การประชุมวิชาการเสนอผลงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษาแหงชาติครั้งที่ 29
ณ มหาวิทยาลัยแมฟาหลวง ระหวางวันที่ 24-25 ตุลาคม 2556
...
การประชุมวิชาการเสนอผลงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษาแหงชาติครั้งที่ 29
ณ มหาวิทยาลัยแมฟาหลวง ระหวางวันที่ 24-25 ตุลาคม 2556
...
การประชุมวิชาการเสนอผลงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษาแหงชาติครั้งที่ 29
ณ มหาวิทยาลัยแมฟาหลวง ระหวางวันที่ 24-25 ตุลาคม 2556
...
การประชุมวิชาการเสนอผลงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษาแหงชาติครั้งที่ 29
ณ มหาวิทยาลัยแมฟาหลวง ระหวางวันที่ 24-25 ตุลาคม 2556
...
การประชุมวิชาการเสนอผลงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษาแหงชาติครั้งที่ 29
ณ มหาวิทยาลัยแมฟาหลวง ระหวางวันที่ 24-25 ตุลาคม 2556
...
การประชุมวิชาการเสนอผลงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษาแหงชาติครั้งที่ 29
ณ มหาวิทยาลัยแมฟาหลวง ระหวางวันที่ 24-25 ตุลาคม 2556
...
การประชุมวิชาการเสนอผลงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษาแหงชาติครั้งที่ 29
ณ มหาวิทยาลัยแมฟาหลวง ระหวางวันที่ 24-25 ตุลาคม 2556
...
การประชุมวิชาการเสนอผลงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษาแหงชาติครั้งที่ 29
ณ มหาวิทยาลัยแมฟาหลวง ระหวางวันที่ 24-25 ตุลาคม 2556
...
การประชุมวิชาการเสนอผลงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษาแหงชาติครั้งที่ 29
ณ มหาวิทยาลัยแมฟาหลวง ระหวางวันที่ 24-25 ตุลาคม 2556
...
การประชุมวิชาการเสนอผลงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษาแหงชาติครั้งที่ 29
ณ มหาวิทยาลัยแมฟาหลวง ระหวางวันที่ 24-25 ตุลาคม 2556
...
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

F

184

Published on

http://www.mfu.ac.th/division/graduate/NGRC29th/PDF/PDF-HS/Oral/186.pdf

Published in: Business
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
184
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
3
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Transcript of "F"

  1. 1. การประชุมวิชาการเสนอผลงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษาแหงชาติครั้งที่ 29 ณ มหาวิทยาลัยแมฟาหลวง ระหวางวันที่ 24-25 ตุลาคม 2556 พฤติกรรมการซื้อยาจากรานขายยาของประชาชนในจังหวัดสงขลา BEHAVIOR OF BUYING DRUG IN DRUG STORES OF PEOPLE IN SONGKHLA PROVINCE มะลิสา บุญรัตน สาขาวิชาสาธารณสุขชุมชน มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา 90000 มะลิสา บุญรัตน E-mail: malisab44@gmail.com บทคัดยอ ผลการศึกษาวิจัย พบวา กลุมตัวอยางสวนใหญเปนเพศหญิง (รอยละ 66.50) อายุระหวาง 45 – 59 ป (รอยละ 34.25) สถานภาพสมรส (รอยละ 62.50) จบการศึกษาระดับประถมศึกษา (รอยละ 33.75) ประกอบอาชีพเกษตรกรรม (รอยละ 34.25) มีรายไดอยูในชวง 5,001 – 10,000 บาท (รอยละ 38.00) ในภาพรวมกลุมตัวอยางมีความรูเรื่องการซื้อยาจากรานขายยาในระดับ ต่ํา (รอยละ 49.25) และมีพฤติกรรมการซื้อยาจากรานขายยาในระดับปานกลาง (รอยละ 77.00) นอกจากนี้ ผลการวิจัยยังพบวา สถานภาพสมรส และระดับการศึกษามีความสัมพันธกับพฤติก รรมการซื้อยาจากรานขายยาในระดับต่ํา อยางมีนัยสําคัญทาง สถิติที่ระดับ 0.05 ในขณะที่ความรูเรื่องการซื้อยาจากรานขายยามีความสัมพันธกับพฤติกรรมการซื้อยาจากรานขายยาในระดับต่า ํ (r = .318) อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 คําสําคัญ: พฤติกรรม, การซื้อยา, รานขายยา Abstract The results found that the majority of the sample were female (66.50%). Aged 45 – 59 years (34.25%). Married (62.50%). They graduated in secondary school (33.75%), farmers (34.25%) and had income between 5,001 – 10,000 baht (38.00%). They have low level of knowledge (49.25%). They have moderate level of behavior (77.00 %). Marital status and Education are related with buying drug behavior on low level at statistically significant level of 0.05. Knowledge are related with buying drug behavior on low level (r = .318) at statistically significant level of 0.05. Keywords: Behavior, Buying Drug, Drug Stores HS 59
  2. 2. การประชุมวิชาการเสนอผลงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษาแหงชาติครั้งที่ 29 ณ มหาวิทยาลัยแมฟาหลวง ระหวางวันที่ 24-25 ตุลาคม 2556 บทนํา ยาถื อ ได ว า เป น หนึ่ ง ในป จ จั ย สี่ ที่ จํ า เป น ต อ การ ดํารงชีวิต เพื่อนํามาใชในการปองกัน บําบัดและรักษาโรค ตลอดจนอาการผิดปกติตาง ๆ ที่เกิดขึ้นในยามเจ็บปวย ยาแต ละชนิดมีการออกฤทธิ์และวิธีใชแตกตางกัน การพัฒนาและ การคิดคนยาใหมไดสงผลใหลดอัตราการตายจากโรคภัยไข เจ็บนานาชนิด และในปจจุบันมนุษยมีอายุยืนยาวขึ้นกวาเดิม ถึงแมวายาจะมีคุณประโยชนอยางมหาศาล แตก็กอใหเกิด ผลขางเคียงและอาการอันไมพึงประสงค บางครั้งอาจรุนแรง ถึงขั้นเสียชีวิตได ซึ่งเปรียบเสมือนดาบสองคม กลาวคือ ถาใช ยาอยางถูกตองก็จะไดประโยชนมาก แตถาใชไมถูกตองก็จะ นําไปสูอันตรายได ดังนั้นจึงเปนสิ่งจําเปนอยางยิ่งสําหรับทุก คนที่มีสวนเกี่ยวของที่จะตองมีความรูความเขาใจในเรื่องยา ตาง ๆ เปนอยางดี การใชยาอยางไมพร่ําเพรื่อและใชตาม ความจําเปน นอกจากจะชวยลดอันตรายจากการใชยาลง ไดมากแลว ยังมีสวนชวยทางเศรษฐกิจโดยลดปริมาณความ สิ้นเปลืองที่ประเทศชาติจะตองใชสําหรับยารักษาโรค [1] รานขายยาเปนหนวยหนึ่งของระบบสุขภาพที่อยู ใกลชิดประชาชน โดยรานขายยาไมเพียงแตทําหนาที่ดานการ กระจายยาเทานั้น แตยังมีบทบาทสําคัญเปรียบเสมือนเปนที่ พึ่งดานสุขภาพของชุมชน หรืออาจกลาวไดวารานขายยาเปน สถานบริการสาธารณสุขที่สําคัญแหงหนึ่ง ที่ประชาชนสวน ใหญนิยมมาใชบริการ เนื่องจากโดยสวนมากรานขายยาจะเปด ใหบริการตลอดทั้งวัน ทําใหประชาชนสามารถเขาถึงบริการ สุขภาพจากรานขายยาไดโดยงาย รานขายยาจึงเปนทางเลื อก หนึ่งของประชาชนในการใชบริการเมื่อมีอาการหรือเจ็บปวย (Common illness) โดยพบวาผูปวยในชุมชนไปซื้อยาตามราน ขายยามากขึ้น เพื่ อที่ จะนํา มารัก ษาตนเอง โดยเฉพาะการ เจ็บปวยที่ดูวาไมรุนแรง หรือเรียกพฤติกรรมนี้วาการใชยา รักษาตนเอง (Self-medication) ซึ่งในปจจุบันสามารถกระทํา ไดอยางสะดวกสบาย โดยเฉพาะผูที่มีรายไดปานกลาง หรือ นอย และจะพบสถิติวามากขึ้น โดยเฉพาะอยางยิ่งในประเทศ ที่กําลังพัฒนา [2] จังหวัดสงขลา เปนจังหวัดหนึ่งที่มีขนาด ใหญ เป น แหล งธุ ร กิ จ การค า ที่สํา คั ญ ของภาคใต และเป น จังหวัดที่มีชายแดนติดตอกับประเทศมาเลเซีย มีการขยายตัว ทางเศรษฐกิจคอนขางสูง ประกอบดวย สถานประกอบการ ตา ง ๆ จํ านวนมาก รวมทั้ ง สถานประกอบการด า นสุ ขภาพ โดยเฉพาะร า นขายยา ซึ่ ง มี อั ต ราการเติ บ โตเพิ่ ม ขึ้ น อย า ง รวดเร็วในชวงระยะ 5 - 6 ป ที่ผานมา โดยจํานวนรานขายยา ในป พ.ศ. 2551 - 2554 พบวามีจํานวนรานขายยา 412, 429, 460 และ 482 รานตามลําดับ และมีแนวโนมที่จะเพิ่มจํานวน ขึ้ น เรื่ อ ย ๆ ทุ ก ป [3] นอกจากนี้ ยั ง มี ร ายงานอาการไม พึ ง ประสงค จ ากการใช ย าของจั ง หวั ด สงขลา ระหว า งวั น ที่ 1 ตุลาคม 2555 – 31 พฤษภาคม 2556 จํานวน 1,359 ราย [4] จากสภาพปญหาที่มีการใช ยารักษาตนเองอยา ง เสรี โดยไม ไ ด ผ า นการตรวจวิ นิ จ ฉั ย จากบุ ค ลากรทาง การแพทย ภายใต ส ถานการณ ที่ ก ารส ง เสริ ม การขาย การ โฆษณา และระบบกระจายยาของเอกชนสู ผู บ ริ โ ภคมี ประสิท ธิภาพสู ง จึง นําไปสู ปญ หาสาธารณสุ ขมากมาย ไม เพียงแตปญหาการติดยา การดื้อยา และอันตรายจากการใชยา แตยังรวมถึงปญหาการใชยาฟุมเฟอยเกินความจําเปน [5] ซึ่ง ทําใหเกิดความเชื่อที่ผิด เมื่อมีอาการปวยเล็ก ๆ นอย ๆ ก็ซื้อยา มารับประทานทั้งที่ไมจําเปน บางคนคิดวากินยาปองกัน ไว กอน กินเพื่อความสวยงาม เกิดการใชยาผิดประเภท ผิดขนาด ผิดวิธี ทําใหมีโอกาสเกิดการดื้อยาสูง การติดยา และเกิดผล ขางเคียงที่เปนอันตราย อาจทําใหเสียชีวิตได จากการทบทวน เอกสารและรายงานการศึกษาวิจัยเรื่องพฤติกรรมการซื้อยา จากรานขายยาของประชาชน พบวาจังหวัดสงขลายังไมมีการ ศึกษาวิจัยในเรื่องดังกลาว ดังนั้นผูวิจัยจึงมีความสนใจที่จะ ศึกษาพฤติก รรมการซื้อ ยาจากรานขายยาของประชาชนใน จังหวัดสงขลา เนื่องจากความรูและพฤติกรรมของประชาชน เปนปจจัยที่สําคัญในการปองกันไมใหเกิดปญหาจากการซื้อ ยาใช เอง และเปน ประโยชน ในการปรั บปรุ ง แก ไข พัฒนา รูปแบบการดําเนินงานคุมครองผูบริโภคดานยา และใชในการ วางแผนกลยุ ทธ ด านการพั ฒ นาศั กยภาพของผู บริ โ ภคให มี ความรู ความเข า ใจ รั บ รู ข อ มู ล ข า วสารที่ ถู ก ต อ ง เลื อ กซื้ อ ผลิ ต ภั ณฑ สุข ภาพด า นยา ที่ เ หมาะสมอั น จะเกิ ด ประโยชน สู ง สุ ด ต อ ประชาชนจั ง หวั ด สงขลาในอนาคต โดยมี วัตถุประสงคเพื่อ 1) ศึกษาระดับความรูเรื่องการซื้อยาจากราน ขายยาของประชาชนในจังหวัดสงขลา 2) ศึกษาพฤติกรรมการ ซื้อยาจากรานขายยาของประชาชนในจังหวัดสงขลา 3) ศึกษา ความสัมพันธระหวางลักษณะขอมูลสวนบุคคลกับพฤติกรรม HS 60
  3. 3. การประชุมวิชาการเสนอผลงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษาแหงชาติครั้งที่ 29 ณ มหาวิทยาลัยแมฟาหลวง ระหวางวันที่ 24-25 ตุลาคม 2556 การซื้อยาจากรานขายยาของประชาชนในจังหวัดสงขลา และ 4) ศึกษาความสัมพันธระหวางความรูเรื่องการซื้อยาจากราน ขายยากับพฤติกรรมการซื้อยาจากรานขายยาของประชาชนใน จังหวัดสงขลา ระเบียบวิธีการศึกษาวิจัย การศึ ก ษาวิ จั ย ครั้ ง นี้ เ ป น การวิ จั ย เชิ ง สํ า รวจ (Survey Research) กลุมตัวอยางที่ใชในการวิจัย คือ ประชาชน ทั้งชายและหญิงที่อาศัยอยูในจังหวัดสงขลา ที่มีอายุตั้งแต 15 ป ขึ้ น ไป ซึ่ ง ได ม าจากการคํ า นวณขนาดของกลุ ม ตั วอย า ง (Sample Size) โดยใชสูตรของ YAMANE จํานวน 400 คน ใชวิธีสุมตัวอยางแบบหลายขั้นตอน (Multi-Staged Random Sampling) เครื่องมือที่ใชในการวิจัย เปนแบบสอบถาม มี ทั้งสิ้น 3 ตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 แบบสอบถามลักษณะขอมูลสวนบุคคล ของผูตอบแบบสอบถาม ซึ่งมีลัก ษณะของคําถามเปนแบบ คําตอบหลายตัวเลือก (Multiple choices) และใหเลือกตอบขอ ที่เหมาะสมที่สุด มีจํานวน 6 ขอ ตอนที่ 2 เปนแบบสอบความรูเรื่องการซื้อยาจาก รานขายยา เปนแบบมาตราสวนประมาณคา (Rating scale) มี 3 ระดับ คือ ใช ไมใช ไมแนใจ จํานวน 20 ขอ กําหนดเกณฑ ใหคะแนนดังนี้ ขอใดที่กลุมตัวอยางตอบใช ให 1 คะแนน ขอ ใดที่กลุมตัวอยางตอบไมใช และไมแนใจ ให 0 คะแนน โดยมี ขอคําถามเชิงบวก จํานวน 9 ขอ ไดแก ขอที่ 1, 6, 7, 9, 10, 12, 14, 19 และ 20 ขอคําถามเชิงลบ จํานวน 11 ขอ ไดแก ขอที่ 2, 3, 4, 5, 8, 11, 13, 15, 16, 17 และ 18 โดยทํ า การกลั บ ค า คะแนนสําหรับขอคําถามเชิงลบ เกณฑการใหคะแนน ผูวิจัยแบงกลุมคะแนนระดับสูง ปานกลาง ต่ํา โดย การใชเกณฑระดับคะแนน 3 ระดับ [6] และแปลความหมาย ดังนี้ ความรูระดับสูง คะแนนรอยละ 80-100 คะแนนขึ้นไป ความรูระดับปานกลาง คะแนนรอยละ 60-79 คะแนน ความรูระดับต่ํา คะแนนรอยละ 0-59 คะแนน ตอนที่ 3 เป น แบบสอบถามเกี่ ย วกั บ พฤติ ก รรม การซื้อยาจากรานขายยาของประชาชนในจังหวัดสงขลา มี ลักษณะเปนแบบมาตราสวนประมาณคา (Rating Scale) มี 4 ระดับ คือ ปฏิบัติประจํา ปฏิบัติบอย ปฏิบัติบางครั้ง ไมปฏิบัติ จํานวน 23 ขอ โดยมีขอความเชิงบวก จํานวน 10 ขอ ไดแก ขอ ที่ 3, 5, 7, 9, 13, 15, 17, 18, 21 และ 22 ข อ ความเชิ ง ลบ จํานวน 13 ขอ ไดแก ขอที่ 1, 2, 4, 6, 8, 10, 11, 12, 14, 16, 19, 20 และ 23 โดยทําการกลับคาคะแนนสําหรับขอคําถามเชิงลบ เกณฑการใหคะแนน แบบสอบถามพฤติกรรมการซื้อยาจากรานขายยา มีทั้งขอความที่แสดงลักษณะทางบวก และทางลบ มีเกณฑ การใหคะแนนดังนี้ ขอความทางบวก ขอความทางลบ ปฏิบติเปนประจํา ั 4 1 ปฏิบติบอย ั 3 2 ปฏิบติบางครั้ง ั 2 3 ไมเคยปฏิบัติ 1 4 เกณฑการแปลความหมาย ผูวิจัยแบงกลุมพฤติกรรมระดับสูง ปานกลาง ต่ํา โดยการใช ระดั บ คะแนน 3 ระดับ [6] และแปลความหมาย ดังนี้ พฤติกรรมระดับสูง คะแนนรอยละ80-100คะแนน ขึ้นไป พฤติกรรมระดับปานกลาง คะแนนรอยละ60-79 คะแนน พฤติกรรมระดับต่ํา คะแนนรอยละ 0-59 คะแนน สําหรับการแปลผลความหมายของพฤติกรรมรายขอ ใช คาเฉลี่ยที่มีคาตั้งแต 1.00 –4.00 โดยพิจารณาตามเกณฑของเบสท [7] แบงออกเปน 3 ระดับ ดังนี้ คะแนนสูงสุด – ต่ําสุด = 4–1 = 1.00 จํานวนชั้น 3 คาเฉลี่ย 3.00 – 4.00 หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับดี คาเฉลี่ย 2.00 – 2.99 หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับปานกลาง คาเฉลี่ย 1.00 – 1.99 หมายถึงมีพฤติกรรมในระดับควร ปรับปรุง HS 61
  4. 4. การประชุมวิชาการเสนอผลงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษาแหงชาติครั้งที่ 29 ณ มหาวิทยาลัยแมฟาหลวง ระหวางวันที่ 24-25 ตุลาคม 2556 การหาคุณภาพเครื่องมือ 1. การหาความตรงของเนื้อหา (Content Validity) โดยนํ า แบบสอบถามที่สรางเสร็จแลวใหผูเชี่ยวชาญจํานวน 3 ทาน ตรวจสอบความสมบูรณของเนื้อหา แลวนําแบบสอบถามมา ปรับปรุงแกไขตามที่ผูเชี่ยวชาญเสนอแนะ ถือวามีความตรงตาม เนื้อหา แลวนําผลการพิจารณาจากผูเชี่ยวชาญมาคํานวณหาดัชนี ความสอดคลอง (IOC: Item-Objective Congruency Index) ตั้งแต 0.5 ขึ้นไป [8] โดยพิจารณาคัดเลือกขอคําถามที่มีคา ดัชนีความสอดคลอง ตั้งแต 0.66 – 1.00 2. การหาความเที่ยงของแบบสอบถาม (Reliability) โดยการ หาคา สัม ประสิ ทธิ์ แอลฟาของครอนบาค (Cronbach’s Alpha Coefficient) โดยการทดลองใชแบบสอบถาม (Try Out) กับกลุม คลายตัวอยาง จํานวน 30 คน กําหนดคาระดับความเที่ยงที่ สามารถยอมรั บ ได ห รื อ ค า ความเที่ ย งของเครื่ อ งมื อ ที่ จ ะ นําไปใชไดตั้งแต 0.75 [9] ซึ่งผลการตรวจสอบความเที่ยง แบบสอบความรู เ รื่ อ งการซื้ อ ยาจากร า นขายยา ได ค า สัมประสิทธิ์ความเที่ยงเทากับ 0.78 และแบบสอบถาม พฤติกรรมการซื้อยาจากรานขายยาไดคาสัมประสิทธิ์ความ เที่ยง เทากับ 0.77 การวิเคราะหขอมูล วิ เ คราะห ข อ มู ล ด ว ยโปรแกรมคอมพิ ว เตอร สําเร็จรูป เพื่อหาคาทางสถิติ คือ คาจํานวน รอยละ คาเฉลี่ย คาสถิติไคสแควร และคา สถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธของ เพียรสัน ผลการศึกษาวิจัยและการอภิปรายผล ผลการศึกษาวิจัย 1. ขอมูลสวนบุคคล พบวา กลุมตัวอยางสวนใหญ เปนเพศหญิง คิดเปนรอยละ 66.50 อายุระหวาง 45 – 59 ป คิด เปนรอยละ 34.25 สวนใหญมีสถานภาพสมรส คิดเปนรอยละ 62.50 รองลงมาโสด รอ ยละ 23.75 ระดั บการศึ ก ษาสู ง สุ ด ประถมศึ ก ษา คิ ด เป น ร อ ยละ 33.75 รองลงมาระดั บ มั ธ ยมศึ ก ษาตอนต น และ มั ธ ยมศึ ก ษาตอนปลาย/ปวช. ใกลเคียงกัน คือ รอยละ 21.50 และ 20.75 ตามลําดับ สวน ใหญอาชีพเกษตรกรรม คิดเปนรอยละ 34.25 รองลงมารับจาง รอยละ 22.00 มีรายไดเฉลี่ยตอเดือน 5,001 – 10,000 บาท คิด เปนรอยละ 38.00 2. ความรูเรื่องการซื้อยาจากรานขายยา พบวา กลุม ตัวอยางสวนใหญมีความรูเรื่องการซื้อยาจากรานขายยาอยูใน ระดับต่ํา คิดเปนรอยละ 49.25 เมื่อพิจารณาเปนรายขอ ความรู เรื่องการซื้อยาจากรานขายยา ที่กลุมตัวอยางมีความรู ซึ่งตอบ ถูกเรียงตามลําดับมากไปหานอย ดังนี้ ตอบถูกมากกวารอยละ 80 มี 2 ขอ ไดแก ขอ 12) ยาที่ ซื้อ ควรอยูใ นภาชนะบรรจุ ที่ เรียบรอย มีเอกสารกํากับยาครบถวน (รอยละ 87.25) และขอ 15) ไมควรซื้อยาตามคําบอกเลาของเพื่อนบาน (รอยละ 85.75) ตอบถูกมากกวารอยละ 70 มี 5 ขอ ไดแก ขอ 16) จําเปนตองดู วันผลิต และวันหมดอายุของยา (รอยละ 77.75) ขอ 6) หากจะ ซื้อยาควบคุมพิเศษตองมีใบสั่งแพทย (รอยละ 77.50) ขอ 14) ควรสอบถามอาการขางเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากยาที่ซื้อ (รอยละ 75.75) ขอ 1) ควรซื้อยาจากเภสัชกร (รอยละ 75.50) และขอ 8) การซื้อยาจําเปนตองบอกขอมูล ประวัติการแพยาแกเภสัชกร (รอยละ 75.50) และตอบถูกมากกวารอยละ 60 มี 5 ขอ คือ ขอ 10) ยาสามั ญ ประจํ า บ า นซื้ อ กิ น เองได โดยไม ต อ งมี ใ บสั่ ง แพทย (รอยละ 69.50) ขอ 17) การซื้อยาจําเปนตองผานการ ตรวจวินิจฉัยจากแพทย (รอยละ 69.50) ขอ 4) ผลิตภัณฑยาที่ ซื้อจําเปนตองมีเลขทะเบียนตํารับยา (รอยละ 68.50) ขอ 20) ยาเม็ดที่อาจเสื่อมคุณภาพจะมีรอยราว รอยบิ่น หรือแตกหัก (รอยละ 66.25) และขอ 13) ยาน้ําที่ดี เมื่อเขยาขวดแลวตัวยา เขาเปนเนื้อเดียวกัน (รอยละ 65.75) สําหรับขอที่กลุมตัวอยาง ตอบผิดมากที่สุด ไดแก ขอ 11) ชื่อสามัญทางยาของยาคาล ปอล ซารา มีตัวยาที่เหมือนกัน คือ แอสไพริน (รอยละ 82.25) ดังตารางที่ 1 – 2 ตารางที่ 1 จํานวน และรอยละของระดับความรูเรื่อง การซื้อยาจากรานขายยา (กลุมตัวอยาง = 400) ระดับความรู จํานวน รอยละ ระดับสูง ระดับปานกลาง ระดับต่ํา 43 160 197 10.75 40.00 49.25 HS 62
  5. 5. การประชุมวิชาการเสนอผลงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษาแหงชาติครั้งที่ 29 ณ มหาวิทยาลัยแมฟาหลวง ระหวางวันที่ 24-25 ตุลาคม 2556 ตารางที่ 2 จํานวน และรอยละดานความรู จําแนกตามรายขอ (กลุมตัวอยาง = 400) ความรูเรื่องการซื้อยา จากรานขายยา 1. ทานควรซื้อยาจากเภสัชกร 2. เมื่อทานซื้อยาควรบอกชื่อ ทางการคาของยา เชน ซารา ไทลินอล คาลปอล 3. ทานควรซื้อยาตามตัวอยางยา ที่มีอยู 4. ผลิตภัณฑยาที่ทานซื้อ ไมจําเปนตองมีเลข ทะเบียนตํารับยา 5. Exp.Date 15/4/54 หมายความวายานั้นผลิต วันที่ 15 เมษายน 2554 6. หากทานซื้อยาควบคุมพิเศษ จะตองมีใบสังแพทย ่ 7. ยาเม็ดในบรรจุภัณฑที่ทาน ซื้อตองมีอายุไมเกิน 5 ป นับจากวันที่ผลิต 8. การซื้อยาทานไมจําเปน ตองบอกขอมูลประวัติการ แพยาแกเภสัชกร 9. การซื้อยากลุมยาปฏิชีวนะ ยาฆาเชื้อหรือยาแกอักเสบ) เชน อะม็อกซีซิลิน ตองซื้อให ครบตามจํานวนที่รักษาโรค ใหหาย 10. ยาสามัญประจําบาน สามารถซื้อกินเองได โดยไมตองมีใบสั่งแพทย 11. ชื่อสามัญทางยาของ ยาคาลปอล ซารา มีตัวยาที่ เหมือนกันคือแอสไพริน 12. ยาที่ทานซื้อควรอยูใน ภาชนะบรรจุที่เรียบรอย มีเอกสารกํากับยาครบถวน 13. ยาน้ําที่ดี เมื่อเขยาขวดแลว ตัวยาไมเขาเปนเนื้อเดียวกัน ตอบถูก ตอบผิด จํานวน (รอยละ) 302 (75.50) จํานวน (รอยละ) 98 (24.50) 107 (26.75) 293 (73.25) 161 (40.25) 239 (59.75) 274 (68.50) 126 (31.50) 134 (33.50) 266 (66.50) 310 (77.50) 90 (22.50) 212 (53.00) 188 (47.00) 302 (75.50) 98 (24.50) 152 (38.00) 248 (62.00) 278 (69.50) 122 (30.50) 71 (17.75) 329 (82.25) 349 (87.25) 51 (12.75) 263 (65.75) 137 (34.25) ตารางที่ 2 (ตอ) ความรูเรื่องการซื้อยา จากรานขายยา ตอบผิด จํานวน (รอยละ) 14. ทานควรสอบถามอาการ ขางเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากยา ที่ทานซื้อ 15. ทานควรซื้อยาตามคํา บอกเลาของเพื่อนบาน 16. ทานไมจําเปนตองดูวันผลิต และวันหมดอายุของยา 17. ทานซื้อยาโดยไมจําเปน ตองผานการตรวจวินิจฉัย จากแพทย 18. ทานควรซื้อยากินเอง เมื่อมีอาการเจ็บปวยเล็กนอย เพื่อปองกันไมใหอาการ ลุกลาม 19. ทานไมควรซื้อยาโดย ระบุชื่อของยาเอง 20. ทานคิดวายาเม็ดที่อาจเสื่อม คุณภาพจะมีรอยราว รอยบิ่น หรือแตกหัก ตอบถูก ตอบผิด จํานวน (รอยละ) จํานวน (รอย ละ) 303 (75.75) 97 (24.25) 343 (85.75) 57 (14.25) 311 (77.75) 89 (22.25) 278 (69.50) 122 (30.50) 169 (42.25) 231 (57.75) 156 (39.00) 244 (61.00) 265 (66.25) 135 (33.75) 3. กลุมตัวอยางสวนใหญมีพฤติกรรมการซื้อยา จากรานขายยาอยูในระดับปานกลาง คิดเปน รอยละ 77.00 เมื่อพิจารณาเปนรายขอพฤติกรรมการซื้ อยาจากรานขายยา ระดับดี จํานวน 8 ขอ ไดแก ขอที่ 2, 4, 6, 8, 9, 14, 19, และ 23 โดยขอที่ไมเคยปฏิบัติและมีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด 3 ลําดับ ไดแก ข อ ที่ 4) ท า นซื้ อ ยาตามคํ า โฆษณาและมี ข องแถม (ร อ ยละ 79.50,  = 3.65) ขอที่ 23) ทานซื้อยากลุมยาควบคุมพิเศษ เช น เพรดนิ โ ซโลน เด็ กซ า เมธาโซน (ร อ ยละ 70.00,  = 3.52) และขอที่ 14) ทานซื้อยาตามคําบอกเลาของเพื่อนบาน (รอยละ 57.75,  = 3.43) พฤติกรรมการซื้อยาจากรานขาย ยาระดับปานกลาง จํานวน 15 ขอ ไดแก ขอที่ 1, 3, 5, 7, 10, 11, 12, 13, 15, 16, 17, 18, 20, 21 และ 22 โดยขอที่มีคะแนน เฉลี่ยสูงสุด 3 ลําดับ ไดแก ขอที่ 5) ทานซื้อยาโดยอานฉลากยา อยางครบถวน (  = 2.96) ขอที่ 1) ทานซื้อยาแกอักเสบหรือ ยาฆาเชื้อจากรานขายยา (  = 2.94) และขอที่ 3) ทานซื้อยา HS 63
  6. 6. การประชุมวิชาการเสนอผลงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษาแหงชาติครั้งที่ 29 ณ มหาวิทยาลัยแมฟาหลวง ระหวางวันที่ 24-25 ตุลาคม 2556 จากรา นขายยาที่ มีเ ภสั ชกรอยู ประจํา รา นตลอดเวลาทํา การ (  = 2.88) สําหรับขอที่ปฏิบัติเปนประจําสูงสุด 3 ลําดับ คือ ขอที่ 16) ซื้อยาโดยบอกอาการเจ็บปวยและใหผูขายจัดยาให (รอ ยละ 28.25) ข อที่ 18) ซื้ อยาโดยมี ใบสั่งแพทย (รอ ยละ 27.50) และขอ ที่ 10) ซื้ อ ยาจากรา นขายยาโดยการบอกชื่ อ ทางการคา ของยา (ร อยละ 26.00) สํา หรั บข อที่ ปฏิ บัติ บอ ย สูงสุด 3 ลําดับ คือ ขอที่ 17) ซื้อยาสามัญประจําบาน (รอยละ 38.75) ขอที่ 18) ซื้อยาโดยมีใบสั่งแพทย (รอยละ 36.00) และ ขอที่ 13) ซื้อยาโดยถามอาการขางเคียงของยาที่อาจจะเกิดขึ้น และขอที่ 15) ซื้อยาจากรานขายยาตามคําแนะนําของเจาหนาที่ สาธารณสุข เทากัน คือ รอยละ 35.75 ดังตารางที่ 3-4 ตารางที่ 3 จํานวน และรอยละของระดับพฤติกรรมการซื้อยา จากรานขายยา (กลุมตัวอยาง = 400) ระดับพฤติกรรม จํานวน รอยละ ระดับสูง ระดับปานกลาง ระดับต่ํา 68 308 24 17.00 77.00 6.00 ตารางที่ 4 จํานวน รอยละ และคาเฉลี่ยของพฤติกรรมการซื้อยา จากรานขายยา จําแนกตามรายขอ (กลุมตัวอยาง = 400) พฤติกรรมการซื้อยาจากรานขายยา 1. ทานซื้อยาแกอักเสบหรือ ยาฆาเชื้อจากรานขายยา 2. ทานซื้อยาโดยไมดูปาย บอกประเภทของรานขายยา 3. ทานซื้อยาจากรานขายยา ที่มีเภสัชกรอยูประจําราน ตลอดเวลาทําการ 4. ทานซื้อยาตามคําโฆษณา และมีของแถม 5. ทานซื้อยาโดยอาน ฉลากยาอยางครบถวน 6. ซื้อยาโดยไมดูวันผลิต และวันหมดอายุ  แปลผล 2.94 ปานกลาง 3.39 ดี 2.88 ปานกลาง 3.65 ดี 2.96 ปานกลาง 3.16 ดี ตารางที่ 4 (ตอ) พฤติกรรมการซื้อยาจากรานขายยา 7. สังเกตเลขทะเบียน ตํารับยาบนฉลากยา 8. ซื้อยาโดยไมบอกรายการ ยาที่ใชประจําและประวัติ การแพยา 9. ซื้อยาที่ภาชนะบรรจุอยูใน สภาพเรียบรอย ไมฉีกขาด 10. ซื้อยาจากรานขายยา โดยการบอกชื่อทางการคา ของยา 11. เมื่อเจ็บปวยเล็กนอย ตัดสินใจซื้อยากินเอง 12. ซื้อยาตามตัวอยางยา ที่มีอยูเดิม 13. ซื้อยาโดยถามอาการ ขางเคียงของยาที่อาจจะ เกิดขึ้น 14. ซื้อยาตามคําบอกเลา ของเพื่อนบาน 15. ซื้อยาจากรานขายยาตาม คําแนะนําของเจาหนาที่ สาธารณสุข 16. ซื้อยาโดยบอกอาการ เจ็บปวยและใหผูขายจัดยาให 17.ซื้อยาสามัญประจําบาน 18.ซื้อยาโดยมีใบสั่งแพทย 19.ซื้อยากินเองโดยไมผาน การตรวจวินิจฉัยจากแพทย หรือเจาหนาที่สาธารณสุข 20.ซื้อยาโดยระบุชื่อยาที่ ตองการ 21.ซื้อยาจากรานที่มีปาย แสดง “รานยาคุณภาพ” 22.ซื้อยาเม็ดที่มีลักษณะ เม็ดยาไมแตก และสีไมซีดจาง 23.ซื้อยากลุมยาควบคุมพิเศษ เชน เพรดนิโซโลน เด็กซาเมธาโซน  แปลผล 2.80 ปานกลาง 3.18 ดี 3.26 ดี 2.48 ปานกลาง 2.50 ปานกลาง 2.83 ปานกลาง 2.43 ปานกลาง 3.43 ดี 2.65 ปานกลาง 2.33 2.66 2.32 ปานกลาง ปานกลาง ปานกลาง 3.06 ดี 2.61 ปานกลาง 2.37 ปานกลาง 2.84 ปานกลาง 3.52 ดี HS 64
  7. 7. การประชุมวิชาการเสนอผลงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษาแหงชาติครั้งที่ 29 ณ มหาวิทยาลัยแมฟาหลวง ระหวางวันที่ 24-25 ตุลาคม 2556 4. ความสัมพันธระหวางลักษณะขอมูลสวนบุคคล กั บ พฤติ ก รรมการซื้ อ ยาจากร า นขายยาของประชาชนใน จังหวัดสงขลา พบวา เพศ อายุ อาชีพ และรายไดเฉลี่ยตอเดือน ไมมีความสัมพันธกับพฤติกรรมการซื้อยาจากรานขายยา สวน สถานภาพสมรส และระดั บ การศึ ก ษา มี ค วามสั ม พั น ธ กั บ พฤติ ก รรมการซื้ อ ยาจากร า นขายยาในระดั บ ต่ํ า อย า งมี นัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ดังตารางที่ 5 ตารางที่ 5 ความสั ม พั น ธ ร ะหว า งข อ มู ล ส ว นบุ ค คลกั บ พฤติกรรมการซื้อยาจากรานขายยาของประชาชนในจังหวัด สงขลา ขอมูลสวนบุคคลกับ พฤติกรรมการซื้อยา เพศ ชาย หญิง อายุ 15 – 29 ป 30 – 44 ป 45 – 59 ป 60 ปขึ้นไป สถานภาพสมรส โสด สมรส หมาย หยา/แยกกันอยู ระดับการศึกษา ไมไดเรียน ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลาย/ปวช. อนุปริญญา/ปวส. ปริญญาตรีขึ้นไป อาชีพ รับราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ คาขายหรือประกอบธุรกิจ เกษตรกรรม รับจาง ทํางานบานอยางเดียว นักเรียน/นักศึกษา 2-Value crammer’s v 5.973 - 12.244 - ตารางที่ 5 (ตอ) ขอมูลสวนบุคคลกับ พฤติกรรมการซื้อยา รายไดเฉลี่ยตอเดือน นอยกวาหรือเทากับ 5,000 5,001 – 10,000 บาท 10,001 – 15,000 บาท 15,001 บาทขึ้นไป 2-Value 7.221 crammer’s v - 5. ความสัมพันธระหวางความรูกับพฤติกรรมการ ซื้อยาจากรานขายยาของประชาชนในจังหวัดสงขลาดวยสถิติ r สหสัมพันธแบบเพียรสัน พบวา ความรูเรื่องการซื้อยาจากราน ขายยากับพฤติกรรมการซื้อยาจากรานขายยา มีความสัมพันธ กันในระดับต่ํา (r = 0.318) อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ดังตารางที่ 6 ตารางที่ 6 ความสัมพันธระหวางความรูกับพฤติกรรมการซื้อ ยาจากรานขายยาของประชาชนในจังหวัดสงขลา 25.810* 0.180 52.967* 0.257 9.272 - ตัวแปร ความรูกับพฤติกรรมการซื้อยา *p < 0.05 r .318* อภิปรายผล จากผลการวิ เ คราะห ข อ มู ล ร ว มกั บ การทบทวน เอกสาร และงานวิ จั ย ที่ เ กี่ ย วข อ ง ผู วิ จั ย ขอนํ า มาอภิ ป ราย ผลการวิจัย ดังนี้ 1. ลักษณะขอมูลสวนบุคคล จากการวิจัย พบวา กลุมตัวอยางสวนใหญเปนเพศ หญิง รอยละ 66.50 ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากประชากรในจังหวัด สงขลาเปนเพศหญิงมากกวาเพศชาย สวนใหญประกอบอาชีพ เกษตรกรรมเปนอาชีพหลัก [10] จึงมีความสอดคลองกับการที่ มีระดับการศึกษา ประถมศึกษา และมีความเปนไปไดที่รายได เฉลี่ยตอเดือนอยูในชวง 5,001 – 10,000 บาท 2. ความรูเรื่องการซื้อยาจากรานขายยา กลุมตัวอยางมีความรูเรื่องการซื้อยาจากรานขายยา ในระดับต่ํา (รอยละ 49.25) ที่เปนเชนนี้อาจเนื่องมาจาก กลุม HS 65
  8. 8. การประชุมวิชาการเสนอผลงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษาแหงชาติครั้งที่ 29 ณ มหาวิทยาลัยแมฟาหลวง ระหวางวันที่ 24-25 ตุลาคม 2556 ตัวอยางสวนใหญมีการศึกษาสูงสุดระดับประถมศึกษา และ ประกอบอาชีพเกษตรกรรม มีรายไดเฉลี่ยตอเดือน 5,001 – 10,000 บาท จึงมีความเปนไปไดที่จะมีความรูเรื่องการซื้อยา จากรานขายยาในระดับต่ํา สอดคลองกับการศึกษาพฤติกรรม การใชยาของผูสูงอายุ พบวา มีความรูเรื่องยาเล็กนอย คิดเปน รอยละ 32.00 [11] แตไมสอดคลองกับการศึกษาความรู ความ เข า ใจของผู บ ริ โ ภคในเขตกรุ ง เทพมหานครที่ มี ผ ลต อ พฤติกรรมการซื้อยา พบวา มีความรูความเขาใจเกี่ยวกับยาใน ระดับสูงรอยละ 66.2 และระดับปานกลาง รอยละ 33.8 [12] เมื่อพิจารณาความรูรายขอ พบวา มีขอที่นาสังเกต คือ กลุม ตัวอยางทราบและตอบถูกมาก ในขอ 16) ทราบวาจําเปนตอง ดูวั น ผลิ ต และวัน หมดอายุข องยา (ร อ ยละ 77.75) แต ก ลั บ ทราบและตอบถูกนอยในขอ 5) Exp.Date 15/4/54 หมายความ วา ยานั้นผลิตวันที่ 15 เมษายน 2554 (รอยละ 33.50) แสดง ใหเห็นวากลุมตัวอยางทราบวาตองดูวันผลิตและวันหมดอายุ แตหากแสดงเปนภาษาอังกฤษก็จะแปลความหมายไมได แต ทั้งนี้ไมสอดคลองกับการศึกษาการประเมินผลสัมฤทธิ์การ พั ฒ นาศั ก ยภาพผู บ ริ โ ภคของกองเผยแพร แ ละควบคุ ม การ โฆษณา ป 2545 เนื่องจาก กลุมตัวอยางสวนใหญในการศึกษา ดังกลาว มีระดับการศึกษามัธยมศึกษา จึงมีความรูมากที่สุด เรื่ อ ง การแปลความหมายของวั น เดื อ น ป ที่ ห มดอายุ ข อง ผลิตภัณฑสุขภาพ คิดเปนรอยละ 87.3 [13] 3. พฤติกรรมการซื้อยาจากรานขายยา กลุมตัวอยางสวนใหญมีพฤติกรรมการซื้อยาจากราน ขายยาโดยรวมอยู ใ นระดั บ ปานกลาง (ร อ ยละ 77.00) อาจ เนื่องมาจากพฤติกรรมของบุคคลเปนผลจากการเรียนรูและ ประสบการณที่ไดรับ ยอมมีความแตกตางกันในแตละบุคคล จึงยอมมีผลตอพฤติกรรมได เชนเดียวกับพฤติกรรมการซื้อยา จากรานขายยา ยอมเปนผลมาจากการไดรับความรูเกี่ยวกับ การซื้อยาที่ถูกตอง โดยพฤติกรรมที่ปฏิบัติเปนประจําสูงสุด คือ ซื้อยาโดยบอกอาการเจ็บปวยและใหผูขายจัดยาให รอยละ 28.25 สอดคลองกับ การสํารวจกลุมอาการและยาที่ใชของ ลูกคาที่มารับบริการในรานประสิทธิ์ (ทงจี้ตึ้ง) พบวา รอยละ 41.26 เลาอาการใหเภสัชกรจัดยาให [14] ที่เปนเชนนี้อาจ เนื่องมาจากไมทราบชื่อยา ก็เลยจะเลาอาการใหเภสัชกรจัดยา ให [15] 4. ความสั ม พั น ธ ร ะหว า งข อ มู ล ส ว นบุ ค คลกั บ พฤติกรรมการซื้อยาจากรานขายยา จากผลการศึกษาพบวา เพศ อายุ อาชีพ และรายได เฉลี่ยตอเดือน ไมมีความสัมพันธกับพฤติกรรมการซื้อยาจาก รานขายยา ซึ่งไมสอดคลองกับสมมติฐาน สวนสถานภาพ สมรส และระดับการศึกษา มีความสัมพันธกับพฤติกรรมการ ซื้อยาจากรานขายยา อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 สอดคลองกับสมมติฐานการวิจัย ซึ่งอภิปรายผลไดดังนี้ 4.1 เพศ ไมมีความสัมพันธกับพฤติกรรมการซื้อยา จากรานขายยา ไมสอดคลองกับ การ ศึกษาพฤติกรรมการซื้อ ยาจากรานขายยาของผูบริโภคในอําเภอ พระประแดง จังหวัด สมุทรปราการที่พบวา เพศ มีความสัมพันธกับพฤติกรรมการ ซื้อยาอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 [2] 4.2 อายุ ไมมีความสัมพันธกับพฤติกรรมการซื้อยา จากรานขายยา อาจเนื่องมาจากไมวาจะเปนกลุมอายุใดในการ วิจัยครั้งนี้ก็สามารถซื้อยาจากรานขายยาได เพราะปจจุบันราน ขายยาในจั ง หวั ด สงขลามี จํ า นวนเพิ่ ม มากขึ้ น [3] และ ประชาชนซื้ อ ยาจากร า นขายยา เพราะอยู ใ กล บ า น มี ค วาม สะดวกในการซื้ อ [16] แต ไ ม ส อดคล อ งกั บ การศึ ก ษา พฤติกรรมการซื้อยาจากรานขายยาของผูบริโภคในอําเภอพระ ประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ที่พบวา อายุ มีความสัมพันธ กับพฤติกรรมการซื้อยา อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 [2] 4.3 สถานภาพสมรส มีความสัมพันธกับพฤติกรรม การซื้อยา อาจเนื่ องมาจากสถานภาพสมรสมีสวนสําคัญตอ การตัด สิ นใจของบุค คล โดยบุ ค คลที่ มีสถานภาพโสดจะมี อิสระในการตัดสินใจตามสิ่งที่ตนตองการมากกวาบุคคลที่ สมรส ซึ่งบุคคลที่สมรสโดยทั่วไปจะตัดสินใจรวมกับคูสมรส สอดคล อ งกั บ การศึ ก ษาพฤติ ก รรมในการเลื อ กซื้ อ ยาของ ผู บ ริ โ ภคในเขตอํ า เภอหางดง จั ง หวั ด เชี ย งใหม พบว า ผูบริโภคที่มีคุณลักษณะสวนบุคคลแตกตางกันมีพฤติกรรมใน การเลือกซื้อยาแตกตางกัน อยางมีนัยสํา คัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทุกดาน[16] และสอดคลองกับ การศึกษาระดับความรู พฤติกรรมการเลือกซื้อและพฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ สุ ข ภาพของประชาชนที่ อ าศั ย อยู ใ นเขตเมื อ ง จํ า นวน 15 จังหวัด พบวา สถานภาพสมรส มีความสัมพันธกับพฤติกรรม HS 66
  9. 9. การประชุมวิชาการเสนอผลงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษาแหงชาติครั้งที่ 29 ณ มหาวิทยาลัยแมฟาหลวง ระหวางวันที่ 24-25 ตุลาคม 2556 การเลื อ กซื้ อ ผลิ ต ภั ณ ฑ สุ ข ภาพอย า งมี นั ย สํ า คั ญ ทางสถิ ติ ที่ ระดับ 0.01 [17] 4.4 อาชีพ ไมมีความสัมพันธกับพฤติกรรมการซื้อยา จากรานขายยา อาจเนื่องมาจาก ปจจุบันภาวะเศรษฐกิจตกต่ํา บุคคลจะซื้อผลิตภัณฑที่ตอบสนองความตองการของรางกาย และความจําเปนตอการดํารงชีพ โดยจะคํานึงถึงความจําเปน และประหยัด ดังนั้นอาชีพจึงไมมีความเกี่ยวของกับการซื้อยา จากร า นขายยา การศึ ก ษานี้ ไ ม ส อดคล อ งกั บ การศึ ก ษา พฤติกรรมการซื้อยาจากรานขายยาของผูบริโภคในอําเภอพระ ประแดง จังหวัดสมุทรปราการ พบวา อาชีพมีความสัมพันธ กับพฤติกรรมการซื้อยา อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 [2] 4.5 ระดับการศึกษา มีความสัมพันธกับพฤติกรรมการ ซื้อยาจากรานขายยา อาจเนื่ องมาจากกลุมตั วอยางสวนใหญ มี การศึกษาระดับประถมศึกษา ซึ่งเปนกลุมที่มีความรูไมสูง นิยม ซื้อยาจากรานขายยาเปนสวนใหญ เนื่ องจากสะดวก หาไดงาย สอดคลองกับการศึกษาพฤติกรรมการเลือกซื้อยาของผูบริโภคใน เขตอําเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม พบวา ผูตอบแบบสอบถาม สวนใหญมีระดับการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย รอยละ 37.53 สวนใหญมีพฤติกรรมเลือกซื้อยาจากรานขายยาใกลบาน เพราะ สะดวก อยูใกล ราคายาสมเหตุสมผล [16] 4.6 รายไดเฉลี่ยตอเดือน ไมมีความความสัมพันธกับ พฤติกรรมการซื้อยาจากรานขายยา อาจเนื่องมาจากเมื่อบุคคลเกิด การเจ็บปวย ก็จะสามารถซื้อยาจากรานขายยาไดโดยไมเกี่ยวของ กับรายได เฉลี่ ยตอเดือน เนื่อ งจากรา นขายยามีย าหลายชนิ ด หลายราคา ไมสอดคลองกับการศึกษาความรู ความเขาใจของ ผูบริโภคในเขตกรุงเทพมหานครที่มีผลตอพฤติกรรมการซื้อยา พบวา ปจจัยดานรายไดมีผลตอพฤติกรรมการซื้อยาบางดาน [12] 5. ความสัมพันธระหวางความรูกับพฤติกรรมการ ซื้อยาจากรานขายยา จากผลการวิจัยพบวา ความรูเรื่องการซื้อยาจากราน ขายยามีความสัมพันธกับพฤติกรรมการซื้อยาจากรานขายยา ในระดับต่ํา (r = 0.318) อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 สอดคลองกับสมมติฐานที่ตั้งไว ที่วาความรูเรื่องการซื้อยา จากรานขายยามีความสัมพันธกับพฤติกรรมการซื้อยาจากราน ขายยา และสอดคลองกับการศึกษาความรู ความเขาใจของ ผูบริโภคในเขตกรุงเทพมหานครที่มีผลตอพฤติก รรมการซื้อ ยา พบวาความรูเรื่องการซื้อยามีความสัมพันธกับพฤติกรรม การซื้อยา อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 [12] และ อาจเนื่องมาจากยาเปนปจจัยสี่ที่สําคัญในชีวิตประจําวันและ ยอมตองการความปลอดภัยตอรางกาย ทําใหมีการแสวงหา ขาวสารผานชองทางตาง ๆ เชน โทรทัศน สปอตวิทยุ หนังสือ แผนพับ โปสเตอร อินเตอรเน็ต [18] สรุปผลการศึกษาวิจัย จากผลการวิจัยพฤติกรรมการซื้อยาจากรานขายยา ของประชาชนในจัง หวั ดสงขลา สรุ ปไดว า กลุ มตั วอยา งมี ความรู เ รื่ อ งการซื้ อ ยาจากร า นขายยาในระดั บ ต่ํ า และมี พฤติ ก รรมการซื้ อ ยาจากร า นขายยาในระดั บ ปานกลาง ลักษณะขอมูลสวนบุคคล ไดแก เพศ อายุ และรายไดเฉลี่ยตอ เดือน ไมมีความสัมพันธกับพฤติกรรมการซื้อยาจากรานขาย ยา สถานภาพสมรสและระดับการศึกษามีความสัมพันธกับ พฤติ ก รรมการซื้ อ ยาจากร า นขายยา ในระดั บ ต่ํ า อย า งมี นัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ดานความรูเรื่องการซื้อยาจาก รานขายยามีความสัมพันธกับพฤติกรรมการซื้อยาจากรานขาย ยาในระดับต่ํา อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 [1] [2] [3] [4] เอกสารอางอิง บุปผา ศิรรัศมี. 2540. พฤติกรรมสุขภาพในเรื่องการใช ิ ยาปฏิชีวนะของประชาชนในจังหวัดนครปฐม. สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล. สมประสงค แตงพลอย. 2553. พฤติกรรมการซื้อยาจาก รานขายยาของผูบริโภคในอําเภอพระประแดง จังหวัด สมุทรปราการ. สารนิพนธหลักสูตรบริหารธุรกิจ มหาบัณฑิต สาขาการจัดการ มหาวิทยาลัยศรีนครินทร วิโรฒ. สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา. 2554. รายงานการ สรุปผลการดําเนินงาน. สงขลา. ศู น ย เ ฝ า ระวั ง ความปลอดภั ย ด า นผลิ ต ภั ณ ฑ สุ ข ภาพ. อาการไมพึงประสงคจากการใชยา. คนเมื่อ 20 กันยายน 2556, จาก http://thaipvc.fda.moph.go.th/thaihvc/index.jsf HS 67
  10. 10. การประชุมวิชาการเสนอผลงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษาแหงชาติครั้งที่ 29 ณ มหาวิทยาลัยแมฟาหลวง ระหวางวันที่ 24-25 ตุลาคม 2556 [5] โกมาตร จึงเสถียรทรัพย, ลือชัย ศรีเงินยวง และวิชิต เปานิล. 2550. ยากับชุมชน: มิติทางสังคม วัฒนธรรม. นนทบุร:ี สํานักวิจัยสังคมและสุขภาพ. [6] บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์. 2553. การเขียนรายงานการ วิจัยและวิทยานิพนธ. กรุงเทพฯ: โรงพิมพเรือนแกว. [7] Best, John W. 1977. Research in Education. New Jersy: Prentice Hall. Inc. [8] สมชาย วรกิจเกษมสกุล. 2553. ระเบียบวิธีการวิจัยทาง พฤติกรรมศาสตรและสังคมศาสตร. อุดรธานี: อักษร ศิลปการพิมพ. [9] ชาญชัย เรืองขจร. 2550. ระเบียบวิธีวิจัยพื้นฐาน. สงขลา: เทมการพิมพ. [10] อรุณี หนูผุด. 2553. รายงานขอมูลวิสาหกิจชุมชน จังหวัด สงขลา. สงขลา. [11] อนุตรา สงเคราะห. 2535. รายงานพฤติกรรมการใชยา ของผูสูงอายุในเขตชุมชน. กรุงเทพฯ: โรงพยาบาล เจริญกรุงประชารักษ. [12] ศิริพร ชีวศุภกร. 2546. ความรูความเขาใจของผูบริโภค ในเขตกรุงเทพมหานครที่มีผลตอพฤติกรรมการซื้อยา. สารนิพนธหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชา การตลาด มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. [13] จินตนา เทียมทิพร และคณะ. 2545. การประเมิน ผลสัมฤทธิ์ การพัฒนาศักยภาพผูบริโภคของกอง เผยแพร และควบคุมการโฆษณา ป 2545. กรุงเทพฯ: สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา. [14] กนกวรรณ จิตตจง. 2537. การสํารวจกลุมอาการและยา ที่ใชของลูกคาที่มารับบริการในรานประสิทธิ์ (ทงจี่ตึ้ง). ขอนแกน: มหาวิทยาลัยขอนแกน. [15] วราภรณ ตปนียากร. 2544. รานยามหาวิทยาลัย มหาสารคาม: การดําเนินงาน พฤติกรรมการซื้อยาของ ลูกคาและทัศนะของประชาชน. วิทยานิพนธ บริหารธุรกิจ มหาบัณฑิต สาขาบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. [16] กฤษณะ ฐานวรกูล. 2550. พฤติกรรมในการเลือกซื้อยา ของผูบริโภคในเขตอําเภอหางดงจังหวัดเชียงใหม. ภาค นิพนธปริญญามหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการทั่วไป มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต. [17] วิศิษฎ ประวีณวงศวุฒิ และคณะ. 2546. การศึกษาระดับ ความรู พ ฤติ ก รรมการเลื อ กซื้ อ และพฤติ ก รรมการ บริโภคผลิตภัณฑสุขภาพของประชาชน ป 2546. กรุงเทพฯ: สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา. [18] นิภาภรณ จัยวัฒน. (2547). ความรู พฤติกรรมการเลือก ซื้อและพฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑสขภาพของ ุ ประชาชน. กรุงเทพฯ: สํานักงานคณะกรรมการอาหาร และยา. HS 68

×