เงื่อน
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 

เงื่อน

on

  • 2,925 views

 

Statistics

Views

Total Views
2,925
Views on SlideShare
2,925
Embed Views
0

Actions

Likes
1
Downloads
37
Comments
1

0 Embeds 0

No embeds

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
  • สำหรับทุกคนท่ีานใจจะดูเพื่อปรับปรุงและนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

เงื่อน เงื่อน Document Transcript

  •     กิจกรรมที่ 2 บุกเบิก การผูกเงื่อนและการผูกแนน ลูกเสือสามัญรุนใหญ            โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ ลําลูกกา         
  • เงื่อนลูกเสือสามัญรุนใหญ  เงื่อนลูกเสือ - เนตรนารีสามัญรุนใหญ เปนวิชาหนึ่งของเครื่องหมายลูกเสือโลก ทุกคนตองปฏิบัตการผูกเงื่อน ิทั่วไป และเงื่อนผูกแนนไดเพือนําความรูทกษะการผูกเงือนไปใชทํากิจกรรมในการสรางคายพักแรม การปฏิบัติ ่ ั ่กิจกรรมอื่น ๆ และการบําเพ็ญประโยชน ชนิดของเชือก ๑. เชือกกาบมะพราว ทําจากกาบมะพราว มีน้ําหนักเบา ลอยน้ําไดเหมาะหรับใชในน้ํา ไมอมน้า นิยมใชโยงเรือ ํกําลังงานนอยกวาเชือกมนิลาที่มีขนาดเทากัน ๒. เชือกปาน ทําจากตนเฮมม สีเหลือง เสนใยหยาบ แข็ง ผูกงายไมเหมาะสําหรับงานเกียวกับน้า นิยมชุบ ่ ํน้ํามันจึงเรียกวา เชือกน้ํามัน เมื่อชุบน้าแลวกําลังงานจะนอยลงกวาเดิม  ํ๓. เชือกมนิลา ทําจากตนมนิลามีมากในประเทศฟลิปปนส สีคอนขางขาว ออนตัวดี มีกําลังมากกวาเชือกปานนิยมใชเปนเชือกรอก ทําฐานผจญภัย และในการบุกเบิก ถาใชในที่แหงจะทนดี แตถาเปยกน้าบอย ๆ จะขาด ํงาย ๔. เชือกปอ เปนเชือกทําจากปอกระเจาในประเทศไทย เหมาะสําหรับใชงานชั่วคราวบนบก เชน ขันชะเนาะนั่งรานเปนตน ตองเก็บรักษาใหดี ระวังทิ้งไว มอด และปลวกกัดกินทําใหขาดงาย  ๕. เชือกดาย เปนเชือกที่ทาจากดายดิบ มีสขาวสะอาด ออนนิ่ม ขดมวนงาย ไมมีมอด หรือปลวกอาศัย ใชทํา ํ ีแห หรือใชงานในรมไมถกแดด  ู๖. เชือกไนลอน เปนเชือกทีทําจากสารสังเคราะห มีความทนทานและเหนียวมาก มีความยืดหยุนมากกวาเชือก ่ ชนิดอื่น ๆ ผูกยากเพราะคลายตัวงาย ถาดึงมากเชือกยืดได เหมาะใชงานในน้ํา หามอยูใกลความรอน หรือใกลไฟ  ๗. เชือกลวดหรือลวดสลิง ลักษณะคลายเชือก แตทําจากเหล็กกลาเคลือบสังกะสีควั่นเปนเกลียวมีน้ําหนังและกําลังมาก มีราคาแพงและเกิดสนิมไดงาย เหมาะสําหรับยึดเกาะโครงสรางสูงเชน ใชยึดทําฐานผจญภัยถาวร ยึดเสาโทรทัศน หรือหอคอย เปนตน มีหลายขนาดใหเลือก  ขนาดของเชือก เชือกมีหลายขนาด ใหวัดตามความยาวของเสนรอบวง เชน ถาวัดความยาวของเสนรอบวงได ๑ นิว ก็เปนเชือก ้ขนาด ๑ นิ้ว เปนตน  
  • การระวังรักษาเชือก ๑. เมื่อซื้อเชือกมาแลวใหพนหัวเชือกใหเรียบรอย กันเกลียวเชือกคลายตัว  ั๒. ขณะใชเชือกพยายามอยาใหเชือกเปยกน้ํา (ยกเวนเชือกที่ผูกหรือใชในน้า)  ํ๓. ใหใชผาเการองรับระหวางเชือกกับเชือก หรือระหวางเชือกกับวัตถุอื่น ที่จุด ผูกหรือจุดเสียดสี  ๔. หลังจากใชเชือกแลว ควรตรวจเชือกใหละเอียด ถามีจุดชํารุดตองซอม หากเชือกเปยกชืน ตองผึงลมใหแหง ้ ่สนิทกอนเก็บ และถาเปน ไปได ควรแขวนไว การเก็บเชือก    หลังจากใชเชือกแลวใหเก็บเชือกรอยไวที่เข็มขัด หอยมวนเชือกลงดานขางตัว เพื่อความเรียบรอยสวยงาม ๑. ทบเชือก ๓ ครั้ง เพื่อแบงเปน ๘ สวน ถือไวดวยมือซาย ๓ สวน อีก ๕ สวนที่เหลือปลอยลงเอาไวสําหรับพันรอบ ๒. เอาเชือกสวนยาวที่เหลือ ๕ สวน พันรอบเชือกทีถือไวดวยมือซาย โดยเริ่มพันถัดจากบวงหัวประมาณ ๑ นิ้ว ่รูป ๒ พันใหแนนจนตลอดจะเหลือปลายเชือก ใหสอดปลายเชือกนันเขาไปในบวงทาย รูป   ้๓.ขั้นสุดทาย ดึงบวงหัว จนบวงทายรัดปลายเชือกที่สอดไวแนน  ชนิดและประโยชนของเงือน  ่เงื่อน คือ การผูกเชือกกับเชือก หรือเชือกกับวัตถุอน หรือทําใหเกิดบวงหรือปมในเชือกเสนเดียวกัน เงื่อนแบง ื่ออกเปนหลายประเภทตามลักษณะ เพื่อใชประโยชนอยางใดก็ได และสามารถแยกเงื่อนตามประเภทการใชงานไดดังนี ้๑. ประเภทตอเชือกเขาดวยกัน เพื่อใชประโยชนในการตอเชือกใหยาวขึ้น คือ เงื่อนพิรอด เงื่อนขัดสมาธิ เงื่อนประมง เงื่อนยายแก เงื่อนนายพราน ฯ ๒. ประเภททําบวง เพื่อใชประโยชนสําหรับคลองหรือสวมกับหลัก เสา สัตว หรือคน คือ เงื่อนเกาอี้ เงื่อนคนลากเงื่อนสายนกหวีด ฯ ๓. ประเภท ผูกกับวัตถุ เพื่อใชประโยชนสาหรับผูกใหแนน ใชร้งใหตงหรือดึงใหแนน คือเงื่อนผูกซุง เงื่อนตะกรุด ํ ั ึเบ็ด เงื่อนกระหวัดไม เงื่อนผูกประกบ เงื่อนผูกทแยง เงือนกากบาท เงื่อนเงื่อนผูกรั้ง ฯ  ่๔. ประเภทใชถักและแทง ไดแก ถักสายนกหวีด ถักลูกโซหลายชั้น ถักเกลียวกลม แทงบวง ถักวอกเกิล 
  • เงื่อนลูกเสือสามัญรุนใหญ ๑.เงื่อนพิรอด ( Reef Knot หรือ Square Knot) เปนเงื่อนที่มีประโยชนมากในชีวิตประจําวันของเรา โดยเฉพาะการตอปลายเชือก ๒ขางเขาดวยกันดวยเงื่อนนี้จะแนนมากแตก็แกออกไดงาย เงื่อนเมื่อตอแลวปมจะไมนูนจนเกินไป ผูกไดหลายวิธี เชือกที่ผกตองเปนเสน  ูเชือกที่มีขนาดเทากันมีความเหนียวเทากัน           ประโยชน ๑. ใชเชือกตอ ๒ เสน มีขนาดเทากัน และเหนียวเทากัน   ่๒. ใชผูกปลายเชือกเสนเดียวกัน เพื่อผูกมัดหอสิ่งของและวัสดุตางๆ ๓. ใชผูกเชือกผูกรองเทา (ผูกเงื่อนพิรอด กระตุกปลาย ๒ ขาง) ๔. ใชในการปฐมพยาบาล เชน ผูกชายผาพันแผล ผูกชายผาทําสลิงคลองคอ ใชผูกปลายเชือกกากบาทญี่ปุน  ๕. ใชตอผาเพือใหความยาวตามตองการในกรณีที่ไมมเี ชือก เชน ตอผาปูทนอน ใชชวยคนในยามฉุกเฉินเมื่อ ่ ี่ เวลาเกิดเพลิงไหม และใชผาพันคอลูกเสือตอกัน เพื่อชวยคนที่ตดอยูบนที่สง และใชผูกโบ เปนตน  ิ  ู     
  • ๒.เงื่อนขัดสมาธิ ( Sheet Bend ) เปนเงื่อนที่ใชประโยชนตอเชือกที่มีขนาดตางกันโดยใชเสนใหญเปนบวง สวนเสนเล็กเปนเสนพันขัด            ประโยชน   ๑. ใชตอเชือกขนาดตางกัน หรือขนาดเดียวกันก็ได  ๒. ใชตอเชือกแข็งกับเชือกออน (เสนออนเปนเสนพันขัด)   ๓. ใชตอเชือกที่คอนขางแข็ง เชน เถาวัลย   ๔. ใชผกเชือกกับสิงทีมีลกษณะเปนขอหรือหูอยูแลว เชน ธงชาติ  ู ่ ่ ั ๕. ใชตอเสนดาย เสนไหมทอผา        
  • ๓.เงื่อนกระหวัดไม ( Half Hitch )         ประโยชน ๑. ใชสาหรับผูกเรือ ผูกแพไวกับหลัก แตไมสามารถหมุนรอบไดเหมือน เงื่อนบวงสายธนู เงื่อนกระหวัดไมนี้ถา ํยิ่งดึงยิ่งแนนขึน  ้๒. ใชสําหรับผูกรอกตาง ๆ ๓. ใชเปนเงื่อนแรกในเงื่อนผูกซุง ๔. ใชเปนเงื่อนบุกเบิก              
  •  ๔.เงื่อนบวงสายธนู ( Bowline ) เปนเงื่อนที่ไมรูด ไมเลื่อนเขาไปรัดกับสิ่งทีผูก ตัวบวงจะคงที  ่ ่          ประโยชน ๑. ใชผกสัตวไวกับหลักหรือตนไม เปนเงื่อนที่ไมรูดและไมเลื่อนเขารัดกับหลัก เหมาะสําหรับการผูกลาม เพราะ ูสามารถหมุนรอบได ๒. ใชเปนบวงคลองชวยคนตกน้ํา เพราะเงื่อนชนิดนี้จะไมรูดเขาหาตัวคนที่เราชวย ๓. ใชคลองคนใหหยอนตัวจากที่สงลงสูทต่ําแทนเงื่อนเกาอี้ได  ู ี่๔. ใชคลองคันธนูเพื่อโกงคันธนู ๕.ใชผูกเรือกับหลัก เมื่อเวลาน้าขึ้นหรือน้ําลงบวงจะเลื่อนขึ้นลงไดเอง  ํ    
  •  ๕.เงื่อนตะกรุดเบ็ด ( Cleve Hitch ) เปนเงื่อนผูกแนนแตแกงาย ใชในการผูกของ ผูกเสารั้ว ผูกหลัก ผูกตอมอ ในการสรางสะพาน ทําหอคอย ผูกเบ็ด      ประโยชน ๑. ใชแขวนรอก ๒. ผูกเชือกกับสมอเรือ ๓. ใชผกขอเบ็ดตกปลา  ู๔. ใชผกเชือกกับเสาหรือหลักเพื่อลามสัตวเลี้ยงหรือแพ  ู๕. ใชผกบันใดเชือก บันใดลิง  ู๖. ใชในการผูกแนน เชน ผูกประกบ ผูกกากบาท      
  •  ๖.เงื่อนประมง ( Fishermans Knot ) เปนเงื่อนที่ใชสําหรับตอเชือกที่มขนาดเดียวกัน ซึงเปนที่รูจักกันอีกชือหนึงวา เงื่อนหัวลานชนกัน   ี ่ ่ ่        ประโยชน ๑. ใชตอเชือกที่มีขนาดเล็ก  ๒. ใชตอเชือกสองเสนที่มีขนาดเดียวกัน ๓. ผูกคอขวดแยมสําหรับเปนทีถือหิว (คอขวดที่มีขอบขวด)  ่ ้๔. ใชตอเชือกที่มีขนาดใหญที่ลากจูง ๕. ใชตอเชือกดาย ดายทอ สายเบ็ด ใชตอเชือกกันเปนเกลียว  ๖. ใชตอสายไฟฟา       
  •  ๗.เงื่อนผูกซุง ( A Timber Hitch ) เปนเงื่อนที่ใชสําหรับผูกสิงของตาง ๆ ใหแนน เปนเงื่อนที่มีลักษณะพิเศษคือผูกงาย แตเปนเงื่อนทียิ่งดึงยิ่งแนน ่ ่ยิ่งดึงแรงมากเทาไรก็ยงแนนมากขึ้นเทานัน  ิ่ ้         ประโยชน  ๑. ใชผกกับวัตถุท่เปนทอนยาว ๆ เชน ทอนซุง เสา เพือใชลาก  ู ี ่๒. ใชผูกกับหินแทนสมอเรือ หรือใชผูกหินแทนสมอบกก็ได ๓. ใชเปนเชือกเริ่มตนในการผูกทแยง ๔. ใชผูกกับหินเพื่อใชแทนสมอเรือ ๕. ใชผูกสัตว เรือ แพไวกับทาหรือเสาหรือรั้ว ตนไม ๖. เปนเงื่อนทีผูกงาย แกยาก  ่     
  •  ๘.เงื่อนผูกรั้ง ( Tarbuck Knot ) ใชผกแทนสายเต็นทยึดเสาธงเพื่อกันลม ใชรั้งตนไม เปนเงื่อนเลื่อนใหตึงและหยอนไดตามตองการ  ู         ประโยชน ๑. ใชยึดเสาเต็นท เสาธง สมอบก ๒. ใชผูกกับหวงตาง ๆ  ๓. เปนเงื่อนเลื่อนใหตึงหรือหยอนตามความตองการ         
  •  ๙.เงื่อนปมตาไก ( A Fingere of Einght Knot ) ใชขมวดหัวเชือกที่ไมใหญนก ถาตองการใหปมใหญก็ขมวดหลายครั้งมีชื่อเรียกวาปมไก  ั          ประโยชน ๑. ใชผกปลายเชือกใหเปนปมเพื่อที่จะไดถือ หรือหิ้วไดถนัด  ู๒. ใชผูกแทนกันหัวเชือกชั่วคราว ๓. ใชผูกรอยหูเต็นท ๔. ทําปมบันไดเชือก               
  •  ๑๐.การผูกทแยง ( Diagonal Lashing ) การผูกทแยงเปนการผูกทอนไมที่ไขวกนอยูใหติดแนนเขาดวยกัน เชน ใชผูกนั่งรานในการกอสราง ใชผูกตอมอ ัสะพาน การสรางทีพักอาศัยของชาวบานดวยไมไผ  ่*สวนมากใชผกไมที่มีลกษณะไขวกันที่ไมเปนมุมฉากกัน ( กากบาท )  ู ัวิธีการผูก ๑.ขึ้นตนดวยเงื่อนผูกซุง โดยควบไมทง ๒ ทอน  ั้๒.พันขวางไมทั้ง ๒ ดาน ๓.พันหักคอไก ๔.ลงทายดวยเงื่อนตะกรุดเบ็ด        ประโยชน  ๑. ใชในงานกอสราง ๒. ใชผกเสาหรือไมค้ํายัน ปองกันลม  ู๓. ใชทาตอมอสะพาน ํ    
  • ๑๑.การผูกประกบ ( Sheer Lashing หรือ Round Lashing ) การผูกประกบเปนการผูกไมดวยวิธีจับไม ๒ ทอนมาเขาคูกัน แลวผูกเขาดวยกันใหแนน ซึ่งอาจพูด ไดหลายวิธี วิธีที่นิยมใชกันมาก ไดแก การผูกประกบ ๒ ทอน และการผูกประกบ ๓ ทอนประโยชน ๑. ใชตอไมหลายๆทอนใหยาวออกไป ๒. ใชผูกตอไมในการกอสราง ๓. ใชผูกตอพลองทําเสาธงลอยวิธีผูกประกบ(โดยละเอียด) ๑. เอาไมที่จะตอมาวางซอนใหขนานกันตรงปลายที่จะตอ การวางซอนควรใหซอนกันประมาณ ๑ ใน ๒ ของความยาวของไมหรือเสา ๒. เริ่มตนผูกการผูกกับตนไม แลวบิดพันปลายเชือกเขากับตัวเชือก (หรือเรียกวา แตงงานกัน)ใช ลิ่มยัดเสา ๓. พันเชือกรอบเสา ๒ ตนเรียงกัน ความหนาของเชือกมีพันขนาดกวาง ๔. สอดเชือกเขาตรงกลางระหวางไมทั้ง ๒ แลวเอาปลายเชือกพันคอไก(พันรอบเสนเชือกชวงที่อยู ระหวางไม ๒ - ๓ รอบ และดึงใหแนน ) ๕. ผูกปลายเชือกดวยเงื่อนตะกรุดเบ็ดบนไมตนที่นํามาตอ หรือบนไมอีกตนหนึ่งที่ไมใชอันที่เริ่มตนผูก  วิธีการผูก ๑.เริ่มตนดวยเงื่อนตะกรุดเบ็ด แลวแตงงานเชือก ๒.พันรอบไมทตองการผูกแบบเรียงเสน  ี่๓.พันหักคอไก ๔.ลงทายดวยเงื่อนตะกรุดเบ็ด        
  • ๑. การผูกประกบสอง          ประโยชน  ๑.ใชตอเสาหรือไมสองทอนเขาดวยกัน ๒.ตอไมใหยาว ๒. ผูกประกบสาม        ประโยชน  ๑.ใชตอเสาทําเสาธงลอย  ๒.เพื่อทําขาหยั่ง ๓.ใชตอเสาหรือตอไมใหยาวขึ้น ๔.ใชทาขาตั้งวางอางลางหนา ลางมือ เวลาอยูคายพักแรม  ํ๕.ใชทาสามเสาในงานกอสราง  ํ
  • ๑๒.ผูกกากบาท ( Square Lashing )  ขึนตนดวยเงื่อนตะกรุกเบ็ดที่ไมตวใดตัวหนึง และหักคอลงดวยเงื่อนตะกรุดเบ็ดที่ไมอีกตัวหนึง การวาง ้ ั ่ ่ใหวางพาด ตังฉากกัน  ้        ประโยชน ๑.      ใชผูกนั่งรานในการกอสราง ๒.      ใชผูกสรางคายพักแรมและอุปกรณคายพักแรม ๓.      ใชทํารัวหรือคอกสัตว  ้๔.      ใชผูกตอมอสะพาน วิธีผูก ๑. นําไมมาวางพาดตั้งฉากกันเปนรูปกากบาท ๒. นําเชือกมาผูกเงื่อนตะกรุดเบ็ดที่ไมอันตั้ง เพื่อปองกันไมใหไมอันนอนเลื่อนลง แลวนําปลายเชือกพันกันใหเรียบรอย ๓. ใชเชือกพันรอบไมท้งสองอันดึงเชือกทับไมอันนอนอีกครั้งแลวสอดไปใตไมอันตั้งอีกครั้งหนึ่งพันเชือกเรียง ักันไปอยาใหเชือกทับกัน พยายามดึงเชือกใหแนน ประมาณ ๓ ‐ ๔ รอบ ๔. พันเชือกหักคอไก สัก ๒ ‐ ๓ รอบ ดึงเชือกใหแนนปองกันไมใหไมรูด ๕. ผูกตะกรุดเบ็ดกับไมอันนอน ดึงใหแนน 
  • แผนการฝกกิจกรรมการผูกเงื่อน  การอยูคายพักแรมลูกเสือ-เนตรนารี ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1  โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ ลกลูกกา  ผูกํากับที่ดูแล 1. นางโสภา โพธิ์ศรี  2. นายวุฒธิชย จันทรศิริ ั 3. นางสาวอรพรรณ ควรขุนทดฐานที่ ชื่อฐาน ผูกํากับประจําฐาน หมายเหตุ 1 เงื่อนพิรอด ( Reef Knot หรือ Square Knot) นางวรลักษณ วุฒิปราณี เงื่อนปมตาไก ( A Fingere of Einght Knot ) นายณัฐพล บัวอุไร นางสาวชุติรัตน การญจนธนชัย นางสาวนันทิดา นบกลาง 2 เงื่อนขัดสมาธิ ( Sheet Bend ) นายวุฒิชย มังคลาด ั นางสาวเยาวลักษณ บุตรศรี นางสาวสาวิตรี แยมพินิจ นางนงลักษณ ทองสิน 3 เงื่อนกระหวัดไม ( Half Hitch ) นางสาวนิตยา พูลภาค นางสาวปริศนา ปองปน นายสัญชัย สนเขียว นางจิราภรณ หางแกว 4 เงื่อนบวงสายธนู ( Bowline ) นายศิริชัย อ่าบุญชู ํ นางสาวอนงค อาจจงทอง นางสาวกมลา กัลยาณพงศ 5 เงื่อนตะกรุดเบ็ด ( Cleve Hitch ) นางกนกวรรณ ศศิธร นางสาวธัญญพัสตร แยมพินิจ นายธวัชย สัสดีทอง ั
  • ฐานที่ ชื่อฐาน ผูกํากับประจําฐาน หมายเหตุ 6 เงื่อนประมง ( Fishermans Knot ) นางสาวกนกกาญจน โพธอวุฒนกูล ิ ุ นางสาวอุมารอนทร แสนเพ็งเคน นายปารเมศ วรรณทอง นางสาวญาติกา อิ่มหิรัญ 7 เงื่อนผูกซุง ( A Timber Hitch ) นางสาวลําเพย อุเทยโย นางสาวเพียงฤทัย โรจนสโรจน นายวรวุฒิ สะเดา นางอัญฑิกา โพธิ์ชัยยอย 8 เงื่อนผูกรั้ง ( Tarbuck Knot ) พ.อ.อ.เจริญ การสมวรรณ นายพิศนุพงษ จิรรัตนตรัย นางสาวนาตยา เกาบริบูรณ นางสาวศิริรัตน แวงดา 9 การผูกทแยง ( Diagonal Lashing ) นายสุวทย ดาวังปา ิ นายณัฐพล บุญภิละ นางสาวบุษยา ออนทรัพย วาที่รอยตรีหญิงประอร ผองใส 10 การผูกประกบ นายสัมพันธ เผือกแตงพันษ นายสุนทร พริกจํารูญ (Sheer Lashing หรือ Round Lashing ) นางสาวพชรภรณ เชียงสิน วาที่รอยตรีหญิงนพมาศ อังศุภนิช 11 ผูกกากบาท ( Square Lashing ) นายจิราวัฒนา ศรีสวาง นายอภิชาต รักประสงค นางสาวกนิษฐา กสิผล นางสาวนาตอนงค บานกรด *รวมผูกํากับ จํานวน 45 คน