แนวคิด “กินเพื่อสุขภาพ” ไม่ใช่สิ่งที่ห่างไกลไปจากสารับอาหารของคนไทย ยิ่งไปกว่า
นั้น ภาพลักษณ์ของ “อาหารไทย” ที่ขจรขจายไปสู...
อาหารจานด่วนอย่ า งไก่ อบที่ เน้ น เครื่ อ งเทศ สมุน ไพรไทย และแม้ก ระทั่ งหมากฝรั่ ง ก็ ยั งมี ก ารเติ ม
สารอาหารบางชนิดล...
จากการศึกษาของธนภูมิ พบว่าวัฒนธรรมบริโภคนิยมมีอิทธิพลสูงมากต่อพฤติกรรมการบริโภค
อาหารเพื่อสุขภาพ โดยการที่คนๆ หนึ่งจะตัดสิ...
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

อาหารสุขภาพ 1

228

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
228
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
2
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

อาหารสุขภาพ 1

  1. 1. แนวคิด “กินเพื่อสุขภาพ” ไม่ใช่สิ่งที่ห่างไกลไปจากสารับอาหารของคนไทย ยิ่งไปกว่า นั้น ภาพลักษณ์ของ “อาหารไทย” ที่ขจรขจายไปสู่ดินแดนทุกทวีปทั่วโลก โดยขณะนี้มีจานวน ร้านอาหารไทยเกือบ ๒๐,๐๐๐ ร้านในต่างแดนนั้น มีพี้นฐานความนิยมมาจากการเป็นอาหาร บารุงสุขภาพ กระนั้น อาหารปกติในชีวิตประจาวันไม่อาจตอบสนองความต้องการมี “สุขภาพดี” ในระดับที่ คนไทยยุคปัจจุบันคาดหวังได้ ทุกวันนี้ คนไทยนับล้านหวังพึ่งอาหารอีกรูปแบบหนึ่งเพื่อผลในการบารุงสุขภาพ เรียกรวมๆ ได้ ว่า ผลิ ต ภัณ ฑ์ อาหารเพื่อสุ ข ภาพ ที่ห มายความรวมได้ว่า เป็ นสารอาหารในปริ มาณเข้ มข้น อัน มี ความสาคัญและจาเป็นต่อสุขภาพร่างกาย ได้แก่ โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต วิตามิน เกลือแร่ และ รวมถึงสารอาหารพวกช่วยย่อยเอนไซม์และกากใย โดยผลิตขึ้นในรูปผง เกล็ด เม็ด แคปซูล และของเหลว เพื่อประโยชน์ในการรับประทานเพิ่มเติม ป้องกัน หรือบาบัด ส่วนใหญ่มักจะเป็นอาหารที่สกัดหรือ สังเคราะห์จากผลิตภัณฑ์ทั้งพืชและสัตว์ในธรรมชาติ โดยที่มีการพิสูจน์ทดลองให้ผู้บริโภคเชื่อได้ว่าจะไม่ ส่งผลข้างเคียงร้ายแรงต่อร่างกาย สามารถบริโภคได้บ่อยครั้งกว่ายา อาหารประเภทนี้เป็นที่นิยมสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยข้อมูลในปี ๒๕๕๑ มูลค่าตลาดอาหารเสริมเพื่อ สุขภาพในบ้านเราจะมีมูลค่าถึง ๘,๐๐๐ ล้านบาท ยังไม่รวมกับสินค้าประเภทเครื่องออกกาลังกายอีก ๒,๐๐๐ ล้านบาท ตามที่มีข้อมูลอ้างอิงได้ว่าในทวีปเอเชีย โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น อาหารเพื่อสุขภาพ ประสบความสาเร็จอย่างต่อเนื่องและยังจะเติบโตได้ดีกว่าตลาดในสหรัฐอเมริกาและยุโรป ประเภทของอาหารเพื่อสุขภาพที่ คนไทยนิยมกันมากก็คือ เครื่องดื่ม โดยที่ในแต่ละปีได้มีการ แข่งขันกันมากขึ้น เห็นได้จากความหลากหลายของทั้งประเภทเครื่องดื่ม อาหารหรือขนมขบเคี้ยว เพราะ นอกจากเครื่องดื่มบารุงสุขภาพที่สร้างจุดขายด้วยการเติมสารที่ให้ประโยชน์นานาชนิดลงไปแล้ว ยังมี ๑
  2. 2. อาหารจานด่วนอย่ า งไก่ อบที่ เน้ น เครื่ อ งเทศ สมุน ไพรไทย และแม้ก ระทั่ งหมากฝรั่ ง ก็ ยั งมี ก ารเติ ม สารอาหารบางชนิดลงไปด้วย ทุกวันนี้ บนฉลาก ข้างกล่องหรือบรรจุภัณฑ์ขนาดต่างๆ จึงเต็มไปด้วยข้อมูลเพื่อการตัดสินใจใน การเลือกซื้ออาหารเพื่อสุขภาพ ผ่านศัพท์แสงที่เป็นชื่อของสารอาหารนานาชนิด ตัวอย่างเช่น กากใย เลซิ ติน คอลลาเจน เกสรผึ้ง สาหร่ายเกลียวทอง คลอโรฟิล จมูกข้าวสาลี บริวเวอร์ยีสต์ ฯลฯ ทัศนคติและพฤติกรรมของผู้บริโภคต่ออาหารสร้างสุขภาพ โดย กนิษฐา หมู่งูเหลือม และ วัฒนธรรมบริโภคนิยมกับอาหารเพื่อสุขภาพในบริบทสังคมเมือง โดย ธนภูมิ อติเวทิน๒ เป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยที่ให้ความสนใจต่อที่มา พัฒนาการ และเงื่อนไขปัจจัยที่ทาให้คนไทยยุคปัจจุบัน หันมานิยมและพึ่งพาอาหารสุขภาพมาถึงเพียงนี้ ผู้วิจั ย ทั้ งสองวิ เคราะห์ ตรงกั น ว่ า ผู้บ ริ โภคส่ วนใหญ่ ในปั จ จุ บั น ปรั บ มุมมองใหม่ว่าการดูแ ล สุขภาพเป็นการลดความสี่ยง หรือช่วยป้องกันการเกิดโรคได้มากกว่า เพราะการดูแลสุขภาพมิใช่เพียงแค่ การไม่เป็นโรค แต่คือการทาให้สุขภาพกายดีและสุขภาพใจสมบูรณ์ ด้วยการออกกาลังกาย งดเหล้าบุหรี่ มีเวลาพักผ่อน รวมทั้งการเลือกกินอาหารที่ดี และเมื่อผู้บริโภคใส่ใจในเรื่องอาหารมากขึ้น จึงส่งผลให้ ตลาดอาหารเพื่อสุขภาพขยายตัวเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง งานของกนิษฐาซึ่งเรียกอาหารกลุ่มนี้ว่า “อาหารสร้างสุขภาพ” ใช้วิธีการวิจัยเชิงปริมาณ โดย การสารวจกลุ่มชายหญิงผู้ใส่ใจในสุขภาพวัย ๒๒–๔๙ ปี ที่อยู่ในกรุงเทพฯ จานวน ๔๐๐ คน พบว่าคน กลุ่มใหญ่มีสถานภาพโสด และจบการศึกษาระดับปริญญาตรีมากที่สุด ที่น่าสนใจคือ ผู้ที่ระบุว่าตนรู้จักอาหารสุขภาพลับมีความรู้อย่างผิวเผิน อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ รู้สึกดีเมื่อได้ดูแลสุขภาพตนเองด้วยการกินอาหารสร้างสุขภาพ และเห็นว่าเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้ช่วยให้ เกิ ด การพั ฒ นาในวงการอาหารนี้ รวมทั้ ง เห็ น ว่ า อาหารสร้ า งสุ ข ภาพช่ ว ยป้ อ งกั น การเจ็ บ ป่ ว ยได้ กลุ่มเป้าหมายนี้ซื้อเครื่องดื่มประเภทนมถั่วเหลืองแคลเซียมสูงมาบริโภคมากกว่าและบ่อยครั้งกว่านม ชนิดอื่น ส่วนเครื่องดื่มประเภทอื่นที่เลือกรองลงไปคือ น้าผลไม้ และเครื่องดื่มอื่นๆ เช่น ชาเขียวหรือ เครื่องดื่มธัญญาหารสาเร็จรูปผสมใยอาหาร ส่วนงานของธนภูมิ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพโดยการสัมภาษณ์เจาะลึกกลุ่มผู้ใหญ่ชายหญิง วัย ๔๑–๕๕ ปีจานวน ๒๔ รายที่อยู่ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล เขาแบ่งกลุ่มเป้าหมายออกเป็น ๓ กลุ่ม ตามลักษณะอาชีพ คือ ข้าราชการ พนักงานบริษัทเอกชน และกลุ่มอาชีพอิสระ ปัญหาเดียวกันที่คนวัยนี้ต้องเผชิญก็คือ ขาดเวลาพักผ่อนและขาดการออกกาลังกายที่จาเป็น จากสาเหตุคือมีช่ วงเวลาการทางานที่ยาวนานมากกว่าซึ่งทาให้เกิดความเครียดตามมา คนกลุ่มนี้ มี เป้าหมายบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพทั้งเพื่อการป้องกันและการรักษาโรค ดังนั้น สาหรับคนในวัยผู้ใหญ่จึง มีความพร้อมที่จะลงทุนเพื่อสุขภาพ โดยการซื้ออาหารเพื่อสุขภาพแม้มีราคาสูง ยอมลงทุนด้านเวลาและ ความเอาใจใส่ที่ต้องบริโภคอย่างต่อเนื่อง และหากิจกรรมในการเพิ่มศักยภาพร่างกายของตนเอง ๒
  3. 3. จากการศึกษาของธนภูมิ พบว่าวัฒนธรรมบริโภคนิยมมีอิทธิพลสูงมากต่อพฤติกรรมการบริโภค อาหารเพื่อสุขภาพ โดยการที่คนๆ หนึ่งจะตัดสินใจซื้ออาหารดังกล่าวขึ้นกับ ๒ ปัจจัยคือ ปัจจัยแวดล้อม โดยเฉพาะคนใกล้ชิดที่มีส่วนสร้างแรงจูงใจ กับอีกปัจจัยหนึ่งคือ อิทธิพลของสื่อการโฆษณา เป็นเรื่องน่าคิดว่าผู้บริโภคพากันให้ความสนใจต่ออาหารเพื่อสุขภาพที่มีหลักการว่าผลิตหรือ สังเคราะห์มาจากธรรมชาติ ซึ่งสื่อนัยถึงความสะอาด บริสุทธิ์ ไม่เป็นอันตราย แต่ขณะเดียวกันผู้บริโภค เองกลับมีวิถีการกินอยู่ที่ห่างไกลจากความเป็นธรรมชาติแม้เพียงเรื่องง่ายๆ ในชีวิตประจาวัน เช่น การกิน วิตามินแทนที่จะกินผักผลไม้สด การเลือกใช้ลิฟต์แทนการขึ้นลงบันได หรือการจัดดอกไม้เทียมใส่ใน แจกันแทนดอกไม้สด ทั้งที่ต้องการสร้างความชุ่มชื่นให้แก่จิตใจ เป็นต้น งานวิจัยทั้งสองชิ้นนี้ได้ฝากประเด็นที่น่าสนใจและชวนให้ใคร่ครวญถึงชีวิตและจิตใจของคนไทย เราในวันนี้ เพราะสิ่งที่เรากินนั้นคือคือเครื่องสะท้อนลึกไปถึงตัวตน ดังประโยคที่ว่า “You are what you eat” ๑ กนิษฐา หมู่งูเหลือม. ทัศนคติและพฤติกรรมของผู้บริโภคต่ออาหารสร้างสุขภาพ. วิทยานิพนธ์ ปริญญามหาบัณฑิต, สาขาวิชาการการโฆษณา คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๕๑. ๒ ธนภู มิ อติ เ วทิ น . วั ฒ นธรรมบริ โภคนิ ย มกับ อาหารเพื่ อ สุ ขภาพในบริบ ทสั ง คมเมื อง. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต , สาขาวิชามานุษยวิทยา คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย , ๒๕๔๓. ๓

×