• Share
  • Email
  • Embed
  • Like
  • Save
  • Private Content
D
 

D

on

  • 439 views

 

Statistics

Views

Total Views
439
Views on SlideShare
439
Embed Views
0

Actions

Likes
0
Downloads
0
Comments
0

0 Embeds 0

No embeds

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

    D D Document Transcript

    • Generated by Foxit PDF Creator © Foxit Software http://www.foxitsoftware.com For evaluation only. โครงการพิเศษทางเภสั ชกรรมสั งคมและการบริหาร ภาคการเรียนที 1 ปี การศึกษา 2552 เรือง ปัจจัยทีมีอทธิพลในการเลือกยีห้ อยาแก้ปวดลดไข้ ิ สํ าหรับเด็ก The factor for influencing the selection of the brand of antipyretics and angelic for children ผู้ทาโครงการ ํ นศภ. มยุรา สุ ทธิสาย รหัส 470590-060 นศภ. ปิ ยวรรณ วิทยาสรรเพชร รหัส 471299-060 อาจารย์ ทปรึกษา ี ผศ.ดร.สุ พงษ์ เอกศิริพงษ์ อาจารย์ ทปรึกษาร่ วม อ.ดร. ศรัณย์ กอสนาน ี อ. ปิ ยะวัน วงษ์ บุญหนัก โครงการนีเป็ นส่ วนหนึงของการศึกษาตามหลักสู ตร ปริญญาเภสั ชศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
    • Generated by Foxit PDF Creator © Foxit Software http://www.foxitsoftware.com For evaluation only. โครงการพิเศษทางเภสัชกรรมสังคมและ การบริ หาร ภาคการเรี ยนที 1 ปี การศึกษา 2552 เรื อง ปัจจัยทีมีอิทธิพลในการเลือกยีห้อยาแก้ปวดลดไข้ สําหรับเด็ก ( The factor for influencing the selection of the brand of antipyretics and angelic for children) ผูทาโครงการ ้ ํ นศภ. มยุรา นศภ. ปิ ยวรรณ สุทธิสาย วิทยาสรรเพชร รหัส 470590-060 รหัส 471299-060 อาจารย์ทีปรึ กษา ………………………………………. ( ผศ.ดร.สุพงษ์ เอกศิริพงษ์) อาจารย์ทีปรึ กษาร่ วม ………………………………………. (อ.ดร. ศรัณย์ กอสนาน) อาจารย์ทีปรึ กษาร่ วม ………………………………………. (อ. ปิ ยะวัน วงษ์บุญหนัก)
    • Generated by Foxit PDF Creator © Foxit Software http://www.foxitsoftware.com For evaluation only. i ชือเรื อง การศึกษาปัจจัยทีมีอิทธิพลต่อการเลือกยีห้อยาแก้ปวดลดไข้สาหรับเด็ก ํ ผูวิจย ้ ั นศภ. มยุรา สุทธิสาย รหัส 470590 - 060 นศภ. ปิ ยวรรณ วิทยาสรรเพชร รหัส 471299 - 060 อาจารย์ทีปรึ กษา ผศ.ดร.สุพงษ์ อาจารย์ทีปรึ กษาร่ วม อ.ดร. ศรัณย์ อ. ปิ ยะวัน เอกศิริพงษ์ กอสนาน วงษ์บุญหนัก บทคัดย่อ การศึกษาวิจยนี มีวตถุประสงค์เพือศึกษาปัจจัยต่าง ๆ ทีมีอิทธิพลต่อการเลือกยีห้อยาแก้ปวด ั ั ลดไข้สําหรั บเด็ก เช่ น ผลิต ภัณฑ์ ราคา สถานที ตัง การส่ งเสริ มการตลาด ซึ งเป็ นการสํารวจ ประชาชนทีมาซือยาในร้านยาทัว ๆ ไป โดยเลือกเฉพาะผูทีมีบุตรหลานเท่านัน ้ เครื องมือทีใช้ในการทําวิจย คือ แบบสอบถาม ซึงผลการศึกษา พบว่า ปัจจัยทีมีอิทธิพลมาก ั ทีสุดต่อการเลือกยีห้อยาแก้ปวดลดไข้สาหรับเด็ก คือ ปัจจัยด้านช่องทางการจําหน่าย (ค่าเฉลีย 3.88) ํ รองลงมาคือปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์ (ค่าเฉลีย 3.66) ปัจจัยด้านรายการส่ งเสริ มการขาย (ค่าเฉลีย 3.33) และปัจจัยด้านราคา (ค่าเฉลีย 2.94) ตามลําดับ
    • Generated by Foxit PDF Creator © Foxit Software http://www.foxitsoftware.com For evaluation only. ii Senior Project: The factor for influencing the selection of the brand of antipyretics and angelic for children By: Mayura Piyawan Sudtisay Wittayasanphet Advisor: Coadvisor: Supong Sarun Piyawan 470590 471299 Aeksiripong Gorsanan Wongbunhnug ABSTRACT The objective of this research is to study factors that influence how to select the brand of antipyretics for children. These factors insist of product, price, place and promotion. This research focuses only on peoples consumptions on general pharmaceutical items through extended family. The data were collected from questionnaires. The results showed were place factor was the most factor (average score, 3.88). The others were product (3.66), marketing promotion (3.33) and others were prices (2.94)
    • Generated by Foxit PDF Creator © Foxit Software http://www.foxitsoftware.com For evaluation only. iii กิตติกรรมประกาศ งานวิ จย ฉบับนี สําเร็ จ ลุล่วงได้ดว ยดี โดยได้รับความกรุ ณาและความช่ว ยเหลือจาก ั ้ อาจารย์หลายท่านได้แก่ อาจารย์ทีปรึ กษาโครงการ ผศ.ดร.สุพงษ์ เอกศิริพงษ์ อาจารย์ทีปรึ กษาร่ วม อ.ดร.ศรัณย์ กอสนาน,อาจารย์ ปิ ยะวัน วงษ์บุญหนัก ซึงได้ช่วยเหลือในการวางแผนการทํางานวิจย ั ตรวจสอบความถูกต้องทางด้านเนื อหา รวมถึงให้ความช่วยเหลือ คําแนะนํา ช่วยปรั บปรุ งแก้ไข งานวิจยครังนีให้สาเร็ จลุล่วง ั ํ ผูวิจยขอขอบคุณ ร้านยาและประชาชนในเขตพืนทีอําเภอทุ่งสง อําเภอเมือง จังหวัด ้ ั นครศรี ธรรมราช ทีได้ให้ความร่ วมมือสละเวลาในการกรอกข้อมูลแบบสอบถามทีเป็ นประโยชน์ใน งานวิจย ทีช่วยให้งานวิจยดําเนินไปได้อย่างสมบูรณ์จนสําเร็ จ ั ั ขอแสดงความขอบพระคุณอย่างสูง ผูวิจย ้ ั มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ พ.ศ.2552
    • Generated by Foxit PDF Creator © Foxit Software http://www.foxitsoftware.com For evaluation only. iv สารบัญ บทคัดย่อ ABSTRACT กิตติกรรมประกาศ สารบัญตาราง บทที1 บทนํา บทที2 ทบทวนวรรณกรรม บทที3 วัสดุและวิธการวิจย ี ั บทที4 ผลการวิจย ั บทที5 สรุปผลการวิจยและข้ อเสนอแนะ ั เอกสารอ้างอิง ภาคผนวก i ii iii iv 1 4 26 29 38 40 42
    • Generated by Foxit PDF Creator © Foxit Software http://www.foxitsoftware.com For evaluation only. v สารบัญตาราง ตารางที 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 จํานวนร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจําแนกตามจํานวนเด็กในครอบครัว จํานวนร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจําแนกตามอายุ จํานวนร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจําแนกตามการศึกษาของผูซือ ้ จํานวนร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจําแนกตามอาชีพของผูซือ ้ จํานวนร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจําแนกตามรายได้ครอบครัวต่อเดือน จํานวนร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจําแนกตามการเลือกซือตามยีห้อยา จํานวนร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจําแนกตามเหตุผลในการเลือกซือ จํานวนร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจําแนกตามแหล่งข้อมูลข่าวสารทีได้รับ จํานวนร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจําแนกตามความถีในการซือ จํานวนร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจําแนกตามค่าใช้จ่ายในการซือแต่ละครัง จํานวนร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจําแนกตามการเลือกใช้ในครังต่อไป ค่าเฉลียข้อมูลด้านผลิตภัณฑ์ ค่าเฉลียข้อมูลด้านราคา ค่าเฉลียข้อมูลด้านการส่งเสริ มทางการตลาด ค่าเฉลียข้อมูลด้านช่องทางการจัดจําหน่าย ความแตกต่างปัจจัยทางการตลาด หน้ า 29 29 30 30 31 31 32 32 33 33 34 35 36 36 37 37
    • Generated by Foxit PDF Creator © Foxit Software http://www.foxitsoftware.com For evaluation only. 1 บทที 1 บทนํา หลักการและเหตุผล มนุษย์มีปัจจัยหลักทีใช้ในการดําเนินชีวิตอยู่ 4 ประการทีเรี ยกว่าปัจจัย 4 ได้แก่ อาหาร ทีอยู่ อาศัย เครื องนุ่งห่ม และยารักษาโรค แต่สมัยปัจจุบนมนุษย์อาจมีปัจจัยขันพืนฐานอืนอีกเพิมมากขึน ั เพือสนองความสุขให้แก่ตวเอง มนุษย์จึงแสวงหาสิ งสนองความต้องการอย่างอืนอีกทีเห็นว่าจําเป็ น ั สําหรับตนในสภาพแวดล้อมนัน ๆ เช่น รถยนต์ การศึกษา และการบริ การด้านอืน ๆ กล่าวเฉพาะในเรื องยารัก ษาโรค ในอดี ตนันมนุ ษย์จะใช้ยาทีหาได้จ ากธรรมชาติหรื อที เรี ยกว่ายาสมุนไพร เพราะสมัย ก่อนป่ าไม้ยงอุด มสมบูรณ์ การบริ โภคยาจึงเป็ นไปตามธรรมชาติ ั และไม่ซบซ้อน ประกอบกับโรคภัยต่าง ๆ ในสมัยก่อนก็ไม่รุนแรงเหมือนในปั จจุบนไม่ว่าจะเป็ น ั ั ในเด็กหรื อผูใหญ่ กล่าวได้ว่า มนุษย์นนดํารงชีวิตอยูส่วนหนึงก็เพือความสุขทีเกิดจากการไม่มีโรค ้ ั ่ แต่เนืองจากมนุษย์เป็ นสัตว์ประเสริ ฐเพราะมีสติปัญญาทีจะสามารถฝึ กฝนพัฒนาตนยิง ๆ ขึนไปได้มากกว่าสัตว์ชนิดอืน ๆ ในโลก ด้วยเหตุนีมนุษย์จึงพัฒนาวิธีการดําเนินชีวิตของมนุ ษย์บน พืนฐานของระบบปัจจัย 4 ให้กาวหน้ายิงขึน โดยเฉพาะยารักษาโรค จากยาสมุนไพรตามธรรมชาติก็ ้ นํามาเข้าสู่กระบวนการทางเทคโนโลยี ทําการวิจย หาสรรพคุ ณและสารจากยาเพือรัก ษาโรคให้ ั ได้ผลเร็ วยิงขึ น หรื อยาแผนปั จจุบนทีมนุ ษย์วิจยและใช้กระบวนการทางเทคโนโลยีผลิตมารักษา ั ั โรคก็ เ พื อการพัฒ นาคุ ณ ภาพชี วิ ต ของมนุ ษ ย์ใ ห้ดี ขึ นทังนั น ซึ งยาเหล่ า นี ก็ มี ทังยาที ผลิ ต ขึ น ภายในประเทศ และทีสังมาจากต่างประเทศ ทัง ๆ ทียาบางชนิดก็มีตวยาชนิดเดียวกันกับทีผลิต ั ภายในประเทศแต่ก็มีผบริ โภคจํานวนไม่นอยทียังไม่รู้และยังบริ โภคยาทีมาจากต่างประเทศอยู่ ู้ ้ ในส่วนของยาแก้ปวดลดไข้สาหรับเด็ก ปัจจุบนมีการผลิตยาชนิดนี ออกมาเป็ นจํานวนมาก ํ ั ทังจากภายในและภายนอกประเทศ แต่ในแง่ของตัวยาทีมีผลต่อการลดไข้นันไม่ว่าจะเป็ นยาทีผลิต ภายในประเทศหรื อต่างประเทศต่างก็มีผลต่อการรักษาผูป่วยเหมือนกัน กล่าวคือทังสอง มีการออก ้ ฤทธิยับยังการสร้าง Prostaglandins ในระบบประสาทส่วนกลางได้ดีเหมือนกัน (1) แต่ในการให้ยาสําหรับผูป่วยเด็กนัน ก็มีปัจจัยหลายอย่างทีอาจส่ งผลให้ผป่วยเด็กไม่ได้รับ ้ ู้ ยาและวิ ธี ก ารกิ น ที ถูก ต้อ ง ทํา ให้ก ารรั ก ษาผิด พลาดและไม่ไ ด้ผลตามที ต้อ งการไม่ ว่ า จะเป็ น ความสามารถของผูปกครองในการป้ อนยา รสชาติของตัวยา และผูทีป้ อนยาอาจมีหลายคนจึงอาจ ้ ้ ส่งผลให้ผป่วยเด็กไม่ได้รับยาและวิธีการกินทีถูกต้อง ทางทีดีผทีป้ อนยาเด็กเองจะต้องมีความรู้และ ู้ ู้ ได้รับคําแนะนําจากเภสัชกรโดยตรงด้วย (2) ปัจจุบนยาลดไข้มกมีฤทธิลดอาการปวดควบคู่ไปด้วย แต่จะมีฤทธิในการลดไข้ หรื อฤทธิ ั ั ในการแก้ปวดนันก็มากน้อยแตกต่างกันไปตามประเภทของยา ยาแก้ปวดลดไข้กลุ่มทีปลอดภัยทีสุด คือ พาราเซตามอล เช่น ยา Paracetamol syrupสําหรับเด็ก ใน 1 ช้อนชา มีปริ มาณ 5 cc มีตวยา ั
    • Generated by Foxit PDF Creator © Foxit Software http://www.foxitsoftware.com For evaluation only. 2 120 mg มีฤทธิในการยับยัง prostaglandins ในระบบประสาทส่วนกลางได้ดี Paracetamol syrup มี ผลลดอาการเกร็ งและยับยังบริ เวณข้างเคียงได้ตากว่า aspirin แต่มีความเป็ นพิษตํากว่า แต่ยาทุกตัว ํ หากใช้เกิ นขนาดที กําหนดจะเป็ นอัน ตราย ดังนัน ผูใช้ค วรอ่านฉลาก วิ ธีใช้ และข้อควรระวัง ้ ตลอดจนคําแนะนําต่าง ๆ ก่อนใช้ ทุกครังด้วย (3) เนืองจากปัจจุบนยาแก้ปวดลดไข้สาหรับเด็กมีวิวฒนาการในการผลิตเป็ นอย่างมาก ทังผลิต ั ํ ั จากภายในประเทศและต่างประเทศและยังมีการโฆษณาจากสื อต่าง ๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็ นสื อพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์ ต่างก็มีส่วนสําคัญในการตัดสินใจซือของผูบริ โภค โดยเฉพาะอย่างยิงยาประเภท ้ ทีมีสีสนสวยงามและมีรสชาติทีหอมหวาน ซึงมีจาหน่ายตามร้านขายยาทัว ๆ ไป โดยการเลือกซือยา ั ํ จะมีทงยายาต้นแบบ (Original) และเลือกจากยีห้อยา (Brand name) ซึงยาต้นแบบ (Original) คือ ั ยาที ผ่านการวิจ ัย และพัฒ นา ซึ งจะต้องผ่านกรรมวิธีต่ าง ๆ มากมายหลายขันตอน เริ มจากการ ศึกษาวิจย ผ่านกระบวนการทดลอง ซึงต้องเริ มในการศึกษาสารตังต้นเป็ นหมืน ๆ ตัวว่าตัวใดจะมี ั คุณสมบัติในการรักษาโรคนัน และก่อนนํามาใช้เรายังต้องทดลองกับสัตว์ทดลอง เพือให้แน่ ใจว่า สารทีเราวิจยขึนมานันมีฤทธิในการรักษาจริ งและผลข้างเคียงน้อยทีสุด กว่าจะสําเร็ จเป็ นยาแต่ละตัว ั ได้นนต้องใช้ เวลาในการศึกษาวิจยเป็ นสิบๆ ปี และต้องใช้เงินลงทุนจํานวนมากมาย เพือทีจะได้ยา ั ั ดี ๆสักตัว และ ยีห้อยา (Brand name) คือชือทีบริ ษทผูขายตังขึนเอง เพือให้เรี ยกง่าย และใช้ในการ ั ้ โฆษณา ทําให้ติดปาก ผูใช้ยาเรี ยกหาชือการค้าแทน (4) ้ จากการวิจยโดยองค์กรเอกชนด้วยการเก็บตัวอย่างผูทีซือยาและในการเลือกร้านยา พบว่า ั ้ ร้อยละ 98 ได้มีการใช้ยาตัวเดิม โดยให้เหตุผลว่า ใช้ยาตัวเดิมแล้วอาการดีขึน ส่ วนร้อยละ 2 เปลียน ยาตัวอืน โดยการแนะนําจากเภสัชกรในร้านยา (5) ทีผ่านมามูลค่าการบริ โภคยาของประเทศเป็ นข้อมูลสําคัญทีจะช่วยสะท้อนระบบยา และ ระบบสุ ขภาพของแต่ ละประเทศได้อย่างดี ดังนันในการจัดทําบัญชี รายจ่าย สุ ขภาพแห่ งชาติ จึ ง จําเป็ นต้องรวบรวมและสอบถามจํานวนเงิ นที ใช้จ่ ายไป แต่ ในปั จ จุ บันการรายงานมูลค่ าการ บริ โภคยาของประเทศไทย อาศัยการรวบรวมข้อมูลจากทีมีอยูในหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอยู่ใน ่ ลักษณะกระจัดกระจาย และไม่มีการรวบรวมและวิเคราะห์อย่างเป็ นระบบ (6) จากเหตุผลดังกล่าว ผูทาวิจยจึงต้องการทีจะศึกษาปั จจัยทีมีอิทธิพลในการเลือกยีห้อ ยาแก้ ้ ํ ั ปวดลดไข้สาหรั บเด็ก เพราะจะได้รู้ ว่าประชาชนเลือกซื อยาต้นแบบ (Original) หรื อ เลือกซื อ ํ เพราะยีห้อยา (Brand name) มากกว่ากันและเนืองด้วยเหตุใดจึงซือยาชนิดนัน แล้วยังเป็ นประโยชน์ อย่างยิงในการจัดทําบัญชีรายจ่าย สุขภาพแห่งชาติอีกด้วย วัตถุประสงค์ - ศึกษาปัจจัยทีมีอิทธิพลต่อการเลือกยีห้อยาแก้ปวดลดไข้สาหรับเด็ก ํ
    • Generated by Foxit PDF Creator © Foxit Software http://www.foxitsoftware.com For evaluation only. 3 ขอบเขตงาน 10 มิถุนายน 52 18 มิถุนายน 52 15 กรกฎาคม 52 ส่ง proposal (ครังแรก) ส่ง proposal ครังสุดท้ายทีแก้ไขเสร็ จสมบูรณ์แล้ว ส่งบทนําและส่วนทบทวนวรรณกรรม (ครังแรก) ส่งบทนําและส่วนทบทวนวรรณกรรม ครังสุดท้ายทีแก้ไขเสร็ จ 20 กรกฎาคม 52 สมบูรณ์แล้ว 14 สิงหาคม 52 ร่ างแบบสอบถามและเสนอต่ออาจารย์ทีปรึ กษา (ครังแรก) 31 สิงหาคม 52 ส่งแบบสอบถามทีแก้ไขแล้วเสนอต่ออาจารย์ทีปรึ กษา 1 กันยา – 30 ตุลาคม 52 นําแบบสอบถามทีสมบูรณ์แล้วนําไปสํารวจสุ่มประชาชน 120 คน 1 พฤศจิกายน 52 รวบรวมข้อมูลในการทํารายงาน 8 ธันวาคม 52 ส่งร่ างรายงานให้อาจารย์ทีปรึ กษา 17 ธันวาคม 52 ส่งรายงานให้อาจารย์ทีปรึ กษา วิธีทําและแผนงาน 1) 2) 3) 4) ร่ างแบบสอบถาม เสนอแบบสอบถามต่ออาจารย์ทีปรึ กษา นําแบบสอบถามมาปรับปรุ งแก้ไข นําแบบสอบถามทีสมบูรณ์ไปสุ่มถามประชากร 120 คนเพือเป็ น ตัวอย่าง 5) นําแบบสอบถามทีได้มาวิเคราะห์และประเมินผล 6) รวบรวมข้อมูลเพือทํารายงานส่ง งบประมาณ - ค่าถ่ายเอกสารรวม 1,500 บาท ประโยชน์ ทีจะได้ รับ - ทราบถึงปัจจัยทีมีอิทธิพลต่อการเลือกยีห้อยาแก้ปวดลดไข้สาหรับเด็ก ํ
    • Generated by Foxit PDF Creator © Foxit Software http://www.foxitsoftware.com For evaluation only. 4 บทที 2 ทบทวนวรรณกรรม ทฤษฏีแนวคิด การศึกษาปั จจัย ทีมีอิทธิพลในการเลือกยีห้อยาแก้ปวดลดไข้ สําหรั บเด็ก มีแนวคิด และ ทฤษฏีทีเกียวข้องและสัมพันธ์กบหลายสาขาวิชา เพราะพฤติกรรมการบริ โภค หรื อพฤติกรรมของ ั ผูบริ โภคในการเลือกยีห้อสินค้านัน จัดเป็ นสาขาหนึงของพฤติกรรมมนุษย์ศาสตร์ ในการเลือกยีห้อ ้ ยาแก้ปวดลดไข้สาหรับเด็กนัน มีตวแปรมากมายทีเข้ามาเกียวข้องและสัมพันธ์กนโดยกําหนดตัว ํ ั ั แปรสําคัญเป็ น 2 ประการ คือ ตัวแปรภายใน (ปัจจัยทางด้านจิตวิทยา) และตัวแปรภายนอกทีเป็ น ปัจจัยทางสิงแวดล้อม (ด้านสังคมและวัฒนธรรม ) (7) ปัจจัยทีมีผลต่อการตัดสินใจของผูบริ โภคแต่ละคนนัน ส่ วนหนึ งเป็ นเพราะข้อมูลทีได้รับ ้ คําแนะนํามา หรื อ แรงกดดันจากภายนอก แต่การตัดสินใจซื อทีแท้จริ งก็ยงขึ นอยู่กบการตัดสิ นใจ ั ั ภายในของบุคคลนันเป็ นหลักโดยนําข้อมูลทีได้รับจากปั จจัยภายนอกมาใช้ประกอบการตัดสิ นใจ ปั จ จัย ภายในของบุ ค คล (Internal variables) เรี ยกอีก อย่า งหนึ งว่ าปั จ จัย พืนฐาน (Basic determinants) และปั จ จัย ภายนอก (External variables) หรื อเรี ยกอีกอย่างหนึ งว่า อิทธิพลของ สิ งแวดล้อม (Environmental determinants or Influences) การศึกษาวิจยในครังนีจึงมุ่งศึกษาพิจารณาทังจากปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก ประกอบ ั กัน ปัจจัยแต่ละตัวมีขอบเขตดังต่อไปนี ปัจจัยทีมีต่อการตัดสินใจของผู้บริโภค 1. ตัวกระตุนทางการตลาด (Marketing Stimuli) ตัวกระตุนทางการตลาดหรื อข่าวสาร ้ ้ การตลาด หมายถึง เครื องมือทีนักการตลาดใช้เพือจูงใจผูบริ โภค ซึงตัวกระตุนดังกล่าวก็คือส่ วน ้ ้ ประสมการตลาดนันเอง 2. อิ ท ธิ พ ลจากสิ งแวดล้อ ม ผูบ ริ โภคแต่ ล ะคนอาศัย อยู่ใ นสิ งแวดล้อ มที มี ค วาม ้ สลับ ซับ ซ้อ นแตกต่ างกัน ไป กระบวนการตัด สิ น ใจและพฤติ ก รรมของบุ ค คลแต่ ล ะคนจึ งไม่ เหมือนกัน 3. อิทธิพลและความแตกต่างของตัวบุค คล เป็ นปั จจัยภายในทีมีอิทธิพลต่อพฤติกรรม ผูบริ โภคปัจจัยเหล่านีได้แก่ ความรู้, ทัศนคติ, การจูงใจ ฯลฯ ้
    • Generated by Foxit PDF Creator © Foxit Software http://www.foxitsoftware.com For evaluation only. 5 4. กระบวนการทางจิ ตวิ ทยา กระบวนการทางจิ ต วิ ทยานัน ได้แก่ ก ระบวนการต่าง ๆ ภายในระบบสมองของผูบริ โ ภค ซึ งประกอบด้วย ระบบการดําเนิ นการด้านข่ าวสารและความ ้ ทรงจํา ผลิต ภัณ ฑ์ (Product) ลัก ษณะของผลิต ภัณ ฑ์ที มีผ ลกระทบต่ อพฤติ ก รรมการซื อของ ผูบริ โภค เช่น ความแปลกใหม่, ลักษณะการใช้งาน, คุณภาพของผลิตภัณฑ์ ฯลฯ ลักษณะดังกล่าวทํา ้ ให้ผบริ โภคต้องดําเนินการตัดสินใจตามขันตอนอย่างเต็มรู ปแบบ รู ปร่ างของผลิตภัณฑ์ บรรจุภณฑ์ ู้ ั และป้ ายฉลาก สามารถก่ออิทธิพลต่อกระบวนการซือของผูบริ โภคได้ บรรจุภณฑ์ที “ สะดุดตา ” ้ ั อาจทําให้ผูบริ โ ภคคัด เลือกไว้เพือพิจ ารณา ประเมิน เพือการตัด สิ น ใจซื อ ป้ ายลากที แสดงให้ ้ ผูบริ โภคเข้าใจหรื อเล็งเห็นคุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์จะทําให้ผบริ โภคตัดสินใจง่าย ้ ู้ ราคา (Pricing) ราคาเป็ นองค์ประกอบสําคัญทีมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการซื อของผูบริ โภค ้ โดยเฉพาะในขันตอนการประเมิน ทางเลือกเพือตัด สิ น ใจซื อ โดยปกติ ผูบริ โ ภคมีแนวโน้มจะ ้ ประเมินผลิตภัณฑ์ราคาตําในเรื องความคุมค่าตํา สําหรับสิ นค้าฟุ่ มเฟื อย ราคามีอิทธิพลต่อการซือ ้ แตกต่างกันไป เนื องจากราคากลายเป็ นเครื องประเมินคุณค่า (Value) ของสิ นค้าในสายตาของ ผูบริ โภค พบว่าราคาสูงไม่ได้ทาให้ปริ มาณการซือสินค้าสูงไม่ได้ทาให้ปริ มาณการซือสินค้าลดลง ้ ํ ํ การจําหน่าย (Place) การจัดจําหน่ายผลิตภัณฑ์มีอิทธิพลต่อระดับการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ของ ผูบริ โภค การวางสิ นค้าแพร่ หลายเป็ นการเพิมความสะดวกในการซื อสิ นค้า ซึงเป็ นปั จจัยสําคัญ ้ ปัจจัยหนึงทีมีผบริ โภคมักนําไปพิจารณาประกอบการซือสินค้า ู้ การส่ ง เสริ มการตลาด (Promotion) การส่ ง เสริ มการตลาดมี อิ ทธิ พ ลต่ อ ขันตอนของ กระบวนการตัดสินใจซือทุกขันตอน สินค้าเปรี ยบเสมือนตัวแก้ปัญหาให้ได้และมากกว่าสินค้าของ คู่แข่ง ข่าวสารหลังการซือก็เป็ นการยืนยันว่า การตัดสินใจซือของลูกค้าถูกต้องด้วยในเวลาเดียวกัน (8) ปัจจัยภายในในตัวบุคคลหรือปัจจัยพืนฐาน ปั จ จัย ภายในหรื อปั จ จัย พืนฐานจัด เป็ นตัวควบคุมกระบวนความคิ ดภายในทังหมดของ ผูบริ โภค มีอยูดวยกัน 4 ประการคือ (9) ้ ่ ้ 1.1 ความต้องการของผูบริ โภค ้ 1.2 แรงจูงใจ 1.3 บุคลิกภาพ 1.4 การรู้ 1.1 ความต้องการของผู้บริโภค นักจิตวิทยาเชือว่าพฤติกรรมทังหลายของมนุษย์นน มีรากฐานมาจากความต้องการและเป็ น ั ทียอมรั บกัน ว่ าความต้องการของมนุ ษย์มีทังที เกิด จากทางสรี ร ะและสิ งแวดล้อม ดังนัน ความ ต้องการก็คือ สภาพทีบุคคลขาดความสมดุลในการดํารงชีวิต เมือร่ างกายมีสภาพขาดความสมดุลก็
    • Generated by Foxit PDF Creator © Foxit Software http://www.foxitsoftware.com For evaluation only. 6 ย่อมมีความต้องการเกิ ดขึ นเพือสนองตอบความเจริ ญ งอกงาม การสื บพัน ธุ์และการดํารงอยู่ทาง สังคม ความต้องการพืนฐานของบุคคลจึงแบ่งออกเป็ น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ 1.1.1 ความต้องการทางชีวภาพ หรื อความต้องการทางด้านร่ างกาย เช่น ต้องการอาหาร นํา อากาศ การพักผ่อน ถ้าขาดสิงเหล่านี ไปร่ างกายต้องดินรนแสวงหา 1.1.2 ความต้องการทางจิตวิทยา หรื อความต้องการทางใจคือต้องการทางด้านสังคม เป็ น ความต้องการของจิตใจ อารมณ์เพือหล่อเลียงชีวิตให้มีความสุข เช่น ต้องการความรัก ความมันคง ปลอดภัย ความสําเร็ จ การเป็ นทียอมรับ เป็ นต้น C. Glenn Walters ได้อธิบายว่าความต้องการ หมายถึง ความสามารถ หรื อความจําเป็ นใด ๆ ของมนุษย์ทีการกระทําและการมีประสิทธิภาพ จะต้องอาศัยความสามารถหรื อความจําเป็ นนัน ๆ หรื อกล่าวโดยย่อก็คือ ความต้องการ หมายถึง ความจําเป็ นทีร่ างกายต้องการ ซึงถ้าปราศจากสิ งนี จะ มีชีวิตอยูไม่ได้ (9) ่ 1.2 แรงจูงใจ แรงจูงใจ หมายถึง สิ งทีกระตุนให้ร่างกายกระทํากิจกรรมใดกิจกรรมหนึ งอย่างมี ้ จุดหมายปลายทาง ซึงอาจเกิดจากสิงเร้าภายในหรื อภายนอกก็ได้ แรงจูงใจทีเกิดจากสิ งเร้าภายใน เกิด จากองค์ประกอบภายในต่างๆ ในอินทรี ย ทีเป็ นแรงจู งใจเป็ นแรงกระตุ ้นให้เกิด กิจ กรรมที มี ์ ทิศทางเพือตอบสนองความต้องการ หรื อเพือสนองตอบต่อเป้ าหมายทีวางไว้ และแรงจูงใจทีเกิด จากสิ งเร้าทีมาจากภายนอก คือแรงดันทีทําให้บุคคลกระทําอย่างใดอย่างหนึ งจนสําเร็ จ หรื อพูดว่า เป็ นแรงชักจากสิ งทีมาเร้าให้เกิดความต้องการและแรงขับขึ นมา ให้บุคคลแสดงพฤติกรรมไปใน แนวทางใดทางหนึง จึงกล่าวได้ว่า แรงจูงใจทีเกิดจากสิ งเร้าภายนอกเป็ นสาเหตุสาคัญอีกประการ ํ หนึงทีผลักดันให้เกิดพฤติกรรม เช่น ต้องการสอบ Entrance จึงได้ไปเรี ยนกวดวิชา AI Dollaird and Miller ได้แบ่งแรงขับหรื อแรงจูงใจ ออกเป็ น 2 ประเภท คือ 1.2.1. แรงจูงใจทางสรี ระ แรงจูงใจประเภทนี ประกอบด้วยความหิ ว ความกระหาย และ ความต้องการ ทางเพศ 1.2.2. แรงจูงใจทางจิตวิทยา ซึงเป็ นแรงจูงใจทีเกิดจากการเรี ยนรู้ ตัวอย่าง เช่น แรงจูงใจที อยากจะเป็ นส่วนหนึงของกลุ่ม จากการจัดแบ่งของ AI Dollaird and Miller กล่าวได้ว่า แรงจูงใจทางสรี ระนันจัดเป็ น แรงจูงใจภายในตัวบุคคลทีสนองตอบความต้องการทางกายภาพเป็ นสําคัญ ขณะทีแรงจูงใจทาง จิตวิทยาหรื อแรงจูงใจทางสังคมนัน เป็ นสิงทีมาจากภายนอก เช่น คําชม หรื อรางวัล ขันตอนแห่งการเกิดแรงจูงใจ ประกอบด้วยขันตอนทีเกียวเนืองกัน 4 ขันตอน คือ (1) ขันความต้องการ ความต้องการเป็ นภาวะขาดความสมดุลทีเกิดขึนเมือบุคคลขาดสิ งที จะทําให้ส่วนต่างๆ ภายในร่ างกายดําเนินไปตามปกติ และสิงทีมีความจําเป็ นต่อชีวิตหรื อต่อจิตใจก็ ได้
    • Generated by Foxit PDF Creator © Foxit Software http://www.foxitsoftware.com For evaluation only. 7 (2) ขันแรงขับ ความต้องการในขันแรกกระตุนให้เกิดแรงขับทีทําให้คนไม่สามารถอยู่เฉย ้ ได้เรี ยกว่า เกิดแรงขับ ซึงระดับของความกระวนกระวายและอยู่เฉยไม่ได้ จะมีมากน้อยเพียงใดก็ ขึนอยูกบระดับความต้องการ ่ ั (3) ขันพฤติกรรม คือ เมือเกิด ความกระวนกระวายอยู่เฉยไม่ได้ ก็จ ะผลักดัน ให้บุคคล แสดงพฤติกรรมออกมา โดยจะแสดงพฤติกรรมออกมาได้มากน้อยแค่ไหนขึนอยูกบแรงขับนัน ่ ั (4) ขันลดแรงขับ เป็ นขันตอนสุ ด ท้า ยคื อแรงขับ จะลดลงภายหลังเกิ ด พฤติ ก รรมที สนองตอบความต้องการ แรงจูงใจในการบริ โภค ตามการอธิบายของ David Loudon and Albert J. Dell Bitta หมายถึง สภาวะทีอยูภายในตัวของผูบริ โภคเป็ นพลังทําให้ร่างกายมีการเคลือนไหวไปในทิศทางที ่ ้ มีเป้ าหมายทีได้เลือกไว้แล้วซึงมักจะเป็ นเป้ าหมายทีมีอยูในสิงแวดล้อมภายนอก (9) ่ ปัจจุบนมีนกจิตวิทยาหลายท่านทีได้พฒนาทฤษฎีแรงจูงใจขึนและมีอยู่ 3 ทฤษฎีทียอมรับ ั ั ั มากทีสุด คือ ทฤษฎีของฟรอยด์ (Freud, Thery) ฟรอยด์ได้แบ่งความนึกคิดพืนฐานทางด้านจิตใจของ มนุษย์ออกเป็ น 3 ประการ คือ (1) Id เป็ นความคิดทีเกียวข้องกับสิงกระตุนหรื อสิ งเร้าทีมีตงแต่เดิม เป็ นความต้องการขัน ้ ั พืนฐานทีแท้จริ งของมนุษย์ ถือว่าเป็ นแรงกระตุนตามสัญชาตญาน (instinctual drive) หรื อเป็ นจิต ้ ใต้สานึก ได้แก่ ความต้องการขันพืนฐานของร่ างกาย เช่น ความหิ ว ความกระหาย ความต้องการ ํ ทางเพศ เป็ นต้น (2) Ego เป็ นส่วนหนึงทีอยูในการควบคุมของจิตสํานึ กของแต่ละบุคคล จะทําหน้าทีคอย ่ ตรวจสอบภายใน โดยพยายามให้เกิ ด ความสมดุ ล ระหว่ างความต้องการอย่างหยาบและการ แสดงออกของพฤติกรรมทีสอดคล้องกับสังคมและวัฒนธรรม Ego จะเป็ นการรวมเอาการรับรู้และ กระบวนการทางความคิดหรื อความเข้าใจทางสังคมเข้าด้วยกันกับความต้องการขันพืนฐาน ซึงจะ นําไปสู่ส่วนทีแสดงออกอย่างเหมาะสมกับกาลเทสะ เหตุผล และการยอมรับของสังคม (3) Super Ego คือความแสดงถึงความต้องการส่ วนบุ คคลหรื อสังคมทีใช้เพือกําหนด เงือนไขทางด้านจริ ยธรรมของพฤติกรรม Super Ego จะเป็ นตัวควบคุมความต้องการอย่างหยาบ ให้ แสดงออกมาในด้านความดีงาม ศีลธรรม และจรรยาบรรณ เป็ นส่วนของมโนธรรมหรื อจิตสํานึกซึง นําไปสู่ความละอายเหนือเกรงกลัวต่อบาปกรรม (10) โดยทัวไป ผลิ ต ภัณ ฑ์แ ต่ ละชนิ ด สามารถสร้ า งสิ งเร้ าที อยู่ใ นตัว ของผูบ ริ โ ภคได้ และ ้ ผูบริ โภคมักจะใช้ผลิตภัณฑ์ตาม Ego ของแต่ละคน ดังนัน นักการตลาดจึงนิยมใช้แรงจูงใจทีต่างกับ ้ กลุ่มเป้ าหมายแต่ละกลุ่ม
    • Generated by Foxit PDF Creator © Foxit Software http://www.foxitsoftware.com For evaluation only. 8 ทฤษฎีแรงจูงใจของมาสโลว์ (Maslow, Theory) มาสโลว์ได้อธิบายว่า บุค คลต่าง ๆ ทาง การตลาดจะถูกกระตุนหรื อถูกผลักดันเนืองจากความต้องการบางสิ งบางอย่าง ณ เวลาใดเวลาหนึ ง ้ ซึงมาสโลว์ได้แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็ นลําดับขัน 5 ขันตอน คือ (1) ความต้องการขันพืนฐาน เป็ นความต้องการทางร่ างกาย เช่น ความต้องการมีชีวิตรอด รวมทังความต้องการทางสรี ระ (2) ความต้องการความปลอดภัย เป็ นความต้องการปกป้ องคุมครอง ความต้องการความ ้ มันคง ความต้องการให้ปลอดภัยจากภัยอันตราย และความต้องการให้มีสุขภาพอนามัยดี (3) ความต้องการด้านสังคม เป็ นความรู้สึก ถึงการเป็ นที ยอมรั บ การเป็ นส่ วนหนึ งของ สังคม การได้รับความรักและมิตรภาพ ความรู้สึกดีต่อกัน (4) ความต้องการการยกย่อง เป็ นความต้อ งการทาง Ego กล่า วคื อ มีค วามต้องการ ภาคภู มิใจ ชื อเสี ย ง สถานภาพ และความเคารพตัวเอง ความต้องการในขันนี เป็ นการแสดงถึง สถานภาพหรื อภาพลักษณ์ของตนเอง (5) ความต้องการประสบการณ์ ความสําเร็ จในชีวิ ต เป็ นความปรารถนาของบุค คลทีจะ ตอบสนองศัก ยภาพส่ ว นตัว ของบุ ค คลนัน เป็ นสิ งที บุ ค คลนันมีค วามใฝ่ ฝั น ที จะไปให้ถึง หรื อ ต้องการทีจะเป็ น โดยปกติ มนุษย์มกจะมีการตอบสนองความต้องการในระดับต้นก่อนแล้วค่อยขยับไปหา ั ความต้องการในขันทีสูงขึน แต่อย่างไรก็ตาม มาสโลว์ ได้กล่าวว่า ความต้องการของมนุ ษย์มีความ จําเป็ นพืนฐานไม่เท่ากัน ความต้องการจึงไม่จาเป็ นต้องเรี ยงลําดับจาก 1, 2, 3, 4 และ 5 เสมอไป ํ บางครังความต้องการในระดับสูงกว่าอาจจะต้องการการตอบสนองมากกว่าระดับล่าง หรื อบางครั ง ความต้องการในหลาย ๆ ระดับสามารถเกิดขึนได้พร้อม ๆ กัน ดังนัน นักการตลาดจะต้องเรี ยนรู้ เกียวกับทฤษฎี ของมาสโลว์เพือทําความเข้าใจว่าผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ จะสอดคล้องกับเป้ าหมายและ ความต้องการของผูบริ โภคแต่ละคนได้อย่างไร ้ ทฤษฎีของ Hertzberg,s Theory เป็ นทฤษฎี 2 ปัจจัย โดย ปัจจัยที 1 เป็ นการอธิบายถึงปัจจัยก่อให้เกิดการไม่พึงพอใจ ปัจจัยที 2 เป็ นการอธิบายถึงปัจจัยก่อให้เกิดความพึงพอใจ • การรับรู้ หมายถึง กระบวนการทีมนุ ษย์เลือกทีจะรับรู้ สรุ ปการรับรู้ เพือทีจะสร้างภาพในสมอง การรับรู้จะเกิดจากปัจจัยภายในของแต่ละบุคคล เช่น ความเชือ ประสบการณ์ ความต้องการ และ อารมณ์ ยังเกิดแรงกระตุนต่าง ๆ จากสิงแวดล้อมภายนอกทีผ่านเข้าไปยังผูบริ โภคทางประสาทรับรู้ ้ ้ ทัง 5 ซึงบุคคลนันก็จะมีระบบระเบียบข้อมูล บุคคลแต่ละคนอาจจะมีการรับรู้ไม่เหมือนกันทัง ๆ ทีเกิดจากสิงกระตุนหรื อสิ งเร้าเดียวกัน ้ หรื ออยูในสถานการณ์เดียวกัน ทังนีเนืองจากผลของกระบวนการการเลือกสรรการรับรู้ของแต่ละ ่ บุคคลไม่เหมือนกัน
    • Generated by Foxit PDF Creator © Foxit Software http://www.foxitsoftware.com For evaluation only. 9 1. การเลือกทีจะเปิ ดรับข้อมูล เช่น ทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ 2. การเลือกทีจะสนใจข้อมูล เช่น จะอ่านหนังสือพิมพ์เฉพาะเรื องทีเราสนใจ 3. การเลือกทีจะตีความหมาย เช่น จะตีความหมายของโฆษณาว่าดีทงนี ขึนกับทัศนคติ ั และความเชือ 4. การเลือกทีจะจดจํา 5. การป้ องกันการรับรู้ในสิงทีสามารถป้ องกันตนเองจากความรู้สึกเจ็บปวดหรื อสูญเสีย 6. การปิ ดกันการรับรู้ จะมีการปิ ดกันสิ งกระตุนทีเข้ามาเช่น ไม่ยอมดู เดินหนี ้ • การเรียนรู้ จะเกียวกับการเปลียนแปลงพฤติกรรมของแต่ละบุคคล ซึงพฤติกรรมทีเกิดจากการ เรี ย นรู้ นันอาจแสดงให้เห็ นอย่างเปิ ดเผย หรื อ อาจเป็ นการเปลียนแปลงในด้านทัศนคติ อารมณ์ บุคลิกภาพ ซึงนักวิชาการเชือว่า การเรี ยนรู้เป็ นผลทีเกิดขึ นจากปฏิกิริยาระหว่างแรงขับเคลือน สิ ง เร้า การตอบสนอง • ความเชือ คือรายละเอียดของความคิดซึงคนเรายึดถือสิ งใดสิ งหนึ ง ผูบริ โภคมีความเชือเกียวกับ ้ ผลิตภัณฑ์ทีแตกต่างกัน และผูบริ โ ภคมีแนวโน้มทีจะซื อผลิต ภัณ ฑ์ไปตามความเชือของตนเอง ้ ผูบริ โภคยังมีความเชือทีเด่นชัดเกียวกับผลิตภัณฑ์หรื อตราสินค้า ้ • ทัศนคติ คือ ความโน้มเอียงทีเรี ยนรู้เพือให้มีพฤติกรรมทีสอดคล้องกับลักษณะทีพึงพอใจหรื อไม่ พึงพอใจต่อสิ งใดสิ งหนึง หรื อความรู้สึกจูงใจให้ตอบสนองต่อสิ งใดสิ งหนึงความรู้สึกทีเกิดขึ นอาจ ดีหรื อไม่ดีก็ได้ “ ทัศนคติเกิดจากการเรี ยนรู้ของบุคคลแต่ละคนการพยายามเปลียนแปลงทัศนคติ ของผูบริ โภคเป็ นงานทียาก ท้าทาย และใช้เวลานาน ดังนัน นักการตลาดส่ วนใหญ่จึงนิ ยมนําเสนอ ้ ผลิตภัณฑ์ทีสอดคล้องกับความเชือและทัศนคติของผูบริ โภคมากกว่าทีจะพยายามเปลียนแปลงให้ ้ เป็ นไปตามทีต้องการ เว้นแต่ว่าการลงทุนในการเปลียนแปลงทัศนคตินนให้ผลคุมค่า” (11) ั ้ 1.3 บุคลิกภาพ บุคลิกภาพ ตามการอธิบายของ C. Gltnn Walters คือโครงสร้างทังหมดของบุคคลนัน หรื อผลสรุ ปรวมของบุคคลหรื อลักษณะทังหลายทีทําให้บุคคลคนหนึ งแตกต่างไปจากบุคคลอืน ๆ และตามความหมายของ Leon G. Schiffman and Leslie Lazer Kanuk หมายถึง ลักษณะภาย ในทางจิ ต วิ ท ยาที เป็ นการพิ จ ารณา และเป็ นการสะท้อ นถึ งการตอบสนองของบุ ค คลที มี ต่ อ สิ งแวดล้อม David Loudon and Albert J. Dell Bitta ได้อธิบายว่าหมายถึง เป็ นศูนย์ลกษณะเฉพาะตัวที ั แสดงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลกับคนอืน ๆ มากกว่าทีมีลกษณะเหมือนกัน (12) ั ความต้องการสะท้อนลักษณะเฉพาะตัว ของผูบริ โ ภค จึงเป็ นปั จจัย หนึ งทีก่อให้เกิดการ ้ ตัดสินใจในการบริ โภคทีจัดเป็ นการสนองตอบต่อความต้องการภายในและความต้องการทีจะให้ เกิ ด ความแตกต่ า งไปจากบุ ค คลอื น ๆ เป็ นการสะท้อ นให้เ ห็ น การสนองตอบที บุ ค คลมี ต่ อ สภาพแวดล้อม
    • Generated by Foxit PDF Creator © Foxit Software http://www.foxitsoftware.com For evaluation only. 10 1.4 การรู้ การรู้ หมายถึ ง การประมวลที ได้จ ากการรั บ รู้ แ ละทัศ นคติ ข องผูบ ริ โภคโดยผ่า น ้ กระบวนการทางประสาทสัมผัส โดยการรู้มีองค์ประกอบ 2 ส่วนคือ การรับรู้ และทัศนคติ 1.4.1 การรั บรู้ (perception) หมายถึง การที บุ ค คลสําเนี ยก (aware) และมีปฏิกิ ริ ย า ตอบสนอง (reaction) ต่อสิ งเร้ า โดยปกติเรารับรู้โดยผ่านระบบสัมผัสซึ งได้แก่ ตา หู จมูก ลิน ผิวหนัง และกล้ามเนือ ข่าวสารทีระบบสัมผัสรับจากสิงแวดล้อมจะถูกส่งต่อไปยังสมองเพือให้เกิด ความรู้สึก การได้เห็น การได้กลิน การได้รส ความรู้สึกร้อนหนาว ฯลฯ และสมองจะตีความสิ งที รู้สึกต่อไปอีกขันหนึงเป็ นการรับรู้ว่าสิงทีได้เห็น ได้ยนนัน คืออะไร ิ การรับรู้ คือ การใช้ประสบการณ์เดิมแปลความหมาย สิ งเร้า ทีผ่านประสารทสัมผัสแล้ว เกิดความรู้สึกการรับรู้ หรื อ สัญญาณ ระลึกรู้ความหมายว่าเป็ นอะไรและสิงเร้าในทีนี คือ ตัวกระตุน ้ ให้บุค คลเกิ ด พฤติก รรม แบ่ งเป็ น 2 ประเภท คื อสิ งเร้ าภายใน (internal stimulus) และสิ งเร้ า ภายนอก (external stimulus) เป็ นสิ งเร้าทีเกิดจากสิ งทีเกิดจากสิ งแวดล้อมนอกกาย อาจเป็ นวัต ถุ สิ งของ มนุษย์ สภาพการณ์ ตลอดจนนามธรรมต่างๆ เช่น วัฒนธรรม ศาสนา ประเพณี ค่านิ ยม ฯลฯ สิงเหล่านี ถ้ามีส่วนกระตุนให้อินทรี ยแสดงพฤติกรรมอย่างใดอย่างหนึ งออกมาจึงจะจัดว่าเป็ น ้ ์ สิ งเร้า 1.4.2 ทัศนคติ (attitude) เรี ยกอีกอย่างหนึ งว่า เจตนคติ หรื อ เจตคติ นับว่ามีอิทธิพลต่อ ชีวิตในสังคมเป็ นอย่างมาก เจตคติ คือ ความรู้สึกเห็นด้วยหรื อไม่เห็นด้วยต่อบุคคล หรื อต่อสิงใด ๆ ทัศนคติ หรื อ เจตคติตามการอธิบายของ Norman L. Munn หมายถึง ความรู้สึกและความ คิดเห็นทีบุคคลมีต่อสิงของ บุคคล สถานการณ์ สถาบัน และข้อเสนอใด ๆ ในทางทียอมรับหรื อ ปฏิเสธ ซึงมีผลให้บุคคลพร้อมทีจะแสดงปฏิกิริยาตอบสนองด้วยพฤติกรรมอย่างเดียวตลอดไป ปัจจัยทางสิงแวดล้อม ปัจจัยทางสิงแวดล้อมหรื อตัวแปรภายนอกด้านสังคมวัฒนธรรม แสดงให้เห็นว่าผูบริ โภค ้ ไม่ได้มีพฤติ กรรมอยู่ในความว่างเปล่า แต่บุคคลจะมีก ารได้รับอิทธิ พลจากสิ งแวดล้อมอยู่เรื อย ตลอดเวลาปัจจัยสิ งแวดล้อมทีมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมผูบริ โภคในการศึกษานี แบ่งเป็ น5 ปั จจัย คือ ้ (9) 1. อิทธิพลของครอบครัว (Family influences) 2. อิทธิพลของสังคม (social influences) 3. อิทธิพลของธุรกิจ (business influences) 4. อิทธิพลของวัฒนธรรม (cultural influences) 5. อิทธิพลของเศรษฐกิจหรื ออิทธิพลของรายได้ (economic income influences) 1. อิทธิพลของครอบครัว
    • Generated by Foxit PDF Creator © Foxit Software http://www.foxitsoftware.com For evaluation only. 11 อิทธิพลด้านครอบครัว เป็ นอิทธิพลที เกิดมาจากสมาชิกภายในครั วเรื อน โดยครอบครั ว หมายถึง กลุ่มของบุ คคลซึงเกียวข้องกัน ทางกําเนิ ด การแต่งงาน หรื อการรับอุปการะ และหน่ ว ย พฤติกรรมพืนฐานของสังคมส่วนใหญ่คือ ครอบครัว การพัฒนารู ปแบบของผูบริ โภคในวัยเด็กส่ วน ้ ใหญ่จะขึนอยูกบครอบครัว ผลกระทบระหว่างการเจริ ญเติบโตของบุคคลภายในครอบครัวตังแต่ ่ ั เด็กจะส่งผลต่อพฤติกรรมของบุคคลตลอดชีวิตของเขา ครอบครัว จําแนกตามรู ปแบบการดําเนินชีวิตได้ 3 แบบคือ (1) ครอบครัวทีเน้นความเป็ นครอบครัวหลัก (Family centered family) เป็ นครอบครัวที เน้นการอยูรวมกัน มักพบในครอบครัวคนจีนหรื อคนไทยโบราณ ่ (2) ครอบครัวทีเน้นถึงอาชีพการทํางานของครอบครัวหลัก (career centered family) เป็ น ครอบครัวทีถือความสําเร็ จในหน้าทีการงานเป็ นหัวใจของครอบครัว (3) ครอบครัวทีเน้นการบริ โภคของครอบครัวเป็ นหลัก (consumption centered families) เป็ นครอบครัวทีมีรูปแบบทีไม่เน้นทังอาชีพหรื อชีวิตครอบครัวเป็ นหลัก เป็ นครอบครัวทีชอบมีวิธี ชีวิตทีมีมาตรฐานการดําเนินชีวิตทีสูง มีการใช้จ่ายเพือหาความสุขให้กบครอบครัว ั ปัจจัยทีมีอิทธิพลต่อการซือของครอบครัว (factors of family purchase influence) ได้แก่ (1) เป้ าหมายของครอบครัว (2) สถาบันครอบครัว (3) ความสอดคล้องภายในครอบครัว (4) โครงสร้างของบทบาทภายในครอบครัว (5) วงจรชีวิตของครอบครัว (6) วิถีทางการดําเนินชีวิตของครอบครัว 2. อิทธิพลของสังคม พฤติกรรมการซือของบุคคลจะขึนอยูกบอิทธิพลทางสังคมทีเขาสังกัดอยู่มากกว่ารายได้ที ่ ั เขาได้รับ (13) 3. อิทธิพลของธุรกิจ เป็ นการติดต่อเกียวข้องโดยตรงของบุคคลทีมีต่อธุรกิจโดยผ่านสถานทีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็ น ร้านค้า ห้างสรรพสิ น ค้า และสถานที อืน ๆ หรื อจะโดยผ่านวิ ธีการขายที ใช้บุคคลไม่ว่ าจะเป็ น ตัว แทนขายตรง พนัก งานขาย รวมไปถึงการติ ด ต่ อซื อขายโดยผ่านการโฆษณา หรื อผ่านสื อ รู ปแบบต่ าง ๆ ได้แก่ วิ ทยุ โทรทัศน์ สื อสิ งพิมพ์ สื อจดหมายก็ ได้ โดยธุ ร กิ จ อาศัย กลยุทธ์ก าร โฆษณาและการส่งเสริ มการตลาด มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทีเหมาะสมและนําไปสู่แหล่งขายทีถูกต้อง โดยมีวิธีการส่งเสริ มการตลาดทีเหมาะสม (7) ไม่ว่าจะเป็ นการลดราคาในช่วงแนะนํา การทดลอง
    • Generated by Foxit PDF Creator © Foxit Software http://www.foxitsoftware.com For evaluation only. 12 ใช้ก่อนซือหรื อจัดรู ปแบบของร้านค้าเพือสนองตอบความต้องการของลูกค้าทังด้านความสะดวก ความประทับใจ เป็ นต้น อิทธิ พลของธุร กิจ ทีกล่าวมาในข้างต้นในด้านการส่ งเสริ มการตลาดนัน นับว่าเป็ นการ สร้ างแรงจู งใจให้เกิ ดขึ นแก่ ผบริ โ ภค เพือให้ผบริ โ ภคตัดสิ นใจซื อหรื ออีกด้านหนึ งเป็ นการให้ ู้ ู้ ข้อมูลสิ นค้าเพือมุ่งสนองตอบความต้องการหรื อจะเพืออะไรก็ต าม แต่ทายสุ ดแล้วเป้ าหมายของ ้ ธุร กิ จ คือ การขาย จึ งต้องวางกลยุทธ์ทางการตลาดในทุก ทางเพือกระตุ ้น ให้ผูบริ โภคเกิด ความ ้ ต้องการและตัดสิ นใจบริ โ ภคสิ น ค้า รวมไปถึงบริ โภคอย่างต่อเนื องซึงในเรื องการบริ โภคสิ นค้า อย่า งต่ อเนื องนี ธุ ร กิ จ ต่ าง ๆ จะใช้วิ ธีก ารที แตกต่ า งกัน ไป แต่ สิงที กิ จ ต้อ งคํานึ ง ถึง คื อ เรื อง พฤติกรรมของผูบริ โภค อิทธิพลทีมีต่อพฤติกรรมการบริ โภคไม่ว่าจะเป็ นปั จจัยพืนฐานต่าง ๆ และ ้ ปัจจัยสิงแวดล้อม เพือหาแนวทางในการกําหนดกลยุทธ์ทางการตลาดทังด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การโฆษณา การส่งเสริ มการขาย และการจัดวางรู ปแบบสินค้า เป็ นต้น 4. อิทธิพลของวัฒนธรรม วัฒนธรรมเป็ นปัจจัยทีมีผลกระทบต่อพฤติกรรมการแสดงออกของบุคคล เพราะวัฒนธรรม หมายถึง ความคิด ความเชือ ทัศนคติ ค่านิ ยม นิ สัย โดยสรุ ปก็คือ วัฒนธรรมเป็ นเรื องของวิถีชีวิต โดยรวมของกลุ่มคนทีแสดงออกมาทังในด้านการกิน อยู่ หลับนอน การแสดงความสัมพันธ์ต่อกัน และกัน ต่อวัตถุสิงของ และต่อธรรมชาติแวดล้อม โดยมีความคิด ความเชือ ทัศนคติ ค่านิ ยม โลก ทัศน์เป็ นตัวกําหนดการแสดงออกในรู ปของวิถีชีวิตทีมองเห็นได้โดยรวม มีการถ่ายทอดจากชนรุ่ น หนึงไปสู่ชนรุ่ นหนึงและมีการเปลียนแปลงอยูตลอดเวลา ่ พฤติกรรมการบริ โภคจัดเป็ นส่วนหนึงของวิถีชีวิตของกลุ่มคนทีดําเนิ นไปตามกรอบของ สังคมและวัฒนธรรมโดยผ่านกระบวนการเรี ยนรู้พฤติกรรมในด้านดังกล่าวจากครอบครัว ชุมชน สังคม ทีตนเป็ นสมาชิกอยู่ ดังนัน วัฒนธรรมจึงเป็ นปั จจัยทีมีผลต่อพฤติ กรรมการบริ โภคของสมาชิกกลุ่ม และเป็ น ส่ ว นหนึ งของกลยุท ธ์ท างธุ ร กิ จ เพื อให้ข ายสิ น ค้า ได้นั น ผูป ระกอบการจํา เป็ นต้อ งคํา นึ ง ถึ ง ้ ลักษณะเฉพาะทางวัฒนธรรมในแต่ละกลุ่ม แต่ละภูมิภาคทีมีวฒนธรรมแตกต่างกันไปทังในด้าน ั ภู มิศาสตร์ ศาสนา ความเชื อและขนบธรรมเนี ย ม ประเพณี ซึ งความแตกต่ างกัน และการใช้ วัฒนธรรมเฉพาะอย่างเป็ นสิงดึงดูดโดยเฉพาะวัฒนธรรมในด้านบวกของกลุ่มชนเป็ นจุดเชือมโยง การซือขาย (14) 5. อิทธิพลของเศรษฐกิจหรืออิทธิพลของรายได้ เศรษฐกิจหรื อรายได้ เป็ นข้อจํากัดหรื อตัวกําหนดทีมีอิทธิพลต่อผูบริ โภคทังในรู ปของตัว ้ เงินและเป็ นปัจจัยอืน ๆ ทีเกียวข้องกัน (13) ได้แก่ฐานะการเงินของครอบครัว สภาวะทางเศรษฐกิจ ของสังคมทีมีผลต่อพฤติกรรมการบริ โภคในลักษณะทีฟุ่ มเฟื อยหรื อประหยัดและวัยทีแตกต่างกันก็ จะมีฐานะหรื อรายได้ทีแตกต่างกันทําให้มีพฤติกรรมการบริ โภคในลักษณะทีแตกต่างกัน
    • Generated by Foxit PDF Creator © Foxit Software http://www.foxitsoftware.com For evaluation only. 13 บุคคลทีตัดสินใจซือโดยถือเกณฑ์ทางเศรษฐกิจนัน โดยหลักการแล้วเป็ นการใช้เหตุผลใน การประเมิน จัด ลําดับทางเลือกแต่ ละผลิต ภัณ ฑ์และทางเลือกซึ งให้มูลค่ าสู ง โดยพิจ ารณาถึ ง ประโยชน์ ข้อดี ข้อเสีย แต่พบว่าหลักการดังกล่าวมีขอจํากัดอยู่คือ บุคคลแต่ละคนจะมีขอจํากัดทัง ้ ้ ในด้านทักษะ อุปนิ สัย และจุดมุ่งหมายทีต่างกัน ข้อจํากัดในด้านความรู้ทีอาจเกิดจากตลาดทีให้ ข้อมูลสินค้าไม่สมบูรณ์ ทําให้การตัดสินใจพิจารณาความสัมพันธ์เรื องคุณภาพและราคาทําได้ยาก (7) ดังนันพฤติกรรมการบริ โภคจึงประกอบด้วยอิทธิพลของปัจจัยอืน ๆ เข้าร่ วมด้วย เช่น พฤติกรรมผู้บริโภค ปัจจุบนการดําเนินงานขององค์การธุรกิจ ทังภาครัฐและเอกชนมีการแข่งขันกันสูง และมี ั ความรุ นแรงเพิมขึนเรื อย ๆ เพือความอยูรอดและให้องค์การสามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้ ธุรกิจต้อง ่ ไม่เพี ย งแต่ สร้ างสิ น ค้า หรื อบริ ก ารออกสู่ ต ลาดเท่ านั น แต่ ผูบริ หารการตลาดของทุ ก องค์ก าร ้ จําเป็ นต้องศึก ษาและทําความเข้าใจถึง พฤติ กรรมของผูบริ โภค (Consumer Behavior) เพือให้ ้ สามารถผลิตสินค้า หรื อ บริ การทีตรงกับความต้องการของผูบริ โภคได้อย่างเหมาะสม โดยองค์การ ้ ต้องพยายามสนอง ความต้องการ (Needs) ของผูบริ โ ภคให้มากทีสุ ด และสร้างความได้เปรี ย บ ้ เหนื อคู่แข่งจากการสร้าง ความพึงพอใจ (Satisfaction) แก่ผูบริ โภค ซึ งผูบริ โภคแต่ละคนจะมี ้ ้ พฤติ ก รรมการบริ โ ภคแตกต่ างกัน เพือมิให้เกิด ความสับสนในการศึกษาลัก ษณะโดยรวมของ พฤติกรรมผูบริ โภค ้ พฤติ กรรมผูบริ โ ภค หมายถึง กระบวนการตัด สิ น ใจและกิ จ กรรมทางกายภาพทีบุ ค คล ้ กระทํา เมื อเขาทํา การประเมิ น (Evaluating) แสวงหาและครอบครอง (Acquiring) การใช้ (Using) หรื อการบริ โภค (Consuming) สิ นค้าและบริ การ (Good and Services) หรื อพฤติกรรม ผูบริ โภค หมายถึง บุคคลในการค้น หา (Searching) การซือ (Purchasing) การใช้ (Using) การ ้ ประเมิน (Evaluating) และการดําเนินการ (Disposing) เกียวกับสินค้าและบริ การ สรุ ปได้ว่า พฤติกรรมผูบริ โภค หมายถึง กระบวนการหรื อพฤติกรรมการตัดสินใจ การซือ การใช้ ้ และการประเมินผล การใช้สินค้าหรื อบริ การของบุคคล ซึงจะมีความสําคัญต่อการซือสิ นค้าและ บริ การทังในปัจจุบนและอนาคต ดังนันเพือให้สามารถเข้าใจความหมายของพฤติกรรมผูบริ โภคได้ ั ้ ดียงขึน ิ ลูกค้า (Customer) หมายถึง บุคคลผุทีทําการซื อหรื อคาดว่าจะซื อสิ นค้าหรื อบริ การจาก ้ แหล่งใดแหล่งหนึง ซึงผูซือ (Buyer) อาจจะไม่ได้เป็ นผูใช้ (User) สินค้าหรื อบริ การนันก็ได้ ้ ้ ผูบ ริ โภค (Consumer) บุ ค คลผู้ซึ งมี ค วามเกี ยวข้อ งกับ กิ จ กรรมการประเมิ น การ ้ ครอบครอง และการใช้สินค้าหรื อบริ การ โดยมีวตถุประสงค์เพือการใช้ดวยตนเอง หรื อการใช้ใน ั ้ ครัวเรื อน
    • Generated by Foxit PDF Creator © Foxit Software http://www.foxitsoftware.com For evaluation only. 14 ผูคาดหวัง (Prospect) หมายถึง บุคคลหรื อกลุ่มบุคคลทีธุรกิ จมุ่งเน้นทีจะทําการกระตุ ้น ้ หรื อชักจูงใจ ให้เกิดความต้องการและทําการซือสินค้าหรื อบริ การของธุรกิจ ผูซือส่วนบุคคล (Individual Buyer) เป็ นผูซือทีดําเนิ นกระบวนการซื อสําหรับตน ผูซือ ้ ้ ้ อาจมีผเู้ ข้ามามีส่วนเกียวข้องในกระบวนการซือ โดยแต่ละบุคคลจะได้รับบทบาททีแตกต่างกันใน การแสดงพฤติกรรมผูบริ โภค ้ จากงานวิจยข้างต้นแสดงให้เห็นว่าพฤติกรรมการบริ โภคของผูบริ โภคเป็ นไปตามปัจจัยทีมี ั ้ อิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริ โภค ทังในส่วนปัจจัยพืนฐานคือความต้องการของผูบริ โภค แรงจูงใจ ้ บุคลิกภาพ และการรู้ และปัจจัยสิ งแวดล้อมคือ ครอบครัว สังคม ธุรกิจ วัฒนธรรม และเศรษฐกิจ หรื อรายได้ ซึงปัจจัยทังหมดนี เป็ นตัวกําหนดพฤติกรรมการบริ โภคทีบุคคลแสดงออกมา เพือเป็ น ทางเลือกต่ อผูบริ โภค ผูจดทําวิจ ัยจึงได้จด ทําข้อมูลเกี ยวกับยา แก้ปวดลดไข้สาหรับเด็ก ทีใช้ก ัน ้ ้ั ั ํ อย่างแพร่ หลายและปลอดภัยทีสุด คือยาพาราเซตามอล ดังจะกล่าวต่อไปนี ฤทธิทางเภสัชวิทยาและกลไกการออกฤทธิ เภสัชวิทยา (อังกฤษ: Pharmacology) มาจากภาษากรี ก pharmacon แปลว่ายา และ logos แปลว่ า (วิ ทยาศาสตร์ ) คื อการศึกษาว่ าสารเคมีมีปฏิกิริ ยากับสิ งมีชีวิ ต อย่างไร ถ้าสารเหล่านี มี คุณสมบัติเป็ นยา จะถูกจัดให้เป็ นเภสัชภัณฑ์ เภสัชวิทยา มีเนื อหาดังนี  องค์ประกอบของยา (drug composition)  คุณสมบัติของยา ( drug properties)  ปฏิกิริยา (interaction)  พิษวิทยา (toxicology)  ผลทีต้องการใช้รักษาโรค องค์ประกอบของยา (อังกฤษ: drug composition) หมายถึง ส่วนประกอบทางเคมีในตํารับ ยา หรื อรู ปแบบยา (dosage forms) ซึงแบ่งเป็ นประเภทต่าง ๆ ดังนี 1. รู ปแบบยาที เป็ นของแข็ ง (Solid Dosage Forms) ได้แก่ ยาเม็ด (Tablets) ยาแคปซูล (Capsule) ซึงมีองค์ประกอบของยาดังนี 1. ตัวยาสําคัญ (Active Ingredients) เช่น แอสไพริ น (Aspirin) 2. สารเพิมปริ มาณ (Exepients) เช่น แป้ งมัน (starches) นําตาลแล็คโตส (Lactose) 3. แคปซูล (Capsules) 4. สารหล่อลืน (Lubricants) เช่น ทัลกัม (talcum) 5. สารแต่งกลิน (Flavors) 2. รู ปแบบยาที เป็ นของเหลว (Liquid Dosage Forms) ได้แก่ ยานํา (Solutions) ยาฉี ด (Parenterals) ซึงมีองค์ประกอบของยาดังนี
    • Generated by Foxit PDF Creator © Foxit Software http://www.foxitsoftware.com For evaluation only. 15 1. ตัวยาสําคัญ (Active Ingredients) เช่น ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ฯลฯ 2. ส่ วนประกอบทําหน้าทีเป็ นตัวทําละลาย (Sovents) หรื อทําให้เจือจาง (Diluents) หรื อตัวนําส่งยา (Vehicles) 3. ส่วนประกอบทําหน้าทีเป็ นสารแต่งสี แต่งกลินและแต่งรส 4. ขวดแก้วหรื อพลาสติกผนึก (Ampules) สําหรับยาฉีด สมบัติทางเคมี" (Chemical property) เป็ นคําอรรถาธิบายทีเกียวข้องกับพฤติกรรมของ วัสดุ ทีสภาวะมาตรฐาน (คือ ทีอุณ หภู มิห้อง ความกดดัน บรรยากาศเท่ากับ 1) สมบัติ เหล่านี จะ ปรากฏระหว่างปฏิกิริยาเคมี คําจํากัดความนี จะคอบคุมเนือหาดังนี  สถานะ ออกซิเดชัน ทีชอบ  รู ปร่ างโมเลกุล (molecular geometry) และการจัดเรี ยงพันธะ  ความยาวของพันธะ (bond length)  โคออร์ ดิเนชันนัมเบอร์ (coordination number)  ประเภทของพันธะทีชอบ เช่น พันธะโลหะ พันธะไอออนิ ก พันธะโควาเลนต์  ปฏิ ก ิริ ย าเคมี (Chemical reaction) คื อ กระบวนการที เกิ ด จากการที สารเคมี เ กิ ด การ เปลี ยนแปลงแล้ว ส่ ง ผลให้เ กิ ด สารใหม่ ขึ นมาซึ งมี คุ ณ สมบัติ เ ปลียนไปจากเดิ ม การ เกิดปฏิกิริยาเคมีจาเป็ นต้องมีสารเคมีตงต้น 2 ตัวขึนไป (เรี ยกสารเคมีตงต้นเหล่านี ว่า "สาร ํ ั ั ตังต้น" หรื อ reactant) ทําปฏิกิริยาต่อกัน และทําให้เกิดการเปลียนแปลงในคุณสมบัติทาง เคมี ซึงก่อตัวขึนมาเป็ นสารใหม่ทีเรี ยกว่า "ผลิตภัณฑ์" (product) ในทีสุ ด สารผลิตภัณฑ์ บางตัวอาจมีคุณสมบัติทางเคมีทีต่างจากสารตังต้นเพียงเล็กน้อย แต่ในขณะเดียวกันสาร ผลิต ภัณ ฑ์บางตัว อาจจะแตกต่ างจากสารตังต้นของมัน โดยสิ นเชิง แต่ เดิ มแล้ว คําจํากัด ความของปฏิกิริยาเคมีจะเจาะจงไปเฉพาะทีการเคลือนทีของประจุอิเล็กตรอน ซึงก่อให้เกิด การสร้างและสลายของพันธะเคมีเท่านัน แม้ว่าแนวคิดทัวไปของปฏิกิริยาเคมี โดยเฉพาะ ในเรื องของสมการเคมี จะรวมไปถึงการเปลียนสภาพของอนุ ภาคธาตุ (เป็ นทีรู้จกกันใน ั นามของไดอะแกรมฟายน์แมน) และยังรวมไปถึงปฏิกิริยานิวเคลียร์อีกด้วย แต่ถายึดตามคํา ้ จํากัดความเดิมของปฏิกิริยาเคมี จะมีปฏิกิริยาเพียง 2 ชนิดคือปฏิกิริยารี ดอกซ์ และปฏิกิริยา กรด-เบส เท่านัน โดยปฏิกิริยารี ดอกซ์นันเกียวกับการเคลือนทีของประจุอิเล็กตรอนเดียว และปฏิกิริยากรด-เบส เกียวกับคู่อิเล็กตรอน ในการสังเคราะห์สารเคมี ปฏิกิริยาเคมีต่างๆ จะถูกนํามาผสมผสานกันเพือให้เกิดสารผลิตภัณฑ์ทีต้องการ ในสาขาวิชาชี วเคมี เป็ นที ทราบกันว่า ปฏิกิริยาเคมีหลายๆ ต่อจึงจะก่อให้เกิดแนวทางการเปลียนแปลง (metabolic pathway) ขึนมาเนืองจากการทีจะสังเคราะห์ผลิตภัณฑ์โดยตรงนันไม่สามารถทําได้ในตัว
    • Generated by Foxit PDF Creator © Foxit Software http://www.foxitsoftware.com For evaluation only. 16 เซลล์ในคราวเดียวเนืองจากพลังงานในเซลล์นนไม่พอต่อการทีจะสังเคราะห์ ปฏิกิริยาเคมี ั ยังสามารถแบ่งได้เป็ นปฏิกิริยาอินทรี ยเ์ คมีและปฏิกิริยาอนิน ทรี ยเ์ คมี  พิษ วิท ยา (อัง กฤษ: Toxicology มาจากคํา ว่ า toxicon และ logosในภาษากรี ก ) เป็ น การศึกษาอาการ กลไกการรักษา และการตรวจสอบความเป็ นพิษทางชีววิทยา โดยเฉพาะ อย่างยิงความเป็ นพิษกับคน หัวข้อหลักของความเป็ นพิษของสารเคมีคือปริ มาณของการ ได้รับสาร (dose) มันจะเป็ นการปลอดภัยอย่างยิงถ้าจะบอกว่าสารเคมีทงหมดเป็ นพิษ ดังคํา ั ทีพาราเซลซัส (Paracelsus) บิดาแห่งวิชาพิษวิทยากล่าวว่า"ปริ มาณเป็ นตัวกําหนดพิษของ สารเคมี" พาราเซลซัสมีชีวิตอยูในช่วงศตวรรษที16เป็ นคนแรกทีอธิบายความสัมพันธ์ของ ่ ปริ มาณและชนิ ดของสารเคมีทีเป็ นพิษ สารเคมีหลายตัวเป็ นพิษทางอ้อมเช่น เมทธานอล (methanol) หรื อ แอลกอฮอลไม้ ("wood alcohol") เมือเข้าสู่ร่างกายจะเปลียนเป็ นสารพิษ ฟอร์มาดิไฮด์ (formaldehyde) ที ตับ (liver) ยา หลายตัวก็เป็ นพิษทีตับ แบบเดียวกันนี เช่น พาราเซตามอล (paracetamol)  การพัฒนาเวชภัณ ฑ์ไ ม่เ พี ย งแต่ มี ค วามสํา คัญทางการแพทย์เ ท่ า นัน ยัง มีค วามหมายต่ อ เศรษฐกิ จ และการเมืองด้ว ย เพือป้ องกัน ผูบริ โ ภคจากการใช้ย าผิดรั ฐบาลส่ ว นใหญ่ จ ะ ้ ควบคุมการผลิต การจําหน่ายและการบริ หารจัดการเวชภัณฑ์อย่างเข้มงวดในประเทศไทย หน่วยงานทีมีหน้าทีควบคุมดูแลการใช้ยาคือ สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยามีชือย่อ ว่า "อย." ในสหรัฐอเมริ กา หน่วยงานนี เรี ยก FDA (Food and Drug Administration) สูตรยา ทีจะผลิตออกใช้หรื อจําหน่ายจ่ายแจกจะต้องได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการอาหารและยา นี และจัดพิมพ์ในตํารับยาแห่งชาติซึงในสหรัฐอเมริ กาเรี ยกว่า USP ย่อจาก United States Pharmacopeia ประเทศไทยก็ใช้ตารับยานี อ้างอิงเช่นกัน ํ เภสั ชจลนศาสตร์ (อังกฤษ: Pharmacokinetics) คือสาขาหนึ งของวิชาเภสัชวิทยา ทีว่า ด้วยการศึกษาช่วงเวลาของสารประกอบ และส่วนทีสะลายตัวของมันอยู่ในร่ างกายหรื อระบบของ สิ งมีชีวิ ต ในทางปฏิบัติ สารประกอบดังกล่าวอาจเป็ นยา สารอารหาร เมตาโบไลต์ ฮอร์ โ มน สารพิษ ฯลฯ ในขณะทีเภสัชพลศาสตร์ เป็ นการศึกษาว่ายามีผลอะไรต่อร่ างกาย ฟาร์ มาโคไคเนติ กส์กลับเป็ นการสํารวจว่าร่ างกายมีผลอะไรต่อยาบ้าง เภสั ช จลนศาสตร์ โดยกว้า ง ๆ สามารถแบ่ ง เป็ น 2 หั ว ข้อ ได้ด ัง นี คื อ การดู ด ซึ ม (Absorption) และการคงอยู่ของยาในร่ างกาย การคงอยู่ข องยาในร่ างกายแบ่งออกได้เป็ นอีก 3 ขันตอนคือ การกระจายตัวของยา (Distribution) เมแทบอลิซึม (Metabolism) การกําจัดออกจาก ร่ างกาย (Elimination or Excretion) ดังนันกระบวนการทังหมดของเภสัชจลนศาสตร์ จึงมีอยู่ 4 ขันตอนและมีตวย่อเพือให้จ าง่ายคือ ADME ในปั จจุบน มีขนตอนเพิมขึ นมาอีกขันตอนหนึ ง ซึ ง ั ํ ั ั ในทางเภสัชจลนศาสตร์ ถือว่ าเป็ นขันตอนสําคัญ เช่น กัน คื อ Liberation หรื อการแตกตัว ของยา พาราเซตมอล ถูกดูดซึมได้เร็ วและสมบูรณ์จากลําไส้เล็ก ระดับยาพลาสมาขึ นสูงสุ ดภายในเวลา
    • Generated by Foxit PDF Creator © Foxit Software http://www.foxitsoftware.com For evaluation only. 17 15-30 นาที หลังจากรั บประทานยา ยากระจายได้ทัวไปในเนื อเยือต่ างๆ ได้เท่ าเทีย มกัน จับกับ โปรตีนในพลาสมาได้นอย ในขนาดรักษาตามปกติ ยาถูกขับออกทางปัสสาวะได้เกือบหมดภายใน ้ วันแรก ส่วนใหญของยาอยูในรู ป glucuronide และซัลเฟต ่ การเปลียนแปลงของพาราเซตมอลทีตับนี แตกต่างกันได้ ขึ นกับอายุ สภาพตับของผูใช้ยา ้ และขึนกับขนาดยาด้วย ในผูใหญ่ปกติรับประทานยาขนาด 20 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ยามีค่าครึ งชีวิต ้ ประมาณ 2 ชัวโมง เด็กเล็กเปลียนยาเป็ น glucuronide ได้น้อย ยาจึงมีค่าครึ งชีวิตยาวขึ นบ้างความ แตกต่างของพาราเซตมอลกับกลุ่ม NSAIDs ยังอยู่ทีคุณสมบัติในการกระจายยาในร่ างกายยากลุ่ม NSAIDs มักเป็ นกรดซึงมีค่า pKa ระหว่าง 4-5 มีลกษณะการกระจายยาทีไม่เท่าเทียมกันในแต่ละ ั อวัย วะ ซึ งส่ วนหนึ งเนื องมาจากความเป็ นกรดด่ างทีต่ างกัน เฉพาะทีด้วย เช่น ความเป็ นกรดใน กระเพาะอาหาร ความเป็ นกรดในบริ เวณทีอักเสบ ทําให้ยาพวก NSAIDs มีความเข้มข้นสูงมากใน บริ เวณเหล่านี จึงแสดงฤทธิได้มาก ส่วนพาราเซตามอลเป็ นกรดอ่อนมาก pKa 9.5 สภาพของยาใน ร่ างกายจึงไม่แตกตัวและการกระจายของยาไม่ขึนกับความเป็ นกรดด่าง ความเข้มข้นของยาในผนัง กระเพาะอาหารและบริ เวณทีอักเสบ จึงไม่สูง ด้วยเหตุนีจึงถือว่าไม่มีฤทธิต้านการอักเสบ และไม่ ทําให้เกิดแผลในทางเดินอาหาร (15) เภสัชพลศาสตร์ (อังกฤษ: Pharmacodynamics) คือ การศึกษาผลทางชีวเคมีและสรี รวิทยา ของยา กลไกการออกฤทธ์ข องยา และความสัมพัน ธ์ร ะหว่างความเข้มข้นและผลของยา เภสัช พลศาสตร์ เป็ นการศึก ษาว่ ายามี ผลอะไรต่ อ ร่ า งกายบ้าง ซึ งตรงกัน ข้ามกับ เภสัชจลนศาสตร์ (pharmacokinetics) ทีเป็ นการศึกษาผลของร่ างกายทีมีต่อยา ปั จจุบนเภสัชพลศาสตร์ สามารถประเมินผลของยาต่อเซลล์ของสิ งมีชีวิตโดยโปรแกรม ั คอมพิวเตอร์ ซึงมีรายละเอียดดังนี  มัล ติ เ ซลลู ล าร์ ฟาร์ ม าโคไดนามิ ก ส์ (Multicellular Pharmacodynamics-MCPD) คื อ การศึกษาคุณสมบัติอยู่กบที และภาวะเคลือนไหวและความสันพันธ์ระหว่างกลุ่มของยา ั และภาวะเคลื อนไหวของกลุ่ ม เซลล์ใ นเชิ ง 4 มิ ติ การศึ ก ษานี จะทํา ทังในโปรแกรม คอมพิวเตอร์และสิ งมีชีวิตเพือเปรี ยบเทียบกัน Multicellular  เน็ ต เวิ อ กด์ มั ล ติ เซลลู ล า ร์ ฟ าร์ ม าโค ไดน ามิ ก ส์ (Networked Pharmacodynamics-Net-MCPD) ใช้ศึกษาผลของยาต่อสารพันธุกรรมด้วย ยาระงับปวด – ลดไข้ และยาต้านการอักเสบ ยาระงับปวดลดไข้ และต้านการอักเสบ เป็ นยาทีใช้ระงับอาการโดยไม่ได้เป็ นการ รักษาทีสาเหตุโดยตรง ยาแบ่งได้เป็ น 4 พวก คือ 1. กลุ่มซาลิซยเลท (Salicylates) เช่น แอสไพริ น (Aspirin) และโซเดียม ซาลิซยเลท ั ั (Sodium salicylate)
    • Generated by Foxit PDF Creator © Foxit Software http://www.foxitsoftware.com For evaluation only. 18 2. กลุ่มพาราอะมิโนฟี นอล (Para – amino – phenol derivatives) เช่น พาราเซตามอล (Para –cetamol) 3. กลุ่มทีมีตวยาดัดแปลงมาจากพัยราโซโลน (Pyrazolone Derivatives) เช่น ไดพัยโรน ั (Dipyrone) และเฟนิลบิวตาโซน (Phenylbutazone) 4. กลุ่มทีมีตวยาเป็ นกรดอินทรี ย ์ (Organic acid) เช่น อินโดเมซาซิน (Indomethacin) ั ยาในกลุ่มที 1,3 และ4 มีคุณสมบัติในการต้านการอักเสบได้ดี ดังนัน จึงมีชือเรี ยกอีกอย่าง หนึงว่า ยาต้านอักเสบทีไม่ใช่สเตียรอยด์ (Non - steroidal anti – inflammatory drugs) (การใช้ยา ฉบับสมบูรณ์. 2538: 283) ผูทาวิ จยเองจะกล่าวถึงกลุ่มที 2 คื อกลุ่มพาราอะมิโนฟี นอล (Para – amino – phenol ้ ํ ั derivatives) เช่น พาราเซตามอล (Paracetamol) เพราะเป็ นกลุ่มทีปลอดภัยทีสุ ดและไม่ใช่ยาต้าน การอักเสบ จึงเหมาะสมในการรักษาผูป่วยเด็กมากทีสุด ยาพาราเซตามอล เป็ นยาลดไข้ แก้ปวดที ้ ใช้กนมาก ชือทางเคมี คือ N-acetyl-para-aminophenol หรื อ para-acetyl-amino-phenol ชือสามัญ ั ทางยา คือ acetaminophen หรื อ paracetamol ซึงมาจากชือทางเคมีขางต้น ชือการค้าในประเทศ ้ ไทยมีมากมาย เช่น Calpol, Panadol, Paracet, Paramol, Sara, Tempra, Tylenol เป็ นต้น (16) กลไกการออกฤทธิ ยาแก้ปวดลดไข้ พาราเซตามอล (Paracetamol) มีฤทธิทีใช้ในการรักษาโรคและฤทธิทีไม่ พึงประสงค์แตกต่างกันไป ยับยังการสังเคราะห์ prostaglandins ในระบบประสาทส่ วนกลางได้ดี แต่ยบยังการสร้างสารนี ทีบริ เวณนอกสมองได้นอยโดยเฉพาะในบริ เวณทีอักเสบ ซึง prostaglandins ั ้ เป็ นตัวทําให้เกิดความเจ็บปวด และทําให้เกิดไข้ทีมีผลต่อศูนย์ควบคุมอุณหภูมิของร่ างกาย ที ฮัยโป ธารามัส ยานีไม่มีฤทธิยับยังการเคลือนตัวของ neutrophil จึงมีฤทธิต้านการอักเสบตํามาก ไม่ทาให้ ํ เกิดแผลในทางเดินอาหารและไม่มีผลต่อการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด ยาจะออกฤทธิสูงสุ ดในเวลา 30 – 60 นาทีหลังได้รับยา ถ้าได้รับยาเกินขนาดจะมีพิษต่อตับและไต จึงไม่ควรใช้ยานี ติดต่อกันเกิน 7 วัน (17) ยาพาราเซตามอลมีฤทธิในการลดไข้ สามารถใช้ลดไข้ได้ดี พอ ๆ กับยากลุ่มซาลิซย เลท ั แต่ มีอน ตรายจากการใช้ย าน้อยกว่ าถ้าไม่ใช้เกิ น ขนาด ยานี ออกฤทธิ ในการลดไข้เช่ น เดี ย วกับ ั ซาลิซยเลท เป็ นยาทีเหมาะสมอย่างยิงในการลดไข้ในเด็ ก ขนาดของยาที ใช้ก็ เท่ ากับซาลิซย เลท ั ั พาราเซตามอล (Paracetamol) ยังมีฤทธิในการระงับปวด ซึงเป็ นยาทีมีประสิ ทธิภาพในการระงับ ปวดทีไม่รุนแรงได้ดี พอ ๆ กับ ซาลิซย เลท แต่ไม่มีประโยชน์ในการระงับปวดซึงเกิดจากอวัยวะ ั ภายในหรื ออาการทีมีค วามรุ นแรงมาก ตัวอย่าง อาการปวดทีพาราเซตามอลระงับได้ดี คือ ปวด ศีรษะ ปวดฟัน ปวดประจําเดือน และปวดบาดแผลหลังผ่าตัด เป็ นต้น ส่ วนฤทธิในการต้านการ อักเสบ พาราเซตามอล ไม่มีผลในการต้านการอักเสบเลย ยาในกลุ่มพาราเซตามอลเมือใช้ในขนาด รักษา จะไม่พบฤทธิ ละอาการไม่พึงประสงค์มากนัก นับว่าเป็ นยาที ค่อนข้างปลอดภัยในการใช้
    • Generated by Foxit PDF Creator © Foxit Software http://www.foxitsoftware.com For evaluation only. 19 ยกเว้นแต่บางรายทีอาจเกิดอาการแพ้ยา เช่น มีผนขึน บวม เป็ นแผล ทีเยือบุในช่องในช่องปาก เป็ น ื ไข้ ถ้ากินยาพาราเซตามอลมากเกินไป อาจทําให้เกิดภาวะตับวาย (Hepatic failure) และเป็ น อันตรายถึงชีวิตได้ มีผรายงานว่าอาการพิษนี จะเกิดในผูใหญ่ทีกินยามากกว่า 15 กรัมในครั งเดียว ู้ ้ และผูป่วยอาจเสียชีวิตภายใน 2-3 วันหลังกินยา ้ ยาระงับปวด-ลดไข้เป็ นยาทีมุ่งใช้เฉพาะระงับอาการ ไม่ได้แก้ไขทีสาเหตุโดยตรง ดังนันจึง ควรใช้เฉพาะในเวลาสันๆ สําหรับอาการทีไม่รุนแรงมากในกรณี ทีใช้ไประยะหนึงแล้วอาการยังไม่ ทุเลาหรื อกลับรุ นแรงขึน ต้องพยายามหาสาเหตุทีทําให้เกิดอาการปวดหรื ออาการไข้ นอกจากการ ใช้ยาแล้ว วิธีการนวดประคบก็อาจทําให้อาการปวดลดลงได้ การเช็ดตัวผูป่วยโดยเฉพาะอย่างยิง ้ บริ เวณซอกคอรักแร้และขาหนีบจะช่วยทําให้ไข้ลดลงได้ดีขึน การเลือกใช้ยาประเภทนี ควรเลือกใช้ชนิดทีปลอดภัยและราคาไม่แพง ส่วนใหญ่การใช้ยา เดียวจะปลอดภัยกว่าการใช้ยาหลายอย่างผสมกัน นอกจากนีไม่ควรใช้ยาต่อเนืองกันนานเกินความ จําเป็ นทังนีเพราะจะทําให้เกิดโอกาสทีจะมีพิษจากยาเพิมขึนและอาจบดบังอาการโรค ทําให้ผป่วย ู้ ไม่มาพบแพทย์เพือรับการวินิจฉัยหาสาเหตุทีแท้จริ งของโรคในระยะเริ มแรก เนื องจากยาลดในไข้เ ด็ ก มัก นิ ย มทํา เป็ นรู ป ยานําเชื อม เพื อสะดวกและช่ ว ยให้เ ด็ ก รับประทานยาง่ายขึน จึงต้องระวังการใช้ให้ห่างมือเด็ก เพราะเด็กอาจหลงเข้าใจผิดว่าเป็ นนําหวาน ได้ ยาลดไข้ในเด็ ก บางชนิ ด มีแอลกอฮอล์ผสมอยู่ค่ อนข้างมาก จึ งอาจมีผลกดระบบประสาท ส่วนกลางของเด็กเล็ก ดังนันจึงไม่ควรใช้ยาทีมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์มากกว่า 5% (15) ผลข้ างเคียง ง่วงซึม แพ้ยา เช่น มีผน บวม เป็ นแผลทีเยือบุช่องปาก มีไข้ เป็ นต้น ในขนาดทีมากเกินไป ื อาจทําให้เกิดตับวายและถึงแก่ความตายได้ คลืนไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย อาการดีซ่าน ระดับนําตาล ในเลือดตํา อาจมีเยือหุมสมองอักเสบ ้ การพยาบาล ให้ดูแลและแนะนําผูป่วยดังนี ้ 1. ควรดืมนํา เครื องดืม หรื อรับประทานอาหารเหลวบ่อย ๆ เพือช่วยลดความร้อน ไม่ควร ดืมนําผลไม้หรื อเครื องดืมทีมีฤทธิเป็ นกรดหลังรับประทานอาหาร 2. ไม่ซือยารับประทานเองและไม่ใช้ยาเป็ นเวลานาน เพราะอาจทําให้รับประทานยาเกิน ขนาด เกิดพิษและอาการข้างเคียง 3. ระวังการใช้ยาในผูป่วยโรคตับและผูทีติดแอลกอฮอล์ ้ ้ 4. ถ้า ผูป่ วยได้รั บ ยาเกิ น ขนาด ควรได้รั บ การรั ก ษาโดยการล้า งท้อ ง และได้รั บ ยา ้ N- acetycysteine ซึงได้ผลดีภายใน 10 ชัวโมงหลังได้รับยาเกินขนาด (13) จากการใช้ยาทีไม่ถกต้องและเกินจําเป็ น ได้กลายเป็ นปัญหาทางด้านสาธารณสุขทีสําคัญยิง ู ในรอบสิ บปี ทีผ่านมา เพราะแทนทีการใช้ยาดังกล่าวจะช่วยรักษาอาการเจ็บป่ วยให้หายเป็ นปกติ
    • Generated by Foxit PDF Creator © Foxit Software http://www.foxitsoftware.com For evaluation only. 20 กลับทําลายสุขภาพให้เลวร้ายมากขึน ถึงแม้ว่าอันตรายทีเกิดขึนจากผลของการใช้ยาต่อสุ ขภาพของ ประชาชน มิได้เกิดขึนอย่างรุ นแรงในเวลาอันรวดเร็ วอย่างเห็นได้ชด แต่ความสูญเสี ยทีเกิดขึ นมิได้ ั เล็กน้อย เมือคิดในด้านเศรษฐกิจจะพบว่ามีมลค่ามหาศาลเลยทีเดียว (18) ู การใช้ ยาในเด็ก การใช้ยาในเด็กเล็กเป็ นสิงทีต้องทําด้วยความระมัดระวังอย่างยิง ทังนี เพราะมีโอกาสทีจะ เกิดอันตรายจากการใช้ยาได้ง่ายไม่ควรใช้ยาโดยไม่จาเป็ นและถ้าจําเป็ นใช้ยาจริ งๆ ควรเลือกใช้ยาที ํ มีความปลอดภัยในการใช้สูง พยายามใช้ยาทีคุนเคยอย่าใช้ยาทีไม่เคยมีรายงานถึงประสบการณ์การ ้ ใช้ยาในเด็กมาก่อน ควรระลึกไว้เสมอว่าเด็กตัวเล็กๆไม่ใช่ผใหญ่ การตอบสนองต่อยาอาจแตกต่าง ู้ จากผูใหญ่โดยสิ นเชิง ้ การใช้ยาในเด็กต้องอาศัยความชํานาญและหลักการพอสมควร การพูดจาหว่านล้อมเด็ก มากไปอาจทําให้เด็กต่อต้าน ผูทีใช้ยาต้องทําให้เด็กเข้าใจว่าถึงแม้เด็กจะดินรนขัดขืนก็ตองได้ย า ้ ้ ผูใช้ควรระมัดระวังสูงมากขึนถ้าเด็กดินมาก เพราะอาจทําให้สาลักได้ ควรให้ยาทีมีรสดีพอสมควร ้ ํ แก่เด็ก ถ้าเด็กพอกินยาเม็ด เพราะราคาถูกกว่ายานํา และสะดวกในการนําติดตัวไปโรงเรี ยน ควร เลือกยาทีให้วนละสองครังมากกว่าให้บ่อยๆ โดยเฉพาะในกรณี ทีเด็กไปโรงเรี ยนมักจะลืมเอายาไป ั ด้วย การให้ ยาในเด็ก ปัจจุบนมีผผลิตยาสําหรับเด็กออกมาเป็ นจํานวนมากให้มีสีสนและรสต่างๆเพือความอร่ อย ั ู้ ั บางครังทําให้เด็กคิดว่าเป็ นขนม จึงจําเป็ นต้องเก็บยาเหล่านี ไว้ในทีทีเด็กหยิบไม่ถึง หลักในการให้ ยาสําหรับเด็ก 1. ไม่ควรให้ย าพร้อมกับอาหารที จําเป็ นสําหรั บเด็ก เพราะจะทําให้เด็ก ปฎิ เสธอาหาร เหล่านันภายหลัง 2. ไม่ควรผสมยากับนมทังขวด เพราะเมือเด็กดูดนมไม่หมด จะทําให้เด็กได้รับยาไม่ครบ ตามขนาดทีต้องการ 3. ควรให้ยาแต่ละครังในช้อนเดียว ซึงจะเป็ นการง่ายในการป้ อนยาเด็ก เพราะถ้าให้ซา ํ เด็กบางคนจะปฎิเสธ 4. ยาทีมีรสจัด เช่นเผ็ดหรื อซ่า อาจผสมนําเท่าตัวหรื อให้ร่วมกับนําหวาน หรื อนําเชือม 5. การกรอกยาใส่ปากในขณะทีเด็กร้องอาจทําให้สาลักได้ ํ 6. เขียนปริ มาณยาทีใช้ในแต่ละครังและจํานวนครังทีจะให้ชดเจนทีฉลากยา ั 7. การวัดปริ มาตรยาต้องใช้ช้อนมาตรฐาน ถ้าไม่มีก็ใช้ช้อนตวงเปรี ย บเที ย บกับช้อน มาตรฐานก่อนปกติชอนชาหรื อช้อนกาแฟทีใช้อยู่ตามบ้านจะมีปริ มาตรครึ งหนึ งของ ้
    • Generated by Foxit PDF Creator © Foxit Software http://www.foxitsoftware.com For evaluation only. 21 ช้อนชามาตรฐาน ช้อนสังกะสี ทีใช้อยู่ใ นชนบทจะมีปริ มาตรเที ย บเท่ า กับช้อนชา มาตรฐาน ข้ อควรระวังในการให้ ยาสําหรับเด็ก ในเด็กโตไม่ควรให้ยาขนาดมากเกินกว่าขนาดของผูใหญ่ ยาทุกชนิ ดทีจะนํามาใช้ในเด็ก ้ จะต้องใช้ยาด้วยความระมัดระวังเป็ นพิเศษ ขนาดทีใช้ขึนกับเด็กแต่ละคน และควรให้ยาเมือมีขอ ้ บ่งชีแน่นอน การใช้ยาในเด็กแรกเกิดหรื อเด็กเล็กมากควรใช้ยาต่อเมือมีโรค หรื อความผิดปกติทีชัดแจ้ง และเป็ นอันตรายต่อเด็กเท่านัน ในเด็กแรกเกิดทีคลอดก่อนกําหนด เอนไซม์ทีใช้ในการทําลายยายัง ไม่มีหรื อมีจานวนน้อย ไตยังทําหน้าทีไม่สมบูรณ์ การจับตัวระหว่างยาและโปรตีนในเลือด หรื อ ํ การผ่านของยาจากเลือดเข้าสู่สมองยังมีขอบกพร่ องอยู่ นอกจากนี ขนาดของยาทีใช้ในเด็กแรกเกิด ้ และทารกยังไม่มีการทดลองหรื อคํานวณขนาดทีใช้ได้แน่นอนเท่าเด็กโต (19) จากงานวิ จ ัย ข้างต้น แสดงให้เห็ น ว่ า ปั จ จัย ที มีอิท ธิ พลในการเลือกซื อยาแก้ปวดลดไข้ สําหรับเด็กนัน ทีสําคัญทีสุดก็คือ ครอบครัว เนืองจากเด็กยังไม่สามารถตัดสิ นใจในการเลือกซือยา เองได้ ครอบครัว จึงเป็ นตัว แปรสําคัญ รองลงมาคื อ สังคม ธุรกิ จ วัฒนธรรม และเศรษฐกิ จหรื อ รายได้ซึงปัจจัยทังหมด เป็ นตัวกําหนดพฤติกรรมการบริ โภค และการเลือกทีจะซื อยาแก้ปวดลดไข้ ให้เด็ก เมือเด็กเกิดอาการไม่สบายเป็ นไข้ ตัวร้อน ผูปกครองจะเลือกทีจะซือยาแก้ปวดลดไข้ใด และ ้ ยีห้อใด และรู้หรื อไม่ว่ายาตัวนันผลิตในต่างประเทศหรื อในประเทศ เราจะมาแจกแจงว่า ยาแก้ปวด ลดไข้สาหรับเด็กมีอะไรบ้าง อาทิเช่น ํ ยีห้ อยาแก้ปวด ลดไข้ สําหรับเด็ก ทีผลิตภายในประเทศ เอ - มอล ไซรัป A - MOL แอมปอล ชนิดแขวนตะกอน Asumol syrup SYRUP AMPOL SUSPENSION เบมอล ไซรัป BAMOL บู๊ทส์ พาราเซตามอล ไซรัป ซีมอล ไซรัป CEMOL SYRUP SYRUP BOOTS PARACETAMOL SYRUP Cetamol syrup Cotemp syrup K.B. Gin drops โลแทมป์ Lotemp Mypara syrup Nasa Para syrup Pamol syrup Para GPO syrup Paracap suspension Para-G suspension Paracetamol K.B. syrup Paracetamol Osoth syrup Paracetamol SSP syrup Sara syrup
    • Generated by Foxit PDF Creator © Foxit Software http://www.foxitsoftware.com For evaluation only. 22 ยีห้ อยาแก้ปวด ลดไข้ สําหรับเด็ก ทีนําหรือสังเข้ าจากต่างประเทศ Calpol Tempra Kids syrup Tylenol (20) จากรายชือยาข้างต้นเป็ นสิงทีชีให้เห็นว่า ยาแก้ปวดลดไข้สาหรับเด็กมีมากหมายหลายยีห้อ ํ ทังทีรับมาจากต่างประเทศ และในประเทศเอง จึงเป็ นสิ งทีกระตุนให้ผบริ โภคมีทางเลือกทีจะซื อยา ้ ู้ แก้ปวดลดไข้สาหรับเด็ก ให้แก่บุตรหลาน และ เนืองในปัจจุบนประชาชนส่วนใหญ่มีพฤติกรรมใน ํ ั การรักษาตนเองมากขึน ร้านยาจึงเป็ นอันดับต้น ๆ ทีผูป่วยนึกถึงเพราะสะดวก ประหยัดเวลา และ ้ ผูป่วยไม่ตองรอใบสังแพทย์ เนืองจากยาแก้ปวดลดไข้เป็ นยาสามัญประจําบ้าน จึงเป็ นปั จจัยแรกที ้ ้ ผูป่วยหันมารับบริ การ ้ พฤติกรรมการเลือกร้ านยา เหตุผลของการเลือกร้านยา เรี ยงลําดับความสําคัญของคะแนนห้าอันดับแรก ได้แก่ ใกล้บาน ้ มีเภสัชกรให้ความรู้เรื องยากับลูกค้า ความน่าไว้วางใจ พนักงานในร้านแนะนํายาดี ร้านยามีชือเสี ยง และน่าเชือถือร้อยละ 54 ของจํานวนผูบริ โภคทังหมดทีสํารวจครังนีเจาะจงซือยาทีต้องการเวลาเข้า ้ ร้านยา และได้ยาตามทีต้องการคิดเป็ นร้อยละ 98 ของผูบริ โภคกลุ่มนี อีกร้อยละ 2 เปลียนยาตาม ้ คําแนะนําของเภสัชกรในจํานวนร้อยละ 98 ทีได้ยาตามต้องการ มีเหตุผลดังนี 1. ใช้ยานีมาก่อน มันใจในสรรพคุณของยา 2. ไม่อยากเสียงกับการเปลียนไปใช้ตวยาอืน ั 3. ร้านยาไม่ได้แนะนํายาอืนแทน 4. ยาทีร้านยาแนะนําแพงเกินไป เหตุผลทีลูกค้าซือยาตามทีร้ านยาแนะนํา ได้แก่ พนักงานขายในร้ านยาดูน่าเชือถือมีค วามไว้ใจในการชือยาทีร้านยาแนะนํา นอกจากนี พนัก งานในร้านยายังให้ข ้อมูลเกี ยวกับการใช้ย าอย่างละเอีย ด และหลังจากฟั งคําแนะนําของ พนักงานในร้านยา ทําให้อยากใช้ยาทีแนะนํามากขึน ยาทีร้านยาแนะนําน่าจะมีสรรพคุณทีเหนือกว่า และยาทีร้านยาแนะนํามีราคาถูกกว่า เหตุผลทีลูกค้าไม่ซือยาทีร้ านยาแนะนํา มีดังนี ประชาชนไม่อยากเสียงกับการเปลียนไปใช้ยาตัวอืนกลัวอาการแพ้ยาทีอาจเกิดตามมาจากการ เปลียนยา และยาทีร้านยาแนะนํามีราคาสูงเกินไปเกรงว่ายาทีร้านยาแนะนํา ไม่มีสรรพคุณดีพอ (21) ตามผลการสํารวจวิ จยที นําเสนอมาทังหมดนี เป็ นเพีย งเบื องต้น แต่ก็ พอจะชี ให้เห็ นถึง ั ประเด็นปัจจัยหลักๆ ในการเลือกเข้าร้านยาแสดงให้เห็นว่า ประชาชนเลือกทีจะเข้าไปซือยาทีร้าน ขายยามากกว่า โรงพยาบาล เหราะเห็ นว่าร้านยาสะดวกและไม่ตองรอนาน ส่ ว นโรงพยาบาลใช้ ้ เวลานานกว่า จึงหันไปรับบริ การร้านยามากกว่าโรงพยาบาล
    • Generated by Foxit PDF Creator © Foxit Software http://www.foxitsoftware.com For evaluation only. 23 เอกสารงานวิจยทีเกียวข้ อง ั จากการศึกษาวรรณกรรมงานวิจย ทีผูวิจยได้ทาการวิจยทีเกียวข้องกับเรื องปัจจัยทีมีอทธิพล ั ้ ั ํ ั ิ ในการเลือกยาแก้ปวดลดไข้ ข้อมูลการบริ โ ภค รวมถึงการเลือกใช้ยาของผูบริ โภค จึงเสนอแนะ ้ งานวิจยทีเกียวข้องมีดงนี ั ั จากการศึกษางานวิจ ัยของผูช่วยศาสตราจารย์ ดร. รุ่ งเพชร สกุลบํารุ งศิลป์ (2542: 9) ้ เรื อง “ ศึกษาและวิจยหาวัตถุดิบซึงเป็ นเภสัชภัณฑ์ทีสมควรทําการผลิตในประเทศ ” นอกจากยาก ั ลุ่มตัวยาลดไข้แก้ปวด และกลุ่มเพ็นนิซิลิน ซึงมีการผลิตอยูแล้วในประเทศในขณะนี ยังมีกลุ่มยาทีมี ่ ศักยภาพในการส่ งเสริ มการผลิตวัตถุดิบในประเทศ 3 กลุ่มแรก คือ กลุ่มยาแก้อกเสบ NSAIDS ั (Non – steroidal anti – inflammatory drugs) เช่น ibuprofen, diclofenac และ piroxicam กลุ่มยา รักษาโรคแผลในทางเดินอาหารกลุ่ม H2 – receptor antagonists เช่น cimetidine หรื อ ranitidine และยาต้านจุลชีพกลุ่มเซฟาโลสปอริ น (Cephalosporins) เช่น ceftriaxone หรื อ cefotaxime ซึงเป็ น กลุ่มยาทีมีก ารใช้มากทีสุ ดในประเทศ มีการใช้มาเป็ นเวลานาน และมีศกยภาพของการผลิตเพือ ั ส่งออกจําหน่ายยังต่างประเทศ ชือยาและปริ มาณของตัวยาออกฤทธิ (active ingredients) ทีนําเข้า จากต่างประเทศ 50 อันดับแรกและซือจากผูผลิตในประเทศ พ. ศ . 2539 ลําดับหนึง ทีนําเข้ามาจาก ้ ต่ างประเทศมากที สุ ด คื อ Paracatamol นํา เข้ามาถึ ง 224, 592. 27 กิ โ ลกรั ม ซึ งไม่มี ก ารซื อใน ประเทศเลย จากการศึกษางานวิจย ของ ผูช่วยศาสตราจารย์ ดร.รุ่ งเพชร สกุลบํารุ งศิลป์ (2547: 3) เรื อง ั ้ “ มูลค่าการบริ โภคยาในประเทศไทย พ.ศ. 2543 – 2544” การได้มาของตัวเลขมูลค่าการบริ โภคยา ของประเทศสามารถกระทําได้หลายวิธีซึงต่างก็มีขอเด่นและข้อจํากัดทีต่างกันขึนอยู่กบปั จจัยต่างๆ ้ ั โดยในปั จจุบนมีขอมูลทีใช้สะท้อนถึงมูลค่าการบริ โภคยาของประเทศทีมีการใช้อางอิงมาก คื อ ั ้ ้ ข้อมูลของบริ ษท IMS Health Thailand ซึงเป็ นมูลค่าการบริ โภคยา ณ จุดกระจายยาก่อนถึงมือ ั ผูบริ โภค แต่รวบรวมข้อมูลไว้เพียงสองช่องทางหลัก คือโรงพยาบาลและร้านยา นอกจากนี ยังมี ้ ข้อมูลทีสามารถนําไปใช้เพือหามูลค่าการบริ โภคยาได้อีก คือ ข้อมูลทีจากกองควบคุมยา สํานัก คณะกรรมการอาหาและยา (อย.) ซึงเป็ นรายงานมูลค่าการผลิต นําเข้า และส่ งออกยารวมของ ประเทศและเป็ นมูลค่า ณ ราคาผูประกอบการ ้ จากการศึกษาการใช้ยาชุดในเมืองไทย โดยสําลี ใจดี และคณะ (2523) พบว่ากลุ่มตัวอย่างที ศึกษามีการใช้ยาแอสไพริ น ร้อยละ 21.2 ในอาการไข้หวัดเด็ก และร้อยละ 5.7 ในอาการไข้หวัด ผูใหญ่ พาราเซตามอลใช้กบอาการไข้หวัดผูใหญ่ร้อยละ 41.9 และไข้หวัดในเด็กร้อยละ 10.1 ซึงยา ้ ั ้ ทังสองชนิดนีเป็ นยาทีใช้เหมาะสมกับผูป่วย นอกจากนี ยังพบว่าชาวบ้านใช้ยาไดไพโรน กับอาการ ้ ปวดฟั น ถึงร้ อยละ 57.6 และใช้ในอาการไข้หวัด เด็ ก ร้ อยละ 5.8 ซึ งพบว่ าเป็ นการใช้ย าที ไม่
    • Generated by Foxit PDF Creator © Foxit Software http://www.foxitsoftware.com For evaluation only. 24 เหมาะสมกับอาการป่ วย เพราะก่อให้เกิดอันตรายมากโดยเฉพาะในเด็กเล็ก และพบว่ามีการใช้ยาอะ มิโนไพริ นในไขข้หวัดเด็กร้อยละ 3.7 ทังทีกระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศยกเลิกใช้แล้ว ผลการศึกษานี มีความสอดคล้องกับการศึก ษาของ ชูเพ็ญ วิบุลสันติ และคณะ (2526) ได้ วิจยยาแก้ปวดทีขายดีในร้านยาในจังหวัดเชียงใหม่ พบว่าประชาชนนิยมใช้ยาเดียว ๆ ทีเหมาะสมกับ ั การลดไข้แก้ปวด คือ พาราเซตามอล แอสไพริ น คิดเป็ นร้อยละ 10. 39 และ 2. 88 ตามลําดับ ของ ยอดขายยาทังหมด ยาบางตัวทีไม่เหมาะสมสําหรับเป็ นยาอันดับแรกในการใช้ลดไข้แก้ปวด จะ เลือกใช้เมือยาลดไข้แก้ปวดทีมีความปลอดภัยสูง เช่น พาราเซตามอล นิศากร ตัณลาพุฒ (2538) ได้ศึกษาเรื อง การรับรู้ และการจดจําภาพยนต์โฆษณายาทาง โทรทั ศ น์ และพฤติ ก รรมการซื อและใช้ ย าแก้ ป วดลดไข้ ของกลุ่ ม ผู้ใ ช้แ รงงานในเขต กรุ งเทพมหานครปัจจุบนการโฆษณากําลังได้รับความสนใจอย่างมากในวงการธุรกิจทัวไป และมี ั บทบาทมากยิงขึน ยาก็เป็ นตัวหนึงทีใช้สือโฆษณาเข้ามาช่วยในการโน้มน้าวใจผูบริ โภคให้หันมา ้ สนใจซื อและใช้ยากัน มากขึ น เพราะสื อทางโทรทัศน์เป็ นสื อที ได้รับความนิ ยมมากทีสุ ด และ ความสามารถเข้าหาผูบริ โภคได้เร็ วทีสุดเช่นกัน ้ ผลการวิจยพบว่า การโฆษณาเป็ นการสือสารแบบหนึงทีส่งสารไปยังผูรับสารจํานวนมาก ั ้ เพือให้ทราบถึงหรื อชักจูงใจด้วยการระบุชือผูโฆษณา ชือผลิตภัณฑ์ ชือสถานทีขายผลิตภัณฑ์หรื อ ้ คุณภาพของผลิตภัณฑ์ทีจะช่วยให้ผรับข่าวสาน หรื อผูบริ โภค เลือกผลิตภัณฑ์เพือตอบสนองความ ู้ ้ ต้องการได้อย่างมีเหตุผล และทราบถึงวัตถุประสงค์ของการโฆษณานัน ๆ ซึงการโฆษณามีผลการ กระตุนให้เกิดพฤติกรรมผูบริ โภคได้ ้ ้ จากบทวิ จ ัย ข้างต้น ยังไม่มีก ารวิ จ ัย เกี ยวกับการใช้ย าแก้ปวดลดไข้ในเด็ ก ผูทาวิ จ ัย จึ ง ้ ํ เล็งเห็นว่า ถ้ามาศึกษาเกียวกับปัจจัยทีมีอิทธิพลต่อการเลือกยีห้อยาแก้ปวดลดไข้สาหรับเด็ก จะเป็ น ํ ผลดีต่อผูบริ โภค เพราะผูบริ โภคจะได้เลือกซือยาให้แก่ผป่วยเด็กทีดีและมีคุณภาพ โดยไม่ยึดติ ด ้ ้ ู้ ยีห้อยา และข้อ มูลงานวิ จ ัย ที ได้จ ัด ทําขึ นอาจจะมีประโยชน์ ใ นการจัด ทําบัญ ชี ร ายจ่ ายสุ ข ภาพ แห่งชาติได้ไม่มากก็นอย ้
    • Generated by Foxit PDF Creator © Foxit Software http://www.foxitsoftware.com For evaluation only. 25 สมมุตฐานในการศึกษา ิ 1. ปั จจัยส่ ว นบุคคล มีอิทธิพลต่อการเลือกซื อยีห้อยาแก้ปวดลดไข้สาหรับเด็กในร้านยา ํ ทัวไปอย่างไรบ้าง 2. พฤติกรรมต่อการเลือกซือยีห้อยาแก้ปวดลดไข้สาหรับเด็ก มีอิทธิพลต่อการเลือกซื อยีห้อ ํ ยาแก้ปวดลดไข้สาหรับเด็กในร้านยาทัวไปอย่างไรบ้าง ํ 3. ปัจจัยทางการตลาดทีมีอิทธิพลต่อการเลือกซือยีห้อยาแก้ปวดลดไข้สาหรับเด็กในร้านยา ํ ทัวไปอย่างไรบ้าง
    • Generated by Foxit PDF Creator © Foxit Software http://www.foxitsoftware.com For evaluation only. 26 บทที 3 วิธีดําเนินการวิจย ั การศึกษาวิจยในครั งนี เป็ นการศึกษาปั จจัยทีมีอิทธิพลต่อการเลือกยีห้อยาแก้ปวดลดไข้ ั สําหรับเด็ก เป็ นการวิจยเชิงสํารวจ (Survey Research) ซึงมีวิธีการดําเนินการศึกษาวิจย ดังนี ั ั 1. กําหนดประชาชน และกลุ่มตัวอย่าง 2. จัดทําเครื องมือทีใช้ในงานวิเคราะห์ 3. ตรวจสอบคุณภาพของแบบสอบถาม 4. เก็บรวบรวมข้อมูล 5. วิเคราะห์ขอมูล ้ กําหนดขอบเขตประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ประชากรและกลุ่มตัวอย่างในการศึกษาครังนี คือ ประชาชนทีไปซือยาในร้านยา ซึงไม่ระบุ ร้านยา และจะเลือกเฉพาะผูทีมีบุตรเท่านัน และเคยมาซือยาแก้ปวดลดไข้สาหรับเด็ก โดยกําหนด ้ ํ เก็บข้อมูลที ร้านยา ใช้แบบสอบถามในการเก็บข้อมูล เครื องมือทีใช้ในงานวิจย ั เครื องมือในครังนี คือ แบบสอบถามทีผูวิจยสร้างขึ นจากแนวความคิด ทฤษฏีต่าง ๆ และ ้ ั ผลงานทีเกียวข้อง ประกอบด้วย 3 ส่วนได้แก่ ส่ วนที 1 ปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ อายุของเด็กในครอบครัว รายได้ของผูปกครอง ้ ส่ วนที 2 พฤติกรรมต่อการเลือกซือยาแก้ปวดลดไข้สาหรับเด็กโดยมีทงหมด 6 ข้อ ได้แก่ การเลือก ํ ั ยีห้อยา แก้ปวดลดไข้ เลือกยีห้อดังกล่าวเพราะอะไร ข้อมูลข่าวสารทีได้รับ ความถีของการซื อ ราคา ยาทีซือแต่ละครัง และการเปลียนหรื อไม่เปลียนการซือยีห้อยาแก้ปวดลดไข้สาหรับเด็กเพราะอะไร ํ ส่ วนที 3 ปัจจัยทางการตลาดทีมีอิทธิพลต่อการเลือกซือยาแก้ปวดลดไข้สาหรับเด็ก ได้แก่ ปัจจัยด้าน ํ ผลิตภัณฑ์ ปัจจัยด้านราคา ปัจจัยด้านส่งเสริ มการขาย และปัจจัยด้านสถานที รวมทังหมด 15 ข้อ โดยให้ผตอบเลือกตอบได้ 5 ระดับโดยมีความสําคัญในการเลือกมีดงนี ู้ ั 1 = ปัจจัยทีมีอิทธิพลต่อการเลือกยีห้อยาแก้ปวดลดไข้สาหรับเด็กน้อยทีสุด ํ 2 = ปัจจัยทีมีอิทธิพลต่อการเลือกยีห้อยาแก้ปวดลดไข้สาหรับเด็กน้อย ํ 3 = ปัจจัยทีมีอิทธิพลต่อการเลือกยีห้อยาแก้ปวดลดไข้สาหรับเด็กปานกลาง ํ 4 = ปัจจัยทีมีอิทธิพลต่อการเลือกยีห้อยาแก้ปวดลดไข้สาหรับเด็กมาก ํ 5 = ปัจจัยทีมีอิทธิพลต่อการเลือกยีห้อยาแก้ปวดลดไข้สาหรับเด็กมากทีสุด ํ
    • Generated by Foxit PDF Creator © Foxit Software http://www.foxitsoftware.com For evaluation only. 27 การตรวจสอบคุณภาพของแบบถาม 1. ตรวจสอบความถูก ต้องของเนื อหา (content vanity)โดยนําแบบสอบที สร้ างขึ นให้ ผูเ้ ชียวชาญ คื อ ผศ.ดร.สุ พงษ์ เอกศิริพงษ์, อ.ดร.ศรัณย์ กอสนาน, อาจารย์ปิยะวัน วงษ์บุญหนัก ตรวจสอบความถูกต้องของเนื อหาและความเหมาะสมของภาษา เพือให้ผตอบแบบสอบถามอ่าน ู้ แล้วเข้าใจ 2. หาความเป็ นปรนัย (objective) ของแบบสอบถาม โดยนําแบบสอบถามที ผ่านการ ตรวจสอบแล้วไปทดสอบก่ อนเก็บข้อมูลจริ ง โดยทําการทดสอบแบบสอบถามกับกลุ่มตัวอย่าง ประชาชนทีเข้าร้านยาโดยเข้าร้านยาทัวไปไม่ระบุเขตพืนที จากนันนํามาปรับปรุ งและแก้ไขให้มี ความเหมาะสมมากทีสุด การเก็บรวบรวมข้ อมูล การศึกษาครังนีดําเนินการเก็บข้อมูลตามขันตอนดังนี เริ มดําเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลกลุ่มตัวอย่างโดยเก็บข้อมูลกลุ่มตัวอย่างโดยเก็บข้อมูลจาก ประชาชนทีมาซือยาแก้ปวดลดไข้สาหรับเด็กในร้านขายยา โดยจะเก็บข้อมูลจากตัวผูปกครองทีมา ํ ้ ซือยาให้เด็กเท่านัน ระยะเวลาการเก็บรวบรวมข้อมูล (ระหว่างวันที 13 - 30 พ.ย. 52) โดยการเก็บ ข้อมูลรวบรวมข้อมูลด้วยผูวิจยเองเพือช่วยในการอธิบายในการกรอกข้อมูลต่าง ๆ ในแบบสอบถาม ้ ั และกลุ่มตัวอย่างเป็ นผูทีทําแบบสอบถามเองหลังจากนันทําการตรวจสอบความสมบูรณ์ของข้อมูล ้ ก่อนทําการวิเคราะห์ขอมูลต่อไป ้ การวิเคราะห์ ข้อมูล หลังจากเก็บรวบรวมข้อมูลแล้ว นําข้อมูลทีได้ไปลงรหัสและนําไปวิเคราะห์โดยใช้หลัก สถิติเชิงพรรณา (descriptive statistics) โดยใช้สถิติร้อยละ (percentage) ความถี (frequency) ในการ หาค่าของข้อมูลทีเป็ นตัวแทนของกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ส่วนเบียงเบนมาตรฐาน (standard deviation) ในการวัดการกระจายข้อมูล ในการแปรความหมายของระดับความคิดเห็นในแบบสอบถามส่ วนที 3 ทีเป็ นการถาม เกียวกับปั จจัยทางการตลาด ผูศึกษาได้แบ่งเป็ น 5 ระดับ โดยอาศัยการเปรี ยบเทียบระดับคะแนน ้ เฉลียกับกราฟทีแบ่งความกว้างแต่ละอันตรภาคชันทีเท่ากัน ซึงคํานวณได้ดงนี ั ความกว้างของอันตรภาคชัน = (คะแนนสูงสุด – คะแนนตําสุด) จํานวนชัน = (5 - 1) 5 = 0.8 คะแนนต่อชัน
    • Generated by Foxit PDF Creator © Foxit Software http://www.foxitsoftware.com For evaluation only. 28 ดังนันระดับความคิดเห็นในแต่ละช่วงจะมีคะแนนดังนี คะแนนเฉลีย 1.00 – 1.80 1.81 – 2.60 2.61 – 3.40 3.41 – 4.20 4.21 – 5.00 ระดับความเห็น มีอิทธิพลน้อยทีสุด มีอิทธิพลน้อย มีอิทธิพลปานกลาง มีอิทธิพลมาก มีอิทธิพลมากทีสุด ในส่วนของการทดสอบระดับความสัมพันธ์และความแตกต่างของปัจจัยส่วนบุคคลและ ปัจจัยทางการตลาดเพือทดสอบสมมุติฐานนัน
    • Generated by Foxit PDF Creator © Foxit Software http://www.foxitsoftware.com For evaluation only. 29 บทที 4 ผลของการวิจย ั การศึกษาปั จจัยที มีอิทธิพลในการเลือกยีห้อยาแก้ปวดลดไข้สาหรับเด็ กในร้านยาในเขต ํ พืนทีจังหวัดนครศรี ธรรมราช คณะผูจดทําได้ทาการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามแล้ว ้ั ํ วิเคราะห์ขอมูลโดยใช้แบบสอบถามและวิเคราะห์ขอมูล ซึงแบ่งออกเป็ น 3 ส่วนได้แก่ ้ ้ ส่ วนที 1 ปัจจัยส่วนบุคคล ส่ วนที 2 พฤติกรรมต่อการเลือกซือยีห้อยาแก้ปวดลดไข้สาหรับเด็ก ํ ส่ วนที 3 ปัจจัยทางการตลาดทีมีอิทธิพลต่อการเลือกซือยีห้อยาแก้ปวดลดไข้สาหรับเด็ก ํ ปัจจัยส่ วนบุคคล ตารางที1 แสดงจํานวนร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจําแนกตามจํานวนเด็กในครอบครัว จํานวนเด็ก จํานวน(คน) ร้อยละ 1 คน 28 23.3 2 คน 48 40.0 3 คนขึนไป 44 36.7 รวม 120 100.00 จากการวิจยพบว่าเมือจําแนกกลุ่มตัวอย่างตามจํานวนเด็กในครอบครัวพบว่า กลุ่มตัวอย่าง ั ส่ ว นใหญ่ มีเด็ กในครอบครั ว จํานวน 2คน (ร้ อยละ 40.0) รองลงมาคื อ 3คนขึ นไป (ร้อยละ36.7) จํานวนกลุ่มตัวอย่างทีพบน้อยสุดคือจํานวน1คน (ร้อยละ23.3) ตารางที 2 แสดงจํานวนร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจําแนกตามอายุ อายุเด็ก จํานวน(คน) 1-6 เดือน 4 6-12 เดือน 19 1-2 ปี 17 3-4 ปี ขึนไป 80 รวม 120 ร้อยละ 3.3 15.8 14.2 66.7 100.00
    • Generated by Foxit PDF Creator © Foxit Software http://www.foxitsoftware.com For evaluation only. 30 จากการวิจยพบว่าเมือจําแนกกลุ่มตัวอย่างตามอายุพบว่ากลุ่มตัวอย่างส่ วนใหญ่อายุ 3-4 ปี ั ขึนไป (ร้อยละ66.7) รองลงมาคืออายุ 6-12 เดือน (ร้อยละ15.8) ส่ วนอายุ 1-6 เดือนพบน้อยทีสุ ด (ร้อยละ3.3) ตารางที 3 แสดงจํานวนร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจําแนกตามการศึกษาของผูซือ ้ ระดับการศึกษา จํานวน(คน) ร้อยละ ประถมศึกษาหรื อตํากว่า 6 5.0 มัธยมศึกษาหรื อเทียบเท่า 45 37.5 ปริ ญญาตรี หรื อสูงกว่า 69 57.5 รวม 120 100.00 จากการวิ จ ัย พบว่ าเมื อจําแนกกลุ่ม ตัว อย่า งตามการศึก ษาของผูซือพบว่ าส่ ว นใหญ่ จ บ ้ การศึกษาระดับปริ ญญาตรี หรื อสูงกว่า (ร้อยละ57.5) รองลงมาคือระดับมัธยมศึกษาหรื อเทียบเท่า (ร้อยละ37.5) ส่วนประถมศึกษาหรื อตํากว่าพบน้อยสุด (ร้อยละ5.0) ตารางที 4 แสดงจํานวนร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจําแนกตามอาชีพของผูซือ ้ อาชีพ จํานวน(คน) ข้าราชการ/พนักงาน 37 รัฐวิสาหกิจ พนักงานบริ ษท/ห้างร้าน ั 14 รับจ้างทัวไป/ผูใช้แรงงาน ้ 12 เจ้าของกิจการ/ธุรกิจส่วนตัว 18 พ่อบ้านแม่บาน ้ 7 นักเรี ยน นักศึกษา 32 รวม 120 ร้อยละ 30.8 11.7 10.0 15.0 5.8 26.7 100.00 จากการวิจยพบว่าเมือจําแนกกลุ่มตัวอย่างตามอาชีพของผูซือพบว่าส่วนใหญ่รับข้าราชการ/ ั ้ พนักงานรัฐวิสาหกิจ (ร้อยละ30.8) รองลงมาคืออาชีพ นักเรี ยน นักศึกษา (ร้อยละ26.7) ส่วนพ่อบ้าน แม่บานพบน้อยสุด (ร้อยละ5.8) ้
    • Generated by Foxit PDF Creator © Foxit Software http://www.foxitsoftware.com For evaluation only. 31 ตารางที 5 แสดงจํานวนร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจําแนกตามรายได้ครอบครัวต่อเดือน รายได้เฉลียต่อเดือน จํานวน(คน) ร้อยละ น้อยกว่า10,000 บาท 26 21.7 10,000-15,000 บาท 35 29.2 20,000-30,000 บาทขึนไป 59 49.2 รวม 120 100.00 จากการวิจยพบว่าเมือจําแนกกลุ่มตัวอย่างตามรายได้ครอบครัวต่อเดือนส่ วนใหญ่มีรายได้ ั ระหว่าง 20,000-30,000 บาทขึนไป (ร้อยละ49.2) รองลงมาคือรายได้ระหว่าง10, 000-15,000 บาท (ร้ อยละ29.2) จํานวนกลุ่มตัว อย่างทีน้อยทีสุ ด คื อกลุ่มตัว อย่างที มีร ายได้น้อยกว่ า10, 000 บาท (ร้อยละ21.7) พฤติกรรมต่อการเลือกซือยีห้ อยาแก้ปวดลดไข้ สําหรับเด็ก ตารางที 6 แสดงจํานวนร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจําแนกตามการเลือกซือตามยีห้อยา ยีห้อยา จํานวน ร้อยละ คาปอล์ ไซรัป 7 5.8 พานาดอล์ ไซรัป 1 0.8 พาราเซตามอล ไซรัป 37 30.8 ซาร่ า ไซรัป 26 21.7 เทมปร้า ไซรัป 5 4.2 ไทลีนอล ไซรัป 42 35.0 นิวโลเฟน ไซรัป 2 1.7 อืน ๆ 0 0.00 รวม 120 100.00 จากการวิจยพบว่าเมือจําแนกกลุ่มตัวอย่างตามการเลือกซื อตามยีห้อยาส่ วนใหญ่เลือกซื อ ั ยีห้อไทลีนอล ไซรัป (ร้อยละ 35.0) รองลงมาคือยีห้อพาราเซตามอล ไซรัป (ร้อยละ 30.8) ส่ วนยีห้อ พานาดอล์ ไซรัปพบได้นอยสุด (ร้อยละ0.8) ้
    • Generated by Foxit PDF Creator © Foxit Software http://www.foxitsoftware.com For evaluation only. 32 ตารางที 7 แสดงจํานวนร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจําแนกตามเหตุผลในการเลือกซือ เหตุผล จํานวน ร้อยละ เชือมันในคุณภาพสิ นค้า 36 30.0 12 10.0 ได้รับบอกต่อจากคนรู้จกว่าใช้ ั แล้วดี เชือมันในสือโฆษณา 1 0.8 ใช้แล้วอาการดีขึน 51 42.5 พนักงานขายแนะนํา 10 8.3 5 4.2 เป็ นผลิตภัณฑ์ทีได้รับความ นิยม อืน ๆ 5 4.2 รวม 120 100.00 จากการวิ จ ัย พบว่ าเมื อจํา แนกกลุ่ ม ตัว อย่า งตามเหตุ ผลในการเลื อกซื อส่ ว นใหญ่ พบ ส่ วนมากคือใช้แล้วอาการดีขึน (ร้อยละ42.5) รองลงมาคือเชือมันในคุณภาพสิ นค้า (ร้อยละ30.0) ส่วนเชือมันในโฆษณานันพบน้อยสุด (ร้อยละ0.8) ตารางที 8 แสดงจํานวนร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจําแนกตามแหล่งข้อมูลข่าวสารทีได้รับ แหล่งข้อมูล จํานวน ร้อยละ โทรทัศน์/วิทยุ 58 48.3 วารสาร/สิ งพิมพ์ 14 11.7 อินเตอร์เน็ต 7 5.8 ป้ ายโฆษณา 10 8.3 การบอกกล่าวจากผูอืน ้ 27 22.5 อืน ๆ 4 3.3 รวม 120 100.00 จากการวิจยพบว่าเมือจําแนกกลุ่มตัวอย่างตามแหล่งข้อมูลข่าวสารทีได้รับส่ วนใหญ่ได้รับ ั ข่าวสารจากโทรทัศน์/วิทยุ (ร้อยละ48.3) รองลงมาคือการบอกกล่าวจากผูอืน (ร้อยละ22.5) ส่ วนสื อ ้ จากอินเตอร์เน็ตพบได้นอยสุด (ร้อยละ5.8) ้
    • Generated by Foxit PDF Creator © Foxit Software http://www.foxitsoftware.com For evaluation only. 33 ตารางที 9 แสดงจํานวนร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจําแนกตามความถีในการซือ ความถี จํานวน ทุกเดือน 5 1-2 เดือน/ครัง 39 3-4 เดือน/ครัง 76 รวม 120 ร้อยละ 4.2 32.5 63.3 100.00 จากการวิจยพบว่าเมือจําแนกกลุ่มตัวอย่างตามความถีในการซือพบว่าส่ วนใหญ่3-4 เดือน/ ั ครั ง (ร้ อยละ63.3) รองลงมาคือซื อ 1-2 เดือน/ครั ง (ร้อยละ32.5) ส่ วนการซื อใช้ทุกเดื อนพบได้ น้อยสุด (ร้อยละ4.2) ตารางที 10 แสดงจํานวนร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจําแนกตามค่าใช้จ่ายในการซือแต่ละครัง จํานวน(บาท) จํานวน ร้อยละ ตํากว่า 50 บาท/ครัง 22 18.3 51-100บาท/ครัง 75 62.5 101-150บาท/ครัง 13 10.8 มากกว่า 150 บาท/ครังขึนไป 10 8.3 รวม 120 100.00 จากการวิจยพบว่าเมือจําแนกกลุ่มตัวอย่างตามค่าใช้จ่ายในการซือแต่ละครั งพบว่าการซื อ ั แต่ละครังใช้จ่ายระหว่าง 51-100 บาท (ร้อยละ62.5) รองลงมาคือ ตํากว่า 50 บาท/ครั ง (ร้อยละ18.3) ส่วนมากกว่า 150 บาท/ครังขึนไปพบได้นอยสุด (ร้อยละ8.3) ้
    • Generated by Foxit PDF Creator © Foxit Software http://www.foxitsoftware.com For evaluation only. 34 ตารางที 11 แสดงจํานวนร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจําแนกตามการเลือกใช้ในครังต่อไป เหตุผล จํานวน ร้อยละ ไม่ เพราะคุณภาพตัวยาทีใช้ดี 54 45.0 อยูแล้ว ่ 36 30.0 ไม่ เพราะ กลัวการแพ้ยาหาก เปลียนยีห้ออืน 13 10.8 ไม่ เพราะไม่รู้ว่าจะซือยีห้อ ไหนดี และไม่มีขอมูล ้ ผลิตภัณฑ์ ใช่ เพราะ คุณภาพตัวยายีห้ออืน 15 12.5 ใกล้เคียงกับยีห้อทีเคยใช้อยู่ และยีห้อเดิมหาซือยาก ใช่ เพราะราคาสินค้าของยีห้อ 2 1.6 อืนตํากว่ายีห้อทีเคยใช้อยู่ อืนๆ 0 0.00 รวม 120 100.00 จากการวิจยพบว่าเมือจําแนกกลุ่มตัวอย่างตามการเลือกใช้ในครังต่อไปพบว่าประชาชน ั ส่วนใหญ่ไม่เปลียนยีห้อยา เพราะคุณภาพตัวยาทีใช้ดีอยู่แล้ว(ร้อยละ45.0) รองลงมาคือ ไม่เปลียน ยีห้อยา เพราะ กลัวการแพ้ยาหากเปลียนยีห้ออืน (ร้อยละ30.0) ส่วนการใช้ยห้ออืนเพราะ ราคาสินค้า ี ของยีห้ออืนตํากว่ายีห้อทีเคยใช้อยูพบได้นอยสุด (ร้อยละ1.6) ่ ้ ปัจจัยทางการตลาดทีมีอทธิพลต่อการเลือกซือยีห้ อยาแก้ปวดลดไข้ สําหรับเด็ก ิ จากบทที3 การวิเคราะห์ขอมูลในการแปรความหมายของระดับความเห็นในแบบสอบถาม ้ ส่วนที3 ทีเป็ นการถามเกียวกับปั จจัยทางการตลาด ผูศึกษาได้แบ่งออกเป็ น5 ระดับ โดยอาศัยการ ้ เปรี ยบเทียบระดับคะแนนเฉลียกับเกณฑ์ทีแบ่งทีมีความกว้างแต่ละอัตรภาคชันทีเท่ากันได้ผลดังนี
    • Generated by Foxit PDF Creator © Foxit Software http://www.foxitsoftware.com For evaluation only. 35 ตารางที 12 ตารางแสดงค่าเฉลียข้อมูลด้านผลิตภัณฑ์ทีมีอทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกซือยีห้อยาแก้ ิ ปวดลดไข้สาหรับเด็ก ํ ด้านผลิตภัณฑ์ N Mean Std.Deviation 120 3.70 0.866 1.เลือกยีห้อยาแก้ปวดลดไข้ทีมีมานาน และ น่าเชือถือ 2. ประสิทธิผลของยาแก้ปวดลดไข้สาหรับเด็กได้ ํ 120 3.77 0.742 มาตรฐานตามยีห้อนัน ๆ 120 3.72 0.925 3. สีสนและรสชาติของยาแก้ปวดลดไข้มีความ ั สวยงามเหมาะสําหรับเด็ก และมีเครื องหมาย รับประกันคุณภาพ 4. มีรูปแบบผลิตภัณฑ์น่าสนใจ เป็ นเอกลักษณ์ 120 3.46 0.925 5. มีรายละเอียดของยาครบถ้วนชัดเจน 120 4.22 0.747 6. รู ปแบบผลิตภัณฑ์ของยายีห้อใหม่เป็ นที 120 3.48 0.925 น่าสนใจมากกว่ารู ปแบบผลิตภัณฑ์ยายีห้อเก่า 7. ท่านใช้ยห้อยาแก้ปวดลดไข้สาหรับเด็กตัวใด ี ํ 120 3.28 0.869 แล้วท่านจะไม่เปลียนไปใช้ยห้ออืน ี จากการวิจยพบว่า ั ปัจจัยทีมีอิทธิพลทางด้านผลิตภัณฑ์มากทีสุดต่อการตัดสินใจเลือกซือยีห้อยาแก้ปวดลดไข้ สําหรับเด็ก ได้แก่ - มีรายละเอียดของยาครบถ้วนชัดเจน ปั จ จัย ที มีอิทธิ พลทางด้านผลิต ภัณ ฑ์มากต่ อการตัด สิ น ใจเลือกซื อยีห้อยาแก้ปวดลดไข้ สําหรับเด็ก ได้แก่ -เลือกยีห้อยาแก้ปวดลดไข้ทีมีมานาน และน่าเชือถือ -ประสิทธิผลของยาแก้ปวดลดไข้สาหรับเด็กได้มาตรฐานตามยีห้อนัน ๆ ํ -สีสนและรสชาติของยาแก้ปวดลดไข้มความสวยงามเหมาะสําหรับเด็ก และมีเครื องหมาย ั ี รับประกันคุณภาพ -มีรูปแบบผลิตภัณฑ์น่าสนใจ เป็ นเอกลักษณ์ -รู ปแบบผลิตภัณฑ์ของยายีห้อใหม่เป็ นทีน่าสนใจมากกว่ารู ปแบบผลิตภัณฑ์ยายีห้อเก่า ปัจจัยทีมีอิทธิพลทางด้านผลิตภัณฑ์ปานกลางต่อการตัดสินใจเลือกซือยีห้อยาแก้ปวดลดไข้ สําหรับเด็ก ได้แก่ -ท่านใช้ยห้อยาแก้ปวดลดไข้สาหรับเด็กตัวใดแล้วท่านจะไม่เปลียนไปใช้ยห้ออืน ี ํ ี
    • Generated by Foxit PDF Creator © Foxit Software http://www.foxitsoftware.com For evaluation only. 36 ตารางที 13 ตารางแสดงค่าเฉลียข้อมูลด้านราคาทีมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกซือยีห้อยาแก้ปวด ลดไข้สาหรับเด็ก ํ ด้านราคา N Mean Std.Deviation 1.ท่านจะเลือกซือยายีห้อใดนันเป็ น 120 2.60 0.999 เพราะราคาซือถูกกว่ายีห้ออืน 2. ราคาของยาแก้ปวดลดไข้สาหรับเด็ก ํ 120 3.28 0.916 มีความเหมาะสมกับยีห้อทีเลือก จากการวิจยพบว่า ั ปั จ จัย ทีมีอิทธิ พลทางด้านราคาปานกลางต่ อการตัด สิ นใจเลือกซื อยีห้อยาแก้ปวดลดไข้ สําหรับเด็ก ได้แก่ -ราคาของยาแก้ปวดลดไข้สาหรับเด็กมีความเหมาะสมกับยีห้อทีเลือก ํ ปัจจัยทีมีอิทธิพลทางด้านราคาน้อยต่อการตัดสิ นใจเลือกซือยีห้อยาแก้ปวดลดไข้สาหรับ ํ เด็ก ได้แก่ -ท่านจะเลือกซือยายีห้อใดนันเป็ นเพราะราคาซือถูกกว่ายีห้ออืน ตารางที 14 ตารางแสดงค่าเฉลียข้อมูลด้านการส่งเสริ มทางการตลาดทีมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ เลือกซือยีห้อยาแก้ปวดลดไข้สาหรับเด็ก ํ ด้านการส่งเสริ มการตลาด N Mean Std.Deviation 1.การโฆษณาจากสือ / สิงพิมพ์ต่าง ๆ มีความ 120 3.35 0.827 น่าเชือถือ 2. มีการชักจูงใจจากตัวแทนจําหน่าย 120 3.22 0.852 3. พนักงานขายมีความน่าเชือถือ 120 3.42 0.846 4. พนักงานขาย มีการแนะนําและให้ความรู้ 120 3.75 0.901 เกียวกับการใช้ยาแก้ปวดลดไข้เด็ก จากการวิจยพบว่า ั ปัจจัยทีมีอิทธิพลทางด้านการส่งเสริ มการตลาดมากต่อการตัดสินใจเลือกซือยีห้อยาแก้ปวด ลดไข้สาหรับเด็ก ได้แก่ ํ -พนักงานขาย มีการแนะนําและให้ความรู้เกียวกับการใช้ยาแก้ปวดลดไข้เด็ก -พนักงานขายมีความน่าเชือถือ
    • Generated by Foxit PDF Creator © Foxit Software http://www.foxitsoftware.com For evaluation only. 37 ปัจจัยทีมีอิทธิพลทางด้านการส่งเสริ มการตลาดปานกลางต่อการตัดสิ นใจเลือกซือยีห้อยา แก้ปวดลดไข้สาหรับเด็ก ได้แก่ ํ -การโฆษณาจากสือ / สิงพิมพ์ต่าง ๆ มีความน่าเชือถือ -มีการชักจูงใจจากตัวแทนจําหน่าย ตารางที 15 ตารางแสดงค่าเฉลียข้อมูลด้านช่องทางการจัดจําหน่ายทีมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือก ซือยีห้อยาแก้ปวดลดไข้สาหรับเด็ก ํ ด้านช่องทางการจัดจําหน่าย N Mean Std.Deviation 1.สถานที ทีจําหน่ายยาแก้ปวดลดไข้สาหรับเด็ก ํ 120 3.92 0.773 หาง่าย และสะดวก 120 3.83 0.792 2. การจัดเรี ยงยาแก้ปวดลดไข้สาหรับเด็กสามารถ ํ มองเห็นได้ ปัจจัยทีมีอิทธิพลทางด้านช่องทางการจัดจําหน่ ายมากต่อการตัดสิ นใจเลือกซือยีห้อยาแก้ ปวดลดไข้สาหรับเด็ก ได้แก่ ํ -สถานที ทีจําหน่ายยาแก้ปวดลดไข้สาหรับเด็กหาง่าย และสะดวก ํ -การจัดเรี ยงยาแก้ปวดลดไข้สาหรับเด็กสามารถมองเห็นได้ ํ ตารางที 16 ตารางแสดงความแตกต่างปัจจัยทางการตลาดทีมีผลต่อการตัดสินใจเลือกซือยีห้อยาแก้ ปวดลดไข้สาหรับเด็กทางด้านปัจจัยต่างๆ ทําการทดสอบ ํ ตารางแสดงความแตกต่างปัจจัยทาง N Mean การตลาด ปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์ 120 3.66 ปัจจัยด้านราคา 120 2.94 ปัจจัยด้านรายการส่งเสริ มการขาย 120 3.33 ปัจจัยด้านช่องทางการจัดจําหน่าย 120 3.88 จากผลการวิจยสรุ ปได้ว่า ั ปัจจัยด้านช่องทางการจัดจําหน่ายมีคะแนนเฉลียสูงสุดคือ 3.88และ ปัจจัยด้านราคามี ค่าเฉลียน้อยสุดคือ 2.94
    • Generated by Foxit PDF Creator © Foxit Software http://www.foxitsoftware.com For evaluation only. 38 บทที 5 สรุ ปผลการศึกษา อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ สรุ ปผลการศึกษา จากผลการศึกษาปัจจัยทีมีอิทธิพลต่อการเลือกซือยาแก้ปวดลดไข้สาหรับเด็ก พบว่า จํานวน ํ ของเด็ กในครอบครัว ส่ วนใหญ่ครอบครัวละ 2 คน, อายุร ะหว่าง 3-4 ปี ขึนไป, ผูซือส่ วนใหญ่จ บ ้ ปริ ญญาตรี หรื อสูงกว่า, อาชีพส่วนใหญ่รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ, มีรายไดhระหว่าง 20,000 – 30,000 บาทขึ นไป, เลือกซือยาไทลีนอล ไซรั ป, เพราะใช้แล้วอาการดีขึ น, ส่ วนใหญ่ ได้รั บข่ าวสารจาก โทรทัศน์/ วิทยุ, ความถีในการซือยา 3-4 เดือน/ครัง, ส่วนใหญ่การซือแต่ละครังใช้จ่ายระหว่าง 51 – 100 บาท, พบว่าส่วนใหญ่ครังต่อไปไม่เปลียนยีห้อยา เพราะคุณภาพตัวยาดีอยูแล้ว ่ การอภิปราย จากผลการศึกษาเรื องปั จจัยทีมีอิทธิพลต่ อการเลือกซือยีห้อยาแก้ปวดลดไข้สําหรับเด็ ก สามารถจัดเรี ยงประเด็นต่าง ๆ ได้ดงนี ั 1. ปัจจัยด้านช่องทางการจัดจําหน่าย จากการศึกษาพบว่าปัจจัยด้านช่องทางการจัดจําหน่ ายมีอิทธิพลต่อการเลือกซื อยีห้อยาแก้ ปวดลดไข้สาหรับเด็กเป็ นอันดับ 1 โดยมีอิทธิพลต่อการตัดสิ นใจระดับมาก (ค่าเฉลีย 3.88) ซึ ง ํ ประเด็นที ผูตดสิ นใจซื อยีห้อยาแก้ปวดลดไข้สําหรับเด็ก คือ สถานที ทีจําหน่ ายยาแก้ปวดลดไข้ ้ั สําหรับเด็กหาง่าย และสะดวก 2. ปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์ จากการศึก ษาพบว่ าปั จจัยด้านผลิต ภัณ ฑ์มีอิทธิพลต่ อการเลือกซื อยีห้อยาแก้ปวดลดไข้ สําหรับเด็กเป็ นอันดับ 2 โดยมีอิทธิพลต่อการตัดสิ นใจระดับมาก (ค่าเฉลีย 3.66) ซึงประเด็นทีผู้ ตัดสินใจซือยีห้อยาแก้ปวดลดไข้สาหรับเด็ก คือ มีรายละเอียดของยาครบถ้วนชัดเจน ํ 3. ปัจจัยด้านรายการส่งเสริ มการขาย จากการศึกษาพบว่าปัจจัยด้านรายการส่ งเสริ มการขายมีอิทธิพลต่อการเลือกซื อยีห้อยาแก้ ปวดลดไข้สาหรับเด็กเป็ นอันดับ 3 โดยมีอิทธิ พลต่ อการตัด สิ นใจระดับมาก (ค่าเฉลีย 3.33) ซึ ง ํ ประเด็ นทีผูตด สิ นใจซื อยีห้อยาแก้ปวดลดไข้สาหรั บเด็ ก คือ พนักงานขาย มีการแนะนําและให้ ้ ั ํ ความรู้เกียวกับการใช้ยาแก้ปวดลดไข้เด็ก 4. ปัจจัยด้านราคา จากการศึกษาพบว่าปัจจัยด้านราคามีอิทธิพลต่อการเลือกซือยีห้อยาแก้ปวดลดไข้สาหรับ ํ เด็กเป็ นอันดับ 4 โดยมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจระดับมาก (ค่าเฉลีย 2.94) ซึงประเด็นทีผูตดสินใจซือ ้ั
    • Generated by Foxit PDF Creator © Foxit Software http://www.foxitsoftware.com For evaluation only. 39 ยีห้อยาแก้ปวดลดไข้สาหรับเด็ก คือ ราคาของยาแก้ปวดลดไข้สาหรับเด็กมีความเหมาะสมกับยีห้อที ํ ํ เลือก ประโยชน์ ทได้ รับจากการวิจย ี ั ผูทาวิจยได้วิเคราะห์ขอมูลในการศึกษาปัจจัยทีมีอิทธิพลในการเลือกยีห้อ ยาแก้ปวดลดไข้ ้ ํ ั ้ สําหรับเด็ก สามารถนํามาใช้เป็ นแนวทางว่าประชาชนเลือกซื อยาต้นแบบ (Original) หรื อ เลือกซือ เพราะยีห้อยา (Brand name) มากกว่ากัน และสามารถนํามาเป็ นข้อมูลเบืองต้นในการเลือกยาทีนิ ยม ให้ก ับ ร้ านยาเพื อวางขาย และเป็ นประโยชน์ ต่ อบริ ษัท ผูผ ลิ ต ยาในการพัฒ นาผลิ ต ภัณ ฑ์ใ ห้มี ้ ประสิ ทธิภาพและคุณภาพให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า จากการเลือกยีห้อยาแก้ปวดลดไข้ สําหรับเด็กจากร้านยานันเอง ข้ อเสนอแนะ 1. อาจเพิมหัว ข้อในแบบสอบถามในด้านอืน ๆ ให้มากขึ น เช่ น ด้านวิชาการ ด้านการ บริ ก าร รวมทังลงลึก ปั จ จัยด้านผลิต ภัณ ฑ์ว่ าผูปกครองต้องการยาแก้ปวดลดไข้สําหรั บเด็ ก ที มี ้ ประสิทธิภาพอย่างไรเพือครอบคลุมต่อการศึกษาครังต่อไป 2. ควรทําในกลุ่มตัวอย่างให้มีจานวนมากกว่านี และควรสุ่ มตัวอย่างจากจังหวัดอืน ๆ เพือ ํ เป็ นการยืนยันผลการศึกษา
    • Generated by Foxit PDF Creator © Foxit Software http://www.foxitsoftware.com For evaluation only. 40 เอกสารอ้างอิง 1) ศ.ดร. วิทรย์ เทียงบูรณธรรม พจนานุกรมยาและยาใหม่ในประเทศไทย พิมพ์ครังที 3 กรุ งเทพฯ ู : รวมสาส์น (1997 ) จํากัด , 2547 : 858 -861. 2) สมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย ), คู่มือการใช้ยาสําหรับบุคลากรสาธารณสุข, 2550: 124-125. 3) องค์การเภสัชกรรมแนะการใช้ยาลดไข้แก้ปวด. สืบค้นจาก: http://www.ryt 9.com/s/prg/238162 วันทีสืบค้น 9 มิถุนายน 2552. 4) สมาคม PReMA (Pharmaceutical Research and Manufacturers Association) สืบค้นจาก: http://www.prema.or.th วันทีสืบค้น 17 มิถุนายน 2552. 5) ภก.ธีระ ฉกาจนโรดม , ตลาดยาเชิงยุทย์ 2 นนทบุรี : สํานักพิมพ์หยดหมึก, 2549: 38-39. 6) มูลค่าการบริ โภคยาในประเทศไทย , 2543 – 2544: 5-6. 7) ศิริวรรณ เสรี รัตน์. ศัพท์การตลาดและการโฆษณา. พิมพ์ครังที 1 กรุ งเทพมหานคร : โรงพิมพ์ พัฒนศึกษา, 2538: 5-17 , 302, 353. 8) สุกร เสรี รัตน์. การบริ หารการตลาดยุคใหม่. พิมพ์ครังที 1 กรุ งเทพมหานคร : โรงพิมพ์พฒน ั ศึกษา, 2534: 10-15. 9) ศุพร เสรี รัตน์. พฤติกรรมการบริ โภค. พิมพ์ครังที 2 กรุ งเทพมหานคร : โรงพิมพ์ดอกหญ้า, 2540: 10 – 25 , 103, 368. 10) อดุลย์ จาตุรงคกุล, ดลยา จาตุรคกุล, พฤติกรรมผูบริ โภค, ฉบับมาตรฐาน, หน้า 142-143, ้ บริ ษท วิรัตน์ อีดูเคชัน จํากัด, กรุ งเทพมหานคร, พิมพ์ครังที 1, 2549. ั 11) ยุทธนา ธรรมเจริ ญ, พฤติกรรมผูบริ โภค, หน้า 99-110, สํานักพิมพ์ศรี บุญอุตสาหกรรมการ ้ พิมพ์, กรุ งเทพมหานคร, พิมพ์ครังที 1, 2530. 12) ศุพร เสรี รัตน์ กลยุทธ์การตลาดและบริ การ .พิมพ์ครังที 1 กรุ งเทพมหานคร : โรงพิมพ์ดอก หญ้า,2538: 100. 13) หลักการตลาด. กรุ งเทพมหานคร ฯ : โรงพิมพ์ S.M. Circuit Press,2535: 68. 14) ศุภร เสรี รัตน์ พฤติกรรมผูบริ โภค พิมพ์ครังที 4 . กรุ งเทพมหานคร ฯ : โรงพิมพ์ เอ.อาร์.นิซิ ้ เพรส ,2545: 26, 259 – 260. 15) นงลักษณ์ สุขวาณิ ชย์ศิลป์ (บรรณาธิการ) .เภสัชวิทยา เล่ม 3 .พิมพ์ครังที 2 ปทุมวัน/กรุ งเทพฯ :พิมพ์โดย ภาควิชาเภสัชวิทยา คณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล, 2537: 12 – 15. 16) เรวดี ธรรมอุปกรณ์. ใช้ยา – ต้องรู้ เล่ม 2. พิมพ์ครังที 1. กรุ งเทพมหานคร : สํานักพิมพ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551: 3. 17) ปราณี ทูไพเราะ : คู่มือยา. พิมพ์ครังที 4 . : โรงพิมพ์ L.T Press Co., Ltd, 2548: 136-137. ้
    • Generated by Foxit PDF Creator © Foxit Software http://www.foxitsoftware.com For evaluation only. 41 18) นายแพทย์กาพล ศรี วฒนกุล . คู่มือการใช้ยาฉบับสมบูรณ์ : โรงพิมพ์ สยามสปอร์ต ซินดิเดท ํ ั จํากัด, 2538: 99, 283 – 289. 19) ช่วย เชิญกลาย ความรู้และการปฏิบติตนในการใช้ยาแก้ปวดเมือยของประชาชนในเขตอําเภอ ั ด้านขุนทด จังหวัด นครราชสีมา . ภาคนิพนธ์ปริ ญญาสาธารณสุข สุขศาสตร์บณฑิต คณะ ั สาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, 2533. 20) MIMS Thailand Drug information results for paracetamol. Available at : www.mims.com Accessed July 17, 2009. 21) ชมรมเภสัชกรจังหวัดชลบุรี. ผลการวิจยการใช้บริ การร้านยาเมืองไทย . สืบค้นจาก ั www.rxchon.com .วันทีสืบค้น 16 กรกฎาคม 2552. ชูเพ็ญ เสรี รัตน์ (2526) รายงานการวิจยเรื อง ยาลดไข้แก้ปวดทีขายดีในร้านยา ในจังหวัดเชียงใหม่. ั คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. ผูช่วยศาสตราจารย์ ดร. รุ่ งเพชร สกุลบํารุ งศิลป์ (2542: 9) เรื อง “ ศึกษาและวิจยหาวัตถุดิบซึงเป็ น ้ ั เภสัชภัณฑ์ทีสมควรทําการผลิตในประเทศ ” สําลี ใจดี . รายงานการวิ จ ัย เรื อง การใช้ย าชุ ด ในเมืองไทย : คณะเภสัช ศาสตร์ จุ ฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย, 2523. นิศากร ตัณลาพุฒ. การรับรู้ และการจดจําภาพยนตร์โฆษณายาทางโทรทัศน์ และพฤติกรรมการ ซื อยาแก้ป วดลดไข้ ของกลุ่ ม ผูใ ช้แ รงงานในเขตกรุ งเทพมหานคร : วิ ท ยานิ พ นธ์ ้ มหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2538. ผูช่วยศาสตราจารย์ ดร. รุ่ งเพ็ชร สกุลบํารุ งศิลป์ . มูลค่าการบริ โภคยาในประเทศไทย: คณะเภสัช ้ ศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2547.
    • Generated by Foxit PDF Creator © Foxit Software http://www.foxitsoftware.com For evaluation only. 42 ภาคผนวก
    • Generated by Foxit PDF Creator © Foxit Software http://www.foxitsoftware.com For evaluation only. 43 แบบสอบถาม เรือง ปัจจัยทีมีอิทธิพลในการเลือกยีห้ อยาแก้ ปวดลดไข้ สําหรับเด็ก ส่ วนที 1 ปัจจัยส่ วนบุคคล คําชีแจง โปรดทําเครื องหมาย  ลงในช่อง หน้าคําตอบทีท่านเลือก ตามความเป็ นจริ ง 1. จํานวนเด็กทีอยูในครอบครัวของท่าน ่ 1 คน 2 คน 3 คนขึนไป 2. อายุของเด็กทีอยูในครอบครัวของท่าน (ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ) ่ 1-6 เดือน 6- 12 เดือน 1-2 ปี 3. ระดับการศึกษาของท่าน ประถมศึกษาหรื อตํากว่า ปริ ญญาตรี หรื อสูงกว่า 4. อาชีพของท่าน ข้าราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ รับจ้างทัวไป/ผูใช้แรงงาน ้ พ่อบ้าน/แม่บาน ้ 5. รายได้ครอบครัวต่อเดือน น้อยกว่า 10,000 บาท 20,000 – 30,000 ขึนไป 3-4 ปี ขึนไป มัธยมศึกษาหรื อเทียบเท่า พนักงานบริ ษท/ห้างร้าน ั เจ้าของกิจการ/ธุรกิจส่วนตัว นักเรี ยน นักศึกษา............................... 10,000-15,000 บาท
    • Generated by Foxit PDF Creator © Foxit Software http://www.foxitsoftware.com For evaluation only. 44 ส่ วนที 2 พฤติกรรมต่อการเลือกซือยีห้อยาแก้ปวดลดไข้ สําหรับเด็ก คําชีแจง โปรดทําเครื องหมาย  ลงช่อง ทีใกล้เคียงกับความเป็ นจริ งมากทีสุดเพียงคําตอบเดียว 1. ปัจจุบนท่านเลือกซือยาแก้ปวดลดไข้สาหรับเด็ก ยีห้อใด ( ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ ) ั ํ คาปอล์ ไซรัป (Calpol syrup) พานาดอล์ ไซรัป (Panadol syrup) พาราเซตามอล ไซรัป (Paracetamol syrup) ซาร่ า ไซรัป(Sara syrup) เทมปร้า ไซรัป (Tempra syrup) ไทลีนอล ไซรัป (Tylenol syrup) นิวโลเฟน ไซรัป (Nurofen syrup) อืน ๆ............................ 2. เพราะเหตุใดท่านจึงเลือกซือยาแก้ปวดลดไข้สาหรับเด็กยีห้อดังกล่าว ํ เชือมันในคุณภาพสินค้า ได้รับบอกต่อจากคนรู้จกว่าใช้แล้วดี ั เชือมันในสือโฆษณา ใช้แล้วอาการดีขึน พนักงานขายแนะนํา เป็ นผลิตภัณฑ์ทีได้รับความนิยม อืน ๆ.............................. 3. ท่านได้รับข้อมูลข่าวสารเกียวกับยีห้อยาแก้ปวดลดไข้สาหรับเด็กจากแหล่งใดบ้าง (ตอบได้ ํ มากกว่า 1 ข้อ) โทรทัศน์/วิทยุ วารสาร/สิงพิมพ์ อินเตอร์เน็ต ป้ ายโฆษณา การบอกกล่าวจากผูอืน อืน ๆ............................ ้ 4. ความถีในการเลือกซือยาแก้ปวดลดไข้สาหรับเด็ก ํ ทุกเดือน 1-2 เดือน/ ครัง 3-4 เดือน/ครังขึนไป 5.ในการซือยาแก้ปวดลดไข้สาหรับเด็ก 1 ขวด ในแต่ละครังท่านจ่ายเงินจํานวนเท่าใด ํ ตํากว่า 50 บาท/ครัง 51-100บาท/ครัง 101-150บาท/ครัง มากกว่า 150 บาท/ครังขึนไป 6. ปกติท่านเลือกใช้ยาแก้ปวดลดไข้สาหรับเด็กยีห้อใดแล้ว ท่านจะเปลียนไปใช้ยห้ออืนอีก ํ ี หรื อไม่ ไม่ เพราะคุณภาพตัวยาทีใช้ดีอยูแล้ว ่ ไม่ เพราะ กลัวการแพ้ยาหากเปลียนยีห้ออืน ไม่ เพราะไม่รู้ว่าจะซือยีห้อไหนดี และไม่มีขอมูลผลิตภัณฑ์ ้ ใช้ เพราะ คุณภาพตัวยายีห้ออืนใกล้เคืองกับยีห้อทีเคยใช้อยูและยีห้อเดิมหาซือยาก ่ ใช้ เพราะราคาสินค้าของยีห้ออืนตํากว่ายีห้อทีเคยใช้อยู่ อืนๆ ..............................................
    • Generated by Foxit PDF Creator © Foxit Software http://www.foxitsoftware.com For evaluation only. 45 ส่ วนที 3 ปัจจัยทางการตลาดทีมีอทธิพลต่อการเลือกซือยีห้อยาแก้ปวดลดไข้ สําหรับเด็ก ิ คําชีแจง โปรดทําเครื องหมาย () ลงช่องทีใกล้เคียงกับความเป็ นจริ งมากทีสุดเพียงคําตอบเดียว เกณฑ์ทีใช้ : 1 = น้อยทีสุด 2 = น้อย 3 = ปานกลาง 4 = มาก 5= มากทีสุด หัวข้ อประเมิน ผลิตภัณฑ์ 1.เลือกยีห้อยาแก้ปวดลดไข้ทีมีมานาน และน่าเชือถือ 2. ประสิทธิผลของยาแก้ปวดลดไข้สาหรับเด็กได้มาตรฐานตามยีห้อ ํ นัน ๆ 3. สีสนและรสชาติของยาแก้ปวดลดไข้มีความสวยงามเหมาะสําหรับ ั เด็ก และมีเครื องหมายรับประกันคุณภาพ 4. มีรูปแบบผลิตภัณฑ์น่าสนใจ เป็ นเอกลักษณ์ 5. มีรายละเอียดของยาครบถ้วนชัดเจน 6. รู ปแบบผลิตภัณฑ์ของยายีห้อใหม่เป็ นทีน่าสนใจมากกว่ารู ปแบบ ผลิตภัณฑ์ยายีห้อเก่า 7. ท่านใช้ยห้อยาแก้ปวดลดไข้สาหรับเด็กตัวใดแล้วท่านจะไม่ ี ํ เปลียนไปใช้ยห้ออืน ี ราคา 8. ท่านจะเลือกซือยายีห้อใดนันเป็ นเพราะราคาซือถูกกว่ายีห้ออืน 9.ราคาของยาแก้ปวดลดไข้สาหรับเด็กมีความเหมาะสมกับยีห้อทีเลือก ํ รายการส่ งเสริมการขาย 10. การโฆษณาจากสือ / สิ งพิมพ์ต่าง ๆ มีความน่าเชือถือ 11.มีการชักจูงใจจากตัวแทนจําหน่าย 12.พนักงานขายมีความน่าเชือถือ 13.พนักงานขาย มีการแนะนําและให้ความรู้เกียวกับการใช้ยาแก้ปวด ลดไข้เด็ก ปัจจัยด้ านช่ องทางการจัดจําหน่ าย 14. สถานที ทีจําหน่ายยาแก้ปวดลดไข้สาหรับเด็กหาง่าย และสะดวก ํ 15. การจัดเรี ยงยาแก้ปวดลดไข้สาหรับเด็กสามารถมองเห็นได้ ํ 1 **** ขอบคุณทุกท่ านทีให้ ความร่ วมมือ**** 2 3 4 5