Sc

567 views

Published on

การออกแบบฐานการช่วยเหลือ

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
567
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
3
Actions
Shares
0
Downloads
25
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Sc

  1. 1. Scaffolding (การใหความชวยเหลือ) รศ.ดร. สุมาลี ชัยเจริญ และ ดร.อิศรา กานจักร สาขาวิชาเทคโนโลยีทางการศึกษา คณะศึกษาศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน ฐานการชวยเหลือมีพื้นฐานมาจากทฤษฎี Social Constructivism ซึ่งเปนทฤษฎีที่มีรากฐานมาจากVygotsky ซึ่งมีแนวคิดเกี่ยวกับศักยภาพในการพัฒนาดานพุทธิปญญาที่อาจมีขอจํากัดเกี่ยวกับชวงของการพัฒนาที่เรียกวา Zone of Proximal Development ถาผูเรียนอยูต่ํากวา Zone of ProximalDevelopment จําเปนที่จะตองไดรับการชวยเหลือในการเรียนรูที่เรียกวา Scaffolding (สุมาลี ชัยเจริญ,2545) ผูเรียนอยูเหนือ Zo-ped ผูเรียนสามารถเรียนรูไดดวยตนเอง Zone of Proximal Development ผูเรียนอยูต่ํากวา Zo-ped ผูเรียนจําเปนตองไดรับการชวยเหลือ ในการเรียนรู จากวิธี ก ารของ Zo-ped ที่ มี ก ารสนับ สนุ นเพื่อ ให ก ารช วยเหลื อ และการสนับ สนุ นนี้ เรีย กว าScaffolding(การใหความชวยเหลือ โดยไมหวังผลตอบแทน)อันที่จริง Zo-ped คือการอธิบายเกี่ยวกับเรื่องของ scaffolding หรือ affordance (การให) สิ่งแวดลอม การใหความชวยเหลือ รวมทั้งการสนับสนุนเฉพาะทางดานอื่น ๆ ดวยและหมายรวมถึงสิ่งที่สรางขึ้นในสิ่งแวดลอมอันเปนการใหความสนับสนุน ที่ดีเหมือนกับบริบททางดานวัฒนธรรมและ ประวัติศาสตร สิ่งแวดลอมทางการศึกษา สวนบุคคลที่นํา Zo-ped ไปใชในบริบทการเรียนการสอนนั้น เปน บทบาทของครู ในรายละเอียดทีมากขึ้น ครูอาจใชวิธการนี้เพื่อใหงายในการ ่ ีดูแลความคิดความเขาใจทั่วไปของนักเรียน
  2. 2. จากแนวคิดดังกลาว Scaffolding เปนเหมือนสิ่งแวดลอมในการเรียนรูและใหการสงเสริมสนับสนุนใหผูเรียนเจริญเติบโตทางดานความคิดซึ่งเปนยุทธวิธีในการจัดการเรียนการสอนซึ่งมีตนกําเนิดมาจาก Vygotskyที่เชื่อวาผูเรียนสามารถมีความอิสระในการใช สิ่งที่อยูภายใตความสามารถของพวกเขา เมื่อใช Scaffoldingที่มีการเตรียมการใหความชวยเหลือและสนับสนุนตามลักษณะของโครงสรางความรูที่จะใหผูเรียนไดสรางความรูนั้น Scaffolding จะเปนโครงสรางทางความรูที่แข็งแกรงและเปนพื้นฐาน เมื่อผูเรียนใช Scaffoldingผูเ รี ยนจะไดรับ การสง เสริม สนับ สนุน ระหวา งการเรียนรู เ พราะ Scaffoldingจะเปน การให ท างเลื อกที่หลากหลายใหกับผูเรียนในการแสวงหาความรู Scaffolding ไดนํามาใชในการนําทางการจัดการเรียนการสอนของผูเรียนไปจนจบการเรียนรู เพื่อใหตรงกับจุดประสงคของการสอนซึ่งครูตองจัดสภาพแวดลอม(รวมถึงกิจกรรมที่สอน) เพื่อชวยผูเรียนใหเกิดการเรียนรู Griffin & Cole (1984) ไดใหแนวความคิดเกี่ยวกับการใหความชวยเหลือ Scaffolding วาคือบทสนทนาระหวางเด็กกับตัวเขาเองในอนาคต ซึ่งไมใชบทสนทนาระหวางเด็กและอดีตของผูใหญที่ผานมาแลว ซึ่งGreenfield(1989) กลาววา คุณลักษณะที่สําคัญของฐานใหความชวยเหลือ(Scaffolding) ที่ชวยสงเสริมใหผูเรียนเกิดโครงสรางความรูมีอยู 5 ลักษณะ ดังนี้ 1. เปนสิ่งที่ชวยสนับสนุน 2. เปรียบเสมือนเครื่องมือในการเรียนรู 3. เปนสิ่งชวยขยายฐานความรูของผูเรียน 4. อนุญาตใหผูเรียนทําภารกิจงานใหสําเร็จเทาที่เปนไปได 5. ผูเรียนสามารถเลือกสิ่งที่ตนเองตองการจะรูไดตรงเปาหมาย การสอนเกิดขึ้นโดยการมีป ฏิสัม พันธกันระหวางผูที่เ ปนมือสมัค รเลน(Novice)กับ ผูที่ เ ชี่ยวชาญ(Expert) ซึ่งทั้งสองจะตองมีการสื่อสารรวมกัน มือสมัครเลนสามารถที่จะพัฒนามาเปนผูเชี่ยวชาญไดเมื่อเขาเจอปญหาแลวสามารถแกไขหรือทําความเขาใจกับปญหานั้นไดผูที่เชี่ยวชาญจะคอยเปนฐานใหความชวยเหลือเพื่อทําใหความสามารถของคนที่เปนมือสมัครเลนไดรับการพัฒนาและปรับปรุงแกไขใหเหมาะสม สงเสริมใหผูที่เปนมือสมัครเลนเรียนรูไดดวยตนเองไดอยางอิสระ(Rogoff & Gardner,1984) สิ่งนี้เปนผลมาจาก Zo-pedของ Vygotsky ที่เชื่อวาคนที่อยูต่ํากวาระดับที่จะสามารถเรียนรูไดดวยตนเองนั้นตองการการชวยเหลือจากผูที่เชี่ยวชาญไมวาจะเปนคนหรือเทคโนโลยีตางๆ เพราะความสําเร็จของพวกเขาไมสามารถเกิดขึ้นไดโดยตนเองเพียงลําพัง (สุมาลี ชัยเจริญ, 2545)ฐานการชวยเหลือ (Scaffolding) ตามหลักการของ Hannafin ฐานการชวยเหลือ เปนกระบวนการซึ่ง ความพยายามในการเรียนรูจะไดรับการสนับสนุนในขณะที่เขาสู OLEs ฐานความชวยเหลือสามารถที่จะแยกความแตกตางโดยกลไกการทํางานและระบบการทํางานทางดานกลไกจะเนนวิธีการหรือหลักการ ซึ่งฐานความชวยเหลือนําเสนอในขณะที่ระบบการทํางานจะเนนวัตถุประสงค แตละคนพยายามแกปญหาทั้งที่เปนปญหาที่เหมาะสมหรือความตองการในการเรียนรูของแตละ
  3. 3. คน สะทอนใหเห็นไดจากการเขาสูบริบท ดังที่แสดงในตารางที่ 1 OLEs ความซับซอนของ Scaffolding จะแปรผันตามการกําหนดหรือสรางปญหาตารางที่ 1 แสดงการจําแนกประเภทของฐานความชวยเหลือของ OLEs รูปแบบของฐานความชวยเหลือ หลักการที่เกี่ยวของ และ กลไกฐานความช ว ยเหลื อ การสร า งความคิ ด รวบยอด(Conceptual)  แนะแนวสํ า หรั บ สิ่ ง ที่ ต องพิ จารณา ข อควร  เสนอแนะเกี่ยวกับการใชเครื่องมือในขั้นตอนที่ พิจารณา เมื่อระบุภารกิจของปญหา เฉพาะในการแกปญหา  นําเสนอผูเรียนโดยใชการบอกที่ชัดเจนและการ บอกใบที่จําเปน(การชวยเหลือของ Vygotsky)  นําเสนอแผนที่โครงสรางและตนไมความรูฐานความชวยเหลือดานกลยุทธ (Strategic)  กระตุ นการตอบสนองอยา งสมองกลตอการใช  แนะแนวในการวิ เคราะหแ ละวิธีการเรี ย นรู ระบบ แนะนํ า หลั ก การที่ เ ป น ทางเลื อ กหรื อ ภารกิจและปญหา กระบวนการ  พิจารณาเกี่ยวกับจัดเตรียมคําถามที่เริ่มคน  จัดหาคําแนะนําจากผูเชี่ยวชาญ1. ฐานความชวยเหลือการสรางความคิดรวบยอด (Conceptual Scaffolding) Conceptual Scaffolding จะจัดหามาใหผูเรียนเมื่อปญหาที่กําลังศึกษาไดถูกกําหนดขึ้น นั่นก็คือExternally impose หรือการนําเขาสูบริบท เมื่อปญหาและขอบขายถูกกําหนดขึ้นนั้น อาจเปนไปไดที่ตองใชหลั ก การที่ ต องเรี ย นรู ม ากอ นเป น สิ่ ง จํ าเป น ในขอบเขตเนื้ อ หาที่ต อ งการศึ ก ษา การเกิ ด ความเข า ใจที่คลาดเคลื่อน (Misconception) ในหลักการทางวิท ยาศาสตร และจึงมีความจําเปนที่จะตองใหพื้นฐานที่แข็ง แกรง สําหรับ การคาดคะเน เช น ความยากในการสรางเป นความคิดรวบยอด ดั ง นั้น ConceptualScaffolding เปนสิ่งที่ออกแบบมาเพื่อชวยผูเรียนในการใหเหตุผล โดยผานทางปญหาที่ซับซอนและยังสงสัย เชนเดียวกับความคิดรวบยอดที่มักจะเกิดความเขาใจที่คลาดเคลื่อน การบอกใบ (Hint) สามารถแนะแนวทางใหผูเรียนสามารถเขาสูแหลงทรัพยากร การใชเครื่องมือจะไดรับการเสนอแนะเพื่อใหสามารถทําความเขาใจสถานการณที่เปนปญหา Conceptual Scaffolding จะแนะแนวผูเรียนเกี่ยวกับสิ่งที่ควรจะนํามาพิจารณา นั่นคือสิ่งที่จะตองแยกแยะ ความรูทเปนความคิดรวบยอดที่สําคัญ ที่เกี่ยวของกับปญหา หรือการสรางโครงสรางที่จะ ี่ทําโดยแยกไปสูการจัดหมวกหมูของความคิดรวบยอด โครงสรางนี้อาจทําไดเ ปน กลไก การจัดลําดับ
  4. 4. ความสัมพันธ โดยใชภาพกราฟกแสดงความคิดเห็น หรือเปนการแสดงเปนเคาโครงของลักษณะที่แยกเปนสวยยอย หรืออาจเปนสารสนเทศหรือการบอกใบโดยผูเชี่ยวชาญ ใน OLEs Conceptual Scaffolding จะจัดเตรียมแนวคิดที่หลากหลายที่เปนปญหาที่เกี่ยวของกับความคิดรวบยอดที่จ ะศึก ษา อาจไมไดเปนการแนะนําเกี่ยวกับ แหลงทรัพยากรอยางชัดเจน ตัวอยางเชนสิ่งแวดลอมทางการเรียนรู Jasper ไดใชวีดิโอในการนําเสนอ ซึ่งอาจไมไดแยกเสียงออกตางหากจากความคิดรวบยอดที่ เ ฉพาะเจาะจง แต อาจเปนการนํา เสนอตัวอยา งของสิ่งที่ควรจะตองพิจารณาเกี่ย วกับการแกปญหาดังกลาว2. ฐานความชวยเหลือดานกลยุทธ (Strategic Scaffolding) เป น วิธี ก ารที่ เ น นเกี่ ย วกั บ วิธี ก ารที่ เ ป นทางเลื อ ก ที่ อ าจเป นสิ่ ง ที่ พิสู จ นว า เปน สิ่ ง ที่มี ป ระโยชนStrategic Scaffoldingจะสนับสนุนการคิดวิเคราะห การวางแผนยุทธศาสตร กลยุทธ การตัดสินใจระหวางการเรี ย นรูแบบเปด จะเนนเกี่ย วกับ วิ ธีการสํ าหรับ แยกแยะและเลื อกสารสนเทศที่ ตองการประเมิน แหลง ทรัพยากรที่จัดหาได และเชื่อมความเกี่ย วพัน ธระหวา งความรูความรูที่มีมากอนและประสบการณ ดังเชนตัวอยาง เรื่อง Great Solar System Rescue (1992) ไดเสนอทางเลือกที่จะเขาถึงปญหาในทางปฏิบัติ จัดหาระดับของขอแนะนํา คําถามที่ตองการพิสูจน สามารถเปนกลยุทธที่นํามาใช ซึ่งจะพยายามใหไดเชื่อมความเกี่ยวของสิ่งตางๆ ในการแกปญหา แตไมใชการประนีประนอมในการแกปญหา กลยุทธอื่นๆ ของ Strategic Scaffolding จะไปกระตุนใหผูเรียนตื่นตัวกับ เครื่องมือและแหลงทรัพยากรที่อาจจะมีประโยชนภายใตสถานการณนั้น และแนะแนวทางการใช อาจเปนการจัดขอคําถามที่จะชวยในการพิจารณา ในขณะที่ทําการประเมินปญหาเชนเดียวกับการ บอกใบวา เครื่องมือหรือแหลงทรัพยากรใดมีสารสนเทศที่ตองการในการแกปญหา
  5. 5. หลักการออกแบบ Scaffolding (การใหความชวยเหลือ) ตามหลักการของ Hannafin1. การออกแบบฐานความชวยเหลือการสรางความคิดรวบยอด (Conceptual Scaffolding) Conceptual Scaffolding  เปนสิ่งที่ชวยทําใหผูเรียนสรางความคิดรวบยอดเกี่ยวกับเรื่องที่เรียน  แยกแยะความรูที่เปนความคิดรวบยอดที่สําคัญ ที่เกี่ยวของกับปญหา  การสรางโครงสรางที่จะทําโดยแยกไปสูการจัดหมวดหมูของความคิดรวบยอด เชน - กลไกการจัดลําดับความสัมพันธ โดยใชภาพกราฟกแสดงความคิดเห็น - การแสดงเปนเคาโครงของลักษณะที่แยกเปนสวยยอย - สารสนเทศหรือการบอกใบโดยผูเชี่ยวชาญตัวอยาง สมมติวาตอนนี้ทานเปนนักโภชนาการ ประจําศูนยสุขภาพซึ่งมีหนาที่ในการใหคําแนะนําเกี่ยวกับการดูแลสุขอนามัยของประชาชน ในวันนี้มีผูปวยรายหนึ่ง ชื่อ นายสมชาย เปนคนที่มีกลามเนื้อไมแข็งแรง ผอมแหง แรงนอย แคระแกรน เหนื่อยงาย เขาเปนคนที่ชอบกินผักและผลไม แตไมชอบกินเนื้อสัตว ในฐานะที่ทานเปนนักโภชนาการจะมีวิธีการชวยเหลือนายสมชายอยางไร เพื่อใหกลับมามีสุขภาพที่แข็งแรงและมีรูปรางที่สงางามสมชายเหมือนชื่อ ภารกิจ คุณตองชวยนายศรรามในการเลือกซื้ออาหารกลับไปรับประทานที่บาน โดยคุณจะตองสามารถ • ทําการวิเคราะหวานายสมชายมีปญหาเรื่องสุขภาพเนื่องมาจากสาเหตุใดพรอมใหเหตุผล • อธิบายแนวทางในการแกปญหาสุขภาพของนายสมชายพรอมใหเหตุผล • บอกวิธีการปฏิบัติตนเพื่อปองกันการเกิดปญหาดังกลาว
  6. 6. Conceptual Scaffolding สั ตว์ แหล่งทีมา โปรตีน ประโยชน์ พืช เป็ น สารอาหารทีมากในเนื อสัต ว์ ช่ ว ย ใ น ก า ร เ ส ริ ม ส ร้ า ง แ ล ะ ซ่อมแซมส่วนทีสึ กหรอ2. การออกแบบฐานการชวยเหลือดานกลยุทธในการแกปญหา Strategic Scaffolding Strategic Scaffolding จะสนับสนุนการคิดวิเ คราะห การวางแผนยุท ธศาสตร กลยุท ธ การตัดสินใจระหวางการเรียนรู จะเนนเกี่ยวกับวิธีการสําหรับจําแนกและเลือกสารสนเทศที่ตองการ ประเมินแหลงทรัพยากรที่จัดหาได และเชื่อมความเกี่ยวพันธระหวางความรูที่มีมากอนและประสบการณ อาจเปนการจัดขอคําถามที่จะชวยในการพิจารณา ในขณะที่ทําการประเมินปญหาเชนเดียวกับการ บอกใบวา เครื่องมือหรือแหลงทรัพยากรใดมีสารสนเทศที่ตองการในการแกปญหาKey word ที่สําคัญเกี่ยวกับ Strategic Scaffolding  แนะนําเกี่ยวกับการวิเคราะหสถานการณที่เปนปญหา เชน คนหา Key word ที่เกี่ยวของ  วิเคราะหประเด็นหลักหรือ Key word ที่สําคัญของปญหานั้นๆ  วิเคราะหแนวทางใหไดซึ่งแหลงขอมูลที่ใชในการแกปญหา  เชื่อมโยงความสัมพันธระหวาง Key word ของปญหากับ Key word ในแหลงขอมูล ที่จ ะ นําไปใชในการแกปญหา  ตองเปนการแนะนํา หรือบอกใบ แนวทางการแกปญหา และกระตุนใหเกิดการคิดใน ระดับสูง (Higher-order thinking) ไมใชเปนการบอกคําตอบStrategic Scaffolding • วิเคราะหหา Key Concept ของปญหาวาคืออะไร • พิจารณาหา Key Word ของปญหาแลวนําไปเชื่อมโยงกับ Key Word ในแหลงขอมูลที่จะใชแกปญหา • จากสถานการณ ตองการหาวิธีการแกไขปญหาสุขภาพของนาย สมชาย ที่กลามเนื้อไมแข็งแรง เหนื่อยงาย รางกายผายผอม และที่ สําคัญไมชอบกินเนื้อสัตว จากสภาพดังกลาวทานตองพิจาณาวา สาเหตุที่นาจะเปนไปไดนาจะมาจากอะไร

×