Your SlideShare is downloading. ×
1
2 3
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี
ประเทศไทย ปี 2557 (ฉบับพกพา)
(Essentials of HIV/AIDS Treatment and Prev...
4 5
ผู้เรียบเรียง (ต่อ)
แพทย์หญิงมณฑินี วสันติอุปโภคากร
	 ส�ำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
แพทย์หญิงอังคณา...
6 7
ส�ำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
และคณะผู้เชี่ยวชาญ จึงได้จัดท�ำแนวทางการตรวจรักษาและ
ป้องกันการติดเชื...
8 9
ตารางที่ 4		 เกณฑ์การเริ่มยาต้านไวรัสภายหลังเริ่ม	 40
			 รักษาโรคติดเชื้อฉวยโอกาส (Timing to
			 Start Antiretroviral...
10 11
การดูแลรักษาเด็กและวัยรุ่นติดเชื้อเอชไอวี
สารบัญตาราง
ตารางที่ 1		 เกณฑ์การเริ่มยาต้านไวรัสในเด็กติดเชื้อ	 86
			 เอ...
12 13
การป้องกันและรักษาโรคติดเชื้อฉวยโอกาส
ค�ำแนะน�ำวัณโรค					 165
ค�ำแนะน�ำโรคติดเชื้อฉวยโอกาสอื่นๆ	 166
สารบัญตาราง
ตา...
14 15
การตรวจวินิจฉัย
การติดเชื้อเอชไอวีและการตรวจติดตามการรักษา
เนื้อหาหลัก
1)	 การบริการให้การปรึกษาและการตรวจหาการ
ติดเ...
16 17
แผนภูมิที่ 1	 แนวทางการวินิจฉัยการติดเชื้อเอชไอวีทาง
				 ห้องปฏิบัติการส�ำหรับผู้ใหญ่ และเด็กที่มีอายุ
				 18 เดือ...
18 19
แผนภูมิที่2	แนวทางการตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อเอชไอวีทางห้องปฏิบัติการในเด็กที่อายุต�่ำกว่า18เดือน
ติดเชื้อเอชไอวี(5)ต...
20 21
หมายเหตุ
(1)
	 ในกรณีไม่ทราบประวัติการติดเชื้อเอชไอวีของแม่สามารถ
ใช้วิธีการตรวจหาแอนติบอดีต่อเชื้อเอชไอวีเพื่อช่วยใ...
22 23
ตารางที่ 1 แนวทางการเก็บและจัดส่งตัวอย่างส�ำหรับส่งตรวจ
การทดสอบ หลักการ
ชนิด
ตัวอย่างตรวจ
ปริมาณ
ตัวอย่าง
การน�ำส่ง...
24 25
การทดสอบ หลักการ
ชนิด
ตัวอย่างตรวจ
ปริมาณ
ตัวอย่าง
การน�ำส่ง
ตัวอย่างตรวจ
การเก็บรักษา
ตัวอย่างตรวจ
การตรวจการดื้อ
ต...
26 27
การดูแลรักษาผู้ใหญ่ติดเชื้อเอชไอวี
หลักในการดูแลรักษาด้วยยาต้านไวรัส
การรักษาด้วยยาต้านไวรัสเอชไอวี มีเป้าหมายส�ำคัญ...
28 29
การประเมินผู้ป่วยก่อนเริ่มยาต้านไวรัส
ตารางที่1		การประเมินและติดตามการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวี(AssessmentofHIV-p...
30 31
การคัดกรอง
โดยการซักประวัติ
เมื่อทราบว่า
ติดเชื้อครั้งแรก
เวลาที่แนะน�ำ
ให้ตรวจ
ในปีแรก
เวลาที่แนะน�ำให้
ตรวจหรือประ...
32 33
การคัดกรอง
โดยการซักประวัติ
เมื่อทราบว่า
ติดเชื้อครั้งแรก
เวลาที่แนะน�ำ
ให้ตรวจ
ในปีแรก
เวลาที่แนะน�ำให้
ตรวจหรือประ...
34 35
ตารางที่2		การตรวจทางห้องปฏิบัติการส�ำหรับผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์(HIVLaboratoryTesting)
การตรวจทาง
ห้องปฏิ...
36 37
การตรวจทาง
ห้องปฏิบัติการ
เมื่อทราบว่า
ติดเชื้อครั้งแรก
ในปีแรกในปีต่อๆไปหมายเหตุ
ALTPเมื่อมีข้อบ่งชี้เมื่อมีข้อบ่งช...
38 39
การตรวจทาง
ห้องปฏิบัติการ
เมื่อทราบว่า
ติดเชื้อครั้งแรก
ในปีแรกในปีต่อๆไปหมายเหตุ
ChestX-rayPควรตรวจซ�้ำเมื่อมีข้อบ่...
40 41
ตารางที่4		เกณฑ์การเริ่มยาต้านไวรัสภายหลังเริ่มรักษาโรคติดเชื้อฉวยโอกาส
				(TimingtoStartAntiretroviralsinPatientsw...
42 43
ตารางที่5		สูตรยาต้านไวรัสที่แนะน�ำเป็นสูตรแรกและสูตรทางเลือก(WhatAntiretroviralRegimentoStartwith)
NRTIbackbone
+
N...
44 45
ตารางที่ 6		 หลักการเลือกสูตรยาต้านไวรัสภายหลังการดื้อยา
				 สูตรแรก และการดื้อยาหลายสูตร (Antiretroviral
				 Opti...
46 47
ตารางที่ 7		 หลักการเลือกสูตรยาต้านไวรัสกรณีดื้อยาต้านไวรัส
				 หลายกลุ่ม (Multi-class Antiretroviral Treatment
			...
48 49
ตารางที่ 8		 แนวทางการปรับเปลี่ยนยาเมื่อถือศีลอด(Proper
				 Antiretroviral Options and Adjustment during
				 the M...
50 51
ตารางที่9		ขนาดยาปกติและการปรับขนาดยาต้านไวรัสในผู้ป่วยที่การท�ำงานของไตบกพร่อง
				(RenalInsufficiencyandDoseAdjust...
52 53
ขนาดปกติ
ต่อวัน
eGFRหรือCrCl(mL/min)(1)
Hemodialysis
≥5030-4910-29<10
EFV/TDF/
FTC
1เม็ดทุก24ชม.
ไม่แนะน�ำให้ใช้ควรใ...
54 55
ตารางที่10	ขนาดยาปกติและการปรับขนาดยาต้านไวรัสในผู้ป่วยที่การท�ำงานตับบกพร่อง
				(LiverInsufficiencyandDoseAdjustme...
56 57
การค�ำนวณChild-PughScore
ตัวแปร
คะแนน
1คะแนน2คะแนน3คะแนน
บิลิรูบินรวม(TotalBilirubin)(mg/dL)<22-3>3
อัลบูมินในซีรั่ม...
58 59
ตารางที่11	ผลข้างเคียงและภาวะแทรกซ้อนจากการรักษาด้วยยาต้านไวรัสในผู้ติดเชื้อเอชไอวี
				(SideEffectsandComplications...
60 61
ภาวะสาเหตุปัจจัยเสี่ยง
ผลข้างเคียงที่รุนแรง(seriousadverseeffects)(ต่อ)
Hepatotoxicity,clinical
hepatitisหรือ
sympto...
62 63
ภาวะสาเหตุปัจจัยเสี่ยง
ผลข้างเคียงระยะยาว(long-termadverseeffects)(ต่อ)
HyperlipidemiaPIsทุกชนิด(ยกเว้นunboostedATV)...
64 65
ตารางที่ 12	ยาที่มีปฏิกิริยากับยาต้านไวรัส
				 (Common Drug Interaction)
โรคร่วม ชนิดของยา ชื่อยา
ปฏิกิริยา
กับยาต้...
66 67
โรคร่วม ชนิดของยา ชื่อยา
ปฏิกิริยา
กับยาต้านไวรัส
ค�ำแนะน�ำ
โรคไขมันใน
เลือดสูง
ยาลดไขมันกลุ่ม
HMG-CoA
reductase inh...
68 69
โรคร่วม ชนิดของยา ชื่อยา
ปฏิกิริยา
กับยาต้านไวรัส
ค�ำแนะน�ำ
โรคทาง
ประสาท
จิตเวช
Benzodiazepines Midazolam,
triazola...
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557

5,846

Published on

แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557
Essentials of HIV/AIDS Treatment and Prevention 2014 Thailand

Published in: Health & Medicine

Transcript of "แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557"

  1. 1. 1
  2. 2. 2 3 แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย ปี 2557 (ฉบับพกพา) (Essentials of HIV/AIDS Treatment and Prevention 2014 Thailand) เรียบเรียงเนื้อหาส�ำคัญจาก แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย ปี 2557 ที่ปรึกษา นายแพทย์โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ศาสตราจารย์กิตติคุณนายแพทย์ประพันธ์ ภานุภาค ผู้อ�ำนวยการศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย ศาสตราจารย์นายแพทย์เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บรรณาธิการ นายแพทย์สุเมธ องค์วรรณดี ผู้อ�ำนวยการส�ำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อ ทางเพศสัมพันธ์ แพทย์หญิงชีวนันท์ เลิศพิริยสุวัฒน์ ส�ำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ผู้ช่วยบรรณาธิการ แพทย์หญิงเอกจิตรา สุขกุล ศูนย์ความร่วมมือไทย-สหรัฐ ด้านสาธารณสุข คณะเลขานุการด้านวิชาการ ส�ำนักโรคเอดส์ วัณโรค และ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ผู้เรียบเรียง ศาสตราจารย์นายแพทย์เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศาสตราจารย์แพทย์หญิงเพลินจันทร์ เชษฐ์โชติศักดิ์ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น แพทย์หญิงศิริลักษณ์ อนันต์ณัฐศิริ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ศาสตราจารย์นายแพทย์สุวัฒน์ จริยาเลิศศักดิ์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศาสตราจารย์แพทย์หญิงกุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ศาสตราจารย์นายแพทย์นรินทร์ หิรัญสุทธิกุล คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศาสตราจารย์วสันต์ จันทราทิตย์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล รองศาสตราจารย์แพทย์หญิงธันยวีร์ ภูธนกิจ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แพทย์หญิงรังสิมา โล่ห์เลขา ศูนย์ความร่วมมือไทย-สหรัฐ ด้านสาธารณสุข นายสมบูรณ์ หนูไข่ ศูนย์ความร่วมมือไทย-สหรัฐ ด้านสาธารณสุข แพทย์หญิงนิตยา ภานุภาค พึ่งพาพงศ์ ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย แพทย์หญิงเอกจิตรา สุขกุล ศูนย์ความร่วมมือไทย-สหรัฐ ด้านสาธารณสุข
  3. 3. 4 5 ผู้เรียบเรียง (ต่อ) แพทย์หญิงมณฑินี วสันติอุปโภคากร ส�ำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แพทย์หญิงอังคณา เจริญวัฒนาโชคชัย ส�ำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ จัดพิมพ์โดย ส�ำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค พิมพ์ครั้งที่ 1 มีนาคม 2557 จ�ำนวน 5,800 เล่ม สถานที่พิมพ์ โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จ�ำกัด ค�ำน�ำ การให้บริการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวี และผู้ป่วย เอดส์ด้วยยาต้านไวรัสในประเทศไทย ได้มีการพัฒนามาเป็น ล�ำดับอย่างต่อเนื่อง จากโครงการการเข้าถึงบริการยาต้าน ไวรัสส�ำหรับผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเอดส์ระดับชาติ ซึ่งได้ส่งเสริม ให้ผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเอดส์มีโอกาสเข้าถึงยาต้านไวรัสอย่าง ครอบคลุม และขยายขอบเขตการให้บริการไปยังสิทธิ ประโยชน์ของกองทุนประกันสุขภาพต่างๆได้แก่กองทุนหลัก ประกันสุขภาพแห่งชาติ กองทุนผู้ประกันตนของส�ำนักงาน ประกันสังคมและสวัสดิการข้าราชการ รวมถึงกองทุนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง อย่างครอบคลุมทั้งประเทศ นอกจากนี้ ได้มี การพัฒนาแนวทางการดูแลรักษาและการพัฒนาองค์ความรู้ เพื่อบุคลากรสุขภาพใช้เป็นแนวทางปฏิบัติในการดูแลรักษา ผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์มาอย่างต่อเนื่อง ฉบับล่าสุด ในปี พ.ศ. 2553 ทั้งนี้ ในปี พ.ศ. 2557 กรมควบคุมโรคร่วมกับ เครือข่ายวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านเอชไอวี/เอดส์ และ เครือข่ายภาคประชาชน ได้จัดท�ำแนวทางการตรวจรักษาและ ป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทยปี2557ให้สอดคล้อง กับความก้าวหน้าด้านวิชาการการดูแลรักษาและการป้องกัน สาระส�ำคัญที่มีการปรับเปลี่ยน คือ การเริ่มยาต้านไวรัสโดย ไม่ใช้เกณฑ์ระดับ CD4 เน้นการเริ่มรักษาแต่เนิ่นๆ เมื่อผู้ติด เชื้อฯ มีความพร้อมในการกินยา ก็สามารถเริ่มกินยาได้เลย ซึ่งเป็นการผสมผสานการรักษาและการป้องกันที่ใช้ผลของ การรักษาด้วยยาต้านไวรัสฯ เพื่อการป้องกันการถ่ายทอดเชื้อ เอชไอวีสู่คู่สัมผัสในชุมชน
  4. 4. 6 7 ส�ำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และคณะผู้เชี่ยวชาญ จึงได้จัดท�ำแนวทางการตรวจรักษาและ ป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย ปี 2557 ให้เป็นฉบับ พกพา โดยเรียบเรียงเนื้อหาส�ำคัญให้มีความกระชับ ศึกษา เข้าใจได้ง่าย เพื่อให้บุคลากรสาธารณสุขและผู้ปฏิบัติหน้าที่ ดูแลรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวีได้มีเอกสารวิชาการส�ำหรับการ ปฏิบัติและอ้างอิงได้อย่างสะดวก สามารถใช้ประโยชน์ เพื่อการปฏิบัติงานได้อย่างคล่องตัวและให้การดูแลรักษาเป็น ไปในแนวทางเดียวกัน ส�ำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค มีนาคม 2557 สารบัญ การตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อเอชไอวีและ การตรวจติดตามการรักษา สารบัญตาราง ตารางที่ 1 แนวทางการเก็บและจัดส่งตัวอย่าง 22 ส�ำหรับส่งตรวจ สารบัญแผนภูมิ แผนภูมิที่ 1 แนวทางการวินิจฉัยการติดเชื้อเอชไอวี 16 ทางห้องปฏิบัติการส�ำหรับผู้ใหญ่ และ เด็กที่มีอายุ 18 เดือนขึ้นไป แผนภูมิที่ 2 แนวทางการตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อ 18 เอชไอวีทางห้องปฏิบัติการในเด็กที่อายุ ต�่ำกว่า 18 เดือน การดูแลรักษาผู้ใหญ่ติดเชื้อเอชไอวี สารบัญตาราง ตารางที่ 1 การประเมินและติดตามการดูแลรักษา 28 ผู้ติดเชื้อเอชไอวี (Assessment of HIV-positive Persons at Initial & Subsequent Visits) ตารางที่ 2 การตรวจทางห้องปฏิบัติการส�ำหรับ 34 ผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ (HIV Laboratory Testing) ตารางที่ 3 เกณฑ์การเริ่มยาต้านไวรัสในประเทศไทย 39 (When to Start Antiretroviral Therapy in Thailand)
  5. 5. 8 9 ตารางที่ 4 เกณฑ์การเริ่มยาต้านไวรัสภายหลังเริ่ม 40 รักษาโรคติดเชื้อฉวยโอกาส (Timing to Start Antiretrovirals in Patients with Active Opportunistic Infection) ตารางที่ 5 สูตรยาต้านไวรัสที่แนะน�ำเป็นสูตรแรก 42 และสูตรทางเลือก (What Antiretroviral Regimen to Start With) ตารางที่ 6 หลักการเลือกสูตรยาต้านไวรัสภายหลัง 44 การดื้อยาสูตรแรก และการดื้อยาหลาย สูตร (Antiretroviral Options after First-line NNRTI-based Failure and Multi-class Failure) ตารางที่ 7 หลักการเลือกสูตรยาต้านไวรัส กรณี 46 ดื้อยาต้านไวรัสหลายกลุ่ม (Multi-class Antiretroviral Treatment Failure) ตารางที่ 8 แนวทางการปรับเปลี่ยนยาเมื่อถือศีลอด 48 (Proper Antiretroviral Options and Adjustment during the Month of Ramadan) ตารางที่ 9 ขนาดยาปกติและการปรับขนาด 50 ยาต้านไวรัสในผู้ป่วยที่การท�ำงานของ ไตบกพร่อง (Renal Insufficiency and Dose Adjustment of Antiretrovirals) ตารางที่ 10 ขนาดยาปกติและการปรับขนาด 54 ยาต้านไวรัสในผู้ป่วยที่การท�ำงานตับ บกพร่อง (Liver Insufficiency and Dose Adjustment of Antiretrovirals) ตารางที่ 11 ผลข้างเคียงและภาวะแทรกซ้อนจาก 58 การรักษาด้วยยาต้านไวรัสในผู้ติดเชื้อ เอชไอวี (Side Effects and Complications of Antiretroviral Therapy) ตารางที่ 12 ยาที่มีปฏิกิริยากับยาต้านไวรัส 64 (Common Drug Interaction) ตารางที่ 13 การเสริมสร้างภูมิต้านทานด้วยวัคซีน 76 ในผู้ติดเชื้อเอชไอวีผู้ใหญ่ (Vaccination for Adult HIV-positive Patients) ตารางที่ 14 การดูแลรักษาผู้ติดเชื้อในกรณีที่เกิด 80 ภาวะ IRIS (Immune Reconstitution Inflammatory Syndrome) ตารางที่ 15 การให้ยาต้านไวรัสในผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่ 82 ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี ร่วมด้วย (Antiretroviral therapy in HIV and Hepatitis B Coinfection) ตารางที่ 16 ข้อพิจารณาและข้อห้ามในการรักษา 85 ไวรัสตับอักเสบซี (Consideration and Contraindications in Hepatitis C Infection Treatment)
  6. 6. 10 11 การดูแลรักษาเด็กและวัยรุ่นติดเชื้อเอชไอวี สารบัญตาราง ตารางที่ 1 เกณฑ์การเริ่มยาต้านไวรัสในเด็กติดเชื้อ 86 เอชไอวี ตารางที่ 2 สูตรยาต้านไวรัสส�ำหรับเริ่มรักษาในเด็ก 88 ที่ไม่เคยได้รับยาต้านไวรัสมาก่อน ตารางที่ 3 การใช้ยาต้านไวรัสกรณีมีการติดเชื้อ 90 วัณโรคร่วม ตารางที่ 4 สูตรยาต้านไวรัส เมื่อเกิดปัญหาการ 94 รักษาล้มเหลวจากเชื้อดื้อยา ตารางที่ 5 ขนาดและวิธีใช้ยาต้านไวรัสในเด็ก 96 ตารางที่ 6 ผลข้างเคียงจากการใช้ยาต้านไวรัส 106 ในเด็กและการรักษา ตารางที่ 7 การให้วัคซีนส�ำหรับเด็กและทารกที่ 130 ติดเชื้อเอชไอวี หรือคลอดจากมารดา ที่ติดเชื้อเอชไอวี โดยสมาคมโรคติดเชื้อ ในเด็กแห่งประเทศไทย 2557 ตารางที่ 8 ตารางการให้วัคซีนจ�ำเป็นซ�้ำในเด็กที่ 137 ติดเชื้อเอชไอวีที่เคยได้รับวัคซีนมาก่อน การเริ่มยาต้านไวรัสหรือได้รับวัคซีน ขณะที่ CD4 น้อยกว่าร้อยละ 15 สารบัญแผนภูมิ แผนภูมิที่ 1 การวางแผนการรักษาในเด็กที่มีการ 92 รักษาด้วยยาต้านไวรัสล้มเหลว การป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูก สารบัญตาราง ตารางที่ 1 ข้อแนะน�ำการให้ยาต้านไวรัสใน 144 หญิงตั้งครรภ์เพื่อการรักษาและป้องกัน การถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูก ตารางที่ 2 ข้อพิจารณากรณีให้ยา HAART แล้ว 150 มีผลข้างเคียงหรือไม่สามารถทนยาได้ ตารางที่ 3 ขนาดยาต้านไวรัสส�ำหรับป้องกันการ 152 ติดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูกในเด็กทารก แรกเกิด ตารางที่ 4 แนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ 156 ที่แนะน�ำส�ำหรับหญิงตั้งครรภ์ที่ได้รับยา HAART ตารางที่ 5 วิธีคลอด 160 ตารางที่ 6 แนวทางการวินิจฉัยและดูแลเด็กที่ 163 คลอดจากแม่ที่ความเสี่ยงต่างๆ สารบัญแผนภูมิ แผนภูมิที่ 1 แนวทางการให้การปรึกษาก่อนตรวจ 140 เลือดในกรณีฝากครรภ์ที่คลินิกแบบคู่ แผนภูมิที่ 2 การบริการให้การปรึกษาหญิงที่มา 142 คลอดโดยไม่มีผลการตรวจหาการติด เชื้อเอชไอวีและกรณีไม่ได้ฝากครรภ์ แผนภูมิที่ 3 แนวทางการดูแลหญิงตั้งครรภ์ที่มี 154 ผลเลือดลบระหว่างฝากครรภ์หรือมา คลอด แต่สามีมีผลเลือดบวก
  7. 7. 12 13 การป้องกันและรักษาโรคติดเชื้อฉวยโอกาส ค�ำแนะน�ำวัณโรค 165 ค�ำแนะน�ำโรคติดเชื้อฉวยโอกาสอื่นๆ 166 สารบัญตาราง ตารางที่ 1 การรักษาโรคติดเชื้อฉวยโอกาสและ 167 ป้องกันการกลับเป็นซ�้ำในผู้ใหญ่ ตารางที่ 2 การรักษาโรคติดเชื้อฉวยโอกาสและ 176 การป้องกันการกลับเป็นซ�้ำในผู้ป่วยเด็ก ตารางที่ 3 สรุปเกณฑ์ระดับ CD4 ในการหยุด 187 ยาป้องกันการกลับเป็นซ�้ำของ โรคติดเชื้อฉวยโอกาสในผู้ป่วยผู้ใหญ่ ตารางที่ 4 สรุปเกณฑ์ระดับ CD4 ในการหยุด 188 ยาป้องกันการกลับเป็นซ�้ำของ โรคติดเชื้อฉวยโอกาสในเด็ก การป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี การป้องกันการติดเชื้อหลังการสัมผัส 193 (Post-Exposure Prophylaxis หรือ PEP) การป้องกันการติดเชื้อก่อนการสัมผัส 204 (Pre-Exposure Prophylaxis หรือ PrEP) การขริบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย 208 (Male circumcision) การคัดกรองและรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ 209 สารบัญตาราง ตารางที่ 1 การประเมินพื้นฐานก่อนให้ oPEP 196 และการประเมินติดตามหลังให้ oPEP ตารางที่ 2 ข้อพิจารณาในการให้ nPEP 198 แบ่งตามชนิดของการสัมผัส ตารางที่ 3 การประเมินพื้นฐานก่อนให้ nPEP 200 และการประเมินติดตามหลังให้ nPEP ตารางที่ 4 สูตรยาต้านไวรัสส�ำหรับ oPEP และ 203 nPEP ตารางที่ 5 ข้อแนะน�ำในการเลือกผู้ที่เหมาะสม 205 กับการได้รับ PrEP โดยพิจารณาตาม ลักษณะความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี ตารางที่ 6 ข้อแนะน�ำการให้ยา PrEP และการ 206 ติดตามผู้ใช้ PrEP สารบัญแผนภูมิ แผนภูมิที่ 1 แนวปฏิบัติเมื่อบุคลากรทางการแพทย์ 195 สัมผัสเลือด หรือสิ่งคัดหลั่งของ ผู้ป่วยขณะท�ำงาน
  8. 8. 14 15 การตรวจวินิจฉัย การติดเชื้อเอชไอวีและการตรวจติดตามการรักษา เนื้อหาหลัก 1) การบริการให้การปรึกษาและการตรวจหาการ ติดเชื้อเอชไอวีแบบทราบผลวันเดียว เป็นวิธีการ ที่สามารถให้ผู้มารับบริการได้รับทราบสถานะ การติดเชื้อของตนเองครบถ้วนทุกคน และได้รับ การบริการต่อเนื่องอย่างเหมาะสม 2) การเลือกใช้ชุดตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีใน algorithm ชุดตรวจทั้งสามชุดตรวจต้องมี แอนติเจนที่แตกต่างกัน โดยอาจมีหลักการที่ เหมือนกันได้ 3) ชุดตรวจชนิด rapid test สามารถใช้เป็น ชุดตรวจใน algorithm ได้ทั้งสามชุดตรวจ โดย ต้องมีแอนติเจนที่แตกต่างกัน 4) Window period ส�ำหรับการตรวจหาการติดเชื้อ เอชไอวีปรับเปลี่ยนจาก 3 เดือนเป็น 1 เดือน เนื่องจากชุดตรวจหาการติดเชื้อในปัจจุบันมี เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้น 5) ในกรณีผลการตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวี เป็น “สรุปผลไม่ได้ (inconclusive)” ให้ติดตามผู้มา รับบริการมาตรวจซ�้ำที่ 2 สัปดาห์ และ/หรือ 1 เดือน และ 3 เดือน หากผลยังเป็น inconclusive ให้สรุปผลว่าไม่ติดเชื้อได้ (แผนภูมิที่ 1) 6) การตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีด้วยวิธี DNA PCR ในเด็กที่คลอดจากแม่ที่ติดเชื้อ สามารถส่งตรวจ ได้ทั้งแบบเลือดครบส่วนใส่หลอด EDTA หรือหยด เลือดบนกระดาษกรอง (Dried Blood Spot ; DBS) 7) หากผลการตรวจ HIV DNA PCR ครั้งแรกเป็น บวก ควรมีระบบการรายงานผลการตรวจแบบ ด่วน เพื่อติดต่อผู้ประสานงานด้านเอชไอวีของ โรงพยาบาลให้ติดตามเด็กมาตรวจHIVDNAPCR ซ�้ำทันทีหรือโดยเร็วที่สุด (แผนภูมิที่ 2)
  9. 9. 16 17 แผนภูมิที่ 1 แนวทางการวินิจฉัยการติดเชื้อเอชไอวีทาง ห้องปฏิบัติการส�ำหรับผู้ใหญ่ และเด็กที่มีอายุ 18 เดือนขึ้นไป หมายเหตุ (1) A1, A2 และ A3 หมายถึง ชุดทดสอบตรวจหาแอนติบอดี ต่อเชื้อเอชไอวีชนิดที่1,2และ3ตามล�ำดับที่มีแอนติเจน ต่างชนิดกัน โดยชุดทดสอบที่ 1 ต้องมีความไวมากกว่า ชุดทดสอบที่ 2 และ 3 (2) ในกรณีผล positive ให้รายงานผลตรวจให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง แล้วตรวจสอบ หากพบว่าเป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่หรือตรวจ เป็นครั้งแรก (newly diagnosed) ควรแนะน�ำให้เจาะเลือด ตัวอย่างที่ 2 เพื่อยืนยันตัวบุคคล โดยใช้ชุดทดสอบเดิม อย่างน้อย 1 วิธี (3) การรายงานผลสรุปไม่ได้ (inconclusive) ให้ติดตามผู้มา รับบริการตรวจซ�้ำภายหลัง 2 สัปดาห์ และ/หรือ 1 เดือน และ 3 เดือนตามล�ำดับ โดยทดสอบใหม่ตามล�ำดับขั้น ตอน A1, A2 และ A3 เช่นเดิม หากผลการตรวจเป็น “สรุป ผลไม่ได้” เหมือนเดิมภายหลัง 3 เดือนให้รายงานผลลบ และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ อย่างไรก็ตาม ผู้ให้ค�ำปรึกษาควร เน้นเรื่องการป้องกันการแพร่เชื้อแก่ผู้อื่นอย่างเคร่งครัด ด้วย (4) ในกรณีที่ชุดตรวจแรกที่เลือกใช้ เป็นชุดตรวจชนิดที่ตรวจ ได้ทั้งแอนติเจนและแอนติบอดีในเวลาเดียวกัน และชุด ตรวจที่ 2 และ/หรือ 3 เป็นชุดตรวจที่ตรวจได้เฉพาะ แอนติบอดีอย่างเดียว แล้วผลการตรวจเป็น “สรุปผลไม่ ได้” ให้ด�ำเนินการเจาะเลือดตรวจซ�้ำในเวลาต่อมาตาม ข้อที่ (3) หรือถ้าท�ำได้ ควรส่งตัวอย่างตรวจเพิ่มเติมด้วย วิธีการอื่นๆ เช่น NAT หรือ neutralization p24 assay หากประเมินได้ว่าผู้รับบริการอาจติดเชื้ออยู่ในระยะแฝง ตรวจดวยชุดตรวจกรองที่ 1 (A1)(1) ตรวจดวยชุดตรวจกรองที่ 2 (A2)(1) ตรวจดวยชุดตรวจกรองที่ 3 (A3)(1) รายงานผลลบ (Anti-HIV Negative) รายงานผลบวก (Anti-HIV Positive)(2) รายงานผลสรุปไมได (Inconclusive)(3,4) A1+, A2+, A3_ A1+, A2+, A3+ A1_, A2_ A1+, A2_ A1+, A2+ A1+, A2_ A1+, A2+ ตรวจซ้ำโดยชุดตรวจ A1 และ A2 A1_ A1+
  10. 10. 18 19 แผนภูมิที่2 แนวทางการตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อเอชไอวีทางห้องปฏิบัติการในเด็กที่อายุต�่ำกว่า18เดือน ติดเชื้อเอชไอวี(5)ติดเชื้อเอชไอวี(5)ติดเชื้อเอชไอวี(8) รายงานผลบวก (Anti-HIVPositive) ผลเปนบวก(Positive)ผลเปนบวก ผลเปนบวก(7) แนวทางการตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อเอชไอวีในเด็กอายุต่ำกวา18เดือน(1) อายุเด็กนอยกวา12เดือนอายุเด็กอยูระหวาง12-18เดือน ความเสี่ยงใน การติดเชื้อสูง(3) ผลตางกันใน ครั้งที่2และ3 สรุปผลไมได Inconclusive สรุปผลไมได Inconclusive ผลตางกันใน ครั้งที่2และ3 ผลเปนบวกใน ครั้งที่2และ3 สงตรวจDNAPCR อีกครั้งทันที สงตรวจDNAPCRอีกครั้ง เมื่อเด็กอายุได2เดือน สงตรวจหาAnti-HIVอีกครั้ง เมื่อเด็กอายุได18เดือน สงตรวจหาHIVDNAPCR เมื่อเด็กอายุมากกวา1เดือน(2)สงตรวจหาAnti–HIV(6) สงตรวจ DNAPCRทันที ความเสี่ยงใน การติดเชื้อทั่วไป(4) สงตรวจDNAPCRอีกครั้ง เมื่อเด็กอายุได4เดือน ผลเปนบวก (Positive) ผลเปนบวก(Positive) ไมติดเชื้อเอชไอวี รายงานผลลบ (Anti-HIVNegative)(10) ผลเปนลบ(Negative)ผลเปนลบ ผลเปนลบ(9) ผลเปนลบใน ครั้งที่2และ3 ผลเปนลบ Negative ผลเปนลบ (Negative) ผลเปนลบ(Negative)
  11. 11. 20 21 หมายเหตุ (1) ในกรณีไม่ทราบประวัติการติดเชื้อเอชไอวีของแม่สามารถ ใช้วิธีการตรวจหาแอนติบอดีต่อเชื้อเอชไอวีเพื่อช่วยใน การวินิจฉัย หากผลการตรวจให้ผลไม่มีปฏิกิริยาแสดงว่า เด็กไม่ติดเชื้อ แต่หากผลการตรวจมีปฏิกิริยาและเด็ก มีอายุต�่ำกว่า 18 เดือน ให้ท�ำการตรวจหาเชื้อไวรัส โดยตรงด้วยวิธี PCR ต่อไป (2) วิธีการตรวจหาเชื้อไวรัสโดยตรงโดยวิธี NAT (nucleic acid amplification testing) เชิงคุณภาพมีหลายวิธี ผู้ใช้ควร ศึกษาวิธีการแปลผลให้เข้าใจก่อนการน�ำไปใช้ในการ วินิจฉัย (3) กรณีเด็กมีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อ เช่น แม่ได้รับ ยาต้านไวรัสน้อยกว่า 4 สัปดาห์ก่อนคลอด ได้รับยาต้าน ไวรัสไม่สม�่ำเสมอ หรือ VL ใกล้คลอด > 50 copies/mL (4) กรณีเด็กมีความเสี่ยงทั่วไป เช่น แม่ได้รับยาต้านไวรัสตาม ที่ก�ำหนด (5) แนะน�ำให้ตรวจแอนติบอดีต่อเชื้อเอชไอวีซ�้ำอีกครั้ง เมื่อ เด็กมีอายุ 18 เดือนขึ้นไป (6) หากเป็นเด็กอายุ 18 เดือนขึ้นไปสามารถใช้แนวทาง การตรวจในผู้ใหญ่ได้ โดยใช้ชุดตรวจหาแอนติบอดี แต่ หากเด็กมีอาการน่าสงสัย แพทย์ผู้รักษาอาจจะพิจารณา ส่งตรวจด้วยวิธี DNA PCR เพิ่มเติม (7) การตรวจด้วยชุดตรวจหาแอนติบอดีต่อเชื้อเอชไอวี ด้วย น�้ำยาที่มีแอนติเจนต่างกันอย่างน้อย 3 วิธี และให้ ผลมีปฏิกริยาทั้ง 3 วิธี รวมทั้งมีการตรวจซ�้ำด้วยเลือด ครั้งที่ 2 หากเป็นการตรวจครั้งแรกหรือยังไม่มีอาการ ตามดุลยพินิจของแพทย์ (8) กรณีที่ผล PCR ได้ผลลบ 2 ครั้ง และเด็กไม่มีอาการ แต่ ตรวจหาแอนติบอดีต่อเชื้อเอชไอวีด้วยชุดตรวจชนิดที่ ตรวจได้ทั้งแอนติเจนและแอนติบอดีแล้วได้ผล “บวก” ให้ พิจารณาตรวจเลือดซ�้ำที่ 24 เดือน (9) กรณีที่ผล PCR ได้ผลบวก 2 ครั้ง และเด็กได้รับยา สม�่ำเสมอ แต่ตรวจหาแอนติบอดีต่อเชื้อเอชไอวีแล้วได้ ผล “ไม่มีปฏิกิริยา” ให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ (10) ก่อนการแปลผลว่า “ไม่ติดเชื้อเอชไอวี” ควรตรวจสอบว่า ไม่ได้รับนมแม่มาแล้วอย่างน้อย 6 สัปดาห์
  12. 12. 22 23 ตารางที่ 1 แนวทางการเก็บและจัดส่งตัวอย่างส�ำหรับส่งตรวจ การทดสอบ หลักการ ชนิด ตัวอย่างตรวจ ปริมาณ ตัวอย่าง การน�ำส่ง ตัวอย่างตรวจ การเก็บรักษา ตัวอย่างตรวจ Anti-HIV testing ELISA, Agglutination test, Dot/Line test Clotted blood 5 mL น�ำส่ง ห้องปฏิบัติการ ภายใน 24 ชม. 2-8º C Serum หรือ plasma 1 mL HIV viral testing(1) Nucleic acid amplification testing (NAT) EDTA blood 2-3 mL น�ำส่ง ห้องปฏิบัติการ ภายใน 24 ชม. 2-8º C EDTA plasma 1 mL Dried blood spot ภายใน 1 สัปดาห์ อุณหภูมิห้อง CD4 + count Flow cytometry EDTA blood 2-3 mL น�ำส่ง ห้องปฏิบัติการ ภายใน 6 ชม. (อุณหภูมิ18-25º C ห้ามแช่แข็ง) อุณหภูมิห้อง (18-25º C) Viral load testing (HIV-1 RNA) Real time nucleic acid amplification EDTA blood 6-9 mL หากไม่สามารถ ปั่นแยกพลาสมา ได้ ให้น�ำส่ง ห้องปฏิบัติการ ภายใน 6 ชม. (แช่เย็น 4º C) ปั่นแยกพลาสมา ภายใน 6 ชม. เก็บที่ 4-8º C ภายใน 24 ชม. หรือแช่แข็ง พลาสม่าตลอดเวลา ก่อนตรวจและน�ำส่ง ในน�้ำแข็งแห้ง EDTA plasma จ�ำนวน2หลอด หลอดละ 1.5 mL PPT EDTA gel (หลอดชนิดเจล) 6-9 mL
  13. 13. 24 25 การทดสอบ หลักการ ชนิด ตัวอย่างตรวจ ปริมาณ ตัวอย่าง การน�ำส่ง ตัวอย่างตรวจ การเก็บรักษา ตัวอย่างตรวจ การตรวจการดื้อ ต่อยาต้านไวรัส Genotype EDTA blood 6-9 mL หากไม่สามารถ ปั่นแยกพลาสมา ได้ ให้น�ำส่ง ห้องปฏิบัติการ ภายใน 6 ชม. (แช่เย็น 4º C) ปั่นแยกพลาสมา ภายใน 6 ชม. เก็บที่ 4-8º C ภายใน 24 ชม. หรือแช่แข็ง พลาสม่าตลอดเวลา ก่อนตรวจและน�ำส่ง ในน�้ำแข็งแห้ง EDTA plasma จ�ำนวน2หลอด หลอดละ1.5 mL (1) เด็กที่คลอดจากแม่ที่ติดเชื้อเอชไอวี สามารถส่งตรวจโดย ไม่เสียค่าใช้จ่ายได้ที่ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กทม., ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ ทั้ง 12 เขต, คณะ เทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และห้องปฏิบัติการ ไวรัสวิทยา คณะแพทยศาสตร์ รามาธิบดี
  14. 14. 26 27 การดูแลรักษาผู้ใหญ่ติดเชื้อเอชไอวี หลักในการดูแลรักษาด้วยยาต้านไวรัส การรักษาด้วยยาต้านไวรัสเอชไอวี มีเป้าหมายส�ำคัญ เพื่อควบคุมปริมาณเชื้อไวรัสเอชไอวี (viral load, VL) ให้ต�่ำกว่า 50 copies/mL และป้องกันไม่ให้เกิดการดื้อยาในระยะยาว จึงจ�ำเป็นต้องมีการส่งเสริมให้ผู้ป่วยรับประทานยาอย่างถูกต้อง และต่อเนื่องอย่างสม�่ำเสมอ เช่น ยาที่ต้องรับประทานวันละ 2 ครั้ง ต้องแนะน�ำให้รับประทานทุก 12 ชั่วโมง หรือยาที่ รับประทานวันละ1ครั้งต้องแนะน�ำให้รับประทานทุก24ชม. และให้ตรงเวลา เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อเป็นการกระตุ้นและสร้างแรงบันดาลใจให้ ผู้ติดเชื้อมีความมุ่งมั่นที่จะเริ่มรักษาด้วยยาต้านไวรัสต่อเนื่อง ตลอดชีวิต จึงมีความส�ำคัญอย่างยิ่งที่ผู้ให้การดูแลรักษาควร ให้ความรู้ ความเข้าใจ เรื่องประโยชน์ระยะยาวของการรักษา ด้วยยาต้านไวรัส โดยเน้นย�้ำกับผู้ติดเชื้อว่า หากตั้งใจ รับประทานยาอย่างถูกต้อง จะท�ำให้มีภูมิต้านทานที่แข็งแรง ไม่มีการเจ็บป่วยจากโรคติดเชื้อฉวยโอกาส และสามารถ มีสุขภาพแข็งแรงเท่าคนปกติได้
  15. 15. 28 29 การประเมินผู้ป่วยก่อนเริ่มยาต้านไวรัส ตารางที่1 การประเมินและติดตามการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวี(AssessmentofHIV-positivePersonatInitial &SubsequentVisits) การคัดกรอง โดยการซักประวัติ เมื่อทราบว่า ติดเชื้อครั้งแรก เวลาที่แนะน�ำ ให้ตรวจ ในปีแรก เวลาที่แนะน�ำให้ ตรวจหรือประเมิน ในปีต่อๆไป หมายเหตุ ประวัติการเจ็บป่วย และประวัติโรคร่วม PPPซักประวัติครบทุกประเด็น เมื่อทราบผลการติดเชื้อ และก่อนเริ่มยาต้านและ ประเมินซ�้ำหากมีปัญหา ประวัติครอบครัว (เบาหวานความดันโลหิต สูงโรคหัวใจโรคไตฯลฯ) P การคัดกรอง โดยการซักประวัติ เมื่อทราบว่า ติดเชื้อครั้งแรก เวลาที่แนะน�ำ ให้ตรวจ ในปีแรก เวลาที่แนะน�ำให้ ตรวจหรือประเมิน ในปีต่อๆไป หมายเหตุ ประวัติยาที่ใช้ร่วมPPP ประวัติวัคซีนPPPเน้นวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ประวัติเพศสัมพันธ์Pที่6และ12เดือน- ปัญหาsexualdysfunction - ควรอธิบายเกี่ยวกับ พฤติกรรมการมี เพศสัมพันธ์ที่มีความ เสี่ยง
  16. 16. 30 31 การคัดกรอง โดยการซักประวัติ เมื่อทราบว่า ติดเชื้อครั้งแรก เวลาที่แนะน�ำ ให้ตรวจ ในปีแรก เวลาที่แนะน�ำให้ ตรวจหรือประเมิน ในปีต่อๆไป หมายเหตุ การเปิดเผยผลเลือดและ สถานะเอชไอวีแก่คู่หรือ แก่ลูก PP• เพื่อพิจารณาเริ่มยาต้าน ไวรัสเร็วในกลุ่มที่มี ผลเลือดต่างเพื่อป้องกัน การถ่ายทอดเชื้อสู่คู่ • พิจารณาการตรวจเลือด ในคู่หรือลูกที่ยังไม่ทราบ สถานะการติดเชื้อ การวางแผนครอบครัวPPP การคัดกรอง โดยการซักประวัติ เมื่อทราบว่า ติดเชื้อครั้งแรก เวลาที่แนะน�ำ ให้ตรวจ ในปีแรก เวลาที่แนะน�ำให้ ตรวจหรือประเมิน ในปีต่อๆไป หมายเหตุ วิถีชีวิตปัจุบัน(current lifestyle)ได้แก่การดื่มสุรา การสูบบุหรี่การรับประทาน อาหารการใช้สารเสพติด การออกก�ำลังกาย PPที่6และ12เดือนให้ค�ำแนะน�ำการปรึกษา เมื่อพบมีปัญหาและส่งต่อ เพื่อรับการดูแลรักษาที่ เหมาะสม อาชีพPPทุกครั้ง ที่มารับบริการ หรือเมื่อมีข้อบ่งชี้ เพื่อเลือกสูตรยาที่เหมาะสม กรณีเกิดอาการข้างเคียงจาก ยาเช่นหลีกเลี่ยงefavirenz ในผู้ที่ต้องอยู่เวรยามกลางคืน สิทธิการรักษาPP
  17. 17. 32 33 การคัดกรอง โดยการซักประวัติ เมื่อทราบว่า ติดเชื้อครั้งแรก เวลาที่แนะน�ำ ให้ตรวจ ในปีแรก เวลาที่แนะน�ำให้ ตรวจหรือประเมิน ในปีต่อๆไป หมายเหตุ การประเมินความพร้อมด้านต่างๆหรือการคัดกรอง การประเมิน ด้านสุขภาพจิต PPอย่างน้อย ปีละ1ครั้ง คัดกรองสุขภาพจิตทุกครั้ง เมื่อสงสัย การประเมินด้านสุขภาพจิต ของผู้ดูแลหรือครอบครัว PPประเมินซ�้ำเมื่อมีข้อบ่งชี้ คัดกรองวัณโรคโดยการซัก ประวัติ PPทุกครั้ง ที่มารับบริการ การคัดกรอง โดยการซักประวัติ เมื่อทราบว่า ติดเชื้อครั้งแรก เวลาที่แนะน�ำ ให้ตรวจ ในปีแรก เวลาที่แนะน�ำให้ ตรวจหรือประเมิน ในปีต่อๆไป หมายเหตุ คัดกรองโรคติดต่อทาง เพศสัมพันธ์ PPเมื่อมีข้อบ่งชี้เมื่อมีข้อบ่งชี้ตรวจซ�้ำ อย่างน้อยปีละครั้ง คัดกรองมะเร็งปากมดลูก ในผู้ติดเชื้อหญิง PPP ปีละ1ครั้ง ประเมินความพร้อมของ ผู้ป่วยก่อนเริ่มยาในการ รับประทานยาระยะยาว PP การประเมิน drugadherence Pทุกครั้ง ที่มารับบริการ
  18. 18. 34 35 ตารางที่2 การตรวจทางห้องปฏิบัติการส�ำหรับผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์(HIVLaboratoryTesting) การตรวจทาง ห้องปฏิบัติการ เมื่อทราบว่า ติดเชื้อครั้งแรก ในปีแรกในปีต่อๆไปหมายเหตุ ระดับCD4Pที่6และ12เดือน- ที่6และ12เดือนจนกว่า CD4>350cells/mm3 และ VL<50copies/mLให้ตรวจ ปีละ1ครั้ง ตามเกณฑ์สปสช.ให้ ตรวจได้ปีละ2ครั้ง ปริมาณไวรัส (viralload) ที่3และ6เดือน หลังเริ่มยา ถ้าVL<50copies/mL ให้ตรวจปีละ1ครั้งถ้าVL≥50 copies/mLให้พิจารณาเรื่อง การดื้อยาและปฏิบัติตาม แนวทางฯฉบับเต็ม • ควรตรวจทุกครั้ง ก่อนที่จะมีการปรับ เปลี่ยนสูตรยา อันเนื่องมาจาก ผลข้างเคียงของยา การตรวจทาง ห้องปฏิบัติการ เมื่อทราบว่า ติดเชื้อครั้งแรก ในปีแรกในปีต่อๆไปหมายเหตุ HBsAgPตรวจซ�้ำถ้ามีความเสี่ยง Anti-HCVPเมื่อมีข้อบ่งชี้ ในกลุ่มเสี่ยง กลุ่มเสี่ยง:IDUประวัติเคยต้องขัง ในเรือนจ�ำมาก่อนMSMคู่ของ ผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบซีหรือIDU ผู้สักประวัติเคยได้รับเลือดมาก่อน Syphilis(VDRL)Pเมื่อมีข้อบ่งชี้บางกลุ่มควรคัดกรองซ�้ำเช่น MSMทุก6เดือน SWทุก3เดือน
  19. 19. 36 37 การตรวจทาง ห้องปฏิบัติการ เมื่อทราบว่า ติดเชื้อครั้งแรก ในปีแรกในปีต่อๆไปหมายเหตุ ALTPเมื่อมีข้อบ่งชี้เมื่อมีข้อบ่งชี้ควรตรวจซ�้ำที่3เดือนแรกของการ ให้ยาถ้ามีไวรัสตับอักเสบร่วมด้วย หรือดื่มสุราหรือมีผลข้างเคียง ของยา CreatininePที่6และ12 เดือน ปีละ1ครั้ง หรือ เมื่อมีข้อบ่งชี้ • ถ้ามีโรคประจ�ำตัวเช่นเบาหวาน ความดันโลหิตสูงอายุมากกว่า 50ปีน�้ำหนักตัวน้อยกว่า50กก. หรือเคยได้IDVควรตรวจทุก6 เดือน • ในทุกรายที่ได้TDFหรือก�ำลัง ได้IDVควรตรวจทุก6เดือน การตรวจทาง ห้องปฏิบัติการ เมื่อทราบว่า ติดเชื้อครั้งแรก ในปีแรกในปีต่อๆไปหมายเหตุ TotalCholesterol Triglyceride กรณีกลุ่มเสี่ยง หรือ มีโรคประจ�ำตัว ปีละ1ครั้ง หรือ เมื่อมีข้อบ่งชี้ ปีละ1ครั้ง หรือ เมื่อมีข้อบ่งชี้ • อายุ<35ปีและไม่มีโรคประจ�ำ ตัวตรวจได้ไม่เกิน1ครั้ง/ปี • อายุ<35ปีและมีโรคประจ�ำตัว ตรวจได้ไม่เกิน2ครั้ง/ปี • อายุ35ปีขึ้นไปตรวจได้ไม่เกิน 2ครั้ง/ปี Fastingbloodsugarกรณีกลุ่มเสี่ยง หรือ มีโรคประจ�ำตัว UrinalysisPปีละ1ครั้ง หรือ เมื่อมีข้อบ่งชี้ ปีละ1ครั้ง หรือ เมื่อมีข้อบ่งชี้ • ถ้ามีโรคประจ�ำตัวเช่นเบาหวาน ความดันโลหิตสูงอายุมากกว่า 50ปีหรือเคยได้IDVควรตรวจ ทุก6เดือน • ในทุกรายที่ได้TDFหรือก�ำลังได้ IDVควรตรวจทุก6เดือน
  20. 20. 38 39 การตรวจทาง ห้องปฏิบัติการ เมื่อทราบว่า ติดเชื้อครั้งแรก ในปีแรกในปีต่อๆไปหมายเหตุ ChestX-rayPควรตรวจซ�้ำเมื่อมีข้อบ่งชี้ DrugResistanceกรณีสงสัย มีคู่ที่มีประวัติ เชื้อดื้อยา เมื่อมีข้อบ่งชี้เมื่อมีข้อบ่งชี้เมื่อมีVL>1,000copies/mL หลังทานยาสม�่ำเสมอเกิน6เดือน Papsmearปีละ1ครั้งปีละ1ครั้งควรตรวจซ�้ำเมื่อมีข้อบ่งชี้ AnalPAPปีละ1ครั้งปีละ1ครั้งในกลุ่มที่มีเพศสัมพันธ์ ทางทวารหนัก CryptoAgPพิจารณาในผู้ที่มีCD4<100 cells/mm3 ตารางที่ 3 เกณฑ์การเริ่มยาต้านไวรัสในประเทศไทย (WhentoStartAntiretroviralTherapyinThailand) เกณฑ์การเริ่มยาต้านไวรัสในประเทศไทย • ให้ยาต้านไวรัสในผู้ติดเชื้อทุกราย ในทุกระดับ CD4 โดย เฉพาะอย่างยิ่งกรณี CD4 < 500 cells/mm3 ในกรณี CD4 > 500 cells/mm3 ควรพิจารณาประเด็น ต่อไปนี้อย่างเคร่งครัด • ผู้ติดเชื้อที่จะเริ่มยาต้านไวรัสต้องเข้าใจถึงประโยชน์และ ผลข้างเคียงของการรักษา เข้าใจประเด็นความส�ำคัญ ของ adherence ยินดีที่จะเริ่มยาต้านไวรัส และมีความ มุ่งมั่นตั้งใจรับยาต้านไวรัสอย่างสม�่ำเสมอ • ผู้ติดเชื้อมีสิทธิเลือกที่จะยังไม่รับยา ถ้ายังไม่พร้อมใน การเริ่มยาต้านไวรัส • ในกรณีผู้ติดเชื้อที่ยังไม่มีอาการประโยชน์ต่อตัวผู้ติดเชื้อ เองยังไม่ชัดเจน แต่มีประโยชน์ในด้านการสาธารณสุข เพื่อลดการถ่ายทอดเชื้อ • ผู้ให้การดูแลรักษา ควรพิจารณาเลื่อนการเริ่มยาไปก่อน หากพบมีปัญหาทางสภาพจิตใจ หรือสังคมที่ไม่เหมาะ ต่อการรับประทานยาต่อเนื่อง
  21. 21. 40 41 ตารางที่4 เกณฑ์การเริ่มยาต้านไวรัสภายหลังเริ่มรักษาโรคติดเชื้อฉวยโอกาส (TimingtoStartAntiretroviralsinPatientswithActiveOpportunisticInfection) โรคติดเชื้อฉวยโอกาส ระดับCD4(cells/mm3 ) ≤50>50 วัณโรค (Tuberculosis) ภายใน2สัปดาห์รุนแรงไม่รุนแรง ภายใน2สัปดาห์ระหว่าง2-8สัปดาห์ Cryptococcosisระหว่าง4-6สัปดาห์ PCP/MAC/อื่นๆระหว่าง2-4สัปดาห์ CMV/PML/Cryptosporidiumควรพิจารณาเริ่มให้ยาต้านไวรัสกับผู้ป่วยเร็วที่สุดเท่าที่จะท�ำได้ หมายเหตุ: • อาการวัณโรครุนแรงได้แก่วัณโรคแพร่กระจายน�้ำหนักตัวน้อยอัลบูมินในเลือดต�่ำซีด • กรณีวินิจฉัยวัณโรคเยื่อหุ้มสมองพิจารณารอเริ่มยาต้านไวรัสหลังรักษาวัณโรคแล้วนาน2สัปดาห์
  22. 22. 42 43 ตารางที่5 สูตรยาต้านไวรัสที่แนะน�ำเป็นสูตรแรกและสูตรทางเลือก(WhatAntiretroviralRegimentoStartwith) NRTIbackbone + NNRTIs  ในกรณีที่ผู้ป่วย ไม่สามารถรับประทาน ยาNNRTIsได้ ยาตัวที่สามอื่นๆ แนะน�ำแนะน�ำแนะน�ำ TDF/FTC* EFVLPV/r TDF/3TC* หรือทางเลือกหรือหรือ ABC+3TC AZT+3TC RPV NVP ATV/r *ควรใช้ยารวมเม็ดเป็นส�ำคัญจะดีกว่าการใช้ยาแยกเม็ด • ถ้ามีข้อห้ามหรือทนยาTDFไม่ได้ให้พิจารณาNRTIทางเลือกคือAbacavir(ABC)+Lamivudine(3TC) หรือZidovudine(AZT)+3TCแทน • ถ้ามีปัญหาแพ้ยาหรือผลข้างเคียงทางระบบประสาทจากefavirenz(EFV)ให้พิจารณายาNNRTIsทางเลือก ได้แก่rilpivirine(RPV)หรือnevirapine(NVP) • กรณีจะใช้RPVต้องมีการตรวจปริมาณVLก่อนเริ่มยาเสมอและถ้าVL>100,000copies/mLไม่ควรใช้ • กรณีไม่สามารถใช้ยาในกลุ่มNNRTIsในสูตรยาได้ยาตัวที่3ในสูตรให้พิจารณาใช้ยาในกลุ่มProtease Inhibitors(PIs)ได้แก่lopinavir/ritonavir(LPV/r)หรือatazanavir/ritonavir(ATV/r)แทน • กรณีได้ยาstavudine(d4T)อยู่เดิมให้เปลี่ยนเป็นสูตรยาที่เหมาะสมไม่ควรให้ยาd4Tต่อไปในระยะยาว แม้ว่าขณะนี้ยังไม่เกิดผลข้างเคียงก่อนเปลี่ยนยาให้ตรวจยืนยันVL<50copies/mLเสมอ • ถ้ามีการพิจารณาใช้ยาต้านไวรัสที่ไม่ได้อยู่ในตารางนี้ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนพิจารณาใช้เสมอ • กรณีที่เกิดผลข้างเคียงต้องใช้สูตรยาทางเลือกควรศึกษารายละเอียดในแนวทางการดูแลรักษาฉบับเต็ม
  23. 23. 44 45 ตารางที่ 6 หลักการเลือกสูตรยาต้านไวรัสภายหลังการดื้อยา สูตรแรก และการดื้อยาหลายสูตร (Antiretroviral Options after First-line NNRTI-based Failure and Multi-class Failure) NRTI ในสูตรที่ดื้อยา ตัวเลือก NRTI ยาต้านไวรัส สูตรที่สาม ดื้อยา TDF เลือกตามผลตรวจ เชื้อดื้อยา หรือ พิจารณาใช้สูตร AZT/3TC สูตรแนะน�ำ lopinavir/ ritonavir (LPV/r) สูตรทางเลือก atazanavir/ ritonavir (ATV/r), สูตรทางเลือกอื่นๆ darunavir/ ritonavir (DRV/r), raltegravir (RAL),* dolutegravir (DTG) ดื้อยา AZT, d4T หรือ ABC เลือกตามผลตรวจ เชื้อดื้อยา หรือ พิจารณาใช้สูตร TDF/FTC หรือ TDF/3TC * Raltegravir การใช้เป็นสูตรทางเลือกต้องระวังเป็นอย่างยิ่ง ห้ามใช้ ในกรณีที่สูตร NRTI backbone ไม่มีประสิทธิภาพเต็มที่ เพราะจะเกิด การดื้อยาอย่างรวดเร็ว ข้อสังเกตที่ควรทราบ คือ (1) กรณีการรักษาล้มเหลวขณะก�ำลังรับประทานยาสูตร NNRTIมักจะมีโอกาสเป็นการดื้อยาจริงกล่าวคือปริมาณ ไวรัสมักจะเพิ่มสูงขึ้นจนมากกว่า 1,000 copies/mL ในที่สุด และจะตรวจพบว่ามีเชื้อดื้อยาจริง (2) กรณีการล้มเหลวขณะก�ำลังรับประทานสูตร boosted-PI อยู่ พบว่ามักจะเกิดจาก poor adherence with transient viremia หากผู้ป่วยตั้งใจรับประทานยาสม�่ำเสมอ ปริมาณ ไวรัสมักจะลดลง จนต�่ำกว่า 50 copies/mL ได้อีก • กรณีที่ผลVL>1,000copies/mLและผู้ป่วยยืนยัน ว่ารับประทานยาต่อเนื่องจริง ให้ส่งตรวจการดื้อ ต่อยาต้านไวรัส • รวบรวมประวัติโดยละเอียดของการรักษาด้วย ยาต้านไวรัสว่าเคยล้มเหลวหรือดื้อยาใดมาบ้าง เพราะจะน�ำมาใช้ในการพิจารณาการเลือกยาสูตร ถัดไป • ระหว่างรอผลตรวจเชื้อดื้อยาซึ่งจะใช้เวลา 2-6 สัปดาห์ ข้อควรพิจารณา หากผลตรวจนานกว่า 4 สัปดาห์ เพื่อป้องกันการดื้อยาเพิ่มเติม ระหว่าง รอผล ควรพิจารณาเปลี่ยนสูตรยา ตามตารางที่ 6 ร่วมกับประวัติการดื้อยาหรือการล้มเหลวสูตรยา ต้านไวรัสในอดีต
  24. 24. 46 47 ตารางที่ 7 หลักการเลือกสูตรยาต้านไวรัสกรณีดื้อยาต้านไวรัส หลายกลุ่ม (Multi-class Antiretroviral Treatment Failure) หลักการเลือกสูตรยาต้านไวรัส กรณีดื้อยาต้านไวรัสหลายกลุ่ม 1. ควรซักประวัติตรวจสอบว่าผู้ติดเชื้อนั้นได้รับประทาน ยาจริงอย่างต่อเนื่อง หากพบว่าผลตรวจ viral load > 1,000 copies/mL ในขณะที่มีการหยุดทานยา แนะน�ำให้ทานยาสูตรเดิมสม�่ำเสมอ อย่างน้อย 1 เดือน จึงตรวจ viral load ซ�้ำ หากผลตรวจมีค่าลดลงมากกว่า 10 เท่า ให้รับประทานยาสูตรเดิมต่อไปและติดตามอีก 3 เดือน จนมีค่า viral load ต�่ำกว่า 50 copies/mL 2. หากยืนยันว่ารับประทานยาสม�่ำเสมอและผลตรวจ viral load > 1,000 copies/mL ให้ส่งตรวจเชื้อดื้อยา 3. การเลือกสูตรยาใหม่ ต้องอาศัยการทบทวนประวัติ สูตรยาในอดีตทั้งหมดรวมทั้งสูตรยาที่เคยล้มเหลวหรือ ดื้อมาแล้ว ผลตรวจเชื้อดื้อยาในอดีตมาประกอบ และ ให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเสมอ หลักการเลือกสูตรยาต้านไวรัส กรณีดื้อยาต้านไวรัสหลายกลุ่ม 4. หลักการเลือกสูตรยาใหม่ โดยให้ประกอบด้วยยาใหม่ ที่ยังไม่ดื้อยาทั้ง 3 ชนิด เช่น ใช้ยาในกลุ่มที่ไม่เคยใช้ มาก่อน ได้แก่ integrase inhibitor, entry inhibitor เป็นต้น ร่วมกับยาในกลุ่มเดิมที่เคยใช้แต่ผลตรวจดื้อยา พบว่าเชื้อยังไวต่อยาอยู่ 5. ยาในกลุ่มที่ควรพิจารณา ได้แก่ 1) Integrase inhibitors: raltegravir, dolutegravir 2) Protease inhibitors: darunavir (หากผลตรวจดื้อยาและประวัติบ่งว่าใช้ได้) 3) NNRTIs: etravirine, rilpivirin (หากผลตรวจดื้อยาและประวัติบ่งว่าใช้ได้) 4) CCR5 inhibitors: maraviroc
  25. 25. 48 49 ตารางที่ 8 แนวทางการปรับเปลี่ยนยาเมื่อถือศีลอด(Proper Antiretroviral Options and Adjustment during the Month of Ramadan) ยาต้านไวรัสที่ใช้ แนวทางการปรับเปลี่ยนยา EFV คงรับประทาน EFV ตามเวลาเดิม NVP เปลี่ยนเป็น NVP 400 mg ทุก 24 ชม. ก่อนนอน ยาที่เป็น OD • แนะน�ำให้ปรับเป็นช่วงกลางคืน • ในกรณีเปลี่ยนจากมื้อเช้า ให้รับประทานเพิ่มอีก 1 มื้อ ตอนกลางคืนในวันนั้น และปรับเป็น เวลากลางคืนวันละครั้งต่อไป LPV/r • ปรับ LPV/r 2 เม็ด ทุก 12 ชม. เป็น 4 เม็ด ทุก 24 ชม. หรือกรณีทนยา ไม่ได้ ให้เปลี่ยนเป็น ATV/r วันละมื้อ TDF คงรับประทาน TDF ขนาดเดิม แต่ปรับ เวลาเป็นช่วงกลางคืน AZT หรือ d4T เปลี่ยนเป็นTDFรับประทานทุก24ชม. ช่วงกลางคืน ทั้งนี้ ต้องแน่ใจว่าผู้ป่วยมี VL < 50 copies/mL และให้พิจารณา เปลี่ยนเป็น TDF ตลอดไป 3TC ปรับ 3TC 1 เม็ด ทุก 12 ชม. เป็น 2 เม็ด ทุก 24 ชม.
  26. 26. 50 51 ตารางที่9 ขนาดยาปกติและการปรับขนาดยาต้านไวรัสในผู้ป่วยที่การท�ำงานของไตบกพร่อง (RenalInsufficiencyandDoseAdjustmentofAntiretrovirals) ขนาดปกติ ต่อวัน eGFRหรือCrCl(mL/min)(1) Hemodialysis ≥5030-4910-29<10 NRTIs 3TC 300mgทุก24ชม.หรือ 150mgทุก12ชม. 150mg ทุก24ชม. 100mg ทุก24ชม.(2) 50-25mg ทุก24ชม.(2) 50-25mg ทุก24ชม.(2) AD(3) TDF(4) 300mgทุก24ชม. 300mg ทุก48ชม. 300mg สัปดาห์ละ2ครั้ง ไม่แนะน�ำ 300mg ทุก7วันAD(3) AZT200-300mgทุก12ชม.ไม่ต้องปรับขนาดไม่ต้องปรับขนาด 100mgทุก8ชม.หรือ 300mgทุก24ชม. d4T 30mg ทุก12ชม. 30mg ทุก12ชม. 15mg ทุก12ชม. 15mg ทุก24ชม. 15mg ทุก24ชม. 15mg ทุก24ชม.AD(3) ddI(5) >60kg 400mg ทุก24ชม. 200mg ทุก24ชม. 150mg ทุก24ชม. 100mg/24ชม. <60kg 250mg ทุก24ชม. 125mg ทุก24ชม. 100mg ทุก24zชม. 75mg/24ชม. ABC 300mgทุก12ชม.หรือ 600mgทุก24ชม. ไม่ต้องปรับขนาด TDF/FTC1เม็ดทุก24ชม.ทุก48ชม.ไม่แนะน�ำไม่แนะน�ำไม่แนะน�ำ NNRTIs EFV600mgทุก24ชม.ก่อนนอนไม่ต้องปรับขนาด NVP200mgทุก12ชม.ไม่ต้องปรับขนาด ETR200mgทุก12ชม.หลังอาหารไม่ต้องปรับขนาด RPV25mgทุก24ชม.ไม่ต้องปรับขนาด
  27. 27. 52 53 ขนาดปกติ ต่อวัน eGFRหรือCrCl(mL/min)(1) Hemodialysis ≥5030-4910-29<10 EFV/TDF/ FTC 1เม็ดทุก24ชม. ไม่แนะน�ำให้ใช้ควรใช้ยาแยกเม็ดและปรับขนาดยา แต่ละชนิดตามการท�ำงานของไต RPV/TDF/ FTC 1เม็ดทุก24ชม. ไม่แนะน�ำให้ใช้ควรใช้ยาแยกเม็ดและปรับขนาดยา แต่ละชนิดตามการท�ำงานของไต ProteaseInhibitor(PIs) ATV400mgทุก24ชม.หรือ 300/100mgทุก24ชม. ไม่ต้องปรับขนาดถ้าไม่ได้ล้างไต กรณีHemodialysis(HD) ไม่เคยได้ยาต้านฯมาก่อน:ATV/r300/100mgทุก24ชม. เคยได้ยาต้านฯมาก่อนไม่แนะน�ำทั้งATVหรือATV/rเพราะระดับยาอาจ จะไม่เพียงพอ DRV 800/100mgทุก24ชม.(naive) หรือ600/100mgทุก12ชม. ไม่ต้องปรับขนาด LPV/r400/100mgทุก12ชม.ไม่ควรใช้ยาแบบวันละครั้งในผู้ที่ท�ำHD IntegaseInhibitors RAL400mgทุก12ชม.ไม่ต้องปรับขนาด EGV/ COBI/ TDF/FTC 1เม็ดทุก24ชม. ไม่ควรเริ่มในผู้ป่วยที่มีCrCl<70mL/min และควรหยุดยาเมื่อCrCl<50mL/min (1) การค�ำนวณค่าcreatinineclearance: • ผู้ชาย:(140-อายุเป็นปี)xน�้ำหนัก(kg) ผู้หญิง:(140-อายุเป็นปี)xน�้ำหนัก(kg)x0.85 72xserumcreatinine72xserumcreatinine (2) 150mgloadingdose (3) AD:หลังจากล้างไต (4) กรณีภาวะไตเป็นพิษพิจารณาให้ยาต้านสูตรอื่นถ้ามีchronickidneydisease(CKD)อยู่แล้ว (5) ลดขนาดยากรณีใช้ร่วมกับTDF
  28. 28. 54 55 ตารางที่10 ขนาดยาปกติและการปรับขนาดยาต้านไวรัสในผู้ป่วยที่การท�ำงานตับบกพร่อง (LiverInsufficiencyandDoseAdjustmentofAntiretrovirals) Child-PughScore 5-6หรือเกรดA7-9หรือเกรดB≥10หรือเกรดC NRTI 3TCไม่ต้องปรับขนาด TDFไม่ต้องปรับขนาด AZTไม่ต้องปรับขนาด d4Tไม่ต้องปรับขนาด ddIไม่ต้องปรับขนาด ABC200mgทุก12ชม.ไม่แนะน�ำให้ใช้ TDF/FTCไม่ต้องปรับขนาด NNRTI EFVไม่มีข้อแนะน�ำใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยที่การท�ำงานของตับบกพร่อง NVPไม่ต้องปรับขนาดยาไม่แนะน�ำให้ใช้ไม่แนะน�ำให้ใช้ ETRไม่ต้องปรับขนาดยาไม่ต้องปรับขนาดยาไม่แนะน�ำให้ใช้ RPVไม่ต้องปรับขนาดยาไม่ต้องปรับขนาดยาไม่มีขนาดยาที่แนะน�ำ EFV/TDF/FTCไม่มีข้อแนะน�ำใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยที่การท�ำงานของตับบกพร่อง RPV/TDF/FTCไม่ต้องปรับขนาดยาไม่ต้องปรับขนาดยาไม่มีขนาดยาที่แนะน�ำ ProteaseInhibitor(PIs) ATVไม่ต้องปรับขนาดยา300mgทุก24ชม.ไม่แนะน�ำให้ใช้ ไม่แนะน�ำให้ใช้RTVส�ำหรับboostingในผู้ที่มีการท�ำงานของตับกพร่อง ProteaseInhibitor(PIs) DRVไม่มีขนาดยาที่แนะน�ำไม่แนะน�ำให้ใช้ในผู้ที่มีตับบกพร่องมาก LPV/rไม่มีขนาดยาที่แนะน�ำใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ที่มีตับบกพร่อง Integaseinhibitor RALไม่ต้องปรับขนาดยาไม่แนะน�ำให้ใช้ในผู้ที่ตับมีความบกพร่องมาก EGV/COBI/TDF/FTCไม่ต้องปรับขนาดยาไม่แนะน�ำให้ใช้ในผู้ที่ตับมีความบกพร่องมาก ไม่แนะน�ำให้ใช้ ไม่มีข้อแนะน�ำหรือไม่แนะน�ำให้ใช้ในผู้ที่ตับมีความบกพร่องมาก
  29. 29. 56 57 การค�ำนวณChild-PughScore ตัวแปร คะแนน 1คะแนน2คะแนน3คะแนน บิลิรูบินรวม(TotalBilirubin)(mg/dL)<22-3>3 อัลบูมินในซีรั่ม(g/L)>3528-35<28 Internationalnormalizedratio(INR)หรือ<1.71.7-2.3>2.3 Prothrombintimeที่นานกว่าค่าปกติ(วินาที)<44-6>6 น�้ำในท้อง(ascites)ไม่มี มีเล็กน้อย หรือควบคุมได้ ด้วยยาขับปัสสาวะ มีปานกลางหรือ ไม่สามารถควบคุมได้ ด้วยยาขับปัสสาวะ Encephalopathy*ไม่มีเกรด1-2เกรด3-4 • *เกรด1:สับสนเล็กน้อยวิตกกังวลกระสับกระส่ายมีอาการสั่นเล็กน้อยเคลื่อนไหวร่างกายได้ช้า • เกรด2:เซื่องซึมงุนงงสับสนมือสั่น • เกรด3:ง่วงซึมแต่routableสับสนแบบสังเกตเห็นได้พูดจาไม่รู้เรื่องปัสสาวะซึมหายใจถี่เร็ว • เกรด4:หมดสติแขนขาเหยียดกล้ามเนื้ออ่อนแรง • คะแนนรวม5-6เป็นเกรดA,7-9คะแนนเป็นเกรดB,และ10-15คะแนนเป็นเกรดC
  30. 30. 58 59 ตารางที่11 ผลข้างเคียงและภาวะแทรกซ้อนจากการรักษาด้วยยาต้านไวรัสในผู้ติดเชื้อเอชไอวี (SideEffectsandComplicationsofAntiretroviralTherapy) ภาวะสาเหตุปัจจัยเสี่ยง ผลข้างเคียงที่อันตรายถึงชีวิต(life-threateningadverseeffects) Stevens-Johnson Syndrome(SJS)และ ToxicEpidermal Necrolysis(TEN) เกิดจากNVP0.3-1%,DLVและEFV0.1%, ETR<0.1%มีรายงานพบ1-2รายจากAZT, ddI,ABC,IDV,LPV/r,ATV,DRV • การใช้NVPในคนที่มีCD4สูงและdetectableHIVRNA ขณะเริ่มยาNVP(>250cells/mm3 ในหญิง>400 cells/mm3 ในชาย) • เชื้อชาติแอฟริกาเอเชียและละตินอเมริกา อาการตับอักเสบรุนแรง อาการข้างเคียงที่เกี่ยวข้อง กับnevirapineรวมทั้ง hepaticnecrosis เกิดจากNVPและพบมากในรายที่CD4สูง> 400cells/mm3 • CD4สูงและdetectableHIVRNAขณะเริ่มยาNVP (>250cells/mm3 ในหญิงและ400cells/mm3 ในชาย) • มีค่าBaselineASTหรือALTสูง • ติดเชื้อHBVและ/หรือHCVร่วมด้วย • โรคตับจากพิษสุราเรื้อรัง Lacticacidosis,hepatic steatosis+/-pancreatitis (severemitochondrial toxicities) เกิดจากยากลุ่มNRTIsโดยเฉพาะd4Tและ ddIส่วนAZTพบน้อยมากเพียง0.85% รายต่อปีอัตราตายอาจสูงถึง50% • NRTIที่มีความเสี่ยงมากสุดคือd4TรองลงมาคือddI,AZT • เพศหญิงอ้วนหรือมีBMIก่อนเริ่มยาสูง • ใช้d4Tร่วมกับddIโดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ • ใช้ddIร่วมกับhydroxyureaหรือribavirin Lacticacidosis,rapidly progressiveascending neuromuscularweakness อุบัติการณ์น้อยมากสาเหตุหลักจากd4T • เกิดหลังได้ยาหลายเดือนโดยเกิดกล้ามเนื้อ อ่อนแรงภายในไม่กี่วันหรือไม่กี่สัปดาห์ • อาการเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วแบบascending demyelinatingpolyneuropathyอาการคล้าย กับGuillain-Barrésyndrome • หยุดยาต้านไวรัสให้ทันที • ห้ามให้d4Tหรือยาต้านไวรัสที่สงสัยว่าเป็นสาเหตุอีก • ใช้เวลารักษาหลายเดือนบางรายหายเป็นปกติ บางรายยังมีอาการอ่อนแรงบ้างบางรายอาการอ่อนแรง เป็นถาวร Hypersensitivityreaction (HSR) เกิดจากABCพบเฉลี่ย8%จากงานวิจัยต่างๆ พบ2-9% • เกิดได้หลังรับยาเฉลี่ย9วันโดย90%เกิด ภายใน6สัปดาห์แรก • ผู้มีHLA-B*5701,HLA-DR7,HLA-DQ3 • พบHSRเกรด3หรือ4เพิ่มขึ้นเมื่อใช้ABC600mg ทุก24ชม.เทียบกับ300mgทุก12ชม.(5%เทียบ กับ2%) ผลข้างเคียงที่รุนแรง(seriousadverseeffects) ผื่นผิวหนังเกิดจากNVPพบ14.8%(รุนแรง1.5%),EFV พบ26%(พบgrade3-41%),ABCพบ<5% ในผู้ป่วยที่ไม่มีHSR,ATVพบ2.1%(รุนแรง<1%) มีรายงานผู้ป่วยเกิดผื่นจากTDF,LPV,AZT,3TC • การใช้NVPในเพศหญิงและคนเชื้อชาติแอฟริกาเอเชีย และละตินอเมริกา • EFVมีอุบัติการณ์เพิ่มขึ้นในผู้ป่วยเด็ก การกดไขกระดูกAZTพบภาวะโลหิตจาง1.1-4.0%และภาวะ neutropenia1.8-8.0% • เกิดหลังใช้ยา2-3สัปดาห์แรกจนถึงหลาย เดือนแรก • AdvancedHIV,ให้AZTขนาดสูง • มีภาวะโลหิตจางหรือภาวะneutropeniaมาก่อนหรือ ใช้ยาที่มีฤทธิ์กดไขกระดูกร่วมด้วยเช่นcotrimoxazole, ribavirin,ganciclovir
  31. 31. 60 61 ภาวะสาเหตุปัจจัยเสี่ยง ผลข้างเคียงที่รุนแรง(seriousadverseeffects)(ต่อ) Hepatotoxicity,clinical hepatitisหรือ symptomaticserum transaminaseelevation กลุ่มNNRTIs,PIs,NRTIsทุกชนิด • NNRTIs60%เกิดตับอักเสบภายใน12สัปดาห์ แรกอาจเป็นแบบไม่มีอาการจนถึงมีอาการ เบื่ออาหารอ่อนเพลียน�้ำหนักลดประมาณ 50%ของผู้ป่วยNVPHepatitisจะมีผื่นร่วมด้วย • NRTIsพบบ่อยจากd4T,ddI,AZTตามล�ำดับ เกิดหลังใช้ยาหลายเดือนถึงหลายปี • PIsพบได้ทุกตัวเกิดหลังใช้ยาหลายสัปดาห์ถึง หลายเดือนส่วนใหญ่เป็นแบบไม่มีอาการบาง รายมีอาการเบื่ออาหารน�้ำหนักลดหรือดีซ่าน • ติดเชื้อHBV/HCVร่วมด้วย • โรคพิษสุราเรื้อรัง • มีการใช้ยาที่มีพิษต่อตับร่วมด้วย • อาการทางตับที่เกี่ยวข้องกับNVPมักพบในหญิงที่มี CD4>250cell/mm3 หรือชายที่มีCD4>400cell/mm3 ร่วมกับdetectableVLก่อนเริ่มยาต้านไวรัส • กรณีใช้3TC,FTC,TDFพบในผู้ป่วยที่มีHBVร่วมด้วย อาจมีอาการตับอักเสบเพิ่มขึ้นเมื่อเริ่มยาช่วงแรกช่วง หยุดยาหรือเมื่อมีเชื้อดื้อยาเกิดขึ้น Nephrolithiasis, urolithiasis,crystalluria เกิดจากIDV/rพบเฉลี่ย12.4%(4.7-34.4%), ATV/rพบเฉลี่ย6.6%ถ้ายังใช้ต่อก็มีโอกาสเกิด นิ่วซ�้ำสูง • มีประวัติเป็นnephrolithiasis • ดื่มน�้ำน้อย • มีpeakIDVสูงมีระดับยาATVสูง>0.85mg/L • ได้IDVเป็นเวลานาน • อยู่ในภูมิอากาศร้อนมีตาเหลืองหรือhyperbilirubinemia ซึ่งสัมพันธ์กับระดับยาATVสูงถ้าจะใช้ยาต่อควรจะลด ขนาดยาATV/r200/100mgวันละ1ครั้ง NephrotoxicityเกิดจากIDV,TDFและATV• มีประวัติเป็นโรคไตมาก่อนมีการใช้ยาที่มีพิษต่อไตร่วม ด้วยเช่นTDFผู้ป่วยสูงอายุน�้ำหนักตัวน้อยเบาหวาน ความดันโลหิตสูงเคยได้IDVเป็นระยะเวลานาน PancreatitisddI,พบบ่อยขึ้นถ้าให้ddIร่วมกับd4Tหรือ RibavirinหรือHydroxyurea ผู้ป่วยเด็กอาจเกิดจาก3TC,d4TหรือTDF • มีระดับintracellularและ/หรือserumddIสูง • มีประวัติเคยเป็นpancreatitisโรคพิษสุราเรื้อรัง • มีภาวะhypertriglyceridemia • ใช้ddIร่วมกับd4Thydroxyurea,ribavirin • ใช้ddIร่วมกับTDFโดยไม่ได้ลดขนาดของddI Bleedingepisodes increaseinhemophilia ยากลุ่มPIs• การใช้PIsในผู้ป่วยhemophilia ผลข้างเคียงระยะยาว(long-termadverseeffects) Lipodystrophy• LipohypertrophyเกิดจากสูตรยาPIหรือ สูตรยาNNRTIที่มีd4TหรือAZTร่วมด้วย • Lipoatrophyเกิดจากยากลุ่มNRTIsโดย d4Tพบมากที่สุดรองมาคือAZT,ddIพบ น้อยสุดจากTDF,ABC BaselineBMIต�่ำ • หลีกเลี่ยงการใช้ยาหรือสูตรยาที่เป็นสาเหตุใช้ยาที่มีผล ข้างเคียงน้อยและควรรีบเปลี่ยนเมื่อเริ่มมีอาการการ เปลี่ยนยาช้าอาจไม่ท�ำให้อาการดีขึ้นและมักจะไม่กลับ เป็นปกติ
  32. 32. 62 63 ภาวะสาเหตุปัจจัยเสี่ยง ผลข้างเคียงระยะยาว(long-termadverseeffects)(ต่อ) HyperlipidemiaPIsทุกชนิด(ยกเว้นunboostedATV)พบ 47-75% - PIs>NNRTIs(EFV>NVP) - NRTIs:d4T>AZT>ABC>TDF • ความเสี่ยงขึ้นกับชนิดของยาต้านไวรัส - PIs:RTV-boostedPIsทุกชนิดยกเว้นATV/rจะมี การเพิ่มของLDL,TGน้อยกว่าชนิดอื่นๆ Insulinresistance/ diabetesmellitus d4T,AZTและPIsบางชนิดพบ3-5%• มีภาวะhyperglycemia • มีประวัติเบาหวานในครอบครัว PeripheralneuropathyddIพบ12-34%,d4Tพบ52% ในการรักษาแบบmonotherapyพบเพิ่มขึ้นเมื่อ ใช้ยานานขึ้น • เคยเป็นperipheralneuropathy,ระยะการติดเชื้อเต็ม ขั้น,ใช้d4Tร่วมกับddIหรือ • ใช้ยาที่ท�ำให้ระดับintracellularactivitiesของddIเพิ่ม ขึ้นเช่นTDF,hydroxyurea,ribavirin OsteonecrosisอาจเกิดจากPIsยังสรุปไม่ได้ว่าเป็นจากยา หรือการติดเชื้อเอชไอวี • พบsymptomaticosteonecrosis0.08-1.33% และพบasymptomaticosteonecrosis4% จากการตรวจMRI • ระยะการติดเชื้อเต็มขั้นใช้สเตียรอยด์อายุมาก โรคเบาหวานดื่มแอลกอฮอล์Hyperlipidemia Cardiovasculareffects, CVA,MI พบความสัมพันธ์ของยากับโรคดังนี้ • PIsกับMIและCVA,ABCกับMIและddI กับMIในobservestudiesแต่ไม่พบจาก RCTtrial • MIพบ0.3-0.6%ต่อปี • CVAพบ0.1%ต่อปี • ความเสี่ยงที่จะเป็นCVD(smoking,HT,DM, hyperlipidemiaอายุมากมีประวัติครอบครัว)
  33. 33. 64 65 ตารางที่ 12 ยาที่มีปฏิกิริยากับยาต้านไวรัส (Common Drug Interaction) โรคร่วม ชนิดของยา ชื่อยา ปฏิกิริยา กับยาต้านไวรัส ค�ำแนะน�ำ โรคไมเกรน ยากลุ่ม ergotamine Ergotamine group, methergin PIs เพิ่มระดับ Ergot โดยเฉพาะ ยา PI/RTV ห้ามให้ยากลุ่ม Ergot ร่วมกับยา PI เด็ดขาด แม้แต่เม็ดเดียวก็เกิด ปัญหา severe vasoconstriction หรือ gangrene ได้ โรคของระบบ หัวใจและ หลอดเลือด ยาลดความดันโลหิต Dihydropyridine calcium channel blockers (DCCBs) PIs เพิ่มระดับ DCCBs NVP, EFV ลดระดับ DCCBs ปรับขนาดยา DCCB และติดตาม การตอบสนองของความดัน โลหิตสูง ยารักษาหัวใจเต้นผิด จังหวะ Amiodarone PIs เพิ่มระดับ amiodarone หลีกเลี่ยงการใช้ร่วมกัน Diltiazem PIsเพิ่มระดับdiltiazem NVP, EFV ลดระดับ diltiazem ลดขนาด diltiazem ลง 50% หาก ใช้ร่วมกับ ATV ± RTV ส�ำหรับ ยาอื่นให้ติดตามและปรับขนาด diltiazem ตามผลการรักษา ยาต้านเกร็ดเลือด Clopidogrel ETRลดการเปลี่ยนแปลง clopidogrel ไปเป็นรูป แบบที่ออกฤทธิ์ หลีกเลี่ยงการใช้ร่วมกัน ยาต้านการแข็งตัว ของเลือด Warfarin PIs ลดหรือเพิ่มระดับ warfarin NNRTIs ลดหรือเพิ่ม ระดับ warfarin ติดตาม INR อย่างใกล้ชิด Rivaroxaban PIs เพิ่มระดับ rivaroxaban หลีกเลี่ยงการใช้ร่วมกับ PIs
  34. 34. 66 67 โรคร่วม ชนิดของยา ชื่อยา ปฏิกิริยา กับยาต้านไวรัส ค�ำแนะน�ำ โรคไขมันใน เลือดสูง ยาลดไขมันกลุ่ม HMG-CoA reductase inhibitors Lovastatin และ simvastatin PIs เพิ่มระดับยาทั้งคู่ NNRTIs ลดระดับยา ทั้งคู่ หลีกเลี่ยงการใช้ร่วมกับPIsส�ำหรับ NNRTIs ให้ปรับขนาดยาทั้งคู่ตาม ผลการรักษา Atorvastatin และ rosuvastatin PIs อาจเพิ่มระดับยา ทั้งคู่ EFV,ETRอาจลดระดับ ยาทั้งคู่ เริ่มใช้ในขนาดต�่ำที่สุดก่อน และ ปรับขนาดยาตามผลการรักษา Pravastatin PIs เพิ่มระดับยาไขมัน EFV ลดระดับยาไขมัน ใช้ขนาดต�่ำที่สุดก่อน โดยเฉพาะ เมื่อใช้กับ boosted darunavir และ ปรับขนาดยาตามผลการรักษา โรคเลือดออก ในทางเดิน อาหาร Acid reducers H2 -receptor antagonists (HRAs) HRAsลดระดับยาATV และ RPV • ให้ boosted ATV พร้อมกับและ/ หรือ ห่างจากการให้ HRAs อย่าง น้อย 10 ชม. • ให้HRAsอย่างน้อย12ชม.ก่อน หรืออย่างน้อย 4 ชม.หลังให้ RPV Proton-pump inhibitors (PPIs) PPIs ลดระดับยา ATV และ RPV • ไม่แนะน�ำให้ใช้ร่วมกับ ATV ใน ผู้ที่ได้ PIs มาก่อน, ในผู้ที่ไม่เคย ได้ PIs มาก่อน ให้ PPIs อย่าง น้อย 12 ชม. ก่อนการให้ ATV และต้องใช้ boosted ATV เท่านั้น • ไม่แนะน�ำให้ใช้ร่วมกับ RPV
  35. 35. 68 69 โรคร่วม ชนิดของยา ชื่อยา ปฏิกิริยา กับยาต้านไวรัส ค�ำแนะน�ำ โรคทาง ประสาท จิตเวช Benzodiazepines Midazolam, triazolam PIsและEFVเพิ่มระดับ ยาทั้งคู่อย่างมาก ไม่แนะน�ำให้ใช้ร่ R

×