ผลการดําเนินงานโครงการความร่วมมือไทย-จีน หมู่บ้านไร้มลพิษ                   ตามพระราชดําริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบ...
-สภาพแวดล้อมชุมชนไม่ถูกสุขอนามัย จากการที่เป็นชุมชนที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ประกอบกับมีจํานวนประชากรเพิ่มมากขึ้นจากการอพยพย้ายถ...
แผนการดําเนินงาน          แผนงานโครงการ มีทั้งสิ้น ๕ ด้าน โดยมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนชนบทให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นซ...
ปองกันการชะลาง                              พังทลายของหนาดิน               พัฒนาแหลงน้ําผิวดิน                        ...
ผลลัพธ์ท่ปรากฏ         ี        ๑) การส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน        โรงเรียนและครอบครัวต้นแบบ มีการใช้พลังงานทดแทนจากก...
“ก๊าซมีเทน” ที่ได้สามารถนําไปใช้ในการหุงต้มได้ทันที หลังจากใส่เชื้อเพลิงบริเวณด้านบนของเตาเมื่อเกิดการเผาไหม้จะได้อุณหภูมิ...
ตารางแสดงการจัดการเรียนรู้สําหรับนักเรียน       วัน เดือน ปี                              กิจกรรมหลัก หรือ กิจกรรมเสริม   ...
นอกจากนี้ยังได้ร่วมส่งเสริมการสร้างชุมชนให้น่าอยู่ โดยให้ชาวบ้านปลูกผักเป็นแนวรั้วบ้าน ได้แก่ชะอม และผักหวาน และการปลูกผัก...
๓) การพัฒนาสุขาภิบาลอนามัยสิ่งแวดล้อม และการควบคุมโรคติดต่อ          ๓.๑) การป้องกันควบคุมโรคติดต่อนําโดยแมลงแบบปลอดสารเคม...
การจัดการขยะต้นทาง โดยการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจและจิตสํานึกในการ “ลด” และ “คัดแยก” ขยะ ให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่โครงการ ...
ภาพการให้ความรู้แก่ชุมชนและมีส่วนร่วมในการสร้างฝาย และการบริหารจัดการน้ํา        อี ก ทั้ ง การสนั บ สนุ น การพั ฒ นาแหล่ ...
คุณภาพน้ํา จากการตรวจสอบคุณภาพน้ํา ในช่วงเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๓ และพฤศจิกายน ๒๕๕๔ตั้งแต่ต้นน้ําบริเวณศูนย์พกพิงชั่วคราวบ้านถ้ํา...
พืชที่ใช้ปลูกในชุดพืชบําบัด เช่น พุทธรักษา ยังสามารถตัดดอกไปใช้หรือจําหน่ายสร้างเป็นรายได้เสริมได้เสริมได้อีกทางหนึ่ง     ...
ภาพการให้ความรู้เรื่องป่าชุมชน         ๕.๒) การปลูกหญ้าแฝกอนุรักษ์ดินและน้าเพื่อรักษาสิงแวดล้อม                           ...
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม         กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม         กรมควบคุมมลพิษ         กรมป่าไม้จังหวัด...
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

โครงการหมู่บ้านไร้มลพิษ E2-2

4,103 views

Published on

ผลการดำเนินงานโครงการความสัมพันธ์ไทย-จีน หมู่บ้านไร้มลพิษ (รอบ ต.ค.53-มี.ค.54)

Published in: Education
1 Comment
2 Likes
Statistics
Notes
  • ขอบคุณนะคะ ข้อมูลเป็นประโยชน์มาก
       Reply 
    Are you sure you want to  Yes  No
    Your message goes here
No Downloads
Views
Total views
4,103
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
2
Actions
Shares
0
Downloads
53
Comments
1
Likes
2
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

โครงการหมู่บ้านไร้มลพิษ E2-2

  1. 1. ผลการดําเนินงานโครงการความร่วมมือไทย-จีน หมู่บ้านไร้มลพิษ ตามพระราชดําริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี บ้านถ้ําหิน และบ้านห้วยคลุม ตําบลสวนผึ้ง อําเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี (ตุลาคม 2553- มีนาคม 2554)ความเป็นมา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชดําริใ ห้ดําเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิต ประชาชนในถิ่นทุรกันดารมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๓ โดยเริ่มต้นการพัฒนาที่โรงเรียนแล้วขยายไปสู่ชุมชนและนอกจากนั้นแล้วสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ยังทรงทําโครงการร่วมมือในการพัฒนากับอีกหลายประเทศ รวมทั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนด้วย โดยในปี ๒๕๕๓ มีพระราชดําริให้สํานักงานโครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมมือกับกระทรวงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของสาธารณรัฐประชาชนจีนทําโครงการหมู่บ้านไร้มลพิษ เพื่อพัฒนาชนบทของทั้งสองประเทศให้ดีขึ้นโดยตระหนักถึงการลดมลพิษที่จะส่งผลกระทบต่อสภาพสิ่งแวดล้อม โดยทางสาธารณรัฐประชาชนจีนได้คัดเลือกหมู่บ้านในมณฑลยูนนานเข้าเป็นหมู่บ้านไร้มลพิษ ในส่วนของประเทศไทยนั้น ประชาชนในชุมชน บ้านถ้ําหิน และบ้านห้วยคลุม ตําบลสวนผึ้ง อําเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ได้พร้อมใจกันเข้าร่วมโครงการดังกล่าว และต่อมาในวันที่๒ มีนาคม ๒๕๕๓ จึงได้เชิญรัฐมนตรีกระทรวงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของสาธารณรัฐประชาชนจีนพร้อมคณะเข้าตรวจเยี่ยมหมู่บ้านโครงการของไทย เพื่อให้คณะทํางานผู้เกี่ยวข้องได้มีความเข้าใจในสภาพชุมชนและแนวทางการดําเนินงานโครงการหมู่บ้านไร้มลพิษของไทย ทั้งนี้บ้านถ้ําหิน และบ้านห้วยคลุม มีลักษณะของชุมชนที่ส่งผลต่อสภาพปัญหามลพิษในชุมชน ดังนี้ ๑.ข้อมูลชุมชน สภาพภูมิประเทศ บ้านถ้ําหินหมู่ที่ ๕ และบ้านห้วยคลุมหมู่ที่ ๖ ตั้งอยู่ในตําบลสวนผึ้ง อําเภอสวนผึ้งจังหวัดราชบุรี ตั้งอยู่บริเวณชายแดนประเทศไทยกับสหภาพพม่า มีพื้นที่ประมาณ ๑๐๐ ตารางกิโลเมตร มีลําห้วยขนาดใหญ่ไหลผ่านกลางหมู่บ้าน พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสลับที่ราบเชิงเขาเล็กน้อย ซึ่งบริเวณเชิงเขาส่วนใหญ่เป็นป่าเสื่อมโทรมผสมกับป่าไผ่ บนยอดเขาเป็นป่าเต็ง และป่าดงดิบ ประชากร บ้านถ้ําหิน มีประชากรประมาณ ๘๕๗ คน หรือ ๒๐๔ ครัวเรือน ส่วนใหญ่เป็นชาวไทย ชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง และชาวภาคใต้ที่ย้ายถิ่นฐานมาประกอบอาชีพทางการเกษตร อีกทั้งยังมีผู้พลัดถิ่นชาวพม่าจํานวนมากซึ่งอาศัยอยู่ในศูนย์พกพิงที่ทางราชการจัดไว้ให้ ั บ้านห้วยคลุม มีประชากรประมาณ ๖๐๗ คน หรือ ๒๒๓ ครัวเรือน ส่วนใหญ่เป็นชาวไทย และชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง อาชีพ ประชาชนบ้านถ้ําหินและบ้านห้วยคลุม ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทางการเกษตร ตลอดทั้ง ๒ ฝั่งของลําห้วย เช่น การทําไร่มันสําปะหลัง สวนยางพารา สวนผลไม้ พืชผักต่างๆ และเลี้ยงสัตว์ เป็นต้น บริการภาครัฐ โรงเรียน มีจํานวน ๑ แห่ง คือ โรงเรียนตํารวจตระเวนชายแดนบ้านถ้ําหิน เปิดสอนระดับชั้นอนุบาล-ประถมศึกษาปีที่ ๖ มีเขตบริการทางการศึกษาครอบคลุมบ้านถ้ําหินและบ้านห้วยคลุม โดยในปีการศึกษา๒๕๕๒ มีนักเรียน ๑๔๑ คน สถานีอนามัย มีจํานวน ๑ แห่ง คือ สถานีอนามัยบ้านถ้ําหิน ศูนย์พักพิงชั่วคราว มีจํานวน ๑ แห่ง ตั้งอยู่ตอนบนของหมู่บ้านซึ่งเป็นพื้นที่ต้นน้ํา โดยมีผู้พลัดถิ่นชาวพม่าอาศัยอยู่รวมกันจํานวนมาก ๒.สภาพปัญหาของชุมชน -สภาพแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติเสื่อมโทรม มีสาเหตุจากการนําพื้นที่ป่ามาใช้ในการเกษตรเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งการเผาทําลายเศษวัสดุแล้วเกิดลุกลามเป็นไฟป่าไปทั่วทั้งพื้นที่
  2. 2. -สภาพแวดล้อมชุมชนไม่ถูกสุขอนามัย จากการที่เป็นชุมชนที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ประกอบกับมีจํานวนประชากรเพิ่มมากขึ้นจากการอพยพย้ายถิ่นฐานอย่างต่อเนื่อง ทําให้การดูแลจัดสภาพแวดล้อมชุมชนไม่ทั่วถึง -โรคติ ด ต่ อ นํ า โดยแมลง เป็ น ปั ญ หาพื้ น ฐานที่ มี อ ยู่ ใ นชุ ม ชน คื อ โรคไข้ เ ลื อ ดออก ประกอบกั บ มีโรคติดต่อที่มากับผู้ที่อพยพย้ายถิ่นฐาน เช่น โรคชิคุนกุนยา ซึ่งติดต่อจากคนชาวภาคใต้ และโรคมาลาเลีย ซึ่งติดต่อจากผู้ผลัดถิ่นชาวพม่า -ขยะมูลฝอย เนื่องจากชุมชนมีประชากรมาก และมีพื้นที่ขนาดใหญ่ ทั้งยังมีศูนย์พักพิงชั่วคราวซึ่งมีผู้พลัดถิ่นอาศัยอยู่จํานวนมาก ทําให้การจัดเก็บขยะไม่สามารถทําได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้มีปัญหาขยะสะสม ทั้งขยะมูลฝอยจากครัวเรือน เศษเหลือจากการเกษตร ขยะจากการท่องเที่ยว และอื่นๆ -ปัญหาของเสียและสิ่งปฏิกูลไหลลงสู่ลําน้ํา ชุมชนบ้านถ้ําหินและห้วยคลุม นิยมตั้งบ้านเรือนอยู่ติดกับลําน้ํา โดยตลอดตั้งแต่ต้นน้ําจนถึงท้ายน้ําห้วยคลุมซึ่งเป็นแหล่งน้ําหลักของชุมชน อีกทั้งมีศูนย์พักพิงชั่วคราวซึ่งมีการจัดการขยะและของเสียที่ไม่ดีพอตั้งอยู่ต้นน้ําเหนือที่ตั้งชุมชนจึงเกิดของเสียไหลลงสู่ลําน้ํา ส่งผลให้ชุมชนที่อาศัยอยู่ตอนล่างได้รับผลกระทบ -สารเคมีตกค้าง สืบเนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทางการเกษตรซึ่งมีการใช้ปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลง จํานวนมากมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน จึงอาจเกิดปัญหาสารเคมีตกค้างอยู่ในพื้นที่การเกษตร และมีอีกส่วนหนึ่งไหลลงสู่ลําน้ําห้วยคลุม -ความยากจน ประชาชนส่วนใหญ่มีฐานะยากจน ขาดความรู้พื้นฐานในการดํารงชีวิต และประกอบอาชีพวัตถุประสงค์เฉพาะ ๑ เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน ๒ เพื่อส่งเสริมการทําเกษตรอินทรีย์ในชุมชน ๓ เพื่อพัฒนาสุขาภิบาลอนามัยสิ่งแวดล้อม และการควบคุมโรคติดต่อ ๔ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาทางสิ่งแวดล้อม และการบริหารจัดการน้ําเพื่อการอุปโภคของประชาชน ๕ เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชุมชน ๖ เพื่อรวบรวมวัฒนธรรมด้านการอนุรักษ์พื้นที่โครงการ ๑ โรงเรียนตํารวจตระเวนชายแดนบ้านถ้ําหิน หมู่ที่ ๕ ตําบลสวนผึ้ง อําเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ๒ ชุมชน ในพื้นที่ชุมชนห้วย ๑๐ บ้านถ้ําหิน หมู่ที่ ๕ และชุมชนห้วย ๘ บ้านห้วยคลุม หมู่ที่ ๖ ตําบลสวนผึ้ง อําเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี แผนที่ แสดงที่ตั้งพื้นที่โครงการ บ้านถ้าหิน หมู่ที่ ๕ และบ้านห้วยคลุม หมู่ที่ ๖ ํ หนา | ๒
  3. 3. แผนการดําเนินงาน แผนงานโครงการ มีทั้งสิ้น ๕ ด้าน โดยมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนชนบทให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นซึ่งกระบวนการพัฒนาจะเน้นวิธีการที่จะช่วยลดมลพิษที่อาจเกิดขึ้น พร้อมทั้งการเสริมสร้างปัจจัยพื้นฐานที่จําเป็นแก่การประกอบอาชีพ โดยประชาชนยังสามารถดําเนินชีวิตอยู่ได้อย่างปกติและไม่มีการปรับเปลี่ยนอาชีพหรือวิถีชีวิต แต่ส่ิงที่จะถูกเปลี่ยนแปลงคือกระบวนการ โดยโครงการหมู่บ้านไร้มลพิษ จะช่วยสนับสนุนเครื่องมือหรืออุปกรณ์ และเสริมความรู้ที่เหมาะสมต่างๆ รวมทั้งการลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้เพื่อเป็นเครื่องจูงใจในการเข้าร่วมโครงการอีกด้วยตารางแสดงกิจกรรมภายใต้แผนงานโครงการความร่วมมือไทย-จีน หมู่บานไร้มลพิษ้ แผนงาน ดําเนินการในโรงเรียน ดําเนินการในชุมชน ส่งเสริมการใช้ และให้ความรู้เรื่องก๊าซชีวภาพ และเตาก๊าชชีวมวล ๑.ด้านการส่งเสริมการใช้ สนับสนุนบ่อหมักก๊าซชีวภาพ และเตาก๊าชชีวมวล พลังงานทดแทน ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน และการประหยัดพลังงาน จัดทําชุดความรู้ทองถิ่น เรื่อง พลังงาน ้ - สาธิตการป้องกันและกําจัดศัตรูพืชโดยชีววิธี ส่งเสริมการผลิตพืชอาหารปลอดภัยและ ปรับปรุงบํารุงดิน ไ จัดตั้งกลุ่มเกษตรอินทรีย์ ๒.ด้านการส่งเสริมการทํา เกษตรอินทรีย์ในชุมชน ส่งเสริมการเลี้ยงแมลงศัตรูธรรมชาติ (ตัวห้ํา ตัวเบียน) การใช้เชื้อรา การใช้เชื้อแบคทีเรีย ใ - การจัดตลาดสินค้าอินทรีย์ ควบคุมป้องกันโรค สํารวจลูกน้ํา และให้ความรู้เรื่องวิธีป้องกันโรคมาลาเรีย การทําลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงด้วยวิธีชวภาพ ี ๓.ด้านการพัฒนาสุขาภิบาล การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการควบคุมป้องกันโรค อนามัยสิ่งแวดล้อม และการ ควบคุมโรคติดต่อ ฝึกอบรมเกี่ยวกับการจัดการขยะมูลฝอย การลดปริมาณขยะ / คัดแยกขยะ และนํามาใช้ประโยชน์ การใช้ขยะเปียก เพื่อทําก๊าซชีวภาพ การจัดตั้งธนาคารขยะ - พัฒนาแหล่งน้ําผิวดิน และ แหล่งน้ําใต้ดิน ตั้งคณะบริหารจัดการการใช้น้ํา สร้างฝายเก็บน้ํา ระบบกระจายน้ํา และประปา ๔.ด้านการป้องกันและแก้ไข - สร้างฝายเสริมระบบนิเวศ ปัญหาคุณภาพน้ําเพื่อการ อุปโภคของประชาชน - เครือข่ายชุมชนตรวจวัดคุณภาพน้ํา การอบรมการใช้น้ําอย่างรู้ค่า การเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้น้ํา - ระบบสาธิตการจัดการน้ําเสียสําหรับ ๕.ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากร ส่งเสริมการจัดตั้งป่าชุมชน ไ ้ การอบรมให้ความรู้ และศึกษาดูงานด้านป่าชุมชน ปลูกหญ้าแฝก อนุรักษ์ดินและน้ํา รวบรวมภูมิปญญาด้านการอนุรกษ์ และประเพณีวัฒนธรรม ั ั นําภูมิปัญญาท้องถิ่นมาส่งเสริมการจัดการชุมชน และสร้างรายได้ หนา | ๓
  4. 4. ปองกันการชะลาง พังทลายของหนาดิน พัฒนาแหลงน้ําผิวดิน พัฒนาแหลงน้ําบาดาลเตาพลังชีวมวล อนุรักษน้ํา การจัดการน้ําเสียเตากาซชีวภาพ การจัดการขยะ อนุรักษพลังงาน หมูบาน รักษาอนามัยสิ่งแวดลอม ไรมลพิษ ปองกันโรคติดตอ ปาชุมชน นําโดยแมลง แบบปลอดสารเคมี ปลูกหญาแฝก อนุรักษปาไม การเกษตรอินทรีย วัฒนธรรมการอนุรักษ ลานบานสะอาด ผักสวนครัวรั้วกินได การทอผากะเหรี่ยง / ทอพรม การปรับปรุงดิน ดวยชีวภาพ การปองกันกําจัด ศัตรูพืชดวยชีววิธี การรับรองคุณภาพ สินคาเกษตร ลดรายจาย เพิ่มรายได แรงจูงใจ / มูลคาเพิ่ม ที่ประชาชนในโครงการไดรับ สัญลักษณ์ ความสัมพันธ์โดยตรง ส่งผลต่อการลดรายจ่าย ความสัมพันธ์ตอเนื่องถึงกัน ่ ส่งผลต่อการเพิ่มรายได้ ภาพผังกระบวนงานเชื่อมโยงแนวคิดและกิจกรรมในโครงการหมู่บ้านไร้มลพิษ หนา | ๔
  5. 5. ผลลัพธ์ท่ปรากฏ ี ๑) การส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน โรงเรียนและครอบครัวต้นแบบ มีการใช้พลังงานทดแทนจากก๊าซชีวภาพ และเตาก๊าซชีวมวล โดยโครงการเป็นผู้ให้การสนับสนุน รวมทั้งสนับสนุนหลอดประหยัดไฟให้กับโรงเรียนและครัวเรือนต้นแบบที่อาสาเข้าร่วมโครงการ จํานวน ๔ ครัวเรือน พร้อมทั้งให้ความรู้ด้วยการอบรม ครู นักเรียน และประชาชน เรื่องพลังงานชีวภาพ และชีวมวล การจัดนิทรรศการ การจัดศึกษาดูงาน โดยผลจากการทดลองใช้ทั้งในโรงเรียนและครัวเรือนต้นแบบ พบว่าสามารถลดค่าใช้จ่ายได้จริง และเห็นผลอย่างชัดเจนจากการใช้งานในโรงเรียนซึ่งต้องซื้อแก๊สมาใช้ประกอบอาหารเป็นประจํา รายละเอียดดังตาราง ภาพบ่อก๊าซของโรงเรียนตํารวจตระเวนชายแดนบ้านถ้ําหินตารางแสดงผลการใช้ก๊าซชีวภาพ และเตาก๊าซชีวมวล ของโรงเรียนตํารวจตระเวนชายแดนบ้านถ้ําหิน ก่อนใช้พลังงานทดแทน หลังใช้พลังงานทดแทน หมายเหตุ (มกราคม ๒๕๕๔) (กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ เป็นต้นมา) ระยะเวลา จํานวนแก๊ส จํานวนเงิน ระยะเวลา จํานวนแก๊ส จํานวนเงิน ๑.ประกอบอาหารกลางวัน (ถัง) (บาท) (ถัง) (บาท) นักเรียน จํานวน ๒๐–๒๒ วัน ๑ ปี ๗๐ ๒๑,๐๐๐ ๑ สัปดาห์ ๑ ๓๐๐ ๒.นักเรียนบ้านไกล ประกอบ ๑ เดือน ๕ ๑,๕๐๐ อาหาร เช้า–เย็น จํานวน คาดว่า ๑ ปี ๖๐ ๑๘,๐๐๐ ๓๐–๓๑ วัน คาดการณ์ว่า จะประหยัดได้ถึง ๓,๐๐๐ บาท ส่วนในครัวเรือนต้นแบบ เตาก๊าซชีวมวลได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เนื่องจากสอดคล้องกับวิถีชีวิตของชาวกะเหรี่ยงที่ใช้ฟืนในการประกอบอาหาร ซึ่งจาการสัมภาษณ์ครัวเรือนต้นแบบ พบว่าฟืน ๑ ถุงปุ๋ย จากเดิมเคยใช้หุงข้าวได้ ๓ วัน แต่พอใช้กับเตาก๊าซชีวมวล สามารถใช้หุงข้าวได้นานกว่า ๑ สัปดาห์ ช่วยลดการใช้ฟืนจากป่าธรรมชาติได้มากโดยนอกจากจะช่วยลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แล้ว ยังช่วยประหยัดเวลาในการหาฟืนทําให้ชาวบ้านมีเวลาว่างสําหรับทําอย่างอื่นได้อีก ซึ่งเตาก๊าซชีวมวลมีลักษณะ ดังนี้ เตาก๊าซชีวมวล เป็นเตาที่ใช้หุงต้มในครัวเรือนเหมือนเตาอั้งโล่และเตาแก๊สทั่วไป แต่มีประสิทธิภาพในการเผาไหม้สูงกว่าเตาทั่วไป โดยใช้เชื้อเพลิงที่เป็นวัสดุเหลือทิ้งจากจากการเกษตร เช่น กิ่งไม้ ซังข้าวโพด เหง้ามันสําปะหลัง และกะลามะพร้าว โดยเปลี่ยนเชื้อเพลิงเป็นก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ ก๊าซไฮโดรเจนและก๊าซมีเทน จากกปฏิกิริยาการเผาไหม้อย่างต่อเนื่อง ถึง ๒ ครั้ง นําไปใช้เป็นแก๊สหุงต้มแทนแก๊สแอลพีจี และมีควันน้อยมากจึงไม่ก่อมลพิษ หนา | ๕
  6. 6. “ก๊าซมีเทน” ที่ได้สามารถนําไปใช้ในการหุงต้มได้ทันที หลังจากใส่เชื้อเพลิงบริเวณด้านบนของเตาเมื่อเกิดการเผาไหม้จะได้อุณหภูมิสูงถึง 400 องศาเซลเซียส ปริมาณเชื้อเพลิง 1 กิโลกรัม สามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานใช้ได้นาน 30-45 นาที ภาพการใช้เตาก๊าซชีวมวลของครัวเรือนต้นแบบ ๒) การส่งเสริมการทําเกษตรอินทรียในชุมชน ์ ๒.๑ การสาธิตการป้องกันและกําจัดศัตรูพืชโดยชีววิธี มุ่งพัฒนาให้โรงเรียนเป็นแหล่งสาธิตด้านการกําจัดศัตรูพืชโดยชีววิธี โดยนํานักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔-๖ เข้ารับการถ่ายทอดความรู้ผ่านกระบวนการโรงเรียนเกษตรกรในโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันตามพระราชดําริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งจะเน้นการเรียนรู้ด้วยการปฏิบัติจริงโดยดําเนินการในแปลงเกษตรของโรงเรียนอย่างต่อเนื่องตลอดภาคการศึกษา ให้ผู้เรียนคิดเป็นทําเป็น รู้จักร่วมกันแก้ไขปัญหาและตัดสินใจร่วมกัน นอกจากนี้ ยังจัดเตรียมอาคารเพื่อจัดทําเป็นจุดสาธิตการป้องกันและกําจัดศัตรูพืชโดยชีววิธีด้วย โดยมีห้องปฏิบัติการผลิตและขยายเชื้อจุลินทรีย์พร้อมอุปกรณ์ จํานวน ๖ เรื่อง ประกอบด้วย การสาธิตการขยายเชื้อราไตรโคเดอร์ม่า การขยายเชื้อแบคทีเรีย การขยายเชื้อบิวเวอร์เรีย การสกัดสารสะเดา การทําสวนแมลง และการเลี้ยงตัวห้ําตัวเบียน ภาพกิจกรรมการเรียนรูเรื่องป้องกันและกําจัดศัตรูพืชโดยชีววิธี ้ หนา | ๖
  7. 7. ตารางแสดงการจัดการเรียนรู้สําหรับนักเรียน วัน เดือน ปี กิจกรรมหลัก หรือ กิจกรรมเสริม สัปดาห์ที่ ๑ - ความคาดหวังของนักเรียน ข้อตกลงร่วม /แบ่งกลุ่มย่อย - Ballot box ทดสอบความรู้ก่อนเรียน - ปฏิทินการปลูกพืช/ทบทวนการปฏิบัติการปลูกผัก - มอบหมายกลุ่มรับผิดชอบแปลงผัก/เตรียมแปลง สัปดาห์ที่ ๒ - การควบคุมศัตรูพืชโดยวิธีผสมผสาน/ระบบนิเวศพื้นฐาน - การทดสอบความงอกของเมล็ดพันธุ์ - ปลูกผักในแปลงสาธิต สัปดาห์ที่ ๓ - สํารวจและวิเคราะห์ระบบนิเวศ ครั้งที่ ๑ - การผลิตเชื้อราไตรโคเดอร์มา - การปรับปรุงบํารุงดิน สัปดาห์ที่ ๔ - สํารวจและวิเคราะห์ระบบนิเวศ ครั้งที่ ๒ - การขยายเชื้อ B.T. และการใช้ - การทําสวนแมลง สัปดาห์ที่ ๕ - สํารวจและวิเคราะห์ระบบนิเวศ ครั้งที่ ๓ - การจําแนกศัตรูพืช ศัตรูธรรมชาติและแมลงที่เป็นกลาง สัปดาห์ที่ ๖ - สํารวจและวิเคราะห์ระบบนิเวศ ครั้งที่ ๔ - การสกัดและใช้สารสะเดา - การปรับปรุงบํารุงดิน สัปดาห์ที่ ๗ - สํารวจและวิเคราะห์ระบบนิเวศ ครั้งที่ ๕ - การผลิตขยายบิวเวอร์เรียและการใช้ สัปดาห์ที่ ๘ - สํารวจและวิเคราะห์ระบบนิเวศ ครั้งที่ ๖ - ผลกระทบของสารเคมี สัปดาห์ที่ ๙ - สํารวจและวิเคราะห์ระบบนิเวศ ครั้งที่ ๗ - การเปรอะเปื้อนสารเคมี - การแพร่กระจายของโรคพืช สัปดาห์ที่ ๑๐ - สํารวจและวิเคราะห์ระบบนิเวศ ครั้งที่ ๘ - การบริโภคผักให้ปลอดภัย - ballot box ทดสอบความรู้หลังเรียน ทุกสัปดาห์ ทบทวนความรู้และฝึกปฏิบัติ ณ จุดสาธิตการป้องกันและกําจัดศัตรูพชโดย ื ในวันพุธ ชีววิธี ๒.๒) การส่งเสริมการผลิตพืชอาหารปลอดภัยและได้มาตรฐาน ได้คัดเลือกเกษตรกรในพื้นที่ จํานวน ๑๐๔ คน เข้าร่วมฝึกอบรมตามแผนการถ่ายทอดความรู้แก่เกษตรกรเพื่อมุ่งผลิตพืชเกษตรอินทรีย์ให้ได้มาตรฐาน GMP โดยส่งเสริมการผลิตและขยายเชื้อราไตรโคเดอร์ม่า เชื้อแบคทีเรีย เชื้อบิวเวอร์เรีย การสกัดสารสะเดา ขยายพันธ์ตัวห้ําตัวเบียน สําหรับนําไปใช้ป้องกันและกําจัดศัตรูพืชในแปลงของเกษตรกรทดแทนการใช้สารเคมี ในส่วนของการจัดสถานที่เรียนรู้ ได้กําหนดไว้ ๒ แห่ง คือ บ้านห้วยคุลม หมู่ที่ ๖ ที่อาคารธนาคารปุ๋ยอินทรีย์ซ่งหน่วยบัญชาการทหารพัฒนาเป็นผู้ก่อสร้าง และ บ้านถ้ําหิน หมู่ที่ ๕ อยู่บริเวณจุดรวบรวมผัก ึ หนา | ๗
  8. 8. นอกจากนี้ยังได้ร่วมส่งเสริมการสร้างชุมชนให้น่าอยู่ โดยให้ชาวบ้านปลูกผักเป็นแนวรั้วบ้าน ได้แก่ชะอม และผักหวาน และการปลูกผักสวนครัว ได้แก่ ผักกินใบ ผักกินผล ในภาชนะต่างๆ สําหรับตั้งหรือแขวนในบริเวณบ้าน ซึ่งเป็นการลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนอีกทางหนึ่ง ภาพอาคารทีจะใช้เป็นศูนย์การเรียนรูเกษตรอินทรียในชุมชนพร้อมอุปกรณ์ ่ ้ ์ตารางแสดงการจัดการเรียนรู้สําหรับประชาชน วัน เดือน ปี กิจกรรมหลัก หรือ กิจกรรมเสริม ครั้งที่ ๑ - การควบคุมศัตรูพืชโดยวิธีผสมผสาน/ระบบนิเวศพื้นฐาน - บรรยายการสกัดและใช้สารสะเดา - ปฏิบัติทําปฏิทินการปลูกพืช/ทบทวนการปฏิบัติการปลูกผัก ครั้งที่ ๒ - บรรยายการทดสอบความงอกของเมล็ดพันธุ์ - ฝึกปฏิบัติการสกัดและใช้สารสะเดา - ฝึกปฏิบัติการทดสอบความงอกของเมล็ดพันธุ์ ครั้งที่ ๓ - บรรยายการผลิตเชื้อราไตรโคเดอร์มา - บรรยายการปรับปรุงบํารุงดิน - ฝึกปฏิบัติสํารวจและวิเคราะห์ระบบนิเวศ ครั้งที่ ๔ - บรรยายการทําสวนแมลง - ฝึกปฏิบัติการผลิตเชื้อราไตรโคเดอร์มา ครั้งที่ ๕ - การจําแนกศัตรูพืช ศัตรูธรรมชาติ - บรรยายการขยายเชื้อ B.T. และการใช้ - ฝึกปฏิบัติการทําสวนแมลง ครั้งที่ ๖ - บรรยายการปรับปรุงบํารุงดิน - บรรยายการแพร่กระจายของโรคพืช - ฝึกปฏิบัติการขยายเชื้อ B.T. และการใช้ ครั้งที่ ๗ - บรรยายการผลิตขยายบิวเวอร์เรียและการใช้ - บรรยายการเปรอะเปื้อนสารเคมี - สาธิตการแพร่กระจายของโรคพืช ครั้งที่ ๘ - บรรยายผลกระทบของสารเคมี - บรรยายเกษตรดีที่เหมาะสมสําหรับการผลิตพืช - ฝึกปฏิบัติการผลิตขยายบิวเวอร์เรีย วันพฤหัสบดี และศุกร์ ทบทวนความรู้และฝึกปฏิบัติ ณ จุดสาธิตการป้องกันและกําจัดศัตรูพชโดย ื ทุกสัปดาห์ ชีววิธี ของชุมชนบ้านถ้ําหิน และบ้านห้วยคลุม หนา | ๘
  9. 9. ๓) การพัฒนาสุขาภิบาลอนามัยสิ่งแวดล้อม และการควบคุมโรคติดต่อ ๓.๑) การป้องกันควบคุมโรคติดต่อนําโดยแมลงแบบปลอดสารเคมี อบรมให้ความรู้แก่นักเรียนและประชาชนในพื้นที่โครงการให้มีความรู้ความเข้าใจ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการป้องกันควบคุมโรคติดต่อนําโดยแมลงอย่างถูกต้อง ซึ่งมีกิจกรรมการรณรงค์ป้องกันควบคุมโรคติดต่อนําโดยแมลงโดยวิธีทางชีวภาพ ดังนี้ ธนาคารปลากินลูกน้ํา โดยการใช้ปลาหางนกยูงกําจัดลูกน้ํายุงพาหนะ ซึ่งได้ส่งเสริมการเพาะเลี้ยงปลาหางนกยูง เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนเป้าหมายให้คลอบคลุมทั้งพื้นที่ และปล่อยปลาหางนกยูงลงในแหล่งน้ําในการควบคุมลูกน้ํายุงพาหะ ธนาคารตะไคร้หอมไล่ยุง โดยส่งเสริมให้ประชาชนปลูกตะไคร้หอมไว้ประจําบ้านเพื่อไล่ยุง และนํามาทําน้ํามันตะไคร้หอม ภาพการใช้ปลากินลูกน้ํายุง และการใช้ตะไคร้หอมไล่ยุง ๓.๒) แผนการจัดการขยะมูลฝอยของชุมชน ผลพวงจากการพัฒนาพื้นที่เพื่อการเกษตรและการท่องเที่ยว พฤติกรรมการบริโภคและวิถีชีวิตของคนสวนผึ้งที่เปลี่ยนแปลงไป ตลอดจนการบริหารจัดการขยะมูลฝอยที่ไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ล้วนส่งผลให้ปริมาณขยะมูลฝอยในพื้นที่อําเภอสวนผึ้งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่มากยิ่งขึ้น รวมทั้งพื้นที่บ้านถ้ําหินและบ้านห้วยคลุม ซึ่งปัญหาขยะเริ่มมีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงมากขึ้น และจากการเก็บข้อมูลองค์ประกอบขยะมูลฝอยพบว่า องค์ประกอบขยะมูลฝอยของทั้ง ๒ หมู่บ้าน ส่วนใหญ่เป็นขยะอินทรีย์ร้อยละ ๔๐ รองลงมาคือ ขยะทั่วไปร้อยละ ๓๖ ขยะที่สามารถนําไปใช้ประโยชน์ได้ร้อยละ ๑๘ และ ขยะอันตรายร้อยละ ๖ ซึ่งขยะเหล่านี้ส่วนใหญ่ถูกกําจัดด้วยการเผาและการเทกอง โดยไม่มีการคัดแยกขยะเพื่อนําไปใช้ประโยชน์แต่อย่างใด ภาพสถานที่กําจัดขยะมูลฝอย องค์การบริหารส่วนตําบลสวนผึ้ง หนา | ๙
  10. 10. การจัดการขยะต้นทาง โดยการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจและจิตสํานึกในการ “ลด” และ “คัดแยก” ขยะ ให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่โครงการ ผ่านกระบวนการฝึกอบรมและดูงานการจัดการขยะมูลฝอยครัวเรือนตลอดจนส่งเสริมให้ชาวบ้านทําปุ๋ยหมักโดยใช้เศษอาหารในครัวเรือนและเศษกิ่งไม้ใบไม้เป็นวัตถุดิบ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดปริมาณขยะอินทรีย์ ที่มีมากถึงร้อยละ ๔๐ แล้ว ยังช่วยลดปัญหาการเผาขยะได้อกทางหนึ่งด้วย ี การจัดการขยะกลางทาง โดยการจัดตั้งธนาคารขยะรีไซเคิล ณ โรงเรียนตํารวจตระเวนชายแดนบ้านถ้ําหิน ให้เป็นช่องทางหนึ่งที่จะช่วยลดปริมาณขยะที่ใช้ประโยชน์ได้ซึ่งมีปริมาณร้อยละ ๑๘ ทั้งยังทําให้เห็นถึงมูลค่าที่ได้จากการคัดแยกขยะ โดยนํามาฝากกับธนาคารขยะซึ่งจะมีเงินค่าตอบแทนให้เมื่อนําขยะไปขาย อีกทั้งเป็นเครื่องกระตุ้นให้นักเรียนและประชาชนมีแรงจูงใจที่จะเข้าร่วมโครงการ ภาพกิจกรรมธนาคารขยะทีโรงเรียน ่ ปัจจุบันธนาคารขยะโรงเรียนตํารวจตระเวนชายแดนบ้านถ้ําหิน มีสมาชิกทั้งหมด ๖๐ คน โดยรับฝากขยะรีไซเคิลประเภทต่างๆ เช่น พลาสติกทุกชนิด ขวดแก้ว เหล็ก สังกะสี กระดาษ ลังกระดาษ ซึ่งปัจจุบันมีผู้นําขยะชนิดต่างๆ มาฝาก แล้วดังนี้ ๑.พลาสติก จํานวน ๗๒.๒ กก. ๔.กระดาษ จํานวน ๙๕.๙ กก. ๒.ขวดแก้ว จํานวน ๓๑๑.๕ กก. ๕.ลัง จํานวน ๕๐.๙ กก. ๓.เหล็ก จํานวน ๒๒.๕ กก. ๖. สังกะสี จํานวน ๒๐.๔ กก. การจัดการขยะปลายทาง ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการขยะมูลฝอย โดยการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการให้กับผู้บริหารและเจ้าหน้าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้มีความรู้ความเข้าใจในแนวทางการบริหารจัดการขยะมูลฝอย ๔) การป้องกันและแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ําเพื่อการอุปโภคของประชาชน ๔.๑) การอนุรกษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ําพร้อมระบบกระจายน้ํา ั เป็ นการเสริ ม สร้ างปัจจั ยพื้นฐานที่จําเป็นในการดํ ารงชี วิตและการประกอบอาชีพ ให้กับชุ มชนในโครงการหมู่บ้านไร้มลพิษ โดยทําการพัฒนาแหล่งน้ําผิวดิน และการพัฒนาแหล่งน้ําใต้ดิน รายละเอียด มีดังนี้ การพัฒนาแหล่งน้ํา ได้จัดทําโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ําและระบบกระจายน้ําสําหรับโรงเรียนตํารวจตระเวนชายแดนบ้านถ้ําหินและชุมชน ซึ่งจะมีการก่อสร้างฝายเก็บกักน้ํา พร้อมทั้งวางแนวท่อส่งน้ําของระบบกระจายน้ําส่งเข้าสู่พ้ืนที่ชุมชนตามวัตถุประสงค์ และโครงการก่อสร้างฝายเสริมระบบนิเวศห้วยคลุมจํานวน ๘ แห่ง เพื่อชะลอการไหลของน้ําตลอดลําห้วย อีกทั้งได้ตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการการใช้นํ้า และให้ความรู้กับชุมชนด้วย หนา | ๑๐
  11. 11. ภาพการให้ความรู้แก่ชุมชนและมีส่วนร่วมในการสร้างฝาย และการบริหารจัดการน้ํา อี ก ทั้ ง การสนั บ สนุ น การพั ฒ นาแหล่ ง น้ํ า ผิ ว ดิ น สํ า หรั บ โรงเรี ย นตระเวนชายแดนบ้ า นถ้ํ า หิ นประกอบด้วย การก่อสร้างถังเก็บน้ํา (คสล.ฝ.๙๙) และการขุดลอกลําน้ําเดิม ขนาด ๑๕ x ๓๐๐ x ๓ ม. เพื่อปรับเป็นแหล่งน้ําใช้และเลี้ยงปลาในโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน และการขุดเจาะบาดาลน้ําลึก บริเวณห้วย๘ บ้านห้วยคลุม สําหรับใช้อุปโภค และเพื่อการเกษตร ภาพการพัฒนาแหล่งน้าให้กับโรงเรียนและชุมชน ํ ๔.๒) การจัดการคุณภาพน้ําและน้าเสีย ํ มีการดําเนินงาน ๓ กิจกรรมหลัก ประกอบด้วย การจัดการน้ําเสียสําหรับบ้านเรือน การเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องการจัดการน้ําเสีย และการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ําลําห้วยคลุมและตรวจหาแหล่งที่มาของปัญหามลพิษทางน้ํา อีกทั้งการสร้างเครือข่ายภาคประชาชนเฝ้าระวังคุณภาพน้ํา สภาพทั่วไปของลําห้วยคลุม เป็นลุ่มน้ําย่อยของลุ่มน้ําลําภาชี ครอบคลุมเนื้อที่ ๒๔๓ ตารางกิโลเมตรเป็นลําห้วยขนาดเล็กไหลผ่านชุมชนหมู่ท่ี ๕ บ้านถ้ําหิน หมู่ที่ ๖ บ้านห้วยคลุม และ หมู่ที่ ๔ บ้านบางขุนแสนแล้วไหลลงสู่แม่น้ําลําภาชี เป็นแหล่งน้ําสําหรับใช้เพื่อการเกษตร และการอุปโภคและบริโภค ตลอดความยาวของลําห้วยจะไหลผ่านพื้นที่ทําการเกษตรที่มีการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีกําจัดศัตรูพืชค่อนข้างมาก ผ่านชุมชนที่มีการตั้งบ้านเรือน และสถานประกอบการประเภทรีสอร์ทอีกหลายแห่ง หนา | ๑๑
  12. 12. คุณภาพน้ํา จากการตรวจสอบคุณภาพน้ํา ในช่วงเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๓ และพฤศจิกายน ๒๕๕๔ตั้งแต่ต้นน้ําบริเวณศูนย์พกพิงชั่วคราวบ้านถ้ําหินจนถึงท้ายน้ําก่อนลงสู่แม่น้ําลําภาชีบริเวณบ้านบางขุนแสน ผล ัการตรวจสอบจํานวน ๒ ครั้งที่ผ่านมา ประเมินได้ว่า ลําห้วยคลุมมีคุณภาพอยู่ในเกณฑ์พอใช้จนถึงดี จุดที่มีความเสี่ยงต่อสภาวะความเสื่อมโทรมของแหล่งน้ําได้แก่ บริเวณชุมชนหมู่ที่ ๖ บ้านห้วยคลุม ซึ่งเป็นแหล่งชุมชน พบว่ามีแนวโน้มที่คุณภาพน้ําจะเสื่อมโทรมกว่าบริเวณอื่น โดยอาจมีสาเหตุมาจากน้ําทิ้งจากครัวเรือนไหลลงสู่ลําห้วยและสะสมความสกปรกอยู่ในบริเวณนั้น ภาพแหล่งน้ํา และการตรวจสอบคุณภาพน้ํา เครือข่ายเฝ้าระวังคุณภาพน้ําภาคประชาชน ถือได้ว่าเครือข่ายเฝ้าระวังคุณภาพน้ําภาคประชาชนนี้จะเป็นเครื่องมือหนึ่งที่จะสร้างความตะหนักในความสําคัญของแหล่งน้ําและความจําเป็นในการร่วมมือกันอนุรักษ์แหล่งน้ําเพื่อให้มีคุณภาพน้ําทีดีขึ้นต่อไป โดยโครงการหมู่บ้านไร้มลพิษ จะให้ความรู้แก่ประชาชนพร้อมทั้งจัดหาชุดตรวจวัดคุณภาพน้ําอย่างง่าย เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามามีบทบาทมีส่วนร่วมในการตรวจสอบและเฝ้าระวังคุณภาพน้ําในท้องถิ่นของตนเอง การจัดการน้ําเสียชุมชน ได้เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชนเรื่องการจัดการน้ําเสียในชีวิตประจําวัน และระบบบําบัดน้ําเสียครัวเรือนที่ถูกสุขลักษณะ ทั้งยังให้แนวปฏิบัติที่ดีในการจัดการน้ําเสียกับผู้ประกอบการรีสอร์ท และเสริมสร้างศักยภาพการจัดการสิ่งแวดล้อมให้องค์การบริหารส่วนตําบลสวนผึ้ง ภาพการให้ความรู้แก่ชุมชน และผูประกอบการรีสอร์ท เรื่องการจัดการน้ําเสีย ้ การติดตั้งระบบสาธิตสําหรับบําบัดน้ําเสียเครัวเรือน ที่ถูกสุขลักษณะและสามารถป้องกันการปนเปื้อนหรือระบายน้ําเสียในช่วงฤดูฝน เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อลําห้วยคลุม โดยจะติดตั้งระบบบําบัดน้ําเสียให้กับครัวเรือนต้นแบบ จํานวน ๔ หลัง ซึ่งได้ออกแบบไว้ ๒ ชนิด โดยใช้กลไกทางชีวภาพในการบําบัดทั้งยังคํานึงถึงบริเวณบ้านซึ่งมีมาก-น้อย ต่างกัน ซึ่งชุดพืชบําบัดมีลักษณะ ดังนี้ หนา | ๑๒
  13. 13. พืชที่ใช้ปลูกในชุดพืชบําบัด เช่น พุทธรักษา ยังสามารถตัดดอกไปใช้หรือจําหน่ายสร้างเป็นรายได้เสริมได้เสริมได้อีกทางหนึ่ง ๕) การอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชุมชน ๕.๑) การพัฒนาการมีส่วนร่วมของประชาชนในการอนุรกษ์ทรัพยากรป่าไม้ ั ได้คัดเลือกผู้แทนชุมชนเข้าฝึกอบรม หลักสูตร “การบริหารจัดการพื้นที่โดยการสนับสนุนจากภาครัฐ”เพื่อสร้างความเข้าใจในการบริหารจัดการป่าและพัฒนาอาชีพป่าไม้ให้แก่ผู้แทนชุมชน ทั้งยังเสริมสร้างให้ผู้แทนชุมชนสามารถพัฒนาภูมิปัญญาและศักยภาพของชุมชนในการจัดการป่าให้ตอบสนองด้านการอนุรักษ์และเอื้อประโยชน์ต่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อีกทั้งการจัดตั้งคณะกรรมการป่าชุมชนพร้อมด้วยการสร้างความเข้าใจให้กับชุมชน เพื่อเตรียมความพร้อมของชุมชนก่อนจะขอใช้พื้นที่ในการจัดตั้งเป็นป่าชุมชนต่อไป หนา | ๑๓
  14. 14. ภาพการให้ความรู้เรื่องป่าชุมชน ๕.๒) การปลูกหญ้าแฝกอนุรักษ์ดินและน้าเพื่อรักษาสิงแวดล้อม ํ ่ ส่งเสริ มการปลูกหญ้าแฝก โดยมีกิจกรรมส่งเสริมการปลูกหญ้าแฝกในพื้นที่เสี่ยงหรือลาดชันเพื่ออนุรักษ์ดินและน้ํา ทั้งหมด ๓๐๐,๐๐๐ กล้า ภาพพืนที่ปลูกแฝกอนุรักษ์ดนและน้ํา ้ ิ ๕.๓) หมู่บ้านรักษ์วัฒนธรรม โครงการหมู่บ้านรักวัฒนธรรม ได้ส่งเสริมให้ชุมชนในโครงการเป็นแหล่งรวบรวมวัฒนธรรมด้านการอนุรักษ์ แหล่งเรียนรู้ด้านการสืบทอดวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น ตลอดจนเป็นศูนย์รวมของคนในชุมชนมี ๓ กิจกรรม คือ ลานบ้านสวยด้วยมือเรา ส่งเสริมการทอผ้าและแปรรูปผ้าทอกะเหรี่ยง และสร้างแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และสิ่งแวดล้อมที่ศาสนสถาน ซึ่งประชาชนในโครงการล้วนมีความต้องการที่จะร่วมรักษาสิ่งแวดล้อมของชุมชน โดยได้ให้ความสําคัญในการปรับปรุงภูมิทัศน์ในชุมชนเป็นอย่างดี มีการจัดทํารั้วบ้านในแบบรั้วกินได้ ทําความสะอาดบริเวณลานบ้าน และร่วมกันสืบค้นประวัติชุมชน และภูมิปัญญาชุมชนด้านการอนุรกษ์ เพื่อจะได้เผยแพร่และสืบทอดต่อไป ั สภาพหมู่บานก่อนเข้าร่วมโครงการ ้ สภาพหมู่บ้านหลังเข้าร่วมโครงการ หนา | ๑๔
  15. 15. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมมลพิษ กรมป่าไม้จังหวัดราชบุรี สํานักงานจังหวัดราชบุรี สํานักงานพลังงานจังหวัดราชบุรี สํานักงานเกษตรจังหวัดราชบุรี ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรราชบุรี สํานักงานสิงแวดล้อมภาคที่ ๘ ่ สํานักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดราชบุรี สํานักงานทรัพยากรน้ํา ภาค ๗ สํานักงานพัฒนาที่ดินจังหวัดราชบุรี สํานักงานวัฒนธรรมจังหวัดราชบุรี สภาวัฒนธรรมจังหวัดราชบุรี สํานักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 4 จังหวัดราชบุรี สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดราชบุรี อําเภอสวนผึ้ง องค์การบริหารส่วนตําบลสวนผึ้ง กํานันตําบลสวนผึ้ง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๕ และ หมู่ที่ ๖ ตําบลสวนผึ้ง ผู้นําศาสนาในชุมชนห้วย ๘ และ ห้วย ๑๐และ ศูนย์บริหารศัตรูพืชจังหวัดสุพรรณบุรี สํานักวิชาการพลังงานภาค ๔ ตํารวจตระเวนชายแดนที่ ๑๓๗ หนา | ๑๕

×