• Like
Unit 7
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Unit 7

  • 1,964 views
Uploaded on

เอกสารประกอบการสอนเรื่อง นวัตกรรมการเรียนรู้

เอกสารประกอบการสอนเรื่อง นวัตกรรมการเรียนรู้

  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Be the first to comment
    Be the first to like this
No Downloads

Views

Total Views
1,964
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0

Actions

Shares
Downloads
88
Comments
0
Likes
0

Embeds 0

No embeds

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
    No notes for slide

Transcript

  • 1. เอกสารประกอบการสอนวิชา 230301 เทคโนโลยีและสื อการศึกษา ดร.อิศรา ก้ านจั กร คณะศึกษาศาสตร์ ม .ขอนแก่น บทที 7 นวัตกรรมทางการศึกษาโครงร่ างเนื อหาของบท คําสําคัญ 1. ความหมายและความสําคัญของนวัตกรรมทางการศึกษา  คอมพิวเตอร์ ช่วยสอน 2. นวัตกรรมทางการศึกษาในช่วงก่อนปฏิรูปการศึกษา  ชุดการสอน 3. นวัตกรรมทางการศึกษาในช่วงปฏิรูปการศึกษา  บทเรียนโปรแกรมวัตถุประสงค์การเรียนรู ้  การเรี ยนรู ้ บนเครือข่าย 1. อธิบายความคิดรวบยอดเกียวกับความหมายและ  อีเลรินนิง ความสําคัญของนวัตกรรมทางการศึกษาได้  มัลติมีเดีย 2. วิเคราะห์ความแตกต่างของนวัตกรรมทางการศึกษา  สิงแวดล้ อมทางการ ในช่วงก่อนและช่วงปฏิรูปการศึกษาได้ เรียนรู ้ 3. เลือกใช้นวัตกรรมทางการศึกษาให้ สอดคล้ องกับสภาพ  ชุดการสร้ างความรู ้ บริบทการเรี ยนการสอนจริงได้กิจกรรมการเรียนรู ้ 1. ให้ มโนทัศน์เชิงทฤษฎี หลั กการ เรือง นวัตกรรมทาง การศึกษา 2. นักศึกษาแบ่งเป็ นกลุ่มย่อย กลุ่มละ 3 คน ศึกษาจาก สิงแวดล้ อมทางการเรี ยนรู ้ บนเครือข่าย http://ednet.kku.ac.th/~sumcha/web-230301/ โดย นักศึกษาศึกษาสถานการณ์ปัญหาบทที 7 วิเคราะห์ทํา ความเข้ าใจค้ นหาคําตอบจากเอกสารประกอบการสอน และแหล่งเรียนรู ้ บนเครือข่ายและร่วมกันสรุปคําตอบ และนําเสนอในรูปแบบ Power point 3. ร่วมกันสะท้ อนผลงานและสรุปองค์ความรู ้ โดยแต่ละกลุ่ม ต้ องสลั บทําหน้ าทีกันสะท้ อนผลได้ แก่ ถามคําถาม ควบคุม ชมเชย ข้ อควรปรับปรุง และประเมิน ) ผู ้ สอน ขยายกรอบความคิดของผู ้ เรียนโดยการตั งประเด็นถึงการ นําไปใช้ ในสภาพบริบทจริง
  • 2. เอกสารประกอบการสอนวิชา 230301 เทคโนโลยีและสื อการศึกษา ดร.อิศรา ก้ านจั กร คณะศึกษาศาสตร์ ม .ขอนแก่นสถานการณ์ ปัญหา(Problem-based learning) กระทรวงศึกษาธิการต้ องการให้ ท่านเลือกและสร้ างนวัตกรรมการเรี ยนรู ้ ให้ เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนทั ง3 แห่งคือ โรงเรียนเปรมสวัสดิ โรงเรียนมหาชัย โรงเรียนเทศบาลวัดธาตุ โรงเรี ยนเปรมสวัส ดิ เป็ นโรงเรี ย นทีอยู่ห่ างไกล ความเจริ ญ ไม่ มี ก ารเชื อมโยงเครื อข่ า ย อินเตอร์ เน็ต แต่พอจะมีคอมพิวเตอร์ ใช้ บ้าง ซึงเป็ น ห้ องคอมพิ วเตอร์ สําหรั บนัก เรี ย น ความต้ อ งการ ของโรงเรี ย นคื ออยากจะได้ สือทีมาแก้ ปั ญหาการ เรียนการสอนทีช่วยกระตุ ้ นให้ เด็กมีความสนใจในการเรี ยนมากขึ น สือนี สามารถทําให้ เด็ก เห็นสภาพเสมือนจริ ง (Realistic) และเหมาะสมกับการศึกษารายบุคคล โดยผู ้ เรี ยนมีปฏิ สัมพันธ์ กับสือโดยตรงอาจจะมี ภาพนิง ภาพเคลือนไหวเสีย ง หรื อ วีดิทัศน์ ประกอบอยู่ ในสือนั น เพื อสร้ างความตืนเต้ น น่าสนใจ และสามารถย้ อ นทบทวนส่วนทีต้ อ งการได้ โ ดยไม่ มีข้อ จํากัด มีการประเมิน เพือแก้ ไขข้ อบกพร่ อ งของตนเองได้อาจจะออกแบบมาในลักษณะของเกม หรื อลักษณะทีกระตุ ้ นให้ ผู ้ เรี ยนให้ มีความกระตือรื อร้ นมากขึนทั งนี ก็สอดแทรกเนื อหาวิชาการเข้ าไว้ อย่างเหมาะสม โรงเรี ยนมหาชั ย ต้ อ งการนวัต กรรมทีสามารถ แก้ ไข ข้ อจํ า กั ด ด้ านสถานที และ เวลา โด ย ประยุกต์ ใช้ คุณสมบัติ เวิล์ด ไวด์ เว็บ ทีโรงเรี ยนมี อยู่ ในการจัด สภาพแวดล้ อ มและสนับสนุนการ เรี ย นการสอน สิงแรกที ต้ อ งมีคื อการลงทะเบีย น เพือขอรหัสผ่านเข้ าเรี ยน หลังจากนั นผู ้ เรี ยนศึกษาเนื อหาอาจเป็ นการอ่านบนจอหรือโหลดเนื อหาลงมาทีเครืองของตน อสังพิมพ์ ทางเครื องพิมพ์ หรืเพือศึกษาภายหลังก็ได้ ผู ้ เรี ยนสามารถกําหนดการเรี ยนได้ ด้ วยตนเอง (Self-directed) เปิ ดโอกาสให้ เ ลือกเรี ยนได้ ตามสะดวก สามารถ กําหนดกรอบเวลาในการเรี ยนรู ้ ได้ เ หมาะสมกับความสามารถในการเรียนรู ้ ของตนเอง คลอบคลุ มทั งการเรี ยนแบบประสานเวลา(SynchronousLearning) และไม่ป ระสานเวลา (Asynchronous Learning) และสามารถถามคํ าถาม ทํ าแบบฝึ กหัด ทํารายงานกลุ่ม อภิ ปรายแลกเปลียนความคิดเห็นแก่ผู ้ เรี ยนคนอืน ๆ ได้ และยังสามารถเข้ าถึงเนื อหาได้ ทุกที ทุกเวลา ทุกสถานที มีต่อ>>
  • 3. เอกสารประกอบการสอนวิชา 230301 เทคโนโลยีและสื อการศึกษา ดร.อิศรา ก้ านจั กร คณะศึกษาศาสตร์ ม .ขอนแก่นสถานการณ์ ปัญหา(Problem-based learning) โรงเรี ย นเทศบาลวั ด ธาตุ ต้ อ งการออกแบบ นวัตกรรมการเรียนรู ้ ทเน้ นให้ ผู ้ เรี ยนสามารถสร้ าง ี ความรู ้ ด้ ว ยตนเอง โดยการเผชิ ญ สถานการณ์ ปั ญหา มีแหล่ง เรี ยนรู ้ ให้ ผู ้ เ รี ยนได้ สืบ ค้ น เมื อไม่ สามารถแก้ ปั ญหาได้ ก็ มี ฐ านความช่ ว ยเหลื อ พร้ อมทั งมี เ ครื องมื อ ที สนับ สนุน การร่ ว มมื อ กั นแก้ ปั ญหา สามารถแลกเปลียนความคิด เห็น ระหว่ างกันได้ ต ลอดเวลา นอกจากนี นวัต กรรมทีพัฒนาขึ นต้ องสามารถนํามาใช้ ได้ ในหลายบริ บทเนืองจากผู ้ เรี ยนมีควา แตกต่างกัน บางกลุ่ม มชอบที จะเรี ย นบนเครื อ ข่ า ย บางกลุ่ม ชอบที จะเรี ย นแบบมัล ติ มี เ ดี ย และบางกลุ่ ม ชอบที จะสามารถนํ า ไปใช้ เ รี ย นได้ ทุก สถานที ไม่ ว่ า จะเป็ นใต้ ร่ม ไม้ หรื อ สถานที ที ไม่ มี ค อมพิ ว เตอร์ ก็สามารถใช้ เรียนรู ้ เพือให้ เกิดประสิทธิภาพได้ภารกิจการเรี ยนรู ้ 1. อธิบายความหมายของสิงแวดล้ อมทางการเรียนรู ้ 2. วิเคราะห์เลือกใช้นวัตกรรมการเรียนรู ้ ให้ สอดคล้ องกับบริบทของโรงเรียนทั ง3 แห่งนี 3. จากประเภทของนวัตกรรมการเรี ยนรู ้ ใ นบทที 7 ให้ ท่า นเสนอนวัตกรรมการเรี ยนรู ้ ที สอดคล้ องกับลั กษณะวิชาเอกทีท่านจะปฏิบัติหน้ าทีสอน พร้ อมทั งอธิบ ายเหตุผล
  • 4. เอกสารประกอบการสอนวิชา 230301 เทคโนโลยีและสื อการศึกษา ดร.อิศรา ก้ านจั กร คณะศึกษาศาสตร์ ม .ขอนแก่นนวั ตกรรมการศึ กษาก่อน นวั ตกรรมการศึ กษาในยุค ปฏิ รูปการศึ กษา ปฏิ รูปการศึ กษามีพื นฐานการออกแบบมา เน้นให้นํ า เทคโนโลยีเ ข้ า มาจากทฤษฎีก ลุ ่ม พฤติ ก รรม นวัตกรรมทาง เพื อเพิ มประสิ ท ธิ ภ าพการนิ ย ม จะเน้นการถ่า ยทอด เรียนรู ้ ของผู ้ เรี ยน โดยเฉพาะเนื อหาจากสื อไปยังผู ้ เ รี ย น การศึกษา การสร้า งความรู ้ด ้ ว ยตนเองโดยตรง บทบาทของผู ้ เรี ยน ซึ งจะมี พื นฐานจากทฤษฎีจะเป็ นการรอรั บ ความรู ้ กลุ ่ม คอนสตรั ค ติ วิ ส ต์ ซึ งนวั ต กรรม ในยุ คนี เ ช่ น เรี ย กว่า สิ งแวดล้ อมทางการบทเรี ย นโปรแกรม ชุ ด การ เรี ย นรู ้ต ามแนวคอนสตรั ค ติสอน คอมพิวเตอร์ช ่วยสอน วิสต์ เช่ น มั ลติมีเดีย ชุ ดสร้างเป็ นต้ น ความรู ้ ฯลฯ ความหมายและความสําคัญของ นวัตกรรมทางการศึกษา
  • 5. เอกสารประกอบการสอนวิชา 230301 เทคโนโลยีและสื อการศึกษา ดร.อิศรา ก้ านจั กร คณะศึกษาศาสตร์ ม .ขอนแก่นความหมายและความสําคัญของนวัตกรรมทางการศึกษาความหมายของนวัตกรรมทางการศึกษา คําว่า "นวัตกรรม" หรื อ นวกรรม มาจากคําภาษาอังกฤษว่า "Innovation" โดยคําว่านวัตกรรม มีรูป ศัพท์ เดิมมาจากภาษาบาลี คือ นว+อตต+กรรม กล่าวคือ นว แปลว่า ใหม่อัตต แปลว่า ตัวเอง และกรรม แปลว่า การกระทํา เมือรวมคํา นว มาสนธิ กับ อัตต จึงเป็ น นวัตต และ เมือรวมคํา นวัตต มาสมาส กับ กรรม จึงเป็ นคํา ว่า นวัตกรรม แปลตามรากศัพท์ เดิมว่า การกระทําทีใหม่ของ ตนเอง หรื อ การกระทํา ของตนเองที ใหม่ (เสาวณี ย์ สิก ขา บัณฑิต, 2528) ส่วนคําว่า "นวกรรม”ทีมีใช้ กันมาแต่เดิม มีรากศัพท์ เดิมมาจากคําว่า นว แปลว่า ใหม่ กรรม แปลว่า การกระทํา จึง แปลตามรูปศัพท์เดิมว่าเป็ นการปฏิบัติหรือการกระทําใหม่ๆ ในความหมายโดยทัวไปแล้ วสิงใหม่ๆ อาจหมายถึงความคิด วิธีปฏิบัติ วัตถุหรือสิงของทีใหม่ ซึงยังไม่เป็ นทีรู ้ จักมาก่อนคําว่านวัตกรรมนี อาจมีผู ้ ใช้คํ า อื นๆ อี ก เช่ น นวัต กรรม ความจริ ง แล้ ว ก็ เ ป็ นคํ า ๆ เดี ย วกั น นันจากการศึ ก ษานิ ย ามความหมาย ของคําว่านวัตกรรมการศึกษาได้ มีผู ้ ให้ ความหมายไว้ ดังนี Hughes (1971) อธิบายว่า นวัตกรรม เป็ นการนําวิธีการใหม่ ๆ มาปฏิ บัติหลังจากได้ผ่านการทดลองหรือได้ รับการพัฒนามาเป็ นขั น ๆ แล้ วโดยมีขั นตอนดังนี 1. การคิดค้ น (invention) 2. การพัฒนา (Development) 3. นําไปปฏิบัติจริ ง ซึงมีความแตกต่างจากการปฏิบัติเดิมทีเคยปฏิบัติมา J.A. Morton (1973) กล่าวว่า “นวัตกรรม " หมายถึง การปรับปรุ งของเก่าให้ ใหม่ขึ นและพัฒนาศักยภาพของบุคลากร ตลอดจนหน่วยงาน หรื อองค์ การนั นนวัตกรรมไม่ใช่การขจัดหรื อล้ มล้ างสิงเก่าให้ หมดไป แต่ เป็ นการปรับปรุ ง เสริ มแต่ง และพัฒนาเพือความอยู่รอดของระบบ Everette M. Rogers (1983) ได้ ให้ ความหมายของคําว่า นวัตกรรม (Innovation) ว่านวัตกรรมคือ ความคิด การกระทํา หรือวัตถุใหม่ ๆ ซึงถูกรับรูว่าเป็ นสิงใหม่ๆ ด้ วยตัวบุคคลแต่ละ ้คนหรื อหน่วยอืน ๆ ของการยอมรับในสังคม(Innovation is a new idea, practice or object,that is perceived as new by the individual or other unit of adoption
  • 6. เอกสารประกอบการสอนวิชา 230301 เทคโนโลยีและสื อการศึกษา ดร.อิศรา ก้ านจั กร คณะศึกษาศาสตร์ ม .ขอนแก่น ไชยยศ เรื องสุว รรณ (2526) ได้ ใ ห้ ความหมาย “นวัตกรรม " ไว้ ว่า หมายถึง วิธี การปฏิบัติใหม่ๆ ทีแปลกไปจากเดิม โดยอาจจะได้ มาจากการคิดค้ นพบวิธีการใหม่ๆขึ นมา หรื อมีการปรับปรุงของเก่าให้ เหมาะสม และสิงทั งหลายเหล่านีได้ รับการทดลองพัฒนาจนเป็ นทีเชือถือได้แล้ วว่าได้ ผลดีทางปฏิบัติ ทําให้ ระบบก้ าวไปสู่จุดหมายปลายทางได้ อย่างมีประสิทธิภาพ บุญเกื อ ครวญหาเวช(2543) กล่าวว่า นวัตกรรมการศึกษา หมายถึง เป็ นการนําเอาสิงใหม่ๆ ซึงอาจอยู่ในรู ปของความคิด หรื อ การกระทํา รวมทั ง สิงประดิษฐ์ ก็ตามเข้ ามาในระบบการศึกษา เพือมุ่งหวังทีจะเปลียนแปลงสิงทีมีอยู่เดิม ให้ ระบบการจัดการศึกษามีประสิทธิ ภาพยิงขึ น สุ มาลี ชัยเจริ ญ (2548) ได้ ให้ ความหมาย “นวัตกรรม " ไว้ ว่า คือ การนําสิงใหม่ๆ ซึงอาจจะเป็ นแนวความคิดหรือการกระทํา หรื อสิงประดิษฐ์ ทีอาศัยหลักการ ทฤษฎี และผ่านการทดลอง วิจัยจนเชือถือได้ เพือเพิมพูนประสิทธิภาพของการปฏิบัติงาน จากนิยามความหมายข้ างต้ นสามารถสรุ ปได้ ว่า นวัตกรรม เป็ นความคิด การกระทําสิงประดิษฐ์ หรื อวิ ธีการใหม่ ๆ หรื อ ทีได้ รับ การพัฒ นาปรั บปรุ งมาจากสิงเดิม โดยต้ องผ่ านการทดลอง วิจัย พัฒนาจนเป็ นทีเชือถือได้ ว่าสามารถนํามาใช้ ได้ อย่างมีประสิทธิภาพความสําคัญของนวัตกรรมการศึกษา นวัตกรรมมี ความสําคัญต่อการศึก ษาหลายประการ ทั งนี เนืองจากในโลกยุคลกาภิ โวัตน์ ทีมี การเปลียนแปลงในทุกด้ านอย่า งรวดเร็ ว โดยเฉพาะอย่า งยิ ง ความก้ า วหน้ า ทั งด้ า นเทคโนโลยี แ ละสารสนเทศ การศึ ก ษาจึง จํ า เป็ นต้ องมี ก ารพัฒ นาเปลียนแปลงจากระบบการศึก ษาที มีอ ยู่ เดิ ม เพื อให้ ทันสมัยต่ อ การเปลียนแปลงของเทคโนโลยี และสภาพสังคมทีเปลียนแปลงไป อีกทั งเพือแก้ ไขปั ญหา านการศึกษาบางอย่างทีเกิดขึ นอย่างมีประสิทธิ ภาพ ทางด้เช่นเดียวกัน การเปลียนแปลงทางด้ านการศึกษาจึงจําเป็ นต้ องมีการศึกษาเกียวกับนวัตกรรมการศึกษาทีจะนํามาใช้ เพือแก้ ไขปั ญหาทางด้ านการศึกษาในบางเรื อง เช่น ปั ญหาทีเกียวเนืองกับจํานวนผู ้ เรียนทีมากขึ น การพัฒนา ลักสูตรให้ ทันสมัย การผลิตและพัฒนาสือใหม่ ๆ ขึ นมา หเพือตอบสนองการเรี ยนรู ้ ของมนุษย์ ให้ เพิมมากขึ นด้ วยระยะเวลาทีสั นลงการใช้ นวัตกรรมมาประยุกต์ ในระบบการบริ ห ารจัด การด้ านการศึกษาก็ มีส่วนช่ว ยให้ ก ารใช้ ทรั พยากรการเรี ยนรู ้เป็ นไปอย่ างมี ประสิท ธิ ภ าพ เช่ น เกิด การเรี ย นรู ้ ด้ วยตน การพัฒ นาศักยภาพทีพึงประสงค์โดยเฉพาะอย่างยิงกระบวนการทางปั ญญาและกระบวนการคิด การพิจารณาว่าสิงหนึงสิงใดเป็ นนวัตกรรมนั น สุมาลี ชัยเจริ ญ(2548) ได้ ชี ให้ เห็นว่าขึ นอยู่กับการรับรู ้ ของแต่ละบุคคลหรื อกลุ่มบุคคลว่าเป็ นสิงใหม่สําหรับเขา งนั นนวัตกรรมของ ดับุคคลกลุ่มใดกลุ่มหนึงอาจไม่ใช่นวัตกรรมของบุคคลกลุ่มอืน ๆก็ได้ ขึ นอยู่กับการรับรู ้ ของบุคคลนั นว่ า เป็ นสิงใหม่ สํา หรั บ เขาหรื อ ไม่ อี กประการหนึงความใหม่ (newness) อาจขึ นอยู่ กับ
  • 7. เอกสารประกอบการสอนวิชา 230301 เทคโนโลยีและสื อการศึกษา ดร.อิศรา ก้ านจั กร คณะศึกษาศาสตร์ ม .ขอนแก่นระยะเวลาด้ วย สิงใหม่ๆ ตามความหมายของนวัตกรรมไม่จําเป็ นจะต้ องใหม่จริ งๆ แต่อาจจะหมายถึงสิงใดสิงหนึงทีเป็ นความคิดหรือการปฏิบัติทีเคยทํากันมาแล้ วแต่ได้ หยุดกันไประยะเวลาหนึง ต่อมาได้ มีการรื อฟื นขึ นมาทําใหม่เนืองจากเห็นว่าสามารถช่วยแก้ ปัญหาในสภาพการณ์ใหม่นั นได้ก็นับว่าสิงนั นเป็ นสิงใหม่ได้ดังนั น นวัตกรรมอาจหมายถึงสิใหม่ๆ ดังต่อไป ง  เป็ นสิงใหม่ทั งหมดหรือใหม่บางส่วนโดยนําสิงเดิมมาปรับปรุง  มีการออกแบบ สร้ าง ผลิต ทีอาศัยทฤษฎี หลั กการ  มีการทดลองและการศึกษาวิจัย  ยังไม่เป็ นทีแพร่หลายจนเป็ นส่วนหนึงของระบบ ในบทนี จะขอนําเสนอนวัตกรรมทางการศึกษาในแต่ละช่วงซึงได้ จากการทบทวนงานวิจัยทางด้ านเทคโนโลยีการศึกษาในประเทศไทย 30 ปี ทีผ่านมา (2520-2550) โดยกําหนดเป็ นช่วงก่อนปฏิรูปการศึกษา ช่วงปฏิ รูปการศึกษาและสิงแวดล้ อมทางการเรี ยนรู ้ ตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ ดังทีจะนําเสนอในแต่ละหัวข้ อต่อไปนีนวัตกรรมทางการศึกษาในช่ วงก่ อนปฏิรูปการศึกษา ความเชือเกียวกับเรียนรู ้ ก่อนยุคปฏิ รูปการศึกษาของไทยจะอยู่บนพื นฐานทีว่าความรู ้เป็ นสิงทีหยุดนิง ไม่มีการเปลียนแปลง ดังนั นหากใครสามารถรับหรื อจดจําความรู ้ ได้ มากทีสุดก็ถือ ว่ า ผู ้ นั นเป็ นผู ้ ที เรี ย นรู ้ ได้ ดี ที สุด และนันคื อ เปาหมายของการจัดการเรี ยนรู ้ ของคแนวคิ ด ้ รูเกียวกับการเรียนรู ้ ดังกล่าวจะสอดคล้ องกับแนวคิดกลุ่มพฤติกรรมนิยม ซึงเชือว่า การเรี ยนรู ้ คือการเปลียนแปลงพฤติก รรม ซึงเป็ นผลมาจากความสัมพันธ์ ระหว่างสิงเร้ า และการตอบสนองและการเรี ยนรู ้ นั นจะคงทนหากได้ รับการเสริ มแรง การฝึ กหัด การทําซํ าๆ เป็ นต้ น บทบทของ าผู ้ เรียนจึงเป็ นผู ้ ทีรอรับความรู ้ ทีจะได้ รับการถ่ายทอดโดยตรงจากครู แนวคิดดังกล่าวนํามาซึงการพัฒนาเป็ นนวัตกรรมทางการศึกษา ดังเช่น บทเรียนโปรแกรม คอมพิวเตอร์ ช่วยสอน ชุดการสอนดังรายละเอียดทีจะนําเสนอต่อไปนีบทเรี ยนแบบโปรแกรม บทเรียนแบบโปรแกรม เป็ นบทเรียนทีเสนอเนื อหาในรู ปของกรอบ หรื อเฟรม(Frame)โดยแบ่งเนื อหาเป็ นหน่วยย่อย ๆ ให้ ผู ้ เรียนได้ เรียนด้ วยตนเองทีละน้ อยแล้ วมีคําถามให้ ผู ้ เรี ยนได้ตอบคําถามและมีเฉลยให้ ผู ้ เรียนได้ ทราบผลทันที
  • 8. เอกสารประกอบการสอนวิชา 230301 เทคโนโลยีและสื อการศึกษา ดร.อิศรา ก้ านจั กร คณะศึกษาศาสตร์ ม .ขอนแก่น นอกจากนี บทเรียนโปรแกรมจะต้ องมี การวางวัตถุประสงค์ ไว้ อ ย่างชัดเจน ระบุการ กระทํ า ที สัง เกตได้ สามารถ วั ด ผลได้ อ ย่ า ง แม่ นยํ า และก่ อนทีจะนํ าบทเรี ย นโปรแกรมมา ใช้ ได้ จะต้ อ งผ่ า นการทด ลองใช้ และ แก้ ไข ปรั บ ปรุ งส่ ว นที เป็ นปั ญหาจนได้ ประสิทธิภาพตามเกณฑ์ ทีได้ ตั งไว้ และลักษณะ ของบทเรี ย นโปรแกรมจะค่ อ ย ๆ เพิ มพู น ประ สบ กา รณ์ กา รเ รี ยน รู ้ เ พิ ม ขึ น เ รื อ ย ๆตามลําดับทีผู ้ สร้ างได้ กําหนดเอา ลักษณะสําคัญของบทเรี ยนแบบโปรแกรม บทเรียนแบบโปรแกรมนั น อาจนํามาใช้ ได้ หลายลักษณะเช่น โปรแกรมคอมพิวเตอร์โปรแกรมเทปโทรทัศน์ เครืองช่วยสอน หรือเป็ นบทเรียนทีเป็ นสิงพิมพ์ ขึ นกับวัตถุประสงค์ การใช้แต่ไม่ว่าจะเป็ นลั กษณะใดก็ตาม บทเรียนแบบโปรแกรมจะมีลั กษณะสําคัญดังนี .........1. กําหนดวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมไว้ .........2. แบ่งเนื อหาวิชาไว้ เป็ นหน่วยย่อย ๆ เรี ยกว่ากรอบหรื อเฟรม (Frame) แต่ละกรอบหรือเฟรมจะมีความสั นยาวแตกต่างกันไป .........3. จัดเรียงลําดับกรอบไว้ อย่างต่อเนืองตามลําดับความง่ายไปหายาก มีการยํ าและทบทวนให้ ผู ้ เรียนทดสอบตนเองอยู่ตลอดเวลาผู ้ เรี ยนจะสามารถเรี ยนไปตามลําดับขั นและเข้ าใจง่าย 4. เปิ ดโอกาสให้ ผู ้ เรียนได้ ประกอบกิจกรรมด้ วยตนเอง โดยศึกษาจากเนื อหาในกรอบผู ้ เรียนจะเกิดความเข้ าใจได้ ดียิงขึ น .........5. มีการให้ ข้อมูลย้ อนกลับทันที โดยผู ้ เรี ยนจะตรวจสอบคําตอบของตนเองว่าถูกต้ องหรือไม่ถ้าถูกต้ องจะมีการให้ รางวัล.หรือเสริมแรง โดยการชมเชย หรื อการทีผู ้ เรี ยนประสบความสําเร็จก็ถือว่าเป็ นแรงเสริมให้ ผู ้ เรียนต้ องการเรี ยนต่อไป.แต่ถ้าตอบผิดก็จะได้ ทราบคําตอบทีถูกต้ องทันที ผู ้ เรียนจะเกิดการเรียนรู ้ ได้ อย่างถูกต้ อง .........6. เปิ ดโอกาสให้ ผู ้ เรียนได้ ใช้ เวลาเรียนอย่างเต็มที โดยไม่จํากัดเวลาเรี ยน ผู ้ เรี ยนทีเรี ยนเร็ วหรื อ ช้ าจะสามารถใช้ เวลาในการเรี ยนอย่ างเต็ มที ตามความสามารถและอัต ราการเรียนรู ้ ของตนในการแสวงหาความรู ้ ชนิดของบทเรียนโปรแกร ม
  • 9. เอกสารประกอบการสอนวิชา 230301 เทคโนโลยีและสื อการศึกษา ดร.อิศรา ก้ านจั กร คณะศึกษาศาสตร์ ม .ขอนแก่นหน่ วยการเรี ยนการสอน หน่วยการเรี ยนการสอน นั นมีชือเรี ยกได้ หลายชือ ได้ แก่ บทเรี ยนโมดูล หรื อบทเรี ยนแบบโมดุลเป็ นบทเรียนทีใช้ เรียนเป็ นรายบุคคล และเป็ นกลุ่มใหญ่ ได้ มีลักษณะเด่นคือ มีการจัดกิจ กรรมการเรี ย นการสอนที หลากหลาย เพื อตอบสนองต่ อความแตกต่ า งระหว่า งบุคคล มีส่วนประกอบหลักได้ แก่ ความมุ่ง หมาย กิ จกรรมการเรี ยนการสอน การประเมินผล (บุญเกื อครวญหาเวช, 2543) ลั กษณะของหน่วยการเรียนการสอน  โปรแกรมทั งหมดถูกขยายเป็ นส่วน ๆ เพื อไม่ใ ห้ เกิด ความซํ าซ้ อน และสามารถ มองเห็นโครงร่างทั งหมดของโปรแกรม  ยึดตัวผู ้ เรียนเป็ นศูนย์ก ลางในการจัดระบบการเรียนการสอน  มีจุดประสงค์ในการเรียนทีชัดเจน  เน้ นการเรียนด้ วยตนเอง  ใช้ วิธีการสอนแบบต่าง ๆ ไว้ หลายอย่าง  เน้ นการนําเอาวิธีระบบ (System Approach) เข้ ามาใช้ ในการสร้ าง หน่ ว ยการเรี ย นการสอนที จัด ทํา ขึ น อาจมีรูป แบบที แตกต่ า งกัน ออกไป เพือความเหมาะสมกับลั กษณะเนื อหาวิชา ผู ้ เรียน ฯลฯ องค์ประกอบทีสําคัญได้ แก่ แต่ 1. หลั กการและเหตุผล 2. สมมรรถภาพพื นฐาน 3. จุดประสงค์ 4. การประเมินผลเบื องต้ น 5. กิจกรรมการเรียนการสอน 6. การประเมินผลหลั งเรียน 7. การเรียนซ่อมเสริมชุดการสอน ชุดการสอน หมายถึง ชุดของกิจกรรมการเรี ยนการสอนทีมีการนําเอาสือการสอนหลายๆ ชนิดมาประกอบเข้ าด้ วยกัน ในรู ปของสือประสมที สอดคล้ อ งกับ เนื อหาและประสบการณ์โดยสือการสอนแต่ละชนิ ดจะส่งเสริ ม ซึงกันและกันเพื อให้ ผู ้ เรี ย นเกิ ด การเปลียนแปลงพฤติก รรมและช่ว ยให้ มี ผลสัมฤทธิ ทางการเรี ยนตามจุดมุ่ ง หมายทีตั งเอาไว้ ภายในชุดการสอนจะประกอบด้ ว ยคู่มือการใช้ ชุดการสอนซึงระบุจุดมุ่ งหมายของการ
  • 10. เอกสารประกอบการสอนวิชา 230301 เทคโนโลยีและสื อการศึกษา ดร.อิศรา ก้ านจั กร คณะศึกษาศาสตร์ ม .ขอนแก่นเรียนการสอน รายละเอียดทีเกียวกับเนื อหาวิชา ลําดับขั นของกิจกรรมการเรี ยนการสอนรายชือสือการสอน แบบทดสอบ บัตรงาน และสืออุปกรณ์ต่างๆ ชุดการสอนจึงมีความเหมาะสม และสามารถเปลียนแปลงพฤติก รรมการเรี ย นรู ้ ของนักเรี ย นได้ อ ย่างมีป ระสิท ธิ ภ าพยิงขึ น(เปรื องกุมุท , 2517; ไชยยศ เรืองสุ วรรณ, 2526; สุ มาลี ชัยเจริญ, 2547) ในการนําชุดการสอนมาใช้ นั นอาศัย แนวคิด หลั กการ ตลอดจนทฤษฎีต่าง ๆ มี 5 ประการ คือ 1. แนวคิดตามหลั กจิตวิทยา เกียวกับความแตกต่างระหว่างบุคคล โดยจัดให้ ผู ้ เรี ยนมีอิสระในการเรียนรู ้ ตามความสามารถ และอัตราการเรียนรู ้ ของแต่ละคน 2. แนวคิดทีจะจัดระบบการผลิต การใช้ สือการสอนในรู ปแบบของสือประสม โดยมีจุดมุ่งหมายเพือเปลียนจากการใช้ สือช่วยครูมาเป็ นใช้ สือเพือช่วยนักเรียนในการรียนรู ้เ 3. แนวคิ ดที จะสร้ างปฏิ สัม พัน ธ์ ระหว่ างครู และนักเรี ยน นัก เรี ยนกับ นัก เรี ยน และนักเรี ยนกับสภาพแวดล้ อม โดยนําสือการสอนมาใช้ ร่วมกับกระบวนการกลุ่ม ในการประกอบกิจกรรมการเรียนการสอน 4. แนวคิดทียึดหลักจิตวิทยาการเรี ยนรู ้ มาจัดสภาพการเรี ยนการสอน เพือให้ เกิดการเรียนรู ้ อย่างมีประสิทธิ ภาพ โดยจัดสภาพการณ์ ให้ ผู ้ เรี ยนได้ ประกอบกิจกรรมด้ วยตนเอง และมีผลย้ อ นกลับทัน ทีว่าตอบถูกหรื อตอบผิด มีการเสริ มแรงทํา ให้ ผู ้ เ รี ยนเกิด ความภาคภูมิใ นและต้ องการทีจะเรียนต่อไป ได้ เรี ยนรู ้ ทีละน้ อยๆ ตามลําดับขั น ตามความสามารถและความสนใจของแต่ละคนคอมพิวเตอร์ ช่วยสอน คอมพิว เตอร์ ถูก พัฒ นานํ า มาประยุก ต์ ใ ช้เพื อการเรี ยนการสอนและการบริ หารงานด้ า นการเรี ยนการ สอนต่า งๆ ในการนําเสนอสาระความรู ้(Tutor) เป็ นเครื องมือ (Tool) ประกอบการเรี ยนการสอนและใช้ เป็ นเครื องมือฝึ ก (Tutee) ทักษะในด้ านต่า งๆ การนํ าคอมพิว เตอร์ ม าใช้ เ พือการเรี ย นการส อ น โ ด ย ทั ว ไ ป จ ะ รู ้ จั ก กั น ใ น ชื อ ที เ รี ย ก ว่ าคอมพิวเตอร์ ช่วยสอน (Computer-Assisted Instruction หรื อ Computer Aid Instruction–CAI) ซึงเป็ นโปรแกรมการเรียนการสอนโดยใช้ เครืองคอมพิวเตอร์ บันทึกเนื อหาวิชาทีมีทั งอักษรข้ อความ ภาพนิง ภาพเคลือนไหว กราฟแผนภูมิ ภาพเคลือนไหวและเสียง ลําดับวิธีการเสนอองค์ความรู ้ ต่างๆ ทีจะให้ ผู ้ เรียนได้ เรียนรู ้ เนื อหาวิชา ส่วนร่ วมและสนองต่อการเรี ยนรู ้ อย่างแข็ง มีขันเพือบรรลุ ผลตามความมุ่งหมายของรายวิชา (ยืน ภู่ สุวรรณ, 2531; ถนอมพร เลาหจรัสแสง ,2541)
  • 11. เอกสารประกอบการสอนวิชา 230301 เทคโนโลยีและสื อการศึกษา ดร.อิศรา ก้ านจั กร คณะศึกษาศาสตร์ ม .ขอนแก่นบทเรียนคอมพิวเตอร์ ช่วยสอน แบ่งตามลั กษณะการเสนอเนื อหาได้4 ลั กษณะ คือ 1. บทเรียนชนิดโปรแกรมการสอนเนื อหารายละเอียด(Tutorial Instruction) บทเรี ยนนีจะมีลั กษณะเป็ นกิจกรรมเสนอเนื อหาโดยจะเริ มจากบทนําซึงเป็ นการกําหนดจุดประสงค์ ของบทเรี ยน หลังจากนั นเสนอเนื อหาโดยให้ ความู ้ แก่ผู ้ เรี ยนตามทีผู ้ ออกแบบบทเรี ยนกําหนดไว้ รและมีคําถามเพือให้ ผู ้ เรี ยนตอบ โปรแกรมในบทเรี ยนจะประเมินผลคําตอบของผู ้ เรี ยนทันทีซึงการทํางานของโปรแกรมจะมีลั กษณะวนซํ าเพือให้ ข้อมูลย้ อนกลั บจนจบบทเรียน 2. บทเรี ยนชนิด โปรแกรมการฝึ กทัก ษะ (Drill and Practice) บทเรี ยนชนิดนี จะมีลั กษณะให้ ผู ้ เรียนฝึ กทักษะหรือฝึ กปฏิบัติเรืองใดเรืองหนึงโดยเฉพาะ 3. บทเรียนชนิดโปรแกรมจําลองสถานการณ์ (Simulation) มีลักษณะเป็ นแบบจําลองเพือฝึ กทักษะและการเรียนรู ้ ใกล้ เคียงกับความจริงผู ้ เรียนไม่ต้องเสียงภัย และเสียค่าใช้ จ่ายน้ อย 4. บทเรี ยนชนิด โปรแกรมเกมการศึก ษา (Education Game) มี ลักษณะเป็ นการกําหนดเหตุการณ์ วิธีการ และกฎเกณฑ์ ให้ ผู ้ เรี ยนเลือกเล่นและแข่งขัน การเล่นเกมจะเล่นคนเดียวหรือหลายคนก็ได้ การแข่งขันโดยการเล่นเกม จะช่วยกระตุ ้ นให้ ผู ้ เล่นมีการติดตามถ้ าหากเกมดัง กล่า วมี ค วามรู ้ สอดแทรกก็จ ะเป็ นประโยชน์ ดี มาก แต่ การออกแบบบทเรี ย นชนิ ดเกมการศึกษาค่อนข้ างทําได้ ยาก บทเรี ยนคอมพิวเตอร์ ช่วยสอนมีขั นตอนในการนําเสนอเนื อหาเช่นเดียวกับการสอนแบบโปรแกรม การสร้ างบทเรี ยนจึงใช้ วิธีเดียวกันกับการสร้ างบทเรี ยนโปรแกรมนันเอง เมือได้บทเรี ยนโปรแกรม ซึงบางตําราเรี ยกว่า บทเรี ยนสําเร็ จรู ป (Programmed Text) ต่อจากนั นจึงนํ า ไปแปลงเป็ นภาษาคอมพิ ว เตอร์ โดยอาศัย โปรแกรมสํ า เร็ จ เพื อเป็ นคํ า สังให้ เครื องคอมพิวเตอร์ ทํา งานตามเนื อหาที ผู ้ เขี ยนโปรแกรมออกแบบ ดังนั น ในการออกแบบบทเรี ย นคอมพิวเตอร์ ช่วยสอน จึงต้ องอาศัยพื นฐานทางทฤษฎี การเรียนรู ้ เพือเข้ าใจผู ้ เรี ยนแต่ละระดับและเน้ นผู ้ เรียนเป็ นศูนย์กลางฉะนั นการออกแบบบทเรียนคอมพิวเตอร์ ช่วยสอนจึงมีขั นตอนดังนี  กําหนดเนื อหาวิชาและระดับชั น โดยผู ้ ออกแบบต้ องวิเคราะห์ว่าเนื อหาวิชานั นจะต้ อง ไม่เปลียนแปลงบ่อย ไม่ซํ ากับใครเพือคุ ้ มค่าการลงทุนและสามารถช่วยลดเวลาเรี ยน ของผู ้ เรียนได้  การกําหนดวัตถุประสงค์ จะเป็ นแนวทางแก่ผู ้ ออกแบบบทเรี ยน เพือทราบว่าผู ้ เรี ยน หลั งจากเรียนจบแล้ วจะบรรลุตามวัตถุประสงค์มากน้ อยแค่ไหนการกําหนด วัตถุประสงค์จึงกําหนดได้ ทัวไปและเชิงพฤติกรรม สําหรับการกําหนดวัตถุประสงค์เชิง พฤติกรรมต้ องคํานึงถึง  ผู ้ เรียน (Audience) ว่ามีพื นฐานความรู ้ แค่ไหน
  • 12. เอกสารประกอบการสอนวิชา 230301 เทคโนโลยีและสื อการศึกษา ดร.อิศรา ก้ านจั กร คณะศึกษาศาสตร์ ม .ขอนแก่น  พฤติกรรม (Behavior) เป็ นการคาดหวังเพือทีจะให้ ผู ้ เรี ยนบรรลุ เปาหมาย การวัดพฤติกรรมทําได้ โดยสั งเกต คํานวณ นับแยกแยะ ้ แต่งประโยค  เงือนไข (Condition) เป็ นการกําหนดสภาวะทีพฤติกรรมของผู ้ เรี ยน จะเกิดขึ นเช่น เมือนักเรียนดูภาพแล้ วจะต้ องวาดภาพนั นส่งครู เป็ นต้ น  ปริมาณ (Degree) เป็ นการกําหนดมาตรฐานทียอมรับว่าผู ้ เรียน บรรลุ วัตถุประสงค์แล้ ว เช่น อ่านคําควบกลํ าได้ ถูกต้ อง20 คํา จาก 25 คํา เป็ นต้ น  การวิเคราะห์เนือหา เป็ นขั นตอนทีสําคัญโดยต้ องย่อยเนื อหาเป็ นเนื อหาเล็ๆกมีการ เรียงลําดับจากง่ายไปหายาก มีการวิเคราะห์ภารกิจ (Task Analysis) ว่าจะเริมต้ น ตรงไหนและดําเนินการไปทางใด  การสร้ างแบบทดสอบ ต้ องสร้ างแบบทดสอบก่อนเรียนและหลั งเรี ยน แบบทดสอบนี จะ เป็ นตัวบ่งชี ว่าบทเรี ยนคอมพิวเตอร์ ช่วยสอน มีประสิทธิภาพมากน้ อยประการใด  การเขียนบทเรียน ก่อนเขียนบทเรี ยนต้ องกําหนดโครงสร้ างเพือให้ ได้ รูปร่ างของ บทเรียนเสียก่อน คือ จะทราบว่าต้ องประกอบด้ วยอะไรบ้ าง มีสั ดส่วนอย่างไร บทเรียน จึงจะมีขั นนวัตกรรมทางการศึกษาในช่ วงปฏิรูปการศึกษา จากกระบวนทัศน์ (Paradigm) ของการจัดการศึกษาจากทีเน้ น “การสอน” เปลียนมาเป็ น “การเรียนรู” ทีให้ ความสําคัญกับผู ้ เรียนมากทีสุ ดโดยกระบวนการจัดการศึกษาต้ องส่งเสริ ม ้ให้ ผู ้ เรี ย นสามารถพัฒนาตามธรรมชาติแ ละเต็ม ศักยภาพ มุ่ง เน้ นทีการพัฒนาและส่ง เสริ มให้ผู ้ เ รี ย นสามารถสร้ างความรู ้ โดยใช้ เ ทคโนโลยีสารสนเทศ เพื อตอบสนองต่ อ การเรี ย นรู ้ อย่ า งต่อเนืองตลอดชีวิต (สุมาลี ชัยเจริ ญ, 2546) โดยเฉพาะอย่างยิงในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ทีให้ ความสําคัญในการจัดการศึกษาทีเน้ นผู ้ เรี ยนเป็ นสําคัญ โดยในหมวด1 มาตรา 8 การจัด การศึก ษาเป็ นการจัด การศึก ษาตลอดชี วิ ต สัง คมมี ส่ว นร่ ว มในการจัดการศึกษา พัฒนาสาระ และกระบวนการเรี ยนรู ้ อย่า งต่อ เนือง หมวด 4 มาตรา 22 หลักการจัดการศึกษาต้ องยึดหลั กทีว่าผู ้ เรี ยนมีความสําคัญทีสุด และมาตรา24 กระบวนการเรี ยนรู ้ ต้องจัด เนื อหาสาระและกิ จ กรรมให้ สอดคล้ อ งกับ ความสนใจ ความถนัด และความแตกต่ า งของผู ้ เรียน ฝึ กทักษะกระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์ และประยุกต์ ใช้ เพือปองกัน ้
  • 13. เอกสารประกอบการสอนวิชา 230301 เทคโนโลยีและสื อการศึกษา ดร.อิศรา ก้ านจั กร คณะศึกษาศาสตร์ ม .ขอนแก่นและแก้ ปัญหา ให้ ผู ้ เรียนเรียนรู ้ จากประสบการณ์จริง การฝึ กปฏิ บัติให้ ทําได้ คิดเป็ น ทําเป็ น และในมาตรา 4 ได้ ให้ ความหมายของการศึกษา หมายถึง กระบวนการเรี ยนรู ้ เพือสร้ างความเจริ ญงอกงามของบุคคลและสังคม ซึงการเรี ยนรู ้ ดังกล่าวก็ คือการสร้ างความรู ้ นันเอง(รุ่ ง แก้ วแดง,2545) นํามาซึงการออกแบบและพัฒนานวัตกรรมการศึกษาทีสอดคล้ องกับความเปลียนแปลงดังกล่าว ซึงในบทนี จะขอนําเสนอนวัตกรรมการศึกษาในยุคปฏิ รูปการศึ ได้ แก่ การเรี ยนบน กษาเครื อข่า ย มัลติมี เดีย e-Learning และสิงแวดล้ อมทางการเรี ยนรู ้ ตามแนวคอนสตรัคติ วิสต์ ดังรายละเอียดทีจะนําเสนอต่อไปนีการเรี ยนรู บนเครื อข่ าย ้ การเรี ยนบนเครื อข่าย เป็ นบทเรี ยนทีนําเสนอผ่านเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ โดยอาศัยคุณลัก ษณะของสื อที สามารถนํ า เสนอบทเรี ย นแบบ ข้ อ ความหลายมิ ติ (Hypertext) ทีประกอบด้ วยสารสนเทศหรือข้ อมูลทีเรียกว่า โนด (Node) หลั กและโนดย่อย รวมทั งการเชือมโยงแต่ ละโนดซึงกันและกัน ที เรี ยกว่า การเชื อมโยงหลายมิติ (Hyperlinks) เพื อสนับ สนุนและส่งเสริ มให้ ผู ้ เรี ยนเกิดการเรี ยนรูอย่างมีความหมาย เชือมโยงเป็ นเครื อข่ายได้ ทัวโลกทีสามารถ ้เรียนได้ ทุกทีทุกเวลา โดยมีลักษณะทีผู ้ สอนและผู ้ เรี ยนมีปฏิ สัมพันธ์ กันโดยผ่านระบบเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ ทีเชือมโยงซึงกันและกัน ( กิดานันท์ มลิทอง, 2543; ใจทิพย์ ณ สงขลา, 2542) การจัดการเรี ยนการสอนด้ วยการเรี ยนบนเครื อข่าย นั นผู ้ สอนและผู ้ เรี ยนจะต้ องมีปฏิสั มพันธ์ กันโดยผ่านระบบเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ ทีเชือมโยงคอมพิวเตอร์ ของผู ้ เรี ยนเข้ าไว้ กับเครืองคอมพิวเตอร์ ของผู ้ ใช้ บริการเครือข่าย (File Server) และเครืองคอมพิวเตอร์ ของผู ้ ให้ บริ การเว็บ (Web Server) อาจเป็ นการเชือมโดยระยะใกล้ หรื อเชือมโยงระยะไกลผ่านทางระบบการสือสารและอินเทอร์ เน็ตมัลติมีเดีย มัลติ มี เดี ย เข้ า มามีบ ทบาทมากขึ นในวงการธุ รกิ จและอุต สาหกรรม โดยเฉพาะได้นํามาใช้ ในการฝึ กอบรมและให้ ความบันเทิง ส่วนในวงการศึกษามัลติมีเดียได้ นํามาใช้ เพือการเรียนการสอนในลั กษณะแผ่นซีดีรอม หรืออาจใช้ ในลั กษณะห้ องปฏิ บัติการมัลติมีเดียโดยเฉพาะก็ได้ ซึงอาจกล่า วได้ ว่า มัลติมี เดียจะกลายมาเป็ นเครื องมือ ทีสําคัญทางการศึกษาในอนาคตทั งนี เพราะว่ามัลติมีเดียสามารถทีจะนําเสนอได้ ทั งเสียง ความ ภาพเคลือนไหว ดนตรี กราฟิ ก ข้ อภาพถ่ายวัสดุตีพิมพ์ ภาพยนตร์ และวีดิทัศน์ ประกอบกับสามารถทีจะจําลองภาพของการเรี ยนการสอนทีผู ้ เรียนสามารถเรียนรู ้ ได้ ด้วยตนเองแบบเชิงรุก(Active Learning) มัลติมีเดียทีสมบูรณ์ควรจะต้ องประกอบด้ วยสือมากกว่า 2 สือ ตามองค์ ประกอบ ดังนีตัวอักษร ภาพนิง เสียง ภาพเคลือนไหว การเชือมโยงแบบปฏิ สัมพันธ์ และวีดิทัศน์ เป็ น การใช้มัลติ มี เ ดี ย ก็ เ พื อเพิ มทางเลือ กในการเรี ย นและสนองต่ อ รู ป แบบของการเรี ย นของนัก เรี ย นที
  • 14. เอกสารประกอบการสอนวิชา 230301 เทคโนโลยีและสื อการศึกษา ดร.อิศรา ก้ านจั กร คณะศึกษาศาสตร์ ม .ขอนแก่นแตกต่ า งกัน การจํ า ลองสภาพการณ์ ข องวิ ช าต่า งๆ เป็ นวิ ธี ก ารเรี ย นรู ้ ที นํ า ให้ นัก เรี ย นได้ รับประสบการณ์ตรงก่อนการลงมือปฏิ บัติจริงโดยสามารถทีจะทบทวนขั นตอนและกระบวนการได้เป็ นอย่างดี นักเรี ยนอาจเรี ยนหรื อฝึ กซํ าได้ และใช้ มัลติมีเดียในการฝึ กภาษาต่างประเทศ โดยเน้ นเรืองของการออกเสียงและฝึ กพูด มัลติมีเดียสามารถเชือมทฤษฎีและการปฏิ บัติเข้ าด้ วยกันคือ ให้ โอกาสผู ้ ใช้ บทเรี ยนได้ทดลองฝึ กปฏิบัติในสิงทีได้ เรียนในห้ องเรียน และช่วยเปลียนผู ้ ใช้ บทเรียนจากสภาพการเรี ยนรู ้ ในเชิงรับ มาเป็ นเชิงรุก ในด้ านของผู ้ สอนใช้ มัลติมีเดียในการนําเสนอการสอนในชั นเรี ยนแทนการสอนโดยใช้ เ ครื องฉายภาพข้ ามศี รษะ ทั งนี เนืองจากมัลติมีเ ดียจะสามารถนํ าเสนอความรู ้ ไ ด้หลายสือและเสมือนจริงได้ มากกว่าการใช้ สือประเภทแผ่นใสเพียงอย่างเดียวe-Learning E-Learning เป็ นนวัตกรรมทางการศึกษาทีเปลียนแปลงวิธีเรี ยนทีเป็ นอยู่เดิม เป็ นการเรียนทีใช้ เทคโนโลยีทีก้ าวหน้ า เช่น อินเทอร์ เน็ต อินทราเน็ต เอ็กซ์ ทราเน็ต ดาวเทียม วิดีโอเทปแผ่ น ซี ดี ฯลฯ คํ า ว่ า E-Learning ใช้ ใ นสถานการณ์ ก ารเรี ย นรู ้ ที มี ค วามหมายกว้ า งขวาง มีความหมายรวมถึง การเรียนทางไกล การเรี ยนผ่านเว็บ ห้ องเรี ยนเสมือนจริ ง และอืนๆ มากมายโดยสถานการณ์ดังกล่าวมีสิงทีมีเหมือนกันอยู่ประการหนึงคือ การใช้ เทคโนโลยีการสือสารเป็ นสือสารของการเรียนรู ้ แคมป เบล (Campbell. 1999) ให้ ค วามหมายของ E-Learning ว่ า เป็ นการใช้ ์เทคโนโลยีทีมีอยู่ในอินเทอร์ เน็ตเพือสร้ างการศึกษาทีมีปฎิ สัมพันธ์ และการศึกษาทีมีคุณภาพสูงทีผู ้ คนทัวโลกมีความสะดวกและสามารถเข้ าถึงได้ ไม่จําเป็ นต้ องจัดการศึกษาทีต้ องกําหนดเวลาและสถานที เปิ ดประตูของการเรียนรู ้ ตลอดชีวิตให้ กับประชากรรู ปแบบการเรี ยนใน E-Learning การศึกษาทีใช้ เว็ บเป็ นเครื องมือในการเรี ยนรู ้ เป็ นการประยุกต์ กลยุทธ์ การเรี ยนการสอนตามแนวคิดของกลุ่มนักคอนสตรัคติวิสต์ และใช้ วิธีการเรี ยนรู ้ ร่วมกัน ทั งนี การออกแ บบกลยุทธ์ การเรียนการสอนโดยการใช้ เว็บเป็ นเครื องมือการเรี ยนรู ้ นั นอาจใช้ วิธีใดวิธีหนึงดังต่อไปนี(Relan และ Gillani. 1997) 1. ใช้ เว็บเป็ นแหล่งข้ อมูลเพือการจําแนก ประเมิน และบูรณาการสารสนเทศต่างๆ 2. ใช้ เว็บเป็ นสือกลางของการร่วมมือ สนทนา อภิปราย แลกเปลียน และสือสาร 3. ใช้ เว็บเป็ นสือกลางในการมีส่วนร่วมในประสบการณ์จําลอง การทดลองฝึ กหัด และการมีส่วนร่วมคิด นอกจากนี การใช้ เว็บเพือการเรียนการสอนนั นมีหลั กการสําคัญ4 ประการ คือ
  • 15. เอกสารประกอบการสอนวิชา 230301 เทคโนโลยีและสื อการศึกษา ดร.อิศรา ก้ านจั กร คณะศึกษาศาสตร์ ม .ขอนแก่น 1) ผู ้ เรี ยนเข้ าเว็บได้ ทุกเวลา และเป็ นผู ้ กําหนดลําดับการเข้ าเว็บนั นหรื อตามลําดับทีผู ้ ออกแบบได้ ให้ แนวทางไว้ 2) การเรี ย นการสอนผ่ านเครื อข่า ยจะเป็ นไปได้ ดีถ้า เป็ นไปตามสภาพแวดล้ อมตามแนวคิดของนัก Constructivist กล่าวคือมีการเรียนรู ้ อย่างมีปฏิสั มพันธ์ และเรียนรู ้ ร่วมกัน 3) ผู ้ สอนเปลียนแปลงตนเองจากการเป็ นผู ้ กระจายถ่ายทอดข้ อมูลมาเป็ นผู ้ ช่วยเหลือผู ้ เรียนในการค้ นหา การประเมิน และการใช้ ประโยชน์จากสารสนเทศทีค้ นมาจากสือหลากหลาย 4) การเรี ย นรู ้ เกิด ขึ นในลักษณะเกียวข้ องกันหลายวิช า(Interdisciplinary) และไม่กําหนดว่าจะต้ องบรรลุ จุดประสงค์การเรียนรู ้ ในเวลาทีกําหนดบริ บทของ E-Learning E-Learning เป็ นการเรี ยนทีใช้ เทคโนโลยีอสมวาร (Asynchronous Technologies) เป็ นเทคโนโลยีทีทําให้ มีการเรียนดําเนินไปโดยไม่จํากัดเวลาและสถานที หรื อเป็ นการเรี ยนทีไม่พร้ อมกัน โดยใช้ เครื องมื อสํา คัญ ทีมี อยูใ นอิ นเทอร์ เน็ ตและเว็บ ได้ แก่ กระดานข่าว ไปรษณี ย์ ่อิเล็กทรอนิกส์ การประชุมทางไกล ฯลฯ เครื องมือเห ล่ า นี ทํ าใ ห้ เ กิ ด กา รเรี ยน ไม่ พร้ อม กั น ไ ด้(Asynchronous Technologies) การเรี ย นไม่พร้ อมกันนี มีความหมายกว้ างไกลกว่าคําทีกล่าวว่า "ใครก็ได้ ทีไหนก็ได้ เวลาใดก็ได้ เรื องอะไรก็ได้" (Anyone Anywhere Anytime Anything") ทั งนีในการสร้ างความรู ้ นั นการมีปฎิ สัมพันธ์ เป็ นส่วนสําคัญส่วนหนึงของกระบวนการเรียนรู ้ เพราะการเรียนรู ้ จะเกิดขึ นได้ ดีหากผู ้ เรี ยนได้ มีโอกาสถามอธิบายสั งเกต รับฟั ง สะท้ อนความคิด และตรวจสอบความคิดเห็นกับผูอืน การเรี ยนไม่พร้ อมกัน ้จึง มี ค วามหมายถึ ง วิ ธี ก ารใดก็ ต ามที ช่ ว ยให้ มี ก ารเรี ย นรู ้ อย่ า งมี ป ฎิ สัม พัน ธ์ (InteractiveLearning) และการเรียนรู ้ ร่วมกัน (Collaborative Learning) โดยใช้ แหล่งทรัพยากรทีอยู่ห่างไกล(Remote Resource) ที สามารถเข้ าถึง ได้ ตามเวลาและสถานทีทีผู ้ เ รี ยนมี ความสะดวกหรื อต้ องการ เกียวข้ องกับการใช้ เทคโนโลยีการสือสารทางไกล เพือขยายการเรี ยนการสอนออกไปนอกเหนือจากชั นเรียนหรือในห้ องเรียนและการเรียนทีเป็ นการพบกันโดยตรงสิ งแวดล้ อมทางการเรี ยนรู ้ ตามแนวคอนสตรั คติวิสต์ ในปั จ จุบันแนวการจัด การศึก ษาได้ เ ปลียนจาก “การสอน หรื อ การถ่ ายทอดโดยครู ผู ้ สอน หรื อสือการสอน” มาสู่ “การเน้ นผู ้ เรี ยนเป็ นศูนย์ กลางทีให้ ความสําคัญต่อการเรี ยนรู ้ของผู ้ เ รี ย น” โดยผ่ า นการปฏิ บัติ ลงมื อ กระทํ า ด้ วยตนเอง การพัฒนาศัก ยภาพทางการคิ ดตลอดจนการแสวงหาความรู ้ ด้วยตนเอง ซึงเป็ นการเปิ ดโอกาสให้ ผู ้ เรียน วางแผน ดําเนินการและ
  • 16. เอกสารประกอบการสอนวิชา 230301 เทคโนโลยีและสื อการศึกษา ดร.อิศรา ก้ านจั กร คณะศึกษาศาสตร์ ม .ขอนแก่นการประเมินตนเอง และมีปฏิ สัมพันธ์ กับแหล่งการเรี ยนรู ้ ต่างๆ ได้ แก่ ครู เทคโนโลยี พ่อแม่ ภูมิปั ญญาท้ องถิน และบุคคลอืน ๆ ตลอดจน สือต่างๆ เพือทีจะนํามาสู่การสร้ างความรู ้ แนวการจัด การศึก ษาดังกล่า วมีค วามสอดคล้ องอย่ างยิ งกั บทฤษฎี คอนสตรัคติ วิสต์(Constructivism) ที เน้ นการสร้ างความรู ้ ด้ วยตนเอง ด้ วยการลงมื อกระทํ า หรื อ ปฏิ บัติ ทีผ่ า นกระบวนการคิด และอาศัย ประสบการณ์ เ ดิ มหรื อความรู ้ เดิ ม ที มี อ ยู่ แ ล้ วเชื อมโยงกั บประสบการณ์ ใหม่หรื อความรู ้ ใหม่ เพือขยายโครงสร้ างทางปั ญญา (Schema)ซึ งเชื อว่ า ครู ไม่ ส า มารถขยา ยโครงสร้ างทางปั ญญาให้ แ ก่ ผู ้ เ รี ย นได้ผู ้ เ รี ยนต้ อง เป็ นผู ้ สร้ าง และข ยา ยโครงสร้ างทางปั ญญาด้ วยตนเอง โดยครู เ ป็ นผู ้ จัด สิงแวดล้ อ มที เอื อต่ อ การเรี ย นรู ้ หรื อ สร้ างความรู ้ ของผู ้ เ รี ย นด้ ว ยการนํ า วิ ธี ก ารเทคโนโลยีและนวัตกรรมหรือสือ ตลอดจนภูมิปัญญาท้ องถินมาใช้ ร่วมกันเพือเพิมประสิทธิ ภาพในการเรียนรู ้ สุม าลี ชัย เจริ ญ (2547) กล่า วว่า สิงแวดล้ อ มทางการเรี ยนรู ้ ที พัฒ นาตามแนวคอนสตรัคติวิสต์เป็ นการออกแบบทีประสานร่ วมกันระหว่าง “สือ (Media)” กับ “วิธีการ (Methods)”โดยการนําทฤษฎี คอนสตรัคติวิสต์ มาเป็ นพื นฐานในการออกแบบร่ วมกับสือ ซึงมีคุณลักษณะของสือและระบบสั ญลั กษณ์ของสือทีสนับสนุนการสร้ างความรู ้ ของผู ้ เรียนหลักการที สําคัญในการออกแบบสิ งแวดล้ อมทางการเรี ยนรู ้ ตามแนวคอนสตรั คติวิสต์ สถานการณ์ ปั ญหา (Problem Base) มาจากพื นฐานของ CognitiveConstructivism ของเพียเจต์เชือว่าถ้ าผู ้ เรียนถูกกระตุ ้ นด้ วยปั ญหา(Problem) ทีก่อให้ เกิดความขัดแย้ งทางปั ญญา (Cognitive conflict)หรื อเรี ยกว่าเกิดการเสียสมดุลทางปั ญญา ผู ้ เรี ยนต้ องพยายามปรั บ โครงสร้ างทางปั ญญาให้ เข้ าสู่ ภ าวะสมดุ ล (Equilibrium)โดยการดู ด ซึ ม(Assimilation)หรื อ การปรั บ เปลียนโครงสร้ างทางปั ญญา(Accommodation)จนกระทังผู ้ เ รี ย นสามารถปรับโครงสร้ างทางปั ญญาเข้ าสู่สภาพสมดุลหรื อสามารถทีจะสร้ างความรู ้ ใหม่ขึ นมาได้หรือเกิดการเรียนรู ้ นันเอง
  • 17. เอกสารประกอบการสอนวิชา 230301 เทคโนโลยีและสื อการศึกษา ดร.อิศรา ก้ านจั กร คณะศึกษาศาสตร์ ม .ขอนแก่น แหล่ งเรี ยนรู ้ (Resource) เป็ นทีรวบรวมข้ อมูล เนื อหาสารสนเทศ ทีผู ้ เรี ยนจะใช้ ในการแก้ สถานการณ์ ปัญหาทีผู ้ เรี ยนเผชิญ ซึงแหล่งเรี ยนรู ้ ในสิงแวดล้ อมทางการเรี ยนรู ้ ฯ นั นคงไม่ ใช่ เพี ย งแค่เ ป็ นเพีย งแหล่ง รวบรวมเนื อหาเท่ า นั น แต่รวมถึง สิงต่ างๆที ผู ้ เรี ยนจะใช้ ใ นการแสวงหาและค้ นพบคําตอบ (Discovery) ฐานความช่ วยเหลือ (Scaffolding) มาจากแนวคิดของ Social Constructivism ของVygotsky ทีเชือว่า ถ้ าผู ้ เรียนอยู่ตํากว่าZone of Proximal Development ไม่สามารถเรี ยนรู ้ ด้วยตนเองได้ จําเป็ นทีจะต้ องได้ รับการช่วยเหลือทีเรี ยกว่า Scaffolding ซึงฐานความช่วยเหลือจะสนับสนุนผู ้ เรียนในการแก้ ปัญหาหรือการเรียนรู ้ ในกรณีทีไม่สามารถปฏิ บัติภารกิจให้ สําเร็ จด้ วยตัวเองได้ โดยฐานความช่วยเหลืออาจเป็ นคําแนะนํา แนวทาง ตลอดจนกลยุทธ์ ต่างๆในการแก้ ปัญหาหรือปฏิบัติภารกิจการเรียนรู ้ ผู ้ ฝึกสอน (Coaching) มาจากพื นฐาน Situated Cognition และ Situated Learningของ Brown&Collins(1989) หลัก การนี ได้ กลาย นแนวทางในการจัด การเรี ยนรู ้ ต ามแนว มาเป็คอนสตรั ค ติวิ สต์ ที ได้ เ ปลียนบทบาทของครู ที ทํา หน้ า ทีในการถ่ ายทอดความรู ้ มาเป็ น “ผู ้ฝึ กสอน” ทีให้ ความช่วยเหลือ การให้ คําแนะนําสําหรับผู ้ เรียน จะเป็ นการฝึ กหัดผู ้ เรี ยนโดยการให้ความรู ้ แก่ผู ้ เรียนในเชิงการให้ การรู ้ คิดและการสร้ ญญา างปั การร่ วมมื อ กั น แก้ ปั ญหา (Collaboration) เป็ นอี ก องค์ ป ระกอบหนึง ที มี ส่ว นสนับ สนุน ให้ ผู ้ เรี ยนได้ แ ลกเปลียนประสบการณ์ กับ ผู ้ อื น เพือขยายมุม มองให้ แก่ต นเอง การร่วมมือกันแก้ ปัญหาจะสนับสนุนให้ ผู ้ เรียนเกิดการคิดไตร่ ตรอง(Reflective Thinking) เป็ นแหล่งทีเปิ ดโอกาสให้ ทั งผู ้ เรี ยนผู ้ สอน ผู ้ เชียวชาญ ได้ สนทนาแสดงความคิดเห็นของตนเองกับผู ้ อืนสําหรับ การออกแบบการร่ ว มมื อกันแก้ ปั ญหาในขณะสร้ างความรู ้ นอกจากนี การร่ ว มมื อกันแก้ ปั ญหายั ง เป็ นส่ ว นสํ า คั ญ ในการปรั บ เปลี ยนและป องกั น ความเข้ าใจที คลาดเคลื อน ้(Misconception) ทีจะเกิดขึ นในขณะทีเรียนรูรวมทั งการขยายแนวคิด ้ สิงแวดล้ อมทางการเรี ย นรู ้ ตามแนวคอนสตรัคติ วิสต์ สามารถแยกตามบริ บทของสือและคุณลักษณะของสือได้ 3 ลักษณะคือ (1) สิงแวดล้ อมทางการเรี ยนรู ้ บนเครื อข่ายตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ (2) มัลติมีเดียตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ (3) ชุดสร้ างความรู ้ (สุมาลี ชัยเจริ ญ,2547) ดังทีจะนําเสนอต่อไปนี (1) สิงแวดล้ อมทางการเรียนรู ้ บนเครือข่ายตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ เป็ นออกแบบโดยใช้ ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์เป็ นพื นฐานทีประสานร่ วมกับคุณลักษณะของสือบนเครื อข่ายทีสนองต่อการสร้ างความรู ้ ของผู ้ เรี ยน ได้ แก่ กษณะเป็ นโนด (Node) ของความรู ้ ทีเชือมโยงกัน (Link) ลัเป็ นเครื อข่ายทัวโลก ซึงแต่ละโหนดความรู ้ ทีผู ้ เรี ยนคลิกเข้ าไปศึกษาจะสนับสนุนผู ้ เรี ยนในการเชือมโยงปูพื นฐานความรู ้ ทีช่วยในการสร้ างความรู ้ ตลอดจนคุณลักษะด้ านการสือสารทีสามารถ
  • 18. เอกสารประกอบการสอนวิชา 230301 เทคโนโลยีและสื อการศึกษา ดร.อิศรา ก้ านจั กร คณะศึกษาศาสตร์ ม .ขอนแก่นใช้ แลกเปลียนความรู ้ แนวคิด และขยายมุมมองระหว่างกันได้ ตลอดเวลาทีจะสนับสนุนการขยายโครงสร้ างทางปั ญญาของผู ้ เรียน ดังตัวอย่างต่อไปนี(2) มัลติมีเดียตามแนวคอนสตรัคติวิสต์เป็ นการนําทฤษฎี คอนสตรัคติวิสต์ มาเป็ นพื นฐานในการอ อ ก แ บ บ โ ด ย ป ร ะ ส า น ร่ ว ม กั บคุณลักษณะของมัลติ มี เดี ย ทีนํ า เสนอทั งข้ อ ความ ภาพนิ ง ภาพเคลือนไหว และเสี ย ง รวมทั งการเชื อมโยงหลายมิ ติ( Hyperlink) กา ร เ ชื อ ม โ ย ง ห ล า ยมิ ติ(Hypermedia) โดยมี ห ลัก การที สํ า คั ญดังต่อไปนี สถานการณ์ ปัญหา แหล่งการเรียนรู ้ ฐานความช่วยเหลือ ผู ้ ฝึกสอน และการร่วมมือกันแก้ ปัญหา ซึงอาจอยู่ในรูปแบบทีหลากหลาย เช่น เกมสถานการณ์ จําลอง เป็ นต้ นดังตัวอย่าง (3) ชุดสร้ างความรู ้ เป็ นการนําทฤษฎี คอนสตรัคติวิสต์ มาเป็ นพื นฐานในการออกแบบ โดยประสานร่ ว มกับ การนํ าสือประเภทต่า งๆเช่ น สื อสิ งพิ ม พ์ หนั ง สื อ วี ดิ ทั ศ น์ ภู มิปั ญญาท้ องถิ น อุ ป กรณ์ การทดลอ งรวมทั งกิ จ กรรมต่ า งๆ มาใช้ ร่ ว มกั น โดยคุณลั กษณะของสือต่างๆจะส่งเสริ มซึงกันและกัน เพือช่ วยให้ ผู ้ เรี ย นเกิ ดการเรี ย นรู ้อย่ า งมี ร ะสิ ท ธิ ภ าพ ดั ง มี ห ลัก การและองค์ ประกอบทีสํา คัญได้ แก่ สถานการณ์ปั ญหา แหล่งการเรียนรู ้ ฐานความช่วยเหลือ การร่วมมือกันแก้ ปัญหาและการโค้ ช
  • 19. เอกสารประกอบการสอนวิชา 230301 เทคโนโลยีและสื อการศึกษา ดร.อิศรา ก้ านจั กร คณะศึกษาศาสตร์ ม .ขอนแก่นคําถามสะท้ อนความคิด  ท่านคิดว่ านวัตกรรมการเรี ยนรู ้ ทีสอดคล้ องกับสาระการเรี ยนรู ้ วิชาเอกของท่านคือนวัตกรรมใด เพราะอะไร  นวัตกรรมการเรี ยนรู ้ ในปั จจุบันนี ทีพบว่ามีการใช้ ในการจัดการ เรียนรู ้ มีลั กษณะอย่างไรบ้ าง  ท่านคิดว่านวัตกรรมการเรี ยนรู ้ แบบใดทีมีความเหมาะสมกับการเรี ยนรู ้ ในยุคปั จจุบัน เพราะอะไรกิจกรรมแนะนําให้ ท่านลองออกแบบและสร้ างนวัตกรรมการเรี ยนรู ้ เพือใช้ ในการเรี ยนรู ้ ในสาระวิ ช าที ท่ า นรั บ ผิ ด ชอบ โดยนวัต กรรมที สร้ างนั นจะต้ องส่ ง เสริ มกระบวนการคิด การแสวงหาความรู ้ และสนับสนุนเปาหมายรายวิชาตาม ้หลั กสู ตรบรรณานุกรมกิดานันท์ มลิทอง. (2543). เทคโนโลยีการศึกษาและนวัตกรรม. (พิมพ์ ครั งที 2). กรุ งเทพฯ: อรุณการพิมพ์.ใจทิพย์ ณ สงขลา. (2542) . การสอนผ่ านเครื อข่ ายเวิลด์ ไวด์ เว็บ. วารสารครุ ศาสตร์ ,27(3) มี.ค.-มิ.ย. 2542.ชัย ยงค์ พรหมวงศ์ . (2521). เอกสารการสอนชุด วิช าเทคโนโลยี และสื อสารการศึกษา, หน่วยที 1-15. กรุเทพฯ: สหมิตร.ไชยยศ เรืองสุ วรรณ (2526). เทคโนโลยีทางการศึกษา: หลักการและแนวปฏิบัต.ิ กรุ งเทพฯ : วัฒนาพานิช.ถนอมพร เลาหจรัสแสง. (2541). คอมพิวเตอร์ ช่ วยสอน. (พิมพ์ ครั งที 3). กรุ งเทพฯ: ภาควิชา โสตทัศนศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลั ย.บุญเกื อ ควรหาเวช.(2543). นวัตกรรมการศึกษา. (พิมพ์ครั งที5). กรุงเทพฯ:SR Printing
  • 20. เอกสารประกอบการสอนวิชา 230301 เทคโนโลยีและสื อการศึกษา ดร.อิศรา ก้ านจั กร คณะศึกษาศาสตร์ ม .ขอนแก่นเปรือง กุมุท . (2517). เทคนิคการเขียนบทเรี ยนโปรแกรม. กรุ งเทพฯ : มหาวิทยาลั ยศรีนคริ นทรวิโรฒประสานมิตรยืน ภู่สุ วรรณ. (2532). การใช้ ไมโครคอมพิวเตอร์ ช่วยในการเรี ยนการสอน. เอกสารประกอบการ ศึกษาอบรมและสัม มนาคอมพิวเตอร์ ช่วยสอนหรื อCAL. กรุ งเทพมหานคร: ภาควิช า คอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี สหวิทยาลัยรัตนโกสินทร์, วิทยาลัยครู สวนสุ นันทา.รุ่ง แก้ วแดง. (2545). แนวทางปฏิรูปการศึกษา .พัฒนาเทคนิคศึกษา. 14, 41 (ม.ค-มี.ค 2545) 34-37เสาวณีย์ สิกขาบัณฑิต. (2528). เทคโนโลยีทางการศึกษา. กรุ งเทพฯ: สถาบันเทคโนโลยีพระ จอมเกล้ าพระนครเหนือ.สุม าลี ชัย เจริ ญ . (2546). เอกสารประกอบการสอนวิ ช า 212300 สื อการสอน. คณะ ศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลั ยขอนแก่น. อัดสําเนาสุ มาลี ชัยเจริญ. (2547). การพัฒนารู ปแบบการสร้ างความรู ้ โดยใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศ. คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลั ยขอนแก่น.สุ มาลี ชัยเจริญ. (2548). เอกสารประกอบการสอนวิชา 212700 เทคโนโลยีการศึกษาและ พัฒนาระบบการสอน. คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลั ยขอนแก่น. อัดสําเนาBrown, J. S., Collins, A., & Duguid, P. (1989). Situated Cognition and the Culture of Learning. Educational Researcher, 18(1), 32-42.Campbell, Lyle. 1999. "Historical linguistics: An introduction." Cambridge, MA: MIT Press.Everette M. Rogers (1983). Diffusion of innovation, Third Edition, New York, Free Press.Hannum, 1998 Web Based Instruction Lessons. [On-Line]. http://www. soe.unc.edu/edci111/8-98/index_wbi2.htm.Gillani, B.B., & Relan, A. (1997). Incorporating interactivity & multimedia into web- based instruction. In B. H. Khan (Ed.),. Web-Based Instruction. (pp. 231-237). Englewood Cliffs, New Jersey: Educational Technology Publications.
  • 21. เอกสารประกอบการสอนวิชา 230301 เทคโนโลยีและสื อการศึกษา ดร.อิศรา ก้ านจั กร คณะศึกษาศาสตร์ ม .ขอนแก่น