0
   ประวัติ   โครงการหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เริ่มต้นตั้งแต่ปี    พ.ศ. 2537 โดยกลุ่มศิลปินร่วมสมัยแห่งประเทศไทยนั...
   จากการเคลื่อนไหวเรียกร้องต่อสู้เพื่อให้มีหอศิลป์โดยเครือข่าย    ประชาชนและกลุ่มศิลปินที่ยาวนาน จนกระทั่งกรุงเทพมหานคร ...
   ตัวอาคารสูง 9 ชั้น (บวกอีก 2 ชันใต้ดิน) โดย                                       ้    ในตัวอาคารถูกออกแบบมาให้เป็นทรง...
   หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่ที่    สี่แยกปทุมวัน หัวมุมถนนพระราม 1 และถนน    พญาไท     ตรงข้ามห้างมาบุญครอ...
   รถไฟฟ้าลงสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ โดยชัน 3 ของ                                          ้    หอศิลปฯ มีทาง    เดินเชือมต่...
   เวลาเปิดบริการวันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 10.00-    21.00 น. (หยุดวันจันทร์)    ส่วนสำานักงาน เปิดทำาการตั้งแต่เวลา 9.30...
   บ้าน ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ตั้งอยู่ทเลขที่ ๑๙ ซอยพระพินจ                                 ี่                   ิ    สาทรใต้ ซึ...
   ซอยพระพินิจ เป็นซอยแยกที่อยู่ถดจากซอยสวนพลู ๗ มาทาง                                        ั    ปากทางเข้าด้านถนนสาทรใ...
   ม.ร.ว.คึกฤทธิ์อธิบายว่า นอกจากเหตุผลทีในสมัยก่อน                                            ่    การสร้างบ้านไม้ราคาถู...
   ชุมชนชาวผักไห่มีความผูกพันกับราชสกุล    ปราโมชมานาน เพราะบรรพบุรุษเคยเป็น    มหาดเล็กฝีพาย ที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของพระ...
   พิพ ธ ภัณ ฑสถานแห่ง ชาติ พระนคร  ตั้งอยู่ใน         ิ    บริเวณพระราชวังบวรสถานมงคลหรือส่วนหนึงของที่      ่    ประทับ...
   ประวัติ   การจัดตั้งพิพธภัณฑ์ในประเทศไทยนั้นเริ่มขึ้นในรัชสมัย                      ิ    พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอ...
   ครั้งถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยูหัว เจ้า                                                   ่    นายฝ่าย...
   ของจัดแสดง   แนวทางการจัดแสดง ปัจจุบัน พิพิธภัณสถานแห่ง    ชาติ พระนคร แบ่งการจัดแสดง ออกเป็น 3 หัวเรื่อง    ใหญ่ ๆ ค...
   3.ประณีตศิลป์ และ ชาติพันธุวิทยา จัดแสดงในหมู่                                   ์    พระวิมาน คือ พระที่นั่งวสันตพิมา...
   นอกจากศิลปะโบราณวัตถุแล้ว พิพิธภัณฑสถานแห่ง    ชาติ พระนคร ยังมีโบราณสถานคือ พระที่นั่ง และ                       โบรา...
   พระที่น ั่ง ศิว โมกขพิม าน   เดิมเคยเป็นห้องสำาหรับสมเด็จกรมพระราชวังบวรมหา    สุรสิงหนาท เสด็จออกขุนนางและบำาเพ็ญพระ...
   พระที่น ั่ง พุท ไธสวรรย์   พระที่นงพุทไธสวรรค์ สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1           ั่    สำาหรับประดิษฐานพระพุทธสิหิ...
   พระตำา หนัก แดง   เดิมนั้นตั้งอยู่บริเวณด้านหลังพระที่นั่งดุสิตมหา    ปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง     พระบาทสมเด็จ พระพุ...
   เมื่อสมเด็จฯเจ้าฟ้ากรมพระศรีสดารักษ์สนพระชนม์                                 ุ       ิ้    ใน พ.ศ. ๒๓๓๒ แล้ว พระธิดา ...
   ๑. สมเด็จเจ้าฟ้าชายมงกุฏ (ได้เสด็จเถลิงถวัลยราช    สมบัติ เป็นพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว    รัชกาลที่ ๔)   ๒....
   เมื่อสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี สวรรคตใน    รัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ    พ.ศ. ๒๓๗๙ พระบาทสม...
   ต่อมาในปี 2506 ได้มีการปฏิสงขรณ์อีกครั้งหนึ่ง                                      ั    โดยได้ย้ายพระตำาหนักแดง ซึ่งตั...
   พระที่น ั่ง อิศ ราวิน จ ฉัย                          ิ   สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพย์ในสมัย    รัชกาลที่ 3 โปรด...
   พระที่น ง ภิม ข มณเฑีย ร              ั่     ุ   จัดแสดงเครื่องราชยาน คานหาม สัปคับ เสลี่ยง    กง เสลี่ยงหิ้วและสีวิก...
   พระที่น ั่ง วสัน ตพิม าน   ชันล่าง จัดแสดงเครื่องถ้วยล้านนา ลพบุรี      ้    เบญจรงค์ลายนำ้าทอง เครื่องถ้วยญี่ปน และ ...
   พระที่น ง ปัจ ฉิม าภิม ุข            ั่   จัดแสดงของใช้ประดับมุก เครื่องมุกส่วนใหญ่    เป็นของสมเด็จ ฯ กรมพระนครสวรรค...
   เกี่ยวกับการเข้าชมพิพธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร                            ิ   ระเบีย บปฏิบ ัต ิใ นการเข้า ชม   ผู้เข้...
   การบริก าร   บริการนำาชมเป็นหมูคณะ โดยการนัดหมาย                      ่   บริการสื่อโสตทัศนศึกษา โดยการนัดหมาย   บร...
   ประวัติ   พระทีนั่งวิมานเมฆเป็นพระที่นั่งที่สร้างด้วยไม้สักทองที่ใหญ่ที่สุด           ่    ในโลก และเป็นพระที่นงถาวรอ...
   พระที่นั่งวิมานเมฆสร้างด้วยไม้สักทองทั้งหลัง มี    ลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่งดงามประณีตและได้    รับอิทธิพลการก่อสร้างแบ...
   ในรัชสมัย    พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรด    เกล้าฯ ให้    สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายา    ...
   ลักษณะขององค์พระทีนง    ่ ั่   พระทีนงองค์นี้ เป็นอาคารแบบวิตอเรีย ได้รับอิทธิพล           ่ ั่    จากสถาปัตยกรรมยุโร...
จัดทำาโดยกลุ่ม 3   ด.ช.โธรัยห์ คำาไวย์ ม.3/7 เลขที่ 3   ด.ช.นนทกฤต จันทร์หอม ม.3/7 เลขที่ 10   ด.ช.อัครพนธ์ สังข์กังวาล...
พิพิธภัณฑ์ในบางกอก
พิพิธภัณฑ์ในบางกอก
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

พิพิธภัณฑ์ในบางกอก

489

Published on

งานส่งอาจารย์นภัสสรณ์ ราชวินิตมัธยม = u =

Published in: Education
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
489
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
0
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Transcript of "พิพิธภัณฑ์ในบางกอก"

  1. 1.  ประวัติ โครงการหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เริ่มต้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 โดยกลุ่มศิลปินร่วมสมัยแห่งประเทศไทยนับพันคน ได้จัดแสดงผลงานที่ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยหวังให้  โดยหวั สังคมเห็นว่า มีศลปินมากพอที่ควรจะมี หอศิลป์ มาเป็นพื้นที่ ิ รองรับในการแสดงออกผลงาน และเก็บรักษาผลงานในอดีตและ ประวัติศาสตร์ เป็นที่รวมกลุมศิลปิน เพื่อพบปะ แลกเปลี่ยนความ ่ คิด แนวการทำางาน ผลก็คือการผลักดันให้เกิดการพัฒนาของ วงการศิลปะในบ้านเมืองนี้ สมัยของ ดร.พิจิตต รัตตกุลได้รับตำาแหน่งเป็นผู้วา กทม. มีการ ่ ผลักดันจนกระทั่ง กทม. มีนโยบายที่จะสร้างหอศิลป์ขึ้น มีการ กำาหนดพืนที่ตั้งหอศิลป์ที่บริเวณสี่แยกปทุมวัน และผู้ชนะจาก ้ การประกวดแบบหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ได้แก่ บริษัท Robert G. Boughey & Associates (RGB Architects) ความพร้อมทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2539 แต่ ในสมัยของนายสมัคร สุนทรเวช ผู้ว่า กทม. คนต่อมา โครงการ
  2. 2.  จากการเคลื่อนไหวเรียกร้องต่อสู้เพื่อให้มีหอศิลป์โดยเครือข่าย ประชาชนและกลุ่มศิลปินที่ยาวนาน จนกระทั่งกรุงเทพมหานคร โดยผู้ว่าราชการฯ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ได้เล็งเห็นความ สำาคัญของศิลปวัฒนธรรม และได้วางนโยบายด้านศิลป วัฒนธรรมเป็นนโยบายหลัก โดยมุ่งเน้นการสร้างความรู้ ความ เข้าใจ ของเด็ก เยาวชน และประชาชนในสังคม ให้ตระหนักถึง คุณค่าของศิลปวัฒนธรรม สภาแห่งกรุงเทพมหานครจึงได้อนุมัติ งบประมาณดำาเนินการก่อสร้างหอศิลปวัฒนธรรมแห่ง กรุงเทพมหานคร 509 ล้านบาท[1] เพื่อผลักดันให้ กรุงเทพมหานครเป็นเมืองแห่งศิลปวัฒนธรรม ซึ่งหอศิลป วัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (Bangkok Art and Culture Centre or bacc) ได้เริ่มก่อสร้างในที่ดินของกรุงเทพมหานคร บริเวณสี่แยกปทุมวัน และได้มีการเปิดโครงการหอศิลป วัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครอย่างเป็นทางการ เมื่อวันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม 2548 ในกำาหนดการเดิม หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร จะ
  3. 3.  ตัวอาคารสูง 9 ชั้น (บวกอีก 2 ชันใต้ดิน) โดย ้ ในตัวอาคารถูกออกแบบมาให้เป็นทรงกระบอก ซึ่งสามารถเชือมต่อระหว่างอาคารได้ด้วยทาง ่ เดินวน เป็นแนวเอียงขึ้น ทั้งนี้เพื่อให้คนที่เข้ามา ชมผลงาน สามารถชมได้ต่อเนื่องในแต่ละชั้น นอกจากนีตัวอาคารยังออกแบบมาให้สามารถ ้ รับแสงสว่างจากภายนอกได้ โดยที่แสงไม่แรง พอจะที่เข้ามาถึงขนาดทำาลายผลงานศิลปะที่ แสดงอยู่ข้างในได้ นอกจากห้องนิทรรศการที่มี อยู่หลายส่วนแล้ว ภายในยังมีส่วนที่เป็นห้อง สมุดประชาชน, ห้องปฏิบัติการศิลปะ, ห้อง
  4. 4.  หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่ที่ สี่แยกปทุมวัน หัวมุมถนนพระราม 1 และถนน พญาไท  ตรงข้ามห้างมาบุญครอง และสยามดิสคัฟเวอรี่ สาย 15, 16, 21, 25, 29, 34, 36, 40, 47, 48, 50, 54,  73, 73ก, 79, 93, 141, 159, 204, ปอ.501, ปอ.508  และ ปอ.529 เรือสายในคลองแสนแสบ เส้นทางสะพานผ่าน ฟ้า-ประตูนำ้า ขึ้นที่
  5. 5.  รถไฟฟ้าลงสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ โดยชัน 3 ของ ้ หอศิลปฯ มีทาง เดินเชือมต่อกับทางยกระดับสถานี รถไฟฟ้า BTS ่ สนามกีฬา แห่งชาติ เดินทางได้ 2 เส้นทาง คือ  - เส้นทางถนนพญาไท (จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ) ข้ามสะพาน หัวช้าง ชิดขวาเข้าทางเข้า หอศิลปฯ (ก่อนข้ามสี่แยก ปทุมวัน) - เส้นทางถนนพระราม 1 (จากสนามกีฬาแห่งชาติ) เลี้ยวซ้ายเข้าถนนพญาไท และเลี้ยวซ้าย 
  6. 6.  เวลาเปิดบริการวันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 10.00- 21.00 น. (หยุดวันจันทร์) ส่วนสำานักงาน เปิดทำาการตั้งแต่เวลา 9.30-18.30 น. ไม่มีค่าเข้าชม ยกเว้นการจัดกิจกรรม และการแสดง เป็นกรณีพิเศษ มีที่จอดรถให้บริการ 2 ชั้น ชันจอดรถ B1 สามารถจอดรถได้ 56 คัน  ้ ชันจอดรถ B2 สามารถจอดรถได้ 62 คัน ้
  7. 7.  บ้าน ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ตั้งอยู่ทเลขที่ ๑๙ ซอยพระพินจ ี่ ิ สาทรใต้ ซึ่งคนทัวไปเคยเรียกกันว่า บ้านซอยสวนพลู ่ เป็นบ้านที่ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ อยูอาศัยมา ๓๕ ปี จนถึง ่ อสัญกรรม เมือ พ.ศ. ๒๕๔๓ กรมศิลปากรได้ขึ้น ่ ทะเบียนเป็นโบราณสถานประเภทบ้านบุคคลสำาคัญ โด ยม.ล.รองฤทธิ์ ปราโมช เป็นเจ้าของบ้านคนปัจจุบัน ในสมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่ ๒ ซอยที่แยกจากถนน สาทรใต้ไปทางถนนนางลิ้นจีและทะลุออกถนนจันทร์ ่ ซึงปัจจุบันเรียกว่าซอยสาทร ๓ นัน เรียกว่า ซอย ่ ้ สวนพลู ซึ่งยังมีซอยเล็กๆ แยกคดเคี้ยวไปในเขต ทุงมหาเมฆอีกหลายซอย กรุงเทพมหานครยังคงรักษา ่
  8. 8.  ซอยพระพินิจ เป็นซอยแยกที่อยู่ถดจากซอยสวนพลู ๗ มาทาง ั ปากทางเข้าด้านถนนสาทรใต้ ในสมัยนั้นทุ่งมหาเมฆยังไม่มีผู้คน อาศัยอยู่แออัดเช่นในปัจจุบัน ส่วนมากยังคงเป็นเรือกสวนปลุก ต้นหมากต้นพลู ที่ดินยังมีราคาถูกมากเพราะถือว่าเป็นเขต ชานเมือง เมื่อปลายสงครามโลกประมาณ พ.ศ. ๒๔๘๔ ม.ร.ว.คึก ฤทธิ์ได้ซื้อที่ดินในซอยนี้ไว้ ๕ ไร้เศษ ราคาตารางวาละ ๗ บาท ซึ่งเจ้าของเดิมให้เช่าเป็นสวนปลูกต้นพลู หลังจากนั้นได้ไปเห็น เรือนไทยหลังหนึ่งแถวเสาชิงช้า ซึ่งเทศบาลกรุงเทพฯ ได้เวนคืน มาเพราะต้องการใช้ที่บริเวณนั้น สร้างศาลาว่าการ กรุงเทพมหานคร แม้จะอยู่ในสภาพทรุดโทรมมาก ก็ยังเห็นได้ว่า เป็นเรือนไทยแบบภาคกลาง ที่ปลูกอย่างประณีตงดงาม จึงขอ ซื้อจากเทศบาลกรุงเทพฯ ในราคา ๒,๗๐๐ บาท โดยเพิ่มราคา ให้อก ๗๐๐ บาทจากราคาต้นทุนที่ทางเทศบาลได้คำานวณและ ี เสนอขาย “เทศบาลกรุงเทพฯ บอกว่าไม่เคยขายอะไรได้กำาไร
  9. 9.  ม.ร.ว.คึกฤทธิ์อธิบายว่า นอกจากเหตุผลทีในสมัยก่อน ่ การสร้างบ้านไม้ราคาถูกกว่าบ้านที่เป็นตึกมากแล้ว ท่านมีความใฝ่ฝันจะอยูในบ้านแบบไทย “เพราะรัก ่ เรือนไทยมานานแสนนาน เนื่องจากเห็นความสวยงาม อยากอยูอย่างไทย มีนอกชานเล่น” ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ได้ทิ้ง ่ เรือนหลังนีไว้ในทีเดิม จนกระทังไปเห็นว่ามีคนแกะ ้ ่ ่ บานประตูหน้าต่างไป จึงไปร้องเรียนให้ทางเทศบาล ติดตามมาจนครบ และได้รื้อถอนมากองไว้ในทีดินที่ซอ ่ ื้ ไว้อีกหลายปี จนกระทั่ง พ.ศ. ๒๕๐๓ จึงคิดทีจะปลูก ่ สร้างบ้านอยูเป็นการถาวร และได้ให้นายนำ้าเชื่อม เล็ก ่ ประทุม ซึงเป็นผู้รับใช้ใกล้ชิดมานาน ไปเสาะหาเรือน ่ แบบเรือนภาคกลางอีก ๒ หลังมาจากบ้านเดิมทีผักไห่ ่
  10. 10.  ชุมชนชาวผักไห่มีความผูกพันกับราชสกุล ปราโมชมานาน เพราะบรรพบุรุษเคยเป็น มหาดเล็กฝีพาย ที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของพระ เจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าคำารบ บิดาของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ บ้าน ๓ หลังนี้สร้างเสร็จในเวลา ๖ เดือน ท่านเจ้าของบ้าน ได้ให้ทำาพายมี ลวดลายสีทอง ประดับไว้บนเหนือประตูเรือน ประธาน “เป็นการเซ็นชื่อ” ได้เข้าอยู่อาศัยเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๓ และได้เรียกขานกันว่า บ้านซอย สวนพลูอันลือลั่น
  11. 11.  พิพ ธ ภัณ ฑสถานแห่ง ชาติ พระนคร  ตั้งอยู่ใน ิ บริเวณพระราชวังบวรสถานมงคลหรือส่วนหนึงของที่ ่ ประทับวังหน้า (พื้นทีพระราชวังของสมเด็จพระบวร ่ ราชเจ้าตั้งแต่รัชกาลที่ 1 เป็นต้นมามีอาณาเขตตั้งแต่ บริเวณมหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ สนามหลวงตอนเหนือ อนุสาวรียทหาร ์ อาสา และโรงละครแห่งชาติในปัจจุบัน) ในสมัยรัชกาล ที่ 1 ตั้งอยู่ทถนนหน้าพระธาตุ แขวงพระบรมหา ี่ ถนนหน้  แขวงพระบรมหา ราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร อยู่ระหว่าง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และโรงละครแห่งชาติตรง  และ ตรง ข้ามสนามหลวง ประกอบด้วยหมูพระทีนงต่าง ๆ ได้แก่  ่ พระที่ ั่ พระทีนงศิวโมกขพิมาน พระทีนงพุทไธสวรรย์  ่ ั่ ่ ั่
  12. 12.  ประวัติ การจัดตั้งพิพธภัณฑ์ในประเทศไทยนั้นเริ่มขึ้นในรัชสมัย ิ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หว โดยพระองค์ทรงจัดตั้ง ั พิพิธภัณฑ์สวนพระองค์ขึ้นทีพระทีนั่งราชฤดีซึ่งตั้งอยู่บริเวณ ่ ่ ่ ด้านข้างของพระทีนั่งอมรินทรวินจฉัย ต่อมา เมื่อพระองค์ทรง ่ ิ สร้างพระอภิเนาว์นเวศน์ขึ้นภายในพระบรมมหาราชวัง จึงโป ิ ขึ รดฯ ให้ยายโบราณวัตถุและของแปลก ๆ มาไว้ยง ้ ั พระทีนงประพาสพิพธภัณฑ์ในหมูพระอภิเนาว์นเวศน์ ซึ่งนับ ่ ั่ ิ ่ ิ เป็นพิพธภัณฑ์ส่วนพระองค์ หรือ “รอยัล มิวเซียม” (Royal ิ Museum) มิได้เปิดให้ประชาชนทัวไปเข้าชม[1][2] ่ ต่อมา ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หว ั  พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้ง พิพิธภัณฑสถานสำาหรับพระนครขึ้นที่หอคองคอเดีย ( ศาลาสหทัยสมาคม ในปัจจุบัน) เรียกว่า "มิวเซียม" หรือ "พิพิธภัณฑสถานหอคองคอเดีย" โดยมีพิธีเปิดเมือวันที่ 19 ่ กันยายน พ.ศ. 2417ซึ่งนับเป็นวันกำาเนิดของ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย[3]  พิพธภัณฑสถานตั้งอยูภายในพระบรมมหาราชวังเป็นเวลา ิ ่
  13. 13.  ครั้งถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยูหัว เจ้า ่ นายฝ่ายกรมพระราชวังบวรฯ เหลือน้อยพระองค์ พระองค์จึง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้านายฝ่ายพระราชวังบวรฯ เข้าไปประทับในพระบรมมหาราชวัง และพระราชทานพระ มหามณเฑียร ณ ขณะนันให้เป็นโรงทหาร จนถึงรัชสมัย ้ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยูหัว พระองค์โปรดฯ ให้ย้าย ่ โรงทหารไปอยู่ที่วังจันทรเกษม (บริเวณกระทรวงศึกษาธิการ วั  ในปัจจุบัน) ส่วนพระราชมณเฑียรของพระราชวังบวรฯ ทังหมดจัดเป็นพิพิธภัณฑสถานสำาหรับพระนครและหอสมุด ้ พระวชิรญาณเพื่อจัดตั้งเป็น พิพ ธ ภัณ ฑสถานสำา หรับ ิ พระนคร  เมื่อ พ.ศ. 2469[5] ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อ เป็น พิพ ิธ ภัณ ฑสถานแห่ง ชาติ พระนคร  เมื่อ พ.ศ. 2477 ในปี พ.ศ. 2510 ได้สร้างอาคารเพิมขึ้นอีก 2 หลัง คือ ่ "อาคารมหาสุรสิงหนาท" ปัจจุบัน จัดแสดงความเป็นมา ศิลป วัตถุ โบราณวัตถุในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ และในยุค
  14. 14.  ของจัดแสดง แนวทางการจัดแสดง ปัจจุบัน พิพิธภัณสถานแห่ง ชาติ พระนคร แบ่งการจัดแสดง ออกเป็น 3 หัวเรื่อง ใหญ่ ๆ คือ ประวัติศาสตร์ชาติไทย จัดแสดงในพระที่นงศิวโมก ั่ ขพิมาน ประวัติศาสตร์ศิลปะและโบราณคดีในประเทศไทย จัดแสดงตามยุคสมัย คือ  สมัยก่อนประวัติศาสตร์ จัดแสดงในอาคารส่วนหลัง ของ พระทีนงศิวโมกขพิมาน ่ ั่  สมัยประวัติศาสตร์ จัดแสดงในอาคารใหม่ 2 หลัง ที่ สร้างขนาบสองข้างของหมูวิมานเมือ พ.ศ. 2510 โดย ่ ่ แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ สมัยก่อนพุทธศักราช 1800 ได้แก่
  15. 15.  3.ประณีตศิลป์ และ ชาติพันธุวิทยา จัดแสดงในหมู่ ์ พระวิมาน คือ พระที่นั่งวสันตพิมาน พระที่นั่งวายุ สถานอมเรศ และ พระที่นงพรหมเมศธาดา ศิลป ั่ โบราณวัตถุที่จัดแสดง ได้แก่ เครื่องทอง เครื่องถม  เครื่องมุก เครื่องดนตรี เครื่องไม้จำาหลัก ผ้าโบราณ เครื่องถ้วย เครื่องสูง ราชยานคานหาม อาวุธโบราณ เครื่องใช้ในพิธีพระพุทธศาสนา และ อัฐบริขารของ พระพุ สงฆ์ และ เครื่องการละเล่นต่าง ๆ เช่น หัวโขน หุ่น กระบอก หุ่นเล็ก และหนังใหญ่ เป็นต้น นอกจากนี้ ยัง มี ราชรถที่ใช้ในกระบวนแห่พระบรมศพ คือพระมหา พิชยราชรถ เวชยันตรราชรถ ราชรถน้อย และ เครื่อง ั ประกอบการพระราชพิธีต่าง ๆ ที่ใช้ใน พระราชพิธี ถวายพระเพลิงพระบรมศพ จัดแสดงใน อาคารโรง ราชรถ
  16. 16.  นอกจากศิลปะโบราณวัตถุแล้ว พิพิธภัณฑสถานแห่ง ชาติ พระนคร ยังมีโบราณสถานคือ พระที่นั่ง และ โบราณสถาน พระตำาหนักบางองค์ ที่เป็นตัวอย่างของ งาน สถาปัตยกรรมไทยที่งดงาม เช่น พระที่นั่งพุทไธสวร รย์ ภายในพระที่นั่งประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ และมี จิตรกรรมฝาผนังที่งดงามยิ่ง พระที่นงอิศเรศราชานุ ั่ สรณ์ ที่ประทับ ของ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระตำาหนัก แดง ที่ประทับ ของสมเด็จพระศรีสริเยนทราบรมราชินี ุ ในรัชกาลที่ 2 รวมไปถึง พระที่นั่งขนาดย่อม และ ศาลาทรงไทยในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ศาลาสรง ศาลา สำาราญมุขมาตย์ พระที่นั่งมังคลาภิเษก และ พระที่นั่ง ปาฏิหาริย์ทัศนัย ด้วยเหตุนี้จึงทำาให้พิพิธภัณฑสถาน แห่งชาติ พระนคร ยังคงมีเอกลักษณ์ทาง
  17. 17.  พระที่น ั่ง ศิว โมกขพิม าน เดิมเคยเป็นห้องสำาหรับสมเด็จกรมพระราชวังบวรมหา สุรสิงหนาท เสด็จออกขุนนางและบำาเพ็ญพระราชกุศล ต่าง ๆ ปัจจุบันจัดแสดงเรื่องประวัติศาสตร์ชาติไทย สมัยสุโขทัย จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับการก่อตั้ง อาณาจักร สถาปัตยกรรม การชลประทานการผลิต เครื่องสังคโลก ศิลาจารึกหลักที่ 1 สมัยสุโขทัย (พุทธ ศตวรรษที่ 19) สมัยกรุงศรีอยุธยา จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับเศรษฐกิจ การเมือง การปกครองและเหตุการณ์ณ์สำาคัญใน ประวัติศาสตร์ ตู้จัดแสดงเหตุการณ์สงครามเสียพระสุ ริโยทัย พ.ศ. 2091 สมัยรัตนโกสินทร์ จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับพระมหา  จั
  18. 18.  พระที่น ั่ง พุท ไธสวรรย์ พระที่นงพุทไธสวรรค์ สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 ั่ สำาหรับประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ภายในมีภาพ จิตรกรรมฝาผนังเรื่องพุทธประวัติและภาพเทพชุมนุม พระพุทธสิหิงค์ ตามตำานานกล่าวว่า เจ้าเมือง นครศรีธรรมราชได้มาจากลังกาแล้วนำาขึ้นไปถวาย พระเจ้ากรุงสุโขทัย จากนั้นได้ถูกอัญเชิญไป ประดิษฐานหลายเมือง เช่น กรุงศรีอยุธยา กำาแพงเพชร เชียงราย เชียงใหม่ พระพุทธสิหิงค์ ศิลปะสุโขทัย สำาริดกะไหล่ทอง สูง 166 ซม. ภาพเขียนพุทธประวัติ ตอนเทศนาโปรดพุทธมารดา บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ จิตรกรรมฝาผนังในพระที่นง ั่
  19. 19.  พระตำา หนัก แดง เดิมนั้นตั้งอยู่บริเวณด้านหลังพระที่นั่งดุสิตมหา ปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง  พระบาทสมเด็จ พระพุท ธยอดฟ้า จุฬ าโลกมหาราช  รัชกาลที่ ๑ ได้โปรดฯให้สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่ประทับ ของสมเด็จพระพี่นางเธอ สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระศรี สุดารักษ์ ซึ่งเป็นพระพี่นางพระองค์เล็ก และก็ได้สร้าง พระตำาหนักเขียวขึ้นเพื่อถวายเป็นที่ประทับของ สมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรมพระเทพสุดาวดี ซึ่ง เป็นพระพี่นางพระองค์ใหญ่
  20. 20.  เมื่อสมเด็จฯเจ้าฟ้ากรมพระศรีสดารักษ์สนพระชนม์ ุ ิ้ ใน พ.ศ. ๒๓๓๒ แล้ว พระธิดา คือ เจ้าฟ้าหญิง บุญรอด ได้ทรงครอบครองตำาหนักแดงต่อมา จน กระทั่งทรงย้ายไปประทับกับพระบาทสมเด็จ พระพุทธเลิศหล้านภาลัยผู้ทรงเป็นพระภัศดา (ใน ขณะที่ทรงดำารงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระเจ้าลูก ยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร) ณ พระราชวัง เดิม กรุงธนบุรี และเมื่อสมเด็จฯเจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร เสด็จ เถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นพระบาทสมเด็จพระพุทธ เลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ ได้ทรงย้ายที่ประทับ จากพระราชวังเดิม กรุงธนบุรีมาประทับในพระบรม มหาราชวังพร้อมกับสมเด็จ พระศรีส ร ิเ ยนทราบ ุ
  21. 21.  ๑. สมเด็จเจ้าฟ้าชายมงกุฏ (ได้เสด็จเถลิงถวัลยราช สมบัติ เป็นพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔) ๒. สมเด็จเจ้าฟ้าชายจุฑามณี (ได้รับพระราชทานพระ บวรราชาภิเษกเป็น  พระบาทสมเด็จ พระปิน เกล้า เจ้า อยู่ห ัว  ) ่ ครั้นถึงรัชกาลที่ ๓ สมเด็จพระศรีสริเยนทราบรม ุ ราชินี ในรัชกาลที่ ๒ ได้เสด็จออกไปประทับอยู่ พระราชวังเดิมกับพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่ หัว ด้วยเหตุที่ว่าในระยะเวลาช่วงนั้น ภายในพระบรม มหาราชวังมีการเปลี่ยนแปลงให้รื้อตำาหนักเครื่องไม้ ในพระราชวังหลวงสร้างเป็นตำาหนักตึก รัชกาลที่ ๓ จึงได้พระราชทานตำาหนักแดงของเดิมให้ไปปลูก
  22. 22.  เมื่อสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี สวรรคตใน รัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ พ.ศ. ๒๓๗๙ พระบาทสมเด็จพระปินเกล้าเจ้าอยู่หัว ่ ได้ทรงย้ายที่ประทับจากพระราชวังเดิม กรุงธนบุรีมา อยู่ภายในพระราชวังบวรสถานมงคล จึงโปรดเกล้าฯ ให้รื้อตำาหนักแดงจากพระราชวังเดิมให้มาสร้างใหม่ที่ ท้ายพระบวรราชวัง (บริเวณที่ตั้งของอาคารประพาส พิพิธภัณฑ์ในปัจจุบน) เมื่อพระบาท ั สมเด็จพระปินเกล้าเจ้าอยู่หัวสวรรคต พระตำาหนักแดง ่ ไม่ได้รับการดูแลจึงชำารุดทรุดโทรมตามกาลเวลา จน กระทั่งถึงในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่ หัว รัชกาลที่ ๗ ปี พ.ศ. 2470 สมเด็จพระศรีสวรินท ราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เสด็จประพาส พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ได้ทอดพระเนตรเห็นพระ
  23. 23.  ต่อมาในปี 2506 ได้มีการปฏิสงขรณ์อีกครั้งหนึ่ง ั โดยได้ย้ายพระตำาหนักแดง ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศเหนือของ หมู่พระวิมานมาปลูกที่หลังพระที่นั่งศิวโมกขพิมานดัง ที่เห็นในปัจจุบนั การจัด แสดง  ภายในพระตำาหนักแดงมีการจัดแสดง สิงของ เครื่องใช้ของชนชั้นสูง ส่วนใหญ่เป็นศิลปวัตถุ ่ ที่เป็นเครื่องประดับบ้าน เช่น ตู้เท้าสิงห์ โต๊ะและเก้าอี้ เท้าสิงห์ โถเบญจรงค์ หีบใส่ผาของชนชันสูง และ ้ ้ ศิลปวัตถุของผู้ครอบครองตำาหนัก ได้แก่ พระแท่น บรรทม และฉลองพระบาทของสมเด็จพระศรีสริเยน ุ ทราบรมราชินีในรัชกาลที่ 2 โคมส่องเสด็จของ สมเด็จพระปินเกล้าเจ้าอยู่หัว ่
  24. 24.  พระที่น ั่ง อิศ ราวิน จ ฉัย ิ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพย์ในสมัย รัชกาลที่ 3 โปรดเกล้า ให้สร้างขึ้นเป็นท้องพระ โรงใช้เป็นที่เสด็จออก ปัจจุบันใช้เป็นห้องจัด แสดงนิทรรศการพิเศษหมุนเวียนตลอดปี ห้องมุขกระสัน ภายในห้องมหรรฆภัณฑ์ซึ่งเก็บ รักษาและจัดแสดงเครื่องทองที่ได้จากการขุดค้น ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเครื่องทองใน สมัยรัตนโกสินทร์ พระพุทธรูปบุทอง ศิลปะรัตนโกสินทร์ (พุทธ
  25. 25.  พระที่น ง ภิม ข มณเฑีย ร ั่ ุ จัดแสดงเครื่องราชยาน คานหาม สัปคับ เสลี่ยง กง เสลี่ยงหิ้วและสีวิกา พระที่นั่งราเชนทรยาน สร้างในสมัยรัชกาลที่ 1 ไม้จำาหลักปิดทองประดับกระจก กว้าง 103 ซม. ยาว 191 ซม. สูง 415 ซม. ใช้สำาหรับราชพิธี [แก้]พระที่น ง ทัก ษิณ าภิม ข ั่ ุ เคยเป็นที่ประทับในสมัยสมเด็จพระบวรเจ้ามหา ศักดิพลเสพย์ ปัจจุบันจัดแสดงเครื่องการละเล่น หุ่น หัวโขน หนังใหญ่ เครื่องแต่งกาย ละคร เครื่องกีฬาไทย หมากรุกงา ปีกระเบื้อง ตัวหวย ้ กอ ขอ ตัวหนังใหญ่ ศิลปะรัตนโกสินทร์ ทำาด้วยหนังวัว
  26. 26.  พระที่น ั่ง วสัน ตพิม าน ชันล่าง จัดแสดงเครื่องถ้วยล้านนา ลพบุรี ้ เบญจรงค์ลายนำ้าทอง เครื่องถ้วยญี่ปน และ ุ่ เครื่องถ้วยยุโรป ชามเบญจรงค์ ศิลปะไทย – จีน สมัยอยุธยาดิน เผาเนื้อกระเบื้อง [แก้]พระที่น ั่ง วสัน ตพิม าน ชันบน จัดแสดงงาช้าง งาช้างจำาหลัก และเครื่อง ้ ใช้ที่ทำาจากงาช้าง งาช้างแกะสลักเป็นพระพุทธรูป ศิลปะพม่า (พุทธ ศตวรรษที่ 25) สูงพร้อมฐาน 8. ซม.
  27. 27.  พระที่น ง ปัจ ฉิม าภิม ุข ั่ จัดแสดงของใช้ประดับมุก เครื่องมุกส่วนใหญ่ เป็นของสมเด็จ ฯ กรมพระนครสวรรค์พินต ิ ประทานพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เตียบ สมัยรัตนโกสินทร์ (พุทธศตวรรษที่ 25) หวายแลไม้ลงรักประดับมุข ปากกว้าง 49.5 ซม. สูงพร้อมฝา 62 ซม. [แก้]พระที่น ง ปฤษฎางคภิม ุข ั่ จัดแสดงหุ่นจำาลองม้าและช้างทองเครื่องคชาธาร อาวุธภัณฑ์สมัยโบราณและกลองศึก
  28. 28.  เกี่ยวกับการเข้าชมพิพธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ิ ระเบีย บปฏิบ ัต ิใ นการเข้า ชม ผู้เข้าชมพิพธภัณฑสถานแห่งชาติ ต้องแต่งกายให้เป็นที่ ิ เรียบร้อยและต้องไม่ปฏิบัติดังต่อไปนี้ นำาหีบห่อและสิ่งใด ๆ ทีอาจบรรจุปกคลุมปิดบังหรือซ่อน ่ เร้นสิงของในพิพธภัณฑสถานแห่งชาติออกไป เข้าไปใน ่ ิ ห้องจัดตั้งโบราณวัตถุและศิลปวัตถุ ก่อความรำาคาญด้วยประการใด ๆ แก่เจ้าหน้าทีหรือผู้เข้า ่ ชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จับต้องหรือหยิบฉวยสิ่งของทีจัดตั้งแสดงไว้ใน ่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สูบบุหรี่ในห้องทีจัดตั้งโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ่ ขีด เขียน จารึก หรือทำาความสกปรกแก่สิ่งของและอาคาร สถานทีในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ่
  29. 29.  การบริก าร บริการนำาชมเป็นหมูคณะ โดยการนัดหมาย ่ บริการสื่อโสตทัศนศึกษา โดยการนัดหมาย บริการให้ยมนิทรรศการหมุนเวียน โดยการนัดหมาย ื บริการให้ยมภาพถ่าย โดยการนัดหมาย ื บริการห้องสมุดทุกวันยกเว้นวันจันทร์-อังคาร (วันหยุด ของพิพธภัณฑ์) ิ บริการนำาชมคนไทยทุกวันอาทิตย์ 2 รอบ ดังนี้ เวลา 10.00 น. และ 13.30 น. โดยอาสาสมัคร พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร บริการนำาชมภาษาต่างประเทศ โดยกลุ่มสตรีอาสาสมัคร  วันพุธ เวลา 09.30 น. ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส ภาษาญี่ปุ่น  วันพฤหัสบดี เวลา 09.30 น. ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส ภาษาเยอรมัน เวลาทำา การ  09.00-16.00 น. ปิดวันจันทร์ วันอังคาร
  30. 30.  ประวัติ พระทีนั่งวิมานเมฆเป็นพระที่นั่งที่สร้างด้วยไม้สักทองที่ใหญ่ที่สุด ่ ในโลก และเป็นพระที่นงถาวรองค์แรกในพระราชวังดุสิต  ั่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้าง ขึ้นในพระราชวังดุสิต (ซึ่งในรัชสมัยของพระองค์เรียกว่า พระราชวังสวนดุสิต) ใน พ.ศ. 2444 โดยโปรดเกล้าฯ ให้รื้อ พระทีนั่งมันธาตุรัตนโรจน์ ที่โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นที่เกาะสีชัง ่ เกาะสี เมื่อ พ.ศ. 2435 แต่ยังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ โดยโปรดเกล้าฯ ให้พระราชโยธาเทพ (กร หงสกุล ต่อมาเป็นพระยาราชสงคราม) เป็นนายงานรื้อพระที่นงมันธาตุรัตนโรจน์จากเกาะสีชังมาสร้าง ั่ ในสวนดุสิต และพระราชทานนามว่า "พระที่น ั่ง วิม านเมฆ "[1]  และทรงวางศิลาฤกษ์พระที่นั่งเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2443[2] โปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์
  31. 31.  พระที่นั่งวิมานเมฆสร้างด้วยไม้สักทองทั้งหลัง มี ลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่งดงามประณีตและได้ รับอิทธิพลการก่อสร้างแบบตะวันตก การก่อสร้าง แล้วเสร็จในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2444 และได้เสด็จ มาประทับที่พระที่นงวิมานเมฆ จนกระทั่ง ั่ พระที่นั่งอัมพรสถาน ซึ่งโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2445 สร้างเสร็จเรียบร้อยใน พ.ศ. 2449  พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงได้ เสด็จแปรพระราชฐานมาประทับที่พระที่นงอัมพร ั่ สถานเป็นการถาวร จนกระทั่งเสด็จสวรรคตเมือวัน ่ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453 และพระที่นั่งวิมานเมฆ ยังคงเป็นสถานที่ประทับของเจ้านายจนกระทั่งสิน ้ รัชกาล เจ้านายฝ่ายในและข้าราชบริพารจึงได้กลับ มาประทับที่พระบรมมหาราชวัง พระบรมมหาราชวั
  32. 32.  ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรด เกล้าฯ ให้ สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายา ประทับที่พระที่นั่งวิมานเมฆในพ.ศ. 2468 แต่ เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จ สวรรคตเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468  สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชายา ก็ทรงย้ายออกจากพระที่นั่งวิมานเมฆ และจาก นั้นมา พระที่นงวิมานเมฆก็มิได้เป็นพระราชฐาน ั่ ที่ประทับของเจ้านายอีก ในรัชกาลปัจจุบน พ.ศ. 2525 ซึ่งเป็นปีที่ฉลอง ั กรุงรัตนโกสินทร์ครบ 200 ปี  สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรง
  33. 33.  ลักษณะขององค์พระทีนง ่ ั่ พระทีนงองค์นี้ เป็นอาคารแบบวิตอเรีย ได้รับอิทธิพล ่ ั่ จากสถาปัตยกรรมยุโรป ผสมกับไทยประยุกต์ องค์ พระทีนงเป็นรูปอักษรตัวแอล (L) ในภาษาอังกฤษ ยาว ่ ั่ ด้านละ 60 เมตร สูง 20 เมตร เป็นอาคาร 3 ชั้น ยกเว้น ตรงส่วนทีประทับซึ่งมีรูปร่างเป็นแปดเหลี่ยม มี 4 ชั้น ่ ชั้นล่างสุดก่ออิฐ ถือปูน ชั้นถัดขึ้นไปสร้างด้วยไม้สักทอง ทังหมดทาด้วยสีครีมอ่อนหลังคาสีแดง และหลังคาเป็น ้ ทรงไทยประยุกต์ มีลวดลายตามหน้าต่าง และช่องลมซึง ่ ฉลุเป็นลายทีเรียกว่าขนมปังขิง ่ สำาหรับพระทีนั่งวิมานเมฆนี้จะแบ่งเป็นห้องชุดต่างๆ 5 สี ่ ด้วยกัน คือสีฟา เขียว ชมพู งาช้าง และสีลูกพีช (ชมพู ้ อมส้ม) แต่ละห้องจะจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้สวน ่ พระองค์ของรัชกาลที่ 5 รวมถึงเจ้านายชั้นสูง เช่น ห้อง สีเขียว เป็นห้องเครื่องเงินจากประเทศจีน ส่วนชั้นสอง
  34. 34. จัดทำาโดยกลุ่ม 3 ด.ช.โธรัยห์ คำาไวย์ ม.3/7 เลขที่ 3 ด.ช.นนทกฤต จันทร์หอม ม.3/7 เลขที่ 10 ด.ช.อัครพนธ์ สังข์กังวาลย์ ม.3/7 เลขที่ 17 ด.ช.ชนกชนม์ ปานแดง ม.3/7 เลขที่ 24 ด.ช.วิกรม ทรงบุญเขตกุล ม.3/7 เลขที่ 31 ด.ญ.พลอยไพลิน ศรีบญ ม.3/7 เลขที่ 38 ุ น.ส.ภิณฑกานต์ ไก่แก้ว ม.3/7 เลขที่ 45
  1. A particular slide catching your eye?

    Clipping is a handy way to collect important slides you want to go back to later.

×