• Share
  • Email
  • Embed
  • Like
  • Save
  • Private Content
02 บทที่ 2-เอกสารที่เกี่ยวข้อง
 

02 บทที่ 2-เอกสารที่เกี่ยวข้อง

on

  • 993 views

 

Statistics

Views

Total Views
993
Views on SlideShare
990
Embed Views
3

Actions

Likes
0
Downloads
3
Comments
0

1 Embed 3

http://pandadapop.wordpress.com 3

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

    02 บทที่ 2-เอกสารที่เกี่ยวข้อง 02 บทที่ 2-เอกสารที่เกี่ยวข้อง Document Transcript

    • บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้ อง ในการจัดทําโครงงานคอมพิวเตอร์ การพัฒนาเว็บบล็อก (WebBlog) ด้วยWordpressเรื่ องอินเตอร์ เน็ต นี้ ผูจดทําโครงงานได้ศึกษาเอกสารและจากเว็บไซต์ต่างๆ ้ัที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้ 2.1 ความสําคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศและอินเทอร์เน็ต 2.2 ข้อมูลเกี่ยวกับสื่อสังคม Social Media 2.3 เว็บบล็อก (WebBlog)2.1 ความสาคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศและอินเทอร์ เน็ตความสาคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ สามารถอธิบายความสําคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศในด้านที่มีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านต่าง ๆ ของผูคนไว้ 6 ข้อ ดังต่อไปนี้ ้1. เทคโนโลยีสารสนเทศ ทําให้สงคมเปลี่ยนจากสังคมอุตสาหกรรมมาเป็ นสังคมสารสนเทศ ั2. เทคโนโลยีสารสนเทศทําให้ระบบเศรษฐกิจเปลี่ยนจากระบบแห่งชาติไปเป็ นเศรษฐกิจโลก ที่ทา ํให้ระบบเศรษฐกิจของโลกผูกพันกับทุกประเทศ ความเชื่อมโยงของเครื อข่ายสารสนเทศทําให้เกิดสังคมโลกาภิวฒน์ ั3. เทคโนโลยีสารสนเทศทําให้องค์กรมีลกษณะผูกพัน มีการบังคับบัญชาแบบแนวราบมากขึ้น ัหน่วยธุรกิจมีขนาดเล็กลง และเชื่อมโยงกันกับหน่วยธุรกิจอื่นเป็ นเครื อข่าย การดําเนินธุรกิจมีการแข่งขันกันในด้านความเร็ ว โดยอาศัยการใช้ระบบเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ และการสื่อสารโทรคมนาคมเป็ นตัวสนับสนุน เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลได้ง่ายและรวดเร็ ว4. เทคโนโลยีสารสนเทศเป็ นเทคโนโลยีแบบสุนทรี ยสัมผัส และสามารถตอบสนองตามความต้องการการใช้เทคโนโลยีในรู ปแบบใหม่ที่เลือกได้เอง5. เทคโนโลยีสารสนเทศทําให้เกิดสภาพทางการทํางานแบบทุกสถานที่และทุกเวลา
    • 6. เทคโนโลยีสารสนเทศก่อให้เกิดการวางแผนการดําเนินการระยะยาวขึ้น อีกทั้งยังทําให้วิถีการตัดสินใจ หรื อเลือกทางเลือกได้ละเอียดขึ้นhttp://blog.eduzones.com/kittipung/33214ความสาคัญของอินเทอร์ เน็ต ปัจจุบนอินเทอร์เน็ต มีความสําคัญต่อชีวิตประจําวันของคนเรา หลายๆ ด้าน ทั้งการศึกษา ัพาณิ ชย์ ธุรกรรม วรรณกรรม และอื่นๆ ดังนี้ด้ านการศึกษา  สามารถใช้เป็ นแหล่งค้นคว้าหาข้อมูล ไม่ว่าจะเป็ นข้อมูลทางวิชาการ ข้อมูลด้านการบันเทิง ด้านการแพทย์ และอื่นๆ ที่น่าสนใจ  ระบบเครื อข่ายอินเทอร์เน็ต จะทําหน้าที่เสมือนเป็ นห้องสมุดขนาดใหญ่  นักศึกษาในมหาวิทยาลัย สามารถใช้อินเทอร์เน็ต ติดต่อกับมหาวิทยาลัยอื่น ๆ เพื่อค้นหา ข้อมูลที่กาลังศึกษาอยูได้ ทั้งที่ขอมูลที่เป็ น ข้อความ เสียง ภาพเคลื่อนไหวต่างๆ เป็ นต้น ํ ่ ้ด้ านธุรกิจและการพาณิชย์  ค้นหาข้อมูลต่าง ๆ เพื่อช่วยในการตัดสินใจทางธุรกิจ  สามารถซื้อขายสินค้า ผ่านระบบเครื อข่ายอินเทอร์เน็ต  ผูใช้ที่เป็ นบริ ษท หรื อองค์กรต่าง ๆ ก็สามารถเปิ ดให้บริ การ และสนับสนุนลูกค้าของตน ้ ั ผ่านระบบเครื อข่ายอินเทอร์เน็ตได้ เช่น การให้คาแนะนํา สอบถามปัญหาต่าง ๆ ให้แก่ ํ ลูกค้า แจกจ่ายตัวโปรแกรมทดลองใช้ (Shareware) หรื อโปรแกรมแจกฟรี (Freeware) เป็ น ต้นด้ านการบันเทิง  การพักผ่อนหย่อนใจ สนทนาการ เช่น การค้นหาวารสารต่าง ๆ ผ่านระบบเครื อข่าย อินเทอร์ เน็ต ที่เรี ยกว่า Magazine Online รวมทั้งหนังสือพิมพ์และข่าวสารอื่นๆ โดยมี ภาพประกอบ ที่จอคอมพิวเตอร์เหมือนกับวารสาร ตามร้านหนังสือทัวๆ ไป ่  สามารถฟังวิทยุผานระบบเครื อข่ายอินเทอร์เน็ตได้ ่
    •  สามารถดึงข้อมูล (Download) ภาพยนตร์ตวอย่างทั้งภาพยนตร์ใหม่ และเก่า มาดูได้ ัจากเหตุผลดังกล่าว พอจะสรุ ปได้วา อินเทอร์เน็ต มีความสําคัญ ในรู ปแบบ ดังนี้ ่  การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่ทนสมัย ั  การติดต่อสื่อสารที่สะดวก และรวดเร็ ว  แหล่งรวบรวมข้อมูลแหล่งใหญ่ที่สุดของโลกโดยสรุ ปอินเทอร์เน็ต ได้นามาใช้เป็ นเครื่ องมือที่จาเป็ นสําหรับงานไอที ทําให้เกิดช่องทางในการ ํ ํเข้าถึงข้อมูลที่รวดเร็ ว ช่วยในการตัดสินใจ และบริ หารงานทั้งระดับบุคคลและองค์กรhttp://halloha5.myfri3nd.com/blog/2008/01/19/entry-22.2 ข้ อมูลเกียวกับสื่อสังคม Social Media ่ 2.2.1 ความหมายของ Social Media คําว่า “Social” หมายถึง สังคม ซึ่งในที่น้ ีจะหมายถึงสังคมออนไลน์ ซึ่งมีขนาดใหม่มากในปัจจุบน ัคําว่า “Media” หมายถึง สื่อ ซึ่งก็คือ เนื้อหา เรื่ องราว บทความ วีดีโอ เพลง รู ปภาพ เป็ นต้นดังนั้นคําว่า Social Media จึงหมายถึง สื่อสังคมออนไลน์ที่มีการตอบสนองทางสังคมได้หลายทิศทาง โดยผ่านเครื อข่ายอินเตอร์เน็ต พูดง่ายๆ ก็คือเว็บไซต์ที่บคคลบนโลกนี้สามารถมีปฏิสมพันธ์ ุ ัโต้ตอบกันได้นนเอง ั่พื้นฐานการเกิด Social Media ก็มาจากความต้องการของมนุษย์หรื อคนเราที่ตองการติดต่อสือสาร ้ ่หรื อมีปฏิสมพันธ์กน จากเดิมเรามีเว็บในยุค 1.0 ซึ่งก็คือเว็บที่แสดงเนื้อหาอย่างเดียว บุคคลแต่ละ ั ัคนไม่สามารถติดต่อหรื อโต้ตอบกันได้ แต่เมื่อเทคโนโลยีเว็บพัฒนาเข้าสู่ยค 2.0 ก็มีการพัฒนา ุเว็บไซต์ที่เรี ยกว่า web application ซึ่งก็คือเว็บไซต์มีแอพลิเคชันหรื อโปรแกรมต่างๆ ที่มีการโต้ตอบกับผูใช้งานมากขึ้น ผูใช้งานแต่ละคนสามารถโต้ตอบกันได้ผานหน้าเว็บ ้ ้ ่http://krunum.wordpress.com/2010/06/02/social-network/
    • 2.2.2 ประวัตความเป็ นมาและพัฒนาการของ Social Media ิ ปัจจุบนโลกอินเตอร์เน็ตกําลังอยูในยุคกลางหรื อยุคปลาย ๆ ของ web 2.0 กัน ั ่แล้ว จึงทําให้มีเว็บไซต์ในลักษณะ Social Networking Service (SNS) ออกมามากมาย เป็ นบริ การผ่านเว็บไซต์ที่เป็ นจุดโยงระหว่างบุคคลแต่ละคนที่มีเครื อข่ายสังคมของตัวเองผ่านเน็ตเวิร์คอินเทอร์เน็ต รวมทั้งเชื่อมโยงบริ การต่างๆ อย่างเมล เมสเซ็นเจอร์ เว็บบอร์ด บล็อก ฯลฯ เข้าด้วยกันตั้งแต่ Hi5, MySpace, Facebook, Bebo, LinkedIn, Multiply, Ning และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งทั้งหมดจะมีส่วนที่คล้ายกันคือ "การแอ๊ดเพื่อน" ตามหลักการ Friend-Of-A-Friend (FOAF) โดยปกติแล้วสิ่งที่ SNS ให้บริ การพื้นฐานคือ การให้ผสนใจสร้าง profile ลงในเว็บ บางที่อาจอนุญาตให้อพ ู้ ัโหลดไฟล์แบบต่างๆ ไม่ว่าจะภาพ เสียง หรื อ คลิปวีดีโอ จากนั้นก็จะมีเรื่ องของการ comment(เม้นต์) มี Personal Messeage (PM) ให้คุยส่วนตัวกับเพื่อนบางคน และที่ตองทําก็คือ ไล่อ่าน ไล่ ้เม้นต์ ไปตาม Profile ของคนอื่นเรื่ อยๆSocial Network ยังไม่มีคาไทยเป็ นทางการ มีการใช้คาว่า “เครื อข่ายสังคม” บ้าง “เครื อข่ายมิตรภาพ ํ ํบ้าง” “กลุ่มสังคมออนไลน์” Social Network นี้ถือว่าเป็ นเทคโนโลยีอีกอันนึง ที่สามารถช่วยให้เราได้มามีปฏิสมพันธ์กน ซึ่งวัตถุประสงค์ที่แท้จริ งของคําว่า Social Network นี้จริ งๆ แล้วก็คือ ั ัParticipation หรื อ การมีส่วนร่ วมด้วยกันได้ทุก ๆ คน (ซึ่ งหวังว่าผูที่ติดต่อกันเหล่านั้นจะมีแต่ความ ้ปรารถนาดี สิ่งที่ดีๆ มอบให้แก่กนและกัน) ถ้าพูดถึง Social Network แล้ว คนที่อยูในโลกออนไลน์ ั ่คงจะรู้จกกันเป็ นอย่างดี และก็คงมีอีกหลายคนที่ได้เข้าไปท่องอยูในโลกของ Social Network ั ่มาแล้ว ถึงแม้ว่า Social Network จะไม่ใช่สิ่งใหม่ในโลกออนไลน์ แต่กยงเป็ นที่นิยมอย่างมากใน ็ ักลุ่มคนที่ใช้อินเตอร์เน็ต ทําให้เครื อข่ายขยายวงกว้างออกไปเรื่ อยๆ และจะยังคงแรงต่อไปอีกในอนาคต จากผลการสํารวจจากประเทศสหรัฐอเมริ กายืนยันการใช้บริ การ Social Network ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี และมาแรงเป็ นอันดับต้นๆ ของโลกออนไลน์ ส่วนเว็บไซต์ที่มีจานวนผูเ้ ข้า ํชมสูงสุดทัวโลก ก็เห็นจะเป็ น My space, Facebook และ Orkut สําหรับเว็บไซต์ ที่มีเปอร์เซ็นต์ ่เติบโตเพิ่มขึ้นเป็ นเท่าตัวก็เห็นจะเป็ น Facebook แต่สาหรับประเทศไทยที่ฮอตฮิตมากๆ ก็คงจะหนี ํไม่พน Hi5 ้
    • ผลกระทบทางบวกของบริการ SNSSNS เป็ นบริ การออนไลน์ที่มีประโยชน์ต่อชีวิตมนุษย์หลายด้าน ดังนี้ 1. ด้านสังคม SNS เป็ นการเชื่อมโยงผูคนเข้าหากัน ซึ่งเป็ นความสวยงามที่สุดของอินเทอร์เน็ต ้SNS รายใหญ่อย่าง Hi5 มีสมาชิกอยูเ่ กือบ 100 ล้าน account ทัวโลก บางคนมี "เพื่อน" เป็ นหลัก ่หมื่นหลักแสนอยูในไซเบอร์สเปซ SNS ทําให้คนมีตวตนอยูได้บนไซเบอร์สเปซ เพราะจะต้อง ่ ั ่แสดงความเป็ นตัวเองออกมาให้ได้มากที่สุด เพื่อทําให้ Profile น่าสนใจ และมีชีวิตชีวาที่สุด บ้างก็เน้นไปที่การใส่ขอมูลเนื้อหา blog รู ปถ่ายในชีวิตประจําวัน เรื่ องราวเพื่อนคนใกล้ตว บ้างก็เน้นไปที่ ้ ัลูกเล่นใส่ glitter หรื อตัววิ๊ง ๆ เข้าไป สุดท้ายทําให้เชื่อได้ประมาณหนึ่งว่า มีตวตนอยูจริ งบนโลก ั ่มนุษย์ 2. ด้านการตลาด จากสถิติการใช้สื่อโฆษณาของอเมริ กาที่จดทําขึ้นโดย eMarketer ได้มีการใช้ ัเงินโฆษณา ผ่าน Social network เพิ่มมากขึ้นกว่า 100% จากปี 2006 เทียบกับ ปี 2007 และมีแนวโน้มที่จะใช้มากขึ้นต่อไปในอนาคต เนืองจาก ชาวอเมริ กนใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับอินเตอร์เน็ต ่ ัมากกว่าทีวี หรื อวิทยุ ส่วนในบางประเทศที่ถกควบคุม และจํากัดในการโฆษณา เช่น ประเทศจีน ูและสิงคโปร์ ก็ยงมีการใช้ Social network เป็ นอีกช่องทางในการโฆษณา ซึ่งถือเป็ นเครื่ องยืนยัน ัความฮอตฮิต และความแรงของการโฆษณาบน Social Network การใช้เงินกับสื่อประเภทนี้ยงคงมี ัการเติบโตที่สูงมาก ซึ่งจากที่คาดการณ์ตวเลขของปี 2006 จนถึงปี 2010 จะสูงขึ้นมากกว่า 500% ใน ัประเทศสหรัฐอเมริ กา และกว่า 600% ทัวโลก นี่อาจจะเป็ นผลมาจากเครื อข่ายที่ขยายวงกว้างมาก ่ขึ้น และวิวฒนาการของเทคโนโลยีที่มีลกเล่น ที่น่าสนใจมากขึ้นให้ผใช้ได้คอยติดตามกัน ั ู ู้Social Network ไม่ใช่เป็ นเพียงแค่เว็บไซต์ที่แชร์ขอมูล รู ปภาพอีกต่อไป แต่ได้พฒนามาเป็ นที่ ้ ัแนะนําสินค้า และสถานที่ที่สามารถซื้อหาได้ หรื อที่รู้จก กันในนามของ Collaborative Shopping ัCommunities อีกด้วย สมาชิกสามารถแชร์เกี่ยวกับเทรนด์ที่มาแรง แฟชัน ร้านค้าที่ฮอตฮิต นี่เป็ น ่อีกหนึ่งโอกาสสําหรับนักการตลาดที่สามารถ รู้ถึง ความสนใจ และความต้องการของผูบริ โภคได้้ตรง กลุ่มเป้ าหมาย ดังนั้น Social Network Shopping เว็บไซต์จึงได้กลายมาเป็ นอีกสิ่งหนึ่งที่น่าจับตามองในโลกของ Social Network จากการสํารวจ Global Shopping Insight ของบริ ษทวิจย TNS ั ัเมื่อมีนาคม 2008 รายงานว่า Social Network Shopping ดูจะเป็ นที่นิยมมากในกลุ่มวัยรุ่ นและผูหญิง้เพราะส่วน ใหญ่เป็ นเทรนด์แฟชัน และของสวยๆ งามๆ และหากมาดูยอดใช้บริ การ Social ่Network Shopping ในแต่ละประเทศจีน และสเปน เป็ นประเทศที่มีอตราการใช้บริ การและความ ั
    • สนใจที่จะใช้บริ การ Social Net work Shopping ค่อนข้างสูงกว่าประเทศอื่นๆ ในไทยก็มีธุรกิจบางธุรกิจก็ได้มีการสร้างเครื อข่ายเป็ นของตัวเอง อย่างเช่น True ที่สร้าง Minihome หรื อ Happyvirusของดีแทค ซึ่งอาจเป็ นอีกช่องทางใหม่ๆ ที่จะใช้เป็ นสื่อโฆษณาต่อไปในอนาคต เป็ นเครื่ องมือทางการตลาดจากเครื อข่ายที่มีขนาดใหญ่ อีกทั้งยังมีขอมูลของสมาชิกที่จะทําให้สินค้าและการบริ การ ้เข้าถึงกลุ่มเป้ าหมายได้เป็ นอย่างดี เช่นเดียวกับการตลาดที่วดผลได้ และมีความคุมค่ากับการลงทุน ั ้(Return of Investment) รวมถึง Point of Sale ที่มีผลต่อให้ผบริ โภคเปลี่ยนจากการซื้อแบรนด์หนึ่ง ู้เป็ นอีกแบรนด์หนึ่งได้ทนที ณ จุดขาย และเป็ นการขายผ่าน e-Marketplace สําหรับผูที่ตองการจะ ั ้ ้เปิ ดเว็บไซต์ หรื อเปิ ดหน้าร้านกับ e-Marketplace ทั้งหลาย ก็สามารถทําได้เช่นกัน โดยปัจจุบนมี ัตลาดหลายแห่งที่เปิ ดให้บริ การอยู่ เช่น Tarad.com, Shopping.co.th, Weloveshopping.com เป็ นต้นซึ่งการขายสินค้าผ่าน e-Marketplace นั้นจะต้องเข้าไปเป็ นสมาชิกก่อน ส่วนการเลือกใช้บริ การเว็บไซต์ร้านค้าสําเร็ จรู ปก็เป็ นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยประหยัดเวลาการสร้างหน้าร้านได้เช่นกัน แม้แต่เว็บดังระดับต้นๆ ของเมืองไทยอย่าง sanook.com และ kapook.com ต่างกระโดดเข้าเล่น Hi5 เต็มตัวและเก็บเกี่ยวผลดีจากยอดคนเข้าเว็บที่เพิ่มขึ้นจากช่องทางใหม่ ในขณะที่pantip.com ที่เคยเป็ นตํานานของเว็บและเว็บบอร์ดเมืองไทยก็เดิมพันอนาคตครั้งใหม่ ด้วยการซุ่มเงียบแล้วเปิ ดตัว Social Network ของตัวเองศูนย์วิจยกสิกรไทยประเมินว่าเว็บไซต์เครื อข่ายสังคมจะเป็ นช่องทางสร้างโอกาสสําคัญในการ ัเติบโตของโฆษณาออนไลน์ โดยมีจุดแข็ง คือ (ศูนย์วิจยกสิกรไทย, เม.ย. 2551) ั - สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้ าหมายได้อย่างชัดเจนและมีประสิทธิภาพ โดยสามารถเจาะกลุ่มเป้ าหมายได้ตามลักษณะของกลุ่มเครื อข่ายสังคมที่หลากหลายและซับซ้อน - เป็ นการโฆษณาโดยใช้พลังทางเครื อข่ายสังคม ซึ่งเป็ นลักษณะการบอกต่อปากต่อปาก (Wordsof Mouth) โดยจะสร้างความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์ผานการบอกเล่าของสมาชิกในเครื อข่าย ่สังคม ทําให้ลกค้าไม่รู้สึกถูกบังคับให้ตองรับฟัง ู ้ - ผูประกอบการสามารถใช้เว็บเครื อข่ายสังคมเป็ นเครื่ องมือการทํา CRM (Customer ้Relationship Management) ในงานประชาสัมพันธ์ทางการตลาด เนื่องจากจะมีการแสดงความคิดเห็นผ่านเว็บ ทําให้ผประกอบการรับรู้ Feedback ของกลุ่มเป้ าหมายได้อย่างชัดเจน ู้ 3. ด้านการเมือง ดังตัวอย่างการใช้สื่อสมัยใหม่ในแข่งขันการเลือกตั้งที่มีส่วนทําให้โอบามาชนะการเลือกตั้งเป็ นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริ กาคนที่ 44 ซึ่ง Micah Sifry ผูร่วมก่อตั้งบล็อก ้
    • การเมืองออนไลน์ของสหรัฐฯนาม techpresident.com พูดถึงเรื่ องนี้วา ทั้งหมดเป็ นผลมาจากโอ ่บามามีความเข้าใจเรื่ องพลังแห่งเครื อข่าย ที่เขาสร้างมาเพื่อสนับสนุนแคมเปญของตัวเอง โดยมองว่า โอบามาเข้าใจเรื่ องการดึงพลังขององค์กรอิสระที่จะสามารถสนับสนุนแคมเปญของเขาเองด้วย นอกจากนี้ David Almacy ซึ่งเป็ นหนึ่งในทีมให้บริ การอินเทอร์เน็ตและการสื่อสารผ่านระบบเครื อข่ายในทําเนียบขาวตั้งแต่เดือนมีนาคม 2005 ถึงเดือนพฤษภาคม ปี 2007 มองว่า โอบามาเข้าใจแนวคิดการสื่อสารระหว่างชุมชนออนไลน์ต้งแต่แรกเริ่ ม ทําให้โอบามาเน้นการส่งข้อความ Twitter ัแทนที่จะตรวจหน้า Facebook อย่างเดียวทุกวัน และความเข้าใจพลังเรื่ องการสื่อสารระหว่างคนหลายชุมชนนี้เองที่ทาให้โอบามาทําแคมเปญได้ดีกว่าแม้คู่แข่งจะใช้กลยุทธ์หาเสียงออนไลน์ ํเช่นเดียวกันผลกระทบทางลบของบริการ SNSอย่างไรก็ตาม SNS ก็เป็ นบริ การออนไลน์ที่ส่งผลต่อชีวิตทางลบมนุษย์ได้เหมือนกัน ดังนี้ 1. เสียเวลา บริ การ SNS มีมากเกินไป อีกทั้งยังเล่นคล้าย ๆ กัน งานการไม่ตองทํา จึงเสียเวลา ้ไปกับเรื่ องพวกนี้ สุดท้ายไม่รู้จกใครเพิ่มขึ้นเลยสักคน เพราะเป็ นความสัมพันธ์เพียงฉาบฉวย ขาด ัการสื่อสารระหว่างบุคคลแบบเผชิญหน้าที่แท้จริ ง ไม่ได้ตองการรู้จกกันจริ ง บางทีบางคนมาขอ ้ ัแอ๊ด (ใส่) ไว้เฉย ๆ เพราะอยากมีจานวน"เพื่อน"เพิ่มเยอะๆ ไว้โชว์ สังคมออนไลน์อาจเสื่อมลงได้ ํ 2. กําลังตกเป็ นเหยือ นักการตลาดยุคใหม่เริ่ มเห็นอิทธิพลของเครื อข่ายทางสังคมแบบนี้ เริ่ ม ่พยายามมองว่าจะเข้าแทรกซึมถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างไร ยุทธวิธีอย่าง viral marketing การสร้าง buzzword เริ่ มมีให้ได้ยนเยอะขึ้นเรื่ อย ๆ บางผลิตภัณฑ์เริ่ มทําตัวเนียนแทรกตัวกลมกลืนไปใน SNS ิต่างๆ อย่างใน Hi5 ที่มีคนไทยอยูนบล้าน เรี ยกได้ว่าพลังปากต่อปากของคนบนเน็ตแรงและเร็ วเลย ่ ัทีเดียว 3. ไม่มีประโยชน์ จากการต้องทําอะไรเดิม ๆ ซํ้าหลาย ๆ ครั้ง แม้ความสวยงามของ SNS คือการเชื่อมโยงผูคนเข้าหากัน แต่ลิงค์เหล่านั้นไม่มีความหมายอะไรอย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้น มันไม่มีเหตุ ้มีผล และไม่สามารถอธิบายได้ว่า ทําไมคนนี้ถึงเชื่อมต่อกับคนคนนั้น ทําไมไม่เป็ นคนอื่นหละลองนึกภาพทุกวันนี้ มีกลุ่มทางสังคมที่ซบซ้อนมากแค่ไหน เพราะมีท้งกลุ่มเพื่อนร่ วมงาน เพื่อน ั ัสนิท เพื่อนสมัยมัธยมปลาย เพื่อนประถม เพื่อนที่ทางานเก่า เพื่อนแฟน เพื่อนแฟนเก่า เพื่อนกิ๊ก ํเพื่อนเล่นเอ็ม เพื่อนเล่นเกมออนไลน์ ญาติพี่นอง ฯลฯ แต่อย่างไรก็ตามWeb 3.0 หรื อ Semantic ้Web อาจจะเป็ นคําตอบให้กบปัญหานี้ เพราะ Semantic web มีกระบวนการในการเชื่อมโยงผูคน ั ้
    • และวัตถุต่างๆ เข้าด้วยกันโดยมีการระบุความหมายระหว่างลิงค์น้ นๆ ในอนาคตจากการค้นเข้าไป ัใน SNS อาจจะหาได้ว่า นักศึกษาอเมริ กนคนไหนที่พดภาษาไทยได้และมีความสัมพันธ์เป็ นญาติ ั ูหรื อเป็ นเพื่อนสนิทกับคนที่เรารู้จก โดยที่ตอนนี้กาลังเรี ยนอยูในมหาวิทยาลัยแถบซิลิคอนวัลเลย์ มี ั ํ ่งานดิเรก มีความสนใจคล้ายๆ กัน และที่สาคัญมีเวลาว่างในช่วงที่จะบินไปสัมมนาในซานฟรานซิส ํโก จะได้ส่ง message ไปนัดเจอกันเพื่อคุยแลกเปลี่ยนทัศนะเกี่ยวกับงานวิจยที่ทาอยู่ ั ํสรุปเทคโนยีสมัยใหม่เหมือนเหรี ยญ 2 ด้าน หรื อดาบ 2 คม มีท้งประโยชน์และเป็ นช่องทางของผู้ ัแสวงหาประโยชน์จากผูใช้ SNS แนวทางการป้ องกันและแก้ไขปัญหาสังคมที่จะเกิดขึ้น คือ การ ้ใช้แนวทางจริ ยธรรม ที่ผให้บริ การและผูใช้จะต้องระมัดระวังไม่สร้างความเดือดร้อนต่อผูอื่นและ ู้ ้ ้ก็ต้งใจที่จะทํากิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเป็ นประโยชน์อยูเ่ สมอ ผูใช้ตองสร้างความเข้มแข็งให้ตนเอง คือ ั ้ ้ไม่ลุ่มหลงต่อกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งมากเกินไป ควรสร้างความเข้มแข็งให้กบสังคมชุมชน เช่น ัการติดตั้งระบบเพื่อกลันกรองข้อมูลที่ไม่เหมาะสมกับเด็กและเยาวชน การให้ความรู้เรื่ องภัย ่อันตรายจากอินเตอร์เน็ต แนวทางการเข้าสู่มาตรฐานการบริ การจัดการให้บริ การเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น มีการกําหนดเรื่ องความมันคงปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับบุคลากร ความมันคง ่ ่ปลอดภัยทางด้านกายภาพและสิ่งแวดล้อมขององค์กร การควบคุมการเข้าถึง และใช้แนวทางบังคับใช้ดวยกฎหมาย ้http://ngnforum.ntc.or.th/index.php?option=com_content&task=view&id=76&Itemid=1 2.2.3 ประเภทเว็บไซต์ที่ให้ บริการ Social Media (1) Blog – ซึ่งเป็ นการลดรู ปจากคําว่า Weblog ซึ่งถือเป็ นระบบจัดการเนื้ อหา (ContentManagement System: CMS) รู ปแบบหนึ่ง ซึ่งทําให้ผใช้สามารถเขียนบทความเรี ยกว่า Post และทํา ู้การเผยแพร่ ได้โดยง่าย ไม่ยงยากในการที่จะต้องมานังเรี ยนรู้ถึงภาษา HTML หรื อโปรแกรมทํา web ุ่ ่site ทั้งนี้การเรี ยงของเนื้อหาจะเรี ยงจากเนื้อหาที่มาใหม่สุดก่อน จากนั้นก็ลดหลันลงไปตามลําดับ ่ของเวลา (Chronological Order) การเกิดของ Blog เปิ ดโอกาสให้ใครๆที่มีความสามารถในด้านต่างๆ สามารถเผยแพร่ ความรู้ดงกล่าวด้วยการเขียนได้อย่างเสรี ไม่มีขีดจํากัดเรื่ องเทคนิคอย่างใน ัอดีตอีกต่อไป ทําให้เกิด Blog ขึ้นมาจํานวนมากมาย และเพิ่มเนื้อหาให้กบโลกออนไลน์ได้เป็ น ัจํานวนมหาศาลอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน นอกจากนี้เครื่ องมือที่สาคัญที่ทาให้เกิดลักษณะของ Social ํ ํคือการเปิ ดให้เพื่อนๆเข้ามาแสดงความเห็นได้นนเอง ั่
    • ในแง่ของการตลาด Blog อาจจะถูกนํามาใช้ได้ใน 2 รู ปแบบ คือ การที่บริ ษทจัดทํา Blog (Corporate ัBlog) ขึ้นมาเพื่อพูดจากับบรรดาลูกค้า และ Blog ที่เขียนจาก Blogger อิสระ ที่มีความสามารถเขียนเรื่ องที่ตนถนัดและมีผติดตามจํานวนมาก จนกลายเป็ น Marketing Influencer ู้(2) Twitter และ Microblog อื่นๆ – เป็ นรู ปแบบหนึ่งของ Blog ที่จากัดขนาดของการ Post แต่ละครั้ง ํไว้ที่ 140 ตัวอักษร โดยแรกเริ่ มเดิมที ผูออกแบบ Twitter ต้องการให้ผใช้เขียนเรื่ องราวว่าคุณกําลัง ้ ู้ทําอะไรอยูในขณะนี้ (What are you doing?) แต่กิจการต่างๆกลับนํา Twitter ไปใช้ในทางธุรกิจ ไม่ ่ว่าจะเป็ นการสร้างการบอกต่อ เพิ่มยอดขาย สร้าง Brand หรื อเป็ นเครื่ องมือสําหรับการบริ หารความสัมพันธ์ลกค้า (CRM) ทั้งนี้เรายังสามารถใช้เป็ นเครื่ องมือในการประชาสัมพันธ์บทความ ูใหม่ๆบน Blog ของเราได้ดวย Twitter นั้นเป็ นนิยมขึ้นมากอย่างรวดเร็ ว จนทําให้เว็บไซต์ประเภท ้Social Network ต่างๆ เพิม Feature ที่ให้ผใช้สามารถบอกได้ว่าตอนนี้กาลังทําอะไรกันอยู่ นั้นก็คือ ่ ู้ ํการนํา Microblog เข้าไปเป็ นส่วนหนึ่งด้วยนั้นเอง(3) Social Networking – จากชื่อก็สามารถแปลความหมายได้ว่าเป็ นเครื อข่ายที่เชื่อมโยงเรากับเพื่อนๆจนกลายเป็ นสังคม ทั้งนี้ผใช้จะเริ่ มต้นสร้างตัวตนของตนเองขึ้นในส่วนของ Profile ซึ่งประ ู้กกอบด้วยข้อมูลส่วนตัว (Info) รู ป (Photo) การจดบันทึก (Note) หรื อการใส่วิดีโอ (Video) และอื่นๆ นอกจากนี้ Social Networking ยังมีเครื่ องมือสําคัญในการสร้างจํานวนเพื่อนให้มากขึ้น คือ ในส่วนของ Invite Friend และ Find Friend รวมถึงการสร้างเพื่อนจากเพื่อนของเพื่อนอีกด้วยนักการตลาดนํา Social Networking มาใช้ในการมีปฏิสมพันธ์กบลูกค้า อาจจะอยูในรู ปของการ ั ั ่สร้าง Brand ผ่านเกมส์หรื อ Application ต่างๆ หรื ออาจใช้เป็ นเครื่ องมือของ CRM ผ่านทาง Pagesและนอกจากนี้ตวลูกค้าเอง หากชื่นชอบในสินค้าหรื อบริ การ ก็สามารถร่ วมกลุ่มกันจัดตั้ง Group ัขึ้นมาได้เว็บไซต์ที่มีลกษณะของ Social Networking มีมากมาย แต่อาจจะแบ่งได้เป็ น 2 ประเภท คือ ประเภท ัแรกจะสนใจในการสร้างเครื อข่ายระหว่างเพื่อนๆหรื อครอบครัว เช่น Facebook, Hi5 หรื อMyspace และอีกประเภท คือสนใจในการสร้างเครื อข่ายในเชิงธุรกิจ ที่เปิ ดให้ใส่ Resume และข้อมูลเชิงอาชีพต่างๆ เช่น Linkedin หรื อ Plaxo เป็ นต้น(4) Media Sharing – เป็ นเว็บไซต์ที่เปิ ดโอกาสให้เราสามารถ upload รู ปหรื อวิดีโอเพื่อแบ่งปันให้กบครอบครัว เพื่อนๆ หรื อแม้กระทังเพื่อเผยแพร่ ต่อสาธารณชน นักการตลาด ณ ปัจจุบนไม่ ั ่ ัจําเป็ นจะต้องทุ่มทุนในการสร้างหนังโฆษณาที่มีตนทุนสูง เราอาจจะใช้กล้องดิจิตอลราคาถูกๆ ้
    • ถ่ายทอดความคิดเป็ นรู ปแบบวิดีโอ จากนั้นนําขึ้นไปสู่เว็บไซต์ Media Sharing อย่าง Youtube หากความคิดของเราเป็ นที่ชื่นชอบ ก็ทาให้เกิดการบอกต่ออย่างแพร่ หลาย หรื อกรณี หากกิจการคุณขาย ํสินค้าที่เน้นดีไซน์ที่สวยงาม ก็อาจจะถ่ายรู ปแล้วนําขึ้นไปสู่เว็บไซต์อย่าง Flickr เพื่อให้ลกค้าได้ชม ูหรื ออาจจะใช้เป็ นเครื่ องมือในการนําชมโรงงาน หรื อบรรยากาศในการทํางานของกิจการ เป็ นต้นหรื ออย่างกรณี ของ Multiply ที่คนไทยนิยมนํารู ปภาพที่ตนเองถ่ายมาแสดงฝี มือ เหมือนเป็ นแกลลอรี ส่วนตัว ทําให้ผว่าจ้างได้เห็นฝี มือก่อนที่จะทําการจ้าง ู้(5) Social News and Bookmarking – เป็ นเว็บไซต์ที่เชื่อมโยงไปยังบทความหรื อเนื้อหาใดในอินเทอร์เน็ต โดยผูใช้เป็ นผูส่งและเปิ ดโอกาสให้คะแนนและทําการโหวตได้ เป็ นเสมือนมหาชน ้ ้ช่วยกลันกรองว่าบทความหรื อเนื้อหาใดนั้นเป็ นที่น่าสนใจที่สุด ในส่วนของ Social Bookmarking ่นั้น เป็ นการที่เปิ ดโอกาสให้คุณสามารถทําการ Bookmark เนื้อหาหรื อเว็บไซต์ที่ชื่นชอบ โดยไม่ขึ้นอยูกบคอมพิวเตอร์เครื่ องใดเครื่ องหนึ่ง แต่สามารถทําผ่านออนไลน์ และเนื้อหาในส่วนที่เราทํา ่ ัBookmark ไว้น้ ี สามารถที่จะแบ่งปันให้คนอื่นๆได้ดวย นักการตลาดจะใช้เป็ นเครื่ องมือในการบอก ้ต่อและสร้างจํานวนคนเข้ามายังที่เว็บไซต์หรื อ Campaign การตลาดที่ตองการ ้(6) Online Forums – ถือเป็ นรู ปแบบของ Social Media ที่เก่าแก่ที่สุด เป็ นเสมือนสถานที่ที่ให้ผคน ู้เข้ามาพูดคุยในหัวข้อที่พวกเขาสนใจ ซึ่งอาจจะเป็ นเรื่ อง เพลง หนัง การเมือง กีฬา สุขภาพ หนังสือการลงทุน และอื่นๆอีกมากมาย ได้ทาการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แสดงข้อมูลข่าวสาร ตลอดจนถึง ํการแนะนําสินค้าหรื อบริ การต่างๆ นักการตลาดควนสนใจเนื้อหาที่พดคุยใน Forums เหล่านี้ เพราะ ูบางครั้งอาจจะเป็ นคําวิจารณ์เกี่ยวกับตัวสินค้าและบริ การของเรา ซึ่งเราเองสามารถเข้าไปทําความเข้าใจ แก้ไขปัญหา ตลอดจนถึงใช้สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกบลูกค้า เว็บไซต์ประเภท Forums อาจจะ ัเป็ นเว็บไซต์ที่เปิ ดให้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันโดยเฉพาะ หรื ออาจจะเป็ นส่วนหนึ่งในเว็บไซต์เนื้อหาต่างๆhttp://www.doctorpisek.com/pisek/?p=7182.3 เว็บบล็อก (WebBlog) 2.3.1 ความหมายของเว็บบล็อก (WebBlog) บล็อก (blog) เป็ นคํารวมมาจากคําว่า เว็บบ็อก (weblog) เป็ นรู ปแบบเว็บไซต์ประเภทหนึ่ง ซึ่งถูกเขียนขึ้นในลําดับที่เรี ยงตามเวลาในการเขียน ซึ่งจะแสดงข้อมูลที่เขียนล่าสุดไว้แรกสุด บล็อกโดยปกติจะประกอบด้วย ข้อความภาพ ลิงก์ ซึ่งบางครั้งจะรวมสื่อต่างๆ ไม่ว่า เพลง หรื อวิดีโอในหลายรู ปแบบได้ จุดที่แตกต่างของบล็อกกับเว็บไซต์โดยปกติคือ บล็อกจะ
    • เปิ ดให้ผเู้ ข้ามาอ่านข้อมูล สามารถแสดงความคิดเห็นต่อท้ายข้อความที่เจ้าของบล็อกเป็ นคนเขียนซึ่งทําให้ผเู้ ขียนสามารถได้ผลตอบกลับโดยทันที คําว่า "บล็อก" ยังใช้เป็ นคํากริ ยาได้ซ่ึงหมายถึงการเขียนบล็อก และนอกจากนี้ผที่เขียนบล็อกเป็ นอาชีพก็จะถูกเรี ยกว่า "บล็อกเกอร์ " ู้บล็อกเป็ นเว็บไซต์ที่มเี นื้อหาหลากหลายขึ้นอยูกบเจ้าของบล็อก โดยสามารถใช้เป็ นเครื่ องมือ ่ ัสื่อสาร การประกาศข่าวสาร การแสดงความคิดเห็น การเผยแพร่ ผลงาน ในหลายด้านไม่ว่า อาหารการเมือง เทคโนโลยี หรื อข่าวปัจจุบน นอกจากนี้บล็อกที่ถกเขียนเฉพาะเรืองส่วนตัวหรื อจะเรี ยกว่า ั ู ่ไดอารี ออนไลน์ ซึ่งไดอารี ออนไลน์นี่เองเป็ นจุดเริ่ มต้นของการใช้บล็อกในปัจจุบน นอกจากนี้ตาม ับริ ษทเอกชนหลายแห่งได้มการจัดทําบล็อกของทางบริ ษทขึ้น เพื่อเสนอแนวความเห็นใหม่ใหักบ ั ี ั ัลูกค้า โดยมีการเขียนบล็อกออกมาในลักษณะเดียวกับข่าวสั้น และได้รับการตอบรับจากทางลูกค้าที่แสดงความเห็นตอบกลับเข้าไป เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์เว็บค้นหาบล็อกเทคโนราตี ได้อางไว้ว่าปัจจุบนในอินเทอร์เน็ต มีบล็อกมีมากกว่า 94 ล้านบล็อกทัว ้ ั ่ [1]โลก (ข้อมูล ส.ค. 2550)ความนิยมบล็อกได้เริ่ มมีบทบาทมากขึ้นในปัจจุบนในวงการสื่อมวลชนในหลายประเทศ เนื่องจากระบบ ัแก้ไขที่เรี ยบง่าย และสามารถตีพิมพ์เรื่ องราวได้โดยไม่ตองใช้ความรู้ในการเขียนเว็บไซต์ โดย ้นอกเหนือจากที่ผเู้ ขียนข่าวส่งผลงานให้กบทางสื่อแล้ว ยังได้มาเขียนข่าวในอีกช่องทางหนึ่งในการ ัเผยแพร่ ขอมูล หรื อแนวความคิด โดยการเขียนบล็อกสามารถเผยแพร่ ขอมูลสู่ประชาชนได้รวดเร็ ว ้ ้และเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่า สื่อในด้านอื่น ข่าวที่นิยมในการเขียนบล็อกต่อสื่อมวลชน ส่วนใหญ่จะเป็ นในลักษณะเรื่ องซุบซิบวงการดารา ข่าวการเคลื่อนไหวทางการเมือง เป็ นต้นจากความนิยมที่มากขึ้น ทําให้หลายเว็บไซต์เปิ ดให้มีส่วนการใช้งานบล็อกเพิ่มขึ้นมาในเว็บของตนเอง เพื่อเรี ยกให้มีการเข้าสู่เว็บไซต์มากขึ้นทั้งผูเ้ ขียนและผูอ่าน ้การใช้ งานบล็อกผูใช้งานบล็อกจะแก้ไขและบริ หารบล็อกผ่านทางเว็บเบราว์เซอร์เหมือนการใช้งานและอ่านเว็บไซต์ ้ทัวไป โดยจะมีรูปแบบบริ หารบล็อกที่แตกต่างกัน เช่นบางระบบที่มีบรรณาธิการของบล็อก ผูเขียน ่ ้หลายคนจะส่งเรื่ องเข้าทางบล็อก และจะต้องรอให้บรรณาธิการอนุมติให้บล็อกเผยแพร่ ก่อน บล็อก ัถึงจะแสดงผลในเว็บไซต์น้ นได้ ซึ่งจะแตกต่างจากบล็อกส่วนตัวที่จะให้แสดงผลได้ทนที ั ั
    • ผูเ้ ขียนบล็อกในปัจจุบนจะใช้งานบล็อกในรู ปแบบใดรู ปแบบหนึ่งไม่ว่า ติดตั้งซอฟต์แวร์ของตัวเอง ัหรื อใช้งานบล็อกผ่านทางเว็บไซต์ที่ให้บริ การบล็อกสําหรับผูอ่านบล็อกจะใช้งานได้ในลักษณะเหมือนอ่านเว็บไซต์ทวไป และสามารถแสดงความเห็น ้ ั่ได้ในส่วนท้ายของแต่ละบล็อกโดยอาจจะต้องผ่านการลงทะเบียนในบางบล็อก นอกจากนี้ผอ่าน ู้บล็อกสามารถอ่านบล็อกได้ผานระบบฟี ดซึ่งมีให้บริ การในบล็อกทัวไป ทําให้ผใช้สามารถอ่าน ่ ่ ู้บล็อกได้โดยตรง ผ่านโปรแกรมตัวอื่นโดยไม่จาเป็ นต้องเข้ามาสู่หน้าบล็อกนั้น ํบล็อกซอฟต์แวร์บล็อกซอฟต์แวร์ หรื อ บล็อกแวร์ เป็ นซอฟต์แวร์ ที่ใช้ในอินเทอร์เน็ต ในลักษณะของระบบจัดการเนื้อหาเว็บ ที่ผพฒนาซอฟต์แวร์และผูเ้ ขียนหรื อดูแลบล็อกจะแยกจากกันต่างหาก ส่งผลให้ผเู้ ขียน ู้ ับล็อกสามารถใช้งานได้ทนทีโดยไม่ตองมีพ้ืนฐานความรู้ในด้านเอชทีเอ็มแอล หรื อการทําเว็บไซต์ ั ้แต่อย่างใด ทําให้ผเู้ ขียนบล็อกสามารถใช้เวลาส่วนใหญ่ในการ บริ หารจัดการ เพิ่มเติม ข้อมูลและสารสนเทศแทนได้ นอกจากนี้บล็อกซอฟต์แวร์จะสนับสนุน ระบบ WYSIWYGซึ่ งทําให้ง่ายต่อการเขียน และอาจเพิ่มเติมการมีเทมเพลตในหลายแบบให้เลือกใช้ซอฟต์แวร์ส่วนใหญ่สามารถดาวน์โหลดและติดตั้งได้ทนทีโดยผูใช้ ซึ่งซอฟต์แวร์บางส่วนเป็ น ั ้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สซึ่งเป็ นซอฟต์แวร์ที่ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ซึ่งผูพฒนาสามารถนํามาปรับแก้ เป็ น ้ ัของตนเอง ติดตั้งไว้ใช้เป็ นบล็อกส่วนตัว หรื อเผยแพร่ ให้คนอื่นมาใช้งานได้ ส่วนซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์น้ น จะมีท้งในรู ปแบบที่ให้ใช้งานแบบเสียค่าใช้จ่ายหรื อให้ใช้งานฟรี ั ัhttp://touchbluelife.exteen.com/20080108/blog-weblog 2.3.2 ประเภทของเว็บบล็อก บล็อกมีดวยกันหลายชนิด แต่ละชนิดมีขอมูลที่แตกต่างกันไปทั้งผูเ้ ขียนและผูเ้ ข้าชม โดย ้ ้บล็อกจะเน้นไปที่เรื่ องต่างๆ เช่น learner blogs, political blogs, travel blogs, fashion blogs, projectblogs,legal blogs และอื่นๆบล็อกที่เราเห็นอยูในปัจจุบนนี้ ใช่มีเพียงแค่บล็อกที่เป็ นตัวหนังสือและ ่ ัรู ปภาพเท่านั้น หรื อ มีแค่ออนไลน์ไดอารี่ เราแบ่งบล็อกออกได้ ดังต่อไปนี้ 1. แบ่งตามลักษณะของมีเดียที่มีในบล็อกได้แก่
    • 1.1. Linklog บล็อกแบบเป็ นบล็อกรุ่ นแรก ๆ ที่รวมลิ๊งก์ที่เจ้าของบล็อกสนใจเอาไว้ แม้ว่าจะบล็อกแบบนี้จะเป็ นการรวมลิงก์เท่านั้น แต่ก็ไม่เรี ยงเหมือนว็บไดเร็ กทอรี่ เพราะเจ้าของบล็อกจะ ๊โพสต์ลิ๊งก์ของเขา 1 – 2 ลิ๊งก์ต่อโพสต์เท่านั้น 1.2 Photoblog บล็อกประเภทนี้เน้นโพสต์ภาพถ่ายที่เจ้าของบล็อกอยากนําเสนอ และมักจะไม่เน้นเขียนข้อความมากนัก 1.3. Vlog ย่อมาจาก Videoblog เป็ นบล็อกที่รวมวิดีโอคลิปไว้ในบล็อก Vlog เป็ นบล็อกที่เรี ยกได้ว่าเป็ นบล็อกที่นิยมทํากันมากในอนาคต เพราะการ เจริ ญเติบโตของไฮสปี ด อินเตอร์เน็ตหรื อ อินเตอร์เน็ตบอร์ดแบนด์ ที่ทาให้การถ่ายทอดเสียง ภาพเคลื่อนไหว movie ํ2.แบ่งตามประเภทเนื้อหา ได้แก่ 2.1 บล็อกส่วนตัว (Personal Blog) นําแสนอความคิดเห็น กิจวัตรประจําวันของเจ้าของบล็อกเป็ นหลัก 2.2 บล็อกข่าว(News Blog) บล็อกที่นาเสนอข่าวเป็ นหลัก ํ 2.3 บล็อกกลุ่ม(Collaborative Blog) เป็ นบล็อกที่เขียนกันเป็ นกลุ่ม เช่น blognone.com 2.4 บล็อกการเมือง(Politic Blog) ว่าด้วยเรื่ องการเมืองล้วน ๆ 2.5 บล็อกเพื่อสิ่งแวดล้อม(Environment Blog) พูดถึงเรื่ องราวของธรรมชาติและการรักษาสิ่งแวดล้อม 2.6 มีเดียบล็อก (Media Blog) เป็ นบล็อกที่วิเคราะห์สื่อต่างๆ สารคดีและสิ่งที่เกี่ยวกับสื่อเช่น oknation.net/blog/black ของสุทธิชย หยุน ั ่
    • 2.7 บล็อกบันเทิง(Entertainment Blog) บล็อกที่นาเสนอเรื่ องราวบันเทิงทั้งทางจอแก้ว และ ํจอเงิน เรื่ องซุบซุดารา กองถ่าย ฯลฯ 2.8 บล็อกเพื่อการศึกษา(Educational Blog) ในโรงเรี ยน หรื อมหาวิทยาลัยในต่างประเทศมักจะใช้บล็อกเป็ นสื่อในการสอนหรื อ แลกเปลี่ยนความคิดกัน 2.9 ติวเตอร์บล็อก(Tutorial Blog) เป็ นบล็อกที่นาเสนอวิธีการต่าง ํ3.แบ่งตามรู ปแบบของเนื้อหาเฉพาะที่เห็นเด่นชัด 3.1 Filter Blog เป็ นบล็อกที่ผจดทํา จะใช้สาหรับนําเสนอแหล่งข้อมูลที่ตนสนใจ (เว็บเพจ ู้ ั ํหรื อเว็บไซต์) โดยปกติมกจะเป็ นข่าว บทความ หรื อความคิดเห็นของบุคคลในวงการที่เผยแพร่ ใน ัเว็บไซต์ต่าง ๆ อาจเรี ยกได้ว่า เป็ น บล็อก “Bookmark” หรื อ มีชื่อเฉพาะ ว่า Social Bookmarkบล็อกลักษณะนี้ จะนําเสนอแค่หวข้อเรื่ อง และ URL ของเว็บเพจหรื อเว็บไซต์ บางทีอาจเพิ่มคําอธิบายเว็บ ัเพจหรื อเว็บไซต์น้ น ๆ ได้ดวย และบางที่อาจจะสามารถเพิ่มความคิดเห็นของผูจดทําบล็อกได้อีก ั ้ ้ัด้วย เป็ นเหมือนการกลันกรองข้อมูลให้ทราบว่าเว็บเพจหรื อเว็บไซต์ใดกําลังได้รับความนิยม ซึ่งจะ ่เป็ นการช่วยจัดลําดับความน่าเชื่อถือของเว็บเพจหรื อเว็บไซต์น้ น ๆ ได้เช่นกัน ตัวอย่างบล็อก ัลักษณะนี้ได้แก่ http://del.icio.us/ เป็ นต้น 3.2 Personal Journal Blog เป็ นบล็อกที่ผจดทํา จะใช้สาหรับนําเสนอความคิดเห็นหรื อ ู้ ั ํประสบการณ์ของตนเองผ่านข้อเขียน โดยอาจจะ มีภาพประกอบ หรื อมีการเชื่อมโยงออกไปยังเว็บไซต์อื่น ๆ เพื่อให้ขอมูลดูน่าเชื่อถือหรื อมีความน่าสนใจมากยิงขึ้น ซึ่งบล็อกลักษณะนี้ เป็ ้ ่ นบล็อกตามความเข้าใจของบุคคลทัวไป ตัวอย่างบล็อกลักษณะนี้ได้แก่ http://www.exteen.comหรื อ ่http://www.blogger.com เป็ นต้น 3.3 Photo Blog เป็ นบล็อกที่ใช้สาหรับเก็บภาพ (ภาพถ่าย, ภาพวาด ฯลฯ ) และสามารถใส่ ํรายละเอียดของภาพ ใส่คาค้น (tag) ได้ ทําให้การเก็บภาพเป็ นระบบและง่ายต่อการค้นหามากขึ้น ํตัวอย่างบล็อกลักษณะนี้ได้แก่ http://www.flickr.com เป็ นต้น
    • 3.4 Video Blog หรื อ เรี ยกว่า Vlog เป็ นบล็อกที่ใช้สาหรับเก็บวีดิทศน์ส่วนตัว สามารถใส่ ํ ัรายละเอียดของวีดิทศน์ ใส่คาค้น (tag) ได้ ทําให้การเก็บวีดิทศน์เป็ นระบบและง่ายต่อการค้นหา ั ํ ัมากขึ้น ตัวอย่างบล็อกลักษณะนี้ได้แก่ http://www.aolvideoblog.com เป็ นต้น 3.5 บล็อกผสม มีลกษณะเป็ นบล็อกที่สามารถเก็บข้อมู ลต่าง ๆ ได้หลายประเภท ทั้งเก็บ ัรู ปภาพ เก็บเพลง เก็บวีดิโอ เก็บลิงค์ (link) ต่าง ๆ หรื อบันทึกประจําวัน และใส่ปฏิทินรายการงานที่ต้องทํา ฯลฯ ได้ดวย ปัจจุบนเป็ นบริ การที่ได้รับความนิยมสูงมาก โดยมีชื่อเฉพาะด้วย เรี ยกว่าSocial ้ ัNetwork Service ซึ่งนอกจากจะมีจุดประสงค์เพื่อให้สมาชิกแลกเปลี่ยนข้อมูลต่าง ๆ กันแล้ว ก็ยงมี ัจุดประสงค์หลักเพื่อการค้นหาและสะสมเพื่อนจากทัวโลก ตัวอย่าง Social NetworkingWebsites ซึ่ง ่ให้บริ การลักษณะนี้ ได้แก่ http://hi5.com หรื อ http://multiply.com หรื อ http://spaces.live.com เป็ นต้น (ซึ่ งปัจจุ บัน คําว่า blog ใน Social Networking Websites นั้นจะกลายเป็ นแค่ส่วนที่ใช้เขียนข้อความเช่นบันทึกประจําวันแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น และยังอาจใช้คาว่า journal แทนคําว่า blog ํด้วย แต่เนื่องจากบริ การนี้ เป็ นการรวมเอาบล็อกลักษณะต่าง ๆที่เคยมี มาอยูในที่เดียว ทําให้ ่ผูใช้งานได้รับความสะดวกสบายมากยิงขึ้น เพราะเพียงแค่เปิ ดใช้บริ การที่เดียว ก็ได้ใช้บริ การ ้ ่ครบถ้วน ไม่ตองเสียเวลาไปสมัครใช้งานจาก เว็บไซต์หลายที่ให้จดจํายากอีกด้วย) ้http://th.wikipedia.org/wiki/ 2.3.3 เว็บไซต์ที่ให้ บริการเว็บบล็อก Weblog เว็บล็อก หรื อที่เรี ยกกันว่า Blog บล็อก ปัจจุบนน่าจะเป็ นที่รู้จกกันดี ซึ่งคํา ั ันี้น่าจะมาจากweb = เว็บไซต์log = การบันทึกเรื่ องราวตามลําดับเวลาweblog น่าจะหมายถึงเว็บไซต์ที่เป็ นการนําเสนอเรื่ องราวต่างๆ ตามลําดับเวลา ซึ่งเมื่อก่อนน่าจะรู้จกกันในรู ปแบบของไดอารี่ ออนไลน์ ซึ่ง blog น่าจะเริ่ มมาจากการเขียนไดอารี่ ออนไลน์ ัรู ปแบบการเขียนหรื อการนําเสนอเรื่ องราวต่างๆ ก็จะแล้วแต่คนเขียน Blog ว่าจะนําเสนออะไรปัจจุบนมีคนนิยมเขียน Blog เพิ่มมากขึ้น ซึ่งก็มีเว็บไซต์ต่างๆ ที่ให้บริ การ Blog จํานวนมาก ัทําให้ผที่คิดจะมีเว็บไซต์เป็ นของตนเอง ไม่ตองยุงยากในการติดตั้ง เช่า Host ให้เปลืองเงิน ู้ ้ ่ซึ่งมีเว็บไซต์ที่ให้บริ การ Blog ฟรี อยูมากมาย สามารถเลือกสมัครใช้งานได้ตามที่ตองการ ่ ้
    • อย่างที่เราคุนๆ อยูก็มี ้ ่windows live spacewordpressmyspaceblogger (ของ google)ของไทยก็..bloggang (ของ pantip.com)exteenOKNationและอื่นๆ อีกมากมายส่วนใหญ่ที่บอกมาด้านบนก็เป็ นสมาชิกแล้วเกือบทั้งนั้นวันนี้เลยจะมาแนะนําการสมัคร Blog ในเว็บไซต์ wordpress.com กันซึ่ง Software ที่เว็บไซต์น้ ีใช้ทา Blog แน่นอนเป็ นอย่างอื่นไม่ได้นอกจาก Wordpress ํ(ช่วงนี้รู้สึกจะเขียนเรื่ อง wordpress บ่อย) ที่มาก็เนื่องมาจากวันก่อนให้เด็กๆ สมัคร Blogก็เลยมีคนนึงแนะนํา wordpress.com ซึ่งน่าสนใจ และการใช้งานก็เหมือนกับ wordpressเพียงแต่ไม่ตองยุงยากในการลง ย้าย ไม่ตองหา Host เพียงแค่สมัครสมาชิกก็ใช้งานได้ ้ ่ ้เหมือนๆ กับผูให้บริ การ Weblog โดยทัวไปนันเอง wordpress.com ก็เป็ นอีกทางเลือกหนึ่ง ้ ่ ่http://bombik.com/tag/2.3.4 ประวัตของเว็บไซต์ Wordpress ิ เว็บไซต์น้ ี จะแนะนําถึงวิธี การใช้ WordPress ตั้งแต่พ้ืนฐานเริ่ มต้น ไปจนถึงการเพิ่มเทคนิคลูกเล่นต่าง ๆ แต่ก่อนที่จะไปเรี ยนรู้กน เราควรมารู้จกก่อนว่า WordPress คือ อะไร ั ัWordPress คือ โปรแกรมสําเร็ จรู ปตัวหนึ่ง ที่เอาไว้สาหรับสร้าง บล็อก หรื อ เว็บไซต์ สามารถใช้ ํงานได้ฟรี ถูกจัดอยูในประเภท CMS (Contents Management System) ซึ่งหมายถึง โปรแกรม ่สําเร็ จรู ปที่มีไว้สาหรับสร้างและบริ หารจัดการเนื้อหาและข้อมูลบนเว็บไซต์ ํWordPress ได้รับการพัฒนาและเขียนชุดคําสังมาจากภาษา PHP (เป็ นภาษาโปรแกรมมิ่งตัวหนึ่ง) ่ทํางานบนฐานข้อมูล MySQL ซึ่งเป็ นโปรแกรมสําหรับจัดการฐานข้อมูล มีหน้าที่เก็บ เรี ยกดู แก้ไข
    • เพิ่มและลบข้อมูล การใช้งานWordPress ร่ วมกับ MySQL อยูภายใต้สญญาอนุญาตใช้งานแบบ ่ ัGNU General Public LicenseWordPress ปรากฏโฉมครั้งแรกในโลกเมื่อปี พ.ศ. 2546 (2003) เป็ นความร่ วมมือกันระหว่าง MattMullenweg และ Mike Littlej มีเว็บไซต์หลักอยูที่ http://wordpress.org และยังมีบริ การ Free ่Hosting (พื้นที่สาหรับเก็บทุกอย่างของเว็บ/บล็อก) โดยขอใช้บริ การได้ที่ http://wordpress.com ํปัจจุบนนี้ WordPress ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ วจนมีผใช้งานมากกว่า200ล้านเว็บบล็อก ั ู้ไปแล้ว แซงหน้า CMS ตัวอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็ น Drupal , Mambo และ Joomla สาเหตุเป็ นเพราะ ใช้งานง่ายไม่จาเป็ นต้องมีความรู้ในเรื่ องProgramingมีรูปแบบที่สวยงามอีกทั้งยังมีผพฒนา ํ ู้ ัTheme(รู ปแบบการแสดงผล)และPlugins(โปรแกรมเสริ ม)ให้เลือกใช้ฟรี อย่างมากมายนอกจากนี้สําหรับนักพัฒนา WordPress ยังมี Codex เอาไว้ให้เราได้เป็ นไกด์ไลน์เพื่อศึกษาองค์ประกอบส่วนต่าง ๆ ที่อยูภายใน สําหรับพัฒนาต่อยอด หรื อ นําไปสร้าง Theme และ Plugins ขึ้นมาเองได้อีกด้วย ่หนําซํ้า ยังมีรุ่นพิเศษ คือ WordPress MUสําหรับไว้ให้ผนาไปใช้ สามารถเปิ ดให้บริ กา รพื้นที่ทา ู้ ํ ํเว็บบล็อกเป็ นของตนเองเพื่อให้ผอื่นมาสมัครขอร่ วมใช้บริ การในการสร้างเว็บบล็อกภายใต้ชื่อ ู้โดเมนของเขา หรื อที่เรี ยกว่า Sub-Domainจากที่ได้เกริ่ นนําไปในบทความนี้ คงจะทําให้รู้จก และได้ ัทราบประวัติความเป็ นมา รวมถึงความหมายกันไปบ้างแล้วว่า WordPress คือ อะไร ในบทความหน้า เราจะได้เริ่ มเรี ยนรู้ถึงรู ปแบบ และวิธีการใช้งาน ไปจนถึงการเพิ่มลูกเล่นต่าง ๆ ต่อไปhttp://wordpress.9supawat.com/10/what-is-wordpress.htmlwordpress หลายคนรู้จกกันดีและบางคนก็อาจจะกําลังใช้งานอยูก็ได้แต่จะมีสกกี่คนที่รู้ ั ่ ัว่า wordpress มีประวัติความเป็ นมายังไงเดี๋ยวจะได้รู้กนครับความเป็ นมาของ wordpres เริ่ มจาก ัB2 หรื อ cafelog คือผูที่ให้กาเนิดการทํางานของเว็บบล๊อกที่ชื่อว่า wordpress ได้การผลิตบล็อก ้ ํชนิดนี้ข้ ึนครั้งแรกประมาณปี 2003 ตอนนั้นมีบล็อก wordpress อยูประมาณ 2000 บล็อก บล็อกที่ ่ชื่อว่า wordpress นี้ เขียนด้วยภาษา PHP เพื่อที่จะใช้กบ MySQL โดยผูเ้ ขียน wordpress ก็คือ ัMichel Valdrighi เป็ นผูร่วมพัฒนา wordpress ตอนนั้น wordpress ยังอยูใน B2evolution ้ ่wordpress ได้ปรากฏสู่โลกในปี 2003 โดยเป็ นความพยายามของ Matt Mullenweg และ Mike littleในปี 2004 ได้ถกเปลี่ยนแปลงโดย six apart ทําให้มีผงาน wordpress จํานวนมากขึ้น และเริ่ มก่อเกิด ู ู้
    • แบรนด์ wp หรื อ wordpress ขึ้นมาและมีการใช้งานมากขึ้นและการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนมาถึงปัจจุบนในปี 2007 wordpress ได้รับรางวัลชนะเลิศในเรื่ องของ Packt open source CMS award ัhttp://www.nampheung.com/1032/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87-wordpress.html