ความรูความเขาใจในเพศวิถีและสุขภาพทางเพศของ ชายที่มเพศสัมพันธกบชาย และสาวประเภทสอง         ี           ั            คูม...
คํานําป จ จุ บั น นี้ อั ต ราความชุ ก ของการติ ด เชื้ อ เอชไอวี ใ นประเทศไทยมี อั ต ราที่ สู ง โดยเฉพาะในกลุ ม ชายที่ มี...
สารบัญ                                                                           หนาบทที่ 1: ใครคือชายที่มีเพศสัมพันธกบช...
บทที่ 1                  ใครคือ ชายที่มีเพศสัมพันธกับชาย และสาวประเภทสอง ?คําวา “ชายที่มีเพศสัมพันธกับชาย” หมายถึง ชายท...
อาจเปนไปไดวาชายที่มีเพศสัมพันธกับชายสวนใหญในเกือบทุกประเทศในทวีปเอเชียเปนชายที่ไมยอมรับพฤติกรรมทางเพศของตนที่แตกต...
หมายถึงกระบวนการในการเปลี่ยนจากเพศสภาพหนึ่งไปเปนเพศสภาพตรงขาม ซึ่งเปนกระบวนการของการพัฒนาการที่มีหลายขั้นตอนในปจจุบันค...
จะยอมมีเพศสัมพันธกับผูชายดวยก็เพราะจําตองหารายไดเลี้ยงครอบครัว คนเหลานี้สวนใหญมีคูครองหรือมีคนรักเปนผูหญิง แตก...
บทที่ 2    กรอบความคิดเกี่ยวกับชายที่มีเพศสัมพันธกบชายและสาวประเภทสองในสังคมไทย                                          ...
ชนบทวาเปนเรื่องของเวรกรรมจากการประพฤติผิดในกามที่ติดตัวมาตั้งแตอดีตชาติ ดังนั้นการที่กะเทยจะแสดงออกถึงความสนใจในเพศเดีย...
ดวยเหตุที่ชายที่มีเพศสัมพันธกับชายมีความหลากหลายไปตามลักษณะทางสังคม อีกทั้งนิยามที่ไมชัดเจนตายตัว ความเขาใจของผูใหบร...
การเปดเผยอัตลักษณทางเพศและรสนิยมทางเพศแมวาในประเทศไทยจะไมมีการรังเกียจหรือดูถูกการรักเพศเดียวกันอยางชัดเจนมากนักเมื่...
บทที่ 3                  ความเสี่ยงและความเปราะบาง/โอกาสตอการติดเชื้อเอชไอวีของ                          ชายที่มีเพศสัมพั...
ความเปราะบางหรือโอกาสเสี่ยงในการติดเชื้อเอชไอวีการที่ไมมีกิจกรรมดานการปองกันหรือบริการที่เปนมิตรตอชายที่มีเพศสัมพันธ...
นอกจากความกลัวดังกลาวแลว บุคคลากรทางแพทยและผูใหบริการสาธารณสุขสวนใหญเองก็มักจะยังไมเคยไดรับการฝกอบรมที่เหมาะสมใน...
Msm Awareness & Sensitivity Handbook Thai
Msm Awareness & Sensitivity Handbook Thai
Msm Awareness & Sensitivity Handbook Thai
Msm Awareness & Sensitivity Handbook Thai
Msm Awareness & Sensitivity Handbook Thai
Msm Awareness & Sensitivity Handbook Thai
Msm Awareness & Sensitivity Handbook Thai
Msm Awareness & Sensitivity Handbook Thai
Msm Awareness & Sensitivity Handbook Thai
Msm Awareness & Sensitivity Handbook Thai
Msm Awareness & Sensitivity Handbook Thai
Msm Awareness & Sensitivity Handbook Thai
Msm Awareness & Sensitivity Handbook Thai
Msm Awareness & Sensitivity Handbook Thai
Msm Awareness & Sensitivity Handbook Thai
Msm Awareness & Sensitivity Handbook Thai
Msm Awareness & Sensitivity Handbook Thai
Msm Awareness & Sensitivity Handbook Thai
Msm Awareness & Sensitivity Handbook Thai
Msm Awareness & Sensitivity Handbook Thai
Msm Awareness & Sensitivity Handbook Thai
Msm Awareness & Sensitivity Handbook Thai
Msm Awareness & Sensitivity Handbook Thai
Msm Awareness & Sensitivity Handbook Thai
Msm Awareness & Sensitivity Handbook Thai
Msm Awareness & Sensitivity Handbook Thai
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

Msm Awareness & Sensitivity Handbook Thai

489 views
454 views

Published on

MSM awareness Handbook Thai

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
489
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
1
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Msm Awareness & Sensitivity Handbook Thai

  1. 1. ความรูความเขาใจในเพศวิถีและสุขภาพทางเพศของ ชายที่มเพศสัมพันธกบชาย และสาวประเภทสอง ี ั คูมือสําหรับผูเขาอบรม 1
  2. 2. คํานําป จ จุ บั น นี้ อั ต ราความชุ ก ของการติ ด เชื้ อ เอชไอวี ใ นประเทศไทยมี อั ต ราที่ สู ง โดยเฉพาะในกลุ ม ชายที่ มีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสอง แมจะมีการทํางานในสวนของภาคองคกรชุมชนมากขึ้นเพื่อสามารถเขาถึงกลุมเปาหมายดังกลาวในการใหความรูและขอมูลดานการปองกันเอชไอวี ซึ่งสงผลใหกลุมเปาหมายสามารถประเมินความเสี่ยงของตัวเองและมีพฤติกรรมทางเพศที่ปลอดภัยมากขึ้น แตยังมีกลุมเปาหมายจํานวนไมมากที่สามารถเขาสูการบริการใหการปรึกษาและตรวจเอชไอวี (VCT service) องคการเอฟเอชไอ(FHI) รวมกับ USAID และ Pact Thailand จึงไดรวมมือกันจัดโครงการสาธิตการใหบริการ ใหการปรึกษาและการตรวจเอชไอวี ใ นกลุ ม ชายที่ มี เ พศสั ม พั น ธ กั บ ชายและสาวประเภทสองใน 3 จั ง หวั ด ได แ ก กรุ ง เทพฯเชียงใหม และ ชลบุรี (พัทยา) โดยมีเปาหมายเพื่อใหโรงพยาบาล คลินิก หรือหนวยบริการที่เขารวมในโครงการสาธิตนี้สามารถเขาใจถึงอุปสรรคในการใหบริการกับกลุมชายที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสองทังใน ้สวนของการบริการและระดับบุคคล และสามารถพัฒนาปรับปรุงบริการของตนเพื่อลดอุปสรรคตางๆ ที่มีตอกลุมเปาหมายใหลดนอยลง และในทายที่สุด คาดหวังวา หลังจากมีการพัฒนาปรับปรุงบริการแลว อัตราการใชบริการดังกลาวโดยกลุมชายที่มเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสองจะเพิ่มมากขึ้นตามลําดับ ีจากการเก็บขอมูลเบื้องตนของโครงการ พบวา อุปสรรคหลักประการหนึ่งที่ทําใหกลุมเปาหมายไมเขามาใชบริการดังกลาว คือ ทัศนคติเชิงลบของผูใหคําปรึกษาและเจาหนาที่ที่เกี่ยวของที่มีตอกลุมชายที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสอง คูมือการอบรมฉบับนี้จึงไดรับการปรับปรุงขึ้นเพื่อใหขอมูลและสรางความรูความเขาใจในประเด็นดานสุขภาพทางเพศของชายที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสองในประเทศไทย ทั้งในสวนของวิถีชีวิตและเพศวิถีของกลุมดังกลาว กิตติกรรมประกาศคูมือการฝกอบรมฉบับนี้ดัดแปลงจากชุดฝกอบรมเรื่อง “ขอพึงรูและความเขาใจในเรื่องเพศในการสงเสริมสุขภาพทางเพศสําหรับชายที่มีเพศสัมพันธกับชาย” ขององคการเอฟเอชไอ สํานักงานประเทศเวียตนาม (FHIVietnam Office) และเรียบเรียงโดย ดร.แคธลีน เคซี่ย จากองคการเอฟเอชไอ สํานักงานภูมิภาคเอเชียและแปซิฟก (FHI APRO) และคุณเกรก คารล จากศูนยวิจยโรคเอดส สภากาชาดไทย ัทั้งนี้ไดรับงบประมาณสนับสนุนจากองคการความชวยเหลือแหงรัฐบาลสหรัฐอเมริกา (USAID) 2
  3. 3. สารบัญ หนาบทที่ 1: ใครคือชายที่มีเพศสัมพันธกบชายและสาวประเภทสอง ั 4บทที่ 2: กรอบความคิดเกียวกับชายทีมีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสองใน ่ ่ 8สังคมไทยบทที่ 3: ความเสี่ยงและความเปราะบาง/โอกาสเสียงตอการติดเชื้อเอชไอวีของ ่ 12ชายที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสองบทที่ 4: ความซับซอนของความเสี่ยงตอการติดเชือเอชไอวีในประเทศไทย ้ 16บทที่ 5: ความจําเปนในการใหบริการดานสุขภาพและวิธีการเขาถึงชายที่มี 20เพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสองบทที่ 6: สุขภาพทางเพศและความตองการดานจิตวิทยาสังคมของชายที่มี 22เพศสัมพันธกบชายและสาวประเภทสอง ับทที่ 7: วิธการมีเพศสัมพันธที่ปลอดภัย ี 24บทที่ 8: การใหคาปรึกษากับชายที่มีเพศสัมพันธกบชายที่มเชื้อเอชไอวีและสาว ํ ั ี 28ประเภทสองที่มีเชื้อเอชไอวีบทที่ 9: การปรับสภาพแวดลอมของสถานบริการสุขภาพ 29บทที่ 10: บทสรุปสําหรับผูใหบริการดานสุขภาพ 38เอกสารอางอิง 39 3
  4. 4. บทที่ 1 ใครคือ ชายที่มีเพศสัมพันธกับชาย และสาวประเภทสอง ?คําวา “ชายที่มีเพศสัมพันธกับชาย” หมายถึง ชายที่มีเพศสัมพันธกับชายโดย ไมคํานึงวาจะมีเพศสภาวะแบบใดหรือจะแสดงตัววาเปนเพศใด คําๆนี้มีขึ้นเนื่องจากปกติแลวมีชายที่รักเพศเดียวกันเพียงกลุมนอยเทานั้นที่จะยอมรับวาตนเปนเกย หรือรักเพศเดียวกัน หรือเปนผูที่รักทั้งสองเพศ ในขณะที่ชายดังกลาวสวนใหญจะเรียกตัวเองตามพฤติกรรมและอัตลักษณทางเพศตามสภาพสังคมของตน โดยไมไดตัดสินตนเองตามพฤติกรรมทางเพศกับชายดวยกันแตอยางใด ชายที่มีเพศสัมพันธกับชายหลายคนคิดวาตนเปนชายรักหญิงมากกวาชายรักเพศเดียวกันหรือชายรักสองเพศ โดยเฉพาะอยางยิ่งถาหากเขายังมีเพศสัมพันธกับผูหญิง หรือแตงงานแลวหรือเปนฝายรุกในการมีเพศสัมพันธทางทวารหนัก หรือมีเพศสัมพันธกับผูชายเพื่อแลกกับเงินหรือสิ่งตอบแทนอื่นๆชายที่มเพศสัมพันธกับชายมีดวยกันหลายประเภท ซึ่งอาจแตกตางกันไปโดยขึ้นอยูกับเหตุปจจัยดังตอไปนี้ : ี • อัตลักษณทางเพศโดยไมเกี่ยวของกับพฤติกรรมทางเพศ เชน (เกย คนรักเพศเดียวกัน คนรักตางเพศ คนรักสองเพศ และสาวประเภทสอง รวมถึงเพศวิถีหรืออัตลักษณทางเพศอื่นๆ ที่อาจใชเรียกกัน) • การยอมรับและเปดเผยอัตลักษณทางเพศของตนเอง • คูนอน (ชาย/ หญิง / และ/หรือสาวประเภทสอง) • เหตุผลในการมีเพศสัมพันธกับคูนอน (ชอบอยูแลว ถูกบังคับ มีแรงจูงใจในการหารายได ความสะดวก ความสนุก และหรืออยูในสภาพแวดลอมที่มีแตผูชายลวน) • บทบาทในการมีเพศสัมพันธ (เปนฝายรุก ฝายรับ หรือไดทั้งสองอยาง) และ • ลักษณะที่เกี่ยวของกับเพศสภาวะ บทบาทและพฤติกรรม เชน เปนผูหญิง เปนผูชาย เปนแมน บุคลิก ออกสาว คนที่แตงตัวเปนหญิง หรือแตงตัวตรงกับเพศสภาวะของตน)ผูใหบริการสุขภาพควรรูอะไรบางเกี่ยวกับอัตลักษณทางเพศและพฤติกรรมทางเพศของผูใชบริการ ?คําวา “ชายที่มีเพศสัมพันธกับชาย” เปนคําที่ใชกันอยางแพรหลายในการทํางานดานเอชไอวี เพราะเปนคําที่ใชสื่อถึงพฤติกรรมที่ทําใหชายเหลานี้มีโอกาสเสี่ยงตอการติดเชื้อ อยางไรก็ตาม ไดมีการโตแยงกันกันวาคําๆนี้มุงเนนถึงพฤติกรรมทางเพศมากเกินไปซึ่งทําใหไมสามารถครอบคลุมถึงมิติดานอื่นๆ เชน อารมณความรูสึกความสัมพันธ อัตลักษณทางเพศ เปนสาเหตุใหบางองคกรหรือคนบางคนนิยมใชคําวา “ผูชายที่มีเพศสัมพันธกับผูชาย” มากกวา เพราะใหความหมายที่กวางกวา และสามารถครอบคุลมผูชายทุกประเภทที่มีเพศสัมพันธกับคนเพศเดียวกัน โดยเฉพาะอยางยิ่งคําวา “ผูชาย” ไมมีขอจํากัดดานอายุ จึงหมายรวมถึงเด็กผูชายที่มีเพศสัมพันธกับเด็กผูชายดวยกัน และความสัมพันธทางเพศระหวางชายและเด็กชายอีกดวย (หมายเหตุ: เปนอธิบายความของคําศัพทระหวาง men who have sex with men และ male who have sex with male)อาจกลาวไดวาคําวา “ชายที่มีเพศสัมพันธกับชาย” เปนการตอบสนองทางภาษาที่กําเนิดขึ้นในวัฒนธรรมตะวันตกเพื่อการอธิบายถึงกิจกรรมทางเพศระหวางชายดวยกัน อีกทั้งการกําเนิด วัฒนธรรมเกย ในประเทศทางตะวันตกในชวงศตวรรษที่ 20 มีสวนทําใหเกิดความเชื่อที่วาคนเรามี 2 ประเภทเทานั้น นั่นก็คือ ผูที่เปนเกย(รักเพศเดียวกัน) และชายจริงหญิงแท (รักตางเพศ) ซึ่งในปจจุบันแมวาแนวคิดเชนนี้จะเริ่มปรับเปลี่ยนไป แตก็มีคนจํานวนมากในหลากหลายประเทศที่ยังคงแนวคิดเชนนี้ไว ผูชายจํานวนมากถือวาการมีเพศสัมพันธกับชายดวยกันเปนแคสวนหนึ่งของชีวิตทางเพศของตนเทานั้น และไมมีความเกี่ยวของกับอัตลักษณทางเพศหรือสังคมของตนแตอยางใด ชายที่มีเพศสัมพันธกับชายบางคนอาจสังเกตเห็นไดอยางชัดเจนในสังคมของเรา เชนชายที่ชอบแตงตัวเปนหญิงหรือใชเสื้อผาสิ่งของเครื่องใชของผูหญิง ในขณะที่ชายที่มีเพศสัมพันธกับชายบางคนก็ดูกลมกลืนเหมือนผูชายทั่วไปจนไมสามารถรูไดเลยวาผูนั้นเปนชายที่มีเพศสัมพันธกับชาย ดังนั้นในบางสังคมที่ไมเคยพบเห็นผูที่รักเพศเดียวกัน ก็อาจทําใหเกิดความเขาใจวาในสังคมนั้นไมมีผูที่รักเพศเดียวกันอยูเลย แมวาในความเปนจริงแลว การมีเพศสัมพันธระหวางชายดวยกันมีอยูในเกือบทุกสังคม ดังนั้นการที่สังคมปฏิเสธถึงการมีอยูของผูที่รักเพศเดียวกันจึงไมใชภาพสะทอนความเปนจริงในสังคม 4
  5. 5. อาจเปนไปไดวาชายที่มีเพศสัมพันธกับชายสวนใหญในเกือบทุกประเทศในทวีปเอเชียเปนชายที่ไมยอมรับพฤติกรรมทางเพศของตนที่แตกตางไปจากผูชายทั่วไปในสังคม และมักไมกลายอมรับโดยเปดเผยวาตนเปนเกยหรือเปนชายรักเพศเดียวกัน และไมกลายอมรับและพยายามปดบังวา ตนก็มีเพศสัมพันธกับชายหรือมีความสัมพันธกับชาย ซึ่งชายเหลานี้บางคนก็แตงงานและมีเพศสัมพันธกับผูหญิง บางคนยอมรับวาตนเปนชายรักสองเพศ บางคนก็คิดวาตนเองเปนชายรักหญิง หรือรักสองเพศ โดยมีเพศสัมพันธกับชายอื่นเปนบางครั้งเพื่อตอบสนองความสุขทางเพศ เนื่องจากไมสามารถหาคูนอนที่เปนหญิงได ผูชายบางคนมีเพศสัมพันธกับสาวประเภทสองโดยไมไดคิดวาตนเองเปนเกยหรือเปนผูรักเพศเดียวกัน เพราะผูนั้นไมถือวาสาวประเภทสองเปนผูชายในสังคมของตน แตกลับถือเสมืองวาสาวประเภทสองก็เปนผูหญิงคนหนึ่งคนขามเพศ (Transgender) และเพศกํากวม (intersex)คําศัพทที่ใชเรียกทัวไป ่คนขามเพศ เปนคําที่มีความหมายกวางที่ใชเรียกผูที่ไมไดมีลักษณะของ “ชายและหญิง” อยางชัดเจนหรือใชเรียกคนที่ไมยอมรับเพศสภาพที่ถือกําเนิดมาของตนเอง บางครั้งอาจเรียกคนขามเพศวาผูที่มีความแปรผันทางเพศสภาพผูมีจิตใจเหมือนเพศตรงขาม (transsexual) หมายถึง ผูที่รูสึกวาอัตลักษณทางเพศของตนไมตรงกับรางกายของตนที่ถือกําเนิดมาหรือไมตรงกับเพศสภาพของตนที่ถูกกําหนดโดยสังคม รวมทั้งหมายถึงผูที่แปลงเพศจากชายเปนหญิง (male-to-female - MTF) หรือจากหญิงเปนชาย (female-to-male - FTM) และยังหมายรวมถึงผูท่ียังไมไดผาตัดแปลงเพศ (“pre-op”) หรือ ผูที่ผาตัดแปลงเพศแลว (“post-op”) อีกดวย นอกจากนี้บางคนก็เรียกตัวเองวาผูที่ไมตองการผาตัดแปลงเพศ (”no-op”)การแตงกายขามเพศ (Cross-dressing) หมายถึง การแตงกายดวยเสื้อผาที่ตามปกติแลวจะสวมใสโดยผูที่มีเพศสภาพตรงกันขามซึ่งอาจใชเรียกทั้งผูมีจิตใจเหมือนเพศตรงขามและผูที่แตงกายขามเพศ (Cross-dressers) ผูที่แตงกายขามเพศหรือบางครั้งเรียกอีกอยางหนึ่งวาชายที่ชอบแตงหญิง (transvestites) มักเปนคําที่ใชเรียกผูที่ชอบแตงกายเหมือนเพศตรงขามแตไมไดมีความรูสึกขัดแยงในใจเกี่ยวกับเพศสรีระและอัตลักษณทางเพศของตนแตอยางใด ผูท่ีแตงกายขามเพศสวนใหญเปนผูชายที่รักตางเพศแตแตงกายขามเพศเพื่อความสนุกสนาน เพื่อแสดงบทบาทสมมุติ เพื่อคลายเครียด หรือเพื่อความพึงพอใจทางเพศโดยทั่วไปแลวมักจะไมคอยเรียกผูหญิงที่ชอบแตงตัวเหมือนผูชายวาเปนผูแตงกายขามเพศ เนื่องจากสังคมยอมใหผูหญิงแตงกายไดหลากหลายมากกวาผูชาย (เชนสามารถสวมกางเกงหรือไวผมสั้นได เปนตน)นอกจากนี้ยังมีคําอีกหลายคําที่ใชเรียกบุคคลนั้นๆ ตามความคิดและความรูสึกของคนในสังคมหรือตามการเปลี่ยนแปลงของเพศสภาพ เชน การขามผาน (Passing) หมายถึง ลักษณะของบุคคลที่คนในสั ง คมมองว า เหมื อ นกั บ มี เ พศสภาพที่ ต รงกั น ข า ม ส ว นคํ า ว า การเปลี่ ย นเพศสภาพ (Transitioning) 5
  6. 6. หมายถึงกระบวนการในการเปลี่ยนจากเพศสภาพหนึ่งไปเปนเพศสภาพตรงขาม ซึ่งเปนกระบวนการของการพัฒนาการที่มีหลายขั้นตอนในปจจุบันคนเราอาจไดยินคําวา เพศกํากวม (intersex) มากขึ้น คํานี้มักจะใชในวงการสาธารณสุขที่ทํางานเกี่ยวกับสถานะทางเพศ (gender orientation) เพศกํากวมเกิดจากความผิดปกติในการพัฒนาลักษณะทางกายภาพที่บงบอกเพศจึงทําใหบุคคลนั้นมีลักษณะที่เปนเพศกํากวม (intersex conditions) ซึ่งอาจรวมถึงการมีความผิดปกติของอวัยวะเพศภายนอกหรืออวัยวะสืบพันธุภายใน โครโมโซมเพศหรือฮอรโมนทางเพศ ดังตอไปนี้: • อวัยวะเพศที่ปรากฏภายนอกไมสามารถบอกไดชัดเจนวาเปนชายหรือหญิง • การพัฒนาของอวัยวะสืบพันธุภายในไมสมบูรณหรือผิดปกติ • ความไมสอดคลองกันของลักษณะอวัยวะเพศภายนอกกับอวัยวะสืบพันธุภายใน • ความผิดปกติของโครโมโซมเพศ • ลักษณะที่ผิดปกติของอัณฑะหรือรังไข • รางกายผลิตฮอรโมนเพศมากเกินไปหรือนอยเกินไป หรือ • รางกายไมสามารถตอบสนองตอฮอรโมนเพศไดตามปกติการวินิจฉัยลักษณะที่เปนเพศกํากวมนี้อาจไมถูกตองเสมอไป แมแตผูเชี่ยวชาญเองบางครั้งก็ไมสามารถตกลงกันไดวาอะไรที่เขาขายลักษณะที่เปนเพศกํากวมที่แทจริง และหนวยงานภาครัฐเองก็ไมไดเก็บขอมูลสถิติเกี่ยวกับจํานวนคนที่มีเพศกํากวมอีกดวย ผูเชี่ยวชาญบางคนประมาณการวาเด็ก 1 คนในทุก 1,500 คนที่เกิดมาจะมีอวัยวะเพศซึ่งไมสามารถบอกไดชัดเจนวาเปนเพศชายหรือเพศหญิงเพศวิถีของผูที่มีเพศกํากวมเด็กที่มีลักษณะที่เปนเพศกํากวมสวนใหญมักจะเติบโตขึ้นเปนคนรักตางเพศ แตบางคนที่มีลักษณะที่เปนเพศกํากวมบางอยางมีแนวโนนสูงที่จะเติบโตขึ้นเปนผูใหญท่เปนเกย เลสเบี้ยน หรือเปนคนรักสองเพศ ีหมายเหตุ: ในคูมือเลมนี้ขอใชคําศัพทเรียก คนขามเพศ วา “สาวประเภทสอง”มีผูชายจํานวนมากที่โดยธรรมชาติแลวเปนผูที่ชอบผูหญิง แตมีความจําเปนตองมีเพศสัมพันธกับผูชายดวยกันเนื่องจากไมสามารถหาผูหญิงมาเปนคูและมีเพศสัมพันธดวยได เนื่องดวยเงื่อนไขหลายประการ อาจจะดวยการอยูในสังคมแบบอนุรักษนิยมซึ่งไมอนุญาตใหหญิงชายอยูรวมกัน หรืออยูในสภาพแวดลอมที่มีแตชายลวนเปนระยะเวลายาวนาน เชน เรือนจํา คายทหาร ที่พักของแรงงานตางชาติ หรือสถานศึกษาชายลวน การที่ไมสามารถมีเพศสัมพันธกับผูหญิงไดทําใหผูชายเหลานี้จําเปนตองหาทางออกเพื่อระบายความตองการทางเพศดวยการมีเพศสัมพันธกับผูชายดวยกัน พฤติกรรมทางเพศนี้ไมไดมีความเกี่ยวของกับการเปนเกยหรือการเปนชายรักเพศเดียวกันแตอยางใด ชายบริการในหลายประเทศในทวีปเอเชียสวนใหญรูตัวดีวาเปนชายรักหญิง แต 6
  7. 7. จะยอมมีเพศสัมพันธกับผูชายดวยก็เพราะจําตองหารายไดเลี้ยงครอบครัว คนเหลานี้สวนใหญมีคูครองหรือมีคนรักเปนผูหญิง แตกมีชายบริการจํานวนมากที่รูวาตัวเองเปนเกยหรือชายรักชาย และมีเพศสัมพันธเฉพาะกับ ็ผูชายดวยกันเทานั้น ผูชายบางคนชอบมีเพศสัมพันธกับผูชายเทานั้นแตไมไดตองการมีเพศสัมพันธกับผูหญิงแตกลับถูกบังคับใหแตงงานและมีครอบครัวจึงทําใหตองมีเพศสัมพันธกับผูหญิง บางคนชอบผูชายแตก็มีเพศสัมพันธกับผูหญิงได หรือในทางกลับกันบางคนชอบผูหญิงแตก็มีเพศสัมพันธกับชายได บางคนตองการมีเพศสัมพันธเฉพาะกับผูหญิงเทานั้นแตอาจจะมีเพศสัมพันธกับผูชายเพื่อแลกกับเงินหรืออาจจะเปนเพราะไมสามารถหาผูหญิงมานอนดวยได ในทํานองเดียวกัน สถานการณเชนนี้ก็อาจจะเกิดขึ้นไดกับสาวประเภทสองเชนกัน อันเนื่องมาจากความจําเปนบางประการทําไมผูชายบางคนจึงมีรกเพศเดียวกัน ? ัไมมีขอมูลแนชัดวา เพราะเหตุใดหลายคนจึงเปนผูที่รักตางเพศ และทําไมบางคนจึงรักเพศเดียวกัน บางทฤษฎีใหความสําคัญกับความแตกตางดานชีววิทยาระหวางคนที่เปนคนรักตางเพศและคนรักเพศเดียวกัน เชน ระบบรางกายและสมอง และทฤษฎีนี้ยังเชื่ออีกวา คนบางคนเกิดมาพรอมกับเพศวิถีที่ถูกกําหนดมาตั้งแตเกิด แตจากการทดลองและทดสอบเพื่อหาความแตกตางของชายทั้งสองประเภทนี้ โดยการวัดระดับฮอรโมน ตรวจสอบอวัยวะที่บงบอกเพศ และโครงสรางของสมอง ก็ยังไมพบหลักฐานที่สามารถใชแยกประเภทของคนทั้งสองแบบ นี้ไดอยางชัดเจนในทางจิตวิทยามีคําอธิบายที่มุงเนนปจจัยทางดานอิทธิพลจากประสบการณชีวิต รูปแบบของการเลี้ยงดูในวัยเด็ก ความสัมพันธกับคนอื่นๆ โดยเฉพาะอยางยิ่งกับพอแม ความคิดเรื่องเพศวิถีและพฤติกรรมของบุคคลจะไดรับอิทธิพลมาจากสภาพแวดลอมในครอบครัว ประสบการณสวนตัว และความรูสึกนึกคิดเกี่ยวกับตัวเองของบุคคลนั้นๆเอง ความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องเพศมักจะกอตัวขึ้นจากคานิยมของครอบครัว ซึ่งในภายหลังความเชื่อเหลานี้จะแปรเปลี่ยนไปตามประสบการณทางเพศซึ่งอาจเปนความรูสึกที่ดีหรือความรูสึกในเชิงลบก็ได และความรูสึกเหลานี้เองที่จะทําใหเขาตัดสินใจที่จะมีพฤติกรรมทางเพศไปในทางใดทางหนึ่งหรือเลือกคูนอนเปนแบบใดในที่สด แตอยางไรก็ตามในตลอดชวงชีวิตของคนๆหนึ่ง สิ่งที่มีอิทธิพลที่สุดตอพัฒนาการและพฤติกรรม ุทางเพศก็คือความรูสกนึกคิดเกี่ยวกับตัวเองของบุคคลนั่นเอง ึนอกจากนี้ยังมีอีกทฤษฎีหนึ่งกลาววา การที่คนเราเลือกที่จะเปนเพศใดนั้นขึ้นอยูกับความตั้งใจของแตละคนและการที่ผูชายบางคนมีเพศสัมพันธกับผูชายดวยกัน เกิดขึ้นเพราะมีความตองการจะหลีกเลี่ยงบทบาททางเพศที่สังคมกําหนด แตละทฤษฎีที่กลาวมานี้ยังมีหลักฐานสนับสนุนไมมากนัก ดังนั้นจึงมีนักวิจัยหลายคนคิดวารสนิยมทางเพศเปนผลรวมกันที่เกิดมาจากทั้งปจจัยทางธรรมชาติและปจจัยสภาพแวดลอมทางสังคมชายขายบริการและสาวประเภทสองที่ขายบริการผูขายบริการทางเพศครอบคลุมถึงกลุมคนที่แตกตางหลากหลาย จึงไมสามารถจะระบุไดอยางชัดเจนวา คนเหลานี้มีพฤติกรรมและทัศนคติเรื่องการปองกันการติดเชื้อเอชไอวีและการดูแลรักษาตนเองอยางไร เชน บางคนอาจจะเปนผูใชยาเสพติดชนิดฉีด บางคนเปนชายหรือหญิงที่แตงงานแลว บางคนเปนลูกจาง (ถูกบังคับหลอกลวง ขมขูใหขายบริการ หรือถูกสงไปตางประเทศ) บางคนอาจจะเปนนักเรียนนักศึกษา หรือชนกลุมนอยผูขายบริการอาจมีเพศสภาวะไดทุกรูปแบบ (ชาย หญิง หรือคนขามเพศ) บางคนอาจจะทํางานนี้ชั่วคราว แตบางคนยึดเปนอาชีพประจําของตน การจัดบริการสุขภาพทั้งดานการปองกันและดูแลรักษาจึงตองดูแลใหครอบคลุม ไมเฉพาะตัวผูใหบริการทางเพศเทานั้น แตรวมถึงคูนอน สามี ภรรยา พอแมดวย 7
  8. 8. บทที่ 2 กรอบความคิดเกี่ยวกับชายที่มีเพศสัมพันธกบชายและสาวประเภทสองในสังคมไทย ัคําวา “ชายที่มีเพศสัมพันธกับชาย” (MSM) ใชเพื่ออธิบายพฤติกรรมมากกวาการบงบอกถึงอัตลักษณ คําๆนี้มีขึ้นเพื่ออธิบายถึงชายทุกคนที่มีเพศสัมพันธกับชายดวยกัน โดยไมคํานึงวาสภาพแวดลอม ความชอบ หรือการระบุเพศของตนจะเปนอยางไร (Foreman, 2003) คําๆ นี้เริ่มเปนที่รูจักในประเทศไทยในชวงป 2523 พรอมๆกับการแพรระบาดของเชื้อเอชไอวี การหาคําอื่นที่มีความหมายเทียบเคียงในภาษาไทยมาใชทดแทนคํานี้คอนขางทําไดยาก จึงมีการใชคํานี้กันอยางแพรหลาย ซึ่งคนไทยสวนใหญอาจจะไมคุนเคยเทาใดนัก ในขณะที่คํ า ที่ เ ป น ที่ รู จัก คุ น หู ม ากกวา ในสั ง คมไทย คื อ คํ า ว า “กะเทย” แตคํ า ว า กะเทยนั้ น ไม ไ ด มี ค วามหมายที่ จ ะครอบคลุมพฤติกรรมทางเพศทั้งหมดของชายที่มีเพศสัมพันธกับชายได สวนคําอื่นๆ ที่ใชเพื่ออธิบายพฤติกรรมเพศของชายที่มีเพศสัมพันธกับชาย เชน เกย แมคํานี้จะเขาใจไดไมยากในการตีความทั่วไป แตก็มีความหมายที่แตกตางออกไปตามสภาพแวดลอมและสถานภาพทางเศรษฐกิจและสังคมของแตละบุคคลชายที่มีเพศสัมพันธกับชายประเภทตางๆ 1เรื่องชายรักชายไมใชเรื่องใหมสําหรับประเทศไทย แตพฤติกรรมดังกลาวกลับตองปกปดซอนเรน เพราะเปนเรื่องละเอียดออนซึ่งเกิดมาจากบรรทัดฐานและคานิยมทางสังคมไทย และเนื่องจากผูที่มีพฤติกรรมเชนนี้มักจะถูกตีตราจากสังคมรอบขาง จึงเปนเหตุใหชายที่มีเพศสัมพันธกับชายมีรูปแบบในการแสดงออกถึงตัวตนหรืออัตลักษณทางเพศของตนที่หลากหลายแตกตางกันออกไปในต างจังหวั ดหรื อในสังคมชนบทของไทย พฤติกรรมทางเพศระหวางชายดวยกัน ถูกจํากัดอยูเ พียงคําวา“กะเทย” กับ “ผูชาย” คําวา กะเทย เปนคําไทยเดิมที่มีความหมายถึงผูหญิงหรือผูชายซึ่งอยากเปนอีกเพศหนึ่งในภาษาสมัยใหมคํานี้หมายถึงคนมีความรูสึกเปนเพศตรงขาม พยายามทําตัวใหเปนเพศที่ตนตองการ หรือเปนชายที่กระตุงกระติ้ง ซึ่งอาจถูกเรียกดวยคําตางๆ ที่มีความหมายวาเปนกะเทย แตในตางจังหวัดหรือในสังคมเขตชนบทมักจะไมรังเกียจคนที่เปนกะเทย อีกทั้งกะเทยยังสามารถมีสวนรวมในกิจกรรมทางสังคมไดโดยเฉพาะอยางยิ่งในระดับครอบครัวและหมูบาน การยอมรับโดยปริยายเชนนี้มักเกิดจากความเชื่อของคนใน1 1 Excerpts from: HIV and Men Who Have Sex with Men : HIV/AIDS and Human Rights in Southeast Asia. Expert Meeting onHIV/AIDS, Organized by Asia-Pacific Regional Office of the United Nations of the High Commissioner for Human Rights (OHCHR),23 – 24 March 2004. Adapted from "HIV and men who have sex with men: Perspectives from selected Asian Countries" Roy Chan,Ashok Row Kavi, Greg Carl, Shivanada Khan, Dede Oetomo, Michael L. Tan and Tim Brown, AIDS 1998, 12 (Suppl B):S59-S68.The current article updates the situation focusing on the countries of Southeast Asia, and with an emphasis on human rights inrelation to MSM and HIV/AIDS 8
  9. 9. ชนบทวาเปนเรื่องของเวรกรรมจากการประพฤติผิดในกามที่ติดตัวมาตั้งแตอดีตชาติ ดังนั้นการที่กะเทยจะแสดงออกถึงความสนใจในเพศเดียวกันจึงถือเปนเรื่องธรรมดาบทบาทของผูชายที่มีเพศสัมพันธกับชายอาจกําหนดหรือจําแนกไดยากกวา โดยทั่วๆ ไป มักหมายถึงชายที่คิดวาตนเปนชายแทแตมีเพศสัมพันธกับทั้งหญิงและชาย การที่สังคมยังมีคานิยมวาผูหญิงจะตองรักนวลสงวนตัวจนกวาจะแตงงาน ทําใหผูชายไทยตองหาทางออกในการระบายความตองการทางเพศกับหญิงบริการ และอีกทางเลือกหนึ่งก็คอกะเทยนั่นเอง โดยเฉพาะอยางยิ่งความเปนชายหรือเพศวิถีของผูชายจะถือวาปรกติเมื่อตนมี ืบทบาทเปนฝายรุกกับกะเทย ทางออกอีกทางหนึ่งคือวิธีที่เรียกวาเพื่อนชวยเพื่อน หมายถึง การที่ผูชายสองคนมีความเขาใจและใกลชิดสนิทสนมกันในภาวะแวดลอมที่มีแตเพศเดียวกัน จึงอาศัยรางกายของกันและกันในการสนองความตองการทางเพศ เพราะตองรักษาความบริสุทธิ์หรือพรหมจรรยผูหญิง การกระทําเชนนี้ไมนับวาเปนการรักเพศเดียวกัน เพราะเปนเพียงเรื่องของทางกายที่ไมมีความรูสึกทางอารมณหรือจิตใจมาเกี่ยวของ2แตเมื่อใดที่มีอารมณความรูสึกเขามาเกี่ยวของ ก็จะทําใหเขาใจไดยากวาทําไมผูชายคนหนึ่งจึงเกิดความรูสึกรักใครชอบพอผูชายเหมือนกันไดทั้งๆ ที่ก็เปนผูชายเหมือนกันและไมมีลักษณะของความเปนกะเทยแตอยางใดดังนั้นความสัมพันธระหวางคนเพศเดียวกันจึงอาจเกิดขึ้นและดําเนินตอไปไดตราบเทาที่ไมเปดเผยใหผูอื่นไดรับรูในสังคมกึ่งชนบทหรือสังคมเมืองในตางจังหวัด แมจะยังมีแนวคิดและความรูสึกของการแบงแยกความเปนชายและการเปนกะเทยตามที่ไดอธิบายไวขางตน แตคําวา “เกย” ก็เริ่มเปนที่รูจักและเขาใจมากขึ้น แมในชนบทที่หางไกลออกไปคําวาเกยจะมีความหมายเหมือนกะเทย แตในสังคมเมือง คําวาเกย จะหมายถึงผูชายที่มีลัก ษณะเหมื อนผูช ายทั่ วไป เพี ย งแต ช อบผู ช ายด ว ยกัน แม ว า คํ า ว า เกย จ ะสามารถครอบคลุ ม ถึ ง อารมณความรูสึกของการชอบเพศเดียวกันของชายได แตคําวา เกยคิง หรือ เกยควีน ก็ชวยใหเขาใจถึงบทบาทในความสัมพันธและบทบาททางเพศไดดยิ่งขึ้นีในสังคมเมืองคําวา เกย ถือเปนคําเรียกธรรมดาเหมือนกับคําวา ผูชาย และ กะเทย แตคําที่แสดงถึงบทบาททางเพศกลับไมแนนอนหรือตายตัวเสมอไป ในรายงานเรื่อง พลวัตและบริบทของเพศสัมพันธระหวางชายกับชายในประเทศอินโดนีเชียและประเทศไทย3 ระบุวา “บทบาทในกิจกรรมทางเพศและเพศสภาวะของแตละคนอาจจะไมมีความสัมพันธกันแตอยางใด” ดังนั้นจึงไมแนนอนเสมอไปวา ผูที่มีลักษณะภายนอกเหมือนชายทั่ ว ไปจะมี เ พศสั ม พั น ธ เ ป น ฝ า ยรุ ก และผู ที่ มี ลั ก ษณะกระตุ ง กระติ้ ง เหมื อ นผู ห ญิ ง จะเป น ฝ า ยรั บ เท า นั้ นเชนเดียวกับคําวา “ไบ” บางครั้งอาจหมายถึงชายที่มีเพศสัมพันธกับชายหรือหญิงก็ได หรือบางครั้งก็อาจหมายถึงคนที่เปนไดทั้งรุกและรับในการมีเพศสัมพันธกับผูชายดวยกัน (หรือบางคนเรียกวา “โบธ”)2 Lyttleton C: Framing Thai sexuality. TAJA 1995, 6:135-139.3 The Dynamics and Contexts of Male-to-Male Sex in Indonesia and Thailand, Australian Research Centre in Sex, Health andSociety and La Trobe University, 2006. 9
  10. 10. ดวยเหตุที่ชายที่มีเพศสัมพันธกับชายมีความหลากหลายไปตามลักษณะทางสังคม อีกทั้งนิยามที่ไมชัดเจนตายตัว ความเขาใจของผูใหบริการสาธารณสุขเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ทําใหผมารับบริการมีความเสี่ยงจึงเปนเรื่อง ูที่สําคัญยิ่ง เพราะจะชวยปองกันมิใหทําการประเมินหรือตัดสินผูมารับบริการจากบุคลิกภายนอกเทานั้นคําศัพทที่ใชเรียกและผลกระทบแมการมีเพศสัมพันธกับเพศเดียวกันในระหวางผูใหญที่สมัครใจเปนเรื่องไมผิดกฎหมายในประเทศไทย แตการมีเพศสัมพันธระหวางชายกับชายยังคงถูกจํากัดดวยกรอบทางสังคมและวัฒนธรรม ดังนั้นการที่สังคมตีตราตอชายที่มีเพศสัมพันธกับชายจึงเปนปจจัยที่ชวยเพิ่มความเสี่ยงตอการติดเชื้อเอชไอวีและสงผลกระทบตอสุขภาพของผูนั้น เพราะอาจทําใหชายเหลานี้หลีกเลี่ยงหรือไมกลาที่จะไปรับบริการทางสังคมและสาธารณสุข ทายที่สุดก็จะไมสามารถเขาถึงคนกลุมนี้ได ซึ่งเปนกลุมที่ตองการขอมูล ความเขาใจ และการปรึกษามากที่สุด4การตีตราทางสังคมสามารถเห็นไดจากถอยคําหรือความหมายที่ใชเรียกชายที่มีเพศสัมพันธกับชาย คําบางคําอาจเปนที่ยอมรับได แตในขณะที่บางคําแสดงถึงการตีตราและการดูถูกชายที่มีเพศสัมพันธกับชาย เชน คําวา“ตุด” (ซึ่งไดรับอิทธิพลมาจากภาพยนตรเรื่อง ตุดซี่ ใชเรียกชายที่กระตุงกระติ้ง กะเทย หรือคนขามเพศ) คําวาบอย (ปรับมาจากคําภาษาอังกฤษที่ใชเรียกชายที่มีเพศสัมพันธกับชายทั่วๆ ไป แตมีความหมายบงบอกถึงสถานภาพในความสั ม พั น ธ ) เลดี้ บ อย (เป น คํ า ภาษาอั ง กฤษที่ ใ ช เ รี ย กคนข า มเพศ) มั น นี่ บ อย (เป น คํ าภาษาอังกฤษที่ใชเรียกชายขายบริการ) โดยทั่วไปคําที่กลาวมาขางตนบางคนก็อาจจะใชคําศัพทเหลานี้ในการใชเรียกตัวเองเวลาพูดคุยกับคนที่มีความสัมพันธใกลชิด แตคําเหลานี้ผูอื่นไมควรใชในการสื่อสารกับคนที่อยูภายนอกความสัมพันธหรือเครือขายทางสังคมหรือเครือขายเพื่อนของตน เชน ชายที่มีเพศสัมพันธกับชายบางคน อาจจะเรี ยกกัน และกัน ว า “กะเทย” แต ถาเปน คนอื่ นที่ ไม มี ความสนิท คุน เคยแตอยางใดมาเรียกแบบเดียวกันนี้ก็จะทําใหรูสึกโกรธหรือขุนเคืองใจเปนอยางมากดังนั้นผูใหบริการทางสาธารณสุขจึงไมควรใชคําที่กลาวมาขางตนเรียกผูอื่นที่ไมสนิท (แมผูนั้นจะใชคําศัพทเดียวกันเรียกตัวเองก็ตามเวลาพูดคุยในกลุมเพื่อนที่สนิท) แตควรเรียกตามที่ผูมารับบริการตองการใหเรียกเพราะการระบุเพศของคนๆ หนึ่งอาจไมใชภาพสะทอนพฤติกรรมทางเพศของคนๆ นั้น นอกจากนี้นผูใหบริการบางคนอาจจะเคยพบวา มีผูมารับบริการชาวตางชาติที่เปนคนรักเพศเดียวกันที่มาขอรับการตรวจเอชไอวีเพราะไมสะดวกใจที่จะไปรับบริการการตรวจเอชไอวีในประเทศตนเองเนื่องจากการเปนผูที่รักเพศเดียวกันในประเทศของเขานั้ นถื อเปน เรื่องผิดกฎหมาย ผู มาขอรับบริการกลุ มนี้ จึง อาจรู สึก อึดอัดและลําบากใจที่จะเป ดเผยรสนิ ย มทางเพศของตนให ผู อื่ น ไดท ราบ (โดยเฉพาะผูใ ห บ ริก ารสาธารณสุ ข) ดั ง นั้ น ผู ใ หบ ริก ารสาธารณสุขจึงควรมุงเนนทําความเขาใจถึงพฤติกรรมทางเพศของผูมารับบริการมากกวาที่จะใหความสนใจในรสนิยมทางเพศหรืออัตลักษณทางเพศของผูนั้น4 McCamish M, Storer G, Carl G, Kengkanrua K: Why should more attention be given to male-male sex encounters in Thailand. IVInternational Congress on AIDS in Asia and the Pacific. Manila, October 1997 [abstract C(P)082]. 10
  11. 11. การเปดเผยอัตลักษณทางเพศและรสนิยมทางเพศแมวาในประเทศไทยจะไมมีการรังเกียจหรือดูถูกการรักเพศเดียวกันอยางชัดเจนมากนักเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆแลว แตไมไดหมายความวาการรักเพศเดียวกันจะเปนที่ยอมรับโดยทั่วไปในสังคม และแมจะเห็นวาในสังคมจะไมไดมีมาตรการในการปองกันหรือลงโทษผูที่รักเพศเดียวกัน แตการที่สังคมรับไดเชนนี้ก็ไมไดแปลวาเปนการยอมรับโดยสิ้งเชิง ทั้งนี้จะเห็นไดจากการชายที่มีเพศสัมพันธกับชายบางคนแสดงความวิตกกังวลกลัววาการเปดเผยพฤติกรรมทางเพศของตนอาจสงผลกระทบตอหนาที่การงาน หรืออาจถึงขั้นถูกไลออกจากงาน บางคนแสดงความรูสึกอึดอัดใจที่ตองมีชีวิตสองรูปแบบ แบบหนึ่งคือการแสดงใหครอบครัวและเพื่อนรวมงานยอมรับ อีกแบบหนึ่งคือการไดเปนตัวของตัวเองกับคนที่เปนชายที่มีเพศสัมพันธกับชายดวยกัน แมวาการแสดงความรังเกียจและดูถูกในสังคมอาจไมชัดเจนนัก แตชายที่มีเพศสัมพันธกับชายสวนใหญก็ยังคงไมกลาเปดเผยตัวตนที่แทจริงของตัวเอง ดังนั้นการเปดเผยจึงมักจํากัดอยูแตเฉพาะกลุมคนสนิท เชนเพื่อนสนิทที่คบกันมาเปนเวลานาน เพื่อนเกาสมัยที่เปนนักเรียน เพื่อนรวมงานที่สนิทกันมาก หรือคูของตนเทานั้นการใหบริการตางๆที่มีในประเทศไทย มักมีเปาหมายเฉพาะสําหรับประชากรกลุมใดกลุมหนึ่งอยางชัดเจน เชนการบริการสําหรับชายแท เกย สาวประเภทสอง ชายที่มีเพศสัมพันธกับชาย หรือชายขายบริการ ซึ่งยังคงเปนการแบงบนพื้นฐานของเรื่องเพศมากกวาที่จะมุงประเด็นการใหบริการไปที่เรื่องของพฤติกรรม จึงทําใหคนกลุมนี้ยิ่งเผชิญกับความเสี่ยงในการติดเชื้อมากขึ้นเพราะความกลัวที่จะถูกเปดเผยความลับในเรื่องเพศ ทําใหคนเหลานั้นไมกลาที่จะยอมรับพฤติกรรมทางเพศของตน และยังไมกลาเขาไปรับขอมูลขาวสารและบริการตรวจรักษาโรคติดตอทางเพศสัมพันธ และการตรวจเอชไอวี ไปจนถึงําการบริการดานสุขภาพที่เหมาะสมอื่นๆดวยเครือขายทางเพศของชายที่มีเพศสัมพันธกับชายเครือขายทางเพศของชายที่มีเพศสัมพันธกับชายมักเกิดจากปฏิสัมพันธระหวางคนที่มีอัตลักษณทางเพศหลายแบบ ชายที่มีเพศสัมพันธกับชายอาจมีเพศสัมพันธกับคนในกลุมเดียวกัน หรือกับชายที่มีเพศสัมพันธกับชายกลุมอื่นๆ และกับชายหรือหญิงที่เปนคนรักตางเพศดวย ในรายงานเรื่อง “พลวัตและบริบทของเพศสัมพันธระหวางชายกับชายในประเทศไทยและอินโดนีเชีย5“ ระบุวาเครือขายการมีเพศสัมพันธมักเริ่มมาจากเครือขายทางสังคม นอกจากนี้ยังพบวา เครือขายทางสังคมของชายที่มีเพศสัมพันธกับชายในประเทศไทย มักเกิดจากกลุมคนที่มีลักษณะทางเพศคลายๆ กัน มีระดับการเปดเผยอัตลักษณทางเพศที่ใกลเคียงกัน รวมถึงสถานภาพทางเศรษฐกิจและสังคมที่ใกลเคียงกัน โดยทั่วๆไปการมีกิจกรรมทางเพศมักจํากัดอยูในเครือขายทางสังคมเดียวกัน แตการมีปฏิสัมพันธขามเครือขายก็อาจนําไปสูกิจกรรมทางเพศไดเชนกัน5 The Dynamics and Contexts of Male-to-Male Sex in Indonesia and Thailand, Australian Research Centre in Sex, Health andSociety and La Trobe University, 2006. 11
  12. 12. บทที่ 3 ความเสี่ยงและความเปราะบาง/โอกาสตอการติดเชื้อเอชไอวีของ ชายที่มีเพศสัมพันธกบชายและสาวประเภทสอง ัความเสี่ยงตอการติดเชื้อเอชไอวีอัตลักษณทางเพศและพฤติกรรมทางเพศของชายที่มีเพศสัมพันธกับชายนั้นมีความแตกตางที่สําคัญอยูหลายประการ และดวยความแตกตางนี้เองจึงไมควรสรุปวา ผูชายทุกคนที่มีเพศสัมพันธกับชายดวยกันจะตองมีความเปราะบางหรือโอกาสตอการติดเชื้อเอชไอวีเหมือนกัน ชายที่มีเพศสัมพันธกับคูประจําซึ่งมีความสัมพันธดวยเปนเวลานานอาจเปนคนรักเดียวใจเดียวก็ได (หรืออาจจะไมก็ได) สวนชายที่มีเพศสัมพันธอยางปลอดภัยเสมอยอมมีความเสี่ยงในการติดเชื้อเอชไอวีที่นอยกวาชายที่มีคูนอนหลายคนหรือมีเพศสัมพันธโดยไมปองกันดังนั้นการมีเพศสัมพันธทางทวารหนักโดยไมไดใชถุงยางอนามัย เปนสาเหตุหลักของการติดเชื้อเอชไอวีในกลุมชายที่มีเพศสัมพันธกับชายดวยกัน ชายเหลานี้บางคนมีคูนอนเปนหญิง ซึ่งการที่ผูชายมีเพศสัมพันธทางทวารหนักกับผูชายดวยกันโดยไมไดใชถุงยาง จึงอาจจะทําใหหญิงคูนอนหรือลูกของตนมีโอกาสเสี่ยงตอการติดเชื้อเอชไอวีดวยเชนกัน และในทํานองเดียวกัน การมีเพศสัมพันธทางชองคลอดหรือทางทวารหนักระหวางชายและหญิงโดยไมไดใชถุงยางอนามัย ก็เปนสาเหตุที่ทําใหคูนอนของคนๆ นั้นมีโอกาสเสี่ยงตอการติดเชื้อเอชไอวีดวยเชนกันความเสี่ยงของการติดเชื้อเอชไอวีจากการมีเพศสัมพันธทางทวารหนักระหวางชายที่มีเพศสัมพันธกับชายหรือชายกับหญิง จะมีความเสี่ยงที่สูงมากหากไมไดใชถุงยางอนามัยในขณะที่มีเพศสัมพันธ เนื่องจากผิวเยื่อบุภายในบริเวณทวารหนักมีความบอบบางและฉีกขาดไดงาย แมแตรอยถลอกเล็กนอยที่เกิดขึ้นในชองทวารหนักก็ ส ามารถเป น ช อ งทางให เ ชื้ อ เอชไอวี เ ข า สู ร า งกายได แต ถึ ง แม จ ะไม มี ร อยถลอกก็ ยั ง เชื่ อ กั น ว า เซลล ใ นชองทวารหนักมีภูมิคุมกันเชื้อเอชไอวีต่ํากวาเซลลบริเวณอื่นของรางกาย คนที่เปนฝายรับในการมีเพศสัมพันธทางทวารหนักโดยไมไดใชถุงยางปองกัน จะมีความเสี่ยงสูงกวาผูหญิงที่มีเพศสัมพันธทางชองคลอดกับชายที่ติดเชื้อเอชไอวีโดยไมไดใชถุงยางปองกันหลายเทา ผูชายบางคนชอบที่จะมีกิจกรรมทางเพศดวยการเอากําปนสอดเขาไปในทวารหนักของคูนอนกอนที่จะสอดใสอวัยวะเพศของตน วิธีการเชนนี้จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงที่จะทําใหผิวหนังบริเวณทวารหนักฉีกขาดมากขึ้น การมีเพศสัมพันธทางทวารหนักที่ไมไดปองกันทําใหคูนอนที่เปนฝายรุกมีความเสี่ยงตอการติดเชื้อไดเชนกันหากคนที่เปนฝายรับนั้นมีเชื้อเอชไอวีแลว ยิ่งไปกวานี้ การเปนโรคติดตอทางเพศสัมพันธที่ยังรักษาไมหาย เชน ซิฟลิส หนองในแท หรือหนองในเทียมก็ตาม ยิ่งเพิ่มโอกาสเสี่ยงตอการติดเชื้อเอชไอวีมากยิ่งขึ้นหากคูนอนของตนมีเชื้อเอชไอวีการมีเพศสัมพันธทางปาก (ปากกับอวัยวะเพศชาย) เปนอีกกิจกรรมทางเพศที่เกิดขึ้นบอยครั้ง แมวาโอกาสเสี่ยงตอการติดเชื้อเอชไอวีจะคอนขางต่ํา แตอาจจะไดรับเชื้อโรคติดตอทางเพศสัมพันธอื่นๆก็ได แตวิธีการปองกันที่ดีที่สุดคือ การใชถุงยางอนามัย หลายคนไมใชถุงยางอนามัยเพราะกลิ่นและรสของถุงยางอนามัยนั้นเองทําใหลดความสุขทางเพศลง การหลั่งน้ําอสุจิในปากของคูนอนเปนอีกวิธีหนึ่งที่ทําใหเกิดความเสี่ยงตอการติดเชื้อเอชไอวีได การถอนอวัยวะเพศออกจากปากคูนอนกอนที่จะหลั่งน้ําอสุจิจะชวยลดความเสี่ยงตอการติดเชื้อเอชไอวีได อยางไรก็ตามหากมีการติดเชื้อโรคติดตอทางเพศสัมพันธ มีบาดแผล หรือมีรอยถลอกในปากจะยิ่งเพิ่มโอกาสเสี่ยงตอการติดเชื้อเอชไอวีมากยิ่งขึ้นกิจกรรมทางเพศที่มักเกิดขึ้นบอยครั้งในรูปแบบอื่นๆ เชน การถูไถอวัยวะเพศชายกับรองอกหรือขาหนีบ หรือการสําเร็จความใครใหแกกัน มีความเสี่ยงตอการติดเชื้อเอชไอวีนอยมาก แตอาจมีความเสี่ยงในการติดเชื้อโรคติดตอทางเพศสัมพันธได กิจกรรมทางเพศที่หลากหลายเหลานี้ขึ้นอยูกับแตละกลุมคนหรือสังคมในแตละประเทศ รวมทั้งวิธีการมีเพศสัมพันธที่ปลอดภัยที่ไดรับการยอมรับในแตละสังคม 12
  13. 13. ความเปราะบางหรือโอกาสเสี่ยงในการติดเชื้อเอชไอวีการที่ไมมีกิจกรรมดานการปองกันหรือบริการที่เปนมิตรตอชายที่มีเพศสัมพันธชายหรือสาวประเภทสอง ทําใหคนกลุมนี้มีความเปราะบางหรือโอกาสเสี่ยงตอการติดเชื้อเอชไอวี มีหลายประเทศในทวีปเอเชียที่ยังไมเต็มใจพรอมจะยอมรับวาประเทศของตนมีประชากรที่เปนชายที่มีเพศสัมพันธชายหรือสาวประเภทสองอยูดวย ซึ่งเปนเหตุใหประเทศเหลานั้นปฏิเสธวา ไมมีการตีตราดูถูกตอผูที่รักเพศเดียวกันในประเทศของตน (เนื่องจากไมยอมรับรูวามีคนกลุมนี้อยู) ทั้งๆ ที่ในความเปนจริงนั้นทั้งการตีตราดูถูกคนรักเพศเดียวกันและกิจกรรมทางเพศ ระหวางชายนั้นเกิดขึ้นไดในหลายระดับของสังคม และมักจะถูกตําหนิและดูถูกจากสังคมดวยเชนกันการใชถุงยางอนามัยการตีตราและการดูถูกตอคนรักเพศเดียวกัน เปนสาเหตุที่ทําใหชายที่มีเพศสัมพันธกับชายบางคนไมกลาเปดเผยตัว และทําใหสังคมไมไดรับรูวามีคนกลุมนี้อยูในสังคมเดียวกัน ผลกระทบสืบเนื่องจากเรื่องนี้ทําใหการจัดกิจกรรมดานการปองกันและบริการทางดานสุขภาพที่จําเปนตอประชากรกลุมนี้จึงไมมีประสิทธิภาพเทาที่ควร การรังเกียจกีดกันยังสงผลใหไมสามารถจัดบริการแจกจายถุงยางและสารหลอลื่นในสถานที่ที่คนเหลานี้มักจะมีกิจกรรมทางเพศกัน การใชถุงยางอยางสม่ําเสมอเกิดขึ้นนอยมากในคนกลุมนี้ ดวยความเชื่อที่วา พวกเขามีความเสี่ยงนอย และดวยเหตุที่ชายที่มีเพศสัมพันธกับชายบางคนมีเพศสัมพันธกับคูนอนหญิงชายที่มีเพศสัมพันธกับชายจึงอาจเปนปจจัยหนึ่งที่เชื่อมโยงสถานการณการระบาดของเอชไอวีไปสูประชากรสวนใหญในภาพรวมการรับรูเรื่องความเสี่ยงสื่อประชาสัมพันธหรือขอมูลขาวสารที่มีขึ้นเพื่อกลุมชายที่มีเพศสัมพันธกับชายหรือสาวประเภทสองโดยเฉพาะนั้นมีอยูนอยมาก โครงการดานการปองกันเอชไอวีในทวีปเอเชียสวนใหญจะมุงเนนการเฉพาะในกลุมรักตางเพศ และกลุมที่ใชสารเสพติดชนิดฉีดเทานั้น จึงทําใหกลุมชายที่มีเพศสัมพันธกับชายสรุปเอาเองวา พฤติกรรมทางเพศที่พวกเขาปฏิบัติกันนั้นไมไดคงจะมีความเสี่ยงนอย (เกิดจากการสันนิษฐานเอาเองเนื่องจากมีโครงการปองกันเอชไอวีเฉพาะกลุมคอนขางนอยมาก) ซึ่งอาจคิดวาการมีเพศสัมพันธกับผูหญิงเปนเรื่องที่มีความเสี่ยงมากกวาและการมีเพศสัมพันธแบบชายที่มีเพศสัมพันธกับชายเปนเรื่องที่ปลอดภัยกวา (โดยเฉพาะในบางประเทศ เชน เวียดนาม)จํานวนและประเภทของคูนอนการตีตราและการดูถูกทางสังคมอาจเปนปจจัยหนึ่งที่ทําใหชายที่มีเพศสัมพันธกับชายหรือสาวประเภทสองนั้นไมสามารถจะมีความสัมพันธกันไดอยางยืนยาว เนื่องจากไดรับผลกระทบในหลายๆดาน แตอยางไรก็ตามชายที่มีเพสสัมพันธกับชายก็ตองการความสัมพันธและความรักในชีวิตของตน จึงสงผลใหในบางครั้ง หลายคนมีจํานวนคูนอนจํานวนมาก และบางคนมีเพศสัมพันธแบบเปนครั้งคราว (ไมผูกพันหรือผูกมัด)อยูบอยครั้งมากซึ่งมักจะสงผลตอโอกาสในการตอรองที่จะมีเพศสัมพันธอยางปลอดภัย โดยอาจขึ้นอยูกับอัตลักษณทางเพศและสถานภาพทางเศรษฐกิจการถูกบังคับขืนใจใหมีเพศสัมพันธในกลุ ม ชายที่ มี เพศสั ม พั น ธ กั บ ชายก็ ยัง มี รูป แบบการมีเ พศสั ม พั น ธ ที่อาจไม ได เ กิ ดจากความสมั ค รใจ ซึ่ งเหตุการณเชนนี้มักจะเกิดในกลุมชายอายุนอย ซึ่งคนที่เปนเหยื่อของความรุนแรงทางเพศมักไมกลาที่จะเปดเผยสิ่งที่เกิดขึ้นดวยกลัวคนอื่นจะรูวาตนมีเพศสัมพันธกับผูชายดวยกันการติดเชื้อโรคติดตอทางเพศสัมพันธที่ยังไมไดรักษาใหหายขาดการมีเพศสัมพันธที่ไมไดปองกัน อาจทําใหชายที่มเพศสัมพันธกับมีโอกาสไดรับเชื้อโรคติดตอทางเพศสัมพันธที่ ีสามารถติดตอไดทั้งทางปาก ทางอวัยวะเพศชาย และทางทวารหนัก ซึ่งมีสวนชวยเพิ่มความเสี่ยงตอการติดเชื้อเอชไอวีใหมากขึ้น และเนื่องจากกลัววาคนอื่นจะรูถึงพฤติกรรมทางเพศของตน ชายที่มีเพศสัมพันธกับชายจึงไมกลาเปดเผยถึงอาการของโรคดังกลาว สุดทายจึงไมมีโอกาสไดตรวจพบและรับการรักษาที่เหมาะสม 13
  14. 14. นอกจากความกลัวดังกลาวแลว บุคคลากรทางแพทยและผูใหบริการสาธารณสุขสวนใหญเองก็มักจะยังไมเคยไดรับการฝกอบรมที่เหมาะสมในการวินิจฉัยหรือรักษาการติดเชื้อหรือโรคติดตอที่เกิดขึ้นในปากและทวารหนัก(ซึ่งนอกเหนือไปจากการตรวจที่อวัยวะเพศชาย)ชายที่มีเพศสัมพันธกับชายและสาวประเภทสองควรมีสิทธิเชนเดียวกันคนทั่วไปในการไดรับขอมูลขาวสารเกี่ยวกับพฤติกรรมเสี่ยง การปองกันตนเองใหปลอดภัยจากการติดเชื้อที่เกิดจากการมีเพศสัมพันธ การไดรับบริการดานการปองกันและดูแลรักษาการติดเชื้อเอชไอวี รวมทั้งการไดรับบริการใหการปรึกษาและการตรวจเอชไอวี รวมถึงการดูแลสุขภาพดานอื้น ๆ และสิทธิท่จะไดรับการปกปองคุมครองจากการถูกตีตราดูถูกหรือการ ีเลือกปฏิบติที่เกิดจากรสนิยมทางเพศ แตเมื่อสิทธิขั้นพื้นฐานเหลานี้ถูกละเมิด ประกอบกับปจจัยแวดลอมอื่นๆ ัจึงสงผลใหเกิดควาเปราะบางหรือโอกาสเสี่ยงในการติดเชือเอชไอวีมากขึ้น การคุมครองสิทธิคนเหลานี้จึงเปนวิธีการที่ชวยทําใหพวกเขาไดรับบริการและนําขอมูลขาวสารที่ไดรับไปใชประโยชนในการปองกันตนเอง ใชในการสรางทักษะที่จําเปนและไดรับบริการที่เหมาะสมและมีคุณภาพสิ่งที่อาจเปนอุปสรรคตอการปองกันการติดเชื้อเอชไอวีมีหลายคนหรือหลายองคกรเสนอวา หากตองการหยุดการแพรระบาดเอชไอวีในกลุมชายที่มีเพศสัมพันธกับชาย วิธีการที่ดีทคือ จะตองใหผูชายเหลานั้นเลิกมีเพศสัมพันธกับผูชายดวยกัน หมายความวาแทนที่จะใหบริการตางๆ เชน การตรวจรักโรคติดตอทางเพศสัมพันธ หรือการแจกถุงยางและสารหลอลื่น โครงการตางๆเพื่อการปองกันเอชไอวีควรที่จะหันมาเนนถึงกลดการมีเพศสัมพันธระหวางชายดวยกันลง ซึ่งอาจมุงเนนตามหลักการหรือวิธีการดังตอไปนี้ :• ยึดถือการปฏิบัติตามขอหามทางศาสนาอยางเครงครัด• มีมาตรการทางกฎหมายกําหนดใหการมีเพศสัมพันธระหวางชายกับชายเปนเรื่องผิดกฎหมาย และตองถูกลงโทษดวยก จําคุก ปรับ และในบางประเทศถึงกับใชวิธีการประหารชีวิต• ตํารวจตองเขมงวดในการปดสถานบันเทิง และควบคุมการมีเพศสัมพันธระหวางผูชายดวยกันในที่สาธารณะ• จํากัดจํานวนสถานที่ที่ชายที่มีเพศสัมพันธกับชายใชเปนที่พบปะกัน• การแสดงความรังเกียจกีดกันตอชายที่มีเพศสัมพันธกับชาย หรือสนับสนุนใหใชมาตรการตอตานทางสังคม เศรษฐกิจ แ กฎหมายตอกลุมชายที่มีเพศสัมพันธกับชาย• คิดคนและผลิตยารักษาอาการรักเพศเดียวกันในประเทศไทย แมหลายคนจะเห็นวาหลักการหรือวิธีการดังกลาวลาสมัยและไมสามารถแกปญหาไดอยางแทจริง แตในควเปนจริง กลับยังมีอีกหลายคน โดยเฉพาะเจาหนาที่บริการสาธารณสุขหลายคน ที่คิดวานี่คือวิธีการแกปญหาที่มีประสิทธิภแตในความเปนจริง จากการทํางานโครงการดานการปองกันในหลายๆประเทศในชวงทศวรรษที่ผานมา พบวา วิธีเหลานี้กลับประสบความสําเร็จในการปองกันพฤติกรรมการมีเพศสัมพันธระหวางผูชายดวยกัน ซึ่งทําใหไมสามารถปองกันเอชไอวีในกชายที่มีเพศสัมพันธกับชายไดเชนกัน ดังนั้น วิธีการหรือมาตรการดังกลาวขางตนจึงอาจเปนปจจัยที่ยิ่งทําใหกลุมชายเพศสัมพันธกับชายไมกลาเขารับบริการทางสุขภาพ และอาจสงผ฀

×