วยไม่ระวังรักษาให้ถูกต้องอาจเกิดอันตรายถึงขั้น กระเพาะอาหารทะลุได้)
  • 73. 74 คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา มาตรฐานที่ 3 การบริการเภสัชกรรมที่ดี 7. ความถี่ในการใช้ยาอย่างถูกต้อง (Frequency of dose) โดยพิจารณาคุณสมบัติทาง pharmacokinetic ของ ยา หรือ ผลการน�ำมาใช้ทางคลินิก ควรหลีกเลี่ยงยาที่ต้อง ใช้บ่อยครั้งต่อวันยกเว้นกรณีจ�ำเป็น การปรับความถี่การให้ ยาให้เหมาะสมส�ำหรับผู้ป่วยเฉพาะโรค ตัวอย่างเช่น การจ่าย Piroxicam 20 mg ควรใช้เพียง 1 tab or 1 cap O.D. หรือ B.I.D. ไม่ใช่ T.I.D.7 8. ระยะเวลาในการรักษาที่เหมาะสม (Duration of treatment) กับโรค โดยค�ำนึงถึงประโยชน์และผลเสียที่ อาจเกิดขึ้น ตลอดจนความยอมรับหรือความร่วมมือของผู้ ป่วย เช่น ไม่จ่ายยานานเกินความจ�ำเป็นในยาที่อาจสะสม เป็นพิษ หรือ จ่ายสั้นเกินไปจนท�ำให้โรคไม่หายหรือเกิดการ ดื้อยา หากมีปัญหาในความร่วมมือการใช้ยาหรือค่ายา ควร อธิบายให้ผู้ป่วยเห็นความส�ำคัญของการใช้ยาต่อเนื่อง หรือ เสนอทางเลือกที่เหมาะสมให้ ตัวอย่างเช่น การจ่ายยา amoxicillin ในการรักษา Group A streptococcal pharyngitis ควรจ่ายยาอย่างน้อยเป็น เวลา 10 วัน เพื่อป้องกันการดื้อยา และอาจเป็นสาเหตุ ของโรค rheumatic fever หากผู้ป่วยไม่มีเงินพอที่จะซื้อ ยาในครั้งเดียวควรอธิบายเหตุผลเพื่อให้มารับยาต่อเนื่อง8 9. ความร่วมมือในการใช้ยา (Patient compliance) ควรเลือกยาที่บริหารยาได้สะดวก ตามความเหมาะสม สามารถเป็นที่ยอมรับของผู้ป่วยได้ ควรตรวจสอบความ เข้าใจว่าผู้ป่วยจะสามารถใช้ยาได้ถูกต้อง ตัวอย่างเช่น การจ่ายยารับประทานเพื่อรักษาภาวะอาการติดเชื้อ ราในช่องคลอด หากผู้ป่วยไม่ถนัดใช้ยาสอด 10. หลีกเลี่ยงการจ่ายยาซ�้ำซ้อน (Poly pharmacy) ยาสูตรผสม โดยไม่มีเหตุผลเพียงพอ ตัวอย่างเช่น การจ่าย NSAIDs 2 ชนิดพร้อมกัน เป็น การเพิ่มผลข้างเคียงต่อทางเดินอาหาร9 การใช้ยาน�้ำที่มียา ลดไข้ ลดน�้ำมูก ไอ ในขวดเดียวกัน เสี่ยงที่จะได้รับยาไม่ ตรงอาการหรือ อาจมีผลข้างเคียงจากยา การจ่ายยาครีม สูตรผสมยารักษาเชื้อรากับยาสเตียรอยด์ ในผู้ป่วยอย่าง ต่อเนื่องเป็นเวลานาน ส่งผลต่อการด�ำเนินโรคและการ หายที่ช้าลงได้ 11. ไม่จ�ำหน่ายยาชุด โดยค�ำนึงผลเสียและอันตราย จากการใช้ยาชุด ควรชี้แจงผู้ให้รับบริการเข้าใจ ความหมายของยาชุด ยาชุดคือยาหลายขนานที่ จัดเป็นชุดในภาชนะเดียวกัน ยกเว้นการเตรียมเป็น unit dose ในกรณีจ�ำเป็นในผู้ป่วย ที่ขาดความร่วมมือในการ ใช้ยา (noncompliance)10 ยาชุดเหล่านี้ประกอบด้วยยา รูปร่างและสีต่างๆ กันชุดละ 3 เม็ดบ้าง และมากกว่านั้น โดยไม่บอกว่าประกอบด้วยยาอะไรบ้าง โดยทั่วไปอาจจะ พบเป็นยาชุดแบบแห้ง คือ ยาหลายตัวที่บรรจุซองไว้ล่วง หน้า มักพบบ่อยตามร้านขายของช�ำหรือตามชนบท ยาชุด ส่วนมากมักมีส่วนผสมของยาสเตียรอยด์ เพื่อให้ผู้ใช้ ประทับใจ หายเร็ว ส่วนยาชุดอีกแบบ คือ ยาชุดแบบสด ที่ร้านจัดยาหลายๆ ตัวเมื่อถามอาการผู้ซื้อแล้วบรรจุใน ซองเดียวกัน โดยมากมักไม่ระบุชื่อยา หรือค�ำเตือนต่างๆ อันตรายจากการจ�ำหน่ายยาชุดที่จะเกิดกับผู้ป่วย ได้แก่ - ได้รับยาที่ไม่จ�ำเป็น ไม่ตรงโรค ไม่มีผลต่อการ รักษา เช่น ยาชุดแก้ไข้หวัด อาจประกอบด้วย ยาลดไข้ ยาลดน�้ำมูก ยาฆ่าเชื้อ ยาแก้ไอ ฯลฯ บางครั้งผู้ป่วยอาจเป็นเพียงไข้อย่างเดียว ควร ได้เฉพาะยาลดไข้ แต่จะได้รับยาตัวอื่นไปด้วย โดยไม่จ�ำเป็น - ผลเสียจากอาการข้างเคียง หรือ อันตรกิริยา ระหว่างยาที่อาจเกิดขึ้น โดยผู้ใช้ไม่ทราบ - อันตรายจากการได้รับยาสเตียรอยด์ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งหากรับต่อเนื่องเป็นเวลานาน ตลอดจน การติดยา เป็นต้น 12. การไม่จ�ำหน่ายยาที่ผิดกฎหมาย ตัวอย่างการจ�ำหน่ายยาผิดกฎหมาย ได้แก่ - ขายยาที่ไม่มีทะเบียนยาจาก อย. ยาถูกถอน ทะเบียน ยาปลอม - ยาที่มีเงื่อนไขให้จ่ายเฉพาะสถานพยาบาล เท่านั้น เช่น cisapride, misoprostol, ยารักษาโรค erectile dysfunction เช่น sildenafil, tadalafil, vardenafil (ยกเว้น ขายในเงื่อนไขพิเศษตามประกาศของ อย.) isotretinoin (oral) ยาที่จ�ำเป็นต้องติดตาม
  • 74. 75 คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา มาตรฐานที่ 3 การบริการเภสัชกรรมที่ดี (SMP) เป็นต้น ผลเสียจากการยาที่ผิดกฎหมาย ได้แก่ - ตัวผู้ป่วยอาจได้รับผลเสียจากยาเหล่านี้ เนื่องจากยาที่ไม่มีทะเบียน ซึ่งเราไม่สามารถรู้ ได้ว่ายานั้นประกอบไปด้วยตัวยานั้นจริงหรือไม่ มีปริมาณตัวยาเท่าใด ยานั้นได้มาตรฐานหรือไม่ - อันตรายที่เกิดจากอาการไม่พึงประสงค์ที่รุนแรง หรือในกรณียาที่ต้องติดตาม (SMP) ซึ่งมีความ จ�ำเป็นต้องติดตามให้แน่ใจว่าปลอดภัยก่อน อนุญาตให้จ�ำหน่ายในร้านยาได้ 13. ไม่จ�ำหน่ายยาที่เสื่อมสภาพหรือหมดอายุ ได้แก่ ยาที่หมดอายุตามวันที่ระบุ ยาที่เสื่อมก่อนวันหมดอายุ โดยมีลักษณะทางกายภาพที่เปลี่ยนไปจากเดิม เช่นเม็ดยา แตกหัก สีเม็ดยาหรือยาน�้ำเปลี่ยนสี ยาน�้ำใสเกิดตะกอน ยาน�้ำแขวนตะกอนเขย่าแล้วไม่กระจายตัว ยาครีมเกิดการ คืนรูปไม่เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน หลอดยาที่บรรจุเกิดการรั่วซึม ฯลฯ หากจ�ำหน่ายยาที่เสื่อมสภาพหรือหมดอายุก็อาจก่อให้ เกิดโทษต่อผู้ป่วย ได้แก่ - ผู้ป่วยจะได้รับยาไม่ครบตามขนาดยาที่สมควร ได้รับ - ผู้ป่วยอาจได้รับผลเสียจากยาที่เสื่อมสภาพหรือ หมดอายุ เช่น ยาเตตร้าไซคลินที่หมดอายุจะ ท�ำให้เกิดโทษต่อไต11 หรือครีมทาที่เสื่อมสภาพ เกิดก่อให้ระคายเคืองต่อผิวหนัง แนวทางการส่งเสริมให้มีการใช้ยาอย่างเหมาะสม ได้แก่ - ร้านยาควรให้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ใน การใช้ยาที่ถูกต้องแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง - หากทราบต้นตอของแหล่งที่จ�ำหน่ายยาชุด ยา ผิดกฎหมายควรแจ้งให้หน่วยงานราชการที่รับ ผิดชอบทราบ เพื่อเป็นการท�ำลายแหล่งต้นตอ ของปัญหา - ยึดหลักการใช้ยาอย่างเหมาะสมโดยประยุกต์ น�ำแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มาใช้12 แนวทางปฏิบัติของร้านยา ทุกครั้งที่จะจ่ายยาต้องท�ำการประเมินถึงการไม่จ่าย ยาที่ห้ามจ�ำหน่าย หรือไม่ควรจ�ำหน่าย โดยค�ำนึงถึงทั้ง หลักการทางเภสัชกรรมและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับ ประเมินความจ�ำเป็นของการใช้ยาของผู้รับบริการทุกครั้ง ตรวจสอบว่าการใช้ยาแต่ละครั้งนั้นมีความคุ้มค่าทางด้าน รักษาและทางด้านเศรษฐกิจหรือไม่ ซึ่งจะส่งผลทั้งต่อตัวผู้ รับบริการที่จะได้รับยาที่สมควรได้รับและปลอดภัยในการใช้ ยานั้นๆ อีกทั้งยังท�ำให้คุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายอีกด้วย หรือการใช้ยาอย่างเหมาะสมโดยให้ยึดหลักการจ่ายยาให้ เหมาะสมตามหลัก IESAC ดังนี้
  • 75. 76 คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา มาตรฐานที่ 3 การบริการเภสัชกรรมที่ดี เภสัชกรชุมชนพึงด�ำเนินการทางเภสัชกรรมให้เห็น เป็นแบบอย่างเรื่องการใช้ยาอย่างเหมาะสม ได้แก่ • ต้องไม่มียาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนยาจาก อย. ยาที่ ห้ามจ�ำหน่ายในร้านยา • ห้ามจ�ำหน่ายยาที่หมดอายุโดยต้องท�ำการตรวจ สอบยาทุกครั้งว่ายานั้นหมดอายุแล้วหรือไม่ • ห้ามจ�ำหน่ายยาที่เสื่อมสภาพก่อนวันหมดอายุ โดยต้องตรวจสภาพทางกายภาพของยาที่จ่าย ทุกครั้ง หากตรวจพบให้ท�ำลายทิ้งหรือส่ง เปลี่ยนกับบริษัทของยาทุกครั้ง • ห้ามจ�ำหน่ายยาชุดที่จัดเตรียมไว้ล่วงหน้าโดย ไม่ได้สอบถามอาการก่อน นอกจากนี้ต้องจ่าย โดยแยกยาเป็นซองๆ ตามชนิดของยาและ เขียนชื่อยาบนซองทุกครั้ง ประเภทกลุ่มการจ่ายยา ข้อก�ำหนด/ ลักษณะ กลุ่ม 1. ไม่ควรจ่ายยาโดยเด็ดขาด หากจ่ายถือว่ามีการใช้ยาไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง - จัดว่าเป็นยาไม่มีทะเบียน/ ถูกถอนทะเบียน - ประกาศห้ามขายในร้านยา - ยาที่มีเลขที่ของการผลิตที่ตรงกับประกาศว่าไม่ได้มาตรฐาน - ยาปลอม ยาจากแหล่งผลิตที่ผิดกฎหมาย - พบว่าคุณสมบัติกายภาพผิดปกติ - เป็นยาชุด น�ำตัวอย่างมาซื้อ - ยาที่ผู้ป่วยมีประวัติแพ้ยา - ผู้ป่วยมีข้อห้ามใช้กับยาที่จะจ่าย กลุ่ม 2. ยาที่สามารถจ่ายอย่างเหมาะสม มีเหตุผล - ผู้ป่วยพิสูจน์ได้ว่ามีความจ�ำเป็นต้องใช้ยา - ยาที่จ่ายมีข้อบ่งชี้ตรงกับอาการเจ็บป่วย - ยามีประสิทธิภาพสูงสุด สอดคล้องมาตรฐานการรักษา - มีผลข้างเคียงต�่ำ - สะดวกต่อการใช้ทั้ง ความถี่ รูปแบบ วิธีใช้ - มีราคาที่เหมาะสม คุ้มค่าตามหลักเศรษฐศาสตร์ สาธารณสุข กลุ่ม 3. ยาที่จ่ายได้ด้วยความระมัดระวังอย่างรอบคอบ โดย พิจารณาด้านประโยชน์เหนือความเสี่ยง หากจ่ายจะต้อง แนะน�ำและติดตามผลเป็นพิเศษ (หากใช้ยากลุ่มนี้โดยไม่มี ความระมัดระวัง ถือว่าใช้ยาไม่เหมาะสม) - ไม่สามารถได้ข้อมูลจากการซักประวัติได้ครบถ้วน ผู้ป่วยมี อาการไม่รุนแรงแต่จ�ำเป็นเพื่อจ่ายบรรเทาอาการไปก่อน ควร นัดติดตามภายหลัง - ยาที่จ่ายมีผลกระทบกับโรคประจ�ำตัวที่เป็นอยู่ - ยาอาจมีอันตรกิริยากับยาอื่นหรืออาหารที่รับประทานอยู่ - ยาที่อาจเกิดการแพ้ยาได้ จากการแพ้กลุ่มเดียวกันหรือข้าม กลุ่ม - ยาที่มีผลข้างเคียงสูง หรือ ADR ที่รุนแรง - ความสะดวกในการใช้น้อย มีโอกาสให้ผู้ป่วยไม่ร่วมมือสูง - ยาไม่มีข้อมูลหลักฐานเชิงประจักษ์พอเพียง แต่จ�ำเป็นต้อง ใช้เพราะไม่มีทางเลือกอื่น แนวทางปฏิบัติในการจ่ายยาอย่างเหมาะสม
  • 76. 77 คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา มาตรฐานที่ 3 การบริการเภสัชกรรมที่ดี แผนภูมิ ประเมินการใช้ยาให้สมเหตุสมผลและเหมาะสม
  • 77. 78 คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา มาตรฐานที่ 3 การบริการเภสัชกรรมที่ดี ผลกระทบต่อร้านยาหากมีการใช้ยาอย่างเหมาะสม มีเหตุผล ผลกระทบด้านบวก ได้แก่ - มีลูกค้าประจ�ำ ลูกค้าชั้นดีมากขึ้น เนื่องจาก ประทับใจ หายจากโรคภัย เข้าใจ และปลอดภัย อยากกลับมารับบริการอีก บางครั้งอาจช่วยกัน ประชาสัมพันธ์แบบปากต่อปาก ให้คนอื่นทราบ - .ไม่เสียเวลาหรือเป็นภาระที่ต้องมาแก้ไขปัญหา ที่จะตามมาจากการใช้ยาไม่เหมาะสม - มีความภาคภูมิใจในการท�ำหน้าที่ได้ถูกต้อง เหมาะสม และ เป็นการรักษามาตรฐานวิชาชีพ ให้เป็นที่ยอมรับของประชาชน ผลกระทบที่เป็นอุปสรรคต่อร้าน ได้แก่ - รายได้ที่ได้จากยากลุ่มที่ใช้ไม่เหมาะสมอาจจะ ลดลง (แต่จะชดเชยดีขึ้นในระยะยาวจากยอด ขายให้แก่ลูกค้าชั้นดี ลูกค้าประจ�ำ) - ใช้เวลาในการบริการลูกค้ามากขึ้นเนื่องจากต้อง ใช้เวลาในซักถามหรือให้ค�ำแนะน�ำ ผลกระทบหากร้านยายังมีการใช้ยาที่ไม่เหมาะสม อยู่ ได้แก่ - หากผู้ป่วยได้รับยาไม่ตรงโรค ไม่หาย ไม่ประทับ ใจ อาจไม่กลับมารับบริการอีก - อาจถูกจับ ปรับ หรือ พักใบอนุญาต หากยังคง ขายยาที่ผิดกฎหมายอยู่ - เสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้องจากลูกค้าที่ได้รับ อันตรายจากการจ่ายยาไม่เหมาะสม ดัชนีชี้วัด ดัชนีชี้วัดของการส่งเสริมการใช้ยาที่เหมาะสมของ เภสัชกร ได้แก่ - ร้านยาจะไม่จ่ายยาที่ไม่เหมาะสม ได้แก่ ยาผิด กฎหมาย ยาชุด ยาไม่ได้มาตรฐาน ยาเสื่อม คุณภาพ ยาที่มีข้อห้ามใช้หรือเคยแพ้ยามาก่อน เป็นต้น - จ�ำนวนผู้รับบริการที่มีการใช้ยาไม่เหมาะสมและ ได้รับการแนะน�ำให้มีการใช้ยาได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม หนังสือ • คู่มือการใช้ยาอย่างสมเหตุผลตามบัญชียาหลักแห่งชาติ เล่ม 1 ยาระบบทางเดินอาหาร Thai National Formulary 2008 โดยคณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติ ISBN: 978-974-244-276-7 สามารถหาข้อมูลได้ที่ http://www.thaifda.com/editor/data/files/ed/docs/TNFpage%201-70%20monograph.pdf • ฉลาดใช้ยาปฏิชีวนะ นพ.พิสนธิ์ จงตระกูล แผนงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ (คคส.) คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2552 ISBN: 978-974-660-698-1 สามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่ http://www.pharm.chula.ac.th/thaihealth/book/ฉลาดใช้ยาปฏิชีวนะ.pdf • ยากับชุมชน มิติทางวัฒนธรรม โดย ดร.นพ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์, ดร.ลือชัย ศรีเงินยวง, ดร.วิชิต เปานิล. ส�ำนักวิจัยสังคมและสุขภาพ 2550 ISBN978-974-13-3771-2 สามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่ http://d1.scribdassets.com/docs/1krjqd5x2xen8xewf3bi.pdf?t=1235381201 • แนวปฏิบัติในการคัดกรองผู้ที่มีปัญหาการใช้สเตียรอยด์ในทางที่ไม่เหมาะสมโดยเภสัชกรชุมชน ผศ.ภญ.นารัต เกษตรทัต, ผศ.ภญ.อภิฤดี เหมะจุฑา คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือ สามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่ http://www.thaiphar-asso.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=539583&Ntype=26 แหล่งหาความรู้เพิ่มเติม
  • 78. 79 คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา มาตรฐานที่ 3 การบริการเภสัชกรรมที่ดี Website ที่แนะน�ำ • ปัญหาการน�ำยาสเตียรอยด์ชนิดรับประทานไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม ภก.วราวุธ เสริมสินสิริ, ภก.ทรงศักดิ์ วิมลกิติพงศ์ ข่าวสารด้านยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ ปีที่ 12 ฉบับที่ 1 2552 หน้า 9-13 สามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่ http://www.fda.moph.go.th/vigilance/ไฟล์วารสาร/final%20Drug%2012-1. pdf • แนวทางการส่งเสริมการใช้ยาอย่างเหมาะสมขององค์การอนามัยโลก ปี 2002 สามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่ http://www.who.int/medicines/publications/policyperspectives/ppm05en.pdf • The selection and use of essential medicines: report of the WHO Expert Committee October 2007 (including the model list of essential medicine for children),(WHO tenical report series 950) ISBN:978 924 1209502 สามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่ http://www.who.int/medicines/publications/es- sentialmeds_committeereports/TRS_950.pdf • Medicines use in primary care in developing and transitional countries. Fact Book summarizing results from studies reported between 1990 and 2006 World Health Organization. 2009 สามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่ http://www.who.int/medicines/publications/primary_care_8April09.pdf • เครื่องมือช่วยการสอนการใช้ยาให้เหมาะสมแก่ประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ Promoting Rational Drug Use. School of Public Health,international health Boston University ดาวน์โหลดที่ http://dcc2.bumc.bu.edu/prdu/Main_TOC. ตารางแสดงรายละเอียดของเว็บไซต์ที่แนะน�ำ แหล่งหาความรู้เพิ่มเติม
  • 79. 80 คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา มาตรฐานที่ 3 การบริการเภสัชกรรมที่ดี ค�ำอธิบาย 3.2.2 ต้องระบุผู้รับบริการที่แท้จริง และค้นหาความ ต้องการและความหวังจากการซักถามอาการ ประวัติการ ใช้ยา รวมถึงศึกษาจากแฟ้มประวัติการใช้ยา (ถ้ามี) ก่อน การส่งมอบยาทุกครั้ง เพื่อให้เหมาะสมกับผู้ป่วยเฉพาะ รายตามมาตรฐานการดูแลผู้ป่วย ระบุผู้รับบริการที่แท้จริง แยกแยะปัญหาที่พบว่าจ�ำเป็น ต้องใช้ยาหรือไม่ หรือควรแนะน�ำหากมีความเข้าใจผิด ต่อยาที่ต้องการซื้อ ตลอดจนแนะน�ำผู้ป่วยที่สมควรส่งต่อ หากในรายที่สมควรได้รับยา จ�ำเป็นต้องวางแผนในการ ใช้ยาอย่างให้มีเหตุผลตอบสนองตามความเหมาะสมของ ผู้ป่วยรายนั้นๆ ขบวนการในการซักประวัติ จะประกอบไปด้วย การเปิดการสนทนา เปิดโอกาสให้ผู้รับบริการได้บอก เล่า ปัญหา อาการส�ำคัญ (chief compliant) การถาม ค�ำถามน�ำ หรือค�ำถามที่จะเกี่ยวข้องกับปัญหาที่มีอยู่ ดังนั้น การมีทักษะสื่อสารที่ดี ได้แก่ การเป็นผู้ฟังที่ดี การตั้ง ค�ำถามที่เข้าใจง่าย มีการยกตัวอย่างประกอบชัดเจน การรู้จักอ่านภาษากาย ตลอดจนการแสดงถึงความเห็นอก เห็นใจ (sympathy) เพื่อให้ผู้รับบริการมีความไว้วางใจที่ บอกปัญหา และสื่อสารให้ตรงกัน ลักษณะค�ำถาม ตัวอย่างการถาม กรณีถือตัวอย่างยามาซื้อ หรือขอซื้อยาที่เรียกหา - ใครเป็นผู้ใช้ยา - ถามอาการ/ปัญหา ว่า สัมพันธ์กับยาที่ต้องการหรือไม่ - ผลจากการใช้ยาในอดีต - ตรวจสอบวิธีการใช้ว่าถูกต้อง หรือไม่ - ค�ำถามอื่นๆ ที่จะเกี่ยวข้องตามความจ�ำเป็นเพื่อให้มีการ ใช้ยาอย่างเหมาะสม - ซื้อยานี้ใช้เอง หรือซื้อให้คนอื่นหรือเปล่า ครับ/คะ - ตอนนี้ไม่สบายเป็น.................ใช่ไหมครับ/คะ - ใช้ยาตัวนี้แล้วเป็นอย่างไรบ้าง ครับ/คะ - ใช้ยาแล้วมีผลข้างเคียง...............หรือเปล่า ครับ/คะ - ช่วยบอกได้ไหมว่าทานยานี้ยังไง ก่อนหรือหลังอาหาร ทานกี่เวลา ทราบหรือไม่ว่า ไม่ควรทานยานี้ร่วม กับ.................... - ทราบหรือไม่ว่า ยาตัวนี้ถ้าใช้ไปนานๆ อาจจะมี ผล............................. - ซื้อยานี้ประจ�ำ ไม่ทราบว่าได้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจ เช็ค................บ้างไม่ครับ/คะ ตัวอย่างค�ำถามที่ควรใช้ถามในการซักประวัติผู้รับบริการ กรณีไม่ได้ขอซื้อยาตามใบสั่งยา การระบุปัญหา ความต้องการและความคาดหวังของ ผู้รับบริการเป็นส่วนส�ำคัญของการบริการเภสัชกรรม เพื่อ ให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง สมบูรณ์ มาประกอบการวางแผน การรักษาหรือการแก้ปัญหา โดยทั่วไปผู้รับบริการเข้ามา รับบริการที่ร้านยาหลายรูปแบบ เช่น การขอซื้อยาตาม ใบสั่งยา การน�ำตัวอย่างยาหรือ ถามหายาชื่อที่ต้องการ การซื้อยาให้ผู้อื่น การขอให้จ่ายยาตามอาการหรือการขอ ค�ำแนะน�ำปรึกษาอื่นๆ ดังนั้นหน้าที่ของเภสัชกรจะต้องมี ความละเอียด รอบคอบ ในการซักประวัติ โดยสามารถ
  • 80. 81 คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา มาตรฐานที่ 3 การบริการเภสัชกรรมที่ดี ตัวอย่างค�ำถามที่ควรใช้ถามในการซักประวัติผู้รับบริการ กรณีไม่ได้ขอซื้อยาตามใบสั่งยา ทักษะการสื่อสารที่ควรปฏิบัติในการซักประวัติ ทักษะที่ใช้ในการสื่อสารกับผู้รับบริการนั้นมี 2 ทักษะ ที่ส�ำคัญคือ 1. ทักษะในการสร้างความสัมพันธ์ (interpersonal skills) เป็นทักษะที่ใช้ในขั้นตอนแรกเมื่อพบปะกับผู้รับ บริการ การปฏิสันถารทักทายพูดคุย สร้างความสัมพันธ์คุ้น เคยเป็นกันเอง จะช่วยให้ผู้รับบริการเกิดความไว้วางใจและ ให้ข้อมูลที่เป็นจริง โดยเฉพาะในเรื่องที่ไม่อยากเปิดเผยหรือ เป็นความลับที่เขาไม่อยากจะบอกให้ใครทราบ การที่มีความ สัมพันธ์ที่ดีจะช่วยให้ผู้รับบริการยอมให้ข้อมูลที่เป็นจริง ถูก ต้องและตรงตามความต้องการหรือปัญหาที่เขาเป็นอยู่ได้ดี ยิ่งขึ้น เทคนิคในการสร้างความสัมพันธ์ คือ การทักทาย แบบยิ้มแย้มแจ่มใส ซึ่งจะสังเกตได้ว่าเภสัชกรที่มีใบหน้า ยิ้มแย้มแจ่มใส มีผลต่อจิตใจของผู้มาขอรับบริการได้อย่าง มาก แต่การยิ้มในที่นี้ก็ต้องเป็นการยิ้มอย่างเต็มอกเต็มใจ การแสดงท่าทีที่เป็นมิตรและพร้อมที่จะช่วยแก้ปัญหาโดย สุจริตใจไม่หวังผลตอบแทน ขณะเดียวกันก็แสดงจุดยืนที่ จะบริการเขาดุจญาติมิตร ได้แก่ การใช้สรรพนามเรียก เช่น “คุณลุง ป้า น้า ยาย พี่” แทนที่จะเรียก “คุณ เขา คนไข้ ผู้ป่วย” จะดูเป็นกันเองมากกว่า เทคนิคอีกอย่างที่ ช่วยให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีให้เกิดขึ้นได้ง่าย คือ การจดจ�ำ ชื่อของผู้รับบริการ ดังนั้นการที่เราสามารถจ�ำชื่อบุคคลอื่น ได้ และสามารถเรียกชื่อเขาได้อย่างถูกต้องจะท�ำให้เขา เกิดความภาคภูมิใจและคิดว่าเราระลึกถึงความส�ำคัญของ เขาอยู่เสมอเขาจะเกิดความพอใจ และจดจ�ำเราได้ตลอด ไปเช่นเดียวกัน ลักษณะค�ำถาม ตัวอย่างการถาม กรณีขอซื้อยาโดยบอกเล่าอาการ - ค�ำถามที่ระบุตัวผู้ป่วย - อาการที่ส�ำคัญ / อาการอื่นๆ ประกอบ - ค�ำถามที่จ�ำเป็นอื่นๆ ที่สอดคล้องกับปัญหาการเจ็บป่วย ได้แก่ - ระยะเวลาที่เป็น บ่งบอกว่าเป็นแบบเฉียบพลันหรือ เรื้อรัง - ระดับความรุนแรง ความถี่ที่เป็น ดูความจ�ำเป็นควร ส่งต่อหรือไม่ - ปัจจัยที่ท�ำให้อาการดีขึ้น/แย่ลง - เอกลักษณ์ของผู้ป่วย เช่น เพศ อายุ น�้ำหนัก โรค ประจ�ำตัว ประวัติครอบครัว ประวัติการแพ้ยา ยา หรืออาหารเสริมที่ใช้อยู่ - ผลวินิจฉัยหากเคยพบแพทย์มาก่อน - ข้อมูลอื่นๆ ที่อาจเป็นสาเหตุเกี่ยวข้อง เช่น - พฤติกรรมการด�ำเนินชีวิต อาชีพ สิ่งแวดล้อม - สภาพจิตใจ อารมณ์ - ค�ำถามอื่นๆ ที่น่าจะสัมพันธ์กับโรคหรือ เฉพาะโรค การวิเคราะห์แยกโรค - อาการที่บอกเป็นเองใช่ไหม ครับ/ค่ะ - มีอาการไม่สบายยังไง ครับ/คะ - อาการที่ว่า เป็นมานานหรือยัง - อาการปวดที่ว่า ปวดมากไหม ปวดบ่อยขนาดไหน ส่วนมากเป็นช่วงไหน - ถ้ารับประทานอาหาร.............. แล้วปวดมากขึ้นหรือไม่ - ถามรายละเอียดต่างๆ หากเป็นผู้หญิงอย่าลืมนึกถึง การถาม ภาวะตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร13 ในเด็กควรถาม อายุและน�้ำหนักด้วยเสมอ - กรณีโรคเรื้อรัง เช่น ถามผลตรวจระดับน�้ำตาลครั้งล่าสุด หากผู้ป่วยเป็นเบาหวาน - ออกก�ำลังกายบ้างไหม นอนหลับสนิทไหมครับ - ช่วงนี้มีเรื่องเครียด บ้างไหม - เช่น มีอาการไอ แบบแห้งๆ หรือมีเสมหะ ถ้ามีเสมหะ ใสหรือเขียว
  • 81. 82 คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา มาตรฐานที่ 3 การบริการเภสัชกรรมที่ดี 2. ทักษะในการติดต่อสื่อสาร (communication skills) ในการติดต่อพูดคุยเก็บข้อมูลกับผู้รับบริการนั้นให้ ค�ำนึงถึงภาษาที่เป็นทั้งวัจนภาษา หมายถึงการสื่อสารใน ระบบค�ำและประโยค โดยผ่านการฟัง พูด อ่าน เขียน โดย จะมีค�ำพูดเป็นตัวสื่อความหมาย และอวัจนภาษา เป็นการ สื่อสารโดยไม่ใช้ค�ำพูด แต่ใช้สิ่งอื่นแทน ได้แก่ กิริยาท่าทาง สีหน้า สายตา สภาพผิวหนัง กลิ่นและ ภาพ เช่น ร่อง รอยจากการเกา สามารถสื่อความหมายได้ดี เพราะเห็นราย ละเอียดชัดเจนกว่าการบอกเล่าของผู้รับบริการเช่นบอกว่า ไม่มีอาการคันแต่เห็นรอยเกา เป็นต้น ทักษะ การฟัง การพูด การตั้งค�ำถาม การสรุปปัญหา สิ่งที่ควรปฏิบัติ - ตั้งใจฟัง แสดงให้เห็นถึงความสนใจปัญหา - ควรเปิดโอกาสให้ผู้รับบริการได้บอกเล่าอาการ / ปัญหา ตามความ เหมาะสม ไม่ควรขัดจังหวะหรือรีบด่วนสรุป - น�้ำเสียง ควรสุภาพ ไม่พูดตวาด หรือออกค�ำสั่ง13 - ความดัง ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ไม่ค่อยหรือดังเกินไป - หลีกเลี่ยงค�ำพูดที่ไม่เหมาะสม เช่น ค�ำพูดเสียดสี ประชดประชัน ฯลฯ - ค�ำพูดควรเหมาะสมกับสภาพผู้รับบริการ ทั้งอาชีพ พื้นฐานสังคม วัฒนธรรมและการศึกษา - ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ค�ำถามควรกระชับ ตรงประเด็น และสอดคล้อง กับปัญหา ไม่ถามนอกเรื่อง หรือถามเรื่องส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวข้อง - หลีกเลี่ยงค�ำถามที่ก�ำกวม ท�ำให้ผู้ฟังสับสน หรือใช้ศัพท์ทางการ แพทย์ - ควรมีเครื่องมือหรือสื่อ ใช้ช่วยอธิบายเพื่อให้เข้าใจเช่น รูปภาพ กราฟ สเกลต่างๆ ฯลฯ - เพื่อยืนยันว่าความเข้าใจปัญหาของเภสัชกรครอบคลุมกับปัญหาและ เป็นที่เข้าใจตรงกัน เช่น ตกลงแล้ว คุณป้ามีอาการ ..............แต่อาการ อย่างอื่นไม่มีนะครับ/คะ คุณป้าน่าจะเป็น.............ครับ /คะ
  • 82. 83 คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา มาตรฐานที่ 3 การบริการเภสัชกรรมที่ดี ขั้นตอนส�ำคัญในการซักประวัติ 1. การทักทาย ปฏิสันถาร พูดคุยเพื่อสร้างความ สัมพันธ์กับผู้รับบริการ 2. ท�ำการระบุผู้รับบริการที่แท้จริงทุกครั้งที่มีผู้มา ขอรับบริการ และพึงระลึกเสมอว่าการที่ได้ถาม ผู้รับบริการที่แท้จริงโดยตรงจะได้รับข้อมูลที่เป็น จริง หากผู้มาขอรับบริการไม่ใช่ผู้รับบริการที่แท้ จริงอาจให้ข้อมูลที่ผิดพลาดได้ ดังนั้นหากเป็นไป ได้อาจใช้การซักถามทางโทรศัพท์กับผู้รับบริการ ที่แท้จริงหรือการร้องขอให้น�ำผู้รับบริการที่แท้จริง โดยเฉพาะในรายที่อาจจะเกิดปัญหาจากการใช้ยา (Drug Related Problems; DRP) ผู้ป่วยที่เป็น เด็ก คนสูงอายุ หรือผู้ป่วยโรคเรื้อรังมาท�ำการซัก ประวัติเองน่าจะเป็นวิธีปฏิบัติที่ดีในการซักประวัติ 3. ค้นหาความต้องการ หรือปัญหาที่ผู้รับบริการ ต้องการ 3.1 ในกรณีผู้รับบริการมาปรึกษาด้วยอาการหรือ โรคที่เป็นโดยมาเล่าอาการให้ฟังก็ให้ใช้เทคนิค การตั้งค�ำถามดังกล่าวแล้วข้างต้น 3.2 ในกรณีน�ำใบสั่งยามาซื้อก็ให้ท�ำการประเมิน การใช้ยาให้เหมาะสม โดยต้องซักประวัติเก็บ ข้อมูลต่างๆ เช่น ประวัติความเจ็บป่วย ประวัติ แพ้ยา ผลการวินิจฉัยโรค ยาและผลิตภัณฑ์ สุขภาพอื่นๆที่ใช้อยู่ เป็นต้น มาประกอบการ จ่ายยาทุกครั้งด้วย 3.3 ในกรณีผู้รับบริการน�ำตัวอย่างยามาขอซื้อยา โดยไม่มีการระบุชื่อยา หรือระบุชื่อยา แต่ไม่ ชัดเจนลบเลือน จะต้องท�ำการระบุให้ได้ว่า เป็นยาอะไรอย่างแน่ชัดโดยอาจจะใช้วิธีการ เทียบเคียงกับรูปภาพในหนังสือหรือตัวอย่าง ที่เก็บเป็นต้นแบบโดยดูจากลักษณะภายนอกที่ ชัดเจน เช่น สัญลักษณ์บนเม็ดยาหรือแคปซูล เอกลักษณ์ของภาชนะที่บรรจุ หากไม่มีราย ละเอียดที่ระบุแน่ชัดก็ไม่ควรด่วนสรุปโดยการ ดูจากสีหรือลักษณะเม็ดยาอย่างเดียว ต้อง ท�ำการสอบถามถึงอาการหรือโรคที่ใช้ยานั้น วิธีการรับประทานหรือใช้ยานั้น หรือสอบถาม ถึงที่มาที่ไปของยานั้นเพื่อท�ำการประเมินระบุ ชนิดของยานั้น หากหาข้อสรุปไม่ได้ไม่ควรเดา แต่ควรท�ำการประเมินวางแผนการรักษาจาก อาการและโรคที่เป็นต่อไป และถ้าเป็นโรคที่ ต้องอาศัยการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม หรือเป็น โรคเรื้อรังเช่นโรคเบาหวาน หัวใจ ความดัน โลหิตสูง ก็ควรแนะน�ำให้ปรึกษาแพทย์หรือ โรงพยาบาลที่รักษาแต่เดิมเพื่อท�ำการรักษาให้ ต่อเนื่องต่อไป 3.4 ในกรณีที่ผู้รับบริการมาขอซื้อที่ใช้ประจ�ำในโรค เรื้อรังต่างๆ จ�ำเป็นที่ต้องติดตามผลการรักษา ที่ต่อเนื่องโดยมุ่งประเด็นเรื่อง ความร่วมมือ ในการใช้ยาที่ต่อเนื่องหรือไม่ ค้นหาปัญหาที่ ท�ำให้ผู้รับบริการไม่สามารถใช้ยาอย่างต่อเนื่อง ได้ อาจจะมีสาเหตุมาจาก ค่าใช้จ่าย อาการไม่ พึงประสงค์ วิธีการใช้ยาไม่สอดคล้องกับชีวิต ประจ�ำวัน หรือเข้าใจผิดว่าไม่จ�ำเป็นต้องใช้ยา อย่างต่อเนื่อง เพื่อใช้ในการวางแผนการรักษา ต่อไป 4. เก็บรวบรวมข้อมูลต่างๆแล้วท�ำการประเมินอาการ จากข้อมูลที่ได้จากการซักประวัติ และท�ำการ คัดกรองปัญหาจากการใช้ยา (Drug Related Problems) ที่อาจจะมีด้วย 5. ท�ำการสรุปปัญหาที่เกิดขึ้นให้เข้าใจระหว่างเภสัชกร และผู้รับบริการ 6. วางแผนการรักษาแล้วแจ้งให้ผู้รับบริการทราบถึง แผนการรักษาดังกล่าวด้วย
  • 83. 84 คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา มาตรฐานที่ 3 การบริการเภสัชกรรมที่ดี สรุปขั้นตอนการซักประวัติ หรืออาจสรุปแนวทางซักประวัติโดยใช้หลัก WWHAM-AD
  • 84. 85 คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา มาตรฐานที่ 3 การบริการเภสัชกรรมที่ดี ประโยชน์ในการให้บริการโดยระบุผู้รับบริการที่แท้จริงและค้นหาความต้องการและความคาดหวัง ได้แก่ ข้อควรระวังหรือข้อเตือนใจกรณีขอซื้อยาเรียกหาที่เภสัชกรควรให้ค�ำแนะน�ำ - มาซื้อยาครั้งละมากๆ ควรเตือนผลเสียจากการใช้ยาระยะยาว ถ้าจ�ำเป็น เช่น ซื้อยาแก้ปวด NSAIDs ครั้งละมากๆ ควรเตือนผลข้างเคียงจากยา - กรณีขอซื้อยาในโรคเรื้อรัง ควรแนะน�ำให้ไปติดตามรักษากับแพทย์อย่างต่อเนื่อง เช่น ผู้ที่ซื้อยาลดระดับน�้ำตาลใน โรคเบาหวาน ควรแนะน�ำให้ไปตรวจเช็คกับแพทย์สม�่ำเสมอ14 - ซื้อยาใช้เองแล้วเอาไปให้ผู้อื่นใช้ด้วย ควรแนะน�ำว่ายาที่ให้เหมาะสมเฉพาะบุคคล กรณีผู้อื่นควรได้รับการประเมิน ก่อน - ควรซักประวัติเป็นพิเศษในกลุ่มผู้ป่วย ได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจ�ำตัวร้ายแรง หรือ ผู้ที่ขอซื้อยาที่มี therapeutic index แคบ เช่น digoxin, warfarin, theophylline ฯลฯ - การซื้อยาที่มีตัวยาหลายตัวผสมกัน เช่น ยาแก้ไข้หวัดคัดจมูกในขวดหรือเม็ดเดียวกัน ควรถามให้แน่ใจว่ามีอาการ พร้อมกันหรือไม่ - กรณีน�ำตัวอย่างยามาซื้อแต่ไม่สามารถพิสูจน์ว่าเป็นยาอะไร หรือไม่แน่ใจ ไม่ควรจ่ายยา ควรบอกเหตุผลของความ เสี่ยงหากจ่ายยาผิด - ค�ำนึงถึงโอกาสเกิดอันตรกิริยาระหว่างยาในยาที่ผู้ป่วยใช้ประจ�ำ เช่น ผู้ที่ใช้ยาคุมก�ำเนิดอยู่ และมาขอซื้อยาปฏิชีวนะ ฆ่าเชื้อ เช่น เตตร้าไซคลิน หรือ กลุ่มเพนนิซิลิน หากรับประทานร่วมกันอาจมีผลท�ำให้ไม่สามารถคุมก�ำเนิดได้ - การขอซื้อยาที่อาจมีผลข้างเคียงต่อระบบประสาทคราวละมากๆ เช่น ยาแก้ไอ dextromethorphan ยาแก้หวัดที่มี ตัวยา pseudoephedrine ยา amitriptyline ฯลฯ ควรระมัดระวังในการจ่าย หรือไม่ขายให้ หากสงสัยว่าจะอาจ น�ำไปใช้ในทางที่ผิด - ป้องกันความเสี่ยงจากการจ่ายยาผิด - ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและจ�ำเป็นต่อการวางแผนการรักษา - สร้างโอกาสแก้ไขปัญหาในกรณีพบว่ามีการใช้ยาไม่เหมาะสม - ท�ำให้ผู้รับบริการเกิดความเข้าใจหรือมีความไว้วางใจ น�ำมาซึ่งการร่วมมือในการรักษาในอนาคต ดัชนีชี้วัด เช่น - จ�ำนวนเหตุการณ์หรือพบปัญหาของการใช้ยาเนื่องจากขบวนการซักประวัติที่ไม่สมบูรณ์ หนังสือ • คู่มือปฏิบัติงานเภสัชกรรมชุมชน โดย สมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) พิมพ์ครั้งที่ 4 ก.พ. 2552 ISBN: 978-974-7391-26-8 • คู่มือทักษะตามเกณฑ์ความรู้ความสามารถทางวิชาชีพของผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม (พ.ศ. 2550) สภาเภสัชกรรม • หนังสือหนทางสู่ร้านยาคุณภาพ ส�ำนักงานโครงการพัฒนาร้านยา ส�ำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา • MIMs Pharmacy Thailand 9 edition 2009 • Symptom in Pharmacy, A Guide to the Management of Common Illness, Fifth edition 2005 Alison Blenkinsopp, Pual Paxton and John Blenkinsopp Blackwell Publishing ISBN: 1-4051-2222-6 • Pharmacotherapy Handbook, seventh edition, 2009 Barbara G. Wells, McGraw-Hill Publishing ISBN: 778-0-07-164326-9 แหล่งหาความรู้เพิ่มเติม
  • 85. 86 คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา มาตรฐานที่ 3 การบริการเภสัชกรรมที่ดี Website ที่แนะน�ำ ตารางแสดงรายละเอียดของเว็บไซต์ที่แนะน�ำ
  • 86. 87 คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา มาตรฐานที่ 3 การบริการเภสัชกรรมที่ดี - ชื่อยา ขนาดยา วิธีใช้ ปริมาณและระยะ เวลาที่ต้องใช้ยา โดยตรวจสอบให้ถูกต้องและ สอดคล้องกับภาวะเจ็บป่วยของผู้ป่วย - โอกาสเกิดอันตรกิริยาที่ส�ำคัญ (Drug Interaction) ระหว่างยาในใบสั่งยานั้น หรือ โอกาสเกิดปฏิกิริยากับอาหาร อาหารเสริม หรือ ผลจากโรคประจ�ำตัวที่มีผลกระทบต่อยา - ปัญหาที่อาจท�ำให้เกิดปัญหาจากการใช้ยา (Drug related problems DRP) เช่น จ่าย ยาผิดวิธี ขนาดสูงหรือต�่ำเกินไป ปริมาณมาก น้อยเกินไป จ่ายยาในกลุ่มยาที่ผู้ป่วยมีประวัติ แพ้ยา - อื่นๆ จากการสอบถามผู้ป่วย ได้แก่ แพทย์ได้ บอกอะไรให้ผู้ป่วยทราบบ้างเกี่ยวกับยาที่จ่าย วิธีใช้ยา หรือ ผลข้างเคียง ข้อควรระวังต่างๆ ปัญหาที่พบบ่อยของใบสั่งยาที่จ่ายในร้านยา - ใบสั่งยาขาดความสมบูรณ์ ได้แก่ ไม่ทราบ ต้นตอของใบสั่งยา เช่น ไม่บอกสถานที่ที่ออก ใบสั่งยา ไม่บอกเบอร์โทรฯแพทย์ที่จ่ายยา กรณี เกิดปัญหาไม่สามารถติดต่อได้ - เขียนลายมืออ่านยาก หรือ เขียนค�ำย่อที่เข้าใจ ยาก ค�ำสั่งไม่ชัดเจน - วิธีใช้ไม่เหมาะสม เช่น ยาที่ควรรับประทาน ก่อนอาหาร สั่งจ่ายหลังอาหาร - จ่ายยาที่อาจท�ำให้ปัญหาจากการใช้ยา เช่น จ่ายยาพร้อมกันหลายตัวที่มีผลข้างเคียงสูงจน ผู้ป่วยอาจไม่ร่วมมือในการใช้ยา - จ่ายยาที่มีราคาสูงเกินไป ไม่เหมาะสมกับฐานะ ทางการเงินของผู้ป่วย แนวทางการจ่ายตามใบสั่งแพทย์ กรณีไม่พบปัญหาในใบสั่งยา - ใช้แนวทางการจ่ายยาในหัวข้อ 3.2.4 ควรเก็บ ส�ำเนาใบสั่งยาไว้เพื่อเป็นหลักฐาน กรณีพบปัญหาในใบสั่งยา - ปัญหาที่พบไม่รุนแรง สามารถแก้ไขได้ โดย บอกปัญหาและแนวทางแก้ไขให้ผู้ป่วยทราบ หรือ หากติดต่อแพทย์ได้ อาจแจ้งให้ทราบ ปัจจุบันงานด้านการจ่ายยาตามใบสั่งยาในร้านยา โดยทั่วไปอาจพบได้น้อย ยกเว้นร้านยาที่อยู่ใกล้สถาน พยาบาลซึ่งมักจะมีผู้ถือใบสั่งยามาขอซื้อยาเป็นประจ�ำ อีก ทั้งลักษณะของใบสั่งยาที่พบมีทั้งที่สมบูรณ์แบบและใบสั่ง ที่มีรายละเอียดไม่ครบถ้วน ดังนั้นการจ่ายยาตามใบสั่ง ยาเป็นบทบาทส�ำคัญของเภสัชกรในร้านยา ที่ส่งผลให้ผู้ ป่วยได้รับยาที่ถูกต้อง ปลอดภัย ได้รับการแนะน�ำต่างๆ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการรักษา ตลอดจนเป็นการป้องกัน การผิดพลาดในการสั่งจ่ายยา น�ำไปสู่การแก้ไขปัญหาเพื่อ ประโยชน์สูงสุดของผู้ป่วย เภสัชกรผู้ปฏิบัติงานจะต้องมีความสามารถในจัดการ เกี่ยวกับใบสั่งยา ได้แก่ สามารถอ่าน วิเคราะห์ ประเมิน ความเหมาะสมของใบสั่งยา ตลอดจนหาแนวทางแก้ไข แนวทางการตรวจสอบใบสั่งยา สิ่งที่ควรตรวจสอบ - ระบุผู้ใช้ยา ชื่อผู้ป่วยในใบสั่งยาตรงกับผู้ขอ ซื้อว่าเป็นคนเดียวกัน หรือ เป็นการซื้อให้ผู้ อื่น และควรทราบประวัติเจ็บป่วยโดยการซัก ประวัติก่อน เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดกรณีน�ำ ใบสั่งยาผู้อื่นมาซื้อใช้กับตัวเอง - สถานที่ออกใบสั่งยา หรือแพทย์ผู้สั่งจ่ายยา - วันที่จ่ายยา ควร เป็นปัจจุบัน หากเป็นใบสั่ง ยาเก่า มาขอซื้อยาเดิม ควรถามผลจากการใช้ ยาที่ผ่านมา หรือ เหตุผลความจ�ำเป็นที่ต้องไป พบแพทย์ก่อนหรือไม่ - ประเภทของยาในใบสั่ง ว่าเป็นยาสามัญฯ ยา อันตราย หากเป็นยาควบคุมพิเศษ วัตถุออก ฤทธิ์ฯ ยาเสพติดฯ ควรตรวจสอบว่าเป็นใบสั่ง ยาจริง และเก็บใบสั่งยาไว้ทุกครั้ง 3.2.3 มีแนวทางการประเมินใบสั่งยา ก. ต้องมีความสามารถในการอ่าน วิเคราะห์ และ ประเมินความเหมาะสมของใบสั่งยา ข. มีการสอบถามและได้รับความเห็นชอบจากผู้สั่ง จ่ายยาทุกครั้ง เมื่อมีการด�ำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับ การแก้ไข หรือ การปรับเปลี่ยนใบสั่งยา ค�ำอธิบาย
  • 87. 88 คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา มาตรฐานที่ 3 การบริการเภสัชกรรมที่ดี พร้อมอธิบายเหตุผล เพื่อให้ระมัดระวังในการ จ่ายครั้งต่อไป และควรลงบันทึกทุกครั้ง หาก ได้ท�ำการแก้ไขปัญหาในใบสั่งยา ตัวอย่าง เช่น ใบสั่งยาระบุให้ใช้ยา หลังอาหาร แต่คุณสมบัติยาจะออกฤทธิ์ได้ดีตอนท้องว่าง ควรแนะน�ำ ให้ผู้ป่วยรับประทานยาก่อนอาหาร อย่างน้อย ครึ่งชั่วโมง หรือ หลังอาหารไปแล้ว 2 ชั่วโมง ถ้าติดต่อแพทย์ได้ควร แจ้งให้ทราบ หากแพทย์มีเหตุผลความจ�ำเป็นบางอย่าง ยืนยัน ให้จ่ายตามค�ำสั่งเดิม ควรบันทึกว่าแพทย์เป็น ผู้ยืนยัน - ปัญหาที่พบรุนแรง หรือ พิจารณาแล้วไม่อาจ แก้ไขได้ ต้องได้รับความเห็นชอบจากแพทย์ ผู้สั่ง กรณีสามารถติดต่อกลับแพทย์ได้ - แจ้งปัญหา และเหตุผลในการแก้ปัญหา ให้ แพทย์พิจารณาปรับเปลี่ยน (การสื่อสารควร ท�ำอย่างส�ำรวมและให้เกียรติ เพื่อลดโอกาส การขัดแย้งทางวิชาชีพ) และควรอธิบายให้ ผู้ป่วยทราบถึงสาเหตุที่ไม่จ่ายยาทันที - หากแพทย์ยืนยันจะจ่ายยาเดิม และพิจารณา แล้วว่าอาจจะก่อให้เกิดอันตราย เภสัชกรควร แจ้งให้ผู้ป่วยเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะใช้ยาหรือไม่ กรณีไม่สามารถติดต่อแพทย์ผู้สั่งได้ - แจ้งให้ผู้ป่วยรับทราบ และน�ำใบสั่งยาเดิมกลับ ไปพบแพทย์ พร้อมกับบันทึกที่เขียนเหตุผล ของปัญหาในใบสั่งยา หากมีข้อเสนอแนะควร อธิบายเหตุผลให้ชัดเจน พร้อมชื่อเภสัชกร เลข ที่ใบประกอบฯ ชื่อร้านหรือเบอร์โทรฯ เพื่อ ติดต่อกลับได้ - หากผู้ป่วยมีอุปสรรคใดๆ ในการกลับไปพบ แพทย์ ให้ใช้วิจารญาณ แก้ไขตามสถานการณ์
  • 88. 89 คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา มาตรฐานที่ 3 การบริการเภสัชกรรมที่ดี แผนภูมิแนวการประเมินและการจ่ายยาตามใบสั่งยา
  • 89. 90 คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา มาตรฐานที่ 3 การบริการเภสัชกรรมที่ดี ตัวช่วยในการประเมินใบสั่งยาอย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่ - การอ่านค�ำย่อในใบสั่งยา เภสัชกรควรอ่านและ แปรผลรายละเอียดในใบสั่งยา ทั้งค�ำย่อของชื่อยาที่จ่าย วิธี การใช้ และค�ำสั่งอื่นๆที่แพทย์ระบุในใบสั่งยา สามารถดู รายละเอียดตัวอย่างค�ำย่อชื่อยาที่พบบ่อย และค�ำย่อการ ใช้ยา ได้ที่ภาคผนวก - การประเมินอันตรกิริยาที่ส�ำคัญ (Drug interaction) เภสัชกรควรมีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับกลไกและ ผลอันตรกิริยาของยาที่มีต่อยาด้วยกัน หรือ ผลกับอาหาร อาหารเสริม สมุนไพร โรคประจ�ำตัว ตลอดจนโอกาสของ ความรุนแรงหากเกิดขึ้นจะส่งผลให้เกิดอันตรายหรือผลใน การรักษาเพื่อจะได้เป็นแนวทางในการแก้ไขหรือ ป้องกัน แต่เนื่องด้วยการเปลี่ยนแปลงของจ�ำนวนยาที่เพิ่มมากขึ้น เภสัชกรควรหมั่นศึกษาหาความรู้ด้วยตนเอง ได้จาก Textbook เช่น - Drug Facts and comparisons - Goodman and Gilman’s the Pharmacological Basic of Therapeutics - Handbook of Food-Drug Interaction 2003/edited by Beverly J McCabe, CRCpress ISBN: 0-8493-1531-x - Drugs Interaction facts - Med Facts pocket guide of Drug interaction, second edition 2004 Nephrology Pharmacy Associates - Drug Information Handbook 17 edition - Tatro Ds. Drug interaction facts. St.Louis:Facts and Comparison, 2005. - ต�ำราในประเทศ เช่น คู่มือการใช้ยาส�ำหรับบุคลากรสาธารณสุข, ธิดา นิงสานนท์, ปรีชา มนทกานติกุล, สุวัฒนา จุฬาวัฒนทล, สมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล, 2550 ดัชนีชี้วัด ได้แก่ - จ�ำนวนใบสั่งยาที่พบปัญหาและเภสัชกรได้ด�ำเนิน การแก้ไขได้อย่างเหมาะสม - จ�ำนวนใบสั่งยาที่พบปัญหาโดยที่เภสัชกรไม่สามารถ ด�ำเนินการแก้ไขได้ด้วยตนเอง จ�ำเป็นต้องให้แพทย์ผู้สั่งเป็น ผู้ด�ำเนินการแก้ไข แนวการหาข้อมูลแบบ ON-LINE ในการตรวจสอบอันตรกิริยาระหว่างยา (drug interaction) ได้แก่ การหาข้อมูลทาง Internet มี Website ที่สามารถตรวจสอบข้อมูลได้สะดวก รวดเร็ว โดยการกรอกชื่อยาที่ ต้องการตรวจสอบ สามารถดูได้ที่ www.drugs.com www.drugdigest.org การหาความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับอันตรกิริยาระหว่างยา (Drug interaction) สามารถทบทวนได้ที่ www.arizonacert.org www.drug-interactions.com http://medscape.com/drug-interactionchecker www.medihelp.org/druginteractions
  • 90. 91 คู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีปฎิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา มาตรฐานที่ 3 การบริการเภสัชกรรมที่ดี ค�ำอธิบาย แนวทางการส่งมอบยา เภสัชกรเป็นผู้ส่งมอบยาให้ผู้รับบริการโดยตรง การส่งมอบยาให้ผู้รับบริการเป็นขั้นตอนสุดท้ายของ งานบริการในร้านยาที่ส�ำคัญ ส่งผลให้ผู้รับบริการได้รับยา ที่ถูกต้อง ได้เข้าใจวิธีการใช้ยา ตลอดจนค�ำแนะน�ำในการ ปฏิบัติตัว หรือระมัดระวังจากผลข้างเคียงของยา นอกจาก นี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้รับยาได้ซักถาม เพื่อให้เข้าใจหรือคลาย 3.2.4 การส่งมอบยาให้ผู้รับบริการ ก. มีเภสัชกรเป็นผู้ส่งมอบยาให้แก่ผู้มารับบริการ โดยตรง ข. มีฉลากยาซึ่ง ประกอบด้วย ชื่อสถานบริการ ชื่อ ผู้ป่วย วันที่จ่าย ชื่อการค้า ชื่อสามัญทางยา ข้อบ่งใช้ วิธี ใช้ ข้อควรระวัง และวันหมดอายุ ค. ต้องอธิบายการใช้ยาและการปฏิบัติตัวของผู้มา รับบริการอย่างชัดเจน ทั้งโดยวาจาและลายลักษณ์อักษร เมื่อส่งมอบยา ง. ไม่ควรส่งมอบยาให้เด็กที่มีอายุต�่ำกว่า 12 ปี โดย ไม่ทราบวัตถุประสงค์ ในกรณีจ�ำเป็นควรมีแนวทาง และ วิธีปฏิบัติที่ชัดเจนและเหมาะสม จ. ห้ามส่งมอบยาเสพติดให้โทษ และวัตถุออกฤทธิ์ ต่อจิตและประสาท ให้&#